คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SNSD] Guilty Pleasures 🔥 (Taeyeon x Jessica x Tiffany)

โดย Rainn

ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างสองแม่ลูก (JETI) และแทยอนที่เข้ามามีบาทบาทกับทั้งคู่... เธอคือคุณครูที่เข้ามาทำให้ชีวิตของทิฟฟานี่สดใส และเธอคือความรักครั้งเก่าของเจสสิก้าเช่นกัน... เรื่องราวจะจบลงอย่างไร ติดตามกันเลยนะคะ ^^

ยอดวิวรวม

6,145

ยอดวิวเดือนนี้

8

ยอดวิวรวม


6,145

ความคิดเห็น


60

คนติดตาม


85
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  4 ต.ค. 58 / 20:30 น.
นิยาย [SNSD] Guilty Pleasures 🔥 (Taeyeon x Jessica x Tiffany) [SNSD] Guilty Pleasures 🔥 (Taeyeon x Jessica x Tiffany) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อหามีทั้งหมด 3 ตอน

07/09/2015 ::: อัพตอนที่ 2 แล้วคร่า ^^
20/09/2015 ::: อัพตอนที่ 3 แล้วคร่า ^^
04/10/2015 ::: อัพตอนจบแล้วนะคร้า ^^







บนโลกใบนี้

...มีสีขาว ก็ต้องมีสีดำ...
...มีความมืด ก็ต้องมีแสงสว่าง...
ทุกอย่างล้วนถูกสร้างขึ้นมาให้มีสองด้านเสมอ



เมื่อความปรารถนา ก้าวข้ามขีดจำกัดของความถูกต้อง

"คุณแม่...ฮือออ~ คุณแม่อย่าทำฟานี่เลยนะคะ ฮึก..."



เมื่อไฟรัก แผดเผาทำลายทุกอย่างกลายเป็นผุยผง

"ไปให้พ้น คิม แทยอน! เพราะเธอ..เธอคนเดียวที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้!!"



เมื่อความกลัว กัดกินหัวใจจนด้านชา

"ครูคิมคิดว่าช่วยฉันได้จริงๆหรอคะ?
ไม่มีใครช่วยฉันได้หรอกค่ะ...ไม่มี"




ฉันคงเป็นแม่ที่ดีไม่ได้
และคงเป็นคนรักที่ดีของใครไม่ได้เช่นกัน




"ฟานี่...แทแท...ฉันขอโทษ"




___________________________________________________



ขอคอมเม้นท์เป็นกำลังใจด้วยนะคร้า
#เปิดฟิคใหม่แบบไม่ทันตั้งตัว
bg (2).gif







O N E




"ได้โปรดรับไว้ด้วยนะครับ"

'ทิฟฟานี่ จอง' ก้มมองกล่องช็อคโกแลตราคาแพงพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่ที่ถูกยื่นให้โดยหนุ่มหน้าตา ดีระดับท็อปของโรงเรียน สีหน้าเธอยังคงเรียบเฉยไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ แม้ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะเป็นถึงรุ่นพี่ที่ใครๆเฝ้าฝันถึงและอยากจับจอง เป็นเจ้าของกันทั้งนั้น...ก็คงมีแต่เธอที่มองเขาด้วยสายตานิ่งสนิทปราศจากประกายแห่งความปลาบปลื้มชื่นชมใดๆ ปล่อยให้ชายหนุ่มส่งยิ้มเก้ออยู่ฝ่ายเดียว


"พี่ซีวอนชอบฉันหรอคะ"


"เอ่อ...ถ้าไม่ชอบพี่ก็คงไม่เอามาให้มั้งครับ"


'เออ กวนแบบนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดเท่าไหร่'


"งั้นพี่เก็บไว้เถอะค่ะ ฉันคงรับมันไว้ไม่ได้" เธอปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยชนิดที่ไม่กลัวว่าบัวจะช้ำน้ำจะขุ่นเลยสักนิด เดือดร้อนถึงเพื่อนสนิทอย่าง 'ซันนี่' ที่ยืนอยู่ข้างๆที่กำลังแอบเอาเท้าสะกิดขาเธอยิกๆ พลางพยักพเยิดหน้าให้เธอรับน้ำใจจากเขามาเสียที... 'รับๆมาสิยัยบื้อ นี่เดือนโรงเรียนเลยนะ พี่เขาหล่อจะตาย' ซันนี่กระซิบกระซาบพอให้ได้ยินกันสองคน ก่อนจะส่งยิ้มแก้เก้อให้พ่อเทพบุตรในดวงใจ


"ทำไมถึงรับไม่ได้ล่ะครับ น้องฟานี่ไม่ได้คบใครอยู่นี่นา...ช่วยรับไปเถอะนะ พี่ตั้งใจเอามาให้ทิฟฟานี่คนเดียวนะครับ"


"เอามันกลับไปเถอะค่ะ"


"น้องฟา---"


"ขอบคุณมากๆนะคะพี่ซีวอน ยัยฟานี่มันเขินน่ะก็เลยไม่กล้ารับไว้ แหะๆ" เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักไม่มีท่าทีว่าจะรับของมาสักที ลี ซุนคยู จึงขอรับหน้าที่นั้นแทนด้วยการหอบเอาของทั้งหมดมาไว้ในอกตัวเองแทน "เอ่อ พวกเราขอตัวไปก่อนนะคะ พอดีต้องรีบไปเข้าชมรมแล้วค่ะ สายมากแล้ว"


"ตามสบายครับ" ซีวอนส่งยิ้มหวานก่อนผายมือให้ด้วยกิริยาของสุภาพบุรุษบ่งบอกถึงการเลี้ยงดู มาเป็นอย่างดี สองสาวโค้งให้รุ่นพี่เล็กน้อยเพื่อเป็นการบอกลา





เดินห่างออกมาได้หน่อยเดียวทิฟฟานี่ก็ตวัดสายตาขุ่นเขียวคาดโทษไปยังเพื่อนสนิท ที่มีกับเขาอยู่แค่หนึ่งคน เธอมีเพื่อนน้อยมากเพราะเป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูดทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าหา ผิดกับซันนี่ที่ร่าเริง ยิ้มง่าย แถมยังเม้าท์มอยได้ทั้งวันไม่หยุดราวกับผีเจาะปากมาพูดไม่มีผิด


"เอาของเขามาทำไมห๊ะอิรอก! ฉันบอกไปแล้วนะว่าฉันไม่เอา" น้ำเสียงดุนิดๆแต่อีกคนก็หากลัวไม่


"แกรู้มั้ยว่าพี่ซีวอนฮอทแค่ไหน ใครๆก็อยากได้พี่เขาทั้งนั้น มีแต่แกนี่แหละที่วันๆไม่สนใจอะไรนอกจากอาหารแล้วก็หนังสือเรียน...แล้วแกดูนี่" ซันนี่พลิกใต้กล่องให้ดูแล้วเอานิ้วจิ้มๆตรงคำว่า Made in Belgium "ช็อคโกแลตจากเบลเยียมเลยนะอิหมู ของดีแบบนี้ไม่เอาก็โง่ละ!"


สรรพนามของเพื่อนซี้ที่ใช้เรียกกันแค่สองคนถูกนำมาใช้อย่างไม่มีการขุ่นเคือง แม้ว่า 'อิกระรอก' จะเป็นการล้อฟันคู่หน้าของซันนี่ และ 'อิหมู' จะหมายถึงหุ่นอันอุดมสมบูรณ์ของทิฟฟานี่ก็ตาม เด็กสาวเรียกกันมาแบบนี้ตั้งแต่มอหนึ่งจนถึงมอสี่แล้วก็ยังใช้เรียกกันจนติด ปากอย่างที่เห็น


"แกว่าฉันโง่?" ทิฟฟานี่ถามอย่างเอาเรื่อง


"เปล่าๆๆ ก็แค่เปรียบเปรยเฉยๆ" คนตัวเล็กรีบโบกมือปฏิเสธทันควันแล้วเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อเอาตัวรอด ใครๆก็รู้ว่าเวลาทิฟฟานี่โหดมันน่ากลัวแค่ไหน "...ว่าแต่ แกไม่ชอบพี่เขาจริงๆหรอ เป็นฉันจะรีบคว้าเอาไว้เลย เบ้าหน้าก็หล่อ บ้านก็รวย เรียนเก่ง กีฬาเริดแบบนี้ หาไม่ใช่ง่ายๆ"


"งั้นแกก็เอาเองสิ"


"เอ้า! เขาไม่ได้ชอบฉันนี่"


"ฉันก็ไม่ได้ชอบเขาเหมือนกัน"


"แกมันคนประหลาด ฉันอยากรู้จริงๆเล๊ยว่าสเปคของแกน่ะเป็นแบบไหน?"


'แบบไหนงั้นหรอ' เสียงถามในใจทำให้คนหน้าหวานหยุดคิด ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะขยับเพื่อเอ่ยประโยคถัดมา


"แบบที่แกกับฉันคงคิดไม่ถึงล่ะมั้ง..." มือบางเอื้อมไปหยิบช่อดอกไม้ที่เพื่อนถืออยู่ ตาคู่สวยมองดูกลีบดอกอันสวยงามเพียงครู่เดียวแล้วก็หย่อนมันลงถังขยะข้างทาง "รีบเดินเถอะ ฉันไม่อยากไปสายตั้งแต่วันแรกที่เข้าชมรม"


เห้ย! ซันนี่เหลียวมองช่อดอกไม้ในถังขยะอย่างอึ้งๆ อันที่จริงทิฟฟานี่ก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ใจแข็ง เด็ดเดี่ยว ไม่ค่อยมีอารมณ์มุ้งมิ้งเหมือนเด็กสาวทั่วไปเท่าไหร่ แต่เธอก็ยังไม่ชินกับการที่เพื่อนเธอเป็นแบบนี้สักที


"ดอกไม้สวย ออก แกทิ้งลงคอได้ไง สงสารมันอ่ะ" ตัดพ้อไปอย่างนั้นแหละ เผื่อว่าครั้งหน้าจะไม่เจอเหตุการณ์เดิมอีก "แล้วช็อคโกแลตนี่ล่ะ จะเก็บไว้มั้ย?"


"แกเอาไปกินเถอะ ฉันขี้เกียจถือ" คำตอบทำเอาคนฟังดีใจจนเก็บอาการไม่มิด


เสร็จโจร! (。Ф∀Ф。)





บรรยากาศภายในชมรมศิลปะค่อนข้างเงียบสงบผ่อนคลาย จากการตกแต่งอย่างมีสไตล์ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลอ่อน บวกกับสีเขียวจากไม้ประดับที่จัดวางอยู่ทั่วห้อง แผ่ความสดชื่นเบาสบายไปทุกอณูเหมาะแก่การรังสรรค์ผลงานศิลปะเป็นที่สุด…มันอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ชมรมนี้ได้รับความสนใจจากนักเรียนจำนวนมากจนต้องปิด รับรายชื่อหลังจากเปิดชมรมได้เพียงไม่กี่นาที แต่อีกเหตุผลนึงที่แรงไม่แพ้กันก็คงเป็นคุณครูคนสวยที่กำลังเดินตรวจภาพวาด ของเด็กแต่ละคนอยู่นั่นแหละ


...อาจารย์ คิม แทยอน...


ตอนแรกทิฟฟานี่ไม่ได้สนใจเข้าชมรมนี้หรอก แต่โดนยัยกระรอกฉุดกระชากลากถูขืนใจให้มาเข้าชมรมเดียวกันพร้อมกับให้เหตุผล สำคัญระดับชาติว่า "ฉันอยากอยู่ใกล้ๆคุณครูคิมอ่ะแก คนไรไม่รู้ ตั้ลล้ากเอ๊าะ!" เพราะยังไม่เคยมีคลาสเรียนโดยตรงกับเขา จึงแค่เคยเห็นผ่านๆจากที่ไกลๆ ทิฟฟานี่คิดว่าเขาก็น่ารักดี แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมากถึงขนาดที่มีเด็กมาติดมากมายทั้งชาย-หญิงขนาดนี้ เธอไม่เข้าใจแล้วก็ไม่เคยสนใจหรอก


จนกระทั่ง...


"ลองเติมสีโทนสว่างลงไปตรงนี้อีกหน่อยไหมคะ?"


เสียงถามจากด้านหลังมาพร้อมกับใบหน้าคมคายที่ห่างออกไปเพียงแค่คืบ ครูสาวโน้มตัวลงมา พาดแขนข้างนึงบนพนักเก้าอี้ ส่วนอีกข้างชี้มายังตำแหน่งภาพวาดที่เขาเอ่ยถึง ห้วงหนึ่งในความคิด ทิฟฟานี่รู้สึกเหมือนกับว่าเขากำลังโอบกอดเธอจากด้านหลัง เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นเบาบางจากร่างเล็กๆนั่น รวมถึงกลิ่นน้ำหอมละมุนที่พัดโชยเข้ามาทักทายปลายจมูก ให้เธอแอบชำเลืองมองแก้มเนียนใสนั้นด้วยความเผลอไผล


"ภาพมันดูหม่นๆไปนิดนึงนะ ว่ามั้ย?"


และถึงแม้ว่าสายตาเขาจะยังคงจับจ้องอยู่บนภาพวาด ทว่าหัวใจเธอกลับสั่นไหวได้อย่างประหลาดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...ตอนนี้ทิฟฟานี่เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมใครต่อใครถึงอยากเข้าใกล้ครูคนนี้นัก


"นักเรียน...ฟังอยู่รึเปล่าคะ?"


วินาทีที่คุณครูหันหน้ามาหา เป็นจังหวะเดียวกับที่เธอหันไปตอบเขาพอดี ปลายจมูกเราเฉี่ยวจนเกือบจะชนกันอยู่แล้ว ราวกับโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ และก็เป็นเขาที่เป็นฝ่ายถอยออกไปเพื่อเว้นระยะห่างระหว่างเราให้มาก ขึ้น...เป็นครั้งแรกที่ดวงตาเราสานสบกันตรงๆ เขายังคงเกลื่อนยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า ขณะที่เธอเอาแต่นิ่งค้างโดยไม่สามารถถอนสายตาออกมาได้เลย...นัยน์ตาสีเข้ม คู่นั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหา สันจมูกโด่งลาดโค้งลงมา รับกับเรียวปากอิ่มสวยที่มันคง 'นุ่ม' หากสัมผัสได้เพียงแผ่วเบา และคงจะ 'นิ่ม' มากยามริมฝีปากเราบดขยี้เข้าด้วยกันอย่างเร่าร้อน


...เดี๋ยวก่อนนะ...


'คิดอะไรของแกอยู่เนี่ยฟานี่!' เจ้าของความคิดหยาบโลนได้แต่บ่นตัวเองในใจ ก่อนจะรีบตอบคำถามของเขาด้วยสำเนียงที่แทบหาโทนเสียงไม่เจอ


"อ...เอ่อ..คือ---"


"ตั้งใจทำแล้วกันนะคะ ลองวาดเล่นๆตามที่ตัวเองถนัดไปก่อน เดี๋ยวครั้งหน้าครูจะสอนเทคนิคการลงสีเพิ่มเติมให้" เขาตัดบทขึ้นมาเมื่อเห็นเธอมัวแต่อ้ำๆอึ้งๆ ก่อนจะดึงตัวกลับไปยืนเต็มความสูง วาดยิ้มสวยให้เธออีกครั้งแล้วเดินจากไป


ทิฟฟานี่ถอนหายใจเบาๆขณะมองตามแผ่นหลังเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่าภายใต้หน้ากากแห่งความเฉยชาของเธอกลับเต็มไปด้วยคำถาม...เธอไม่เคยเป็น แบบนี้กับใครมาก่อน เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันคืออะไร ถูกใจ? ถูกชะตา? หรือแค่ความเสน่หาเพียงชั่วครั้งชั่วคราวกันแน่?




ผ่านไปชั่วโมงเศษๆ คนที่วาดภาพเสร็จแล้วก็พากันแยกย้ายไปกันหมด แม้กระทั่งยัยกระรอกซันนี่ก็รีบกุลีกุจอเก็บกระเป๋ากลับไปก่อนเพราะคุณแม่ ของหล่อนจะพาไปเดินห้างซื้อกระเป๋านักเรียนใบใหม่ให้ ทิฟฟานี่จึงก้มหน้าก้มตาวาดภาพต่อไป พอเงยหน้ามาอีกทีก็พบว่าเหลือเธอเป็นนักเรียนคนสุดท้ายที่อยู่ในห้องนี้ ส่วนอาจารย์ประจำชมรมกำลังจดจ่อกับภาพวาดสีน้ำมันอยู่ตรงท้ายสุดของห้อง เขาจรดปลายพู่กันลงบนผ้าใบด้วยความชำนาญ สมาธิจดจ่ออยู่กับผลงานด้วยความมุ่งมั่น จนไม่ทันสังเกตุเห็นเธอที่เดินเข้าไปเงียบๆ เฝ้ามองทุกอิริยาบถยามคนตัวเล็กขยับกายหรือนิ่วหน้าครุ่นคิดว่าจะใส่สีอะไร ลงตรงไหนดี


"ถ้าฉันเป็นงู ป่านนี้คุณครูคงโดนกัดตายไปแล้ว..."


"หืม?" เจ้าของร่างเล็กหันมาเลิกคิ้วใส่ ทำสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน ก่อนจะทักเธอด้วยรอยยิ้มสดใส "เสร็จแล้วหรอคะ?"


