ตอนที่ 12 : บทที่11 ก้าวแรกในรั้วโรงเรียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 428 ครั้ง
    4 ธ.ค. 61



และแล้วช่วงวันหยุดหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดภาคเรียนก็จบลง เข้าสู่วันแรกของการเรียนการสอน พิธีปฐมนิเทศของโรงเรียนเวทย์มนต์มาเกียได้เริ่มต้นขึ้น และเป็นวันแรกที่นักเรียนปีหนึ่งทุกคนจะได้ใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียนอย่างเป็นทางการ


เรนเดลในชุดนักเรียนเต็มยศกำลังส่องกระจกเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ชุดของเขาแวววาวด้วยประกายสีขาวเล็กน้อย เพราะมันทำมาจากไหมแสงจันทร์ แต่ถ้าหากไม่สังเกตุให้ดี ก็แยกไม่ออกจากชุดธรรมดาเท่าไหร่


แผงขนมิ้งด้านหลังชุดสูทสีครีมของเขา ซึ่งแทนแผงคอสิงโตนั้นถูกลูบไล้ให้เรียบไปด้านหลัง เพราะเรนเดลแอบจั๊กจี้ต้นคอ ก่อนจะมองตรงอกซ้ายที่มีตราโรงเรียนเป็นหัวสิงโต มันแทนสัญลักษณ์ของคิเมร่า สัตว์พันธ์ผสม และยังหมายถึงการรวมกันของห้าอาณาจักร กลายเป็นเครือจักรภพคิเมร่าอีกต่างหาก


กางเกงขายาวของเขานั้นเป็นสีแดงลายสก็อตแสบตาแต่ดูสวยงาม เช่นเดียวกับเนคไทของเขาที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดสูทสีครีม เรนเเดลพิจารณาแล้วว่าชุดนักเรียนโรงเรียนเวทย์นี้ ช่างอลังการงานสร้างเหลือเกิน แต่อย่างน้อยมันก็ดูคุ้มค่ากับตัวละห้าเหรียญทองล่ะนะ


เรนเดลเดินออกจากห้องพักด้วยสีหน้าภาคภูมิ และระหว่างเดินลงบันไดเขาก็ได้พบกับโมรอค เด็กหนุ่มผมบลอนด์ตกกระอารมณ์ร้าย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบกับเจ้าหมอนี่ หลังจากเกือบมีเรื่องกันที่ร้านตัดเสื้อ


เรนเดลยิ้มทักทายตามมารยาท ก่อนจะเดินลงไปโดยไม่สนใจโมรอคแม้แต่น้อย เขาไม่ได้สนด้วยซ้ำ ว่าอีกฝ่ายมีสีหน้ายังไงหลังจากนี้ เขาแค่อารมณ์ดีกว่าทุกวันก็เท่านั้น


“เป็นไพร่ที่ใช้ได้เลยล่ะ รู้จักเคารพผู้เป็นนาย”  โมรอคกล่าวเสียงเบื่อๆ ก่อนจะรีบย่ำเท้าตามหลังเรนเดลไป เขาสืบมาแล้ว ว่านอกจากเขากับนักเรียนชายอีกสองคนที่เป็นอัศวิน นอกนั้นในหอพักนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสามัญชนทั้งสิ้น และเขาก็มั่นใจว่าเรนเดลไม่ใช่ขุนนางอย่างแน่นอน เพราะเรนเดลไม่มีนามสกุล



“วันนี้หล่อกว่าทุกวันนะคะ เรนเดล” เซร่าเอ่ยทักเขาทันทีเมื่อเรนเดลเดินมา โคโตโนฮะก็ยิ้มรับทักทายเขา ทั้งสามคนนัดพบกันที่ลานกว้างหน้าหอพักชาย เพื่อที่จะเดินไปพร้อมๆกัน


“ขอบคุณ” เรนเดลกล่าวทักเซร่า พลางมองชุดนักเรียนของทั้งสองคน ชุดนักเรียนหญิงนั้นจะต่างกับชาย ตรงที่จะใส่กระโปรงลายสก็อตสีแดงสั้นเหนือเข่าแทนกางเกง มีโบว์ขนาดใหญ่สีแดงลายสก็อตติดอยู่บริเวณเอวด้านหลัง ใส่ถุงน่องสีดำยาวปกปิดขาอ่อน และด้านหลังปกเสื้อไม่มีแผงขนมิ้งแบบชุดนักเรียนชาย


