Zero attraction ช่วยสนใจผมน้อยๆลงหน่อยเถอะครับ (Yaoi/ BL , Harem)

ตอนที่ 13 : การเป็นคนธรรมดาข้อที่ 9 นอนหลับแล้วฝันถือเป็นเรื่องปกติ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    3 มิ.ย. 59





การเป็นคนธรรมดาข้อที่ 9 นอนหลับแล้วฝันถือเป็นเรื่องปกติ

ฝันที่ผมฝันนี่ก็ปกติใช่ไหมครับ?




คุณเคยนอนหลับไม่รู้เรื่องบ้างไหม


หลับแบบไม่ฝันอะไรเลย


ผมปรือตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก ทั้งๆที่อากาศในห้องนอนร้อนน้องๆเตาอบ แต่ผมกลับนอนหลับสบายเลย….หืม นี่ผมรู้สึกหนักๆ


ผมไล่สายตามองแผ่นอกสีเนื้อละเอียดขึ้นไปจนถึงแนวไหปลาร้ากับบ่ากว้าง เส้นผมสีน้ำตาลทองเป็นประกายเมื่อสะท้อนกลับแสงอาทิตย์ที่เล็ดลอดผ่านม่านเข้ามา ดวงตาพริ้มสนิทบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังนอนหลับสนิท


“อือ” อีกเสียงดังขึ้นริมใบหู เจ้าของเสียงพ่นลมหายใจออกทางจมูกชวนจั๊กจี้เบาๆ มือข้างหนึ่งที่ยกพาดลำตัวผมขยับเล็กน้อยก่อนจะกระชับเอวผมแน่นกว่าเดิม


ขอโทษครับ อะไรคือการที่ผู้ชายตัวโต 3 คนมานอนเบียดกันบนเตียงเตียงเดียวกันครับ?


“อื้อ...” ผมพยายามยกแขนที่พาดตัวอยู่ออก แต่ดูเหมือนจะไร้ผล แถมการขยับตัวของผมยิ่งทำให้คนด้านหน้าพาดแขนทับผมด้วย อึดอัดเข้าไปใหญ่เลย


หืม? อะไรดันๆขากับบั้นท้ายของผมอยู่น่ะครับ


ชายตาลงไปมองก่อนจะชะงักกับ ของบางอย่าง ที่อยู่ใต้กางเกงขาสั้นของชายหนุ่ม มัน มันมันมันมัน....นูนขึ้นมา


ไอร้อนค่อนข้างมากพ่นลงมาที่ต้นคอ พิลล์ที่นอนกอดผมอยู่ขยับตัวอีกนิด อะไรๆ เบียดเข้ามาจนแนบติดสนิทกับเบื้องหลัง ติดซะจนผมเผลอร้องออกมาด้วยความตกใจเลยล่ะ


“อ๊ะ! พิลล์ ขยับตัวหน่อย เบียดไปแล้ว พิลล์ พิลล์ อุ๊บ!


หน้าผมถูกแขนที่พาดจากด้านหน้าดึงเข้าไปชนกับแผ่นอกที่ไม่ใส่เสื้อ โอ๊ย ซาวด์ ใครใช้ให้นายนอนไม่ใส่เสื้อกัน(วะ!)


เตียงที่พวกผมนอนได้ข่าวว่าเป็นคิงไซส์นะ ทำไมพวกนายต้องมานอนเบียดกันตรงกลางด้วย!


เพิ่งรู้ว่าซาวด์ตัวใหญ่ขนาดนี้แฮะ แถมยังมีกลิ่นหอมคล้ายกับเมนทอลเย็นๆแผ่ออกมาจากแผ่นอกอีก กลิ่นนี้? ไม่ใช่เมนทอลนี่ ผมขมวดคิ้ว


แต่ด้วยอิทธิฤทธิ์ของกลิ่นหอมเย็น (หรืออะไรก็แล้วแต่) ทำให้ผมผล็อยเอนคอหลับไปอีกรอบ




 

ผมฝัน


ไม่ได้ฝันเห็นทุ่งหญ้าสุดลูกหูลูกตาหรือโบราณสถานเก่าแก่ แต่สิ่งที่ผมเห็นคือห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสือเรียงรายอยู่บนชั้น ใหญ่จนหาขอบเขตไม่เจอ


“เจ้าเข้ามาได้ยังไง” เสียงใหญ่ทุ้มดังขึ้นมาจากด้านหลัง ตัวผม หันหลังกลับไปมอง ก่อนจะพบว่าบุคคลที่ยืนอยู่ถูกหมอกสีเทาปกคลุมอยู่ทำให้มองไม่เห็นหน้าชัด


“ข้าเข้ามาหาหนังสืออ่าน ที่มีอยู่ข้าอ่านจนหมดแล้ว” ริมฝีปากผมราวกับถูกใครบางคนบงการ


