Epic illusion Project Online [ มังกรเกรียนป่วนโลกออนไลน์ ]

ตอนที่ 9 : ศึกก่อนเปิดสงคราม 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,093
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    30 ก.ค. 56

 

 

ธันวาชายหนุ่มที่มีครบทั้งมันสมอง หน้าตาที่สาวๆต่างตากันหลงใหล รูปร่างสูงโปร่ง นิสัยที่เคร่งขรึมพูดน้อยแต่ใจดีแถมยังทำตัวเป็นสุภาพบุรุษจนน่าหมั่นไส้ ไม่ว่าคุณสมบัติข้อไหนก็จัดว่าดีเลิศ เสียอย่างเดียวคือไม่ว่ามาเดอเลนจะพูดอะไรก็เชื่อไปซะหมดจนเหมือนคนไม่มีสมอง

 

เป็นไอ้ตัวที่กวนประสาทเขามาตั้งแต่นอกเกมโดยเฉพาะไอ้สีหน้าที่ทำราวกับว่าตัวเองคือคนที่ถูกต้องที่สุดบนโลกใบนี้ คาดว่ายัยนั้นคงจะใช้เจ้าคนตรงหน้านี่มาตอแยกับเขาด้วยวิธีการอะไรสักอย่าง

 

เฮ้อ....กับเรื่องแบบนี้ล่ะก็ฉลาดนักนะ ไม่รู้ว่าทำไมเกมที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่แถมยังออนไลน์เชื่อมต่อทั้งโลกถึงได้ทำให้เขาวนมาเจอแต่คนรอบตัวเต็มไปหมดหรือว่าจะเป็นพระประสงค์ของเทพแห่งการแก้แค้นกันแน่นะที่ทำให้คนพวกนี้มาต้องมาเจอกับเขาที่ตัดสินใจว่าจะสนใจอะไรทั้งนั้นภายในเกมแห่งนี้

 

Epic illusion Project Onlineเป็นเกมที่กำลังนิยมไปทั่วโลก....ถ้าพูดให้ถูกก็คือมันเป็นเกมเดียวที่มีอยู่บนโลกคลื่นสมองและมันก็โด่งดังและเป็นที่นิยมจนถูกนำมาใช้ร่วมกับชีวิตประจำวันมนุษย์มากกว่า15 ปีแล้ว จะมีก็เพียงคนหัวรั้นอย่างเพทายที่แม้จะเข้าไปทำโน้นทำนี่ในโลกออนไลน์ทางคลื่นสมองอยู่บ่อยๆกลับไม่เคยยอมเข้ามาเล่นเกมนี้กับคนอื่นๆที่พยามชวนเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

แถมพอเรียนจบชั้นมัธยมปลายก็ย้ายออกจากบ้านไปอยู่ที่หอพักคนเดียว ถึงจะอ้างว่าเพื่อสะดวกต่อการไปมหาวิทยาลัยแต่พอถึงเวลาเรียนจบชายหนุ่มก็ไม่ยอมกลับเข้าไปที่บ้านตัวเองอยู่ดี

 

ถ้าพูดออกมาจากปากก็คือ เขามีความสนใจทางด้านอื่นมากกว่านั้นก็คือการทำงานบริษัทมาตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย จนกระทั่งการเป็นพนักงานของบริษัทเอกชนชั้นแนวหน้าแห่งหนึ่งและนั้นก็คือทั้งหมดที่ทางบ้านของเขารู้

 

แต่ในความเป็นจริงนั้นการทำงานเป็นพนักงานบริษัทธรรมดาๆของเขามันเปรียบได้กับเป็นงานอดิเรกเท่านั้น หัวหน้าใจยักษ์ใจมารที่กลายมาเป็นประธานบริษัทเล่นจับเขาเซ็นสัญญานายแบบระยะยาวถึงยี่สิบปีด้วยเงื่อนไขที่เขาอ่านแล้วอ่านอีกจนพึงพอใจก่อนที่จะคิดให้รอบคอบ กว่าจะรู้ว่าตัวเองโดนหลอกก็ผ่านไปหลายวันซะแล้ว

 

ต่อให้สัญญาการเป็นนายแบบของเขามันจะดีสักแค่ไหนหรือยอมให้กับข้อแม้เอาแต่ใจของเขาได้ทั้งหมดแต่ทว่าเมื่อคิดดูดีๆอย่างมีสติชายหนุ่มถึงได้รู้ว่าเขาพลาดท่าให้กับกิ่งกาญจน์หัวหน้าสาวสุดโหดในข้อเท็จจริงที่ว่าตัวเขาเองไม่มีความคิดที่จะใช้ชีวิตในการเป็นนายแบบเลยแม้แต่นิดเดียวและเขาก็ปล่อยให้เรื่องนี้เลยตามเลยมาหลายปี ตราบเท่าที่ชีวิตส่วนตัวเขาไม่มีผลกระทบเขาก็ไม่คิดจะโวยวายอะไร

 

จนเมื่อต้นอาทิตย์ที่ผ่านมาความสงบสุขที่ดำเนินมานานก็ถูกคุกคามจนได้เมื่อมีกลุ่มคนบางกลุ่มหรือนักข่าวบางคนพยามจะขุดคุ้ยเรื่องของเขาขึ้นมา ทำให้ชีวิตในแต่ละวันของเพทายเต็มไปด้วยความหวาดระแวง แม้กระทั่ง อพาร์ทเม้นท์ที่เป็นอาณาเขตส่วนตัวก็ยังไม่พ้นโดนรังควาน พอดิบพอดีกับที่ทางบ้านพยามจะบังคับให้เขากลับไปอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวแทนที่จะเป็นนานๆจะกลับไปค้างสักที

 

ไอ้ตอนนั้นแหล่ะที่เป็นจุดเริ่มต้นความซวยทั้งหมด......

