CHANGE MY MIND สลับหัวใจให้ลงล็อก [Last Memories] Ch.65

ตอนที่ 46 : [[,,,Chapter 31,,,]] Breakdown [100% + Unverified]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    8 ม.ค. 57

JJ?


31

Breakdown

 




 

“พี่รู้... ว่าคนแบบพี่มันไม่มีอะไรสู้กับมันได้หรอก แต่ว่าจนถึงตอนนี้พี่ก็รักเมรินมาก ๆ นะ... พี่ไม่ชอบใจเลยที่เห็นเมรินดูไม่มีความสุขแบบนี้”

“...เมรินไม่ได้เกลียดอาชิตะนะคะ ต่อให้เขาทำมากกว่านี้... เมรินก็ยังรักเขา”

“...ถ้าความรักคือการไล่ตามคนที่พวกเราไม่มีวันเทียบเทียมกับเขาได้ ถ้าเราต้องไล่ตามเขาตลอดไป น้องเมรินจะเหนื่อยไหม?”

“...”

“ปล่อยเขากลับไปอยู่กับสิ่งที่เขาควรจะเป็นเถอะนะ เมรินจะได้ไม่ต้องเหนื่อย... อยู่ในส่วนที่มีแค่เรา... มีพี่... มีเมริน... แค่สองคนเท่านั้น”

คำพูดปลอบโยนของเซนยังคงดังก้องไปมาในโสตประสาทของหญิงสาว เมรินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้โดยสารรถรางภายในมหาวิทยาลัยตนอย่างไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง มันก็จริงอยู่ว่าเธอเป็นแฟนของอาชิตะ ทว่าสิ่งที่เขาทำกับเธอนั้น... มือเล็กยังคงดูจำนวนสายเรียกเข้านับร้อยสายที่เธอไม่ได้รับ

และแน่นอนว่ามันเป็นเบอร์ของอาชิตะ...

เบอร์ของผู้ชายที่เธอไม่ยอมรับสายมาตั้งแต่เมื่อคืน... เบอร์ของคนที่เธอกลัวการเผชิญหน้าที่สุดตอนนี้...

...

“นั่งนิ่งเลย เป็นอะไรหรือเปล่า?” พิสต้าที่นั่งข้าง ๆ เอ่ยขึ้นเบา ๆ ในขณะที่นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองท่าทางแปลกไปของคนข้าง ๆ ตลอดเวลาที่เธอรู้ว่าเพื่อนสนิทคบกับอาชิตะมา เธอไม่เคยเห็นท่าทางแบบนี้มาก่อนและด้วยความเป็นห่วงมันจึงทำให้เธอตัดสินใจที่จะถาม “ทะเลาะกันเหรอ...”

“ปละ เปล่าหรอก... ไม่มีอะไรหรอกน่า”

“จริงนะ...” แม้จะยังไม่เชื่อมากนักแต่เธอก็คิดว่าการไม่ถามอะไรมากความน่าจะกว่าเมื่อรถใกล้ถึงบริเวณหอใน เธอจึงตัดสินใจพูดขึ้น “วันนี้ฉันอาจจะกลับมืด ๆ นะ มีเรื่องที่ต้องไปทำ...”

“เอ๋ อะไรเหรอ?”

“แค่ธุระกับพี่อิฐน่ะ” ร่างเล็กตอบเพียงสั้น ๆ นัยน์ตาเล็กเงยหน้ามองเพดานก่อนจะกระพริบตาถี่ ๆ ราวกับไม่ให้อะไรบางอย่างต้องไหลรินออกมาเพราะความรู้สึกที่เหมือนคนอ่อนแอของตนเอง

“อืม แล้วเจอกันนะ” ร่างเล็กซึ่งก้าวลงจากรถรางรับส่งภายในมหาวิทยาลัยพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส เมรินสะพายกระเป๋าสีฟ้าใบเดิมด้วยท่าทางทะมัดทะแมงก่อนจะเดินฉับ ๆ เข้ามาทางประตูหอในของตนอย่างรีบเร่งเหมือนดังเช่นทุกวันโดยไม่ทันได้สังเกตบรรยากาศรอบนอก

            “...ไม่คิดจะทักกันเลยงั้นเหรอ...”

            เสียงเรียบยากคาดเดาอารมณ์ดังขึ้นช้า ๆ จากด้านหลังซึ่งเป็นลานจอดรถ น้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนของคนที่เธอคุ้นเคยบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความน่ากลัวบางอย่างที่ทำให้ร่างเล็กรู้สึกสูญเสียการควบคุม ภายในใจเธอกำลังสั่นไหวเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืน

            ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขากำลังโกรธ...

            “อะ อาชิตะ...”

            “ทำไมเธอไม่รับสายฉันล่ะเมริน...”

            “คะ คือฉัน...” ยังไม่ทันได้พูดอะไรมาก คนตรงหน้าก็จ้องหน้าเธอด้วยแววตาเจ็บปวด อาชิตะกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจกับสิ่งที่คนตรงหน้าทำก่อนจะค่อย ๆ พยายามสงบอารมณ์โกรธแล้วถามต่อ

            “ไปเที่ยวกับมันมาใช่ไหม?”

            ...!