"ขอโทษค่ะที่วาดนานไปหน่อย คุณครูเลยต้องรอ---"


"ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้รีบกลับบ้านอยู่แล้ว" มือบางเอื้อมไปปลดเชือกด้านหลังแล้วถอดผ้ากันเปื้อนออก "รีบกลับบ้านเถอะ ทางนี้เดี๋ยวฉันดูแลต่อเอง" ว่าพลางเก็บอุปกรณ์ต่างๆบนโต๊ะโดยไม่คิดว่าเด็กที่บอกให้รีบกลับบ้านไปก่อน จะยังยืนอยู่ที่เดิม


"จะไม่ตรวจมันก่อนหรอคะ?" เด็กสาวชี้ไปที่ภาพวาด "ที่คุณครูบอกว่าศิลปะเปรียบเสมือนตัวแทนความรู้สึกนึกคิดลึกๆของคนวาดในขณะนั้น งั้นบอกได้ไหมคะ..ภาพของฉันบอกอะไรบ้าง?" คำถามของเด็กอายุ 15 ทำให้คนอายุมากกว่าต้องหาคำตอบด้วยการพิจารณาชิ้นงานนั้นใกล้ๆโดยมีทิฟฟานี่ เดินตามไปติดๆ


"วาดเก่งใช้ได้เลยนะ เอ่อ..."


"ทิฟฟานี่ค่ะ...ทิฟฟานี่ จอง" หลังจากบอกชื่อของเธอ ทิฟฟานี่สังเกตุเห็นนัยน์ตาคู่นั้นวูบไหวเพียงครู่เดียว ก่อนเขาจะผินเรียวหน้าขาวใสกลับไปยังรูปภาพสีหม่นตามเดิม


"ภาพวาดของเธอทำให้ฉันรู้สึกถึงความสับสน...หวาดกลัว...โหยหา...การลงสีลักษณะ นี้ บางครั้งก็บอกถึงความเหยื่อยล้าหรือความอึดอัดบางอย่าง" คิมแทยอนหันมาประสานสายตากับเด็กสาวด้วยแววตาจริงจังอบอุ่น "มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคุณจอง?"


"เรียกฉันทิฟฟานี่ดีกว่าค่ะ"


"ถ้างั้น..ทิฟฟานี่...ถ้าครูพูดอะไรผิดไปก็ขอโทษด้วยนะคะ ความจริงเธออาจจะกำลังมีความสุขมากๆอยู่ก็ได้ ครูอาจแปลความหมายของมันผิดเอง..."


"คุณครูพูดถูกแล้วล่ะค่ะ ไม่ผิดหรอก" การที่เธอเป็นคนเงียบขรึม ชอบทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบอย่างที่เป็นอยู่ มันย่อมมีเหตุผลในตัวของมันอยู่แล้ว แต่เธอไม่โทษใครหรอกนะ สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง มันคงเป็นโชคชะตาที่ชอบเล่นตลกกับเรามากกว่า


"มีอะไรปรึกษาฉันได้นะ"


"ครูคิมคิดว่าช่วยฉันได้จริงๆหรอคะ?" ทิฟฟานี่หลุบสายตาลงต่ำ มองมือของตนที่ประสานกันหลวมๆเบื้องล่าง "ไม่มีใครช่วยฉันได้หรอกค่ะ" ตาคู่หวานช้อนขึ้นเพื่อสบตาครูสาวพร้อมรอยยิ้มที่เค้นขึ้นมาบางเบา มันเศร้าหมองจนคนมองรู้สึกได้


"ฉันยังยืนยันคำเดิม" กลีบปากสีแดงสดระบายยิ้มอ่อนโยนให้เด็กตรงหน้า "ถ้าเธอต้องการ ฉันก็พร้อมจะรับฟัง...การเก็บปัญหาไว้คนเดียวมันอึดอัดจะตาย ได้ระบายออกมาบ้างก็ยังดีกว่าไม่ใช่หรอ"


"ถ้างั้น..." ขาเรียวยาวก้าวเข้าไปหาคนอายุมากกว่าช้าๆ "ฉันอยากให้ช่วย..."


เพียงชั่วพริบตา ริมฝีปากอิ่มสวยของทิฟฟานี่ก็ประทับลงบนส่วนเดียวกันกับของอีกฝ่ายอย่างไม่ ทันตั้งตัว เอวคอดกิ่วถูกเรียวแขนโอบรัดไว้ไม่ให้ถอยหนี ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปเกี่ยวรั้งท้ายทอยเพื่อมอบจุมพิตอันแนบสนิทมาก ยิ่งขึ้น กดเรียวปากค้างเอาไว้อย่างนั้น ส่งผ่านลมหายใจอุ่นที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว... แม้ว่าจะตกใจมากแค่ไหน ทว่าแทยอนกลับปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามอำเภอใจอย่างนั้น เปลือกตาบางค่อยๆปิดลงเมื่อความเศร้าหมองถูกส่งผ่านมาพร้อมกับสัมผัสจน รู้สึกได้ เธอไม่อาจปฏิเสธความปวดร้าวที่พยายามบอกเล่าเรื่องราวของมัน ราวกับเสียงกระซิบเพียงแผ่วเบาจากก้นเหวอันมืดมิดหนาวเย็น



ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้เป็นแบบนี้?



"พอเถอะทิฟฟานี่~" แทยอนเอ่ยห้ามเมื่อกลีบปากนุ่มหวานคู่นั้นเริ่มบดเบียดรุกล้ำเข้ามามากยิ่ง ขึ้น สองมือที่เริ่มอยู่ไม่เป็นสุขลากไล้บนร่างกายด้วยความช่ำชอง จนเริ่มสงสัยแล้วว่าเด็กอายุเท่านี้ต้องผ่านเรื่องราวมามากแค่ไหนถึงสามารถ ทำเรื่องแบบนี้ได้โดยปราศจากอาการประหม่าลังเล และเธอเพิ่งตระหนักได้ว่าสิ่งที่ปล่อยให้เกิดขึ้น เป็นอะไรที่ไม่สมควรอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนและอาจารย์อย่างเธอ



มันไม่ใช่ความรัก...มันเป็นเพียงความเห็นใจ
ทว่ามันก็เป็นความเห็นใจที่ไม่เคยให้ใครมากเท่านี้มาก่อน




สำหรับคนที่เพิ่งได้เจอหน้ากันและใกล้ชิดกันเพียงแค่ไม่กี่นาที เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นเลย เพียงแต่เธอไม่อาจเมินเฉยต่อสายตาเศร้าหมองคู่นั้นได้ มันฉายแววแห่งความรวดร้าวราวกับแก้วอันเปราะบางที่พร้อมจะแตกได้ทุกเมื่อหาก ทุกกระทบแค่เพียงแผ่วเบา แม้ไม่อาจเข้าใจสิ่งที่เด็กคนนี้พบเจอ แต่เธอก็อยากช่วยให้เขาหลุดพ้นจากความกังวลเหล่านั้นได้บ้าง


"กลับบ้านได้แล้ว เธอไม่ควรทำแบบนี้ รู้ใช่ไหมคะ"





สาวหน้าหวานในชุดนักเรียนเดินถือกระเป๋าด้วยสปีดที่เร็วกว่าปกติเล็กน้อย ใบหน้าเธอคงจะเหวี่ยงหน่อยๆให้สมกับเรื่องบ้าๆที่ตนได้ทำลงไปเมื่อไม่กี่ นาทีก่อนหน้านี้ เสียงทุ้มของอาจารย์คิมยังดังก้องอยู่ในหัว แม้จะไม่ใช่การดุแต่เธอรู้ดีว่าเขาคงไม่พอใจ แต่ทำไมกันนะ..ทำไมเธอถึงกล้าจูบเขา? ทำไมถึงควบคุมตัวเองไม่ได้เลยยามที่เราอยู่ใกล้กัน นี่มันไม่ใช่ตัวเธอเลย ไม่ใช่ 'ทิฟฟานี่ จอง' คนที่เมินเฉยต่อแทบทุกคนบนโลกนี้


'ฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ย' ปลายนิ้วเรียวสวยแตะลงบนกลีบปากที่ยังมีร่องรอยความชื้นฉ่ำ สัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆที่ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความรู้สึก ให้นึกถึงริมฝีปากคู่นั้น ที่ทั้งนุ่ม..หวาน..ไม่ต่างจากที่คิดไว้ เธออยากบดจูบลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า มึนเมากับความหอมละมุนในทุกสัมผัส และคงหยุดตัวเองไม่ได้หากไม่โดนเขาห้ามขึ้นมาเสียก่อน


รถของคุณแม่จอดรออยู่ตรงที่ประจำเช่นทุกวัน เธอตรงเข้าไปเปิดประตูรถแล้วหย่อนก้นลงเบาะข้างคนขับด้วยความเคยชินโดยไม่ ลืมที่จะหันไปทักทายคุณแม่คนสวยที่กำลังทำหน้าสงสัยอาการของเธออยู่ข้างๆ


"ใครทำลูกสาวแม่หน้าหงิกขนาดนี้หื้ม?"

'เจสสิก้า จอง' คุณแม่วัย 34 ทักลูกคนเดียวของตนพลางลูบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนด้วยความเอ็นดู ทิฟฟานี่ยังทำหน้ายู่คิ้วพันกันไม่หาย คุณนายจองจึงเลื่อนมือไปดึงแก้มใสๆให้เจ้าตัวร้องโอดโอยประท้วงอย่างออดอ้อน


"เจอหน้ากันแล้วไม่คิดจะยิ้มให้กันหน่อยหรอ? ฉันรอเธออยู่ตั้งนานนะ" สำเนียงเย้าหยอกเปล่งผ่านริมฝีปากที่ยกยิ้มหัวเราะขันอย่างสุนทรีย์ ทิฟฟานี่สังเกตุเห็นความรื่นรมย์ในดวงตาคมเฉี่ยวที่กำลังเปล่งประกายวะวับ พร่างพราวราวกับมีดาวนับล้านขับแสงแข่งกันอยู่ในนั้น อ่า...มันทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นจนอดที่จะส่งยิ้มหวานกลับไปให้เขาไม่ได้


"ขอโทษค่ะ พอดีหนูมีเรื่องให้คิดนิดหน่อย" ไหนๆคุณแม่ก็อารมณ์สดใสขนาดนี้แล้ว เธอควรตัดเรื่องอื่นที่กังวลทิ้งไป และดีใจที่คนข้างๆไม่ได้กำลังหงุดหงิดจากปัญหาชีวิตเรื่องอื่นๆอยู่


คิดได้เช่นนั้น สาวหน้าหวานจึงซุกตัวเข้าไปอิงแอบในอ้อมกอดแม่ที่กางออกเพื่อรับตัวเธอเข้า ไปพะเน้าพะนอในวงแขน ผ่อนลมหายใจผ่านปลายจมูกช้าๆ ปล่อยให้แม่ลูบหัวเธอแผ่วเบา สูดกลิ่นน้ำหอมที่พัดโชยเข้ามาปลอบประโลมด้วยความอ่อนโยน เธอชอบช่วงเวลาแบบนี้ที่สุด อยากหยุดความรู้สึกเหล่านี้เอาไว้นานๆ ทิฟฟานี่คิดเสมอว่าทุกครั้งที่แม่กอด มันรู้สึกเหมือนเธอได้กลับ 'บ้าน' สถานที่ที่ทั้งปลอดภัยและอบอุ่นที่สุดสำหรับเธอ



หากพระเจ้าประทานพรให้หนึ่งข้อ…
ทิฟฟานี่จะไม่ขออะไรเลยนอกจาก 'ความสุขของแม่'




รอยยิ้มของแม่ก็เหมือนรอยยิ้มของเธอ เรามีกันอยู่แค่สองคนแม่ลูก แม่เหนื่อยเพราะเธอมามาก และเธอไม่อยากให้ ใคร หรือ อะไร เข้ามากระทบกระเทือนความรู้สึกอันอ่อนไหวเปราะบางของแม่อีก ได้แต่ภาวนาให้พระองค์ทรงไม่ทอดทิ้งเราเหมือนที่ผ่านมา



ทว่าเธอคงขอช้าเกินไป

หรือสวรรค์อาจไม่ได้ยินคำขอของเธอ




หน้ารั้วบ้านปรากฎยานพาหนะสีดำคันหรูจอดนิ่งสนิทอยู่ริมฟุตบาทโดยไร้เงาผู้เป็น เจ้าของ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งเจสสิก้าและทิฟฟานี่ก็รู้ดีว่าเป็นรถใคร เจสสิก้าจิ๊ปากเสียงดัง หัวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนเหยียบคันเร่งพารถของเธอเข้าไปจอดในรั้วบ้านด้วยความรวดเร็ว เสียงล้อบดถนนส่งผลให้ชายร่างใหญ่ที่กำลังยืนพิงประตูบ้านเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ เจสสิก้าเปิดประตูก้าวลงจากรถแล้วปรี่เข้าไปหาคนที่ไม่อยากเห็นหน้ามากที่สุดบนโลกนี้ โดยมีสายตากังวลของทิฟฟานี่มองตามไปติดๆ


"มาทำไม? อ๊ค แทคยอน" น้ำเสียงเกรี้ยวกราดบวกถ้อยคำตัดสัมพันธ์พ่นผ่านริมฝีปากสีแดงจัด แม้ว่าชายคนนี้จะมีสายเลือดเดียวกับทิฟฟานี่ ลูกสาวของเธอก็ตามที


"ผมแค่อยากมาหาคุณกับลูก"


"เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน กลับไปซะ" ตาคู่สวยระบายความเกลียดชังออกมาอย่างเห็นได้ชัด เธอกำหมัดแน่นจนสั่นระริก ไม่สนว่าปลายเล็บจะจิกเข้าไปในเนื้อให้เจ็บแสบแค่ไหน เพราะใจเธอมันเจ็บยิ่งกว่านั้นเยอะ!


"อย่างน้อยให้ผมได้เจอหน้าลูกบ้างก็ยังดี เจสสิ---"


"จะออกไปตอนนี้หรือต้องให้ฉันเรียกตำรวจมาลากคุณออกไป!"


"เราจะคุยกันดีๆสักครั้งบ้างไม่ได้เลยหรอเจส~ ผมรักคุณ ผมพร้อมจะรับผิดชอบชีวิตคุณกับลูก ผมอยากมีโอกาสทำหน้าที่ 'พ่อ' ของทิฟฟานี่สักครั้งในชีวิตก็ยังดี… ทำไมคุณถึงเอาแต่ปฏิเสธผมแบบนี้เจสสิก้า" แววตาชายหนุ่มเต็มไปด้วยความปวดร้าว อดีตเลวร้ายที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ มันทำลายชีวิตเราทั้งคู่จนพัง ไม่เว้นแม้กระทั่งเลือดเนื้อเชื้อใขที่ต้องพลอยรับกรรมในครั้งนี้ไปด้วย แทคยอนมองลูกสาวของตนที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นแม่ ขอบตากลับร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อในสายตาของเด็กสาวไม่เคยมองเห็นเขาเป็น พ่อ เลยสักครั้ง


"ออกไป…..ฉันบอกให้ออกไป๊!!!"


ทิฟฟานี่ดึงเอวคุณแม่เข้ามากอดด้วยความเป็นห่วง หวังเพียงให้เขาสงบอารมณ์ลงได้บ้าง ขณะที่แผ่นหลังบางเริ่มสั่นเทิ้มจากแรงสะอื้นที่ไม่รู้ว่าเกิดจากความชิงชัง หรือความเจ็บปวดมากกว่ากัน


"ขอบคุณที่เป็นห่วงพวกเรานะคะ แต่คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ...หนูขอร้อง" เป็นฝ่ายเด็กสาวเสียเองที่เอ่ยขึ้นมา เธอไม่เพียงสงสารคุณแม่ แต่เธอก็สงสารเขาเช่นกัน เธอเห็นความพยายามที่ไม่เคยเป็นผลของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันเป็นความพยายามที่ถูกตอบแทนด้วยความว่างเปล่าและรอยร้าวที่นับวันยิ่ง ชัดเจนมากกว่าเดิม


"พ่อไปก่อนก็ได้" แทคยอนวางถุงของฝากมากมายไว้บนโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆ ทุกอย่างล้วนเป็นของชอบของเจสสิก้าทั้งนั้น รวมถึงของใช้สำหรับเด็กวัยรุ่นอย่างทิฟฟานี่ด้วย "ผมไปก่อนนะ...อยากให้คุณกับลูกรู้เอาไว้...ผมอยู่กับพวกคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่ก็ตาม..." ชายหนุ่มทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะเดินหันหลังจากไป


ประตูรั้วบ้านปิดลงพร้อมกับความเงียบที่โรยตัวลงมาปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ เจสสิก้ากระแทกเท้าฉับๆ พาร่างสะโอดสะองออกไปจากตรงนั้นให้เร็วที่สุด หัวใจเธอปวดหนึบและยังคงเต้นกระหน่ำรัวอย่างบ้าคลั่ง แทบไม่มีสติหลงเหลือให้ควบคุมอารมณ์อันแปรปรวนของตัวเองได้อีก


ปึง...และทันทีที่ก้าวเหยียบเข้ามาในตัวบ้าน ร่างของทิฟฟานี่ก็ถูกดันจนติดผนังกำแพงเย็นเยียบ เด็กสาวหมดสิทธิ์เอ่ยค้านใดๆเมื่อริมฝีปากของผู้เป็นแม่ตามลงมาทาบทับด้วย ความรวดเร็ว เรือนกายสวยสะพรั่งบดเบียดเข้ามาแนบชิด ดั่งเพลิงอารมณ์ที่กำลังโหมกระหน่ำท่ามกลางสายน้ำอันเชี่ยวกราด...เธอไม่อาจ ต้านขืนได้เลย










ก่อนอื่นขอออกตัวแรงเลยนะคะ อย่าหาสาระหรือศีลธรรมใดๆจากฟิคเรื่องนี้ 555
นอกจากจะตั้งใจแต่งให้ตัวละครดาร์คๆแล้ว ยังอยากรักษาความสวาทเอาไว้ด้วย
อย่าแปลกใจทำไมฟานี่อายุแค่นี้ถึงกล้าจูบคุณครูคิมหน้าตาเฉย (ก็คนมันเคยอ่ะ)
แล้วก็อย่าเพิ่งด่าไรท์นะว่า คุณเมิงจะหื่นไปไหน แม่ลูกก็ยังไม่เว้น นังคนอำมหิต!
เอาเป็นว่า อยากให้ดูปมหลังของตัวละครที่สะท้อนเรื่องราวของแต่ละคนก่อนค่ะ
แล้วคุณจะได้ด่าไรท์แบบเต็มปากเต็มคำโดยปราศจากข้อกังขาใดๆ ...ไม่ใช่ละ!