“ทางฉันคงไม่ได้ใส่บ่อยนัก” โคโตโนฮะกล่าวพลางสำรวจชุดตัวเอง “เดี๋ยวจะเข้าชมรมศาสนา และหาทางสอบเป็นมิโกะให้ไวที่สุด”


“โคโตโนฮะ เธอในชุดนี้น่ารักดีออก แต่งชุดนี้บ่อยๆก็ได้” เรนเดลกล่าวแซวเล่นๆ ทำเอาโคโตโนฮะหน้าแดง ก่อนจะหลบสายตาของเขา


“และฉันไม่น่ารักหรือคะ เรนเดล” เซร่าเอ่ยถามด้วยท่าทีอาย ทำเอาเรนเดลหัวเราะ ก่อนจะชมเธอไปเหมือนกัน


“จะว่าไป แล้วไอรินล่ะ เธอไม่มากับพวกเราหรือ” เรนเดลเอ่ยถาม พลางมองหาไอริน


“อันที่จริงฉันชวนไอรินแล้วนะคะ” โคโตโนฮะเอ่ยขึ้น เพราะกลัวเรนเดลเข้าใจผิดว่าเธอไม่นัดไอรินมา “แต่เห็นเธอว่าให้ไปกันก่อน เพราะเธอมีคนที่ต้องเจอน่ะค่ะ”


โมรอคซึ่งเดินตามมาจนทัน ทำหน้าบึ้งทันที เมื่อเห็นทั้งสามคนขวางทางเดิน ก่อนจะเปลี่ยนกิริยาเป็นหน้าแดง และมองสองสาวตาค้าง เขาคิดในใจว่าไอ้ไพร่นี่มีดีอะไร สองสาวหน้าตาน่ารักถึงเสียเวลาเสวนากับมัน


กลุ่มของเรนเดลหัวเราะเสียงดังลั่น และไม่มีทีท่าจะสนใจเขาเลย โมรอคจึงได้แต่มองห่างๆ ก่อนจะตัดใจเดินจากไป


“ถึงจะหน้าตาดี แต่ถ้าคบหากับไพร่ ก็คงเป็นไพร่ด้วยกันนั่นแหละ” โมรอคกล่าวอย่างเสียดาย พลางส่ายหน้า “หญิงชั้นต่ำพรรค์นั้นไม่คู่ควรกับข้าเลยสักนิด”



ตอนนี้เป็นเวลาเก้าโมงเช้า นักเรียนปีสองถึงปีสามอยู่ในโรงเรียนกันพร้อมหน้า ส่วนใหญ่จับกลุ่มพูดคุยกัน บ้างก็รอทักทายน้องปีหนึ่งเพื่อทาบทามคนมีแววหรือถูกชะตาเข้าชมรมของตัวเอง ซึ่งชมรมในโรงเรียนแห่งนี้ มีมากกว่ายี่สิบชมรม ถึงแม้นักเรียนในโรงเรียนจะมีจำนวนไม่ถึงห้าร้อยคนก็ตาม


เป็นธรรมเนียมที่น้องปีหนึ่งจะต้องมาที่หลังรุ่นพี่ เพื่อรอรุ่นพี่ต้อนรับ พร้อมกับมอบของที่ระลึกให้เล็กๆน้อย อาจเป็นขนม ปากกาแฟชั่น หรือแม้แต่ไอเท็มเวทย์มนต์แบบใช้งานครั้งเดียว ซึ่งในจังหวะนี้นักเรียนปีหนึ่งบางคนอาจเลือกเข้าชมรมทันทีเพราะถูกชะตากับรุ่นพี่คนนั้น


เช่นเซร่า เธอปลีกตัวไปแถวหลังของชมรม ที่มีรุ่นพี่นักเรียนหญิงคนหนึ่งกำลังสาธิตถักหมวกไหมพรมอยู่ พร้อมวางขายสินค้าถักมือ เธอลงทะเบียนเข้าชมรมโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย แน่นอนว่าชมรมนี้คนไม่ค่อยเยอะ และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ดูเก่งงานบ้านงานเรือน และงานประดิษฐ์มากกว่าที่จะมาใช้เวทย์มนต์ต่อสู้


ส่วนโคโตโนฮะ เธอกำลังพูดคุยสอบถามรายละเอียดกับรุ่นพี่ชายคนหนึ่งในชุดบาทหลวง เธอพบว่าชมรมศาสนาของโรงเรียนนี้ พึ่งได้รับการรับรองจากจักรวรรดิมังกรไฟ ให้เป็นที่สอบคัดเลือกมิโกะแห่งที่สอง เธอจึงตัดสินใจเลือกชมรมนี้ทันที