 

            “อ่ะแฮ่ม...แค่กๆๆ.....” เสียงกระแอมเบาที่คุ้นหูทำให้ซาเวนหลุดออกมาจากพวังอย่างไม่เต็มใจนักแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยือนร่างกายไปจากท่วงท่าเดิมส่งผลให้หมาป่าทมิฬที่ไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนี้ถึงกับเศร้าสลดที่ตอนนี้มันรู้สึกเหมือนถูกลืมไปโดยสิ้นเชิง

 

เวลาผ่านมาตั้งหลายนาทีทางคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามดันไม่มีปากแถมท่านซาเวนเองก็ไม่คิดจะพูดอะไรออกมาส่งผลให้สมาชิกบนเวทีอีกหนึ่งที่ปากมากจนเคยตัวถึงกับอึดอัดกับบรรยากาศที่แสนจะมืดมนและอึมครึมทั้งๆที่อยู่ในโดมบาเรียที่ทั้งขาวทั้งสว่างจ้านั้นแหล่ะ

 

“โอ๊ยยย ปวดตับ อะไรมันจะเงียบเป็นเป่าสากขนาดนี้  ขอร้องล่ะใครก็ได้ช่วยพูดอะไรออกมาที” ในที่สุดหมาป่าดำก็ทนไม่ไหวจนร้องโวยวายออกมาแต่เป็นโชคดีของมันพอดี ที่ไม่ต้องทนไปอีกนานเพราะเลขนับถอยหลังของการประลองกลายเป็นเลขศูนย์พอดี ทันทีที่บาเรียสีขาวแตกกระจายออกทั้งท่านซาเวนของมันและเจ้าหนุ่มหัวสีน้ำเงินก็กระโดดถอยห่างกันไปตั้งหลักหลายเมตรก่อนที่จะพุ่งเข้ามาปะทะกันในพริบตานั้นเอง

 

สายลมจากการปะทะนั้นรุนแรงมากจนกระทั่งทุกอย่างในรัศมีพังเป็นแถบ ยกเว้นเพียงหมาป่าดำเท่านั้นที่กางม่านพลังจิตเอาไว้แล้วจับตาการต่อสู้อย่างใกล้ชิด

 

อือหือ...ขนาดฟิวอาณาเขตสนามประลองยังสุ่มได้ออกมาแบบนี้เลยแฮะ เข้ากับสองคนนั้นซะจริง

 

กลับเป็นแบล๊กควูเดอร์ตัวเดียวที่มีอารมณ์แหล่พื้นที่รอบตัว ที่ราบเตียนต้นไม้ใหญ่ไร้ใบที่มีอยู่น้อยต้น สายลมดังหวีดหวิว ท้องฟ้าหม่นหมองแต่มีดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆอยู่กลางหัวพอดี....

 

ฟู่.....

 

หง่ะ ควัน???

 

ไม่รู้ว่าซาเวนจะรู้ตัวรึเปล่าแต่ขณะที่กำลังปะทะกันตัวของเด็กหนุ่มมีควันโชยขึ้นมาเล็กน้อย แบล๊กควูเดอร์คิดอยากจะบอกแต่ก็ไม่กล้าเมื่อสถานการณ์ดูจะตึงเครียด

 

“เพลงดาบเพลิงมายา หมื่นศาสตรารำพัน” ในที่สุดปากของหนึ่งในมนุษย์หน้าตายก็ขยับพูดออกมาจนได้ สกิลที่ถูกเรียกออกมานั้นไม่เพียงทำให้ดาบในมือของธันวาส่งแสงเรืองรองเป็นหลายสี ยังมีเงาดาบที่เป็นดาบแบบเดียวกันแต่โปร่งแสงลอยอยู่รอบตัวมากมายนับไม่ถ้วน ธันวาหลับตาลงก่อนจะสั่งให้ดาบเงาเหล่านั้นโจมตีเข้าใส่เด็กหนุ่มผมสีดำที่เริ่มเอาจริงเต็มที่

 

ซาเวนมองเงาดาบจำนวนมากที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่องแบบไม่สบอารมณ์ รอบนี้เขาไม่ได้ประมาทฝ่ายตรงข้ามเหมือนกับคราวที่สู้กับเลโอทำให้เขาไม่กล้าละเลยกับศัตรูที่ยืนหลับตาอยู่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อยและเขาก็คาดการณ์ไม่ผิดเมื่อเปลือกตาของธันวาเปิดขึ้นพร้อมกับดวงตาสีทองที่ส่องสว่างเรืองรองก็สบเข้ากับดวงตาสีฟ้าชืดของซาเวนพอดี

 

ทันใดนั้นก็เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะรู้สึกตัวอีกทีดาบเรเปียร์สีเงินบริสุทธิ์ของธันวาก็ปะทะเข้ากับดาร์กไนฟ์ของซาเวนอีกครั้ง ความรุนแรงในครั้งนี้มากกว่าเดิมไม่รู้กี่เท่าตัวชนิดที่ทำให้ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันแบบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองนัก

 

“เผ่าปีศาจ....” ธันวาพึมพำราวกับเสียงกระซิบ ถึงเจ้าตัวจะดูตกตะลึงแต่ฝ่ายที่ต้องแปลกใจมากกว่ากลับเป็นซาเวนที่มองปีกสีขาวสามคู่ที่อยู่กลางหลังชายหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มด้วยสายตาที่หวาดระแวง

 

เผ่าเทพ!?!?

 

ลำพังเผ่าเทพน่ะเขาไม่กลัว แต่เขากลัวว่าไอ้เผ่าเทพนี่มันจะมีพวกสกิลแสงศักดิ์สิทธิ์หรืออะไรจำพวกนี้รึเปล่ามากกว่า ลำพังผ้าคลุมกับชุดป้องกันแสงที่เขาสวมอยู่ไม่นี่ว่าจะกันพวกแสงศักดิ์สิทธ์ได้สักเท่าไหร่ ที่สำคัญการที่เชาต้องเรียกปีกแล้วหางออกมาใช้เวลานี้ดูจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

 

ถึงดวงอาทิตย์จะไม่ได้อยู่ในสภาพที่สามารถเผาเขาให้ตายได้แต่มันก็ตัดกำลังไปมาก พื้นที่ก็ยังเป็นพื้นที่โล่งที่ไม่มีร่มเงาให้หลบซ่อนหรือล่อหลอกให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าไปในบริเวณที่ตัวเองจะไม่ต้องเสียเปรียบได้ นั้นทำให้ซาเวนต้องเลือกระหว่างการจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุดหรือเก็บปีกและหางไว้แล้วค่อยถ่วงเวลาให้ถึงยามกลางคืน

 

ไม่สิ ที่นี่เป็นเพียงสนามจำลองของการประลอง คาดว่าต่อให้เขาถ่วงเวลาไปนานแค่ไหนกลางคืนก็คงมาไม่ถึง เวลานี้คงได้แต่เลือกจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุดเท่านั้น

 

“เผ่าปีศาจบ้านแกสิไอ้นกพิราบ สายตาพิการรึเปล่าวะ เห็นอยู่ชัดๆว่านายท่านของข้าน่ะเป็นมังกร” เพราะไม่พอใจกับคำเรียกขานเจ้านายตัวเอง จู่ๆหมาป่าดำก็เข้ามาผสมโรงด้วยร่างจริงขนาดใหญ่โต ดวงตาสีแดงฉานจับจ้องไปที่ธันวาอย่างดุร้าย ยังไม่ทันที่คมเขี้ยวของแบล๊กควูเดอร์จะทันได้ถึงตัวธันวาก็ไหวตัวทันแล้วกระโดดหลบไปด้านข้าง

