[End] Dunkelheit ดินแดนสีหม่น [Yuri]

ตอนที่ 20 : สวรรค์พินาศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    26 มิ.ย. 58


บทที่ 20 สวรรค์พินาศ

ผู้บันทึก : ลีฟ อันทรอสตริกช์


          "ตื่นเต้นไหม?" เสียงเซเรียถามขึ้น เธอเดินเข้าห้องมาในชุดแม่ทัพเต็มยศ ชุดผ้าสีแดงเลือดหมูถูกแทรกด้วยชุดเกราะโลหะและผ้าคลุมสีดำซึ่งเย็บดิ้นด้ายสีทองขึ้นเป็นอักษรรูนรูปอัลจีศขนาดใหญ่ที่ตรงกลางด้านหลัง มันเป็นเครื่องรางเพื่อการปกปักรักษา

          ฉันเหลือบมองเธอก่อนจะหันกลับมามองภาพตัวเองซึ่งสะท้อนอยู่บนกระจกเงาบานใหญ่ ดวงตาสีมรกตสะท้อนแววตาหม่นหมองกลับมา ผมสีน้ำตาลแดงถูกถักเป็นเปีย ตกแต่งปีกด้านหลังด้วยเครื่องประดับเกล็ดไข่มุกและปล่อยบางส่วนสยายอยู่ด้านหลัง ฉันอยู่ในชุดกระโปรงผ้าสีขาวสะอาดระยิบระยับด้วยอัญมณีชิ้นเล็ก ผ้าปิดหน้าถูกเกี่ยวติดขึ้นไปบนศีรษะขณะที่นางกำนัลช่วยจัดชุดของฉันให้เรียบร้อย

          "ไม่เลย... " ฉันตอบ

          ราชาไฟอาเฟสต์ได้ประกาศการอภิเษกระหว่างฉันและซีก้าออกไปทั่วทุกสารทิศ เพราะเขาโกรธที่ฉันปล่อยให้เคลหนีรอดไปได้ และมันช่างเหมาะพอดีที่เขาสัญญากับซีก้าไว้แล้วว่าเขาจะได้รับรางวัลจากการสังหารจอมมารชุทซ์ มันจะเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์กับเผ่ามนุษย์ไปด้วย พิธีวิวาห์จึงได้ถูกจัดขึ้นบนดินแดนของเผ่าเทพ ห้าเดือนนับจากวันที่เซนเซเดียแตกพ่าย

          ห้าเดือนที่เคลหายสาบสูญไป...

          "เธออยากยกเลิกพิธีวิวาห์รึเปล่า?" เซเรียถาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครคิดจะถามความเห็นของฉันก่อนประกาศการอภิเษกออกไปแท้ๆ

          "ฉันเลือกแบบนั้นได้ที่ไหนกัน" ฉันตอบ อีกไม่นานพิธีวิวาห์จะเริ่มขึ้น

          "พวกเธอออกไปก่อนนะ" เซเรียพูดกับนางกำนัล พวกนั้นผงกหัวเคารพก่อนจะพากันเดินออกไปจากห้องแต่งตัว "เธอตอบพี่ตรงๅนะลีฟ"

          "คะ?"

          "เธอรักดันเคลไฮต์ใช่รึเปล่า" เซเรียถาม

          " .......... "

          "งั้นเธอยังอยากจะเข้าไปในพิธีวิวาห์รึเปล่า" เธอถามใหม่

          "ฉันก็ต้องเข้าไปอยู่ดีไม่ว่าอยากหรือไม่อยาก...ไม่ใช่เหรอ?" ฉันตอบ

          "ลีฟ พี่อยากได้คำตอบ" เซเรียบอก

          "ไม่ค่ะ" ฉันตอบ "อยากรู้แค่นั้นใช่ไหมคะ"

          "ใช่" เซเรียตอบ "แค่นั้นแหละ"

          เซเรียเดินออกไปจากห้องและทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพเดิม นางกำนัลเตรียมฉันให้พร้อมสำหรับพิธีวิวาห์ และเมื่อมันเริ่มต้นขึ้น... ฉันก็เลิกคิดถึงความหวังและก้าวเข้าไปในพิธีซึ่งซีก้าและราชาไฟอาเฟสต์ยืนอยู่บนปะรำพิธีสูงของโบสถ์สวรรค์ ปีกของเผ่าเทพต่างถูกเก็บลงไปใต้ผ้าคลุมเพื่อให้เกียรติเผ่ามนุษย์ที่มาร่วมงานจึงมีเพียงฉันเท่านั้นที่แสดงปีกออกมาในพิธีนี้