“มาเกียเป็นโรงเรียนเวทย์มนต์ที่ดีที่สุด เพราะสอนให้นักเรียนใช้ชีวิตที่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่เน้นผลิตนักรบเวทย์ที่ไร้ชีวิตออกมา” เรนเดลกล่าวลอยๆ พลางอ่านคู่มือนักเรียนใหม่ ซึ่งมันเขียนเอาไว้ตั้งแต่หน้าแรก “แต่ถึงอย่างนั้นในงานประลองโรงเรียนเวทย์มนต์ทั้งเจ็ดแห่ง มาเกียก็ไม่เคยมีอันดับต่ำไปกว่าที่สาม และเป็นที่หนึ่งเสียส่วนใหญ่”


เรนเดลเงยหน้าจากหนังสือ พลางมองสองสาวเลือกเดินตามเส้นทางของตนอย่างเป็นสุข ในยุคของเขาเมื่อชาติที่แล้ว การเรียนเวทย์มนต์ยังไม่เป็นที่โจ่งแจ้งแบบนี้ เขาที่บ้านแตกตั้งแต่เล็ก ไม่มีครอบครัวอบอุ่น หรือโรงเรียนดีๆให้ไป มีเพียงการฝึกเวทย์มนต์กับท่านอาจารย์เท่านั้น


เรนเดลสะดุดกับคนคุ้นเคยที่นอกรั้วโรงเรียน เขาได้เห็นอะไรดีๆบางอย่าง เขาจึงค่อยๆเดินกลมกลืนกับฝูงชน และเข้าไปใกล้อย่างแนบเนียน


เขาพบว่าไอรินซึ่งอยู่หน้าโรงเรียนกำลังโบกมือส่งลาให้กับฟรังซัวร์ คู่หมั้นของเธอมาส่งถึงหน้ารั้วโรงเรียน


ฟรังซัวร์เป็นหนุ่มรูปงาม ผมสีดำแซมเทายาวหวีเรียบเป็นระเบียบ ดวงตาสีอำพันของเขาดูใจดีและอบอุ่น จึงเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอรินที่แก้มแดงระเรื่อทุกครั้งที่สบตากับอีกฝ่าย


ฟรังซัวร์วันนี้ก็มาในชุดนักเรียนเช่นกัน แต่ชุดของเขาเป็นสูทสีขาวเรียบหรู และมีผ้าคลุมสีขาวคลุมทับอีกทีหนึ่ง เป็นเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนเวทย์มนต์จักรวรรดิมังกรไฟ


“สนิทกันถึงขั้นนี้แล้วหรือ สองคนนั้น” เรนเดลกล่าวพลางถอนใจ ลึกๆแล้วหัวใจของเขากำลังเจ็บจี๊ด เพราะดันไปนึกถึงตอนที่เห็นไอรินจูบกับฟรังซัวร์เสียได้ ในงานวันเกิดของเขาที่พึ่งผ่านมาไม่นาน


ทางด้านฟรังซัวร์นั้นเอามือลูบไล้เส้นผมสีดำเงางามของไอริน ก่อนจะเอ่ยสนทนากับอีกฝ่ายตามประสาคู่รัก


“คิดดีแล้วหรือ ที่จะเลื่อนการแต่งงานของเราน่ะ” ฟรังซัวร์เอ่ยถามเสียงอบอุ่น จึงทำให้อีกฝ่ายลังเลที่จะพูดปฏิเสธ


“ตามกำหนดการ ฉันต้องแต่งกับท่านฟรังซัวร์ตอนอายุสิบหก แต่ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเราก็ยังเรียนไม่จบนะคะ มันอาจกระทบกับการเรียนของท่านฟรังซัวร์ และก็ตัวของฉันด้วย”


“ก็เลยจะขอเลื่อนไปจนอายุยี่สิบ เพื่อที่จะเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัยเวทมนต์ก่อนสินะ ยอดรักของฉัน” ฟรังซัวร์เอ่ยคำตอบของไอรินออกมา โดยที่เธอยังไม่ทันจะพูดอะไรด้วยซ้ำ


“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” ไอรินกล่าวตอบรับ “พ่อของดิฉันเองก็เห็นด้วย ท่านอยากให้ฉันแต่งงานและมีลูกตอนอายุยี่สิบจะดีกว่าน่ะค่ะ”


“ถ้าเป็นเพราะแบบนั้นจริง ฉันก็ไม่ขัดอะไรนะยอดรัก” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยเสียงเรียบ พลางมองไอรินด้วยท่าทีเย็นชา จนอีกฝ่ายรู้สึกได้ว่าเขาไม่เหมือนเดิม “แต่ถ้าเป็นเพราะการเดิมพันธ์กับเจ้าชายเรนเดลแล้วล่ะก็...”