 

“เพลงดาบเพลิงมายา ฝนพิรุณโปรย” เมื่อธันวาตั้งดาบขึ้นดาบโปร่งแสงจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นเต็มท้องฟ้าก่อนจะพร้อมใจกันตกลงมาราวกับห่าฝนแต่มันกลับแหลกสลายกลางอากาศทันทีที่เข้าใกล้ตัวเด็กหนุ่ม ปล่อยให้หมาป่าดำเพียงตัวเดียวที่กางโล่ขึ้นมาไม่ทันโดนสกิลเข้าไปเต็มๆ

 

แต่ด้วยหนังหนาๆทำให้มันเพียงรู้สึกแสบๆคันๆเท่านั้น ถึงจะแค่คลาสสามแต่มันก็เป็นคลาสสาม ชนชั้นอัศวิน เพียงมันคำรามอย่างหงุดหงิดเพียงครั้งเดียวดาบโปร่งแสงทั้งหมดก็แตกกระจายไม่เหลือซากแถมด้วยความยียวนอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวทำให้ธันวามีโอกาสได้เห็นหมามาทำหน้ายิ้มเย้ยหยันใส่

 

ชนชั้น สำหรับเผ่ามนุษย์หรือผู้เล่นทั่วไปต่างก็มองว่าไม่ใช่สิ่งที่สำคัญอะไรแต่สำหรับสัตว์อสูรแล้วนั้นชนชั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะมันจะเป็นตัวกำหนดทั้งความสามารถและทักษะเฉพาะตัว ยิ่งอยู่ในชนชั้นที่สูงเท่าไหร่ก็แปลว่าความสามารถและระดับความสามารถในการพัฒนายิ่งสูงขึ้นไปด้วยอย่างเช่นซาเวนที่แม้จะไม่ได้เก็บเลเวลหรือฝึกอย่างเป็นจริงเป็นจัง ทักษะ ระดับ หรือคลาสก็อยู่ในระดับไม่สูง อาชีพก็ยังไม่มีแต่ก็ยังพอสู้กับคู่ต่อสู้ระดับคลาส 5 ที่จัดว่าเป็นคลาสที่สูงที่สุดในตอนนี้ของผู้เล่นจำนวนมากได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง

 

แต่นั้นไม่ใช่กับธันวา แม้ชายหนุ่มจะอยู่แค่ชนชั้นสามัญชนแต่เขาก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับเผ่าเทพที่มีอยู่จำนวนน้อยมากในเกม ที่สำคัญเผ่าเทพยังเป็นเผ่าที่มีความสามารถพื้นฐานสูงกว่าเผ่าอื่นๆยกเว้นเผ่าปีศาจเกือบเท่าตัวทำให้เขาไม่ใช่คู่มือใครจะมาล้มได้โดยง่าย

 

“ท่าไม้ตาย การคุมขังอันเป็นนิรันดร์” สิ้นเสียงของธันวาทั้งซาเวนและแบล๊กควูเดอร์ก็รู้สึกว่าพื้นที่รอบตัวกำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับจะถูกอำนาจลึกลับดึงให้หลุดออกมาจากแรงโน้นถ่วง ผืนดินแตกระแหงเป็นทางยาวด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ซาเวนกับแบล๊กควูเดอร์งงงันไปชั่วครู่.....

 

ทำแบบนี้แล้วได้อะไร???

 

ไม่ถึงเสี้ยววินาทีหนึ่งเจ้านายหนึ่งลูกน้องก็ได้คำตอบเมื่อพื้นถูกแยกออกมาเป็นรอยกว้างเผยให้เห็นข้างใต้ที่เต็มไปด้วยลาวาและโซ่ตรวนที่อยู่ภายในที่เลื้อยพันกันราวกับงู ถึงจะคิดว่าใครจะโง่กระโดดเข้าไปแต่ทั้งคู่ต่างก็พากันเงียบสนิทเมื่อเจอแรงดึงดูดมหาศาลเข้า

 

ที่เหนือใจกลางของแรงดึงดูดนั้นมีธันวาที่ลอยตัวอยู่ด้วยปีกทั้งสามคู่อย่างสง่างามดูราวกับเทพเจ้าที่กำลังลงทัณฑ์ศัตรูอยู่ด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งที่แม้กระทั่งเห็นศัตรูกำลังเพลี่ยงพล้ำก็ยังไม่คิดจะเปลี่ยนสีหน้า

 

อันที่จริงการที่เขาไม่รีบลงไปซ้ำอีกฝ่ายเพราะเงื่อนไขของสกิลที่ว่าในระหว่างใช้ท่านี้เขาจะขยับตัวไม่ได้ไม่งั้นสกิลจะถูกยกเลิกอัตโนมัติทำให้ชายหนุ่มได้แต่เฝ้าสังเกตว่าอีกฝ่ายจะหลุดออกมาจากท่าไม้ตายตัวเองได้รึไม่และกำลังคิดว่าการที่ซาเวนไม่บินเข้ามาในระยะประชิดเป็นเรื่องที่อันตรายพอควร แม้ตัวเขาจะขยับไม่ได้แต่หากมีใครโจมตีเข้ามาตรงๆตอนนี้เขาก็ยังมีไม้ตายซ่อนเอาไว้อีกอย่าง

 

 “ท่านซาเวนช่วยยยด้วยยยยย....” เสียงโหวกแหวกโวยวายของหมาป่าดำที่พยามเกาะหนึบอยู่ที่ปากแหวเรียกความสนใจจากเด็กหนุ่มที่จับจ้องไปที่ธันวาไม่วางตาให้หันมาสนใจได้สำเร็จ เขากำลังเพียรพยามคิดหาทางสอยธันวาที่ลอยอยู่บนฟ้าไม่ได้

 

คิดแล้วซาเวนก็ต้องสำนึกถึงอ่อนแอของตัวเองเป็นครั้งที่ 2 ของวัน ถ้าไม่มีสัตว์อสูรทั้งหมดอยู่ด้วยเขาก็เป็นตัวกระจอกตัวหนึ่งเท่านั้นที่ใช้ทั้งเวทย์ไม่เป็น สกิลต่างๆก็ไม่รู้จักศึกษา แถมในเวลาแบบนี้ถ้าเขาบินได้สักอย่างคาดว่าคงไม่ต้องตกเป็นฝ่ายที่ย่ำแย่แบบนี้

