คัดลอกลิงก์เเล้ว

✿ The Flower ดอกไม้ริมทาง ✿ [HunSic] / SNSD EXO

ก็แค่ ‘ผู้หญิงชาวบ้าน’ คนหนึ่งที่ดันไปหลงรักคนกรุงอย่างเขาที่ใครๆต่างก็บอกว่าพวกเขาไม่จริงใจกันนักหรอก...

ยอดวิวรวม

814

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


814

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


37
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ธ.ค. 59 / 23:03 น.
นิยาย ✿ The Flower ͡ҧ ✿ [HunSic] / SNSD EXO ✿ The Flower ดอกไม้ริมทาง ✿ [HunSic] / SNSD EXO | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้









ก็แค่ ผู้หญิงชาวบ้านคนหนึ่งที่ดันไปหลงรักคนกรุงอย่างเขา

ที่ใครๆต่างก็บอกว่าพวกเขาไม่จริงใจกันนักหรอก...







ช็อตฟิคสั้นชั่ววูบที่มันเข้ามากะทันหัน 555555

รู้สึกว่าคิดถึง ฮุนสิก เลยแต่งแก้คิดถึง :)

ใครแฟนคลับคู่นี้ก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะ <3













O P E N :: 05 / 11 / 2016

C l O S E :: XX / XX / XXXX













B A B Y ♥ T H E M E
Cute Light Pink Flying Butterfly

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ธ.ค. 59 / 23:03























ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งท่ามกลางบรรยากาศของทุ่งหญ้าในช่วงหน้าหนาวที่ปีนี้หนาวกว่าทุกๆปี จองซูยอน ลูกสาวคนเดียวของครอบครัวจองซึ่งพ่อของเธอเป็นที่ผู้ใหญ่บ้านที่ขึ้นชื่อว่าหวงลูกสาวยิ่งกว่าอะไรดี ด้วยความที่ซูยอนมีใบหน้าที่สะสวยกว่าชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้าน แถมยังเป็นคนมีน้ำใจ คอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอจึงทำให้เป็นที่รักของทุกๆคนในหมู่บ้าน

 

“พี่ซูยอนรีบไปกันเถอะก่อนแดดจะแรงกว่านี้นะ” เสียงตะโกนหวานใสของ ปาร์คซูยอง ลูกสาวของครอบครัวปาร์คซึ่งถือว่าเป็นครอบครัวที่สนิทสนมกับครอบครัวจองมากที่สุดทำให้ซูยอนกับซูยองสนิทกันโดยปริยาย

 

“พ่อจ๋า แม่จ๋าหนูไปที่สวนก่อนนะคะ” ซูยอนหันไปตะโกนบอกพ่อกับแม่ของเธอก่อนจะหยิบตะกร้าแล้วเดินลงบันไดมายังหน้าบ้านที่มีซูยองยืนรออยู่

 

“เอ้อ! พี่ซูยอนรู้มั้ยว่าวันพรุ่งนี้คนจากกรุงเทพจะมาที่หมู่บ้านของเราด้วยนะ” ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินไปยังสวนผลไม้อย่างเช่นทุกวันซูยองที่เพิ่งนึกถึงคำพูดของพ่อหล่อนได้ก็พูดเชิงบอกคนอายุมากกว่า

 

“หืม? แล้วพวกเขาจะมากันทำไม?” ซูยอนทำหน้างุนงงเล็กน้อยก่อนจะถามด้วยความสงสัย ตั้งแต่เธอโตมาก็ไม่เห็นว่าจะมีคนนอกมาเหยียบที่แห่งนี้เลยแล้วทำไมจู่ๆถึงจะมีคนมากันล่ะ?

 

“อืม...เห็นพ่อบอกว่าพวกเขาจะเข้ามาพัฒนาหมู่บ้านของเรา” ซูยองบอกพลางยกยิ้มเล็กน้อย

 

“อย่างนั้นเหรอ” ซูยอนบอกอย่างไม่ใส่ใจอะไร ก็แค่ใครที่ไหนก็ไม่รู้เธอก็ไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลย

 

“พี่ซูยอนไม่ตื่นเต้นบ้างเลยเหรอ?” ซูยองถามคนอายุมากกว่าด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ

 

“ก็ไม่นะ..ไม่ใช่ดาราสักหน่อย ^_^” ซูยอนบอกพลางหันไปส่งยิ้มให้กับซูยอง

 

“จ๊ะเอ๋! น้องซูยอน” ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะเดินเข้าไปในสวนส้มเสียงของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นก่อนที่เขาจะกระโดดมาขวางตรงหน้าของทั้งคู่อย่างกะทันหันจนทำให้ทั้งซูยอนและซูยองอดสะดุ้งด้วยความตกใจไม่ได้

 

“โอ๊ย! ไอพี่ฮานบ้าเล่นอะไรไม่รู้เรื่องถ้าฉันกับพี่ซูยอนช็อคตายจะทำยังไงเล่า!?” ซูยองที่ได้สติก่อนก็เปิดปากโวยวายแกมต่อว่าคนที่เล่นอะไรไม่รู้เรื่องส่วนคนที่ก่อเรื่องอย่าง เสี่ยวลูฮาน กลับยกยิ้มอย่างพอใจกับผลงานที่เขากระทำลงไป

 

“แกก็พูดจาเว่อร์เกินไปเป็นโรคหัวใจกันแต่เด็กเลยเหรอ?” ลูฮานบอกแกมเหน็บซูยองพลางแสดงสีหน้ากวนประสาท

 

“แล้วนี่พี่ฮานว่างหรือไงคะ? ถึงได้มาแกล้งฉันกับซูยองเนี่ย?” ซูยอนเอ่ยปากถามพลางมองหน้าอีกฝ่าย

 

“ก็เปล่าจ้ะ..พี่เห็นว่าน้องซูยอนเดินมาก็แค่อยากเข้ามาทักทายแค่นั้นเอง :)” ลูฮานบอกพลางส่งยิ้มไปให้

 

“เชอะ! น่าเบื่อคนจีบกันจริงๆแต่วันนี้ฉันไม่ปล่อยให้พี่มายืนจีบกันหรอกนะฉันกับพี่ซูยอนต้องไปเก็บส้มกันก่อน” ซูยองบอกอย่างหมั่นไส้คำพูดของลูฮานก่อนจะจับมือของซูยอนแล้วทำท่าจะเดินออกไปถ้าไม่ติดว่าลูฮานเดินมายืนขวางเสียก่อน

 

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปช่วยนะ ^_^” ลูฮานบอกแถมยังไม่พูดเปล่ายังถือวิสาสะแย่งตะกร้าในมือของซูยอนมาถือเอาไว้เสียเอง

 

“อะไรอ่ะ? ถือแต่ตะกร้าของพี่ซูยอนถือของฉันบ้างสิ” ซูยองบอกอย่างอิจฉาพลางยื่นตะกร้าของตัวเองให้กับลูฮาน

 

“เป็นเด็กเป็นเล็กมาใช้ผู้ใหญ่ได้ยังไงกันล่ะถือเองไปเลย” ลูฮานบอกทำให้ซูยองหมั่นไส้จนเดินนำไปก่อน

 

“พี่ก็ไปแกล้งซูยองอยู่ได้ดูสิงอนไปแล้วน่ะ” ซูยอนบอกแกมต่อว่าอีกฝ่ายพลางยกมือขึ้นตีที่หัวไหล่ของลูฮานเป็นการทำโทษ

 

“ก็ยัยซูยองแกล้งแล้วมันสนุกนี่นา” ลูฮานบอกอย่างยิ้มๆจนซูยอนเหนื่อยใจจนต้องส่ายหัวไปมาก่อนที่ทั้งคู่จะเดินตามหลังซูยองไป

 

 

ที่เมืองหลวงท่ามกลางการจราจรติดขัดที่นานนับปีที่ไม่สามารถจะแก้ไขได้เสียทีเนื่องจากประชากรจากต่างจังหวัดก็ขึ้นมาทำงานกันที่นี่กันส่งผลให้เมืองหลวงที่ว่าใหญ่ก็ดูเล็กลงมาทันที และที่นี่ก็เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างมากมายที่เยอะเป็นอันดับต้นๆคงไม่พ้นตึกบริษัทต่างๆที่ขึ้นเป็นดอกเห็ด

 

“พี่เซฮุนจะไปที่หมู่บ้านนั่นจริงๆเหรอคะ?” เสียงเอ่ยปากถามของ ปาร์คจียอน ดังขึ้นเมื่อความแน่ใจพลางเบ้ปากอย่างนึกไม่พอใจ เธอเกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวย ถูกเลี้ยงเป็นอย่างดียุงไม่ให้ไต่ไรก็ไม่ให้ตอมแต่ว่าที่คู่หมั้นอย่าง โอเซฮุน กลับมีความคิดประหลาดที่อยากจะไปในที่ทุรกันดานแบบนั้น

 

“ใช่สิ..พี่ว่าหมู่บ้านนี้สวยมากเลยนะแต่ความเจริญยังเข้าไปไม่ถึงมากนักพี่เลยอยากจะเข้าไปพัฒนาก็แค่นั้นเอง” เซฮุนตอบกลับว่าที่คู่หมั้นของตัวเองโดยที่สายตายังจับจ้องไปที่หนังสือท่องเที่ยวที่บังเอิญไปเจอมันที่ร้านขายของฝาก

 

“แต่จียอนว่าการเดินทางมันลำบากเกินไปรถของเราคงใช้ไม่ได้หรอกค่ะ อีกอย่างพี่ก็เป็นซีอีโอไม่ใช่พวกปลัดที่จะต้องไปพัฒนาหมู่บ้านซอมซ่อแบบนี้นะ” จียอนบอกแกมขัดอย่างเอาแต่ใจ

 

“พี่รู้ว่าพี่เป็นซีอีโอที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้แต่พี่พอใจที่อยากจะเข้าไปช่วยเหลือไปพัฒนา แต่ถ้าจียอนไม่พอใจที่จะไปกับพี่ก็ไม่เป็นไรนะ” เซฮุนบอกเสียงเรียบ

 

“ได้ยังไงล่ะคะ! เราสองคนเป็นคู่หมั้นกันพี่จะไปไหนโดยไม่มีฉันได้ยังไงกันล่ะคะ!” จียอนขึ้นเสียงใส่เซฮุนอย่างนึกโมโห

 

“ก็เราดูไม่ค่อยอยากไปพี่ก็ไม่อยากบังคับจิตใจของใครนี่” เซฮุนบอกด้วยน้ำเสียงห้วนๆเพราะเขาเองก็เริ่มรำคาญคนตรงหน้าเต็มที

 

“พี่เซฮุนกล้าทำเสียงแบบนี้ใส่ฉันเหรอคะ!? ฉันจะไปฟ้องคุณป้า” จียอนบอกแกมขู่

 

“เอาที่น้องสบายใจเถอะ” เซฮุนบอกก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบเสื้อสูทของตัวเองแล้วเดินออกไปจากห้องทำงานโดยไม่สนใจอีกฝ่าย

 

“กรี๊ดดดดดดด! พี่เซฮุนบ้า!” จียอนกรีดร้องออกมาอย่างอารมณ์เสียพลางกระทืบเท้าปึงปังอย่างระบายอารมณ์

 

 

#วันต่อมา

เช้าวันใหม่ที่อากาศหนาวกว่าเมื่อวานทำให้ซูยอนเลือกจะสวมเสื้อผ้าที่หนามากขึ้นเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นโดยในตอนนี้ซูยอนกำลังขลุกตัวอยู่ในครัวเพื่อเตรียมสำหรับอาหารในตอนเช้า

 

“พี่ซูยอนนนนนนนน” เสียงหวานใสของซูยองดังขึ้นก่อนที่เธอจะวิ่งเข้ามาภายในครัวอย่างคุ้นชิน

 

“เสียงดังมาเชียวมีอะไรเหรอ?” ซูยอนเปิดปากถามในขณะที่เธอกำลังตีไข่สำหรับไข่เจียว

 

“ฉันหิวข้าวเฉยๆ ^^” ซูยองบอกพลางฉีกยิ้มอย่างน่ารัก

 

“แหม..ก็นึกว่าอะไรแต่พี่ยังทำไม่เสร็จเลย” ซูยอนบอก

 

“ถ้าอย่างนั้นฉันช่วยนะคะ” ซูยองรีบอาสาทันที

 

