Epic illusion Project Online [ มังกรเกรียนป่วนโลกออนไลน์ ]

ตอนที่ 12 : ภารกิจประจำเผ่าพันธุ์ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,922
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    5 ส.ค. 56

 

 

“ยิ้มหน่อยสิเพทาย คุณแม่เขาน้อยใจแล้วเห็นมั้ยที่เราไม่ยิ้มเลยน่ะ” เสียงทุ้มอ่อนโยนเป็นของใบหน้าของชายวัยกลางคนที่กำลังส่งยิ้มมาให้เด็กชายตัวเล็กที่ยืนอยู่นิ่งๆไม่พูดจาอะไร

 

ตรงหน้าของเพทายก็คือคุณพ่อของเขาเอง

 

ผู้ชายที่กำลังยิ้มชื่นมื่นขณะที่แนะนำคนแปลกหน้าว่าเป็นคุณแม่

 

“ได้สิครับคุณพ่อ” เพทายยิ้มนิดๆส่งให้อย่างว่าง่าย

 

จะเป็นอะไรไปล่ะในเมื่อคุณแม่จริงๆของเขาก็ตายไปแล้ว......

 

“ดีมากเลยลูกรัก เท่านี้เราทั้งหมดก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” ชายกลางคนยิ่งยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมแล้วคว้าลูกชายคนเดียวของตัวเองเข้าไปกอด

 

“เท่านี้เราทั้งหมดก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้วจริงๆ...”

 

พรวด...

 

“ฮะ ฮะ ฮะ ฝันบ้าอะไรเนี่ย.....” ซาเวนหัวเราะเบาๆ หลังจากที่สะดุ้งตื่นขึ้นมา ในห้องกว้างที่ดูแปลกตา เตียงนอนทรงกลมขนาดใหญ่ ผ้าห้มผืนหนา รวมไปถึงการตกแต่งที่อลังการไม่ชินตาทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัวในที่สุดว่าตอนนี้กำลังอยู่ในเกมไม่ใช่ชีวิตปรกติประจำวันอย่างที่เคย

 

เรื่องสมัยเด็กที่ผ่านมาแล้วจะมาฝันอะไรเอาตอนนี้นะ เด็กหนุ่มหาวก่อนยกมือขึ้นเพื่อขยี้ตาก็สัมผัสได้ถึงอะไรเปียกๆชื่นเป็นทางยาวที่หางตาข้างขวาของตัวเองก็เล่นเอาเข้าถึงกับงงงัน.....

 

นี่ตูหาวจนน้ำตาไหลได้ขนาดนี้เลยรึไงฟ่ะ....

 

ถึงจะพยามนึกให้ตลกขบขันแบบนั้นซาเวนก็ยังเผลอขบกรามแน่นโดยไม่รู้ตัว พยายามกดความรู้สึกไม่ดีที่พลุ่งพล่านขึ้นมาให้กลับลงไปอย่างยากลำบากแล้วทำเสมือนว่าไม่มีเรื่องราวใดๆเกิดขึ้นเหมือนปกติ

 

“ถ้าทิ้งไปเฉยๆก็เสียเปล่าแย่สินะ...โอกาสแบบนี้ไม่ได้หาง่ายๆซะด้วย....” ซาเวนรีบหยิบภาชนะแก้วเล็กๆที่จำได้ว่าเคยมีช่องหน้าต่างเก็บของขึ้นมาเมื่อขึ้นได้ว่าต้องใช้ในอนาคต ดูท่าว่างานนี้เขาไม่ต้องหาหอมหัวใหญ่มาหั่นเพื่อหาของแลกที่เปลี่ยนที่เรเชียร์อยากได้มาไว้เปลี่ยนอาชีพซะแล้ว

 

ครั้งสุดท้ายที่เขาเคยทำตัวอ่อนแอแบบนี้มันเมื่อไหร่กันนะ...ซาเวนนึกอย่างหัวเสียเมื่อตอนอายุ 6 ขวบ เขาก็ไม่เคยร้องไห้หลังจากนั้นอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่ว่าจะมีอะไรผ่านเข้ามา หรือผ่านออกไปเขาก็ยังยิ้มรับมันได้จนทุกคนมองว่าเขาเป็นคนสบายๆไม่คิดมาก

 

แต่ที่จริงแล้วความรู้สึกส่วนใหญ่ของเขามันตายด้านไปหมดแล้วต่างหาก......

 

ไม่ว่าเมื่อไหร่หรือเรื่องอะไรก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่จะผ่านไปในเวลาไม่นาน สิ่งที่เขาต้องเจอก็ไม่แน่ว่าคนอื่นก็อาจจะต้องเจอเหมือนกัน ไม่มีอะไรเป็นพิเศษและไม่ว่าความรู้สึกของเขามันจะเป็นยังไงมันก็เปลี่ยงแปลงอะไรโลกใบนี้ไม่ได้อยู่ดี.....

 

เพราะงั้น....

