Epic illusion Project Online [ มังกรเกรียนป่วนโลกออนไลน์ ]

ตอนที่ 46 : ระหว่างเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    13 ก.ย. 57

 

 

 

ปี๊บ ปี๊บ....

 

            เสียงแจ้งเตือนจากหน้าต่างระบบดังขึ้นทำให้ซาเวนที่ทอดสายตามองสภาพกองทัพของตัวเองที่ส่วนหนึ่งกำลังทำลายรูปปั้นน้ำพุกลางเมืองกันอย่างเอาเป็นเอาตาย บรรดาสัตว์อสูรเผ่าปีศาจของไกเซอร์เหมือนจะกำลังสนุกอยู่กับเสียงระเบิดแบบแปลกๆ และในจำนวนนี้มีเหล่ามังกรชั้นสูงอย่างมิเลียและริเวียร่าเข้าไปร่วมวงด้วยและดูจะชอบอกชอบใจอยู่ไม่น้อย

 

            แต่จักรพรรดิเผ่าปีศาจอย่างไกเซอร์ยังคงหลบมุมเอาแต่หดหู่อยู่ ยิ่งมีธีระเดินไปขมวดคิ้วหลบมุมอยู่ใกล้ๆ เจ้าตัวก็ดูจะยิ่งสติแตกไปกว่าเดิม

 

            นั่นก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ซาเวนแสยะยิ้มเย็นๆ อยู่ในตอนนี้......

 

แต่ในเมื่อมีเรื่องงานติดต่อเข้ามาก่อนซาเวนจึงหลุบตากลับมาที่หน้าจอตัวเองก่อนจะเดินหลบมุมเพื่อกดตอบรับคนที่ติดต่อมาซึ่งก็คงไม่พ้นคนที่ชายหนุ่มคาดเดาเอาไว้

 

            เพราะเวลาที่ฟรานติดต่อเขาก็มักจะเปิดระบบติดต่อเขาอย่างมีมารยาทแต่ดูสบายๆ ไม่เผด็จการเหมือนท่านประธานอีวานที่พอเขาช้าเข้าหน่อยก็ทำการบังคับเปิดหน้าจอระบบติดต่อขึ้นมาเองหรืออย่างไครมิสที่มากมารยาทขนาดที่เสียเวลามาติดต่อด้วยตัวเองเกือบทุกครั้ง

 

            ภาพตรงหน้าที่เด้งขึ้นมาปรากฏจ่อสายตาซาเวนก็ไม่ใช่คนอื่นจริงๆฟรานอยู่ในชุดผจญภัยพื้นฐานที่หาซื้อได้ง่ายภายในเกมกระนั้นเมื่อผู้สวมเป็นเธอชุดก็ยิ่งดูน่ารักกว่าปกติขึ้นหลายเท่า

 

“ขอโทษนะคะที่ติดต่อเข้ามาช้า คุณวารินทร์....ไม่สิ คุณซาเวนคะทางนั้นเป็นไงบ้างค่ะ” เมื่อปลายทางการติดต่อกดตอบรับกลับมาฟรานก็เห็นใบหน้าของนายแบบหนุ่มที่มองยังไงก็ไม่เหลือเค้าเดิมจ้องกลับมา

 

            สวมหน้ากาก....!?

 

            ติดใจวิธีนี้มาจากตอนเธอให้ตัวละครวารินทร์ปลอมเป็นสัตว์อสูรเผ่าแมงมุมไงกันนะ แต่ฟรานก็ยอมรับว่าให้บอสมังกรแต่งแบบนี้ก็ดูลึกลับไม่เลวดีเหมือนกัน ดูสมเป็นสัตว์อสูรที่เป็นบอสลับเสียจนเธอรู้สึกยินดีไม่ได้ที่ไม่ต้องกังวลถึงอนาคตข้างหน้าถ้าเกิดมีคนทักมาว่าบอสมังกรของเกมช่างคล้ายหน้าตาฟรีเซ็นเตอร์อีกฝั่งอย่างวารินทร์ซะเหลือเกิน

 

            แน่ล่ะ ก็เป็นคนคนเดียวกันนี่นา แต่ว่ามันก็จะไปผิดสัญญากับชายหนุ่มเข้าน่ะสิที่บอกเอาไว้ว่าไม่ต้องการให้ใครเชื่อมโยงตัวเองกับตัวละครอื่นๆ ได้

 

            แต่ถ้าเป็นแบบนี้เธอก็ไม่ต้องใช้เรื่องโกหกที่เตรียมไว้เป็นตั้งๆ แล้ว

 

            “ก็ไม่มีปัญหาอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ....” ซาเวนเหลือบมองไปด้านหลังเล็กน้อยเล่นเอาสิ่งที่เป็นต้นต่อปัญหาสามตัวถึงกับสะดุ้งวาบ ถึงจะไม่รู้ว่าเจ้านายตัวเองกำลังงึมงำอะไร แต่สัตว์อสูรพิทักษ์ของซาเวนแต่ละตัวต่างก็กลัวความผิดของตัวเองอยู่เพราะนอกจากโทษที่มาสายก็คือการที่บรรดาลูกน้องเผ่าพันธุ์ของตัวต่างก็ทำท่าทางไม่เป็นมิตรกับเจ้านายตัวเองสักเท่าไหร่

 

            ถึงจะร่วมขบวนกันมาเหมือนว่าง่าย แต่พอซาเวนพูดอะไรออกไปสัตว์อสูรทั้งอาเกลเดียและบลัสเตอร์เผ่าอื่นๆ นอกจากเผ่าเลโอบลัสเตอร์ของคลาวเลอร์และเผ่าดรากูน (เผ่ามังกร) แล้ว ต่างก็ไม่แสดงความเคารพต่อนายท่านของพวกมันเลยสักนิด ซ้ำยังต้องให้พวกมันสามตัวที่เป็นคนไปกำราบต้องมาออกคำสั่งซ้ำอีกครั้งถึงจะยอมทำตาม โดยเฉพาะเผ่าบลัดวูฟต้นสังกัดที่มาของหมาป่าดำที่ออกอาการไม่พอใจอย่างชัดเจน

 

            มากๆ เข้าก็ทำให้ซาเวนเริ่มจะขยับรอยยิ้มเย็นยะเยือกออกมาแทนใบหน้าเฉยชา....

 

            “ท่านพ่อฝากชมผลงานมาน่ะค่ะ เห็นว่าไม่เลวเลยทีเดียวกับการเอากองทัพอาละวาดแบบนี้ ทำให้การสร้างเนื้อเรื่องให้เผ่ามนุษย์และฝ่ายทางผู้กล้าที่เราต้องการโปรโมทก็ยิ่งง่ายกว่าเดิมเยอะเลย” ฟรานกล่าวชมด้วยน้ำเสียงสดใส ไม่คิดว่าสิ่งที่ชายหนุ่มทำออกมาจะตรงใจเธอกับท่านพ่อขนาดนี้

 

“แต่ยังไงช่วยเพลาๆ มือกับพวก NPC พวกนั้นหน่อยได้มั้ยคะ เดี๋ยวจะถอดใจกันก่อนที่จะเปิดระบบให้ผู้เล่นเข้ามาร่วมกิจกรรม”

 

“ผมก็ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยเลยนี่....” เสียงกรีดร้องและเปลวเพลิงคือฉากหลังของชายหนุ่มที่ยิ้มละไมกลับมา ซึ่งมันดูตรงกับข้ามกับอย่างสิ้นเชิงกับความวินาศสันตะโรของเมืองที่ถูกทำลายทำเอาไครมิสที่ยืนดูหน้าจออยู่ข้างๆ ฟรานได้แต่มองตาปริบๆ กับภาพที่เห็นเหล่าบรรดา NPC ประจำเมืองที่เป็นเอไอวิ่งกันกระจัดกระจาย

 

นี่ขนาดเมืองทางผ่านยังโดนซะเละขนาดนี้ ไม่ต้องคิดเลยว่าเป้าหมายการโจมตีอย่างจุดกำเนิดบอสจักรพรรดิราเอลอย่างเนเชอรัลเอ็มเพลสที่เป็นเป้าหมายหลักจะโดนขนาดไหนทั้งที่กิจกรรมที่คุณท่านมังกรนำคณะเดินทางหรือกองทัพตัวเองทำนั่นไม่ต่างจากการเดินเล่นทอดน่องในตลาด....

