[End] Dunkelheit ดินแดนสีหม่น [Yuri]

ตอนที่ 7 : นักเดินทางจากตะวันตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    9 มิ.ย. 58

 

 บทที่ 7 นักเดินทางจากตะวันตก

ผู้บันทึก : เคล ดาสซูโนพเฟอร์ 

 

          "ยัยเขี้ยวหมา" ฉันเรียก หลังจากที่เธอรักษาแคพริคอร์นเสร็จ เจ้าบื้อนั่นไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลยแม้จะมีแผลใหญ่ๆบนสีข้าง นั่นเพราะประสาทความรู้สึกที่เขาถูกจอมมารริบไปคือความรู้สึกร้อนหนาวเจ็บปวด น่าอิจฉาไหมล่ะ

          " .......... " ยัยเขี้ยวหมาไม่ยอมหันมาตอบ หันหลังให้ฉันและมองไปยังน้ำตกระหว่างที่ล้างมือที่เปื้อนเลือด

          "ได้ยินหรือเปล่าน่ะ นี่... " ฉันเข้าไปดึงไหล่เธอให้หันกลับมา
          ฟุบ! ฉันเกือบเสียหลัก ยัยนี่หันมาก็กอดเอวฉันแน่น กดหัวลงกับหน้าท้องของฉันจนรู้สึกจั๊กจี้ ฉันถอดเสื้อหนังออกไปแล้ว มันฉีกขาดเกินกว่าจะใส่ต่อไปได้ เหลือไว้แต่เสื้อป่านตัวเดิม

          "ฮ..เฮ้... " ฉันดันหัวยัยเขี้ยวหมาออก นี่เธอหลอกเช็ดเลือดกับเสื้อฉันรึเปล่าเนี่ย

          "ต่อจากนี้... จะไปต่อใช่ไหม?" อยู่ๆยัยนั่นก็ถามออกมา แต่มือยังไม่ยอมปล่อยจากเอวฉัน

          "ไปต่อ? หมายถึงเขตของนกฮูกขาวน่ะเหรอ" ฉันถาม "ก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ ฉันอยากจะจำตัวเองให้ได้นี่นา"

          "ถ้าทำแบบนั้นไปเรื่อยๆจะต้องเจอกับการทดสอบสุดท้ายของเกมนะ" เธอบอก "ผู้กล้าต้องสังหารจอมมาร"

          "ฉันแค่อยากจะจำตัวเองได้ ให้คนอื่นจัดการจอมมารไปก็ได้นี่ ไม่ใช่ว่าพอฉันจำอะไรได้แล้วจอมมารจะบุกมาหาฉันทันทีเลยเสียหน่อย" ฉันตอบ ยังไม่มีโอกาสได้ถามเรื่องที่อยากถามเสียที "แล้วถึงจะเป็นอย่างนั้นจริง ฉันก็หลบหลังเธอก็ได้นี่ ง่ายๆ"

          "อ้าว?!" จากที่ทำท่าจะเศร้าหรืออะไรแบบนั้น ยัยเขี้ยวหมาเปลี่ยนสีหน้าไปทันทีเพราะคำตอบฉันคงจะกินใจเกินไป เธอทำท่าจะถีบฉันลงน้ำแต่ก็หยุด... แล้วหัวเราะออกมา "งั้นก็ตามใจเธอละกัน นี่มันชีวิตเธอเองนี่นา"

          "ฉันไม่เคยจะตามอารมณ์เธอทันเลยจริงๆ" ฉันว่า "จริงสิ คือ... ฉันว่าจะมาถามเรื่อง... เอ่อ... คือ... เมื่อกี้น่ะ"

          "หืม? ค...คึก... พรืดด! ฮ่าๆๆๆ" ยัยเขี้ยวหมามองฉันก่อนจะหลุดขำออกมาแบบไม่มีกั๊ก

          "อะไรเล่า! ตลกอะไรนักหนา" ฉันโวยวาย แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมหยุดขำ ฉันเลยเลิกคุยด้วย

          "ขอโทษๆ ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เห็นเธอทำหน้าแบบนั้นอีก" ยัยเขี้ยวหมาตามมาง้อ

          ง้อเหรอ? ฉันไม่ได้งอนเสียหน่อย!