 

“เจ้าหมาป่าโง่....” ถึงจะท่าทางจะดูหงุดหงิดแต่ที่จริงซาเวนกำลังร้อนใจอยู่พอควร พอได้ยินเสียงโวยวายของสัตว์อสูรตัวเองเขาก็ลองพยามสั่งมันเก็บเข้าผนึกแต่ว่าไม่สามารถทำได้เนื่องจากติดเงื่อนไขสกิลของธันวาและนั้นทำให้เขาไม่กล้าเสี่ยงเรียกสัตว์อสูรเข้ามาเพิ่มจนกว่าจะหาทางแก้ไขสถานการณ์ตอนนี้ได้

 

“เหวอ....” แบล๊กควูเดอร์พยามตะกุยพื้นดินเอาไว้อย่างยากลำบากเหมือนยิ่งให้ลาวาพวกนั้นเท่าไหร่แรงดึงดูดก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น นั้นยังไม่รวมกับร่างอันใหญ่โตของมันที่ทำให้มันเอาตัวไม่รอดถึงขนาดนี้ กรงเล็บอันแข็งแกร่งดูจะไม่มีประโยชน์อะไรในการเกาะดินที่แห้งแตกและพังทลายลงตลอดเวลา การที่มันยังยื้ออยู่ที่ปากเหวได้นานขนาดนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์

 

“ชิ...ช่วยไม่ได้” ซาเวนสถบเบาๆเมื่อเห็นว่าหมาป่าดำพลัดตกลงไปจริงๆจึงพุ่งตัวลงไปตามลงไปกระชากอีกฝ่ายให้กระเด็นออกจากไปตรงอากาศ ขณะกำลังร่วงหล่นก็มีเสียงแจ้งเตือนในหัวที่ทำให้ซาเวนที่กำลังคิดไม่ตกถึงกับผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอกออกมา

 

ผู้เล่นซาแวนผ่านเงื่อนไขการหัดบิน ได้นับทักษะ ท่องนภา ระดับ 1 ค่ะ ทักษะนี้เป็นทักษะที่จะแสดงผลได้หลังจากเรียกทักษะปีกวายุใช้งานแล้วเท่านั้น

 

เปรี๊ยงงงง....

 

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านบนทำเอาซาเวนที่บินขึ้นมาอย่างทุลักทุเลเพราะไม่ชินถึงกับกุมขมับ

 

“ไอ้หมาโง่นั้นอีกแล้ว.....” ซาเวนมองร่างที่กระเด็นไปไกลของหมาป่าดำอย่างเย็นชา ความโกรธที่พลุ่งพล่านขึ้นมาส่งผมให้ดวงตาสีฟ้าซีดของซาเวนเริ่มกลายเป็นสีแดงก่ำ

 

ไม่คิดว่าลักษณะแปลกๆของสกิลของธันวาจะมีผลให้การโจมตีเข้าไปจะทำให้โดนแรงโจมตีสะท้อนกลับแบบคูณสองก่อนที่ท่าไม้ตายของธันวาจะโดนยกเลิกนี่จึงเรียกได้ว่าเป็นท่าไม้ตายที่ซ่อนอยู่ในท่าไม้ตายอีกที

 

ซาเวนมองร่างของหมาป่าทมิฬที่สะบักสะบอมราวกับผ้าขี้ริ้วแล้วต้องกัดฟันกรอด ส่วนธันวาเอาที่ร่อนลงพื้นโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนก็จับจ้องมองอาการซาเวนโดยไม่วาง การโจมตีของแบล๊กควูเดอร์ที่ผ่านทำให้เขาแอบหวาดหวั่นอยู่ลึกๆในใจ หากสัตว์อสูรที่เป็นหมาป่าตัวนี้ไม่โดนพลังสะท้อนกลับไปซะก่อนไม่แน่ว่าเขาอาจจะตายไปแล้ว

 

แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้าที่บ่งบอกถึงความโกรธที่สัตว์อสูรของตัวเองโดนทำร้ายของซาเวนก็ทำเอาคนสุภาพอ่อนโยนอย่างธันวารู้สึกผิดขึ้นมาตงิดๆ เหมือนกับว่าเขามารังแกคนที่คลาสต่ำกว่า

 

“ฉันไม่ได้อยากจะทำแบบนี้หรอกนะ แต่ว่านายทำให้เธอคนนั้นร้องไห้” ธันวาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงวันยังค่ำที่ชายหนุ่มไม่อาจจะเพิกเฉยกับการร้องขอของมาเดอเลนไม่ได้ ไม่ว่าจะรู้ทั้งรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วฝ่ายที่เริ่มหาเรื่องก่อนจะเป็นคนของตัวเองก็ตาม

 

“.....เฮอะ มาเดอเลนส่งมา รู้อยู่แล้วล่ะว่าเด็กสันดานไม่ดีแบบนั้นต้องกัดไม่ปล่อย นี่ก็ถึงขนาดปล่อยสุนัขของตัวเองมากัดกับหมาของฉันเลยสินะ” ซาเวนกดเสียงเรียบแต่คำพูดดูถูกส่งผลให้แบล๊กควูเดอร์ที่นอนแผ่หลาอยู่ถึงกับสำลักโขลกๆ

 

“อย่าพูดถึงมาเดอเลนอย่างนั้นเจ้าหนู” ธันวาพูดเสียงเครียดเข้าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่ได้เอ่ยชื่อมาเดอเลนสักคำ แสดงว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาคงรู้จักกับมาเดอเลนมาไม่มากก็น้อยแต่ธันวาก็ไม่ได้สะกิดใจสงสัยเพราะเขาได้รับฟังเรื่องราวมาจากมาเดอเลนเพียงคร่าวๆเท่านั้น

 

“วงแหวนศาสตราเวทย์ วัฐจักรไม่ผันแปร” ธันวาปรับอารมณ์ให้นิ่งเหมือนเดิมก่อนจะเรียกเอาวงแหวนสีทองขนาดยักษ์มาจดลงที่ปลายดาบ เมื่อวงแหวนสีทองประทับลงที่ดาบเรเปียร์สีเงินของธันวาแล้วมันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นดาบสีทองเจิดจ้าที่เต็มไปด้วยลวดลายงามวิจิตร แม้กระทั่งด้ามดาบที่ดูเรียบๆก็กลายเป็นรูปปีกนกเล็กๆถึงหกอันร้อยเรียงกันอยู่ราวเป็นประติมากรรมจากสวรรค์

 

