ตอนที่ 54 : ภาค2 บทที่4 ผู้ร่วงหล่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 199 ครั้ง
    19 ม.ค. 62



“งั้นหรอกหรือ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ พลางมองไปยังโคโตโนฮะ และเซร่า ซึ่งบัดนี้กลายเป็นว่าที่ภรรยาของเขา ถ้าหากอีกฝ่ายตกลง


“เซร่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเธอแล้วนะ” เรนเดลกล่าว “ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ”


“ฉัน...ตกลงค่ะ เรนเดล” เซร่ากล่าวพลางส่งยิ้มให้กับเขา “ถ้าหากคุณไม่รังเกียจลูกอนุอย่างดิฉัน หรือมองฉันเป็นแค่พี่สาว ฉันยินดีจะเป็นชายาของคุณ”


“แต่ว่าก็ว่าเถอะ” เมกุมิกล่าวขึ้น ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ทั้งสามคน “ถ้านับอายุแล้ว พวกเธอทั้งสามคนยังอายุแค่สิบสี่เองนะ ฉันคิดว่าควรจะหารือกับผู้ปกครองก่อนดีไหม”


“ทางฉันองค์จักรพรรดิยืนยันการหมั้นหมายให้ค่ะ” โคโตโนฮะกล่าว “ส่วนเซร่านั้น ทางฉันและเรนเดล จะไปคุยกับพ่อแม่ของเธอค่ะ”


“ยินดีด้วยนะเรนเดล” เมกุมิกล่าวก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามารัดคอ “ชาตินี้นายมีภรรยาถึงสองคนเชียวนะ”


“อาจจะเป็นสามค่ะ” โคโตโนฮะกล่าว พลางมองไปที่เมกุมิด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณเมกุมิคงรู้นะคะ ว่าคนที่สามที่ฉันหมายถึง...คือคุณ”


“เอ๋ ฉันหรือ” เมกุมิกล่าวด้วยความประหลาดใจ


มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาก่อน ทำเอาทั้งสี่คนหยุดคุยกัน ก่อนจะหันไปมอง เรนเดลและเหล่าสาวๆพบว่าเป็นอาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์นั่นเอง ลิลี่และเบรฟฉวยจังหวะนี้เดินตามเข้ามาด้วย


“ปลอดภัยดีสินะ คุณไพรมารี่” เฮคเตอร์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย เซร่าจึงก้มหัวลงขอบคุณทันที “เราจะหาทางจับคนร้ายให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม”


“เป้าหมายจริงๆคือเรนเดลค่ะ” เซร่ากล่าว “แต่ดูเหมือนหนูจะรับเคราะห์แทนในครั้งนี้”


“ตามนั้นครับ” เรนเดลกล่าวสนับสนุนความคิดของเซร่า “จดหมายนั่นกะส่งให้ผม แต่ผมพลาดเอง ที่ส่งให้เซร่าไปน่ะครับ”


“เรากำลังสืบหาความจริงเรื่องนี้อยู่” อาจารย์แมคเบธกล่าว “ทั้งหญิงสาวที่เอาจดหมายสารภาพรักมาให้เธอ และแม็กซิมัสห้องสิบ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกัน ว่าพวกเขาพบชายในชุดดำ ซึ่งอ่านใจพวกเขาได้ และยื่นข้อเสนอที่น่าพิศมัยเอามากๆ”


“ฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาค่ะ” เซร่ากล่าว “ชายหนุ่มผู้ต้องการพลังเพื่อให้ได้เป็นสภานักเรียน กับหญิงสาวที่น่าจะแอบชอบเรนเดล แต่ไม่เคยมีโอกาสพูดคุย พวกเขาตกเป็นเหยื่อจกการล่อลวงของเลเวียธานได้”


“แต่สายพระเวทอย่างพวกเรา ไม่มีเวทญาณหยั่งรู้” แมคเบธกล่าวขึ้นพลางถอนใจ “เป็นการยากที่เราจะจับได้ว่าใครเป็นเจ้าของคัมภีร์บาปเจ็ดประการ ที่ได้พลังริษยาจากเลเวียธานอยู่น่ะสิ”