 

ไม่รู้ว่าเป็นการจงใจรึเปล่าซาเวนถึงบอกเหล่าผู้ติดตามและคนอื่นๆ ว่าหากเห็นอะไรมีเจ้าของก็ให้จ่ายเงิน แต่ถ้าไม่มีเจ้าของใครอยากหยิบอะไรก็หยิบไป ให้บรรดาสัตว์อสูรเข้าใจว่าขอเพียงข่มขวัญเหล่า NPC จนหนีตายไปจนหมด ใครนึกอยากจะหยิบอะไรก็หยิบได้ตามสบาย

 

เพราะเมื่อเห็นความวุ่นวายเกิดขึ้นเจ้าตัวคนออกคำสั่งก็ไม่คิดจะแก้ไขความเข้าใจผิดใดๆ ทั้งสิ้น ได้แต่มองความเดือดร้อนของชาวบ้านด้วยสายตาที่ฉายแววบันเทิงแค่นั้น โชคยังดีที่ในตอนนี้ไม่ได้เปิดให้ให้ผู้เล่นทั่วไปเข้ามาเล่นไม่อย่างหลังจบงานนี้ไครมิสมีหวังได้เจอเอกสารร้องเรียนจนท่วมห้องแน่ๆ

 

และเพราะเป็นการเปิดระบบฟื้นฟูและเตรียมพร้อมเอาไว้สูงสุด ความเสียหายที่เกิดขึ้นในตอนนี้จึงไม่ได้มีผลกระทบที่แท้จริงอะไร จะดีด้วยซ้ำที่ได้ภาพความน่าสะพรึงกลัวของเหลือสัตว์อสูรมาโปรโมทเพิ่มอีกด้วย

 

แต่ที่จะน่าสงสารก็คือเหล่า NPC เอไอที่ทำหน้าที่อยู่ในเมืองมากกว่าเพราะถึงตายแล้วก็สามารถฟื้นได้ทันทีโดยไม่มีการโดนลดระดับแต่อย่างไรทำให้เมื่อเกิดใหม่มาปุ๊บก็เจอสัตว์อสูรไล่ฟัดไปเกิดใหม่อีกครั้งซ้ำไปซ้ำมา ทำให้เมื่อตั้งสติได้จึงพากกันหนีตายออกนอกเมืองกันอลม่านอย่างที่เห็นในตอนนี้

 

“แล้วจะให้โผล่ไปดูทางฝั่งนั้นบ้างมั้ยคุณหนูฟราน” ซาเวนถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่พูดอะไรเรื่องนี้ทั้งที่สัญญาทางฝั่งของบอสดูไม่ได้เป็นทางการเท่ากับทางที่ฟรานว่าจ้างวารินทร์ให้เป็นพรีเซ็นเตอร์

 

“ไม่มีปัญหาค่ะ คุณทำหน้าที่ในฐานะบอสหลักได้เลยค่ะ ทางนี้มีทั้งฟรานทั้งคุณไครมิสดูแลอยู่ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ เป็นห่วงก็แต่ทางคุณซาเวนที่ต้องดูแลเนื้อเรื่องคร่าวๆ เองทั้งหมดมากกว่าค่ะเพราะท่านพ่อของฟรานไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปแทรกแซงให้แล้วแต่ทางคุณไปเลย ส่วนเรื่องจะพลาดอะไรก็เปล่าก็ไม่ต้องกังวลเหมือนกัน ท่านพ่อเตรียมแผนสำรองเอาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว” ฟรานให้คำรับรอง

 

“เหมือนรับเงินค่าจ้างมาเปล่าๆ แบบนี้ผมก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันนะครับ ถึงทางนั้นจะมีตัวแทนอยู่ก็เถอะ”ซาเวนเหลือบมองไอเอที่บังร่างวารินทร์อยู่ทางฝั่งฟรานด้วยความสนใจ

 

ดูๆ ไปก็ทำหน้าที่ได้ไม่เลวเหมือนกัน ทั้งการยิ้มแย้มและการวางตัวก็ดูสมกับเป็นวารินทร์ดี....คงเพราะลอกแบบมาจากนิสัยพื้นฐานของเขาทั้งหมด ถ้าให้เดาละก็ภายใต้รอยยิ้มนั้นคงกำลังอารมณ์เสียอยู่แน่ๆ

 

นายก็รับเคราะห์ไปก็แล้วกันคุณตัวแทน.....

 

“ไม่ใช่รับงานเปล่าๆ แน่นอนค่ะ เพราะหลังจากเปิดตัวเกมเสร็จก็มีกิจกรรมโปรโมทหลายอย่างที่คุณต้องทำในฐานะวารินทร์หลายอย่าง ที่ลำบากหน่อยก็เรื่องที่ต้องให้พบปะผู้เล่นตามที่ตกลงกันไว้ และยังต้องมีถ่ายแบบโปสเตอร์โฆษนาที่นอกเกมด้วย ถึงตอนนั้นแล้วอย่าหาว่าฟรานใช้งานเกินคุ้มก็ก็แล้วกัน” เมื่อได้คำยืนยันจากฟรานแล้วซาเวนก็ไม่คิดจะเสนอตัวตามมารยาทต่อ ในเมื่อนายจ้างให้เขาเล่นได้ตามใจชอบก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องมาคิดแทนสักหน่อย

 

แถมตรงนี้เขาก็ยังมีเรื่องต้องจัดการอยู่อีกด้วย.....

 

“เวลาเหลือไม่มากแล้ว เอาไว้เราค่อยไปเจอกันในฐานะศัตรูก็แล้วกันนะคะคุณบอสมังกร”

 

            เมื่อซาเวนหันไปมองบรรดาลูกสมุนฝูงใหญ่ของตัวเองด้วยสายตาเหยียดหยามพร้อมกับแผ่จิตสังหารออกไปเพื่อเป็นการจุดฉนวนก่อนที่เสียงคำรามของสัตว์อสูรจะดังลั่นไปทั่ว

 

            “งานนี้ข้าไม่เกี่ยวนะครับ....”แบล๊กควูเดอร์รีบพูดทันที เพราะไอ้เผ่าที่ต่อต้านและเป็นแกนนำมากที่สุดเห็นจะเป็นเผ่าบลัดวูฟของเจ้าหมานี่เอง

 

            “อ๋อ...เจ้าพวกนี้ตามมาเพราะหวังจะมาประเมินเราในฐานะศัตรูสินะ” ซาเวนเอียงคอไปมาอย่างประเมินสถานการณ์ ถ้าพูดให้ถูกก็คือเขาประเมินไอ้ความเป็นมิตรนี้ได้นานแล้วเพียงแต่ยังไม่คิดจะใส่ใจเท่านั้นเอง

 

            “โง่สมเป็นนายจริงๆ” คลาวเลอร์เดินมายืนเคียงหมาป่าดำด้วยอาการระเหี่ยใจ พอรู้อยู่ว่าแบล๊กควูเดอร์เป็นประเภทแตกฝูง แต่ในเมื่อเป็นถึงระดับราชาแต่ดันไม่ได้โดนย่ำเกรงแบบนี้เห็นท่าจะแย่ แล้วทั้งมันและเอนีลก็ดันไม่ใส่ใจปล่อยให้เอามาส่งเสียงคำรามขู่นายท่านให้อารมณ์เสียจนได้

 

            “เอาเถอะก็มีทั้งหมา ทั้งหมี ทั้งกระรอก กระแต....พวกนายจะไปขนไอ้ตัวพวกนี้มาทำไมเยอะหนักหนา แต่ไอ้ที่แย่สุดสุดคงไม่พ้นเจ้าพวกนั้น....” ซาเวนบ่นงึมงำ เขาสั่งแค่ว่าให้ไปทำลายเผ่าที่ขึ้นกับฝ่ายราเอลอย่างเผ่ากระต่าย เผ่าวิหก เผ่าวารี หรือแม้กระทั่งตระกูลย่อยของเผ่าลีโอบลัสเตอร์อย่างตระกูลเสือดำจนกระทั่งพวกนั้นต่างก็หนีกระจัดกระจายหรือไปตั้งหลักโต้กลับกับเจ้านายตัวเองกันหมดแล้วแต่เจ้าหมาป่าดำก็ยังไปกวาดต้อนสัตว์เล็กสัตว์น้อยมาร่วมด้วยจำนวนมาก

 

            โดยลืมสำรวจไปว่าไอ้บรรดาบลัดวูฟของตัวเองน่ะมีหมาบ้านปนมาด้วย....

