[เปิดจอง ] UNISTAR เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 272,113 Views

  • 2,658 Comments

  • 17,257 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    51,759

    Overall
    272,113

ตอนที่ 24 : เดือนที่ 23 : ฮัสกี้ก็มีหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1200 ครั้ง
    17 ก.พ. 62

UNISTAR   เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

- เดือนที่ 23 : ฮัสกี้ก็มีหัวใจ -






 

            หลังจากที่ไอ้หมาจากไป ผมก็นั่งสูดหายใจเข้าออกเพื่อสงบสติ


            ตอนนี้ผมรู้สึกหงุดหงิดมัน ในขณะเดียวกันก็รู้สึกกังวล


            แต่เหมือนความโมโหและศักดิ์ศรีลูกผู้ชายจะมีมากกว่า ผมเป็นไม่ใช่คนผิดซะหน่อย และมันเป็นฝ่ายทิ้งให้ผมอยู่คนเดียวด้วย เรื่องอะไรผมจะต้องไปสนใจมันล่ะ


            “ไงวายุ เดี๋ยว เกิดอะไรขึ้น นทีกลับไปแล้วเหรอ” ไอ้ข้าวมาภายในไม่ถึงชั่วโมง หลังจากที่ผมโทรไปเรียกให้มากินข้าวเป็นเพื่อนผม เพราะคนนัดดันชิ่งไปแล้ว


            “เลิกพูดถึงมันเถอะ อ่ะ กูสั่งอาหารรอไว้ละ มื้อนี้กูเลี้ยงเอง” ผมบอกไอ้ข้าว


            ข้าวนั่งลงตรงข้ามผม แล้วมองหน้าผมอย่างพิจารณา


            “มึงดูไม่ค่อยโอเคเลยว่ะ” ข้าวทัก


            “ตรงไหน กูเนี่ย โคตรโอเค” ผมตอบขณะตั้งใจหยกเบียร์ดื่ม แต่ไอ้ข้าวกลับดึงแก้วออกไปเสียก่อน


            “พอเลย เลิกดื่มได้ละ มึงดื่มทีไรมีแต่เรื่องปวดหัว” ไอ้ข้าวห้ามผม ทำให้ผมได้แต่นั่งเซ็ง


            “ถ้ามึงไม่ให้กูดื่ม งั้นมึงต้องฟังกูบ่น ตกลงมั้ย” ผมต่อรอง


            “กูก็มา เพื่อฟังมึงบ่นนี่ล่ะ” ข้าวพยักหน้า


            สมกับเป็นเพื่อนผมจริงๆ เว้นแต่ตอนมันติดแฟนแล้วลืมผม


            ว่าแล้ว ผมก็เริ่มพล่ามทุกอย่างที่อยู่ในหัว


            “ไอ้เชี่ยหมานั่นแม่ง งี่เง่าชิบหายเลย กูไม่เคยหงุดหงิดใครขนาดนี้”


            “ทำไมวะ มันร้องเพลงจีบมึงนี่ ตอนแรกกูยังคิดว่า จะมาแสดงความยินดีกับพวกมึงเสียอีก”


            “ยินดีกับผีสิ แม่งสะบัดก้นหนีไปละ ทิ้งกูนั่งอยู่เนี่ย” ผมกรอกตา


            “แล้วมึงไปทำท่าไหนอ่ะ นทีถึงได้งอนตุ๊บป่องไปแล้ว” ข้าวอดสงสัยไม่ได้


            “กูก็ไม่รู้ว่ะ” ผมถอนหายใจ “กูแค่ถามมันเฉยๆ ที่มันมาร้องเพลงบอกว่าชอบกูเนี่ย มีใครสั่งให้มันทำมั้ย มันไม่ได้สร้างกระแสใช่มั้ย กูพูดแค่นี้นะ แม่งก็ระเบิดลงใส่กูละ กูแค่อยากจะถามเพื่อความมั่นใจ เพื่อกูจะได้รู้ว่าจะเอาไงต่อ”


            “มึง…” ข้าวมองหน้าผมจริงจัง “กูเข้าใจแล้วว่าทำไมนทีถึงโกรธมึง”