 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 4 ต.ค. 58 / 20:30


 
T W O


*** เนื้อหาบางส่วนจะปาดขาวเอาไว้ ใครยังเด็กห้ามลากดูนะจ๊ะที่รัก ***





แม้จะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป
แต่ฉันกลับพึงพอใจเหลือเกิน



เจสสิก้าไม่อาจหยุดแรงอารมณ์ของตัวเองได้ เธอไม่สามารถควบคุมร่างกายได้เลยยามสภาวะจิตใจไม่เป็นปกติเช่นนี้ ความโกรธเกลียดชิงชังที่มีต่อคนอื่น ถูกกลั่นออกมาในรูปแบบของ 'ความต้องการ' อันมากล้น ปั่นป่วนคับแน่นอยู่ในทรวงดั่งลาวาร้อนระอุใต้ภูเขาไฟที่ต้องเร่งหาทางระบาย ออกให้หมด เธอไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป สูญเสียความยับยั้งชั่งใจโดยสิ้นเชิง... ริมฝีปากอุ่นผ่าวจรดลงบนกลีบปากสีแดงฉ่ำ
อันสั่นเทาของทิฟฟานี่บดเบียดลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปรุกรานอีกฝ่ายอย่างไม่ปรานีปราศรัย มือบางเลื่อนขึ้นไปช้อนท้ายทอยเมื่อเด็กสาวทำท่าคล้ายกับจะถอยหนี ส่งผลให้รสจูบแนบชิดยิ่งขึ้น ปลายลิ้นตวัดด้วยความช่ำชองเร่าร้อน ขณะที่ชายเสื้อเชิ้ตเธอถูกคนอ่อนวัยกว่ากำไว้เสียแน่นด้วยสองมืออันสั่นเทา


อื้อ~


ทิฟฟานี่ส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเมื่อจุมพิตหนักหน่วงเนิ่นนานได้ดูดกลืนลม หายใจจนแทบหมดสิ้น ริมฝีปากบางสวยยังคลอเคลียไม่ห่าง จนกระทั่งมือของเจสสิก้าสอดผ่านชายเสื้อเข้าไปลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่ม ตะขอชุดชั้นในถูกปลดออกอย่างง่ายดายในเวลาต่อมา


"แม่...หยุดเถอะนะ....ฟ..ฟานี่ขอร้อง~" สาวหน้าหวานรวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่เพื่อเรียกสติของแม่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


เจสสิก้าค่อยๆถอนเรียวปากร้อนระอุออกมา สามัญสำนึกบอกให้พอให้หยุดเสียที ทว่าร่างกายกลับทวีความต้องการมากขึ้นเมื่อได้สบตากับอีกคนที่กำลังปรือตา มองเธอด้วยสายตาอ้อนวอน แม้ว่าสองหน่วยตาจะเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแต่มันกลับฉ่ำหวานและเชิญชวนเหลือ เกิน ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะเคลื่อนกายเข้าไปหาร่างบางอีกครั้งพร้อมกับเสียงแห่ง ความทรงจำที่ดังขึ้นมาในหัว ความทรงจำอันน่าละอายที่เธอไม่มีวันลืมเลือน



...5 ปีก่อน...



"คุณแม่จะไปไหนคะ?" เสียงเล็กๆเอ่ยรั้งให้คนที่กำลังเปิดประตูออกจากบ้านต้องชะงัก มือบางค้างอยู่ตรงลูกบิด ก่อนจะผินใบหน้าสวยคมกลับมาหาเจ้าตัวเล็กที่ยืนหงอยอยู่ด้านหลัง


"เดี๋ยวแม่กลับมา ไปอาบน้ำแล้วเข้านอนซะนะ" เจสสิก้าพยายามข่มอารมณ์โทสะที่กำลังเดือดพล่านจากสายโทรศัพท์ที่เพิ่งตัดไป เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ แทคยอนพยายามอ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อเพื่อขอดูแลทิฟฟานี่ ซึ่งเธอไม่มีวันยอมเด็ดขาด! ลูกของเธอ..เธอเลี้ยงเองคนเดียวได้ ไม่ต้องให้ใครมายุ่ง แค่ได้ยินเสียงผู้ชายคนนั้นมันก็ทำให้เธอหงุดหงิดจนแทบเป็นบ้า เจสสิก้าไม่อยากยอมรับด้วยซ้ำว่าครึ่งนึงของสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัว ทิฟฟานี่ก็คือเลือดเนื้อเชื้อไขของผู้ชายน่ารังเกียจคนนี้!


เธอรักลูกมาก
แต่ก็เกลียดพ่อของเขามากพอๆกัน



"หนูไม่อยากอยู่คนเดียว...คุณแม่อย่าไปเลยนะคะ..."


"เดี๋ยวแม่กลับมา ฟานี่เป็นเด็กดีใช่ไหม ฟานี่ต้องเชื่อฟังแม่สิคะ"


ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ทิฟฟานี่ยังไม่รู้ความ เธอจะโทรตาม 'ผู้หญิงอย่างว่า' ให้มาปรนเปรอจนกว่าอารมณ์จะกลับสู่ภาวะปกติถึงที่บ้าน แต่เมื่อเด็กน้อยโตขึ้นเจสสิก้าจึงเลือกที่จะออกไปข้างนอกแทน มันคงไม่เหมาะที่จะให้ลูกรับรู้เรื่องพวกนี้ และมันคงไม่ถนัดเลยหากเธอจะส่งเสียงกรีดร้องให้ทะลุกำแพงห้องออกมาให้ลูกได้ ยิน


"แต่หนูไม่อยากให้แม่ไปนี่คะ คุณแม่จะดุจะตีหนูก็ได้ถ้ามันทำให้แม่อารมณ์ดีขึ้น... แต่คุณแม่อย่าไปไหนเลยนะคะ อยู่กับฟานี่นะ~" แม้จะรู้ดีว่าคุณแม่กำลังอารมณ์ไม่ดี แต่ทิฟฟานี่ก็ไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้เพียงลำพัง ทุกครั้งที่แม่โมโหแม่จะออกไปข้างนอกเสมอ เธอไม่รู้ว่าแม่ไปไหน รู้แต่เพียงว่าไม่อยากถูกทิ้งแบบนั้นอีกแล้ว สองแขนเล็กๆกอดรัดร่างของผู้เป็นแม่เอาไว้ ใบหน้าหวานซุกบนแผ่นหลังด้วยกลัวว่าเขาจะหายไปไหนอีก


"ลูกกลัว ปีศาจรึเปล่า?" เจสสิก้าถอนหายใจช้าๆขณะหมุนตัวกลับมาหาร่างเล็ก มือเรียวสวยจับไหล่สองข้างนั้นไว้เพื่อประสานสายตากับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ กำลังมองกลับมาด้วยความสงสัย "ถ้าแม่บอกว่าแม่กำลังจะกลายเป็นปีศาจร้าย...ฟานี่จะยังอยากให้แม่อยู่ด้วย ไหม?" คำตอบที่ได้คือการพยักหน้าระรัวอย่างไม่ลังเล โดยที่เจ้าตัวไม่อาจล่วงรู้เลยว่า 'ปีศาจ' ที่เจสสิก้าพูดถึงนั้นป็นเช่นไร


"ถ้าอย่างนั้น ฉันจะอยู่กับเธอ..." เจสสิก้าปล่อยมือจากไหล่บอบบาง สาวเท้าไปนั่งบนโซฟาที่อยู่ไม่ไกล "มานี่สิ~"


เด็กน้อยเดินเข้าไปหาอย่างว่าง่าย ไม่ต่างจากลูกแกะไร้เดียงสาที่ก้าวเข้าไปสู่กรงเล็บอันแหลมคมของ ราชสีห์...ทันทีที่ร่างเล็กๆหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ทิฟฟานี่ก็ถูกผู้เป็นแม่ดึงเข้าไปกอด ถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนที่โอบรัดเบาๆให้เธอนั่งคร่อมอยู่บนตักเขาอย่างไม่ ทันตั้งตัว เจสสิก้าประคองใบหน้าอ่อนวัยด้วยสองมือ ก่อนโน้มริมฝีปากลงไปจุมพิตเบาๆบนตำแหน่งเดียวกัน สัมผัสนุ่มละมุนกดลงไปซ้ำๆโดยไม่มีท่าทีว่าจะผละออกมาง่ายๆ เปลี่ยนกู้ดไนท์คิสวันนี้ให้แตกต่างไปจากที่เคยเป็น ปลายลิ้นอุ่นร้อนถูกส่งออกมาละเลียดบนกลีบปากของเด็กน้อยที่ขบเม้มเข้าหากัน ตามสัญชาตญาณ ทิฟฟานี่หลับตาปี๋ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่ออีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้คนไร้ประสบการณ์ได้หยุดพัก แม้แต่น้อย ฝ่ามือบางค่อยๆเลื่อนลงไปช้าๆ ก่อนที่ร่างเล็กจะถูกดันให้นอนลงบนโซฟา


ร่างกายอันแสนบริสุทธิ์ และเปราะบางถูกรุกรานจากสัมผัสของผู้ใหญ่ที่ขาดสติ ผิวเนื้อขาวนุ่มถูกตีตราด้วยรอยช้ำยามริมฝีปากขบเม้มดูดดุนอย่างเอาแต่ใจ เสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่บนพื้น ไม่ต่างจากหัวใจดวงน้อยที่กำลังร่ำไห้ราวกับจะแตกสลายในไม่ช้า


"คุณแม่...ฮือออ~ คุณแม่อย่าทำฟานี่เลยนะคะ ฮึก..."


เธอนำความเจ็บปวด โกรธแค้น ชิงชัง มาลงกับเด็กคนนี้แทนที่จะเป็นผู้หญิงในเลาจ์อย่างเช่นทุกครั้ง หากทิฟฟานี่ไม่รั้งเอาไว้ คนที่เธอจะระบายความกระหายใคร่อยากที่ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงก็คงไม่ใช่เขา ใบหน้าใสที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา เป็นดั่ง 'ตราบาป' ที่ตอกตรึงเข้าไปในหัวใจ เธอไม่อาจหยุดความต้องการของตัวเองได้ เหมือนโรคร้ายที่กำเริบลุกลามโดยปราศจากการรักษาอย่างถูกวิธี และคงไม่มีใครคิดว่า...




ห้าปีหลังจากวันนั้น ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม





เรือนกายผุดผาดของเด็กสาวอายุ 15 ถูกกดให้จมลงไปกับฟูกนุ่มบนเตียงหลังใหญ่ แสงไฟสีส้มอ่อนพากันสาดสะท้อนบนผิวขาวสว่างอย่างหิวกระหาย โลมไล้ผิวเนื้อเนียนนุ่มที่อาบชะโลมไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ทิฟฟานี่ผ่อนลมหายใจหวามไหวผ่านปลายจมูกสวย ทอดกายอ่อนระทวยอยู่ใต้อาณัติของหญิงสาวที่ยังคงสวยสะพรั่ง เปล่งปลั่งดั่งอัญมณีที่ถูกเจียระไนมาอย่างประณีตบรรจง เรือนกายสะโอดสะองด้านบนสะกดลมหายใจของเด็กสาวให้ติดขัดขาดห้วงอย่างห้ามมิ ได้ จนทิฟฟานี่ต้องเบี่ยงใบหน้าหนีไปด้านข้างเพื่อให้ปลายสายตาหยุดอยู่ตรง หน้าต่าง แทนที่จะเป็นเรือนร่างสวาทเย้ายวนตรงหน้า ดูเหมือนว่าอายุที่มากขึ้นไม่ได้ส่งผลต่อเจสสิก้าเลยสักนิด เธอยังคงสวยสง่าและงดงามไม่แตกต่างจากสิบกว่าปีก่อน



"อื้มมม~" แม้จะพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของตัวเองแค่ไหน ทิฟฟานี่ก็ไม่อาจหยุดเสียงร้องของตัวเองให้เคลิ้มตามบทเพลงสวาทอันเร่าร้อน ของผู้ใหญ่ได้เลยสักครั้ง ร่างกายตอบสนองทุกสัมผัส หมดเรี่ยวแรงต่อต้านในเมื่อรู้ดีอยู่แล้วว่าสุดท้ายย่อมพ่ายแพ้ให้กับเขา อยู่ดี


"คุณแม่...อ..อื้อออ"


"เธอต้องเรียกฉันว่ายังไงฟานี่"



ใช่.....ตอนนี้เขาไม่ใช่แม่
ไม่ใช่...แค่ตอนนี้เท่านั้น



"เจสสิก้า~" เสียงกระเส่าครางเรียกชื่อเขาอย่างว่าง่าย


"ดีมาก เด็กน้อย~" เจสสิก้าประทับริมฝีปากบนขมับชื้นเหงื่อของเด็กสาว ก่อนจะแทรกปลายนิ้วเข้าไปสำรวจในร่างกายอันร้อนระอุ เรียวขาข้างนึงถูกดันให้ฉีกออกเพื่อที่จะได้สอดนิ้วเข้าไปลึกกว่าเดิม


ทิฟฟานี่เปล่งเสียงครางไม่เป็นภาษา ยามเรียวนิ้วขยับเข้าออกด้วยความร้อนแรง ยอดอกชูชันจากการถูกรุกเร้าด้วยริมฝีปากเจสสิก้าครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายดังขึ้นเมื่ออารมณ์รักถูกผลักทยานขึ้นไป สูงสุดปลายทาง


ไฟตัณหายังไม่จบลงง่ายๆ เมื่อเจสสิก้าหย่อนบั้นท้ายลงบนสะโพกของเด็กสาว ส่งผลให้ส่วนอ่อนไหวของเราบดเบียดแนบชิดเข้าหากัน ส่งผ่านความชื้นฉ่ำยามสะโพกมนขยับเร่งจังหวะให้หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เสียงครางแหบต่ำในลำคอหญิงสาวค่อยๆกระชั้นถี่ ดังมากขึ้น...มากขึ้น...และในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เจสสิก้าก็เป็นฝ่ายส่งเสียงครางสะท้านเมื่อส่งตัวเองไปแตะขอบสวรรค์ได้อย่าง งดงาม





ขณะที่ความสงบสุขกลับคืนสู่ครอบครัวจองอีกครั้ง
อีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ห่างออกไปกลับข่มตาไม่ลงเสียที





ร่างเล็กบนเตียงคิงไซส์ดันลมหายใจขึ้นโพรงจมูกแล้วผ่อนออกช้าๆอย่างอ่อนใจเป็น รอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้นับตั้งแต่วินาทีแรกที่ทิ้งตัวลงนอนบนฟูกนุ่ม ผ่านมาชั่วโมงกว่าๆกับพยายามอันสูญเปล่าที่จนแล้วจนรอดก็ยังนอนไม่หลับ ท้ายที่สุดแล้ว คิม แทยอน จึงยอมจำนนต่อความคิดฟุ้งซ่านที่กำลังตีรวนอยู่ในหัวสมองราวกับสงครามเล็กๆ ที่ยังไม่จบไม่สิ้น เจ้าของใบหน้าอ่อนวัยตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียง ลากสลิปเปอร์สีฟ้าอ่อนตรงไปยังห้องครัวท่ามกลางแสงสลัวที่ส่องมาจากด้านนอก สองขาก้าวเอื่อยเฉื่อยขณะส่งมือข้างนึงขึ้นไปยีผมจนยุ่งพันกันไปหมดด้วยความ หงุดหงิดใจ


'จะอะไรกันนักกันหนากะอีแค่โดนเด็กจูบ กากชิบหาย' (=‵′=)
บ่นพึมพำกับตัวเองขณะเปิดประตูตู้เย็นออกเพื่อคว้าเอานมสดมารินใส่แก้ว


สัมผัสจากริมฝีปากอิ่มของทิฟฟานี่ยังคงตราตรึงในความรู้สึก หลอกหลอนอยู่ในห้วงความคิดดั่งภาพนิยายที่ถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งอยากลบลืมเพียงใด ภาพความทรงจำก็ยิ่งย้อนไหลกลับมาเล่นตลกกับเธออยู่ดี… ใช่ว่าจะไม่เคยผ่านเรื่องพวกนี้มาเสียเมื่อไหร่ถึงต้องมานั่งหวั่นไหวกับจูบของคนแปลกหน้า มากกว่านี้ถึงขั้นร่วมเตียงก็เคยมาแล้ว ใช่ เธอผ่านมาหมดแล้ว ถึงแม้ว่าตอนนี้แทยอนจะโสดก็ไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมาจะไม่เคยมี 'แฟน' เสียหน่อย



เพียงแค่มันผ่านมานานแล้ว…
นานมาก จนอาจเรียกได้ว่านั่นคือ 'รักสุดท้าย'



ตั้งแต่วันที่ใครคนนั้นเดินจากไป ราวกับว่าเขาได้เอาหัวใจของเธอไปด้วย...เธอไม่เหลือความรู้สึกให้รักใครได้ อีก แม้จะพยายามเปิดใจให้คนใหม่ๆที่ผ่านเข้ามา แทยอนกลับค้นพบว่า ท้ายที่สุดแล้วคนเหล่านั้นก็ต้องเดินจากไป เพราะคงไม่มีใครอยากคบกับ 'คนไร้หัวใจ' เช่นเธอ


และสำหรับ 'ทิฟฟานี่ จอง' เด็กสาวที่ชอบตีสีหน้าเรียบนิ่งเฉยชา ท่าทีเชิดหยิ่งขัดกับใบหน้าสวยหวานแบบนั้น กลับทำให้แทยอนนึกถึงใครบางคนขึ้นมา แม้พยายามบอกตัวเองว่าสกุล 'จอง' ไม่ได้มีแค่คนเดียวบนโลก เหมือนนามสกุลคิมของเธอที่ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เจอแต่ 'คิม' นำหน้าชื่อเต็มไปหมด (ขนาดท่านผู้นำเกาหลีเหนือยังสกุลคิมเลย ญาติกันรึก็ไม่ใช่!) แต่แทยอนไม่อาจปฏิเสธได้ว่าวินาทีแรกที่ได้ยินชื่อเด็กคนนั้น ก้อนเนื้อในอกพลันกระตุกวาบทันทีที่ได้ยินชื่อสกุลอันคุ้นเคย เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนเจ้าตัวจะกระดกนมดื่มจนหมดแก้ว


แววตาเด็กคนนี้ช่างเหมือน 'เขาคนนั้น' เหลือเกิน





... 3 เดือนผ่านไป ...