“ไม่ต้องหรอกเหลือแค่ทอดไข่เจียวก็เสร็จแล้ว ถ้าอย่างนั้นพี่วานให้เรายกอาหารตรงนั้นไปที่ชานบ้านแล้วกัน” ซูยอนบอกแกมสั่งเล็กน้อย

 

“ได้เลยค่ะ” ซูยองตอบรับคำก่อนจะลุกขึ้นแล้วไปยกกับข้าวที่ซูยอนทำเสร็จแล้วไปวางที่ชานบ้านตามที่ซูยอนบอก

 

“อ้าว? หนูซูยองมาซะเช้าเชียว” เสียงของแม่ซูยอนดังขึ้นเมื่อเห็นซูยองกำลังก้มๆเงยๆกับการจัดสำรับอาหารในมื้อเช้า

 

“สวัสดีค่ะคุณป้าพอดีหนูหิวข้าวเลยขอมาฝากท้องที่นี่นะคะ” ซูยองเงยหน้าขึ้นพลางเปิดปากพูดก่อนจะส่งยิ้มไปให้หญิงวัยกลางคน

 

“ตามสบายเลยจ้า” แม่ของซูยอนบอกพลางเดินมานั่งตรงที่ซูยองกำลังจัดสำรับอาหารอยู่

 

“แล้วคุณลุงล่ะคะ?” ซูยองเอ่ยปากถามพลางชะเง้อคอมองหา

 

“อ๋อ! รายนั้นกำลังแต่งตัวเตรียมต้อนรับคนจากเมืองกรุงที่จะมาวันนี้น่ะ” แม่ของซูยอนตอบซึ่งซูยองเองก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

 

“ไข่เจียวเสร็จแล้วค่ะ” ไม่ทันไรซูยอนก็ออกมาจากครัวพร้อมกับจานที่มีไข่เจียวที่เพิ่งทอดสดๆร้อนๆก่อนจะนำมาวางรวมกับสำรับอาหารที่ซูยองยกมาก่อนหน้านั้น

 

“แล้วพ่อล่ะคะ?” ซูยอนเอ่ยปากถามแม่ของหล่อนด้วยความสงสัย

 

“แต่งหล่ออยู่ในห้องน่ะ” แม่ของหล่อนตอบซึ่งซูยอนก็พยักหน้ารับก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพร้อมกับหยิบจานมาตักข้าวให้กับแม่ของหล่อนและซูยอง

 

“ขอบคุณค่ะ” ซูยองเอ่ยปากขอบคุณคนอายุมากกว่าที่ยื่นจานข้าวที่มีข้าวอยู่ในจานมาให้

 

“ฝีมือพี่ซูยอนยังอร่อยเหมือนเดิมเลย ^_^” ซูยองเอ่ยปากชมคนอายุมากกว่าหลังจากที่ตักอาหารเข้าปากไปแล้ว

 

“ถ้าอร่อยก็ทานให้หมดนะถ้าเหลือล่ะก็น่าดู..” ซูยอนบอกแกมขู่อีกฝ่าย

 

“รับทราบค่ะ :)” ซูยองบอกพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่ออย่างเอร็ดอร่อย

 

“ซูยอนนนนนนนนนนน! แม่สวัสดีครับ” เสียงของลูฮานดังขึ้นก่อนที่เขาจะวิ่งขึ้นมาบนชานบ้านเหมือนเด็กๆก่อนจะยกมือไหว้แม่ของซูยอนตามมารยาท

 

“เสียงดังมาอีกคนละ” ซูยอนบอกพลางส่ายหัวอย่างเอือมระอา

 

“กำลังทานข้าวกันเหรอ? พี่ทานด้วยคนสิ” ลูฮานบอกก่อนจะถือวิสาสะหยิบจานข้าวมาก่อนจะตักข้าวใส่จานทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต

 

“ที่บ้านพี่ไม่ข้าวหรือไง?” ซูยองเอ่ยปากถามคนมาใหม่

 

“มีแต่อยากกินฝีมือซูยอนมากกว่า ^^” ลูฮานตอบก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับซูยอนที่กำลังทานอาหารอยู่

 

“โอ๊ยยยย!~ นี่ก็หวานไม่เกรงใจแม่พี่ซูยอนเลยนะพี่” ซูยองบอกแกมต่อว่าอีกฝ่ายที่เอะอะก็โชว์หวานไม่แคร์สื่อเลย

 

“ตายจริง สงสัยลูกสาวแม่จะขายออกแล้วล่ะมั้ง?” แม่ของซูยอนพูดแกมแซวคนเป็นลูกสาวที่หน้าเริ่มแดงด้วยความเขินอาย

 

“แม่ก็..” ซูยอนที่ทำท่าจะเปิดปากเถียงคนเป็นแม่แต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเธอจึงทำแค่ยู่ปากก่อนจะเบนหน้าไปทางอื่น

 

“พ่อคะมาทานข้าวได้แล้วค่ะเดี๋ยวหล่อมากจนคนที่มาจากเมืองกรุงจะตายเอานะคะ” ซูยอนที่เห็นพ่อของหล่อนเดินออกมาจากห้องนอนก็ตะโกนเรียกพ่อของหล่อนโดยไม่วายที่จะแซวตามประสาพ่อลูกที่สนิทกัน

 

“แหม..ลูกคนนี้ก็พ่อก็ต้องขอดูดีหน่อยเถอะไม่อย่างนั้นคนกรุงจะเอาไปนินทาได้” พ่อของซูยอนพูดขึ้นพลางเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆภรรยาของตนส่วนซูยอนก็วางจานข้าวของตัวเองก่อนจะหยิบจานใบใหม่มาแล้วตักข้าวใส่ก่อนจะยื่นให้กับพ่อของหล่อน

 

“ว่าแต่คนเมืองกรุงจะมาถึงที่นี่ตอนไหนเหรอคะ?” ซูยองเอ่ยปากถามพ่อของซูยอน

 

“อืม..เห็นว่าจะมาถึงช่วงสายๆ” พ่อของซูยอนตอบพลางใช้ช้อนตักอาหารมาใส่จานของตัวเอง

 

“น่าแปลกดีนะครับร้อยวันพันปีไม่เห็นมีใครจะสนใจมาหมู่บ้านเราเลย” ลูฮานพูดขึ้น

 

“เห็นเขาบอกว่าอยากจะมาช่วยพัฒนาหมู่บ้านของเราให้มันดีกว่าเดิมน่ะ” พ่อของซูยอนตอบก่อนจะตักอาหารเข้าปาก

 

“แล้วทำไมอยู่ๆเขาถึงได้อยากจะมาพัฒนาหมู่บ้านของเราล่ะคะ?” ซูยอนเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

 

“เรื่องนั้นพ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน” พ่อของซูยอนตอบก่อนที่ทุกคนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อไป

 

“เอ่อ..พ่อคะแล้วห้องว่างนั่นพ่อเตรียมเอาไว้ให้ใครเหรอคะ?” ซูยอนเอ่ยปากถามพลางมองหน้าผู้เป็นพ่ออย่างรอคำตอบ

 

“ก็ให้กับคนกรุงที่มาจะนั่นแหละ” พ่อของซูยอนตอบในขณะที่กำลังตักอาหารใส่จาน

 

“แล้วทำไมต้องให้เขามาพักบ้านเราด้วยล่ะคะ?” ซูยอนที่รู้สึกไม่ค่อยชอบความคิดนี้ของพ่อตนเท่าไหร่นักจึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงติดไม่พอใจ เธอไม่ชอบให้ใครก็ไม่รู้มาวุ่นวายที่บ้านของเธอมากนักมันดูไม่เป็นส่วนตัวเอาเสียเลย

 

“ซูยอนลืมไปหรือว่าพ่อเป็นผู้ใหญ่บ้านอีกอย่างที่หมู่บ้านเราก็ไม่ได้มีที่พักมากมายพ่อก็เห็นว่าบ้านเราพอมีห้องว่างอยู่พ่อก็เลยเตรียมเอาไว้ให้พวกเขาก็แค่นั้น” พ่อของซูยอนตอบเชิงอธิบายให้ลูกสาวฟัง

 

“แต่หนูไม่ชอบนี่คะ ให้เขาไปนอนที่อื่นไม่ได้เลยเหรอคะ? บ้านพักท้ายหมู่บ้านเราก็ยังพอมีนี่คะพ่อ” ซูยอนบอกแกมเถียงอย่างหัวชนฝา

 

“ได้ยังไงล่ะท้ายหมู่บ้านเราอันตรายจะตายไปอีกอย่างแสงสว่างก็มีไม่ถึงตอนกลางคืนคงลำบาก” พ่อของซูยอนบอก

 

“แต่ว่า...” ซูยอนที่กำลังเอ่ยปากเถียงพ่อของตนอีกครั้งแต่ก็ต้องเงียบลงเพราะพ่อของเธอพูดขัดขึ้นมาก่อน

 

“พอๆไม่ต้องมาเถียงพ่อแล้ว ลูกน่ะรีบทานข้าวแล้วไปตรวจดูความเรียบร้อยของบ้านเราเถอะเดี๋ยวถ้าพวกเขามาเห็นจะเอ็ดเอาได้” เมื่อสิ้นเสียงของผู้เป็นพ่อซูยอนก็ทำเพียงแค่ถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆก่อนจะรีบทานข้าวจนหมด

 

 

“เมื่อไหร่น้องจียอนจะลงมาสักที?” เซฮุนพูดขึ้นอย่างร้อนร้นพลางก้มมองดูนาฬิกาที่บอกว่าตอนนี้เลยเวลานัดมาพอสมควรแล้ว

 

“นั่นสิ..ถ้าไปช้ากว่านี้มีหวังไปถึงเย็นมากแน่ๆน้องคนนี้ยังไงนะ!” เพื่อนสนิทของเซฮุนอย่างปาร์คชานยอลที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายของว่าที่คู่หมั้นของเซฮุนอย่างจียอนด้วยเอ่ยปากพูดอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อนสนิท

 

“มาแล้วค่ะ! ไม่รู้จะรีบอะไรกันนักหนา” ยังไม่ทันไรเสียงแหลมปรี๊ดของจียอนก็ดังขึ้นก่อนที่เธอจะเดินออกมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้รู้สึกผิดหรือสะทกสะท้านเลยสักนิดที่เธอลงมาสายกว่าที่นัดเอาไว้

 

“ดูพูดจาเข้า! สายแล้วยังทำตัวไม่ทุกข์ไม่ร้อนอีกพี่กับเซฮุนยืนรอเรานานแค่ไหนแล้วรู้บ้างมั้ย!?” ชานยอลอดไม่ไหวจึงเปิดปากต่อว่าคนเป็นน้องสาวไป

 

“โอ๊ย! ก็ไม่รู้ว่าจะรีบไปทำไมที่ๆจะไปก็ไม่เห็นจะน่าไปเท่าไหร่นักหรอกทำตื่นเต้นกันไปได้” จียอนบอกพลางเบะปากอย่างนึกไม่พอใจ

 

“เลิกคุยกันแล้วขึ้นรถเถอะก่อนจะสายไปมากกว่านี้” เซฮุนบอกเชิงห้ามปรามสองพี่น้องที่ชอบทะเลาะกัน เอาจริงๆแล้วถ้าไม่บอกก็ไม่รู้หรอกนะว่าชานยอลกับจียอนจะเป็นพี่น้องกันได้นิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหว

 

เวลาผ่านไปเกือบหกชั่วโมงที่พวกเขาเดินทางมาจนตอนนี้พวกเขามาถึงจุดหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในระหว่างทางที่ต่อรถขึ้นมายังหมู่บ้านแห่งนี้จียอนกับชานยอลก็ทะเลาะกันอีกเนื่องจากความเอาแต่ใจของจียอนนั่นแหละ

 

“อี๋! หมู่บ้านซอมซ่อสกปรกกว่าที่ฉันคิดอีกนะคะ น่าขยะแขยงอ่ะ!” จียอนพูดพลางแสดงท่าทางรังเกียจอย่างเห็นได้ชัดในขณะที่เธอก็คล้องแขนของเซฮุนอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

 

“เงียบปากเถอะน่าพูดจาไม่เข้าหูก็ไม่ต้องพูด!” ชานยอลเปิดปากเอ็ดน้องสาวของตัวเองที่ชอบพูดจาดูถูกไปเรื่อยโดยไม่คิดถึงใคร โชคดีที่ตอนนี้ไม่มีคนในหมู่บ้านมาได้ยินไม่อย่างนั้นเขาคงมองหน้าคนในหมู่บ้านลำบากแน่ๆ