            “เดี๋ยว นี่มึงไม่เข้าข้างกูเลยเหรอ ไหนบอกจะฟังกูบ่น” ผมจึงโวยวายใส่


            “มึงลองคิดในมุมกลับกันดูสิ” ข้าวอธิบาย


            “เอากูเป็นตัวอย่างก็ได้ สมมติมึงตั้งใจเลือกซื้อของขวัญวันเกิดให้กูชิ้นนึง มึงหวังว่ากูได้รับแล้วจะมีความสุขโคตรๆ แต่พอมึงให้กู กูกลับถามมึงว่า นี่มึงให้ของขวัญกู แค่ติดสินบนไว้ลอกการบ้านกูใช่มั้ย มึงจะรู้สึกไงวะ”


            “เชี่ย โกรธสิวะ” ผมตอบทันที “กูเห็นมึงเป็นเพื่อนนะเว้ย แต่มึงเห็นกูเป็นคนยังไง”


            “ใช่มั้ย” ไอ้ข้าวทำเสียงสูงใส่ผม “นทีก็คงรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน”


            คำพูดของข้าวทำให้ผมตระหนัก ถ้ามันตั้งใจเตรียมเพลงนั้นมาร้องให้ผมฟังจากใจจริง แต่ผมกลับถามว่า นี่มีคนสั่งมาหรือแค่สร้างกระแสใช่มั้ย มันก็คงรู้สึกแย่เอามากๆ แล้วผมเห็นมันเป็นคนยังไง


            บ้าจริง ผมไม่นึกว่าคำถามแค่เพื่อความแน่ใจของผม จะตาลปัตรไปทำร้ายความรู้สึกมัน


            “เฮ้ย แล้วกูควรทำยังไงดีวะ มึงช่วยกูคิดหน่อยสิ” ผมอ้อนวอนไอ้ข้าว


            “ก่อนที่มึงจะถามกู มึงควรถามตัวเองก่อน”


            “ถามอะไรตัวกูวะ”


            ผมเคยถามตัวเองมั้ยวะเวลาจะทำอะไร ส่วนใหญ่ก็ตามอารมณ์ตลอด


            “มึงคิดยังไงกับนที” ไอ้ข้าวถามผมตรงๆ ทำให้ผมนิ่งไป


            “เมื่อก่อน กูเกลียดมันว่ะ แต่พักหลังๆ ก็คงหมั่นไส้เฉยๆ มั้ง”


            “ตอนนี้มึงรู้สึกยังไง นทีคงรู้สึกพิเศษกับมึง แล้วมึงอ่ะรับได้หรือเปล่า”


            คำถามนี้ทำให้ผมเม้มปากอย่างหนักใจ


            ผมไม่เคยนึกภาพว่าตัวเองจะมีผู้ชายมาสนใจ โดยเฉพาะผู้ชายแบบไอ้หมานั่น ผมจึงนึกไม่ถึงจริงๆ


            “กูไม่รู้ว่ะ” ผมพูดตามตรง “มึงก็รู้ กูไม่ค่อยคิดก่อนทำ กูต้องลองทำก่อน ถึงจะบอกได้ว่ากูคิดยังไง”


            “อืม นั่นก็ถูกอีกนะ” ข้าวพยักหน้าเห็นด้วย


            “กูว่าที่ผ่านมามึงอาจจะอคตินทีมากไป กูไม่อยากให้มึงเสียใจทีหลังนะ มึงลองเปิดใจดูก่อนดีมั้ย นทีก็มีข้อดีเยอะนะ ถึงจะเป็นผู้ชายและเป็นคู่แข่งมึง ว่าแต่มึงยังไม่เคยดูซีรีส์เดือนครึ่งเสี้ยวใช่มั้ยวะ”


            ข้าวตัดบทเปลี่ยนเรื่อง ทำให้ผมเลิกคิ้ว


            “มึงรู้ได้ไงว่ากูไม่เคยดู”


            ผมก็ไม่เคยดูจริงๆ นั่นแหละ


            “เพราะกูคิดว่า ถ้ามึงดูแล้ว ความคิดมึงจะต้องเปลี่ยน” ข้าวพูดเสียงหนักแน่น ทำให้ผมเริ่มลังเล หรือผมควรจะไปดูจริงๆ


            “เอางี้ วายุ” ไอ้ข้าวตั้งใจพูดกับผม “นอกจากตัวมึงเอง ครอบครัว และเพื่อนสนิท มึงมีใครอีกมั้ยที่มึงแคร์มากๆ”