“หนังสือ? อ้อจริงสิ มันคือห้องสมุด...” อีกฝ่ายบ่นพึมพำอะไรบางอย่าง “รีบหยิบแล้วออกไปแล้ว ที่นี่เป็นเขตหวงห้าม ไม่รู้รึไง”


“ข้าขออภัย” ผมเอ่ยเสียงเรียบ ถึงจะมองไม่เห็นว่าคนตรงหน้าแสดงสีหน้ายังไง แต่ดูจากรูปประโยคคงไม่พ้นขมวดคิ้วหน้าบึ้งแน่ ร่างกาย ก้าวออกไปพร้อมกับหนังสือบางเล่มที่หยิบติดมือมา


“เดี๋ยวก่อน” เสียงนั้นเรียกอีกครั้ง คราวนี้เหมือนมีคลื่นแทรกเข้ามา “เจ้า...ชื่อ...ซ่า...อะไร”


ไม่รู้ทำไม ปากที่ควรจะขยับบอกชื่อกลับเม้มแน่นโดยไม่รู้ตัว ผมกำหนังสือในมือแน่น


“เจ้าไม่บอก สักวันข้าก็รู้อยู่ดี”


“....”


“งั้นข้าบอกเจ้าก่อนก็ได้ นามของข้าคือ...ซ่า...ซ่า...” ชื่อว่าอะไรนะ ทำไมมันเสียงรบกวนเยอะขนาดนี้กัน


“ข้าต้องไปก่อน” ร่างผมตอบกลับไปเองทั้งๆที่ผมไม่ได้บังคับมัน ก่อนที่จะหมุนกายแล้วเดินออกมา


และทันทีที่เท้าข้างหนึ่งก้าวออกจากห้องสมุด ความมืดก็เข้าปกคลุม มองไปทางไหนก็มีแต่สีดำสนิท ทันใดนั้นลูกไฟสีดำก็ปรากฏขึ้นข้างหน้า


ถึงมันจะเป็นสีเดียวกับพื้นหลัง แต่ผมกลับมองเห็นมันได้ คงเป็นเพราะในสีดำนั้น...มีประกายสีขาวเรืองแสงวิบวับอยู่


“สวยจัง...” ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ ดวงไฟสีทองสว่างจ้าก็โผล่ขึ้นมา เช่นเดียวไฟสีเขียวเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นมาเกือบจะพร้อมกัน


ผมมองลูกไฟ 3 สีด้วยความสนใจ มันเป็นลูกไฟที่สัมผัสได้ถึงความร้อนภายใน ทว่ากลับไม่รู้สึกร้อนเลยขนาดอังมือเข้าไปใกล้


อ๊ะ! เผลอจิ้มเข้าไปจนได้


ดวงไฟสีดำที่ถูกผมจิ้มสั่นไหว ก่อนที่มันจะดีดตัวออกจากนิ้ว แล้วพุ่งเข้าใส่หน้าผากผม พุ่งหายเข้าไปในหน้าผากผมเลย


คราวนี้ดวงไฟอีกสองสั่นบ้าง มันหมุนวนรอบๆผมก่อนที่เจ้าไฟเขียวจะพุ่งเข้าใส่หน้าผมเต็มๆ! จริงก็ไม่เจ็บหรอกนะ แต่มันตกใจ ส่วนอีกดวงสีทองวนไปข้างหลังแล้วผลุบหายเข้าไปในหลังคอ


ทุกครั้งที่ดวงไฟพวกนี้ผลุบหายเข้าไปในร่างกาย เหมือนกับมีความร้อนไม่ทราบที่มาเกิดขึ้นในตัวผม จนตอนนี้ผมแทบจะพ่นไฟออกมาได้อยู่แล้ว


“เซเซโรว์ครับ ตื่นได้แล้ว”


สัมผัสนุ่มๆที่จมูกพร้อมกับเสียงกระซิบที่ข้างหู ผมค่อยๆปรือตาขึ้นก่อนจะเจอนัยน์ตาสีเขียวตองในระยะประชิด


“อะ อืออออ นอนต่ออีกหน่อย หนาวจาง~” พิลล์ที่ผมนอนหันหลังให้อยู่กระชากตัวผมหลุดออกจากแขนซาวด์ที่พาดไว้อยู่เข้ามาหาตัวเอง เดี๋ยวๆ นี่คุณก็ไม่ใส่เสื้อนอนงั้นเหรอ ยังมีหน้ามาบ่นว่าหนาวอีก


“ตื่นได้แล้วครับ วันนี้คุยกันไว้แล้วนี่ว่าจะไปเดินรอบๆเมืองกัน”


จริงสิ ผมลืมไป ว่าเมื่อวานสัญญากับซาวด์ว่าจะไปเดินชมเมืองเฮเลเนียส แถมผมยังมีแพลนต้องแวะไปร้านของคุณลุงเดย์ (ใครจำไม่ได้แล้วบ้าง ก็ลุงหัวเหม่งไงครับ) หาทางติดต่อกลับอาจารย์กับซีลให้ได้


