จงโฮ่ว...ฮองเฮาปรภพ

ตอนที่ 2 : จงสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3740
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

              

               เป็นเพราะเจ้าเทพจันทรานั่นทีเดียว เมาแล้วเหลวไหลจับด้ายเส้นนั้นมาผูกกับผมเส้นนี้ ไม่ดูให้ดี ได้ลากเอาไหมชะตาสีดำสนิทของเทพจงขุยไปมัดเข้ากับด้ายขาวของหลีลู่หลินผู้นั้นเข้า อาเตียของเขาจึงได้แต่งภรรยา

            เตะเจ้าเฒ่าไปสามทีแล้วฉวยเอาด้ายชะตาของอาเตียและแม่เลี้ยงมาไว้ในมือ เพียงออกแรงกระชากสุดกำลัง สายฟ้าสวรรค์ก็ฟาดลงบนร่างเขาอย่างต่อเนื่องถึง 3 แส้ทันที จงซิ่นเจ็บไปทั้งร่าง ผิวเนื้อสั่นระริก ครั้นมองเส้นด้ายในมือที่ถูกเขาทำลาย กลับพบว่ามันยังอยู่ดี มิหนำปมที่มัดเข้าด้วยกันกลับขมวดเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิมจนปมไหมกลายเป็นจุดเล็กๆ หากมิใช่ว่าเป็นด้ายคนละสี ไหนเลยจะยังแยกแยะได้อีกว่ามิใช่เส้นเดียวกันแต่แรก

            “ท่านเทพจงซิ่นอย่าได้เปลืองแรงอีกเลย มันเปล่าประโยชน์เทพจันทรากุมสะโพกที่ระบมแล้วร้องห้าม ด้ายชะตาพวกนี้ทอจากตัวไหมเมตตาที่เสพกลิ่นธูปภาวนาเป็นอาหาร เป็นสัตว์ในแดนธรรม พวกมันเป็นผู้รักความอ่อนนุ่ม รักใคร่ความอ่อนโยน ยิ่งท่านกระทำรุนแรงกระชากฉุดเช่นนี้ ไหมพวกนี้ก็จะยิ่งขัดขืน...

                จงซิ่นละสายตาจากไหมไปยังเทพเฒ่าจันทราซึ่งไม่ได้ชราดังชื่อเลยแม้แต่น้อย เยี่ยซาน เช่นนั้นเจ้าก็ตัดมันสิ

                ท่านผู้เฒ่าแซ่เยี่ยจนปัญญา โธ่เอ๋ย เรื่องกรรไกรตัดรักนั่นเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ หากชะตารักสามารถใช้กรรไกรตัดได้ ป่านนี้เหล่าเทพไม่พากันมาขอให้ข้าช่วยตัดด้าย ช่วยพวกเขาผ่านเคราะห์รักกันจนล้นไปหมดแล้วหรือ

                “...” ได้ฟังดังนั้นจงซิ่นก็เกิดความลังเล เท่าที่รู้มาก็ล้วนแต่เป็นเรื่องเล่าทั้งนั้น ที่เจ้าเฒ่าตัดด้ายจริงๆ ก็ยังไม่เคยมีเทพเซียนคนไหนมาบอกเล่า จะจริงไม่จริง สอดส่ายสายตาไปรอบทิศก็ไม่เห็นเงากรรไกรที่ว่านั่นเลยแม้แต่น้อย

            “ข้าว่าท่านรีบไปทำสัญญากับมนุษย์ผู้นั้นให้เร็วเถอะ อายุขัยมนุษย์สั้นชั่วลมหายใจ หากชักช้า เกรงว่านางจะข้ามสะพานเจว๋ติ้งไปก่อน จะวุ่นวายโดยใช่เหตุ

                โดนเร่งด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้น จงซิ่นก็สะบัดแขนเสื้อแค่นเสียงหึ มองต้นเหตุความพลิกผันทั้งมวลด้วยโทสะที่ยังไม่จางหายไปดี