            “ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วย...? ทั้ง ๆ ที่ฉันก็ถามดูแค่นี้ ทำไมเหรอเมริน... หรือว่าว่าเจอหน้าแฟนมันทำให้ทรมานขนาดนั้นเลย? เธอถึงต้องไปกับไอ้ผู้ชายชั้นต่ำอย่างไอ้เซน...” ร่างสูงในชุดลำลองลุกขึ้นช้า ๆ จากฝากระโปรงรถ Lamborghini สีขาวซึ่งกลายเป็นพาหนะประจำตัวไปแล้ว ใบหน้าเคร่งขรึมของเขาปราดมองเธอด้วยสายตาตัดพ้อและเจ็บปวด

            อาชิตะฝืนหัวเราะในลำคอเบา ๆ ทุกครั้งที่พูดถึงคู่กรณีที่มีฐานะต่ำต้อยกว่า ผู้ชายคนเดียวที่ทำให้เขาเปลี่ยนเป็นคนก้าวร้าวด้วยรู้ตัวดีว่ากำลังถูกแย่งชิงสิ่งที่รักไป ความเกลียดชังนั้นมากขึ้นทุกวันจนมันระเบิดออกเพราะเรื่องที่เซนทำกับเขา

            มันฉกชิงผู้หญิงที่เขารักไปอย่างง่าย ๆ

            “หยุดพูดถึงพี่เซนแบบเสีย ๆ หาย ๆ ได้แล้ว!” ในที่สุดความอดทนของหญิงสาวก็หมดลง เมรินมองหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาแข็งกร้าว “ก็ใช่สินะ... นายมันคนสูงศักดิ์นี่นะ เป็นลูกหลานเชื้อพระวงศ์เลยไม่ใช่เหรอ... รวยล้นฟ้า... ซื้อกระเป๋าใบละแสนให้ลูกสาวนายก... ขับรถคันละสามสิบล้าน... มีบอดี้การ์ดติดตามไปทุกที่... อยากได้อะไรก็ต้องได้...” ร่างเล็กค่อย ๆ ไล่รายการทีละอย่างด้วยท่าทียียวนยั่วประสาท เมรินแสร้งนับนิ้วไล่รายการสิ่งที่เธอรู้โดยบังเอิญซึ่งเขาไม่เคยบอกมาก่อน

            “...” ชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไร หยดเหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนข้างแก้มด้วยไม่คาดคิดว่าเธอจะล่วงรู้ก่อนที่เขาจะตัดสินใจสารภาพออกมาด้วยตนเอง

            “ยังมีอะไรที่นายไม่เคยบอกฉันอีกไหมคุณชาย...”

            “...มะ เมริน คะ คือฉัน...”

            “ไม่ต้องพูดอะไรมากหรอกค่ะคุณชาย แล้วอย่างนี้ฉันต้องถอนสายบัวเคารพคุณด้วยหรือเปล่าคะ ? เวลาจะพูดกับคุณฉันต้องนั่งพับเพียบคุกเข่าด้วยหรือเปล่า?” เมรินแกล้งพูดอย่างจงใจยั่วโทสะอีกคน เธอปรายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดต่อ “นายนี่มันก็ตลกดีนะ... ผู้ชายที่ฉันรัก ผู้ชายที่ฉันคิดว่ารู้จัก ผู้ชายที่ฉันยอมทุกอย่าง... ที่จริงแล้วซ่อนอะไร ๆ เอาไว้โดยที่ฉันคนเดียวที่ไม่เคยรู้มาก่อน นายปั่นหัวฉันสนุกมากไหม...”

            “มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ แล้วไอ้เรื่องคุณชายบ้าบออะไรนั่นมันก็ไม่จริงด้วย ฉันก็เป็นคนปกติเหมือนพวกเธอนี่แหละ” ชายหนุ่มอธิบาย คิ้วเข้มหนาขมวดเป็นปมแทนความไม่พอใจก่อนที่เขาจะรวบร่างนั้นเข้ามาใกล้

            “ปล่อยนะ!

            “...ไม่ปล่อย” เขาว่าพลางแยกยิ้มร้าย อาชิตะออกแรงกอดรัดร่างเล็กเขาไว้แนบอกด้วยกำลังโกรธแทรกไปด้วยความรู้สึกปรารถนาจนร่างเล็กที่ถูกรัดเอาไว้จำต้องแน่นิ่งด้วยพละกำลังที่แข็งแรงกว่า เล็บเล็ก ๆ ของหญิงสาวพยายามจิกข่วนแผงอกซึ่งถูกปิดไว้เพียงเสื้อตัวบางสีดำเรียบ

            “นายมันบ้าไปแล้วใช่ไหม!

            “เธอมากกว่า! มีอย่างที่ไหนถึงไปกับผู้ชายคนอื่นทั้งที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว ไปกับไอ้ชั้นต่ำนั่น ทั้งที่สัญญาเอาไว้อย่างดิบดีว่าจะแต่งงาน ว่าจะมีแค่ฉัน... เธอทำลงไปได้ยังไงเมริน!”ร่างสูงกว่าตะคอกใส่อย่างเหลืออด

            “เอาบ้าอะไรมาพูด... ถ้าละเมออยู่ก็ตื่นซักทีเหอะ มันทุเรศ!