 

            “สุนัขรับใช้ของพวกมนุษย์สินะ....”

 

            ไหนๆ จักรพรรดิของเหล่าราเอลก็เริ่มเคลื่อนไหวไปแล้ว เผ่ามนุษย์ที่เป็นตัวแปลสำคัญที่สุดก็คงได้เวลาเริ่มต้นเคลื่อนไหวเสียที

 

            “สกปรก....ของชั้นต่ำที่โดนมนุษย์ชั้นต่ำเป็นเจ้าของไม่เหมาะให้ลูกพี่ลงมือเลยสักนิด” เสียงเล็กๆ ของราบิดังขึ้นใบหน้าของสาวน้อยแลดูบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อโผล่หน้ามาจากทางด้านหลังของซาเวน

 

            “ใช่ๆ ท่านซาเวนข้าว่าเจ้านี้ให้พี่สาวมิเลียกะริเวียร่าเป่าทีเดียวก็เป็นฝุ่นแล้วอย่าให้เลือดสกปรกที่ติดกลิ่นมนุษย์มาเปื้อนมือ” มิวเซียโผล่หน้ามาที่ชายเสื้อคลุมด้านหลังของซาเวนอีกคนทำเอาคนที่กะจะหาเรื่องลงไม้ลงมือแก้เช็งถึงกับฝ่อลงมา

 

            “เห....ถ้าแย่ขนาดนั้นข้าก็ไม่คิดจะเล่นด้วยหรอกนะยัยหนูมิวเซีย สู้เอาเวลามาป้อนขนมท่านจักรพรรดิที่น่ารักของข้าก็ไม่ได้” ริเวียร่าเอ่ยแย้ง ทันทีที่เหลือบมาเห็นสองสาวน้อยมาเกาะหนึบกับซาเวนเธอก็รีบเข้ามาผสมโรงด้วยทันที

 

            “ใช่ๆ ทำไมพวกข้าต้องไปยุ่งกับของสกปรก เอ่อ....ยกเว้นแม่สาวผมแดงของเล่นของนายท่านและพรรคพวกของเธอเอาไว้ก็ได้ พวกนั้นดูตรงไปตรงมาดีข้าชอบนิสัยแบบนั้น ที่ข้ารังเกียจน่ะหมายถึงเจ้าพวกมนุษย์หน้าโง่ เจ้าเล่ห์ตลบตะแลง” มิเลียสยายผมสีเพลิงของตัวเองก่อนจะมาเกาะที่แขนอีกด้านของชายหนุ่มเอาไว้

 

            “แล้วที่สุดนายก็กลับมาวนลูปอยู่ในรูทของฮาเร็มอีกจนได้ ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะไม่เหลือวี่แววอาการช็อคของไกเซอร์ดังทะลุโสตประสาทของซาเวนจนชายหนุ่มเลิกสนใจจะรังแกหมาจำนวนมากและสัตว์เล็กสัตว์น้อยในทันที

 

            แปลว่าสมองปลาทองของมันได้รีเซ็ตตัวเองไปแล้วไม่ต่างกับปลาทองเลยสักนิด....

 

            “ส่วนนายก็คงอยากกลับสู่ลูปโดนกระทืบอีกสินะ....” ซาเวนแยกเขี้ยวแยกเอาดาบสีดำขึ้นมาคว้าเอาไว้จากกลางอากาศ พริบตาเดียวก็จ้วงแทงลงไปที่ไกเซอร์อย่างไม่ปราณีปราศรัย

 

            “เฮ้ย....อย่ารุนแรงนักสิ....” แวมไพร์หนุ่มหลบวูบด้วยความเร็วสูงสุดจนเห็นเป็นเงาๆ ดำ ที่ในสายตาซาเวนแล้วช่างไม่แตกต่างกับแมลงสาบเลยสักนิด

 

            “อย่าโกรธซะน่ากลัวขนาดนั้นดีกว่าครับผมว่าเอาเวลาไปหาทางไปไอ้ป่าสระจกให้ได้ก่อนน่าจะดีกว่า....เราหลงทางกันมาเป็นพักใหญ่แล้วไม่ใช่เวลามาทะเลาะกันสักหน่อย...” ธีระที่ทนเงียบอยู่นานเอ่ยปากบ้าง ใบหน้าหวานซึ้งดูเรียบเฉย ดวงตาทั้งคู่ถูกผ้าผ้าพันปิดผนึกไว้ทำให้ดูงามน่าหลงใหลสั่นประสาทของไกเซอร์จนต้องเบือนหน้าหนีทุกครั้ง

 

            แต่ใช่ว่าธีระจะใส่ใจถอดผ้าปิดตาตัวเองออกตามที่ค้างคาวหนุ่มข้อร้อง เพราะวินาทีคนที่ต้องเอาตัวรอดที่สุดกับสภาพของตัวเองคงไม่พ้นตัวธีระเองนั้นแหล่ะ

 

            “ไม่ได้หลงสักหน่อยแค่เดินโปรโมทตัวบอสลับต่างหาก” ซาเวนเถียงข้างๆ คูๆ แน่นอนว่าฟรานน่ะพาเขาไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าพาไปจากคนละที่นี่นา และนั่นยังไม่ได้รวมกับสกิลหลงทิศของเขาเข้าไปด้วยทำให้ตอนนี้พวกเขาอยู่ตรงไหนของแผนที่อาร์คก็ยังไม่รู้

 

            ช่างดีเสียเหลือเกินที่แผนที่ระบบก็ดันเป็นแผนที่แบบยุคโบราณไม่มีระบุซะด้วยว่าตำแหน่งปัจจุบันน่ะมันคือที่ไหน

 

            “งั้นคุณท่านซาเวนพอจะบอกได้มั้ยว่าเราจะเดินโปรโมทตัวกันถึงเมื่อไหร่ ถ้าเทียบเวลากับที่พวกเรามาสาย นายเองก็ทำเราสายพอๆ กันแล้วล่ะ....” เมื่อไกเซอร์เห็นว่ามีคนอื่นออกหน้าพูด เขาก็กล่าวเสริมอย่างไม่มีความเกรงอกเกรงใจ

 

            เขาไม่ชอบไอ้สภาพโปรโมทอันนี้เท่าไหร่ นอกจากซาเวนจะอยู่ในลุคที่เรียกว่าดูหล่อโฉดแล้วยังน่ากลัวชวนขนลุกเข้าไปด้วยทำให้ค้างคาวหนุ่มไม่ค่อยอยากจะสุงสิงสักเท่าไหร่ คุณธีระผู้เอาการเอางานก็ยังเปลี่ยนไปยู่ในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยยิ่งกว่าเดิมทำเอาขนแขนลุกเกรียวเป็นระยะๆ นอกจากนั้นตัวไกเซอร์เองก็ยังต้องอยู่ในสภาพเต็มยศด้วยร่างสูงสุดของแวมไพร์ ผมสีขาวราวกับหัวหงอก ผิวสีเข้ม ดวงตาสีแดงฉาน.....

