because it was life{infinite/gyuwoo/hojong}

ตอนที่ 11 : บทที่9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ต.ค. 60

อูฮยอนอา กลับกันเถอะ

...................................

อูฮยอนอา”    ผมว่าก่อนจะค่อยๆพยายามดันคนตัวเล็กที่พิงผมไว้อยู่  ผมเรียกเขาอยู่สักพักแต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆจากคนตัวเล็ก ได้แต่นึกขันในใจว่าสงสัยคงเผลอหลับไปแล้ว แต่เมื่อผมดันเขาออกมาสำเร็จและได้เห็นใบหน้าซีดขาวที่ไร้สีเลือด ริมฝีปากอมชมพูที่ผมชอบแอบคิดในใจว่าน่าลิ้มลองและผมก็พึ่งได้สัมผัสไปนั้นดูแห้งผาก ลางสังหรณ์ในใจผมร้องเตือนว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ  ณ ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูก รีบอุ้มอูฮยอนที่ไม่ได้สติมาที่รถก่อนจะต่อสายหาซูจองทันที  แต่ผมกลับต้องแปลกใจเมื่อซูจองที่รับสายไม่ได้มีน้ำเสียงที่ตื่นตระหนกสักนิด เธอบอกให้ผมรีบพาอูฮยอนมาที่ตึก ทันทีที่มาถึงก็มีเจ้าหน้าที่มากมายมารับตัวอูฮยอนไป  ผมไม่รู้ว่านี่มันเรื่องอะไรแต่ผมกลับรู้สึกเหมือนว่าสิ่งนี้ได้ถูกเตรียมพร้อมเอาไว้อยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะโทรมาด้วยซ้ำ  ผมไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในห้องฉุกเฉินประจำตึก ผมนั่งรออยู่ตรงนั้นไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ก่อนที่ซุจองจะเดินออกมาจากห้องนั้นพร้อมชายสูงอายุดูภูมิฐานคนหนึ่งที่อยู่ในชุดเสื้อกาวน์เหมือนกัน ทั้งสองคนเดินมาหยุดตรงหน้าผมพูดคุยกันสองสามประโยคก่อนที่ชายคนนั้นจะเดินออกไป  ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาพูดอะไรกัน สิ่งเดียวที่ผมอยากรู้ตอนนั้นคือนี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมทุกอย่างกลับกลายเป็นแบบนี้

สงสัยใช่มั้ยล่ะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น  ซุจองยืนอยู่ตรงหน้าผมก่อนจะเริ่มพูดขึ้นมา

......................................

ฉันขอโทษนะที่ไม่เคยบอกอะไรมาก่อน แต่ฉันคิดว่านายควรรู้จากปากน้องเองมากกว่า

..........................................

อูฮยอนเป็นน้องชายของฉัน  อาจจะไม่ใช่น้องแท้ๆแต่ฉันก็รักเขาเหมือนอย่างนั้น  เมื่อสองปีก่อนอูฮยอนต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการปวดหัวอย่างรุนแรงก่อนจะถูกส่งกลับมารักษาที่นี่  ฉันว่าคุณดงอูน่าจะเคยพูดเรื่องการหาทุนเข้ามูลนิธิโรงพยาบาลจากหนังของนายแล้วนะ

เธอหมายความว่ายังไง  ผมพูดก่อนจะลุกขึ้นไปยืนประจันหน้ากับเธอ

นายเป็นคนฉลาดซองกยู  นายรู้ว่าฉันหมายความว่ายังไง มูลนิธินั้นก่อตั้งโดยลูกเจ้าของโรงพยาบาลนี้  ซึ่งฉันเป็นลูกเจ้าของแต่ฉันไม่ได้ป่วย และฉันมีน้องชายแค่คนเดียว

...........................................

