[FIC EXO]Curse of Fate{ChanBaek feat.EXO} [END]

ตอนที่ 19 : Curse of Fate: Chapter 18

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    10 ม.ค. 57

Chapter 18

 

 

“…คนในความฝัน

ที่อยากพบในโลกความจริง”

 

[Baekhyun’s…]

 

 

“คุณชานยอล…นี่เราจะไปไหนกันครับ” ผมเอ่ยถามชานยอลหลังจากที่โดนร่างสูงลากขึ้นรถโดยที่เขาไม่พูดอะไรสักคำ

 

 

“คุณอยากไปที่ไหนล่ะ?”

 

 

“ผมอยากกลับไปที่กองถ่าย เราเสียเวลากันมาหลายวันแล้วนะครับ”

 

 

“แต่ผมไม่อยากกลับนี่นา” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ แล้วนั่นเขากำลังจะโทรไปหาใคร ให้ตายเถอะชานยอลจะดื้อไปถึงเมื่อไหร่นะ

 

 

“ได้ยังไงล่ะครับ ถ้าคุณชานยอลยังเป็นแบบนี้ผมจะทำงานได้ยังไง” ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากออกมากับเขาหรอกนะ…แต่ผมรับปากจะทำงานกับคุณเยจินแล้ว ผมไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานมารวมกัน

 

 

“พี่ซิ่วหมินครับ ร้านอาหารที่ผมให้จองไว้ไม่ทราบว่าจัดการเรียบร้อยรึยังครับ” อะไรนะ? ร้านอาหารงั้นหรอ นี่เขามาได้ฟังที่ผมพูดเลยรึไง

 

 

“คุณชานยอล เรา…”

 

 

“ชู่~ ครับพี่ซิ่วหมิน เลิกกองแล้วครับ ผมกำลังจะไปทานข้าว” ชานยอลแตะนิ้วลงบนริมฝีปากของผมเพื่อให้ผมหยุดโวยวาย ชานยอลอ่า…อย่าทำให้ฉันใจเต้นนักสิ

 

 

[……………………………..]

 

 

“เปล่านะ ผมไม่ได้โดดกองนะ แบคฮยอนก็อยู่กับผมด้วย”

 

 

[……………………………..]

 

 

“ถ้าพี่ไม่เชื่อ ผมจะให้คุยกับแบคฮยอนนะ” ชานยอลว่าพลางส่งโทรศัพท์มาให้ผม

 

 

“อะไร?”

 

 

“คุยสิ บอกพี่ซิ่วหมินไปว่าเราเลิกกองแล้ว”

 

 

“ผมจะไม่โกหก”

 

 

“คุณต้องช่วยผม…”

 

 

“ทำไมผมต้องช่วยคุณโกหกด้วย”

 

 

“เพราะคุณมากับผมไง…”

 

 

“แต่…”

 

 

“นะครับ…วันนี้ผมเหนื่อยไม่อยากทำงานแล้ว ช่วยผมนะครับแบคฮยอน” งื้อ ชานยอลอ่า อย่าอ้อนกันแบบนี้สิ…

 

 

“ก็ได้ครับ…” ผมตกหลุมพรางเจ้าหมาจิ้งจอกชานยอลเป็นที่เรียบร้อย…“สวัสดีครับพี่ซิ่วหมิน”

 

 

[เอ่อ แบคฮยอนหรอ?]

 

 

“ครับ ตอนนี้ผมอยู่กับคุณชานยอล…เราเลิกกองกันเร็วน่ะครับ”

 

 

[อย่างนั้นหรอ…ไม่ได้โกหกพี่เพราะชานยอลเขาบังคับหรอกนะ]

 

 

“เอ่อ คือ…ไม่ใช่ครับ คุณชานยอลเขาไม่ได้บังคับผม”

 

 

[ดีแล้ว…จะไปทานข้าวกันใช่ไหม พี่ฝากชานยอลด้วยนะ]

 

 

“ครับ…เอ่อ จะคุยกับคุณชานยอลต่อไหมครับ?”

 

 

[ก็ดีเหมือนกัน]

 

 

“ครับ…” ผมส่งโทรศัพท์คืนให้ชานยอลที่กำลังมองผมอย่างมีความหวัง “พี่ซิ่วหมินอยากคุยกับคุณ”

 

 

[……………………………]

 

 

“ผมไม่ทำอะไรเขาหรอกน่า”

 

 

[……………………………]

 

 

“พี่ซิ่วหมินก็อย่าให้เฮียคริสรู้สิ”

 

 

[……………………………]

 

 

“ครับ…ผมจะไม่กลับดึก”

 

 

[……………………………]

 

 