“ไม่ใช่เพราะเรนเดลหรอกค่ะ” ไอรินรีบปฏิเสธ “ท่านก็น่าจะรู้นี่คะ ว่าหมอนั่นเป็นแค่เพื่อน ฉันมีใจให้แต่ท่านฟรังซัวร์คนเดียว”


ฟรังซัวร์ยิ้มรับ ก่อนจะก้มลงจูบปากไอรินอย่างแผ่วเบา ทำเอานักเรียนรอบข้างหันมามองเป็นสายตาเดียว นักเรียนหญิงบางคนส่งเสียงกรี๊ดให้กับฉากประทับใจนี้ด้วยซ้ำ


“ผมแค่กลัวน่ะ” ฟรังซัวร์กล่าวก่อนจะถอนริมฝีปากจากอีกฝ่าย “ตัวห่างกัน เลยกลัวใจห่างตาม...ได้โปรดอย่าลืมว่าเราเป็นของกันและกันแล้วนะ ที่รัก”


“ทำเกินไปแล้วนะคะ” ไอรินเอ่ยด้วยความเขินอาย ก่อนเบือนหน้าหลบ “เป็นของกันและกันบ้าอะไร เราแค่จูบกันเท่านั้นเอง”


“ขอโทษด้วย ฉันแค่อยากประกาศให้ชัดเจนน่ะ ว่าเธอเป็นของฉัน” ฟรังซัวร์กล่าวก่อนจะส่งสายตาเย็นชาไปที่ด้านหลังของไอริน เมื่อเธอหันมองตาม หัวใจของเธอก็หล่นวูบ เรนเดลกำลังยืนจ้องมองทุกการกระทำของเธออยู่


“เธอไม่เคยเรียกเรนเดลว่าเป็นเพื่อน” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฉันเลยกลัวว่าเธอจะสนิทกับมันจนเลยเถิด”


เรนเดลยิ้มเยาะ พลางกัดไส้กรอกทอดที่รุ่นพี่จากชมรมทำอาหารยื่นให้จนขาดครึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปหาฟรังซัวร์อย่างท้าทาย


“สวัสดี ญาติของฉัน” เรนเดลกล่าวขณะเคี้ยวไส้กรอกในปาก และกลืนอย่างรวดเร็ว “พลอดรักกันหน้าโรงเรียนมันไม่ดีนะ หนุ่มๆคนอื่นเขาจะอิจฉาตาร้อนกันเสียก่อน”


ฟรังซัวร์หัวเราะพรวดทันทีเมื่อได้ยิน ในขณะที่ไอรินหน้าแดงก่ำ


“ฮ่าๆๆ อารมณ์ขันจังเลยนะเรนเดล” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยเสียงร่าเริง “หรือยอมรับได้แล้วว่าไอรินนั้นไม่เหมาะกับนาย แต่เหมาะกับฉันมากกว่า”


ความทรงจำจากเรนเดลคนก่อน บอกให้รู้ว่าฟรังซัวร์รู้มาตลอดว่าเรนเดลหลงรักไอริน และเขาซึ่งครอบครองไอรินอยู่ เลยถือโอกาสทำตัวเหนือกว่าเรนเดล


“ใช่ ไอรินและนายเหมาะสมกันมาก” เรนเดลกล่าวเสียงเรียบ ทำเอาฟรังซัวร์ฉีกยิ้มทันที ส่วนไอรินในตอนนี้มีสีหน้าลำบากใจ


“ไว้งานแต่งของข้าและไอริน จะเชิญนายเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวนะ เรนเดล”


“เกรงว่าจะไม่ได้” เรนเดลกล่าวน้ำเสียงเรียบ ทำเอาฟรังซัวร์ประหลาดใจ “เพราะฉันต้องมางานในฐานะกษัตริย์ ถ้าเจ้าชายแห่งราชรัฐจิ้งจอกแดงผู้เป็นองค์อธิปัตย์ของประเทศ ลงไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว ขุนนางและราษฏรจะกล่าวหาได้ว่าตระกูลราฟบลัดไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนะ”


ฟรังซัวร์หน้าเจื่อนเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำนั้น เพราะมันหมายความว่าเรนเดลจะเป็นเจ้าภาพ และมีอำนาจสูงสุดในงานแต่ง และทุกคนในงานแต่งต้องถวายสัตย์ปฏิญาณภักดีต่อหน้าเรนเดล ตามธรรมเนียมของประเทศนี้ รวมถึงปู่ของเขา รอนสัน ราฟบลัด ซึ่งอยู่ในงานก็ต้องคุกเข่าให้เรนเดล