อูฮยอนป่วยเป็นมะเร็งสมองซองกยู  หลังจากประโยคนั้นของซูจองผมก็ไม่ได้ยินอะไรอีกเลย ผมทรุดตัวลงไปนั่งตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทำไมเรื่องแบบนี้มันต้องเกิดขึ้นกับคนที่ผมรักทุกที ทำไมต้องเป็นเขา ทำไมต้องเป็นอูฮยอน นี่ใจคอฟ้าจะไม่ให้ผมมีความสุขบ้างเลยหรอ

----------------because  it was life----------------

 

คัท  วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ  เลิกกอง

ขอบคุณที่ทำงานหนักครับ / ขอบคุณครับ / ขอบคุณค่ะ  เสียงจอแจมากมายดังขึ้นหลังจากที่ผู้กำกับคนเก่งสักเลิกกองหลังจากที่ถ่ายกันมายาวนานอีกสองชั่วโมงก็จะครบ36 ชั่วโมงแล้ว  ผมเดินไปเก็บของและเดินกลับไปที่บ้านพัก ผมได้บ้านพักเดี่ยวหลังเล็กทำให้ไม่มีคนมาวุ่นวายอะไรมากมายนัก มันสงบและเป็นส่วนตัวช่วยให้ผมสามารถคิดเรื่องอะไรได้หลายๆอย่างแต่ในขณะเดียวกันมันก็เหงาอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่วันนั้นที่โรงพยาบาลผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกลับมาที่หอได้ยังไง อาจจะขับรถกลับมาหรือไม่ก็คงเป็นมยองซูที่โดนซูจองโทรตามให้มารับ  นี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วนับตั้งแต่วันนั้น ผมกับเขาก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย อูฮยอนไม่ได้ติดต่อมาแล้วผมก็ไม่ได้ติดต่อไป จนถึงตอนนี้สิ่งที่ผมได้รับมีเพียงแค่ข้อความของซูจองเมื่ออาทิตย์ก่อนว่าอูฮยอนฟื้นแล้วและผมก็เลือกที่จะไม่ตอบอะไรกลับไป ระหว่างที่กำลังยืนมองวิวอยู่นั้นอยู่ดีๆผมก็รู้สึกได้ถึงแขนหนักๆที่พาดมาที่ไหล่ของผม เมื่อหันไปก็เห็นว่าเป็นผู้กำกับควบด้วยตำแหน่งพี่ชายคนสนิทของผมที่เข้ามาหา

มายืนเป็นพระเอกหนังเอ็มวีอะไรตรงนี้ ในนี้ไม่มีนางเอกให้มึงหรอกนะ มีแต่หมีป่าหมูป่าเอามะ

หึ ตลกละเฮีย

 ผมหันไปทำหน้าตายตอบเฮียก่อนจะโดนดึงให้ไปนั่งด้วยกันที่โซฟา เฮียนั่งมองหน้าผมโดยไม่พูดอะไรออกมา

ขนลุกนะเฮีย มองไรเนี่ย

................................

เฮียมีไรก็พูดเหอะ / “มึงมีไรอยากบอกกูมั้ย

.............................

เฮียหมายความว่าไงอะ  หรือว่างานผมออกมาไม่ดีหรอ

เปล่าๆ กูแค่รู้สึกว่ามึงมีอะไรบางอย่างในใจที่มันหนักหนามาก กูไม่อยากให้มึงเก็บไว้คนเดียว มีอะไรบอกกูได้นะเว้ย

.........................................

มึงรู้ใช่มั้ยว่ากูเป็นห่วง

.....................................

มึงไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะซองกยู มึงมีกูมีน้องๆ มึงไม่จำเป็นต้องผ่านมันไปคนเดียวนะเว้ย

หลังจบประโยคของเฮียความเข้มแข็งและความอดทนทั้งหมดที่ผมพยายามสร้างขึ้นมาก็พังทลายลงไป น้ำตาของผมไหลออกมาไม่หยุด เหมือนจะชดเชยกับเหตุการณ์ทุกอย่างที่เคยผ่านเข้ามา เฮียเดินเข้ามาบีบไหล่ผมแต่ไมได้พูดอะไร เรานั่งเงียบกันไปอีกสักพักก่อนที่ผมจะเริ่มพูดออกมา