            “ด้อมหวาย แฟนคลับกูไง” ผมตอบแบบแทบไม่ต้องคิด ทุกวันนี้ชีวิตยุ่งๆ เหนื่อยๆ ของการเป็นไอดอล มันยังมีความสุขก็เพราะแฟนคลับที่สนับสนุนผมนี่แหละ


            “แล้วมึงรู้สึกยังไงที่โดนแฟนคลับจิ้นกับนที” ข้าวพูดต่อ


            “เอ่อ ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นะ” ผมคิดพลางถอนหายใจ “โดยเฉพาะเรื่องตำแหน่งจิ้นที่กูทำใจไม่ได้เลยว่ะ แต่ก็ปล่อยให้แฟนๆ มโนกันไปแหละ”


            “ถ้าเปรียบเทียบมึงเป็นลูก ส่วนแฟนคลับเป็นพ่อแม่มึง มึงก็รักเขา มึงรักแฟนคับ พยายามเป็นทุกอย่างที่เขาพอใจ ส่วนแฟนคลับก็อยากจะสนับสนุนมึง อยากให้มึงมีความสุข...”


            ข้าวมองหน้าผมแล้วอมยิ้ม


            “ไม่คิดบ้างเหรอว่า บางทีที่แฟนคลับจิ้นมึงกับนที ก็เหมือนพ่อแม่จับคลุมถุงชนอ่ะนะ”


            “หะ” ผมงงกับการเปรียบเทียบของไอ้ข้าว


            “ถ้ามองในมุมลูกก็คิดว่า ทำไมพ่อแม่บังคับ ไม่เข้าใจความรู้สึกเลย แต่พอเป็นมุมมองของพ่อแม่ ก็เพราะพ่อแม่อยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด”


            ผมขมวดคิ้ว ผมกับแฟนคลับเหมือนเป็นพ่อแม่ลูกกันจริงๆ เหรอ


            “มึงไม่คิดบ้างเหรอว่า บางทีแฟนคลับอาจเห็นมึงกับนทีเหมาะสมกันจริงๆ ก็ได้”


            “อืม…” ผมลองพิจารณา “ไม่ใช่ว่าแฟนคลับอารมณ์แบบ...ชอบเห็นหนุ่มหล่อสองคนอยู่ด้วยกันอะไรแบบนี้เหรอ”


            “ถ้างั้นทำไมด้อมมึง ถึงจิ้นแค่มึงกับนทีล่ะ ยูนิสตาร์คนอื่นไม่หล่อเหรอ มันน่าแปลกมั้ยล่ะ ปกติถ้าถ้าเป็นแฟนด้อมอื่น คู่จิ้นไม่ได้มีแค่คู่เดียวแบบคู่มึงกับนทีหรอกนะ”


            ตรงนี้ก็น่าฉงนเหมือนกันแหะ ผมคิดในใจ


            “มึงลองกลับไปคิดดูดีๆ บางทีแฟนคลับอาจจะคิดเพื่อมึงมากกว่าที่มึงรู้ เขาอาจเห็นว่าถ้ามึงอยู่กับนที มึงจะมีความสุขก็เป็นได้”


            คำพูดของข้าวทำให้ผมค่อยๆ เปลี่ยนมุมมองและความคิดบางอย่างที่อยู่ในใจ





           

            พอกลับมาที่หอพัก สิ่งแรกที่ผมทำ คือ สิ่งที่ผมเคยไม่อยากทำมากที่สุด ก็คือ เปิดดูซีรีส์เรื่องของตัวเอง


            “ถึงกูคงไม่ค่อยคูล แต่ลองดูก็ได้วะ” ผมกลั้นใจ จากนั้นก็เปิดดูซีรีส์ที่ทางต้นสังกัดนำไปอัปโหลดย้อนหลังในยูทูป


            ซีรีส์เดือนครึ่งเสี้ยวเป็นรูปแบบรายการกึ่งเรียลลิตี้ แต่ใช้มุมกล้องสวยๆ เหมือนถ่ายทำละคร ฉากแรกเริ่มจากที่ผมกับไอ้หมาอยู่ที่สนามบิน กำลังเดินทางไปต่างประเทศด้วยกัน มีตัดต่อกล้องเซลฟี่ที่ผมกับไอ้หมาถ่ายด้วยตัวเองด้วย ผมพยายามข้ามฉากที่ไอ้หมานั่นทำตัวเป็นพระเอกในสนามบินไป จนถึงฉากไปเที่ยวโอเปร่าเฮ้าส์ ทีมงานถ่ายฉากนี้ออกมาได้สวยมาก จนเชื่อว่ากำลังดูซีรีส์จริงๆ อยู่เลย


