[ONE PIECE] All Luffy project 2 !

  • 100% Rating

  • 6 Vote(s)

  • 65,156 Views

  • 2,740 Comments

  • 1,376 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    553

    Overall
    65,156

ตอนที่ 17 : [Sabo x Luffy] Super trouper [9]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1581
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    26 มี.ค. 59














[Sabo x Luffy] Super trouper [9]
























ช่วงเวลาที่ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ แม้จะชวนให้หวาดหวั่นพรึงพรั่นแค่ไหน



แต่สิ่งหนึ่งที่แทรกเข้ามาในสำนึกก็คือความคิดประมาณว่า ชีวิตมันก็เท่านี้เองเหรอ






 

ชั่วชีวิตนี้เขาเคยประสบเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกับคำว่า เฉียดตาย อยู่สองครั้ง




ครั้งแรก...มีคนสังเวยชีวิตแทนเขา คนๆ นั้นคือเอส หนึ่งในพี่ชายที่เขารักยิ่งกว่าใคร




ตอนยังเด็กความมุทะลุ บ้าดีเดือดของเขาเข้าขั้นยากจะห้ามปราม ซาโบเคยพูดว่าทะเลนั้นสวย แต่ยามคลั่งที่นั่นจะกลืนกินชีวิต เขาจดจำได้แม่นยำ ทว่าวันนั้นเป็นวันเกิดของเอส เขาและซาโบวางแผนกันมานานว่าจะลงทะเลจับปลาสี่สีที่หายากมาทำเป็นอาหารมื้อเด็ดในวันพิเศษนั้น




แต่เหมือนฟ้าไม่เป็นใจ กลุ่มเมฆดำทะมึนส่งสายฟ้าแลบแปลบมาแต่ไกล เป็นเขาที่ไม่ฟังคำทัดทานของพี่ กระโจนลงเรือเล็ก ลอบออกทะเลไปคนเดียว




เอสและซาโบตามออกไปทันทีที่รู้ พี่ฝ่าเกลียวคลื่นบ้าคลั่งเข้ามาถึงเรือของเขาได้ เรือเล็กแตกละเอียดกลายเป็นกองไม้ผุๆ กระจัดกระจายไปตามผิวคลื่นที่พร้อมจะดูดกินวิญญาณ มือของพี่เอื้อมคว้าคอเสื้อของเขาไว้ได้ ทว่าเอสก็มาส่งเขาถึงมือซาโบได้เพียงเท่านั้น ก่อนจะหมดแรงจมดิ่งลงสู่ทะเลลึก




ความอวดเก่ง ถือตัวเองว่าแน่ของเขาในครั้งนั้น พรากชีวิตพี่ชายคนสำคัญไปตลอดกาล เรื่องนี้กลายเป็นเหมือนหนามแหลมคม ที่ปักรัดหัวใจเขาไว้จนแน่นทุกครั้งที่นึกถึง




ครั้งที่สองเกิดขึ้นตอนที่เขาหอบดอกไม้ไปเยี่ยมหลุมศพของพี่




ตอนนั้น การใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลายเป็นเรื่องที่เขาเคยชินไปแล้ว สองปีที่เงียบเหงา เขาที่ยังเด็กกัดฟันเอาตัวรอดด้วยการตะเวนหางานทำรอบเกาะ ผู้ใหญ่ในท้องถิ่นคุ้นเคยกับเขาดี ต่างก็หยิบยื่นน้ำใจให้มาเรื่อยๆ รวมถึงมัลโก้ เพื่อนต่างวัยของเอสและซาโบ ตอนนั้นเขายังเฝ้าคิดว่าสักวันจะได้เจอพี่ และเราอาจจะได้มีชีวิตที่ดีกว่านี้




เขาวางช่อดอกเดซี่ และ ขนมที่เอสชอบไว้หน้าหลุมศพ บอกเล่าประสบการณ์ช่วงที่ผ่านมาให้พี่ฟัง เพื่อนใหม่ที่เอาใจใส่เขา งานยกลังปลาที่ค่อนข้างหนักแต่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง เล่าไปเล่ามา ความอึดอัดในอกก็แล่นวูบเข้ามาเป็นริ้ว เขาหลับตาหอบหายใจ ยกมือที่ขาวซีดขึ้นมอง ทั้งแตกตื่น ทั้งหวาดกลัว




อาการเฉียดตายครั้งที่สองนี้ เกิดขึ้นฉับพลัน เจ็บปวดในช่วงอก หัวใจบีบรัดในจังหวะไม่ปกติ แทบจะตายให้ได้ ความทรงจำเก่าๆ แล่นวาบเข้ามาในหัว พี่ชาย เพื่อน ผู้คนบนเกาะ




ในวินาทีที่เป็นเส้นกั้นระหว่าง การยอมแพ้ หรือ อดทนแข็งขืน เขาได้ยินเสียงเอส




สีหน้าและแววตาเด็ดเดี่ยวยามว่ายทวนกระแสคลื่น ยื่นร่างเขาไปให้ซาโบ ใบหน้าสุดท้ายของพี่วนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัว เขากล้ำกลืนความเจ็บปวดนั้น  หยัดยืนขึ้นได้อีกครั้ง คิดเพียงว่าจะให้ชีวิตของพี่เสียเปล่าไม่ได้เด็ดขาด




...เขาต้องอยู่ต่อไป...  







 

เสียงเม็ดฝนโปรยปรายด้านนอกดังแว่วแผ่ว แทรกซึมเข้ามาถึงบรรยากาศภายในห้อง ท่ามกลางความเงียบงันอันแสนสงบ เสียงเปาะแปะนั้นดังชัดอยู่ในหัวคนที่ยังไม่หลับไหล




อันที่จริงเขาเผลอหลับไปวูบหนึ่ง ไม่แน่ใจว่ากินเวลาไปนานเท่าไร รู้เพียงว่าตื่นมาอีกครั้งในอ้อมแขนของพี่ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากผิวกายของอีกฝ่ายที่โอบล้อมรอบกายเขา ชวนให้รู้สึกไม่อยากจากไปไหนแม้แต่วินาทีเดียว




“ซาโบ”




เสียงเล็กแหบพร่าร้องเรียก ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อย จรดริมฝีปากลงบนหน้าผากนวลเงียบๆ เขาเขยิบตัวเข้าไปใกล้ขึ้น ซุกหน้าลงบนอกกว้างๆ ของพี่




“คิดแล้วเชียวว่าต้องยังไม่หลับ” ลูฟี่พึมพำ เอ่ยทั้งที่ยังง่วงงุน




มือใหญ่เกลี่ยเส้นผมชื้นเหงื่อของเขาขึ้น ไล้ปลายนิ้วไปตามพวงแก้มยุ้ย หยักริมฝีปากเป็นรอยยิ้มน่ามอง แต่กลับแฝงแววเศร้าสร้อย




“ไม่รู้ทำไม อดคิดไม่ได้ว่านายอาจจะแอบหนีไปตอนฉันหลับ”