เฮียจำเรื่องโซรากับแม่ผมได้มั้ย โซราเขาเป็นความฝันของผม เป็นความรัก  เป็นทุกอย่างของผม ผมอยากเป็นนักร้องก็เพราะโซราบอกว่าอยากเห็นผมยืนอยู่บนเวที  เขาเป็นคนที่ทำให้ผมอยากร้องเพลง เขาทำให้ผมมีความฝัน ผมสัญญากับเขาว่าผมจะทำให้เขา ผมสัญญาอะไรกับเขาไว้มากมายแต่สุดท้ายผมก็เป็นได้แค่คนผิดสัญญา ไม่ว่าตอนนี้ผมจะพยายามเท่าไหร่ผมไม่สามารถจะกลับไปรักษาสัญญากับเขาได้แล้ว กับแม่ก็ด้วยผมคิดแค่ว่าถ้าผมประสบความสำเร็จกลับไปเมื่อไหร่ พ่อกับแม่ก็จะได้อยู่สบายมากขึ้น ผมจะมีทุกอย่างให้เขา แต่ความจริงผมมันก็แค่คนเห็นแก่ตัว ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่ผมรักป่วย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาต้องเจ็บปวดมากแค่ไหน  ผมกลับไปทันดูใจแม่แค่ช่วงอาทิตย์สุดท้าย ส่วนโซราผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมเสียเขาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมไม่เคยระแคะระคายด้วยซ้ำว่าน้องป่วยเป็นไอ้โรคบ้าๆนี่  

.............................

แล้วตอนนี้ ตอนที่ผมทำใจได้ ตอนที่ผมคิดจะเริ่มใหม่ ตอนที่ผมคิดว่าผมเจอคนที่รัก เจอคนที่จะเติมเต็มผมอีกครั้ง ทำไมไอ้โรคมะเร็งสมองบ้าๆนี่มันต้องเข้ามาทำลายทุกอย่าง ผมจะมีความสุขบ้างไม่ได้เลยหรอ

ฉันเข้าใจแกนะเว้ยซองกยู แต่ว่าคนคนนี้กับโซรา มันคนละคนกันนะ ฉันรู้ว่าแกกำลังโกรธตัวเองเรื่องโซรา แกโทษว่าเป็นความผิดตัวเอง แต่ถามจริงๆเถอะซองกยู ต่อให้แกรู้แล้วยังไงล่ะ แกจะรักษาเขาได้หรอ แกรู้แล้วเขาจะไม่ตายหรอ  ฉันรู้ว่าโซราเป็นคนที่แกรักมากที่สุดแต่การที่แกเอาแต่โทษตัวเองมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นนะเว้ย โซราไม่มีวันกลับมาและฉันเชื่อว่าเขาไม่ต้องการแบบนี้ แม่แกก็ด้วย ฉันว่าทุกคนอยากเห็นแกมีความสุขนะที่เขาไม่บอกก็เพื่อให้แกได้ทำความฝันของตัวเองอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพะวงอะไร ฉันว่าเขาตัดสินใจกันดีแล้ว เคารพการตัดสินใจของคนที่แกรักเถอะนะ

.................................

ส่วนคนที่แกพูดถึงนี่  คุณอูฮยอนใช่มั้ย

เฮียรู้จักเขาได้ไง

เหอะ  หนังเรื่องนี้ก็สร้างเพื่อเขาฉันเคยบอกแกแล้วนี่ อีกอย่างเขาเป็นคนเลือกแกมาเล่นด้วยตัวเองเลยนะ

........................................

