Epic illusion Project Online [ มังกรเกรียนป่วนโลกออนไลน์ ]

ตอนที่ 6 : เริ่มภารกิจแรกสุดวุ่นวาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,978
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    23 ก.ค. 56

 

 

                กี่โมงแล้วนะ....

 

            ชายหนุ่มกระพริบตามองเห็นเพดานห้องที่นอนอยู่อย่างชัดเจน ถึงแม่สถานที่จะไม่คุ้นเคยแต่ชายหนุ่มก็จำได้ดีว่าที่นี่มันที่ไหนเพราะมันคือโรงพยาบาลที่เมื่อคืนวานเขาถูกส่งเข้ามาเพราะไปทำรถล้มเข้า

 

            “อรุณสวัสดิ์ครับ คุณเพทายเล่นเกมเป็นยังไงมั่งครับพอจะใช้ฆ่าเวลาไปได้บ้างมั้ย” เสียงทักทายทุ้มๆฟังดูไม่ขัดหูเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงลุกขึ้นนั่งแล้วถอดหมวกอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตออกด้วยท่าทางที่ค่อนข้างจะงัวเงียแต่ก็หันมายิ้มทักทายกลับแบบสุภาพ

 

            พอถูกสัตว์อสูรทั้งสามในเกมของตัวเองเรียกว่าท่านซาเวนๆอยู่บ่อยๆ พอเพทายมาฟังชื่อตัวเองที่เหมือนจะไม่ได้ยินมานานก็รู้สึกไม่คุ้นเคยขึ้นมาเฉยๆ ถึงอย่างนั้นร่างสูงก็ยังใช่เพียงเวลาเล็กน้อยในการทำตัวแบบปรกติ

 

            หรือก็คือแบบที่เขาต้องเก็บนิสัยจริงไปมากกว่า 90%

 

            “สวัสดีครับคุณธี วันนี้ทำไมถึงมาถึงที่นี่ได้ล่ะครับ” ถึงชายหนุ่มหรือเพทายจะพูดทำนองว่าแปลกใจ แต่ที่จริงเขาไม่แปลกใจเลยสักนิด ธีระชายหนุ่มอายุมากกว่าที่สวมแว่นตาทำท่าทางเนี๊ยบอยู่เสมอหรือก็คือผู้จัดการส่วนตัวคนปัจจุบันของเขาในฐานะนายแบบที่จะมีธุระอะไรได้นอกจากมาสวดเหมือนที่ทำอยู่บ่อยๆ

 

            ที่เขามาเป็นนายแบบได้นั้นจะว่าตั้งใจซะทีเดียวมันก็ไม่ใช่ ถ้าเรียกให้ถูกก็คงจะเป็นหลวมตัวมากกว่า คนที่ชวนเขาเข้ามาในวงการนี้คือประธานของบริษัท MC MODEL มี่มีชื่อว่ากิ่งกาญจน์ เธอเป็นหญิงสาวที่สวยมากจนใครๆก็ละสายตาไม่ได้ถึงคนส่วนมากจะมองตาค้างเพราะความฉูดฉาดของชุดเธอมากกว่าก็ตาม ช่วงแรกๆเธอเป็นคนดูแลจัดการบังคับเขาเองทั้งหมดแต่พอเขาเริ่มจะมีชื่อเสียงขึ้นมาก็ใช้คนอื่นมาตามประกบแทนเพราะไม่มีเวลามาตามเขาได้ตลอดเวลา

 

            ช่างเป็นผู้หญิงที่ไม่มีความรับผิดชอบเลยสักนิด....

 

            “อย่าถามเหมือนไม่รู้เรื่องสิครับ ไอ้สภาพแบบนี้ต่างหากที่ผมน่าจะถามมากกว่า ทำไมให้หยุดไปแค่ 3-4วันถึงได้ขาหักได้ แล้วก็ไอ้รอยยิ้มแบบนี้ไม่ต้องมาใช้กับผมหรอกครับผมก็รู้จักนิสัยคุณดีพอๆกับกิ่งกาญจน์ฝาแฝดของผมนั้นแหล่ะ” ธีระพูดเสียงเย็น เขาเองถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากจะต้องมาดูแลไอ้นายแบบตัวปัญหาที่พี่สาวปั้นมากับมือถ้าไม่ติดว่าไม่มีใครที่พอจะทันความคิดของเพทายได้นอกจากตัวเขาและกิ่งกาญจน์พี่สาวฝาแฝด

 

            แต่ก็ติดที่ว่าพี่สาวของเขาดันเป็นประธานบริษัทไปซะแล้วดังนั้นในฐานะลูกน้องและน้องชายอย่างเขาก็เลยตั้งมารับเคราะห์รับกรรมที่พี่สาวเป็นคนก่อให้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

            “ก็แค่รถมอไซด์ล้มน่ะนะ...ของแบบนี้มันพลาดกันได้ไม่ใช่เหรอครับ” เพทายตอบด้วยรอยยิ้มยียวน ความจริงเขาเองก็แอบสลดอยู่นิดๆที่รถตัวเองยับเยินซะจนไม่เหลือสภาพเท่ๆให้ดู

