ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magician

ตอนที่ 9 : บทที่8 ดันเจี้ยนจากโลกอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5741
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 477 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61



“อาร์กัส ยินดีกับนายด้วยนะ ที่ได้มหาเวทย์สะบั้นมิติมาไว้ในครอบครอง”


เสียงของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ช่างคุ้นเคยในอดีต ดังเข้าหูของเรนเดลอย่างแผ่วเบา ดูเหมือนจะเป็นเสียงจากความฝัน เพราะเขากำลังอยู่ในสถาณะกึ่งหลับกึ่งตื่น เรนเดลตอนนี้กำลังฝันถึงเรื่องในอดีตอยู่


“ขอบคุณ แต่อีกกี่ปีไม่รู้ ฉันถึงจะตามผู้มีพลังทวิธาตุอย่างเธอทัน เซร่า” เสียงจากอดีตชาติของเรนเดลกล่าวตอบกลับไป เหมือนเขาจะได้ยินเสียงหัวเราะอย่างแผ่วเบาจากอีกฝ่าย


“ในบรรดาลูกศิษย์ของจอมเวทย์เจ็ดดารา นายเป็นคนเดียวที่ไม่มีพลังทวิธาตุนะ แต่นายกลับตามพวกเราทันตลอดโดยไม่ย่อท้อ ฉันว่านายนั่นแหละ ที่สุดยอดที่สุดในหมู่พวกเรา” เสียงของเซร่าในอดีตชาติกล่าวชื่นชมเขา ทำเอาเรนเดลที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นเผลอฉีกยิ้มโดยไม่รู้ตัว


“สืบต่อตำแหน่งจอมเวทย์เจ็ดดาราแห่งธาตุมืดให้ได้ล่ะ อาร์กัส ส่วนฉันก็จะเป็นจอมเวทย์เจ็ดดาราธาตุน้ำ”


“เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราจะฉลองให้กับความสำเร็จ” อาร์กัสกล่าว “และฉันมีความลับจะบอกเธอด้วย เซร่า ฉันรอโอกาสที่จะบอกมาโดยตลอด”


“ถึงจะรู้อยู่แล้วก็เถอะ แต่จะรอนะ” เซร่าตอบกับด้วยเสียงแผ่วเบา แก้มของเธอแดงระเรื่อ “หวังว่าเราจะคิดเหมือนกันนะ ความลับที่นายอยากจะบอกฉันมาโดยตลอด”


ก๊องงง แก๊งงง!!!


เช้าอีกวันหนึ่งที่แสนจะเงียบสงบเริ่มต้นอีกครั้ง ก่อนที่เสียงระฆังประจำโรงเรียนจะดังขึ้นเพื่อบ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาหกโมงตรง ทำเอาเรนเดลกำลังอยู่ในท่านั่งสมาธิค่อยๆลืมตาตื่น


“...เรื่องที่ฉันอยากจะบอกเธอ เซร่า ความจริงแล้วเธอคือพี่สาวของฉันยังไงล่ะ ในวันที่เราพรากจากกัน ฉันจำเธอได้ แต่เธอกลับจำฉันไม่ได้”


เรนเดลกล่าวสานต่อคำพูดของตัวเองในอดีตชาติให้จบ หากเสียงระฆังไม่ปลุกเขาซะก่อน เขาคงได้บอกเซร่าในความฝันเสียแล้ว


เมื่อชาติที่แล้ว จอมเวทย์เจ็ดดารารุ่นก่อน ต่างมีลูกศิษย์เป็นของตัวเอง แต่มีจอมเวทย์หญิงคนหนึ่งที่เยี่ยมยอดที่สุดในบรรดาลูกศิษย์ของจอมเวทย์เจ็ดดาราทั้งเจ็ดคน เธอมีนามว่าเซร่า


เซร่าคือพี่สาวของเรนเดลในชาติที่แล้ว ดูเหมือนเธอจะตามหาน้องชายอยู่เหมือนกัน และเธอไม่รู้ว่าอาร์กัสคือน้องชายของเธอ ระหว่างนั้นมีคนแอบอ้างสวมรอยหลายคน จนทำให้เซร่าไม่เชื่อใครอีก อาร์กัสจึงคิดว่าเขาต้องพิสูจน์ตัวเองก่อน เขาจึงจะบอกความจริงนี้ได้


แต่ทว่าเรนเดลหรืออาร์กัสในชาติที่แล้วไม่มีโอกาสได้บอกความจริงกับเธอ เพราะว่าเซร่าเสียชีวิตจากการสู้รบกับพวกวอร์ลอร์ด หลังจากเรนเดลสืบทอดตำแหน่งจอมเวทย์เจ็ดดาราคนต่อไปได้ไม่นาน เรื่องทุกอย่างจึงจบลงแค่นั้น ไม่ว่าจะชาตินี้หรือชาติไหน เรนเดลก็ไม่เคยมีใครที่ไว้ใจและเคียงข้าง


