ยอดหญิงบัลลังก์จักรพรรดินี (ตีพิมพ์กับสนพ.ปั้นรัก)

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    18 ก.ย. 58

        เขามองตามท่วงท่าการเดินของนางที่กำลังขึ้นไปยังบัลลังก์ทองตรงหน้า เขาเองยอมรับว่าตกตะลึงไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดตรงหน้า นับตั้งแต่นางฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างของนางล้วนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนโยนและความรักที่นางมีต่อสรรพสิ่งไม่เคยฉายแววออกมาให้ได้เห็นอีก ภาพเหตุการณ์ต่างๆตรงหน้าทำเขาหน้าวูบไปพักหนึ่งเลยทีเดียว 

       แววตาและรอยยิ้มของนางแม้จะสามารถสะกดให้คนรอบข้างเคลิบเคลื้มเพียงใด แต่มันดูเหมือนรอยยิ้มของนังแม่มดยามที่กำลังต้อนเหยื่อของนางติดกับซะมากกว่าในความคิดของเขา บัดนี้เจ้าหญิงองค์น้อยของเขาได้หายไปแล้วอย่างแน่นอน หญิงสาวตรงหน้าที่กำลังเอามือปิดปากหัวเราะ คิก คิก นั้น นางเป็นใครกันแน่ 

       ชายหนุ่มมองแววตาคู่นั้นอย่างค้นหา ไม่ว่านางจะใช่เจ้าหญิงองค์น้อยคนเดิมหรือว่าไม่ใช่ นั้นก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าตอนนี้นางคือผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งจักรวรรดิ และนางคือผู้ที่เขาจะต้องปกป้องแม้ชีวิตก็ยอมพลีเพื่อนางและจักรวรรดิ

     'คิก คิก คิก'

      เสียงหัวเราะแม้จะไม่ดังมากแต่ก็สามารถเรียกสติของทุกคนในห้องประชุมกลับมาที่เดิม และบัดนี้สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องหญิงสาวที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ทอง  ข้ามองใบหน้างดงามดุจเทพธิดานั้น นางยังคงเป็นเจ้าหญิงน้อยของข้าอยู่หรือเปล่า บางอยา่งภายในส่วนลึกบอกว่าไม่ใช่  แต่ก็ยากที่จะยอมรับได้

      การกระทำตรงหน้าทำให้ข้าเผลอก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว ทำไมกันทำไมนางจึงสามารถสังหารชีวิตหนึ่งได้อย่างไม่สะทกสะท้าน แววตาไม่มีความปราณีหรือหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยซึ่งแตกต่างจากเจ้าหญิงที่ข้ารู้จัก แม้แต่มดตัวเดียวนางก็ไม่เคยแตะต้องทำร้าย แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง 

      นางช่างเลือดเย็นนัก การใช้อาวุธของนางก็ช่างแม่นยำเหมือนกับจัดวาง ระยะห่างนั้นหากไม่ใช่ผู้ที่ถูกฝึกมาอย่างดีย่อมทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด นางเป็นใครกันแน่ 

      แม้จะมีข้อกังขาและคำถามมากมายตอนนี้ แต่สิ่งที่ข้าทำได้คือทำหน้าที่นางสนองพระโอษฐ์ คอยช่วยเหลือ คุ้มครองนางและช่วยนางให้สามารถปกครองจักรวรรดิให้รุ่งเรืองและมั่นคง แม้ชีวิตของข้าก็จะมอบให้นางและทำเพื่อนางแต่เพียงผู้เดียว องค์ราชินีเนฟฟีร่า

      สายตาชายชราแอบชำเลืองมองหญิงสาวบนบัลลังก์ตรงหน้าอย่างหวาดๆ นางช่างเปลี่ยนไปมากจริงๆ เท่าที่เขาเคยเห็น เคยสัมผัส นางช่างไร้เดียงสา ไม่มีพิษมีภัย แต่ทำไมเพียงแค่ชั่วข้ามคืนนางกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งทวงท่าที่องอาจ สง่างาม สะกดทุกสายตาที่มองเห็น การแต่งกายที่บ่งบอกถึงฐานะและพลังอำนาจที่นางกุมอยู่ แววตาที่กร้านโลกมาอย่างยาวนานนั้น ทำให้เขาต้องประเมินหญิงสาวตรงหน้าใหม่อีกครั้ง