 ธันวาเอาจริงแล้วและดาบเวทย์นี้ก็ไม่ใช่เวทย์ธรรมดาแต่เป็นเวทย์แสงศักดิ์สิทธิ์ ถึงซาเวนจะปะดาบกับอีกฝ่ายได้อย่างเหนือชั้นกว่าแต่พลังชีวิตของเขากลับถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว ร้อนถึงหมาป่าดำที่ฟื้นฟูตัวเองได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องลากสังขารเข้ามาช่วยผสมโรงอย่างต่อเนื่อง ดาบเรเปียร์สีทองจึงได้มีโอกาสได้ปะทะกับทั้งดาร์กไนฟ์และกรงเล็บหมาป่าอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงโลหะกระทบกันไม่ขาดสาย

 

...ไอ้คิดเลยว่าไอ้การเล่นเกมมันจะทำให้เจ็บได้ขนาดนี้  ซาเวนกัดฟันแน่นเพื่อจะสะกดกลั้นความเจ็บปวดทั้งร่างกายไว้อย่างสุดกำลังความสามารถ เวลานี้ตัวเขาควันขึ้นโขมงแทบจะลุกเป็นไฟอยู่แล้วเพราะไอ้ดาบหลอนนีออนที่ปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาไม่หยุดหย่อน

 

ไม่เพียงแต่รู้สึกร้อนเหมือนโดนแดดเผาธรรมดาแต่เป็นความเจ็บปวดที่ราวกับโดนมีดอันแหลมคมเฉือนเนื้อทั้งร่างออกมา ขณะที่พลังชีวิตลดลงฮวบฮาบจนน่าใจหายซาเวนก็พลันหน้ามืดตามัวเห็นท้องฟ้าเป็นสีแดงฉานไปซะแล้ว

 

กึง

 

เปรี๊ยะ...

 

ดาบเรเปียร์ในมือธันวาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนเกิดรอยร้าวขณะที่ซาเวนไม่เหลือสติพอที่จะฟังเสียงประกาศจากทางระบบอีกต่อไปดวงตาสีแดงเหม่อมองไปที่ท้องฟ้าไม่ได้จับจ้องไปที่คู่ต่อสู้อีกต่อไป

 

ผู้เล่นซาเวนเหลือระดับพลังชีวิตไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ สกิลเรียกสัตว์อสูรพิทักษ์ของสัตว์อสูรระดับบอสมีผลอัตโนมัติค่ะ

 

ผู้เล่นซาเวนเหลือระดับพลังชีวิตไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ สกิลเฉพาะสัตว์อสูรระดับบอสมีผลทำให้เกิดสภาวะคุ้มคลั่ง ความสามารถพื้นฐานต่างๆและความรุนแรงในการโจมตีเพิ่มขึ้น 1 เท่าจนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติค่ะ

 

ผู้เล่นซาเวนเหลือระดับพลังชีวิตไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ สกิลเฉพาะสัตว์อสูรระดับบอส เวทย์พายุเพลิงกาฬ เวทย์โจมตีหมู่ มีผลเรียกใช้อัตโนมัติทุก 45 วินาที จนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติค่ะ

ครืนน...

 

เหมือนความอดทนที่ถูกสะกดกลั้นไว้ได้ถูกปล่อยออกมาเมื่อ ภายในสายตาของซาเวนมองไปทางไหนก็เห็นแต่เพียงสีแดง หูอื้ออึงไปด้วยเสียงอึกทึกที่จับใจความไม่ได้ ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็มั่นใจว่าที่ข้างกายของเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยสัตว์อสูรทั้งสามตัวเรียบร้อยแล้ว

 

“ฆ่ามันซะ...”เสียงออกคำสั่งที่ราวกกับเสียงกระซิบดังขึ้นมาริมฝีปากที่เหยียดยิ้มกว้างอย่างไร้สติของซาเวนทำเอาธันวาถูกถาโถมด้วยร่างของสัตว์อสูรขนาดยักษ์สามตัวขณะที่การต่อสู้ระหว่างสามรุมหนึ่งกำลังดำเนินอยู่

 

ดาร์กไนฟ์ที่ถูกผนึกพลังจำนวนมากลงไปก็กลายเป็นดาบที่ยาวเสียดฟ้าละถูกวาดผ่านอากาศลงมากลางการต่อสู้จนทำให้ทั้งสัตว์อสูรทั้งคนต้องรีบกระโดดถอยห่างจากรัศมีกันสุดกำลัง

 

เมื่อฝุ่นสีน้ำตาลจากดินที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณจางลงก็มีเพียงร่างของซาเวนที่ยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยว

 

ถึงจะไร้วี่แววของคนที่ถูกดาร์กไนฟ์โจมตีตรงๆในตอนนี้ แต่ใบดาบที่ขยายออกมาของดาร์กไนฟ์ก็แตกกระจายเป็นละอองสีดำจนมีขนาดเท่าเดิม แต่ผลงานที่มันทิ้งไว้กลับเป็นรอยแยกของมิติที่ต้านรับพลังเอาไว้ไม่ไหวและกำลังเริ่มพังทลายลง

 

หึหึหึ...

 

ซาเวนหัวเราะเบาๆ เขากำลังฝันดีอยู่ทีเดียว ความฝันที่ไม่ว่าใครที่ทำให้เขารู้สึกขุ่นข้องหมองใจต่างก็พากันหายไปทีละคนสองคนจนหมด แค่เพียงตวัดสายตาไปมอง โลกทั้งโลกก็เหมือนพร้อมใจกันเงียบสงบราวกับว่ากำลังหยุดนิ่งตามใจเขา

 

“ท่าจะไม่ดีซะแล้วมั่งแบบนั้นน่ะ....” แบล๊กควูเดอร์ที่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาได้ต่อจากคลาวเลอร์มองนายท่านของมันที่เดินออกจากร่องแยกมิติที่กำลังขยายตัวและแตกสลายไปด้วยความขนลุก ไม่เพียงแต่มันเท่านั้นที่รู้สึกคลาวเลอร์เองก็รู้สึกด้วย

 

ในเวลาแบบนี้หมาป่าดำนึกอยากจะร้องขอให้ศัตรูที่เก่งกาจอย่างธันวาร่วมมือกันหยุดนายท่านของมันที่ดูแปลกไปแต่ว่าเมื่อมันหันไปมองก็พบคนเก่งกาจที่ว่ากำลังนอนสลบเหมือดอยู่ภายใต้ร่างของมังกรแดงเอนีลที่ยังนอนครวญครางอยู่ไม่ไกล ทำเอาหมาป่าดำถึงกับปาดเหงื่อ

