เจาะเวลากู้แผ่นดิน ภาค กำเนิดเจ้าหญิงเทพธิดาดอกบัวพันปี"เหลียนฮวา"

ตอนที่ 24 : ว่าที่นักพรตหญิงตัวน้อย(ผู้เกรียนแตกว่ะฮาฮ่า) Ver.6/6.1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    25 ก.พ. 56

อึบ ตุ๊บ!!! (เสียงฮวาน้อยโดดลงมาในหลุมกับดักของนายพราน)

ต้องทำอย่างนี้ข้าถึงจะเชื่อเจ้า รู้จักไหมพันธะสัญญาเลือดนะ แผล่บ(^_^)” ฮวาน้อยได้ทำการแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ยิ้มที่มุมปากหน่อยแล้วเลียที่มุมปากตัวเองเล็กน้อย และในดวงตาของตนก็มีประกายตาแปลกๆปรากฏอยู่ในนั้นด้วย

นี่เจ้าเป็นใครกันแน่ หรือว่าเจ้าไม่ใช่เด็กน้อยธรรมดาใช่หรือไม่? อย่าเข้ามานะข้ากลัวแล้ว…”

ช่างข้าเหอะน่า….มามะมาให้ข้าช่วยเจ้าก่อน แล้วพวกเราค่อยมาทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการดีกว่านะ หึหึ

เจ้าอย่าเข้ามานะ ขะข้าเปลี่ยนใจแล้วปล่อยข้าไว้ที่นี้แหละ แว๊ก….แม่จร้าชข่วยหนูด้วย ไอ้เด็กผีมันจะฆ่าหนูแล้ว” T^T”

V

V

V

และแล้วเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วยามกว่าๆ

                หลังจากที่ข้าฮวาน้อยได้ทำการช่วยเหลืออดีตเสือร้ายผู้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาจากหลุมกับดักมาได้  ก็มานั่งหอบแฮ่กๆอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่อยู่แถวนี้ก่อน  อ่ะๆหลายคนอาจจะสงสัยแล้วสิลำพังแค่ข้านั้นจะเอาเจ้าเหมียวยักษ์ออกมาจากปากหลุมนั้นได้อย่างไรกัน   ดังนั้นเดียวข้าเฉลยให้ทุกท่านได้รู้ว่าข้าเอาจะเหมียวยักษ์ออกมาได้อย่างไรกัน โดยวิธีการที่ว่าก็มีดังนี้…..

                หลังจากลงไปในหลุมเพื่อตกลงเจรจากับแมวยักษ์เสร็จข้าก็รีบไปเกณฑ์แรงงานพวกสัตว์น้อยใหญ่ในป่านี้ ให้มาเป็นกองกำลังฉุดเสือขึ้นมาจากหลุมนั้นเอง เมื่อเกณฑ์แรงงานได้มาแล้วก็จัดการหาเถาว์วัลย์มาทำเป็นเชือกที่จะใช้ในการผูกเสือเพื่อดึงขึ้นมา เมื่อเตรียมของทั้งสองสิ่งเสร็จก็ได้เวลาที่ดำเนินการตามแผนจริงซะที โดยข้าได้โดดลงหลุมไปอีกครั้งแล้วเอากริชสั้นทองคำ*ที่พกติดตัวอยู่ตลอดเวลาออกมาแล้วกรีดที่ฝ่ามือของตัวเอง แล้วเดินดุ่มๆไปพร้อมกับเลือดที่ไหลย้อยลงมานั้นแหละเข้าไปหาน้องเหมียวยักษ์ที่ตอนนี้ดูตัวสั่นๆพิลึก แววตาก็เหมือนคนจะร้องไห้ไม่สิเสือร้องไห้ พอข้าเดินไปถึงก็ใช้มือข้างที่ไม่มีเลือดออกดึงไม้ที่เสียบข้าหลังของมันอกมาโดยที่ไม่ให้มันได้ตั้งตัว แล้วจัดการเอามือข้างที่เลือดไหลโชกไปวางไว้ที่แผลของมันทันทีพร้อมกับขู่และบังคับให้มันพูดตามข้าว่า

                “นี่พี่เสือเจ้าชื่ออะไรบอกข้ามาดิ

                “เจ้าบ้าหรืออย่างไร ข้าเป็นเสืออยู่ในป่าไม่มีชื่อแซ่แบบพวกมนุษย์อย่างพวกเจ้าหรอกนะ

                “เออนั้นสิลืมไปเสียสนิทเลยแหะๆ งั้นข้าตั้งชื่อให้เจ้าเลยละกัน ง่ายๆสั้นๆลงตัวได้ใจความว่า จินหู่ละกัน หึหึ เอาละทีนี้เจ้าก็จงพูดตามข้าซะบัดเดียวนี้เลย….ข้าจินหู่ขอให้คำสัตย์สาบานว่าข้าจะจงรักภักดีต่อแม่นางน้อยที่อยู่ตรงหน้าข้าในฐานะนายเหนือหัวขอข้า เนื่องจากนางได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้นเอง

                “เออข้าไม่พูดแบบนั้นได้ไหม?”

                “แล้วเจ้าคิดว่าข้ายอมไหมละ?” (^U^)

                (ยึ้ย….นางยิ้มแบบนั้นอีกแล้ว เห็นแล้วขนลุกหมดแย้วววว)

                เออๆข้ายอมแล้วข้าจินหู่ขอให้คำสัตย์สาบานว่าข้าจะจงรักภักดีต่อแม่นางน้อยที่อยู่ตรงหน้าข้าในฐานะนายเหนือหัวขอข้า เนื่องจากนางได้ช่วยชีวิตของข้าไว้นั้นเอง

                “ในนามของข้าเหลียนฮวา บุตรตรีผู้เป็นทายาทแห่งพลังธรรมชาติอันบริสุทธิ์ที่สุดในสามภพนี้ขอให้ฟ้าดินจงเป็นพยานว่าข้าและจินหู่ได้ทำพันธะสัญญาร่วมกันเป็นนายและบ่าวที่ซื่อสัตย์ต่อกัน ถ้าใครผิดคำสาบานที่ให้ไว้ของให้เลือดในกายของมันผู้นั้นเดือดร้อนเหมือนถูกไฟนรกเผาไหม้จากภายในทันทีจนกว่าจะตายจากพื้นพิภพนี้

                (อึกคิดผิดคิดถูกที่ให้ยัยตัวจ๊อยช่วยเหลือข้าว่ะเนี่ย งั้นถ้าข้าคิดกินเจ้าข้าก็ตายใช่ไหมเนี่ยT^T)---พี่เสือโคร่ง

                เอาละเสร็จพิธีการละ ทีนี้ก็…” ฮวาน้อยเดินมาที่ข้างหน้าพี่เสือแล้วยิ้มแปลกๆให้ก่อนที่จะเอาสันมือฟาดสันคอพี่เสือจนสลบเหมือด

               

                หลังจากพี่เสือสลบข้าก็ได้เอาเชือกที่เตรียมไว้ผูกตัวมันไว้  ก่อนที่จะโยนให้ลิงน้อยจอมป่วนที่อยู่ในกลุ่มที่ข้าของแรงมาช่วยงานทันทีเพื่อให้มันเอาเชือกไปผูกติดต้นไม้ขนาดใหญ่เพื่อที่จะทำหน้าที่เป็นที่ชักรอกชั่วคราวในการดึงตัวพี่เสือขึ้นไปนั้นเอง

V

V

V

Part   หยางเฟย บรรยาย

                หึหึ ร้ายเหมือนกันนะยัยเปี๊ยก จับเสือร้ายมาเป็นทาสผู้ซื่อสัตว์หรอเนี่ย คิดไปได้นะคนเรา ว่าแต่ถ้ามันคิดทำร้ายยัยเปี๊ยกจริงแล้วมันจะตายจริงๆงั้นหรือ แล้วเรื่องทายาทพลังธรรมชาติอันบริสุทธิ์ที่นางประกาศออกมาอีก…..