     ชายชรามองกลับไปบนพื้นที่เคยมีร่างของหัวหน้าห้องเครื่องเสวยนั่งอยู่ ตอนนี้ยังมีเลือดสีแดงไหลนองเป็นจุดๆ นั้นบ่งบอกว่าเขาไม่ได้ฝันหรือตาฝาดไป นางช่างเด็ดขาดและไร้ความปราณีต่อศัตรูตรงหน้า แววตาที่อ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยอันตรายคู่นั้นยามจับจ้องมอง มันทำให้เขาอดที่จะเสียวสันหลังวาบไม่ได้ 

      หากนางรู้และสืบทราบความลับของเขา เขาเองก็ไม่อยากจะคิดถึงสภาพของตัวเองและครอบครัว ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใด เขายังจะถอยหลังได้หรือไม่ เขาชักจะไม่แน่ใจแล้วกับการต่อกรกับหญิงสาวตรงหน้า ภายใต้ใบหน้าที่งดงามดุจเทพธิดาของนาง บัดนี้ฉายให้เห็นเงาของนางแม่มดหรือมัจจุราชที่พร้อมปลีกชีพผู้ที่นางต้องการ อาวุธสังหารในมือนาง นางใช้มันเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน นอกจากกษัตริย์เท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้ แต่นี่นางเพิ่งจะครองบัลลังก์วันนี้ นางรู้ได้อย่างไร

     "ว่าแต่เมื่อกี้..เราคุยกันไปถึงไหนแล้วหรือ...ท่านดยุกซานัส" ฉันถามชายชราที่บัดนี้เริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าบ้างแล้ว นึกว่าจะแน่ เห็นแค่นี้ก็กลัวแล้วหรอ ตาเฒ่า ใจเสาะแล้วยังอยากที่จะคิดต่อกรกับฉันอีก

     ฉันเห็นอาการสะดุ้งเล็กน้อยของเขาก่อนจะได้ยินเสียงที่ตอบกลับมา เสียงนั้นมันสั่นๆใช่หรือไม่ หรือว่าฉันหูฝาด

    "กำลังคุยกันเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักร พะยะค่ะ"

    อืมตอบได้ดีมาก ฉันคลี่ยิ้มก่อนจะมองไปยังท่านเคาท์โจเซฟที่ยังยืนตะลึงอยู่ สงสัยวิญญาณคงกำลังล่องลอยหาร่างอยู่ละมั้งนั้น

   "ท่านเคาท์โจเซฟ..เมื่อกี้ท่านว่าความสัมพันธ์กับต่างอาณาจักยังคงปกติใช่หรือไม่" 
   
   ฉันปลุกเขาด้วยการใช้เสียงที่ใครได้ยินจะต้องหนาวเหน็บถึงขั้วหัวใจอย่างแน่นอน 

   "....." เขายังคงเงียบต่อไป
   "ข้าจะถือว่าความเงียบคือ...คำตอบ" ข้าสบตาดวงนั้นที่เริ่มสั่นระริก 

    "อัลฟาน..." ข้าเรียกข้าหลวงที่อยู่ด้านซ้ายมือ
    "พะยะค่ะ..." ชายหนุ่มยื่นกระดาษหลายใบในมือส่งมาให้ฉัน ฉันรับกระดาษนั้นและค่อยๆคลี่ออกิ่านทีละใบ เครื่องหมายคำถามปรากฏบนใบหน้าเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ เชิญพวกท่านมโนและเสียวสันหลังกันไปเถอะ 

    "ไอซ์แลนด์ ลุกขึ้นประกาศอิสรภาพไม่ขึ้นตรงต่อจักรวรรดิ"
    "แบริงสตง ส่งทหารเข้ามาก่อกวนในหมู่บ้านชายแดน ปล้นสะดมทรัพย์สินและเข่นฆ่าชาวบ้าน เดือดร้อนไปทุกย่อมหญ้า" ฉันเก็บกระดาษในมือไว้ตรงโต๊ะข้างกาย

    "ท่านเคาท์..." แม้จะเป็นเสียงที่แผ่วเบา ฉันเชื่อว่าเสียงนี้น่าจะกึกก้องอยู่ในใจของหลายๆคนอย่างแน่นอน