            สักพัก ผมก็เริ่มดูเพลินๆ เผลออมยิ้มไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ไอ้หมานั่นหยอดผมบ่อยขนาดนี้เลยเหรอ ส่วนผมก็ดูเหมือนแฟนซึนๆ ปากแข็งยังไงก็ไม่รู้ หมาหยอดเท่าไหร่ก็ไม่เขินไม่เคลิ้ม แถมยังมองจิกกลับอีกต่างหาก แต่บางทีกลับหาช่องสบโอกาสหยอดคืน


            จู่ๆ ก็มีความคิดที่ไม่เข้าท่าขึ้นมา ทำไมผมรู้สึกว่า ตัวเองอยู่กับไอ้หมาแล้วดูมุ้งมิ้งขนาดนี้ ถ้ามองแบบไม่เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ผมก็รู้สึกว่าคู่นี้เคมีเข้ากันดี


            “เฮ้ย เดี๋ยวนะ นี่กูเพิ่งคิดว่ากูกับไอ้หมาเข้ากันได้ดีเหรอ” ผมทึ้งหัวตัวเอง ก่อนจะรีบสะบัดความคิดบ้าๆ นี้ออกไป


            ถึงฉากที่ผมป่วยแล้ว นั่นเป็นตอนที่สติผมไม่ค่อยมี ผมโดนส่งไปหาหมอที่โรงพยาบาล หลายฉากเป็นฉากที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ผมเพิ่งไอ้หมานั่นในฉากนั้นชัดเจน หมอนั่นดูร้อนรนและกังวลอย่างมากตอนเห็นผมทรุดตัวลงไป ตอนรอรถพยาบาล มันคอยอยู่ข้างๆ ผมไม่ห่าง พอผมขึ้นรถพยาบาลไปแล้ว ก็มีฉากที่ผู้จัดการเข้ามาคุยกับไอ้หมานั่นด้วย


            “วายุไม่เป็นไรหรอก กินยาแก้แพ้ไปแล้ว ทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนี้” ผู้จัดการเอ่ยเมื่อเห็นไอ้หมานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด


            “ผมรู้สึกเหมือนเป็นความผิดผมเลย มันนั่งอยู่ตรงหน้าผมแท้ๆ แต่ตอนมันเผลอกินเข้าไป ผมกลับไม่ทันสังเกต”


            “เรื่องนี้ก็ผิดกันทุกคนล่ะ ทีมงานกับพวกพี่ก็ประมาทด้วย ไม่ใช่ความผิดนทีคนเดียวนะ”


            “แต่ที่มันต้องมาที่นี่ ก็เพราะผมใช่มั้ย ถ้าไม่มีผม เรื่องนี้คงไม่เกิดขึ้น”


            “บ้า ทำไมมึงพูดงี้วะ” ผมดูแล้วก็เผลอพูดพึมพำ


            ไอ้เรื่องที่ผมแพ้หอยแล้วไม่ระวังเอง มันใช่ความผิดใครที่ไหน เป็นความผิดผมนั่นแหละ


            แต่เห็นสีหน้าไอ้หมาที่เหมือนกำลังแบกความผิดเอาไว้เต็มอก ทำให้ผมรู้สึกผิดอย่างมาก


            “มึงเลิกรู้สึกผิดได้แล้วเว้ย” ผมตะโกนบอกหน้าจอ อยากจะคอมเมนต์ใต้วิดีโอเหลือเกิน แต่หมอนั่นก็คงไม่ได้ยินหรือเห็นอยู่ดี


            หลังจากนั้น ในซีรีส์ก็ตัดฉากไปที่โรงแรม ไอ้หมากำลังเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องผม พอผมเข้ามา มันก็ด่าผมรัวๆ จากนั้นผมก็โวยวายว่าจะกินข้าวต้ม มันก็ไปซื้อให้ผม


            ฉากต่อจากนี้แหละที่ผมไม่เคยเห็น ไอ้หมานั่นเดินด้วยความเร็วสูงมุ่งไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ต จนกล้องตามถ่ายแทบไม่ทัน


            “เฮ้ย นที จะรีบไปไหน” ผู้จัดการพยายามวิ่งตาม


            “มันรอผมอยู่อ่ะพี่ มันไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยง ป่านนี้คงหิวน่าดู” ไอ้หมาพูด