 

ต่อให้พยามดิ้นรนยังไงมันก็เปล่าประโยชน์ ขอแค่เพียงใช้ชีวิตตามโปรแกรมที่มนุษย์ทุกคนโดนวางไว้ก็เพียงพอแล้ว... ถึงจะคิดแบบนั้นมาทั้งชีวิตแต่ว่าพอต้องมาอยู่เฉยๆโดยที่ไม่ต้องทำอะไรขึ้นมาซาเวนก็รู้สึกว่ามันอาจะเป็นสาเหตุที่ทำเอาเขาหงุดหงิดผสมเบื่อจนเอาไปฝันร้าย

 

นี่ก็เข้าวันที่ 2 แล้วที่ซาเวนได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง เด็กหนุ่มแทบไม่เชื่อเลยว่าไอ้ระบบของเกมที่เขาตั้งแง่มาตลอดว่าจำไปก็รกสมองเสียเวลาจำไปเปล่าๆน่ะที่จริงแล้วมันไม่ได้จำยากอย่างที่ตัวเองคิด นอกจากจะต้องอาศัยความจำผู้เล่นแล้วระบบของเกม EiP ออนไลน์ ยังมีระบบช่วยให้ผู้เล่นสามารถจำข้อมูลในเกมได้ง่ายขึ้นด้วยระบบกระตุ้นความทรงจำ ทำให้ซาเวนที่หัวดีอยู่แล้วสามารถจำข้อมูลทั้งหมดได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำ

 

หลังจากนั้นถึงจะไม่มีอะไรให้ทำซาเวนก็นอนแบบเอาเป็นเอาตาย ไม่คิดจะโผล่หน้าออกไปนอกผนึกเลยสักครั้งเลยอาจจะเป็นเหตุให้คิดฟุ่งซ่านขึ้นมา

 

“นอนหลับต่อดีมั้ยนะ เหลือเวลาอีกตั้งหนึ่งวันเต็มๆ กว่าโทษของทางระบบจะหมด” ซาเวนบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนที่จะต้องเบ๊หน้าเมื่อรู้สึกเจ็บแปล๊บๆตามร่างกาย ถึงมันจะเบาลงมาเยอะแล้วแต่มันก็ยังทำให้ซาเวนอยากมุดกลับลงไปนอนอย่างเก่าขึ้นมาตงิดๆ

 

แต่ก็กลัวจะไปฝันบ้าๆ แบบนั้นอีก

 

นั้นก็เพราะถึงอยากจะลองใช้สกิลดูแต่ก็ต้องรอให้โทษจากทางระบบหมดไปซะก่อน อยากออกแรงฝึกดาบก็ไม่มีปัญญา ส่วนจะลองปลดล็อคสกิลก็รู้สึกขี้เกียจใช้สมองขึ้นมา แต่ซาเวนก็ไม่ค่อยจะอยากอยู่เฉยๆเหมือนกัน

 

อยู่นอนเกมก็นอนแปบอยู่บนตียงเพราะขาหัก อยู่ในเกมก็ยังไม่วายมานอนเดี๊ยงอยู่บนเตียงก็รู้สึกว่าชีวิตตัวเองมันช่างบัดซบสิ้นดี อย่างน้อยๆในเกมมันก็ไม่ได้ถึงขนาดที่ถึงจะลากสังขารออกไปแล้วจะตายขึ้นมาจริงๆ เพราะงั้นถ้าจะออกไปเดินเล่นกินลมสักหน่อยก็ไม่น่าจะมีปัญหา

 

“ไหนๆก็อยากจะเดินเล่นอยู่แล้ว ออกไปตรวจผลงานของเจ้าพวกนั้นก่อนดีกว่า” ซาเวนที่ตัดใจลุกจากที่นอนในที่สุดก็เดินลากเท้าออกมาจากเตียงนอนขนาดใหญ่แล้วออกไปนอกผนึกทันที

 

แดด....

 

ร้อนจนแทบอยากจะกลับเข้าผนึกไปอีกรอบ

 

ซาเวนมองไปรอบๆตัวเองที่เหมือนอยู่ทุ่งนาที่ปลูกอะไรสักอย่างที่เหมือนหัวผักกาดสีเขียวคล้ำ เวลาตอนนี้มันกี่โมงก็ไม่รู้แต่ที่แน่ๆก็คือดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่กำลังส่องสว่างอยู่กลางหัวพอดี ทำเอาซาเวนที่แพ้แสงขั้นรุนแรงถึงกับควันโขมงและปลงสังเวชกับกลิ่นไหม้ที่คลุ้งขึ้นมาอีกครั้ง

 

เพราะอย่างนี้นี่แหล่ะถึงไม่ค่อยอยากจะออกมาเดินตอนกลางวัน....หวังว่าผ้าคลุมกับชุดกันธาตุแสงที่ซื้อมาจะพอใช้งานใช้การได้ ไม่ทำให้เขาผิดหวังเพราะตายกลางแดดหรอกนะ

 

“นายท่านตื่นแล้วหรือครับ....ถ้ายังไงรีบไปหลบใต้ต้นไม้รึอะไรก่อนดีกว่ามั้ยครับ” พยัคฆ์ขาวเอ่ยทักทันทีที่เห็นเด็กหนุ่มโผล่ขึ้นมา ทำเอาซาเวนที่มัวแต่เหม่อท้องฟ้าถึงกับอึ้งนิดๆกับลุคใหม่ของสัตว์อสูรตัวเองที่กลายสภาพเป็นสัตว์ที่ใช้ทางการเกษตร

 