ฉันรู้ว่าแกกลัวว่าทุกอย่างจะจบแบบเดิม แต่ว่ามันไม่เหมือนกันนะซองกยู  ตอนโซราแกไม่มีโอกาสได้รู้ด้วยซ้ำ  แต่ตอนนี้แกรู้นะเว้ยแล้วแกก็มีโอกาสจะตัดสินใจว่าจะใช้เวลาที่มีให้คุ้มค่าที่สุด หรือแกจะเอาแต่ยึดติดกับอดีตแล้วปล่อยเวลาผ่านไปโดยไม่รู้ว่ามันจะจบลงยังไง

ผมกลัวอะเฮีย กลัวว่าผมจะเสียเขาไปโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราจะมีโอกาสอยู่ด้วยกันนานแค่ไหน ถ้ามันต้องเป็นแบบนั้นการไม่มีความทรงจำร่วมกันมันอาจจะดีกว่าไม่ใช่หรอ

ไม่มีใครรู้อนาคตหรอกนะซองกยู ขนาดแกหรือฉันยังไม่รู้เลยว่าจะตายเมื่อไหร่ สิ่งที่เราทำได้คือทำวันนี้ให้ดีที่สุด สร้างความทรงจำดีๆไว้ให้มากที่สุด อย่างน้อยเมื่อวันนั้นมาถึงเราจะได้ไม่มานั่งเสียดาย เสียใจว่าเราน่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้เพราะไม่ว่าจะเสียใจแค่ไหนมันก็ไม่มีโอกาสอีกแล้ว

.............................................

แกบอกว่าแกรักเขาไม่ใช่หรอ ถ้าแกรักเขาทำไมแกถึงปล่อยเขาไปง่ายๆล่ะ ทำไมแกถึงเลือกจะให้เขาต้องเผชิญทุกอย่างคนเดียว ตอนนี้แกสามารถดูแลเขาได้ และแกสามารถรักเขาให้ดีที่สุดได้นะ

........................................

เรื่องนี้แกต้องตัดสินใจด้วยตัวแกเอง ฉันคงช่วยแกได้แค่นี้  แต่ฉันอยากบอกแกนะเว้ย ว่าถ้าแกรักเขาจริงๆมันไม่สำคัญหรอก ว่าจะอยู่ด้วยกันได้นานแค่ไหน แต่ว่าความรู้สึกและช่วงเวลาดีๆที่ได้อยู่ด้วยกันต่างหากที่สำคัญ

 

 

---------------because it was life-----------

 

Woohyun part.

ทันทีที่ผมลืมตาขึ้นมาก็รู้สึกได้ถึงภาพบรรยากาศที่คุ้นเคย อ่า ผนังสีขาวแบบนี้ กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนจมูก สายระโยงระยางของน้ำเกลือและอีกมากมายที่เจาะเข้ากับแขนของผม หึ ที่นี่คงจะเป็นบ้านของผมสินะ ใช่แล้วล่ะครับ ที่นี่คือบ้านของผม ผมอาศัยอยู่ในตึกผู้ป่วยของโรงพยาบาลนี้แหละ มองไปรอบๆไม่เห็นใครสักคน