 

            “ถึงจะพลาดยังไง ก็ไม่น่าไปรถมอเตอร์ไซด์ล้มได้นะครับในเมื่อคุณโดนห้ามใช้รถมอเตอร์ไซด์ แล้วทำไมถึงไม่เอารถยนต์ออกไปล่ะครับ” ธีระพูดอย่างจับผิด

 

            “ก็...นั้นสินะครับ” เพทายพูดยิ้มๆและรับคำอย่างง่ายๆ

 

            “คุณนี่มัน...เอาเถอะ วันนี้ผมเอาตารางงานมาให้ดูยังไงก็ต้องเคลียร์ไอ้พวกนี้ให้หมดคิดว่าสองสามวันก็คงหมดเพราะคงทำได้แค่งานถ่ายภาพนิ่งส่วนงานเดินแบบผมยกเลิกไปแล้วดีที่คุณไม่ค่อยรับงานแบบนี้มันเลยมีแค่งานเดียวแล้วพอเสร็จงานแล้วค่อยพักยาวๆไปสักอาทิตย์สองอาทิตย์ที่บ้านก็แล้วกัน” ธีระขยับแว่นแล้วหยิบสมุดจดตารางานขึ้นมากางด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง

 

            “ที่บ้านน่ะนะ...ไม่เอาอ่ะ ฉันพักที่หอพักบริษัทดีกว่า” ชายหนุ่มปฏิเสธโดยไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์อีกต่อไปด้วยอาการหัวเสียเล็กน้อย ครั้งสุดท้ายที่เขาไปนอนค้างที่บ้านหลายๆวันก็สองปีมาแล้วถึงจะกลับไปที่บ้านสัปดาห์เว้นสัปดาห์ก็เถอะแต่ก็พักแค่คืนเดียวและออกมาแต่เช้าโดยไม่ได้เสวนากับคนในบ้านมากนัก แถมพออ้าปากพูดทีไรก็มีแต่เรื่อง

 

            “ไม่ได้ครับ สภาพนี้ยังไงก็ต้องมีคนดูคงให้อยู่ที่หอพักไม่ได้ หรือว่าคุณจะอยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆจนกว่าจะหาย มันรบกวนโรงพยาบาลรู้มั้ยครับ คนไข้การหนักกว่าตั้งเยอะที่รอเข้าคิวใช้ห้องอยู่” ธีระพูดอย่างตำหนิ

 

            ข้อดีของการส่งเพทายไปอยู่บ้านก็คือจะไม่มีข่าวอะไรหลุดออกมาอย่างแน่นอนเพราะขนาดที่บ้านของชายหนุ่มเองยังไม่มีใครสักคนจับได้ว่าเขาไปทำงานเป็นนายแบบแต่เข้าใจไปว่าเป็นพนักงานบริษัทของบริษัทแห่งหนึ่งเท่านั้น เพราะเพทายเองไม่อยากให้คนที่บ้านรู้ว่าเขาทำงานแบบนี้อันเป็นเงื่อนไขแรกในการยอมทำงานนายแบบของเพทายโดยที่พี่สาวของธีระยอมรับในข้อนี้ตั้งแต่แรกและมันไม่ใช่เรื่องยากเพราะแค่สวมแว่นสักหน่อย เอาผมที่ปัดเป็นทรงมาปล่อยปิดหน้าสักนิดก็เรียบร้อย แถมยังด้วยวิธีอะไรไม่รู้ที่ทำให้เขาดูเหมือนคนธรรมดาดาษๆได้อย่างกลมกลืน

 

            ถึงจะเป็นการแปลงโฉมแบบมักง่ายไปสักหน่อยแต่ว่ามันก็ต่างจากภาพลักษณ์ตอนเป็นนายแบบแบบสุดขั้ว เพราะแค่สวมคอนแท็คเลนส์เป็นสีฟ้าอมเทาบวกเข้าไปกับรอยยิ้มที่แทบทำให้ละลายก็ดูราวกับคนละคนเลยทีเดียว ไม่สินั้นมันคนละคนกันชัดๆ ถึงในความเห็นของธีระเองมันจะเป็นรอยยิ้มที่ดูแสแสร้งนะน่าหมั่นไส้สุดๆก็ตาม

 

            “เดี๋ยวสิ ยังไงโรงพยาบาลก็ยังไม่ให้ผมออกไปภายในวันสองวันหรอกมั้ง...เอาเป็นว่าถ้าโรงพยาบาลให้ออกผมกลับบ้านก็ได้ ไม่เห็นต้องพูดขนาดนั้นเลย” เพทายเหงื่อตกกับคำว่ากล่าวของผู้จัดการตัวเองและเก็บอาการนิสัยเสียตามปกติลงก้นหีบไปทันที

 