    "เหตุการณ์แบบนี้ท่านยังคิดว่าปกติอีกหรือท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ" ฉันลุกขึ้นตวาด 
    "หรือเป็นเพราะจดหมายฉบับนี้ท่านถึงกล้าที่จะโกหกข้า" ฉันโยนจดหมายลงไปตรงหน้าเขา ที่ตอนนี้ทำท่าจะล้มลงไปกองกับพื้นท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางที่เริ่มขยุกขยิกไปมาบนเก้าอี้

     "ฝ่าบาท...โปรดทรงเมตตากระหม่อมและครอบครัวด้วย พะยะค่ะ" ในที่สุดก็คุกเข่าลง ภาพซ้อนของหัวหน้าเครื่องเสวยคงจะยังตรึงตรา ตรึงใจของหลายคนที่เอามือขึ้นมาปาดเหงื่อกันอย่างถ้วนหน้า

     "ท่านยังกล้าที่จะร้องขอความเมตตาจากข้าอีกหรือท่านเคาท์ ท่านทรยศต่อจักรวรรดิ ต่อแผ่นดินที่ให้ชีวิตท่าน เพราะเห็นแก่ทรัพย์สินเงินทอง ท่านเป็นถึงขุนนาง เป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมือง แต่กลับชักศึกเข้าบ้าน พาคนมาปล้นประเทศชาติของตัวเอง ท่านยังมีหน้ามาขอความเมตตาอีกหรือ"

      ฉันทำเป็นหยิบปืนจากเอวขึ้นมา เช็ด พลางมองปืนที่อยู่ในมือ

     'เคร้ง เคร้ง เคร้ง เคร้ง' 

    เสียงชักดาบออกจากฝักดังไปทั่วห้องประชุม เสียงฝีเท้านับสิบดังมาจากประตูทางเข้า ทหารราชองครักษ์ รีบชักดาบออกมายืนเป็นโล่เพื่ออารักขาฉันอยู่ตรงหน้าบัลลังก์

     "คงคิดจะยึดอำนาจจากข้าสินะ องค์ชายเฮนรี่" 

   ฉันมองชายหนุ่มที่น่าจะอายุยี่สิบต้นๆที่ก้าวออกมายืนบังท่านเคาท์โจเซฟ 

    "เจ้ามันชักจะกำแหงมากเกินไปแล้ว คิดว่ามีอำนาจแล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ" ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยโทสะ เสียงตวาดพร้อมนิ้วที่ชี้หน้าฉันนี้ มันรับไม่ได้จริงๆ

    'เฟี้ยววว ฉึก  อ๊ากกก'

    "ใครกันแน่ที่กำแหง เจ้าช่างบังอาจที่จะยึดครองบัลลังก์นี้ ทั้งที่เจ้าไม่สมควรแม้แต่จะใช้ยศองค์ชาย"

    ฉันมองแววตาที่กำลังตกตะลึงกับมีดเล่มสั้นที่ปักอยู่ตรงอกของชายหนุ่มที่ค่อยๆทรุดลงตรงหน้า

    "ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ฉึก ฉึก ฉึก"

    "อั่ก" เสียงประสานแห่งความเจ็บปวดของเหล่าทหารวิ่งกรูเข้ามาหาฉัน

    "นังหญิงชั่ววว" 

    "ปัง!" นี้คือรางวัลของท่าน ท่านเคาท์ที่กล้าบังอาจส่งคนไปทำร้ายฉันเมื่อคืน พวกหมาลอบกัด

    ฉันยกมือขึ้นทหารราชองครักษ์ฝีมือดีกว่า 50 นายก็กรูกันเข้ามา บัดนี้อัลฟานและนางสนองพระโอษฐ์ ต่างถือดาบมายืนอยู่ข้างฉันเป็นที่เรียบร้อย

    เหลาขุนนางถูกควบคุมโดยทหาร องครักษ์ ส่วนทหารที่เหลือต่างนอนนอนแน่นิ่ง เต็มทางเข้าประตูและห้องประชุม ตอนนี้จากห้องประชุมว่าราชการกลายเป็นสนามรบหย่อมๆไปแล้ว

