[End] Dunkelheit ดินแดนสีหม่น [Yuri]

ตอนที่ 24 : ซีก้า ผู้กล้าหัวใจสลาย [แก้ไข-1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    29 มิ.ย. 58


บทที่ 24 ซีก้า ผู้กล้าหัวใจสลาย

ผู้บันทึก : ดันเคลไฮต์ นามข้าคือปีศาจร้าย


          กองทัพขนาดย่อมของเมืองทราเนียมตีฝ่าวงล้อมของกองทัพเซนเซเดียออกไปด้วยการนำทัพของซีก้า ด้วยเวทมนตร์ ปัญญา ฝีมือดาบ ประสบการณ์และพละกำลังที่ได้รับคืนไป มันกลายเป็นเรื่องง่ายที่จะถล่มกองทัพที่ไร้เวทมนตร์และประสาทสัมผัสบอดไปคนละอย่าง แม้ว่าทัพหน้าของเซนเซเดียจะเป็นพวกทนทายาทแบบที่แคพริคอร์นเป็น แต่พวกเขาก็ต้องถอยร่นไปเมื่อเจอเข้ากับกำลังหนุนของพวกเฮกซาไรที่เต็มไปด้วยจอมเวทเก่งๆ

          ฉันรู้ดีว่าซีก้าไม่ได้ยอมเสี่ยงเพื่ออำนาจ ไม่ใช่เพื่อการได้เป็นผู้นำในสงครามครั้งนี้หรือหลังจากสงครามสิ้นสุดลง เดิมทีแล้วเขาเคยเป็นคนขี้ขลาด เหมือนอย่างที่เห็นได้จากในตอนที่เขายังไม่ได้รับความทรงจำคืนมา ความทะเยอทะยานนั้นไม่ต้องพูดถึง เขาไม่เคยมีมัน แต่มีบางสิ่งที่เปลี่ยนคนขี้ขลาดอย่างเขาขึ้นมาเป็นจอมทัพ

          ความสูญเสียของคนที่เขารัก... ด้วยมือของฉันเอง

          "สงครามไม่เคยส่งผลดี ว่าไหม?" ฉันถาม

          "อืม... " ยัยเขี้ยวหมาตอบ ฉันชะเง้อมองอีกฝ่ายที่นั่งห้อยขาออกไปนอกขอบเกาะเพิร์ล ราวกับว่าสงครามที่ปะทุอยู่เบื้องล่างตัวพวกเราเป็นเพียงการเล่นละครที่พวกเราไม่จำเป็นต้องไปกังวลกับมัน

          "ไม่ฆ่าฉันเหรอ?" ฉันถามบ้าอะไรไปเนี่ย! ถ้ายัยเขี้ยวหมาเกิดอยากฆ่าฉันขึ้นมาจริงๆก็งานเข้าสิ

          "ตอนนี้ในพระราชวังคงถูกฝ่ายเซนเซเดียยึดไปแล้ว ฉันเป็นแม่ทัพที่ไม่ได้เรื่องเลยเนอะ?" อยู่ๆยัยเขี้ยวหมาก็เปลี่ยนเรื่องเสียอย่างนั้น "ทำไมสงครามถึงไม่เคยยอมจบลงเลยทั้งๆที่มีเผ่านึงต้องถูกลบทิ้งไปแล้วแท้ๆ"

          ฉันสะอึก เผ่าที่ว่านั้นคือเผ่ามาร จะว่าไปแล้ว... ฉันควรจะต้องแค้นแทนพวกเขาไหม? ฉันไม่ได้รู้สึกในสิ่งที่พวกมนุษย์และเผ่าเทพเรียกกันว่าความแค้น เพราะว่าเผ่ามารต่างคนต่างอยู่ ไม่ค่อยจะมีความสัมพันธ์กันภายในเผ่าหรือแม้แต่ภายในครอบครัวหรือเปล่า? หรือเป็นเพราะฉันจิตใจด้านชาไม่รู้สึกอะไรเอง

          "สงสัยเหรอว่าทำไมฉันไม่ฆ่าเธอ" ยัยเขี้ยวหมาถามขึ้น ฉันพยักหน้า แต่แล้วเธอก็ลุกขึ้นมา ชักมีดที่ซ่อนอยู่ในชุดเกราะขึ้นมาจ่อลำคอฉัน ฉันหลับตา ยืนนิ่ง... แต่เธอก็ไม่แทงลงมา " ...ฉันทำไม่ลง"

          "งั้นก็... " ฉันดันคมมีดที่จ่อคอออก "ไม่ได้เกลียดฉันหรอกเหรอ?"