“หือ ซาโบคิดว่าฉันมีแรงทำแบบนั้นด้วยเหรอ?” เจ้าตัวดีหัวเราะคิก อิงแอบเข้ามาใกล้ชิดกว่าเดิม พลางผ่อนลมหายใจช้าๆ




ไม่ว่าเมื่อไร ตอนไหน ถึงจะผ่านกระบวนการหลอกตัวเองให้ลืมสักกี่ครั้ง พี่ชายแสนดี คนที่เคยอยู่เคียงข้าง แบ่งปันทั้งทุกข์และสุขร่วมกันมา ก็ยังคงเป็นซาโบ




“ตอนเด็กๆ เวลานอนกับพี่จะเป็นช่วงที่ฉันหลับลึกที่สุด ตอนแรกก็คิดว่าฉันเป็นของฉันแบบนี้อยู่แล้ว แต่ก็มารู้ว่าไม่ใช่ตอนที่นายไปเรียนต่อนี่ละ พอได้กลับมาเป็นแบบเดิมก็อดรู้สึกว่าโชคดีหน่อยๆ ไมได้น้า”




เสียงเล็กห้าวเจื้อยแจ้ว ก่อนหาวหวอดอีกครั้ง เขารั้งร่างเล็กมากกกอด พลันระบายรอยยิ้มทอดถอน วัยเด็กของพวกเราแม้จะเป็นช่วงเวลาที่แสนทรหด แต่เราก็ผ่านมันมาได้เพราะต่างมีกันและกัน นับว่าเป็นวันเวลาที่มีความสุขไม่น้อย มีเจ้าลิงน้อยคอยซุกซนเคียงข้าง ส่วนเขาที่เป็นพี่ก็ดิ้นรนทำงานเลี้ยงปากท้อง นึกดูแล้วมันช่างราบง่ายและสงบสุข




ไม่คิดว่าพายุแห่งกาลเวลาจะพัดวนจนชะตาชีวิตของเราทั้งคู่ยุ่งเหยิงไปหมด




ท้ายที่สุด ยังต้องขอบคุณโชคชะตาอีกเช่นกัน ที่พาเรากลับมาเจอกันอีกครั้ง




“นายนี่เหมือนกับรูดอล์ฟจริงๆ นั่นละ”




“หือ ว่าอะไรนะ?” คนในอ้อมแขนขยุกขยิกเข้ามาฟัง เสียงกระซิบของเขา




“ท่ามกลางวันคืนมืดมิด ฉันมองไม่เห็นอะไร” มันมืดสนิทราวกับหมึกดำ การเข่นฆ่า ชิงไหวชิงพริบ ชีวิตที่แขวนห้อยอยู่บนเส้นด้าย วันแล้ววันเล่า “ดีที่พอหลับตาลงยังเห็นเป็นหน้านาย ยิ้มกว้างให้” เขาหลับตานึกถึงความหลัง รอยยิ้มนั่นนำทางเขาในคืนอันแสนโดดเดี่ยว เพราะนั่นคือความสว่างไสวเดียวที่เขาจดจำ




“รอดชีวิตมาถึงวันนี้ได้ ก็เพราะเจ้ารูดอล์ฟแท้ๆ”




“อ่อ เรื่องเล่าสมัยนั้นเอง นี่พี่ยังเห็นฉันเป็นกวางอยู่เหรอเนี่ย” อีกฝ่ายหัวเราะขำ แต่กลับแย้มยิ้มอ่อนโยน




“ใช่ กวางจมูกแดง แถมยังขี้แยด้วย”




“โธ่ ไหงวกมากัดกันได้เล่า”




เอ่ยต่อว่าก็จริง แต่ร่างเล็กกลับหัวเราะอย่างแสนสุขใจ ดวงหน้าอุ่นซบซุกลงบนอกพี่ชาย หลับตาพริ้มสบายใจตอนที่มือใหญ่ยกขึ้นลูบศีรษะ ทุกสัมผัส มีค่าสำหรับเขาเหลือเกิน      




“ซาโบ...”




“หืม?”




“ใจฉันอยู่กับพี่เสมอนะ”




................................................................................................................ต่อค่ะ





Super trouper beams are gonna blind me

แสงไฟสปอร์ตไลท์จะส่องตาฉันจนพร่ามัว



But I won't feel blue Like I always do

แต่ฉันกลับไม่รู้สึกหดหู่ใจอย่างที่เคยเป็น



'Cause somewhere in the crowd there's you

เพราะว่าที่ไหนสักที่ในฝูงชนนั้นมีเธออยู่

 





ไม่รู้ว่าพี่จะเชื่อหรือเปล่า ถึงคนอย่างเขาจะเกลียดการอ่านหนังสือแค่ไหน  แต่เพราะสนใจในเรื่องเล่านั้น เขาจึงลงทุนเข้าห้องสมุดไปค้นคว้ามานิดหน่อย




รูดอล์ฟเป็นกวางเรนเดียร์จมูกแดงตัวเล็กที่อ่อนแอ มันถูกเพื่อนๆในฝูงกลั่นแกล้งอยู่เสมอ วันหนึ่งซานต้าคลอสเห็นจมูกที่ส่องแสงเรืองในที่มืดได้ จึงขอให้มันช่วยลากรถเลื่อนให้ในคืนที่หมอกลงจัด นับแต่วันนั้น รูดอล์ฟจึงได้กลายเป็นหนึ่งในบรรดากวางเรนเดียร์ของซานต้า ทั้งยังเป็นหัวแถวคอยนำทางในคืนคริสมาสต์อันแสนมืดมิด




เขาเผลอยิ้มทุกครั้งที่นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ พี่คงไม่รู้ตัวหรอกว่าที่จริง ตัวเองต่างหากที่เป็นแสงนำทางให้เขาเสมอมา แสงของพี่สว่างจ้ายิ่งกว่ารูดอล์ฟ ให้ทั้งความสว่างและความอบอุ่นแก่เขา ทั้งตอนที่ยังเด็ก หรือแม้แต่ตอนนี้




เคยนึกว่าสูญเสียไปตลอดกาลแล้ว ชีวิตจึงไม่มีอะไรให้หวัง เล่นสนุกเอาตัวรอดไปวันๆ ครั้นพอพี่กลับมา เขาก็ได้แต่นึกฝันว่าจะได้ยืนอยู่เคียงข้างพี่ต่อไป




...แม้ฝันนั้นอาจจะเป็นจริงได้ยาก ก็ยังคงฝัน...






 

สายฝนที่ค่อยๆ ซาลงแตะแต้มบนผิวกายขาวนวล เขาไขกุญแจเปิดประตูอย่างเบามือ ถอดหมวกฮู้ดเปียกโชกออก ค่อยๆ สูดหายใจรวบรวมความคิด คืนนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่เขาต้องจัดการ แต่แล้วแสงสว่างอ่อนๆ ที่ส่องลอดใต้ประตูห้องนอนก็ยุติทุกความคิด เขาขมวดคิ้วมอง ก่อนตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปเงียบๆ




“โทราโอะ??”