“แต่ฉันว่าเซร่าทำได้ค่ะ” เมกุมิที่เงียบอยู่นาน กล่าวขึ้นมา “เวทที่ก่อเรื่องให้กับพวกเราคร้งนี้ มันมีลักษณะเหมือนกับพวกอันเดดใช่ไหมล่ะคะ วิธีตรวจสอบนั้นง่ายมากค่ะ ใช้เวทของเทพผู้รักษา จัดการกับพวกมัน”


“พูดน่ะมันง่าย แต่เราจะจัดการยังไง” อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กล่าว “หรือว่าจะกางเขตแดนทั้งโรงเรียนเพื่อตรวจจับ”


และแล้วอาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์ก็สะดุดกับความคิดตัวเอง เขามองเมกุมิที่ยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะนึกอะไรออก


“แมคเบธ ฟิลิปปา” อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กล่าวกับอาจารย์ทั้งสอง “ระดมอาจารย์ท่านอื่นๆ และจอมเวทจากสมาคมจอมเวท ที่เชี่ยวชาญเวทธาตุแสง ต้องเป็นสายคัมภีร์พระเวทเท่านั้น เราจะใช้เวทของเทพผู้รักษา”


หลังจากนั้นไม่นาน เหล่าคณาจารย์ก็ระดมกำลังกันร่ายเวทธาตุแสงในระดับมหาเวท ล้อมอาคารลงทะเบียนนักเรียนเอาไว้ และบังคับให้นักเรียนแต่ละคนเข้าไป เพื่อเป็นการตรวจสอบว่ามีใครกำลังใช้เวทของบาปเจ็ดประการหรือไม่ ผลปรากฏว่าพบนักเรียนถึงสิบคน พวกเขาหรือเธอจึงถูกกักตัวเอาไว้ทันที


และจากการเช็คชื่อนักเรียนทั้งหมดนั้น เหล่าอาจารย์ก็พบว่ามีนักเรียนคนหนึ่ง ที่ไม่มีรับการตรวจสอบ เหมือนเขาจะหนีหายไปซะดื้อๆ คนๆนั้นคือโมรอค บุตรของอัศวินที่มาจากอาณาจักรเสือขาว คนที่เคยประลองกับเรนเดลนั่นเอง


“โมรอคกลับบ้านไปวันนี้ครับ” เพื่อนของโมรอคที่ชื่อแลนซ์กล่าวขึ้น  “พ่อเขาเรียกตัวด่วน”


“เรียกตัวด่วนหรือ” คามิลล่า หัวหน้าสภานักเรียนเอ่ยถามเสียงคาดคั้น “อย่าหาว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะ แต่มันไม่มีเหตุผลเลย หายไปดื้อๆ โดยที่ใบแจ้งลากิจธุระก็ไม่ได้ส่งมาที่สภานักเรียน”


“มีใครในห้องเป็นพยานได้อีกมั้ย ว่าโมรอคไปเรื่องกิจธุระจริงๆ” อัสรันกล่าวพลางมองเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่นักเรียนทุกคนต่างพากันส่ายหน้า


“ฉันจะให้สภานักเรียนไปตรวจสอบ” คามิลล่ากล่าว “ว่าโมรอคกลับบ้านของเขาจริงหรืเปล่า”


“กระจายกำลังกันค้นหาเถอะครับ” อัสรันกล่าวเสริม “โมรอคน่าจะยังไปได้ไม่ไกล อย่างน้อยก็ควรให้เขาทดสอบก่อน”



ที่นอกรั้วโรงเรียน โมรอคกำลังวิ่งหน้าตั้งไปยังซอกมุมมืดแห่งหนึ่ง ชายในชุดคลุมสีดำรอเขาอยู่แล้ว โมรอคมองชายคนนั้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก


หลังการประลองกับเรนเดล เพราะความอยากเอาชนะ เขาใช้พลังเวทเกินตัว ทำให้โมรอคสูญเสียพลังเวทไปเกือบหมด และทำให้เขาไม่สามารถใช้เวทได้ดั่งเดิมอีก


และในขณะที่โมรอคกำลังสิ้นหวังนั้น ชายชุดคลุมดำคนนี้ก็โผล่เข้ามา และทำให้เขาได้รู้จักกับขุมพลังใหม่ นั่นคือพลังของบาปเจ็ดประการนั่นเอง เขาจึงรับพลังใหม่นี้มาได้สักระยะแล้ว


“ช่วยผมหน่อยสิ” โมรอคกล่าวอ้อนวอน “มีไอ้บ้าคนหนึ่งใช้พลังที่ได้รับจากท่านไปอย่างไม่ถูกต้อง และตอนนี้เหล่าอาจารย์กำลังตามล่าผู้ใช้พลังของท่านอยู่ ข้าควรจะทำยังไงดี”


“ช่วยไม่ได้นะ” ชายในชุดดำกล่าว “ถ้าถูกสงสัยแล้วเราก็ต้องออกจากที่นี่ เตรียมตัวไปจากที่นี่ซะ แล้วเราค่อยกลับมาเมื่อเจ้าแกร่งกว่านี้”


“เจอตัวแล้ว!! กลับไปกับเราซะ โมรอค”


อัสรันกล่าวพลางชี้มาที่โมรอค ทำเอาโมรอคกัดฟันแน่นทันที เพราะดันมีคนเจอตัวเขาก่อนจะได้หนี


“พอดีเลย” ชายชุดดำกล่าวพลางยิ้มกริ่ม “สาวกแห่งข้า เจ้าจงลองใช้พลังใหม่ ที่เหนือกว่าพลังของพระเวทสิ”


โมรอคทำตามที่นายของเขาสั่ง เขาหันไปมองอัสรันด้วยสายตาเอาเรื่อง ก่อนที่วงเวทสีม่วงจะปรากฏขึ้นมาที่มือของเขา


“สีม่วง...เวทของคนตาย” อัสรันกล่าวด้วยน้ำเสียงตกใจ “โมรอค แกทำอะไรลงไปรู้มั้ย แกกำลังจะห่างไกลจากความเป็นมนุษย์นะ”


“อิจฉาฉันล่ะสิ” โมรอคกล่าว “ที่ฉันได้พลังเวทที่แข็งแกร่งที่สุดมาครอบครอง”


“ฉันไม่ยอมให้นายตกต่ำลงไปมากกว่านี้” อัสรันกล่าว “ฉันจะลากนายกลับมาเอง คอยดู”


เมื่อเห็นว่าต้องใช้กำลังแน่แล้ว อัสรันจึงลงมือร่ายเวททันที


“นามที่ข้าบูชาคือเทพแห่งวิศวกรรม ผู้สรรค์สร้างอาวุธให้เหล่าทวยเทพและมวลมนุษย์ และอาวุธของพระองค์ ก็จะเป็นพลังให้กับข้า” อัสรันกล่าวบทเวทคัดย่อ ก่อนจะเรียกดาบสองมือมาไว้กับมือของเขา พร้อมกับวงเวทระดับเจ็ดสีแดงประทับบนดาบเล่มนั้น


“นามนั้นคือเลเวียธาน บาปแห่งความริษยา” โมรอคกล่าวเวทคัดย่อ ก่อนที่วงเวทสีม่วงของเขาจะเพิ่มระดับออกมาจนเป็นสิบสองวง “ราชาปีศาจผู้เป็นพลังแห่งข้า ผู้เป็นที่พึ่งพิงแห่งข้า ข้าขอหยิบยืมพลังของท่าน เพื่อกำจัดสิ่งที่เป็นภัยต่อข้า”


“บ้าน่า เวทสิบสองวง” อัสรันกล่าวเสียงสั่น “โมรอค แกไปทำอะไร ถึงได้เวทระดับนี้มา แกขายวิญญาณหรือเปล่า”