“ไกลไป ฉันว่าจะมาเช็คผลงานน่ะ ถ้าต้องเดินออกไปห่างขนาดนั้นละก็สู้กลับเข้าผนึกง่ายกว่า” ส่ายหน้าเพราะเท่าที่เขามองไปรอบๆในระยะรัศมีสุดลูกหูลูกตาไม่มีต้นไม้ใหญ่สักต้น แม้กระทั่งที่ที่พอจะให้ร่มเงาสักนิดก็ไม่มี

 

“พอดีเลยซาเวน ตั้งแต่เมื่อตอนก่อนเกิดเรื่องฉันซื้อร่มมาให้นายคันนึงน่ะแต่ดันไม่มีโอกาสให้ รับไปสิ" เรเชียร์ลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากตัวแล้วหยิบร่มสีดำสนิทมากางก่อนจะยื่นส่งให้เด็กหนุ่มรับไป จากนั้นเธอก็หันกลับไปก้มหน้าก้มตาจัดการกับสิ่งที่น่าจะเป็นต้นข้าวในนาต่อ

 

ที่หญิงสาวเลือกใช้คำว่าน่าจะเป็นต้นข้าวกับเจ้าพืชในนานี้ก็เพราะว่ามันหน้าตาไม่เหมือนข้าวเลยสักนิด มันเหมือนกับหัวกะหล่ำที่ดื้อด้านและทนทายาทมากกว่า การจะดึงมันขึ้นมาจากพื้นในแต่ละครั้งมันยากเสียจนเธออยากจะฝั่งมันไปเลยแทนที่จะพยามขุด ทึ้ง และดึงขึ้นมา

 

“อย่าบอกนะที่นี่หมู่บ้านวีเดีย....” ซาเวนนึกถึงไอ้หนึ่งภารกิจชวนปวดตับขึ้นมาทันที

 

“ใช่เลยขอรับนายท่าน ที่นี่คือหมู่บ้านวีเดียอย่างที่คิดเลยล่ะ.....และพวกเราทั้งหมดรวมทั้งเรเชียร์เหมือนจะกลายเป็นผู้ยึดถือหนทางแห่งการเป็นอัศวินไปเรียบร้อยแล้วล่ะครับ เหอะๆ ” แบล๊กควูเดอร์กล่าวประหนึ่งว่ามันกำลังเยาะเย้ยตัวเอง ที่จริงต่อให้มันไม่รีบพูดถากถางตัวเองซาเวนก็ไม่คิดจะขยับปากพูดอะไรออกมา

 

เรเชียร์อยู่ในชุดราวกับคุณป้าไม่ค่อยเท่าไหร่แต่บรรดาสัตว์อสูรที่เหมือนถูกจับยัดใส่ชุดคุณป้ามาคนละชิ้นสองชิ้น เนื้อตัวดูมอมแมมเพราะบางครั้งถ้าออกแรงดึงมากๆไอ้ต้นข้าวประหลาดเขี้ยวปี้นี่มันก็จะพ่นเมือกเขียวๆ เหนียวออกมาตอบแทน มันชวนให้นึกอนาถอยู่ไม่น้อย

 

.....ดีแล้วล่ะที่ตูไม่ต้องทำให้ภารกิจบ้าๆนี่เอง

 

 “เอนีลอยู่ไหน” ซาเวนถามเมื่อเห็นว่ามีสัตว์อสูรตัวนึงที่ไม่ได้อยู่ด้วยก็โดนหมาป่าดำแสยะยิ้มแห้งมาให้

 

“เจ้านั้นตัวใหญ่เลยโดนพวกชาวบ้านเอาไปช่วยไถนาทางโน้นอ่ะ” แบล๊กควูเดอร์พงกหัวไปทางทิศที่เอนีลอยู่เห็นเป็นจุดสีแดงอยู่ไกลลิบตา

 

“โชคยังดีที่เค้าอยากได้แค่คุณมังกรแดงตัวเดียว ไม่งั้นฉันคงต้องถอนไอ้หมดนี่คนเดียว....” เรเชียร์ยิ้มแห้งๆ ดูท่าว่าชาวนาที่นี่จะน่ากลัวกว่าสัตว์อสูรที่เธอเคยเจอมาทั้งหมดซะอีก ยิ่งสายตาลุกวาวยามที่เธอมาขอทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพก็ยิ่งทำให้หญิงสาวแอบสยองอยู่ไม่น้อย แต่ว่ายังดีที่ภารกิจมันยังไม่โหดร้ายเกินไปเมื่อสิ่งที่เธอต้องทำมันก็แค่การถอนต้นข้าว(?) เหล่านี้ให้ได้หนึ่งพันต้นก็พอ

 

ถึงจะคิดว่าแค่ต้นเดียวก็แทบตายแล้วก็เหอะ.....

