สมมติว่าโลกหยุดหมุน

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 เรื่องเล่าจากวิริยะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 พ.ย. 51

            
                     \"เราเลิกกันเถอะ\"
                   
                      ผมชะงักไปครูหนึ่งก่อนจะหันมายิ้มฝืดๆ  \"ฝ้าย  ล้อเล่นอย่างงี้เราจะหัวใจวายตายซักวันนะ\" ผมพูดก่อนจะคว้ามือเธอจับ มือผมเย็นเฉียบจริงๆ มุขตลกของฝ้ายไม่ขำเอาซะเลย นึกว่าหัวใจจะหยุดเต้นซะแล้ว แต่เมื่อผมจับมือของฝ้าย เธอก็สะบัด ออกทันที ผมชะงักอีกครั้ง

                      \"เราพูดจริงๆนะวิ\" ปากฝ้ายเริ่มสั่น  หัวของผมขาวโพลนไปในทันที 

                      \"ท..ทำไมล่ะฝ้าย  เราไม่ดีตรงไหนเหรอ ขอร้องล่ะอย่าไปเลยนะ\" ผมร้อง ตอนนี้ผมไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นแล้ว ขอแค่อย่างเดียว พระเจ้า....อย่าพรากฝ้ายไปจากผมเลย

                      \"ขอโทษนะ...  ขอโทษจริงๆ...  แต่วิอย่าถามเราอีกเลยนะ\" ฝ้ายเริ่มร้องไห้ แต่พอผมจะคว้าเธอไปปลอบ เธอกลับถอยห่างไปจากผมอีกก้าว  \"ขอโทษนะวิ ซักวันเราจะเล่าให้ฟัง ขอบคุณสำหรับสองปีที่ผ่านมานะ\" แล้วฝ้ายก็วิ่งไปทันที ผมได้แต่ยกมือค้างไว้อย่างนั้น ผมไม่มีแรงเลย ไม่มีแม้แต่แรงที่จะคว้าคนสำคัญที่สุดของผม  อา...ฝนเริ่มตกแล้ว แม่แต่ฟ้าก็รับรู้ถึงความเศร้าของผม

                                                                        *************************************

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ... ได้เท่ากับตัวขอเธอเอง....

ให้เธอคิดเอาเอง... ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร...

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ... ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ...

ถูกเขาทำร้าย..เพราะใจเธอแบกรับมันเอง...

                    
ริงโทนเล่นซ้ำไปซ้ำมา บางครั้งก็หยุดแต่ซักพักก็กลับมาร้องเหมือนเดิมอีก แต่ถึงกระนั้นเจ้าของมือถือก็ไม่คิดจะสนใจมือถือที่พยายามเรียกร้องความสนใจเจ้านายมันอย่างเอาเป็นเอาตาย

                      หลังจากที่ฝ้ายขอเลิกกับผมๆก็ไม่เป็นอันทำอะไร ตอนที่ผมกลับบ้านตัวผมก็เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำ แต่ผมไม่ได้สนใจอะไรเลย ในหัวผมมีแต่เหตการณ์ที่ฝ้ายขอเลิกกับผม ในหัวผมเหมือนเครื่องเล่นซีดีที่เสียแล้ว ภาพฝ้ายขอเลิก ภาพเธอสะบัดมือออกจากมือผม ภาพเธอร้องไห้ และสุดท้ายก็คือภาพเธอวิ่งหันหลังให้ผม ผมสีดำที่ถูกมันไว้ทั้งสองข้างของเธอสะบัดไปมา ผมรู้สึกเหมือนสูญเสียหัวใจไปตลอดกาล 
                   
                      ผมนอนอยู่บนเตียงตั้งแต่ตัวเปียกจนตอนนนี้เสื้อแห้งหมดแล้ว สงสัยผมคงนอนมานานแล้วล่ะมั้ง บางที..แค่บางทีผมอาจจะกำลังฝันร้ายอยู่ก็ได้ พอผมตื่นขึ้นมาฝ้ายก็จะหันมายิ้มให้ผมอีกครั้ง นั่นสิ นี่ต้องเป็นฝันร้ายแน่ๆ ฝ้ายจะทำอย่างนี้กับผมได้ยังไง มันเป็นแค่ฝันร้าย ตื่นสิ ตื่นซักทีตัวผม ฝ้ายกำลังรอผมอยูนะ แล้วภาพที่เธอขอเลิกกับผมก็ย้อนกลับขึ้นมาในหัวอีก 

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ... ได้เท่ากับตัวขอเธอเอง....