ร่างเล็กเผลอผงะถอยไปก้าวหนึ่ง ไหงหมอนี่มาอยู่ในห้องเขาได้ แถมสภาพยังดูเหมือนไม่ได้นอน เอ๊ะ หรือเพราะตาคล้ำอยู่แล้วกันแน่?




คิดไม่ทันจบ ไม่คาดว่าเจ้าบ้านั่นจะก้าวพรวดๆ เข้ามาหา คว้าข้อแขนเขาไว้ได้ก็ใช้ตาดุๆ จ้องแล้วจ้องอีก เขาเงยมองเพื่อนด้วยความสงสัย แต่พอเลื่อนสายตาลงมาเห็นสิ่งที่อยู่ในมืออีกฝ่ายก็เข้าใจชัดเจน




“แกคิดจะปิดบังเพื่อนๆ หรือคนรอบข้างไปนานแค่ไหน”




เจ้านั่นชูเอกสารทางการแพทย์ในมือขึ้น เขาจ้องนิ่ง อันที่จริง นี่มันความลับส่วนบุคคล แค่เพราะหมอนี่เป็นลูกชาย ผอ. โรงพยาบาลเลยได้มาง่ายๆ งั้นรึ อภิสิทธิชนเกินไปแล้ว




“คิดจะทิ้งตัวตนเอาไว้ในใจคนอื่น แล้วจากไปง่ายๆ งั้นเหรอ นายคิดว่ามันสนุกนักใช่มั้ย!




เขาขมวดคิ้วให้กับคำว่า สนุกคนบ้าที่ไหนจะสนุกกับการนับเวลาถอยหลังสู่ความตายของตัวองกัน?? ปากที่อ้าเตรียมสวนคำกลับอ้าค้างอยู่แบบนั้น เมื่อเห็นน้ำตาของร่างสูงตรงหน้า




“คิดว่าตายไปแล้วก็จบงั้นเหรอ...แกเห็นพวกเราเป็นตัวอะไร”




“โทราโอะ...” เขากล้ำกลืนความขมขื่น ฝืนยิ้มออกไป




“...อย่าแช่งกันงี้ซี่ ฉันไม่ได้จะไปตายซะหน่อย”




เขามองหน้ามัน ความขาวซีดของสีผิวสะท้อนชัดในดวงตา ที่ผ่านมาทำไมไม่เอะใจสักครั้ง...เพราะเห็นว่าทำงานอยู่เสมอ ร่าเริงอยู่ตลอดเวลา รอยยิ้มที่ผ่านมานี้เป็นของแท้หรือเป็นแค่เกราะกำบังของมันกันแน่




“อย่าพูดเหมือนไม่เชื่อ ว่าฉันจะรอดจากผ่าตัดครั้งนี้ ได้มั้ย”




ลอว์ละสายไปมองเอกสารแพทย์ในมือ โรคลิ้นหัวใจรั่ว แต่แรกอาการของมันเป็นโรคที่ไม่ได้รุนแรงมาก จากประวัติคนไข้ที่เขาไปซักกับตัวหมอมา ตอนเด็ก เจ้านี่เคยเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมไปครั้งหนึ่ง ทว่าเพราะการใช้ชีวิตที่ไม่ค่อยจะแคร์สุขภาพในระยะหลังๆ ที่ผนังหัวใจของมันจึงเกิดรูรั่วเล็กๆ ขึ้นในหัวใจห้องล่างซ้าย




อาการนี้เป็นเคสที่แปลกประหลาด เพราะโดยปกติลักษณะที่หัวใจมีภาวะผิดปกติเช่นนี้จะเกิดในผู้ป่วยแรกเกิด แต่ของมัน เพิ่งจะเกิดขึ้นทีหลัง แถมยังมีภาวะหัวใจโตแทรกซ้อนแล้ว ทั้งหมดอาจกล่าวได้ว่าเกิดจากการหักโหมทำงานหนัก ภาวะขาดแคลนด้านโภชนาการ ทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองเป็นหนักขนาดนี้แต่ก็ยัง...




แบบนี้เรียกได้ว่ามันไม่ได้ใส่ใจชีวิตตัวเองมาตั้งแต่แรก...ก็แค่รั้งรอวันตายเท่านั้น




“ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ..ใช่มั้ย”




เขาเอ่ยทวนสิ่งที่ได้รู้มาจากหมอ ทั้งยังล่วงรู้เปอร์เซ็นความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อผู้บริจาค การผ่าตัดที่เสี่ยงขนาดนั้น เขาจะทำใจเชื่อได้อย่างไรว่าคนตรงหน้านี้จะมีลมหายใจฟื้นคืนมาอีกครั้งหลังเสร็จสิ้นกระบวนการผ่า




“ใจดวงนี้ ฉันใช้งานมันหนักไปหน่อยน่ะ”




เจ้านั่นแตะมือลงบนอก ยิ้มเยือนส่งให้ ก้อนเนื้อในอกถูกกัดกร่อนพังทลายด้วยเลือดในร่างกายนี้เรื่อยมา จากเล็กน้อย กลายเป็นลุกลาม 




“ถ้าไม่ผ่าตอนนี้ ก็ตายเหมือนกัน”




ผ่านมาหลายปี ตัวเขาไม่เคยรู้สึกเครียดกังวลกับการแสวงหาหัวใจดวงใหม่ที่เข้ากับตัวเองได้ ไม่มีก็คือไม่มี ตายก็คือตาย แต่อย่างน้อยๆ ก็ยังทำงานเก็บเงินเป็นค่ายาและเตรียมผ่าตัดใหญ่ ทำทุกๆ อย่างไปเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้นึกหวัง




จนตอนนี้ เพิ่งจะมารู้สึก กลัวตาย เสียนี่ สายเกินไปหรือเปล่าเขาไม่รู้ ก็แค่อยากเสี่ยงโชคทั้งหมด ทำทุกทางเท่าที่จะทำได้




“พี่ชายของนายรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”




เขาถามเสียงต่ำ คนที่เหมือนมีฐานะระดับนั้น การจะจัดการเรื่องราวทุกอย่าง หรือแม้แต่หาหัวใจซักดวง ที่เข้ากันได้กับหมอนี่มา คงจะไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรนัก




“ซาโบเหรอ เขาไม่รู้หรอก”




“ฉันชักไม่แน่ใจแล้วว่าแกอยากรอดจริงๆ” ลอว์เริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ อะไรที่บอกว่าอยากรอด แต่ไม่คิดจะเพิ่มเปอร์เซ็นการรอดชีวิตให้ตัวเองเลย




“ฉันจะไปบอกหมอนั่น คนที่ทิ้งแกไปซะนานแบบนั้น บางทีมันอาจจะรู้สึกผิดบ้าง”




“ห้ามไปนะ!