            พอหมอนั่นถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต ก็หยิบรถเข็นมุ่งไปตรงชั้นวางต่างๆ อย่างรวดเร็ว หมอนั่นเดินไปเลือกข้าวสาร เพ่งดูฉลากอย่างตั้งอกตั้งใจ


            “น้องนทีดูอะไรเยอะแยะ ข้าวอันไหนก็เหมือนกันมั้ง วายุน่าจะรอหิวอยู่นะ” ผู้จัดการเอ่ยยิ้มๆ


            “ไม่ได้พี่ ผมไม่คุ้นกับข้าวที่นี่ แต่ก็อยากเลือกให้ดีที่สุด” ไอ้หมาพูดโดยไม่ได้เงยหน้าจากฉลาก      


            “ถ้างั้นไม่เลือก Brown Rice ล่ะ ดูมีประโยชน์ดีนะ” ผู้จัดการเสนอ


            “มันไม่กินหรอกพี่ มันกินแต่ข้าวขาว” ไอ้หมาบอก พอเลือกเสร็จ ก็วางใส่ตะกร้า


            “ทำไมแม่งรู้วะ” ผมพึมพำ จริงอยู่ว่าข้าวซ้อมมือหรือข้าวกล้องมีประโยชน์มากกว่า แต่สำหรับผม ข้าวขาวมันอร่อยกว่า ผมเลยกินข้าวอื่นไม่เป็น


            “นทีจะทำข้าวต้มอะไร ทำไมมาเลือกไส้กรอก” ผู้จัดการอดถามไม่ได้


            “พี่คิดว่ามันชอบเนื้อสัตว์ประเภทไหนมากที่สุดล่ะครับ” ไอ้หมาถามกลับ


            “เอ่อ ไม่รู้แหะ รู้แค่วายุชอบกินของหวาน”


            “ใช่มั้ยครับ” ไอ้หมาว่า “เท่าที่ผมสังเกต เวลาค่ายพาไปงานเลี้ยง หรือ ออกรายการของกิน ถ้ามีเนื้อทุกประเภทวางอยู่ เช่น หมู ไก่ เนื้อ ทะเล ลูกชิ้น ไส้กรอก ผมเห็นมันเลือกหยิบไส้กรอกก่อนทุกที”


            “เฮ้ย จริงเหรอ” ผมคิดหนักเพราะไม่เคยรู้ตัวมาก่อน แต่พอคิดดีๆ มันก็จริงด้วย


            อาจเป็นเพราะว่าผมรู้สึกว่า ไส้กรอกเป็นเนื้อที่รสกลมกล่อมที่สุดแล้วละมั้ง


            “แหม รู้จักแฟนดีนะเรา” ผู้จัดการแซว ทำให้ไอ้หมานั่นยิ้มน้อยๆ


            “นั่นสินะครับ ผมก็แปลกใจตัวเอง”


            จากนั้น มันก็เดินไปเลือกผักอย่างจริงจังและตั้งใจมาก แต่สีหน้ามันดูไม่เหมือนฝืนทำ เหมือนชายหนุ่มที่กำลังเลือกซื้อของขวัญให้คนรักยังไงไม่รู้


            “มันไม่ค่อยชอบกินผักนะพี่ แต่ผมคิดว่ามันควรต้องกินบ้าง ผมเห็นผักที่มันชอบกินที่สุดก็มีแครอท แตงกวา หน่อไม้ ถั่วลันเตา มันฝรั่ง...เอ่อ มันฝรั่งนี่ถือเป็นผักมั้ยอ่ะพี่”


            “ผักประเภทแป้งมั้ยอ่ะน้อง” ผู้จัดการครุ่นคิด “ไม่เอาต้นหอมผักชีไปด้วยล่ะ ข้าวต้มขาดไม่ได้เลยนะ”


            “ไม่ได้พี่ เดี๋ยวมันไม่กิน ผมเห็นมันเขี่ยทิ้งทุกที” ไอ้หมานั่นตอบ


            “เฮ้ย จริง” ผมตกใจไม่น้อย ผมไม่ชอบกินต้นหอมกับผักชี และชอบเผลอเขี่ยทิ้งโดยไม่รู้ตัว


            ทำไมมันถึงรู้จักผมดีขนาดนี้นะ ผมอดคิดไม่ได้เลย


            “รู้สึกยังไง ทำอาหารให้วายุกินครั้งแรก” ผู้จัดการถามความเห็นไอ้หมานั่น ก่อนจะจบอีพีแรก