ฮึ เผลอแค่นยิ้มให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง ผมหวังอะไรอยู่กันนะ หวังว่าจะมีพ่อแม่มาคอยฟุบหลับเฝ้าอย่างนั้นหรอ เรื่องแบบนั้นมันเคยเกิดขึ้นด้วยหรอนัมอูฮยอน  ผมค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นก่อนจะเดินไปนั่งหน้าคีย์บอร์ดที่ผมเอามาตั้งไว้ริมกระจกที่มองลงไปเห็นภาพด้านล่าง มุมนี้เป็นมุมที่ผมชอบมากที่สุด นอกจากเสียงดนตรีที่สามารถพาผมหลุดออกจากโลกแห่งความจริงได้แล้ว มุมนี้ยังเป็นมุมที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงามที่สุดด้วย คุณอยากรู้เรื่องราวที่ผ่านมาของผมมั้ยล่ะ ผมจะเล่าให้ฟัง  ผมเป็นลูกชายคนเล็กคนเดียวของศัลยแพทย์ประสาทมือหนึ่งและเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ ฟังดูน่าอิจฉาเนอะ แต่จริงๆชีวิตผมมันไม่ได้ดีแบบนั้นหรอกนะ เพราะผมไม่ใช่ลูกที่ทุกคนอยากให้มีนะสิ แม่ของผมกับพ่อพี่ซูจองนั้น เขาเคยคบกันสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แม่ผมเป็นนักศึกษาเอกการขับร้องที่กำลังเป็นที่จับตามอง ส่วนเขาเป็นนักศึกษาแพทย์ที่มีชื่อเสียงพอตัวด้วยฐานะของที่บ้าน  มันก็คล้ายๆเรื่องราวน้ำเน่าทั่วๆไปนั่นแหละ พ่อแม่ของฝ่ายชายไม่เห็นด้วยที่จะให้ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มายุ่งกับลูกชายของพวกเขา แม่ผมจึงเลือกที่จะจากมา แล้วพอเวลาผ่านไปผู้ชายคนนั้นกลับกลับมาเข้ามาในชีวิตแม่อีกครั้ง แม่เล่าว่าพวกเขาสองคนรักกันจนมีผมออกมาแต่ผมคิดว่าผมน่าจะเกิดจากความรักของแม่ฝ่ายเดียวมากกว่า หลังจากผมเกิดมาแม่ถึงได้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นมีครอบครัวอยู่แล้ว เขามีภรรยาที่เพียบพร้อมและลูกสาวแสนน่ารักอยู่คนหนึ่ง  แต่เขาก็ยังอุตส่าห์แสดงความรับผิดชอบโดยการให้ผมกับแม่เข้าไปพักในบ้านใหญ่ด้วยกัน  แล้วเรื่องราวน้ำเน่าก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แม่และผมถูกกลั่นแกล้งจากคนบ้านใหญ่ทุกคน มีเพียงแค่พี่ซูจองคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยแกล้งผมแถมยังคอยปกป้องผม มีเขาเป็นเรื่องดีๆเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นกับผมตอนอยู่ในบ้านนั้น และเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผมตัดสินใจยอมกลับมาที่นี่ พอผมอายุได้เกือบสิบขวบแม่ได้ตัดสินใจที่จะส่งผมไปเรียนต่อทางด้านดนตรีที่ออสเตรเลีย ตอนแรกผมไม่ยอมไปแต่แม่บอกว่าที่นั่นคือความฝันของแม่ ผมจึงยอมไป อันที่จริงดนตรีก็เป็นสิ่งที่ผมรักอยู่แล้ว ผมโตมากับเสียงดนตรี การเล่นดนตรีการร้องเพลงเป็นความสุขเพียงไม่กี่อย่างในชีวิตผม ในตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะไม่มีโอกาสได้เจอแม่อีก ผมไม่เคยติดต่อกลับมา ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม  ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ที่ผมเลิกเขียนจดหมายหาแม่ เลิกรอข้อความตอบกลับของแม่ ตอนนั้นผมคิดแค่ว่าสุดท้ายผมก็คงโดนทิ้ง เป็นแค่สิ่งที่ใครๆก็ไม่ต้องการ สิ่งเดียวที่เป็นแรงผลักดันให้ผมคือความฝัน ความฝันของแม่ที่กลายเป็นความฝันของผม ความฝันที่อยากจะขึ้นแสดงเพลงที่ผมแต่งเองในคอนเสิร์ตใหญ่ๆที่ทุกคนจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกของผม ที่ที่ผมจะได้รู้สึกมีตัวตนและเป็นที่ต้องการ จนเมื่อสองปีก่อนที่อาการของโรคแสดงขึ้นมา ตอนนั้นผมกำลังเตรียมการแสดงครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตผม การแสดงจบการศึกษาของผมที่จะมีแมวมองมาสังเกตการณ์ ก่อนขึ้นแสดงผมกำลังเตรียมตัวอยู่ด้านหลังเวทีแต่อยู่ดีๆก็เกิดอาการปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรง หลังจากนั้นผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมตื่นมาอีกทีในโรงพยาบาลโดยที่มีพี่ซูจองอยู่ข้างๆ ก่อนจะถูกพาตัวกลับมาที่นี่ อยู่ในห้องๆนี้

แกร๊ก  เสียงเปิดประตูที่ทำให้ผมสะดุ้งจากภวังค์ก่อนจะหันไปเจอพี่สาวคนสวยที่ส่งยิ้มมาให้

ฟื้นแล้วทำไมไม่กดออดละอูฮยอน คนอื่นเขาเป็นห่วงกันหมด

ใครกันหรอครับ เด็กๆหรอ

ก็ด้วยแต่พี่กับคุณพ่อก็ห่วงนายนะอูฮยอน

หึ ผมยิ้มให้เธอก่อนจะเอ่ยต่อ

ผมขอเชื่อแค่พี่เป็นห่วงผมละกันนะครับ

อูฮยอนอา...