“ถ้านายจะแต่งกันตอนอายุยี่สิบ ฉันซึ่งบรรลุนิติภาวะตั้งแต่อายุสิบเจ็ด ก็จะเป็นกษัตริย์อย่างเต็มตัว” เรนเดลกล่าวพลางส่งยิ้ม “ผู้สำเร็จราชการก็ไม่ต้องทำหน้าที่แทนฉันแล้ว...หรือฉันพูดอะไรผิด”


“จะให้ปู่ของฉันมาถวายสัตย์ปฏิญาณกับคนอย่างแกหรือ เรนเดล” ฟรังซัวร์กล่าวเสียงสั่นเครือ “มันจะมากไปแล้วนะ ไอ้บ้า”


“งั้นเจ้าชายคนนี้ ก็จะไม่ไปงานแต่งของตระกูลราฟบลัด” เรนเดลตอบด้วยน้ำเสียงกวนๆ “เกิดดีไม่ดี มีไอ้บ้าในตระกูลราฟบลัดคนไหนจะลอบสังหารฉันอีกครั้ง ฉันอาจไม่โชคดีเหมือนเมื่อตอนสมัครเรียนก็เป็นได้”


เรนเดลรู้สึกแปลกใจ ที่ได้เห็นสีหน้าสงสัยของฟรังซัวร์ เมื่อเขาพูดเรื่องลอบสังหาร ฟรังซัวร์เลือกที่จะเมินเขา ก่อนจะหอมแก้มไอรินเพื่อลา แล้วหันหลังเดินออกไปทันที


แต่ทว่าฟรังซัวร์ก็ต้องหยุดอยู่กับที่ พร้อมร้องด้วยความเจ็บปวด หน้าของฟรังซัวร์กระแทกเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นอย่างแรง


“ฟรังซัวร์คะ” ไอรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงห่วงใย ก่อนที่เธอจะสังเกตุถึงวงเวทย์สีเขียวใต้เท้า และบนอากาศ ที่ครอบคลุมทั้งเรนเดล ฟรังซัวร์ กับตัวเธออยู่ มันทำหน้าที่สร้างกำแพงที่มองไม่เห็น คลุมพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้


“ขอโทษด้วย” เรนเดลกล่าวก่อนจะดีดนิ้ว กำแพงเวทย์ล่องหนหายไปทันที “เกิดเรื่องที่พวกเราคุยกัน ได้ยินถึงหูของคนอื่นเข้า มันจะผิดสัญญาที่ฉันตกลงไว้กับผู้สำเร็จราชการมาริค”


“รอบคอบดีนี่” ฟรังซัวร์กล่าวเสียงขุ่น เขารู้สึกเสียหน้าที่มองไม่เห็นกำแพงเวทย์ และไม่รู้ด้วยว่าเรนเดลร่ายเวทย์ตั้งแต่เมื่อไหร่ “ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวก่อนนะ ยอดรัก”


“ค่ะ” ไอรินโบกมือลาไล่หลังฟรังซัวร์ เรนเดลหัวเราะแห้งๆก่อนจะส่ายหน้า ไอ้หมอนั่นไม่คิดจะลาเขาด้วยซ้ำ

วงเวทย์สีรุ้งที่ข้อมือของฟรังซัวร์ปรากฏขึ้น  ก่อนที่มังกรอัญเชิญของฟรังซัวร์จะบินลงมาจากฟากฟ้า มังกรของเขาสูงใหญ่กว่าสิบเมตรตัวสีขาวสะอาด ยกเว้นเขา ฟัน เล็บ และดวงตาที่เป็นสีทอง มันเรียกความฮือฮาให้กับเด็กในโรงเรียนได้เป็นอย่างดี


มันเป็นมังกรระดับสูงที่ทัดเทียมได้กับมหาเวทย์ แน่นอนว่ามังกรตัวนี้เป็นสมบัติประจำตระกูลราฟบลัด ไม่ใช่ของเขาตั้งแต่แรกเริ่ม และพ่อของเขายกให้กับฟรังซัวร์เมื่อเขาเข้าโรงเรียนเวทย์มนต์ประจำจักรวรรดิมังกรไฟได้สำเร็จ หลังจากที่ไม่ได้รับการคัดเลือกจากโรงเรียนเวทย์มนต์มาเกีย