          "อีก?" ฉันทวนคำ "เธอหมายถึงหน้าแบบไหนกัน ฮะ?"

          "ก็แบบ... " เธอไม่พูดต่อ แต่กลับเดินต้อนจนฉันสะดุดรากต้นไม้ล้มโครม เจ็บ... "ฉันชอบตอนที่เราเคยอยู่ด้วยกันในโลกเก่านะ ฉันหยอกเล่นทีไรเธอก็หน้าแดงทุกที... ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป"

          "ไอ้จูบนั่นเรียกหยอ..อก... ร..เหรอ... " ฉันตั้งใจจะโวยวายใส่ แต่เสียงกลับไม่ยอมดังเมื่ออยู่ๆยัยเขี้ยวหมาก็นั่งคร่อมทับท้องฉันไว้ไม่ให้ลุกขึ้นจากพื้น ยัยบ้า ยัย... ยัย... เล่นอะไรของเธอฮะ?!

          "อยากได้มากกว่านั้น... ไหมล่ะ?" เธอก้มลงมา ฉันจะเอามือกันไว้ถูกโดนกดล็อกลงกับพื้น ปลายผมสีน้ำตาลเข้มของเธอไหวไปมาอยู่แถวแก้มของฉัน เล่นบ้าอะไรของเธอเนี่ย มันจี๋..นะ...

          "อึก?!" เธอก้มลงไปที่คอ... นี่เธอกัดฉันอีกแล้วเหรอ?!

          "อ้อ ส่วนคำถามเมื่อกี้น่ะ" เธอยอมลุกออกไปพร้อมกับรอยยิ้มร่าเริงที่ฉันคิดว่ามันกวนประสาทที่สุด รู้สึกว่ามีเลือดซึมออกมาจากจุดที่อีกฝ่ายกัด "ใช่ ฉันแค่หยอกเล่น"

          "เธอ... ย..ยัย... โธ่เอ้ย!" ฉันนึกคำด่าไม่ออก ความคิดเหมือนจะฟุ้งกระจายหายไปในอากาศ รู้สึกเหมือนร้อนขึ้นมาทั้งๆที่อากาศออกจะเย็นสบาย เมื่อกี้อีกฝ่ายดึงเสื้อฉันจนเกือบหลุดอยู่แล้ว คิดจะหยอกด้วยการข่มขืนกันหรือยังไงนะยัยบ้านั่น! ...แต่ยัยนั่นก็เป็นผู้หญิงนี่นา... โฮ่ย! ฉันคิดบ้าอะไรของฉันอยู่เนี่ย!

          ฉันสาบานเลยว่าจะไม่ถามเรื่องอะไรแบบนี้จากยัยนั่นอีก อันตรายชะมัด!

          "คุณเคล ฮาร์ลบอกว่าพวกหมาป่ากำลังตามกลิ่นเรามา น่าจะอีกไม่ไกลแล้ว ถ้าจะไปต่อมีแค่สองทางคือกลับไปหลบในเซนเซเดียกับเดินทางขึ้นเหนือผ่านช่องแคบเกร็นไฮ ถ้าไปทางนั้นน่าจะใช้เวลาคืนหนึ่งก่อนเข้าเขตของนกฮูกขาว" แคพริคอร์นโผล่มาบอกข่าว ก่อนจะเห็นว่าฉํนอยู่ในสภาพไหน "คุณเคลลงไปนอนทำอะไรที่พื้นเหรอครับ?"

          ฉันถีบมันลงน้ำก่อนจะไปขึ้นขี่หลังฮาร์ล... ตู้ม ซ่า...

          "ผมทำอะไรผิด?!" แคพริคอร์นวิ่งตามมา เนื้อตัวเปียกโชกน่าขำ

          "ขึ้นมาก่อนที่ฉันจะทิ้งไว้ที่นี่" ฉันสั่ง เขารีบปีนขึ้นมาเกาะก้นฮาร์ลได้ทันก่อนที่มันจะออกวิ่งพอดี ส่วนยัยเขี้ยวหมานั้นไม่ต้องลงมาขี่หลังฮาร์ลอีกแล้ว ในเมื่อปีกของเธอบินเร็วกว่าหมาป่าวิ่งหลายเท่า ทั้งๆที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปด้วยกันแล้วแท้ๆ ยัยนั่นก็ยังตามติดยิ่งกว่าปลิง

          แต่จะห้ามยังไงล่ะในเมื่อยัยนั่นอยู่ตั้งบนฟ้าเลยนะ!

