[End] Dunkelheit ดินแดนสีหม่น [Yuri]

ตอนที่ 21 : เกมล่าตัวตน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 298
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    27 มิ.ย. 58


บทที่ 21 เกมล่าตัวตน

ผู้บันทึก :  เคล ดาสซูโนพเฟอร์


          ฉันจ้องมองสวรรค์ที่ถูกทำลายผ่านความทรงจำของตัวเอง...

          ไม่ใช่เพียงสวรรค์เท่านั้นที่ถูกทำลาย แผ่นดินเบื้องล่างก็ถูกทำลายไม่ต่างกัน มันเต็มไปด้วยเหวลึกจากพลังของจอมมารที่จอมเทพกักเก็บไว้ไม่อยู่ ฉันไม่ได้เล่าให้ลีฟฟังว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เธอสลบไป เรื่องที่ราชาไฟอาเฟสต์ระเบิดพลังที่ดูดกลืนไปออกมา มันทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจุดประสงค์เพียงอย่างเดียว... อย่างเดียวเท่านั้น

          ...คือการทำลายล้างโลกเก่าและให้กำเนิดโลกใหม่ขึ้นมา...

          ฉันดูถูกพลังของบรรพชนเผ่ามารมากเกินไป ทั้งที่จอมมารชุทซ์ก็เตือนไว้แล้วเรื่องการเลือกเจตนาให้กับพลังนี้ ฉันไม่คิดว่ามันจะทรงอำนาจพอสำหรับความปรารถนาของฉัน ฉันคิดผิด... มันทรงพลังกว่านั้นมาก

          โลกทั้งใบถูกตัดออกเป็นชิ้น แตกกระจายและทับถมด้วยชีวิตมากมายหลายเผ่าพันธุ์ เผ่าเทพเป็นเผ่าที่ถูกผลกระทบหนักที่สุด ทัพสวรรค์แตกพ่ายและต่างหนีไปหลบซ่อนยังที่ปลอดภัย ไม่รู้ว่าเซเรียจะรอดจากการทำลายล้างนี้ไปได้หรือเปล่า ฉันตอบลีฟไปไม่ได้เมื่อเธอเอ่ยถาม

          พวกเราได้เห็นพลังตกค้างที่กระจัดกระจายอยู่บนผืนโลกเมื่อแคพริคอร์นบินผ่าน ไม่กล้าที่จะลงเหยียบพื้นในเวลานี้เพราะพลังตกค้างเหล่านั้นกำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ จากเนินกลายเป็นหุบเหว จากทะเลสาบกลายเป็นทะเลทราย จากพื้นที่ราบเรียบกลายเป็นเทือกเขาสูงตระหง่าน ชิ้นส่วนแผ่นดินกำลังถูกพลังตกค้างนั้นจัดเรียงขึ้นใหม่ให้ออกมาจนเป็นรูปเป็นร่าง เกิดเป็นแผ่นดินใหม่รูปห้าเหลี่ยมขึ้น แต่เมื่อมองไกลออกไปจากสุดขอบเขตแดนห้าเหลี่ยมนี้ มันไม่เหลืออะไรนอกจากเศษซากแผ่นดินที่ถูกทิ้งให้ล่องลอยออกไปในความมืดไร้พรมแดน

          คิดว่าคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว แต่มันก็มี เพราะลีฟดันคิดว่า... ทั้งหมดนี้คือฝีมือฉัน จ๊ะ! ฉันเป็นคนระเบิดโลกทั้งใบเพื่อที่ว่าตัวเองจะได้ไม่มีบ้านอยู่ อ้อใช่เลย! ฉันทำเอง... เธอเอาสมองส่วนไหนคิด?!

          แต่เหมือนว่ายิ่งพูดอธิบายยิ่งเหมือนการโกหกแก้ตัว ฉันเลย... ช่างหัวมัน! ทำไมเธอไม่รู้จักฟังบ้างนะ! ต้องใช้เวลาอีกขนาดไหนเธอถึงจะรู้ได้เสียทีว่าโลกไม่ได้เปลี่ยนตามที่เธอคิดว่าเป็นแบบนั้น เธออคติใส่ฉันเรียบร้อยแล้วและพยายามจะฆ่าฉันด้วย ให้ตายสิ! เกือบร่วงตกหลังแคพริคอร์นไปแล้วไหมล่ะ

          เอ้อ! แต่ลืมไป... ฉันบินได้แล้วนี่นา กลัวตกทำไมเนี่ย

          "หยุดเสียทีเถอะ!" ฉันร้องสั่ง พยายามจับตัวลีฟให้อยู่นิ่งๆและนั่งบนหัวแคพริคอร์นไปดีๆ แต่เธอเคยจะฟังที่ฉันสั่งเสียที่ไหน... และเธอกัดฉัน "อ๊ากก ยัยเขี้ยวหมาเอ้ย!"