            “เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้วครับ ส่วนกำหนดออกจากโรงพยาบาลของคุณคืออีก 3 วัน แค่ขาหักน่ะไม่เกิน 5 วันเขาก็ให้กลับบ้านได้แล้วล่ะครับ ไว้อีก 3 วันผมจะมารับนะครับ”ธีระขยับแว่นมองอีกฝ่ายอย่างจับผิด คาดว่าเพทายท่าทางจะปักหลักที่นี่ยาวเพราะมาอยู่โรงพยาบาลได้วันเดียวก็เอาเครื่องเล่นเกมเสมือนจริงเอามาติดตั้งเอาไว้ฆ่าเวลาแล้ว ถึงจะรู้ที่มาว่าได้มาจากแฟนคลับเมื่อนานมาแล้วก็เถอะ

 

            “โอเค โอเค เข้าใจแล้วล่ะน่า” เพทายไหวไหล่เป็นเชิงช่วยไม่ได้

 

            “แล้วก็ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าออกนอกห้องไปเพ่นพ่านนะครับถ้ายังอยากมีชีวิตอย่างสงบสุข อีกอย่างพยาบาลที่จ้างไว้ ถึงจะโดนสั่งไว้ว่าพยามอย่าเข้ามารบกวนแล้วก็ให้ปิดเรื่องแต่ว่าก็ยังมีโอกาสที่เรื่องจะหลุดอยู่ดีเพราะฉะนั้นถึงจะอยู่ที่นี่ยังไงก็ช่วยเก๊กไว้หน่อยนะครับ”

 

            “รับทราบ...ไม่ต้องย้ำขนาดนั้นก็ได้ ผมจะเล่นเกมอยู่แต่ในห้องนี่แหล่ะ” ชายหนุ่มมองไปที่เครื่องเกมด้วยสีหน้าเซ็งๆ ไม่ใช่เซ็งที่ต้องทนอุดอู้เล่นเกมแต่ไม่ค่อยชอบที่ไม่ไหนมาไหนไม่ได้มากกว่า แล้วที่จริงเขาก็ไม่กล้าแสดงออกมาด้วยว่ากำลังติดใจเกมนี้เอามากๆ เพราะอาจจะโดนใช้เป็นข้อกลั่นแกล้งล้อเลียนเอาได้เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาทำท่าเหมือนเกมนี้มันดูไร้สาระมาโดยตลอด

 

            “ถ้าตามนั้นก็ดีครับ งั้นผมขอตัวกลับก่อน” ธีระรู้สึกไม่ค่อยไว้วางใจอีกฝ่ายเท่าไหร่ก็เลยตัดสินใจว่าเดี๋ยวพอกลับไปที่บริษัทจะส่งลูกน้องสักคนมานั่งเฝ้าเพทายเอาไว้

 

            เมื่ออยู่ตัวคนเดียวชายหนุ่มก็นั่งรอให้หมอมาตรวจเสร็จเพทายก็เข้าไปเล่นเกมต่อทันที

 

            ภายในห้องนอนที่ค่อนข้างทึบ เพทายหรือซาเวนที่อยู่ในร่างเด็กหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นด้วยอาการงัวเงียเล็กน้อย ความรู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นนอนสมจริงเสียจนชายหนุ่มต้องอ้าปากหาวออกมาแล้วลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายให้หายรู้สึกรำคาญจากการที่ต้องทนแกร่วนอนบนเตียง

 

            “หายไปไหนกันหมดล่ะเนี่ย....” ซาเวนเดินออกจากห้องนอนตัวเองแล้วเดินสำรวจไปรอบๆภายในผนึกก็ไม่พบสัตว์อสูรของตัวเองสักตัวคาดว่าน่าจะโดนเรเชียร์เรียกออกไปตามที่เคยตกลงกันไว้เพราะเขาคิดว่าสัตว์อสูรของเขาไม่น่าจะใช่พวกชอบออกไปเพ่นพ่านเองถ้าเจ้านายอย่างเขาไม่อยู่ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงออกไปจากผนึกทันทีเพราะอย่างน้อยๆเขาก็ยังพอจะถามเรเชียร์ได้ว่าสัตว์อสูรของเขาไปไหนกันหมด

 

            “อ๊ะนายท่านตื่นแล้วหรอครับ” คลาวเลอร์เป็นผู้ที่รู้สึกตัวได้ก่อนใครหันมาทักทายเจ้านายอย่างยินดี

 

            “แถมมาไม่ได้จังหวะเอาซะเลยด้วยล่ะ...” แบล็กควูเดอร์หัวเราะบ้าๆบอๆเมื่อเจ้านายตัวเองโผล่ออกมาจมโคลนดูดอีกคนโดยที่มีเรเชียร์ที่จมไปเกินครึ่งตัวกุมขมับอยู่ห่างออกไปไม่ไกล แน่นอนว่าห่างออกไปก็มีทั้งเอนีลและนกฟินิกส์อยู่ในสภาพเดียวกันอย่างครบถ้วนอบอุ่น

 

            ทำเอาซาเวนถึงกับถามไม่ออกเลยว่าทำไมถึงได้มาอยู่ในสภาพนี้กันได้เพราะตัวเขาก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน

 