ร่างกายเรนเดลชุ่มไปด้วยเหงื่อทั้งตัว เขาฝึกโคจรพลังเวทย์ กับอาวุธเวทย์มนต์ของเขาที่ได้มาจากคัมภีร์พระเวทย์ คฑาอันนี้พลังของมันเทียบเท่าได้กับหนังสือเวทย์มนต์ถึงหนึ่งหมื่นเล่ม เป็นพลังที่ไม่ใช่น้อยๆ ดังนั้นต่อให้ใช้เวลาทั้งคืนเรนเดลก็ยังไม่สามารถประสานโคจรเวทย์ร่วมกับมันได้


ทั้งร่างของเขาสั่นเทิ้ม พลางมองหอกแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งรูปร่างไม่ต่างอะไรกับคฑาเลย กำลังเรืองแสงส่องพลังเวทย์ออกมาต้านการโคจรของเขา เขาไม่อาจแทรกพลังเข้าไปในตัวของมันได้แม้แต่นิดเดียว


“พลังของฉันในตอนนี้ไม่พอที่จะโคจรประสานเวทย์ร่วมกับแกสินะ” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงยอมแพ้ ก่อนจะโบกมือเพื่อไล่ให้คฑากลับไปยังมิติของมัน


อาวุธเวทย์มนต์นั้นมีที่สิงสถิตย์เป็นของตัวเอง แต่ยังไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน มันจะถูกเรียกออกมาได้ทุกเมื่อ หากผู้นั้นคือเจ้าของๆมัน ดังนั้นจึงไม่มีคนสนใจศึกษามิติที่อยู่ของอาวุธเวทย์มนต์เท่าไหร่


อันที่จริงเคยมีคนพยายามแล้ว แต่เหมือนว่าเขาจะหายตัวไปอย่างลึกลับ และไปถูกพบเป็นศพในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ณ โบราณสถาณต้องห้ามที่สมาคมจอมเวทย์ทำการสำรวจครั้งล่าสุด พวกเขาต่างหวาดกลัวว่าจะเกิดชะตากรรมเดียวกัน หากฝืนค้นคว้ามิติที่อยู่ของอาวุธเวทย์มนต์


เรนเดลได้ยินเสียงคนกระทืบเท้าจากห้องพักชั้นบน เสียงเอาวัตถุแข็งๆบางอย่างฟาดพื้นห้อง พร้อมเสียงตะโกนด่าที่ฟังไม่ได้ศัพท์ เขาพยายามไม่ใส่ใจ ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เพื่อเตรียมฝึกฝนร่างกายนี้ให้แข็งแกร่งเหมือนเมื่อชาติที่แล้ว


แต่เสียงยังคงดังก้อง ดูเหมือนไอ้บ้าข้างบนจะแค้นอะไรมามากๆ จนต้องลงกับสิ่งที่ไม่มีชีวิต เสียงของชิ้นใหญ่ถูกโยนฟาดลงกับพื้นอย่างแรงจนดังสนั่น ตามด้วยเสียงเท้าของไอ้บ้าข้างบนจะกระทืบวัตถุนั้นรัวๆ ตามด้วยเสียงด่าทอฟังไม่ได้ศัพท์


“ไว้ถ้ามีอีกรอบค่อยขึ้นไปเตือนแล้วกัน” เรนเดลส่ายหน้า พลางมองฝุ่นจากเพดานตกลงมาใส่ตัวของเขา ก่อนที่เขาจะสงบอารมณ์แล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที


เรนเดลเลือกที่จะวิ่งออกกำลังกายรอบรั้วโรงเรียนมาเกีย เขาวิ่งผ่านหมู่บ้าน ผ่านย่านการค้า และผ่านตรอกซอกซอยที่ดูเหมือนจะเป็นทางสำหรับขนส่งสินค้าของร้านค้า มีเส้นทางเล็กๆเลี้ยวไปยังสถาณที่อโคจร แต่เวลาเช้าเช่นนี้สถาณที่นั้นย่อมปิดทำการ เรนเดลจึงถือโอกาสวิ่งสำรวจด้วยเลย


เขาสะดุดกับอะไรบางอย่าง ระหว่างวิ่งทะลุสถาณที่อโคจรจนมาโผล่ที่ลานกว้างโล่งแห่งหนึ่ง พื้นลานกว้างปูด้วยคอนกรีตประณีตไม่เข้ากับยุคสมัยนี้


เรนเดลรู้สึกได้ถึงพื้นที่ในยุคสมัยของเขา เมื่อได้ย่างกรายเข้ามา เพราะเขาเห็นเสาเหล็กซึ่งติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ถูกทิ้งเอาไว้อย่างหงอยเหงา ในยุคสมัยนี้ไม่มีกล้องวงจรปิดอย่างแน่นอน อีกทั้งซากของรถถังที่เต็มไปด้วยสนิมเขรอะ ซากจักรยานยนต์และรั้วจราจรเก่าแก่ มันคือเศษซากอารยธรรมในยุคของเขาเมื่อชาติที่แล้วนั่นเอง