          "เธอต้องหยุดเวทมนตร์ของเธอไว้เดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันไม่หยุด!" เธอตอบ ก่อนจะกัดฉันอีกรอบ ครั้งนี้กัดจมเขี้ยวเลย โอ๊ย!! ถ้าฉันไม่รู้จักเธอมาก่อนฉันคงคิดว่าเธอเป็นเผ่ามนุษย์หมาป่าจริงๆนะเนี่ย

          คราวนี้ฉันมัดเธอเอาไว้ด้วยเวทมนตร์พันธนาการ... จะได้อยู่นิ่งบ้าง

          "ฉันบอกไปตั้งกี่รอบแล้วว่าฉันควบคุมมันไม่ได้ มันเป็นพลังของพ่อเธอไปแล้ว" ฉันตอบ

          "ทำลายทุกอย่างแล้วสร้างใหม่น่ะเหรอ" ลีฟมองดูท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่เมฆดำทมึฬอย่างที่ฉันเห็นในวันแรกที่ตื่นขึ้นมาในโลกดันเคลไฮต์ มันกำลังเริ่มขึ้น โลกเก่าได้ถูกทำลายไปแล้วและโลกใหม่ที่แสงตะวันจะไม่มีวันได้แตะต้องพื้นโลกก็ถูกสร้างขึ้นใหม่มาแทนที่ "มีแต่พวกมารเท่านั้นแหละที่ชอบโลกที่ไร้แสงสว่าง"

          "อยู่มืดๆแล้วให้เจอพวกก็อบลินบุกบ้านเช้ากลางวันเย็นนี่ก็ไม่อยากได้หรอกนะ" ฉันตอบ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมโลกที่พลังตกค้างพวกนี้กำลังสร้างขึ้นใหม่ต้องเป็นโลกที่มืดสลัวอยู่ตลอดเวลาด้วย แต่ก่อนที่พวกเราจะนั่งเถียงกันต่อ อะไรบางอย่างก็ปรากฏขึ้นที่เส้นขอบท้องฟ้า กองทัพสวรรค์จัดกระบวนทัพใหม่แล้วแม้จะเหลือจำนวนทหารไม่ถึงครึ่งของแต่เดิม เซเรียบินนำหน้ามาก่อนใครเพื่อนตรงมาทางนี้ โดยมีเป้าหมายคือ... ฉัน

          ชิบหายแล้วไง!

          "ดันเคลไฮต์!!!" เซเรียพุ่งเข้ามาโดยไม่มีเตือนกันล่วงหน้า เธอเงื้อดาบฟันแขนที่ฉันยกขึ้นกันเพราะไม่ทันได้ตั้งตัว ฉันไม่ได้รู้สึกเจ็บเพราะมันเป็นเพียงความฝัน แต่ความทรงจำที่ปรากฏขึ้นทีละส่วนเตือนให้ฉันนึกออกได้ว่ามันทรมานขนาดไหน แขนข้างนั้นเกือบขาดเพราะการฟันครั้งนั้น แต่เพราะเซเรียรีบร้อนที่จะโจมตีเกินไปทำให้มันชะงักเมื่อดาบผ่าเข้าไปถึงกระดูก เวทมนตร์ที่มากล้นรักษาแผลนั้นในทันที แต่ว่าความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามาในวินาทีนั้นมันฝังใจจนลืมไม่ลง "ข้าไม่น่าหลงไว้ใจเจ้าเลย! ทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้!"

          "อีกคนแล้วเรอะ!!" ฉันร้อง ชักดาบขึ้นมาป้องกันตัว

          คือ... ตระกูลนี้เขาจะไม่ฟังใครเลยใช่มะ?