           พิธีวิวาห์ดำเนินไปโดยที่ฉันไม่ใส่ใจ ราชาไฟอาเฟสต์เป็นคนทำหน้าที่แทนบาทหลวงด้วยตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าฉันจะไม่หันหลังให้กับพิธีวิวาห์นี้ เขาไม่รู้อะไรเลย... ถึงฉันหันหลังไปก็ไม่เหลือที่ไหนให้ไปอีกแล้ว

          ฉันไม่เห็นเซเรียในพิธีทั้งที่เธอควรจะมายืนในฐานะเพื่อนเจ้าสาวตามพิธีวิวาห์แบบของมนุษย์ แต่เพราะฉันไม่เหลือเพื่อนที่ไหนแล้ว พื้นที่ตรงนี้จึงว่างเปล่า ช่างมันเถอะ... เดี๋ยวมันก็ผ่านไป มันเป็นเพียงอดีต...

          "หากมีผู้ใดต้องการคัดค้านการอภิเษกนี้ จงพูดขึ้นมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นจงเงียบไปตลอดกาล... " ราชาไฟอาเฟสต์ถามขึ้นตามบทในคัมภีร์ พวกเรารอ... ไม่มีเสียงใดเอ่ยค้านขึ้นมา

          นี่ฉันกำลังคาดหวังอะไรอยู่กันนะ...?

          "งั้นขอประกาศให้... "

          "ข้าคัดค้าน!!" ประตูโบสถ์ที่ต้องใช้กำลังทหารถึงสิบคนเพื่อเปิดมันออกกลับถูกกระแทกเปิดออกจนตีกลับและปะทะกับผนังโบสถ์จนร้าวเป็นรอยขึ้นไปด้วยกำลังของคนเพียงคนเดียว ที่หางตานั้นฉันเห็นราชาไฟอาเฟสต์อ้าปากค้างขณะที่แขกไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามา

          ผู้ปรากฏกายขึ้นนั้นปิดบังใบหน้าอยู่ภายใต้เงาผ้าคลุมสีเทาหม่นคล้ายขอทาน แต่เสียงนั้นฉันจำได้ดี ทำไมถึงโผล่มาเอาป่านนี้ล่ะ... เคล

          “นางเป็นของข้า! ชักดาบของเจ้าเสียเจ้าผู้กล้า! จงแสดงให้ข้าเห็นว่าเจ้าคู่ควร!!!” เคลร้อง ชักดาบของตัวเองขึ้นและชี้มาทางซีก้า ดวงตาสีแดงทอประกายใต้เงาผ้าคลุมนั้นจนเห็นได้แต่ไกล ขณะที่ผู้คนเริ่มแตกตื่นกับการปรากฏตัวนี้ ฉันรีบบินลงไปและเผชิญหน้ากับเธอ

          พอเถอะเคล... พวกเราสูญเสียกันมามากพอแล้ว

          “ ...ถอยออกไปนะจอมมาร!" ฉันร้องสั่ง พยายามจะใช้รูนไทวัศเพื่อหยุดเธอ ทว่ามันกลับไร้ผล เวทมนตร์พลันถูกดูดกลืนหายไปในพริบตาที่อักษรรูนบนหน้าผากของเคลเรืองแสง "ทำไม...?!"