            “งั้นก็คงต้องเรียกความทรงจำเธอซะหน่อยสินะ!” คนตัวสูงกว่าแยกยิ้มโหด อาชิตะใช้มือหนึ่งจับคางร่างเล็กที่กำลังยืนอึ้งขึ้นมาแล้วค่อยประกบริมฝีปากเร่าร้อนลงไป ลิ้นร้อนของเขากวาดต้อนทุกสิ่งอย่างที่เป็นของตนโดยที่อีกคนไม่มีสิทธิ์ได้ขัดขืน ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเธอไม่ทันระวังตัว ความเห็นแก่ตัวของอาชิตะช่วงชิงลมหายใจของเธอออกไปจนหมด ความกระหายไม่หยุดหย่อนจากด้านมืดฉุดเธอลงสู่ความทรมานซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            ทุกอย่างตอกย้ำเธอจนแน่ใจว่านี่ไม่ใช่อาชิตะอย่างแน่นอน! อาชิตะที่อ่อนแอและโลกสวยคนเมื่อวานก่อนได้ตายจากไปแล้วจริง ๆ ...

            ร่างสูงกว่าหลับตาพริ้มเพราะความสุขระคนความเจ็บปวดที่ตนได้รับ อาชิตะกอดร่างเล็กที่ได้ชื่อว่าเป็นของเขาเอาไว้แน่นพร้อม ๆ กับน้ำตาของเมรินที่ไหลรินลงภายในอ้อมกอด ความรักที่เคยมีในหัวใจบัดนี้มันลดลงหายไปจนหมด... ภายในหัวใจดวงน้อยหลงเหลือเอาไว้เพียงความหวาดกลัวและเกลียดชัง

            จนสุดท้ายมันก็ต้องถูกระเบิดออก...

            ตุบ!

            กระเป๋าถือใบใหญ่ในมือฟาดลงบนใบหน้าของชายหนุ่มด้วยความเจ็บปวดที่ระเบิดออก หยดน้ำตาของเมรินไหลรินลงอาบแก้มพร้อมกับชายหนุ่มที่ล้มทรุดเข่าลงเพราะเสียการควบคุม ร่างสูงล้มลงบนพื้นปูนหน้าหอหญิงพร้อมกับหยุดโลหิตที่หลั่งรินจากแผลแตกท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คนที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์

            “...”

            “...ทะ ทำไม...” นัยน์ตาสีนิลเข้มได้เพียงมองหญิงสาวที่ยืนเงียบด้วยคำถาม ภาพความทรงจำที่มีความสุขของทั้งสองไหลวนไปมาซ้ำในห้วงความทรงจำ พร้อม ๆ กับน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอเพราะความเจ็บปวดทุกครั้งที่ขยับร่างกาย

            เธอรักเขา... และเขาจะพาเธอกลับไปญี่ปุ่นด้วยกัน... วันนี้เขาจะยอมสารภาพทุก ๆ อย่าง...

            “หยุดอยู่แค่ตรงนั้นแหละ!... อย่าให้ฉันรู้สึกรังเกียจคนอย่างนายไปมากกว่านี้เลย ...อาชิตะ... เรื่องของพวกเราน่ะมันควรจะจบลงได้แล้วนะ”

            “มะ...ไม่นะ เมริน...” แค่จะพูด เสียงอีกคนก็ดูกระท่อนกระแท่นเสียเหลือเกิน ร่างที่นอนอยู่ที่พื้นได้เพียงขยับลุกนั่งอย่างยากลำบาก เสื้อผ้าอาชิตะเปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเลือดและคราบฝุ่นดิน ชายหนุ่มเม้มปากที่แตกเพราะแรงฟาดจากกระเป๋าถือ สายตาเจ็บปวดทรมานปราดมองผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขากลายเป็นคนอ่อนแอ

          “กลับไป! ฉันไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายอย่างนายอีก! กลับไปหาผู้หญิงคนนั้นซะ!

            “ไม่! ก็บอกแล้วไงว่าฉันรักแค่เธอน่ะ... ขะ ขอร้องล่ะเมริน...”

            ร่างเล็กได้เพียงปาดน้ำตามอง มือเล็ก ๆ นั้นสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด ภาพเบื้องหน้าคือผู้ชายที่ตนเองรักที่สุดที่นอนอาบเลือดเพราะเธอ ไม่ว่ายังไง... ต่อให้เธอยังรู้สึกผูกพันแค่ไหน เธอก็จะไม่กลับไปเป็นคนโง่ของเขาอีกเด็ดขาด

            “อย่ากลับมาหาฉันอีก...”

            “แต่ว่าฉัน...”

            อาชิตะยังคงพูดไม่จบ ชายหนุ่มก็พลันต้องชะงักไปเมื่อเห็นเงาดำใหญ่ซึ่งยืนอยู่ข้างเมริน ผู้มาใหม่ยิ้มเยาะให้เขาก่อนจะโอบร่างเล็กที่ร้องไห้ไม่หยุดเอาไว้

            “...เซน...”อาชิตะเบิกตามองคนตรงหน้าอย่างตกใจ หัวใจซึ่งเต้นระรัวแรงในอกสั่นไหวรุนแรงด้วยไม่คาดคิดกับภาพตรงหน้า เธอที่เป็นผู้หญิงของเขาในตอนนี้สมยอมให้ใครอีกคนหนึ่งซึ่งเขาเกลียดหนักหนาให้ครอบครองอย่างง่ายดายทิ้งไว้เพียงตนเองซึ่งนั่งหมดเรี่ยวแรงบนพื้นสกปรก

            เธอคนนี้ไม่เคยได้ล่วงรู้ความเป็นจริงของเขา... ความเจ็บปวดจากสิ่งที่เห็นบีบบังคับให้น้ำตานั้นรินไหล ...เขากลายเป็นผู้แพ้ไปแล้ว...