 

“แล้วเหลืออีกภารกิจ....” เมื่อเจอคำถามนี้ของซาเวนเขาก็เหมือนว่าทุกคนต่างก็พากันหลบตาทันทีจนเหลือเพียงคลลาวเลอร์ที่จงรักภัคดีที่สุดเฉลยคำตอบออกมาให้

 

“เหลืออีก 60 กว่าภารกิจที่ยังไม่สำเร็จครับท่านซาเวน....” พยัคฆ์ขาวเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้ทันกำหนด 3 วันเนื่องจากภารกิจที่ซาเวนให้รีบๆ ทำมันมีแต่งานหินๆ ทั้งนั้น

 

“เฮ้อ....แล้วทำไมไม่เรียกสมาชิกในกิลด์มาช่วยล่ะในเมื่อขนาดสัตว์อสูรยังช่วยได้เลย เธอนี่มีลูกน้องไว้เสียเปล่า ไปจัดการให้เรียบร้อยแล้วไปรับภารกิจต่อไปเดี๋ยวนี้” ซาเวนถึงกับกุมขมับ ดูจากสภาพแล้วทั้งเรเชียร์ทั้งสัตว์อสูรของเขาเองทำภารกิจได้อย่างเรื่อยเฉื่อยกว่าที่เขาจะทำเองซะอีก

 

“เอ่อ...สมาชิกกิลด์คนอื่นๆ ก็ติดภารกิจอื่นๆ ของเราอยู่น่ะค่ะ...” เรเชียร์พูดอย่างหดหู่ ก่อนจะเล่าว่าลูกน้องเธอแต่ละคนที่ว่างพอจะมาช่วยกันเก็บภารกิจนั้นถูกทิ้งให้ติดแหงกอยู่ตรงภารกิจไหนบ้าง เล่นเอาคราวนี้เธอมั่นใจได้เลยว่าถ้าหากมีการเรียกระดมพลเพื่อทำภารกิจในครั้งต่อไปคงมีแต่คนขยาดไม่กล้ามาร่วมด้วยง่ายๆ

 

“สรุปว่า ถ้าลูกน้องเธอจบภารกิจกันได้ ก็จะเหลือภารกิจที่ต้องไปทำเองอีกแค่ 3 ภารกิจสินะ” เด็กหนุ่มสรุปจากคำพูดทั้งหมดของหญิงสาว

 

“ใช่ค่ะ รับรองว่าจะพยามทำให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน”

 

“งั้น....ก็ขุดไอ้หัวพวกนี้ต่อไปก็แล้วกัน....” ซาเวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วก็เดินไปเริ่มต้นจ้องหัวผักกาดเขียวอี๋ด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจนัก อย่างน้อยๆถ้าเขาอาศัยแรงตอนนี้ขุดขึ้นมาได้สักหัวก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยล่ะนะ

 

แต่คิดอีกทีดูท่าว่าหัวเดียวก็ไม่มีปัญญาจะถอนแฮะ ซาเวนส่ายหน้าน้อยๆเมื่อลองออกแรงดึงดู ในเมื่ออยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ถ้ายังนั้นกลับไปนอนไขปริศนาสกิลในผนึกดีกว่า....

 

“หง่ะ...นายท่านจะกลับเข้าผนึกอีกแล้วเหรอ...ขอข้ากลับเข้าไปด้วยคนจิ” แบล๊กควูเดอร์ที่เหลือบมาเห็นท่าทางของนายท่านของมันพอดีก็รีบร้องขออย่างมีความหวัง

 

“.....”

 

“.....ก็ได้” ซาเวนรับคำอย่างง่ายดายแล้วลากแบล๊กควูเดอร์กลับเข้าผนึก ถ้าเพียงแต่หมาป่าดำจะสังเกตหน้าเจ้านายตัวเองให้ดีๆเหมือนทุกทีมันคงไม่รีบกระดิกหางตามซาเวนทิ้งงานทิ้งการตามซาเวนกลับเข้าผนึกอย่างแน่นอน

 

ตุบ....

 

และแล้วก็ต้องกลับมานอนสภาพเดิม

 

ซาเวนเรียกหน้าต่างขึ้นมานอนดูอย่างเซ็งๆ มีสกิลปริศนาอยู่ 3-4 สกิลที่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรกัน แต่เหมือนกับว่ามันมีปริศนาที่ต้องต่อให้สมบูรณ์เสียก่อนถึงจะปลดผนึกสกิลมาใช้งานได้ หางตาก็เหลือบมองไปที่หมาป่าอย่างพึ่งพอใจนิดๆที่อีกฝ่ายดูจะมีสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากลำบนกว่าตัวเอง

 

“อย่าให้น้ำหกล่ะ ไม่งั้นไอ้ที่จะวางคราวหน้าฉันจะเปลี่ยนให้ภาชนะมันใหญ่กว่าเดิม....” เสียงพูดอย่างอารมณ์ดีของซาเวนทำให้แบล๊กควูเดอร์เพิ่มเศร้าสร้อยขึ้นเป็นทวีคูณ ตั้งแต่ตอนเข้ามาในผนึกมันก็โดนสั่งให้นั่งลงอย่าขยับ ก่อนที่เจ้านายของมันจะบรรจงวางแก้วใส่น้ำดื่มที่กลางหัวมันด้วยรอยยิ้มกว้างแล้วสั่งให้อยู่นิ่งๆแบบนั้น

 

เรียกว่าเป็นการหาความสะใจเล็กๆ น้อยๆ ของซาเวนนั้นเอง

 

ถึงอย่างนั้นหมาป่าทมิฬก็ฉลาดพอที่จะตีหน้าเศร้าสุดฤทธิ์ ลำพังการยืนขาแข็งแค่นี้มันยังถือว่าเล็กน้อยแต่ถ้ามันแสดงอาการชิวๆ ออกไปไม่แน่ว่าจะโดนหนักกว่านี้

 