เสียงเล็กตวาดกร้าว เขม็งมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาดุดัน ร่างสูงชะงักนิ่งกับที่ สบสายตามันทั้งที่ไม่เข้าใจ หรือว่าเกลียดที่จะต้องพึ่งพาพี่ขนาดนั้น รังเกียจจนถึงขั้นสามารถเอาชีวิตไปทิ้งได้เชียวเหรอ




“ห้ามบอกเขา”




ลูฟี่กัดฟันพูด ในแววตาที่ไม่ยินยอม เริ่มเจิ่งนองด้วยละอองน้ำใส จากปฏิกริยานี้พอจะบ่งบอกได้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพี่ชายคนนั้นกับมันไม่ใช่ระดับธรรมดา ความเจ็บจุกในใจเกิดขึ้นเงียบๆ เขาผ่อนลมหายใจ แยกแยะระหว่างความหึงหวงและความเป็นห่วง




“เพราะอะไร?”




เขารู้ว่าทุกคำถาม เกินเลยขอบเขตความเป็นส่วนตัวของมันไปเยอะ แต่เพราะนี่เกี่ยวข้องกับชีวิตของมัน เขาจึงไม่อาจยอมให้ได้ ถ้าไม่ได้รู้ความจริง




“ที่ผ่านมา ฉันดิ้นรนเอาชีวิตรอดมาได้ด้วยตัวคนเดียว” ลูฟี่สูดหายใจเข้าลึก เอ่ยด้วยเสียงเย็นเยือก




“ไม่เคยให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของตัวเอง คนอื่นๆ หรือแม้แต่นาย...ครั้งนี้ก็เหมือนกัน”




ดวงตากลมเฉียบขาดจ้องนิ่งมายังคู่สนทนา ไม่คิดโอนอ่อนผ่อนปรน ลอว์ยังคงนิ่งเฉย ไม่ขยับหรือพูดอะไร เขาสบสายตาอีกฝ่าย นึกทบทวนคำพูดร้ายกาจที่เอ่ยออกไปเมื่อครู่ พลางสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่ซ่อนลึกเอาไว้ แต่แล้วหยาดน้ำชื้นกลับไหลลื่นลงมาอาบแก้ม ใบหน้าเรียวเล็กเบือนหนีไปทางอื่น พลันยกมือขึ้นปาดสายน้ำตาทิ้ง




เขากำลังโกหกเพราะความกลัว...กลัวว่าจะทนการลาจากไม่ได้




กลัวว่าเหล่าคนที่เขารักจะต้องมาทนมองดูวาระสุดท้ายของตัวเอง




ยิ่งเป็นซาโบเขายิ่งไม่อยากให้พี่ต้องมารู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง  ทำไมเขาจะไม่รู้โอกาสรอดชีวิตของตัวเอง หรือเรื่องที่แทบจะหาหัวใจที่เข้ากับเขาได้ไม่เจอเลย การต้องกลายเป็นภาระแบบนั้นไม่ใช่โชคชะตาที่เขาต้องการ ในกระแสคลื่นแห่งชีวิตที่ซัดซาดเข้าใส่เขาซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้ เขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพี่ชายคนไหนอีกแล้ว




หากมันคือชีวิตของเขา เขาก็อยากจะว่ายทวนเข้าไปหาฝั่งด้วยเรี่ยวแรงของตัวเอง...ด้วยโชคที่เหลืออยู่




“...”




คนที่จมอยู่ในห้วงความคิดนิ่งแข็งไปเพราะแรงกอดรัดของอีกคนที่ทนเงียบมานาน ความอบอุ่นนั้น ทำเอาร่างที่เย็นยะเยือกเพราะหยาดน้ำฝนสะท้านไหว




“ถ้าจะโกหกก็อย่าร้องไห้ซิ”




“มันคือการตัดสินใจของฉัน” คนถูกกอดเอ่ยแต่ละคำออกมาอย่างยากเย็น




“แกไม่ได้กำลังหลอกตัวเองอยู่ใช่มั้ย?”




“ไม่” ร่างเล็กสั่นหัวปฏิเสธ “ก่อนผ่าตัด...ฉันไม่อยากให้ใครเห็นสภาพแบบนั้นของฉัน”




ถึงจะถอนหายใจหนักๆ แต่มือหนาก็ยกขึ้นตบหลังอีกฝ่ายเบาๆ นี่อาจจะเป็นตรรกกะความคิดของคนที่ต่อสู้ เลี้ยงชีวิตตัวเองลำพังมาเกือบสิบปี สำหรับเพื่อนๆ สุขก็สุขร่วมกัน แต่ยามทุกข์กลับหนีไปเผชิญหน้าลำพังงั้นเหรอ




“รู้หรือเปล่า ถ้าเรื่องมันจบไม่สวย แกทำแบบนี้เท่ากับทำร้ายทุกคน อยู่ๆ ก็หายไป รู้อีกทีก็ไม่อยู่แล้ว ใครเขาจะรับได้?”




เขาก็เป็นหนึ่งในนั้น หากวันนี้เขาไม่แอบตามมันไปหลังออกจากห้องสอบ ความจริงนี้ก็จะถูกเก็บเป็นความลับไปตลอดกาล




“ป่านนี้แล้ว ฉันนึกสภาพคนอื่นๆ ไปรุมอยู่หน้าห้องผ่าตัดไม่ออกจริงๆ แต่ก็ไม่ได้คิดจะไปแล้วไปลับหรอกนะ” ร่างเล็กหลับตา ทิ้งร่างยืนพิงอีกฝ่ายเงียบๆ เพราะเริ่มรู้สึกหมดแรง หยดน้ำตาซึมซับลงบนอกเสื้อนักเรียนอีกฝ่ายเปียกเป็นวง




“ดังนั้นอย่าพูดทำนองว่ามันจะจบไม่สวยเลย นายก็รู้ว่าฉันอยากมีความหวังมากกว่านั้น โทราโอะ”





 

ที่ท่าเรือตะวันออก ยามที่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นจากท้องทะเลดี




ลูฟี่เกาะขอบเรือข้ามฟากขนาดกลางที่ค่อยๆ ลอยห่างออกจากหมู่เกาะสาปสูญไปเรื่อยๆ นับเป็นการเดินทางออกจากบ้านเกิดครั้งแรก จุดนี้คือจุดเดียวกันกับที่พี่ชายออกเดินทางไปเรียนต่อ เขานิ่งคิดถึงความรู้สึกของพี่ยามนั้น พี่ไม่พูดเรื่องที่จะได้กลับมาที่นี่ หรือแม้แต่คำร่ำลาใด มานึกดูแล้ว ความรู้สึกของเขาและพี่ในตอนนั้นอาจจะไม่แตกต่าง




เราสองคนเกลียดการบอกลา ไม่ชอบ ความน่าจะเป็น ที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีกแบบนั้น พอลองมาเป็นฝ่ายลาจากบ้าง ความหดหู่ประหลาดก็เข้าเกาะกุมหัวใจ




ความรู้สึกที่ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยลา มันเป็นแบบนี้เอง




ที่ริมท่าเรือ ร่างสูงใหญ่ทิ้งมวนชิการ์ลงบนพื้น ขยี้เท้าซ้ำดับกลุ่มควันที่ยังระอุอยู่ นัยน์ตาคมยังคงจับจ้องมองเรือข้ามฟาก พาคนสองคนลอยห่างจากฝั่งไป




แดช คนรับใช้คนสนิทมองตามสายตาของเจ้านายไปเงียบๆ บนเรือลำนั้นคือเด็กที่เคยเป็นคู่ปรับของเจ้านายมานาน กับเพื่อนสนิทของมัน เขาไม่เข้าใจว่าเวลานี้เด็กคนนั้นจะไปไหน แล้วทำไม แทนที่จะเป็น มัลโก้ หัวหน้ากลุ่มอิทธิพลอีกกลุ่มเพื่อนของเจ้านั่น ที่หาเรือและของใช้จำเป็นต่างๆ ให้ คราวนี้กลับเป็นคุณครอกโคไดล์แทน เรื่องนี้ขัดแย้งไร้เหตุผลอย่างเห็นได้ชัด




“ท่านครับ...”