            แต่ถึงอย่างนั้น คำถามที่เขาคั่งค้างในใจก็ทำให้เขาตัดสินใจที่จะลุกขึ้นเผชิญหน้าอีกครั้ง...

“ทั้ง ๆ ที่ฉันจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ แต่เธอยังมีหน้าไปกับไอ้เซนอีกงั้นเหรอ!?... ทำไมล่ะเมริน...เราสองคนเป็นแฟนกันไม่ใช่เหรอ!?  ทำไมถึง...”

“พอสักที! คนอย่างนายน่ะเหรอจะตายวันตายพรุ่ง พอทีเถอะ...รู้เอาไว้นะว่าวิธีการแบบนี้ของนายมันไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกสงสารขึ้นมาเลยสักนิด!” ร่างเล็กในอ้อมแขนแกร่งพูด เมรินก้าวมาด้านหน้าอย่างเจ็บปวดไม่แพ้กันพร้อมกับความโกรธอีกระลอกที่โหมพัด

“…”

...อีกอย่างมันก็เพราะตัวนายเองไม่ใช่หรือไง... เพราะนายมีคนอื่นไม่ใช่เหรอ!”

เธอยังจะพูดแบบนั้นอยู่อีกเหรอเมริน...ทั้ง ๆ ที่ฉันอุตส่าห์กลับมาเพื่ออยู่กับเธอแค่คนเดียว... เธอรู้บ้างไหมว่าตั้งแต่ตอนนั้นมาฉันต้องพยายามมากแค่ไหนน่ะ...!?” ชายหนุ่มถามขึ้นทั้งน้ำตา อาชิตะพยายามใช้เรี่ยวแรงที่กำลังหมดลงจับไหล่ร่างเล็กเอาไว้แต่ก็ถูกสะบัดออกด้วยรังเกียจ

เพี๊ยะ...!!!

สิ่งที่นายทำกับฉัน...นายเรียกมันว่าความพยายามงั้นเหรอ?  นายมันไม่เคยทำอะไรเลยต่างหากอาชิตะ!...นายคบกับฉัน แต่นายก็ยังมีคนอื่นอีก นายรู้ว่าฉันรักนายมากแค่ไหน แต่นายกลับชวนคนอื่นไปนัดของเราได้หน้าตาเฉย... นี่นายคงจะพยายามทำเพื่อฉันมากเลยสินะ?”

“…”

...ฉันจะจำไว้ว่านี่เป็นสิ่งที่เรียกว่าความพยายามของคนที่ฉันรักมากที่สุด...จากนี้ไปอย่ามาให้ฉันเห็นหน้านายอีกนะ ฉันเกลียดคนอย่างนายที่สุด...!”

สิ้นคำพูด ร่างเล็กก็เดินออกห่างหญิงสาวปาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดแล้วเชิดหน้าสูงขึ้นโดยไม่แม้แต่จะมองเขาอีก ใบหน้าของเซนยิ้มกระหยิ่มชอบใจก่อนที่จะโอบกอดและตั้งตนเป็นที่พักพิงของหญิงสาว นิ้วมือของเขาปาดน้ำตาเธอออกและสวมกอดแนบแน่น

“...ยะ... อย่านะ...” อาชิตะส่งเสียงร้องอย่างผู้สูญเสีย หญิงสาวตรงหน้าเป็นเหมือนหัวใจถูกกระชากออกไปจากอก สิทธิ์ของการเป็นคนรัก สิทธิ์ที่จะได้ดูแลในตอนนี้เหลือเพียงอดีต มันผ่านไปรวดเร็วจนไม่อาจจะทันได้ตั้งตัว ชายหนุ่มจึงได้แต่ชกกำปั้นลงกับพื้นดินด้วยความเจ็บปวด

เขาภาวนาให้หัวใจตัวเองหยุดเต้นลงไปตั้งแต่วินาทีนี้ เขาภาวนาให้ตัวเองกลายเป็นคนตาบอด ไม่ต้องมาทนเห็นเธอและเขาที่กอดกันเย้ยตรงหน้า

ความจริงก็เป็นเหมือนยาพิษที่กำลังถูกป้ายลงบนบาดแผลฉกรรจ์ช้า ๆ เพราะมันคือเรื่องจริง เขาถึงไม่มีหนทางอื่นใดนอกจากต้องยอมรับกับความเจ็บปวดและบาดแผลต่อจากนี้

“...” เซนยิ้มกระหยิ่มชอบใจกับอาการทรมานของคนตรงหน้าในขณะที่ยังคงกอดเมรินที่เสียใจไม่แพ้กันเอาไว้ อาชิตะตอนนี้โชกไปด้วยเลือดของตน เสียงหายใจหอบระงมบ่งบอกถึงร่างกายที่ดูไม่ปกติ ชายหนุ่มทรุดเข่าลงกองกับพื้นอีกครั้งด้วยความทรมาน สติเลือนรางคล้ายไฟที่กำลังมอดดับทำให้เขาเห็นภาพไม่ชัดเจนนักจวบจนวินาทีที่เซนควงคนรักของเขาจากไป...

“ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย!!!

เสียงร้องแหบแห้งราวถูกเชือดดังลั่นไปทั่วบริเวณ ผู้คนต่างมองเขาอย่างสงสารบ้างก็หัวเราะสมน้ำหน้า ทว่ามันไม่สำคัญอะไรอีกแล้วเมื่ออย่างไรชายหนุ่มก็สูญสิ้นสติรับรู้ทุก ๆ สิ่ง อาชิตะทิ้งร่างตนลงบนพื้นแน่นิ่งดวงตาที่ไม่สามารถปิดสนิททำได้เพียงมองแผ่นหลังคนรักที่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมาอีกพร้อม ๆ กับเสียงรถยนต์ที่ไม่คุ้นหูซึ่งขับเข้ามาในบริเวณนั้นอย่างรีบเร่ง

อาชิตะไม่มีทางลุกขึ้นมาอีกแล้ว... แล้วตอนนี้คนที่อยู่ข้าง ๆ เมรินก็กลับกลายเป็นเซน

สายสัมพันธ์ของหัวใจสองดวงถึงคราวขาดสะบั้นแล้วจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ!?




 

            คืนนั้น...

            สำลีเนื้อดีซึ่งชุบแอลกอฮอล์ล้างแผลถูกบรรจงประคบเบา ๆ บนริมฝีปากร่างที่นั่งพิงหัวเตียงเงียบภายในห้อง นัยน์ตาสีเปลือกไม้กลมโตของเอแคลร์มองคนตรงหน้าอย่างเป็นห่วง

            “เดี๋ยวก็หายเจ็บนะคะ...”

            “...”

            “...พี่อาชิ แคลร์เป็นห่วงจริง ๆ นะคะ” เหมือนเธอจะไม่หมดความพยายามง่าย ๆ มือเล็กค่อย ๆ กุมมือของชายหนุ่มเอาไว้ด้วยถือวิสาสะ แต่ทว่าดูเหมือนอาชิตะจะไม่สนใจเธอเลย เพราะตั้งแต่ที่เธอพาเขากลับมาอย่างทุลักทุเลจนกระทั่งเขารู้สึกตัวก็มีเพียงท่าทางราวคนไร้ชีวิตที่เอาแน่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา

            “ปล่อยมันเถอะ...ถ้ามันมีเรื่องไม่สบายใจ ต่อให้จะถามอะไรมันก็ไม่ยอมพูดหรอก”

            เสียงผู้มาใหม่พูดขึ้นเบา ๆ ด้านหลังเอแคลร์ที่นั่งนิ่ง ร่างเล็กผงะมองผู้มาใหม่ซึ่งหน้าตาเหมือนกับอาชิตะราวกับแกะ อากิระวางถ้วยข้าวต้มที่กำลังส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ลงบนโต๊ะข้างเตียง ใบหน้าที่ดูคาดเดาอารมณ์ยากนั้นมองมือที่ยังจับอาชิตะเอาไว้แน่นของเอแคลร์จนเธอต้องรีบปล่อยออก

            “ให้คนจัดโต๊ะอาหารข้างล่างไว้แล้ว ถ้าเสร็จแล้วก็ลงไปกินข้าวด้วยกันก่อนกลับ”

            “...ตะ แต่ว่าพี่อาชิเขา”

            เธอยังพูดไม่ทันจบก็ต้องรีบเงียบปากเมื่อเห็นสายตาไร้ความรู้สึกที่สบมอง ภายในดวงตาสีดำสนิทนั้นมันแฝงความรู้สึกน่ากลัวอะไรบางอย่างไว้ ราวกับเธอกำลังถูกต่อต้าน และทั้งที่ทั้งสองคนเป็นฝาแฝดกัน แต่ความรู้สึกที่เธอได้รับจากออากิระนั้นแตกต่างและน่ากลัวผิดกับอาชิตะ

            “ฉันรู้จักอาชิตะดีที่สุดกว่าใครบนโลกนี้...” ผู้เป็นพูดขึ้นเบา ๆ ด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “ฝาแฝดน่ะ คือสองร่างที่มีความรู้สึกร่วมกัน... มีหัวใจสองดวงที่เชื่อมโยงถึงกัน... รับรู้ถึงการมีอยู่และความคิดบางอย่างของอีกคนได้”

            “...”

            “แนะนำว่าปล่อยให้น้องฉันพักผ่อนเงียบ ๆ จะดีกว่านะ”

            คนตัวสูงกว่าพูดด้วยเสียงที่ดูเดาทางยาก อากิระยังคงมองจิกบนดวงหน้าของอีกคนที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าออกอาการกลัวตนอย่างชัดเจน จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้รับรู้ถึงขนาดว่าแฝดน้องจะคิดอะไรได้ทุกอย่าง ต่อให้เกิดมาบนโลกนี้พร้อม ๆ กันแต่ทางเดินชีวิตที่พวกเขายังไงเสียก็ต้องแตกต่างกัน

            แต่ถึงอย่างนั้นผู้เป็นพี่ ก็ยังพยายามเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับน้องชาย และอากิระรู้ดีตั้งแต่แรกเห็นเอแคลร์ว่าเธอคนนี้ไม่ใช่อย่างแน่นอน

            “...ค่ะ” สุดท้ายเถียงหรือต่อต้านไปก็ดูไร้ผล เอแคลร์จำใจลุกเดินตามอากิระไปอย่างว่าง่ายพร้อม ๆ กับที่เห็นว่าไอชามายืนรอชายหนุ่มอยู่ก่อนหน้าแล้ว

            “ข้าวจะเย็นแล้วนะอากี้”

            “ดุอย่างกับแม่เลยนะไอชา...”