                “ไว้ข้าเสร็จธุระจะกลับมาจัดการกับท่าน!” ทิ้งคำพูดไว้แล้วไท่จื่อแดนนรกก็หมุนกายหายไปทันที

                “หึ ก่อนท่านจะกลับมาจัดการกับข้า ก็ต้องดูก่อนว่าท่านชดใช้หนี้ที่ล่วงเกินเทพจันทราผู้นี้พอแล้วหรือยังเยี่ยซานลุกขึ้นเท้าเอวมองผู้ที่จากไปด้วยความโมโหไม่ต่างกันนัก สะบัดมือขวาหงายขึ้น กรรไกรสนิมจับด้ามหนึ่งพลันปรากฏ มือซ้ายตวัดวาดบนอากาศ บันทึกชะตาเล่มหนากางออกกว้าง ไหน ให้ข้าดูชะตาเจ้าหน่อย

                ได้ยินคำสั่งหน้ากระดาษก็พลิกเองในทันที ก่อนจะหยุดลง กางคู่หน้ากระดาษนั้นให้ดู

                ด้วยกำลัง...เขาไหนเลยจะสู้ไท่จื่อแดนปรภพ ด้วยนิสัย...เขาก็ไม่ใช่ผู้ที่ชอบการใช้กำลัง เช่นนี้มิสู้มาประลองกันด้วยโชคชะตา!

                “อ่อ มีวาสนาต่อองค์หญิงสาม เว่ยอีหลิง เทพดาวหาง...เทพจันทราพยักหน้าริมฝีปากล่างยื่นยาว องค์หญิงเว่ยผู้นั้นทั้งงดงามทั้งกริยาดีไม่คู่ควรกับเจ้าถ่อยนั่นเลยแม้แต่น้อย ว่าแล้วมือซ้ายก็กางออก ด้ายวาสนาไท่จื่อแดนปรภพเรียกเพียงครั้งเดียว ด้ายสีดำเส้นหนึ่งก็วิ่งออกมาจากภูเขาไหม เห็นได้ชัดว่าเป็นงานที่เขาทำเสร็จไปแล้ว เพราะด้ายดำเส้นนี้ลากเอาด้ายสีแดงเส้นหนึ่งมาด้วย เห็นชัดว่ามีคู่

                มองเชือกที่สั่นสะท้านอยู่ในมือก็ให้นึกสงสาร ทว่าก้นที่ถูกเตะก็ระบมจนยากจะลืม ด้วยแค้นใจ เยี่ยซานจึงใช้มือซ้ายสาวประคองเชือก แล้วใช้มือขวาขยับกรรไกร...ตัดกรึบ

ตัดด้ายชะตารักของคู่เหมาะสมคู่หนึ่งออกจากกัน ทันใดนั้นเองอัสนีจากสวรรค์ก็ฟาดลงสู่ร่างของเทพชะตาซือมิ่งทันที ต่อเนื่องถึง 30 สาย เพียงต้องสายฟ้าแค่ 3 ครั้งแรกเขาก็ถึงกับกระอักเลือด เข่าทรุดลงกองกับพื้น ทว่าฟ้าหรือจะเห็นใจผู้กระทำผิด ทัณฑ์สวรรค์ที่เหลืออีก 27 สายจึงกระหน่ำลงมาอย่างไม่ยั้ง หากจะแตกดับก็คงเป็นครานี้แล้วกระมัง มือที่เปื้อนเลือดกระชับด้ายชะตาของเทพจงซิ่นเอาไว้แน่น เห็นด้ายชะตาขององค์หญิงเว่ยหดกลับไปในกองด้ายแล้วเกี่ยวด้ายสีแดงเข้มเส้นหนึ่งออกมาให้เขาดู

เปลี่ยนใจเร็วจริงๆ ข้าเพิ่งตัดด้ายไปเมื่อครู่เอง เป็นองค์ชายสาม เจ้าสมุทรตงไห่หรอกหรือที่เจ้าพอใจสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาแต่เขายังถามด้ายน้อยตรงหน้าด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ มือซ้ายสั่นระริกของเยี่ยซานตวัดนิ้วผ่านเชือกคู่ พริบตาก็ขมวดเป็นปมแน่น 