ไม่ต้องถาม” เสียงทุ้มติดรำคาญตัดบท




“เพราะฉันก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน” มาเฟียวัยกลางคนกอดอกนิ่งมอง




ความเงียบโรยตัวอยู่รอบด้านชั่วครู่ แดชลอบผ่อนลมหายใจ การกระทำของเจ้านาย เข้าใจไม่ยากสำหรับเขา เงิน อำนาจ ความต้องการส่วนบุคคล ทว่าสำหรับเรื่องนี้ มันดูไม่มีเหตุผลจำพวกนี้แอบแฝงเลยสักข้อ




“แกเคยเห็นเด็กนั่นบ่อยๆ ใช่มั้ย” กลายเป็นเจ้านายที่เอ่ยชวนคุยขึ้นมาเอง




“...ครับ” แดชตอบรับไปคำหนึ่ง ตามประสาคนไม่ค่อยพูด




“เจ้านั่น...ฉันคิดมาตั้งนานแล้วว่ามันเหมือนตัวอะไร เจอทีไรก็ขู่ฟ่อ ไม่ประทะก็หนีหน้ากัน เหมือนพวกสัตว์ป่าที่หวงอาณาเขตอะไรแบบนั้น”




“อ่อ...ครับ” เขารับฟังเงียบๆ ดูเหมือนจะเป็นบทสนทนาประเภทที่คนเล่าอยากพูดคนเดียวมากกว่า




“ใช่แล้ว เหมือนพวกแมวป่าไงละ เจ้าพวกนี้อาศัยหากินอยู่ตามป่า ไม่อยู่ตัวเดียวก็เป็นคู่ เคลื่อนไหวปราดเปรียวเหมือนจะรักสงบ แต่ตอนที่ต้องสู้ก็สู้ขาดใจ จู่ๆ มันทำตัวเซื่องซึมไปแบบนั้น คนที่เห็นมันมานานแบบฉันอดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้”




ครอกโดไดล์ล้วงหาชิการ์ในอกเสื้ออีกม้วนขึ้นมาจุดสูบ พลางพินิจมองมวนชิการ์ไหม้ไฟที่ค่อยๆลุกลามจนกลายเป็นเถ้าถ่าน




“มันทำให้ฉันนึกถึงนิสัยหนึ่งของสัตว์จำพวกแมว” มาเฟียประจำเกาะเอ่ยเสียงเรียบ แสยะริมฝีปากกึ่งบึ้งกึ่งยิ้ม “ที่ว่าเวลาจะตาย พวกมันชอบไปหาสถานที่สงบและจากไปเงียบๆ เพียงลำพัง”





“ที่เป็นแบบนั้น คงเพราะไม่อยากให้คนที่มันทั้งรักทั้งห่วง ต้องมาเห็นสภาพแบบนั้นและเศร้าเสียใจล่ะมั้ง”























100% หน่วงหนักกว่าเก่า


วางแผนผิด คิดว่าแต่งฟิกดาร์กไซด์3P สามกัปตัน (ที่แอบดราม่านิดๆ)

แล้วมาต่อซาโบลูที่ดราม่าเบาๆ (เหรอ?) แล้วเราจะไหว สู้ได้ 

แต่เอาจริงๆตอนนี้ไรต์แทบกระอักดราม่าตายแล้วค่ะ O<-< 

นี่มันไม่ใช่การทรมานพี่ชายแต่เป็นการทรมานตัวเองชัดๆ 5555 สงสารฟี่ T T

ในแง่ความรู้สึกของฟี่น้อย เราว่าอาจจะมีนักอ่านคิดก็ได้ว่าทำไมทำงั้น แทนที่จะบอกๆพี่ชายไป

เผื่อมีทางช่วยที่ดีกว่านั้น แต่เราคิดในแง่ของคนที่สู้ชีวิตมาโดยลำพัง ทำงานเลี้ยงตัวเองแต่เด็ก

เขาอาจจะดีใจที่พี่ชายที่รักกลับมา แต่จะให้วิ่งไปพึ่งทีเดียวเลย เราว่าฟี่คงไม่ทำ (เอ๊ะหรือแล้วแต่คน)

มันจะมีอยู่จุดหนึ่งสำหรับคนที่ผ่านชีวิตลุ่มๆดอนๆมาตลอด 

คนแบบนี้เมื่อผ่านเรื่องร้ายมาเยอะเขาจะไม่มีวันพึ่งใคร คิดว่าซาโบในเรื่องก็คล้ายๆกัน

ประมาณว่าทั้งเข้มแข็งและเปราะบาง แต่นิสัยแบบนี้นี่ละที่ทำร้ายคนรอบข้างได้รุนแรงที่สุดค่ะ /แอบสงสารลอว์เบาๆ



ปล. ใกล้จบแล้วอีกสองตอนค่ะ คิดว่า ขอบคุณทุกเม้นกำลังใจนะคะ ฮืออ ;v; 





40%


ฉวยโอกาสที่เรายังมีทั้งเวลาและความขยัน อัพเดตเรื่อยๆ นะคะ

ตอนนี้หน่วงเบาๆ พอหอมปากหอมคอ เฉลยอดีตเรื่องเอสไปแล้ว

เป็นไปได้ก็อยากจะแต่งให้ถึงช่วงที่มีความสุขอย่างแท้จริงไวไวค่ะ ^^







© themybutter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

24 ความคิดเห็น

  1. #2547 Anasia_104 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 03:52
    .............................................................................................................................................................ฮึก ยูนซังงงงงงง จบแฮปปี้นะ? น้าาา? ไม่เอาแบดเอนด์ เซียจะเอาแฮปปี้เอนด์เท่าน้านนนนน