“ตายซะ!! ไอ้คนขี้อิจฉา” โมรอคตะโกนลั่น เขาไม่ยอมตอบเหตุผลอีกฝ่าย ลำแสงสีม่วงถูกยิงออกจากวงเวททั้งสิบสอง พุ่งเข้าหาอัสรันโดยตรง ดาบของอัสรันเรืองแสงสีแดง ก่อนที่เขาจะใช้ปัดพลังของอีกฝ่ายทันที




เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น จนเหล่าสภานักเรียนที่กระจายกันตามหาโมรอคหันไปมองเป็นทางเดียว เรนเดล และเหล่าสามสาวที่ช่วยกันออกตามหานั้น อยู่ใกล้เสียงนั้นที่สุด พวกเขาจึงไปถึงก่อน


เรนเดลมาถึงที่เกิดเหตุเป็นคนสุดท้าย เขาวิ่งมาจนเหนื่อยหอบ เพราะตัวเขาในตอนนี้ยังใช้เวทไม่ได้ และเขาก็ต้องตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น


เกิดหลุมใหญ่ลึกกว่าสามเมตรตรงหน้า พร้อมกับร่างของอัสรันที่หายใจรวยริน สัตว์ภูติอัญเชิญของเขาซึ่งเป็นนกฟินิกซ์สีม่วงกางปีกเอาตัวของมันบังร่างอัสรันเอาไว้ มันพยายามใช้เวทฟื้นฟูเพื่อช่วยเหลือเขา จึงทำให้อัสรันรอดตายมาได้


“ฝีมือใครกัน” เรนเดลกล่าวเสียงสั่น ก่อนจะเข้าไปใกล้อัสรัน เพื่อช่วยประคองเขาขึ้นมา


“เรนเดล...” อัสรันกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ระวังตัวด้วย โมรอคมันร้ายกาจมาก”


“เป็นฝีมือโมรอคจริงๆสินะ” เรนเดลกล่าว ก่อนจะมองไปที่เมกุมิ เพื่อให้เธอช่วยรักษา เมกุมิพยักหน้า ก่อนที่เธอจะเข้ามาช่วยทันที


“มีคนบงการเขา” อัสรันกล่าวขึ้น พลางสำลักไอไม่หยุด เพราะเมื่อเมกุมิลงมือรักษา ละอองสีม่วงอันชั่วร้ายออกมาจากร่างของเขา


“ใครบงการโมรอคหรือ อัสรัน” เรนเดลเอ่ยถาม “ใช่ชายในชุดคลุมสีดำหรือเปล่า”


“ใช่แล้ว” อัสรันกล่าวเสียงสั้น ก่อนที่เขาจะสลบไป ดูเหมือนว่าคนที่ตกเป็นเหยื่อ จะเห็นเหมือนกันหมด คือชายในชุดคลุมสีดำ




“ผู้ต้องสงสัย คือคนที่ปกปิดตัวตนสินะ” อาจาย์ใหญ่กล่าวขึ้น เมื่อได้รับรายงานจากเรนเดล ที่กลับมาจากการไล่ล่าโมรอค “หากเราจับโมรอคได้ ก็อาจจะได้เบาะแสอะไรบ้าง”


“เขาไม่ได้กลับไปที่บ้านค่ะ” คามิลล่ากล่าว ดูเหมือนว่าเธอจะไปสืบเรื่องนี้มาแล้ว “และทางบ้านของเขาดูเหมือนจะโมโหเรามาก เขาว่าเราใส่ร้ายลูกชายของเขา เพราะโมรอคเป็นศาสนิกที่ดี ของลัทธิพระเวทเที่ยงแท้ พวกเขาไม่เชื่อว่าลูกชายพวกเขาจะออกนอกลู่นอกทาง”