            “ไม่ต้องถามนะยะว่าทำไมถึงมาอยู่ในสภาพนี้ได้ ก็ไอ้ภารกิจอัศวินของนายนั้นแหล่ะ แค่ลองทำข้อเดียวก็จะตายแล้ว ต้นอ่อนของพฤกษาแห่งน้ำทำไมมันถึงมาอยู่กลางโคลนดูดแบบนี้ก็ไม่รู้ แถมพอเรียกพวกสัตว์อสูรทั้งของนายทั้งของฉันออกมาก็ติดแหงกกันหมดแถมเรียกกลับก็ไม่ได้ด้วย” เรเชียร์พูดออกมาด้วยความเดือดดาล

 

            “อืม จริงด้วย สงสัยว่าจะเป็นลักษณะเฉพาะของพื้นที่” ซาเวนมองไปรอบๆ ขนาดตัวเขาเองที่เข้าออกผนึกได้ตามใจยังกลับเข้าผนึกไม่ได้.......แต่ว่า

 

            ทักษะตัดมิติมันยังใช่ได้แฮะ

 

            ซาเวนสรุปเมื่อพริบตาที่เขาเรียกใช้ทักษะนี้ออกมาเขาก็ก้าวออกจากช่องมิติไปเหยียบบนกิ่งไม้ระโยงระยางที่มีอยู่จำนวนมากด้วยท่าทางสบายๆก่อนจะก้มลงมองคนอื่นๆที่พากันอ้าปากค้าง

 

            แต่ก่อนที่จะมีเสียงโวยวายจากหญิงสาวไปมากกว่าเดิมซาเวนก็เรียกใช้ทักษะอีกครั้งแล้วจัดการกระชากแต่ล่ะคนออกมาจากช่องมิติตัวเองอย่างรวดเร็ว จะมีเพียงหมาป่าทมิฬเท่านั้นที่โดนมาแล้วครั้งนึงก็เลยตั้งตัวทันก่อนถึงกิ่งไม้ทำให้ได้ท่ายืนที่สวยงามออกมา ส่วนสิ่งมีชิวิตอื่นๆกลับอยู่ในสภาพไม่ค่อยจะดีนัก

 

            ทำเอาซาเวนอดจะรู้สึกขำออกมาไม่ได้

 

            “นายท่านต้นไม้พวกนี้มันขยับตัวตลอดเวลานะ ระวังตัวด้วย อ๊ะ...” เอนีลที่ตั้งใจจะเตือนแต่ก็ไม่ทัน กิ่งไม้ทั้งหมดเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งและก็มีกิ่งไม้กิ่งนึงได้จัดการเหวี่ยงซาเวนที่ยืนอมยิ้มหล่นลงไปในโคลนดูดอีกรอบ

 

            แน่นอนว่าเจ้ามังกรแดงได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆโดยที่มันเองตัดสินใจบินหอบเอาหมาป่าทมิฬและพยัคฆ์หลบขึ้นฟ้าได้อย่างทันท่วงทีแต่ดันไม่โฉบเอาเจ้านายตัวเองมาด้วย ที่ด้านข้างก็มีเรเชียร์ที่เกาะนกฟินิกส์เอาไว้กำลังยิ้มด้วยท่าทางสะใจเล็กๆ

 

            “ถ้าพวกนายพลาดหล่นลงมาอีกเมื่อไหร่อย่าหวังว่าฉันจะช่วยอีก...โดยเฉพาะนายเอนีล ฉันจะจัดการเหยียบนายซ้ำลงไปแน่ๆ” ซาเวนกล่าวอาฆาต

 

            “ง่า...ก็ข้าคิดว่านายท่านจะรู้ตัวนี่นา ก็เลยไม่กล้าสอดมือไปยุ่ง” มังกรแดงรับแก้ตัวทันที

 

            “จริงสิ นายก็เป็นมังกรนี่นา ทำไมไม่บินล่ะเมื่อกี้นี้ มัวแต่เก๊กอยู่สิท่า” เรเชียร์รีบพูดเสริม

 

            “ฉันบินไม่เป็น.....” ซาเวนพูดเสียงขุ่นก่อนจะใช้ทักษะติดมิติอีกครั้งเพื่อไปยืนอยู่บนหลังเอนีลที่บินอยู่อย่างทุลักทุเลแต่ด้วยความที่ซาเวนตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับเพื่อนมันอีกสองตัวเอนีลจึงไม่รู้สึกหนักไปกว่าเดิม

 

            “นายเป็นมังกรไม่ใช่รึไง ถ้าจำไม่ผิดครั้งแรกที่เจอกันฉันเห็นปีกของนายด้วยซ้ำไป นายจะบอกว่าตัวเองเป็นมังกรประเภทเดียวกับไก่รึไงถึงจะบินไม่ได้” หญิงสาวเอ่ยล้อๆ ในใจเธอไม่เชื่อสักนิดว่าเด็กหนุ่มจะบินไม่ได้จริงๆ

 

            “นายท่านเป็นมังกรที่เพิ่งเกิดใหม่ได้ไม่นานจะบินไม่ได้ก็ไม่แปลก” เอนีลรีบเถียงแทนเจ้านายทันที