พี่ยังจำช่วงแรกๆที่ผมมาได้มั้ย  ผมพูดก่อนจะทอดสายตามองไปที่ดวงอาทิตย์สีส้มลูกใหญ่ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า

จำได้สิ ช่วงนั้นน่ะนายไม่ยอมพูด ไม่ยอมทำอะไรเลย ขนาดเอาคีย์บอร์ดมาให้ยังไม่ยอมเล่นเลย แต่อยู่ดีๆวันนึงก็กลับกลายเป็นคนละคน

ผมยิ้มตามเมื่อนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาเหล่านั้น ใช่ตอนแรกๆที่มาที่นี่ หลังจากรู้ว่าแม่ไม่อยู่แล้วและได้รู้สาเหตุว่าแม่เป็นคนไม่ให้บอกผมตอนท่านป่วยเพราะแม่สงสัยว่าผมมีโอกาสเป็นโรคเหมือนกัน และถ้าผมรู้ผมอาจจะเครียดจนทำให้อาการแสดงออกมาได้ แต่ถึงยังไงอาการมันก็ต้องออกอยู่แล้ว ช่วงนั้นผมเหมือนคนไม่เหลืออะไรในชีวิต ผมไม่สามารถกลับไปทำตามความฝันได้ ผมคิดว่าผมคงไม่สามารถมีความสุขในชีวิตได้อีก แต่แล้ววันหนึ่งผมก็มองลงไปเห็นเด็กผู้หญิงคนนึงเธอสวมหมวกไหมพรมสีชมพูน่ารักและกำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออย่างสนุกสนานทั้งๆที่ดูก็รู้ว่าเป็นเด็กป่วยด้วยใบหน้าขาวซีดนั้น แต่กลับมีดวงตาที่สดใส ผมมองเขาอยู่สักพักก่อนที่เด็กคนนั้นจะหันมองขึ้นมาสบตาผมก่อนจะยิ้ม สาบานได้ว่านั่นเป็นยิ้มที่สดใสที่สุดที่ผมเคยเห็นมา ไม่รู้ว่าผมพาตัวเองลงมาข้างล่างตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้สึกตัวอีกทีผมก็นั่งอยู่ท่ามกลางดอกไม้กับเด็กคนนั้น เขาสอนอะไรผมหลายๆอย่าง สอนให้ผมเข้าใจว่าชีวิตมันยังต้องเดินต่อไป สอนให้ผมมีความสุขกับชีวิตที่มันเป็นไป และสอนให้ผมรู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลของมัน เราไปแก้ไขไม่ได้แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วให้ยอมรับและมีความสุขไปกับมันเพราะอะไรที่เกิดขึ้นแล้วมันดีเสมอ ผมคุยกับเด็กคนนั้นจนค่ำเขาเป็นต้นแบบของผม เป็นแรงบันดาลใจเป็นคนที่ทำให้ผมอยากจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ คนที่ดีพอจะเป็นที่พึ่งให้คนอื่น หลังจากวันนั้นผมไม่เคยเจอเด็กคนนั้นอีกเลย มีเสียงแค่ดวงตาเป็นประกายและชื่อของเขาเท่านั้นที่ติดอยู่ในความทรงจำของผม ผมเปลี่ยนเป็นคนละคนหลังจากวันนั้น ผมเริ่มรับการรักษา และเริ่มกลายเป็นพี่อูฮยอนของน้องๆ ทุกครั้งที่เด็กคนไหนไม่สบายใจอะไรผมพร้อมที่จะเข้าไปเมื่อช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นเสมอ และนั้นก็กลายเป็นความสุขของผมที่ผมได้ค้นพบอีกครั้ง 