            “ไม่ได้หรอก... ก็ช่วงนี้แม่นายไม่อยู่นี่นะ” หญิงสาวพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะหัวเราะร่าจนมือใหญ่ของคนที่เดินข้าง ๆ ยีไปมาบนเรือนผมดกดำสวย

            “งั้นคงต้องรีบให้แม่กลับมาแล้วล่ะ มีแม่แบบนี้ฉันเป็นบ้ากันพอดี ฮ่ะ ๆ” ชายหนุ่มยิ้มร่าก่อนจะเล่นหยอกกับเพื่อนสนิทสาวที่แวะมาเยี่ยมบ่อย ๆ จนกลายเป็นคนคุ้นเคยมากกว่าเพื่อนที่เรียนทั่วไป สำหรับพวกเขาทั้งปล้ำ ทั้งกอดเล่น นั้นดูช่างสนิทสนมในสายตาคนอื่น ๆ

            ไม่แม้แต่อารดาที่เชื่อว่าอากิระเป็นแฟนกับไอชา แต่เอแคลร์ตอนนี้เองก็เชื่อ!

            “ไม่ได้จะมารอดูคนจีบกันนะเนี่ย”

            เสียงใครบางคนที่รอบริเวณโถงด้านล่างพูดขึ้นก่อนจะหัวเราะเบา ๆ และเพราะคำพูดนั้นเองที่ทำให้กิจกรรมทุกอย่างหยุด อากิระผละออกจากไอชาด้วยสำนึกได้ว่าเธอคนนี้เป็นเพื่อนสนิท มันคงไม่ดีเท่าไหร่ที่จะให้ใครคิดไปไกลแล้วทำให้ไอชาเสียหาย

            แม้ว่าจะยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมใจตัวเองกำลังสั่นอยู่ก็เถอะ

            “จะบ้าเหรอ พูดอะไรของนายเดย์ไลท์”

            “ก็มันเหมือนนี่หว่า... แต่เอาเถอะ ๆ มากิน ๆ เข้าฉันยังต้องขับรถกลับอีกไกลนะ”

            “โอย... กลับไม่ได้ก็นอนนี่เถอะ วันนี้คุณแม่ไปส่งคุณพ่อที่สนามบินแล้วก็แวะไปนอนบ้านคุณตากับคุณยาย กว่าจะกลับก็คงพรุ่งนี้แหละ” อากิระอธิบายก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “สงสัยคืนนี้ได้นอนกับอาชิตะแหง”

            หลังจากทั้งสองคุยกันเรื่องความทุกข์ราวถูกขังแถมต้องเป็นพี่เลี้ยงเด็กของอากิระแล้ว เอแคลร์ที่รู้สึกกดดันมาตลอดก็ต้องขอไปห้องน้ำ เธอรู้สึกหวาดกลัวอากิระทุกครั้งที่ยังนึกถึง

            “...นะ ไหนใครบอกว่าเป็นเกย์ไง! ทำไมถึงคั่วอยู่กับคนอย่างพี่ไอชาได้นะ... สะ สายตาที่เขามองมา ทำไมรู้สึกขยะแขยงได้มากขนาดนี้!

            ยิ่งพูดยิ่งรู้สึกรังเกียจลึก ๆ เอแคลร์ถูไถมือกับสบู่ล้างมือภายในห้องน้ำชั้นล่าง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมันสงบสติอารมณ์เธอได้ไม่น้อย หญิงสาวมองไปรอบ ๆ บริเวณซึ่งถูกตกแต่งประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์หรูหราขนาดที่เรียกว่าบ้านคนระดับนายกอย่างเธอยังต้องรู้สึกอาย

            “ต่างชั้นกันขนาดนั้นทำไมถึงคบกับคนอย่างยัยพี่ไอชา...” รุ่นน้องเบ้ปากน้อย ๆ ทุกครั้งที่นึกถึงไอชาที่เธอคิดและเชื่อว่าหญิงสาวเป็นคนไม่ค่อยมีฐานะเท่าไหร่ แถมยังได้ยินมาว่าพักอยู่ก็แค่อพาร์ตเมนต์ธรรมดา ๆ ไม่ไกลจากตัวมหาวิทยาลัย

            แต่ในตอนนั้นเอง...

            “เพิ่งรู้นะคะว่าสมัยนี้ค่าของคนมันดูกันที่ฐานะ”

            เสียงใสของใครบางคนดังขึ้นจากด้านหลัง และมันคงเป็นใครไม่ได้นอกจาก

            “พี่ไอชา...”

