[End] Dunkelheit ดินแดนสีหม่น [Yuri]

ตอนที่ 11 : ต้นเหตุแห่งหายนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 284
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    18 มิ.ย. 58


บทที่ 11 ต้นเหตุแห่งหายนะ

ผู้บันทึก : เคล ดาสซูโนพเฟอร์


           "เคล!" ฉันเกือบขาดอากาศหายใจตาย ยัยเขี้ยวหมากดหัวฉันลงลำธาร นับวันเธอยิ่งปลุกฉันได้น่ากลัวขึ้นทุกทีๆ นี่ถ้าฉันสู้แรงยัยนี่ไม่ได้ขึ้นมาคงไม่พ้นสำลักน้ำตายสินะ

          "พรวด! แค่กๆๆ ยัยบ้า! ฉันจะไม่ตายเพราะผีหรอก ฉันจะตายเพราะเธอนี่แหละ" ฉันกลิ้งไปข้างๆแล้วจับหัวเธอกดลงไปในลำธารบ้าง แต่น่าเสียดายที่เธอเหมือนจะแข็งแรงกว่าฉันในเวลาที่ไม่มีอักขระแห่งพลังช่วยหนุน ฉันจึงเป็นฝ่ายที่โดนจับกดลงไปในน้ำอีกรอบโทษฐานที่ฉันจะเอาคืนแต่พลาด...? ยุติธรรมตรงไหน!

          "อย่างน้อยก็ตื่นแล้วนี่ไง" เธอบอก

          "จงใจจะให้ฉันตายจริงๆก็บอกเถอะ" ฉันตอบ

          "ก็ไม่แน่นะ" คำตอบนั้นทำเอาฉันผวา "การทดสอบของภูตผีมันยากเหรอเธอถึงไม่ผ่านมันเสียทีน่ะ"

          "รู้ได้ยังไง" ฉันถาม ฉันยังไม่ได้บอกเธอสักคำว่าที่ฉันวูบล้มไปครั้งสองครั้งนี่เพราะภูตผีแห่งหมอก

          "เธอเคยหลับไม่ตื่นแบบนี้ตอนอยู่ที่หมู่บ้านของแคพริคอร์น ทำไมฉันจะไม่รู้" เธอตอบ "แล้วสรุปว่ายังไม่ผ่านใช่ไหม? ทั้งๆที่ด่านอื่นก็ผ่านมาง่ายๆแท้ๆ ทำไมด่านนี้มันผ่านยากนักล่ะ"

          "ก็เธอเล่นปลุกฉันทุกครั้งที่มันจะเริ่มทดสอบน่ะสิ" ฉันตอบ

          "อ้าวเหรอ ว่าแต่... ทดสอบยังไง?" เธอถาม นั่งจ้องฉันแบบที่ว่าถ้าไม่ตอบคงได้โดยจับกดน้ำอีกรอบ

          "ก็... ทำให้ฉันฝันเห็นความทรงจำของตัวเองจากมุมมองคนอื่นน่ะ" ฉันตอบ "ตอนที่อยู่ในอุโมงค์ก็อบลิน ฉันก็ฝันเห็นตอนที่เธอ เอ่อ... บินร่วง? ...ลงไปในป่าแล้วฉันไปเจอเข้า"

          "พวกนั้นน่ะเหรอตัวก็อบลิน!" ยัยเขี้ยวหมาร้องอุทานพลางทำท่าขนลุก สงสัยฉันจะเคยไปหลอกเรื่องก็อบลินจนเธอเกลียดมันเข้าไส้ไปแล้ว แม้ว่าจะเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่าพวกนั้นเป็นก็อบลิบก็เถอะ

          "ใช่ ชอบกินเนื้อนางฟ้านุ่มนิ่มด้วยนะ" ฉันแกล้งจิ้มเนื้อนิ่มๆบนแขนเธอ "จ๊าก!"