          "เซเรีย!" ลีฟร้องเรียก ดิ้นไปมาเพราะโดนเชือกเวทรัดไว้ "ช่วยหน่อย"

          "อยู่ไปนิ่งๆนั่นแหละ" ฉันบอก ปัดดาบของเซเรียออก ฝีมือดาบของอีกฝ่ายยังคงอันตรายไม่เปลี่ยนแปลง ฉันโดนฟันเป็นว่าเล่น แต่ต้องขอบคุณพลังเวทที่มีติดตัวแบบใช้สิ้นเปลืองก็ไม่หมด แผลพวกนั้นรักษาตัวเองได้ทันทีที่ถูกฟัน แต่ถึงอย่างนั้น... ก็โดนฟันใหม่อีกอยู่ดี

          รักษาหายทันทีมันไม่ได้แปลว่าไม่รู้สึกเจ็บนะเฮ้ย

          "ฉันน่าจะฆ่าเธอทิ้งตั้งแต่เห็นเธอมาบุกพิธีวิวาห์!" เซเรียร้องด้วยความโมโห ฟันออกมาแบบไม่มียั้งจนเกือบปาดคอฉันได้ นี่ถ้าโดนนี่คงไม่ใช่แค่รู้สึกเจ็บแหงๆ

          "เดี๋ยว อะไรนะ นี่เจอกันก่อนหน้านั้นอีกเหรอ" ลีฟถามขึ้น "พี่เป็นคนปล่อยเคลเข้ามาในงาน?!"

          แน่นอนว่าฉันไม่มีทางเข้าถึงพิธีวิวาห์ได้โดยไม่ผ่านทัพสวรรค์เสียก่อน แต่ไม่รู้เซเรียนึกเพี้ยนอะไรขึ้นมาถึงได้ยอมปล่อยให้ฉันเข้าไปถึงโบสถ์สวรรค์โดยสั่งห้ามทหารทำการต่อสู้ ทั้งที่นึกว่าจะต้องเจอนัดล้างตากันแล้วเสียอีก

          "กี๊ดดด!!!" อยู่ๆแคพริคอร์นก็ร้องตกใจขึ้นมาและสะบัดเหวี่ยงพวกเราทั้งหมดจนเกือบตกลงไป ฉันรีบกระโจนคว้าตัวลีฟไว้เพราะเธอถูกมัดปีกเอาไว้ไม่ให้บินหนีด้วย ปีกของแคพริคอร์นฟาดเซเรียแทบกระเด็นในขณะที่พยายามใช้กรงเล็บยักษ์นั่นจับตัวทหารทัพสวรรค์ที่เริ่มโจมตีใส่เขา

          แต่แล้วอยู่ๆฉันก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ในเมื่อเผ่าเทพและเผ่ามารเคยเป็นเผ่าเดียวกันมาก่อน ถ้าลีฟเรียนรู้และใช้เวทมนตร์รักษาของเผ่ามารได้ แล้วทำไม... ฉันจะใช้เวทมนตร์ขโมยพลังของเผ่าเทพไม่ได้ วิชาป็นสิ่งที่ฉันถนัดอยู่แล้ว แค่เห็นราชาไฟอาเฟสต์ใช้ออกมา มันก็ไม่ยากที่จะลองเลียนแบบ

          พลังเวทบนปีกสีดำแปรเปลี่ยนไปเป็นแสงสีม่วง ฉันบินเข้าหาเซเรียทันทีที่จัดลีฟให้นั่งอยู่ในที่ปลอดภัยได้ เซเรียแทงดาบใส่ฉันเข้ามิดด้ามจนเหมือนเรี่ยวแรงจะถูกความเจ็บปวดชิงเอาไป แต่พลังเวทสีม่วงก็ห่อหุ้มตัวเซเรียไว้และปีกของเธอก็ถูกเวทมนตร์นี้กลืนกิน เธอร้องตกใจและเมื่อดาบของเธอถูกฉันดึงออกจากตัว เธอก็ร่วงหล่นจากฟากฟ้า ฉันได้ยินเสียงลีฟร้องตกใจมาจากด้านบน ไม่แน่ใจว่าควรต้องไปช่วยก่อนเซเรียตกถึงพื้นรึเปล่า เพราะถึงแม้พวกเราจะเกลียดกันเข้าไส้ แต่ในพิธีวิวาห์เธอก็ทำตัวเป็นมิตรอย่างที่ไม่เคยเจอ

          แต่เมื่อเห็นไตตันซึ่งเป็นหนึ่งในทัพสวรรค์บินโฉบลงไปรับตัวเซเรียไว้ ฉันก็เลิกคิดเรื่องนั้น ทัพสวรรค์พยายามจะโค่นแคพริคอร์นลงและชิงตัวลีฟออกมา แต่แคพริคอร์นไม่ยอมให้ใครได้เข้าใกล้ลีฟ พวกเขาจึงไม่สามารถใช้เวทมนตร์บทใหญ่ๆได้เพราะกลัวว่าเธอจะโดนลูกหลง

          จะว่าไปแล้ว มีเป้ามาให้ทดลองพลังเวทบทใหม่นี่ก็ดีเหมือนกัน

          ทัพสวรรค์กลายเป็นของเล่นสำหรับฉันไป ด้วยเวทมนตร์ที่ยิ่งใช้ยิ่งได้พลังมา เหมือนว่ากองทัพจ้าวสงครามจะเจอปัญหาใหญ่... แต่จะสนทำไม? ไม่ใช่ฉันที่มีปัญหาเสียหน่อยนี่นะ!