อืมหรือว่านางจะฟื้นความทรงจำเดิมสมัยที่นางเป็นเทพได้แล้วอย่างงั้นหรือ? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงงั้นนางจะรู้ไหมว่าเทพมังกรทองก็ไดรับภาระกิจจากสวรรค์มาเหมือนกัน ถ้านางรู้สงสัยว่างานนี้ภารกิจของนางคงสำเร็จได้ยากแน่ๆเฮ่อ……(สงสัยงานนี้ข้าจะได้ภารกิจกู้ชาติ เฮ้ย! กู้แผ่นดินโดยการกันท่าคนที่จะมาเกี๊ยวนางในอนาคตสินะ)

……………………………………………….

 

อืม…..ทีเนี่ยข้าจะทำอย่างไรก็เจ้าดีละพี่เสือยักษ์แต่ใจปลาซิว ที่อยู่ดีๆก็มาสลบเหมือดซะอย่างนั้นจะให้ข้าแบกไปก็ไม่ไหวเพราะตอนนี้ยังไม่หายบาดเจ็บเลยง่ะ จะให้กลิ้งไปนั้นก็ไม่ได้อีกเพราะทางก็ไม่ได้เรียบเท่ากันไปตลอดทางซะด้วยสิ เฮ่อถ้าพี่บิ๊กเบิ้มตัวนี้ถูกย่อขนาดให้เหลือเท่าแมวได้ก็ดีสิจะได้อุ้มกลับไปอยู่ถ้ำด้วยกันง่ายๆหน่อย

ขณะที่ฮวาน้อยได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเหนือจินตนาการอยู่นั้น นางก็ไม่ได้คิดหรอกว่าจะได้อย่างที่ตามใจตนคิด แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีฮานามิ (ไม่ใช่ละฮ่า….) เพราะอยู่ดีๆนั้นร่างของพี่เสือก็ค่อยๆหดเล็กลง เล็กลงเรื่อยจนเท่าแมวตามที่นางได้คิดเล่นๆนั้นเอง

 

เฮ่อช่างเหอะทิ้งไว้ที่นี่ซะคืนก็คงไม่เป็นไรมั้ง แล้วพรุ่งนี้ค่อยลองทำเครื่องมือลากกลับถ้ำ อะอ้าวพี่เสือหายไปไหนง่ะหันมาอีกทีกลับหายไปซะงั้น แล้วนั้นแมวลายเสือมาจากไหนอ่ะแต่ดูไปดูมาทำไมลายที่ตัวเหมือนพี่เสือจัง ไม่ดีแน่ถ้าทิ้งให้นอนที่นี่เดียวพี่เสือกลับมาลากไปกินงั้นมาอยู่กับฮวาน้อยก่อนชั่วคราวละกันนะน้องเหมียว อึบ(เสียงฮวาน้อยอุ้มแมวน้อยกลับถ้ำนั้นเอง)

 

ที่ถ้ำอันแสนสุขของท่านเต่าดำ (ถ้ำเต่าดำเจ้าสำราญ)

                เฮ่อกว่าจะกลับมาที่ถ้ำนี่ได้เล่นเอาหลงตั้งนาน เป็นเพราะพี่แมวยักษ์นั้นแท้ๆดีนะที่ข้าจมูกดีเลยเดินดมกลิ่นหาทางกลับถ้ำนี่มาได้ (คุ้นๆว่าเหมือนตัวอะไรนะใช้วิธีดมกลิ่นกลับบ้านมาเนี่ย…=^=”) ว่าแต่ว่าจะเอาแมวน้อยตัวนี้ไปนอนที่ไหนดีละเนี่ย….ในนี้ไม่มีของที่ใช้แทนฟูกได้เลย

               

                อืม….ที่นี่ที่ไหน เฮ้ย! ยัยเด็กผีปล่อยข้านะจะเอาข้าไปต้มยำทำแกงที่ไหนนะ ข้าไม่ยอมนะโฮ๊ก…….(แง้วววว) เฮ้ย….เสียงข้าทำไมเสียงมะ…..เหมือน…..”

 

                “อ้าวตื่นแล้วหรอเจ้าเหมียวน้อย แต่ทำไมเจ้าถึงได้ใช้สำนวนการพูดคล้ายพี่เสือจังละ หรือว่า……..”

                (อึ้ยตายละหรือว่าตูจะตัวหดลงฟ่ะ งั้นนางคงยังไม่รู้ว่าข้าก็คือพี่เสือของนาง เอาไงดีละที่เนี่ย ถ้าบอกนางไปว่าเป็นพี่เสือ สงสัยงานนี้นางได้เอาคืนข้าเป็นแน่แท้ แต่ถ้าข้าคิดโกหกนางโดยการยอมทำตัวเป็นลูกแมวน้อยละ???  ไม่เอาๆเกิดมาทั้งทีเป็นเสือก็ต้องเป็นเสืออยู่วันยังค่ำโฮ๊ก….)

                “เชอะก็ข้าเนี่ยละพี่เสือของเจ้า แล้วก็ไม่ต้องทำหน้างงเลยว่าทำไมข้าถึงตัวหดเหลือเท่านี้ เพราะข้าไม่รู้เหมือนกัน แต่ข้าว่าเจ้านั้นแหละที่เป็นตัวการณ์ที่ทำให้ข้าตัวเหลือเท่านี้แง่ง(เสียงขู่เริ่มเพี้ยนแล้วนะน้องเสือ)

                “หือข้าเนี่ยนะ(ฮวาน้อยพูดแบบหน้าตีมึนแล้วเอานิ้วชี้ที่หน้าของตนเอง) นี่เจ้าอย่ามาพูดจาแมวๆกับข้านะถึงข้าจะใช้พลังธรรมชาติในการทำพันธะสัญญาเลือดกับเจ้าก็จริงอยู่ แต่ข้าคิดว่ามันก็ไม่น่าจะทำให้เจ้าตัวหดเหลือเท่านี้ได้นะ นอกจากซะว่า….อืม….(หรือว่าที่แท้แล้วตัวเรานั้นนอกจากมีพลังธรรมชาติอันบริสุทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ไหลเวียนอยู่ในตัวแล้ว แต่เลือดและเนื้อของเราก็มีพลังวิเศษอยู่ด้วยซึ่งพลังนั้นอาจจะเทียบเท่าของพระถังซั่มจั่งo[]O ถ้าเป็นงั้นจริงข้าน้อยโคตรซวยละงานนี้….ได้วิ่งหนีแบบท่านแน่ๆไม่มีตัวช่วยแบบท่านด้วยสิ T^T)