 

            “ถูกต้อง เห็นนายท่านของเราเก่งกาจแบบนี้แต่ก็ยังเป็นมังกรแรกเกิด”คลาวเลอร์กล่าวเสริมโดยที่หมาป่าทมิฬเลือกที่จะสงบปากสงบเอาไว้

 

            ทั้งๆที่ก็สามารถทๆให้ทั้งปีกและหางเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล้วแล้วแท้ๆแต่ไม่ว่าจะลองพยามยังไงซาเวนก็คงยังบินไม่ได้อยู่ดี นี่นับว่าเป็นปริศนาใหญ่ที่เด็กหนุ่มรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากทีเดียว

 

            ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดว่าจะเป็นเพราะเขาเพิ่งเป็นมังกรที่เพิ่งจะออกจากไข่แต่น่าจะเป็นต้องผ่านเงื่อนไขอะไรมากกว่า

 

            “นี่นายอายุเท่าไหร่กันแน่เนี่ย อย่าบอกนะว่าที่จริงแล้วพวกนี้คือพี่เลี้ยงนาย” เรเชียร์กล่าวอย่างล้อเลียน

 

            “ข้าเกิดมาหลายร้อยปีแล้ว ไม่ใช่เด็กอย่างที่เธอคิดหรอดนะ” ซาเวนอ้างขึ้นมาลอยๆ

 

            “ข้าไม่รู้ว่านายท่านเป็นไข่มากี่ปี แต่ถ้านับจากเวลาที่ออกมาจากไข่น่าจะไม่กี่วันเองนะนายท่าน” เอนีลเอียงคอพูดด้วยความสงสัยเพราะตัวมันไม่มีความทรงจำตอนอยู่ในไข่เลยสักนิด แถมตอนเกิดมาถึงเป็นเผ่ามังกรก็ยังต้องมาเรียนรุ้จากผู้ใหญ่ในเผ่าอยู่ดี ไม่ได้รู้โน้นรู้นี่ตั้งแต่แรกเหมือนนายท่านของมันเลยสักนิด

 

            ถ้าซาเวนมารู้ความคิดนี้เข้าคงจะรู้สึกตลกมากทีเดียวเพราะที่จริงเขาก็เป็นผู้เล่นไม่ใช่สัตว์อสูรจริงๆสักหน่อย

 

            “อายุไม่กี่วัน....แล้วมาทำท่าทางซะเป็นผู้ใหญ่...ตายล่ะ นี่ชั้นกำลังถือสาหาความเอากับเด็กรึนี่” หญิงสาวกระพริบตาปริบๆด้วยความรู้สึกผิด

 

            “ข้าไม่ใช่เด็กสักหน่อยเรเชียร์ ข้าน่ะเริ่มเรียนรู้โลกมาตั้งแต่ในไข่แล้วเพราะงั้น ข้าจะถือว่าข้าแก่กว่า” ชายหนุ่มตัดสินใจแถทันที เขาไม่อยากถูกมองว่าเด็ก แต่ก็ไม่สามารถที่จะบอกเรื่องตัวเองเป็นผู้เล่นออกไปได้เช่นเดียวกัน

 

            “จ้า จ้า ไม่เด็กก็ไม่เด็ก งั้นตอนนี้เรารีบไปเก็บต้นอ่อนของพฤกษาแห่งน้ำก่อนเถอะจะได้กลับเข้าเมืองไปนอนพักกันสักที เดี๋ยวพี่สาวจะซื้อไอติมให้กินนะ ซาเวนเคยกินไอติมรึเปล่าเอ่ย” เสียงพูดหวานจ๋อยของหญิงสาวทำเอาซาเวนถึงกับเหงื่อตก

 

            “เอ่อ...ข้าไม่ใช่เด็กจริงๆนะ....”

 

            “จ้า ไม่เด็กก็ไม่เด็กสิ พี่สาวรู้แล้วว่าเราน่ะเป็นหนุ่มแล้ว คิก คิก เอาเป็นว่าพี่สาวจะเลี้ยงไอติมนะ” ฟังจากคำพูดนี้ของเรเชียร์ เด็กหนุ่มก็ถึงกับปลดปลงทันทีว่าคงแก้ไขความเข้าใจของเรเชียร์ไม่ได้แล้ว

 

            “....เราต้องไปเก็บต้นอ่อนกันตรงไหน” เด็กหนุ่มถามขณะมองไปรอบๆที่เต็มไปด้วยโคลนดูดและกิ่งไม้จากต้นไม้คล้ายต้นโกงกางที่ขึ้นอยู่มากมาย

 

            “ก็ตรงใจกลางของโคลนดูดโน้นเลยครับ แต่ว่าแถวนั้นมีสัตว์อสูรหนอนโคลนอยู่ชุกทีเดียว ผมว่าทำคงต้องออกแรงกันมากหน่อยครับ” พยัคฆ์ขาวพูอย่างหนักใจ ถ้าไม่เพราะมันบินไม่ได้คู่ต่อสู้ในคราวนี้ไม่คณามือมันสักนิด