เบื้องหน้าของเขามีเป็นประตูเหล็กปิดกั้นทางลงไปสู่พื้นที่ใต้ดิน พร้อมสะกดด้วยอาคมอักขระชั้นสูง เวทย์บาเรียป้องกันระดับเจ็ดขั้น เมื่อมองให้ดีๆ เรนเดลพบว่ามันเป็นเส้นทางที่ลงไปยังสถาณีรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่ด้วยพื้นที่โดยรอบเปลี่ยนไปมาก เรนเดลจึงไม่รู้เลย ว่าเมืองอาร์คาเดียใหม่นี้ สร้างทับบริเวณรถไฟฟ้าใต้ดินสถาณีไหนอยู่


“สนใจดันเจี้ยนต้องห้ามหรือ” เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยทักเรนเดล เมื่อหันไปมองเขาก็พบว่าเป็นนักเรียนหญิงรุ่นพี่ ที่ต้อนรับเรนเดลกับไอรินเมื่อเดินทางมาถึงครั้งแรกนั่นเอง เธอใส่แว่นหมือนเดิม แต่รอบนี้เธอรวบผมหางม้า และใส่ชุดสำหรับวิ่งออกกำลังกาย


“ดันเจี้ยนหรือครับ” เรนเดลเอ่ยด้วยความสงสัย เพราะเบื้องหน้ามันเป็นประตูทางเข้าสถาณีรถไฟฟ้าใต้ดินชัดๆ


“เขาว่ากันว่าเมื่อสามร้อยปีก่อน มันคือรถไฟฟ้าสาธารณะใต้ดิน คล้ายๆรถม้าเวทย์มนต์ของเราในยุคนี้ล่ะ แต่อาศัยพลังของวิทยาศาสตร์ ใช้พลังไฟฟ้าขับเคลื่อน เป็นเทคโนโลยีที่สาบสูญน่ะ”


“โห สุดยอดเลยครับ” เรนเดลแกล้งตื่นเต้นตามน้ำ “มนุษย์ยุคนั้นทำได้ยังไงกันนะ ไม่มีเวทย์มนต์ด้วยสิ”


“ใช่ไหมล่ะ สมัยนั้นเวทย์มนต์ยังไม่รุ่งเรืองแท้ๆ มนุษย์เรานี่ก็เก่งเหมือนกันเนอะ ดิ้นรนทั้งที่ยังอยู่ในยุคที่ล้าสมัย”


เรนเดลยิ้มรับให้กับคำอธิบายของรุ่นพี่ ดูเหมือนว่าเทคโนโลยีสมัยก่อนจะไม่ได้ถูกลืมเลือนไปเสียทีเดียว แต่ผู้คนในยุคนี้เข้าใจผิด ว่าอารยธรรมของพวกเขาเจริญกว่าสมัยก่อน


“ว่าแต่ข้างล่างมีอะไรหรือครับ ถึงต้องร่ายเวทย์ป้องกันเอาไว้” เรนเดลเอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนที่รุ่นพี่จะยิ้มรับพร้อมอธิบาย


“พวกอันเดดน่ะสิ น่าจะเป็นพวกมนุษย์ในสมัยก่อนที่หนีออกมาไม่ทัน แล้วตายในนั้น ฉันเองก็ไม่เคยเห็น แต่ตอนนี้พวกมันน่าจะน้อยมากๆแล้ว เพราะนักเรียนของเราลงไปสอบเลื่อนระดับ กับสอบภาคปฏิบัติทุกๆปี”


“ลงไปทุกๆปีหรือครับ” เรนเดลเอ่ยความด้วยความสนใจ “ทำไมถึงลงไปน่ะครับ ในเมื่อมีพวกอันเดดรออยู่เบื้องล่าง”


“ภารกิจทดสอบเลื่อนระดับจอมเวทย์สากล รวมทั้งฝึกสังหารสิ่งที่ใกล้เคียงกับมนุษย์ยังไงล่ะ” รุ่นพี่กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “จริงๆมันก็เกือบปลอดภัยล่ะ เพราะอาจารย์ชอบใช้ใต้ดินเป็นสถาณที่สอบปลายภาคด้านปฏิบัติเหมือนกัน เห็นว่าเร็วๆนี้จะใช้ทำกิจกรรมอะไรบางอย่างด้วยล่ะ”


“น่าสนใจจัง” เรนเดลกล่าวออกมาตามความรู้สึกของตน เขาเองก็อยากรู้ว่าข้างล่างมีอะไร


“ถ้าสนใจจะลงไปแล้วล่ะก็ ต้องสอบเลื่อนขั้นเป็นจอมเวทย์ระดับสีน้ำตาลขั้นที่สองก่อนนะจ๊ะ” รุ่นพี่กล่าวพลางเอามือมาขยี้หัวเรนเดล ก่อนที่เธอจะวิ่งจากไป