 

            ....ไอ้ลุคพรรค์นี้มันเป็นที่นิยมของสาวๆ ที่ไหนกันเล่ามีแต่จะทำให้วิ่งหนีป่าราบมากกว่า...แล้วทำไมไอ้ควรที่ดูแล้วชวนสยองกว่าอย่างซาเวนถึงได้โดนสาวๆ รุมล้อมขนาดนั้น

 

            ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย......เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วไกเซอร์ก็รวบรวมเอาพลังใจทั้งหมดมาหาเรื่องซาเวนที่ดูน่าอิจฉาเสียเหลือเกินโดยที่รู้ดีว่าไอ้คนโดนอิจฉาน่ะไม่ได้ปลื้มที่โดนบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่เกาะติดเลยสักนิด

 

            “หึ....ถ้าหากว่าตรงดึ่งไปทวีปกลางเรื่อยๆ ก็จะพบมหานครแล้วละก็ เดี๋ยวตรงเข้าป่าไปเรื่อยๆ ก็จะเจอภูเขาที่สูงที่สุดเองแหละ เรื่องพวกนี้พวกนายไม่รู้รึไงกัน” ซาเวนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ มือก็ชี้ตรงไปที่ยอดเขาที่สูงที่สุดที่อยู่ไกลๆ ลิบๆ เป็นการยืนยัน

 

            แต่ไอ้ภูเขาลูกที่ซาเวนว่า ทั้งธีระและไกเซอร์ต่างก็เดินตามทางที่ซาเวนนำมานานไม่รู้กี่สิบวันแล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าระยะทางจะหดสั้นลงมาเลยสักกะนิด

 

            ท่ามกลางความชุลมุนของเหล่าบอสลับทั้งสามที่ปะทะคารมกันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ว่าใครควรเป็นผู้นำทางเสียงๆ หนึ่งก็ดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบาเพราะอดทนดูสภาพความไร้สาระต่อไปไม่ไหวกับกองทัพที่ประกาศตัวว่าจะโค่นเหล่าจักรพรรดิราเอลให้สิ้นซาก

 

            “เฮอะ แบบนี้อย่าว่าแต่ไอ้พวกหมาบ้านมันจะไม่อยากศิโรราบต่อจักรพรรดิคนใหม่ของเหล่าสัตว์อสูรเลย แม้กระทั่งพวกเราที่มีสายเลือดเดียวกับเจ้าก็ยังรู้สึกรังเกียจ” หมาป่าสีทองขนาดใหญ่เดินออกมาประจันหน้ากับหมาป่าดำด้วยท่าทีดูถูกเหยียดหยาม

 

            “ระวังปากไว้บ้างไอ้พวกหมาจรจัดที่ข้ามาอยู่ตรงนี้ก็เพราะต้องการส่งสารเตือนจากเจ้านายให้ต่างหาก คำดูแคลนว่าสกปรกน่ะมันเหมาะจะใช้กับหมาจรจัดที่ไม่เคยถูกจับอาบน้ำมากกว่า ข้าสิที่ต้องรังเกียจกลิ่นของพวกเจ้า” สุนัขตัวใหญ่สีน้ำตาลลักษณะที่ดูองอาจกล่าวขึ้น ดูแล้วสามารถรู้ได้ทันทีว่ามันถูกมนุษย์เลี้ยงไว้และไม่ได้มีท่าทางที่จะปกปิดเอาไว้จริงๆ ปลอกคอสีแดงสดดูโดดเด่นสลักชื่อมันเอาไว้ให้ดูถนัดตาคือความภาคภูมิใจของมันที่ได้ทิ้งชื่อเดิมของตัวเองและรับชื่อใหม่จากเจ้านายที่ตัวเองย้อมรับและสวมปลอกคอที่สลักชื่อนั้นเป็นการตีตราว่าตัวเองเป็นทาสรับใช้

 

            สำหรับสุนัขบ้านนี่คือเกียรติแต่สำหรับเหล่าหมาป่านี่ไม่ต่างอะไรกับการลดตัวไปเป็นข้ารับใช้ของสิ่งมีชีวิตที่ต่ำชั้นกว่า

 

            “จะให้ช่วยมั้ย....” คลาวเลอร์เหล่ตามองหมาป่าดำที่คอตกไปเรียบร้อยกับความสามัคคีอันงามหน้าของเผ่าพันธุ์ตัวเอง

 

            “อย่าดีกว่า.....เฮ้ จูดี้....นายจะส่งข่าวอะไรถึงนายท่านก็รีบว่ามา ข้าจะให้โอกาสเจ้ากลับไปบอกพวกมนุษย์ชั้นต่ำเช่นกันว่าหากเห็นท่านซาเวนแล้วไม่ยอมสยบข้าระวังจะไม่เหลือเผ่าพันธุ์เอาไว้บนแผ่นดิน” แบล๊กควูเดอร์เรียกชื่อจ่าฝูงของสุนัขบ้านด้วยท่าทางรำคาญ เจ้าพวกนี้น่าจะจัดการได้ง่ายกว่าเหล่าหมาป่าที่ตามมาเพราะกระหายสงครามเยอะเพราะพวกนั้นมันย่อมต้องแสดงความแข็งแกร่งของข้ารับใช้อย่างมันให้เห็นเท่านั้นถึงจะยอมรับในตัวนายท่านของมันได้

 

            แต่สำหรับหมาบ้านพวกนี้สิ่งที่สร้างความพอใจให้พวกมันได้คงไม่พ้นความพอใจของเจ้าของ ซึ่งก็ไม่พ้นการเป็นศัตรูกับท่านซาเวนของมัน หมาป่าดำจึงเลือกจะปล่อยให้มันกลับไปแจ้งคำเตือนมากกว่า

 

            “กรรรรร......แกบังอาจเอ่ยชื่อข้า ชื่อบ้าๆ น่าอายพรรค์นั้นคิดเหรอว่าข้าจะปล่อยไปง่ายๆ ” เมื่อถูกเรียกว่าจูดี้สุนัขตัวใหญ่สีน้ำตาลก็ขู่กรรโชกทันที

 

            เวร......แล้วไหนว่าภาคภูมิใจไงฟ่ะแบล๊กควูเดอร์เหงื่อตก เมื่อมองไปที่ปลอกคอของสุนัขเลี้ยงพวกนี้แต่ละตัวก็ส่งเสียงคำรามกรรโชกขึ้นมาทันที

 

            จูดี้.... พุดดิ้ง.... ตุ๊ดตู่.... อุต้ะ....เชอร์รี่.... แค่ไล่มองไปได้ไม่เท่าไหร่หมาป่าดำก็นึกขอโทษนายท่านของมันอยู่ในใจที่ก่อนหน้านี้แอบคิดไปว่าเจ้านายตัวเองมีรสนิยมการตั้งชื่อที่ห่วยมาก....

 

            ที่จริงแล้วถึงมันจะห่วย แต่ก็ห่วยน้อยกว่าคนตั้งชื่อพวกนี้หลายขุม....อะไรดลจิตดลใจให้คนพวกนั้นตั้งชื่อชวนปวดตับพวกนี้กับสัตว์อสูรประเภทบลัดวูฟที่หน้าตาอย่างโหดเหล่านี้กันแน่......

 

            “อ้าวๆ เจ้าพวกไร้สมองจะกัดกันแล้วสินะ ดีเลยข้าละเบื่อพวกเจ้าเต็มที เจ้านายมังกรชั้นสูงอะไรนั่นก็พอกันไม่เห็นได้เรื่องเลยสักนิด” หมาป่าสีทองกล่าวอย่างเหยียดหยามและทำท่าจะหันหลังกลับ

 

            “.....กล้าดูหมิ่นท่านซาเวนคิดรึไงว่าข้าจะปล่อยให้เจ้ากลับไปน่ะ” เบล๊กควูเดอร์กล่าวเสียงเย็น

 

            “เห....กับอีแค่หมากระจอกอย่างแกที่ไม่มีที่จะยืนในเผ่าน่ะคิดว่าพอเลื่อนระดับเป็นราชากลับมาแล้วจะเลื่อนฐานะได้จริงๆ รึไง อย่าลืมสิว่าข้าคนนี้ก็มีฐานะเป็นราชาของเผ่าเช่นกัน” หมาป่าสีทองพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน

 

            “ลองดูก็แล้วกัน....ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่น่ากลัวที่แท้จริง แน่นอนว่าย่อมไม่ใช่จ่าฝูงหมาไร้น้ำยาอย่างแก” แบล๊กควูเดอร์แสยะยิ้มกว้าง ถ้าเทียบกับนายท่านตอนหงุดหงิดหรือเล่นพิเรนทร์แล้วละก็อะไรก็ไม่น่าเลยสักนิด

 

            “โฮ่ งั้นมาเจอกันหน่อยเป็นไง” สิ้นเสียงแค่นในลำคออย่างดูถูกร่างของหมาป่าสีทองก็ขยายขึ้นพร้อมกับแบล๊กควูเดอร์ที่กลับคืนสู่ร่างจริง แม้แต่เจ้าจูดี้เองก็ไม่ยอมน้อยหน้ากลับสู่ร่างสัตว์อสูรเต็มขั้นเช่นกันส่งผลให้บรรดาเผ่าบลัดวูฟต่างกลับร่างตัวเองกันถ้วนหน้าและเริ่มต้นคำรามใส่กัน