          ฉันสอยพวกทหารที่เข้าใกล้แคพริคอร์นไปหนึ่งในสาม ส่วนที่เหลือต้องช่วยกันตามเก็บเพื่อนกันอย่างหรรษา แต่ก่อนที่พวกนั้นจะถอยทัพกันอย่างไม่เป็นรูปขบวน ฉันก็ตามติดทหารร่างยักษ์คนหนึ่งที่หลุดออกมาจากแถว ใช้เวทบทใหม่แกะกล่องนี้กับเขา แต่ปีกของเขากลับไม่หายไปเหมือนอย่างคนอื่นๆ เขายิ้มดีใจที่ตัวเองรอดและขณะที่ฉันยังงงๆกับวิธีใช้พลัง เขาก็ชักดาบฟันมาที่ฉัน...

          หมับ... เขาฟันเบาอย่างกับเด็กอมมือ ฉันแค่ใช้มือเปล่าๆก็จับดาบเล่มนั้นไว้ได้แล้ว

          "เกิดอะไรขึ้นกับข้า!!" เขาร้อง ฉันไม่ได้สนใจ ใช่เวทขโมยพลังของเขามาแล้วมองหาเป้าหมายอื่นต่อ

          ฉันพุ่งเข้าไปหาทหารคนหนึ่งที่กำลังร่ายเวทเพื่อโจมตีฉัน ใช้เวทขโมยพลังกับเขา แต่เหมือนฉันจะใช้มันผิดวิธีอีกแล้ว ครั้งนี้ปีกของเขาก็ไม่หายไปอีก แต่พลังที่เขากำลังร่ายนั้นหายไป ก่อนที่เขาจะมองหน้าฉันงงๆ

          "เธอเป็นใคร" เขาถามแบบนั้น เอ่อ... ฉันเลยเขกหัวเขาด้วยด้ามดาบ ทำไมการจะใช้เวทมนตร์ให้เหมือนกับที่ราชาไฟอาเฟสต์ทำมันถึงได้ยากนักนะ แต่ว่าช่างมันเถอะ ได้แค่ไหนก็แค่นั้น...

          นั่นคือความคิดก่อนที่เวทมนตร์ขโมยพลังจะทำทหารอีกคนตาบอด...

          ฉันว่าเวทมนตร์นี้ไม่ได้มีไว้ใช้แค่ขโมยพลังอย่างเดียวแล้วล่ะ มันขโมยได้ทุกอย่างตั้งแต่เวทมนตร์ พละกำลัง ความรู้ ความทรงจำและประสาทสัมผัส แต่ผลของมันก็เหมือนเดิม นั่นคือทัพสวรรค์ต่างแตกหนีกระจัดกระจายด้วยความแตกตื่น ขณะที่ฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเลย กลับรู้สึกดีกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

          "เธอทำร้ายพวกเขา" ลีฟพูดขึ้นเมื่อฉันร่อนลงเหยียบลงบนตัวของแคพริคอร์น

          "พวกเขาปลอดภัยดี" ฉันตอบ "ส่วนมากน่ะนะ"

          " .......... " ลีฟไม่ตอบอะไร เธอยังโกรธอยู่รึเปล่า...? ฉันไม่รู้ ฉันอ่านใจเธอไม่ได้นะที่จะให้รู้ไปซะหมดว่าเธอกำลังคิดอะไรน่ะยัยเพี้ยน