            “...อากี้ให้มาดูน่ะ เห็นว่าเข้าห้องน้ำนาน... บ้านนี้ทานข้าวตรงเวลาค่ะ” ไอชายิ้มให้น้อย ๆ ก่อนที่เอแคลร์จะทำเสียงจิ๊จ๊ะแล้วเดินออกไป เนื่องด้วยว่าตนเป็นถึงลูกสาวของนายกรัฐมนตรีมันจึงไม่แปลกเลยที่เธอจะรู้สึกดูแคลนคนตรงหน้า

            “แคลร์รู้แล้วล่ะค่ะ ขอบคุณที่มาตามนะคะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวรุ่นพี่ยิ้มน้อย ๆ “วันนี้อากี้สั่งให้คนทำอาหารค่ำตอบแทนน้องเอแคลร์เยอะมากเลย... ทานเยอะ ๆ นะคะ เพราะของที่แย่งเขามามันทานไม่ค่อยอิ่มนักหรอก”

            “...”

            แม้จะไม่ได้รับคำตอบแต่มันก็เรียกรอยยิ้มบนหน้าของหญิงสาวได้เป็นอย่างดี ไอชาแอบหัวเราะคิกคักเบา ๆ ด้วยความสะใจน้อย ๆ เพราะถึงมันจะไม่ใช่เรื่องของเธอแต่เธอก็รู้ดีว่าอาชิตะเองก็ไม่ได้ชอบพลอในตัวเอแคลร์เกินกว่ารุ่นน้องแม้แต่น้อย อีกอย่างเพราะเอแคลร์ดันปากพล่อยว่าลามไปถึงอากิระ มีหรือที่เธอจะยอมได้

            ต่อให้ต้องเป็นแค่เพื่อน ฉันก็รักนายอยู่ดีนะอากิระ...

          ...

            ไอชาหัวเราะคิกคักเบา ๆ กับตัวเองในขณะที่เธอพบกับใครบางคนที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

            “มีอะไรเหรอเดย์ไลท์...”

            “เปล่าหรอก... ฉันแค่มาคุยโทรศัพท์น่ะ เด็กคนนั้นทำอะไรให้นางฟ้าอย่างเธอตบะแตกได้เหรอ?”

            “อ๋อ ก็ไม่ได้อะไรมากหรอก ฮ่ะ ๆ ขำ ๆ”

            เพราะไอชาตอบอย่างนั้น ชายหนุ่มจึงหันมองเอแคลร์ที่เดินตะบึงตะบอนไปก่อนหน้าก่อนจะเงยมองไปทางห้องนอนอาชิตะที่อยู่ชั้นบน

            “ไม่ใช่แฟนกันไม่ใช่เหรอ? เหมือนที่เคยเห็นควงจะไม่ใช่คนนี้นะ”

            “อืม ไม่ใช่แฟนหรอก แฟนอาชิตะน่ะน่ารักกว่าเยอะ” ร่างเล็กหัวเราะออกมาเบา ๆ ซึ่งเดย์ไลท์ก็เข้าใจดี “เคยเห็นอยู่ครั้งหนึ่งน่ารักดีนะ เด็กคนนั้น”

            “อ๋อ... น้องเมรินน่ะเหรอ?” ไอชาพูดขึ้นเบา ๆ ก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาจุ๊ ๆ กับปาก “อย่าพูดให้อากี้ได้ยินเชียวล่ะ”

            เดย์ไลท์กลับไปได้ตอบอะไรกลับมา ทันทีที่ได้ยินชื่อนี้เขาถึงกับตกอยู่ในอำนาจสะกด ภาพของหญิงสาวที่ตนรู้สึกถูกชะตาภายในห้างสรรพสินค้าไหลย้อนกลับมาทีละฉาก ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มนั้นดูช่างคุ้นเคย อากัปกิริยาเรียบร้อยสดใสนั้นติดอยู่ในความคิดเขาอย่างไม่มีวี่แววจะจางหาย

            แถมด้วยชื่อ เมรินที่เหมือนกันราวกับแกะนั่นแล้วด้วยล่ะก็...

           

 

            รถแท็กซี่มิเตอร์ค่อย ๆ หยุดลงส่งผู้โดยสารที่หน้าประตูทาวเฮาส์ขนาดย่อมซึ่งอยู่ภายในโครงการบ้านจัดสรรแถบชานเมืองซึ่งขณะนี้กำลังผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด        และแน่นอนว่ามันเป็นโครงการใหม่ซึ่งเปิดให้จองและเข้าอยู่ได้ไม่นานมานี้นัก

            รอบรั้วบ้านดูสะอาดเรียบร้อย ข้างรั้วตกแต่งด้วยไม้กระถางเล็ก ๆ เรียงกันเป็นระเบียบ ถัดเข้าไปจากรั้วเป็นตัวบ้านซึ่งหน้าไม่กว้างมากนักเหมาะกับการอาศัยเป็นครอบครัวเล็ก ๆ ซึ่งจากที่เห็นในมุมสลัวนี้ก็มีรถจักรยานยนต์คันใหญ่จอดอยู่เพียงคันเดียว

            เลขที่ 346/250 หมู่บ้านเมกะโฮมกรีนวิลล์

            จากที่อยู่ที่หญิงสาวได้มานั้นเป็นบ้านหลังนี้ไม่ผิดแน่ ร่างเล็กอย่าทวนซ้ำให้มั่นใจก่อนจะยกมือกดกริ่งด้วยแววตายากเกินคาดเดาอารมณ์ ภายในใจกำลังสั่นไหวตึกตักเป็นสิ่งที่อยากถามมาตลอดในวันนี้

            “มาแล้ว ๆ จะกดอะไรกันหนักกันหนาน่ารำคาญ!