วันนั้นผมได้เจอเด็กผู้หญิงคนนึงครับ เด็กที่เปลี่ยนตัวผมไปตลอดกาล คนที่ทำให้ผมได้รู้ว่าผมเกิดมาเพื่ออะไร น้องเขาชื่อโซราครับ

 

---------------because it was life-----------

 

 

คัทททท ปิดกล้องงงงงงงง 

เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ  เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังขึ้นทันทีที่ผู้กำกับสั่งคัทฉากสุดท้ายของเรื่องนี้ ในที่สุดการถ่ายทำหนังสั้นอันแสนโหดนี่ก็จบลงหลังจากที่แทบไม่ได้นอนตลอดเวลาเกือบเดือนที่ผ่านมา ผมที่พึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จและกำลังจะเดินกลับที่พักก็โดนเฮียชิ้นลากไปที่บ้านใหญ่ก่อน

เห้ย มึงจะไปไหนวะ ปิดกล้องนะโว้ย มันต้องฉลองดิวะ

เหนื่อยๆอะเฮีย

ยิ่งเหนื่อยยิ่งต้องกินเว้ย เอ้าชน”   เฮียพูดก่อนจะคว้าแก้วเหล้าแถวๆนั้นมาให้ผมพลางชนแก้ว ผมไม่รู้ว่ากินกันนานขนาดไหนรู้อีกทีไอ้พวกที่ร่วมวงกันเมื่อกี้ก็ไหลลงไปนอนกับพื้นเกือบหมดแล้ว เหลือแค่ผมกับเฮียที่เมาแต่ก็ยังประคองสติไว้ได้ ผมเอ่ยลาเฮีย หันหลังกำลังจะกลับบ้านพักแต่เสียงเฮียก็ขัดขึ้นมาซะก่อน 

ไอ้กยู นี่ก็ผ่านมาสักพักละนะเว้ย กูว่ามึงน่าจะตัดสินใจอะไรได้แล้วนะ

....................................

อะไรที่ทำแล้วไม่มีความสุขจะฝืนไปเพื่อใครวะ มันไม่เกิดประโยชน์เลยนะเว้ย

......................................

ถ้ารักทำไมต้องทำเหมือนไม่รักวะ จะทรมานกันไปเพื่อใครสุดท้ายก็ต้องเจ็บกันทุกฝ่ายอยู่ดี

.....................................

........................................

ผมตัดสินใจแล้วน่าเฮีย ไม่ต้องห่วงหรอก เจอกันพรุ่งนี้นะ ผมตอบไปแค่นั้นก่อนจะเดินกลับมาที่บ้านพัก ระหว่างทางก็ได้แค่คิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทั้งหมด ผมตัดสินใจดีแล้ว ในชีวิตนี้ผมรู้ว่ามีหลายครั้งที่ผมทำอะไรผิดพลาด ตัดสินใจอะไรผิดไปหลายๆอย่าง แต่ครั้งนี้ผมขอให้มันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องสักครั้งก็พอ 


TBC

*************************************************************************

สวัสดีค่ะทุกคน ก่อนอืนต้องกราบขอโทษจริงๆที่หายไปนานมากๆ ไม่รู้จะยัง

มีใครอ่านอยู่ไหม น้องขอโทดจริงๆ นี่เป็นตอนที่แต่งไว้ในสตอกตอนสุดท้ายค่ะ

ยังไม่มีตอนต่อไปที่เตรียมไว้นะ คือพลอตอยู่แต่ยังไม่ได้แต่ง แต่เราเคยสัญญา

ว่าเราจะจบเรื่องนี้ให้ได้ ฉะนั้นเรายืนยัยคำเดิมค่ะว่ามันต้องจบ55555

สำหรับตอนนี้ก็เฉลยโซราแล้วเนอะ นางเป็นเหมือนคนในความทรงจำค่ะ

เป็นรักแรก เป็นน้องเป็นทุกอย่างอะ แถมยังมีความเกี่ยวข้องกะตะยอนด้วย

อดีตบ้านตะยอนก็มาเรียกได้ว่ามีทุกอย่างในตอนนี้ เฉลยหมดเลย555555

หลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรมากแล้วค่ะ ใกล้จบแล้วนะ มาลุ้นไปด้วยกันเนอะว่าเราจะจบได้เมื่อไหร่