ทิฟฟานี่ค้นพบว่าศิลปะช่วยให้เธอผ่อนคลายขึ้นมาก จากเดิมที่ชอบทำสีหน้าเย็นชา กลับปรากฎรอยยิ้มหวานจัดให้เพื่อนๆเห็นอยู่บ่อยครั้ง จะบอกว่าเธอดูสดใสร่าเริงกว่าเก่าก็คงไม่ผิดนัก...หนึ่งก็คงเป็นเพราะการวาด ภาพที่ช่วยเยียวยาจิตใจให้ดีขึ้น สองก็คงเป็นเพราะคุณครูหน้าใสนั่นแหละ ที่คอยแนะนำเป็นกำลังใจให้เธอตลอด


"เรานี่นะ วาดกี่ภาพๆก็มาแนวนี้หมดเลย ให้ตายสิ~" แทยอนยืนบ่นงุบงิบเชิงยั่วหยอกขณะเท้าสะเอวมองภาพวาดสีทึมเทาที่แฝงความ เศร้าราวกับถูกหักอกมาร้อยครั้งของนักเรียนหน้าหวานคนสนิท ..ที่ไม่รู้ว่าไปสนิทกันจริงๆตอนไหน.. กว่าจะรุ้ตัวอีกที ทั้งคู่ก็สามารถเย้าแหย่กันได้โดยไม่ผิดใจกันแบบนี้


"หัดใช้โทนสีสดใสๆมั่งสิคะเราน่ะ...สีชมพูเป็นไง? ชอบสีนี้ไม่ใช่หรอ...จะลงสีชมพูไล่ระดับทั้งแผ่นเลยก็ได้นะ คราวหน้าลองวาดดูสิคะ"


"รู้ได้ไงว่าฉันชอบสีชมพูคะ?"


แทยอนปราดตามองทิฟฟานี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ยางมัดผมสีชมพู กิ๊บชมพู เสื้อโค้ทชมพู นาฬิกาชมพู ถุงเท้าชมพู หืม... พิงค์-ขึ ไปทั้งตัวขนาดนี้ ใครเดาไม่ออก ถ้าไม่โง่ก็ตาบอดสีแล้วล่ะ!


เดาจากสายตาก็พอจะรู้ว่าคิดอะไรอยู่...ทิฟฟานี่ยู่หน้าใส่ครูสาวก่อนจะหันกลับ ไปเก็บข้าวของอุปกรณ์การเรียนทั้งหมดลงกระเป๋าใบโต ความมหาศาลที่ไม่เข้าใครออกใครทำให้สาวหน้าหวานยินดีที่จะแบกทุกอย่าง ที่(คิดว่า)จำเป็นในการใช้ชีวิตไว้ในเป้สีชมพูใบนี้โดยไม่คิดว่ามันเดือด ร้อนหรือหนักหนาอะไรเลย...แทยอนหัวเราะน้อยๆยามเห็นอีกฝ่ายตวัดเป้ขึ้นไป สะพายบนบ่า กระเป๋าเหวี่ยงวืดเกือบ 360 องศา ก่อนที่มันจะเข้าล๊อคเกาะบนไหล่บางแบบพอดิบพอดี (ขนาดแค่สะพายกระเป๋า ท่ายังเยอะขนาดนี้) เธอคลอนศีรษะเบาๆด้วยความเอ็นดู ก่อนจะรวบเอาอุปกรณ์วาดรูปของตนที่ตั้งอยู่บนพื้นขึ้นมาถือ...ทั้งขาตั้ง ผ้าใบสำหรับวาดรูป พู่กัน จานสี และจิปาถะอีกมากมายจนดูพะรุงพะรังไปหมด


"ฉันช่วยถือนะคะ จะเอาไปไว้ที่ห้องพักครูหรอ?" ทิฟฟานี่รีบปรี่เข้าไปด้วยจิตอาสา แม้ว่ากระเป๋าของตนจะหนักแค่ไหนแต่เธอก็สะพายจนชินเสียแล้ว ช่วยคุณครูถือของนิดหน่อยถือว่าสบายมาก


"ไหวหรอ?" เห็นท่าทางทุลักทุเลนิดๆเลยถามด้วยความเป็นห่วง


"ไหวสิคะ ไปกันเถอะ" ทิฟฟานี่ตอบพร้อมตายิ้มที่ถูกดันขึ้นจนโค้งหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เป็นภาพที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นนัก จนแทยอนอดยิ้มตามไม่ได้


เดินจากห้องศิลปะไปไม่นานก็ถึงที่หมาย ประตูห้องพักครูถูกดันเข้าไป ตามด้วยเจ้าของห้องที่เดินตรงไปยังโต๊ะทำงานอย่างคุ้นเคย "วางไว้ตรงนั้นแหละ ที่เหลือฉันจัดการต่อเอง" แทยอนหันไปบอกทิฟฟานี่แล้วจัดการวางขาตั้งไม้และของอื่นๆกองไว้บนพื้น และในจังหวะที่ดึงตัวขึ้นยืนแล้วจะหันไปขอบคุณน้ำใจของอีกคน เธอกลับพบว่าเราสองคนอยู่ใกล้กันมากเกินไปเสียแล้ว...



เสี้ยววินาทีที่ปลายจมูกเฉี่ยวกันเบาๆ
หัวใจของแทยอนแทบร่วงลงไปกองแทบเท้า




เธอไม่ทันสังเกตุเลยว่านักเรียนสาวมาเข้ามายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ตัวเลยว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้กันถึงเพียงนี้... แทยอนไม่คิดเลยจริงๆว่าทิฟฟานี่จะอยู่ในระยะประชิดให้ตั้งตัวไม่ติดอย่างคน เสียหลัก ใบหน้าของเราห่างกันเพียงแค่คืบ สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจที่รินรดเฉียดกันแผ่วเบา


"อ..เอ่อ...โทดที~"


'เข้ามายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?'


แทยอนรีบถอยออกมาเว้นระยะให้อยู่ในช่วงปลอดภัย หากใครเข้ามาเห็นเข้าคงไม่ดีแน่ๆกับท่าทีสองแง่สองง่ามเช่นนี้ ทว่า..ทิฟฟานี่กลับขยับเข้ามาใกล้มากขึ้น พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ยากต่อการคาดเดาความหมาย ทำให้ร่างเล็กอดนึกถึงวันแรกที่ถูกเด็กคนนี้จู่โจมไม่ได้...



จูบที่ผู้ใหญ่อย่างเธอต้องยอมสยบ



กึก! แทยอนถอยหนีจนบั้นท้ายชนขอบโต๊ะ เดาไม่ออกว่าเด็กมันมาไม้ไหนกันแน่ แต่แววตาวิบวับเจ้าเล่ห์คู่นั้นก็แทนคำตอบได้ดีอยู่แล้ว ...จะแกล้งอะไรอีก... ทิฟฟานี่โน้มใบหน้าเข้ามาเรื่อยๆ สองมือเท้าลงบนขอบโต๊ะโดยมีร่างครูสาวคั่นอยู่ตรงกลาง แทยอนยืนนิ่งไร้ทางหนีด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไร เห็นเหมือนเด็กเก็บกดแบบนี้ อันที่จริงทิฟฟานี่ก็ขี้เล่นใช่ย่อยเลยนะ



"ไม่คิดจะจูบหรอกใช่มั้ย..." ปลายนิ้วชี้จิ้มลงบนหน้าผากนักเรียน ก่อนออกแรงดันเพื่อให้อีกคนผละออกช้าๆ "เธออาจทำให้ฉันโดนไล่ออกง่ายๆถ้ามีใครมาเห็นแล้วเข้าใจผิดว่าครูจะกินตับ เธอกลางโรงเรียน"


"งั้นเปลี่ยนเป็นโรงแรมไหมคะ?"


"ทิฟฟานี่!" ดุเสียงแข็งขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเด็กมันไม่เกรงกลัวกันเลยสักนิด ถึงจะเป็นคนสนิทแต่แทยอนก็ไม่อยากให้ปีนเกลียวมากนัก เธอยังเป็นอาจารย์ของที่นี่ ก็ควรวางตัวให้เหมาะสมสิ ถูกมั้ย?


"โอเคๆค่ะ ไม่เล่นแล้วก็ได้..." เอ่ยพลางถอยหลังออกไปทีละก้าวๆอย่างไม่รีบร้อน "งั้นน้องฟานขอตัวไปซ้อมเชียร์ก่อนนะคะ คุณครูจะกลับบ้านเลยหรือเปล่า?"


"อื้ม ตั้งใจซ้อมล่ะ"


"พรุ่งนี้เจอกันนะคะ ^^"


แทยอนโบกมือไล่ให้ไปๆซักที ขณะที่ทิฟฟานี่ส่งยิ้มหวานตาปิดให้อย่างร่าเริง เดินไปไม่กี่ก้าวก็ถึงประตูหน้าห้อง ก่อนจะเปิดประตูออกไป สาวหน้าหวานหันกลับมาพูดประโยคทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี


"อ้อ.....ครูคิมอยากให้ฉันวาดรูปสีชมพูจริงๆหรอคะ"


"ก็เห็นวาดแต่สีดำๆเทาๆม่วงๆ ไม่เบื่อบ้างหรอ...ฉันแค่อยากให้เธอสดใส เวลายิ้มน่ะ...น่ารักกว่าเวลาทำหน้าเศร้าเยอะเลย"


"ถ้างั้นเรามาเป็นแฟนกันไหมคะ?"


"ห๊ะ?!"


"การระบายโทนสีชมพู ถ้ามีความรักก็คงทำมันออกมาได้ดี.....เพราะฉะนั้น ช่วยเป็น 'ความรัก' ให้ฉันหน่อยได้มั้ยคะ..."


"....." สิบวินาทีผ่านไปกับความเงียบ สมองกำลังประมวลผลหาคำตอบที่เหมาะสมในสถานการณ์คลุมเครือเหมือนจะทีเล่นที จริงของอีกฝ่าย แทยอนเกือบจะหลงกลแล้ว หากเจ้าเด็กแสบไม่หลุดยิ้มมุมปากขึ้นมาเสียก่อน...


ฮ่าๆๆๆๆ เสียงหัวเราะจุมม่าสะใจดังตามมาติดๆ สวนทางกับใบหน้าของคนถูกแกล้งที่เริ่มงอหงิกบอกบุญไม่รับ แทยอนเชื่อว่าหากเป็นแบบนี้ซักวันคงไม่พ้นโดนเด็กถอนหงอกเอาแน่ๆ


"ไปซักทีเถอะน่า เจ้าเด็กบ๊องส์"





บนทางม้าลายที่ผู้คนเดินให้ขวักไขว่ แทยอนกระชับเสื้อโค้ทท่ามกลางความวุ่นวายในเวลาหลังเลิกงาน ขาเรียวเล็กก้าวผ่านเส้นสีขาวดำไปอย่างมั่นคง มุ่งตรงไปยังร้านกาแฟเจ้าประจำที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงเรียน ในเวลาแบบนี้ลูกค้าในร้านมีมากเป็นพิเศษ เพราะนอกจากเป็นเวลาเลิกงานของวัยกลางคนในหลายๆบริษัทแล้ว ก็ยังเป็นเวลาเลิกเรียนของนักเรียนอีกด้วย เธอเปิดประตูเข้าไปในร้านแล้วเข้าไปต่อแถวด้วยความเคยชิน


"น้ำเผือกแก้วนึงค่ะ...ขอรสกลมกล่อม หอมเผือก ใส่น้ำตาลนิดเดียว ไม่หวานมาก ปั่นโอรีโอ้ผสมไปด้วยหน่อยนึง แล้วก็ใส่วิปครีมครึ่งเดียวพอนะคะ"


เดี๋ยวนะ! เสียงใสๆของใครบางคนที่อยู่หัวแถวทำให้คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาหากระเป๋าตังใน กางเกงต้องหยุดชะงัก แทยอนจำได้ดีว่าเจ้าของเสียงเล็กๆนี้เป็นใคร แม้จะผ่านมานานมากแล้ว แต่การออเดอร์น้ำสักแก้วให้เรื่องมากจนแม่ค้าไม่อยากขายให้ บนโลกใบนี้คงมีแค่คนเดียวเท่านั้น


เจสสิก้า จอง


ทว่าโลกจะกลมขนาดนี้เชียวหรือ? เจสสิก้าย้ายไปอยู่บ้านเกิดที่อเมริกาตั้งนานแล้วนี่นา...ร่างเล็กพยายาม ชะเง้อคอไปมองให้แน่ใจแต่ก็เห็นเพียงแผ่นหลังที่ถุกคลุมทับด้วยเฟอร์สีดำ สนิทเท่านั้น ความหวังเล็กๆก่อตัวขึ้นดั่งเม็ดฝนกลางทะเลทราย ข้างในอกเต้นรัวอย่างลุ้นระทึก เธอหยุดลมหายใจในชั่ววินาทีที่ผู้หญิงคนนั้นรับแก้วจากพนักงานแล้วหมุนตัวมา ทางหน้าร้าน


'ใช่...ใช่เจสสิก้าจริงๆด้วย'


และคงเป็นเพราะอีกคนมัวแต่สนใจกับโทรศัพท์ที่มีสายเข้ามาพอดี ก็เลยไม่เห็นสายตาหวั่นไหวของคนที่ยืนอยู่ตรงนี้...ร่างบางเดินผ่านไป กลิ่นน้ำหอมที่เจ้าตัวชอบนักหนาพัดเข้ามาทักทาย เรียกสติของคนที่มัวแต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ให้รีบตามออกไปในที่สุด


แทยอนรีบผลักประตูร้านวิ่งตามไปติดๆ จู่ๆเสียงก็เกิดหายขึ้นมากะทันหัน เธอไม่กล้าเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยกลัวว่าจะเสียมารยาทเพราะเขากำลังติดสายอยู่ ส่วนอีกใจก็ป้อดเหลือเกิน ลังเลว่าถ้าเขาเห็นเธอแล้วจะทำหน้าแบบไหน จะดีใจมั้ย หรือจะไล่ให้เธอไปพ้นหูห้นตา... แต่เมื่อเห็นเจสสิก้าหยิบกุญแจรถขึ้นมากดไปยังรถที่อยู่ไม่ไกล คนตัวเล็กรู้ทันทีว่ารอช้ากว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว...



"สิก้า"


เจ้าของชื่อหันมาตามเสียงเรียกเมื่อข้อมือตนถูกใครบางคนถือวิสาสะคว้าเอาไว้ ใบหน้าเชิดรั้นติดเหวี่ยงน้อยๆ คิ้วขมวดแน่น เตรียมจะสะบัดมือออกจากการกอบกุม ทว่าเมื่อเห็นหน้าขาวๆที่คุ้นเคยดี กลับทำให้เจสสิก้าแทบหาโทนเสียงตัวเองไม่เจอ


"ค..คุณ" นัยน์ตาสีอ่อนสะท้อนประกายวูบไหวเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับมาเฉียบดุตามเดิมโดยไม่สนใจสายตาห่วงหาอาทรณ์ที่แทยอนมอบให้ "ปล่อย!" เจสสิก้ามองมือที่จับข้อมือเธอด้วยแววตาเย็นเยียบ


"สิก้า~"



"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้! คิม แทยอน"









ขออภัยที่ให้รอนาน ตอนต่อไปอัพไวกว่านี้แน่นอน
พยายามจะไม่ให้หื่นแรง เพราะไม่อยากเข้าห้องมืด
ฮ่าๆๆๆๆๆ ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะทุกคน ^^











T H R E E




...รักครั้งแรก...