          "อย่าพยายามเลยลีฟ" เคลว่า "เจ้าสู้ข้าไม่ได้... "

          พลังเวทมนตร์สีดำขยายออกจากแผ่นหลังของเคล มันกระจายออกและทำลายเสาโบสถ์จนสั่นคลอนและเริ่มทลายลง มันคือปีก... ไม่ใช่ปีกคู่ที่ฉันเป็นคนตัดออก ไม่ใช่ปีกที่จับต้องได้เป็นเนื้อหนัง หากแต่เป็นพลังเวทที่หลอมรวมกันเป็นรูปร่าง

          "จับนาง จับจอมมารมาให้ข้า!" ราชาไฟอาเฟสต์คำรามและซีก้าชักดาบกระโดดลงจากแท่นปะรำพิธี ทั้งทหารเผ่าเทพและมนุษย์เริ่มตั้งตัวได้และชักอาวุธของตนออกมาเผชิญหน้ากับเคลซึ่งบัดนี้... คือจอมมาร

          "มากับข้า" เคลพูดขึ้น เอื้อมมือมาคล้องเอวฉันไว้แล้วดึงเข้าไปหาเธอ

          เปรี๊ยะ... ครืนนน!!!!! เพดานโบสถ์และหอระฆังพังทลายลงมาด้วยกรงเล็บขนาดมหึมาของนกยักษ์สีน้ำตาล ชิ้นส่วนสิ่งก่อสร้างร่วงหล่นลงมาใส่ทุกคนภายในโบสถ์ แต่เคลดึงตัวฉันบินออกมาก่อนจะทันได้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนเหล่านั้น เสียงกรีดร้องและเสียงระฆังตกกระแทกพื้นดังก้องไปทั่วทั้งสรวงสวรรค์ แต่นั่นไม่น่าตกใจเท่ากับเสียงหัวเราะของคนข้างตัวฉัน

          เคลกำลังสนุกกับสิ่งที่เกิดขึ้น... ไม่ เธอไม่ใช่คนที่ฉันรู้จักอีกต่อไปแล้ว กลายเป็นจอมมารผู้สนุกสนานกับชีวิตที่ถูกเซ่นสังเวย

          ผืนดินบนแผ่นดินลอยฟ้าเริ่มร้าวจากแรงปะทะ โบสถ์สวรรค์ที่พังทลายลงมาทำให้สิ่งก่อสร้างรอบข้างถล่มตามไปด้วย แผ่นดินลอยฟ้ากว่าหนึ่งในห้าก็เริ่มแตกออกและตกลงสู่แผ่นดินเบื้องล่าง

          "ดันเคลไฮต์!!" เสียงร้องตะโกนของราชาไฟอาเฟสต์ดังออกมาจากแผ่นดินที่กำลังถล่ม เขาบินตามพวกเราขึ้นมาพร้อมกับอาวุธหอกคู่กาย ปีกสีขาวส่องสว่างด้วยแสงสีม่วงก่อนที่แสงนั้นจะพุ่งเข้ามาล้อมรอบตัวพวกเราไว้เหมือนเป็นกรงขังไม่ให้นกบินหนี

          ทว่าเมื่อเคลแตะแสงเวทมนตร์สีม่วงนั้น คนที่เป็นฝ่ายบาดเจ็บกลับเป็นราชาไฟอาเฟสต์และเวทมนตร์ของเขาก็สลายหายไป เคลฉีกยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของจอมเทพ ไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร ตอนนี้มันทำให้ราชาไฟอาเฟสต์กระอักเลือดออกมาและเกือบบินทรงตัวไว้ไม่อยู่

          เคลผิวปาก นกยักษ์สีน้ำตาลนั่นก็บินฝ่าซากปรักหักพังของแดนสวรรค์ขึ้นมา มันกางกรงเล็บและกักตัวฉันไว้ภายใน "รออยู่นี่นะ"

          "หยุดนะเคล! นี่มันไม่ใช่เธอเลย รู้สึกตัวหน่อยสิ!" ฉันร้อง

          "ผิดแล้วลีฟ นี่แหละข้า... ในเมื่อโลกใบนี้บีบพวกเราออกไปสู่เส้นทางที่บ้าคลั่ง" เคลตอบ ยิ้มแยกเขี้ยวด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย "ข้าก็จะเล่นเป็นจอมมารของจริงให้ดู ให้พวกมันรู้ว่ากำลังเล่นด้วยผิดคน"

          นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือยังไง?!