 

ไม่คิดเลยว่าศัตรูที่มันเอาเป็นเอาตายแม้จะเข้ารุมก็ยังเอาชนะไม่ได้กลับมาพ่ายแพ้ในเวลาที่ไม่เหมาะไม่ควรเพราะโดนมังกรโง่กลิ้งทับ

 

“มองอะไรน่ะ เฮ้ยไอ้หมอนี่มาอยู่นี่ได้ไงอ่ะ” เมื่อเจอสายตาสี่คู่จ้องมองอย่างพิศวงมาที่ตัวเองเอนีล ถึงได้รู้ว่าตัวเองกำลังทับอะไรอยู่

 

ที่แท้แล้วเอนีลเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชักช้าและทะเล่อทะล่าที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้ง4ที่ได้เผชิญกับดาร์กไนฟ์ที่ฟาดลงมา ถึงจะหลบพ้นอย่างหวุดหวิดแต่ก็โดนแรงกรรโชกที่รุนแรงกระแทกใส่ส่งผลให้มันโดนพัดกระเด็นไปด้วยความเร็วสูงจนชนปะทะเข้ากับร่างของธันวาที่เคลื่อนที่หลบไปก่อนอย่างจังก่อนจะทับแล้วลากร่างอีกฝ่ายไปอีกหลายร้อยเมตรด้วยน้ำหนักเป็นตันๆของมันที่กดทับลงไป

 

โดนขนาดนั้นแล้วถ้ายังไม่สลบหมอนี่ก็คงเป็นประเภทไร้เทียมทานแน่ๆ....

 

หมาป่าดำได้แต่มองคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจอย่างปลงสังเวชต่ออีกแวบนึงก่อนที่จะวิ่งตามคลาวเลอร์ที่พุ่งตามท่านซาเวนของพวกมันไปแล้วโดยไม่สนใจจะมองย้อนกลับมาอีกหรือยอมรอเอนีลที่ขยับตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก

 

“ใจร้ายง่า...ทุกคนทิ้งข้าไปหมดเลย” เอนีลที่ไม่รู้ว่าตัวเองได้ล้มศัตรูที่ร้ายกาจลงไปแล้วก็พยามวิ่งตามเพื่อๆไปอีกตัวแต่ก่อนที่มันจะต้องออกแรงวิ่ง มิติจำลองที่ใช้สำหรับการประลองที่ซาเวนกับธันวาเข้ามาก็แตกกระจัดกระจายเผยให้เห็นพื้นที่ลักษณะโดมกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยการทำลายล้างที่รุนแรง

 

เสียงประกาศเตือนการอาละวาดของบอสมังกรโลกัลป์ดังไปทั่วเมืองส่งผลให้ผู้เล่นที่รู้ตัวว่าสู้ไม่ได้รับพากันออฟไลน์หนี ไม่ก็รับหนีออกจากเมืองกันไปจนแทบไม่เหลือ ทิ้งงานเทศกาลไว้ให้ร้างผู้คน

 

ถัดไปไม่ไกลจากลานประลองลับนักกลับมีหญิงสาวผมสีแดงยาวคนหนึ่งในชุดกิโมโนสีน้ำเงินกำลังอ้าปากค้างอย่างไม่รู้สึกตัวขณะที่กำลังจ้องมองไปที่สวนหย่อมกลางเมืองที่ถูกยึดพื้นที่โดยสัตว์อสูรขนาดยักษ์สองตัว ใจกลางนั้นมีเด็กหนุ่มที่เหม่อมอง ท้องฟ้าที่ถูกสกิลตัวเองย้อมเป็นสีหมึกด้วยท่าทางนิ่งสงบ ดวงตาสีเลือดที่แดงก่ำจับจ้องไปที่พระจันทร์เสี้ยวสีทองไม่วางตา

 

ถึงกระนั้นสกิลพายุเพลิงกาฬที่ยังคงทำงานอัตโนมัติก็ทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เด็กหนุ่มในรัศมีถึงร้อยเมตร ไม่เว้นแม้กระทั่งสัตว์อสูรของเจ้าของสกิลที่แม้จะห่วงเจ้านายตัวเองแค่ไหนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

 

โชคยังดีที่เด็กหนุ่มเอาแต่เหม่อมองท้องฟ้าอยู่อย่างนั้นโดยไม่คิดจะเดินไปไหนต่อ ทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นในเมืองลาสเทิร์นมีเพียงภายในลานประลองลับและเส้นทางเดินระยะสั้นๆไปสู่สวนหย่อมเท่านั้น

 

“เรเชียร์พอจะใช้เวทย์ฟื้นพลังจากระยะตรงนี้ไปให้ท่านซาเวนได้มั้ย ถ้าหากว่าพลังชีวิตเพิ่มขึ้นมาจนอยู่ระดับปกติเมื่อไหร่ ท่านซาเวนน่าจะได้สติขึ้นมาเอง” หมาป่าดำเอาขาหน้าสะกิดถามนักเวทย์สาวที่มัวตะลึงงันอย่างเบามือที่สุดเพราะตอนนี้มันอยู่ภายใต้อาณาเขตของทักษะอาณาเขตพิฆาตของซาเวนทำให้มันอยู่ในร่างจริงที่ใหญ่โตมโหฬาร ทำให้แค่สะกิดเบาๆหญิงสาวก็แทบจะกระเด็น

 

“หวา....เบามือ(?) หน่อยสิคะ คุณแบล๊กควูเดอร์ ไม่สินี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเมืองฉันถึงเป็นหลุมเบ่อเร่อแบบนี้ละ ไหนจะประกาศเตือนนั้นอีก ตอนนี้ลูกน้องในกิลเข้าใจว่าฉันคุมสัตว์อสูรของตัวเองไม่ได้และปล่อยให้พวกคุณคลั่งทำลายบ้านเมืองและชาวบ้านของตัวเองไปแล้วเนี่ย” เรเชียร์พูดราวกับจะกรีดร้อง

 

“เหอะ เหอะ ถ้าให้เล่าเรื่องมันยาว ยังไงตอนนี้เธอช่วยหาทางทำอะไรกับนายท่านทีเถอะ สภาพนั้นน่ะคือกำลังคลั่งจริงๆจังๆเลยล่ะ แล้วถ้าเธอไม่สบายใจเรื่องที่เกิดขึ้นล่ะก็โยนความผิดไปให้กิลด์ทีเบรกศัตรูเธอได้เต็มๆเพราะงานนี้จากที่ฟังนายท่านพูดกับไอ้ธันวาอะไรนั้นกับยัยเด็กมาเดอเลนที่เราหมายหัวกันน่าจะมีส่วนเกี่ยวเข้าไปเต็มๆ”