          "ฉันเนี่ยนะเกลียดเธอ? เอาสมองส่วนไหนคิด!" เธอถาม อ้าวเดี๋ยวสิ นั่นมันเป็นคำพูดของฉันไม่ใช่เหรอ โอเค โดนถามแบบนี้ก็รู้สึกแย่เหมือนกันแฮะ แต่ใครอนุญาตให้เธอเอาคำพูดฉันไปใช้ไม่ทราบ

          "แต่เดี๋ยวสิ" ฉันพยายามตั้งสติ "เธอผลักฉันตกจากหน้าผานะยัยบ้า!"

          "เป็นการตัดสินใจที่ทำให้โลกกลายเป็นเหมือนฝันร้าย" ยัยเขี้ยวหมาเก็บมีดลงไปและโผเข้ากอดฉัน เฮ้อ... ไม่เคยจะตามอารมณ์ของยัยนี่ทันเลยจริงๆ เป็นไปได้ไหมที่ก่อนจะทำอะไรช่วยบอกฉันล่วงหน้าซักสองสามคำว่า เอ้อ! อยู่ในอารมณ์ดราม่าอยากร้องไห้นะ ฉันจะได้หนีทันก่อนที่เธอจะเอาหน้ามาเช็ดเสื้อฉันแบบนี้ "ฉันขอโทษ ฉันแค่กลัว... กลัวว่าเธอจะอันตรายสำหรับทุกคน กลัวว่าการตัดสินใจของฉันพลาดแล้วโลกจะพังพินาศ"

          "แหม เปรียบเทียบเห็นภาพสุดๆไปเลย ไม่คิดว่ามันแทงใจดำเกินไปหน่อยเหรอ" ฉันถาม แต่ยัยเขี้ยวหมาก็ยังยืนซบบ่าฉันอยู่อย่างนั้น "ถ้าฉันโกรธจะกลับมาทำไม เลิกน้ำตาซึมแล้วออกไปจากที่นี่เถอะ"

          "ไปที่ไหนล่ะ" ยัยเขี้ยวหมา "เธอคงไม่ทำลายทัพเซนเซเดียเพื่อฝ่าออกไปใช่ไหม?"

          "เลิกพูดเหมือนฉันเป็นตัวอันตรายซักทีได้ไหม?!" ฉันบอก คำพูดแบบนั้นมันแทงใจดำนะ

          "หลังจากที่เธอฆ่าครีส ฆ่าทั้งเผ่าเทพทั้งเผ่ามารไปพร้อมๆกัน แล้วก็ถล่มโลกเก่ายับน่ะเหรอ ใช่ เธอเป็นตัวอันตราย" ยัยเขี้ยวหมาบอก ขอบคุณ ช่วยได้มากเลยจริงๆ!

          "ฉันเปล่าถล่มโลกเก่านะ! แล้วตอนอยู่ในสภาพคลั่งนั่นฉันก็ไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นสัญาชาตญาณดิบของทั้งเผ่าเทพเผ่ามารนั่นแหละน่า" ฉันตอบ มันฟังดูเหมือนคำแก้ตัวแบบแถจนสีข้างถลอก แต่ฉันพูดจริงนี่ อาการคลั่งจะเกิดขึ้นถ้าเผ่าเทพหรือมารถูกต้อนให้จนมุมหรือถูกกดดันจนทนไม่ไหว

          "ฉันรู้" ยัยเขี้ยวหมาตอบ "ก็แค่... ไม่รู้ว่าจะไปโทษกับอะไรดี ฉันไม่อยากโทษคนตาย"

          "อ๋อ เลยมาลงกับคนเป็นแทน?" ฉันทาย เธอเอาตรรกะอะไรมาตัดสินเนี่ย!