ตัดเส้นทางการขึ้นเป็นจงโฮ่ว(ฮองเฮาสกุลจง) ของนางไป ก็ขอชดใช้ด้วยคู่ถูกใจก็แล้วกัน

เมื่อด้ายขององค์หญิงเว่ยได้คู่ไปแล้ว เยี่ยซานจึงยอมปล่อยด้ายดำในมือ เห็นมันรีบรี่เข้าไปมัดตัวเองกับด้ายขององค์หญิงเว่ยกลายเป็นเงื่อนสามปมทันทีเยี่ยซานก็ได้แต่หัวเราะทั้งที่ถูกสายฟ้าฟาด จากคู่แท้กลายเป็นมือที่สาม หากไม่ใช่มือเขาเป็นผู้มัดให้ ต่อให้รัดพันกันหมื่นปีก็ต้องพลัดพราก

เปรี้ยงอัสนีแสงเส้นสุดท้ายฟาดลงมา เยี่ยซานกระตุกยิ้ม เจ็บปวด หากแต่สะใจยิ่งนัก เขาจะคอยดูว่าจากนี้อีกนานเท่าไหร่เจ้าบ้านั่นจะมีเวลากลับมาหาเรื่องเขาอีก

ว่ากันว่า จู่ๆ เทพจันทราเยี่ยซานก็ถูกสายฟ้าลงทัณฑ์จนถึงกับต้องปิดตำหนักรักษาปราณเซียนไปสามปี เหล่าเซียนที่เข้าไปเยี่ยมเยียนต่างพูดกันว่า... 

เยี่ยซานอารมณ์ดียิ่ง

 

เขาก็ว่าเขารีบมากแล้ว ทว่าเมื่อได้มายืนต่อหน้า ‘ยัยหนูเมิ่ง’ ของอาเตีย จงซิ่นก็พบว่าเขามาช้าอยู่มากเลยทีเดียว

กินเจ ดีกับร่างกายจริงๆ จางฮูหยิน นอกจากจะทำให้แข็งแรงแล้วยังเป็นการละเว้นชีวิตสัตว์ ได้บุญเสริมวาสนาผู้พูดสวมเสื้อผ้าสีเรียบกลางเก่ากลางใหม่ ในมือกำลังถือไม้กวาด ที่ปลายเท้าเป็นภูเขาใบไม้แห้งขนาดย่อมซึ่งถูกกวาดมากองรวมกันไว้ 

จางฮูหยินพยักหน้ารับคำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ได้ท่านยายแนะนำ วันนี้ข้าจะกลับไปลองกินดูบ้าง

ดีๆ แรกๆอาจจะยาก นานๆไปจะสบายท้อง ร่างกายแข็งแรง”  ผู้กำไม้กวาดยิ้มตาหยี ที่หางตามีรอยย่น ยามนางยิ้ม ร่องแก้มทั้งสองข้างยิ่งกดลึกเห็นเป็นเส้น ริมฝีปากหุบเข้าลึกเพราะความชรา

“...” จงซิ่นมองสภาพ ‘ภรรยา’ แล้วนึกอยากจะเดินผ่านนางตรงเข้าวัดไปบวชเสียเดี๋ยวนี้ สองตาแหลมคมมองร่างกายที่เข้าขั้นเสื่อมสภาพของมนุษย์ด้วยความสังเวช ที่บันไดมีหญิงแบกท้องโต สีหน้าดี ดูมีความสุข ที่พื้นมีเด็กเล็กวิ่งเล่น อีกด้านมีชายวัย17กำลังเกี้ยวพาดรุณีแรกรุ่น ไม่ทันไรก็มีมารดาวิ่งมาห้ามปราม ที่ด้านข้างบุตรชายและสะใภ้กำลังช่วยกันประคองมารดามาไว้พระ และตรงหน้าคือ ‘ท่านยาย’ ที่ร่างกายพร้อมจะสูญสลายกลายเป็นธุลีดิน

มนุษย์วนเวียนอยู่ในกิเลส เกิด แก่ เจ็บ ตาย เพิ่มพูนบาปบุญ วนเวียนตายเกิดไม่จบสิ้น เขาเสียเวลาไปเตะเยี่ยซานแค่ไม่กี่ครั้ง ผู้ที่เยาว์...กลับกลายเป็นไม้ใกล้ฝั่งไปซะแล้ว

ครั้งนั้นจงซิ่นไม่ทันได้ไตร่ตรองอะไร เดินตรงไปหาว่าที่ภรรยาแล้วกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงหนักแน่นว่า...