 

 “งั้นอย่ามัวแต่พูดเลยค่ะ หาทางเข้าไปให้ถึงตัวซาเวนกันก่อนดีกว่า ไอ้เวทย์ฟื้นพลังน่ะฉันก็พอทำได้อยู่หรอกแต่ว่าถ้าไม่เห็นตัว ฉันก็ทำอะไรไม่ได้” เรเชียร์ที่ได้ฟังข้ออ้างที่แบล๊กควูเดอร์หามาให้ก็รู้สึกสบายใจทันที ตอนนี้เรื่องที่ต้องทำเฉพาะหน้าที่สุดคือปลุกเจ้าเด็กนอนละเมออให้ตื่นขึ้นเป็นอันดับแรก

 

“ขั้นต้นข้ากางเกราะคุ้มกันบริเวณนี้ไว้ให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว ต่อให้พลาดพลั้งทำนายท่านอาละวาดหนักขึ้นมาก็ไม่มีปัญหา ส่วนแบล๊กควูเดอร์นั่งฟื้นพลังรออยู่ห่างๆนี่แหล่ะ สภาพป๋อแป๋แบบนั้นเข้าไปด้วยกันก็เป็นตัวถ่วง” คลาวเลอร์มองไปที่ใจกลางสวนหย่อมอย่างร้อนใจ ใจนึงมันก็อยากจะเข้าไปดูนายท่านของมันซะเดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ แต่ติดอยู่ที่ในบรรดาสัตว์อสูรทั้งสามไม่มีใครมีเวทย์ฟื้นพลังสักตัว

 

“แล้วไอ้มังกรโง่นั้นล่ะ ดูท่ามันจะอยากไปด้วยนะ” หมาป่าทมิดำที่ล้มตัวลงนอนพยักเพยิดไปทางเอนีลที่ดูกระตือรือร้น นั้นทำให้เรเชียร์ที่เพิ่งสังเกตการมีตัวตนของเจ้ามังกรแดงต้องอ้าปากค้างด้วยความเหวออีกรอบ ลำพังแค่เงาของมันก็เพียงพอจะบดบังเมืองจนมิด ถึงจะดูจากร่างย่อส่วนที่มันก็ใหญ่โตกว้างสัตว์อสูรทั้งสองตัวเยอะ แต่ไม่คิดว่าพอกลับสู่ร่างจริงจะตัวขนาดนี้

 

“.....นั่งดูแบล๊กควูเดอร์อยู่ที่นี่ เผื่อศัตรูจะมาอีก แล้วก็แบล๊กควูเดอร์จะได้มีเพื่อนคุยด้วย”

 

“เฮ้ยยย จะทิ้งไอ้มังกรพรรณนี้ไว้กับตูตามลำพังเนี่ยนะ” หมาป่าดำโหยหวนเมื่อเห็นว่าคลาวเลอร์ให้เรเชียร์ขี่หลังแล้วพุ่งหายไป เสียงร้องของมันส่งผลแค่พียงทำให้เอนีลเอียงคอมองอย่างสงสัยเท่านั้น

 

“เอาล่ะ เจ้าอยากคุยเรื่องอะไรอ่ะ...” เอนีลกลายอย่างกระตือรือร้นทำเอาหมาป่าดำอยากหลับเอาดื้อๆ มันไม่ได้อยากได้เพื่อนคุยเป็นมังกรโง่นี่เลยสักนิด

 

 

ฟุ่บ...

 

หือ?

 

มังกรแดงมองไปรอบๆอย่างสงสัยเมื่อตอนนี้ทั้งมันและหมาป่าดำถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้เล่นจำนวนมากกลุ่มหนึ่งที่ไม่คุ้นตาแต่ตราสัญลักษณ์กิลด์ที่แต่ละคนประดับอยู่เป็นของกิลด์ทีเบรคไม่ผิดจากที่มันเคยเห็นแน่นอน

 

“คุมเจ้าสองตัวนี้เอาไว้ที่นี่ ดูสิว่ามันจะฝ่าออกไปได้มั้ย....” เสียงหวานๆสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ร่างที่เดินก้าวออกมามองสัตว์อสูรสองตัวที่สงบนิ่งอยู่นั้นเป็นร่างบอบบางในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ เส้นผมสีชมพูเป็นคลื่นปล่อยยาวสยาย เด็กสาวคนนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากมาเดอเลน

 


 

 

ใครเจอคำผิดรบกวนช่วยบอกทีครับ รู้สึกจะมีคำผิดเยอะเลย แต่พอตั้งใจหาก็ดันไม่เจอซะงั้น

ตอนหน้าจะลงไม่เกินวันอังคารนะครับ (ขอบคุณมากๆที่มาเม้นท์กันนะครับ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