    แบบว่าหน่วงๆงี้ไม่ดีต่อใจเลยค่ะ #สายตะมุตะมิ #ไม่เน้นดราม่าแค่ความฮาก็พอ ที่จริงเซียก็พอจะเข้าใความรู้สึกของลูจังนะคะ แบบว่าอยู่มาด้วยตัวเองตลอด จะให้วิ่งไปพึ่งพี่ชายที่เพิ่งจะกลับมาได้ไม่กี่วันงี้มันไม่ใช่อ่ะเนอะ ยิ่งพี่ชายที่เป็นคนสำคัญแบบนั้นแล้ว ไม่แคล้วต้องหัวหมุนเพราะจะช่วยแน่ๆถ้ารู้เข้า จะเดินไปลาเขาก็ไม่กล้า แบบว่าถ้าต้องเดินไปบอกพี่ชายว่าจะต้องผ่าตัดล่ะนะ อาจจะไม่ได้กลับมานะ บลาๆๆๆ ฟีลตอนนั้นมันก็จะแบบ...'เฮ้ย??' 'ทำไมเพิ่งมาบอก?' 'จริงเหรอ??' 'ทำไมไม่ขอให้ช่วย?' 'สู้มาโดยลำพังตลอดเลยงั้นเหรอ?' อะไรประมาณนี้ แล้วพี่ชายก็จะเครียด ลูจังก็จะเศร้า น้ำตาก็จะร่วง ซึ่งทั้งฟี่น้อยและพี่ซาโบไม่ชอบ การจะต้องมาดราม่าใส่กัน น้ำตาซึมไปพร้อมความรู้สึกที่ว่าอาจจะไม่ได้เจอกันอีก หน่วงๆหนึบๆในใจ มันไม่ใช่สไตล์ลูจังงงง สู้หนีไปทำเรื่องคนเดียวให้มันจบๆดีกว่า รอดก็โอเค กลับมาบอกยังไม่สาย อาจจะโดนดุนิดนึงที่บอกช้า (อืมมม ที่จริงไม่น่าจะนิดมั้ง?) กลับมาใช้ชีวิตตามปกติแฮปปี้มีความสุข แต่ถ้าไม่รอด ก็แค่ตาย (ในความคิดของลูจังก็คงแบบนี้) แค่เศษธุลีหนึ่งบนโลกดับสลายไปเท่านั้นเอง ดีซะอีก ไปอยู่กับเอส อาจจะต้องทำให้พี่เสียใจ แต่ดวงเรามาแค่นี้ใครจะฝืนได้?

    แต่เซียจะขัดใจก็ตรงที่ ลูจังมีเพื่อนที่ดี มีคนที่คอยห่วงใย (อย่างหมอเป็นต้น เอาจริงๆถ้าหมอไม่มารู้เรื่องนี้แล้วไปกับฟี่ หรือมารู้ทีหลังเนี่ย เซียจะวีนกว่านี้แน่ๆ 555) ทั้งๆที่มีคนอยู่ข้างหลังตั้งมากมาย ถ้าเกิดอยูๆมาจากไปปุ๊บ คนที่เจ็บสุดมันไม่ใช่ลูจัง แต่เป็นคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างหาก ยิ่งถ้าเป็นคนที่เห็นว่าฟี่น้อยสำคัญก็ยิ่งเจ็บ บางทีอาจจะเพราะสู้คนเดียวมาตลอด ไม่เคยมีใครได้มาพัวพัน เลยไม่เคยต้องคำนึงว่าใครๆจะรู้สึกยังไงกับการที่เราสู้ แต่คราวนี้มันไม่ใช่แบบนั้น ลูจังอาจจะติดมาจากตอนที่สู้คนเดียวมาตลอดๆว่าไม่จำเป็นต้องมองใครหรือใครจะมองเรา มันเลยทำให้ลูจังตัดสินใจไปคนเดียวเงียบๆ แต่ยังไงเซียก็ขัดใจจริงๆนั่นแหละค่ะ! ฮึ่มมม -^-

    ถึงจะขัดใจแต่ยังไงก็ขอให้ลูจังผ่าตัดสำเร็จล่ะนะคะ อย่าให้มีหักมุมตายตอนจบไรงี้เลย เซียรับไม่ไหวแน่ๆค่ะยูนซัง

    ป.ล.1 ป๋าครอกนี่มันป๋าจริงๆ ครั้งที่แล้วก็พาไปนั่งรถเล่น ปรับทุกข์ ครั้งนี้ยังมีการหารงหาเรือให้(เขาออกไปกันสองคน)อีก

    ป.ล.2 ตอนหน้าถ้าซาโบรู้จะเป็นยังไงนะ? ถึงจะขัดกับความต้องการของลูจังแต่ก็อยากให้ซาโบรู้เรื่องนี้เเฮะ อืมๆ...ซาโบจะอาละวาดมั้ยน้อ?
    #2547
    1
    • #2547-1 dark_violeta (@darkinsides) (จากตอนที่ 17)
      20 มิถุนายน 2560 / 20:00
      เรื่องนี้ หน่วงเฉพาะช่วงนี้ล่ะค่ะ ปูมาตาม plot ที่วางไว้แต่แรก ลูจังในเรื่องนี้เป็นคนแบบนี้ สู้ชีวิตมาเนิ่นนาน ถึงกับทิ้งความหวังว่าจะได้เจอพี่ไปแล้วด้วยซ้ำ ก็เลยออกมาในรูปแบบนี้ เพราะไม่อยากให้รู้ ไม่อยากให้ต้องมาลำบากหรือเสียน้ำตา ฟี่เลยไปคนเดียวค่ะ อืม ถ้าหมอไม่มาเจอ อาจจะตายไปแล้วจริงๆ เนาะ แต่เราไม่เคยเเต่งแบดเอน ดังนั้น หมอเลยต้องมาและรู้เรื่องและตามไปค่ะ 555

      #2547-1
  2. #2471 Nabidmon (@digitalword) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2560 / 13:12
    ใช้ธีมแดงแอบเข้าคู่ไคลแมกซ์ฟี่ใกล้ตายสุดๆ ไปเลย
    รู้สึกเหมือนฟี่หนีตามกันไปกับหมออะ 5555
    ถึงจะรู้ว่าไม่ใช่แต่ก็ยังให้ความรู้สึกตลกๆ เวลามองจากมุมคนนอกถ้ามาเห็นฟี่กับลอว์เข้า

    ฟี่เหมือนแมวสินะ นึกภาพออกเลย
    แต่ถามองในอีกแบบนึงคือฟี่เป็นสัตว์ที่จะโดนลากไปกินโดยไม่รู้ตัวง่ายๆ นะ ฮา...
    แมวแถวบ้านชอบโดนสัตว์มีชีวิตหลายอย่างลากไปกินเป็นประจำเลย เหอะๆ
    นึกภาพฟี่ที่เป็นแบบนั้นแล้วแอบขำไงไม่รู้สิ
    (หมดกันดราม่าในตอนนี้....)
    #2471
    1
    • #2471-1 dark_violeta (@darkinsides) (จากตอนที่ 17)
      17 มีนาคม 2560 / 15:50
      ธีมแดงเพราะตอนนั้นหาธีมที่ใช้ประจำไม่เจอค่ะ // lol
      อืมนั่นสิ ถ้ามองมุมคนอื่นอาจจคิดว่าหนีออกจากบ้านกันสองพี่น้อง55