ไม่ ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน.. จะดีหรือร้าย.. จะกลายเป็นเพียงอดีตในความทรงจำ.. หรือยังเป็นรักปัจจุบันที่ยังเคลื่อนไหว.. ไม่ว่ากาลเวลาหมุนผ่านไปนานเท่าไหร่ 'ความรักครั้งแรก' จะยังคงชัดเจนในความรู้สึกเราเสมอ


มหาวิทยาลัย SS


คลา สเรียนถูกยกเลิกเนื่องจากอาจารย์ป่วยกะทันหัน นักศึกษาต่างดีใจพากันแยกย้ายไปคนละทิศละทาง ส่งผลให้ภายในห้องเรียนเหลือความว่างเปล่า มีเพียงร่างบางที่นั่งเหม่อติดริมหน้าต่างอยู่คนเดียวท่ามกลางความเงียบ


เจสสิก้า จอง ทอดสายตาเหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมาย สายลมเอื่อยอ่อนพัดกระทบใบหน้าแผ่วเบาดั่งคำทักทายจากท้องฟ้าในเวลาเช้าตรู่ ด้วยความที่เป็นเด็กเรียนดีระดับท็อป ประกอบกับหน้าตาเริดจนผู้หญิงหลายคนอิจฉา สายตาเชิดหยิ่งที่ทำให้คนอื่นไม่กล้ายุ่งด้วย ...เธอก็เลยไม่มีเพื่อนสนิท... แต่นั่นไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่หรอก เพราะเธอชอบอยู่คนเดียวมากกว่าการจับกลุ่มนินทาคนนั้นคนนี้ไปวันๆ พวกผู้หญิงก็มีเท่านี้แหละ สนใจแต่เรื่องผู้ชาย เครื่องสำอางค์ แล้วก็ชอบนินทายุ่งเรื่องของคนอื่น เธอเองก็ไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมแบบนั้นเท่าไหร่นักหรอก


ครืดดด~


ประตู ห้องเรียนถูกเปิดออกด้วยฝีมือใครบางคน เรียกความสนใจจากเจสสิก้าให้มองตามด้วยความสงสัย เวลาแบบนี้คงไม่มีใครอยากเข้าห้องเรียนทั้งๆที่อาจารย์ไม่สอนหรอก (นอกจากเธอ)


"อ้าว...คนอื่นไปไหนกันหมดอะ?" แทยอนมองซ้ายมองขวาอีกทีก็ยังเจอแต่โต๊ะแลคเชอร์ที่ไร้คนนั่ง จะมีก็แต่โต๊ะข้างหน้าต่างตัวนั้นตัวเดียวที่มีเจสสิก้าอยู่


"คลาสถูกยกเลิกกะทันหันน่ะ"


"หรอ? ถ้างั้น...ไปหาอะไรกินเล่นกันมั้ย?"


"ไม่เป็นไร ฉันชอบอยู่เงียบๆแบบนี้มากกว่า"


คำ ตอบที่ได้ไม่ผิดจากที่คิดไว้นัก แทยอนรู้ดีว่าเจสสิก้าไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เป็นคนเรียนเก่ง ขยัน นั่งหน้าชั้นตลอด เป็นมนุษย์ประเภทที่ตรงกันข้ามกับเธออย่างสิ้นเชิง ถึงจะไม่เคยคุยกันจริงๆจังๆมาก่อนแต่แทยอนก็พอจะสังเกตุได้ถึงข้อนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ร่างเล็กอยากทิ้งเพื่อนคนนี้ไว้คนเดียวหรอกนะ


"ฮ้าววววว~ ง่วงอ่ะ ฉันขอนอนอยู่ตรงนี้เงียบๆแล้วกัน ถึงคาบต่อไปช่วยปลุกฉันหน่อยนะ" ว่าพลางวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนจะฟุบหน้าลงไปพร้อมนอนเต็มที่ แต่ก็ต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเจสสิก้าบ่นพรึมพรำออกมา


"เมื่อกี้ยังหิวอยู่เลย อยู่ดีๆก็ง่วงขึ้นมาซะงั้น คนพิลึก~"


แทยอน เอียงคอแล้วฉีกยิ้มหวานให้คนข้างๆที่กำลังตีสีหน้าเรียบนิ่งใส่ แปลกที่ใจไม่ได้คิดกลัวหรือคิดว่านั่นเป็นคำต่อว่าต่อขานเลยสักนิด


"ฉันอยากอยู่เป็นเพื่อนเธอ...ก็แค่นั้น..."


สาย ตาอบอุ่นและรอยยิ้มจริงใจของแทยอนทำให้ร่างบางไม่อาจสู้หน้าเขาได้อีกต่อไป เธอพยายามสะกดมุมปากของตนไม่ให้ยกยิ้มไปตามความสดใสตรงหน้า แล้วหันออกไปมองนอกหน้าต่างดังเช่นก่อนหน้านี้... เวลาผ่านไปหลายนาทีจนมั่นใจว่าร่างเล็กคงหลับไปแล้ว เจสสิก้าจึงค่อยๆผินใบหน้ากลับมามองอีกคนช้าๆ แล้วก็พบว่าเขาคงกำลังฝันดี


เรียว หน้ารูปไข่ที่มีผมบางส่วนตกลงมาปรกใบหน้า ผิวขาวสะอาดตาราวกับตุ๊กตาหิมะที่ถูกแต่งแต้มด้วยดวงตาและจมูกโด่งอย่างลง ตัว ริมฝีปากสีแดงสดคล้ายกับว่ากำลังส่งยิ้มน้อยๆอย่างอารมณ์ดี...เธอเผลอ พิจารณาอยู่นาน คิม แทยอน เธอจำชื่อเขาได้ เขาคือเด็กหลังห้องที่มักจะปรากฎตัวเอาตอนที่คลาสใกล้จะเลิกเสมอ โผล่หัวมาทีไรก็ทำหน้างัวเงียเหมือนคนยังไม่ตื่น แต่ก็น่าแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ผลการเรียนออกมากกลับเข้าขั้นดีเลยที เดียว... ถ้าถามว่าทำไมเธอถึงจำเขาได้ ก็คงเป็นเพราะเขา ไม่เหมือนใคร ล่ะมั้ง


หลาย ต่อหลายครั้งที่แทยอนกล้าเข้ามาทักทาย ในขณะที่คนอื่นๆเลือกที่จะปล่อยให้เธออยู่เงียบๆคนเดียวมากกว่า อาจเป็นเพราะรัศมีความเย็นชาที่ทำให้คนอื่นไม่อยากเข้าใกล้ แต่มันกลับทำอะไรแทยอนไม่ได้ เมื่อเขายังกล้าเข้าหาเธอเหมือนเดิม แทยอนเป็นคนร่าเริง เพื่อนเยอะ เขาไม่จำเป็นต้องสนใจเธอด้วยซ้ำ ทว่าความอบอุ่นบางอย่างก็แผ่ผ่านมาถึงเธอเสมอ


อย่างเช่นในตอนนี้



"ฉันอยากอยู่เป็นเพื่อนเธอ...ก็แค่นั้น..."


แปลกที่คำพูดธรรมดาๆ กลับทำให้รู้สึกดีได้มากมาย



จาก เหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้เราพูดคุยกันมากขึ้น ใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน เจสสิก้าก็เปิดใจให้เพื่อนตัวเล็กเข้ามาสร้างสีสันในชีวิตเธอ เรากลายเป็นเพื่อนสนิทกัน...สนิทกันมาก...มากจนแทยอนล่วงรู้ความลับที่อีกคน ไม่เคยบอกใครและพยายามปกปิดมาตลอด



เจสสิก้าป่วยทางจิต



เธอ ค่อนข้างอารมณ์แปรปรวนง่ายและไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้หากมี บางอย่างมากระทบกระเทือนจิตใจ เรื่องนี้เป็นเหตุผลหลักที่เธอปิดกั้นตัวเองจากคนอื่น หน้ากากแห่งความเย็นชา แท้จริงแล้วเป็นเพียงกำแพงหนาที่สร้างขึ้นมาเพื่อกันคนอื่นออกไปจากความเป็น จริง หากใครรู้ว่าเธอไม่ปกติก็คงพากันรังเกียจ เธออาจโดนล้อหรือตีตัวออกห่าง แต่ถึงอย่างนั้น...แม้แทยอนจะรู้เรื่องนี้แล้ว เขาก็ยังเหมือนเดิม แทยอนยังคงเป็นเพื่อนที่ดีของเธอ หนำซ้ำยังพาเธอไปปรึกษาจิตแพทย์อีกต่างหาก



"ไม่ ใช่เรื่องน่าอายอะไรหรอกน่า เธอไม่ได้เข้าขั้นโรคจิตผิดมนุษย์ซะหน่อย… อย่างเธอน่ะเขาเรียกว่า 'ป่วย' และคนป่วยก็ต้องได้รับการรักษานะ จะไปกับฉันดีๆ หรือจะให้ฉันอุ้มเธอไป หื๊ม?"


"ตัวเท่าลูกหมาแค่นี้ จะอุ้มฉันไหวได้ไงกัน"


"ไหวสิ"


"ขี้โม้"


"ท้าเองนะ..." เจ้าของใบหน้าทะเล่นตรงปรี่เข้าไปหาเจสสิก้าด้วยสายตากรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะช้อนร่างอีกฝ่ายลอยขึ้นจากพื้น


"ว้าย ยยยยยย ปล่อยนะยัยบ้า" เสียงแหลมกรีดร้องเสียงหลง ปากก็บอกให้เขาปล่อย ทว่าเรียวแขนทั้งสองข้างกลับโอบคอแทยอนเสียแน่นเพราะกลัวตก


ท้าย ที่สุดแล้วเจสสิก้าก็ยอมไปปรึกษาจิตแพทย์ตามคำแนะนำของเพื่อนสนิทเพียงคน เดียวของเธอ แทยอนไปเป็นเพื่อนเธอทุกครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาอิดออด อาการของเธอดีขึ้นตามลำดับ เรากลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกัน และความใกล้ชิดที่มีมากขึ้นเรื่อยๆทำให้เราทั้งสองคนค้นพบว่า…



เรารักกัน



หลังจากเป็นเพื่อนกันมาได้ปีกว่า ความสัมพันธ์ได้พัฒนาจาก 'เพื่อน' กลายเป็น 'คนรัก' เราต่างเป็นคนแรกของกันและกัน...ประสบการณ์แรก...ความรักครั้ง แรก...ทุกอย่างดูสวยงามไปหมดราวกับไม่มีวันสิ้นสุด จนกระทั่งความผิดพลาดครั้งใหญ่ได้แยกเราทั้งคู่ออกจากกัน



"สิก้า...แทขอโทษ ขอโทษจริงๆ แทไม่ได้ตั้งใจให้เป---"


"หยุด! พอกันทีแทยอน ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวอะไรอีกแล้ว!!!" เจสสิก้าสะบัดมือออกอย่างแรง ไม่สนใจสายตาเว้าวอนของอีกฝ่ายที่พยายามอธิบายให้ฟังเหตุผลที่เธอไม่พร้อม ที่จะฟัง เธอบังเอิญไปเห็นแทยอนยืนจูบอยู่กับรุ่นน้องที่เป็นดาวคณะ และไม่ว่าเขาจะตั้งใจทำมันหรือไม่ มันก็เป็นเรื่องยากที่จะให้อภัยและทำใจให้สงบได้ในเวลานี้ เธอคว้ากุญแจรถแล้วขับออกจากบ้านโดยไม่สนใจอีกคนที่พยายามจะวิ่งตาม



รู้สึก ตัวอีกที เธอก็นั่งอยู่คนเดียวตรงบาร์ในคลับชื่อดัง กระหน่ำสั่งเครื่องดื่มมากระดกแบบไม่ห่วงสวยเลยสักนิด เธอไม่รู้เลยว่าดื่มไปมากเท่าไหร่ มารู้ตัวอีกที...เธอก็นอนเปลือยกายอยู่กับผู้ชายคนนึงในห้องที่ไม่คุ้นตา กว่าจะรวบรวมสติแล้วระลึกชาติได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทุกอย่างมันก็ดูจะสายไปเสียแล้ว เจสสิก้ารีบคว้ากระเป๋าแล้วใส่เสื้อผ้ากลับบ้าน เกือบเดือนหลังจากนั้น ฝันร้ายก็ปรากฎขึ้นอีกครั้ง



เธอท้องกับผู้ชายคนนั้น



แม้ ว่าเราจะยังคบกันอยู่ ทว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มกระท่อนกระแท่นมาตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง เป็นเหมือนรอยร้าวที่ยังมีช่องโหว่ ไม่ต่างจากบาดแผลที่ยังปิดไม่สนิทและพร้อมที่จะปริออกเมื่อถูกกระทบได้เสมอ ต่างคนต่างทำร้ายกันด้วยความไม่ตั้งใจ นำมาซึ่งความผิดพลาดอันยิ่งใหญ่เกินเยียวยา



"เธอทำกับฉันอย่างนี้ได้ไงสิก้า...ท้องกับใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ!"


"ก็เธอไม่ใช่หรอ ที่นอกใจฉันก่อน!!! ถ้าเธอไม่ไปจูบกับเด็กนั่นแล้วฉันจะไปพลาดมาแบบนี้มั้ย?!!"


"ฉัน ก็ขอโทษแล้วไง ฉันไม่ได้ตั้งใจ จะให้ฉันทำยังไงในเมื่อเธอไม่ฟังฉันเลย! ที่เธอทำมันร้ายกว่าฉันมากมายเลยนะเจส ฉัน ฉันรับไม่ได้..."


เรา เถียงกันอย่างบ้าคลั่งดุเดือด สาดคำพูดร้ายๆใส่กันแบบไม่มีการถนอมน้ำใจใดๆเลย ด้วยความที่ยังเป็นวัยรุ่นเลือดร้อน แทยอนเองก็ไม่โตพอที่จะทำใจให้สงบเย็นลงได้ด้วยใจที่มันเจ็บปวดและผิดหวัง อย่างรุนแรงจากการกระทำของอีกฝ่าย ส่วนเจสสิก้าเองก็แรงไม่แพ้กัน จากเดิมที่เธอมีปัญหาเรื่องการจัดการอารมณ์ของตัวเองอยู่แล้วด้วย ทำให้เรื่องบานปลายดั่งน้ำมันที่ราดรดบนกองไฟ กลายเป็นเพลิงโชติช่วงแผดเผาเราทั้งคู่จนแทบไม่เหลืออะไรให้ดูต่างหน้า


เจสสิก้าเก็บกระเป๋าออกจากบ้านตั้งแต่วันนั้น เธอลาออกจากโรงเรียนและบินกลับไปอยู่บ้านเกิดกับครอบครัวที่ LA ความไฝ่ฝันที่เป็นนักร้องไอดอลที่เกาหลีได้จบลงตั้งแต่วันนั้น และมันเป็นวันสุดท้ายที่แทยอนและเจสสิก้าเห็นหน้ากัน


กว่าที่สติจะกลับคืนมาให้แต่ละคนได้ถามใจตัวเองอีกครั้งว่ายังต้องการกันอยู่ไหม...ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว...แทยอนพยายาม ตามหาเจสสิก้าด้วยความสามารถทั้งหมดที่มีด้วยความรู้สึกผิดล้นหัวใจ ไม่มีใครรู้ว่าเจสสิก้าหายไปไหน โทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ ไปหาที่บ้านก็พบว่าข้าวของที่เคยมีถูกเก็บออกไปหมดแล้ว… ความรักครั้งแรกได้จากไปแล้ว และไม่ว่าจะพยายามเรียกหามันเท่าไหร่ ความหวังก็เลือนลางออกไปทุกที จนไม่คิดว่าชาตินี้จะได้พบเจอกันอีก



แต่ใครจะไปรู้ว่าวันนึงข้างหน้า

โชคชะตาอาจหันมาเล่นตลกกับเราอีกครั้งก็เป็นได้…








...16 ปีหลังจากที่จากกันไป…

ในที่สุดเราก็ได้เจอหน้ากันอีกครั้ง





"สิก้า"



เจ้า ของชื่อหันมาตามเสียงเรียกเมื่อข้อมือตนถูกใครบางคนถือวิสาสะคว้าเอาไว้ ใบหน้าเชิดรั้นติดเหวี่ยงน้อยๆ คิ้วขมวดแน่น เตรียมจะสะบัดมือออกจากการกอบกุม ทว่าเมื่อเห็นหน้าขาวๆที่คุ้นเคยดี กลับทำให้เจสสิก้าแทบหาโทนเสียงตัวเองไม่เจอ


"ค..คุณ" นัยน์ตาสีอ่อนสะท้อนประกายวูบไหวเพียงครู่เดียว ก่อนจะกลับมาเฉียบดุตามเดิมโดยไม่สนใจสายตาห่วงหาอาทรณ์ที่แทยอนมอบให้ "ปล่อย!" เจสสิก้ามองมือที่จับข้อมือเธอด้วยแววตาเย็นเยียบ


"สิก้า~"


"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้! คิม แทยอน"



เจ สสิก้าสะบัดมือออกแล้วก้าวขาฉับๆไปยังรถที่จอดเทียบฟุตบาทไว้ เธอรีบสอดตัวเข้าไปด้านในโดยไม่สนใจเสียงเรียกจากด้านหลัง ประตูรถถูกปิดใส่หน้าแทยอนดังปัง ก่อนจะทะยานออกสู่ท้องถนนในเวลาไม่กี่วินาที


แทยอนตะโกนเรียก สุดเสียงแบบไม่อายสายตาชาวบ้านชาวช่องที่มองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอคิดว่ายังไงก็ต้องตามไปให้ได้ แต่จะให้กลับไปเอารถที่จอดอยู่ในโรงเรียนก็คงไม่ทันแน่ๆ ตาคู่เล็กเหลือบไปเห็นแทกซี่จึงรีบโบกให้จอดทันที


"ตามรถคันนั้นไปค่ะพี่"


เจสสิก้าเหลือบมองกระจกหลังก็เห็นแทยอนกระโดดขึ้นแทกซี่ตามมา คำถามมากมายประดังประเดเข้ามาในหัว ทำไมแทยอนถึงอยู่ที่นั่น อย่าบอกนะว่าทำงานอยู่แถวนั้น สมอง สับสนกระวนกระวายไปหมด… เธอมารับลูกที่โรงเรียนทุกวันไม่เห็นเคยเจอ เพราะวันนี้ทิฟฟานี่มีซ้อมเชียร์ทำให้เลิกช้ากว่าปกติ เธอก็เลยแวะซื้อน้ำเผือกที่ร้านฝั่งตรงข้ามโรงเรียนเอาไว้กินเล่นระหว่างรอ ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนว่าจู่ๆจะได้เจอแทยอนอีก


'จะหนีไปไหนดีล่ะ'


สมอง คิดอะไรไม่ออกนอกจากที่บ้าน ด้วยความที่ไม่ค่อยได้ขับรถไปไหนนอกจากเส้นทางเดิมๆ เธอเหยียบคันเร่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหวังว่าเราจะคลาดกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง...ในไม่ช้า








ต้องขอบคุณประสบการณ์ที่สั่งสมเพาะบ่มมานาน หลายปีของคนขับแท็กซี่ที่สามารถเกาะติดท้ายรถของเจสสิก้าไปได้ทุกที่อย่าง กับเงา แม้ว่าเจ้าหล่อนจะพยายามเบี่ยงซ้ายบ่ายขวาหลบเลี้ยวเข้าตรอกซอกซอยไหน ลุงแกก็ใส่เกียร์หมาสวมวิญญาณนักซิ่งตีนผีตามไปได้แบบไม่คลาดสายตา เรียกได้ว่าเกาะหนึบอย่างกลับปลิงถึงแม้ว่าความเป็นจริงจะมีรถคันอื่นแทรกมา คั่นบ้างอะไรบ้าง บดบังวิสัยทัศน์เป็นบางเวลา แต่ท้ายที่สุดแล้วเราก็ยังเห็นกระโปรงท้ายรถคันงามนั่นอยู่ในเรดาร์ที่สายตา มองเห็นได้ แทยอนนั่งก้นไม่ติดเบาะ ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะริดสีดวงหรือเบาะมันร้อนจนวางแก้มก้นลงไปไม่ได้ แต่เป็นเพราะใจของเธอมันโบยบินเข้าไปอยู่ในรถคันหน้านั่นแล้วต่างหาก...