“ใครใช้ให้นอนถอดเสื้อครับ” ผมดุเสียงเข้ม ซีลเมื่อก่อนก็ชอบนอนถอดเสื้อเหมือนกันเวลามานอนกับผม โดนผมดุไปหลายรอบจนตัดบทว่าจะไม่ให้มานอนด้วยอีก เจ้าตัวถึงยอมใส่เสื้อนอนแต่โดยดี


“ก็เมื่อคืนผมเช็ดผมอยู่แล้วเห็นพิลเลนีอาร์ลากคุณไปนอน ผมเลยรีบตามเข้ามา ลืมใส่เสื้อไปซะสนิทเลยครับ ฮะๆ” ชายหนุ่มตรงหน้าเสยผม


“ของฉันปกติจะใส่เสื้อคลุมนอนนะ แต่เมื่อคืนใครก็ไม่รู้เอาเสื้อคลุมตัวโปรดฉันไปซ่อน” ผมมองพิลล์เขม็ง ใครจะกล้าเอาเสื้อไปซ่อนนอกจากตัวคุณเองน่ะ


“ต่อไปต้องใส่เสื้อ เสื้อคลุมก็ไม่ได้ ไม่งั้นไม่ต้องมานอนกับผม เข้าใจไหม?” มองสองคนตรงหน้าคิ้วขมวด “กลางคืนอากาศจะเย็นลง เดี๋ยวจะเป็นหวัด ยิ่งนอนไม่ห่มผ้าที่หน้าอกกันด้วย”


“เข้าใจแล้วครับ/ถ้าใส่เสื้อแล้วจะได้นอนกอดเซรี่ใช่ป่ะ ฮิฮิ” สองประโยคนี่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของใคร ผมเหลือบมองเจ้าของประโยคหลังก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากเตียง


“งั้นผมขอไปล้างหน้าก่อน อีก 10 นาทีเจอกันที่ห้องอาหาร โอเคนะครับ”


หัวสองหัวผงกลงหนึ่งครั้ง ก่อนที่ทั้งสองคนจะลุกออกจากเตียงบ้าง


พระเจ้าครับ ถ้าจะลำเอียงขนาดนี้....


มองกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงเป็นลอนของซาวด์แล้ว เบนสายตาจากผิวสีน้ำผึ้งหน่อยๆไปยังผิวสีขาวละเอียดราวกับน้ำนม เหมือนจะเนียนกว่าผู้หญิงหลายคนด้วย แล้วหันกลับมามองตัวเอง มองลอดใต้เสื้อยืดที่ใส่อยู่ไปเห็นเพียงผิวขาวซีด ถึงตัวผมจะสูงจริงแต่ผอมมาก ผอมแห้งเลยล่ะ


ทำไมพระเจ้าถึงสร้างให้ผมออกมาครึ่งคนครึ่งผีขนาดนี้กันครับ


บ่นไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมเดินเข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะสะดุ้งกับเสียงแหลมของ....น้ำ


อ๊า!.....อาอา....


“วาริโอเน่!” ผมพุ่งพรวดไปเกาะอ่างล้างหน้า น้ำบางส่วนที่ขังอยู่เริ่มก่อตัวเป็นร่างหญิงสาว


“มาได้ยังไง...ช่างมันเถอะ” หล่อนสามารถไปได้ทุกที่ที่มีน้ำ “อาจารย์ว่ายังไงครับ แล้วซีลล่ะ?”


น้ำที่มีรูปร่างหญิงสาวค่อยๆบีบตัวให้เล็กที่สุดเพื่อยืดตัวขึ้นมา ผมเห็นว่ามันแลดูลำบากเลยจัดการอุดฝาท่อแล้วเปิดน้ำใส่อ่างจนเต็ม คราวนี้หญิงสาวขนาดเกือบเท่าคนจริงโผล่ขึ้นมาครึ่งตัว


อา......


ฟังเสียงครางแล้วปวดขมับ เพิ่งตื่นนอนผมไม่มีสมาธิมานั่งแปล ภาษาแห่งสายน้ำ หรอกนะ


“ช่วยแปลงเสียงของคุณได้ไหมครับ วาริโอเน่”


หล่อนมองผมแล้วค้อนใส่ สำหรับพวกภูตธรรมชาติแล้ว มักจะไม่ค่อยชอบใช้ภาษามนุษย์เท่าไหร่ เว้นเสียแต่จำเป็นจริงๆ พวกเขาจึงไม่ค่อยได้ยุ่งกับมนุษย์นัก


“ท่านยังความดันต่ำเหมือนเดิมเลย นายท่าน”


แม้ปากจะไม่ได้ขยับ แต่เสียงก้องกังวานเหมือนเสียงหยดน้ำก็ดังขึ้นในหัวผม ผมเปิดปากถามคำถามใหม่อีกครั้ง


“อาจารย์ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ คุณไปบอกรึยังว่าผมอยู่ที่นี่ แล้วซีลล่ะครับ เขาไม่ได้โวยวายรึเปล่า?”