          เสียงเห่าหอนเริ่มดังมาจากทางตะวันออก พวกนั้นปิดเส้นทางที่จะกลับไปยังหมู่บ้านหน้าด่านของเซนเซเดียแล้ว ฮาร์ลเปลี่ยนเส้นทางโดยไม่ต้องออกคำสั่ง วิ่งขึ้นเหนือไปยังช่องแคบเกร็นไฮทันทีเพราะหากหยุดชะลอเพื่อตัดสินใจ เผ่าดาบทมิฬอาจจะหาพวกเราเจอก็ได้

          ไม่รู้ว่าฉันกับคนอื่นๆไว้ในหมาป่าที่เกือบเขมือบพวกเราให้นำทางตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ในเมื่อข้างหลังนั้นมีหมาป่าอีกฝูงที่ปัจจุบันก็ยังอยากจะเขมือบเราอยู่ เราก็คงต้องยอมเกาะขี่หลังฮาร์ลที่เลือกเส้นทางเองไปเรื่อยๆแบบนี้

          "แคพริคอร์น" ฉันเรียก "ไม่บอกกันก่อนล่ะว่าช่องแคบเกร็นไฮมันหน้าตาแบบนี้"

          ฮาร์ลกำลังพาเราผ่านช่องแคบเกร็นไฮ หน้าผาสีดำทมึฬตั้งตระหง่านขนาบทั้งสองข้างทาง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหลักเพราะสิ่งที่น่ากังวลจริงๆคือมันเป็นถิ่นของหมาป่าเขาเงินอีกฝูงหนึ่งต่างหาก บนแท่งหินนับพันที่แทงแหลมออกมาจากสองข้างหน้าผาในรูปทรงผิดธรรมชาตินั้นมีหมาป่าหลายตัวที่ยังไม่มีเจ้านายจับจ้องพวกเรามาจากด้านบน ฉันห้ามฮาร์ลไว้ไม่ทันทำให้ตอนนี้พวกเราวิ่งเข้ามาในเส้นทางวิบากอย่างที่ไม่เคยเจอโดยมีหมาป่าทั้งฝูงจับจ้องพวกเราจากด้านบนแล้ว แม้แต่ยัยเขี้ยวหมาก็ลงมาช่วยไม่ได้เพราะช่องแคบเกร็นไฮนี้ไม่มีพื้นที่พอให้กางปีกบิน ยัยนั่นเลยต้องบินอ้อมไป อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างล่างนี้มีอะไรบ้าง

          "ผมไม่รู้นี่นา... ซวยแล้ว!" ทันทีที่เขาพูดตอบ หมาป่าเขาเงินพวกนั้นลุกขึ้นจากที่นอนของมันและเริ่มวิ่งตามพวกเราทันที นี่พวกเราเพิ่งผ่านช่องแคบเกร็นไฮมาได้ครึ่งทางเองนะ!

          "แกพาเรามาให้เพื่อนๆแกกินใช่ไหมเนี่ย?!" ฉันเกาะเขามันแน่น กลัวว่ามันจะสลัดพวกเราลงตรงนี้

          "เอ๋?! แต่พวกนั้นจะไม่ยุ่งกับคนที่ผ่านการทดสอบแล้วนี่ครับ" ฮาร์ลหันซ้ายหันขวาด้วยความตกใจจนเขาบนหัวของมันเกือบจะปัดฉันตกจากหลังมัน มันวิ่งหลบไปตามซอก กระโดดขึ้นไปบนโขดหิน ทำทุกอย่างที่เหมือนจะพยายามสลัดพวกหมาป่าเจ้าถิ่นแต่กลับกลายเป็นว่ามันเกือบจะสลัดพวกเราตกจากหลังมันแทน

          "ก็แคพริคอร์นมันยังไม่ผ่านการทดสอบไงเล่า!"