          ...และเธอกัดฉัน

          "อย่าพูดถึงมันอีกเชียว" เธอขมวดคิ้วเป็นปม ท่าทางจะเกลียดพวกมันจริงจังมากนะเนี่ย

          "ยัยเขี้ยวหมาเอ้ย... " ฉันเช็ดน้ำลายจากนิ้วตัวเอง มองเห็นรอยบุ๋มเพราะฟันเขี้ยว กัดแรงจนเกือบได้แผลเลยให้ตายสิ "เฮ้อ... เมื่อไหร่จะเที่ยงคืนนะเนี่ย ชักอยากไปที่อื่นต่อแล้วสิ"

          "ไปเกาะเพิร์ล?" ยัยเขี้ยวหมาทำตาแป๋ว ถ้ามีหางนี่เธอคงจะกำลังกระดิกมันอยู่

          "ไปเขตอสูรภูเขาต่างหาก" ฉันตอบ ตราบใดที่ยังไม่เปิดตะเกียง ฉันเป็นคนตัดสินใจ

          "ใจร้ายที่สุด" เธอบ่นอุบแล้วเดินหนีไปนั่งริมหน้าผา ถึงแม้จะไม่มีปีก แต่เหมือนว่าเธอจะไม่กลัวความสูงหรือกลัวตกลงไปเลย ฉันเดินตามไป แต่ไม่กล้านั่งหย่อนขาลงไปเหมือนเธอ

          "กลัวล่ะสิ" เธอหันมาทัก เพราะฉันนั่งห่างขอบผาออกมาสองเมตรได้

          "ขอโทษเถอะ ฉันไม่ใช่นางฟ้านะจะให้เคยชินกับความสูงน่ะ" ฉันตอบ แต่กลายเป็นว่านั่นทำให้ยัยเขี้ยวหมาหัวเราะขำ "มีอะไรน่าตลกรึไง"

          "จริงๆถ้าเธอจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอเป็นใครมันก็น่าจะขำนะที่เธอมาพูดแบบนี้น่ะ" ยัยเขี้ยวหมาขำต่อไป

          "ขอโทษละกันที่จำไม่ได้" ฉันตอบ

          "ก็เกือบจะจำได้แล้วนี่" เธอทัก ...เหรอ? "จำที่นี่ได้รึเปล่า?"

          "เห็นในฝันครั้งเดียวก่อนที่เธอจะจับฉันกดในลำธารนั่น" ฉันตอบ

          "หน้าผานี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของน้ำตกคำสัตย์ สถานที่เดียวที่ไม่อยู่ในอาณาเขตของเผ่าเทพหรือเผ่ามาร มันเป็นทั้งพื้นที่ไร้เจ้าของแล้วก็เป็นเส้นทางผ่านของกองทัพทั้งสองฝ่าย แต่ในช่วงที่ยังไม่มีการรบ เธอเป็นคนพาฉันมาที่นี่" ยัยเขี้ยวหมาบอก "นั่งเล่นตอนกลางคืนก่อกองไฟแล้วก็ดูแสงเหนือ ในฝันของเธอเป็นช่วงเวลาไหนล่ะ? เรามาที่นี่กันหลายครั้งมากจนฉันนับไม่หมด"

          "เวลาเย็น" ฉันตอบ ในฝันนั้นฉันเห็นท้องฟ้าสีส้มและพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน

          " ...พระอาทิตย์กำลังตกดินรึเปล่า?" เธอถาม ฉันพยักหน้า ท่าทางของเธอเริ่มเปลี่ยนไป นิ่งเงียบไปสักพักก่อนจะถามออกมาอีก "แล้ว... เธอพูดอะไรกับฉันรึเปล่า เรื่องที่... น่าจะสำคัญน่ะ"

          "พูดว่า... " ฉันไม่ค่อยแน่ใจว่าเธอหมายถึงคำพูดไหน " ...สงครามสุดท้ายกำลังจะมา"

          " .......... " แล้วเธอก็กลับนิ่งเงียบไป

          "ฉันได้ยินแค่นั้นแหละก่อนจะโดนปลุก" ฉันบอก เธอก็ยังเงียบ "เฮ้ เป็นใบ้ไปแล้วเหรอ?"