“ถามเป็นชุดเชียว” หล่อนยกมือขึ้นปิดปาก “สำหรับไลแล็ค ข้าแจ้งแล้ว เขาฝากมาบอกท่านว่า คอยดูอยู่ตลอด และ กำลังจะตามเข้าไป ส่วนน้องชายท่าน...ตอนนี้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”


“เริ่มเคลื่อนไหว? หมายถึงว่าซีลเริ่มจะก่อเรื่องแล้วสินะ” ผมพึมพำ “บอกเขาว่าอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ เดี๋ยวผมจะแวะกลับไปหาเอง...ถ้ามีเวลา”


ถ้าจำไม่ผิด ลีรูเน่เป็น....โรงเรียนประจำ


แล้วผมจะแวบออกไปตอนไหนได้ล่ะนี่


“ไม่ทันแล้วล่ะ นายท่าน” วาริโอเน่หัวเราะ “กิเลนอัสนีเริ่มเคลื่อนไหวแล้วล่ะ”


“กิเลน...พวกแก๊งของซีลเค้าน่ะเหรอ” เหมือนจะจำได้ว่าซีลเคยบอกว่าตัวเองตั้งแก๊งกลุ่มเด็กๆในหมู่บ้าน ผมไม่รู้ว่ามีสมาชิกแค่ไหน เคยเห็นแค่มือขวากับมือซ้ายของซีลที่พามา


คงอารมณ์แก๊งที่พวกเด็กๆตั้งกันเล่นๆล่ะมั้ง


“งั้นคงไม่มีอะไรมาก ฝากบอกซีลด้วยว่าผมคิดถึง” พูดแบบไม่คิดอะไร แต่หญิงสาวกลับยกมือขึ้นปิดปากอีกรอบ


“นายท่านนี่น้า~ พูดออกมาได้ งั้นข้าไปก่อนนะ” น้ำทั้งหมดแตกกระจายลงอ่างกลับไปเหมือนเดิม


ผมมองน้ำในอ่างนิ่งๆ ปรับสติตัวเองให้เข้าที่เข้าทางก่อนจะถอดเสื้อออกและลากเท้าเข้าไปใต้ฝักบัว


หวังว่าสองคนนั้นจะไม่ได้ทำอะไรแปลกๆนะ



%%%%%%50%%%%%%



รู้ตัวอีกทีก็โดนลากออกมาข้างนอกซะแล้ว


ทิ้งลี่จังไว้ที่บ้านสัตว์เลี้ยงกับเครอส ความจริงเรียกว่าบ้านสัตว์เลี้ยงก็ไม่ค่อยถูก เอาเป็นว่ามันเหมือนมิติเล็กๆที่มีบ้านหลังหนึ่ง คล้ายๆกับพวกอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ไว้เก็บสัตว์เลี้ยงอย่างไรอย่างนั้น


ส่วนพิลล์ก็โดนคุณเรซิ่น รองผอ.หน้าสวยเดินมาตามถึงที่ แถมยังบิดหูลากออกไปเคลียร์เอกสารที่คั่งค้างเอาไว้เป็นกองพะเนิน ทิ้งผมกับซาวด์เอาไว้สองคน


สุดท้ายเจ้าตัวก็บอกอยากออกมาเดินดูในเมือง ผมเองก็ยังไม่ได้เดินเที่ยวเหมือนกัน ว่าจะเดินหาร้านหนังสือเก่าในเมือง หาหนังสือน่าสนใจมาอ่านซักเล่ม


“เซโรว์ ไอ้นี่อร่อยดีนะ”


ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่คำว่า คุณ ครับ หายไปจากประโยค ผมมอง “ของกิน” ในมือของซาวด์แล้วทำหน้าแปลกๆใส่


ขาไจแอนท์อีกัวน่าราดซอสสไปซี่ทอดกรอบ ของอย่างนี้กลืนมันลงไปได้ยังไงกันเนี่ย


“ไม่เอาเหรอ แพงนะ” ซาวด์เอียงคอมองผมงงๆ ในมือถือของน่าตาแปลกๆที่ผมไม่กล้าถาม อีกฝ่ายพอได้คำตอบก็ไม่ถามต่อ ไม่ใช่เพราะเกรงใจ แต่เพราะสายตาดันไปเห็นอะไรดีๆ(?)เข้า


“นั่นร้านขายต้นไม้ล่ะ เซโรว์! ไปดูกันเถอะ!