          "คึก... คิกๆๆ" ยัยเขี้ยวหมากลั้นขำ นี่เธอจงใจพูดแกล้งฉันเฉยๆเหรอ

          "ยัยเขี้ยวหมาเอ้ย" ฉันจับอีกฝ่ายมาล็อกคอขยี้หัวเล่น ฉันกำลังหัวเราะอยู่รึเปล่า? น่าจะใช่นะ ทำไมพอไม่คิดเรื่องในอดีตให้หนักสมองแล้วพวกเราก็กลับมาเป็นแบบเดิมกันได้ง่ายๆเลยล่ะ แล้วที่ไปนั่งน้อยใจเครียดโน่นนี่นั่นอยู่ก่อนหน้านี้นี่มันเพื่ออะไร...?! "มาเถอะ หาทางหนีกัน ให้แคพริคอร์นพาบินหนีไปสูงๆน่าจะ... "

          พรึบ! สายลมหอบใหญ่พัดพวกเราจนล้มหงายไปตามแรงลมนั้น เสียงกระพือปีกดังมาจากร่างของกริฟฟินลมเหนือสีเทาเมฆฝนที่ปรากฏตัวขึ้น มันบาดเจ็บและถูกมัดปากไว้โดยมีมนุษย์คนหนึ่งอยู่บนหลัง... ซีก้า!

          แต่มันไม่ได้มีเพียงเท่านั้น นกฮูกขาวสองตัวบินตามเขาขึ้นมา อะไรบางอย่างเตือนว่านกฮูกสองตัวนั้นกำลังจ้องมองพวกเราเหมือนเห็นเป็นอาหาร พวกมันควรจะเป็นศัตรูกับซีก้า แต่เมื่อเห็นว่าพวกมันไม่โจมตีเขาก็ชัดเลยว่าเหยื่อของพวกมันยืนอึ้งอยู่ตรงนี้... พวกเรานี่ไง!

          "ผมจะล่อพวกมันออกไป!" แคพริคอร์นร้องบอก กลายร่างเป็นนกยักษ์และบินสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า พวกนกฮูกขาวก็บินตามไปด้วยและเริ่มไล่จับกันไปมา

          "กลับไปที่บ้านนะแคพริคอร์น พวกเราจะไปรอนายที่นั่น!" ฉันร้องบอก แคพริคอร์นพยักหน้าและบินห่างออกไปและสูงขึ้นไปอีกจนพวกมันทั้งหมดหายไปในกลีบเมฆ

          "เธอจะไม่ได้ไปไหนทั้งนั้นดันเคลไฮต์!" ซีก้าประกาศก้อง บังคับให้กริฟฟินตัวนั้นบินโฉบลงมา

          "ชู!" ยัยเขี้ยวหมาร้องขึ้น เดี๋ยวนะ นั่นชูเหรอ...?!

          แต่ไม่ทันที่จะได้คิดว่าชูจะฟังคำสั่งของซีก้าหรือยัยเขี้ยวหมามากกว่ากัน ชูก็บินโฉบลงมาแล้วเอาขาหน้าจิกแขนซึ่งฉันยกขึ้นมากันและทิ้งรอยแผลข่วนเป็นทางยาว เห็นได้ชัดว่ามันกลัวคนที่ขี่หลังมันอยู่มากกว่าคนที่เลี้ยงมันมา น่าเสียดายที่โร้ค กริฟฟินขาวของฉันตายไปในระหว่างสงครามกับเผ่าเทพในโลกเก่า ไม่งั้นฉันจะให้มันบินไปเด็ดหัวเจ้าผู้กล้าตัวแสบนั่นลงมา แต่ในเมื่อไม่มีผู้ช่วย ฉันเลยต้องบินขึ้นไปเผชิญหน้ากับซีก้าด้วยตัวเอง

          "ยังตัดใจไม่ได้อีกเหรอซีก้า" ฉันถาม

          "เธอฆ่ากราเดีย! คิดว่าผมจะลืมมันได้เหรอ" ซีก้าชักดาบขึ้นมา มันอาบด้วยเวทเพลิงประจำตัวของเขา