ความสงสัยแล่นเข้ามาในหัวของเรนเดล เขาอยากรู้ใจแทบขาดว่ามันสร้างทับพื้นที่ใดในสมัยก่อน หากลงไปสำรวจที่รถไฟฟ้าใต้ดิน เรนเดลต้องได้คำตอบอย่างแน่นอน และอาจใช้เส้นทางใต้ดินในการแอบลอบเดินทางไปที่อื่นด้วย หากมันไม่อันตรายจนเกินไป


“ขอบคุณมาก รุ่นพี่” เรนเดลกล่าวไล่หลัง ก่อนจะมองซ้ายมองขวา เมื่อเขาพบว่าไม่มีใคร เขาจึงแอบเอามือทาบกับเวทย์ป้องกันทันที


เรนเดลรู้สึกราวกับถูกไฟช็อต กระแสไฟแล่นเข้าร่างจนเขาสะดุ้งโหยง ก่อนจะถอยหนีออกมาตามสัญชาตญาณ


“ไอ้บ้าเอ้ย เวทย์ป้องกันของธาตุไฟฟ้า จับแล้วช็อตแบบนี้ก็แอบเข้าไปไม่ได้พอดี...ซะเมื่อไหร่ล่ะ”


เรนเดลดูนาฬิกาพกฉบับโบราณ เขาพบว่าเวลาตอนนี้พึ่งเจ็ดโมงครึ่ง เขามีเวลาแอบลอบเข้าไป และรีบขึ้นมาโดยที่ยังไม่มีใครสังเกตุ


เขาตัดสินใจเรียกอาวุธเวทย์มนต์ออกมา พลังของเขาไม่เพียงพอที่จะต่อต้านเวทย์ป้องกัน แต่ถ้าหากใช้อาวุธเวทย์ระดับสูง ประกอบกับวิธีลัดตามแบบฉบับของเขา การแทรกแทรงบาเรียเวทย์ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเลยแม้แต่น้อย


เขาเรียกคฑาเวทย์มาไว้ในมือ ก่อนจะร่ายเวทย์ธาตุดินซึ่งได้เปรียบสายฟ้า โดยพึ่งพลังของคฑา อัดกระแทกลงไปที่บาเรียป้องกันประตูโดยตรง


บาเรียเวทย์หน้าทางเข้ารถไฟฟ้าใต้ดินพยายามจะผลักเรนเดลออก แต่เรนเดลอาศัยจังหวะนี้โคจรพลังเวทย์แบบสลับธาตุ เชื่อมต่อร่างเขากับกระแสพลังเวทย์บาเรียทันที โดยอาศัยคฑาเป็นสื่อกลาง


พลังอันมหาศาลไหลเข้าร่างเรนเดล คฑาเวทย์ถูกบังคับให้ต้องปกป้องเขาในทันทีเพราะเขากำลังอยู่ในอันตราย มันจึงต้องยอมเป็นสะพานเชื่อมการโคจรแบบไม่เต็มใจนัก และตัวของมันทำหน้าที่กลั่นกรองกระแสเวทย์ที่รุนแรงเกิน เพื่อไม่ให้ไหลผ่านมาในร่างของเรนเดล


เรนเดลใช้วิชาแทรกแทรงอาคม และปรับเปลี่ยนกฏอักขระใหม่ ให้มันอนุญาติให้เขาเข้าไปได้ เรนเดลจึงเดินเข้าไปได้อย่างง่ายดาย เขามั่นใจว่าหลังเสร็จการสำรวจ เขาจะปรับมันคืนเหมือนเดิม และจะไม่มีใครจับได้


สองเท้าของเขาเหยียบย่ำตามรอยเท้าเก่าที่ถูกทิ้งเอาไว้ บันใดทางลงนำไปสู่เบื้องล่างนั้นอับชื้นและเต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ มีเพียงข้อความที่นักเรียนคนก่อนเขียนสลักฝาผนังด้วยเวทย์มนต์แนะนำตัวเอง หรือข้อความล้อเลียนเท่านั้น ที่บ่งบอกว่าเคยมีคนลงไปเบื้องล่าง


เสียงฝีเท้าของเรนเดลก้องสะท้อนไปทั่ว แสงแดดที่เล็ดลอดลงจากเบื้องบนมาค่อยๆหายไป เรนเดลจึงร่ายเวทย์ธาตุลมที่เท้า เพื่อยกระดับเท้าของเขาให้ลอยเหนือพื้นเล็กน้อย และเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบที่สุด ก่อนจะใช้เวทย์ธาตุมืดและธาตุแสง ช่วยกันควบคุมดวงตาของตัวเองให้สามารถมองเห็นในที่มืดได้อย่างชัดเจน