    ฉันมองหน้าเหล่าขุนนางที่เริ่มหน้าซีด เข่าอ่อน บางคนถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น เก้าอี้หรูหราบัดนี้ถูกของเหลวสีแดงย้อมจนไม่อาจจะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ครั้ง

    "อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ องค์ชายเฮนรี่" ฉันเดินลงยืนตรงหน้าชายหนุ่ม

    'ฉึก ' 

    "อั่ก" ใบหน้าเหยเกของเขา เงยหน้ามองฉันด้วยความแค้น

    "เฮนรี่รรร  ปล่อยเขานะนังสารเลว" อ้าว ยังไม่ตายหรอนั้น ฉันมองเจ้าโจเซฟที่พยายามดิ้นให้หลุดจากทหารองครักษ์ที่ควบคุมอยู่

     ฉันยกมือให้ทหารปล่อยตัวเขา อัลฟานและนีนาร์รีบเข้ามาขวางทันทีที่เขาพุ่งเข้ามาหาฉัน ฉันยกมือสองข้างกันข้ารับใช้สองคนให้ถอยออกไป

    "อั่ก" นี่คือเสียงร้องของเขามือโดนท่าหางจระเข้ที่ฉันประเคนให้ 

    "คงห่วงลูกชายมากเลยสินะ..." ฉันค่อยๆกรีดกรายเข้าไปหาอย่างช้าๆ พร้อมทั้งสีหน้าตกตะลึงของทุกคน เมื่อได้ยินคำที่หลุดออกมาจากปากฉัน

    ฉึก!

    "อ้ากกกกก" เสียงแผดร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้นเมื่อส้นเท้าแหลมสูงเหยียบกระแทกลงบนอกของชายวัยกลางคนตรงหน้า ฉันขย้ำกระแทกส้นเท้าให้ลึกลงไป เลือดสีดำที่บ่งบอกว่าที่ปลายแหลมๆนั้นมีอะไรอยู่ก็ไหลทะลักออกมา

    ฉันมองคนใกล้สิ้นใจที่กระเสือกกระสน พยายามดิ้นให้หลุดจากความตายที่ฉันกำลังมอบให้

    ฉันคลี่ยิ้มให้ดูดีดุจเจ้าหญิงผู้อ่อนหวาน แล้วโน้มกายลงไปหาชายวัยกลางคนที่ตาเหลือกใกล้ออกนอกเบ้าเต็มทีตรงหน้า

      "ฝากทักทายนักฆ่าและทหารอ่อนหัดของแกด้วยนะ...ว่าอยู่ในนรกสบายดีไหม" ฉันกระซิบเบาๆ แต่เชื่อว่าได้ยินทั่วห้องอย่างแน่นอน

       ฉันถอนเท้าออกจากอก ของเหลวสีแดงพุ่งออกมา ก่อนร่างนั้นจะกระตุกหลายทีแล้วแน่นิ่งไป ตอนนี้ทุกคนในห้องคงมองฉันเป็นนางแม่มดไปแล้ว 

       ฉับ! 

        "อ๊ากกกก" ชายหนุ่มล้มลง ก่อนจะชักกระตุกแน่นิ่งตามผู้เป็นบิดาไป

      ฉันถือดาบที่แย่งจากทหารตรงหน้า เลือดสีแดงสดไหลย้อยลงตามความยาวของดาบ 

        "เจ้าก็จงไปอยู่กับพ่อและแม่ของเจ้าเถอะ เฮนรี่" ฉันมองร่างที่แน่นิ่งสองร่างก่อนจะตวัดสายตาไปรอบห้อง

        "ข้าหวังว่า ก่อนพวกท่านคิดจะทำอะไร จะไตร่ตรองให้ดีถึงผลลัพท์ที่จะได้จะเสียก่อนเสมอ ข้ารู้ว่าพวกท่านก็คงมีความฉลาดพอตัว"

        "ท่านแม่ทัพ ...ข้าหวังว่าจะได้ยินข่าวดีจากชายแดนภายใน 3 วันนี้" ฉันมองชายร่างสูงใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า

         "พะยะค่ะ ฝ่าบาท" หนักแน่นสมเป็นแม่ทัพจริงๆ แต่ฉันรู้ว่าเจ้าคงห่วงครอบครัวมากกว่าอุดมการณ์นะ