                “นี่ๆ เจ้าเป็นอะไรไป ข้าเห็นเจ้าเหม่ออยู่ท่านั้นนานแล้วนะ

                “เออ..เอาเป็นว่าข้าจะช่วยดูแลเจ้าก่อนก็ได้ ไม่ใช่เพราะเป็นฝีมือข้านะแต่เพราะมโนธรรมในใจข้าสั่งมาให้ช่วยเจ้าเท่านั้น จำไว้ด้วยนะเออ
 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>><<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<

 

และแล้วการใช้ชีวิตในป่าใหญ่ครั้งแรกของฮวาน้อยก็ผ่านไปเช่นนี้แล (555+) หลังจากวิ่งหนีเสือกันตั้งแต่วันแรกตอนหลังก็ได้พี่เสือมาเป็นทาส (สหายคน? สนิทนั้นเอง) หลังจากที่ฮวาน้อยตกลงเจรจากับอดีตี่เสือร้ายเสร็จก็พึ่งจะเห็นกองสัมภาระที่ท่านเสวี่ยนอู๋ฝากให้เฟยหยางเอามาให้นางนั้นเอง พอเห็นปุปนางก็รีบรื้อแล้วอ่านข้อความที่แนบมาทันที

                บู….อารายกันเนี่ยนี่ข้ายังไม่หายบาดเจ็บดี ท่านพ่อยังไม่ยอมหาตัวช่วยให้ข้าแถมให้ข้าทำเองทุกอย่างตามนี้หรอเนี่ย ข้าพึ่งจะห้าขวบก็จับข้าลงคอรส์เข้าค่ายลูกเสือแบบนี้ แถมวันนี้ก็ได้แผลที่ฝ่ามือเพิ่มเพราะใครบางตัวแถวนี้ซุ่มซ่ามตกกับดักนายพรานอีกชิส….” =3=

                “เจ้าจะบ่นอารายกันนักกันหน่าอ่ะ อายุพึ่งจะเท่านี้บ่นเป็นยายแก่ไปได้ ไม่ต้องห่วงมีข้าอยู่ด้วยทั้งคน (ตัว)ข้าช่วยเจ้าได้ทุกอย่างเชื่อดิ เห็นอย่างนี้ข้าก็เป็นถึงข้าใหญ่คุมถิ่นนะหึหึ

                “หรอ….เจ้าเสือน้อย อย่าลืมดิว่าเจ้าตัวหดเหลือเท่าเนี่ยจะช่วยอารายข้าได้ ดีไม่ดีโจทย์เก่าเจ้าได้หาโอกาสแก้แค้นเจ้าคืนในช่วงนี้ก็ได้ ถึงเวลานั้นจริงๆใครต้องช่วยใครกันแน่ฮึ

                “………(เออจริง)”

                “เออช่างเหอะคิดซะว่าท่านพ่ออยากให้ข้าฝึกไว้เผื่อในอนาคตอันใกล้ (หรือไกล) ข้าจะต้องมีเหตุให้นอนกลางดินกินกลางทรายจะได้เอาตัวรอดได้ด้วยตัวเอง งั้นเดียวข้าขอตัวไปหาวัตถุดิบต้มยาพร้อมกับไปหาอาหารเย็นก่อนนะส่วนเจ้าก็อยู่ที่นี่นั้นแหละ ออกไปด้วยก็เกะกะข้าซะเปล่าๆ

                “ตะแต่ว่าข้า….”

                หือหรือว่าเจ้าอยากลองพิสูจน์ตามคำที่ข้าบอกไว้ก่อนหน้านี้จริงๆละ อ้ออีกอย่างนั้นข้าคงหาได้แต่พืชผักและผลไม้เท้านั้นอะนะ เจ้าก็ทนๆเป็นแมวกินมังฯไปก่อนละกัน” ^0^b

                “แต่ว่าข้าเป็นสัตว์กินเนื้อนะ!”

                “งั้นก็ออกไปหากินเองละกัน แล้วระวังจะโดนสัตว์อื่นไล่เตะกลับมาด้วยละ

                T^T (ใจร้ายจัง)

 

                หลังจากที่ข้าหาของได้ครบตามที่ต้องการก็จัดการเอามากองไว้ตรงข้างหน้าทันที แล้วแยกส่วนที่เป็นยาสมุนไพรไว้อีกที่ตางหากก่อนที่จะลงมือกินพร้อมเจ้าเหมียวน้อย หลังจากที่กินเสร็จก็ไปอาบน้ำต่อที่น้ำตกด้านหลังของถ้ำนี้ โดยไม่ลืมลากเหมียวน้อยไปด้วย (ไว้เป็นต้นทางระวังภัยให้ ก่อนที่จะแกล้งดึงมันลงน้ำหลังจากที่ข้าอาบน้ำเสร็จ หึหึ อ้อส่วนยาที่จะดื่มก็ตั้งไว้บนเตาไฟก่อนออกมาอาบน้ำอ่ะนะ กะอาบเสร็จกลับไปดื่มแล้วนอน)

 

                จินหู่มานอนกับข้าที่เตียงนี้ก็ได้นะ ข้าว่าที่นี่ดึกๆคงหนาวน่าดูเลย

                “ไม่ละ ข้าไม่คุ้นเคยกับการนอนร่วมกันกับผู้อื่น

                “แต่ข้าไม่คุ้นนี่หน่ามาเหอะข้าง่วงจะแย่อยู่แล้วนะ มานี่เลยนี่คือคำสั่ง!”

 

                หลังจากที่ฮวาน้อยพูดอย่างนั้นจินหู่ก็เดินตัวแข็งทือเข้าไปใกล้ๆที่เตียงนอนของฮวาน้อย ก่อนที่ฮวาน้อยจะกระโดดลงมาจากเตียงแล้วอุ้มมันไปวางไว้บนเตียง แล้วตัวเองค่อยปีนขึ้นเตียงต่ออีกทีเสร็จแล้วก็คว้าตัวมันควับทันทีก่อนที่มันจะหนี สุดท้ายก็คว้าผ้าห่มคลุมโปงนอนเป็นอันว่าคืนนี้สงครามย่อยๆได้จบลงแต่เพียงเท่านี้ละเฮ่อ……

 

เช้าวันต่อมา….(วันที่สองของการอยู่ป่า)

                หาว….เช้าแล้วมั้งเนี่ย? (ลืมไปว่าอยู่ถ้ำเลยมองไม่เห็นว่าพระอาทิตย์ขึ้นยัง…) อ้าวจินหู่ทำไมเจ้าไปนอนแอ้งแม้งในท่านั้นที่พื้นละ

                จินหู่ทำไมเจ้าถึงได้ไปลงนอนแอ้งแม้งตรงมุมถ้ำอ่ะ” =^=a

                “ก็เพราะใครนอนดิ้นละ ข้าถึงได้โดนถีบตกเตียงแล้วกระเด็นมาถึงนี้นะ ชิส…”  =_=”

                “จริงหรือ นี่ข้าไม่รู้ตัวมาก่อนเลยนะ

                “ช่างเหอะเจ้าจะไปไหนก็ไปเหอะ (เชอะไม่ง้อหรือขอโทษข้าบ้างเลย ช่ายสิข้ามันก็แค่ทาสของเจ้าที่เผอิญเก็บตกมาได้T^T)