ตามไปอีกสักพักก็ถึงย่านที่อยู่อาศัยของคนมีอันจะกินทั้งหลายที่ชอบมาปลูก บ้านอยู่แถบนี้ เพราะความสงบและทิวทัศน์ที่สวยจนต้องยอมสละ(เศษ)เงินบางส่วนมาจับจองพื้นที่ ไว้ประดับบารมีกันบ้าง แทยอนมองรั้วบ้านหลังแล้วหลังเล่า สงสัยเหลือเกินว่าคงมีสักหลังที่เป็นบ้านของเจสสิก้าแน่ๆ บัดนี้บนถนนมีเพียงรถของเราที่วิ่งตามกันอยู่ และฝั่งตรงข้ามวิ่งสวนมาบ้างประปราย แทยอนยังคงจดจ้องไม่วางตา จนกระทั่งเห็นรถของเจสสิก้าเลี้ยวเข้าไปในรั้วบ้านที่เปิดอ้าออกอัตโนมัติ เธอรีบบอกให้แทกซี่ขับตามเข้าไป ทว่าระยะที่ทิ้งห่างกันพอควรทำให้รั้วนั้นปิดไปกว่าครึ่งนึงแล้ว ลุงแกขับเข้าไปไม่ได้จึงเหยียบเบรคจอดหน้าประตูรั้วดังเอี๊ยด


แทยอนเอ่ยขอบคุณรัวๆขณะล้วงหยิบเงินเพื่อจ่ายให้ลุงอย่างลนลาน ตังทงตังทอนไม่เอาแม่งแล้ว ร่างเล็กรีบดีดตัวออกจากรถ หวังว่าจะวิ่งเข้าไปทันก่อนที่ประตูบานนั้นจะเลื่อนปิดสนิท...แต่เธอก็ช้าไป อีกเช่นเคย ด้วยส่วนสูงระดับเรี่ยดินทำให้เธอต้องเขย่งจนสุดปลายเท้าเพื่อชะเง้อเข้าไป ด้านใน รถของเจสสิก้าแล่นเข้าโรงจอดรถ ก่อนผู้เป็นเจ้าของจะเปิดประตูเดินลงมาโดยไม่หันมองเธอสักนิด


"สิก้า! เจสสิก้า...ขอฉันเข้าไปหน่อยได้มั้ย! สิก้า ขอร้องล่ะ"


อีกคนยังไม่มีท่าทีว่าจะสนใจเสียงเธอเลยสักนิด แทยอนจึงวิ่งเลาะไปเกาะรั้วเหล็กข้างๆตะโกนเรียกเธออีกครั้ง แต่มันก็ไร้ผล...คน ตัวเล็กรู้สึกว่าตัวเองเหมือนหมาที่ถูกเจ้าของลงโทษด้วยการทิ้งไว้นอกบ้าน เพราะไปทำผิดมาอย่างไรอย่างนั้น มือบางเกาะกรงรั้วเหล็กเย็นเฉียบ เงยหน้ามองความสูงของรั้วที่คิดว่าคงพอปีนได้ และตัดสินใจปีนขึ้นไปทันที เธอคงลืมไปแล้วว่ายังใส่ชุดกระโปรงที่ใส่ไปสอนหนังสือมาตั้งแต่เช้า และมันก็ทำพิษเข้าจนได้...


ชายกระโปรงเกี่ยวกับส่วนหนึ่งของรั้วเหล็ก และ
...ตุ๊บ! คิม แทยอน ร่วงลงสู่พื้นอย่างหมดสภาพ


ทว่ามันก็เรียกความสนใจจากเจ้าของบ้านได้ดีกว่าเสียงตะโกนเหยวๆเมื่อกี้เสียอีก เจสสิก้าหยุดฝีเท้าแล้วหันมามองร่างเล็กที่นอนกองบนพื้นหญ้า.. แทยอนขยับตัว ยันแขนเตรียมจะลุกขึ้น พลันรู้สึกเจ็บแปลบจนต้องพลิกแขนตนขึ้นมาดู แล้วก็พบว่าแขนของเธอไปครูดถากเข้ากับพุ่มไม้ข้างๆ เลือดสีแดงฉานไหลกรูออกมาตามรอยเนื้อที่ปริแยก หยดลงสู่พื้นหญ้า ลามย้อมตัดกับผิวเนื้อขาวผ่องบนแขนเล็กๆอย่างน่ากลัว


"ทำบ้าอะไรของเธอ!" เสียงดุตะคอกจากเจ้าของบ้านที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหา ช่างขัดกับนัยน์ตาสีเข้มที่กำลังสั่นไหวด้วยความห่วงใยโดยที่เจ้าของมันไม่ รู้ตัว ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที เจสสิก้าก็ปรากฎตัวอยู่ข้างๆคนเจ็บราวกับหายตัวมาโผล่ตรงนี้ได้ "...ฉันไม่ต้องการให้ใครมาตายในรั้วบ้านฉัน" ปากก็บ่นงึมงำหงุดหงิด แต่มือก็รีบคว้าเรียวแขนชุ่มเลือดของอีกคนมาพินิจอย่างเบามือ


แทยอนระบายยิ้มอ่อนจาง ลืมความเจ็บไปชั่วขณะ ด้วยความเป็นห่วงระคนตกใจคงทำให้เจสสิก้าลืมทิฐิของตัวเองไปเสียสนิท หล่อนคงไม่รู้ตัวว่าความห่วงหาอาทรณ์กำลังสะท้อนอยู่ในแววตาอย่างปิดไม่มิด


"ถ้าฉันตาย ฉันจะเป็นผีเฝ้าบ้านให้เธอ"


แน่ะ! ยังจะมีอารมณ์ทะเล้นอีก เจสสิก้าตีเข้าที่ไหล่ให้แทยอนร้องโอดโอยอีกหนเพราะเจ้บสะเทือนไปถึงแผล


"ฉันจะเอาหมอผีมาไล่" เอ่ยพลางเชิดคางให้สูงขึ้นอีกนิด ตีสีหน้าเชิดหยิ่งเหมือนไม่แคร์ "...เข้าบ้านก่อน ฉันจะทำแผลให้ เสร็จแล้วจะไปไหนก็ไป" เมื่อเริ่มรู้สึกว่าออกตัวเป็นห่วงแทยอนแรงไปหน่อย หล่อนจึงค่อยๆกลับลำเนียนๆด้วยการขับไล่กลายๆตรงท้ายประโยค จังหวะที่ร่างระหงกำลังจะดันตัวขึ้น แทยอนก็จับข้อมือรั้งเอาไว้พร้อมสายตาจริงจัง ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาด้วยถ้อยคำหนักแน่นเมื่อสายตาเราสานสบกันตรงๆ



"สิก้า ฉันขอโทษ"



เป็นคำพูดที่ติดอยู่ในใจมานานแสนนาน เธออยากบอกคำนี้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ตื่นขึ้นมาแล้วค้นพบว่าเจสสิก้าหายไป แทยอนไม่คิดว่าหลังจากคืนที่เราทะเลาะกันแล้วจะกลายเป็นวันรุ่งขึ้นที่ไร้ เงาของอีกคน มันเหมือนฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่อยากย้อนกลับไปแก้ไข เธอไม่คิดว่าเราจะไม่ได้ปรับความเข้าใจหรือพูดคุยกันอีกตั้งแต่วันนั้น ถ้ารู้อย่างนั้น..เธอจะไม่มีวันพูดคำนั้นกับเขาเด็ดขาด



"ท้องกับใครก็ไม่รู้เนี่ยนะ!"


"ฉันรับไม่ได้..."


"จะไปไหนก็ไปเถอะเจสสิก้า!"




เมื่อนึกย้อนถึงน้ำเสียงบันดาลโทษะกับคำพูดร้ายๆที่เอ่ยออกไปด้วยความหน้ามืด แทยอนนึกโกรธตัวเองทุกครั้งที่พลั้งปากไปแบบนั้น เธอแค่รับไม่ได้ที่เจสสิก้าไปมีอะไรกับผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่ต้องการเขาแล้วในชีวิต หากย้อนเวลาได้ เธออยากให้ 'เรา' ช่วยกันเลี้ยงดูเด็กคนนั้นให้เติบโต



ความรู้สึกกำลังบอกเล่าเรื่องราวของมันผ่านม่านตาสีหม่น และเจสสิก้าสัมผัสได้ถึงสิ่งเหล่านั้น



"เข้าบ้านเถอะ" ผ่อนลมหายใจยืดยาวก่อนจะลุกแล้วเดินนำออกไป ปล่อยให้แทยอนมองตามพร้อมกับคำถามที่เข้ามาสะกิดกวนใจตั้งแต่นาทีแรกที่ได้ เจอหน้ากัน



เจสสิก้า จอง จะเกี่ยวข้องกับ ทิฟฟานี่ จอง หรือเปล่านะ?



มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เจสสิก้าจะไปอยู่ในร้านกาแฟหน้าโรงเรียนที่ทิฟฟานี่เรียนอยู่ แถมทั้งคู่ยังสกุลจองเหมือนกัน...แถมยังสวยหยิ่งเหมือนกันอีก...ร่าง เล็กพับเก็บความสงสัยก่อนจะรีบตามอีกฝ่ายเข้าไปด้านใน ตาเรียวเหลือบไปเห็นกรอบรูปตั้งเรียงรายบนเตาผิงที่อยู่ไกลออกไป ใจอยากเดินเข้าไปดูรูปพวกนั้นให้ชัดๆ แต่จำต้องยอมหย่อนกายลงบนโซฟาตามที่เจ้าของบ้านบอก(สั่ง) เธอนั่งจุ้มปุ้กเจียมเนื้อเจียมตัว กวาดสายตามองบรรยากาศรอบๆ ข้าวของถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ บ้านถูกตกแต่งแบบเรียบง่ายมีสไตล์ ก่อนที่ปลายสายตาจะหยุดอยู่ตรงร่างสะโอดสะองที่เดินกลับมาพร้อมกล่องปฐม พยาบาลในมือ พื้นโซฟาฝั่งเดียวกับแขนข้างที่บาดเจ็บยุบตัวตามน้ำหนักที่ร่างบางทิ้งตัวลง นั่ง


"ส่งแขนมาสิ"


แทยอนยื่นแขนให้คนข้างๆอย่างว่า ง่าย เราไม่ได้พูดอะไรกันอีก ปล่อยให้ความเงียบคุยกันผ่านลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกเพียงแผ่วเบา เจสสิก้าจัดการกับบาดแผลอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่เจ้าของใบหน้าอ่อนวัยอาศัยจังหวะนี้ในการพิจารณารูปหน้าสดสวยนั้น เงียบๆ ผิวขาวเนียนละเอียดของเจสสิก้าสะท้อนขับกับแสงไฟ เปล่งประกายวามวาวบ่งบอกถึงการดูแลอย่างดีจากผู้เป็นเจ้าของ คิ้วคมโก่งรับกับสันจมูกโด่งดั่งรูปปั้นในเทพนิยาย ริมฝีปากเคลือลิปกลอสคล้ายจะขบเม้มน้อยๆยามเจ้าตัวกดสำลีลงมาบนแผลอย่าง ระมัดระวัง ...เจสสิก้า จอง... ไม่เคยทิ้งร้างความสง่างามเลยสักนิด กลับกัน เธอเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของผู้ใหญ่ที่ถูกบ่มเพาะจากกาลเวลา มันล่วงเลยมานานมากพอที่เราจะกลายเป็นคนแปลกหน้า ทว่าความทรงจำส่วนลึกกู่ร้องตะโกนออกมาย้ำ ว่าเธอคือคนที่ครั้งหนึ่งเคย 'สำคัญ' ในทุกลมหายใจ




"เอาล่ะ เรียบร้อย...คุณไม่ได้เป็นอะไรมาก แผลแค่ถากๆคงไม่ถึงตาย" ปลายนิ้วกดผ้าปิดแผลให้แนบเนื้อ ขณะกลีบปากเชิดรั้นขยับเปล่งท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงจิกกัดนิดๆ "...ทีนี้ก็เชิญคุณกลับบ้านได้แล้ว"


"ใจร้ายจัง"


"มันเหมาะกับคนแบบคุณ"


อ่า...มันก็จริง แทยอนอยากจะตบหัวตัวเองแรงๆที่เคยใจร้ายทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียใจไปแค่ไหน


"สิก้า ทั้งหมดที่ผ่านมา ฉันอยากขอโทษ ฉันอยากให้คุณรู้ว่าฉันรู้สึกผิดมาตลอด..."


"เปล่า ประโยชน์ที่เราจะคุยกันเรื่องนี้ มันผ่านมานานมากแล้วแทยอน ฉันไม่อยากรื้อฟื้นอะไรอีก" เจสสิก้าหันหน้าหนี ลึกๆแล้วเธอรู้ดีว่าเรื่องนี้โทษแทยอนคนเดียวไม่ได้ เธอเองก็ผิดอยู่มากที่เมามายปล่อยให้ผู้ชายอย่างแทคยอนฉวยโอกาสกับร่างกาย เธอ ความมักง่ายของเขาผลิดอกออกผลเป็นเด็กหนึ่งคนที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล



'ทิฟฟานี่' เปรียบดังของขวัญที่สวรรค์ยัดเยียดให้เธอ
แม้ไม่ได้อ้าแขนรับมาด้วยความเต็มใจ แต่ท้ายที่สุดแล้ว
เด็กคนนี้กลับเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยิ้มได้แม้บางครั้งจะร้องไห้ไปด้วยก็ตาม



"ฉันคิดถึงคุณ" แทยอนกระซิบ


"แต่ฉันเกลียดคุณ" ดวงตาสีนิลหันกลับมามองแทยอนด้วยแววตาสั่นไหว หากแทยอนยังรู้จักเธอดีพอ เขาคงรู้ว่าการแสดงออกด้วยท่าทีเย็นชาเกรี้ยวกราดทั้งหมดนี้ เป็นเพียงหนึ่งในกลไกการปกป้องตัวเองจากความผิดหวังทั้งนั้น เจสสิก้าแค่อยากเดินหนีความรู้สึกผิดและความหวาดกลัวไปให้ไกลๆ เธอไม่อยากเผชิญหน้ากับความเสี่ยงใดๆอีก ไม่อยากจัดการแรงอารมณ์ขึ้นๆลงๆของเธอที่มันพร้อมจะกวัดแกว่งอย่างร้ายกาจ ทุกครั้งที่มีเรื่องเข้ามากระทบ


"สิก้าขอร้องล่ะ เราหันมาพูดคุยกันดีๆสักครั้งได้มั้ย? แทรู้ว่ามันยาก แต่การที่เราได้เจอกันแบบนี้มันยากกว่า รู้ไหมว่าแทตามหาสิก้าตั้งนาน..หลายปี..จนหมดปัญญาและคิดว่าเราคงกลายเป็น เส้นขนานที่ไม่มีวันย้อนกลับมาบรรจบแบบนี้อีกแล้ว" เธอได้ยินเสียง หึ ในลำคอที่เจ้าของกำลังแค่นยิ้มขมขื่นมาให้


"รังเกียจฉันไม่ใช่รึไง..." ปึ่ก~ มือบางทุบลงเหนืออกของร่างเล็ก "...รังเกียจนักก็ไปซักทีสิ!" เจสสิก้าเอ่ยทั้งน้ำตา


ปึ่ก ปึ่ก ปึ่ก แทยอนพยายาม เบี่ยงหลบกำปั้นที่กระหน่ำรัวใส่แบบไม่มีท่าทีว่าจะหยุด สุดท้ายจึงรวบเอาร่างของอีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมแขน กระชับกอดให้แน่นขึ้นเพื่อสยบกำปั้นที่กำลังแผลงฤทธิ์ใส่เธอ ทุกอย่างค่อยๆสงบลง เหลือเพียงเสียงสะอื้นและแผ่นหลังที่สะท้อนไหวเบาๆ ใบหน้าเราซบลงบนไหล่ของกันและกัน ส่งผ่านความเจ็บปวด เปลี่ยวเหงา และความโหยหาที่ไม่อาจร้อยเรียงออกมาเป็นคำพูดได้


ความเงียบปกคลุมยาวนานดั่งยาสมานรอยแผลให้ทุเลา ความรู้สึกมากมายถูกซึมซับโดยอ้อมกอดอบอุ่นนี้ เจสสิก้าค่อยๆผละออกมาช้าๆ ขอบตาเปียกชื้น ริมฝีปากแดงก่ำขบเม้มเข้าหากันอย่างสะกดกลั้น