Unknow Skil 1....ทักษะที่ต้องไขปริศนาอันแรกสินะ...” ซาเวนหันกลับมาสนใจหน้าต่างสกิลตัวเองอีกครั้ง ทั้นทีที่กดปุ่มเพื่อทำการปลดล็อคก็ปรากฏชิ้นส่วนจิ๊กซอว์สีทองลวดลายประหลาดกระจัดกระจายอยู่กลางอากาศจนแลดูคล้ายกับท้องฟ้าจำลองขนาดย่อม

 

ต้องเริ่มจากเจ้านี้สินะ.....ซาเวนล้มตัวลงนอนมองชิ้นส่วนนับหมื่นๆ ชิ้นแล้วคลี่ยิ้มบาง ไอ้ของแบบนี้มันเรียกได้ว่างานฆ่าเวลาง่ายๆของเขาเลยก็ได้ พอกวาดสายตามองไปทั่วๆรอยหนึ่งเขาก็เริ่มลงมือสั่งการให้ชิ้นส่วนเริ่มขยับต่อกันเป็นรูปเป็นร่างอย่างรวดเร็ว

 

นี่มันง่ายกว่าการต่อจิ๊กซอว์จริงๆเยอะตรงที่แค่นิดในหัวว่าจะเอาอะไรไปต่อตรงไหน ชิ้นส่วนต่างๆก็ขยับไปตามที่คิดทันที ซึ่งซาเวนก็ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะใช้เวลาเพียงไม่ถึงสิบห้านาทีในการได้แผ่นทองคำสลักอักขระมา

 

อักขระโบราณที่อ่านยังไงก็ไม่สามารถอ่านได้ว่ามันเป็นภาษาอะไรทำเอาซาเวนขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก นี่มันคงไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องเข้าไปเรียนภาษาต่างๆ ในห้องสมุดในเกมหรอกนะ

 

“อักษรพวกนั้นน่าจะเป็นอักษรทักษะของเผ่ามังกร ถ้าให้ข้าเดาล่ะก็แค่ยืนมือไปดูดกลืนอักษรพวกนั้นเข้าไปในร่างกายนายท่านก็ใช้ทักษะได้แล้วล่ะครับ” แบล๊กควูเดอร์กลั้นใจสอดปากขึ้นมาในความเงียบเพราะเห็นว่านายท่านของมันจ้องแผ่นทองคำเวทย์นานแล้ว เผ่าของมันก็มีวีธีปลอดปล่อยความสามารถที่คล้ายกันแบบนี้เพียงแต่ว่าเป็นสีเงินบริสุทธิ์

 

“ดูดกลืน....จะให้กินไอ้แผ่นทองคำนี่งั้นสิ” ซาเวนมองแผ่นทองคำด้วยสายตาไม่เชื่อถือ

 

“แค่หลับตาแล้วพยามรู้สึกถึงพลังของมันก็พอแล้วล่ะครับ....ถ้ากินเข้าไปจริงๆมีหวังติดคอแน่” หมาป่าดำรีบอธิบายก่อนที่นายท่านของมันจะหยิบแผ่นโลหะแข็งๆขึ้นมากินจริงๆ

 

“เข้าใจล่ะ...” ซาเวนหลับตาอย่างไม่เชื่อถือนัก แต่กลับกลายเป็นว่าเข้าได้ยินเสียงจากระบบแจ้งรายงานความสามารถของสกิลขึ้นมาทันที

 

‘Unknow Skil 1 ถูกปลดผนึกทักษะ ดวงจันทร์สีเลือด [Moon Blood] สามารถเรียกใช้ได้ต่อเมื่อทักษะอาณาเขตพิฆาตกำลังทำงานมีผลทำให้ศัตรูที่มีระดับคสาสต่ำกว่าตัวเอง 3 คลาสเสียชีวิตทันที ภายใต้พระจันทร์สีแดงสดที่ส่องแสงกลางท้องฟ้าสีดำ

 

“....อันอื่นๆก็ดันเหมือนเดิมแฮะ....” เด็กหนุ่มเลื่อนๆ ลงมาเปิดสกิลที่เหลือจนเสียงระบบดังขึ้นในหัวอย่างต่อเนื่อง

 

‘Unknow Skil 2 ถูกปลดผนึกทักษะ ภาพลวงตาแห่งความมืด [Dark Illusion] สามารถเรียกใช้ได้ต่อเมื่อทักษะอาณาเขตพิฆาตกำลังทำงาน สามารถสร้างภาพลวงตากลืนเป้าหมายให้ตกอยู่ในความฝันได้ตามที่ผู้ใช้ทักษะกำหนดขึ้น

 

‘Unknow Skil 1 ถูกปลดผนึกทักษะ เพลิงมังกร [Dragon Breath] ระดับ1 สามารถเรียกใช้ได้ทั่วไป เมื่อถูกเพลิงสีฟ้าแผดเผาจะมีผลทำให้รักษาแผลไม่ได้เป็นระยะหนึ่ง ขึ้นอยู่กับระดับของทักษะ

 

“.....” ซาเวนมองทักษะที่ต้องปลดผนึกอันสุดท้ายอย่างสงสัยเพราะมันไม่ได้โผล่มาเป็นจิ๊กซอว์เหมือนเดิมแต่กลับมีคิวบิกสีดำสนิทโผล่ออกมาตรงหน้า

 