1,335 ความคิดเห็น

  1. #1289 empy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 20:59
    อยากด่าถึงโคตรแม่ของมาเดอเลนจิงๆยิ่งอ่านยิ่งโมโหให้พระเอกออกไปโลกจิงแล้วยิงทิ้งไปเลยจะดีกว่าน่ะตามราวีไม่เลิกงี้
    #1289
    0
  2. #1260 เอมิเรีย (@amire) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 18:45
    คำผิดเพียบเลยจริงๆด้วยแหละ มันไม่ได้ผิดแบบธรรมดานะแต่มันพิมพ์ไปแบบคนละความหมายเลย แนะนำว่าให้ลองไล่ดูทีละบรรทัดเลย เสียเวลาหน่อยแต่ชัวร์กว่า 
    #1260
    0
  3. #1110 lovelykik (@kikka123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 21:55
    งี่เง่า น่ารำคาญ ไร้ค่ามากๆ คุณหนูเอาแต่ใจ คนอื่นรอบๆตัวก็ยังเลี้ยงเเบบตามใจ ตามตื๊ออยู่ได้ หน้าไม่อาย หน้าหนามาก
    #1110
    0
  4. #1076 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กันยายน 2557 / 23:22
    อีกล่ะ เฮ้ออ
    #1076
    0
  5. #995 นักเวทย์ปีศาจ (@alisia-w-) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 16:39
    ตัวน่ารำคาญมาอีกล่ะ
    #995
    0
  6. #740 เทพ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 13:16
    โครตรำคาญ อีนี้เลย แล้วไหนพระเอกเป็นบอสพิเศษที่โหดมากแล้วทำไมสกิลยังดูกากๆ อยู่เลยอะอย่างคลั่ง ชนชั้นระดับเนี้ยถึงคลั่งก็ไม่ได้แปลว่าขาดสตินะ แล้วพลังน่าจะเพิ่มมาอย่างน้อยสัก5เท่าอะ 1เท่าดูกากเกิน ถ้าคลั่งแล้วขาดสติแบบนี้ก็เจอเชือดนิ่มเท่านั้นละ -.-
    #740
    0
  7. #657 Over the Cloud (@overthecloud) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 / 22:43
    ตัวน่ารำคาญมาแล้วววว
    #657
    0
  8. #531 นายตัวร้าย 27 (@aom084495) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2556 / 10:55
    เม้นเป้นกำลังใจให้ค่า
    #531
    0
  9. #342 Alangod (@alangod) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 15:50
    ฮ่าๆๆๆ โผล่มามาได้ถูกเวลาสุดๆเลย
    #342
    0
  10. #319 เดอิตี บอล (@4472lu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2556 / 03:43
    ไม่ค่อยสบอารมณ์เลยวุ้ย ตูหยากเข้าไปเชือดคอไปเด็กเปรด
    #319
    0
  11. #318 เดอิตี บอล (@4472lu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2556 / 03:43
    ไม่ค่อยสบอารมณ์เลยวุ้ย ตูหยากเข้าไปเชือดคอไปเด็กเปรด
    #318
    0
  12. #262 siney (@asakurayo2004) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 19:05
    เกลียดยัยนี่จริงๆเมื่อไรจะตายๆ ไปสักที ผู้ชายก็ไม่มีสมองเหมือนที่ซาเวนบอกเลย ผีเน่ากะโล่งผุจริงๆ
    #262
    0
  13. #198 N.u>M.N<i.m (@ohwowww) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กันยายน 2556 / 06:29
    ตอนไหนมันจะตายสักที!!!!!?! น่ารำคาญ
    #198
    0
  14. #102 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2556 / 16:00
    เอาแบบทรมานเลยนะจะได้เข็ดหลาบซะที
    #102
    0
  15. #40 moji (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 19:29
    สนุกจังเลยค่ะ มาต่อไวไวนะ
    #40
    0
  16. #39 เอกเองครับ (@kujaku01) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 14:14
    จัดหนักมาเดอเลนได้แล้วมั้ง
    #39
    0
  17. #38 เลือนลาง (@deathwor) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 13:08
    ยอมรับสารภาพว่าซาเวนกำลังใส่หน้ากากอยู่จริงๆด้วย~
    แถมยังใส่หน้ากากจนติดเป็นนิสัย.....
    ถ้าอยู่กะคนอื่นนอกจากสัตว์อสูรของตัวเองจะมีโหมดสวมอัตโนมัติด้วย
    แต่ยังไงอดทนรอโหมดดาร์กอีกนิดนึงนะครับเพราะมีคนมาให้ดาร์กด้วยถึงที่แล้ว ^ ^
    (จริงๆผมแอบปลื้มมากที่มีคนเข้าใจนิสัยพระเอกขนาดนี้นะเนี่ย)
    #38
    0
  18. #37 หิมะแดง (@snow-red) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 12:08
    อืม  ชอบตอนพระเอกเดินทางคนเดียวกับพวกองครักษ์มากกว่า  มันดูไม่สนใจใยดีใครอยากทำอะไรก็ทำเต็มที่ดี  แต่พอต้องมาเป็นผู้ติดตามคนอื่น  อารมณ์มันดูไม่สุดอะ  เหมือนถูกกั๊กๆอยากทำอะไรก็ทำไม่ได้เต็มที่  เหมือนมีข้อจำกัด  แล้วดูเหมือนไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ตามวัตถุประสงค์เดิมที่เข้ามาเล่นเกมส์เลย  ยังต้องใส่หน้ากากอยู่  เพราะอย่างพระเอกถ้ามันเข้าโหมดไม่สนใจใยดีใคร  ข้าอยากทำอะไรข้าก็จะทำถ้าพอใจเหมือนตอนแรกๆ  ลองเรเซียเรียกชื่อที่ไม่พอใจสิ คงไม่มานั่งแก้ให้เรียกชื่อแบบถูกต้องหรอก  อาจจะระเบิดเมืองสักหนึ่งในสิบเป็นการขู่ให้เรียกให้ถูกไปแล้ว  เหมือนตอนแรกๆที่ไประเบิดเมืองเพราะไม่พอใจที่มาเดอเลนพูดไม่เข้าหูน่ะแหละ

    ชอบอารมณ์ตอนถอดหน้ากาก  โหมดนอกเหนือจากตัวเองแล้วอย่างอื่นไม่สนใจของพระเอกมากกว่า  ไม่ค่อยชอบตอนใส่หน้ากากแล้วอยู่ในสภาพผู้ติดตามเลย  เหมือนดูอ่อนๆลง  ยอมคนอื่นมากไป  เหตุผลที่เข้ามาเล่นเกมของพระเอกเพราะอยากทำตามใจตัวเองไม่ใช่เหรอ  แค่เพราะอยากได้เงื่อนไขอาชีพ  อย่างพระเอกมันก็ไม่น่าจะใส่ใจขนาดยอมขัดกับปนิธานที่ตัวเองเข้ามาเล่นเกมแล้วลงให้คนอื่นขนาดนั้นนะ...

    สรุปคือชอบพระเอกโหมดดาร์กๆอ่ะ  ไม่ค่อยชอบตอนอยู่กับเรเชีย  เพราะมันดูอ่อนๆลง  เหมือนโดนข่มแบบอ้อมๆ 
    #37
    0
  19. #36 Yu-kio(幸男) (@yukio-omine) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 11:48
    ขอบคุณครับ
    จะรออ่านต่อนะครับ
    #36
    0
  20. #35 Martive (@veevite) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2556 / 00:21
    ยัยเด็กนี่

    ไม่มีคำบรรยาย

    น่ารำคาญ ก็น้อยไป

    เอาแต่ใจ ก็ไม่พอ ไปให้พ้นเถอะ
    #35
    0
  21. วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 23:07
    ใครก็ได้มาเก็บ เด็กนี้ที เอาแต่ใจสร้างแต่ความเดือดร้อนนี้  
    #34
    0
  22. #33 dark green (@darkgreen) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 22:14
    ยัยเด็กโปโตชัววววววว!!!! =O=***** ขอตืบซักทีได้ไหมอ่ะ ได้ไหมอ่ะ หมั่นไส้มากมาย
    #33
    0
  23. #32 joint (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 21:41
    น่าหมั่นไส้มาเดอลีนมากสุดๆๆๆ

    #32
    0