      พวกถึงแมวโดนลากไปกินนี่นึกถึงงู แต่ก่อนแถวบ้านเราก็เยอะค่ะ ;v;

      #2471-1
  3. #2385 Yeti456 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:52
    ชอบจัง...เวลาที่ร้องไห้แล้ว สระอื้นจนหายใจแทบไม่ได้แบบนี้ ( เราว่าเราคงเป็น M จริงๆนั่นแหละ)



    ทำไมมันมีม่าม่าอะ( ดราม่า ) แชดเลยเนี่ย



    สู้ๆนะคะไรท์
    #2385
    1
    • #2385-1 dark_violeta (@darkinsides) (จากตอนที่ 17)
      14 มีนาคม 2560 / 22:37
      เรื่องนี้หน่วงหลายตอนอยู่ค่ะ ;v;
      #2385-1
  4. #827 Fifa30152 (@Fifa30152) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2559 / 00:11
    มาม่ามาเตมม
    #827
    0
  5. #706 ทิพวรรณ การะเกตุ (@i_sai) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 เมษายน 2559 / 15:57
    โหย  ดึงอารมณ์สุดๆ  
    #706
    0
  6. #475 zmbyun (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 20:26
    ฟี่จะต้องไม่ตายสิ~~ T^T
    #475
    0
  7. #453 Smile...^^ (@secret-of-star) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 00:57
    อร่อยมาก รักดราม่าแบบนี้ <3
    #453
    0
  8. #448 Buka (@bukazota) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 19:37
    ถ้าคุณพี่ซาโบรู้ว่าฟี่น้อยหายไปเกาะคงวุ่นวายน่าดู
    #448
    0
  9. #440 teacoffee (@teacoffee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 23:11
    ไม่นะ อย่าหน่วงสิ ฟี่ต้องรอดน้าา >~<
    #440
    0
  10. #439 binlha (@binlha22) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 22:44
    สงสารลอว์ ฮือออออ มาซบอกเราแทนเอามั้ยคุณหมอ

    ปล. ลอว์นายมันเป็นพสกสตอล์กฟี่ไม่พอยังทำตัวเป็นพวกย่องเบาแอบเข้าห้องนอนฟี่เลยเรอะ
    #439
    0
  11. #438 NongAzill (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 22:38
    อะไรกันน่ะ ไหงมันเหมือนจะออกไปทางเศร้างี้ละ .... ทำร้ายฟี่ ทำร้ายคนอ่านไปแล้ว ไหนว่าจะแกล้งพี่ชาย..ไหงกลายเป็นฟี่ที่เจ็บปวดรวดดร้าวอยู่คนเดียวงี้ล่ะ ฮื่อๆๆ



    ....หวังว่าจอนจบจะ Happy นะพี่ยูน!!
    #438
    0
  12. #437 free fran (@freenoboom) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 22:17
    ฮืออออออ. น้ำตาไหลพรากกก
    ไหลจริงงงงง เรื่องแบบนี้ใครจะรับไหวถ้าเจอกับตัวจริงๆ
    ยิ่คำของครอกทำเราเอาน้ำตาไหลจริงๆ
    ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย
    หวังอยากให้จบสมหวังจัง

    ฮือออออออออออ
    #437
    0
  13. #435 tityjiu (@tityjiu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 18:53
    ฮึกๆฮืออออ วงสารอ่าทุกคนเลยยย
    #435
    0
  14. #434 APHIN.HOSHIZORA (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 18:43
    ไม่จริ๊งงง เฮียคร็อกอย่าพูดเป็นลางแบบนั้นสิ หัวใจเราหล่นวูบเลยอ่ะ แงงงงง ลูฟี่เขาจากไปเพื่อไปรักษาตัวมะช่ายเหรอ ไหนว่าจะกลั่นแกล้งพี่ชายไง ทำไมมาลงที่ลูฟี่ได้ล่ะยูน นี่มันบีบหัวใจติ่งลูฟี่ชัดๆ เลยอ่ะ แงงงง

    สงสารลอว์มาก กำลังคิดอยุ่ว่าบทลอว์หายไปนานเลย ที่แท้ยูนเก็บลอว์ไว้สำหรับดราม่าคนสุดท้ายสินะ โถ คุณหมอ มารอลูฟี่ถึงที่บ้าน เอ๊ะ เอ๊ะ ได้ข่าวว่าถึงในห้องนอนซะด้วย ในใจหมอคิดอะไรอยู่เนี่ย แต่ที่แน่ๆ มีแต่ความห่วงและหวงลูฟี่เต็มเปี่ยมแน่นอน เจ็บแทนลอว์จริงๆ รักเค้าหมดทั้งใจทั้งๆ ที่รู้ว่าใจเค้าอยู่กับใครอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง แถมยังต้องมารับรู้เรื่องที่ลูฟี่ปิดบังมาตลอดด้วย จำได้ตอนลอว์เป็นโรคแพ้ผู้หญิงแบบหนักหน่วงก็มีลูฟี่นี่แหละที่คอยปกป้องอยู่ข้างๆ แต่ลูฟี่กลับไม่เคยบอกอะไรแก่ลอว์เลย ทั้งที่ลอว์ก็อยากปกป้องลูฟี่บ้างเหมือนกัน

    จากการใช้ชีวิตแบบพึ่งตนเองตลอดมา ไร้ซึ่งความหวังความยินดีใดๆ เราไม่ค่อยแปลกใจเลยว่าทำไมลูฟี่ถึงตัดสินใจแบบนี้ คนที่เป็นห่วงผู้อื่นมากกว่าตัวเองอย่างลูฟี่จะไม่มีวันยอมให้ใครมาเป็นห่วงและลำบากกับตัวเองหรอก แต่ก็อย่างที่ยูนว่า นิสัยแบบนี้ของลูฟี่นี่ล่ะ ที่จะทำร้ายคนรอบข้างได้รุนแรงที่สุด ทำไมลูฟี่ไม่คิดสักนิดนะ ว่าหากเปลี่ยนเป็นตัวเองที่ต้องมารับรู้เรื่องของคนสำคัญแบบนี้บ้างจะยังพูดแบบนี้ได้อยู่ไหม มันทำให้เรานึกถึงประโยคของลอว์ใน Somewhere beyond the sea (เพิ่งอ่านไปอีกรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ ><) เลยว่า 'แกเพิ่งจะพูดสิ่งที่ร้ายกาจที่สุดออกไป' ไม่ต้องดูอื่นไกล ขนาดลอว์ยังต้องหลั่งน้ำตาเมื่อลูฟี่ให้เหตุผลแบบนี้ แล้วถ้าซาโบ้รู้เข้า คุณพี่มิเจ็บเจียนตายเลยเหรอ เพราะตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่ง (ส่วนสำคัญ?) ที่ทำให้ลูฟี่อยู่อย่างไม่ใส่ใจชีวิตของตัวเองมาตลอดจนทำให้ร่างกายมันกำลังจะถึงขีดสุดแล้ว