ข้าเห็นเจ้าเป็นคนดีมีเมตตา มิสู้แต่งเป็นภรรยาข้า...ไปอยู่ปรภพ

เมิ่งจิ่วแม้แก่ชราแต่หูตายังแจ่มใส เงยหน้าเห็นบุรุษชุดดำหน้าตาคมคายมาพูดจาเช่นนี้กับนางในวัดก็ถึงกับตะลึง หางตาที่ยับย่นยกชี้ ก่อนจะตั้งสติได้เงื้อไม้กวาดในมือฟาดคนตรงหน้าอย่างโมโหสุดขีด

เจ้าลูกสุนัขสมควรตายอายุข้าเป็นยายเจ้าแล้ว ยังกล้าพูดจาชั่วช้าในศาลเจ้าเช่นนี้ได้ วันนี้ข้าไม่ตีเจ้าให้ตาย ไม่ต้องเรียกข้าว่ายายเมิ่ง!

จงซิ่นไม่คิดเลยสักนิดว่ายายแก่หนังเหี่ยวตรงหน้าจะไม่เห็นน้ำใจของเขาจนถึงขั้นเสียสติ จะทุบเขาด้วยไม้กวาด เขาขยับหลบไปพลาง สงสัยไปพลาง หรือเขาพูดไม่ชัดเจน?

ลูกชายบ้านไหนกัน ไร้มารยาทเช่นนี้ กระทั่งหญิงแก่ยังกล้าเกี้ยวเสียงคนรอบข้างก่อนด่า

ชั่วช้าสารเลวเช่นนี้ เสียทีที่เกิดมาหน้าตาพอใช้ได้

ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งจะเข้าใจ ที่แท้ก็เป็นด้วยเรื่องนี้เอง ความเหมาะสมเช่นนั้นไม่ยาก!

ปลายนิ้วแข็งแรงดีดดังเปาะทุกอย่างพลันเปลี่ยนแปลง เรื่องเจ้าหนุ่มเสเพลเมื่อครู่เลือนหายไปจากความนึกคิดของทุกคน บุรุษหนุ่มเจ้าของนิ้วแปรเปลี่ยนเป็นตาเฒ่ารุ่นราวคราวเดียวกันกับเมิ่งจิ่ว

เอ๊ะ!” เมิ่งจิ่วที่เงื้อไม้กวาดขึ้นถึงกับงง กริยาไม่เหมาะสมเช่นนี้นางไม่เคยทำสักครั้ง มองไปข้างหน้า ผู้ที่เกือบถูกนางฟาดเป็นชายชราท่าทางน่าเกรงขามผู้หนึ่ง ข้าไม่ตั้งใจ ล่วงเกินนายท่านแล้ว

จงซิ่นเห็นกริยานอบน้อมของนางจึงเอ่ยปากด้วยสีหน้าเรียบเฉยเป็นประโยคเดิมว่า ข้าเห็นเจ้าเป็นคนดีมีเมตตา มิสู้แต่งเป็นมาภรรยาข้าเถอะ

ยายเฒ่าเมิ่งจิ่วตะลึงจังงัง มองตาแก่ตรงหน้าก่อนจะหัวเราะจนตาโค้ง นายท่านอย่าได้ล้อเล่นเช่นนี้ ผู้น้อยแต่งให้ผู้อื่นแล้วเจ้าค่ะ

แต่งให้ผู้อื่นแล้วเช่นนั้นก็มิเท่ากับว่าเขาขอเป็นชู้หรอกหรือ!? จงซิ่นผงะ ครั้นตั้งสติได้ก็ดีดนิ้วดังเปาะหายไปจากตรงนั้นในทันที