“เขาอาจหลบซ่อนอยู่ในเมืองนี้” เรนเดลกล่าว “และผมเชื่อว่าหากเราลาดตระเวณเมืองอาร์คาเดียอย่างแน่นหนา และตรวจสอบคนเข้าออกอย่างเข้มงวด จะต้องพบกับโมรอคแน่ๆครับ”


“เมืองอาร์คาเดียถึงจะไม่ใหญ่มาก” อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กล่าว “แต่กำลังเราก็ไม่พอจะลาดตระเวณจนทั่วหรอกนะ”


“อาจารย์รู้จักกล้องวงจรปิดมั้ยครับ” เรนเดลเอ่ยถามพลางฉีกยิ้ม “เราจะใช้สิ่งนั้นช่วยในการตามหาโมรอค และชายต้องสงสัย”


“รู้จักสิ” อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กล่าว “แต่จอมเวทที่มีความรู้เรื่องระบบเน็ตเวิร์คของยุคโบราณนั้น มีแทบนับคนได้ และค่าตัวของพวกเขาสูงเกินกว่าที่เราจะจ้าง มันไม่คุ้มน่ะสิ”


“ผมมีความรู้เรื่องระบบเน็ตเวิร์คครับ” เรนเดลกล่าว “และที่ดันเจี้ยนชั้นใต้ดิน ก็มีอุปกรณ์พอที่เราจะเอามาใช้ทำกล้องวงจรปิดติดตั้งรอบๆเมืองได้”


“ดันเจี้ยนใต้ดินสินะ” อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กล่าว “ในห้องเครื่องและห้องระบบไฟฟ้าของอดีตรถไฟฟ้าใต้ดิน เราไม่ได้ยุ่งอะไรกับมัน เชิญเธอไปเอามาใช้เถอะ ถ้ามันจะทำประโยชน์ได้”


“ขอบคุณมากครับ” เรนเดลกล่าว “ถ้าอย่างนั้น ผมจะขอแรงสภานักเรียนและเพื่อนๆของผม ลงไปช่วยกันถอดอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อใช้ประโยชน์ในครั้งนี้”



เรนเดลตัดสินใจเลือกฮายาโตะ เร็น  และเรียวจิ มาช่วยเขาในการลงไปที่รถไฟฟ้าใต้ดินครั้งนี้ เพราะหากไปกันหลายๆคน จะเคลื่อนไหวไม่สะดวก และอาจเรียกความสนใจจากเหล่าอันเดดได้


อาจารย์เฮคเตอร์ลงทุนมาเปิดผนึกบาเรียด้วยตัวเอง ก่อนที่เขาจะให้คามิลล่า ประธานสภานักเรียนตามลงไปด้วยอีกแรง


“งานช่างคราวนี้เหนื่อยนะครับ” เรนเดลกล่าว “เกรงว่าจะไม่เหมาะกับผู้หญิง”


“ฉันตามมาคุ้มกันพวกนายต่างหากล่ะ” คามิลล่ากล่าวเสียงขุ่น “ไม่รู้หรือไง ว่าฉันเป็นคนเดียวในปีสามรุ่นนี้ ที่สอบระดับจอมเวทสีแดงได้...พลังของฉันในตอนนี้ น่าจะมากกว่าพวกเธอทั้งสามอีกนะ”


“ครับ รุ่นพี่” เรนเดลกล่าวตอบเสียงเรียบ ก่อนจะเช็คว่าเขาเอาอุปการณ์สำหรับการถอดถอนมาครบมั้ย ทั้งไขควง ประแจ และคีมตัดขนาดต่างๆ แน่นอนว่าของพวกนี้ เขาได้มาจากพนักงานธุรการฝ่ายอาคาร


“รุ่นพี่คามิลล่าช่วยคุ้มกันพวกเรา” เรนเดลเริ่มวางแผน เมื่อลงมาถึงเขตชั้นใต้ดิน “ เรียวจิและฮายาโตะ ช่วยกันขนคอมพิวเตอร์ และจอมอนิเตอร์ทุกตัวในห้องส่วนพนักงาน ส่วนฉันกับเร็น และรุ่นพี่จะลงไปชั้นล่างสุด เขตของพวกอันเดด เพื่อไปแกะกล้องวงจรปิดมาให้มากที่สุด”