สถาณีรถไฟฟ้าเก่าที่ไร้ซึ่งแสงไฟ มันมืดสนิทและมีร่องรอยของการต่อสู้ด้วยเวทย์มนต์ แต่ทว่ากลับไม่มีซากศพของพวกอันเดดเลย บริเวณนี้ถูกทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว มีโต๊ะยาว กระดานดำเคลื่อนที่ และเก้าอี้เล็คเชอร์นับสิบตัวถูกทิ้งเอาไว้ ดูท่าว่าน่าจะเป็นอุปกรณ์ของโรงเรียนเวทย์มนต์ที่ทิ้งเอาไว้เบื้องล่าง ห้องของพนักงานขายตั๋ว และห้องประชาสัมพันธ์ถูกปิดสนิทด้วยแม่กุญแจขนาดใหญ่ มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและยาเสริมพลังเวทย์เก็บเอาไว้ภายในนั้น


“อย่างที่รุ่นพี่ว่า ที่นี่ถูกใช้เป็นที่จัดกิจกรรมจริงด้วยสินะ มีอุปกรณ์พร้อมราวกับห้องเรียนภาคปฏิบัติ”


บันไดเลื่อนและทางเท้าที่นำลงไปสู่จุดรอรถไฟฟ้านั้นถูกเวทย์บาเรียป้องกันเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง มีข้อความเตือนถึงอันตรายจากอันเดดและเหล่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ด้านล่าง มันเป็นเวทย์ข้อความบังคับอ่าน เมื่อมีคนเข้ามาใกล้


“ข้างล่างเป็นอุโมงค์เชื่อมไปสู่พื้นที่ใต้ดินจุดอื่นๆ มันไม่ได้อยู่ในความดูแลของพวกเรา มีอันเดด สัตว์ประหลาด รวมถึงพวกคนเถื่อน ไม่ปลอดภัยเหมือนชั้นนี้ ขอผู้ลักลอบเข้ามาอย่าได้ลงไปเป็นอันขาด โปรดนึกถึงคนที่รออยู่เบื้องหลัง หรือคนที่ท่านรัก ก่อนจะตัดสินใจลงไป”


ข้อความเตือนนั้นมีแต่ความห่วงใยและหวังดี ไม่มีการท้าทายผู้ที่ลอบเข้ามาเลยสักนิด ดูท่าว่าข้างล่างคงจะอันตรายจริงๆ และทางโรงเรียนไม่อยากให้ใครต้องตาย จึงเตือนผู้บุกรุกเชิงขอร้อง


หากเป็นคนทั่วไปคงกลับ  แต่เรนเดลอยากสำรวจให้มากกว่านี้ ป้ายนำทางบนชั้นนี้ถูกถอดออกไปหมด จนไม่สามารถสืบได้ว่าเขาอยู่ที่สถาณีไหน เรนเดลหวังว่าข้างล่างจะมีข้อมูลบอกมากกว่านี้


เนื่องจากเวทย์ป้องกันถูกร่ายแบบปูพรมปิดกั้นสนิททั่วทั้งชั้นนี้ มันจึงอ่อนแอกว่าเวทย์ป้องกันหน้าประตู เรนเดลแทรกแทรงและแอบลงไปชั้นล่างได้อย่างง่ายดาย


ระหว่างที่เรนเดลเริ่มเดินเท้าลงไปยังจุดรอรถไฟ เขาได้กลิ่นเหม็นคละคลุ้งเตะจมูก มีซากศพของพวกอันเดดที่หัวขาดนั่งหรือนอนแน่นิ่งตามทางเดินลงไปให้เห็นบ้างแล้ว


สัญชาตญาณของเรนเดลฟ้องว่าให้ทำลายศพพวกนี้ระหว่างลงไปสำรวจ เขาไม่เคยเจอกับอันเดดมาก่อน จึงไม่แน่ใจว่ามันมีสกิลแกล้งตายมั้ย และโชคดีที่เขาเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง พวกอันเดดไร้หัวที่นอนแน่นิ่ง ดิ้นทุรนทุรายเมื่อเจอเวทย์ไฟเผาไห้มระดับต่ำ มันพยายามจะเข้ามาทำร้ายเรนเดล จนเขาต้องใช้เวทย์โจมตีธาตุแสง ที่เขาได้รับมาจากตอนลงทะเบียนรับวิชา นั่นคือเวทย์คลื่นลำแสง


ลำแสงสีขาวคล้ายหอกปรากฏบนฝ่ามือเรนเดล ก่อนที่เขาจะใช้หอกแห่งแสงนั้นแทงไปยังร่างของอันเดด ร่างของพวกมันถูกชำระล้างสลายหายไป ราวกับกระดาษทิชชู่ที่ไหม้ไฟ


เรนเดลพบว่าเมื่ออันเดดตาย พลังมานาบริสุทธิไหลออกมาจากร่างของมัน เขาจึงใช้เวทย์ที่สอง ที่ได้มาซึ่งเป็นธาตุมืด เวทย์ดูดดารา ดูดพลังมานาบริสุทธิที่ลอยอยู่เข้าร่างของเขาทันที