            “จริงๆ ผมคาดหวังว่า เราอุตส่าห์มาเที่ยวด้วยกัน น่าจะมีความทรงจำดีๆ มากกว่านี้”


            “เอาน่า ยังมีเวลาร่วมกันอีกเยอะ” ผู้จัดการตบบ่าไอ้หมา


            “ผมก็อยากให้มันมีความสุขตอนอยู่กับผม...” ไอ้หมานั่นพูด ดูเผินๆ ก็เหมือนพูดตามบทบาทในซีรีส์ แต่สายตาและสีหน้าของมัน ทำให้ผมรู้สึกว่า...


            มันคงอยากเห็นผมมีความสุขเมื่อได้อยู่ใกล้มันจริงๆ


            พอผมดูจบ ผมก็นั่งนิ่งไปพักใหญ่ๆ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมข้าวถึงยืนกรานว่า ถ้าผมได้ลองดู ผมอาจเปลี่ยนความคิดที่ผมมองไอ้หมานั่น


            จริงอยู่มันเป็นคนปากหมา แต่มันก็เป็นคนอ่อนโยน


            จริงอยู่มันเป็นคนใจร้อน แต่มันก็เอาใจใส่คนอื่น


            จริงอยู่มันเป็นคู่แข่งผม แต่มันกลับรู้จักผมดียิ่งกว่าตัวผมเอง


            พอผมคิดได้แบบนี้ ความหงุดหงิดที่วันนี้มันสะบัดก้นใส่ผมในร้านอาหาร ก็พลันหายไปโดยทันที ผมคิดว่าผมอาจต้องลองคุยกับมันดีๆ อีกสักรอบหนึ่ง


            แต่พอผมหยิบมือถือขึ้นมา ก็เห็นแจ้งเตือนรัวๆ เยอะมากในทวิตเตอร์รวมทั้งอินบ็อกซ์เพจ จนผมต้องเปิดเข้าไปดู แล้วผมก็สับสนไม่น้อย


         ไม่นะ ไม่สละเรือ @lovetiyu

            @whywayu @natee_handsome นี่ไม่จริงใช่มั้ยคะเนี่ย ได้โปรดตอบหนูที


         กอดร่มชูชีพ @halfmoon_fc

            พี่วายุ พี่นที เรือหนูล่มจริงเหรอคะ T^T @whywayu @natee_handsome


            กัปตันนาวา @captain_nawa

            @whywayu @natee_handsome พี่วายุ พี่นที ถ้าหนูทำให้พวกพี่ลำบากใจ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ค่ะ ต่อจากนี้ไปหนูจะเลิกเขียนฟิคของพวกพี่แล้วนะคะ แต่พวกพี่อย่าเลิกคุยกันเพราะพวกหนูเลยนะคะ


            ผมอ่านที่แฟนคลับเมนชั่นถึงผมหลายข้อความ แล้วผมก็อดสงสัยไม่ได้ จนกระทั่งไปเจอต้นตอของสาเหตุ ไอ้หมาโพสต์ทวิตแปะรูปที่พิมพ์ข้อความยาวๆ


         นทีเดือนโคตรหล่อ @natee_handsome

            ฝากอ่านกันหน่อยนะ ขอโทษถ้าทำให้ทุกคนผิดหวัง

            ปล.พยายามเขียนสุภาพที่สุดแล้วนะ


            ข้อความบนรูปภาพที่แนบมา มีเขียนไว้ว่า


            ‘ก่อนอื่นขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนมาตลอด ถ้าไม่มีทุกคน ผมคงไม่ได้มาถึงจุดนี้ ขอบคุณที่รักและทำให้ผมเป็นเดือนยูนิสตาร์ที่มีความสุขมากที่สุดคนหนึ่ง

            ผมอยากบอกว่ารักแฟนคลับทุกคน แต่เรื่องที่ทุกคนชอบจับคู่ผมกับสมาชิกยูนิสตาร์คนหนึ่ง (ไม่ต้องเอ่ยชื่อคงรู้อยู่แล้ว) นั่นทำให้ผมรู้สึกลำบากใจ มีหลายอย่างเกิดขึ้นระหว่างผมกับเขา ทั้งผมและเขาจึงก็ไม่สามารถเซอร์วิซทุกคนได้เหมือนที่ผ่านมา ผมเสียใจที่ต้องบอกว่า เรื่องของผมกับเขา ไม่ว่าทุกคนจะเชียร์ยังไง มันก็ไม่มีทางเป็นจริงได้