          ความฝันถูกเปลี่ยนและวันเวลาเคลื่อนผ่านไป โลกใบใหม่ถูกประกอบขึ้นจนสมบูรณ์ แล้วพลังตกค้างพวกนั้นก็หายไป เผ่าต่างๆเริ่มยึดครองพื้นที่ใหม่และเกิดการปะทะกันเองระหว่างเผ่าต่างๆ แคพริคอร์นพาพวกเราลงมายังแนวสันเขาแห่งหนึ่งซึ่งมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ภายใน มันจะเป็นสถานที่หลบซ่อนที่ปลอดภัยในระหว่างนี้ แต่ทันทีที่ฉันปล่อยลีฟ เธอก็กระโจนใส่ฉันและชักดาบของฉันขึ้นมาฟัน ฉันเลยต้องจับเธอล่ามเอาไว้กับพื้นถ้ำด้วยโซ่เวทมนตร์ หลอมจากโลหะและพลัง เธอจะหลุดออกไปไม่ได้ถ้าฉันไม่ได้เป็นคนปล่อย แต่พอพลังเวทของเธอฟื้นตัว เธอก็หาวิธีใหม่ในการจัดการฉัน ครั้งต่อมาฉันเลยต้องเอาตะเกียงของฉันมาใช้กับเธอ

          "กินหน่อยเถอะลีฟ" ฉันบอก ยื่นผลไม้ที่ไปหามาจากโลกข้างนอกนั่นให้เธอ เธอไม่กินอะไรมาสักพักแล้ว เหมือนพยายามประชดที่ฉันล่ามเธอเอาไว้

          " .......... " ลีฟไม่กิน

          ตอนนี้ข้างนอกเริ่มหาอาหารได้ยาก พื้นที่บริเวณนี้เต็มไปด้วยเผ่าหมาป่าเขาแพะ พวกมันต่อสู้กับเผ่ามนุษย์ที่พยายามยึกครองดินแดนบนเทือกเขาและเกิดการล่าหมาป่าเขาแพะของเผ่ามนุษย์ขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากเผ่าเทพที่แตกจากทัพสวรรค์ พวกเขาเข้ายึดครองเซนเซเดียและซ่อมแซมขึ้นใหม่ให้เป็นปราการป้องกันเผ่าอื่นๆ

          "ทำยังไงเธอถึงจะเลิกโกรธฉันเสียที ฉันก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ!"

          "งั้นเธอก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะล่ามฉันไว้ที่นี่ด้วยใช่ไหมล่ะ" ลีฟถาม

          "ข้างนอกยังไม่ปลอดภัย อย่างน้อยก็ในช่วงสองสามเดือนมานี้" ฉันตอบ

          "แล้วนั่นใช่เหตุผลที่เธอมาขังฉันไว้ที่นี่เหรอ" ลีฟถาม "เธอเห็นฉันเป็นอะไรสำหรับเธอกันแน่น่ะเคล สัตว์เลี้ยงเหรอ? นักโทษที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ได้มีอิสระไปตลอดกาล? ฉันเป็นแค่นั้นใช่ไหม"

          "กรรร...!!" ฉันคำราม นั่นสินะ การกระทำของฉันมันตรงกันข้าม ทั้งๆที่ปากบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้โลกกลายเป็นสถานที่โหดร้ายแบบนี้ แค่อยากให้พวกเราได้อยู่ด้วยกัน

          ฉันกำลังต้องการอะไรกันแน่...?

          "แคพริคอร์น ดูแลลีฟดีๆนะ" ฉันสั่ง เขาก็กกตัวปกป้องปากถ้ำนั้นไว้ ก่อนที่ฉันจะบินออกมา

          สถานที่ภายในโลกแห่งใหม่นั้นปะปนกันจนมั่วไปหมด จากสถานที่ซึ่งเคยอยู่ใกล้ก็อาจกลายเป็นห่างไกล จากที่อยู่ห่างกันไกลแสนไกลก็ห่างกันเพียงคืบ แต่อย่างน้อยฉันก็เจอสถานที่หนึ่งที่คุ้นเคยหลังจากการออกสำรวจพื้นที่ในทวีป บ้านไม้ซุงที่ฉันกับฮาร์ลช่วยกันสร้างยังไม่พังลง มันถูกรักษาไว้ในช่องแคบหุบเขาที่ไร้ซึ่งผู้คนหรือสิ่งมีชีวิตใดๆ เช่นเดียวกับหลุมศพของฮาร์ล สถานที่เดียวที่ยังช่วยให้ฉันสงบลงได้

          "นายน่าจะอยู่กับพวกเรา" ฉันพูด แม้รู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยิน

          ฉันไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหน ฉันหลับไปหน้าหลุมศพนั้น ทว่าเมื่อลืมตาตื่น เขาก็อยู่ตรงนั้น เงาเลือนรางของดวงวิญญาณมีปีกสีดำ ฮาร์ลจ้องมองมาและลูบหัวฉัน