"ไม่สายไปใช่ไหม ถ้าฉันอยากแก้ไขมัน ความผิดพลาดทั้งหมดของเรา" แทยอนเอ่ยขณะเกลี่ยปลายนิ้วลงบนหยาดน้ำตาอุ่นชื้น ไม่มีท่าทีขัดขืนเหมือนเช่นตอนแรก เจสสิก้าปล่อยให้เธอไล้นิ้วซับน้ำตาทั้งสองข้างจนกระทั่งมันแห้งเหือดไป ก่อนที่ใบหน้าขาวใสจะค่อยๆโน้มเข้าไปหาเพื่อประทับจูบลงบนขมับด้วยความอ่อน โยน


เราคุยกันอีกสักพักถามเรื่องสัพเพเหระความเป็นอยู่ทั่วไป เป็นคำถามที่ไม่ลึกหรือก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวมากจนเกินไป บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นมาก และคิดว่ามากพอที่แทยอนจะถามไถ่เรื่องนี้ได้


"คุณยังไปหาหมออยู่มั้ย?" สังเกตจากอารมณ์ร้อนๆของอีกฝ่ายทำให้แทยอนนึกเป็นห่วงขึ้นมา เจสสิก้านิ่งไป แทนคำตอบว่า 'ไม่' ได้เป็นอย่างดี "...หมอไม่ถูกใจใช่มั้ย เอาไว้แทพาไปหาใหม่นะ" คำตอบที่ได้คือการส่ายหน้าเบาๆ


แทยอนช้อนปลายคางของอีกฝ่ายขึ้นมาช้าๆ นัยน์ตาสีนิลสานสบกันด้วยประกายเต้นไหว สายตาเชิดหยิ่งเย็นชาราวกับจะผลักคนทั้งโลกให้ออกห่างถูกแทนที่ด้วยความอ้าง ว้างจนไม่อาจปล่อยมือได้ แทยอนประคองใบหน้างดงามด้วยสองมือนิ่มนวล เราเคลื่อนเข้าหากันคล้ายกับมีแรงดึงดูดบางอย่าง จนกระทั่งริมฝีปากแตะสัมผัสกันแผ่วเบา เปลือกตาบางค่อยๆปิดลง รับรู้ถึงความอุ่นหวานจากริมฝีปากที่กดย้ำลงมาเนิบช้าอ้อยอิ่ง เจสสิก้าสอดเรียวนิ้วเข้ากับกลุ่มผมบริเวณท้ายทอย กลีบปากอ่อนนุ่มตอบรับอย่างคุ้นเคย คล้ายกับความรู้สึกที่เราทำหล่นหายและกำลังจะได้มันกลับคืนมาอีกครั้ง


แกร๊ก~ สัญชาตญาณทำให้เราผละออกจากกันทันทีเมื่อได้ยินเสียงประตูถูกเปิดออก สายตาตื่นตะลึงของผู้ที่เข้ามาใหม่ยังไม่น่าตกใจเท่ากับสองร่างที่ยังเกย ก่ายกันอยู่บนโซฟา


"ทิฟฟานี่" เจสสิก้าเอ่ยเสียงแผ่วเบา เธอลืมโทรหาลูกไปเสียสนิท ทั้งๆที่ตั้งใจจะไปรับเขากลับบ้านแท้ๆแต่ดันมาเจอเรื่องวุ่นวายเข้าเสียก่อน


ส่วนแทยอนก็เอาแต่นั่งอึ้งราวกับเป็นใบ้ เธอพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นสีหน้าอึ้งๆของเด็กสาวที่กำลังยืนค้างอยู่หน้า ประตู แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถามและความรู้สึกบางอย่างที่มันไม่สู้ดีนัก... ก่อนที่ใครจะเอ่ยอะไรขึ้นมา สองขาของทิฟฟานี่ก็ผละออกจากที่เดิมแล้วก้าวออกไปจากภาพชวนประหลาดใจตรงหน้า


"ฟานี่!" แทยอนร้องเรียก


"คุณรู้จักเธอ?" เจสสิก้าหันมาถามด้วยสายตาไม่คาดคิด


"ฉันสอนศิลปะให้เขา เราอยู่โรงเรียนเดียวกัน..." ร่างเล็กอธิบายสั้นๆ "เขาคงตกใจมากที่เห็นเราอยู่ด้วยกัน ขอฉันเป็นคนไปตามเขาเองเถอะนะ" เจสสิก้าพยักหน้า ยอมให้อีกคนทำตามที่พูด "แต่ฉันมีเรื่องจะถามคุณเรื่องนึง..." เธอเว้นจังหวะเพื่อสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเอ่ยคำถามออกมา "คุณร่วมรักกับลูกใช่ไหมสิก้า?" คำถามคงจะแรงและตรงไปสักหน่อย แต่หากลองประติดประต่อทุกอย่างเข้าด้วยกัน แทยอนคิดว่ามันคงเป็นอย่างนั้นเมื่อสิ่งที่ทิฟฟานี่แสดงออกมาตลอดมัน บ่งบอกว่าเด็กคนนั้นคงเจอเรื่องยากๆ และรับอะไรหนักๆมาไม่มาก็น้อย


"....."


ความเงียบคือสิ่งที่ตอบเรื่องราวทั้งหมดของมัน แววตาสั่นไหวของเจสสิก้าแทนความรู้สึกผิดทั้งหมดในใจของผู้เป็นแม่ แทยอนรู้ว่าเขาคงไม่ตั้งใจจะทำแบบนั้น เธอบอกลาอีกคนที่นั่งหมดแรงอยู่บนโซฟา สัญญาว่าจะรีบกลับมาหา ก่อนจะรีบวิ่งหายลับออกไปจากบานประตู



 


 









E N D






ถนนย่านนี้ค่อนข้างเงียบสงบเนื่องจากส่วนมากจะเป็นบ้านคนอยู่อาศัยกันแบบส่วน ตัวมากกว่าร้านค้าที่จะมีให้เห็นเพียงประปราย แทยอนวิ่งเหยาะๆสอดส่ายสายตาหาร่างเพรียวบางของเด็กมอปลายที่เพิ่งจะวิ่งพ้น จากรั้วบ้านก่อนหน้าเธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ริมฝีปากผ่อนลมหายใจกระชั้นหอบเหนื่อย ขณะเรียวขาก้าวสลับอย่างรีบเร่งผ่านแนวกำแพงรั้วบ้านคนอื่น... บอกตามตรงว่าคนตัวเล็กไม่มีไอเดียและเดาไม่ออกเลยว่าทิฟฟานี่จะไปหลบอยู่ตรง ไหนในเมื่อเธอไม่เคยผ่านแถวนี้มาก่อน แทยอนใช้สัญชาตญาณดิบล้วนๆในการเดาทาง จนกระทั่งมองเห็นสวนสาธารณะร่มรื่นอยู่ไม่ไกลก่อนตัดสินใจเข้าไปดูในนั้น เพราะมันมีความน่าจะเป็นว่าทิฟฟานี่จะอยู่ที่นั่นมากกว่าในเขตรั้วบ้านของคน ละแวกนี้...คงไม่มีใครวิ่งไปเล่นซ่อนแอบในบ้านคนอื่นหรอก จริงไหม?


ร่างเล็กค่อนข้างกังวลเกี่ยวกับสภาพจิตใจของทิฟฟานี่ เด็กคนนี้จะรู้สึกอย่างไร ภาพของเธอกับเจสสิก้าจะกระทบกระเทือนความรู้สึกแค่ไหน แทยอนขอให้ทุกอย่างไม่เลวร้ายอย่างที่คิด เพราะอย่างน้อยทิฟฟานี่ก็เป็นเด็กที่เข้มแข็ง... ในที่สุดตาคู่เล็กก็ไปสะดุดกับร่างเพรียวบางที่ตนตามหา และเธออยากขอบคุณพระเจ้าที่ภาพตรงหน้าไม่ได้เลวร้ายไปกว่าที่จินตนาการเอา ไว้


ทิฟฟานี่ไม่ได้ร้องห่มร้องไห้หรือแสดงอาการอะไรให้น่าวิตก กังวล เด็กสาวกำลังเหม่อมองออกไปยังแม่น้ำสายเล็กๆที่ไหลผ่านสวนสาธารณะแห่งนี้ แขนทั้งสองข้างเท้าลงบนขอบรั้วเตี้ยๆ ไรผมคลอเคลียบนแก้มใส ตาคู่หวานทอดมองไปไกลอย่างไร้จุดหมาย ราวกับกำลังผ่อนคลายไปกับธรรมชาติรอบกาย ปล่อยอารมณ์ไปกับสายลมเอื่อยอ่อยที่พัดผ่านแผ่วเบา


"วิวสวยดีเนอะ" แทยอนเดินเข้าไปหยุดยืนข้างๆ เท้าแขนลงบนรั้วแบบเดียวกับที่อีกคนกำลังทำ พลางชะโงกหน้าออกไปในทิศทางเดียวกับที่ทิฟฟานี่มองอยู่...แม้ไม่ได้มองหน้า กันตรงๆ แต่ปลายสายตาก็ยังแอบเห็นมุมปากของคนอ่อนวัยกว่ายกยิ้มขึ้นมาหน่อยๆ


หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีก มีเพียงเสียงฉ่ำเย็นของสายน้ำเบื้องหน้า และเสียงเศษใบไม้กลิ้งไปมาบนพื้นยามต้องลม ผ่านไปสักพัก ในที่สุดเสียงแหบหวานเด็กสาวก็ทำลายความเงียบนี้ลง


"ครูคิมทำให้ฉันต้องนั่งรถกลับบ้านเอง..." ใบหน้าหวานค่อยๆช้อนมองครูสาวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง "จะรับผิดชอบยังไงดีคะ?" ทว่าแววตาคู่นั้นกลับเปล่งประกายหยอกเอินเจ้าเล่ห์


"ขอโทษด้วยนะ" แทบนับครั้งไม่ได้ที่เธอต้องเอ่ยคำนี้ออกมาตั้งแต่เจอหน้าเจสสิก้า แน่นอนว่ามันมาจากใจและแทยอนหมายความอย่างนั้นจริงๆ เธอไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ สวรรค์เล่นตลกกับพวกเราชัดๆกับการที่ให้เธอได้เป็นคุณครูสอนศิลปะให้ลูกสาว ของคนรักเก่า มันงี่เง่าสิ้นดีเลยว่ามั้ย?


"ฉันงงไปหมดแล้ว..." เมื่อเสร็จกิจกรรมของคณะ ทิฟฟานี่โทรหาคุณแม่แต่เขาไม่รับสาย ใต้ต้นไม้ที่คุณแม่จอดรถรอเธออยู่ประจำก็ไร้เงา เธอรออยู่สักพัก สุดท้ายจึงนั่งแท็กซี่กลับบ้านด้วยความเป็นห่วงว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่หรือเปล่า "เรื่องของคุณกับคุณแม่ ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยได้ไหมคะ?"

แทยอนค่อยๆเล่าทุกอย่างให้ฟังถึงที่มาที่ไประหว่างเธอและเจสสิก้า น้ำเสียงนุ่มบอกเล่าเรื่องราวช้าๆอย่างตรงไปตรงมา นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เหตุการณ์ต่างๆที่เป็นจุดเปลี่ยน จนถึงจุดจบที่เราจากกันเหมือนอยู่บนโลกคนละใบ...ทิฟฟานี่รับฟังด้วยอาการสงบ พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆที่เธอไม่เคยรับรู้มาก่อน แม้ที่ผ่านมาจะรับรู้ได้ตลอดว่าคุณแม่คงมีอดีตบางอย่างที่ไม่อยากพูดถึง เป็นสิ่งที่ฝังใจและทำให้แม่เลือกที่จะลืมมัน แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านั่นคือสิ่งที่รบกวนจิตใจเขามาตลอด ทิฟฟานี่ไม่คิดเลยว่า อดีตฝังจำของแม่จะมีครูแทยอนเป็นตัวแปรสำคัญอยู่ในนั้น


"...ร้ายไม่เบาเลยนะคะครูคิมเนี่ย นอกใจคุณแม่ได้ไงกัน เธอออกจะสวยขนาดนั้น"


"เดี๋ยวๆๆ ฉันรักแม่เธอคนเดียว ไม่ได้ตั้งใจจะนอกใจซะหน่อย"


"แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่คนอื่นมาอ่อยไม่ใช่หรอคะ" เด็กสาวผ่อนลมหายใจผ่านริมฝีปากที่เผยอออกจากกันนิดๆ "แต่ก็เอาเถอะ" เธอสบตาครูสาว "...ถ้าไม่มีเรื่องวันนั้น ก็คงไม่มีฉันในวันนี้นะคะ"


"เธอไม่ได้โกรธคุณแม่หรอกใช่มั้ย? สำหรับ เอ่อ...ทุกเรื่องน่ะ" แทยอนอยากจะพูดถึงเรื่องที่เจสสิก้าระบายอารมณ์ใคร่ใส่ลูกของตัวเอง แต่เธอเลือกที่จะหยิบคำพูดกว้างๆมากกว่าที่จะพูดมันออกไปตรงๆ


"ถ้าคุณจะหมายถึงเรื่องนี้..." ทิฟฟานี่พลิกกายเข้ามาหา มือเรียวค่อยๆเกี่ยวคอเสื้อของเธอลง เผยให้เห็นรอยช้ำสีจางบนเนินอก มันไม่ใช่รอยจากการกระแทก แต่มันคือ รอยดูด "ฉันรักคุณแม่ค่ะ ฉันโกรธเขาไม่ลงหรอก เพราะสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ส่วนนึงมันก็เป็นเพราะฉันด้วย"


"เธอรู้..." ว่าฉันหมายถึงอะไร คำพูดที่เหลือแทยอนพูดต่อในใจ แววตาขบขันของทิฟฟานี่สร้างความประหลาดใจให้เธออีกครั้ง


"ก็สีหน้าครูคิมชัดเจนขนาดนั้น ฉันจะไม่รู้ได้ยังไงล่ะคะ" เอ่ยพลางเปล่งเสียงหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง "มันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกไม่ควรเอามากๆ...รู้อย่างนี้แล้ว ครูคิมรังเกียจพวกเราหรือเปล่าคะ?" แทยอนส่ายหน้า


"ฉันอยากแก้ไขมัน"


"ยังไงคะ" ทิฟฟานี่เอียงคอถาม


"เจสสิก้าต้องไปพบแพทย์ ฉันจะพาเขาไปรักษาเอง"


คนอ่อนวัยกว่าพยักหน้าช้าๆ สายตาของแทยอนได้บอกสิ่งที่อยู่ข้างในหมดแล้ว แทยอนตั้งใจแบบนั้นและต้องการทำอย่างที่พูดจริงๆ


"คุณจะกลับมาคบกับคุณแม่มั้ยคะ?" ถามพลางกัดริมฝีปากอิ่มสวยของตัวเองด้วยฟันบนคู่เล็ก ลึกๆแล้วเธออยากให้เขาปฏิเสธ เพราะเธอเองก็พอใจเขาอยู่ไม่น้อย เธอชอบเขา ไม่ว่าในฐานะไหน ครูแทยอนคือคนที่ทำให้เธอยิ้มได้และมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง


"ไม่รู้สิ...เรายังไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวเลย"


"แล้วฉันก็โผล่ไปขัดจังหวะเสียก่อน..." เด็กสาวแทรกขึ้นมาพลางถอนหายใจช้าๆ จู่ๆลมแรงก็พัดมา ทำเอาผมปลิวไปคนละทิศคนละทาง


"อย่าคิดแบบนั้น ฉันต่างหากที่เป็นคนนอก" แทยอนเอื้อมมือไปจับปอยผมที่ปลิวปิดหน้าเด็กสาวไปทัดเข้าหลังใบหู "ดูสิ...หมูชมพูเลยต้องกลับบ้านเอง ครูรู้สึกผิดจริงๆนะ" ทิฟฟานี่ยู่หน้าใส่เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย ทำเอาคุณครูอดยิ้มน้อยๆไม่ได้


"ยังจะรู้อีกนะว่าเพื่อนเรียกฉันว่าหมู"


"กินเก่งๆน่ารักดีออก วัยกำลังโต" จบประโยคก็เกิดเสียงดัง เพี๊ยะ จากฝ่ามือของทิฟฟานี่ที่กระทบต้นแขนแทยอนอย่างลืมตัว แอบลืมไปชั่วอึดใจว่าเขาเป็นถึงครูที่โรงเรียนเชียวนะ



"ในเมื่อคุณยังไม่รู้คำตอบ...แค่เพียงตอนนี้" ร่างบอบบางขยับร่างเข้าใกล้ครูสาวอีกนิด "กอดฉันหน่อยได้ไหมคะ?"


วงแขนแทยอนอ้าออกเพื่อรับเอาคนอ่อนวัยกว่าเข้ามาในอ้อมกอด ทิฟฟานี่ซุกตัวเบียดเข้าหาไออุ่นของอีกฝ่าย สอดแขนผ่านเอวคอดกิ่วเพื่อดึงร่างบอบบางเข้ามาแนบกาย มันทำให้เธอรู้สึกสงบและปลอดภัยยามที่เขาวางมือลงบนหัว แล้วลูบผมเธอช้าๆด้วยความอ่อนโยน สัมผัสนุ่มละมุนช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้อย่างประหลาด หากว่าครูคิมไม่เช่นคนรัก(เก่า)ของแม่ เธอเองก็ปรารถนาให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกในวันข้างหน้า


"ถ้าครูคิมไม่ใช่ของคุณแม่ ....ฉันก็อยากให้ครูคิมเป็น ของฉัน นะคะ"


"หืม?"