แม้พ่อของฟรังซัวร์จะบอกว่าให้เป็นรางวัล แต่ความเป็นจริงแล้วมังกรตัวนี้ให้มาเพื่อปลอบใจเขาที่ไม่ได้รับเลือกให้เรียนที่มาเกียต่างหาก ซึ่งฟรังซัวร์เองก็รู้ดีอยู่กับใจ


ไอรินโบกมือส่งลาให้กับฟรังซัวร์จนสุดสายตา นักเรียนทุกคนชี้ไปที่มังกรของฟรังซัวร์กันเป็นแถบ เพราะมังกรที่เทียบเท่ากับมหาเวทย์ มีให้เห็นไม่บ่อยนัก


และก็ตามต่อมาด้วยเสียงกรีดร้องของสาวๆ ที่รู้ว่าฟรังซัวร์มาถึงโรงเรียนแห่งนี้ ดูท่าเขาจะเป็นที่นิยมอยู่พอสมควร


“นั่นฟรังซัวร์ใช่ไหม” นักเรียนหญิงในโรงเรียนคนนึงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ต้องใช่แน่ๆ นั่นมังกรขาวศักดิ์สิทธิ สัตว์เวทย์ประจำตระกูลราฟบลัด”


เรนเดลเบ้ปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินสาวๆคุยกัน ก่อนจะรับเครื่องดื่มจากรุ่นพี่หญิงคนหนึ่ง พร้อมกับเชิญชวนให้เรนเดลเช้าชมรมวิจัยเครื่องดื่ม ซึ่งวิจัยตั้งแต่เครื่องดื่มสมัยยุควิทยาศาสตร์ ยันเครื่องดื่มยุคใหม่ที่เน้นฟื้นพลังเวทย์มนต์


“ได้ข่าวว่าเขาไม่ผ่านการคัดเลือกให้เข้าโรงเรียนนี้...เสียดายจังเลย เผื่อเขาจะมองมาที่ฉันบ้าง”


“ท่านฟรังซัวร์มีคู่หมั้นแล้วย่ะ เห็นว่าเป็นธิดาจากตระกูลบาชอค แกรนด์ลอร์ดแห่งราชรัฐจิ้งจอกแดง...น่าจะคนนั้นมั้ง”


ระหว่างที่สองสาวคุยกัน พวกเธอหันมามองไอรินที่กำลังแก้มแดงระเรื่อ ไอรินในตอนนี้รู้สึกอิ่มเอม เพราะสาวๆโดยรอบกำลังอิจฉาเธออยู่ เธอส่งยิ้มกับให้สองสาวนั้น ราวกับจะประกาศว่าเธอนี่ล่ะ คู่หมั้นของฟรังซัวร์


“ฟรังซัวร์ดังขนาดนั้นเลยหรอ” เรนเดลเอ่ยถามด้วยความสงสัย สองสาวที่กำลังคุยเรื่องฟรังซัวร์เดินไปทางอื่นทันที เมื่อรู้ว่าคู่หมั้นของคนที่พวกเขาชื่นชม อยู่ใกล้แค่นี้


เรนเดลดื่มเครื่องดื่มที่ชื่อว่า “โคล่า” ระหว่างรอไอรินตอบ ไอรินหัวเราะอย่างมีความสุข ก่อนจะเริ่มตอบ


“น้อยคนที่จะไม่รู้จักฟรังซัวร์นะ เรนเดล” ไอรินกล่าวด้วยเสียงที่ปลาบปลื้ม “เพราะเขาคือคนที่ถูกเลือก โดยจอมเวทย์เจ็ดดาราคนสุดท้ายของโลก ตำแหน่งของมหาจอมเวทย์แห่งโบราณกาลยังไงล่ะ”


คิ้วของเรนเดลกระตุกทันทีที่ได้ยิน สามร้อยปีผ่านมา จอมเวทย์เจ็ดดาราซึ่งเป็นตำแหน่งที่สืบทอดกันมา จะเหลืออยู่บ้างก็ไม่แปลก แต่ทำไมจึงเหลือคนสุดท้าย อีกหกคนหายไปไหน


“เรนเดล นายต้องไปขอโทษฟรังซัวร์นะ” ไอรินส่งเสียงขุ่นใส่เรนเดลทันที เมื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของคู่หมั้นเธอ “ทีนี้รู้แล้วใช่มั้ย ว่าเขาเป็นที่พึ่งให้กับนายได้มากขนาดไหน ไปดีกับเขาเถอะนะ”


“ฉันไม่สน” เรนเดลกล่าวพลางมองเธอด้วยสายตาเย็นชา “ถ้าฟรังซัวร์ที่ไม่อาจรับรู้ได้แม้กระทั่งกำแพงเวทย์ที่ฉันร่ายไว้ แล้วเดินชนโง่ๆทั้งแบบนั้น...คงไม่ต้องพูดถึงอาจารย์ของเขาหรอก”