          "พวกเราไม่ได้เป็นอมตะ บางทีอาจถึงเวลาที่เธอต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง" ฮาร์ลบอก "พลังอำนาจไม่ได้ให้เธอได้ทุกอย่าง เธอขังลีฟไว้ก็ไม่ได้แปลว่าลีฟจะอยากอยู่กับเธอ"

          "ฉันแค่ไม่อยากอยู่คนเดียว" ฉันตอบ

          "ปล่อยลีฟไปเถอะ" ฮาร์ลบอก "การพันธการไว้... นั่นไม่ใช่ความรัก"

          " .......... "


          แคพริคอร์นหลับไปแล้วเมื่อฉันกลับมา เฮ้อ... เจ้านกขี้เกียจเอ้ย น่าจับอดอาหารซักวันสองวันจริงๆ แต่มันก็ดึกแล้วฉันเลยไม่ปลุกมัน ตอนนี้สิ่งที่ส่องแสงสว่างภายในถ้ำนี้มีเพียงตะเกียงที่เก็บปีกของลีฟเอาไว้ ฉันส่องแสงสีฟ้าปัดเป่าความมืดออกจากถ้ำแห่งนี้เมื่อฉันบินลงมา อีกของฉันมันไม่ส่องแสงเหมือนอย่างเมื่อก่อนเพราะตั้งแต่แรกเริ่มแล้วมันก็ไม่ใช่พลังของฉัน ไม่มีแสงสีแดงที่คุ้นเคย มีเพียงปีกสีดำดั่งฟ้ายามราตรี

          "ลีฟ... " ฉันเรียก

          ทว่าไม่มีคำตอบ เธออาจจะหลับไปแล้ว ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆและดึงตัวเธอซึ่งนอนไม่เป็นที่เป็นทางอยู่บนพื้นถ้ำขึ้นมา ทว่ามีบางสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกหายใจไม่ออก... เลือด

          "แคพริคอร์น!!" ฉันร้องปลุก มันสะดุ้งตื่นและร้องแกว๊ก! "เกิดอะไรขึ้นกับลีฟ! ทำไมนายไม่ดูแลเธอ!"

          "แต่พ่อจ๋า ไม่มีใครเข้ามาในถ้ำเลยนะ" แคพริคอร์นพยายามมองเข้ามา แต่หัวมันก็ติดปากถ้ำทำให้โผล่เข้ามาได้แค่จงอยปาก "ผมเพิ่งจะหลับไปเมื่อกี้นี้เอง ไม่มีใครเข้ามาจริงๆนะ!"

          "แล้วเธอจะเลือดออกได้ยังไ... " ฉันชะงักเมื่อเห็นอะไรบางอย่าง ในมือของลีฟมีเศษหินคมที่ถูกลับไว้นานแล้ว มันอาบไปด้วยเลือดเช่นเดียวกับข้อมือของเธอที่ถูกข่วนจนเป็นแผลเหวอะ "เธอ... ฆ่าตัวตาย"

          ฉันรีบอุ้มตัวลีฟขึ้นมาและพยายามรักษาแผลนั้น แต่ลีฟปล่อยให้เลือดไหลออกมานานแล้ว เธอหลับสนิทโดยไม่มีท่าทีว่าจะฟื้นแม้ฉันจะเขย่าปลุกนานแค่ไหน เธอแทบไม่หายใจ

          "ลีฟ!" ฉันร้องเรียก "ลีฟตื่นสิ!"

          ตอนนี้ฉันจำได้ทุกอย่าง... ไม่ต้องรอดูมันผ่านความทรงจำของฉันก็ได้ ฉันนึกออกหมดแล้ว ฉันร้องไห้ แต่นั่นไม่ได้ช่วยให้เธอฟื้น เวทมนตร์รักษาไม่ใช่สิ่งที่จะคืนชีพใครได้ เธอตาย... จากไปอย่างสงบ

          แต่ฉันไม่ยอมรับมัน

          เวทมนตร์โบราณของจอมมารบรรดาลได้ทุกปรารถนา ไม่ใช่เพียงการทำลายล้างที่มันทำได้ หากแต่ชุบชีวิตคนก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่มันไม่เหมือนกับเวทมนตร์อื่นๆ ไม่ใช่เวทมนตร์ที่ทุกคนจะใช้มันได้เพราะมันกินพลังเวทอย่างมหาศาล และหากมีพลังไม่พอที่จะร่ายแล้วล่ะก็... มันจะแลกชีวิตที่ฟื้นกับชีวิตของผู้ร่ายเอง