“คอมพิวเตอร์สินะ” เรียวจิกล่าวก่อนจะพยักหน้า “นายใช้งานถูกคนแล้วล่ะ เรนเดล เพราะฉันรู้จักคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงเป็นอย่างดี”


หลังจากตกลงกันไปแล้ว เรียวจิและฮายาโตะก็เปิดประตูเข้าไปในห้องของพนักงาน เพื่อเก็บคอมและจอเข้าเวทเก็บของของพวกเขาทันที ในขณะที่เรนเดลและเร็นรอคามิลล่าปลดล็อคผนึกเวทอีกชั้น เพื่อที่จะมุ่งลงไปยังจุดรอรถไฟ


“มันจะได้ผลหรือ” คามิลล่าเอ่ยถามเรนเดลเสียงเรียบ “ฉันเคยเรียนมานะ ประวัติศาสตร์โลกเก่า บอกว่าระบบเน็ตเวิร์คของโลกโบราณ ต้องมีผู้ให้บริการเครือข่ายก่อนมันถึงจะทำงานน่ะ”


“ที่เธอพูดมันก็ถูก” เรนเดลกล่าว “แต่ฉันจะทำระบบแบบง่ายๆน่ะ ระบบเครือข่ายภายใน ใช้คอมของเราเอง คุมกล้องวงจรปิดที่เอาไปติดตั้ง”


ทั้งสามคน เรนเดล คามิลล่า และเร็นนั้นเดินลงไปข้างล่างโดยไร้เสียงฝีเท้า เบื้องล่างนั้นเงียบสงบ ไม่มีอันเดดเลยสักตัว ทำเอาทั้งสามคนรู้สึกแปลกใจ


“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าแผ่มานาโดยไม่จำเป็น” คามิลล่ากล่าวเตือนทั้งสองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เร็นใช้วิชาตัดกระแสมานาในร่างเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรนเดลไม่ต้องกังวลอะไร เพราะร่างกายของเขาตอนนี้ไม่รับมานาเข้าร่าง


และแล้วพวกเขาทั้งสามก็ได้รู้แล้ว ว่าเพราะอะไรบริเวณนี้จึงไม่มีอันเดดอยู่เลยสักตัว


ร่างของนักเรียนชายคนหนึ่ง ในชุดนักเรียนมัธยม ซึ่งเป็นเครื่องแบบเมื่อสามร้อยปีก่อน กำลังนั่งพิงกำแพงด้วยท่าทีเหน่อยล้า รอบด้านของเขาไม่มีอะไรอยู่เลย บ่งบอกว่าเขากำจัดอันเดดไปจนหมดแล้ว


“ใครมารบกวนบ้านของฉัน” นักเรียนชายคนนั้นกล่าว ก่อนจะใช้ดวงตาสีแดงเลือดมองทั้งสามที่กำลังเดินลงมา


“ไอ้หนู” คามิลล่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “เราแค่มาเอาของ และของชิ้นนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องกับนาย ถ้าอยู่เฉยๆ เราจะไปเองในไม่ช้า”


“กำลังเจรจากับตัวตนแห่งภัยพิบัติด้วยล่ะ” เร็นกล่าว “จะได้ผลมั้ยนะ”


“จะเอาอะไรล่ะ” ตัวตนแห่งภัยพิบัตินักเรียนคนนั้นกล่าว “ฉันจะได้ช่วย และพวกเธอก็จะได้รีบไปซะ”


“ไม่คิดจะโจมตีเราหรือ” เรนเดลเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะมันผิดธรรมชาติ ที่ผู้ล่าปล่อยเหยื่อตรงหน้าแบบนี้


“ฉันอิ่มน่ะ” เด็กคนนั้นกล่าว “มีนักเดินทางโชคร้ายหลงมา ทำให้มื้อนี้ของฉันง่ายเข้าไปใหญ่”