 

            “กรรรรรร.........” เสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังไปทั่วบริเวณ พร้อมๆกับบรรยากาศเย็นยะเยือก

 

            “หึ...พวกกระจอกก็ดีแต่ขู่คำราม” เมื่อได้เสียงที่แฝงด้วยไอสังหารอย่างท่วมท้นหมาป่าสีทองก็ขนลุกเกรียวมองไปที่หมาป่าดำที่พอกลับร่างแล้วดูหน้ากลัวกว่าเดิมชนิดทาบไม่ติด ดวงตาสีแดงก่ำราวกับเลือด ท่าทางดูหยิ่งผยองสมกับเป็นราชาที่แท้จริงของเผ่าบลัดวูฟแต่ต่อหน้าลูกฝูงของตัวเองหมาป่าสีทองก็ไม่คิดจะถอยเช่นกัน

 

            “เดี๋ยวก่อนนะ...ข้าว่าอะไรมันแปลกๆ เสียงคำรามและจิตสังหารนี่มันไม่ได้มาจากเจ้าหมาป่าดำนี่สักหน่อย” เมื่อเห็นท่าทางตื่นตะหนกของแบล๊กควูเดอร์เจ้าจูดี้ก็มองไปที่หมาป่าดำด้วยความสงสัย

 

ท่าทางอย่างนั้นอย่าว่าแต่คำรามขู่แล้วแม้กระทั่งจะยืนประจันหน้ากับเจ้าหมาสองตัวนี้หมาป่าดำก็ไม่มีกะใจอีกต่อไปแล้ว

 

“ข้าว่าเผ่นเหอะ” เสียงของพยัคฆ์ขาวดังขึ้นเคียงร่างของหมาป่าดำที่หดหลับมาและพยักหน้ารับอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบวิ่งตามหลังมังกรแดงที่ลนลานวิ่งหนีไปอย่างขี้ขลาดที่สุดจนหมาป่าสีทองและสุนัขบ้านพร้อมด้วยสมาชิกของตัวเองมองตากันเลิกลั่ก

 

นี่พวกมันชนะแล้วหรือนี่.....

 

“งั้นต่อไปก็ตาเจ้ามาสู่กับข้าแล้วสินะ เจ้าหมาจรจัด” จูดี้แยกเขี้ยงขู่หมมาป่าสีทองเป็นตัวถัดไป ในเมื่อมันโดนจับใส่ปลอกคอและมีชื่อหน้าอับอาย เจ้หมาป่าที่ลอยหน้าลอยตาอยู่นี่ก็ต้องโดนเช่นกัน

 

หากเอาชนะได้มันกะจะลากร่างหมาป่าสีทองนี่ไปบรรณาการกับเจ้านายตัวเองยิ่งบรรดาหมาป่าพวกนี้ถูกจับใส่ปลอกคอมากเท่าไหร่ความน่าอายของมันก็ยิ่งเป็นจุดเด่นน้อยเท่านั้น

 

“หึหึหึ....เข้ามาเลยเจ้าสุนัขรับชะ.....แอ๊ก” เสียงสุดท้ายของหมาป่าสีทองถูกกระแทกกลับลงไปในลำคอ วัตถุทรงกลมน้อยใหญ่สีดำมีปีกกระเด็นกระดอนออกมาอย่างต่อเนื่อง

 

“เฮ้ยยยยย นั่นมันอะไรล่ะนั้น” หมาป่าสีทองยันตัวขึ้นมาได้ก็แหกปากโวยวายด้วยความตื่นตระหนก ท้องฟ้าบริเวณนี้เปลี่นเป็นสีดำตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ลมกรรโชกอย่างรุนแรงส่งผลให้บรรดาสัตว์อสูรเผ่าปีศาจชั้นต่ำปลิวว่อนต่างจากพวกที่ชั้นสูงขึ้นมาหน่อยต่างก็หายหัวกันอย่างรู้งาน

 

“มะ...ไม่รู้แต่จิตสังหารระดับนี้มัน....” น่ากลัวเกินไปแล้ว จูดี้ครางอยู่ในคอ ตัวมันที่เป็นสัตว์อสูรระดับขุนนางยังสั่นกลัวขนาดนี้ บรรดาลูกน้องที่ระดับต่ำกว่า ไม่ว่าทั้งของมันหรือหมาป่าสีทองต่างก็หมอบราบอย่างไม่อาจต้านทานได้

 

            ยิ่งทิ้งไว้นานพลังที่รุนแรงก็ยิ่งกระจายออกมาจากจุดสูญกลางที่อยู่ไม่ห่างออกไป....

 

            นั่นคือความแตกต่างของระดับจักรพรรดิกับระดับราชาและระดับขุนนางที่ไม่อาจนำมาเทียบเคียงกันได้....

 

            แน่นอนว่าระดับความปัญญาอ่อนก็ย่อมต่างกัน

 

            เสาแสงขาวสีขาววาบขึ้นท่ามกลางลมที่กรรโชกไม่ขาดสายยาวที่ปีกสีดำขนาดใหญ่กางออกแล้วขยับสร้างลมพายุขนาดย่อมที่พัดออกมาพร้อมเปลวไฟสีดำทำให้ทั้งหมาป่าสีทองและสุนัขสีน้ำตาลกลิ้งหลายตลบไปตามแรงปะทะนั้น

 

            พอคิดว่าต้องตายแน่กลางหลังของหมาป่าสีทองก็โดนเหยียบเอาไว้ซะก่อนไม่ให้ปลิวไปตามลม ส่วนจูดี้ที่พยายามเกาะยึดต้นไม้เอาไว้ก็เบิกตาโพล่งด้วยความตกตะลึงกับภาพตรงหน้า

 

            “ตกลงเจ้านี่เป็นเพื่อนของพี่ชายหมาป่าเหรอคะ....จะรับน้ำชาด้วยรึเปล่า” ราบิขยับรอยยิ้มหวานให้กับหมาป่าสีทองที่มีสีหน้างุนงงกับถ้วยน้ำชาที่อยู่ตรงหน้า เมื่อถูกลากเข้ามาในวงบาเรียฟองอากาศที่กางเป็นโดมทรงครึ่งวงกลมต่อท้ายจากบริวารตัวเองที่ปลิวมาก่อนในสายตาของราบิในเมื่ออสูรพิทักษ์ของลูกพี่เธอเป็นคนลากเข้าบาเรียมาเองก็แปลได้ว่าเป็นพวกเดียวกัน

 

            “แล้วเจ้าตัวนั้นละคะ....อ่อ จริงสิ เจ้านั่นคือตัวที่เหม็นกลิ่นมนุษย์...” คำพูดของสาวน้อยทำให้หมาป่าสีทองหันมองไปที่เจ้าจูดี้ที่ไม่โดนดึงเข้ามาในวงด้วยความสงสัยหมาป่าดำก็เป็นฝ่ายตอบข้อสงสัยของมันขึ้นมาแทนทำให้มาป่าสีทองรู้ตัวว่าไอ้อุ้งเท้าที่ตะปบตัวเองเข้ามากะละเหยียบอยู่ที่กลางหลังด้วยพลังที่เหนือกว่าหลายขุมในตอนนี้เป็นของใคร

 

            “เพราะเจ้านั่นมันไม่ใช่หมาป่า แต่เป็นสุนัขรับใช้ที่ถูกเลี้ยงเอาไว้...ให้มันกลับไปส่งข่าวเจ้านายตัวเองแบบนั้นน่ะดีแล้วว่านายท่านซาเวนน่ะร้ายกาจขนาดไหน  เข้าใจรึเปล่าจูดี้....” แบล๊กควูเดอร์พูดประโยคท้ายกับเจ้าจูดี้ที่คำรามกลับมาอย่างไม่ยอมสยบ

 