          "ท่านควรจะรู้ไว้ว่า ข้าตรงเวลาเสมอ"

          "และข้าหวังว่าพวกท่านทุกคน..จะทำงานร่วมกับข้าอย่างซื่อสัตย์ และจงรักภักดี จนกว่า  ชีวิตจะหาไม่"

          "และข้าหวังว่า...ท่านดยุกซานัส คงไม่ต้องเรียกเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ ให้ไปปรึกษาข้อราชการที่บ้านอีก"

          ชายชราสดุ้งโหยงทันที แทบจะตกเก้าอี้เมื่อสายตาฉันหันไปมองหน้าเขาตรงๆ

          "และคงไม้ต้องให้ทางจักรวรรดิออสโมนาช เป็นที่ปรึกษาให้ท่านอีก เพราะหลังจากเสร็จเรื่องภายใน ข้าว่าจะไปเยี่ยมจักรวรรดิออสโมนาชเองให้ถึงที่.."

          "พะยะค่ะ  ฝ่าาบาท.." เสียงสั่นเครือเชียว 

          "ดี...และหวังว่าข้าจะได้รับรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานที่ทุกท่านรับผิดชอบอยู่ภายใน 3 วันนี้"

          ฉันยิ้มให้กับเหล่าขุนนางที่หน้าถอดสีทั้งหลาย ฉันไม่คิดจะกำจัดพวกท่านทั้งหมดหรอก เพราะพวกท่านยังมีประโยชน์กับจักรวรรดิอยู่ แค่ทำให้สยบ หมดอำนาจแค่นั้นพอ

          "วันนี้พอแค่นี้...เชิญทุกท่านกลับไปพักผ่อนได้"
          ทุกคนลุกขี้นทำความเคารพฉันด้วยมือไม้ที่อ่อนแรง บางคนต้องให้ทหารช่วยพยุงลุกขึ้น อะไรมันจะน่ากลัวขนาดนั้น นี้แค่เบาะๆเอง ฉันพยักหน้าก่อนเดินออกจากห้องประชุมอย่างช้าๆ

          "อัลฟาน ท่านจงให้ทหารเก็บกวาดให้เรียบร้อย ให้นีนาร์ตามฉันมาก็พอ" ฉันหันไปบอกชายหนุ่มที่เดินตามหลังมาด้วยใบหน้าที่ดูไม่จืดเท่าไหร่

          "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ" เขาค้อมกายลงก่อนจะผละออกไป

          "นีนาร์...กลับห้องกันเถอะ วันนี้ข้าเหนื่อยมาก"

          "เพคะ ฝ่าบาท"

         ตลอดทางกลับห้องมีแต่ความเงียบ หวังว่าวันนี้ฉันคงไม่ทำเกินหน้าที่นะ ท่านหญิง เพราะการจะแก้ปัญหาก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ แต่การถอนโคนทิ้งทั้งหมดจะทำให้งานเดินช้าลง สู้ทำให้พวกเขาสยบและยอมจำนนโดยดีน่าจะเป็นผลดีมากกว่า


         ทุกคนต่างมองหญิงสาวที่เดินออกจากห้องไปด้วยสายตาที่หลากหลาย รอยยิ้มประดับบนใบหน้าของชายชราที่ยืนอยู่ตรงฝั่งซ้ายของบัลลังก์ทอง ชายชรามองเพื่อนขุนนางที่ต่างเดินออกจากห้องเหมือนวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว ไร้เสียงสนทนาพูดคุยเหมือนทุกครั้งยามเสร็จสิ้นจากการประชุม

         "ท่านดยุกเจมส์" อัลฟานค้อมหัวให้ชายชรา

         "ฝากเจ้า กราบทูลฝ่าบาทด้วยว่า ข้าอยากจะดื่มน้ำชากับพระองค์"
   