ให้เธอคิดเอาเอง... ว่าชีวิตของเธอเป็นของใคร...

ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ... ถ้าเธอไม่รับมันมาใส่ใจ...

ถูกเขาทำร้าย..เพราะใจเธอแบกรับมันเอง...

                     เรื่องมือถือของผมสั่นอีกครั้ง แต่ผมไม่ได้สนใจมือถือผมซักเท่าไหร่หรอก ที่ผมสนใจคือริงโทนนี้ต่างหาก มันเป็นเพลงที่ฝ้ายชอบมาก และก็นั่นแหละความรักของฝ้ายคือความรักของผม และความชอบของฝ้ายก็เป็นความชอบของผมอีกเช่นกัน 

                      \"ทำไมถึงได้ชอบเพลงนี้ล่ะฝ้าย\"ผมได้ยินเสียงของตัวผมในอดีตพูดขึ้น
 
                     \"หือ? ทำไมล่ะ วิไม่ชอบเหรอ\"

                     \"ไม่ใช่ เพียงแต่เราว่าเพลงนี้มันเก่าๆชอบกล\"

                     \"ไม่เห็นเป็นไรเลย เราว่าเพลงที่มันเพราะน่ะนะจะผ่านไปกี่ปีสำหรับเรามันก็ยังเพราะอยู่ วิไม่คิดอย่างนั้นบ้างเหรอ\"

                     \"อืม.. มันก็จริงนะ ของที่ฝ้ายชอบก็ต้องเป็นของที่เราชอบด้วย งั้นเราเอามาตั้งเป็นริงโทนเหมือนฝ้ายดีกว่า\" ฝ้ายไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ยิ้ม

                     \"ลองฟังความหมายของเพลงดูนะวิ เราว่าวิต้องชอบแหละ ซักวันวิอาจได้ทำอย่างในเพลงก็ได้นะ\"

                     ถึงตอนนี้น้ำตาของผมก็เอ่อคลอเบ้าตาแล้วสุดท้ายก็ไหลลงอาบแก้มลงมา เดี๋ยวนี้ผมร้องไห้เพราะฟังเพลงนี้ตลอด ไม่ได้สะอึกอื้นอะไรก็เพียงแต่ร้องไห้ แต่ครั้งนี้ผมทนไม่ไหวแล้ว ผมไม่อยากฟังเพลงนี้อีก ผมจึงเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์กะจะกดตัดสายแล้วปิดเครื่องแต่ผมก็ต้องชะงัก หน้าจอโทรศัพท์บอกชื่อคนโทรเข้าว่าเป็น...ลัชช์

                     \"โทรมาทำไมวะไอ้ลัชช์\"ปลายสายเงียบไปซักพักหนึ่ง \"ก็เป็นห่วงมึงไง โทรมาตั้งหลายครั้งทำไมไม่รับ\" ผมไม่ได้ตอบอะไร ลัชช์เลยพูดต่อ \"ฝ้ายเป็นห่วงมึงมากเลย โทรมาหาตั้งหลายครั้งมึงไม่รับสาย ตกใจกลัวมึงจะฆ่าตัวตายโทรมาร้องไห้ให้กูฟัง\" ปกติลัชช์จะไม่ค่อยพูดภาษาพ่อขุนรามฯให้ผมฟังซักเท่าไหร่นัก ครั้งนี้มันคงอารมณ์เสียมากจริงๆ แต่ก็นั่นแหละผมไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก ที่ผมสนใจคือชื่อฝ้ายต่างหาก

                    \"ไอ้ลัชช์\" เสียงผมเริ่มสั่น \"มึงคิดว่าเค้าจะมาแคร์เราเหรอ เค้าเป็นคนบอกเลิกเราเองนะเว้ย เหตผลก็ไม่บอก ทิ้งเราไปดื้อๆอย่างนั้น\" ถึงตอนนี้น้ำตาผมก็ไหลอีกแล้ว ปลายสายเงียบไปซักพักหนึ่ง 