เรนเดลเดินฝ่าฝูงชนก่อนทีจะมุ่งตรงเข้าหอประชุมทันที โดยไม่สนว่าไอรินจะพูดอะไรต่อ ตอนนี้เขากำลังอารมณ์เสียสุดๆ


“ทำไมเหลือคนเดียว ไม่มีคนเก่งพอจะสืบต่อหรือไง หรือเกิดอะไรกับอีกหกคนที่เหลือ จนทำให้ไม่สามารถส่งต่อตำแหน่งได้”


เรนเดลได้แต่ครุนคิดเรื่องของจอมเวทย์เจ็ดดารา เขาไม่สนใจชมรมรอบๆที่กำลังร้องเรียกเลยแม้แต่น้อย เรนเดลเดินผ่านแม้กระทั่งเซร่า ที่เอ่ยทักเขาเมื่อเดินผ่านชมรมเย็บปักถักร้อย เซร่าซึ่งเห็นเรนเดลทำหน้าเคร่งเครียด จึงตัดสินใจที่จะไม่ตามไปทักเขา



มังกรขาวของฟรังซัวร์บินลงจากวังอย่างสง่างาม ฟรังซัวร์รีบเดินเข้าวังทันที สีหน้าของเขาเรียบเฉย เมื่อพบกับพ่อของเขาในชุดทหารเต็มยศ ฟรังซัวร์ก็โค้งคำนับตามธรรมเนียมทันที


“ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ”


“เรื่องอะไรหรือลูกรัก ทำไมยังไม่ไปที่โรงเรียน เดี๋ยวไม่ทันพิธีปฐมนิเทศนะ” พ่อของเขาเอ่ยด้วยท่าทีสงสัย ฟรังซัวร์ถอนใจยาวๆ ก่อนจะกล่าวออกมา


“ข้าพึ่งคุยกับเจ้าชายเรนเดลมา ดูเหมือนเขาจะถูกลอบสังหาร ตอนที่มีรถม้าไปรับเขากลับ และนั่นทำให้เขาตัดสินใจอยู่ที่โรงเรียนต่อ...เราควรส่งคนไปสืบนะครับ เพื่อไม่ให้ชื่อของราฟบลัดมัวหมอง”


“พ่อรู้ว่าลูกรักความถูกต้อง” บิดาของฟรังซัวร์ ที่นามว่าฟิลิปกล่าว “แต่ขุนนางในวังส่วนมาก กำลังต้องการให้เรนเดลตาย ลูกอย่าไปขวางทางปืนดีกว่านะ”


“หมายความว่าเราจะไม่ช่วยเจ้าชายหรือครับ” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยความสงสัย “ข้ารู้ว่าเรนเดลไม่เอาไหน และเป็นศัตรูหัวใจกับข้า แต่เขาก็ไม่สมควรจะมาตายนะครับ ยังไงพวกเราก็ญาติกัน ควรช่วยเหลือเขาให้พ้นจากอันตราย”

“อย่าโง่ไปเลย ลูกข้า” ฟิลิปกล่าวก่อนจะยิ้มเยาะให้กับความไร้เดียงสาของฟรังซัวร์ “ข้าจะพูดแค่ครั้งเดียว ตั้งใจฟังซะนะ ถ้าเรนเดลตาย เจ้าจะได้เป็นกษัตริย์...ข้าพูดแค่นี้ เจ้าก็น่าจะเข้าใจทุกอย่างแล้วนะ ฟรังซัวร์”


“เป็นท่านเองหรอกหรือ” ฟรังซัวร์กล่าวเสียงสั่น “ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลย”


ฟิลิปมองฟรังซัวร์ด้วยหางตา ก่อนจะสะบัดก้นเดินกลับเข้าที่พักของตนทันที


“แล้วข้าควรจะทำยังไง” ฟรังซัวร์กล่าวกับตัวเองเพียงลำพัง “ท่านแม่พร่ำสอนความภักดีต่อราชวงศ์ให้กับข้ามาทั้งชีวิต ข้าควรจะเชื่อใครดี...”