            ผมรู้ว่าการเป็นไอดอลคือการทำให้แทุกคนมีความสุข แต่เรื่องนี้ มันเกิดความสามารถของผมจริงๆ แต่ไม่ว่ายังไง ผมจะทำหน้าที่ในฐานะยูนิสตาร์ให้ดีที่สุดเหมือนเดิม

            รักด้อมฮัสกี้เสมอ

            นที ยูนิสตาร์’


            “บ้าอะไรของมันวะเนี่ย” ผมอ่านข้อความของไอ้หมา แล้วแทบอยากขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ผมยังไม่ทันได้คิดหรืออธิบายอะไร มันชิ่งไปแล้วแถมโพสต์บอกแฟนคลับแบบนั้นอ่ะนะ


            ผมหงุดหงิดจนอยากด่าใส่มันใต้โพสต์แล้ว แต่พอคิดถึงคำพูดไอ้ข้าว ผมก็ลองนึกใจมันมาใส่ใจผม


            ถ้าเป็นทำนองกลับกัน ถ้าผมเป็นฝ่ายชอบมัน แล้วเห็นมันลำบากใจที่ต้องโดนเชียร์ให้คู่กับผม


            ผมก็คงทำแบบเดียวมัน


            พอผมอ่านข้อความของมันซ้ำอีกรอบ ทำให้ผมรู้ว่าเจตนามันคือปกป้องผมอยู่


            มันไม่อยากให้ผมรู้สึกลำบากใจ และมันไม่อยากให้แฟนคลับผิดหวังในตัวผม


            มันจึงเป็นฝ่ายออกหน้ารับเองทั้งหมด


            “เฮ้อ” ผมถอนหายใจอย่างหนักหน่วง


            แต่มันใช่สิ่งที่ผมต้องการที่ไหนกันเล่า ผมไม่ได้ต้องการให้มันมาปกป้องผมเสียหน่อย


            ผมเปิดไลน์มัน ตั้งใจว่าจะคอลหามัน คุยกันให้รู้เรื่องไปเลย


            แต่พอคิดไปคิดมา ผมก็ตัดสินใจไม่โทรแล้วดีกว่า


            “มันเข้าใจแบบนั้นไปแล้ว เข้าใจว่ากูไม่ได้ชอบมันแล้ว ถ้ากูไปง้อมัน ก็เท่ากับว่ากูให้ความหวังมันหรือเปล่า” ผมพูดพึมพำ


            ปัญหาไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรี แต่ปัญหาเดียวนั้นก็คือ


            ผมต้องแน่ใจตัวเองว่า ผมชอบมันจริงๆ และตอบรับความรู้สึกของมันได้



      



Writer's Talk

เดือนครึ่งเสี้ยวจะมีประมาณ 30 ตอนจบน้า หนังสือก็คาดว่าจะเปิดจองเดือนหน้า(มีนา) นะคะ แหะๆ

เรื่องนี้จะมีเล่มเดียวจบเน้ออ (รู้สึกดีใจมากที่ในที่สุดก็สามารถเขียนให้จบในเล่มเดียวได้สักที ฮ่าาา ถึงแม้ว่าจำนวนหน้าคาดว่าคงจะ 400+ ก็ตาม....) เกี่ยวกับรูปเล่ม ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะมาแจ้งให้ทราบเนอะ

ยังไงก็ขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามกันมากๆ เลยนะคะ ก็อย่าเพิ่งเกรี้ยวกราดกับความไร้สติของสองหนุ่มนี้น้า เดี๋ยวอีกไม่นานก็เข้าใจกันแล้วจ้า~~~