“ครับผม บ๊ายบายครับ” ชานยอลวางสายก่อนที่จะกลับมาขับรถต่ออย่างอารมณ์ดี เขาคุยอะไรกับพี่ซิ่วหมินกันนะ ทำไมถึงได้เอ่ยชื่อคริสด้วย

 

 

            หลังจากที่ผมนั่งเงียบอยู่ในรถของชานยอลได้ไม่นาน เขาก็หยุดรถลงที่หน้าร้านอาหารเกาหลีแห่งหนึ่ง ขายาวลงจากรถมาเปิดประตูให้ผมก่อนที่จะพาเข้าไปในร้าน ดูเหมือนชานยอลจะชอบอาหารเกาหลีเอามากๆ เพราะเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่เกิดเรื่องเขาก็พาผมเข้าร้านอาหารสไตล์นี้อยู่บ่อยๆ…อย่างน้อยชานยอลก็ยังคงมีส่วนที่เป็นชานยอลคนเดิมของผมอยู่ ถึงแม้ว่าตอนนี้ชานยอลที่อยู่ตรงหน้าจะเจ้าเล่ห์ เอาแต่ใจ ไม่อ่อนโยนเหมือนชานยอลที่ผมเคยรู้จัก แต่ผมเชื่อว่าลึกๆแล้ว ชานยอลก็ยังคงเป็นชานยอลที่แสนดีของผม

 

 

“เมื่อกี้ตอนอยู่บนรถมีอะไรรึเปล่าครับ…ทำไมเอ่ยถึงคริสด้วย?” ผมเอ่ยถามชานยอลระหว่างที่เรานั่งรออาหาร

 

 

“ไม่มีอะไรหรอก…พี่ซิ่วหมินแค่กลัวว่าผมจะพาคุณขึ้นเตียง” ชานยอลลอยหน้าลอยตาพูดเรื่องล่อแหลมน่าตาเฉย ทั้งๆที่ผมเนี่ยรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว “คุณมีไข้หรอหน้าแดงเชียว” มือหนายกขึ้นมาอังบนหน้าผากของผมเพื่อเช็คอุณหภูมิแต่นั่นยิ่งทำให้ผมหน้าแดงเข้าไปใหญ่

 

 

“เอ่อ…เปล่าครับ ผมแค่รู้สึกร้อนนิดหน่อย” ผมโกหกกลบเกลื่อนไปอย่างนั้นแหละครับ ก็ใครให้ชานยอลพูดเรื่องแบบนี้เหมือนมันเป็นเรื่องปกติได้ยังไงกัน

 

 

“ผมนึกว่าคุณเขินซะอีก…” นั่นไง…จิ้งจอกก็ยังเป็นจิ้งจอกอยู่วันยันค่ำ และผมก็คงกลายเป็นชิ้นเนื้อของเขา

 

 

“ไม่ใช่นะครับ…ผมจะเขินทำไม อาหารมาแล้วผมว่าเรารีบทานกันดีกว่า” ผมรีบตัดบทสนทนาเพราะตอนนี้หัวใจของผมมันเต้นแรงจนแทบจะหลุดอกมาจากอก

 

 

“คุณชอบข้าวหน้าเนื้อหรอ”

 

 

“ครับ…มีอะไรแปลกอย่างนั้นหรอครับ?”

 

 

“เปล่าหรอก…ผมแค่รู้สึกเหมือนเคยรู้จักคนที่ชอบทานเหมือนคุณเอามากๆอยู่คนหนึ่ง แต่ช่างเถอะ…เวลาผมคิดมากมักจะปวดหัว เราทานข้าวกันดีกว่า”

 

 

“แล้ว…คุณชอบรึเปล่า?” ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมถามชานยอลออกไปอย่างนั้น เมื่อก่อนตอนที่เราไปทานข้าวด้วยกัน ชานยอลบอกผมว่าเขาชอบข้าวหน้าเนื้อที่ผมเอาให้เขาทานมากๆ ถึงกับขอให้ผมทำให้ทานตอนอยู่ที่บ้านเลย แล้วตอนนี้ล่ะ…เขาจะยังชอบมันอยู่ไหม

 

 

“ผมหรอ? อืมมมม ก็ไม่นะ...ผมไม่ค่อยทานอะไรแบบนี้หรอก” ชานยอลตอบยิ้มๆก่อนจะหันกลับไปจัดการอาหารในจานของเขาต่อ ผมเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อแล้ว…เมื่อไหร่ชานยอลคนเดิมจะกลับมา…แบคคิดถึงยอลนะ…

 

 

“คุณชานยอลครับ…ผมขอถามอะไรสักหน่อยได้ไหมครับ”

 

 

“ได้สิ…แต่ผมจะตอบถ้านั่นมันเป็นสิ่งที่คุณควรจะรู้นะ”

 

 

