เกาะเวทย์มนต์

ตอนที่ 10 : ตูยังไม่ตาย(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 พ.ค. 49

                ฉันตื่นเช้าขึ้นมา  อู๊ย  เมื่อยไปทั้งตัวเลย  เมื่อคืนก้แทบไม่ได้นอน  ช่างเหอะ  เช้านี้ตาลุงนั่นจะเหลือข้าวเช้าให้มั้ยน้อ---  แล้วฉันก็เอื้อมมือไปหยิบเสื้อคลุมตัวโปรด "เอ๊ย!!" แนอุทานอย่างไม่ตั้งใจ  เพราะ  เสื้อคลุมสุดโปรดของฉันขาดวิ่นรุ่งริ่งไปหมด "ถ้าเสื้อคลุมขาดแบบนี้  แสดงว่าเมื่อคืนก็ไม่ใช้ความฝันจริงๆละสิเนี่ย" ฉันรำพึง  แล้วเหงื่อก็ไหลซก  ม...หมายความว่านี่ตูพ้นเส้นตายไปนิดเดียวใช่มั้ยนี่ - -"""   แต่...แล้วทำไมยัยอาชูร่านั่นไม่จัดการเราจริงๆหว่า...   โอ๊ย!  ขี้เกียจคิด  ลงไปกินข้าวเช้าก่อนดีกว่า  แล้วก็มองเสื้อคลุมที่อยู่บนมือของตัวเอง  ขี้เกียจซ่อมตอนนี้ว่ะ  แล้วก็โยนเสื้อคลุมสุดโปรดของตัวเองไปพาดลงบนเก้าอี้อย่างแม่นยำ  ก่อนจะเดินลงบันไดไป

                 เซ็ง!!!

                
ให้ตายเหอะตาลุงโอวาลแกหายไปไหนเนี่ย  หิวนะเว้ย  ทำไมไม่เอาข้าวเช้ามาวางไว้ให้เล้ย คนเค้าพึ่งเฉียดตายมาหยกๆแท้ๆ"เฮ้อ"ฉันถอนหายใจก่อนจะไปเปิดตู้กับข้าวดูว่าในนั้นมีอะไรน่ากินๆ  บ้างมั้ย  
  
                  ฉันเปิดตู้ไม้สีน้ำตาลขนาดอภิมหาบิ๊กนั่นออก  ก่อนจะสอดส่องเข้าไปในตู้  แปลก...  ทั้งๆที่ตู้ออกจะใหญ่แท้ๆ  แต่ของข้างในกลับใส่ไว้นิดเดียว  คงลืมซื้อมาตุนมั้ง  ช่างเหอะ  อย่างน้อยก็ยังมีข้าว  กับ  เนื้ออะไรก็ไม่รู้คงเอามาทำอาหารได้ล่ะน่า  สีก็แดงๆคงจะสดอยู่หรอก  แล้วฉันก็ดำเนินการทำกับข้าวกินเองตามคำสั่งของท้องทันที

                  และแล้ว...  ฉันก็ได้ข้าวหน้าเนื้อสุดน่ากินมา  เอาล่ะ  หิวแล้วกินเลยแล้วกัน  แต่ยังไม่ทันจะได้ยกช้อนหูก็ไปได้ยินเรื่องน่าสนใจเข้า

                   "เฮ้ย!  ได้ข่าวรึเปล่าวันนี้โอวาลมันไม่มาทำงานแหละ"เสียงชายคนแรกพูดขึ้น

                   "เออๆ  รู้สึกว่าจะไม่ไปที่ท่าเรือเลยแหละ"ชายอีกคนกล่าว

                   "รู้สึกจะหายไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะ  ปกติจะเห็นแกออกมาตั้งต่ตีห้าโน่นแน่ะ  เห็นว่าตอนนี้คนในหมู่บ้านกำลังช่วยกันหาอยู่..."หญิงอีกคนกล่าว

                   "นี่แม่จ๋า  วันนี้ยายมิวเกนหายไปไหนเหรอ  หนูไม่เห็นยายเค้าเลย"เสียงของเด็กผู้หญิงตัวเล็กขัดขึ้น
  
                   "นี่!  ข้าสอนเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าอย่าพูดแทรกน่ะ"หญิงผู้เป็นแม่ดุ  แต่ชายคนแรกก็กล่าวตัดบทไปอย่างไม่ใส่ใจว่า"ช่างเด็กเถอะน่า  เด็กๆก็เป็นแบบนี้แหละ  เวลาคิดอะไรออกก็พูดขึ้นมาเลย"
                  