ยายเมิ่งเองก็คล้ายจะเพิ่งได้สติ แหงนหน้ามองฟ้าก็เห็นว่าพระอาทิตย์ตรงหัวแล้วก็ได้แต่แปลกใจ นางกวาดพื้นตั้งแต่เช้าแล้ว จนป่านนี้ทำไมเหมือนเวลาผ่าน...แต่งานไม่คืบหน้า

คิดไปก็ไร้ประโยชน์ สองมือเหี่ยวย่นเร่งขยับไม้กวาดทำความสะอาดต่อไปอย่างขะมักเขม้น

 

เห็นข้าแก่ยังกล้ามาเกี้ยวพา เจ้าเด็กบ้าคิดเรื่องอกุศล

ถึงไร้แรงข้าก็ยังคิดสู้คน สิ้นอดทนเอานมยานฟาดหน้าเจ้า!

 

“คนแซ่หลี บุตรสาวเจ้าแต่งงานแล้วหมายความว่าอย่างไร! ก้าวขาเข้าสู่แดนปรภพ บุรุษร่างสูงก็ปรากฏกายต่อหน้าแม่เลี้ยงด้วยสีหน้าทะมึนไม่ต่างกับยมทูตหน้าดำเท่าใดนัก

“ทะ...ไท่จื่อ” ถูกลูกเลี้ยงข่มขวัญ หลีลู่หลินย่อมตื่นตระหนกเป็นธรรมดา

“บุตรสาวของเจ้าแต่งงานแล้ว จะอย่างไรก็ไม่สามารถทำสัญญากับข้าได้” จงซิ่นสรุปความทันที ถือว่าหมดหน้าที่ ใช่ว่าเขาไม่รับผิดชอบ หากแต่เป็นเมิ่งจิ่วผู้นั้นไร้คุณสมบัติเองต่างหาก ในเมื่อคนแซ่หลีร่วมหอลงโลงกับอาเตียของเขาไปแล้ว เขาก็มีคุณธรรมพอ ให้นางอยู่ต่อเป็นแม่เลี้ยง มิใช่ว่าทำตามคำขอไม่ได้ จะไล่นางไปเสียที่ไหนเล่า

หลีลู่หลินได้ยินเช่นนั้นก็เสียใจยิ่ง เมื่อรู้ว่าจะไม่มีโอกาสได้อยู่ร่วมกับบุตรสาวอีกครั้งก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ยังไม่ทันได้อ้าปากอธิบายอะไร กลับสีเสียงหนึ่งตวาดขึ้นอย่างไร้ที่มา

“อะไร! ใครกล้ารังแกฮองเฮาของข้า” จงขุยปรากฏตัวขึ้นข้างกายภรรยา แขนขวาโอบเอวคอดเล็กของนางไว้อย่างปกป้อง ดวงตาแดงก่ำเบิกกว้างมองบุตรชายอย่างไม่พอใจ “จงซิ่น?

“อาเตียท่านอย่าได้หลงสตรีจนมัวเมา” จงซิ่นตำหนิบิดาหน้าเคร่ง เพิ่งรู้ซึ้งถึงคำพูดที่ว่า หยิกหัวใจผู้อื่น ก็คราวนี้เอง “ข้าลงไปแดนมนุษย์มาแล้ว คนแซ่เมิ่งผู้นั้นพูดชัดเจนว่านางแต่งงานไปแล้ว เช่นนั้นก็เท่ากับนางไร้คุณสมบัติจะผูกสัญญากับข้า”

ฟังเช่นนั้นจงขุยย่อมตะลึงไปอยู่บ้าง ก่อนจะตั้งสติได้ ก้มลงถามภรรยาในอ้อมแขนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า...