ดำสนิททุกๆ ด้าน...แบบนี้หมายความว่าให้ทำอะไรกันนะ เด็กหนุ่มหยิบเจ้าลูกบาศก์ทรงสี่เหลี่ยมขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆก็ต้องเผลอแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายที่เจอสิ่งที่ซ่อนอยู่ รายเส้นบางเบาราวกับรายหินอ่อนที่ไม่ปะติดปะซ้อนอยู่ใต้พื้นสีดำเนียนเงาอีกที ของแบบนี้คิดจะเล่นเกมทดสอบความช่างสังเกตกันไปถึงไหนกันแน่นะ

 

ซาเวนหยิบคิวบิกสีดำขึ้นมาดูรอบๆครั้งหนึ่งก่อนจะปล่อยให้ลูกบิกกลับไปลอยคว้างอยู่กลางอากาศแล้วปล่อยให้มันค่อยๆขยับตามที่เขาคิดด้วยความเร็วที่ทำให้เวลาผ่านไปเพียงไม่นานเจ้าลูกบาศก์สีดำก็ถูกจัดการจนเป็นภาพที่สมบูรณ์นั้นก็คือรวดลายของเผ่ามังกรที่แบ่งเป็นธาตุหลักทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ

 

ผู้เล่นซาเวนค้นพบเส้นทางสู่การทดสอบของเผ่าพันธุ์มังกรค่ะ ถ้าทำภารกิจสำเร็จ จะได้ทักษะหลักของเผ่ามังกร หากเสียชีวิตจะระดับลดลงจนเหลือ ระดับ 1 คลาส 1 และไม่สามารถทำการทดสอบเป็นครั้งที่สองได้ค่ะ หากปฏิเสธก็จะทำให้ไม่สามารรับภารกิจได้เป็นครั้งที่สองเช่นเดียวกันค่ะ

 

 กรุณาตอบรับหรือปฏิเสธเพื่อยืนยันภายใน 10 วินาทีก่อนที่ระบบจะทำการปฏิเสธอัตโนมัติค่ะ

 

ซาเวนมองข้อความ YES กับ NO ที่อยู่ตรงหน้าแบบอึ้งๆ บททดสอบดันโผล่มาในตอนที่เขาโดนโทษจากทางระบบอยู่เนี่ยนะ ถ้าเขาไม่บาดเจ็บอยู่ละก็จะไม่มีทางลังเลเลยสักนิด ไม่รู้ว่าทางระบบจะยอมให้เขาเอาสัตว์อสูรไปด้วยได้รึเปล่าก็ไม่รู้

 

ซาเวนหันไปจ้องหน้าหมาป่าดำอย่างชั่งใจ ในเวลาแบบนี้สกิลอะไรเขาก็ยังใช้งานไม่ได้ ค่าพลังต่างๆก็เหลืออยู่แค่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่จะยอมเสียโอกาสไปเปล่าๆโดยไม่ยอมทำอะไรมันก็ไม่ใช่นิสัยของเขาซะด้วย

 

เฮ้อ เลิกคิด เอาไปได้ก็คือเอาไปได้ เอาไปไม่ได้ก็คือไว้ค่อยเอาตัวรอดเอาดาบหน้าแล้วกัน อย่างมากก็แค่ทำสุดความสามารถก็แล้วกัน ซาเวนลุกขึ้นจากเตียงไปยืนข้างๆแบล๊กควูเดอร์ที่มองนายท่านของมันอย่างงุนงง ที่จู่ๆก็เดินหน้านิ่งไปจับปลอกคอมันไว้ก่อนจะเอามือจิ้มข้อความอะไรสักอย่างที่ลอยอยู่ตรงหน้า

 

ฟู่......

 

ควันเสีดำพวยพุ่งออกมาไม่หยุดหย่อนจากคิวบิกสีดำทำให้รอบตัวซาเวนมืดสนิทมองเห็นได้เพียงแต่ตัวเองอยู่ในความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด ถ้าเป็นคนอื่นมาเจอแบบนี้ก็คงจะตกใจอยู่บ้างแต่กลับซาเวนนั้นไม่มีผลอะไรเลยสักนิด

 

แน่ล่ะ ในเมื่อมันคือสภาพเดียวกับตอนที่เขาเข้ามาให้เกมครั้งแรกไม่มีผิด เด็กหนุ่มเอามือที่เคยจับปลอกคอหมาป่าดำเอาไว้ขยี้หัวตัวเองเล็กน้อยด้วยอาการเซ็งที่ไม่สามารถลากเอาหมาป่าดำมาทำภารกิจด้วยได้จริงๆ

 

แต่ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็ค้นพบว่าสภาพร่างกายของตัวเองอยู่ในสภาพปกติดีทุกอย่างไม่มีผลจากโทษของทางระบบมาทำให้รู้สึกแย่ๆ ถึงในการทดสอบนี้

 

 “ไม่คิดว่าจะเจอคุณเร็วขนาดนี้เลนนะครับ คุณซาเวน.....” ชายหนุ่มผมสีทองชุดสีขาวนามไครมิสทักทายขึ้นมาแต่ซาเวนกลับเห็นเขาได้อย่างชัดเจน....