          "อ้าวจริงด้วย ผมลืมไป" มันตอบแบบไม่ทุกข์ร้อนอะไรทั้งสิ้น โอ๊ย! ไอ้หมาเวร

          มันกระโดดข้ามโขดหินสูงอย่างกระทันหัน

          "ฮาร์ล!!! วิ่งทางปกติไม่ได้เหรอ?!" ฉันถูกเหวี่ยงจนขาทั้งสองหลุดจากหลังมันมาอยู่ด้านข้าง มือทั้งสองที่พยายามเกาะเขามันไว้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ตอนนี้ฉันยังไม่ตกลงไปเป็นอาหารหมาป่า

          "คุณเคล! จับไว้นะครับ" แคพริคอร์นยื่นมือมาให้ แต่เมื่อฉันคว้าไว้และพยายามจะดึงตัวเองขึ้น เขากลับร่วงตกจากหลังฮาร์ลเสียแทน ถ้าไม่มีแรงก็อย่ายื่นมือมาช่วยให้เป็นเรื่องสิ! "ว๊ากก ผมจะตกแล้วๆๆ!"

          "หุบปากเถอะน่า!" ฉันอยากปล่อยให้หมาป่าพวกนั้นเขมือบเจ้าเด็กนี่จริงๆ แต่ก็ไม่ได้ทำ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ น้ำหนักตัวของแคพริคอร์นก็ไม่ใช่เบาๆ เขายังไม่ตกลงไปเพราะเกาะมือซ้ายของฉันไว้และพยายามวิ่งตามไปไม่ให้สะดุดล้ม แต่ทุกครั้งที่เขากระแทกโดนพื้นหรือโขดหิน เขาก็เกือบจะดึงฉันลงไปด้วย

          อักขระสีดำเรืองแสงสีแดงขึ้นมาสักพักแล้ว แต่นั่นก็มอบพลังได้ไม่มากพอให้ฉันเหวี่ยงแคพริคอร์นกลับขึ้นไปบนหลังฮาร์ล ทำได้เพียงเกาะไว้แน่นที่สุดเท่าที่ทำได้และดึงแคพริคอร์นหลบเมื่อหมาป่าเขาเงินที่ไล่หลังมากระโจนเข้าใส่ อ้าปากที่เต็มไปด้วยฟันเขี้ยวก่อนจะกัดพลาดข้อเท้าแคพริคอร์นไปฉิวเฉียด

          "จะถึงทางออกแล้วเจ้านาย อย่าเพิ่งตกไปนะ" ฮาร์ลบอก พูดก็ง่ายสิ!

          ฟรูมมม!!!!! ลมพายุพัดเศษฝุ่น เศษดินไปจนถึงก้อนหินใหญ่ให้ลอยเคว้งในอากาศ หินก้อนหนึ่งกระแทกฉันตกจากหลังฮาร์ลลงไปกลิ้งอยู่บนพื้นพร้อมๆกับแคพริคอร์น เสียงขู่ของหมาป่าข้างหลังเตือนให้ฉันรีบลุกขึ้นท่ามกลางกระแสลมแรงที่ไม่รู้ที่มาที่ไปนี้ แต่หมาป่าพวกนั้นกลับหนีกลับเข้าไปในช่องแคบเกร็นไฮแล้ว

          "เกือบไปแล้วไหมล่ะ" ยัยเขี้ยวหมาทัก บินลงมายืนข้างๆฉันกับแคพริคอร์นที่สภาพดูไม่ได้

          "ฝีมือเธอใช่ไหมเนี่ย" ฉันชูข้อมือขวาให้ดู มันถูกหินกระแทกจนผิวหนังมีรอยแตก

          "โทษทีๆ" เธอชี้นิ้วมาบนแผลนั้น พริบตาต่อมามันหายเจ็บและหายดีโดยไร้ร่องรอยแผลเป็น

          "สะดวกดีจริงนะ" ฉันว่า

          "ผมอยากทำได้บ้าง!" แคพริคอร์นร้องบอก ทั้งที่เพิ่งหัวทิ่มพื้นมาแต่กลับยิ้มแฉ่งและอยู่ไม่สุขได้เหมือนเดิม แต่เจ้าบื้อนี่มันไม่รู้สึกเจ็บอะไรนี่นะ คนกลุ่มนี้นี่มันโชคดีจริงๆเลย