          "นั่นเป็นเรื่องปกติที่ต้องเกิดขึ้นในสงคราม กองทัพเผ่ามนุษย์ทำลายบ้านฉัน ฉันก็ทำลายกองทัพนั้น" ฉันตอบ "ไม่รู้ว่านายฝันหวานถึงอะไรอยู่ ไม่มีสงครามไหนที่ไม่มีการสูญเสียหรอก ไม่ว่าฝ่ายชนะหรือฝ่ายแพ้ ถ้าคนรักของนายเลือกจะเข้ามาในกองทัพด้วยตัวเองแปลว่าเธอก็ต้องพร้อมจะตายในสงคราม"

          "มีแต่กราเดียที่ตายในศึกครั้งนั้น ก่อนที่เผ่ามารจะถอยทัพกลับเซนเซเดียโดยไม่ยอมสู้ต่อ" ฉันล่ะปวดประสาทกับเจ้ามนุษย์นี่จริงๆ ก็กราเดียเป็นจอมขมังเวทที่เก่งที่สุดในกองทัพมนุษย์ ไม่ให้ฉันสอยเธอก่อนแล้วจะให้ถอยทัพไปได้ไงโดยไม่โดยตามถล่มไล่หลังตามมา ถ้าไม่ให้ฉันทำแบบนั้นกองทัพมารคงล่มตั้งแต่ยังไม่โดนถล่มถึงเซนเซเดีย จะสู้ต่อไปทำไมในเมื่อดูยังไงก็ไม่มีทางชนะ มีแต่พวกมนุษย์เท่านั้นแหละที่ยึดมั่นในศักดิ์ศรีเกินไป

          ซีก้า! นายช่างเป็นแม่ทัพ! ที่! งี่เง่าเรื่องกลยุทธการรบที่สุดในประวัติศาสตร์เลย!

          "ทั้งที่มีโอกาสที่จะลืม... " ฉันว่า "นายก็ยังยึดติดอยู่กับอดีตเกินกว่าจะปล่อยมันไป"

          แต่ซีก้าสนใจฟังไหม? ฉันเริ่มขี้เกียจจะคุยกับเขาดีๆแล้ว เอาเป็นว่าสอยให้ร่วงจากหลังชูก่อนเลยแล้วกัน... ฉันคำรามขู่ให้ชูตกใจ แต่มันก็ไม่ยอมเหวี่ยงสัมพาระบนหลังทิ้ง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจะต้องกลัวถ้าหากเหวี่ยงทีเดียวเจ้าคนบนหลังก็ร่วงแล้ว ฉันเลยต้องพุ่งเข้าไปสอยซีก้าลงมาด้วยตัวเอง

          ดาบเพลิงหวิดโดนปีกของฉันไปนิดเดียว เพราะไม่เคยชินกับที่ตัวเองมีปีกเลยเกือบลืมที่จะหุบปีกหลบ โล่เพลิงในมืออีกข้างของซีก้าใช้กระแทกฉันไม่ถนัดเพราะมือข้างนั้นต้องจับเชือกที่มัดปากชูเอาไว้ด้วย แต่เพราะเขาไม่ได้หาอานมาใส่หลังกริฟฟินลมเหนือตัวนี้ก่อน ฉันจึงจับข้อเท้าเขาแล้วเหวี่ยงข้ามหลังชูไป ส่งเขาร่วงตกจากหลังกริฟฟิน

          "เฮ้ย!" แต่เขาคว้าปีกของฉันไว้ด้วย เอ้า จะตกก็ตกไปคนเดียวสิเฮ้ย!

          ฉันเสียสมดุล พยายามจะแกะมือของอีกฝ่ายออก แต่เขาก็จับแน่นจนฉันต้องชักดาบเพื่อจะฟันมือเขาทิ้ง แต่ก็ช้าไป ฉันร่วงลงมากระแทกพื้นด้วยอีกคน บริเวณหลังนี่คือลงไปเจอพื้นถนนหินจังๆ ไม่รู้จะมีอะไรหักร้าวบ้างรึเปล่า แต่ที่รู้แน่ๆคือมันปวดไปหมดทั้งหลัง โดยเฉพาะปีก เหมือนว่ากระดูกปีกจะร้าว