 

“เอ๊ะ! พี่ชานยอลนี่ก็ฉันเป็นน้องพี่นะด่าอยู่นั่นแหละ!” จียอนเปิดปากเถียงกลับคนเป็นพี่ชายพลางถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจ

 

“ก็ดูเราทำตัวให้น่าด่ามั้ยล่ะ?” ชานยอลบอกพลางถลึงตาใส่อย่างดุๆซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คนในหมู่บ้านก็เริ่มทยอยเดินกันมาต้อนรับหลังจากที่มีคนไปบอก

 

“สวัสดีครับ พวกคุณคือคนที่บอกจะมาช่วยพัฒนาหมู่บ้านของเราใช่มั้ย?” เสียงของผู้ใหญ่บ้านทักทายเซฮุน ชานยอล และจียอนอย่างสุภาพพลางส่งยิ้มอย่างผูกมิตรไปให้

 

“ใช่ครับ :)” เซฮุนกับชานยอลต่างก็รับไหว้คนอายุมากกว่าก่อนที่เซฮุนจะเป็นคนตอบคำถามคนตรงหน้า ส่วนจียอนก็ทำเพียงแค่เบะปากแล้วหันไปทางอื่นอย่างไร้มารยาท

 

“พวกคุณมากันเหนื่อยๆถ้าอย่างนั้นผมจะพาไปยังที่พักนะครับ” ผู้ใหญ่บ้านบอกกับพวกเขาก่อนจะหันไปบอกลูกบ้านของตนให้เข้าไปช่วยชานยอล เซฮุน และจียอนถือของ

 

“อี๋! อย่าเอามือสกปรกของพวกแกมาจับกระเป๋าราคาหลายแสนของฉันนะ!” แต่พอจียอนเห็นชาวบ้านที่แต่งตัวซอมซ่อดูสกปรกก็รีบหวีดร้องห้ามปรามอีกฝ่ายอย่างดูถูกดูแคลน

 

“จียอน! พูดจาอะไรอย่างนั้น ผมขอโทษแทนคู่หมั้นผมด้วยนะครับ” เซฮุนเปิดปากเอ็ดจียอนทันทีก่อนจะหันไปเอ่ยปากขอโทษชาวบ้านที่ยืนอึ้งหน้าเหวออยู่

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามผมมาครับ” ผู้ใหญ่บ้านพูดขัดขึ้นก่อนจะเดินนำไปยังบ้านของตน

 

 

“ห้องสะอาดเรียบร้อยดีใช่มั้ยลูก?” แม่ของซูยอนเอ่ยปากถามลูกสาวในขณะที่กำลังนั่งรอคนจากเมืองกรุงอยู่ที่ชานบ้าน

 

“สะอาดแล้วค่ะ” ซูยอนตอบพลางทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อย

 

“พี่ซูยอนยิ้มหน่อยสิ” ซูยองที่เห็นว่าพี่สาวคนสวยหน้าบึ้งตึงก็อดจะพูดขึ้นมาไม่ได้

 

“พี่ไม่อยากยิ้มนี่นา” ซูยอนบอกพลางยู่ปากอย่างไม่พอใจมากขึ้นไปอีกพอรู้ว่าคนเมืองกรุงกำลังเดินทางมาที่บ้านของหล่อน

 

“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้พี่ไปนอนบ้านฉันมั้ยล่ะคะ?” ซูยองบอกเชิงยกข้อเสนอขึ้น

 

“ไม่เป็นไรหรอก นี่ก็บ้านพี่อีกอย่างพี่กับพวกเขาก็ไม่ได้นอนห้องเดียวกันคงไม่เป็นอะไรหรอก พี่แค่รู้สึกไม่พอใจที่ความเป็นส่วนตัวอาจจะเหลือน้อยลง” ซูยอนตอบพลางยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อเห็นว่าพ่อของหล่อนเดินมาไกลๆพร้อมกับคนจากเมืองกรุง

 

“มากันแล้วนี่นา โห..คนเมืองกรุงนี่น่าตาดีกันจริงๆเลยนะคะ” ซูยองบอกพลางเอ่ยปากชมคนเมืองกรุงที่เดินตามหลังผู้ใหญ่บ้าน

 

“ดีตรงไหนกันพี่หล่อกว่าเห็นๆ” ลูฮานพูดขึ้นอย่างติดตลกจนซูยองต้องทำหน้าเอือมระอา

 

“แหวะ! หน้าหนาจริงๆเลยนะพี่ฮานพูดมาได้ไม่อายปากเล๊ย!” ซูยองบอกแกมเหน็บแนมคนอายุมากกว่า

 

“เอ้า? ถามซูยอนสิพี่หล่อกว่าอีกเนอะ” ลูฮานบอกก่อนจะโบ้ยไปทางซูยอนพร้อมกับส่งตาหวานไปให้

 

“เอาที่พี่สบายใจเลย ^_^” ซูยอนบอกพลางส่งยิ้มไปให้แต่คำตอบของเธอกลับเรียกเสียงหัวเราะจากซูยองได้เป็นอย่างดี

 

“ฮ่าๆๆๆสมน้ำหน้า” ซูยองหัวเราะอย่างสะใจก่อนจะพูดต่อพลางทำหน้าทำตาอย่างกวนประสาท

 

“โธ่! ซูยอนไม่เข้าข้างพี่เลยงอนแล้วนะ” ลูฮานบอกก่อนจะแกล้งงอนแล้วเบี่ยงหน้าไปทางอื่น

 

“โอ๋ๆๆหล่อสิพี่หล่อที่สุดแล้วหายงอนเถอะอายแม่” ซูยอนรีบง้อทันทีก่อนจะก้มหน้างุดอย่างเขินอายเมื่อเห็นหน้าแม่ของตัวเองที่กำลังยกยิ้มแซวๆมาให้กับเธอ

 

“อุ้ย! ขอโทษครับแม่” ลูฮานที่เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ก็มีอาการสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะขอโทษขอโพยแม่ของซูยอน

 

“ขึ้นมาเลยครับ” ผู้ใหญ่บ้านบอกกับทุกคนก่อนที่ตัวเองจะเดินนำขึ้นมาบนชานบ้าน

 

“ที่นี่น่ะเหรอที่พักพวกเรา? เล็กกว่าห้องน้ำบ้านฉันอีก!” จียอนพูดขึ้นอย่างดูถูกพลางทำสีหน้าขยะแขยงอย่างเปิดเผย

 

“เงียบเถอะน่าไอน้องบ้า!” ชานยอลเปิดปากต่อว่าน้องสาวตัวเองอย่างจริงจังจนจียอนเองก็อดกลัวไม่ได้จึงทำเพียงแค่จิ๊ปากอย่างขัดใจก่อนจะขึ้นไปบนชานบ้านตามชานยอลกับเซฮุนไป

 

“ซูยอนพาพวกเขาไปเก็บของที่ห้องหน่อยสิลูก” แม่ของซูยอนหันมาบอกแกมสั่งซูยอนที่นั่งนิ่งไม่ยอมทำหน้าที่รับแขกอย่างที่ควรจะทำเช่นทุกครั้ง

 

“พวกเขาจะนอนที่นี่ได้เหรอคะ?” ซูยอนพูดขึ้นเสียงแข็งพลางกวาดตามองหน้าผู้มาใหม่อย่างไม่เป็นมิตรเสียเท่าไหร่

 

“ได้ครับพวกเรานอนกันได้” เซฮุนตอบทันควันพลางส่งยิ้มไปให้กับเจ้าบ้านคนสวยอย่างซูยอนแต่เธอกลับทำเพียงแค่เบะปากแล้วเบนหน้าไปทางอื่น

 

“ถ้าพวกคุณไม่สะดวกจะพักที่บ้านของลุงผู้ใหญ่จะไปพักบ้านที่อยู่ท้ายหมู่บ้านมั้ยล่ะ?” ลูฮานบอกอยากตัดปัญหา

 

“ไม่เป็นไรครับพวกเรานอนได้จริงๆ” เซฮุนตอบปฏิเสธไปเพราะเขาไม่อยากจะสร้างปัญหาให้กับคนอื่น

 

“แม่คะหนูขอไปเก็บผักในสวนที่จะเอามาทำกับข้าวคืนนี้นะคะ” ซูยอนหันไปบอกผู้เป็นมารดาก่อนจะลุกขึ้นพรวดพราดแล้วเดินออกไปพร้อมกับตะกร้า

 

“พี่ซูยอนรอด้วยสิ!” ซูยองที่เห็นว่าซูยอนเดินออกไปแล้วก็รียตะโกนบอกพลางลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งตามคนอายุมากกว่าไปทันที

 

“เดี๋ยวผมตามไปดูซูยอนนะครับ” ลูฮานบอกกับพ่อและแม่ของซูยอนก่อนจะรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังซูยอนกับซูยองไป

 

“ชิ! สวยตายแหละ” จียอนพูดขึ้นพลางเบะปากอย่างนึกหมั่นไส้

 

“ถ้าอย่างนั้นตามป้ามาจ้ะ ป้าต้องขอโทษแทนลูกสาวป้าด้วยนะ” ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านเอ่ยปากขอโทษคนที่ถือว่าเป็นแขกของบ้านก่อนจะลุกขึ้นเพื่อจะเดินนำพาไปยังห้องนอนของพวกเขา

 

“ไม่เป็นไรครับจริงๆผมต้องขอโทษแทนน้องสาวปากเสียของผมถึงจะถูก” ชานยอลบอกพลางหันไปมองหน้าน้องสาวอย่างดุๆแต่จียอนกับทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว

 

“พี่เซฮุนคะจียอนอยากไปนอนที่โรงแรมให้มานอนในบ้านซอมซ่อแบบนี้จียอนนอนไม่ได้หรอกค่ะ” จียอนพูดขึ้นอย่างออดอ้อนว่าที่คู่หมั้นไม่วายที่จะพูดดูถูกดูแคลน

 

“จียอนแถวนี้ไม่มีโรงแรมให้จียอนนอนหรอกครับ” เซฮุนบอก

 

“พี่เซฮุนก็เรียกรถให้ลงไปส่งเราสิคะ” จียอนบอกอย่างออดอ้อน

 

“ไม่ได้หรอกครับ รถมันหมดแล้วถ้าจียอนอยากกลับต้องรอพรุ่งนี้นะครับ” เซฮุนบอก

 

“โอ๊ย! น่ารำคาญ” จียอนบอกอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินกระแทกเท้าปึงปังออกไปอย่างเสียมารยาท

 

“ต้องขอโทษด้วยนะครับน้องสาวของผมก็เป็นพวกเอาแต่ใจแบบนี้แหละครับ” ชานยอลหันไปพูดขอโทษคนตรงหน้าอย่างรู้สึกผิด

 

“ไม่เป็นไรจ้ะ ป้าเข้าใจคนเมืองกรุงคงใช้ชีวิตที่สะดวกสบายมาตลอดพอมาใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบนี้คงลำบาก” ภรรยาผู้ใหญ่บ้านบอกอย่างเข้าใจ

 

“เอ่อ..ว่าแต่ลูกสาวของป้านี่หน้าตาน่ารักดีนะครับชื่ออะไรเหรอครับ?” ชานยอลบอกพลางยกยิ้มเล็กน้อย

 

“อ๋อ..ชื่อซูยอนน่ะลูก จริงๆซูยอนไม่ใช่เด็กนิสัยไม่ดีหรอกนะแต่แกแค่ไม่พอใจที่มีคนแปลกหน้ามานอนที่บ้านเพราะกลัวความส่วนตัวจะหายไปก็แค่นั้นเอง” ภรรยาผู้ใหญ่บ้านตอบเชิงอธิบายให้ฟัง

 

“เหมือนพวกเรากำลังทำให้คุณป้าลำบากเลยนะครับ” เซฮุนบอกอย่างรู้สึกผิดระคนเกรงใจ

 

“ไม่หรอกจ้ะ อย่าไปคิดมากเลยรีบเอาของมาเก็บในห้องนี้เถอะเดี๋ยวใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว” ภรรยาผู้ใหญ่บ้านบอกพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะเดินออกไป

 

“หืม? ลูกสาวป้าเขานี่สวยจริงๆนะเนี่ย” ชานยอลที่สายตาเหลือบไปเก็นรูปของซูยอนก็เดินเข้าไปดูพลางเปิดปากชมไม่ขาดปาก