          "ดูแลแม่ดีๆนะแคพริคอร์น" คำพูดของเคลทำให้ฉันตกใจ แคพริคอร์น ลูกนกอ้วนกลมตัวนั้นน่ะเหรอจะกลายมาเป็นนกยักษ์ตัวนี้ภายในช่วงเวลาห้าเดือนที่ไม่ได้รับข่าวเกี่ยวกับมัน แต่เมื่อเคลหันหลังให้และกลับไปเผชิญหน้ากับราชาไฟอาเฟสต์ มันก็ทำให้นึกได้ว่ามีสิ่งที่น่ากังวลมากกว่า

          "เคล! กลับมานะ!" ฉันร้องเรียก แต่เธอไม่ได้ฟังหรืออาจจะฟังแต่ไม่สนใจ ในเมื่อเวลานี้ทั้งจอมเทพและจอมมารต่างอยู่เบื้องหน้ากันแล้ว

          "สภาพดูไม่ดีเลยนะจอมเทพ" เคลเอ่ยทัก

          "เจ้าจะปากมากได้อีกไม่นานนักหรอก!" จอมเทพคำราม เสียงนั้นดังกึกก้องไปทั่วผืนฟ้า ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มฟาดฟันกันด้วยเวทมนตร์

          ละอองน้ำก่อนตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งด้วยเวทมนตร์ของจอมเทพ ก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นนักรบยักษ์ที่เพียงแค่คว้าจับก็ตะครุบร่างของเคลมาไว้ในมือได้ง่ายๆ ทว่าก่อนที่เขาจะบดขยี้ร่างของเคล เธอก็ตวัดปีกที่กลายเป็นคมดาบสีดำเพื่อตัดมือน้ำแข็งข้างนั้น มันแตกละเอียดก่อนจะตกลงสู่แผ่นดินลอยฟ้า

          เสียงฟ้าคำรามบ่งบอกถึงการมาเยือนของกองทัพสวรรค์ เซเรียปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับกองทัพแดนเหนือของเธอ ราวกับรู้อยู่แต่แรกแล้วว่าเคลจะบุกมายังพิธีวิวาห์นี้ แต่เธอไม่ส่งใครเข้าไปช่วยราชาไฟอาเฟสต์ในการต่อสู้นี้ ยิ่งเมื่อการต่อสู้กันระหว่างจอมเทพและจอมมารขยายอาณาบริเวณออกไป แผ่นดินลอยฟ้ายิ่งพังทลายลงอย่างที่แม้จะใช้เครื่องยิงหินกว่าร้อยตัวก็สร้างความเสียหายไม่ได้ขนาดนี้ เซเรียพยายามบินเข้ามาช่วยฉันจากกรงเล็บของแคพริคอร์น แต่เมื่อเข้าใกล้ แคพริคอร์นก็ร้องขู่และทำท่าจะกินเซเรีย

          "ไม่! แคพริคอร์น เธอไม่ใช่อาหาร!" ฉันร้องบอก มันรีบหุบจงอยปากของมันลงก่อนจะเผลอกลืนเซเรียลงคอ

          "ลีฟ ไม่เป็นไรใช่ไหม?!" เซเรียร้องถาม แต่ยังไม่กล้าเข้าใกล้แคพริคอร์นในทีแรกเพราะเธอมีความทรงจำแย่ๆเกี่ยวกับเผ่านกยักษ์ เธอไม่ได้ใช้เวทฟ้าผ่าออกมา คงเพราะกลัวว่าฉันจะโดนลูกหลงไปด้วย

          "อย่าเข้ามา!" ฉันร้องเตือน งับ! แคพริคอร์นงับเกือบโดนปีกของเซเรีย แต่เธอบินหลบได้ทันและถอยห่างออกไป "แคพริคอร์น หยุดนะเจ้านกดื้อ!"

          "เซเรีย!" เป็นเสียงราชาไฟอาเฟสต์ที่ตะโกนเรียก "จับตัวจอมมารสิ!"

          "นี่ไม่ใช่สงครามของเรา!" เซเรียตอบ "ท่านสังเวยชีวิตเผ่าเทพไปมากพอแล้วกับความโลภในพลังอำนาจของท่านเอง!"