คนตัวสูงกว่าผมอ้าปากเขมือบของกินในมือลงปากภายในพริบตา จากนั้นก็คว้าข้อมือผมแล้วเดินดุ่มๆตรงไปร้านต้นไม้ทันที


กริ๊งๆๆ


“ยินดีต้อนรับค่ะ ไม่ทราบว่าต้องการต้นไม้ชนิดไหนคะ” พี่สาวพนักงานร้านยิ้มถามอย่างเป็นมิตร และมันยิ่งฉีกกว้างขึ้นอีกเมื่อเห็นชายหนุ่มผมสีน้ำตาลทองเดินเข้ามา (ไม่ได้สังเกตเลยว่าหนีบใครมาด้วย)


“พืชทนแล้งไม่ก็พืชกินคน มีไหมครับ” คำตอบจากหนุ่มหล่อที่ได้รับกลับมาทำเอาเธอเป๋


“เอ่อ...คุณลูกค้าคะ ที่นี่เราขายแต่พืชดอกและพืชสวนค่ะ...สนใจเข้าไปดูไหมคะ”


“ที่บ้านผมปลูกแต่พืชแบบนี้ครับ อีกอย่าง....ผมปลูกต้นไม้ธรรมดาไม่ได้เลย ตายหมด” หนุ่มหล่อเกาแก้มแอบเขินเล็กๆ เล่นเอาเธอกรี๊ดจนไม่ได้ฟังเนื้อหาใจความที่เขากล่าวเลยแม้แต่น้อย


ผมดึงชายเสื้อซาวด์เบาๆ แต่เขาก็หันมา


“ซาวด์อยากได้พืชกินคนหรอ? ผมหาให้ได้นะ” เรือนกระดิ่งแก้วมีเยอะแยะไป พวกเด็กๆเองก็อยากจะหาเจ้าของเหมือนกัน ใครจะอยากอุดอู้อยู่ในเรือนกระจกอย่างเดียวกันล่ะ


“จริงเหรอ?! งั้นผมขอนะ! ขอบคุณมากครับ” ยิ้มอีกครั้งพร้อมออร่าที่เปล่งประกายสะท้อนแสงแดด เจ้าตัวไม่รอช้ารีบลากผมออกมาจากร้าน ปะทะกับแสงแดดที่ส่องลงมา


“ฮ้า~ วันนี้แดดดีจังเลย อารมณ์สุดๆไปเลย”


ผมมองเส้นผมสีน้ำตาลทองสะท้อนกับแสงแดดเป็นประกาย ร่างสูงของชายหนุ่มที่ดูสุภาพราวกับจะเป็นคนละคน ผมมอง...และเอื้อมมือขึ้นไปแตะจมูกโด่งเป็นสันนั่น


อีกฝ่ายชะงักกึก หันมามองผมอย่างแปลกใจ


“...” ยังไม่ทันจะพูดอะไร ซาวด์ก็ลากผมเข้าไปในตรอกระหว่างตึก ผมอ้าปากค้างมองอีกฝ่ายดันผมเข้าผนังอย่างรวดเร็ว


“เมื่อเช้า...รู้สึกยังไงครับ” นัยน์ตาสีเขียววาววับขึ้น แทนที่ผมจะดิ้นรนกลับยืนมองเขานิ่งๆ


“ผมรู้...” เสียงลมหายใจแผ่ว “คุณไม่ใช่คนโง่ แค่ขึ้นอยู่กับว่าจะยอมรับมันเมื่อไหร่”


ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่มือใหญ่จับข้อมือสองข้างของผมเอาไว้เหนือศีรษะ ส่วนมืออีกข้างค่อยๆเกลี่ยผมรุงรังสีม่วงออก เผยให้เห็นดวงตาสีหมอกขุ่นมัวไม่มีแสงสะท้อนในนั้น


“ตั้งแต่ ดิ เอ็มเพอเรียร์ ทำพันธะสัญญากับคุณแล้ว ผมว่าต่อให้คุณโง่ยังไงก็ต้องสงสัย...”


ดวงตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเย็นชา ความเงียบดำเนินไปราวกับอยู่คนละโลกกับภายนอก


“ได้โปรด....ยอมรับมันสักที”


ริมฝีปากประทับจุมพิตลงบนจมูก


“นามเจ้าคือเซโรว์ นามข้าคือซาวาเรียร์


“จงผูกพันธะสัญญาระหว่างเรา ในนามแห่ง อัล บัลทาซาร์ และ ลา ซิลเลนเซีย


เปลวไฟสีเขียวที่พุ่งเข้ามา...


ใช่ ผมไม่ได้โง่ เพียงแต่


หากปล่อยมันเป็นอย่างนี้ จะไม่ดีกว่าเหรอ?


“ตอบรับสิ” อีกฝ่ายยิ้มเศร้า “ข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่ได้มีพันธะสัญญาเพียงเท่านี้หรอก แต่ข้าขอ...ขอเฝ้ามองเจ้าอยู่ตรงนี้ก็เพียงพอแล้ว”


“ข้าน้อมรับพันธะสัญญา” เถาวัลย์โผล่ขึ้นมารัดขากับตัวผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทั้งๆที่เป็นเถาวัลย์หนามแต่กลับไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลย และพอผมพูดจบ เถาวัลย์ก็สลายหายไปพร้อมกับแสงสีเขียวจ้า


ชายหนุ่มกดย้ำจุมพิตที่จมูกอีกครั้ง เรื่อยลงมาที่ปาก แต่ก่อนจะถึง เขาก็หยุดชะงัก


“จำไว้นะ...ริมฝีปากของนาย ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์ประทับที่ตรงนั้น”


ปากผมศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นเลยหรอ? หรือนี่ผมควรเปิดประมูลจูบดี ท่าทางจะได้หลายเงิน


นี่ผมกำลังนอกเรื่องสินะ กลับเข้าเรื่องก่อน


“ซาวด์ ปล่อยผมได้รึยัง เลิกเบียดเข้ามาได้แล้ว” ผมว่าเสียงเข้ม คนที่ทำตัวเนียนไม่แพ้พิลล์ส่งเสียงในลำคอเจ้าเล่ห์พิกล


“แหม ผมรู้น่าว่าเซโรว์ชอบกลิ่นนี้” ว่าแล้วก็จับหัวผมเข้าไปชิดหน้าอกตัวเอง


“อื้อ! อ่อยอ๊ะ” ปล่อยนะ! ถึงจะเคลิ้มแค่ไหนแต่ผมก็ยังมีสติครับ!


“ดีใจจังเลย ผมได้เป็นคนที่สองที่เซโรว์ทำสัญญาด้วย ถึงจะอยากเป็นที่หนึ่งก็เหอะ” ซาวด์บ่นพึมพำอะไรบางอย่างที่ผมจับใจความไม่ได้


“เพื่อเป็นการฉลอง เราลองเดินเข้าไปข้างในมากกว่านี้ดูไหม” นิ้วยาวชี้ไปด้านในของตรอกที่เรายืนกันอยู่ ผมชักสังหรณ์ชอบกลแฮะ รู้สึกว่าจะเคยเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันในตรอกแบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง...


“จะเข้าไปทำไมกัน รีบออกไปกันเถอะ” ทำไมแรงผมถึงสู้เจ้าคนที่ดูสุภาพนี่ไม่ได้กันฮะ


“ผมมีของที่จะต้องซื้อนิดหน่อย...คุณก็ด้วยไม่ใช่เหรอ?”


“ฉันจะไปซื้ออะไรในตรอกมืดอย่างนั้นกั....อย่าบอกนะว่า” ผมหลิ่วตามอง เห็นชายแก่ไม่ใส่เสื้อคนหนึ่งนั่งพิงกำแพงอยู่บนพื้นที่ชื้นแฉะ ในมือมีมวนยาสูบบางอย่างที่ผมไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร


เขาเหลือบตามองผมสองคนที่เดินเข้ามาแบบไม่สนใจใคร ก่อนจะแค่นเสียงเหอะ!


“เข้ามาทำอะไรในตรอกมืดๆแบบนี้วะ จะมีอะไรกันก็ไปมีที่อื่นไป๊!


“ที่นี่เป็น มุมที่แสงตกกระทบไม่ถึงของเพชร สินะครับ” ซาวด์ก้าวนำผมออกไป เขาย่อตัวลงไปนั่งยองๆเสมอกับชายแก่ผอมแห้งคนนั้น “ผมต้องทำยังไงถึงจะเข้าไปได้ครับ ช่วย...บอกที”


ชายแก่เงยหน้าจากพื้นขึ้นมาสบดวงตาสีเขียวที่เรืองแสงสว่างจ้าทั้งที่อยู่ในที่มืด บางอย่างในตัวเขา อาจเป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอดจากประสบการณ์ที่มีมา ร้องลั่นขึ้นในหัว ร่างกายไม่อาจควบคุมให้หยุดสั่นเบาๆได้ ยิ่งเมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มจางๆเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขาแล้ว


คนประเภทนี้ไม่ควรยุ่งด้วยเป็นที่สุด


“ค่าเข้าคนละ 1,000,000 เหรียญทอง หากพวกท่านไม่มีเสื้อคลุม ขะ...ข้ามีเสื้อคลุมขายให้ท่านอีกตัวละ 100 เหรียญทอง ไม่ซื้อก็ไม่เป็นไร...แค่พะพวกท่านจะตกเป็นเป้าเท่านั้นเอง....”


แพงจังครับ ตาแก่นี่จะเขี้ยวไปไหนกัน


แต่ดูเหมือนซาวด์จะไม่คิดน่าคิดหลังเลยแม้แต่น้อย เจ้าตัวล้วงถุงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะโยนมันลงไปที่พื้น


“แค่นี้คงพอใช่ไหมครับ สำหรับสองคนกับเสื้อคลุมที่คุณภาพดีที่สุด 2 ตัว”


เป็นชายแก่เสียเองที่ตากว้าง มองของตรงหน้า ร่องรอยความตื่นเต้นตกใจแสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด เจ้าตัวรีบคว้ามันขึ้นมา กวาดสายตามองรอบหนึ่งก็จะเอื้อมมือไปหยิบแผ่นหินสีดำสนิทสองอันมาให้