          "ฮ่าห์!!!" ซีก้าลุกขึ้นอย่างรวดเร็วและกระโจนเข้าหาพร้อมแทงดาบลงมา

          ฉันชักดาบขึ้นปัดดาบของอีกฝ่ายออก ดาบของฉันเริ่มกลายเป็นสีแดงและเริ่มงอเมื่อปะทะเข้ากับดาบของซีก้าเพราะเปลวเพลิงที่เคลือบดาบอีกฝ่ายไว้ ยิ่งประดาบนานยิ่งเสียเปรียบ ฉันต้องจบมันให้ได้ก่อนที่ดาบจะหัก มีอะไรที่ใช้ออกมาได้บ้างนะ ฉันไม่เคยใช้เวทมนตร์ในการต่อสู้ซะด้วยสิ ถ้าลองเวทมนตร์ที่เซเรียเคยใช้...

          เปรี้ยง!!! โอเค ฉันจะไม่ใช้เวทฟ้าผ่าอีกแล้ว

          สายฟ้าสีขาวสว่างวาบผ่าลงมาคั่นกลางระหว่างพวกเราทั้งสองคน ฉันกระโดดหลบเวทมนตร์ของตัวเองแทบไม่ทันขณะที่ซีก้าน่าจะโดนไปจังๆ แต่เมื่อฟ้าผ่าหายไป เขายังยืนอยู่ในสภาพเกราะไหม้ มันมีรอยร้าววิ่งไปตามเปลือกโปร่งใส น่าจะเป็นเวทมนตร์เสริมเกราะ มิน่าล่ะฉันถึงฟันเขาแทบไม่เข้าเลย แต่ตอนนี้มันแตกออกแล้วและร่างของซีก้าก็ล้มทั้งยืนลงไปกับพื้น ไม่แน่ใจว่าตายหรือยัง ฉันเลยเดินเข้าไปดูใกล้ๆ

          หมับ! เช้ง! ฉันจ่อดาบชี้ลำคอของเขาทันทีที่เขาเอื้อมมือมาจับข้อเท้าฉัน

          "เอาสิ! ฆ่าผมเหมือนอย่างที่เธอฆ่ากราเดีย" ซีก้าร้อง

          ฉันเงื้อดาบขึ้น มันจะจบลงตรงนี้ถ้าฉันแทง ไม่มีการตามล่าและเป็นจุดสิ้นสุดความโกรธแค้นของซีก้า

          "เคล วางดาบลงนะ" ยัยเขี้ยวหมาร้องบอก เธอไม่ได้ใช้รูนไทวัศกับฉัน เชื่อจริงๆเหรอว่าฉันจะทิ้งดาบลงตามที่เธอพูดแล้วปล่อยให้ซีก้าเอาดาบเสียบฉันแทนน่ะ ในหัวเขามีแต่ความแค้น! ฉันกำดาบแน่น... "เคล ฉันรู้ว่าเธอได้ยิน"

          พวกเราหลงเข้ามาอยู่ในวังวนของอะไรกันแน่...

          "นายควรหยุดมันได้แล้วซีก้า ฉันลบความทรงจำทุกคนออกเพื่อให้พวกเขามีโอกาสได้เลือกใช้ชีวิตใหม่ ไม่ใช่พยายามกลับมายึดติดกับอดีตอีก" ฉันเก็บดาบกลับเข้าฝักแล้วเดินกลับมาหายัยเขี้ยวหมา

          เธอมองฉัน ยิ้มโล่งอก แต่ในวินาทีถัดมามันกลายเป็นสีหน้าตกใจ

          ฉึก! "อ๊า!!" ฉันหลบ แต่ดาบเพลิงก็ยังเสียบลงมาบนปีกข้างหนึ่งของฉันได้ นั่นเพราะ... ฉันลืมอีกแล้วว่าตัวเองมีปีกอยู่และลืมหุบมันหลบ ปีกข้างนั้นเริ่มติดไฟ แต่ฉันดึงตัวเองออกมาไม่ได้ ซีก้ากระแทกฉันล้มและปักดาบให้ตรึงปีกของฉันไว้กับพื้น แต่เมื่อฉันหันไปจะดึงดาบออก เขาก็กระแทกฉันด้วยโล่ มันร้อนจนแสบผิวและทำฉันมึนตึ้บไปทันทีที่โดนโล่กระแทกหัว ฉันได้ยินเสียงกริฟฟินร้อง ไม่รู้ว่าใช่เสียงของชูรึเปล่า แต่เสียงนั้นฟังดูเหมือนมีมากกว่าหนึ่งตัว ตอนนี้ฉันว่าตัวเองเบลอหนักแล้วแฮะ