เวทย์ที่เขาได้รับแจกตอนเข้าเรียน ที่นักเรียนหลายคนฝึกกันอย่างยากลำบาก เช่นเซร่าเป็นต้น เรนเดลสามารถอ่านบทแรกของวิชาเวทย์ และสำเร็จวิชาขั้นแรกได้โดยไม่ต้องทดสอบเลยด้วยซ้ำ และแค่เขาลงมือฝึกอีกนิดหน่อย ขั้นที่สามจากเจ็ดขั้นก็อยู่ไม่ไกลเลยแม้แต่น้อย เรนเดลจึงเอาเวลามาฝึกโคจรเวทย์ก่อน เพราะมันสำคัญสำหรับเขามากกว่าการฝึกวิชาพวกนี้


“ตราบใดที่ยังเหลือร่าง แสดงว่ายังมีชีวิตอยู่สินะ” เรนเดลจำประสบการณ์อันแสนล้ำค่าครั้งนี้เอาไว้ และเขาคิดเอาไว้ว่าจะต้องเตือนคนใกล้ตัวของเขา


มีเสียงกรีดร้องของผู้หญิงอยู่ชั้นล่าง เสียงเหมือนจะมาจากอุโมงค์ที่รถไฟต้องวิ่งผ่าน เธอกำลังร้องอย่างทรมาน พลางพูดช่วยด้วยไม่หยุด


“เสียงร้องของมนุษย์ พวกคนเถื่อนที่เขาว่ากันหรือเปล่านะ” เรนเดลเข้าใจว่าเป็นพวกคนเถื่อน ที่ไม่ยอมรับในอำนาจของห้าอาณาจักร และเลือกจะใช้ชีวิตตามเส้นทางของตัวเอง เขาตัดสินใจจะลงไปช่วย เพราะถึงยังไงก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน


เรนเดลเกือบจะตามเสียงไป ก่อนเขาจะรู้สึกได้ว่าเสียงนี้มีพลังของเวทย์มนต์แฝงอยู่ เวทย์สะกดใจระดับกลาง โชคดีที่เขารู้สึกถึงพลังเวทย์ที่แทรกแทรงเข้ามาในร่างได้ เรนเดลจึงเลือกที่จะหยุด และตัดสินใจรีบกลับขึ้นไปข้างบนทันที


“ช่วยฉันด้วยย!! ช่วยฉันที ทรมานเหลือเกิน!! ทรมาน!!”


เสียงกรีดร้องดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ราวกับเป้าหมายกำลังวิ่งมาทางเขา เรนเดลเผลอตกใจจนเสียสมาธิ เสียงเท้าของเขากระแทกกับขั้นบันใดจนดังก้องไปทั่วบริเวณ กลายเป็นการชี้เป้าว่าเขาอยู่ตรงนี้ไปในตัว


เสียงคำรามกรีดร้องดังลั่นกว่าเดิม พร้อมกับเสียงของสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังพุ่งมาหาเขา มันกระโดดได้สูงมากกว่าสิบเมตร จนมาดักหน้าเรนเดลที่กำลังจะขึ้นบันได้กลับไปด้านบน อีกแค่เพียงไม่กี่สิบก้าวเขาจะกลับไปได้แล้วแท้ๆ


ศพหญิงสาวสภาพสมบูรณ์ในชุดพนักงานบริษัทยืนขวางทางขึ้นของเขาเอาไว้ ผิวของเธอมีสีม่วงและเส้นเลือดสีดำปรากฏจนเห็นได้ชัด ใบหน้าของเธอมีรอยแหว่งเนื้อหายจนเห็นกระโหลก เธอไม่มีดวงตา ดูเหมือนจะอาศัยฟังแต่เสียงเท่านั้น และใช้จมูกแหว่งๆนั่นดมกลิ่น


กลิ่นจากร่างของซากศพเหม็นโชยจนเรนเดลแทบอ้วก เขาย่นจมูกทันที ก่อนจะเอามือบีบจมูกแน่น ซากศพตรงหน้าไม่มีร่องรอยของชีวิตแน่ๆ มันขับเคลื่อนได้ด้วยการเปลี่ยนเผ่าพันธ์ กลายเป็นพวกอันเดดนั่นเอง และดูเหมือนเรนเดลจะบังเอิญเจอกับอันเดดระดับสูงเสียแล้ว


เรนเดลสังเกตุว่ามานาที่ไหลเข้าร่างเขา กำลังถูกอันเดดสาวตรงหน้าสูดดม มันส่งเสียงฟุดฟิดเหมือนหมาดมกลิ่น ก่อนจะค่อยๆขยับเข้ามาหาเรนเดลอย่างช้าๆ


“คนตรงหน้า!! ช่วยข้าด้วย ช่วยยย!!” เธอกล่าวออกมาด้วยเสียงแสบแก้วหูดูน่ากลัว เลือดสีดำไหลทะลักออกมาจากจุดที่เคยเป็นดวงตา


เรนเดลนิ่งเป็นตอไม้ทันที เขาไม่ขยับตัว และบังคับให้ร่างกายหยุดการซึมซับมานาในอากาศ มันเป็นสัญชาตญาณของเหยื่อที่ต้องการเอาตัวรอดจากนักล่า เขาประเมินด้วยสัญชาตญาณว่าอันเดดระดับสูงตรงหน้า น่าจะแข็งแกร่งกว่าพลังที่เขามีในตอนนี้ เรนเดลตอนนี้กำลังพลางตัว และทำตัวกลมกลืนกับธรรมชาติ