          "งั้นนายก็ต้องผ่านการทดสอบของกริฟฟอนลมเหนือก่อน แล้วฉันจะสอนให้" ยัยเขี้ยวหมาบอก

          "นึกว่าด่านนั้นมีไว้ให้พวกเทพเสียอีก" ฉันว่า

          "ทุกชีวิตล้วนมีเวทมนตร์ติดตัวทั้งนั้นแหละ เผ่าเทพกับเผ่ามารอาจจะมีมากกว่าเผ่าอื่น แต่มนุษย์ก็มีเหมือนกัน แค่ต้องมีความรู้มากพอที่จะหยิบมันเอามาใช้งานจริงได้ ก็เท่านั้นเอง" เธอตอบ

          "ผมไม่ได้อยากขัดนะ แต่ตอนนี้มันเริ่มเย็นแล้ว ถ้าพวกเราไปไม่ถึงเขตของนกฮูกขาวก่อนฟ้ามืดจะต้องเจอพวกเมื่อกี้นี้ออกมาล่าเหยื่อนะครับ" ฮาร์ลบอก

          "ก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่" ยัยเขี้ยวหมาบอก

          "เธอน่ะไม่เป็นไร แต่ฉันไม่อยากเจอพวกมันรอบที่สองหรอกนะ" ฉันว่า เธอจะเป็นอะไรไปได้ล่ะในเมื่อหมาป่าพวกนั้นมันทำอะไรเธอไม่ได้ในเมื่อเธออยู่บนฟ้านี่ แถมยังมีเวทมนตร์อลังการนั่นอีก

          ฉันลากแคพริคอร์นกลับขึ้นหลังฮาร์ลก่อนจะออกเดินทางต่อ หมาป่าตัวสูงสองเมตรจะมีความยาวจากหัวถึงหางประมาณสามเมตรครึ่ง บนหลังมันจึงมีพื้นที่เพียงพอให้คนนั่งได้ถึงห้าคน ระหว่างฉันที่นั่งเกาะเขาของฮาร์ลกับแคพริคอร์นที่นั่งเกาะอยู่ตรงก้นฮาร์ลจึงมีพื้นที่พอให้ยัยเขี้ยวหมาโฉบลงมานั่งได้โดยที่ปีกไม่ชนใครร่วง

          "ใครให้เธอมานั่งด้วยมิทราบ" ฉันถาม

          "ฉันไง!" ยัยเขี้ยวหมาตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะเอาหัวมาพิงหลังฉัน... ฉันถีบเธอลงไปได้ไหมนะ ไม่สิ ถ้าทำแบบนั้นแล้วยัยนี่เปลี่ยนไปเป็นโหมดน่ากลัวๆนั่นอีกล่ะก็ตายจริงแน่คราวนี้

          วูบ! โครม! "เหวอ?!" ฮาร์ลกระโดดข้ามขอนไม้ใหญ่โดยไม่เตือนกันล่วงหน้า ผลก็คือแคพริคอร์นร่วงลงไปที่พื้นโคลน หัวไหล่ของฉันกระแทกกับเขาของฮาร์ลอย่างแรง ส่วนยัยเขี้ยวหมาที่เสียหลักก็เกาะเอวฉันแน่นและดึงฉันตกลงไปบนพื้นโคลนเฉอะแฉะนั่นด้วยอีกคน

          "ผมเลียทำความสะอาดให้เอาไหม?" ฮาร์ลถาม

          "ไม่ต้องเลย!" ฉันตีจมูกมัน จนถึงตอนนี้ฉํนแน่ใจแล้วว่าเจ้าหมาป่านี่มันเชื่องยิ่งกว่าหมาที่คนในหมู่บ้านเลี้ยงกันเสียอีก แต่การเชื่อฟังคำสั่งนั้นไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่... เพราะมันเลียหน้าฉันทันที "แหยะ"

          "ถ้าไปถึงเขตของนกฮูกขาวแล้ว หาอานมาใส่หลังฮาร์ลหน่อยก็ดีนะ" ยัยเขี้ยวหมาบอก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอขี่หลังฮาร์ล และก็ไม่น่าจะใช่ครั้งสุดท้ายด้วย ถ้าพวกเราต้องร่วงตกจากหลังมันทุกครั้งที่เส้นทางวิบากเกินไปล่ะก็... ตายแหง "อีกไกลหรือเปล่ากว่าจะถึงเขตนั้นน่ะ"