          "เซเรีย!" เสียงยัยเขี้ยวหมาร้องเรียกชื่อผู้มาเยือน นั่นเองที่มาของเสียงกริฟฟินอีกตัวหนึ่ง ฉันหันไปเห็นเซเรียขี่เจ้าปิ๊กมี่ดิ่งลงมาจากฟ้าพอดีตอนที่ตาหายพร่า รีบหันไปดึงดาบที่ตรึงปีกไว้ออกไปก่อนจะกลิ้งหลบออกมาในระหว่างที่ซีก้ายังหันไปสนใจศัตรูจากฟากฟ้า

          ตึง! กริฟฟินสีน้ำตาลพุ่งลงเหยียบพื้นในจุดที่ซีก้ายืนอยู่พอดี เขายกโล่ขึ้นมากัน แต่ก็ทำให้ตัวเองถูกกระแทกลงไปกับพื้น ปิ๊กมี่ต้องรีบถอยออกเพราะไฟบนโล่กำลังเผาขาของมันอยู่ แต่เซเรียไม่ถอย เธอชักดาบยาวประจำตัวออกมาและแทงใส่ซีก้าในตำแหน่งที่โล่ป้องกันไว้ไม่หมด แต่มันก็เจอเข้ากับชุดเกราะและแทงไม่เข้า

          ซีก้าเตะใส่คนที่ยืนอยู่เหนือกว่า แต่เซเรียเห็นก่อนและกระโดดหลบออกมาตั้งหลัก ซีก้าลุกขึ้นหยิบดาบของตัวเอง แล้วทั้งคู่ก็พุ่งเข้าประดาบกัน เอ้ยเดี๋ยวนะ สรุปว่าฉันไม่ต้องสู้แล้ว? หรือว่ายังไง ใครช่วยบอกฉันทีซิ

          "เคล!" ยัยเขี้ยวหมาวิ่งมาหาฉันแล้วดึงให้ถอยออกห่างจากการต่อสู้ ถ้านับเฉพาะฝีมือดาบยังไงเซเรียก็เก่งที่สุด แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวทมนตร์ ในขณะที่ซีก้าใช้ออกมาได้อย่างเหลือเฟือ

          "พวกเธอทั้งคู่น่ะ! ออกไปจากที่นี่ซะ" เซเรียร้องสั่ง "นี่ไม่ใช่สงครามของพวกเธอ"

          "เคล ไปเถอะ" ยัยเขี้ยวหมาพยายามพยุงฉันขึ้น แต่เหมือนพวกเราจะลืมอะไรไป...

          "แกว๊ก!!!" ชูบินหนีกลับขึ้นมาบนเกาะเพิร์ลเพื่อหลบเวทมนตร์เพลิงที่ถูกยิงขึ้นมาจากพื้นดิน

          เบื้องล่างห่างลงไป กองทัพเฮกซาไรผู้ใช้เวทกำลังสอยพวกนกฮูกขาวหรืออะไรก็ตามที่บินได้ด้วยเวทมนตร์และอาวุธยิง ถ้าโผล่ลงไปให้เห็นล่ะก็มีหวังโดนสอยไปด้วยแน่ๆ ยิ่งตอนนี้ปีกของฉันเป็นรูโหว่เพราะโดนแทงด้วยแล้ว มันไม่สามารถรักษาได้ด้วยเวทมนตร์

          "ไปสิ!" เซเรียตะโกน ตอนนี้ทหารฝ่ายมนุษย์เริ่มขึ้นมาสมทบกับซีก้าโดยขี่กริฟฟินและสัตว์ปีกต่างๆขึ้นมา พวกเขาฝ่านักรบเซนเซเดียที่บุกยึดพระราชวังเพิร์ลและวิ่งมาทางนี้