                “ไม่ วันนี้เจ้าต้องไปด้วยเพราะข้าจะให้เจ้าไปเป็นผู้ช่วยให้ข้า ในการหาคำตอบเรื่องการเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติต้องทำอย่างไร ดังนั้นจึงมากับข้าซะดีๆ คริๆ

                “ไม่…(อยู่กับเจ้าทีไรข้าซวยทุกที)” T^T

 

                หลังจากนั้นไม่นานข้าก็ถูกนางลากออกจากถ้ำมาจนได้ แล้วนางถามข้าว่าถ้าจะเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติคือต้องทำตัวให้กลมกลืนกับธรรมชาติเหมือนกิ้งก่า จิ้งจก ตุ๊กแกหรือเปล่า ข้าก็ไม่รู้ว่าจะตอบนางว่าอย่างไรก็เลยตอบนางว่า ได้ เพียงเท่านั้นแหละนางก็รีบวิ่งไปหากิ้งก่าที่อยู่ตรงหน้าแล้วเลียนแบบชีวิตมันทุกอย่างชนิดติดหนึบตั้งแต่เช้ายันเย็นถึงจะเลิก

 

เช้าวันต่อมา….(วันที่สามของการอยู่ป่า)

                นางลากข้าออกจากถ้ำตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพื่อจะไปหาคำตอบในเรื่องเดิมๆ คราวนี้นางถามข้าว่าถ้าลองใช้ชีวิตแบบกบที่นางเห็นในบ่อน้ำเก่าที่เผอิญเจอในวันนี้จะเข้าใจเรื่องการเข้ากับธรรมชาติได้ไหม? ข้าก็ตอบไปแบบเดิมๆว่า ได้ แค่นั้นแหละนางกระโจนลงบ่อไปทันทีโดยลืมสังเกตว่าบ่อมันลึกมาก…..เหอะๆกว่าข้าจะไปหาเหล่าสัตว์น้อยใหญ่มาช่วยนางได้เหนื่อยและเจ็บตัวแทบตาย เพราะให้พวกนั้นมันได้เอาคืนกับการกระทำในอดีตที่เลวร้ายของข้าก่อนนั้นเอง ถึงจะยอมมากับข้าเพื่อช่วยนางขึ้นมา (แต่การกระทำในวันนี้ทำให้ข้ารู้ว่าในอดีตนั้นข้านั้นเลวมากขนาดไหน เฮ่อคงได้เวลาที่ข้าต้องกลับตัวกลับใจแล้วจริงๆละมั้ง)

 

รุ่งสายของวันต่อมา….(วันที่สี่ของการอยู่ป่า)

                และแล้วที่ข้าคิดไว้ก็เกิดขึ้นจริงๆ นายน้อยของข้า(ที่จริงก็ไม่ได้อยากเรียกอย่างนี้หรอกนะเออ) เป็นหวัดไม่สบายเล็กน้อย เอหรือว่าปานกลางไม่สิอาจถึงหนักมาก…. (งงไหมท่านผู้อ่าน เพราะที่จริงข้าพูดเองก็งงเองเหมือนกันอ่ะเหมียว….อาจเพราะข้าไม่ใช่หมอด้วยละก็ข้าเป็นแมว เฮ้ย! เสือนี่หน่า) นั้นทำให้ข้าเริ่มกระวนกระวายอย่างหนัก ไม่ใช่เพราะข้าห่วงนางนั้น ที่ข้ากระวนกระวายก็เพราะ……..(ขอคิดก่อน..) อ้อ! แค่ข้ากลัวว่าถ้านางตายไปเพราะโรคหวัดแบบนี้ง่ายๆ แล้วใครจะมาช่วยหาวิธีกลับร่างเดิมให้ข้ากันละ

                ขณะที่ข้าเดินกระวนกระวายเป็นเสือติดจั่นอยู่ใกล้ๆเตียงของนางนั้น ก็มีเสียงของฝีเท้าหนักๆตรงมาทางที่พักที่พวกเราอาศัยอยู่ แล้วนั้นยิ่งทำให้ข้าตื่นตัวมากขึ้นกว่าเดิมเพราะข้ากังวลว่าผู้บุกรุกนั้นอาจจะเข้ามาทำร้ายพวกข้าตอนที่อ่อนแอแบบนี้อยู่ก็ได้ แต่ทันทีที่บุคคลลึกลับปรากฏตัวให้เห็นตรงหน้าข้า       

ข้าก็โล่งอกทันทีเพราะข้าว่าข้าได้กลิ่นที่คุ้นเคยแบบนี้อยู่นะ ข้าคิดว่าเขาคือคนที่คอยแอบติดตามพวกข้ามาตลอดสามสี่วันที่ผ่านมา พร้อมแอบช่วยเหลือพวกข้าอย่างลับๆด้วยแน่ๆ ข้าจึงเดินไปดมมือและเลียมือเขาผู้นั้นอย่างช้าๆเพื่อแสดงการเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เมื่อข้าทำเสร็จเขาผู้นั้นก็เดินไปทางเตียงนางเพื่อที่จะหยิบยาอะไรบางอย่างให้นางกิน แล้วจึงเดินออกไปหาอุปกรณ์บางอย่างมาเช็ดตัวให้กับนาง สรุปชายชุดดำทั้งตัวคนนี้อยู่กับพวกข้าตั้งแต่สายของวันนี้จนถึงรุ่งเช้าของอีกวันเพื่อช่วยดูแลนางนั้นเอง แล้วนั้นจึงทำให้ข้าสบายใจได้ขึ้นมาบ้างจึงยอมทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าประตูถ้ำให้ในคืนนี้

 

รุ่งเช้าของวันต่อมา….(วันที่ห้าของการอยู่ป่า)

                อืม…..เช้าแล้วหรอ ทำไมรู้สึกมึนๆเบลอขนาดนี้เนี่ย หรือว่าเป็นเพราะเรานอนมากไปนะ แล้วนี้วันที่เท่าไหร่แล้วนี่ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?

                “แล้วจินหู่หายไปไหน? จินหู่ๆ เจ้าอยู่ไหนกันนะอึบ….(เสียงฮวาน้อยลุกจากเตียงเพื่อตามหาจินหู่)

                “ข้าอยู่ทางนี้       

                ควับ!  O[]o

                “ทำไมเจ้าถึงมีสภาพแบบนั้นละ จินหู่ หมดสภาพอดีตพี่เสือสุดโหดเลย

                “ก็เพราะเจ้านั้นแหละ ชิส์ช่างเหอะว่าแต่เจ้าอาการป่วยดีขึ้นแล้วหรอ

                “อืมดีขึ้นแล้ว ว่าแต่เจ้าเถอะจินหู่ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม?”

                “ข้าก็ไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย ทำไมเจ้าต้องถามข้าแบบนั้นด้วยละ?”