 

“ทำไม? หรือแกหลงรักเขาหรือไง?” เซฮุนเอ่ยปากถามพลางยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทันเพื่อนสนิท

 

“โหยยยย ไม่หรอกแค่เห็นว่าหน้าน่ารักดี ชื่อก็เพราะ แถมดูท่าทางจะเป็นกุลสตรีมากๆด้วยไม่เหมือนยัยจียอนน้องฉันเลย” ชานยอลบอกโดยไม่วายที่จะแอบเหน็บน้องสาวตัวเอง

 

“เอาน่า แกควรจะชินและเข้าใจจียอนเถอะ” เซฮุนบอกอย่างปลงๆพลางยกมือขึ้นไปตบที่บ่าของอีกฝ่าย

 

“คำนั้นกูต้องพูดเปล่าวะ?” ชานยอลบอกก่อนจะหัวเราะออกมาแล้วทั้งสองคนก็รีบยกกระเป๋าเข้าห้องทันที

 

 

“กลับมาแล้วค่า!~~” เสียงหวานใสของซูยอนดังขึ้นหลังจากที่เธอกลับมาจากการเก็บผักที่จะเอามาทำอาหารมื้อเย็น

 

“เดี๋ยวผมช่วยครับ :)” เซฮุนที่ได้ยินเสียงของซูยอนก็เดินออกมาพลางเอ่ยปากบอกพลางยื่นมือไปหวังจะช่วยถือตะกร้าอย่างหวังดีในขณะที่ซูยอนกำลังเดินขึ้นมาบนชานบ้าน

 

“ไม่เป็นไรค่ะ” เมื่อเห็นว่าเป็นใครซูยอนก็มีท่าทีบึ้งตึงก่อนจะตอบปฏิเสธอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงห้วนๆทำเอาคนหวังดีหน้าเสียไปตามระเบียบแต่เซฮุนก็ไม่ยอมลดละที่จะเข้าไปผูกมิตรต่อลูกสาวเจ้าของบ้าน

 

“อ้าว? กลับมาแล้วเหรอลูกแล้วลูฮานกับซูยองล่ะ?” ในขณะที่ซูยอนกำลังเดินไปในครัวแม่ของหล่อนก็เดินออกมาพอดีก่อนจะเอ่ยปากทักแล้วถามต่อด้วยความสงสัย

 

“อ๋อ! เห็นบอกว่าจะเหนื่อยเลยกลับไปพักผ่อนกันแล้วค่ะ” ซูยอนตอบแม่ของหล่อนพลางส่งยิ้มไปให้

 

“แล้วอย่างนี้ใครจะมาเป็นลูกมือให้ลูกล่ะแม่จะออกไปหาป้าเรวอนซะด้วย” แม่ของหล่อนบอกอย่างคิดหนัก

 

“เดี๋ยวผมช่วยเองครับ” ยังไม่ทันที่ซูยอนจะตอบเซฮุนที่ยืนฟังอยู่ข้างหลังก็เอ่ยปากรับอาสาแทนทำให้ซูยอนรีบหัวขวับไปมองอย่างไม่พอใจ

 

“จะดีเหรอคะ? คุณเป็นแขกให้มาทำคงเสียมารยาทแย่” แม่ของซูยอนบอกอย่างเกรงใจเล็กน้อย

 

“ไม่เป็นไรครับผมแค่อยากหาอะไรทำ ^_^” เซฮุนตอบพลางส่งยิ้มไปให้แม่ของซูยอน

 

“ไม่เป็นไรค่ะแม่หนูทำคนเดียวก็ได้ค่ะ” แต่ซูยอนพูดขัดขึ้นทำเอาเซฮุนหน้าเสียไปเล็กน้อย

 

“ไม่ทันหรอกลูกนี่ก็ปาเข้าไปห้าโมงกว่าจะหกโมงแล้วให้คุณเซฮุนไปช่วยเถอะลูก” แม่ของซูยอนบอกแกมสั่งกลายๆส่วนซูยอนก็ทำหน้าคิดหนัก

 

“ตามนี้แล้วกันนะลูกเดี๋ยวแม่จะรีบไปแล้วจะรีบกลับนะลูก” แม่ของซูยอนบอกเองเสร็จสรรพก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินออกไปทันทีโดยไม่รอให้ซูยอนได้พูดอะไรต่อ

 

“คุณไม่ต้องเข้าไปช่วยหรอกค่ะฉันทำคนเดียวได้” เมื่อแม่ของหล่อนออกไปแล้วซูยอนก็หมุนตัวให้ไปมองหน้าของเซฮุนพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆติดห้วนเล็กน้อย

 

“ไม่เป็นไรครับผมอยากช่วย” เซฮุนบอกอย่างดื้อรั้นก่อนจะถือวิสาสะแย่งตะกร้าในมือของซูยอนไปถือไว้เองก่อนจะเดินนำเข้าไปในครัวอย่างเชี่ยวชาญเสมือนกับว่าเขาได้ทำการสำรวจบ้านของหล่อนมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย

 

“จะให้ทำอะไรดีครับ?” เมื่อเข้ามาภายในครัวเซฮุนก็วางตะกร้าลงก่อนจะหันไปถามซูยอนด้วยความกระตือรือร้น

 

“ไปล้างผักก็ได้ค่ะ” ซูยอนตอบด้วยน้ำเสียงไม่เต็มใจก่อนจะเดินไปหยิบอุปการณ์ต่างๆสำหรับทำอาหาร

 

“ผมขอโทษแทนคู่หมั้นผมด้วยนะครับ” ในขณะที่ซูยอนกำลังเตรียมอุปกรณ์อยู่นั้นเซฮุนที่กำลังเตรียมผักไปล้างก็เอ่ยปากพูดขึ้นทำให้ซูยอนชะงักไปเล็กน้อย

 

“ไม่เป็นไรค่ะฉันเข้าใจ คนเมืองกรุงอย่างพวกคุณคงใช้ชีวิตสบายมามากพอมาเจอแบบนี้ก็คงทำใจกันลำบาก” ซูยอนพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้เป็นปกติ

 

“แล้วนี่แฟนของคุณหายไปไหนล่ะคะ?” ซูยอนถามต่อในขณะที่เดินไปตักข้าวสารมาใส่ในหม้อเพื่อเตรียมสำหรับหุงข้าว

 

“เอ่อ...นั่นสิผมลืมสนิทเลย” เซฮุนชะงักเล็กน้อยกับคำถามของซูยอนก่อนจะพูดออกมาด้วยสีหน้าตกตื่นเล็กน้อย

 

“ไปตามเธอเถอะค่ะ มันคงไม่ดีถ้าจะปล่อยให้เธอหายไปนานแบบนี้” ซูยอนบอกเสียงเรียบในขณะที่มือก็กำลังจัดการหุงข้าวอยู่

 

“แต่ถ้าผมไปคุณก็ไม่มีคนช่วยนะครับ” เซฮุนบอกอย่างคิดหนัก

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะฉันทำคนเดียวได้” ซูยอนบอกอย่างไม่ใส่ใจเซฮุนเท่าไหร่นัก ส่วนตัวเซฮุนเองก็ชั่งใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปจากครัวนั่นทำให้ซูยอนเบะปากใส่หลังเขาเล็กน้อย

 

“เดี๋ยวผมช่วยนะครับ ^_^” ไม่ทันไรเสียงของอีกคนก็ดังขึ้นทำให้ซูยอนหันไปก็พบกับผู้ชายร่างสูงที่กำลังยืนฉีกยิ้มจนจะเห็นฟันทุกซี่แล้ว

 

“ไม่ต้องค่ะ คุณไปนั่งเถอะ” ซูยอนตอบแกมสั่งคนตรงหน้าเสียงเรียบ

 

“ไม่ครับ ผมไม่ชอบทำตัวเป็นภาระของเจ้าบ้าน :)” ชานยอลตอบพลางส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินไปจัดการล้างผักต่อจากที่เซฮุนทำเอาไว้ ส่วนซูยอนเองก็ทำเพียงแค่ถอนหายใจก่อนจะยอมปล่อยให้แขกของบ้านทำตามใจไป อย่างน้อยเขาก็ดูจะทำอะไรเป็นมากกว่าผู้ชายคนเมื่อครู่แหละน่า

 

“อ่อ! ผมชื่อปาร์คชานยอลนะครับ” ชานยอลที่กำลังล้างผักอยู่นั้นนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้แนะนำตัวให้ลูกเจ้าบ้านอย่างซูยอนรู้จักเลยเขาจึงไม่รอช้าที่จะแนะนำตัวเอง

 

“ค่ะ” แต่ซูยอนทำเพียงแค่ขานรับเท่านั้นเล่นเอาชานยอลอดขมวดคิ้วไม่ได้ ทำไมถึงไม่แนะนำตัวกลับล่ะ? ผู้หญิงประหลาด -0-

 

“แล้วคุณชื่ออะไรเหรอครับ?” ชานยอลแสร้งถามออกไปทั้งที่เขาก็รู้แหละว่าอีกฝ่ายชื่ออะไรแต่ก็แค่อยากให้อีกฝ่ายได้แนะนำตัวเองจากปาก

 

“ฉันนึกว่าคุณทราบแล้วซะอีก” ซูยอนบอกอย่างรู้ทันในขณะที่เธอกำลังนำเนื้อสัตว์ไปล้างทำความสะอาด

 

“มันก็ใช่แต่คุณก็น่าจะแนะนำตัวกลับบ้างสิครับผมอุตส่าห์แนะนำตัวให้คุณรู้จักนะครับ” ชานยอลบอก

 

“ฉันไม่เห็นความจำเป็นเลยนี่นา..ก็ได้ค่ะฉันชื่อซูยอนพอใจนะคะ” ซูยอนบอกแกมเถียงก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่งจึงยอมแนะนำตัวเองไปอย่างขอไปทีทำให้ชานยอลฉีกยิ้มอย่างมีความสุข

 

“คุณนี่เป็นผู้หญิงกวนดีนะครับ” ชานยอลบอกแกมเหน็บเล็กน้อย

 

“ก็เพิ่งรู้ตัววันนี้แหละค่ะ” ซูยอนตอบเสียงเรียบในขณะที่กำลังนำเนื้อหมูที่เพิ่งล้างเสร็จมาหั่นเป็นชิ้นๆ

 

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่ซูยอนกับชานยอลขลุกตัวกันอยู่ภายในครัวแม้ว่าชานยอลจะช่วยเหลือซูยอนได้ไม่มากนักแต่เขาก็ถือว่าเป็นลูกมือที่ดีคนหนึ่งรองจากซูยองเลยล่ะ

 

“คุณนี่ทำอาหารหน้าตาน่าทานดีนะครับ” ชานยอลเปิดปากชมหลังจากที่ช่วยซูยอนจัดเตรียมอาหารจนเสร็จเรียบร้อย

 

“ขอบคุณค่ะ” ซูยอนตอบรับคำชมด้วยน้ำเสียงเรียบๆก่อนจะกวาดสายตามองหาพ่อของหล่อน

 

“คุณเห็นพ่อฉันบ้างหรือเปล่า?” เมื่อไม่เห็นก็เลยหันไปถามคนข้างๆด้วยความสงสัย

 

“อ๋อ! คุณลุงผู้ใหญ่บอกว่าต้องไปที่คุยงานอำเภอบอกว่าจะกลับวันมะรืน” ชานยอลตอบ

 

“อะไรนะ? ทำไมไม่เห็นพ่อจะบอกฉันเลย?” ซูยอนถามแกมบ่นอย่างนึกน้อยใจ ปกติเวลาพ่อจะไปไหนก็ต้องบอกเธอก่อนสินี่ไปโดยไม่บอกเธอได้ยังไงกันล่ะ

 

“คุณลุงผู้ใหญ่อาจจะลืมหรือไม่ก็อยากจะบอกแต่คุณเล่นหนีไปเก็บผักอะไรนี่ตั้งนานสองนานไม่ใช่เหรอครับ?” ชานยอลบอกแกมเหน็บอีกฝ่ายเล็กน้อยจนซูยอนอดจะตวัดหางตาไปหาเขาไม่ได้

 

“หลอกด่าฉันเหรอคะ?” ซูยอนถามเสียงเข้มพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่องทำเอาชานยอลแทบไปต่อไม่ถูก คือไม่คิดว่าจะโหดเบอร์นี้อ่ะนะ =[  ]=