 

            “ไม่ยากหรอกน่า....ลุยเลยเรเชียร์” เด็กหนุ่มชี้ทางให้เด็กสาวด้วยรอยยิ้มกว้าง

 

            “หา....พี่สาวน่ะหรอ.....ไม่ไหวล่ะ หนอนพวกนั้นหน้าขยะแขยงจะตาย”

 

            “มันก็จริงล่ะนะ งั้นพวกมีใครจะอาสามั่งมั้ย ฉันอนุญาตให้ใช้ร่างจริงได้นะ” ซาเวนมองสัตว์อสูรทั้งสามของตัวเองเป็นเชิงตั้งคำถาม

 

            “ข้าไง ข้าเอง เดี๋ยวข้าบินไปแวปเดียวก็เรียบร้อย” เอนีลรีบอาสาด้วยน้ำเสียงร่าเริง

 

            “ก่อนจะอาสาอะไรช่วยดูตัวเองก่อนได้มั้ยเจ้าบ้า ถ้าบินหอบเอาพวกข้าไปด้วยคิดว่าจะหลบหรือสู้กับเจ้าพวกหนอนโคลนนั้นได้รึไง แถมเผลอๆจะได้พากันหล่นลงไปในโคลนดูดกันอีกรอบ ข้าอาสาเองก็ได้” หมาป่าทมิฬทำท่าเนือยๆทันที

 

            “ให้ข้าช่วยเหวี่ยงมั้ยจะได้เร็วๆ เอาล่ะน้า.....” มังกรแดงใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาตั้งแต่ยังพูดไมจบประโยคในการเหวี่ยงเพื่อนลอยโด่งไปทางทิศที่มีต้นอ่อนขึ้นอยู่ด้วยความเร็วสูง

 

            “เฮ้ยยยยยยยยยยยยย ไอ้มังกรปัญญาอ่อนนนนนน ก่อนจะโยนน่ะหัดนับมั่งได้ม้ายยยย” หมาป่าทมิฬแหกปากโวยลั่น เมื่อมันตั้งสติได้ก็กลับสู่ร่างที่แท้จริงทันที และในร่างนี้แม้จะใหญ่โตจนดูไม่น่าจะคล่องแคล้วแต่มันกลับทำให้หมาป่าดำสามารถใช้ความสามารถที่แท้ให้ปรากฏออกมาได้

 

            สิ่งนั้นก็คือความเร็ว

 

            ในบรรดาสัตว์อสูรทั้งสามแบล๊กควูเดอร์นั้นคือผู้ที่มีความเร็วสูงสุดถ้ามันเอาจริงขึ้นมาแม้กระทั่งซาเวนก็ไม่สามารถไล่ได้ทันเหมือนอย่างเวลานี้ที่มันเริ่มเคลื่อนไหวไปตามกิ่งไม้และย่ำไปตามโคลนดูดไปพร้อมกับจัดการสัตว์อสูรหนอนโคลนไปด้วยความเร็วที่มองแทบไม่เห็นตัว ทิ้งไว้เพียงร่อยรอยกิ่งไม้ที่หักปละปรายและเศษซากของสัตว์อสูรหนอนโคลนเท่านั้น

 

            ถึงแม้ในสายตาซาเวนสัตว์อสูรหนอนโคลนพวกนี้จะเป็นแค่ตัวกระจอกที่มียั้วเยี้ย แต่สำหรับเรเชียร์แล้วไอ้เจ้าสัตว์อสูรหนอนโคลนนี่มันจัดว่าเป็นสัตว์อสูรระดับมินิบอสเลยด้วยซ้ำพอมาเจอฉากฆ่าล้างบางแบบไม่ต้องลงแรงอะไรมากมายเข้าก็อดอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงไม่ได้

 

            “เหมือนว่าตัวใหญ่มันจะมาแล้ว....เจ้านี่คงเป็นบอสสินะ” ซาเวนพึมพำไม่ถึงเสี้ยววินาทีสัตว์อสูรหนอนโคลนขนาดยักษ์ก็พุ่งทะลุขึ้นมาจากโคลนเข้าใส่หมาป่าดำที่เพิ่งจะคาบเอาต้นอ่อนพฤกษาน้ำไว้ได้ไม่ทันไรส่งผลให้มันถูกอีกฝ่ายงับหายเข้าไปทั้งตัว

 

            ขณะที่เรเชียร์ยังไม่ทันอุทานออกมาด้วยความตกใจร่างของหนอนโคลนยักษ์ก็ระเบิดออกส่งผลที่เศษเนื้อและเมือกรวมทั้งเลือดสีเขียวข้นของมันกระจัดกระจายไปทั่วทิศทางแถมยังมีแรงส่งมากขนาดมาถึงบริเวณที่พวกเธออยู่จนทำให้เปื้อนไปด้วย ที่อยู่ตรงใจกลางของการระเบิดก็คือหมาป่าดำที่ไม่มีบาดแผลแม้แต่บาดแผลเดียวแต่สภาพก็ดูไม่จืด