                “ก็ปกติ เจ้าคิดจะงับข้าเป็นอาหารเจ้าอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่หรือไง

                (ง่ะ! ดันรู้ใจข้าอีก) O[]o

                ข้านิสัยเปลี่ยนไปแล้วนายท่าน ส่วนสาเหตุที่เปลี่ยนไปก็เพราะท่าน พูดถึงเรื่องนี้ก็ดีแล้วนายท่านไหนๆท่านก็มีพลังในการทำให้ข้าหดลงเหลือตัวเท่านี้แล้ว ช่วยหาวิธีเปลี่ยนข้าเป็นคนได้ไหมละท่านเพื่อเวลาเกิดเรื่องฉุละหุแบบคราวก่อนอีก ข้าจะได้ช่วยท่านได้ไงนายท่านนะๆว่าแล้วจินหู่ก็เดินมาใกล้ฮวาน้อยเข้ามาออดอ้อนสมกับที่อยู่ในร่างที่เหมือนแมวน้อยทันที

                อืมก็เป็นความคิดที่ดีนะ แต่ว่าถ้าเจ้าเป็นคนได้จริงๆเจ้าจะไม่ทำให้ข้าต้องปวดหัวได้จริงหรอ

ข้ากลัวว่าเจ้านะจะทำอะไรแปลกๆให้คนรอบข้างเดือดร้อนมากกว่าที่จะช่วยเหลือข้าเสียมากกว่าละมั้งจินหู่ อีกอย่างถ้าเจ้าได้เป็นคนจริงๆข้ายังนึกไม่ออกเลยว่าสภาพร่างกายเจ้าจะออกมาเป็นรูปแบบไหน (หรือว่าจะเหมือนเสือสมิงจากบ้านเกิดเมืองนอนของข้าที่โลกขนานที่จากมาเปล่าหว่า? ไม่สิหรือจะมีตัวเป็นคนหัวเป็นเสือ เหมือนสฟริงในอียิปห์หรือว่าจะมี่หัวเป็นคนตัวเป็นเสือหว่า? ฮ่าๆไม่หรอกมั้งถ้าเป็นแบบนั้นจริงอย่าว่าแต่ชาวบ้านทั่วไปแตกตื่นเลย เป็นข้าข้าก็เผ่นเหมือนกันเจอสัตว์ประหลาดแบบนั้น)

 

                ทันที่ฮวาน้อยคิดเสือน้อยจินหู่ก็มีแสงสีทองออกจากทั่วร่างของตัวเอง ทันทีที่แสงสีทองหายไปก็กลายเป็นร่างของเด็กชายตัวน้อยอายุประมาณห้าขวบ ที่ร่างกำลังเปลือยเปล่าแล้วมีหูกับหางแบบสัตว์ป่าอยู่ จินหู่ที่ดูเหมือนกำลังจะมึนๆกับร่างกายของตัวเองอยู่ก็ยืนอย่างสัตว์สี่เท้าเหมือนเดิม เพราะยังไม่รู้ว่าร่างของตนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง พอตั้งสติได้ก็เดินเข้าไปหาฮวาน้อยแล้วเอาปากไปงับเข้าที่ชายกระโปรงของนางเพื่อที่จะดึงสตินางจากการที่นางคิดเพ้อเจออยู่คนเดียวเสียนานนั้นเอง

 

                ควับ!? นี่จินหู่ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าอย่างับชายเสื้อข้า เพราะเจ้าเสื้อผ้าข้าถึงได้(ฮวาน้อยผงาบปากค้างเพราะตะลึงสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า หลังจากนั้นไม่นานเพียงเสี่ยววินาทีต่อมาก็มีเสียงนี้ตามมานั้นก็คือ….)

                เปรี้ยง!!

                โอ้ย! นี่เจ้าเตะข้ากระเดนติดฝาผนังถ้ำทำไมกัน ข้าทำผิดแค่กัดชายเสื้อแค่นี้ไม่เห็นต้องเตะกันเลยT^T”

                “เจ้านั้นแหละเป็นใครกัน เจ้าสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาด คนก็ไม่ใช่ เสือป่าก็ไม่เชิง และยังกล้ามาตีซี้กับข้าอีก ข้าไม่เคยรู้จักเจ้ามาก่อนเลยนะเท่าที่ข้าจำได้

                “นี่เจ้าเป็นหวัดหนักจนลืมอดีตพี่เสืออย่างข้าแล้วหรือ

                “ข้าไม่ได้ป่วยหนักขนาดนั้นซะหน่อยนะ ยังไงข้าก็ไม่มีทางลืมเสือติ๊งต๊องอย่างนั้นได้หรอก เจ้านั้นแหละเป็นใครกันแน่ อยู่ดีๆก็มาอ้างกับข้าว่าเป็นพี่เสือของข้า

                ???  งั้นเจ้าจะต้องให้ข้าพิสูจน์อย่างไรถึงจะเชื่อข้า ว่าข้าคือจินหู๋ของเจ้าจริงละเนี่ย---จินหู่=^=a

                “……”

ถ้าเจ้ายังยืนยันว่าเจ้าเป็นอดีตพี่เสือจอมโหดจริง งั้นจงเล่ามาว่าเจ้าเจอกันข้าได้อย่างไรกันมาให้หมดแล้วถูกต้องให้ข้าฟังตอนนี้เลย ถ้าเจ้าเล่าผิดไปแม้แต่นิดข้าสัญญาว่าข้าจะจัดการเจ้าให้ไม่เหลือซากแน่หึหึ

ง่ะ(น่ากลัวตั้งแต่ไหนแต่ไรไม่เคยเปลี่ยนแปลงจริงๆเลยนายท่านT^T) ได้งั้นข้าก็จะเล่าให้ท่านฟังเรื่องก็มีอยู่ว่า…….”

 

และแล้วจินหู่น้อยในร่างคนก็เล่าเรื่องราวมหากาพของตนเองให้ฮวาน้อยฟังไปร่วมกว่าเศษหนึ่งส่วนสี่ของหนึ่งชั่วยาม

 

หา!(O[]O)

นี้เจ้าคือจินหู่จริงๆหรอเนี่ย เออแต่ว่าเจ้าช่วยเอาผ้าห่มผืนนี้ไปคลุมตัวเจ้าก่อนได้ไหม ตอนนี้แบบว่าตัวเจ้าดู….>///<”

(?_?)---จินหู่ที่ถึงแม้จะงงๆอยู่บ้างว่าทำไมเจ้านายตนหน้าแดงๆแต่ก็เดินเข่าคลานสี่เท้าเข้าหา แล้วเอาผ้าห่มมาคลุมแบบเก้ๆกังๆ (แบบเสือไม่เคยนุ่งผ้าอะน่ะ)

อ้อ เจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ก่อนอย่าพึ่งไปไหนละเดียวข้ามาฮวาน้อยสั่งจินหู่เสร็จก็รีบก้าวออกจากเตียงไปที่มุมสัมภารกของตนเองเพื่อรื้อค้นหาสัมภาระที่ตนเองต้องการที่เรียกว่าเสื้อผ้าออกมาทันที

 

 

ชุดไหนนะที่จะเหมาะกับเจ้าเสือน้อยในร่างคนนั้นนะ เออแต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าจากเสือร้ายตัวใหญ่จะถูกพลังในกายข้าทำให้ตัวหดเหลือเท่าแมว แล้วจากตัวเท่าแมวแต่กลายร่างเป็นครึ่งคนครึ่งสัตว์ได้ด้วยเพราะพลังใจของตน อืมงั้นแสดงว่าจินหู่นั้นคงจะจงรักและภักดีกับตัวเราอย่างแท้จริงแล้วสินะอืมๆ อ่ะเจอแล้วชุดนักพรตน้อยที่ท่านพ่อส่งมาให้ข้า ดีนะที่ส่งมาให้หลายชุดเหมือนจะรู้เลยว่าจะมีเรื่องยุ่งยากแบบนี้เกิดขึ้น =.,=b เยี่ยมจริงๆท่านพ่อเสวี่ยนอู่

 

เอ้านี้คือสิ่งที่เจ้าต้องทำเมื่ออยู่ในร่างนี้นะจินหู่

นี่มันเสือผ้าท่านนิ เอามาให้ข้าทำไมกัน?”