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนครึ่งเสี้ยว

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.2K ครั้ง

102 ความคิดเห็น

  1. #2559 Jink_chan (@Jink_chan) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 09:26
    งื้อออออ....วายุนี่บทจะสุขุมนี่สุขุมจริงๆๆๆ
    #2559
    0
  2. #2550 lio99 (@lio99) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 20:24
    เนี้ยต้องทำอะไรให้ชัดเจนแบบวายุเนี้ย
    #2550
    0
  3. #2549 lio99 (@lio99) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 20:13
    ไม่เห็นด้วยกับข้าวเลยอ่ะ เอาแฟนคลับมาเป็นตัวแปรความสุขให้เพื่อนได้ไง ต้องคิดก่อนสิว่าตอนนี้เขามีซีรีย์ที่ต้องทำเพื่อสร้างเรทติ้งด้วยกัน แล้วอะไรคือความจริงใจว่ะ อยู่มีคนมาบอกรักแล้วต้องรับรักรึ?คำรักพร่อยๆคนพูดออกมาเยอะแยะไป..โว๊ะ!!!โมโห
    #2549
    0
  4. #2462 Scret-mn (@Scret-mn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 15:29

    งืออออ
    #2462
    0
  5. #2236 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:23
    ขอบคุณค่ะ
    #2236
    0
  6. #2216 Rutt2212 (@Rutt2212) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:42
    นที ใจร้อนเกินไปแล้ววว พ่อหนุ่มฮัสกี้ ใจเย็นเย้นนน เราเข้าใจว่านทีอยากเคลียร์ทุกอย่างเพื่อให้วายุสบายใจ แล้วก็วายุเองก็อยากแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองด้วยมันเลยกลายเป็นยุ่งเหยิงไปหมด คนที่รู้สึกชอบก่อนมักเสียเปรียบเสมอ
    #2216
    0
  7. #2107 ptpwjp (@ptpwjp) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:25
    อัปปเถอะะครับบบ อยากกอ่านต่ออออ่าาา
    #2107
    0
  8. #2105 F__Fon62 (@kanlaya2545) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:18

    รอฉันรอเธออยู่
    #2105
    0
  9. #2104 dream4try (@dream4try) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:48
    ชอบนะ วายุรู้ตัวช้าก็จริง
    แต่แบบให้แน่ใจก่อนไงว่าชอบไม่ชอบ ชัดเจนกับตัวเองก่อน
    #2104
    0
  10. #2101 peemgirl (@peemgirl) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:21
    อยากอ่านต่อออออ ชอบบบบบบ
    #2101
    0
  11. #2100 Botan31 (@Botan31) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:33
    มีE-Bookไม่อะเราอยากเปย์
    #2100
    0
  12. #2099 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:15

    นั้นสิ เมื่อรัยจะรู้ใจตัวเอง

    #2099
    0
  13. #2092 Noni™ (@nok32) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:05
    ไปง้อ นทีด่วน
    #2092
    0
  14. #2090 Chooon (@Chooon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:14
    งื้อออออออออโดนงอนแล้วรีบๆรู้ใจตัวเองสะที่นะวายุ
    #2090
    0
  15. #2088 bee_122 (@bee_122) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:21
    ฟังกันก่อน
    #2088
    0
  16. #2085 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:05
    นทีไม่ให้โอกาสน้องหวายได้ตั้งหลักเลยยยยยย
    #2085
    0
  17. #2084 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:04
    นทีไม่ให้โอกาสน้องหวายได้ตั้งหลักเลยยยยยย
    #2084
    0
  18. #2083 Lalaland332221 (@Lalaland332221) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:06
    รออออออออออออออ อ่านมารวดเดียวเลยย
    #2083
    0
  19. #2082 Lalaland332221 (@Lalaland332221) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:56
    รออออออออออออออ อ่านมารวดเดียวเลยย
    #2082
    0
  20. #2081 ParnTiti (@ParnTiti) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:36
    ดีแล้วลูกที่หนูจะคิดให้แน่ใจ แต่แม่ขอแบบเร็วๆหน่อยนะ เดี๋ยวนทีอกแตกตายไปซะก่อน
    #2081
    0
  21. #2078 nn-girlwhite (@nn-cool) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:35
    เค้ารอให้พี่นทีพี่วายุมาอยู่กับพี่อินแล้วน้าาา รอๆๆๆ
    #2078
    0
  22. #2077 RAPIPHAN4869 (@RAPIPHAN4869) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:54
    จะร้องไห้ ฮืออออออ
    #2077
    0
  23. #2075 2twinid (@paninfinitekiml) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:49
    ต้องคิดให้ดีดีนะวายุ นทีคงรออยู่นานแล้วเหมือนกันแหละ
    #2075
    0
  24. #2074 JantimaJattupong (@JantimaJattupong) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:44
    รอค้าาา
    #2074
    0
  25. #2073 061244 (@061244) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:12
    อ้าาววววววว ค้างงงงงง
    #2073
    0