 

            แต่คนที่ดูจะไม่สบอารมณ์ที่สุดกลับเป็นคนที่เปื้อนน้อยที่สุดอย่างซาเวนที่เอามือปาดเมือกที่กระเด็นมาโดนหน้าตัวเองด้วยรอยยิ้มเยือบเย็น

 

            “น่าสมเพสซะจริงเจ้าอ่อนนั้น...” คลาวเล่อร์ถอนหายใจยาวเมื่อสังเกตเห็นว่าเจ้าหมาป่าทมิฬคาบเอาต้นอ่อนกลับมาด้วยสภาพสกปรกเหมือนหมาจรจัดไม่มีผิดแถมกลิ่นคาวและกลิ่นเหม็นประหลาดจากหนอนโคลนพวกนั้นก็ยังทำมันต้องย่นจมูกแล้วเมินหน้าหนี

           

            “แต่เดิมก็เป็นหมากลิ่นไม่ดีอยู่แล้ว พอเป็นแบบนี้ยิ่งชวนอ้วกกว่าเก่าอีก” เอนีลทำหน้าเบี๊ยว ถ้าไม่ติดว่าเจ้าหมาที่อยู่ตรงหน้าตัวเองคือพรรคพวกเดียวกันละก็มันจัดการเผาดับกลิ่นให้ไปแล้ว

 

            “อยากลงโทษมากกว่าแต่เอาเถอะ ครั้งนี้จะยกโทษให้....แต่นายต้องมาเล่นกับฉันหน่อยก็แล้วกัน” ซาเวนคลี่ยิ้มบางอย่างใจดีเล่นเอาหมาป่าดำขนลุกเกรียว

 

            ไอ้เล่นของซาเวนนั้นมันก็การลงโทษดีๆนี่แหล่ะ....

 

            “....พี่สาวว่ายังไงเราไปหาที่ล้างตัวกันก่อนมั้ย รู้สึกว่าไอ้เศษพวกนี้มันน่าขยะแขยงพิกล” เรเชียร์พยามปาดเศษชิ้นส่วนบอสหนอนโคลนออกจากตัวด้วยความรังเกียจ

 

            “เฮ้อ....” ซาเวนถอนหายใจ อยากจะบอกกับเรเชียร์อีกครั้งว่าเขาไม่ใช่เด็กอย่างที่คิดก็ขี้เกียจเกินกว่าจะพูด

 

            ในเมื่อแบบนี้เขาก็ปล่อยเลยตามเลยก็แล้วกัน ยังไงซะการเพิ่มหรือลดคนที่เขาเป็นเด็กมาอีกนอกเหนือไปจากสัตว์อสูรพิทักษ์ที่ตัวเองมีก็ไม่นับว่าจะมากหรือน้อยลงไปเท่าไหร่

 

            ถึงอย่างนั้นมันก็น่าเซ็งอยู่ดี....

 

            ซาเวนหยิบดาบตัวเองออกมาตัดมิติก่อนจะลากทั้งหมดเข้าไปด้วยกัน

 

            ตูมมมมมมม

 

            “ฮะ ฮะ ฮะ....” เสียงหัวเราะดังขึ้นมาตามหลังเสียงน้ำที่สาดกระจาย เจ้าของเสียงก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากซาเวนที่ลอยคออยู่ห่างออกไปไม่เท่าไหร่

 

จุดที่โพล่ออกมาก็เป็นเหนือลำธารพอดีทำให้นอกจากตัวเขาเองที่รู้ว่าจะโผล่มาจุดไหนคนอื่นๆต่างสำลักน้ำกันเป็นแถบๆ จะดูน่าขบขันหน่อยก็คือเด็กหนุ่มทันได้เห็นท่าลงพื้นที่พร้อมเต็มที่ของแต่ละคนที่คิดว่าตัวเองดูดีแล้ว ก่อนที่จะพากับแหกปากร้องเพราะพื้นที่ที่สัมผัสดันเป็นน้ำไม่ใช่พื้นอย่างที่คิด

 

“ซาเวนเล่นอย่างนี้มันไม่ดูรู้มั้ยคะ ถึงเราจะยังเด็กก็เถอะ เห็นมั้ยว่าพวกพี่ๆสำลักน้ำกันหมดเลย” เรเชียร์ยิ้มพร้อมพูดคำตำหนิที่ดูใจดีเล่นเอาซาเวนหมดอารมณ์จะขำต่อ

 

            “แบล๊กควูเดอร์ นายล้างตัวให้สะอาดแล้วตามมาด้วยนะ” เด็กหนุ่มตัดสินใจไม่ต่อความเพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังแพ้ทางอีกฝ่ายขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะแววตาของคลาวเลอร์ที่ดูจะโน้มเอียงไปทางอีกฝ่ายมากขึ้นที่เห็นเค้าเป็นเด็กเล็กๆ

 

            สำหรับเวลาล้างตัวน่ะใช้เวลาไม่นานแต่หมาป่าดำก็พยามทำตัวอ้อยอิ่งให้มากที่สุดก็มากได้ มันแอบมองเพื่อนๆอีกสองตัวที่กำลังเล่นน้ำกับสาวผมแดงอย่างสบายใจแล้วรู้สึกอิจฉาเป็นที่สุด

 

แต่ทว่าการปล่อยให้นายท่านตัวน้อยที่อารมณ์คุกรุ่นรอนานไปกว่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่จึงเดินไปหานายท่านของมันด้วยการทำตัวหดลีบที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

และแล้วชะตาของหมาป่าดำจะเป็นเช่นไร......