ข้าก็เอามาให้เจ้าใส่นะซิ ถามได้ เจ้าจะอยู่ในสภาพเปลือยแบบนี้ไปตลอดไม่ได้นะ เพราะตอนนี้เจ้าก็ไม่มีขนให้ความอบอุ่นแบบในร่างเดิม

แต่ว่านายท่านข้า…..”

นี้เจ้าคิดจะหือกับข้างั้นหรือ…..”ฮวาน้อยตอบกลับไปแบบเสียงสุดจะเข้มพร้อมทำสีหน้าแบบพิโรธสุดๆ

คือว่า…..นายท่านข้าใส่ไปไม่เป็น นายท่านได้โปรดช่วยข้าใส่เสื้อผ้าทีT^T”(เค้าเปล่าจะหือกับนายท่านน่า…..แค่ข้าใส่เสื้อผ้าไม่เป็น)

(ง่ะ! งานเข้าข้าอีกแล้วสิงานนี้ สงสัยว่าข้าจะต้องสอนจินหู่ใช้ชีวิตแบบมนุษย์ในวันนี้ทั้งวันแน่ๆ โอ้ชีวิตของฮวาน้อยช่างมีสีสันเสียนี้กระไร แง้ๆ)

 

หลังจากนั้นวันทั้งวันของวันที่ห้าในการอยู่ป่าของฮวาน้อย นางก็ต้องมาสอนเด็กชายจินหู่หัดใช้ชีวิตแบบคนในหลักสูตรเร่งรัดทันที ซึ่งกว่านางจะสอนให้จินหู่เข้าใจแล้วทำตามได้ในแต่ละขั้นตอนหรือแต่ละเรื่องนั้นทำเอานางแทบไข้กลับมาอีกรอบ (นี่เจ้าโง่หรือไม่มีสมองกันแน่นะจินหู่ข้าสอนเจ้ารอบที่ร้อยแล้วนะ……)

นายท่าน ท่านหลับหรือยัง

ยัง มีไรหรือจินหู่

เหลืออีกแค่สองวันเท่านั้นนะนายท่าน เรื่องที่จะต้องให้คำตอบท่านเต่าดำของท่านยังไม่ถึงไหนเลย จะดีหรอ ที่พวกเรายังมัวแต่เล่นแบบนี้?”

ก็ข้ายังนึกไม่ออกเลยว่าการที่เราจะเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติต้องทำอย่างไรบ้าง นี้ข้าก็ลองมาหลายวิธีแล้วนะ ลองจนเป็นหวัดมารอบหนึ่งก็ยังหาไม่ได้เลยเฮ่อ…….หรือว่าที่พวกเรามาอยู่ในถ้ำนี้มันจะทำให้พวกเราสบายเกินจนหาคำตอบที่แท้จริงไม่ได้กันนะ

แล้วท่านคิดว่าเราจะหาคำตอบนี้ได้จากที่ไหนกันละ

อืมม ข้ากำลังคิดว่าข้าจะลากเจ้ากลับไปอยู่ป่าแบบจริงจังเสียทีเอาแบบเข้าค่ายวิชาลูกเสือว่าด้วยการจำลองการใช้ชีวิตตอนหลงป่าก็น่าจะดีนะฮวาน้อยที่พูดไปแล้วคิดไปในสมัยที่ตนเองเคยเรียนวิชาลูกเสือในสมัยเด็กที่อยู่ในอีกมิติหนึ่งเผลอพูดออกมาลอยๆ โดยลืมไปว่าตนได้พูดอะไรแปลกๆออกมาอีกซะแล้ว

นายท่านเป็นคนแล้วทำไมต้องเรียนวิชาลูกเสือด้วยละ เป็นคนมันไม่ได้อย่างงั้นหรือถึงเรียน

??? ---ฮวาน้อย

เมื่อเจ้าพูดว่าอะไรนะจินหู่ข้าไม่ได้ฟัง

ช่างมันเถอะนายท่าน

ตกลงข้าคิดได้ละสำหรับแผนหาคำตอบให้ท่านพ่อ ข้าคิดว่าอีกสองวันที่เหลือพวกเราออกไปใช้ชีวิตในป่าใหญ่กันจริงๆน่าจะดีที่สุด

“……”---จินหู่

อ้าวหลับไปแล้วซะงั้นง่ะ(ไหนว่าหลับยากไงเวลาเจ้าอยู่ร่างนี้ เจ้าเสือขี้โม้เอ๋ยอิอิ) ---ฮวาน้อย

V

V

V

                “ท่านเสวี่ยนอู่ ข้าว่าสงสัยนางจะใช้เวลาที่ท่านให้ไปจนครบเป็นแน่แท้กว่าจะได้คำตอบ

                “ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกันแม่นางไป๋ฯ แต่ตอนนี้นางก็มีเรื่องที่ทำให้ข้าแปลกใจยิ่งขึ้นมากกว่าเดิม

                “ท่านแปลกใจในเรื่องใดกันหรือ

                “เรื่องที่นางสามารถควบคุมพลังธรรมชาติได้อย่างอิสระนั้นไงเหล่า ทั้งที่นางไม่ได้ใช้ของวิเศษในการช่วยควบคุมเลยแม้แต่น้อย หรือว่านางจะก้าวข้ามเข้าไปสู่คำตอบนั้นแล้วแต่นางไม่รู้ตัวเท่านั้นกันนะ

 

วันที่หกของการอยู่ป่าจริงๆของฮวาน้อยและผู้ช่วยจินหู่(ร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์)

                หลังจากที่ฮวาน้อยวางแผนจะอาศัยหลับนอน แล้วใช้ชีวิตในป่าใหญ่จริงๆในอีกสองวันที่เหลือ นางก็ได้ลากจินหู่ที่นอนตื่นสายจากพื้นดินออกจากนอกถ้ำทันทีที่ตนเตรียมของนอนกลางป่าเสร็จ (โดยสัมภาระที่นางพกออกจากถ้ำมามีเพียงยาสองชุด เสื้อสองชุด มีดสั้นพกที่ได้จากจินหลง)

                หาวเช้าแล้วหรอ อ้าวแล้วนี้ข้ามานอนที่นี่ได้อย่างไรกัน?”

                “แฮ่กๆ เจ้าจินหู่บ้าๆ เอาเปรียบข้าชะมัดเลย ข้าบอกเจ้าว่าอย่างไรกันหา….”