เมื่อกระแสมานาถูกตัดขาดจากร่างเรนเดล อันเดดสาวก็หยุดขยับ ราวกับว่าสิ่งนำทางของมันหายไปเสียดื้อๆ เรนเดลค่อยๆเดินถอยหลังลงบันใดอย่างช้าๆ อาศัยพลังเวทย์ในร่างของตัวเอง สร้างเวทย์ธาตุลมไร้เสียง และเวทย์เสริมความเร็ว เพื่อสร้างระยะห่างจากเป้าหมาย เขาล่องลอยลงบันไดอย่างรวดเร็วในทันที โดยไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าใดๆ


เสียงกรีดร้องจากอันเดดสาวดังสนั่น ก่อนที่มือของหล่อนจะเปลี่ยนสภาพเป็นดาบแส้สีดำ ฟาดไปมาราวกับคนโมโหร้ายที่อาหารตรงหน้าหายไป คมแส้นั่นเฉี่ยวเรนเดลไปอย่างหวุดหวิด และเรนเดลพบว่าดาบแส้สีดำที่ออกมาจากตัวอันเดดสาว มีพลังในการสลายกระแสมานาในอากาศ นั่นหมายความว่ามันสามารถขัดขวางกระบวนการร่ายเวทย์ระดับสูงของจอมเวทย์ได้อย่างง่ายดาย


เขารู้สึกโชคดีที่ไม่เลือกยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่งั้นป่านนี้รถไฟใต้ดินสายนี้คงได้มีอันเดดเพิ่มอีกตัว เรนเดลตัดสินใจจะไปขึ้นบันไดอีกฟากแทน


เรนเดลเดินลงมาจนถึงจุดรอรถไฟ พร้อมกับหัวใจที่แทบจะลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม อันเดดร่างมนุษย์เกือบสิบคนกำลังยืนรอรถไฟอยู่ พวกมันยื่นนิ่งไม่ไหวติง จากสภาพการ มันคงเลียนแบบช่วงเวลาที่มันยังมีชีวิตอยู่


เขารู้สึกโล่งใจที่พวกอันเดดด้านล่างไม่รับรู้ถึงตัวตนของเขา เขาค่อยๆเดินลงบันไดอย่างช้าๆ เท้าของเขาพยายามลอยอยู่เหนือพื้นเพื่อไม่ให้มีเสียง เสียงกรีดร้องของอันเดดสาวยังคงดังก้องอยู่ที่เดิม เรนเดลพยายามไม่สนใจมัน เขาลอยตัวจนเดินทางไปถึงบันไดเลื่อนซึ่งอยู่อีกฟากจากทางที่เขาลงมา และรีบใช้เวทย์เสริมพุ่งตัวขึ้นไปชั้นบนทันที


อาคมป้องกันยังคงทำงานอย่างดีเยี่ยม ที่บันไดฟากตรงข้าม เรนเดลรับรู้ได้ว่ามันกำลังพยายามจะขึ้นมาตามเสียงของเรนเดล แต่ร่างของมันกระแทกกับบาเรียไฟฟ้าจนกระเด็นออกไปไกล อันเดดสาวส่งเสียงคำรามลั่น พลางพุ่งเข้าชนบาเรียไม่หยุด แต่ผลลัพธ์เหมือนเดิม บาเรียไฟฟ้าผลักมันกระเด็นออกไปไกล พร้อมกับร่างของมันที่เริ่มส่งกลิ่นไหม้ผสมกลิ่นเหม็นเน่า


เรนเดลตัดสินใจกลับขึ้นไปข้างบนทันที เขาไม่อยู่รอดูหรอก ว่าอันเดดสาวมันจะพยายามฝ่าบาเรียอยู่นานแค่ไหน และเขารู้สึกดีที่ได้เห็นแสงตะวันยามเช้าอีกครั้ง ด้วยสภาพที่ปลอดภัย


“ฉิบหายล่ะ ลืมแก้อักขระกลับคืน” เรนเดลที่กำลังเดินออกมาจากประตูใต้ดินเกิดนึกขึ้นได้ ว่าเขายังไม่ได้แก้ไขบาเรียกลับชั้นล่างกลับเป็นเหมือนเดิม เขาตัดสินใจเตรียมตัวลงไปอีกครั้งทันที แต่ทว่ามีเสียงเรียกเขาเอาไว้ก่อน


“หยุดอยู่แค่นั้นแหละ ผู้บุกรุกจ๋า” อาจารย์สาวในชุดคลุมดำท่าทางใจดีกล่าว เมื่อเรนเดลเห็นก็รู้ได้ทันที ว่าอาจารย์ตรงหน้าคืออาจารย์ฟิลิปปา ผู้คัดเลือกเขาเข้าโรงเรียนด้วยการมอบลูกแก้วให้นั่นเอง