ทิฟฟานี่ผละใบหน้าออกมาจากไหล่เพื่อระบายยิ้มสวยหวานให้ครูสาวอย่างอารมณ์ดี ขณะที่สองมือยังไม่ปล่อยไปจากเอวของคนที่เริ่มขยับตัวทำท่าจะถอยหนี แทยอนคงไม่รู้ตัวหรอกว่าสีหน้าตื่นๆของตัวเองตอนนี้ทำให้ทิฟฟานี่อยากจะ แกล้งมากขึ้นไปอีกด้วยซ้ำ คนอะไร อายุขนาดนี้แล้วยังหน้าเด็ก แถมยังทำตัวน่ารักมากๆอีกต่างหาก



"แม่เผลอแล้วเจอกัน ^^"


จบประโยค แทยอนแทบดีดตัวออกจากเรียวแขนทิฟฟานี่ในทันที เด็กบ้า! คน ตัวเล็กได้แต่เอ็ดอีกคนอยู่ในใจ เพราะในความเป็นจริงแล้วครูสาวทำได้เพียงอ้าปากพะงาบๆเหมือนปลาขาดน้ำและ ใกล้จะตายอีกไม่ช้า กว่าจะหาโทนเสียงของตนเจอ ทิฟฟานี่ก็ยืนหัวเราะท้องขดท้องแข็งไปถึงไหนต่อไหน… เสียท่าเด็กอีกแล้วใช่มั้ย?


"ย่าห์ หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้เลยนะ ทิฟฟานี่ จอง" คำขู่ที่ไม่น่ากลัวเลยสักนิดยังคงไม่เป็นผล จนแทยอนต้องกู้หน้าและศักดิ์ศรีความเป็นครูด้วยการ เดินหนี เด็กมันซะเลย "...ฉันจะกลับบ้านแล้ว" ร่างเล็กสะบัดก้นหนีโดยไม่สนใจเสียงหัวเราะระริกจากด้านหลังอีก เธอบังคับไม่ให้ตนหันกลับไปมองยามได้ยินเสียงเรียกจากอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน


"รอด้วยสิคะ...ครูคิม...รอน้องฟานด้วย~"


แทยอนสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้เด็กปีนเกลียวจนเสียเหลี่ยมอีกเป็นครั้งที่สอง และเธอต้องบอกกับตัวเองอีกครั้งไม่ให้เผลอยิ้มออกมาเมื่อแขนข้างหนึ่งถูก เด็กสาวดึงไปกอดโดยไม่ขออนุญาต… เรียวขาทั้งสองข้างก้าวเดินไปด้วยกัน ผ่านอิฐที่ลาดปูบนพื้น..ก้อนแล้วก้อนเล่า..โดยไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะตอนนี้ สิ่งที่เราใส่ใจและนึกถึงมันมากที่สุดก็คงเป็น รอยยิ้ม ที่ปรากฎอยู่บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มของแทยอน…ทิฟฟานี่…หรือเจสสิก้า ก็ตามที





...สามเดือนต่อมา...





"ฟานี่~ แม่จะไปข้างนอก หนูจะเอาอะไรมั้ยลูก?" เจสสิก้าตะโกนขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ตาคู่สวยมองไปยังบานประตูห้องนอนสีชมพูอ่อน ก่อนที่เจ้าของห้องจะเปิดมันออกมาด้วยสีหน้างัวเงียเพราะโดนปลุกก่อนเวลา ปกติที่เคยตื่น


"แม่จะไปไหน?"


"จะไปหาหมอกับแทยอน เลยถามว่า เอาอะไรมั้ย จะได้ซื้อเข้ามาให้..."


"เอาแทยอนค่ะ…แม่ทิ้งเขาไว้ที่บ้าน แล้วแม่ก็ไปหาหมอได้เลย"


"ฟานี่!" เจสสิก้ากลอกตา 360 องศาให้ลูกสาวที่นับวันจะขี้เล่นขึ้นทุกวัน แต่เธอนับว่ามันคือสัญญาณที่ดีสำหรับครอบครัวเล็กๆนี้ เพราะอย่างน้อยอะไรๆก็เริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้น เธอไปหาหมอเป็นประจำทำให้อาการต่างๆดีขึ้น ควบคุมอารมณ์ได้ดีมากขึ้น ส่วนทิฟฟานี่เองก็เป็นเด็กที่สดใสร่าเริงมากกว่าเก่า แม้ว่าความยียวนกวนบาทาจะทำให้ปวดหัวอยู่บ่อยครั้งก็เถอะ


"โอเคๆ ไม่เล่นแล้วก็ได้ หนูขออาหารเช้าอร่อยๆแล้วกันค่ะ...แล้วแม่จะกลับมากินรึป่าว หรือว่ากินกับแทแทข้างนอกเลย" เดี๋ยวนี้เด็กสาวเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกครูคิมไปเรียบร้อยแล้ว สาวหน้าหวานขอใช้คำง่ายๆอย่าง แทแท เพื่อใช้เรียกให้ง่ายขึ้นเพราะความสนิทสนมที่มีมากขึ้น


"เดี๋ยวกลับมากินพร้อมกันนี่แหละ...ลุกขึ้นมาอาบน้ำได้แล้วนะ แม่ไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ"


"อื้อ" เด็กสาวตอบรับง่ายๆ ก่อนจะเดินโงกเงกลงมาหอมแก้มคุณแม่หนึ่งทีตามประเพณีที่ทำมายาวนานตั้งแต่เกิด


ทว่า สิ่งที่ทิฟฟานี่กำลังจะทำต่อมาก็ทำให้เจสสิก้าอยากจะเอาเท้าขึ้นมาก่ายหน้า ผากตัวเองอีกหลายๆรอบ เพราะเจ้าลูกตัวแสบค่อยๆเดินเลยผ่านตัวเธอไป เพื่อประทับริมฝีปาก (ที่ยังไม่ได้แปรงฟัน) ลงบนแก้มขาวใสของ คิม แทยอน ที่กำลังยืนอ้ำๆอึ้งๆอยู่ข้างหลังเธอ เสียงดัง จุ๊บ~ ทำให้คนแม่เป็นถอนหายใจยาวยืดพลางส่ายหัวไปมา แต่ก็ว่าอะไรไม่ออกเมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างบวกกับประกายวิบวับในแววตาของลูก ที่มันบ่งบอกว่ากำลังมีความสุขอยู่อย่างนั้น


"...แล้วจะรีบกลับมานะ" เจสสิก้ายีหัวลูกเล่นด้วยความมันเขี้ยว


"เดินทางปลอดภัยค่ะแม่ / ขับรถดีๆนะแทแท"


ทิฟฟานี่เข้าไปกอดเจสสิก้าอีกครั้ง เธอซุกหน้าลงบนไหล่บอบบางของแม่ ไหล่คู่นี้ที่แบกรับอะไรไว้มากมายตลอดช่วงเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา สองไหล่ที่มันคงอ่อนล้า และได้เวลาที่มันจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง… เธอค่อยๆคลายเรียวแขนออก ปล่อยให้แม่ขึ้นรถไปกับครูแทยอน ตาคู่หวานมองดูรถคันนั้นมุ่งหน้าออกสู่ท้องถนนหน้ารั้วบ้าน ใบหน้าหวานยังคงเกลื่อนยิ้มสดใสไม่ต่างจากแสงแดดอ่อนๆยามเช้า



หากเขาทั้งคู่จะกลับมารักกันอีกครั้ง เธอขอให้นั่นคือ 'รักสุดท้าย' สำหรับทั้งสองคน



ส่วนเธอ…มันยังไม่ใช่จุดจบของความรัก ทิฟฟานี่ยังคงเชื่อว่า




...ตราบใดที่ประตูหัวใจยังคงเปิดไว้
ความรักจะเข้ามาทักทายเราเสมอ...


 










ความรักไม่เคยหยุดนิ่ง หากปล่อยให้มันเคลื่อนไหวอย่างอิสระ
แล้ววันนึง ความรักของเรา จะรู้เองว่าควรหยุดอยู่ "ที่ตรงไหน"


เนอะ ^^

มีคนเม้นบอกว่าไรท์มาไกลมากเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละคร
แต่งเรื่องแรก พี่-น้อง เรื่องสอง อา-หลาน เรื่องล่าสุดนี้ แม่-ลูก
เออ...จิงข่ะ เพิ่งรู้ตัวว่ามาด้านนี้ ถ้าไม่ทักก็ยังไม่รู้สึกนะ ฮ่าๆๆๆ

ความจริงฟานี่ก็ไม่ได้เศร้าสลดมากอย่างที่ทุกคนเป็นห่วงนะคะ
นางยังเด็กและยังต้องเจออะไรอีกเยอะ นางรักแม่ นางเข้มแข็ง

สำหรับคนที่คิดถึงคู่อา-หลาน ฟิค Black Moon เปิดพรีแล้วจร้า
สนใจเข้าไปดูตามนี้เลยนะคะ >>> Pre Order รอบสองคลิ๊ก!



เดี๋ยวจะมีกิจกรรมแจกฟิคอย่างที่เคยบอก รอกันอีกนิดนะคะ ^^

jsc1.gif ty1.gif tfn1.gif

ผลงานทั้งหมด ของ Rainn

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

60 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 21:56
    จบแบบมีเรื่องให้คิดต่อ
    สนุกดีค่ะ
    ไรท์จะแต่งเจทิอีกมั้ยคะ555555
    #60
    2
    • 22 พฤษภาคม 2561 / 19:07
      ไรท์ก็ชอบคู่นี้มากนะ ถ้ามีเวลาก็อยากแต่งอยู่ค่ะ
      ติดว่ายังเรียนโทอยู่ เลยไม่ได้แต่งซักที ^^
      #60-1
    • 22 พฤษภาคม 2561 / 22:42
      สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้
      จะรออ่านฟิคของไรท์นะคะ💛
      #60-2
  2. วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 20:38
    เปิดมาก็ดาร์คแล้ว555555 มาอ่านแล้วนะคะ ก่อนหน้านี้ไม่ว่างเลย ไรท์คงจำนี่ไม่ได้แล้ว55555
    #59
    1
    • 22 พฤษภาคม 2561 / 18:59
      แค่เห็นชื่อก็จำได้แล้วคร่า
      ไม่คิดว่าจะยังจำไรท์ได้และกลับมาอ่านติดตามอีก (ทั้งๆที่ลงไว้นานมากแล้ว) 555

      ขอบคุณที่รักกันค่ะ ^3^
      #59-1
  3. #58 Thek
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 23:11
    สวัสดีปีใหม่คร้าไรท์



    มีความสุขมากๆคร้า



    แต่งฟิคเรื่องใหม่ให้อ่านได้แล้ว



    คิดถึงงง ^^
    #58
    1
    • 27 มกราคม 2559 / 13:58
      Happy New Year
      มีความสุขมากๆเช่นกันนะคร้า
      ไรท์เพิ่งเห็นข้อความ
      ขอบคุณที่ตามตามเสมอมาค่ะ

      คอยเม้นท์ให้ไรท์ตลอดเลย ขอบคุณสำหรับกำลังใจมากๆค่า ^^
      #58-1
  4. วันที่ 3 มกราคม 2559 / 10:52
    สนุกทุกเรื่องเลยค่ะ
    เรื่องนี้แบบ ศีลธรรมคืออะไร?
    555
    แต่งฟิคสนุกๆแบบนี้ต่อไปอีกนะคะ :)
    #57
    0
  5. วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 14:23
    ตามอ่านจบจนได้ ตอนจบ ค่อยๆปรับเปลี่ยนแปลง อะไรเริ่มดีขึ้น ฟานี่ เข้มแข็งมาก สิก้า แบกอะไรมานาน แต่ฟานี่เข้าใจ สิก้าเสมอ บาดแผล บางทีต้องใช้เวลา
    #56
    0
  6. #55 taenyisreal
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 14:59
    หูยยยยยย ชอบตอนจบมากค่ะไรต์ จบเกินคาด

    ไม่คิดว่าจะจบแบบนี้ ละมุนอบอุ่นมากค่ะ

    ฟานี่เข้มอข็งมาก เปนเดกที่รักแม่มากๆ น่ารักจิงๆ

    ขอให้วันนึงนางได้เจอใครที่เปนคนของตัวเองจิงๆ

    ส่วนครูคิมคงต้องปล่ยไว้กับขุ่นแม่ เขารักกันมานาน

    เรียกได้ว่า แฮปปี้เอ็นดิ้งมากเลย



    ขอบคุณนะคะไรต์ ฟิคของไรต์สนุกสมกับไรต์ Rainn จิงๆ

    ไม่ผิดหวังเลย ^^
    #55
    0
  7. วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 09:01
    งุ้ยย ชอบมากเลยค่ะไรท์ อร๊าย~ เอาแทยอนด้วยคนค่ะ 5555
    #54
    0
  8. #53 แอล
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 21:41
    แหวกมาก! อ่านแต่ละเรื่องของไรท์ไม่เคยเดาทางได้เลย 5555 เป็นตอนจบที่ฉีกมาก แทงสิกนี่ แฮปปี้ รีด ก็แฮปปี้....
    #53
    0
  9. #52 Bawalien
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 21:05
    3P ค่ะ >w< อ่านแล้วสนุกมากค่ะ
    #52
    0
  10. วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 20:36
    *กรอกตา360องศา 555555 ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ สนุกมากๆเลยค่ะ~

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 5 ตุลาคม 2558 / 00:37
    #51
    0
  11. #50 Thek
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 18:56
    กรอกตาตามสิก้า

    ฟานี่กวนประสาท 555



    ติดตามมาทุกเรื่องเลยคะ

    ดีทุกเรื่อง ของคุณไรท์ สำหรับฟิคดีดี ^^
    #50
    1
    • 9 ตุลาคม 2558 / 23:50
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีให้ตลอดเหมือนกันนะคะ ^^
      #50-1
  12. #49 เเฟนคับ
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 18:43
    สุดท้ายก็เเทงสิก>< จบเเล้วสินะคะ สนุกมากๆเลยค่ะ
    #49
    0
  13. วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 18:17
    อัพแล้วนะคร้า มาอ่านเร้ว ^^
    #48
    0
  14. #47 เเฟนคลับ
    วันที่ 3 ตุลาคม 2558 / 12:18
    เราจะรีบมาอ่านนะคะ เเล้วเจอกันวันอาทิตย์ค่ะไรต์

    ^^



    ขอเเทงสิกได้ม้ายยย..เอิ่มมม ไม่ใช่ละ555



    เป็นฟิคที่สนุกสุดๆ เเล้วเจอกันค่ะ^^
    #47
    0
  15. #46 taenyisreal
    วันที่ 3 ตุลาคม 2558 / 12:04
    เรื่องจะจบยังไงนะ แทงสิกก็ชอบ แทนี่ก็ดี

    สงสารฟานี่มาก เป็นเด็กที่ไม่รู้อะไรเลย

    แถมมาเจอแบบนี้ตือช้อคไปเลย ฟานี่ไปไหน

    แทตามไปให้ทันนะ ไปง้อเดกมันหน่อย

    ไรต์มาต่อได้แล้วน้า คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #46
    0
  16. #45 เเฟนคลับ
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 05:49
    มาต่อไวๆนะคะ อยากอ่านต่อมากก เข้ามาดูทุกวันเลย
    #45
    0
  17. #44 แอล
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 21:51
    สงสารฟานี่อ่ะ~ อยากจะครายยยย



    สู้ๆค่ะไรท์ ไรท์แต่งได้โดนมากๆ เค้าติดตามทุกเรื่องเลยนะ
    #44
    0
  18. วันที่ 25 กันยายน 2558 / 13:24
    ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามนะคะ
    ตอนจบพยายามจะอัพวันหยุดนี้ หวังว่าจะทันนะคะ ^^
    #43
    0
  19. #42 เเฟนคลับ
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 19:03
    อยากรู้ว่ามันจะจบยังไง เเทกับสิก้ารักกัน เเต่สิก้ามีลูกกับเเทคยอน เเล้วเเทคยอนก็อยากรับผิดชอบเจสสิก้ากับทิฟฟานี่ เเล้วทิฟฟานี่กับเจสสิก้าก็มีอะไรกัน เเถมทิฟฟานี่ก็สนใจเเทยอน



    คือเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกัน เเถมสนุกมากๆด้วยค่ะ



    อัพไวๆนะคะ สัญญาว่าจะเม้นจนตอนจบ(เเละต้องจบด้วยนะะ เราลุ้นมากๆเลย อยากให้เป็นเเทง

    สิกอ่า)



    สู้ๆค่ะ^^
    #42
    0
  20. #41 Thek
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 23:28
    อุ้ยยย กำลังเจ้มจ้น



    มาต่อไวไวน้าาาา
    #41
    0
  21. #40 viworld (@viworld) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 15:54
    ในที่สุดก็เจอกันพร้อมหน้ากันซักที ลุ้นสุดตัว เชีย 3P (โดนตบ) 555
    #40
    0
  22. วันที่ 19 กันยายน 2558 / 23:20
    เป็น One..(Two Three) shot ที่แวกแนวมากกก น่าติดตาม รออีก 50% ^^ #แอบเชียร์ taeny . . ปล.เรื่องแรก พี่-น้อง ต่อมา อา-หลาน นี้ แม่-ลูก ...#ไรท์มาไกลอะบอกเลย 5555
    #39
    0
  23. #38 Minxos (@minxos) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 22:49
    เป็น One..(Two Three) shot ที่แวกแนวมากกก น่าติดตาม รออีก 50% ^^ #แอบเชียร์ taeny . . ปล.เรื่องแรก พี่-น้อง ต่อมา อา-หลาน นี้ แม่-ลูก ...#ไรท์มาไกลอะบอกเลย 5555
    #38
    0
  24. วันที่ 19 กันยายน 2558 / 20:22
    พึ่งเข้ามาอ่านคะ ชอบมากเลย มาต่อไวๆนะคะ เชียร์แทงสิกสุดใจ >○<

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 19 กันยายน 2558 / 20:27
    #37
    0
  25. วันที่ 19 กันยายน 2558 / 19:57
    พึ่งเข้ามาอ่านคะ ชอบมากเลย มาต่อไวๆนะคะ เชียร์แทงสิกสุดใจ >○<
    #36
    0