“นี่เป็นป้ายสำหรับคนที่เข้าไปได้ ป้ายสีดำคือระดับบุคคลทั่วไป ระวังพวกป้ายสีอื่นๆไว้ พวกมันระดับป้ายสูงกว่าท่านมาก สีเทาอ่อนคือพวกพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป สีฟ้าคือนักประมูล สีเหลืองคือพวกคนจับ สินค้า มาขาย ส่วนสีแดงคือผู้มีอำนาจ สีขาวคือพวกผู้คุ้มกัน แต่ที่พวกท่านไม่ควรจะยุ่งมากที่สุด...คือพวกไร้ป้าย” ชายแก่พ่นข้อมูลออกมาเป็นชุด “พวกมันอยู่เหนือระบบทั้งมวล เป็นตัวอันตรายที่ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าแตะต้อง พยายามหลีกเลี่ยงเข้าไว้” เขาเหลือบมองชายหนุ่มอย่างระวัง ปากก็พูดต่อ


“เสื้อคลุมถูกเก็บไว้ในป้าย ท่านสามารถเลือกรูปแบบของเสื้อคลุมได้ครั้งแรกที่ท่านใส่ ทะ...ทางเข้าอยู่ทางนี้” ว่าแล้วรีบหลีกทางให้คนสองคนเดินเข้าไป สายตากร้านโลกมองร่างที่ลับหายไปในความมืดก่อนจะถอนหายใจแรง มองของในมือด้วยสายตากังวลปนละโมบ


“อัญมณีปีศาจ ของพวกนี้มีค่ามหาศาลกว่าเงินท้าเรียกไปซะอีก ฮ่าๆๆ ข้าต้องรีบเก็บก่อนที่พวก เจ้าที่ นั่นจะมา” นัยน์ตาเจ้าเล่ห์กลอกไปมาด้วยความกระวนกระวาย


ยังไม่ทันทีจะได้พูดอะไรต่อ ศีรษะโล้นเตียนนั่นกลับหลุดลงจากบ่า ตาแก่ยังคงเหลือกตามองเพชรสีดำอมม่วงที่อยู่ในถุงนั้น สิ่งที่เรียกว่าอัญมณีปีศาจ...ได้พามัจจุราชมาสู่ชีวิตตัวเอง


“เหอะ เจ้าเด็กบ้า” เสียงเย็นชาดังขึ้นในความมืด “อุตส่าห์ให้เศษเพชรเจ้ามนุษย์นี่ แต่ดันสั่งให้ข้ามาเก็บมันเนี่ยนะ จะเรียกว่าอำมหิตหรือเจ้าแผนการดีล่ะเนี่ย”


นัยน์ตาคมราวกับเหยี่ยวมองเข้าไปในทางเข้านั้น ก่อนที่เสียงเหอะจะออกมาจากปาก


“ลี่ฝากซื้อของกินแปลกด้วย เจ้าเด็กบ้า” พูดจบก็หายตัวไป ทิ้งศพชายชรานอนอยู่ตรงนั้น


“เข้าใจแล้ว เครอส” เสียงของใครบางคนตอบกลับมา “ฝากลี่จังด้วยว่าผมจะเอาของฝากจาก ตลาดมืด กลับไปให้ละกัน”





50%

ขอลงแค่นี้ก่อนนะคะ ไม่ไหวแล้วปวดตา

จำเป็นต้องตัดครึ่งก่อน แล้วเดี๋ยวจะเอามาลงพรุ่งนี้ค่ะ ถ้าว่างแต่งต่อได้

แปะภาพนี้ต่อไปนะ ฮาที่บอกว่าเปิดมาแล้วตกใจจริงค่ะ5555


100%

สำหรับครึ่งแรก...หรอออ เซโรว์นายแน่ใจหรอว่าน้องนายกับเพื่อนเป็นแค่แก๊งเด็กเล่นน่ะ หึหึ

สำหรับครึ่งหลัง...ช่วงนี้ปล่อยซาวด์ทำคะแนนไปก่อน ใครอาจจะคิดว่ายังไม่ทันสปาร์คเลย ทำพันธะกันอีกแล้ว เดี๋ยวก็รู้....เรื่องนี้เหมือนจะใส แต่ความจริงแล้วปมเยอะแยะไปหมดดด แอบดราม่าด้วย

แต่ถ้าใครคิดว่าซาวด์เราเป็นหนุ่มสไตล์พระรองผู้แสนดี ศรีทนได้ล่ะก็...คิดผิดค่ะ! อีตานี่มันจอมมาร จอมมารของแท้เลยย

ลาก่อนนะคะ เจอกันอีกทีน่าจะวันอังคาร รักคนอ่านทุกท่านเลยนะคะ ช่วยกันโหวตช่วยกันเม้นเพื่อเป็น ATP ให้คริสได้เอามาใช้กันหน่อยยย (เด็กวิทย์รู้เนอะว่าคืออะไร5555)

ปล. ช่วยไปเล่นโพลที่คริสทำไว้หน้าแรกกันหน่อยนะคะ เข้าใจว่าเรื่องนี้ฮาเร็ม แต่แต่ละคนก็ต้องมีเมนของตัวเองบ้างแหละ เพราะฉะนั้นอาจจะมี Inside ของตัวละครที่ได้รับผลโหวตสูงสุดก็ได้นะ (แต่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไร ฮา) เข้ากันไปเล่นหน่อยนะคะ

Crytalsphere


สปอยตอนต่อไป


"ตลาดมืด? ไม่ใช่ว่าตลาดมืดมันต้องมืดๆทึมๆสมชื่อไม่ใช่เหรอ แล้วตลาดที่เปิดไฟสว่างจ้านี่มันคืออะไร?!"