            “แกกลัวล่ะสิไอ้หมาป่าจรจัด....เจ้านายของข้าน่ะไม่มีทางกลัวไอ้เจ้านายกิ้งก่าของแกแน่.....” เมื่อไฟลามมาถึงตัวร่างของเจ้าสุนัขสีน้ำตาลก็หายไปกลายแสงสีขาวทิ้งสภาพแวดล้อมราวกับนรกไว้ให้ดูต่างหน้า สัตว์อสูรที่หนีทันก็แล้วไปแต่ที่ไม่ทันก็โดนเผาทิ้งไปต่อหน้าต่อตาทำเอาหมาป่าสีทองอ้าปากค้าง

 

            ตัดกำลังตัวเองชัดๆ .... แต่สีหน้าของบรรดาผู้ติดตามจักรพรรดิอาเกลเดียและจักรพรรดิเผ่าปีศาจที่อยู่ในบาเรียไม่มีท่าทางแตกตื่นเลยสักนิดกลับจัดชุดน้ำชาขนาดย่อมขึ้นมาและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานพร้อมทั้งชมเหตุการณ์ราวกับทุกอย่างเป็นปกติสุขดี แม้กระทั่งหมาป่าดำก็ยังละความสนใจจากมันไปเมื่อโดนสาวน้อยนัยน์ตาสีม่วงกวักมือเรียกให้เข้าไปหาอย่างว่าง่าย

 

            “ไอ้หมาป่ากระจอกนี่มันอะไรกัน....” หมาป่าสีทองกล่าวอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก

 

            “นายท่านเล่นกับสัตว์เลี้ยงของแม่หนูราบิยังไงล่ะ นายไม่เห็นรึ อ่อ...ยังมีนกพิรายอีกตัว....ขืนไม่หนีมาดูใกล้ๆ หน่อยมีหวังโดนลูกหลงไปด้วย” แบล๊กควูเดอร์เอียงคอมองหมาป่าสีทองแล้วกล่าวถามขึ้นมาอีกครั้ง

 

            “นายน่ะว่าไง จะยอมสยบต่อข้าและนายท่านมั้ย แค่ที่เหยียบไปเมื่อครู่ก็น่าจะรู้ถึงความแตกต่างแล้วนี่นา” หมาป่าดำทีแรกก็กะจะสู้กับอีกฝ่ายเพื่อสั่งสอนให้รู้ถึงความแตกต่างของตัวเองกับหมาป่าสีทองว่ามันห่างชั้นขนาดไหน

 

            ตั้งแต่กลายมาเป็นลูกน้องของซาเวนจากสัตว์อสูรชนชั้นอัศวินธรรมดาก็พัฒนาขึ้นมาเป็นระดับราชาที่เหนือกว่าระดับราชาตัวเก่าอย่างหมาป่าสีทองอย่างทาบไม่ติดฝุ่น

 

            แต่เพราะเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ทำให้แบล๊กควูเดอร์ไม่คิดจะปกปิดระดับตัวเองเอาไว้อีกต่อไป หากพูดให้ถูกแล้วไม่ว่ามัน คลาวเลอร์ หรือเอนีลนั้นต่างก็ถือว่าตัวเองเป็นรองเพียงนายท่านของพวกมันเท่านั้น แต่ที่ทำตัวสงบเสงี่ยมถึงขนาดนี้ก็เป็นเพราะไม่กล้าและไม่อยากทำอะไรให้นายท่านของตัวเองไม่พอใจถึงอย่างนั้นต่อให้เป็นมังกรชั้นสูงอย่างราบิหรือท่านผู้เฒ่ามังกรโอลเดลก็ยากที่จะทำให้พวกมันยอมก้มหัวให้

 

            แต่ในเมื่อนายท่านของพวกมันเห็นบรรดาพวกนั้นเป็นระดับเดียวกัน สัตว์อสูรพิทักษ์อย่างพวกมันก็ย่อมจะถือเสมือนว่าคนพวกนั้นเป็นแขกอย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งไม่ได้รวมไปถึงสัตว์อสูรอื่นๆ ว่าจะสามารถมาตีเสมอตัวเองได้

 

            เมื่อเห็นดวงตาสีแดงของแบล๊กควูเดอร์ที่มองตัวเองอย่างเฉยชาหมาป่าสีทองก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองได้ถูกชิงตำแหน่งจ่าฝูงไปเรียบร้อยแล้วโดยดุษฎีจึงได้แต่ก้มหน้าลงยอมรับสภาพตัวเองในที่สุด

 

            ยิ่งกว่านั้นมันก็ยังเพิ่งสังเกตได้ว่ารอบตัวมันเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่ดูอันตรายกระจุกรวมตัวอยู่มากขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นชายชราผมขาว หญิงสาวผมสีแดงเพลิง หญิงสาวผมสีเขียวอ่อนที่คอยกางบาเรียอยู่ก็ล้วนแต่แผ่รัศมีของสัตว์อสูรระดับสูงออกมาจนมันรู้สึกกดดัน

 

            “แหม ไฟของท่านจักรพรรดิลามไปทั่วแบบนี้ก็มองไม่เห็นเรื่องสนุกกันพอดี นี่ริเวียร่าช่วยทำอะไรหน่อยสิ” มิเลียบ่นอุบอิบ

 

            “นั่นสิ แล้วบาเรียเนี่ยทำกว้างกว่านี้ได้มั้ย ดีที่มังกรผู้ทดสอบมาแค่ครึ่งเดียวอีกครึ่งนึงอยู่เฝ้าเมือง ไม่งั้นมีหวังเบียดกันตาย” เรนไคม์พูดขึ้นมาบ้างโดยที่ชำเลียงไปทางฝูงหมาป่าและสัตว์อสูรเผ่าปีศาจกลุ่มใหญ่ที่มุดเข้ามาในบาเรียด้วยอย่างรำคาญ

 

            “ให้ข้าแช่แข็งแล้วจับพวกนั้นโยนออกไปมั้ยล่ะจะได้เพิ่มเนื้อที่ เอาไว้หลังท่านจักรพรรดิเลิกเล่นเมื่อไหร่ค่อยละลายให้ก็แล้วกัน” คามาล์เสนอตัวด้วยสีหน้าเรียบสนิทราวกับว่าการทำอย่างนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยสักนิด

 

            “แล้วถ้าไฟของนายท่านทำลายน้ำแข็งได้ล่ะ” แบล๊กควูเดอร์ถามอย่างสงสัย ไม่ได้ออกอาการปกป้องเผ่าของตัวเองแต่ไม่เชื่อว่ามีอะไรที่ไฟของเจ้านายตัวเองจะทำลายไม่ได้

 

            “ไม่เห็นยากเลย...เดี๋ยวพอเกิดใหม่ก็ค่อยเรียกกลับมาด้วยทักษะราชาก็ได้นี่เนอะพี่ชายหมาป่า ขนาดพวกปีศาจตายกันไปตั้งเยอะยังไม่เห็นมีตัวไหนบ่นอะไรสักคำเลยนะคะเห็นเจ้าค้างคาวก็เรียกกลับมาได้ง่ายๆ ทุกครั้ง” ราบิพูดเสียงใสไม่ได้ดูเลยว่าสัตว์อสูรเผ่าปีศาจที่ทำตัวลีบอยู่ห่างๆ สะดุ้งโหยงออกมา

 

            “เจ้าแมลงสาบนั่นเป็นจุดเกิดต่างหาก....จะว่าไปจะมามัวบ่นอยู่ทำไมคะ แค่เนื้อที่แคบไปแค่เนี่ย ข้าขยายให้ก็ได้แล้วก็จะพาไปดูด้านบนด้วยก็แล้วกัน” ไม่ใช่ว่าการที่ริเวียร่าสร้างบาเรียขึ้นมาแบบนี้เพราะเหล่ามังกรชั้นสูงหนีไปทันแต่เป็นเพราะอยากนั่งชมการละเล่นสบายๆ ดังนั้นภายในฟองอากาศที่ลอยขึ้นจึงประกอบไปด้วยโต๊ะน้ำชาที่มีออปชั่นครบ พร้อมด้วยมีเหล่ามังกรขาวตัวน้อยเป็นตัวคอยเสริฟขนมและน้ำชาอย่างต่อเนื่อง

 