                   "ข้าว่า  เราไปช่วยกันตามหาโอวาลกันก่อนเถอะ  เอ้อ ชวนเด็กผู้หญิงนั่นไปด้วยสิ  คนที่มาหมูบ้านเราๆใหม่ๆน่ะ  คนที่ว่าผมสีแดงๆแล้วมีสีเหลืองปนอยู่ด้วยน่ะ  เธออาจจะรู้ก็ได้ว่าโอวาลมันหายไปไหน"ชายคนที่สองกล่าว

                     แสดงว่าคนในหมูบ้านหายไปสองคนคือ ลุงโอวาล กับ ยายมิวเกนน่ะสิ  เออ หายไปไหนของเค้าเนี่ย  ไม่ธรรมดาแหงๆ  เดี๋ยวพวกนั้นจะมาถามว่าลุงโอวาลอยู่ไหนใช่มั้ยงั้นขอกินให้เสร็จก่อนแล้วกัน  แล้วฉันก็กินต่อไป

ก๊อก  ก๊อก ก๊อก

                      "อือ มาแล้วๆ"ฉันตะโกนบอกไปก่อนจะเดินไปเปิดประตู  เป็นไปตามคาด ชายสองคนมาเคาะประตูจริงๆ  แม่ลูกคู่นั้นคงไปตามหาตาลุงโอวาลกับยายมิวเกนแล้วมั้ง  ชายสองคนนี้ท่าทางแข็งแรงชะมัด  เป็นพวกขนของจากท่าเรือรึเปล่าวะเนี่ย

                      "มีอะไรงั้นเหรอ"ฉันถามไปพลางตีหน้าตาย

                      "โอวาลหายไปตั้งแต่เมื่อเช้านี้แล้ว  และก็มีเจ้ากับไอ้ลูกหมานั่นเท่านั้นที่อยู่กับมัน  เจ้ารู้รึเปล่าว่าโอวาลมันหายไปไหน?"ชายที่มีเสียงของชายคนที่สองพูดขึ้น

                      "อ้อ!  ลุงโอวาลน่ะเหรอ  ฉันไม่รู้หรอกไม่เห็นตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว"

                      "เจ้าแน่ใจรึเปล่าว่าโอวาลไม่ได้บอกเจ้าว่าจะไปไหนน่ะ"ชายคนนั้นถามต่อ
                      "แน่สิ ฉันไม่ใช้พวกความจำเสื่อมนะ  ที่จะจำแม้กระทั่งเรื่องที่คนอื่นเค้าบอกไม่ได้น่ะ"ฉันว่ากลับไป  โมโหหน่อยๆ  นี่พวกนายเห็นฉันเป็นใคร(ฟะ)เนี่ย

                      "น้อยๆหน่อยยัยหนู  คิดว่าพวกฉันเป็นใคร?"ชายคนนั้นกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เห็นได้ชัดว่าพยายามสะกดอารมณ์อยู่  อ้าว  แกก็โมโหเรอะ

                      " จะใครล่ะ  พวกนายก็เป็นคนในเมืองนี้แหละ  คิดจะหาเรื่องรึไง(ใครกันแน่)ฉันเก่งนะ(แน้)"

                      "พอก่อนทั้งสองคน  ตอนนี้เถียงกันไปก็ไม่เจอโอวาลหรอกไปช่วยกันหาดีกว่า"ชายผู้ถูกลืมตัดบท

                       "ก็แล้วแต่พวกนายเถอะ  ตกลงจะให้ฉันไปหาช่วยใช่มั้ย?  ก็ได้...เดี๋ยวไปขอกินข้าวให้เสร็จก่อนแล้วกัน"ฉันตอบก่อนจะปิดประตูบ้าน  กลับไปกินข้าวต่อ

                                %%%%%%%%%%%%%%%%%%

                        "ข้าไม่เห็นมันตั้งแต่เช้าแล้วนี่ไม่ได้อยู่กับเจ้ารึ?"

                        "อ้าวนึกว่าเป็นข่าวโคมลอยซะอีก"

                        "นี่เจ้ากับโอวาลไม่ได้เล่นเวทมนต์กันรึไง?"