          "รู้สึกว่าฉันจะนึกออกแล้วล่ะว่าเธอฝันเห็นตอนที่เรามาที่นี่ครั้งไหน" เธอพูดขึ้น "นึกเสียว่าวันนี้ฉันใจดีแล้วกัน เธออยากรู้เรื่องอะไรก็ว่ามา เดี๋ยวฉันตอบให้ทุกอย่างเลย"

          "ฮะ จริงดิ?" ฉันถาม วันนี้เธอไปกินอะไรผิดสำแดงมารึเปล่าเนี่ย

          "ก็ลองถามสิ" เธอตอบ

          "งั้นที่ฉันฝันถึงที่นี่ เป็นครั้งที่เท่าไหร่ล่ะ" ฉันแกล้งถาม เดาว่ายัยเขี้ยวหมาคงไม่ได้จำแม่นได้ขนาดนั้น

          "ครั้งสุดท้าย" เธอตอบ หันกลับมาจากหน้าผาและมองฉันด้วยสีหน้าจริงจัง เอ่อ... จริงจังเกินไปรึเปล่า? "หลังจากนั้นก็เกิดสงครามระหว่างเผ่าเทพกับเผ่ามาร พวกเราไม่ได้กลับมาที่นี่อีก"

          "แล้วเกิดอะไรขึ้นในวันนั้นบ้างล่ะ วันสุดท้ายที่มาที่นี่น่ะ" ฉันถาม ถ้าจำไม่ผิดเธอบอกว่าฉันโดนทำร้ายด้วย

          "เธอเป็นคนเรียกฉันมาที่นี่ตอนบ่าย บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะต้องบอกให้ได้ ที่จริงก่อนหน้านั้นก็เริ่มมีข่าวลือเรื่องสงครามแล้ว พ่อของฉันเลยไม่อยากให้ฉันออกมาเท่าไหร่ กว่าจะหนีออกมาได้ก็เลยเกือบมืดแล้ว" ยัยเขี้ยวหมาเล่า "เธอบอกฉันเรื่องสงคราม ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจว่าเธอมาบอกเรื่องสงครามกับฉันทำไม แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่สำคัญจริงๆ เธอจำได้ไหมว่าในฝัน... ตอนนั้นเธอถืออะไรอยู่"

          "ตะเกียงน่ะเหรอ?" ฉันถาม มันหน้าตาเหมือนอันที่วางอยู่ข้างพวกเราเลย แต่แทนที่จะมีละอองแสงสีฟ้า ตะเกียงในความฝันนั้นกลับบรรจุละอองแสงสีแดงแทน

          "จำได้ใช่ไหมว่ามันใช้ทำอะไร" เธอถาม ฉันนิ่งค้าง ...ใช่เหรอ?

          "เก็บปีก"

          "และริบเวทมนตร์" เธอพูดเสริม "ในครั้งแรกที่เจอกันตอนที่ฉันบินตก เธอทำให้ฉันคิดว่าเธอเป็นมนุษย์มาตลอด ทำให้สัมผัสไม่ได้ว่าศัตรูอยู่ใกล้ขนาดไหน"

          "ศัตรู?" ฉันทวนคำ ยัยเขี้ยวหมายิ้มขำกับตัวเอง

          "เธอเป็นเผ่ามาร"

          " ...ฮะ" ฉันนึกออกแค่คำเดียว คำถามที่อยากถามก่อนหน้านี้ทั้งหมดปลิวหายไปในอากาศ "ไงนะ"

          "เธอเป็นเผ่ามาร ฉันเป็นเผ่าเทพ เผ่าของพวกเราทั้งสองไม่มีวันลงรอยกันได้ เพื่อที่จะเข้าใกล้ฉัน เธอเลยยอมขังปีกของตัวเองไว้ในตะเกียง ปลอมเป็นมนุษย์เพราะเผ่ามนุษย์เป็นพวก... นกสองหัว มีทั้งฝ่ายมารแล้วก็ฝ่ายเทพ มีทั้งเป็นกลางแล้วก็อยู่มันทั้งสองฝ่าย" ยัยเขี้ยวหมาอธิบาย "วันนั้นเธอมาบอกฉันเรื่องนี้"

          "แต่ฉันไม่มีปีกเสียหน่อย" ฉันตอบ

          "ฉันถามจริงๆเถอะ เธอเคยส่องดูสภาพตัวเองบ้างรึเปล่า" คำถามนี้ทำเอาฉันไปไม่ถูก จริงๆคือไม่กล้าตอบว่าครั้งแรกที่เห็นหน้าตัวเองคือในฝันที่ภูตผีจงใจให้เห็น เวลาอาบน้ำก็เคยแต่แช่ตัวในลำธาร แม่น้ำ ไม่ก็โดนฮาร์ลเลีย ไม่เคยจะสงสัยว่าตัวเองมีอะไรผิดประหลาดไปจากคำว่าปกติหรือเปล่า "ถอดเสื้อออกสิ"

          "เรื่องอะไรล่ะ" ฉันกระเถิบหนี แต่ยัยเขี้ยวหมาลุกตามมา พอฉันหันหลังจะลุกหนีเท่านั้นแหละ เธอก็กระโจนเข้ามานั่งทับหลังฉันจนหน้าคะมำทิ่มพื้น "มันหนักนะยัยบ้า!"