          ฉันไม่สนใจและเริ่มจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย เธอจะฟื้นขึ้นมาและโลกนี้จะเป็นสถานที่ที่ดีกว่าสำหรับเธอ เป็นโลกที่สนุกสนาน โลกที่เต็มไปด้วยการผจญภัยอย่างที่เธออยากได้ ฉันเรียกเผ่าต่างๆมารวมตัวกัน หมาป่าเขาแพะ นกฮูกขาว แคพริคอร์น อสูรภูเขาและฮาร์ล พวกเขาจะเป็นผู้ปกป้องพลังที่ถูกริบเอามาจากเผ่ามนุษย์และเผ่าเทพ ฉันขโมยพลัง ความทรงจำ ทุกสิ่งทุกอย่าง... เกมล่าตัวตนเริ่มขึ้นนานหลายเดือนก่อนฉันจะพร้อมที่จะคืนชีพลีฟด้วยซ้ำ เวทมนตร์ของเผ่าเทพถูกขโมยเอามาทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่ามันเพียงพอที่จะใช้สำหรับการร่ายเวทคืนชีพ พลังที่เหลืออยู่แคพริคอร์นจะเป็นคนเก็บมันไว้ เขาจะเป็นผู้พิสูจน์จินตนาการและมอบเวทมนตร์คืนให้กับผู้ที่ผ่านการทดสอบ

          "แต่ผมอยากอยู่กับพ่อจ๋า" แคพริคอร์นไม่ยอม เจ้านกดื้อเอ้ย

          "ข้าทำเอง" ปิ๊กมี่ กริฟฟินลมเหนือของฮาร์ลอาสา

          "งั้นนายต้องเล่นตามกติกานะแคพริคอร์น" ฉันบอก และเสกแคพริคอร์นให้กลายเป็นมนุษย์ "ไปหาหมู่บ้านที่ปลอดภัยอยู่ซะ ก่อนที่ทุกอย่างจะเริ่ม... ดูแลตัวเองดีๆล่ะ อย่าลืมตามหาฉันให้เจอ"

          ฉันแขวนร่างไร้วิญญาณของลีฟขึ้นไปบนผนังถ้ำ สร้างวงเวทขึ้นบนพื้นและแสงสีขาวก็สว่างขึ้นเมื่อฉันเริ่มมัน ไม่มีอะไรรับประกันทั้งนั้นว่ามันจะสำเร็จ ไม่มีจอมมารคนใดเคยใช้พลังนี้อีกเลยนับตั้งแต่จอมมารคนแรกสุด ทุกอย่างได้จบลงโดยไม่มีวี่แววว่าลีฟจะฟื้นขึ้นมา ปีกสีดำอันเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังของจอมมารได้สลายไปแล้ว ฉันใช้พลังที่เหลืออยู่ไปจนหมด ขอร้องเถอะลีฟ ลืมตาขึ้นมาได้ไหม

          "ลีฟ... " ฉันเอื้อมมือขึ้นไปแตะแก้มอีกฝ่าย มันอุ่น... "ขอโอกาสอีกสักครั้งเถอะ อีกแค่ครั้งเดียวก็เกินพอ โลกนี้จะเป็นโลกที่เธอชอบ มีเกมสนุกๆรอเธออยู่ ฉันเล่นบทตัวร้ายให้ก็ได้ถ้าเธออยากให้ฉันเป็น"

          ลีฟลืมตา มองฉันด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน

          "งั้นจงสาบานว่าจะไม่ทำลายโลกนี้หรือเผ่าไหน จอมมาร... " ลีฟบอก ถ้าฮาร์ลตายแล้วยังกลายเป็นผีแล้วยืนอยู่ข้างหลังฉันได้ เธอก็ต้องได้เห็นสิ่งที่ฉันทำลงไปในช่วงที่เธอกลายเป็นดวงวิญญาณ

          "ข้าสาบาน"

          "งั้นฉันจะเล่นเกมของเธอ"

          "ข้าคือดันเคลไฮต์ นามแห่งปีศาจร้าย" เอาก็เอา... ฉันเล่นเป็นตัวร้ายให้ก็ได้ "เจ้าก็คือตัวเบี้ยในเกมล่าตัวตน ดังนั้น... จงฟังกติกาของข้า"

          ฉันอธิบายกติกาให้เธอฟัง มนุษย์หรือเทพที่อยู่ในเกมจะต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตนทั้งห้าเพื่อจะได้รับทุกสิ่งทุกอย่างคืนไป แต่ฉันจะเล่นเป็นฝ่ายร้ายและต้องผ่านการพิสูจน์หกอย่าง สิ่งที่ต่างออกมาคือการพิสูจน์ความรักและลีฟคือผู้ทำการทดสอบ ฉันไม่ได้หวังว่าจะชนะ แค่อยากให้เธอได้รู้สึกสนุกอีกครั้ง