                        และคำตอบพร้อมคำถามอีกสารพัดมากมายจากประชาชนในหมูบ้านทาราเวย์  ที่ทำให้ฉันอารมณ์เสียเป็นที่สุด ใหญ่จะเจอแต่คำถามเสียด้วยซ้ำ  แต่อย่างน้อยข่าวที่เป็นประโยชน์ที่สุดก็ยังมีอยู่  นั่นคือ  ประมาณหกทุ่มกว่าๆมีคนเห็นตาลุงโอวาลออกจากบ้าน(ฉันเข้านอนเวลาสี่ทุ่มกว่าๆ)เข้าป่าไป

                        ก็แปลกดี  ทั้งๆที่เมื่อคืนฉันกะไอ้เยลลี่ก็ออกมาจากบ้านเหมือนกันแท้ๆ  แต่กลับไม่เจอตาลุงโอวาลแม้แต่เสี้ยวของเงา  แต่จะยังไงก็ช่างในเมื่อเข้าป่าเหมือนกัน  แน่ก็ขอไปดูที่ป่าบ้างดีกว่า

                                     ******************************

                         หนาว

                         เมื่อคืนก็ไม่ได้เย็นอะไรซักหน่อย  ทำไมตอนกลางวันมันหนาวขนาดนี้(วะ)  ฉันบ่นอุบอิบพลางบุกสวบๆไปถึงป่า  แล้วฉันก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า 

                         หิมะ?
   
                          มาได้ยังไงเนี่ย  เมื่อคืนก็ไม่เห็นมีเลยนี่หว่า  แม่น้ำกลายเป็นลาน  สเก็ตไปแล้วด้วย  = ="   นับวันสิ่งที่ฉันเจอในชีวิตก็ยิ่งพิลึก --*--

                           แสดงว่าไอ้ผ้าคลุมนั่นเก่งอย่างที่อาชูร่าว่างั้นจริงๆแหละ  หนึ่งในพลังทั้งสี่งั้นเหรอ...  หนึ่งในนั้นมีพลังน้ำแข็งด้วยเรอะ?  ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวฉันเลยเลิกคิด  พลา งเดินหาตาลุงโอวาลที่ตอนนี้ในหัวฉันก็มีความคิดที่ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะจริงรึเปล่า..  ที่ว่าแข็งตายเพราะโดนลูกหลง เอ้อคงไม่เป็นอย่างนั้นหรอกมั้ง

                            "อ๊ะ"

                            พลั่ก!!!!

                            "เจ็บ(เว้ย)"ฉันบ่นก่อนจะลุกขึ้นจากที่สะดุดก้อนหิน  ก่อนจะมองไปที่เจ้าก้อนหินเจ้าปัญหา  ที่เล่นเอาฉันสะดุดล้ม  แต่แทนที่จะเห็นก้อนหินกับเห็นแท่งน้ำแข็งแทน  เฮ้  เรื่องนี้โทษฉันไม่ได้นะที่บรรยายผิดน่ะ  เพราะในลานหิมะนี้น่ะมีทั้งก้อนหินทั้งก้อนน้ำแข็งเต็มไปหมด  จะเข้าใจผิดก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน 

                             เอ้อเอาเถอะ  มาเข้าเรื่องต่อดีกว่า  ฉันเอียงคอด้วยความสงสัย  ไอ้หินก้อน..เอ๊ย!  น้าแข็งแท่งนี้มันเหมือนไอ้เยลลี่มากไปรึเปล่า - -? คงไม่มั้ง  ถ้าจำไม่ผิดเห็นว่าภูติเปลี่ยนสถานะไม่ได้นี่นา  อืม...ถ้าจะเปลี่ยนสถานะจริงๆก็ต้อง  ตาย...

                             ฉันมองสภาพเจ้าก้อนน้ำแข็งที่มีข้อสันนิฐานว่าเป็นเจ้าเยลลี่ก่อนจะถอนหายใจและปักใจเชื่อว่าเจ้าก้อนน้ำแข็งนี้  เป็นไอ้เยลลี่ไม่ผิดแน่นอน  ช่างเถอะไม่เกี่ยวกับตาลุงโอวาลซักหน่อย  แล้วฉันก็เดินเข้าป่าลึกขึ้นไปอีกแล้วก็นึกได้ว่าเมื่อวานนี้ยัยต๊องนั่นพาเราเข้าป่าทางนี้ใช่มั้ย  ไหนๆก็เข้าป่าเหมือนกันก็ขอไปดูหน่อยล่ะ(ความจริงก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น--*--)

                              กลิ่นคาวเลือดคละคลุ่งไปทั่วป่า  ฝูงกาและอีแร้งบินว่อนอยู่แถวนั้น หมายจะชิงซากศพที่ตายคาต้นไม้นั้น  ฉันมองไปที่ต้นไม้ที่มีฝงนกเพชรฆาตทั้งหลายรวมตัวกันอยู่มากที่สุด  เลือดเปื้อนมากที่สุด และ มีศพที่ถูกเสียบด้วยดาบใหญ่คาต้นไม่อีกศพ....