          "ถึงแล้วครับ" ฮาร์ลตอบ

          "หา??" แคพริคอร์นร้องอุทาน "แต่ที่ผมฟังจากคนในหมู่บ้าน มันต้องเดินทางนานกว่านี้ไม่ใช่เหรอ"

          "ก็พวกเขาขี่ม้ากันนี่" ฮาร์ลว่า

          "ช่างเถอะน่า ยังไงก็พ้นเขตล่าของพวกหมาป่าเขาเงินแล้ว ต่อไปก็ต้องหาเมือง... " ฉันบอก แต่ก็เงียบเสียงลงในช่วงท้ายเพราะอยู่ๆหนึ่งในผู้ฟังก็วิ่งออกไปเสียอย่างนั้น "ฮาร์ล ไปไหนน่ะ?"

          เสียงร้องราวกับจะเป็นจะตายดังมาจากพุ่มไม้ที่ฮาร์ลวิ่งไป มันวิ่งเหยาะๆกับมาพร้อมปากเปื้อนเลือดและกระต่ายสีขาวตายคาปาก แคพริคอร์นอ้าปากครั้ง ยัยเขี้ยวหมาทำหน้าเหมือนจะเสียใจ ส่วนฉันเพิ่งรู้ตัวว่าหิว

          "โธ่กระต่ายน้อย" ยัยเขี้ยวหมาไปแย่งกระต่ายออกจากปากฮาร์ล หวังว่าจะรักษามัน แต่อย่างที่ฉันคิด มันตายสนิท ตายคาที่ ตายแบบไม่มีอะไรแน่นิ่งไปได้มากกว่านี้แล้ว

          "เลิกคร่ำครวญเถอะน่า เราได้มื้อเย็นแล้วนี่ไง" ฉันบอก หยิบกระต่ายตายมาจากมือยัยเขี้ยวหมา มันตัวใหญ่พอให้พวกเรากินได้ทุกคนก็ยังเหลือ แต่สำหรับฮาร์ล มันคงต้องไปหาอย่างอื่นกินแทน

          "เดี๋ยวผมก่อกองไฟ!" แคพริคอร์นบอก วิ่งไปมาเพื่อหากิ่งไม้แห้ง

          "งั้นก็ฝากจัดการให้หมดเลยละกัน" ฉันโยนกระต่ายให้ ไม่ใช่ว่าไว้ใจเขาหรอก แต่เพราะฉันเองน่ะทำไม่เป็นต่างหาก ดูจากท่าทางแล้วเจ้าแคพริคอร์นน่าจะเคยใช้ชีวิตกลางป่ามาก่อนด้วย

          "โธ่กระต่ายน้อย" ยัยเขี้ยวหมายังไม่เลิกโอดครวญ

          "งั้นก็ไม่ต้องกินสิ" ฉันบอก

          "ไม่ได้นะ! ทำแบบนั้นก็เหมือนไม่เห็นค่าชีวิตของมันน่ะสิ!" เธอร้องตอบ

          ยัยเพี้ยนเอ้ย หิวก็บอกมาตรงๆเถอะน่า

          แคพริคอร์นใช้เวลาอยู่พักใหญ่เพื่อจุดกองไฟให้ติด ระหว่างนั้นฮาร์ลก็ไปคาบกวางตัวโตมาโดยที่เนื้อหนังครึ่งหนึ่งถูกฉีกกินไปแล้วระหว่างทางที่มันวิ่งกลับมา มันเอาซากกวางมาอวดฉัน... คือฉันควรจะชมมันใช่ไหม?