ข้าขอโทษนายท่าน ว่าแต่ว่าตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหนกันหรือ

อีกนิดเดียวก็จะออกไปที่ลานทุ่งกลางของหุบเขาละมั้ง? ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันลืมหยิบแผนที่ออกมาง่ะ

(เฮ่อ…..มีเจ้านายขี้ลืมเนี่ยมันรำบากลูกน้อยอย่าง้าเสียจริงๆ ฟุดฟิตๆว่าแล้วดมกลิ่น เดินออกสำรวจพื้นที่เองก็ได้ชิส์) ---จินหู่

หลังจากที่จินหู่คิดแบบนั้นก็เริ่มต้นลุกขึ้นเดินเพื่อสำรวจที่ทางในบริเวณนั้น ที่ๆที่พวกเขาจะต้องใช้ชีวิตท่ามกลางป่าใหญ่อีกหนึ่งวันหนึ่งคืนเท่านั้น โดยพื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่นั้นก็อยู่ห่างจากลานกว้างที่ว่าไม่มากไม่น้อยอย่างที่นายท่านของมันเดาไว้แต่แรกจริงๆซะด้วย

ข้าขอแนะนำอะไรนายท่านหน่อยได้หรือไม่

เจ้ากล้าก็พูดมาซิ

ข้าว่าพวกเราอยู่ใกล้ชายแดนมากเกินไปข้ากลัวว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากในอนาคต

เหลวไหลน่าจินหู่ อีกอย่างเจ้าจะกลัวอะไรมากมายหามีรข้าอยู่ทั้งคนก็เหมือนมีกองกำลังทหารหลายพันนาย อย่าได้กลัวเลยอีกอย่างเจ้าก็มีพลังที่ได้จากเลือดข้าอยู่ด้วยต่อให้ข้าตายเจ้าก็ยังหนีรอดไปได้

ถ้าเจ้าพูดแบบนี้ให้ข้าได้ยินอีกนะนายท่าน ข้าจะเป็นคนฆ่าท่านเองคอยดูสิ

……(นี่ข้าเผลอไปพูดอะไรผิดให้เจ้าโมโหอีกละเนี่ย อีกอย่างข้าเป็นนายของเจ้านะ)

 

ตุบๆ(เสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากกว่าหนึ่งคนวิ่งมาในทิศทางเดียวกับแถวๆที่ฮวาน้อยแล้วจินหู่ยืนตั้งป้อม เฮ้ยปักหลักถิ่นฐานกันอยู่)

นั้นไงข้าว่าแล้วไม่มีผิดเลย เฮ่อ…..”

มีอะไรงั้นหรือจินหู่

ชู่ว…….นายท่านช่วยลดเสียงหน่อยแล้วช่วยหมอบอยู่ที่พุ่มไม้นี้เพื่อสังเกตการณ์กับข้าก่อนเถอะ

อุ๊บ! เอียบอ่ะไอ้แอ่อ่วยเอาอือออกอากอากอ้าอี…..%#%$^%#$@#$!@$$%”

 

เฮ้ย! พวกเจ้าไปหาเด็กสองคนนั้นที่ทางด้านนู้น ส่วนพวกเจ้าตามข้ามาทางนี้ ไอ้เด็กบ้าสองตัวนั้นวิ่งหายไปไหนฟ่ะ และอีกอย่างไอ้ตัวน้องมันเอาพลังปีศาจแบบนั้นมาจากไหนว่ะเล่นฆ่าพวกเราซะเหลืออยู่ไม่กี่คนชิ ไอ้เด็กปีศาจ อย่าให้ข้าจับได้นะไม่งั้นจับฆ่าหักคอเซ่นวิญญาณพี่น้องร่วมรบของข้า

 

หลังจากแอบซุ่มมองกลุ่มคนที่แต่งตัวคล้ายทหารวิ่งมารวมกลุ่มอยู่ใจกลางลานโล่งอยู่ไกลๆซะพัก วิ่งไปไกลจากที่ลาน กลุ่มของฮวาน้อยก็ค่อยๆคลานออกมาจากพุ่มไม้

 

แหวะมือเจ้าเค็มมากเลยจินหู่นี้เจ้าเคยล้างมือบ้างไหมเนี่ย

เรื่องนั้นช่างมันก่อนเหอะนายท่านข้าว่าพวกเราย้ายที่ตั้งถิ่นฐานชั่วคราวก่อนดีกว่า เพราะข้าว่าคราวนี้อาจจะเกิดเรื่องจริงๆก็ได้ ไม่ซิที่จริงอาจจะเกิดขึ้นแล้วก็ได้เพราะปกติพื้นที่ส่วนตัวของท่านเทพเต่าดำไม่เคยมีใครเข้ามาบุกรุกง่ายๆนอกจาก……”

พวกเขาที่เป็นกลุ่มแรกเข้ามาถึงที่นี่ได้ใช่ไหมละ ก็อะนะกลุ่มเทพก็อย่างนี้แหละฮ่าๆ

(หลงตัวเองอีกละนายท่าน แล้วดูท่าทางนางไม่สมกุลสตรีอย่างแรง=^=” นี่ข้าหลงชื่นชมนางไปได้อย่างไร….เอ๊ะ! นี่หลงชื่นชมนางตั้งแต่เมื่อไหร่)

ว่าแต่เจ้าอยากย้ายก็ย้ายไปคนเดียวเหอะ ข้าว่าข้าอยากช่วยกลุ่มเด็กที่พวกนั้นตามล่านะ ได้ยินว่าพวกนั้นจะเอาเด็กสองคนนั้นถึงตายด้วย ไม่ไหวๆทำไมคนเดียวนี้ถึงได้ใจคอโหดร้ายมากนัก จะฆ่าได้แม้แต่เด็ก

แสดงว่าท่านฟังไม่จบอย่างนั้นสิ พวกนั้นบอกว่าคนน้องมีพลังปีศาจ ข้าว่าพวกเรายิ่งต้องห่างกลุ่มนั้นให้มากเสียมากกว่า

(เจ้านี่อย่างไรกันแน่นะ พอเป็นคนเข้าหน่อยพูดมากเลยแหะ น่าจะเป็นเสือน้อยเหมือนเดิมยังจะดีเสียกว่า)

แว่บ!

อ่ะ แง้ว…..”

โป๊ะเช่ะ เป็นอย่างนี้นี่เองคริๆเจ้าเสร็จข้าแล้วละจินหู่หุหุ” ^^b

 

สวบๆ เสียงฝีเท้าแปลกๆดังมาจากทางเดินด้านหลังของทั้งสอง(1คน+1ตัว)

ท่านพี่ได้โปรดพยายามฝืนเดินอีกซะหน่อยเถอะ อีกนิดเดียวก็จะหนีพวกนั้นพ้นอยู่แล้ว

ข้าเดินไม่ไหวแล้ว ขอโทษเจ้าด้วยได้โปรดทิ้งพี่ไว้ที่ป่าแห่งนี้เถอะแล้วเจ้าก็หนีไปซะให้พ้นจากที่นี่ แล้วจงกลับมาแก้แค้นแทนพี่น้องเผ่าเราทีหลังก็ยังไม่สาย เพราะอย่างนั้นเจ้าจงเอาตัวรอด ณ ตรงนี้ให้ได้ก่อนนะน้องรัก

ไม่! ถ้าจะรอดก็ต้องรอดด้วยกัน แล้วถ้าจะตายก็ต้องตายพร้อมกันพวกเราสาบานร่วมกันต่อหน้าพระเจ้าแล้วนะ ข้าไม่ยอม….ดังนั้นข้าขอโทษด้วยนะท่านพี่ที่ข้าต้องทำอย่างนี้

ฟึบ!