                              โอวาล?

                                ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองก่อนจะรีบปีนต้นไม้ขึ้นไปดูด้วยความตกใจ(ดีสิวันนี้ไม่ได้ใส้เสื้อคลุม)  พลางเอามือปัดไล่ฝูงแร้งและกาที่กำลังจัดการอาหารแสนโอชะ

                               ใคร?

                                ชายผมสีดำที่มีสีหน้าท่าทางหวาดกลัวกับดาบใหญ่ที่เสียบไว้กับตัวที่ทำให้รู้ว่าโดนทีเดียวต่ายคาที่..

                                ฉันนั่งจองหน้าผู้ชายที่ไร้วิญญาณคนนี้พลางบ่นพึมพำ"แล้วคราวนี้จะจัดการแบกมันลงมารึไง?" ไม่มีทางเรื่องอะไรฉันจะต้องมาแบกศพคนบ่อยๆด้วยล่ะ  เปลี่นมาใช้วิธีอื่นแล้วกัน  แล้วฉันก็เลื่อนตัวลงจากต้นไม้พลางเล็งเป้าหมายที่จะใช้มันให้ถูกที่  และ....

                                 ตูม!!!
                                 
                                   ******************************
          
                                 "หมู่บ้านเราคงจะเจอคำสาปเป็นแน่แท้"หญิงชราคนหนึ่งพึมพำนั่งตัวสั่นอยู่ตรงมุมห้อง  ขณะที่ฉันมองอย่างสังเวชใจก่อนขจะหันกลับไปประชุมต่อ

                                 "จู่ๆก็มีคนตายถึงสองคนในหมู่บ้าน  แล้วยังหายสาบสูญไปอีกหนึ่ง  นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่...."ชายหนุ่มวัยกลางคนผิวสีแทนกล่าว  ก่อนจะหันไปทางห่อผ้าสีขาวที่ปิดศพสองศพเอาไว้.. ใช่หนึ่งในนั้นคือตาลุงโอวาล  เมื่อวานก็ยังเห็นสบายดี่อยู่แท้ๆ 

                                  "คำสาป!  มันคือคำสาป!  พวกเราจะต้องตายกันหมดทุกคน"หญิงชรากรีดร้องโหยหวน  ชาวบ้านสองสามคนต่างรีบพาแกออกไปจากห้องประชุม

                                   "แล้ว..  มันใช่อย่างที่ยายคนนั้นบอกรึเปล่าล่ะ"ชายหนุ่มผมสีดำ  ท่าทางบึกบึนถามมองมาที่ฉัน                                       
                                     
                                    "มันยังอธิบายไม่ได้หรอก  แต่ดูๆแล้วมันก็ไม่น่าจะใช่คำสาปเพราะว่านายคผมดำๆคนนั้นน่ะถูกดาบเสียบจน...  นั่นแหละ  มันเหมือนมีคนมาฆ่ามากกว่า  ส่วนโอวาลน่ะ  สภาพกระดูกแตกละเอียดขนาดนั้น  ไม่รู้จะหาคำอธิบายยังไงดี"ฉันอธิบาย 
                                     ที่ประชุมเงียบสนิท ชาวบ้านที่มาประชุมสี่-ห้าคนต่างก็เข้าสู่ห้วงความคิดของตนเอง  

                                     "จะเป็นไปได้รึเปล่าว่ามีพวกโจรมาจัดการน่ะ"ฉันถาม

                                     "เป็นไปไม่ได้..  ทางเข้าหมู่บ้านเราจำเป็นต้องไปตามแม่น้ำ  ถ้าจะเข้ามาจากทางอื่นก็มีแต่วิธี-องเจ้าล่ะ"ชายแก้เคราขาวพยักเพยิดไปทางฉัน

                                      "สรุปว่านอกจากมาทางเรือแล้วก็ไม่มีทาอื่นเลยจริงๆงั้นเหรอ"

                                       ทุกคนในที่ประชุมนั้นพากันส่ายหัว  

                                       เป็นไปไม่ได้ที่จะเดินมากลางท้องทุ่งทะเลทราย  แต่ถ้าใช้เวทมนต์มาก็ยังสามารถมาได้..  

                                        ฉันคิ้วขมวดด้วยความเครียดจัด  มีเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่ได้บอกทุกคน  สภาพของโอวาลนั้น...มีเพียงเวทมนต์ที่สามารถทำได้

                                        

                                  ***************************************

                       

                                      







182 ความคิดเห็น