 

ถึงภายนอกจะดูยิ้มแย้มแต่ที่จริงชายหนุ่มผมทองคนเพิ่งจะรีบกระหืดกระหอบมาจากการซ่อมระบบเมืองของเมืองเอลันเดียร์ที่เขาดูแลก่อนที่จะต้องรีบย้ายร่างในระบบออนไลน์เพื่อเข้ามาสู่ในส่วนระบบภารกิจของซาเวนอย่างรีบร้อนเพราะไม่คิดว่าจะมีใครไปปลดระบบนี้เข้าทั้งๆที่ยังไม่มีพนักงานมาประจำ

 

เนื่องจากเขาที่ซวยตั้งแต่การจับฉลากให้ไปเจรจากับซาเวนในครั้งแรกที่เมืองเอลันเดียร์นั้นได้ดีเกินคาดก็ถูกยัดเยียดจากบรรดาเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าให้เป็นผู้ดูแลของซาเวนแบบถาวร ทำให้ครั้งนี้ก็ย่อมต้องเป็นเขาอีกเช่นเคยที่ต้องเป็นผู้เข้ามาอธิบายการทดสอบ

 

“ที่นี่คือมิติว่างเปล่าสินะครับ พอเจอแบบนี้เข้าก็รู้สึกเหมือนอยู่ในอวกาศไม่มีผิด ถึงผมจะไม่เคยไปเที่ยวอวกาศก็เถอะ คนมันงบน้อย...” ซาเวนยิ้มนิดๆเมื่อคิดว่าการทนสอบคงไม่ใช่อะไรที่ต้องลงมือลงไม้อย่างที่คิด

 

“สมเป็นคุณเลยนะครับ หัวไวดีจริงๆ ถ้ายังไงเราจะมาเริ่มสร้างทักษะกันเลยดีหรือว่าจะให้ผมนั่งอธิบายรายละเอียดก่อนดีครับ” ไครมิสพูดพรางดีดนิ้วก็มีโต๊ะน้ำชาเลื่อนเข้าระหว่างเขากับซาเวนก่อนจะผ่ายมือเพื่อเชิญอีกฝ่ายนั่งลง

 

“แบบทดสอบภารกิจมีบริการดีอย่างนี้ด้วยเหรอครับ....ผมเห็นว่าไอ้ภารกิจอัศวินนั้นมันออกจะโหดหินน่าดูเลยแท้ๆ” ซาเวนนั่งลงตามอีกฝ่ายแล้วหยิบกาแฟขึ้นมาดื่มแทนที่จะเป็นชาเหมือนปกติเพราะอยากเปลี่ยนรสชาติบ้าง

 

“ฮะ ฮะ ฮะ ผมบอกข้อมูลในส่วนนั้นไม่ได้หรอกครับเพียงแต่ใบ้ให้ได้ว่าสมาคมอาชีพที่ขึ้นอยู่กับกิลด์น่ะ ทางกิลด์มีสิทธิ์ร่วมออกความคิดเห็นเกี่ยวกับสมาคมกับ NPC ได้น่ะครับ...” ไครมิสกล่าวอย่างไม่มีความรับผิดชอบ อันที่จริงถึงเขาจะเป็นผู้ดูแลระบบแต่ถ้าไม่มีกำหนดอยู่ในข้อห้ามเขาก็สามารถจะพูดอะไรตามใจชอบก็ได้ทั้งนั้น

 

“แต่ผมว่านั้นก็หลุดออกมาเกือบหมดแล้วล่ะครับ” ซาเวนพูดยิ้มๆ ในใจก็นึกไปว่าถ้ารู้ว่าใครเป็นคนคิดไอ้ภารกิจบ้าๆพวกนี้ขึ้นมาเขาจะตามไปเชือดทิ้งเรียงตัวทีหลัง

 

“ผมก็แค่บอกบอกข้อมูลที่บอกได้ งั้นผมจะขอเริ่มอธิบายการทดสอบอันนี้ให้คุณซาเวนเลยนะครับจะได้ไม่เสียเวลาอันที่จริงมันทักษะที่คุณควรจะมีหลังได้ร่างมังกรมาแล้วด้วยซ้ำแต่ในเมื่อคุณไขปริศนาได้ก่อนกำหนดมันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะครับ” ไครมิสหยุดพูดเพื่อจับน้ำชาเล็กน้อยก่อนจะเริ่มพูดต่อ

 

“ที่จริงการวิวัฒนาการของเผ่ามังกรจะเริ่มต้นที่ร่างมังกร ไปที่ร่างจำแลงเป็นมนุษย์ก่อนที่จะไปที่ร่างจุติประจำเผ่าพันธุ์ซึ่งในกรณีนี้คุณซาเวนออกจะมั่วๆไปหน่อยเนื่องจากเป็นผู้เล่นทำให้เกิดมาก็อยู่ในร่างมนุษย์เลยและถ้าพอเลื่อนถึงคลาส 5 เมื่อไหร่ก็จะร่างมังกรมา เหมือนกับทั่วๆไปที่จะได้ร่างที่สองตอนคลาส 5 แต่ร่างขั้นที่ 3 ที่เป็นขั้นสุดท้ายที่ไม่มีใครเคยได้มาก่อนและควรจะถูกปลดผนึกอัตโนมัติเพื่อทำการทดสอบที่คลาส 10 กลับมาถูกคุณปลดได้ซะก่อน....”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่น่าใส่วิธีปลดผนึกแบบอื่นมาด้วยนะครับ” ซาเวนแทรกคำถามขึ้นมากวนๆ

 