          "ข้าสั่ง! เจ้าจงทำ! ช่วยข้าเดี๋ยวนี้!" ราชาไฟอาเฟสต์สั่ง ทว่าไม่มีทัพสวรรค์คนใดลงไปช่วยเขาสู้แม้แต่คนเดียว

          "ครั้งหน้าท่านควรคิดให้ดีว่าใครกันที่มีอำนาจสั่งการกองทัพ" เซเรียบอก ส่งสัญญาณมือให้ทัพสวรรค์ถอยออกห่าง "ท่านไม่เคยออกรบร่วมกับพวกเขา ท่านไม่เคยเสี่ยงชีวิตนำทัพสู่สงคราม ท่านเป็นแค่ราชาที่นั่งอยู่แต่บนบัลลังก์ แล้วตอนนี้ การต่อสู้นี้! ท่านต้องจบมันด้วยตัวเอง"

          เขาคำราม แต่ไม่สามารถเปลี่ยนใจทหารได้ เขาต้องสู้ตามลำพัง

          เคลเริ่มเป็นฝ่ายไล่ต้อนราชาไฟอาเฟสต์ลงสู่พื้นสวรรค์ด้วยปีกและพละกำลัง ร่างของยักษ์น้ำแข็งแตกออกเป็นเสี่ยงๆจนกระทั่งเคลเข้าถึงตัวเขาได้ เธอเสกดาบเวทมนตร์ขึ้นเบื้องหน้ากว่าสิบเล่ม มันเป็นสีดำราวกับท้องฟ้ายามราตรี มันหันคมไปทางราชาไฟอาเฟสต์ก่อนจะพุ่งลงไป

          วินาทีหนึ่ง... ฉันคิดว่าเขากำลังยิ้ม

          ราชาไฟอาเฟสต์ปิดปีกของเขาเพื่อป้องกัน มันส่องแสงสีม่วงก่อนจะดูดกลืนดาบเวทพวกนั้นเข้าไปในปีก มันเปลี่ยนเป็นสีดำเหมือนดาบก่อนที่ดาบเวทสีดำนั้นจะพุ่งกลับไปหาเคล เธอพยายามควบคุมมัน แต่ดูเหมือนดาบเวทนั้นจะไม่ใช่พลังของเธออีกต่อไป คมดาบแทงทะลุลำตัวของเคล ก่อนที่เธอจะร่วงตกจากฟ้า ฉันรู้ตัวดีว่ากำลังกรีดร้อง พยายามสั่งให้แคพริคอร์นเข้าไปช่วย แม้รู้ทั้งรู้ว่าถ้าทำแบบนั้นเซเรียคงไม่ยอมแน่

          แคพริคอร์นไม่ยอมเข้าไปช่วยและไม่ยอมปล่อยฉัน

          เวทมนตร์สีม่วงของราชาไฟอาเฟสต์หุ้มร่างของเคลและตรึงเธอไว้บนอากาศ ตอนนี้ฉันนึกออกแล้วว่ามันคืออะไร เวทมนตร์ลับที่ตกทอดมาในเชื้อสายของจอมเทพ เวทมนตร์ที่ใช้ขโมยเวทมนตร์ของคนอื่น

          ดาบสีดำขนาดมหึมาถูกเสกขึ้นโดยจอมเทพ เขาผ่ามันลงบนดินแดนสวรรค์และทะลุลงไปถึงแผ่นดินเบื้องล่าง ท่ามกลางความตกตะลึง ทัพสวรรค์ถูกลูกหลงในการโจมตีไร้เหตุผลนั้นจนจัดกระบวนทัพไว้ไม่ได้

          "ท่านทำอะไรน่ะ?!" เซเรียร้องตกใจ เธอเกือบถูกฟันไปด้วยแล้วถ้าไม่บินหลบออกมา ดาบนั้นฟันแบบไร้เป้าหมาย ห่างจากปลายปีกของแคพริคอร์นไปไกลหลายร้อยเมตร

          "สุดยอดไปเลยว่าไหมล่ะ" เขาว่า "ข้ากลืนพลังของจอมมารได้เมื่อไหร่ล่ะก็... พวกเจ้าที่ขีดคำสั่งของข้าทุกคนจะเป็นรายต่อไป"

          "เขาบ้าไปแล้ว ผมหนีได้ไหมแม่จ๋า" แคพริคอร์นถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแตกตื่น ถ้าดาบเมื่อครู่เล็งมาที่เขาคงไม่พ้นปีกขาด

          "ไม่! แคพริคอร์น เคลอยู่ตรงนั้นนะ! ลงไปช่วยเธอก่อน!"