                    \"ไอ้เชี่ ยวิ มึงฟังนะเว้ย ถ้าฝ้ายไม่แคร์มึงจริงมึงคิดเหรอว่าฝ้ายจะมานั่งกดโทรศัพท์ร้องไห้ๆแกเนี่ย แกก็รู้ว่าฝ้ายเป็นคนมีเหตผล มันก็ต้องเหตผลอยู่แล้วแหละ หรือว่ามึงไม่ไว้ใจแฟนมึง\"

                    \"อดีต\"ผมตอบเรียบๆ แต่การสนทนาของเราก็คต้องจบลงแค่นี้ คงเป็นเพราะผมไม่ได้กินไม่ได้นอนมาเกือบสามวันแล้วแถมในหัวผมคงมีอะไรหลายอย่างมากไป ผมวิ่งเข้าห้องน้ำ อาเจียนเอาน้ำย่อยในท้องออกจนหมด ในมือขวาของผมยังถือมือถือไว้อยู่และได้ยินเสียงลัชช์โวยวายอยู่ด้วยความเป็นห่วง

                                                                              *****************************

                    ภายในห้องสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้ง ในที่นี้ไม่มีที่ไหนปลอดภัย มือที่กำมีดจนสุดแรงสั่น เห็ข้อขาว แต่เขาไม่อาจปล่อยมีได้ เขาหายใจหอบแรง แล้วประตูก็เปิดผลัวะ "วิ!"

                    "ฝ้าย!!" ผมลุกพรวดคว้าแขนของเธอไว้ แต่...แปลกฝ้ายผอมกว่านี้นี่นา ผมรีบเงยหน้าขึ้น เบื้องหน้าผมคือเพื่อนที่อยู่โรงเรียนเดียวกับผม ผมสีดำ(ที่เจ้าตัวบอกสีน้ำเข้ม)ถูกมัดไว้อย่างลวกๆ  ตาสีดำจ้องผมอย่างตะลึง "เอ่อ...วิ ปล่อยมือได้ยังอะ" กิ๊กถาม ผมถึงได้รู้สึกตัว "อ่า..อืม โทษทีๆ"แล้วก็ปล่อยมือแต่โดยดี

                    "ไอ้วิ!!" ลัชช์เดินดุ่มๆเข้ามาหามผม "แกทำให้เราเป็นห่วงแทบตาย" ตาสีน้ำตาลเจือความหงุดหงิดอย่างปิดไม่อยู่ โอ้ว.. ไอ้ลัชช์แมร่งหึง ผมหัวเราะหึๆ "เฮ้ยคนเป็นห่วงนะเว้ย ไม่ได้ให้แกมาหัวเราะ" แต่ดูเหมือนลัชช์จะเข้าใจความหมายในการหัวเราะของผมดี หูของมันถึงได้แดงเรื่อ ไอ้หมอนี่อายน่ารักว่ะ "คร้าบๆขอโทษครับคุณลัชช์ ผมจะไม่อดหลับอดนอนมาราธอนอีกต่อไปแล้วคร้าบ" ลัชช์คงงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของผมถึงได้ไม่พูดอะไร แต่หันไปมองหน้ากิ๊กแทนและดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกมันก็คงพัฒนาขึ้นไปมากถึงได้สามารถสบตาก็รู้ใจ กิ๊กจึงออกจากห้องไป 

                    "ไอ้ลัชช์... ฝ้ายโทรหามึงจริงเหรอ"ผมถาม ผมไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองตอนนี้เลย ผมไม่อยากให้ลัชช์ตอบว่า"ใช่" ในขณะเดียวกันผมก็ไม่อยากให้มันตอบ"ไม่"เหมือนกัน ไม่ว่าคำตอบจะเป็นแบบไหนผมก็คงร้องไห้ ความเป็นจริงช่างโหดร้าย 