           "ขอรับ ข้าจะกราบทูลแล้วจะแจ้งท่านภายหลังขอรับ

          ชายชราพยักหน้ารับรู้ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป สำหรับเขาแล้วรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าได้เปลี่ยนไปตั้งแต่ครั้งแรกที่นางฟื้น แค่มองแววตาก็รู้ว่านางไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป บางทีนางอาจจะเป็นของขวัญที่ทางเหล่าทวยเทพส่งมาเพื่อช่วยให้จักรวรรดิของเขารอดพ้นจากการล่มสลาย
         และวันนี้นางทำได้ดีอย่างคาดไม่ถึง เขาเองไม่คาดคิดว่าเพียงแค่ภายในวันเดียวนางจะสามารถสยบขั้วอำนาจเก่าและยึดคืนอำนาจให้กลับมาไว้ที่นางได้ บางทีนับจากนี้จักรวรรดิของเขาอาจจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าสมัยใดๆก็เป็นได้


-------------------------------------------------

 จบไปอีกตอนนะครับ หลังจากนี้นางเอกเราคงจะลุยจัดระเบียบในวังทั้งฝ่ายใน ฝ่ายนอก และอื่นๆให้เข้าที่เข้าทาง หวังว่านับจากนี้คงไม่มีใครกล้าหือกับนางนะ

อย่าลืมคอมเม้นหน่อยนะครับ จะได้ปรับปรุงในตอนต่อๆไปครับ

แจ้งข่าวเพิ่มเติม ต่อไปไรท์จะไม่แก้ไขคำผิดจนกว่าจะมีการรีไรต์ใหม่นะครับ ไรต์มือใหม่ไม่ทราบว่าเวลากดอัพเดทแล้วจะมีการแจ้งเตือนไปยังแฟนคลับ พอแก้เสร็จก็กดอัพเลย ที่ผ่านมาต้องขออภัยแฟนคลับและรีดเดอร์ทุกท่านนะครับ

โค้งงามๆสามทีครับ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 16:48
    ชอบมากค่ะสนุกมาก ซะใจมากนางเองโหดได้ใจสุดๆ
    #258
    0
  2. #210 มายเมจิ (@mojikiss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 11:31
    ชอบตอนนี้มากเลย นางเอกอย่างโหด 5555
    #210
    0
  3. #193 Fukurokuju (@Fukurokuju) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 14:40
    การทำอย่างนี้ตัดปัญหาระยะสั้นได้ แต่ปล่อยๆไประยะยาวจะเป็นปัญหา
    #193
    0
  4. #160 ~*MeWmIkAkO*~ [ nanami mew ] (@kanoknaphatlovem) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2558 / 20:42
    หะ...โหด  กริ๊ดดด  เจ๊ชอบค่ะ!!  กำจัดให้หมดอย่าให้เหลือน่ะค่ะ สนุกมากค่ะ >W<

    #160
    0
  5. #99 Rainy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 09:26
    สุดยอดดดดดดดดค่ะ&#128077;&#127995;&#128077;&#127995;

    ขอเป็นแฟนคลับด้วยคนค่ะไรท์



    รอติดตามอย่างกระชั้นชิดนะคะ



    มาอัพไวๆนะคะ

    #99
    0
  6. #84 kirika (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 16:41
    กรี้ดดดดดด ยิ่งอ่านยิ่งชอบค่าาาาาา

    แถบยังเป็นการย้อนยุคมาฝั่งโรมันด้วย

    ชอบโรมันที่สุดแต่ไม่ค่อยมีใครแต่งเลย

    R ทำเราสมหวังมาก นางเอกก็เก่ง

    แถมโหดอีกต่างหาก เป็นปลื้มค่าาาาา

    #84
    0
  7. #81 bts (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 15:29
    ซะใจจริงๆ เขือดไก่ให้ลิงดู แถมเก็บคนไใใช้ประโยชน์อีก
    #81
    0
  8. #69 Boten (@boten) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 03:41
    สนุกมากๆค่ะ. เนื้อเรื่องน่าติดตาม มาแต่งต่อเร็วๆนะค๊ะ
    #69
    0
  9. #68 b. bow (@palida_bow) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 02:38
    เจ๋งว่ะ 555 รออ่านต่อจ้า
    #68
    0
  10. #67 Decemberrain (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 01:23
    So excitingggggggggggggggggggg my heart beat fast... well done and thank you....
    #67
    0
  11. #66 JikkoHza Xuounoy (@jikkoh-sanrio) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 00:03
    ขอบคุณมากค่ะที่รีบมาอัพต่อ ยังคงตั้งตารอ ว่านางยังทำอะไรได้อีก
    #66
    0
  12. วันที่ 18 กันยายน 2558 / 23:58
    ดูจัดการง่ายดี 555
    #65
    0
  13. #64 สู้ๆไรต์เตอร์ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 23:54
    นับว่าฉลาดมาก ถ้าฆ่าหมดใครจะทำงานให้ 555 เก็บหอกไว้ข้างแคร่ก็ควรระวัง