"ผมกำลังหาร้าน 'ขายของเล่นสำหรับผู้ใหญ่' อยู่น่ะครับ ไม่ทราบว่าไปทางไหนครับ"


"คราวนี้ผมต้องหาวัตถุดิบมาทำอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยทำมาให้ได้!!"


สาบานได้ว่าเรื่องใสๆและไม่ใช่นิยายทำอาหารนะเออ!XD


แถมสำหรับคนที่เพิ่งเข้ามาอ่าน วาดเองค่ะเน่าๆ ปากกาตัดเส้นพังเรียบร้อย สงสัยต้องเริ่มหัดใช้โปรแกรมวาดอย่างจริงจังแล้วล่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

408 ความคิดเห็น

  1. #384 Chooon (@Chooon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 01:40
    ปริศนาเยอะจังเยอะจนตามไม่ทันเลยอ่ะ
    #384
    0
  2. #298 readerRoma (@readerRoma) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 10:13
    โรมเอ เลือดพุ่งเลยย กริซซซซซซ
    #298
    0
  3. #287 Chëetαн´ (@honey-candy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 10:43
    ของเล่นอะไรหรอมมมม หุหุหุ

    ฉากทำพันธะสัญญามันช่างคิดลึกเสียจริง

    ในตรอกมืดๆซอยแคบๆไรงี้ งือออ
    #287
    0
  4. #121 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 19:29
    มารอแร้วววววว ปักป้ายปูเสื่อรอแล้วจ้าาา~~~~~
    #121
    0
  5. #119 silver_มังกร (@mafis-dragon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 00:59
    ดูเป็นนิยายที่ไม่เหมือนใคร😂😂
    #119
    0
  6. #118 sakiritakara (@sakiritakara) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 17:48
    หนุกหนานอะ
    #118
    0
  7. วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 16:15
    เป็นเรื่องที่เดาอะไรไม่ได้เลย ทุกคนดูมีปริศนา ดูแพงอ่ะ น่าติดตามสุดๆ ว่าแต่เมื่อไหร่นายเอกเราจะได้ตัดผม? 5555555
    #117
    0
  8. #116 0984359329 (@0984359329) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 13:46
    นายเอกเราเป็นไงเนี่ยปริศนาเยอะสุดเเก้ไม่ออกเลย
    #116
    0
  9. #115 ruby (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 19:35
    แลดูมีความลับเยอะ ทุกตอนละคร

    อยากให้นายเอกเทพๆ ด้วย 5555
    #115
    0
  10. #114 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 18:36
    เสียงร้องของภูติน้ำ มันชวนคิดลึกมาก ="=
    #114
    0
  11. #113 fFfFrailty_zZ (@-christin-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 17:42
    อาวุธ มีดปืน ของมีคม ปะของเล่นสำหรับผู้ใหญ่ หรือจะเป็นอำนาจ? นี่พยายามจะไม่คิดลึกอยู่นะ
    #113
    0
  12. #112 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 17:06
    เอ่ออออ อะไรคือของเล่นสำหรับผู้ใหญ่.... -////////-
    #112
    0
  13. #111 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 16:42
    จะซื้อ'ของเล่น'แบบไหนอ่าาาา คึคึคึ รอๆๆๆๆๆๆ
    #111
    0
  14. #110 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 00:05
    น่าตามมากค่ะ อ่านรวดเดียวแบบด่วนๆเลย ตามต่อยาวๆเลยค่ะ
    #110
    0
  15. #109 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 23:33
    แก๊งน้องชายมาตามหาพี่ชายสินะ น้องชายบราค่อน กับอาจารย์สตอคเกอร์5555
    #109
    0
  16. #107 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 19:25
    น่าร้ากกกกก ><
    #107
    0
  17. วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 18:57
    ตกใจจริงๆไรท์ พ่อนั่งด้านข้างอ่ะ เกือบปิดไม่ทัน มาต่อนะรอค่าาาา
    #106
    0
  18. #105 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 18:54
    รอๆๆๆๆๆๆ
    #105
    0
  19. #104 PJ_20446 (@2JP_2550) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 18:49
    เปลือยท่อนบนทำไม><
    #รอครับ~~~~
    #104
    0
  20. #103 Vava_Qeen X (@ying21346) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 18:31
    น่ารักจัง ><
    #103
    0