                    "ฝ้ายโทรมาหาเราจริงๆนะ มันเป็นห่วงนายตั้งแต่วันที่...นั่นแหละ มันกลัวว่านายจะฆ่าตัวตาย เอ๊ะ อันนี้เราบอกไปล้วนี่นะ ถึงแกจะไม่อยากยอมรับนะ แต่ฝ้ายก็เป็นคนที่เข้าใจแกที่สุดจริงๆนะ ตอนที่แกเข้าโรง'บาลมันก็ร้องไห้ใหญ่เลย"

                     "ถ้าอย่างนั้นทำไม่ฝ้ายต้องบอกเลิกเราด้วย!"ผมร้อง "ถ้าเค้าเป็นห่วงเราจริงๆก็ไม่ควรจะไปจากเราไม่ใช่เหรอ! ถ้าเราไม่ดีตรงไหนฝ้ายบอกเราเราก็แก้ได้" ลัชช์ฟังผมด้วยสีหน้าเฉยเมย ความจริงมันก็เป็นคนไม่ค่อยแสดงออกอยู่แล้วแต่ตอนนี้ผมอยากกระโดดถีบหน้ามันจริงๆ ลัชช์หลุบตาลง"เราก็ไม่เข้าใจฝ้ายหรอกนะ แต่ว่า..."ลัชช์กุมข้อมือซ้ายที่มีผ้ารัดข้อมือสีดำคาดอยู่  ลัชช์เงียบไปซักพักเหมือนกับลังเลใจว่าจะพูดออกไปดีหรือไม่ แต่สุดท้ายมันก็ตัดสินใจไม่พูดแล้วเปลี่ยนเรื่องแทน "วิ แก'ฝัน'ถึงเมื่อตอนนั้นอีกแล้วใช่มั้ย" ผมหลับตาลง ภาพความฝันก็ขึ้นมาตรงหน้า ผมยิ้มอย่างอ่อนแรง"เออ ฝันอีกแล้วว่ะ ทั้งๆที่ช่วงสองปีมานี้เราไม่เคยฝันถึงมันเลย"

                     "ตั้งแต่เริ่มคบกับฝ้าย?"

                     "งั้นแหละ ก็ฝ้ายเป็นคนทำลายฝันร้ายของเราเองนี่นา" ผมรู้สึกปวดแปล๊บที่น่าอก เจ็บ เจ็บชะมัด นี่เป็นผลพลอยได้จากความฝันที่เปิดแผลใจอีกครั้ง หรือเป็นแผลใหม่ที่ฝ้ายกรีดให้ผมกันนะ

                     "ฝ้ายฝากมาบอกแกว่า อดีตของแกถ้าแกไม่ใส่ใจมันก็ไม่ทำร้ายแกหรอกนะ รักษาตัวแล้วคาวหน้าคราวหลังอย่าลืมกินข้าวอีก มันลำบากคนแบก"ลัชช์พูดทิ้งท้ายไว้แล้วออกจากห้องไป  ผมสีน้ำตาลแดงของลัชช์ผ่านตาผมแวบๆ ภาพที้ผมเห็นทำให้ผมรู้สึกปวดใจ ความรักของผมเหี่ยวเฉาลง ในขณะที่ของเพื่อนผมกำลังเบ่งบาน ภาพนั้นคือภาพลัชช์กุมมือกิ๊กกลับบ้านด้วยกัน
 
                 

59 ความคิดเห็น

  1. #41 5 โกว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2552 / 23:47
    หนุกดีนะ
    #41
    0
  2. #40 GAM'is (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2552 / 23:38
    หนุกนะเนี่ยยย
    #40
    0
  3. #39 KennyHass (@kennyhass) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2552 / 14:48
    นอนบนเตียงทั้งๆที่ตัวเปียกจนแห้ง? อ่านตรงนี้แล้วแปลกๆไปหน่อย แต่ก็นะ คนมันอารมณ์เศร้าก็ทำอะไรไม่มีเหตุผล ก็พอยอมรับได้
    #39
    0
  4. #38 PeeM~O~// (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2551 / 20:38
    ให้เม้นว่าไรดีละน้อ



    คนเรา



    เด่วมาเม้นให้บ่อยๆก้อได้



    ^^
    #38
    0
  5. #37 กุ๊กกู (@cookkoo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2551 / 19:43
    ผ่านไปหนึ่งเดือน มีคนเข้ามาแค่คนเดียว =__=" ชักเครียด
    #37
    0