เรนเดลกวาดสายตามองไปโดยรอบ เขาพบศพของมนุษย์จำนวนสามศพ สภาพเละจนจำร่างเดิมไม่ได้ กองอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น เขาเดาว่าคงเป็นพวกคนเถื่อนที่เดินทางโดยอาศัยทางใต้ดิน แทนการเดินเท้าด้านบน


“นายกินคนสินะ” คามิลล่ากล่าว “งั้นฉันก็มีเหตุผลที่จะฆ่านายแล้วล่ะนะ ตัวตนแห่งภัยพิบัติ”


“จะสู้หรือ” เด็กนักเรียนผีกล่าวพลางส่งยิ้ม “ฉันสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นแชมป์มวยสากลระดับเขตเชียวนะ เวทมนตร์น่ะ เร็วไม่เท่าฉั….”


เด็กผีนั้นกล่าวยังไม่ทันจบ วงเวทสีแดงเพลิงระดับสิบก็ปรากฏที่หัวของเขา ก่อนที่ใบดาบเพลิงอันใหญ่โตจะสะบั้นหัวนั้นหลุดจากบ่า ร่างของนักเรียนผีสลายไปทันที


“คนจริงเขาไม่พูดโม้หรอกนะ” คามิลล่ากล่าวให้กับตัวตนแห่งภัยพิบัติที่เคยอยู่ตรงนั้น ก่อนจะใช้เวทเพลิงเผาร่างของคนเถื่อนที่โชคร้ายทั้งสาม และเธอใช้เวทใบมีดลม ตัดตะแกรงเหล็กด้านบนเพดานจนแตกกระจาย สายไฟและอุปกรณ์ต่อพ่วงห้อยต่องแต่งลงมาทันที


“เรนเดล ฉันทำลายฝ้าด้านบนให้แล้ว เชิญพวกคุณสองคน เอาของที่จำเป็นเถอะค่ะ”


“ขอบคุณมาก” เรนเดลกล่าวก่อนจะสั่งให้เร็นใช้เวทลมประคองเขาลอยตัวขึ้นไป เพื่อเริ่มถอดสายพ่วง และงัดแงะกล้องวงจรปิดของชั้นนี้



ตัดมาทางด้านของโมรอค เขาหลบอยู่ในห้องนอนของเขา ก่อนจะออกมาเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูจากแม่ของเขา


“พวกสภานักเรียนไปแล้วสินะครับ” โมรอคกล่าว “ผมปลอดภัยแล้ว”


“ใช่แล้วล่ะ ลูกรัก” แม่ของโมรอคมีผมบลอนด์ทอง หน้าและตามตัวตกกระเหมือนกับเขา เธอสวมชุดกระโรงหรูหราทั้งที่อยู่ในบ้าน


“แม่ไม่ว่าอะไรหรือ ที่ผมฝึกวิชานอกพระเวท” โมรอคเอ่ยถาม แม่ของเขามองซ้ายมองขวา ก่อนจะส่ายหน้า


“ขอแค่พ่อไม่รู้ ลูกก็จะไม่เป็นอะไร...แม่เชื่อในการตัดสินใจของลูกนะ ถ้ามันจะทำให้ลูกกลับมาแข็งแกร่งเหมือนเก่า”


“ครับแม่” โมรอคกล่าวพลางสวมกอดนาง “ผมจะแสดงให้แม่เห็น ว่าพลังของเวทบาปเจ็ดประการ มันแข็งแกร่งเพียงใด”


“แม่เชื่อลูกนะ” ผู้เป็นแม่กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “นอนพักอยู่นี่แหละ เดี๋ยวแม่ออกไปซื้อของมาทำกับข้าวให้”


“แม่ของฉันยังแสนดีเหมือนเดิม” โมรอคกล่าวด้วยน้ำเสียงสุขใจ พลางมองแม่ของตนเดินจ้ำอ้าวเพื่อไปตลาด


“อุตส่าห์หนีมาไกล ชักคอแห้งแล้วสิ ดื่มน้ำหน่อยดีกว่า”


โมรอคเดินไปเปิดตู้เย็นที่ใช้พลังงานเวทมนตร์ เพื่อเตรียมดื่มน้ำ แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะของสำหรับทำกับข้าว ยังมีอยู่จนเต็มตู้ ไม่มีทีท่าว่าจะขาดอะไรเลยแม้แต่น้อย….