          เกมจะจบลงและเทพกับมนุษย์เป็นฝ่ายชนะเมื่อจอมมารถูกสังหารโดยผู้ผ่านการทดสอบทั้งห้าแล้ว พวกผู้พิสูจน์ตัวตนจะคืนสิ่งที่ริบเอาไปทั้งหมดให้ แต่ถ้าจอมมารถูกสังหารโดยคนที่ทำเงื่อนไขตามเกมไม่ครบ เกมจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีวันจบลง โดยที่การจบเกมของฝ่ายจอมมารนั้น... ไม่มี ฉันไม่ได้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเกมหากฉันเป็นฝ่ายชนะ การจะผ่านบททดสอบของลีฟได้นั่นแปลว่าเธอต้องให้อภัยฉัน ให้อภัยได้โดยไม่ลืมไปว่าฉันเคยเป็นใคร ทำเรื่องอะไรลงไปและอาจทำอะไรหลังจากนี้ การให้อภัยไม่ควรมีเงื่อนไข

          "งั้นก็ปล่อยฉันไปเสียสิ" ลีฟบอก

          "ฉันจะปล่อยเธอ... แต่หลังจากเริ่มเกมแล้ว" ฉันตอบ พยักหน้าส่งสัญญาณให้กับเหล่าผู้พิสูจน์ตัวตน ฉันได้สอนเวทมนตร์ขโมยพลังต่างๆรวมไปถึงความทรงจำให้พวกเขาไปแล้วคนละหนึ่งอย่าง "พวกเจ้าห้ามทำผิดกติกา ห้ามส่งสัญญาณ บอกใบ้หรือให้ความช่วยเหลือ ห้ามเล่นโกง ทีนี้... เริ่มได้"

          เหล่าผู้พิสูจน์ตัวตนใช้เวทมนตร์กับฉัน... และโลกทั้งใบก็ดับวูบ

          ...

          "เธอได้ยินฉันไหม?" เสียงของยัยเขี้ยวหมาดังขึ้น "เคล"


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #22 หน้ากากตาเดียว (@monopre) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 07:48
    มันเป็นอย่างงี้นี่เองงง มาอัพต่อด้วยน้า กำลังมันส์
    #22
    0
  2. #21 Frozen fan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 03:40
    กำลังสนุกเลยยยย อ่านเพลินๆเงยหน้าดูนาฬิกาอีกทีตีสามแล้ว!!! ตามอ่านมาตั้งแต่วินเทอร์ วอร์. มาเรื่องนี้ก็เขียนได้สนุกตามเคยนะครัชไรท์เตอร์ แอบคิดไว้แล้วเชียวตั้งแต่ตอนแรกๆว่า เคลนี่แหละ มันต้องเป็นจอมมารซะเองแน่ๆ ฮ่ะ!!เดาถูกด้วย(ตบเข่าตัวเองดังป้าบ) เนื้อเรื่องมีพลอตที่น่าสนใจดี ดำเนินเรื่องสนุกไม่น่าเบื่อ ควรค่าแก่การติดตามจ้า อยากรู้เนื้อเรื่องต่อไปแล้ว มาต่อไวๆนะหุๆ (แต่ไม่ต้องบอกก็ขยันอัพเรื่องนี้อยู่แล้วนี่เนอะ555 ช่วงนี้ถี่ได้อีก)
    #21
    3
    • #21-2 Dark Yuri (@darkyuri) (จากตอนที่ 21)
      28 มิถุนายน 2558 / 08:46
      ไอเดียนี้ได้มาจากหนังสือแปลของRick Riordanคนเขียนเพอร์ซี่อ่า แต่เป็นอีกเรื่อง Kane Chronicles ที่เป็นอียิปต์อ่ะ
      #21-2
    • #21-3 Dark Yuri (@darkyuri) (จากตอนที่ 21)
      28 มิถุนายน 2558 / 20:14
      ปล.555 มีคนเดาว่าเคลเป็นจอมมารอยู่เหมือนกัน สมใจเลยไหมล่ะ
      #21-3
  3. #20 Zeferus (@noeiwarn9731) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 22:49
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ค้างค่ะ ค้าง ค้างงงงงงงงงงง ต่อด่วนเลยค่ะ 
    #20
    0