          "อยู่นิ่งๆเถอะน่า ฉันจะให้ดู" เธอบอก ดึงฉันไปข้างลำธารแล้วเลิกเสื้อฉันขึ้น แสงจากตะเกียงนั้นเพียงพอให้มองเห็นเงาสะท้อนจากผิวน้ำ

          ตอเนื้อสีดำคล้อยตอไม้แทงรากลึกอยู่บนหลังของฉัน สีผิวบนแผ่นหลังไล่สีจากตอเนื้อสีดำนั้นไปจนถึงผิวหนังสีเนื้อปกติ ส่วนที่กุดนั้นคล้ายถูกตัดออกด้วยของมีคมบางอย่าง ไม่รู้สึกเจ็บ มันคงสมานตัวตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว

          "นั่น... " ฉันจ้องมองเงาในลำธาร ลืมไปแล้วว่าโดนยัยเขี้ยวหมาทับอยู่

          "ปีก" เธอบอก ก่อนจะลุกออกไป

          "แล้วทำไมเธอบอกว่าฉันเป็นมนุษย์" ฉันถาม

          "ก็เรื่องบางเรื่อง ฉันไม่อยากนึกถึงนี่นา" เธอตอบ "อยากรู้อะไรอีก?"

          "เล่าให้ฟังหน่อยสิ ทำไมจอมมารต้องทำลายโลกเก่า" ฉันถาม

          "เหตุผลที่ว่าเผ่าเทพแย่งชิงกับทำลายทุกอย่างที่จอมมารรักไปพอไหมล่ะ? ทำลายเผ่าพันธุ์ แยกจอมมารกับคนรักออกจากกัน ทำร้ายและเกือบสังหารได้สำเร็จ" เธอบอก "ต้นเหตุที่ทำให้จอมมารคลั่งและทำลายทุกอย่าง... เพราะฉัน เพราะฉันไม่ได้สังหารจอมมารตอนที่ยังมีโอกาส ฉันปล่อยให้จอมมารรอดไปจากเซนเซเดีย ปล่อยให้จอมมารฟื้นตัวแล้วกลับมาทวงคืน"

          " .......... " ฉันชะโงกไปดูหน้ายัยเขี้ยวหมา "เธอรักจอมมาร?"

          " .......... " ยัยเขี้ยวหมานั่งเงียบ ซุกหน้าลงกับหัวเข่า ไหล่สั่นคล้ายว่าจะร้องไห้ ทำไมเธอจะต้องมาขี้แยตอนนี้ด้วยล่ะเนี่ย

          ฉันเอื้อมมือไปลูบหลังเธอ ไม่รู้ว่าจะต้องปลอบยังไง รู้สึกเหมือนตัวเองทำอะไรไม่ถูกเลยสักอย่าง สุดท้ายก็ได้แต่นั่งเฉยๆรอ ไม่มีท่าทีว่าเธอจะเงยหน้าขึ้นมาเลย ฮือ... ใครปลอบคนเก่งมาช่วยฉันทีสิ อารมณ์ของเธอจะแปรปรวนไปถึงไหนเนี่ยยัยเขี้ยวหมา!

          ฉันถอนหายใจ จ้องมองตะเกียงและเปิดสลักออก

          "ทำไมเปิดล่ะ?" เธอถาม แม้ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาก็คงรู้สึกได้เองว่าปีกสีขาวส่องประกายสีฟ้านั้นกลับคืนมาแล้ว

          "ช่างฉันเถอะน่า" ฉันตอบ "ป..ไปเกาะเพิร์ลก็ได้"

          "เปลี่ยนใจฉันไม่ได้หรอก... " ยัยเขี้ยวหมาพูดเสียงเบาคล้ายจะพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับฉัน "เลิกทำแบบนี้เสียที!"