 

นอกไปจาก

 

            “เห็นไม้นี่มั้ย แบล๊กควูเดอร์” ซาเวนขยับรอยยิ้มบาง

 

            “ไปคาบมา...” สิ้นเสียงคำสั่งหมาป่าที่น่าสงสารก็ถึงกับตาเหลือกเมื่อคราวนี้ท่อนไม้ที่มันต้องไปเก็บลอยไปไกลกว่าเดิมเยอะ ถึงมันอยากจะร้องไห้เพียงไรสองเท้าก็ต้องวิ่งตามท่อนไม้ไปอย่างไม่คิดชีวิต

 

            นายท่านค้าบบบ จะหงุดหงิดเรื่องอะไรมาอย่าเอามาลงที่ข้าคนเดียวได้ม้ายยยย ฮืออออ

 

 

หลังจากตอนนี้จะดองไปอีกหลายวันจริงๆแล้วนะครับ แต่ยังไงจะแต่งจนจบแน่ๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

1,335 ความคิดเห็น

  1. #1257 เอมิเรีย (@amire) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 00:04
    แบล็ค...นาย...นายช่าง.....ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น่าสงสารซ๊าาาาา อ้อ รู้สึกหน้าเสียแทนพระเอกไปเล็กน้อยตอนที่พี่สาวผมแดงบอก "เล่นแบบนี้ไม่ดีนะรู้ไหม" ที่จริงตรงนี้ก็พิมพ์ผิดตรงคำว่า "ไม่ดีนะรู้ไหม" เป็น "ไม่ดูนะรู้ไหม"
    #1257
    0
  2. #1074 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2557 / 22:17
    น่าสงสารทำไมเป็นนายตลอดเลยล่ะ แบล็ค ฮ่าๆๆๆ
    #1074
    0
  3. #992 นักเวทย์ปีศาจ (@alisia-w-) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 15:49
    น่าสงสารจริงๆ
    #992
    0
  4. #766 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2556 / 22:33
    สงสารน้องหมา(ป่า)จังเบย >0<
    #766
    0
  5. #574 Honey white (@whitemare) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 / 20:13
    เกิดเป็นหมา (ป่า) สัตว์เลี้ยงซาเวนนี่น่าสงสารเนอะ แต่ซาเวนก็ยังน่ารักอยู่ดีอ่ะ! (เกี่ยว?)
    #574
    0
  6. #528 นายตัวร้าย 27 (@aom084495) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 / 10:54
    เม้นเป้นกำลังใจให้นะ
    #528
    0
  7. #522 นักอ่านอาชีพ (@wongtragool) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2556 / 20:41
    แปลก แหวกแนว  สนุกมาก
    #522
    0
  8. #338 Alangod (@alangod) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 15:01
    ฮ่าๆๆๆๆ ซาเวนมีอะไรก็ลงกับน้องหมา(ป่า)หมดเลย
    #338
    0
  9. #290 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 01:47
    ...อืม...เหมือนนิสัยเริ่มเปลี่ยนเเล้วสิ= =
    #290
    0
  10. #282 ออกัสดิ์ โคล่า (@thongraya) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2556 / 00:30
    สบายๆเรื่องเนื้อเรื่องนี้
    #282
    0
  11. #256 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 00:44
    เจ้าหมา(ป่า) น่าสงสารสุดละ
    #256
    0
  12. #98 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 17:48
    +555555555555+
    น่าสงสารน้องหมา(ป่า)จังนะ

    เล่นอย่างนี้ไม่ดูรู้มั้ย >>เล่นอย่างนี้ไม่ดีรู้มั้ย
    #98
    0
  13. #18 dark green (@darkgreen) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 / 09:09
    เกิดเป็นสุนัข(รับใช้)ต้องอดทนจ๊ะแบล็กวูฟท์ - v -
    #18
    0
  14. วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 23:23
    เกิดเป็นหมานี้หน้าสงสราเนอะ 55555
    สู้ๆนะค่ะ
    #17
    0
  15. #15 joint (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 21:45
    น่าสงสารเจ้าหมาน้อยจัง
    #15
    0
  16. #14 Yu-kio(幸男) (@yukio-omine) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 21:17
    ขอบคุณครับ

    จะรออ่านต่อนะครับ
    #14
    0
  17. #13 np47 (@jingjoe_47) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 21:15
    55555+เข้าใจคิดนะ

    แต่อย่าปล่อยให้รอนานนะคร๊าฟ
    #13
    0