 

“เอ่อ...นั่นเพื่อนของคุณหรือเปล่าน่ะ?” ชานยอลที่รู้สึกทำตัวไม่ถูกสายตาก็เหลือบไปเห็ยคนมาใหม่ก็รีบเอ่ยปากเบี่ยงเบนความสนใจของซูยอนทันทีซึ่งมันก็ได้ผล

 

“อ้าว? ไหนบอกว่าจะกลับไปพักผ่อนกันไง?” เมื่อซูยอนเห็นว่าเป็นใครก็รีบเดินไปหยุดอยู่ตรงที่กั้นของชานบ้านแล้วเปิดปากถามคนมาใหม่ทันที

 

“พอดีว่าพ่อไปที่อำเภอกับคุณลุงอ่ะส่วนแม่ก็ไปด้วยฉันก็เลยจะมาฝากท้องกับพี่อ่ะ ^_^” ซูยองตอบคำถามของคนอายุมากกว่าพลางส่งยิ้มไปให้

 

“แล้วพี่อ่ะ?” ซูยอนหันไปถามลูฮานที่ยืนอยู่ข้างๆซูยอง

 

“เหมือนกับซูยองนั่นแหละ ซูยอนก็รู้ว่าพี่ทำอาหารไม่เก่งก็เลยขอมาฝากท้องอีกคน” ลูฮานบอกพลางส่งยิ้มไปให้อีกฝ่าย

 

“ให้ได้อย่างนี้สิ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวฉันไปทอดไข่ให้เพิ่มแล้วกันนะ” ซูยอนเปิดปากบ่นเล็กน้อยก่อนจะบอกอีกฝ่าย

 

“เดี๋ยวฉันไปช่วยนะคะ” ซูยองบอกอย่างหวังดี

 

“ไม่ต้องหรอกแค่ทอดไข่เองเรามาตักข้าวใส่จานไว้เถอะ ส่วนพี่ก็ไปช่วยน้องนะ” ซูยอนบอกเก็บสั่งเสร็จสรรพซึ่งทั้งสองคนก็พยักหน้ารับอย่างไม่มีท่าทีอิดออด

 

“แล้วมีอะไรให้ผมช่วยอีกมั้ยครับ?” ชานยอลเอ่ยปากถามซูยอนที่กำลังจะเดินกลับเข้าไปในครัว

 

“ไม่มีค่ะ แต่ถ้าอยากช่วยก็ไปตามเพื่อนของคุณให้มาทานข้าวเถอะค่ะก่อนมันจะเย็นหมด” ซูยอนบอกก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในครัว ส่วนชานยอลก็เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้เขาจึงรีบลงไปข้างล่างแล้วใส่รองเท้าก่อนจะออกไปตามหาเพื่อนของเขาที่หายไปนานเกินไปแล้ว

 

 

“ป่านนี้ทำไมคนเมืองกรุงถึงยังไม่มาอีกล่ะคะ?” ซูยองพูดขึ้นพลางชะเง้อคอมองผู้ที่ถือว่าเป็นแขกของหมู่บ้านที่หายกันไปนานแล้ว

 

“นั่นสิ..เป็นอะไรกันหรือเปล่า?” ซูยอนบอกด้วยความรู้สึกเป็นห่วงตามประสา

 

“พี่ว่าเราสองคนคิดมากไปเองนั่นแหละหมู่บ้านเราไม่ได้มีอะไรน่ากลัวขนาดนั้นหรอก” ลูฮานบอกอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวพลางตักอาหารเข้าปากอย่างไม่รอคนอื่น

 

“แต่ตอนนี้มันก็มืดมากแล้ว..งั้นเดี๋ยวฉันขอออกไปตามหน่อยดีกว่า” ซูยอนบอกอย่างนึกเป็นห่วงถึงแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยชอบนิสัยการดูถูกของพวกเขาเสียเท่าไหร่แต่สำหรับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้วเธอก็ไม่ควรปล่อยให้พวกเขาเป็นอะไรในหมู่บ้านของเธอไม่ได้เหรอ?

 

“ไม่ต้องแล้วค่ะพี่ซูยอนเดินกันมาโน่นแล้วค่ะ” ซูยองบอกเชิงห้ามเมื่อเธอเห็นร่างของคนสามคนไกลๆนั่นทำให้ซูยอนที่กำลังลุกขึ้นต้องนั่งลงพลางมองคนที่กำลังเดินมา

 

“เห็นมั้ยพี่บอกแล้วว่าพวกเขาไม่เป็นอะไรหรอก” ลูฮานบอกพลางส่งยิ้มไปให้กับซูยอน

 

“ทำไมคุณหายไปนานจังคะ? ฉันนึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกคุณซะอีก” เมื่อชานยอล เซฮุน และจียอนเดินกันมาหยุดอยู่ตรงบันไดสำหรับขึ้นมาบนชานบ้านซูยอนก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง

 

“ขอโทษทีครับพอดีพวกเราหลงทางกันนิดหน่อย” ชานยอลบอกพลางส่งยิ้มบางๆไปให้กับซูยอน

 

“พี่เซฮุนคะจียอนไม่นอนที่นี่นะคะ” จียอนเบะปากใส่ซูยอนก่อนจะหันไปพูดกับเซฮุนพลางยกมือขึ้นคล้องแขนของอีกฝ่ายอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

 

“แล้วจียอนจะไปนอนที่ไหนล่ะครับ? นี่ก็มืดแล้วนะ” เซฮุนบอก

 

“ถ้าคุณจียอนนอนไม่ได้ให้ฉันติดต่อคนขับรถให้ขึ้นมารับคุณไปพักที่โรงแรมแถวนี้มั้ยล่ะคะ?” ซูยอนพูดขึ้นเชิงตัดปัญหาเพราะเธอก็เบื่อที่ต้องมาเจอคนแบบนี้เหมือนกัน

 

“ไม่ต้องหรอกครับพวกเรานอนที่นี่กันได้” ชานยอลบอกอย่างเกรงใจพลางส่งยิ้มไปให้ซูยอน

 

“แต่ฉันนอนไม่ได้!” จียอนรีบเปิดปากเถียงพี่ชายตัวเองทันควัน

 

“เลิกทำตัวงี่เง่าสักทีได้มั้ย!” ชานยอลที่ทนไม่ไหวกับอาการเอาแต่ใจของน้องสาวตัวเองจนเผลอตวาด

ใส่จียอนเสียงดังจนทุกคนเกิดอาการสะดุ้งระคนตกใจไปตามๆกันรวมไปถึงจียอนด้วยที่ดูจะอึ้งมากที่สุด

 

“นี่พี่ถึงขั้นตวาดใส่ฉันเลยเหรอ?” จียอนถามพี่ชายตนเองเสียงสั่นด้วยความโกรธระคนน้อยใจ

 

“ก็เราทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตแล้วอีกอย่างพี่ก็ห้ามไม่ให้เรามาแล้วไม่ใช่เหรอ? เราเองที่สัญญากับพี่ว่าจะไม่ทำตัวเป็นปัญหาแล้วนี่อะไร? คำสัญญาที่ให้พี่ไว้มันอยู่ไหน?” ชานยอลเปิดปากต่อว่าจียอนเสียยืดยาวจนคนฟังเองก็เริ่มหายใจไม่ทั่วท้องแล้วส่วนคนถูกว่าอย่างจียอนก็ทำได้เพียงแค่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธเพียงแค่นั้น

 

“พอเถอะชานยอล” เซฮุนเองก็อดสงสารคู่หมั้นตนเองไม่ได้จึงเอ่ยปากห้ามปรามเพื่อนสนิทของตัวเอง

 

“ฉันเกลียดพี่!” จียอนพูดจบก็เดินกระแทกเท้าปึงปังเข้าไปภายในบ้านของซูยอนอย่างน้อยใจ

 

“ไม่ตามไปง้อเธอหน่อยเหรอคะ?” ซูยอนเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วงความรู้สึกของจียอน

 

“ไม่ครับผมไม่อยากตามใจน้องจนเสียคน” ชานยอลบอกเสียงเรียบแต่แววตากลับยังจดจ้องไปที่บานประตูที่ปิดลงด้วยฝีมือน้องสาวของตัวเอง

 

“ถ้าอย่างนั้นทานข้าวกันก่อนเถอะค่ะพวกคุณน่าจะหิวกันมากนะคะ” ซูยองพูดขึ้นทำให้ชานยอลกับเซฮุนหันไปผงกศีรษะตอบรับเชิงขอบคุณก่อนจะเดินมานั่งร่วมวงทานอาหารด้วย

 

“คืนนี้ซูยองนอนกับพี่นะ” ซูยอนบอกกับซูยองในขณะที่เธอกำลังตักอาหารใส่จานของตัวเอง

 

“พี่ซูยอนไม่ขอฉันก็จะมานอนค่ะ ฉันไม่ยอมกลับบ้านไปนอนคนเดียวหรอกน่ากลัวจะตาย” ซูยองบอกพลางทำท่าทางออดอ้อนเหมือนลูกแมว

 

“อ่อ! ฉันลืมบอกไปว่าถ้าจะอาบน้ำก็ไปอาบใต้ถุนบ้านนะคะมันจะมีตุ่มใส่น้ำอยู่ ส่วนของสำหรับอาบน้ำฉันเตรียมเอาไว้ให้แล้วมันวางอยู่หน้าโทรทัศน์หวังว่าพวกคุณจะอาบกันได้นะคะ” ซูยอนเอ่ยปากบอกกับชานยอลและเซฮุนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารกันด้วยความหิวที่สะสมมาตั้งแต่ช่วงบ่าย

 

“ได้ครับ เราสองคนไม่มีปัญหา” เซฮุนตอบรับพลางส่งยิ้มไปให้กับซูยอนนั่นทำให้ลูฮานที่มองอยู่ก็เกิดอาการไม่พอใจเล็กน้อย ทำเป็นตาหวานใส่น้องซูยอนอยากตายมากหรือไง!?

 

“เอ่อ..ซูยอนตักอันนั้นให้พี่หน่อยสิพี่เอื้อมไม่ถึง” ลูฮานบอกแกมสั่งด้วยน้ำเสียงออดอ้อนพลางชี้ไปที่ไข่เจียวที่วางอยู่ตรงหน้าของซูยอนซึ่งเธอเองก็ไม่ได้มีท่าทีอิดออดอะไร

 

“แขนพี่ด้วนกะทันหันเหรอคะ?” ซูยองที่เห็นก็อดหมั่นไส้ไม่ได้จึงเปิดปากเหน็บไปพลางหรี่ตามองอีกฝ่าย

 

“เงียบแล้วก็กินไปเลย” ลูฮานบอกแกมสั่งพลางตักอาหารเข้าปาก

 

“น้องสาวคุณจะไม่หิวเหรอคะ? ฉันว่าคุณตักข้าวไปให้เธอเถอะ” ซูยอนบอกอย่างนึกเป็นห่วงคนที่งอนไม่ยอมมาร่วมรับประทานอาหาร

 

“เดี๋ยวฉันไปตามเอง” เซฮุนบอกก่อนจะวางจานข้าวลงพลางลุกขึ้นแล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าห้องที่จียอนอยู่ข้างในนั้นก่อนจะเคาะประตูตามมารยาท

 

“จียอนครับมากินข้าวเถอะเดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะเอานะครับ” เซฮุนบอกคนที่อยู่ข้างในด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน

 

“ไม่ค่ะ! ฉันไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น” แต่คนที่อยู่ข้างในดันตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงห้วนๆแสดงให้เห็นว่าเธอไม่พอใจเป็นอย่างมาก

 

“แต่ถ้าไม่กินตอนนี้ก็อาจจะไม่มีให้กินแล้วก็ได้นะครับ ออกมากินเถอะพี่เป็นห่วง” เซฮุนบอกแกมขอร้องคนที่อยู่ข้างในแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าคนด้านในจะเปิดประตูให้เสียที

 

“ไม่เป็นไรค่ะถ้าคุณเขาไม่ออกมาทานตอนนี้ฉันจะเก็บเอาไว้ให้” ซูยอนบอกกับเซฮุนด้วยความหวังดีซึ่งเขาเองก็ผงกหัวรับอย่างขอบคุณ

 

 