            ผู้ที่ชินก็คงชินจริงๆ แต่ผู้ที่มาใหม่อย่างหมาป่าสีทองกลับขอเลือกไปกระจุกตัวอยู่กับสัตว์อสูรเผ่าปีศาจอย่างไม่คิดจะแบ่งชนชั้นอีกต่อไป

 

            เจ้าพวกนี้มันคือสัตว์ประหลาด

 

            แต่พอเห็นภาพการหยอกล้อของระดับจักรพรรดิว่าเป็นยังไงมันก็ได้รู้ว่าสัตว์ประหลาดที่แท้จริงน่ะมันเป็นแบบไหน

 

            ร่างสีดำขนาดใหญ่ของมังกรที่สยายปีกและไฟลุกท่วม ร่างของจักรพรรดิเผ่าปีศาจที่ลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกับกลิ่นไอปีศาจที่เข้มข้นห่างออกไปไม่ไกลยังมีร่างของเทพธิดาต้องสาปที่บินอยู่ด้วยปีกสีขาวบริสุทธิ์ดูแล้วความต่างก็น่าเกรงขามไม่แพ้กัน

 

            “ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้ลองของใหม่ตอนนี้” ใบหน้าของเทพธิดาปรากฏรอยยิ้มงดงามออกมา

 

            “หึ มีอะไรก็งัดออกมาเถอะครับคุณธีระ” ไกเซอร์ฉีกยิ้มอย่างไม่หวั่นเกรงกับชายในร่างหญิงตรงหน้าไม่อาจทำให้เขารู้สึกอะไรอีกต่อไปแล้วหลังจากผ่านอะไรมามาก

 

            “ยันต์ทำลายคำสาป....ถึงจะไม่เคยทอลองใช้แต่ว่าน่าจะแก้คำสาปของอัญมณีที่ฝั่งอยู่ในร่างได้ชั่วคราว นอกจากจะได้พลังส่วนที่ถูกปิดผนึกอยู่แล้วยังจะได้กลับสู่ร่างที่แท้จริงอีกด้วย” ธีระพูดด้วยน้ำเสียงชื่นมื่นลูบยันต์ที่มีอยู่ในมืออย่างรักใคร่ก่อนจะแปะทับลงไปบนอัญมณีสีแดงสดที่อยู่บริเวณเนินหน้าอก

 

            แสงสีเงินกระจ่างไปทั่วท้องฟ้าทำให้ซาเวนและไกเซอร์โดนแผดเผาโชคยังดีที่ทั้งคู่อยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้จึงทำให้สามารถใช้เปลวไฟและไอปีศาจทำลายอานุภาพของแสงไปได้

 

            พรวด.....ไกเซอร์สำลักเมื่อแสงจางลงร่างของธีระที่ปรากฏสู่สายตาก็กลายเป็นชายหนุ่มผมสีเงินเหมือนตอนเข้ามาในเกมไม่มีผิด แม้จะดูเป็นคนรูปร่างสูงโปร่งแต่ที่จริงเขาก็เป็นพวกซ่อนรูป ด้วยความที่เป็นพวกบ้าสุขภาพและรักการออกกำลังกายจึงทำให้มีร่างกายมีมัดกล้ามดูดีไม่เลว

 

            แต่ไอ้ความดูดีที่ว่าน่ะมันอยู่ในชุดเสริมของเทพธิดาที่ผู้ดูแลระบบเอามาเพิ่มให้นี่สิ.....ชุดผ้าเนื้อบางและเครื่องประดับน้อยชิ้นที่แต่เดิมทำให้เลือดกำเดาแทบพุ่งกลายเป็นชวนให้อย่างพุ่งอาหารเก่าออกมาแทน

 

            ไม่ต้องมีคำบรรยายไกเซอร์ก็พร้อมจะตายไปพร้อมกับภาพอุจาดตาที่โผล่ขึ้นมาให้ดูเต็มๆ ตา....แต่ซาเวนก็ยังไม่วายปากเสีย

 

            “นายชอบแบบนี้มากกว่าสินะ มิน่าล่ะถึงได้กระตือรือร้นอยากให้หมอนี่กลับร่างจริงตลอดเวลา” แต่วาจาของซาเวนดูจะไร้ผลเมื่อเอฟเฟคของธีระดูตระการตายิ่งกว่าเมื่อเจ้าตัวไม่รู้ตัวว่าอยู่ในสภาพแบบไหน

 

เพราะมีผ้าปิดตาอยู่ธีระก็เลยไม่รู้ว่าไกเซอร์ได้หมดสติทิ้งตัวลงเอาหัวโหม่งพื้นไปเป็นที่เรียบร้อยร้อยแล้วเหลือเพียงตัวเองที่ยืนประจันหน้าจับอาวุธรอต่อสู้กับบอสมังกรอย่างไม่อายฟ้าอายดิน

 

            “......” เมื่อธีระเห็นว่าเงียบไปพร้อมกับจับสัมผัสไกเซอร์ไม่ได้ก็คิดว่าอีกฝ่ายโดนซาเวนสอยร่วงไปเรียบร้อยก่อนแล้วในระหว่างที่ตัวเองกลับคืนสู่ร่างเดิมจึงเตรียมพร้อมจะสู้ยิ่งกว่าเดิมทำเอาซาเวนที่อยู่ในร่างมังกรออกอาการสยองขึ้นมาบ้างเหมือนกัน

 

            ไอ้ท่าโพสที่ตอนเป็นผู้หญิงน่ะมันก็พอดูน่ารักผ่านตาไปได้บ้าง พอเป็นผู้ชายแล้วก็คงจะพอเรียกได้ว่าเท่อยู่เหมือนกันหากไม่ได้อยู่ในชุดพรรค์นี้

 

            แค่เห็นก็จะอ้วก....แต่ธีระกลับไม่รู้สึกตัวคิดว่าตัวเองเพียงถูกปลดผนึกพลังและกลับร่างเก่าเท่านั้น.....

 

            “จะช่วยให้ตาสว่างก็แล้วกัน....” ซาเวนทนเห็นความทุเรศตรงหน้าอีกต่อไปไม่ไหวก็จัดการสร้างดาบจากเปลวเพลิงดำจำนวนมากพุ่งเข้าใส่บุคคลตรงหน้าอย่างไม่ปราณีปราศรัย

 

            “เปลวไฟแค่นี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอกน่า เอาจริงไม่ดีกว่ารึไง....อ๊ะ” เมื่อพลังที่ถูกปิดผนึกไว้ถูกคลายออกธีระก็รู้ว่าการโจมตีของซาเวนนั้นไม่ได้เอาจริงเอาจังนัก

 

            ฟิ้ว.... แน่ล่ะก็เขาไม่ได้เอาจริงเลยนี่นาเป้าหมายของซาเวนก็มีเพียงแค่ผ้าปิดตาที่ขาดและเลื่อนหลุดออกไปของธีระเท่านั้น.....

 

            อ้วก......ถัดจากค้างคาวก็เป็นร่างของเทพต้องสาปอีกคนที่ทิ้งดิ่งลงจากบนทางฟ้าหมดหลังจากฉีกทึ้งยันต์อย่างบ้าคลั่งธีระในร่างของสาวงามก็มาหลบมุมนั่งซึมอยู่ด้านข้างอย่างมืดมน ไม่เหลือความสยองขวัญตัวเองในร่างผู้หญิงแต่กลายเป็นกลัวตัวเองถ้าจะกลับร่างผู้ชานในชุดแบบนี้อีก ทิ้งไว้เพียงซาเวนที่พยายามจะไม่ขำออกมาจนกลายเป็นการกลิ้งตัวไปรอบๆ ด้วยร่างมังกรแทน

 

ถึงจะดูรั่วแต่สำหรับบรรดาสัตว์อสูรและ NPC ที่เหลือรอดอยู่ในตอนนี้ และกำลังหนีตายจากการโดนทับคงจะเห็นเป็นความโหดเหี้ยมซะมากกว่า....