          ดูเหมือนหน้าที่จัดการอาหารนั้นแคพริคอร์นจะจัดการได้ง่ายๆ ทั้งถลกหนังแล่เนื้อ เสียบไม้ซึ่งเหลาจากกิ่งไม้ด้วยดาบที่พกมาด้วย แล้วก็ย่าง ฉันขอลองทำดูบ้าง แต่กลับกลายเป็นว่าฉันเฉือนโดนนิ้วตัวเองตอนพยายามจะแล่เนื้อกระต่าย ต้องให้ยัยเขี้ยวหมารักษาให้แถมโดนหัวเราะเยาะอีกต่างหาก ถึงจะอยากขอบคุณแต่เจ็บใจชะมัด

          "กรร... " อยู่ๆฮาร์ลซึ่งนอนหมอบอยู่หลังจากที่ฉันให้มันเอาซากกวางที่กินไม่ได้แล้วไปฝังก็ส่งเสียงขู่ ยัยเขี้ยวหมากับแคพริคอร์นมองมันด้วยความสงสัย แต่ฉันไม่แปลกใจ... ฉันได้ยินเสียงฝีเท้า

          เช้ง! ฉันชักดาบออกจากฝัก กระโจนผ่านพุ่มไม้สูงไปยังจุดที่ได้ยินเสียง เหวี่ยงดาบชี้ลำคอของแขกไม่ได้รับเชิญที่หมอบอยู่บนพื้นเพื่อนซ่อนตัว หลังจากที่ออกจากรังหมาป่ามาก็เหมือนว่าฉันจะรู้วิธีใช้อักขระแห่งพลังแล้ว ก็แค่เชื่อว่าใช้มันได้แล้วสู้หรือตวัดดาบออกไปตามสัญชาตญาณ พลังที่เหลือจะตามมาเอง

          "อย่าๆ! อย่าฆ่าผม!!" เป็นเสียงของผู้ชายที่ร้องออกมาจากเงามืด เขารบลุกและถอยหนีคมดาบของฉัน นั่นทำให้เขาสะดุดรากของต้นไม้ใหญ่และกลิ้งหงายท้องลงไปหากองไฟ "ร้อนๆๆ!"

          เขารีบลุกออกมาก่อนจะกลายเป็นบาร์บีคิวเนื้อมนุษย์

          "โฮกกกก!!!" ฮาร์ลลุกขึ้นคำรามใส่ ขวางทางไว้ไม่ให้คนๆนั้นหนี

          "อย่าเชียวนะเจ้าหมา... ชะโอ้ย! ร้อน!" เขาถอยไป แต่ก็สะดุ้งเมื่อเผลอยื่นขาเข้าไปในกองไฟ ยัยเขี้ยวหมากับแคพริคอร์นมองสิ่งที่เกิดขึ้นหน้าเหวอ ยังตามไม่ทันว่าแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้โผล่มาจากไหน "ผมขอโทษๆ ผมกำลังหลงป่า แล้ว! แล้วผมก็เห็นแสงไฟมาจากทางนี้ ผมไม่กล้าเข้ามาเพราะเห็นหมาป่าอยู่ตรงนี้ด้วย"

          "นาย... " อยู่ๆยัยเขี้ยวหมาก็อ้าปากค้างคล้ายจะพูดอะไร แต่พูดไม่ออก

          "รู้จักกันเหรอ?" ฉันถาม ทำไมคนรู้จักเธอมีเยอะแยะเต็มไปหมดเลยนะ ทีฉันล่ะไม่เห็นมีใครรู้จัก

          "อ้อเธอนี่เอง! ไม่ได้เจอกันนานน้า ช่วยดุหมาเธอทีสิ" เจ้าหมอนั่นได้ทีก็ถือโอกาสเข้ามาโอบไหล่ยัยเขี้ยวหมาเหมือนสนิทกันมาหลายปี ทำไมฉันรู้สึกอยากเอาดาบในมือนี่กระซวกท้องเขาขึ้นมาเสียอย่างนั้นนะ

          "จำฉันได้เหรอ?" ยัยเขี้ยวหมาถาม

          "ไม่หรอกโทษที แต่เธอรู้จักผมใช่ไหมล่ะ เพราะงั้นช่วยทีสิ" เขากระซิบ เหลือบมองฮาร์ลพลางกลืนน้ำลาย แต่กระซิบเสียงดังเสียขนาดนั้น คิดว่าจะไม่ได้ยินหรือยังไง แม้แต่แคพริคอร์นที่นั่งอยู่ห่างๆยังได้ยินเลยมั้ง