          "เซเรียระวัง!" ยัยเขี้ยวหมาร้องเตือน แต่ไม่ทัน เวทมนตร์น้ำแข็งจากฝ่ายมนุษย์พุ่งเข้ามาจับขาของเซเรียไว้แล้วตรึงไว้กับพื้น ทว่าเธอก็แก้ได้ด้วยการทุบก้อนน้ำแข็งนั้นด้วยด้ามดาบจนแตกละเอียดในครั้งเดียว

          "ไม่ต้องห่วงหรอกน่าลีฟ พี่ไม่เป็นไร" เซเรียบอก "ทีนี้จะไปได้รึยัง?!"

          "แต่พื้นมันอยู่ใต้เพิร์ลห่างไปตั้งห้ากิโลฯเลยนะ!" ไม่มีทาง ฉันไม่กระโดดลงไปในสภาพนี้แน่ ยิ่งปีกของฉันเจ็บอยู่ด้วย กระโดดลงไปคงไม่พ้นตายคาที่ "แล้วไหนจะพวกจอมเวทข้างล่างนั่น!"

          "หลบหลังหมอกละกัน" เซเรียบอก ไม่ทันที่ฉันจะถามว่าเธอหมายถึงอะไร เมฆขาวหรือหมอกก็ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาปกคลุมเกาะเพิร์ลและเมืองทราเนียม มันคือเวทมนตร์ ด้วยพลังเวทมนตร์ในร่างมนุษย์เท่าที่เซเรียยังพอมีอยู่ เหมือนว่าเธอจะผ่านการทดสอบของปิ๊กมี่แล้ว เธอหันมามองฉัน ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองรึเปล่าที่เห็นว่าเธอกำลังยิ้มให้ "ฝากดูแลลีฟด้วยล่ะดันเคลไฮต์... แต่ถ้าลีฟเป็นอะไรไปฉันเอาเธอตายแน่!"

          แล้วพวกเขาทั้งหมดก็ถูกหมอกขาวกลืนหายไป

          "ฉันขี่ชูไปไม่ได้เหรอ" ฉันร้องถามเมื่อยัยเขี้ยวหมาทำท่าจะดึงให้ฉันกระโดด

          "ชูไม่อยู่แถวนี้ เธอต้องกระโดดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นหมอกนี่จะหายไปแล้วพวกเฮกซาไรจะยิงพวกเรา" ยัยเขี้ยวหมาบอก แต่ฉันยังมองซ้ายมองขวา เผื่อว่าชูหรือปิ๊กมี่จะโผล่มาให้ฉันขี่ แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากหมอกสีขาว

          "เอาจริงเหรอ ปีกฉันเจ็บอยู่นะ" ฉันท้วง แต่หมอกที่เริ่มจางลงบ่งบอกว่าเหลือเวลาให้ตัดสินใจอีกไม่มาก

          "ไว้ใจฉันไหมล่ะ" ยัยเขี้ยวหมายื่นมือให้ฉัน

          " .......... " ฉันมองเธอ

          แล้วพวกเราก็กระโดดลงไป...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #27 Frozen fan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2558 / 22:14
    ฉากที่ลีฟยื่นมือมาแล้วบอกว่า "ไว้ใจฉันไหมล่ะ " นี่ แอบทำให้นึกถึงฉากอะลาดินพาเจ้าหญิงจัสมินไปขี่พรมเหาะ #ไม่มีไรมากแค่นึกถึง#นอกเรื่อง555
    #27
    1
    • #27-1 Dark Yuri (@darkyuri) (จากตอนที่ 24)
      1 กรกฎาคม 2558 / 13:24
      เออจริงด้วย! 555 ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นงั้นนะนั่น
      แต่ ปล. อันนี้ไม่มีพรมรองรับนะ แถมสูงกว่าพื้น 5 กิโลเมตร
      นี่ถ้าเป็นปัจจุบันคงไปแข่งกันนักดิ่งพสุธากันเลย
      เคลจะเป็นคนแรกที่โดดดิ่งพสถธาโดยไม่ใช้ร่มชูชีพ
      #27-1