“คนงาม ที่เจ้าลูกชั่วพูดมา จริงหรือไม่”

หลีลู่หลินกลั้นสะอื้นส่ายหน้าไปมา ริมฝีปากอวบอิ่มเย้ายวนคลี่อธิบายพลางใช้ชายแขนเสื้อซับน้ำตา

“ไม่จริงเลยเจ้าค่ะท่านพี่ ตอนที่ข้าตายจากมา จิ่วเอ๋อร์เพิ่งอายุ 15 ปี เดิมทีนางมีคู่หมั้นเป็นบุตรชายคนเดียวของตระกูลซ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนรักของบิดาจิ่วเอ๋อร์ เดิมทีอายุ 15 ปีก็สมควรแต่งออกไปได้แล้ว นึกไม่ถึงว่าเกี้ยวสู่ขอมาไม่ถึงประตูบ้าน คุณชายซ่งกลับถูกปล้นฆ่าระหว่างทางไปเสียก่อน ทว่าด้วยสายสัมพันธ์แน่นแฟ้น ตระกูลเมิ่งมีบุตรสาวคนเดียว ตระกูลซ่งก็มีบุตรชายคนเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้ บิดาของเมิ่งจิ่วเห็นแก่คุณธรรมและความเป็นสหาย จึงออกปากรับคำว่าบุตรสาวยกให้สกุลซ่งแล้ว วันนี้ไม่ได้แต่งออกไปก็จะยังรักษาคำพูด ให้เมิ่งจิ่วนับคุณชายซ่งเป็นสามี วันหน้าเมิ่งจิ่วตายก็ยินดีจะฝังนางเคียงข้างคุณชายซ่ง ไม่ได้ครองคู่กันในชาตินี้ หวังให้พวกเขาได้พบรักกันในชาติหน้า จิ่วเอ๋อร์ของข้าเป็นเด็กดีไหนเลยจะไม่เชื่อฟังคำสั่งของบิดา นับตั้งแต่นั้นจึงสวมชุดขาว ทำบุญให้คุณชายเมิ่ง ตระกูลซ่งก็นับเมิ่งเอ๋อร์เป็นสะใภ้แม้ไม่ได้แต่งเข้าเช่นกัน” พูดถึงตรงนี้หลีลู่หลินก็ร่ำไห้น้ำตาพร่างพรมลงมาดุจเม็ดฝน “จิ่วเอ๋อร์แท้จริงได้แต่งให้ผู้ใดกัน หน้าคุณชายเมิ่งก็ยังไม่เคยได้พบ นางเป็นเพียงเด็กโง่คนหนึ่งที่เชื่อฟังบิดามากไปเท่านั้น ข้ายังไม่ทันหาโอกาสอธิบายให้นางเข้าใจกลับต้องมาตายไปเสียก่อน จิ่วเอ๋อร์ช่างน่าสงสาร”

คนงามร้องไห้ก็ยิ่งงาม จงขุยมองภรรยาด้วยแววตาฉ่ำรัก “จิ่วเอ๋อร์น่าสงสารจริงๆ”

จงซิ่นมองบิดาและแม่เลี้ยงด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ที่แท้พวกเขาเป็นหมาป่าคู่ผัวเมีย แล้วเห็นเขาเป็นลูกแกะโง่ใช่หรือไม่ อาเตียเลอะเลือน! ฟังถึงขั้นนี้แล้วยังกล้าเออออว่าจิ่วเอ๋อร์น่าสงสารอีก! น่าสงสารกับผี!! เขาต่างหากที่ดูท่าจะน่าสงสารกว่า มันน่าให้สายฟ้าฟาดให้อาเตียกับคืนสู่ฮุนตุ้นพร้อมแม่เลี้ยงจริงๆ

“อาเตีย เป็นตายอย่างไรข้าก็ไม่แต่งนางเด็ดขาด” เป็นชู้กับเมียผีผู้อื่น รู้ถึงไหนอายถึงนั่น!