นี่เจ้า!”---เสียงของคนที่เป็นพี่สาวกล่าวก่อนที่จะโดนน้องชายฟาดที่สันมือที่ต้นคอแล้วสลบไป

พวกเจ้าจะซ่อนตัวแล้วแอบดูพวกข้าอีกนานไหม

 

สวบๆ แง้ว…..(ข้าเป็นแมว เฮ้ยแค่เสือน้อยตัวเดียวไม่มีครายแอบซุ่มมองหรือโจมตีพวกเจ้าหรอกนะ วิ้งๆ) ทันทีที่เด็กหนุ่มเอหรือว่าเด็กน้อยวัยกำดัดดีละเนี่ยกล่าวจบจินหู่และฮวาน้อยก็แอบสะดุ้งกันอยู่ที่หลังพุ่มไม้ตรงกันข้าม ก่อนที่ฮวาน้อยจะนึกออกแล้วผลักให้จินหู่ออกมารับหน้าแต่เพียงผู้เดียวก่อน

 

เจ้าลูกเสือตัวน้อย เจ้าไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นอ้อนข้าเลย เพราะข้าจมูกดีไม่แพ้เจ้าหรอกนะข้าว่าข้าได้กลิ่มหอมประหลาดอ่อนๆจากพุ่มไม้ที่เจ้าออกมาอยู่นะ

 

(อั้ยย่ะ นี่เรายังมีกลิ่นแปลกๆติดตัวอยู่อีกหรอเนี่ย ฟุดฟิดๆ ทำไงดีละเนี่ยท่าทางฝ่ายตรงข้ามจะฉลาดใช่ย่อย แต่ดูท่าทางก็น่าจะคุยกันรู้เรื่องงั้นลองเสนอหน้าออกไปพูดด้วยก็ได้)

 

สวบๆ

เออ….เจ้าอย่าพึ่งทำอะไรข้านะ ข้ายอมออกมาแล้วข้าชื่อเหลียนฮวา หรือจะเรียกว่าฮวาน้อยก็ได้เผอิญข้าพาสัตว์เลี้ยงออกมาเดินเล่นแถวนี้ แล้วได้ยินเสียงเท้าคนจำนวนมากวิ่งมาแถวนี้เลยตกใจพากันหลบหลังพุ่มไม้นะแหะๆ”(แก้ตัวอย่างนี้คนข้างหน้าจะเชื่อข้าไหมเนี่ย=^=”)

 

คนที่พวกเจ้าว่านั้นแต่ตัวแบบกลุ่มทหารใช่หรือไม่?”

 

อืมฮวาน้อยรับคำแล้วพยักหน้าตอบรับ

 

ไม่ได้การณ์ละ งั้นข้าขอตัวเดินทางต่อว่าแต่เจ้าจะเดินเล่นต่อที่ไหนละ ระวังจะเจอทหารเลวพวกนั้นนะข้าว่าเจ้าเดินทางมากลับพวกข้าดีกว่าไหม

 

นี่ท่านจะใจดีมากไปหรือเปล่าเนี่ย ก็เห็นๆอยู่ว่าทางท่านมีคนบาดเจ็บแล้วท่านจะยังใจดีเอาน้องน้อยอย่างข้าแล้วก็ลูกเสืออีกหนึ่งตัวเดินทางไปกับพวกท่านอีกงั้นหรือ

 

งั้นก็ตามใจเจ้างั้นข้าขอลาก่อน

เดียวช้าก่อนพี่ชาย ท่าทางพี่สาวท่านบาดเจ็บหนักอยู่ไม่น้อยให้ข้าช่วยนางก่อนได้หรือไม่? ถือว่าตอบแทนท่านที่ยังอุตสาห์เป็นห่วงเด็กน้อยตาดำๆที่ชอบกวนชาวบ้านอย่างข้า

=^=”

เจ้าช่วยนางไม่ได้หรอก เพราะนางถูกพิษของพวกทหารเลวพวกนั้น

เจ้าพวกนั้นมันเลวมากท่านยังไม่ให้ข้ารักษานางเลยแล้วจะรู้ได้ไงว่ารักษานางไม่ได้ มานี้ๆเอานางวางไว้ที่ต้นไม้นั้นข้ารักษาแบบเดียว เดียวนางก็ดีขึ้นจริงไหมจินหู่

แง้วว(ลองใช้เลือดเจ้าสิรักษาได้ทุกโรคและทุกอาการ แต่ดันเป็นเจ้าเองที่แผล อาการบาดเจ็บ รวมถึงอาการป่วยหายช้ากว่าชาวบ้านเค้า)

 

หลังจากที่จินหู่ร้องรับสนับสนุนเสียงข้างมากให้ฮวาน้อยเสร็จ นางก็เดินเข้าไปหาเด็กหญิงที่มีอายุน่าจะมากกว่านางในร่างปัจจุบัน(ฮวาน้อย)แต่อ่อนกว่าร่างในอดีตที่เคยเป็นกอหญ้า นางคาดการณ์ว่าเด็กตรงหน้าน่าจะอายุไม่เกินสิบสองสิบสาม ขณะที่นางกำลังตรวจดูอย่างละเอียดฝ่ายเด็กชายผู้เป็นน้องของเด็กหญิงก็แอบสังเกตฮวาน้อยด้วยความลังเลใจอยู่เหมือนกัน

 

เจ้าจะรักษานางได้หรือไม่

ได้ข้ารักษาได้แต่เกรงว่าหลังจากช่วยนางเสร็จพวกเจ้าต้องช่วยข้ากลับนะ

เพราะเหตุใด?”

เพราะข้าเกรงว่าข้าจะต้องถ่ายเลือดให้นางนะสิ!”

 

…………………………………………………………………………………………………….

 

มาต่อให้แล้วนะหลังจากหายไปนาน

ข้าน้อยขอโทดคร๊าบ

เนื่องจากไปทำหน้าที่อาจารย์มา

เหนื่อยมากมายมหาศาลพึ่งรู้

หวังว่าทุกคนจะยังไม่ทิ้งปลาทองน้อยฯกันนะคร้า


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

216 ความคิดเห็น

  1. #144 sun (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:10
    อัพพพพพพพ
    #144
    0
  2. #143 Dark Princes (@nightingale13) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:45
    อัพต่่ออออ - .- /
    #143
    0
  3. #133 sun (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 21:01
    อัพพพพพพพพพพพ
    #133
    0
  4. #132 Rabbit blood (@love-ya) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:02
    ไม่ิ้ทิ้งค่า >O< รอตั้งนาน คิดถึงเบาๆ 5555
    #132
    0
  5. #131 chilly 13 (@tnst) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:21
    รออยู่นะคะ อยากอ่านต่ออ่ะ >< เมื่อไหร่ฮวาน้อยจะโตซักทีง่ะ อยากเห็นฮวาน้อยโตไวไวจังงง >0<
    #131
    0
  6. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 17:57
     รออ่านอยู่นะ
    #129
    0
  7. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 / 13:24
    สนุกค่ะ รออ่านต่อนค่ะ
    #127
    0
  8. #106 เซลี่ (@fonzazand119) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:41
    ขอบคุณมากจ้า มาอัพต่อนะ อยากเห็นฮวาน้อยโตเร็ว ๆ วะฮ่า ๆ (ชอบอ่านฮวาน้อยเป็นฮวานอยทุกทีเลย ฮ่าๆๆ><)
    #106
    0