            เสียงแว๊ดดังขึ้นจากประตูรั้วด้านในพร้อมร่างของหญิงสาวไม่คุ้นเคยที่เดินออกมา ใบหน้าของเธอบูดเบี้ยวแสดงอารมณ์ไม่ค่อยพอใจในขณะที่ขยับชุดนอนวาบหวิวที่ตนใส่นั้นให้เข้าท่า

            “มาหาใคร!

            “อิฐ...” แม้จะดูสงสัยแต่เธอก็จำใจตอบ เวลานี้มันแน่ยิ่งกว่าแน่กับสิ่งที่เธอรู้มาตลอด ทว่า พอมาเห็นด้วยตาเต็ม ๆ นั้นก็ไม่รู้ทำไมที่สิ่งที่เรียกว่าน้ำตามันกำลังเอ่อล้น

พิสต้ารู้ดีมาตลอดว่าแฟนหนุ่มที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพแค่ไม่กี่วันเริ่มขาดการติดต่อ...

แล้ววันนี้มันก็เป็นอย่างที่เธอคิดจริง ๆ

“...” ผู้หญิงแปลกหน้าเงียบไม่ยอมตอบอะไรแต่กลับมองผู้มาใหม่จรดปลายเท้าด้วยท่าทีดูแคลนในขณะที่เธอตัดสินใจถามขึ้นด้วยสายตาราวจะเอาชนะ

“มีธุระอะไร ฉันเป็นแฟนพี่อิฐ”

“ไปตามอิฐมาที ฉันมีเรื่องจะพูดกับเขา...”

“แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ?” ผู้หญิงคนนั้นแยกรอยยิ้มร้าย แต่ในขณะนั้นเอง...

“ลูกหยี! คุยกับใครตั้งนานสองนานน่ะ พี่กำลังค้างนะ!” เสียงดุดังขึ้นจากบริเวณประตู มันปรากฏเงาทะมึนของร่างผู้มาใหม่ ชายหนุ่มเปลือยอกหนานุ่งแต่ผ้าขนหนูเดินออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจนัก เหงื่อบนกายเขาโทรมไปทั่วราวกับเพิ่งละมาจากกิจกรรมอันหนักหน่วงบางอย่าง

แววตาคมปราดมองร่างเล็กที่ยืนเกาะรั้วอย่างพินิจพิเคราะห์ ภายใต้เงามืดนั้นหญิงสาวเองก็ถึงขีดจำกัดของความอดทน หลักฐานทุกอย่างในตอนนี้ไล่ตอนคนผิดจำนนแล้ว มันสมควรแล้วที่คนเป็นแฟนอย่างเธอจะถึงคราวระเบิกออก

“...ไอ้เหม่ง!

“พะ... พิสต้า! มะ มาที่นี่ได้ยังไง!?” 


 

_______________________TALK WITH HIME
ฮิเมะไม่ได้ทำเขาแตกกันนะคะ ไม่ได้ทำ TAT
ตอนนี้เป็นอีกตอนที่เขียนยากมาก มองหน้าใครก็สงสารไปหมดจริง ๆ
ตอนแรกจะพิมพ์ขยายความยาว ไม่เอา เรื่องดราม่าเราไม่ยุ่ง 555

ก็ขอบคุณทุกท่านนะคะที่เข้ามาอ่าน
ช่วงนี้เมนต์ขึ้น ดีใจมาก ๆ >__< จะพยายามปั่นให้ได้เยอะ ๆ ทุกวันเลย

แล้วก็ขอตอบเมนต์ของคุณ P-Pin ตอนที่แล้วนะคะว่าไม่ต้องคิดมากก >_< ไม่เอาไม่ขอโทษนะ
คืออ่านแล้วเขินมาก ไม่อยากให้ขอโทษเลย
อยากให้แวะเวียนมาด้วยความสนุกนะคะ

(ได้ข่าวนิยายแกดราม่าอยู่นะ)

ยังไงก็ขอบคุณมาก ๆ นะคะที่หลงเข้ามาทุกคน <3
ดีใจ แล้วก็เขินมาก ๆ เลย ไม่น่าเชื่อว่ามันจะกระดึ๊บมาถึงตอนที่ 31 แย๊วว <3

ปล. ไม่เอาไม่โกรธฮิเมะนะ... ไม่เอาไม่แค้นแทนอาชินะ -//ไหลกลับลงรู(?)

อ้อ ! เกือบลืมย้อนหลัง Merry X'mas ค่ะ 

(ไม่ได้วาดเองนะคะ แคปมาจากเกมส์แต่งตัวที่ลองเล่นดูค่ะ แต่เป็นสี่คนนี้สนุกมากเลย)

อาชิตะ - เมริน - ไอชา - อากิระ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

337 ความคิดเห็น

  1. #224 Mega-cool (@manga-man) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 08:43
    ไม่ได้อ่านนานมากกกก ; ; ไม่รู้ว่าอัพแล้ว //ไล่อ่าน
    ตอนนี้ดราม่าหลายคู่จริงๆ!!
    #224
    0
  2. #219 P-pin (@pinpin43) (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 23:04
    อาชิตะะ TT เกลียดเอแคลมากค่ะะ!
    #219
    0