          ฉันสะดุ้ง เฮ้ย จะอารมณ์เสียทำไมเนี่ยยัยนี่ "ฉันทำอะไรผิด?!"

          "จำได้รึเปล่าเรื่องที่บอกว่าฉันมีคนที่รักอยู่แล้วคือเธอน่ะ" เธอถาม

          "เออ... จำได้" ฉันตอบ ลุกขึ้นหนีเพราะอยู่ๆยัยเขี้ยวหมาก็คลานเข้ามาหาฉัน อะไรเนี่ย น่ากลัวยิ่งกว่าเงาภูตผีในฝันซะอีก

          "แล้วเชื่อไหม?" เธอถาม ลุกตามมาจนฉันเกือบเผลอเดินหนีตกหน้าผา

          "เหอะ ไม่เลย" ฉันตอบ เดินหนีไม่ได้เพราะซ้ายขวาก็เจอปีกยัยเขี้ยวหมาขวางไว้ นี่กะจะต้อนให้ฉันตกหน้าผาไปเลยไหมเนี่ย เธอยิ้มเศร้าๆ

          "แต่ฉันพูดจริงนะ" เธอบอก "แล้วเธอล่ะ รักฉันไหม?"

          " .......... " จะให้ฉันตอบไปยังไงล่ะ เธอเป็นผู้หญิงนะ ฉันก็เป็นผู้หญิง ถึงฉันจะยังจำอะไรไม่ค่อยได้ แต่นี่มันก็เป็นเรื่องผิดปกติไม่ใช่เหรอ

          "ว่าแล้วเชียว... " เธอพูดเองเออเองทั้งที่ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย เธอฝืนยิ้มออกมา "ก็แค่โกหกเพราะหวงเท่านั้นเองสินะ"

          "ฉันควรจะรู้เรื่องกับที่เธอพูดไหมเนี่ย" ฉันถาม ทั้งที่อีกฝ่ายก็พูดภาษาเดียวกันแถมถูกต้องทุกคำแท้ๆ ทำไมไม่เข้าใจก็ไม่รู้

          "ทั้งที่มีโอกาสแต่ไม่คว้ามันไว้ พอไม่เหลืออะไรก็พยายามจะทวงคืน"

          ฉันกำลังจะเถียง แต่แล้วยัยเขี้ยวหมาก็เอื้อมมือมาคล้องเอวฉันไว้ ฉันพยายามจะผลักออกแต่ก็ชะงักเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองอยู่ใกล้ขอบผาขนาดไหน

          ...และเธอจูบฉัน

          "ขอบคุณสำหรับโอกาสครั้งที่สองกับเกมสนุกๆ แต่ฉันปล่อยให้เธอไปต่อไม่ได้ มันควรจะจบลงได้แล้ว ขอโทษ... ขอโทษสำหรับทุกอย่าง"

          ฉันนิ่งค้าง มึนงงและไม่เข้าใจ เธอขอโทษทำไม แล้วโอกาสครั้งที่สองหมายถึงอะไร แต่ฉันไม่ได้ถามออกไปเพราะโดนอีกฝ่ายกอดแน่น

          "ฉันคือนางฟ้าผู้ถูกจองจำ ผู้พิสูจน์ความรัก ด่านทดสอบที่หก เธอไม่ผ่านการทดสอบของฉัน เคล... " เธอถอนกอด

          ...และผลักฉัน

          ฉันเสียหลักตกจากหน้าผา ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายพูดตามมาเป็นคำพูดสุดท้ายด้วยใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตานั้นขณะที่ภาพของนางฟ้าบนขอบผาค่อยๆห่างไกลออกไป...

           "ลาก่อนจอมมาร"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #40 Patty (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 23:06
    นั่นไงงงงงงงง เดามาตั้งแต่ที่ชื่อคล้ายๆกันละ5555555
    #40
    0
  2. #18 Zeferus (@noeiwarn9731) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 21:52
    เดาเล่นๆว่าเคลอาจเป็นจอมมาร
    แต่ดันจริงเฉยเลย
    เงิบบบบบบบบบบบ
    #18
    0
  3. วันที่ 19 มิถุนายน 2558 / 17:55
    whaaaaaaaaat?!!!!!! เงิบอะ เงิบมาก อะไรกัน เคลของแม่(?) OxO
    #8
    0