ในห้องประชุมนั้นเย็นสบาย และเงียบเชียบ เรนเดลได้ยินเสียงที่คุ้นเคยที่ไม่ได้ยินมานาน เสียงของเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์นั่นเอง


         “ก็ไม่ได้สูญหายไปเสียทีเดียวนี่ เทคโนโลยีที่มาจากวิทยาศาสตร์”


         “วิทยาศาสตร์ นายพูดว่าวิทยาศาสตร์หรือ”


         เสียงของชายหนุ่มคนนึงเอ่ยทักเรนเดล เมื่อสังเกตให้ดี เขาคือลูเธอร์ องครักษ์ของโจแอนนา เรนเดลรู้สึกแปลกใจที่เห็นเขา ทั้งๆที่โจแอนนาไม่อยู่ในนี้ และลูเธอร์เองก็ดูตกใจ ที่เขาเผลอทักทายคู่อริ


         “อ่า ใช่ วิทยาศาสตร์” เรนเดลกล่าวตอบกลับเป็นมารยาท ไหนๆอีกฝ่ายก็เริ่มทักเขาก่อน


ทั้งสองพยักหน้าให้กัน ก่อนจะแยกย้ายไปนั่งคนละฝั่ง เนื่องจากพื้นฐานแรกเริ่มพวกเขาพบกันในฐานะคู่อริ ลูเธอร์จึงไม่คุยอะไรต่อ


แต่แล้วดูเหมือนว่าลูเธอร์จะตัดสินใจทลายกำแพงที่ชื่อว่าปรปักษ์เป็นคนแรก เขาตัดสินใจเอ่ยทักเรนเดลก่อน


“นายรู้อะไรเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์บ้าง”


“หืม” เรนเดลรู้สึกสงสัย ที่จู่ๆอีกฝ่ายชวนคุย แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ตั้งเป้าเป็นศัตรู เขาเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่คุยด้วย


“จะเอาเรื่องไหนล่ะ จะตอบเท่าที่รู้ล่ะกันนะ” เรนเดลตัดสินใจคุยตามคำชวนอีกฝ่าย อย่างน้อยเขาก็คิดว่ามีเพื่อนในโรงเรียนเอาไว้ ก็ยังดีกว่ามีศัตรู เผลอๆเขาอาจได้ผลประโยชน์อะไรบางอย่าง จากลูเธอร์ก็เป็นได้

..................................


ประกาศ นิยายเรื่องนี้ จะลงถึงตอนที่15 เท่านั้นนะครับ ที่เหลือตามอ่านต่อใน Fictionlog จ้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 428 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #291 spriteppp (@spriteppp) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 23:08
    ฟรัง-เป็นคนดีนี่นาขอโทษเข้าใจฺผิดไป #ยังไงก็ไม่ชอบไอรินอยู่ดี
    #291
    0
  2. #15 mongkoho (@mongkoho) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 10:31
    โว อ่านจนลืมเม้น 55555
    #15
    1
    • #15-1 darkius (@darkius) (จากตอนที่ 12)
      5 ธันวาคม 2561 / 18:29
      ขอบใจจ้า
      #15-1
  3. #13 MadGirls (@CrazyStars) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 01:56
    ลงในธัญวลัยได้มั้ยคะ fictionlog แอพห่วยอ่ะคะ นิยายโหลดช้า บางทีก็ไม่ขึ้นเสียอีก ค้างไปเลยก็มี ธัญฯก็ติดเหรียญเป็นตอนๆได้นะคะ เพราะอ่านอยู่
    #13
    5
    • #13-4 DarkBulletDB (@sirawatton) (จากตอนที่ 12)
      5 ธันวาคม 2561 / 18:06
      เว็บนั้นเอาเปรียบผู้เขียนมาก ระบบกุญแจทำคนเขียนเสียรายได้หมด
      #13-4
    • #13-5 darkius (@darkius) (จากตอนที่ 12)
      5 ธันวาคม 2561 / 18:24
      ขอบคุณที่เตือนครับ ตอนนี้ยังไม่มีโปรเจคจะลงที่ไหนน่ะ นอกจากฟิคชั่นล็อค ส่วนเด็กดีผมจะยกตอนมารวดเดียว แล้วแพ็คขาย
      #13-5
  4. #10 Shadow Reader ♡♡ (@batamana) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 20:19

    ลงในนี้ด้วยไม่ได้เหรอครับไรต์

    #10
    2
    • #10-1 darkius (@darkius) (จากตอนที่ 12)
      4 ธันวาคม 2561 / 20:44
      ในนี้ต้องรอรวมหลายตอนก่อน ถึงจะลงแบบเก็บเหรียญได้น่ะครับ
      #10-1
    • #10-2 DarkBulletDB (@sirawatton) (จากตอนที่ 12)
      5 ธันวาคม 2561 / 07:55
      เกลียดไอรินชิบหาย ร่านจัด
      #10-2