ขอบคุณทุกคนมากนะที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ ขอบคุณทุกเม้นจริงๆ คือแบบมัน

สำคัญมากนะ เวลาเราอ่านเราไม่ชอบเรื่องที่แบบเรียกร้องให้เม้น

ฉะนั้นเราจะไม่บังคับว่าแบบต้องเม้นหรืออะไรอย่างนี้แต่มันสำคัญมากจริงๆ

ถ้าแต่งแล้วไม่มีคนอ่านบางทีก็ไม่รู้จะแต่งไปเพื่อใครเนอะ ขอบคุณมากสำหรับทุกวิวทุกเม้น

ตอนแรกยอมรับว่าคิดจะทิ้งไว้แล้วแต่แบบวันนี้กดเข้ามาเช็คดูแล้วเห็นเม้นแล้วแบบ

โอเคเราจะพามันไปให้จบให้ได้ ไม่รับปากว่าจะมาอีกทีเมื่อไหร่เพราะว่าเรียนหนักมาก

แล้วก็ใกล้จะต้องเตรียมตัวสำหรับไฟนอลแล้วแม้ว่ามิดเทอมคะแนนจะยังไม่ออกก็ตาม

อีกอย่างคือตอนนี้เรามีสองด้อมค่ะ ฉะนั้นก็จะแบ่่งเวลายากนิดนึงเนอะ55555แต่เรายัง

รักพี่อินเหมือนเดิมนะ อีกหนึ่งประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือเรื่องนี้ด้วยก็รู้ๆกันเนอะ ทำเราร้องไห้ไป

เยอะเหมือนกัน ค่ะใครที่อ่านมาถึงตอนนี้ก็ขอบคุณมาก ขอบคุณที่ฟังเราบ่นด้วย

วันนี้ทอล์กยาวมาก เอาง่ายๆว่าขอบคุณทุกคนจริงๆ แล้วเจอกันค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

44 ความคิดเห็น

  1. #44 Wilai1989 (@Wilai1989) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 01:01
    อัพเร็วๆนะ ยังรออยู่
    #44
    0
  2. #43 Blacklistza Pukky (@skydragonza) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 22:01
    รออยู่น้าา
    พี่กยูจะกล้าทิ้งน้องได้ลงเหรอพี่ TT  เหมือนที่เฮียพูดอ่ะ 
    ความเสียใจที่ทำมันไม่เจ็ยเท่าความเสียใจที่ไม่ได้ทำ
    เเต่อูฮยอนเข้มเเข็งมากจริงๆนะ 
    ตอนที่ลงไปหาน้องโซราอ่ะ เราอินตามน้ำตาจะไหลเลย
    ชีวิตยังไงก็ต้องยอมรับเเละมีความสุขไปกับมัน อูฮยอนต้องสู้นะ
    พี่เชื่อว่าหนูจะหาย ไรท์คงไม่ใจร้าย(หรือเปล่า)
    #43
    0
  3. #42 cheeeetis (@cheeeetis) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 05:13
    มาบอกว่าชอบค่ะ ยังรออยู่นะ ชอบความเรียลของชีวิตในเรื่องนี้ ลุ้นอะ เราอยากให้จบดีๆแต่พี่กยูตัดสินใจถูกนะคะ
    #42
    0
  4. #41 RabbitJJong (@kukeng0126) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 23:32
    ขอบคุณที่ยังกลับมานะคะ
    อยากให้รู้เอาไว้ว่ายังมีเราคนนึงที่รอเรื่องนี้อยู่
    ไม่ได้กดดันนะ5555 แต่ต้องเอาเรื่องเรียนมาก่อนแหละ
    สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้
    ส่วนเนื้อเรื่อง...มันจะดราม่ามั้ยเนี่ยยยยย
    #41
    0