“ว่าแล้วคุณต้องพูดแบบนี้ อันที่จริงทุกเผ่ามีวิธีได้ร่างต่างๆ ทางลัดอยู่แล้วขึ้นอยู่กับว่าจะมีความสามารถมากพอรึเปล่า อย่างเช่นเผ่ามังกรที่ทรงปัญญาคนที่สามารถไขปริศนาที่เป็นแบบทดสอบขั้นต้นของเผ่าได้ก็จะโอกาสพิสูจน์ตัวเองไงล่ะครับ” ไครมิสอธิบาย ตามหลักความเป็นจริงผู้มี่มีความสามารถมากก็ย่อมต้องได้รับการยอมรับจากเผ่าพันธุ์เป็นธรรมดา แต่ผู้เล่นน้อยคนนักที่จะรู้การที่เขาบอกซาเวนออกไปเท่ากับบอกเรื่องลับเรื่องหนึ่งของเกมไปแล้ว

 

“ถึงอย่างงั้นก็ไม่น่าจะงกขนาดให้ทำการทดสอบได้แค่ครั้งเดียว” ซาเวนตั้งคำถาม เพราะการที่จะสามารถทดสอบได้แค่ครั้งเดียวก็เท่ากับว่าเขาจะพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด

 

“ช่วยไม่ได้ครับยังไงนี่ก็เป็นทักษะระดับ SSS ถ้าได้ง่ายเกินไปก็ไม่สนุกสิครับ แล้วคุณซาเวนจะเริ่มทดสอบเลยมั้ยล่ะครับ” ไครมิสพูดอย่างอารมณ์ดีเต็มที่ ที่วันนี้เขาสามารถดำเนินการในส่วนของทักษะได้อ่างราบรื่น

 

“นายจะไม่อธิบายอะไรเลยเหรอ” เด็กหนุ่มแย้งขึ้น

 

“ผมลืมไป ที่จริงบททดสอบของทักษะนี้ก็ง่ายๆ ไม่ยากมากมายเท่ากับร่างมังกรด้วยซ้ำ การจุติร่างของเผ่าพันธุ์ก็แค่การหลอมรวมมนุษย์กับร่างมังกรเข้าด้วยกันเท่านั้นล่ะครับเพียงแต่ร่างที่ได้ออกมามันจะถูกสร้างขึ้นมาจากตัวตนที่แท้ของตัวคุณ และถ้าจิตใจคุณไม่แข็งแกร่งพอก็อาจจะตายก่อนได้ร่างใหม่เท่านั้นล่ะครับ งั้นเราเริ่มการทดสอบกันเลยนะครับ” ไครมิสเองก็อยากจะเห็นว่าร่างจุติประจำเผ่าของผู้เล่นที่สุ่มได้เผ่ามังกรโลกัลป์ที่ขึ้นชื่อว่าหายากที่สุดนั้นจะออกมาเป็นแบบไหน

 

แต่อย่างน้อยๆตอนนี้เขาก็ยังพอวางใจได้ว่าอีกนานกว่าที่ซาเวนจะคลาส 5 แล้วซึ่งพอตอนนั้นเขาคงจะได้ปวดหัวจริงๆอย่างแน่นอน

 

 

 



 

ประกาศดองก่อนนะครับ ตอนหน้ามาต่อไม่เกินวันอาทิตย์หน้าแต่อาจจะมีมาแก้คำผิดบ้าง ช่วงนี้ผมงานเข้าสุดๆเลยอ่ะ ถ้าเจอคำผิดช่วยบอกด้วยนะครับ (ขอบคุณที่ช่วยคอมเม้นท์กันนะครับ)

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

1,335 ความคิดเห็น

  1. #1263 เอมิเรีย (@amire) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 19:44
    ท่านควรปวดหัวตั้งแต่มันทำแบบทดสอบเป็นพันๆข้อนั่นผ่านได้แล้วหล่ะ
    #1263
    0
  2. #1079 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 00:19
    ได้ร่างเร็วๆล่ะ ;)) //ได้ข่าวว่าแกต้องทำการบ้าน ??  นี่เที่ยงคืนกว่าแล้วนะ =*='
    #1079
    0
  3. #743 เทพ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 14:13
    จะโหดๆๆๆๆ ไปแก้แค้นนมันนนนน
    #743
    0
  4. #660 Over the Cloud (@overthecloud) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 / 07:39
    จะได้ร่างแบบไหนกันนะะะ*3*
    #660
    0
  5. #533 นายตัวร้าย 27 (@aom084495) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 / 10:55
    เม้นเป้นกำลังใจให้จ้า
    #533
    0
  6. #346 Alangod (@alangod) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 16:39
    บททดสอบจะเป็นแบบไหนหว่า?
    #346
    0
  7. #112 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2556 / 15:40
    นุกดีจ้า
    #112
    0
  8. #60 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 17:51
    ค้างเลย สนุกดีครับ รอดูว่าจะผ่านการทดสอบไหม ลุ้น ๆ
    #60
    0
  9. #58 np47 (@jingjoe_47) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 21:53
    อยู่นอนเกม --- อยู่นอกเกม

    มาต่อไวๆๆๆนะคร๊าฟสู้ๆๆๆๆ
    #58
    0
  10. #57 joint (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 21:02
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #57
    0
  11. #56 dark green (@darkgreen) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 20:47
    สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ- w -
    #56
    0