#วันต่อมา

ในตอนเช้าเวลาประมาณตีห้ากว่าๆซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะแก่การออกไปสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดมากที่สุดซึ่งโดยปกติแล้วเวลานี้สำหรับเซฮุนมันยังเป็นเวลานอนอยู่เลย แต่วันนี้กลับแปลกที่เขาสามารถตื่นเช้าทั้งที่มันเคยทำได้เลย

 

“ตื่นเช้าจังนะครับ” ในขณะที่เซฮุนกำลังทอดสายมองบรรยากาศโดยรอบพลางวงมือลงบนที่กั้นของชานบ้านนั้นเขาก็ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กดังมาจากในครัวทำให้เขาเลือกที่จะเดินไปดูก็กับซูยอนที่กำลังวุ่นอยู่กับการทำอาหารเขาจึงเอ่ยปากทักทายไปตามประสา

 

“ตกใจหมดเลยค่ะ!” แต่อาจจะเพราะเธอสนใจแต่การทำอาหารไปจนเกินไปหรือเพราะคิดว่าคงไม่มีใครจะตื่นมาเวลานี้แบบเธอแน่ๆเลยทำให้เธอสะดุ้งออกมาอย่างเห็นได้ชัดหลังจากสิ้นเสียงของผู้มาใหม่อย่างเซฮุน

 

“ขอโทษครับ” เซฮุนเอ่ยปากบอกอีกฝ่ายอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย

 

“ไม่เป็นไรค่ะ แล้วนี่ทำไมตื่นเช้าจังคะ?” ซูยอนบอกก่อนจะถามต่อในขณะที่กำลังเคี่ยวน้ำแกงจนได้ที่

 

“ไม่รู้เหมือนกันครับร่างกายมันตื่นเอง มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ?” เซฮุนตอบพลางเอ่ยปากถามในขณะที่เขาเองก็เดินเข้าไปใกล้ๆซูยอน

 

“ไม่มีแล้วค่ะฉันทำจะเสร็จแล้ว แต่ถ้าอยากช่วยก็ไปปลุกคนอื่นๆเถอะค่ะ” ซูยอนบอก

 

“สองคนนั้นขี้เซากันจะตายปลุกไปก็เท่านั้นแหละครับ” เซฮุนบอกอย่างรู้นิสัยของเพื่นอสนิทอย่างชานยอลและคู่หมั้นอย่างจียอนเป็นอย่างดีอย่างน้อยสองพี่น้องคู่นี้ก็มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือขี้เซานี่แหละ!

 

“ว่าแต่วันนี้ทำอะไรทานเหรอครับ?” เซฮุนเอ่ยปากถามพลางชะโงกหน้ามองในหม้อที่ซูยอนกำลังทำอยู่

 

“มีหมูทอดกับแกงเลียงผักรวมค่ะ พอได้ทานนะคะ” ซูยอนตอบพลางดับไฟเมื่อแกงเลียงได้ที่แล้วก่อนจะเอ่ยปากถาม

 

“ได้ครับผมทานง่าย” เซฮุนบอกพลางส่งยิ้มให้กับลูกสาวเจ้าของบ้าน

 

“ฉันทำเสร็จแล้วคุณจะตักทานเลยก็ได้นะคะ” ซูยอนบอกก่อนทำท่าจะเดินออกไปจากครัว

 

“แล้วคุณกำลังจะไปไหนเหรอครับ?” เซฮุนเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

 

“จะไปทำความสะอาดบ้านค่ะ” ซูยอนหมุนตัวหันไปตอบคำถามของเซฮุน

 

“ถ้าอย่างนั้นผมช่วยนะครับ” เซฮุนเอ่ยปากอาสาด้วยความหวังดี

 

“ไม่ต้องหรอกค่ะเดี๋ยวคุณเหนื่อยงานบ้านไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะคะ” ซูยอนบอกเชิงห้ามปรามบวกกับเขาเองก็คงไม่เคยทำมันมาก่อนไม่รู้ว่าจะมาช่วยให้เสร็จแล้วหรือช้าลงก็ไม่รู้เหมือนกัน - -

 

“ดูถูกกันจังเลยครับ เวลาอยู่บ้านตอนเด็กๆผมก็ทำงานบ้านเองนะครับ” เซฮุนบอกอย่างตัดพ้อ

 

“หืม? คนที่ดูร่ำรวยแบบคุณเนี่ยนะคะเคยลงมือทำงานบ้านเองด้วย? ฉันนึกว่าคนอื่นทำให้ตลอดซะอีก” ซูยอนขมวดคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้า

 

“บ้านผมรวยด้วยน้ำพักน้ำแรงของคนในครอบครัวไม่ใช่ว่ารวยมาตั้งแต่เกิดซะหน่อย” เซฮุนบอกเชิงอธิบายให้คนตรงหน้าฟัง

 

“ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่อยากให้คุณทำค่ะ คุณแขกของบ้านถ้าพ่อฉันรู้พ่อคงด่าฉันแย่ว่าให้แขกของบ้านมาทำงานได้ยังไง” ซูยอนบอกอย่างใจแข็งก่อนจะเดินเลี่ยงหนีไป ส่วนเซฮุนก็ทำเพียงแค่มองตามหลังไปก่อนจะเดินไปหยิบจานข้าวมาตักอาหารทานเพราะรู้สึกหิวขึ้นมาแล้ว

 

“ทำงานบ้านเสร็จแล้วเหรอครับ? แล้วกำลังจะไปไหนเหรอครับ?” หลังจากทานข้าวเสร็จเซฮุนก็เลือกจะที่จะมานั่งอ่านหนังสือที่ไปหยิบมาจากชั้นหนังสือที่วางอยู่เยื้องของห้องที่เขาพักเอ่ยปากถามเมื่อเห็นว่าซูยอนกำลังจะเดินลงจากชานบ้านโดยมีตะกร้ากับกะละมังก่อนจะเหลือบตาไปมองนาฬิกาปรากฏว่าเป็นเวลากว่าเจ็ดโมงเช้าแล้ว

 

“เสร็จแล้วค่ะกำลังจะไปซักผ้าค่ะ” ซูยอนชะงักเท้าเล็กน้อยก่อนจะหมุนตัวมาตอบคำถามของเซฮุน

 

“ให้ผมไปช่วยมั้ยครับ?” เซฮุนเอ่ยปากถามด้วยความหวังดี ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันนะว่าทำไมเขาถึงต้องพยายามเข้าหาผู้หญิงคนนี้ด้วยก็ไม่รู้

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ที่นี่ไม่มีเครื่องซักผ้าแบบในเมืองกรุงคุณอาจจะลำบาก ส่วนเสื้อผ้าของพวกคุณจะให้ฉันเอาไปซักให้เลยมั้ยคะ?” ซูยอนบอกก่อนจะถามต่อด้วยความหวังดี

 

“ไม่ครับ ผมจะเอาไปซักเองรอผมสักครู่นะครับผมจะไปด้วย” เซฮุนตอบปฏิเสธก่อนจะออกคำสั่งเล็กน้อยพลางดีดตัวลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อเอาเสื้อผ้าไปซักนั่นเอง ไม่นานเซฮุนก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าที่ใส่แล้วของเขากับชานยอล

 

“แน่ใจนะคะ?” ซูยอนถามย้ำอีกครั้งซึ่งเซฮุนก็พยักหน้ารับ

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจค่ะ” ซูยอนบอกอย่างหมดหนทางพลางแอบถอนหายใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าพวกคุณกรุงจะหัวรั้นกันแบบี้ - -

 

“เดี๋ยวผมช่วยถือ” เซฮุนบอกอย่างอาสาพลางแย่งตะกร้าผ้าของซูยอนมาถือไว้เสียเองพลางส่งยิ้มไปให้กับซูยอน ส่วนเธอก็ทำเพียงแค่ถอนหายใจก่อนจะเดินนำเซฮุนไปยังแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลมากนักทันที

 

“ซักที่นี่เหรอครับ?” เซฮุนเอ่ยปากถามซูยอนในขณะที่ก้มตัวลงวางตะกร้าผ้าลงตรงหน้าเขา

 

“ค่ะ แต่มันอาจจะลำบากไปหน่อยสำหรับคุณ” ซูยอนตอบในขณะที่ทิ้งตัวลงนั่งพร้อมกับวางกะละมังไว้ตรงหน้าของตัวเองก่อนจะหยิบแปรงซักผ้าและผงซักฟอกออก เซฮุนเองก็ยั่งลงแบบซูยอนเช่นกัน

 

“ผมว่ามันก็ดูเรียบง่ายดีเหมือนกัน” เซฮุนบอกพลางส่งยิ้มไปให้

 

“รู้สึกแปลกหูดีเหมือนกันที่ได้ยินคำพูดนี้จากคนเมืองกรุง” ซูยอนพูดในขณะที่หยิบถังน้ำก่อนจะก้มตัวลงไปตักน้ำมาใส่ในกะละมัง

 

“ทำไมล่ะครับ?” เซฮุนเอ่ยปากถามพลางชันเข่าขึ้นแล้วเอามือทั้งสองข้างประสานกันบนเข่าก่อนจะเอาหน้ามาเกยไว้ที่แขนของตัวเอง

 

“ก็แค่คิดว่าพวกคุณคงชอบความโออ่ามากกว่าความเรียบง่ายนี่คะ” ซูยอนบอกพลางเทผงซักฟอกลงในกะละมังแล้วใช้มือออกแรงตีน้ำให้เกิดเป็นฟองก่อนจะนำเสื้อผ้าในตะกร้าใส่ลงไปตามลำดับ

 

“ผมว่าความโออ่าไม่ได้มีความสุขเท่าความเรียบง่ายหรอกครับ” เซฮุนบอกพลางยกยิ้มเล็กน้อยเมื่อมองการกระทำของซูยอน เขาแค่รู้สึกดีได้อยู่กับผู้หญิงคนนี้มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ค่อยเกิดกับจียอนซึ่งเป็นคู่หมั้นของตัวเองเสียเท่าไหร่นัก

 

“แล้วที่คุณบอกว่ามาพัฒนาหมู่บ้านของพวกฉันคุณจะทำอะไรบ้างเหรอ?” ซูยอนเอ่ยปากถามในขณะที่สายตาจดจ้องอยู่กับเสื้อผ้าในกะละมัง

 

“ผมก็ยังไม่ทราบรายละเอียดมากนักทางฝ่ายที่ผมติดต่อไปเขายังไม่ให้คำตอบผมเลย” เซฮุนตอบนั่นทำให้ซูยอนเงยหน้ามองเขาเล็กน้อย

 

“หมายความว่าก็ยังทำอะไรไม่ได้งั้นเหรอคะ?” ซูยอนเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

 

“ก็ประมาณนั้นแหละครับ ความจริงเรามีกำหนดจะมาในสัปดาห์หน้าแต่ผมแค่อยากมาพักผ่อนก็เลยมากันก่อน” เซฮุนบอกพลางส่งยิ้มตาหยีไปให้อีกฝ่าย

 

“คนเมืองกรุงนี่ดีนะคะเวลาว่างดูเยอะจัง” ซูยอนบอกอย่างติดตลกเล็กน้อย

 

“เยอะที่ไหนกันล่ะครับกว่าจะปลีกตัวมาเที่ยวได้ก้เล่นทำงานหนักไปเกือบค่อนปี” เซฮุนบอกพลางเขยิบตัวจะเข้าไปช่วยคนตรงหน้า

 

“ไม่ต้องค่ะ” ซูยอนเปิดปากห้ามปรามแต่อีกฝ่ายกลับไม่คิดจะฟังเลย

 

“ก็ผมบอกแล้วไงว่าจะมาช่วยผมไม่อยากกินแรงผู้หญิงหรอกนะ” เซฮุนบอกพลางเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้กับซูยอน

 

“คุณนี่ยิ้มเก่งดีนะคะ” ซูยอนบอกในขณะที่กำลังก้มหน้าก้มตาขยี้ผ้าผ้าอยู่

 

“ก็เพิ่งจะยิ้มได้ตอนมาที่นี่แหละครับ” เซฮุนบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนคนฟังชะงักเล็กน้อยแต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ

 

“ว่าแต่เราสองคนยังไม่รู้จักชื่อกันเลยนะครับ” เซฮุนพูดขึ้นในเมื่อเห็นว่าบทสนทนาเงียบไปชั่วครู่

 

“ค่ะ..” ซูยอนตอบรับสั้นๆแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะแนะนำตัวเองก่อน

 