แม่ของโมรอควิ่งทั้งน้ำตา ก่อนจะไปพบกับนายเหนือหัวของตระกูลเธอ บารอนวอลล์ เธอวิ่งเข้าปราสาทไปโดยไม่คิดชีวิต


และเมื่อมาถึงกลางปราสาท เธอก็พบกับท่านบารอนกับลังยืนหันหลัง เธอยิ้มอย่างดีใจก่อนจะเริ่มกล่าวทันที


“เรียนใต้เท้า ลูกของหม่อมฉันตกเป็นทาสของปีศาจนอกตำราพระเวท ได้โปรดช่วยลูกของข้าน้อยด้วยเถอะเจ้าค่ะ เขาถูกวิญญาณร้ายสิงสู่ ช่วยเขาด้วยพลังแห่งพระเวทเที่ยงแท้ทีเจ้าค่ะ”


บารอนยังคงสงบนิ่ง ไม่ตอบอะไรเธอ และเมื่อเธอสังเกตุให้ดี ก็พบว่าภายในวังของบารอนนั้นช่างเงียบสงบ ปราศจากเสียงของชีวิต หรือเสียงอื่นๆ


“ใต้เท้าคะ” แม่ของโมรอคตัดสินใจเดินไปหาบารอน ก่อนจะจับบ่าของเขา และเธอก็ต้องสะดุ้งชักมือกลับออกมา เมื่อพบว่าร่างของบารอนนั้นเย็นเฉียบ


ร่างของบารอนแยกออกเป็นสามส่วน ก่อนจะล้มลงตรงหน้าของเธอ ทำเอาเธอกรีดร้องลั่น ก่อนจะรีบวิ่งไปยังห้องครัว เพื่อขอให้บรรดาคนรับใช้มาช่วย และนั่นยิ่งทำให้เธอตกใจแทบสิ้นสติ


...นางในทุกคนเหลือแต่ร่างไร้วิญญาณ สภาพศพดูไม่ได้ เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างที่ดุร้ายและรวดเร็ว สังหารพวกเธอจนหมด


“กรี๊ดดด!!!” แม่ของโมรอคกรีดร้องลั่น ก่อนจะเป็นลมล้มพับไปในที่สุด


“ฉันไว้ชีวิตแม่ของแกแล้วนะ...ตามสัญญา” ชายในชุดคลุมสีดำกล่าวพลางตบบ่าโมรอค ที่กำลังมองแม่ของเขาอยู่ไกลๆ


“เลเวียธาน ท่านช่างแข็งแกร่งจริงๆ” โมรอคกล่าวเสียงเรียบ พลางหันหน้าไปมอง “ข้าอยากแข็งแกร่งเช่นท่าน เพื่อจะกำจัดศัตรูของข้า”


“ไม่ต้องเอ่ยชื่อฉันก็รู้ อดใจรออีกหน่อย เจ้าจะแข็งแกร่งกว่าเรนเดลแน่ๆ” ชายในชุดคลุมสีดำกล่าวก่อนที่เขาจะเดินไปอุ้มแม่ของโมรอค และพาโมรอควาร์ปหายไปด้วยกันทันที


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 199 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #59 Arm Be Euphoric (@solo_player) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 19:28
    วาร์ปได้แบบนี้ กล้องวงจรปิดก็ไรประโยชน์สิ พระเอกทำไรก็ดูเสียเวลาไปหมด 555
    #59
    0
  2. #32 omy008 (@omy008) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 22:12
    มีตัวร้ายใหม่ๆมารื่อยๆเลย
    #32
    0