“อ้าว นึกว่าใคร เรนเดลเองหรือจ๊ะ” อาจารย์สาวกล่าวยิ้มแย้ม ก่อนจะเดินมาหาเขา “อย่าเข้าไปเชียวนา เขตหวงห้ามนะจ๊ะหนู ต้องเตือนไว้ก่อน ถึงจะรู้ว่าเธอไม่มีวันฝ่าบาเรียได้ก็เถอะ”


“ในนั้นมีอะไรครับ” เรนเดลแกล้งเล่นบทใสซื่ออีกครั้งหนึ่ง เขารู้สึกโล่งอกที่อาจารย์จับไม่ได้ว่าบาเรียมีร่องรอยของการถูกแก้ไขอักขระ หรือไม่เธอก็อาจคาดไม่ถึง จึงไม่ได้สังเกตุ


“ทางใต้ดินของอุโมงรถไฟในอดีต” อาจารย์สาวกล่าว “เส้นทางที่เชื่อมต่อกันข้างใต้นั้น นำไปสู่เมืองที่ล่มสลายและเมืองร้างซึ่งครองโดยอันเดด หรือพวกคนเถื่อนนอกอาณาจักร แน่นอนว่าข้างใต้คือเส้นทางของพวกมัน หนูคงไม่อยากยุ่งกับมันใช่ไหมจ๊ะ...อันตรายสุดๆเลยนะ”


“น่ากลัวจังครับ” เรนเดลกล่าวพลางยิ้มแห้งๆ “งั้นผมไม่ยุ่งกับมันล่ะ”


“ดีจ๊ะหนู กลับห้องได้แล้วนะจ๊ะ ทำตัวเป็นเด็กดีจนกว่าจะถึงวันเปิดภาคเรียนล่ะ” อาจารย์ทำเสียงดุ ก่อนจะยืนเฝ้ารอให้เรนเดลกลับไป พร้อมโบกมือลาจนเรนเดลเดินหายไปจนสุดสายตา


“เขตแดนไม่มีร่องรอยเสียหาย ทุกอย่างเรียบร้อย” อาจารย์ฟิลิปปากล่าวพลางประเมินด้วยสายตา เขาไม่ทันสังเกตุว่าอักขระบางตัวมันบิดเบี้ยวเล็กน้อย คงเพราะเธอไม่ใช่เจ้าของอักขระ

“สงสัยคืนนี้หลังจบธุระทุกอย่าง คงต้องแอบกลับไปคืนสภาพอักขระ” เรนเดลกล่าวกับตัวเอง เขากลัวว่าอักขระที่บิดเบี้ยวเพียงเล็กน้อย อาจทำให้อะไรที่พวกเขาขังไว้หลุดออกมาได้ เขาได้แต่ภาวนาขออย่าให้มันเป็นอย่างนั้น


ที่ชั้นใต้ดิน อันเดดสาวที่กำลังกรีดร้องสัมผัสได้ถึงรูรั่วเล็กๆ จากบาเรียสายฟ้าที่ขวางกั้นเธอไม่ให้ชึ้นมาบนชั้นหนึ่ง รูรั่วนั้นเล็กเท่ารูเข็ม แต่ก็มากพอที่จะทำให้มันหวังถึงอิสรภาพได้


“ช่วยย ด้วยยย!!” อันเดดสาวกล่าวก่อนจะรวมพลังธาตุมืดในร่าง และใช้พลังมืดยิงแทรกรูรั่วอันนั้น มันพยายามยิ่งแทรกไม่หยุดหย่อน จนบาเรียเริ่มเกิดร้อยร้าวขนาดเล็ก


“จะ...ขึ้น...ไป” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ก่อนจะพยายามแทรกแทรงรูรั่วนั้นโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 477 ครั้ง

331 ความคิดเห็น

  1. #215 0897375544 (@0897375544) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 06:44
    อ้าว ฉห แล้วไง เรนเดล แก้ไขด่วนๆ
    #215
    0
  2. #186 SAVF (@SAVF) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 14:31
    เข้าใจว่ามันลืมกันได้ แต่นี่มันหายนะแล้วนะเรนเดลลลล
    #186
    0
  3. #139 Usiki (@Usiki) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 21:55
    -ชิบหายยย -ทำอะไรของมรึ๊งงง ไอเรนเดลลลล
    #139
    0
  4. #136 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 16:22
    เฮ้ย

    ต้นเหตุหายนะแล้วเอ็ง
    #136
    0
  5. #48 Arm Be Euphoric (@solo_player) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 17:52
    เรื่องแค่นี้ยังพลาดเลยอ่ะ แล้วเด่วเป็นเรื่องใหญ่อีก งี้จะเป็นราชา ... #เฮ้อ~
    #48
    0
  6. #43 Ridseeduang (@Ridseeduang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 12:10
    งานงอกละมุง
    #43
    0
  7. #37 Sleepy😪 (@WINWORM_26) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 03:17
    อ้าว เรนเดลชิบหายละ
    #37
    0