 

            “......พูดไม่ออก” หลังจากเงียบสนิทอยู่นานนิคก็เปรยขึ้นมาอย่างอึ้งสนิท เนื่องจากรับหน้าที่ดูแลบอสทางฝั่งผู้ร้ายร่วมกับทรีสเขาจึงแวะมาส่องความคืบหน้าของบรรดาบอสลับดูเมื่อใกล้เวลาเปิดตัวเกม

 

            หลงทาง ตัดกำลังตัวเอง ตีกันเอง และจบลงด้วยการที่บอสหนึ่งตัวก็ช็อคหมดสติ ตัวหนึ่งก็เข้าโหมดปิดตัวเอง และตัวสุดท้ายที่ดูจะเป็นที่คาดหวังของท่านประท่านอีวานก็กลิ้งตัวเล่นกับพื้นอย่างไม่มีมาดทำลายเมืองและป่าไปเป็นแถบๆ....

 

            ถึงจะรู้ว่าผลข้างเคียงของร่างมังกรจะทำให้ไอ้คุณซาเวนถูกบังคับให้แสดงออกมากกว่าปกติเพราะถูกดึงสัญชาตญาณดิบออกมา แต่ก็ไม่คิดว่าไอ้ที่ซ่อนอยู่ข้างในมันจะกลายเป็นด้านที่รั่วๆ แทนที่จะโฉดสนิทตามคาดการณ์....

 

            “มันจะไปรอดมั้ยเนี่ย....”แม้กระทั่งทรีสที่ปกติแล้วตายด้านทางด้านความรู้สึกก็ยังเปรยขึ้นมาอย่างพรั่นพรึงและนึกถึงแผนสำรองที่จะให้จักรพรรดิราเอลเป็นฝ่ายมาบุกเองขึ้นมาปลอบใจตัวเองเอาไว้ก่อนเผื่องานมันจะล่มขึ้นมาจริงๆ

 

            นอกจากสอง GM ที่ช็อคสนิทแล้วก็มีเพียงหมาป่าสีทองและฝูงของมันเท่านั้นที่มองเหตุการณ์ทั้งหมดตาปริบๆ ต่างจาดสมาชิกเก่าคนอื่นๆ ในบาเรียฟองอากาศที่ลอยอยู่ด้านบนและมองเรื่องราวทั้งหมดผ่านไปด้วยท่าทางเฉยสนิทแถมยังจิบน้ำชาไป กินขนมไป พร้อมๆกับชื่นชมความฉลาดของท่านจักรพรรดิอาเกลเดียเสียจนเลิศเลอ....

 

            นี่หมายความว่าต่อไปมันต้องปรับตัวเข้ากับสภาพใหม่แบบนี้รึไงเนี่ย......แค่คิดว่าตัวเองจะต้องการพันธุ์เหมือนกับแบล๊กควูเดอร์ที่เมื่อก่อนเป็นหมาป่าโดดเดี่ยวที่หยิ่งทรนงกลายเป็นหมาเชื่องให้เด็กผู้หญิงลูบหัวขี่คอเล่นได้หมาป่าสีทองก็ขนลุกเกรียว

 

นี่ไม่มีใครคิดว่าสภาพนี้มันไม่ใช่กองทัพที่เกรียงไกรน่ากลัวเลยรึไงนะ...........

 

 

 

 

.....................................

แปะส่วนของวันอาทิตย์ไปก่อนเพราะไม่อยู่ รีบแอบพิมพ์ในที่ทำงานเพราะงั้นมันอาจจะหลุดๆ เยอะต้องขอโทษด้วยนะครับ (ป.ล.หวังว่าตอนนี้มันจะตลกนะ)

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

1,335 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 กันยายน 2557 / 11:32
    กองทัพปีศาจจอมรั่วหรือไงล่ะนั่นน่ะ เก่งก็เก่งสุดใจแต่ดันรั่วสุดใจเหมือนกันนี่สิ
    #1106
    0
  2. #1101 _wlkin_ (@welkin) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 กันยายน 2557 / 03:49
    แหม่ ธีระ ตอนกลับร่างจริง ชุดน่าจะเปลี่ยนไปด้วย จะได้ 2 in 1 ฮ่าๆๆ

    แล้วกองทัพนี้จะได้บุกมั้ยหวา -_-;;;
    #1101
    0
  3. #1068 Black22 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 14 กันยายน 2557 / 02:20
    ซาเวนเล่นมุขโชว์ลูกน้องงั้นเหรอะ 555
    #1068
    0
  4. #1065 กุหลาบสีเทา (@somoo62) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 19:52
    ซาเวนน่ารักอะ ไม่ขำ ไม่หัวเราะ แต่กลิ้งไปชะทั่วเลย
    #1065
    0
  5. วันที่ 13 กันยายน 2557 / 16:41
    ถ่อววววว 555 จะไปรอดมั้ยเนี่ย...

    ซาเวนก็น่ารักไป๊~ ถึงกับกลิ้งทำลายเมืองไปเป็นแถบ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ....

    คือคิดเหมือนนิคเด๊ะ.... "พูดไม่ออก.."



    พีระก็คงจะปลงแล้วสินะว่าการมีคำสาปเป็นเรื่องดี หรือภายหลังจะหาทางเตรียมชุดไว้แปลงร่างก่อนด้วยล่ะเนี่ย... 5555555
    #1064
    0
  6. #1063 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 15:09
    สนุกมากเลยจ้า
    #1063
    0
  7. #1062 ขอทานสะท้านฟ้า (@prasart12) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 15:03
    เมื่อไหร่ เพทายตัวเอก ของเรื่อง จะปลดปล่อยความเป็นคนที่เป็นตัวตน ออกมาซักที อ่านมาหลายตอนล่ะ(เข้าเกมก็ออกจะดารก์)
    เริ่มไม่อยากลุ้น จะได้ลุ้นซักที จะแก้แค้นแทนแม่ยังไง หรือแก้แค้นหุ้นส่วนยังไง ที่มาวุ่นวายกับชีวิต รออ่านฉาก พระเอกล้างแค้น
     แล้วก็ตอนล้างแค้นไม่เอาแนวพระเอกจ๋า ที่หาความเป็นจริงในโลกไม่มี เอาแบบที่โดนยังไง ก็ให้เอาแบบเดียวกัน น่าจะดี

                                อินจังตังค์อยู่ครบ 555
                  ขอบคุณ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 กันยายน 2557 / 15:04
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 13 กันยายน 2557 / 15:05
    #1062
    0
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #1059 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 10:20

    ฮ่าฮ่า น่าสงสารเจ้าธีระแฮะ แบบนี้คงไม่กล้ากลับร่างจริงเป็นครั้งที่สองแน่
    #1059
    0
  11. #1058 จันทร์สีโลหิต (@chaolun) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 09:15
    ดีนะยังรู้ตัวตอนนี้พีระ ไม่งั้นไปแปลงร่างตอนเปิดเกมแล้วจะ......อ้วก


    #1058
    0
  12. #1056 เอก (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 07:07
    โอย ฮากลิ้ง 555555
    #1056
    0
  13. #1055 rukna (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 01:48
    555555 นั่งขำกรามค้างเลยอ่ะ อิ อิ บอสแต่ละตัวนี่ทำออกมาให้ได้ฮาจริงๆ พอจับกลุ่มอยู่ด้วยกันแล้วฮ่ายกกำลัง

    แต่ว่าตอนต่อไปเราก็คาดหวังกับความโฉด โหด ฮา ของท่านซาเวนและผองเพื่อนเหมือนเช่นเคย สู้ต่อไปค๊า
    #1055
    0
  14. #1054 lnwsaa (@popsaa123) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 13 กันยายน 2557 / 00:43
    มันไม่ตลกหรอก ฮาเล็ดเลยละตอนนี้แหม่ แต่ละตัวอนาถจิตจริงๆ
    #1054
    0
  15. #1053 urei (@laststands) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 23:48
    บอสฝั่งนี้โคตรฮา 
    #1053
    0
  16. #1052 moss&jack (@mos05044) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 23:37
    555
    #1052
    0
  17. #1051 primo (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 22:36
    ฮามากกกก ขำไม่หยุดเลย แต่ซาเวนแอบน่ารักอ่ะ ขำกลิ้ง!!!!! 55555555555
    #1051
    0
  18. #1050 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 21:11
    +555555555+
    #1050
    0
  19. #1049 ธานี สุวรรณฉวี (@tane2523) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 20:21
    ขอบคุณครับ
    #1049
    0
  20. #1048 FirstLove[1] (@ninjaassasin) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 12 กันยายน 2557 / 20:05
    แน่ใจหรอนี่บอสลับ 555
    #1048
    0