          "เฮ้อ... " ยัยเขี้ยวหมาถอนหายใจ แต่ไม่รู้ทำไมมันเหมือนเป็นการถอนหายใจโล่งอกมากกว่าถอนหายใจแบบเอือมระอา "ฮาร์ล นั่งลงก่อน เจ้าหมอนี่ไม่ใช่อาหาร"

          ฮาร์ลหันมามองหน้าฉันเหมือนจะรอคำสั่ง "นั่งลงก่อนฮาร์ล" ฉันสั่ง มันถึงยอมนั่ง

          "ขอบคุณ" เขาบอก ถอดหมวกหน้าตาประหลาดออกจากหัวทำให้เห็นว่าเขามีผมสีแพลตตินั่มตัดสั้น แต่ก็ยังยาวกว่าผมดำๆของแคพริคอร์นหน่อย ดวงตาสีเขี้ยวมรกตคล้ายจะเรืองแสงได้ในความมืด เมื่อมองดูดีๆแล้วก็เห็นว่าเจ้าหมอนี่มีอักขระบนร่างกายแล้วสองจุดคือแขนซ้ายและขาซ้าย ไม่ใช่อักขระแห่งพลัง อาจจะเป็นอักขระแห่งเวทมนตร์ ปัญญาหรือเอกลักษณ์ เพราะถ้าเป็นอักขระแห่งความทรงจำจะอยู่ที่ขาขวา

          แต่รู้สึกเหมือน... เคยเห็นหน้าหมอนี่ที่ไหน

          "ชื่ออะไร" ฉันถาม

          "ซีก้าครับ" เขาตอบ "มาจากเขตตะวันตกเฉียงใต้ของอสูรภูเขา ผู้พิสูจน์ประสาทสัมผัส"

          "ฉันรู้จักนายไหม?" ฉันถาม ทั้งที่ควรจะถามว่านายรู้จักฉันไหม แต่ช่างเถอะ พูดไปแล้ว ลืมคิด

          "ผมยังไม่ผ่านการทดสอบของภูตผีแห่งหมอก ไม่รู้สิครับ" ซีก้าตอบ มองหน้าฉันกับยัยเขี้ยวหมาสลับกันไปมา "แต่ผมก็รู้สึกว่าคุณสองคนหน้าคุ้นๆนะ"

          "ฉันนึกว่านายโดนจอมมารฆ่าไปแล้วเสียอีก" ยัยเขี้ยวหมาพูด แต่ฟังดูเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า

          "เหมือนเธอจะรู้จักเขาดีกว่าตัวเขาเองนะ ไม่แนะนำเพื่อนใหม่หน่อยเหรอ" ฉันถาม

          "ชื่อของเขาคือซีก้า ไฟเออร์เฟสต์ แต่ผู้คนในโลกเก่ารู้จักเขาในชื่ออื่น เป็นฉายา ผู้กล้า ผู้พิชิต ผู้สังหารจอมมารคนก่อน" ยัยเขี้ยวหมาพูดไปเรื่อยๆยิ่งทำให้ฉันรู้สึกคุ้น เดี๋ยวนะ ผู้กล้า งั้นก็...! "ถ้าเธอจะจำเขาได้ก็น่าจะมาจากนิมิตภาพหลอนจากพวกภูตผีนั่นแหละ ในงานวิวาห์น่ะ"

          นึกแล้วเชียวว่าเคยเห็นหน้าเจ้าหมอนี่ที่ไหน...

          "เขาคือคู่หมั้นของเธอ" ฉันทาย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #39 Patty (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:12
    สารภาพว่าจากที่อ่านๆมามโนว่าลีฟเป็นสาวน้อยร่างเล็กจนฉากที่เคลโดนบีบคอ5555555
    #39
    0
  2. #17 Zeferus (@noeiwarn9731) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2558 / 21:05
    เคลต้องเคะสิ เขิน >< 
    #17
    0
  3. วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 11:53
    เคลออกจากแมนและถึกแต่นางเป็นเคะรึเนี่ย??? วิธีการพูดของฮาร์ลทำให้มโนเป็นภาพลูกหมาตัวเล็กๆ ตลอดเลยค่ะ น่าร้ากกก
    #4
    1
    • #4-1 Dark Yuri (@darkyuri) (จากตอนที่ 7)
      15 มิถุนายน 2558 / 01:23
      ล..ลูกหมา...
      #4-1