“ผมชื่อเซฮุนนะครับคุณซูยอน ^^” เซฮุนแนะนำตัวเองพลางเงยหน้าแล้วส่งยิ้มไปให้

 

“คุณก็รู้จักฉันแล้วนี่คะ” ซูยอนเงยหน้าขึ้นตอบซึ่งเป็นจังหวะที่สายตาของทั้งสองคนสบกันจนทำให้เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ

 

“แต่คุณยังไม่รู้จักผมไงครับเอาเป็นว่าต่อไปนี่ผมขอเรียกว่าซูยอนเฉยๆได้มั้ย?” เซฮุนบอกก่อนจะเอ่ยปากถาม

 

“ตามใจคุณสินั่นสิทธิของคุณ” ซูยอนตอบพลางยกผ้าขึ้นมาบิดเล็กน้อยก่อนจะเอาจุ่มลงน้ำเพื่อล้างฟองของผงซักฟอกออกให้หมด

 

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็เรียกผมว่าเซฮุนนะครับ” เซฮุนบอกแกมสั่งเล็กน้อย

 

“ไม่รับปากแล้วกันค่ะ” ซูยอนบอกพลางแสร้งทำเป็นไม่สนใจ

 

“ทำไมใจร้ายจังผู้หญิงชาวบ้านนี่ใจร้ายกันแบบนี้เหรอครับ?” เซฮุนเอ่ยปากถามอย่างตัดพ้อก่อนจะแอบยกยิ้มเล็กน้อย

 

“อะไรของคุณเนี่ย? เซ้าซี้จัง” ซูยอนบอกแกมบ่นอุบอิบพลางพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย

 

“เรียกผมว่าเซฮุนก่อนสิแล้วจะเลิกกวน” เซฮุนบอกแกมสั่งอย่างไม่ลดละแต่อีกฝ่ายกลับทำเหมือนไม่ใส่ใจจนเซฮุนนึกอย่างแกล้งเลยใช้มือกวักน้ำแล้วสาดใส่ซูยอนเล็กน้อย

 

“โอ๊ย! คุณเล่นบ้าอะไรเนี่ยเสื้อผ้าฉันเลอะเทอะหมดแล้วนะ” ซูยอนเปิดปากโวยวายทันทีพลางเบ้ปากอย่างนึกไม่พอใจ คนกรุงเล่นไม่รู้เรื่องเลย -0-

 

“ก็ซูยอนเมินผมอ่ะ” เซฮุนบอกโดยเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกซูยอนให้ดูสนิทกันมากขึ้น

 

“เพิ่งรู้ว่าคนกรุงก็ชอบเล่นเป็นเด็กๆ” ซูยอนเปิดปากบ่นพลางมองหน้าอีกฝ่ายที่กำลังยกยิ้มอย่างทะเล้น นี่เขาไม่รู้สึกผิดเลยเหรอ? -0-

 

“แล้วซูยอนอายุเท่าไหร่เหรอครับ?” เซฮุนเอ่ยปากถามพลางมองหน้าอย่างรอคำตอบ

 

“ยี่สิบสี่ค่ะ” ซูยอนตอบก่อนจะหันไปสนใจซักผ้าต่อ

 

“งั้นซูยอนก็เป็นน้องเรียกผมว่าพี่เซฮุนก่อนสิ” เซฮุนบอกอย่างไม่ลดละ

 

“คุณขาดความอบอุ่นหรือไงถึงได้บังคับคนอื่นอยู่เรื่อยเนี่ย?” ซูยอนเงยหน้าเอ่ยปากถามพลางมองหน้าอย่างสงสัย

 

“เปล่า แค่อยากให้ซูยอนเรียกว่าพี่เซฮุน ^_^” เซฮุนบอกพลางส่งยิ้มตาหยีไปให้

 

“โอเคค่ะเรียกก็ได้...พี่เซฮุน พอใจนะคะฉันจะได้ซักผ้าให้มันเสร็จสักทีงานฉันก็เยอะแยะไปหมด” ซูยอนที่ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับคนตรงหน้าแล้วเลยจำใจทำตามความต้องการของเซฮุนนั่นทำให้คนตรงหน้าเผลอฉีกยิ้มหนักขึ้นไปอีก ทำไมซูยอนเรียกเขาว่าพี่แล้วหัวใจมันเต้นแรงแบบนี้ล่ะ?

 

 

“เซฮุนหายไปไหนของมันวะ?” ชานยอลเปิดปากบ่นอุบอิบหลังจากที่เขาตื่นนอนมาก็ไม่พบว่าเพื่อนของเขานอนอยู่ในห้องแล้วพอเดินสำรวจดูรอบบ้านก็ไม่พบเห็นแม้แต่เงา

 

“ขอโทษนะครับ” ในขณะที่ชานยอลกำลังเป็นห่วงว่าเพื่อนสนิทตัวเองไปไหนสายตาก็เหลือบไปเห็นซูยองที่กำลังยืนจัดของบนโต๊ะไม้อัดตรงมุมของบ้านเขาจึงเดินเข้าไปก่อนจะเอ่ยปากถาม

 

“มีอะไรเหรอคะ?” ซูยองหันมาก็เอ่ยปากถามพลางเลิกคิ้วสูง

 

“คือ..พอจะเห็นเพื่อนของผมบ้างหรือเปล่า?” ชานยอลเอ่ยปากถามพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างรอคำตอบ

 

“ไม่เห็นนะคะ สงสัยออกไปเดินเล่นมั้งคะ” ซูยองตอบก่อนจะส่งยิ้มไปให้คนตัวสูงกว่า

 

“แล้วนี่กำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ?” ชานยอลเอ่ยปากถามเดินเข้าไปใกล้ๆซูยอง

 

“ช่วยจัดของให้พี่ซูยอนค่ะ” ซูยองบอกในขณะที่กำลังจัดเรียงของต่างๆบนโต๊ะไม้อัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

 

“ซูยอนนนน~” ยังไม่ทันที่ชานยอลจะเอ่ยปากถามต่อเสียงของผู้มาใหม่ก็ดังขึ้นก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงด้านล่างของชานบ้าน

 

“เสียงดังมาเชียวนะพี่ฮาน พี่ซูยอนไม่อยู่” ซูยองได้ยินเสียงผู้มาใหม่ก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปดูก่อนจะตอบรับอีกฝ่าย

 

“อ้าว? แล้วออกไปไหนเหรอ?” ลูฮานเอ่ยปากถามต่อพลางมองหน้าอีกฝ่าย

 

“ไม่รู้เหมือนกันวันนี้ฉันตื่นสายก็เลยไม่เห็นอ่ะ” ซูยองตอบคำถามอีกฝ่าย

 

“ให้มันได้อย่างนี้สิไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรเลย” ลูฮานเปิดปากบ่นแกมเหน็บคนอายุน้อยกว่า

 

“โห! แค่นี้ต้องว่ากันด้วยทำไมห่างกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงจะตายเหรอพี่?” ซูยองบอกแกมเหน็บกลับอย่างนึกหมั่นไส้

 

“โอ๊ย! ไม่คุยกับแกละไปทำงานดีกว่าเดี๋ยวบ่ายๆจะมาหาใหม่” ลูฮานพูดจบก็เดินออกไปทันที

 

“ลูฮานกับซูยอนเป็นแฟนกันเหรอครับ?” ชานยอลเดินเข้ามายืนเทียบข้างกับซูยองก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

 

“เปล่าหรอกค่ะ แต่พี่ลูฮานกำลังจีบพี่ซูยอนอยู่” ซูยองตอบคำถามให้อีกฝ่ายได้กระจ่าง

 

“อ๋อ...ถึงว่าล่ะเห็นถามหาแต่ซูยอน” ชานยอลบอกพลางพยักหน้ารับ

 

“ว่าแต่น้องสาวของคุณยังไม่ตื่นอีกเหรอคะ? นี่ก็แปดโมงกว่าๆแล้วนะ” ซูยองเอ่ยปากถามต่อ

 

“รายนั้นขี้เซาจะตายจะตื่นก็คงตอนบ่ายนั่นแหละครับ” ชานยอลตอบซึ่งซูยองก็พยักหน้ารับ

 

“แล้วนี่คุณทานอะไรหรือยังคะ?” ซูยองถามต่อด้วยความเป็นห่วง

 

“ยังครับ” ชานยอลตอบ

 

“กับข้าวอยู่ในครัวนะคะถ้าหิวก็ไปตักทานได้เลยพี่ซูยอนแกคงทำไว้ให้ ถ้างั้นฉันไปจัดของต่อก่อนนะคะ” ซูยองบอกพลางส่งยิ้มไปให้ก่อนจะเดินกลับไปจัดของดังเดิม ส่วนชานยอลก็เลือกจะเดินตรงไปยังในครัวเพราะเขาก็เริ่มรู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน









“แล้วนี่ซูยอนจะไปทำอะไรต่อเหรอครับ?” เซฮุนเอ่ยปากถามคนอายุน้อยกว่าหลังจากที่พวกเขาซักผ้าและตากผ้ากันเสร็จแล้ว

 

“ก็จะไปหาเด็กที่ท้ายหมู่บ้านน่ะค่ะ” ซูยอนบอกในขณะที่กำลังเดินกลับไปที่บ้านเพื่อเอาตะกร้าในมือไปเก็บ

 

“ไปทำอะไรเหรอครับ?” เซฮุนเอ่ยปากถามพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างนึกสนใจ

 

“ไปสอนหนังสือค่ะ” ซูยอนตอบเสียงเรียบ

 

“ซูยอนเรียนจบครูมาเหรอครับ?” เซฮุนถามกลับด้วยความอยากรู้

 

“เปล่าหรอกค่ะแต่คนในหมู่บ้านไม่ได้มีเงินทองมากมายที่จะส่งลูกหลานตัวเองไปเรียนหนังสือที่ตัวเมืองทางจังหวัดเลยจัดโครงการครูอาสาเพื่อขึ้นมาสอนหนังสือให้เด็กๆในหมู่บ้านส่วนฉันก็แค่เข้าไปช่วยสอนเล็กๆน้อยนั่นแหละค่ะ” ซูยอนบอกเชิงอธิบายให้ฟัง

 

“ถ้อย่างนั้นปัญหาหลักๆก็คงเป็นเรื่องโรงเรียนสินะ” เซฮุนพูดเชิงสรุปกลายๆ

 

“มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหรอกค่ะแต่มันก็คงจะดีกว่าถ้าเด็กๆได้ไปโรงเรียนอย่างที่ควรจะเป็น ฉันเองโชคดีที่พ่อกับแม่เก็บหอมรอมริบมาตั้งแต่สมัยพวกท่านหนุ่มๆสาวๆเลยทำให้มีเงินมากพอที่จะส่งฉันเข้าไปเรียนในตัวเมือง”

 

“เพราะอย่างนี้ซูยอนเลยไปเป็นครูอาสาให้เด็กๆเหรอ?” เซฮุนเอ่ยปากถามพลางมองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา

 

“ค่ะ ถึงพวกเราจะอยู่ในหมู่บ้านที่ไม่ได้ดีเลิศเลออะไรแต่พวกเด็กๆก็ควรจะมีความรู้ไว้ใช้ในอนาคตความจริงแล้วฉันก็พยายามทำเรื่องร้องขอทุนการศึกษาในเด็กในหมู่บ้านได้เข้าไปเรียนในตัวเมืองแต่ดูเหมือนกับว่าพวกเขาจะไม่ใส่ใจเลยสักนิด ตอนนี้ก็ทำได้แค่สอนพวกเด็กๆตามองค์ความรู้ที่มีอยู่” ซูยอนบอกเชิงเล่ารายละเอียดให้ฟัง

 

“แต่เราก็มีครูอาสาอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

 

“ก็ใช่ค่ะที่ทางจังหวัดส่งครูอาสาให้มาสอนแต่คิดเหรอคะว่าจะมีคนอยากมาในที่ความเจริญเข้าไม่ถึงพวกเขาก็มาเพียงแค่สัปดาห์ละครั้งสองครั้งหรือบางทีก็เบี้ยวไม่ยอมมาสอนเลยฉันเองก็ไม่อยากให้เด็กรู้สึกไม่ดีจนมีความคิดเลิกเรียนหนังสือฉันก็เลยเข้าไปช่วยสอนนั่นแหละค่ะ”

 

“งั้นพาพี่ไปดูหน่อยนะเผื่อเรื่องนี้พี่จะให้คนของพี่ช่วยเหลือ” เซฮุนบอกอย่างหวังดี