    แต่สำหรับนางเอกเราคิดว่านางจัดการได้



    มีพิมพ์ผิดจดไว้นะคะ เวลาแก้จะได้ไม่ต้องหาให้เสียเวลา " คลี่ออกอ่าน "

    ช่วยออกเสียงชื่อเมืองนี้ให้หน่อยค่ะ อ่านยังไงใช่อ่านว่า " แบ ริ้ง สะ ตง " หรือไม่คะ
    #64
    1
    • #64-1 Mr.Dagon (@danghnj) (จากตอนที่ 7)
      18 กันยายน 2558 / 23:57
      ชื่อนี้ถูกต้องครับ แบ ริ้ง สะ โตง
      #64-1
  14. #63 thitima395 (@thitima395) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 22:47
    ชอบนางเอกแบบนี้จังเลย ข้าจะรอนะท่านน้องงงง ^^
    #63
    0
  15. #62 miimeen (@nongcheer1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 22:42
    บอกได้คำเดียวเลยว่า สะใจมาก
    เอาให้หงอ พวกฉ้อราษฎ์บังหลวงเนี่ย
    เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตนชักศึกเข้าบ้าน
    #62
    0
  16. #61 Poowadeh Suwannarat (@poohero) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 22:37
    รออ่านจร้าา
    #61
    0
  17. #59 aoraor94 (@aoraor94) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 22:30
    คือ นางเอกมีปืนคนเดียวหรอคะ  ทำไมคนอื่น ๆ หรือแม้กระทั่งเฮนรี่ถึงใช้ดาบ ? 
    คือ ตกลงปืนในยุคที่นางเอกไป ปืนคือสิ่งต้องเป็นราชินีเท่านั้นถึงครอบครองได้หรือป่าวคะ

    คือ สงสัยน่ะค่ะ



    #59
    1
    • #59-1 Mr.Dagon (@danghnj) (จากตอนที่ 7)
      18 กันยายน 2558 / 22:42
      ปืนในสมัยนั้น ผู้ที่จะครอบครองต้องได้รับอนุญาตจากจักรพรรดิก่อนเท่านั้น และราคาของมันค่อนข้างแพง แต่ในตอนต่อๆไป จะเฉลยครับ
      #59-1
  18. #58 timothyz (@timothyz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 22:10
    บอกเลยว่ส สนุก และโคตรตื่นเต้น
    รอติดตามตอนต่อไปนะ่ัไรท์
    #58
    0
  19. #56 zen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 21:46
    สุดยอดนางเอก อยากอ่านแบบนี้มาตั้งนานแล้ว นางเอกช้านเด็ดขาดมากกกกกก
    #56
    0
  20. #55 กุ้งนาง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 21:12




    สนุก สะใจมาก ตายแล้วเปลี่ยนแปลงการย้อนไปจีนโบราณ ไปยุโรปซะที



    โหดได้อีกค่ะ รออยู่
    #55
    0
  21. #54 grace (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 20:55
    ไรท์อัพได้รวดเร็วทันใจจริงๆ ประทับใจสุดๆค่ะ

    เนื้อเรื่องทั้งสนุกและตื่นเต้น น่าติดตาม

    ตอนนี้ติด Top10 เรื่องในดวงใจ ตามเช็คเช้าเย็น

    ขอบคุณมากๆค่ะไรท์ สำหรับผลงานที่สุดแสนจะประทับใจ



    #54
    0
  22. #53 แมวน้อย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 20:51
    เบ็ดเสร็จ. เด็ดขาดมาก. นางแน่มาก
    #53
    0
  23. #52 Aom Aomjai (@241911) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 20:36
    โอ้ว!!!!!!!!!!!!!!แม่เจ้าาาาาา
    #52
    0
  24. #51 dbutterfly (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 20:35
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #51
    0
  25. #48 yoonly (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กันยายน 2558 / 19:36
    อื้อฮือ โหดมากกก ก.ไก่ล้่านตัว
    #48
    0