    พอเรื่องราวกระจ่างทุกอย่าง ลูฟี่เพิ่งมารู้สึกเสียดายชีวิตเอาตอนนี้ แล้วทำไมไม่ยอมเปิดใจอีกเล่า รู้มั้ยว่าการปิดบังด้วยความหวังดีมันทำร้ายคนสำคัญมากกว่าการบอกออกไปตรงๆ อีกนะ แต่ตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะลูฟี่กำลังจะจากเกาะนี้ไปแล้ว โดยทิ้งคนข้างหลังที่เป็นห่วงไว้ หวังว่าคงไม่เกิดศึกระหว่างคุณพี่กับคุณหมอนะ สังหรณ์ตงิดๆ ว่าลอว์ต้องบุกไปเอาเรื่องแน่ หรือไม่คุณพี่ชายมาตามฟี่แล้วพบลอว์อยู่ในห้องของฟี่อ่ะ

    หวังว่าที่ที่ลูฟี่ไปและสิ่งที่ลูฟี่ตัดสินใจ จะช่วยให้ลูฟี่ก้าวข้ามขีดจำกัดของโชคชะตามาได้นะ ชีวิตที่แลกมาด้วยชีวิตของเอส ลูฟี่ต้องใช้อย่างคุ้มค่าและถนอมมันไว้สิ คิดถึงคนข้างหลังบ้างว่าเค้าจะเจ็บปวดแค่ไหนหากลูฟี่ไปแล้วไม่ได้กลับมาน่ะ แม้แต่เฮียคร็อกผู้เคยเป็นคู่ปรับ ยังรู้สึกไหววูบในใจเลย มิต้องบอกว่าติ่งลูฟี่อย่างเราจะเศร้าแค่ไหน ยูนอย่าทำให้มันจบเศร้ามากนะ ไม่เศร้าเลยยิ่งดี ไปแกล้งซาโบ้เถอะ อย่ามาแกล้งฟี่น้อยเลย เอ หรือว่านี่คือการแกล้งซาโบ้ผ่านดราม่าของลูฟี่และความเศร้าของติ่งลูฟี่กัน ><

    ปล.ต่อว่าลูฟี่รัวๆ ทั้งที่จริงน่าจะไปต่อว่ายูนมากกว่า แต่เดี๋ยวยูนจะตัดจบก่อนแล้วทำให้เราค้างอย่างทรมาน ฮือออ
    #434
    0
  15. #433 master ta (@master-ta) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 16:59
    ทำไมเราอ่านแล้วทันหน่วงๆแต่เราชอบล่ะ-_-??? (ชอบความเจ็บปวด555) ไม่รู้สิเราชอบที่ทุกคนไม่รู้แต่รู้ที่หลัง(เอ๊ะ ยังไง)
    #433
    0
  16. #432 D_diamond (@nampetch1405) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 16:06
    คู่หน้าเอาพี่จระเข้เป็นพระเอกแทน//อย่าแต่งเศร้าเลยเจ็บปวดTvT
    #432
    0
  17. #431 free fran (@freenoboom) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 09:27
    ต่ออออออ
    ข้างมากเลยยย
    ลูฟี่อย่าพูดแบบนั้นสิ
    มันเหมือนจะจากกันไป
    ไม่เอาไม่ชอบแบบนี้เลย
    ฮือออออออออออ
    #431
    0
  18. #429 keabp2014 (@keabp2014) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 09:14
    ประโยคสุดท้ายนั้นมันอะไรกันนน(ตะโกนดังๆๆๆๆ) อ่านแล้วรู้สึกหน่วงๆพาเศร้าเลยรีบมาต่อนะไรท์
    #429
    0
  19. #425 APHIN.HOSHIZORA (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 23:41
    'ใจฉันอยู่กับพี่เสมอ' ฟังแล้วอยากจะกรี๊ดด้วยความฟิน แต่ทำไมเรารู้สึกเศร้าอ่า เหมือนกับว่าลูฟี่กำลังจะบอกลาไปยังที่อันไกลแสนไกล ที่ที่ซาโบ้ไม่อาจเอื้อมถึง ลูฟี่อย่าเป็นอะไรไปนะ T^T

    ตอนนี้ก็เฉลยแล้วว่าเอสตายเพราะอะไร มันช่างเจ็บปวดสำหรับลูฟี่จริงๆ ที่พี่ชายคนสำคัญต้องมาตายเพราะความดื้อรั้นและอวดดีของตนเอง มันคงเป็นบาปผิดติดในใจของลูฟี่เลยสินะ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมลูฟี่ถึงยึดติดกับซาโบ้ขนาดนั้น เพราะทั้งสองคนต่างประคับประคองกันและกันผ่านช่วงเวลาอันแสนเจ็บปวดมานี่เอง หลังจากผ่านช่วงเวลาอันยุ่งเหยิงแล้ว ในที่สุดลูฟี่และซาโบ้ก็ได้ปรับความเข้าใจและสานสัมพันธ์กันอย่างแนบชิด เรื่องน่าจะจบแบบ Happy Ending แต่ทำไมยังมีอุปสรรคเรื่องสุขภาพของลูฟี่เนี่ย อย่ายอมแพ้นะลูฟี่ ต้องเข้มแข็งและผ่านมันไปให้ได้ เอสเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ลูฟี่มีชีวิตอยู่ต่อ อย่าให้การเสียสละของเอสเสียเปล่าเซ่ และหากลูฟี่เป็นอะไรไป หัวใจของซาโบ้คงต้องแตกสลายแน่นอน แล้วมันจะดราม่าสุดๆ ฮือออ

    ปลาบปลื้มมากที่ยูนอัพรัวๆ^^ แต่ก็หวาดหวั่นกับตอนต่อไปที่อาจดราม่า หัวใจเต้นไม่ปกติเลย ><

    ปล. ถ้อยคำสุดท้ายของลูฟี่ทำให้เรานึกถึงเพลง 'ใจฉันอยู่กับเธอ' ของ Blackhead เลย

    ใจฉันอยู่กับเธอ แม้จะห่างกันแสนไกลเพียงไหน

    ใจฉันอยู่กับเธอ หมดเลยทั้งหัวใจ และรักตลอดไป T^T
    #425
    0
  20. #422 binlha (@binlha22) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 21:22
    เดี๋ยวนะๆ ได้โปรดมาต่อด้วยค่ะท่านยูน ฟี่พูดเหมือนจะลาตาย... ไม่ใช่ใช่มั้ย!?
    #422
    0
  21. #420 zmbyun (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 21:09
    รู้สึกเศร้าาาาาาา ไม่อยากให้ฟี่เป็นอะไรเลยจริงๆ T^T
    #420
    0
  22. #415 punpun3012 (@punpun-3012) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 20:33
    รู้สึกเหมือนจะมาม่า
    #415
    0
  23. #413 Buka (@bukazota) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 19:46
    ฟี่น้อยพูดซะขนาดนี้ซาโบนี่ซังคงเขินแย่
    #413
    0
  24. #412 sakurakuro (@sakurakuro) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 19:23
    รู้สึกถึงกระเเสมาม่า มาเเต่ใกล
    #412
    0