 

“คุณสนิทกับผู้ว่าราชการของจังหวัดหรือไงกัน?” ซูยอนถามกลับพลางมองหน้าอีกฝ่าย

 

“เปล่าหรอกแต่พี่มีคนที่ทำงานในกระทรวงศึกษาธิการอยู่บางทีเขาอาจจะช่วยเหลือได้” เซฮุนตอบพลางยกยิ้มเล็กน้อย

 

“เป็นคนรวยนี่ก็ดีจังเลยนะคะรู้จักคนใหญ่คนโตไปทั่วเลย” ซูยอนบอกเชิงเหน็บแนมเล็กน้อย

 

“จะรวยจะจนก็คนเหมือนกันพี่ไม่ใช่พวกแบ่งแยกชนชั้นสักหน่อยไม่อย่างนั้นพี่คงไม่พยายามเข้าหาเราหรอก” เซฮุนบอก

 

“ฉันควรดีใจมั้ยคะ?” ซูยอนเอ่ยปากถามเสียงเรียบ

 

“ก็แล้วแต่เราพี่ไม่บังคับหรอก เพราะดูท่าทางเราจะอคติกับคนรวยเหลือเกิน” เซฮุนบอกเชิงตัดพ้อเล็กน้อย

 

“ก็ใช่ค่ะฉันอคติกับพวกคนรวยที่ชอบทำตัวใหญ่คับฟ้าทั้งที่ตัวเองก็เดินบนผืนดินเหมือนกับพวกเราแต่อย่างน้อยๆตอนนี้ฉันก็รู้สึกดีกับพี่มากกว่าวันแรกที่เจอกัน” ซูยอนบอกพลางยกยิ้มเล็กน้อย

 

“เดี๋ยวนะ...เมื่อกี้ซูยอนเรียกพี่ว่าพี่เหรอ?” เซฮุนชะงักเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากถามอีกฝ่ายพลางมองหน้าพร้อมกับส่งสายตาที่ฉายแววดีใจ

 

“เอ่อ...แล้วมันต้องดีใจขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” ซูยอนถามกลับอย่างไม่เข้าใจพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย คนเมืองกรุงนี้ก็ทำตัวแปลกพิกล

 

“ไอเชี่ยฮุน! หายไปไหนมาวะ!” ยังไม่ทันที่เซฮุนจะอ้าปากพูดต่อก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ทั้งสองคนเดินมาหยุดอยู่หน้าบ้านโดยมีชานยอลที่ตาดีเห็นก่อนจึงวกึ่งเดินกึ่งวิ่งแล้วชะโงกหน้าเอ่ยปากถามเพื่อนสนิทเสียงดังลั่น

 

“ท่าทางเพื่อนของพี่อยากคุยงั้นฉันขอตัวไปจัดของสำหรับไปสอนหนังสือก่อนนะคะ” ซูยอนหันไปบอกกับเซฮุนก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปบนชานบ้านโดยไม่ลืมจะส่งยิ้มทักทายชานยอล

 

“ตอบกูมาเดี๋ยวนี้มึงหายไปไหนมาตั้งแต่เช้าเลยวะ?” เมื่อเซฮุนเดินขึ้นมาบนชานบ้านแล้วชานยอลก็รีบเปิดปากถามอย่างคาดคั้นเอาคำตอบทันที

 

“ไปซักผ้า” เซฮุนตอบเสียงเรียบพลางเดินตรงไปยังห้องพักของตนโดยมีชานยอลเดินตามเป็นเงา

 

“ฮะ? อย่างมึงเนี่ยนะไปซักผ้า? แล้วไปกับคุณซูยอนได้ยังไง?” ชานยอลแทบไม่เชื่อหูจึงทวนคำพูดของอีกฝ่ายก่อนจะถามต่อเสมือนว่าเขาเป็นตำรวจกำลังสอบสวนคนร้ายก็มิปาน

 

“ก็พอดีตื่นมาแล้วเห็นซูยอนจะออกไปซักกูเลยออกไปด้วยก็แค่นั้น” เซฮุนตอบพลางไหวไหล่เล็กน้อย

 

“แน่ใจนะว่าแค่นั้น..ไม่ใช่มึงไปหลงเสน่ห์คุณซูยอนเข้าล่ะ กูเตือนมึงด้วยความหวังดีนะเว้ยมึงมีคู่หมั้นแล้วซึ่งคนนั้นคือน้องกู” ชานยอลมองหน้าอีกฝ่ายนิ่งก่อนจะเอ่ยปากเตือนสติ ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าเซฮุนมีท่าทางเหมือนสนใจลูกสาวผู้ใหญ่บ้านอย่างซูยอน การกระทำทุกอย่างของเซฮุนที่แสดงออกมามันไม่เคยเกิดขึ้นกับน้องสาวของเขาแต่มันจะเกิดก็ต่อเมื่อเซฮุนเจอคนที่ถูกใจแล้วจริงๆ แต่ที่เขาต้องพูดออกไปแบบนั้นก็แค่ต้องการปกป้องน้องสาวตัวเองก็แค่นั้น..จะว่าเขาเห็นแก่ตัวเขาก็จะไม่โกรธหรอก

 

“เออ กูรู้ว่ากูไม่ได้ตัวคนเดียวแต่มึงก็เป็นเพื่อนกูมานานมึงก็น่าจะรู้ว่าจริงๆแล้วกูรู้สึกกับน้องมึงยังไง ถ้าไม่ติดว่าครอบครัวของมึงกับกูต้องการปรองดองกันกูก็คงไม่หมั้นกับน้องสาวของมึงหรอก” เซฮุนบอกออกมาตรงๆ

 

“เรื่องนี้กูรู้ดีแต่มึงก็ควรให้เกียรติน้องสาวกูบ้างอย่างน้อยตอนนี้มึงก็ควรไปถามยัยจียอนหน่อยว่าเป็นยังไงบ้างแล้ว” ชานยอลบอกอย่างเตือนสติเพื่อนสนิทของตัวเองซึ่งเซฮุนก็ฉุกคิดขึ้นมาได้เขาจึงพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปหยุดที่หน้าห้องที่จียอนพักอยู่

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

เซฮุนไม่รอช้าที่จะยกมือจึ้นเคาะประตูเพื่อนส่งสัญญาณให้คนข้างในได้รับรู้ว่ามีคนมาเพียงไม่นานบานประตูที่เคยปิดสนิทก็ค่อยๆเคลื่อนออกด้วยฝีมือของจียอน

 

“พี่ฮุนมีอะไรกับฉันเหรอคะ?” จียอนเอ่ยปากถามเซฮุนด้วยน้ำเสียงห้วนๆพลางตีหน้านิ่งใส่

 

“จียอนทานข้าวหรือยัง?” เซฮุนเอ่ยปากถามว่าที่คู่หมั้นของตนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

 

“เป็นห่วงกันด้วยเหรอคะ?” จียอนถามกลับอย่างตัดพ้อเล็กน้อย

 

“ถ้าพี่ไม่ห่วงคงไม่มาถามหรอก...ตกลงทานอะไรหรือยังครับ?” เซฮุนบอกพลางยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะถามต่อซึ่งจียอนก็ส่ายหัวเล็กน้อยเป็นคำตอบ

 

“ถ้าอย่างนั้นไปทานข้าวด้วยกัน” เซฮุนบอกเชิงเอ่ยชวนคนตรงหน้าซึ่งจียอนก็พยักหน้ารับพลางยกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินออกมาจากห้องแล้วใช้มือคล้องแขนของอีกฝ่ายตามปกติก่อนที่ทั้งคู่จะเดินตรงไปยังห้องครัว

 

“คุณชานยอลคะพอจะเห็นซูยองบ้างมั้ยคะ?” ซูยอนเอ่ยปากถามชานยอลหลังจากที่เธอกวาดสายตามองหาน้องสาวคนสนิทจนทั่วบ้านแล้วแต่ก็ไม่เห็นวี่แววเลยสักนิด

 

“อ๋อ! กลับไปแล้วล่ะครับเห็นบอกว่าจะกลับไปทำความสะอาดน่ะครับ” ชานยอลที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ก็ลดหนังสือลงก่อนจะเอ่ยปากตอบคำถามของอีกฝ่ายซึ่งซูยอนก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

 

“แล้วนั่นคุณซูยอนแบกหนังสือพวกนั้นจะเอาไปไหนเหรอครับ?” ชานยอลเอ่ยปากถามด้วยความสงสัยระคนอยากรู้

 

“อ๋อ! ฉันจะไปสอนหนังสือให้เด็กๆที่ท้ายหมู่บ้านค่ะ” ซูยอนตอบพลางยกยิ้มเล็กน้อย

 

“ที่ท้ายหมู่บ้านมีโรงเรียนด้วยเหรอครับ?” ชานยอลเอ่ยปากถามด้วยความสนใจ

 

“ไม่เชิงหรอกค่ะ” ซูยอนตอบ

 

“ถ้าอย่างนั้นผมขอไปด้วยคนได้มั้ยครับ? อยู่ว่างๆแบบนี้รู้สึกน่าเบื่อชะมัด” ชานยอลบอกเชิงขอร้องอีกฝ่าย

 

“ตามสะดวกเลยค่ะแต่ว่าก่อนจะไปฉันต้องไปแวะที่ตลาดก่อน” ซูยอนบอก

 

“แวะทำไมเหรอครับ?” ชานยอลเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

 

“ก็จะซื้อขนมไปฝากเด็กๆนั่นแหละค่ะ” ซูยอนตอบ

 

“อ๋อ! ถ้าอย่างนั้นรอผมครู่หนึ่งนะครับเดี๋ยวผมไปหยิบกระเป๋าสตางค์ก่อน” ชานยอลบอกแกมสั่งเล็กน้อยก่อนที่ตัวเขาเองจะเด้งตัวลุกขึ้นแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งหายเข้าไปในห้องพักของตนก่อนจะออกมาในไม่กี่นาที

 

“ได้แล้วครับ..ถ้าอย่างนั้นไปกันเลยมั้ยครับ? เดี๋ยวผมช่วยถือ” ชานยอลบอกก่อนจะอาสาช่วยถือหนังสือซึ่งซูยอนก็ผงกหน้าเป็นเชิงขอบคุณก่อนจะยื่นหนังสือบางส่วนให้ชานยอลช่วยถือแล้วทั้งสองคนก็เดินลงบันไดแล้วออกไปกัน
















--------- 55% ---------














“พอสักทีเถอะค่ะ คุณอยากเอาคำว่ารักมาหลอกลวงฉันอีกเลย”

“ผมไม่ได้หลอกคุณแต่ผมรักคุณจริงๆ”

“รักฉันเหรอคะ? รักฉันในขณะที่คุณก็รักอีกคนเหมือนกันมันไม่เห็นแก่ตัวไปเหรอ?”

“ผมไม่เคยรักใครนอกจากคุณ!!














#เย้ๆๆๆๆ มาอัพแล้วค่า!~~ คิดถึงกันมั้ย?

ฮุนสิกคืออะไรคะเหมือนมีความละมุน 55555555

แต่ทำไมชานยอลต้องมาดับฝันด้วยคะ - -

เดี๋ยวมาอัพต่อนะคะช่วงนี้ติดสอบไฟนอล <3







ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Cheesecake [ฉายตะวัน] จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Allapapa (@brandbelle) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 00:04
    ฮุนสิกน่ารัก แต่ชานสิกก็น่าจะไปด้วยกันได้ดี ตอนต่อไป จะเป็นชานสิกแล้วชิมิ รอนะคะ
    #5
    0
  2. #4 Allapapa (@brandbelle) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 15:51
    สนุกอะ เซฮุน่ารักจังแต่มีเข้าของแล้ว ถ้าซูยอนชอบฮุนเมื่อไหร่ต้องดราม่าแน่เลย
    #4
    0
  3. #3 Ce'ces Rizle (@aster-1) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 23:08
    น้ำจิ้มซีฟู๊ด? น้ำติ้มไก่? น้ำจิ้มสุกี้? น้ำจะ-- ไม่ใช่ละ 555555
    อื้อหือ ดราม่าแน่ๆ อ่านสปอยล์แล้วรู้เลย โถ่ว
    #3
    0
  4. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 22:59
    ท่าทางจะน่ารักกก
    #2
    0
  5. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 22:35
    รอนะคะ~
    #1
    0