จงขุยเลิกคิ้ว เขาเป็นราชาปรภพมานับหมื่นปี มิได้เพียงแต่ผ่านวันเวลามาด้วยตัวเลข หากแต่เป็นด้วยสติปัญญาต่างหาก ในเมื่อไม้อ่อนชักจะยุ่งยาก ย่อมต้องอาศัยไม้แข็งทุบให้แรงๆ สักที ยุทธวิธีเปลี่ยนแปลงได้ดุจสายน้ำ พบดินต้องอ่อนน้อม พบหินย่อมกระแทก ต้องฉับไวนำก่อนหนึ่งก้าว

คิดพลางสะบัดมือพรึ่บหนึ่ง ร่างบุตรชายสุดที่รักก็พลันหายไปจากสายตาในทันที เลือดในอกมีค่าไม่เท่าเนื้ออุ่นๆ ขาวๆ ของภรรยา มันก็ต้องมีการ...โกงบ้าง เอาไว้จงซิ่นรู้ค่าราตรีวสันต์เมื่อใดเมื่อนั้นค่อยมาคุยกันใหม่เถอะ!

ยามนั้นจงซิ่นไม่ทันตั้งตัวจึงตกเป็นเหยื่อของ สองหมาป่าผัวเมีย ในทันที

กว่าจะรู้อีกตัวอีกครั้ง...ก็สายไปเสียแล้ว!

 

            นมสองเต้าข้ารอเจ้ามาฟาดหน้า กลัวแต่ว่าจะไม่กล้าอย่างที่โม้

            ขึ้นเตียงแล้วขอให้เก่งเช่นคุยโต อย่าร้องโฮเมื่อถูกแทงถ้าแน่จริง



 

 

 

               

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #23 Sirinit (@Sirinit) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 03:26
    อยากอ่านต่อจัง
    #23
    0
  2. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:08

    รออยู่นะค่ะ.....

    #21
    0
  3. #20 wanlovetom (@wanlovetom) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 03:28
    โอ็ยยยน้อ เรื่องนี้ก็รออย่างใจจดจ่อ
    #20
    0
  4. #17 amrrada (@amrrada) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 14:04
    หลีลู่หลิน เหมือนเจอในว่านฮวงเฮา หรือตี้ฮองเฮา แต่ไม่รู้อยู่ตรงไหน มีแผนภูมิมั้ยคะ
    #17
    1
    • #17-1 อาเธน่า (@dalah) (จากตอนที่ 2)
      13 ตุลาคม 2561 / 08:14
      ไม่มีจ้า มีในนี้แหละจ้า
      #17-1
  5. #16 ขัวญเอย (@lilian6178) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 09:37

    น่ารักดีค่ะ

    #16
    1
  6. #15 xiayuan (@xizyuan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 09:04

    อ่านแล้วแอบอมยิ้ม : )

    #15
    1
  7. #14 29222922 (@29222922) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 08:48
    ฮาน้ำตาเล็ด ตรงกลอนจบนี่แหละ555
    #14
    1
  8. #12 ArthitThipmanee (@ArthitThipmanee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 07:01
    ท้านเทพชะตาชอบกลั่นแกล้งคุ่รัก
    #12
    1
    • #12-1 อาเธน่า (@dalah) (จากตอนที่ 2)
      13 ตุลาคม 2561 / 08:16
      กำลังสู้ไม่ได้ ก็ต้องใช้ปัญญานิดนุง
      #12-1
  9. #11 ข้าน้อย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:07
    ยายเมิ่งทำไมมาอยู่ในวัด รึว่าเป็นประวัติการไปอยู่ปรภพของยายเมิ่ง

    อ่ารอตอนต่อไป
    #11
    0
  10. #10 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:07
    รออออ ค่ะ
    #10
    0
  11. #8 Mink Chamai (@mink1727) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 21:32
    ติดตามๆค่า
    #8
    0
  12. #7 wanlovetom (@wanlovetom) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 03:32
    รอลุ้นค่ะ
    #7
    0
  13. #6 P-JaaJa (@P-JaaJa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 21:53
    น้ำแกงยายเมิ่ง?
    #6
    1
    • #6-1 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 2)
      25 ตุลาคม 2560 / 11:31
      คิดเหมือนกันเลยค่ะ
      #6-1
  14. #4 สู้ๆไรเตอร์ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 03:40
    เรื่องตลกใช่ไหมค่ะ 555
    #4
    0