          "แต่พ่อสั่ง... "

          "ฉันสั่งให้ช่วยเธอ!" ในที่สุดแคพริคอร์นก็โฉบลงไป

          ฉันเห็นเคลพยายามดิ้นรน แต่ก็ไม่สามารถหนีออกมาจากกรงเวทนั้นได้ ขณะที่ราชาไฟอาเฟสต์กำลังทดลองพลังใหม่ด้วยความสนุกสนาน แคพริคอร์นไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้เลยโดยไม่ถูกลูกหลง เขาปล่อยฉันในที่สุดและถอยห่างออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย ฉันบินหลบพลังที่จอมเทพปล่อยออกมาทำลายดินแดนต่างๆนั้นจนกระทั่งเข้าไปใกล้ตัวเคลได้

          "ไม่!" เคลร้อง "อย่าเข้ามา!"

          "ฉันไม่ทิ้งเธอหรอกเคล!"

          "ฉันปลอดภัยดี" คำพูดของเคลทำให้ฉันแปลกใจ "ห่วงเขาเถอะ"

          ตอนนั้นเองที่ร่างกายของราชาไฟอาเฟสต์ฉีกออกคล้ายโดนตวัดฟันด้วยคมดาบ เขาทรุดลงกับพื้นและกระอักเลือด จ้องมองเคลสลับกับสภาพร่างกายของตัวเอง ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นพอๆกับฉัน

          "เจ้าทำอะไรกับข้า!" เขาร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว

          "เจ้าทำตัวเองต่างหาก" เคลตอบ ตอนนี้เวทมนตร์สีม่วงของจอมเทพสลายไปแล้วเพราะผู้ร่ายเวทบาดเจ็บเกินกว่าจะร่ายต่อ "ก็อย่างที่เซเรียว่านั่นแหละ เจ้าเอาแต่อยู่บนบัลลังก์ ไม่เคยรู้เลยว่าพลังของข้ากับเจ้าต่างกันขนาดไหน ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองอ่อนแอเกินกว่าจะรับพลังพวกนั้นไปไว้ในตัว"

          "ไม่!! ข้าคือจอมเทพ ข้าคือผู้ที่มีพลังมากที่สุดในเผ่าเทพ!"

          "แล้วเจ้าเคยใช้มันไหมล่ะ" เคลถาม "ให้สู้กับเซเรียยังยากกว่าเลย"

          ราชาไฟอาเฟสต์พยายามจะร่ายเวทใส่เคลด้วยความโมโห แต่พลังที่อยู่ภายในร่างกลับพยายามฉีกร่างของเขาแทน เคลเดิมเข้าไปหาอีกฝ่ายซึ่งต้องพยายามควบคุมไม่ให้พลังของจอมมารในร่างฆ่าเขาเสียเอง เธอแกว่งดาบในมือขวาและบีบคออีกฝ่ายในมือซ้าย

          "เคล" ฉันคว้าข้อมือเธอไว้ "โลกนี้อาจบีบบังคับให้พวกเราต้องบ้าคลั่ง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องไหลไปตามมัน"

          เคลสะบัดมือฉันออก

          "การต่อสู้ของพวกเราควรจบในวันนี้ จอมเทพ" เคลพูดขึ้น แต่แล้วกลับถอยออกมาจากตัวเขา "แต่เจ้าจะตายด้วยพลังในร่างตัวเอง"

          เธอจับมือฉัน ดวงตาของเธอกลับคืนเป็นสีฟ้าสว่างอีกครั้ง มันโดดเด่นสะดุดตาอย่างที่เคยและไม่น่ากลัวเหมือนดวงตาสีแดงคู่นั้น ทว่าก่อนที่พวกเราจะออกไปจากพื้นนั้น ราชาไฟอาเฟสต์คำราม

          เคลกอดตัวฉันไว้... แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป


          "ลีฟ... " เสียงเรียกปลุกฉันขึ้น เคลเป็นคนปลุกฉัน ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยแผลไหม้ขนาดใหญ่และปีกแห่งพลังของเธอถูกทำลายไปข้างหนึ่ง พวกเราอยู่บนหลังของแคพริคอร์น ทว่าเมื่อฉันมองไปด้านหลังเคล...

          สวรรค์พินาศถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

46 ความคิดเห็น