“คือเรื่องอาการของคุณ ผมพอจะรู้จากคริสมาบ้าง…คุณจำเรื่องหลังจากที่คุณตกหน้าผาไม่ได้เลยอย่างนั้นหรอครับ”

 

 

“ทำไมหรอ? ผมมีเรื่องที่สมควรจะจำได้อย่างนั้นหรอ” ชานยอลตอบอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก เขาคงไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว…เรื่องบ้าๆที่ทำให้ชานยอลทรมานเวลานึกถึง เรื่องบ้าๆที่มันเป็นเรื่องของผม

 

 

“ขอโทษที่ถามนะครับ ผมแค่เป็นห่วงอาการของคุณ”

 

 

“ถ้างั้นผมขอถามเรื่องของคุณบ้าง ถือเป็นการไถ่โทษ แบบนี้ดีไหม?” หมาจิ้งจอกชานยอลเริ่มล่าเหยื่ออีกแล้วสินะ

 

 

“หึๆ ขี้โกงจังเลยนะครับ…คุณอยากรู้อะไรเกี่ยวกับผมงั้นหรอ?”

 

 

“ทำไมช่างภาพชื่อดัง ไม่ถือสังกัด รักสันโดษอย่างคุณบยอนแบคฮยอน…ถึงได้เลือกทำงานกับYJ เห็นว่าก่อนหน้านี้คุณอยู่ที่ประเทศจีน ทำไมถึงกลับมาทำงานที่มีข้อผูกมัดเยอะแยะแบบนี้”

 

 

“คุณรู้ประวัติผมดีจังเลยนะครับ” ทำไมชานยอลถึงได้รู้เรื่องของผมมากขนาดนี้ คริสไม่เคยเล่าเรื่องผมให้ชานยอลฟัง ส่วนคุณเยจินก็คงไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผมได้ละเอียดขนาดนั้น

 

 

“เพราะคุณคือเป้าหมายของผมไงครับ…”

 

 

“อะไรนะครับ?” เมื่อกี้ชานยอลพูดว่าไงนะ เขาบอกว่าผมเป็นเป้าหมายหรอ? เป้าหมายอะไร?

 

 

“ผมล้อเล่นน่ะ ทางบริษัทก็ต้องมีข้อมูลของพนักงานทุกคนเป็นเรื่องธรรมดา”

 

 

“อ่อ…ครับ”

 

 

“แล้วคำตอบของคุณล่ะ?  ทำไมถึงเลือกที่จะทำงานกับYJ”

 

 

“คือผม…” ผมควรจะตอบเขาว่ายังไงดี ที่จริงตอนแรกผมไม่ได้มั่นใจว่าจะทำงานกับYJหรอกนะ แต่ที่ตกลงรับงานนี้ไปก็เพราะ…อยากเจอกับชานยอลนี่นา

 

 

“ว่ายังไงครับ?”

 

 

“…ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมแค่อยากลองอะไรใหม่ๆดูบ้างก็เท่านั้นเอง”

 

 

“หึๆ แปลกคนจังเลยนะ”

 

 

“แปลก? แปลกยังไงหรอครับ”

 

 

“ก็คนอื่นๆที่เขามีข้อผูกมัด เขาอยากมีอิสระกัน แต่ดูคุณสิ…คุณมีอิสระแต่คุณกลับทิ้งมันเพื่อที่จะกลับเข้ามาอยู่ในกรง” ชานยอลเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเศร้าๆ แต่มันก็แค่แวบเดียวเท่านั้นแหละครับ…สีหน้าแบบนั้น…ถึงจะเห็นไม่ชัดนักแต่มันก็ทำให้ผมอดเป็นห่วงไม่ได้

 

 

“…บางครั้งชีวิตคนเรามันก็อธิบายยากนะครับ”

 

 

“ก็คงจะอย่างนั้น…”

 

 

“แล้วทำไมคุณถึงได้ตกลงเป็นนายแบบให้กับคุณเยจินล่ะครับ ฟังจากที่คุณพูดดูเหมือนคุณเองก็ไม่ชอบอะไรที่ผูกมัดสักเท่าไหร่” ผมทำเป็นอ้างไปงั้นแหละ ก็จริงๆแล้วผมรู้จักชานยอลดีนี่นา…ชานยอลกับคุณพ่อของเขาไม่ถูกกันเพราะปัญหาบางอย่าง แต่ทำไมตอนนี้ชานยอลถึงได้ยอมทำตามที่ท่านประธานปาร์คสั่ง

 

 

“…ผมไม่ได้เป็นนายแบบให้เยจิน” ชานยอลพูดจาแปลกๆอีกแล้ว บอกว่าไม่ได้เป็นนายแบบให้คุณเยจิน…ก็เขาเป็นนายแบบอยู่แต่บอกว่าไม่ได้เป็นเนี่ยนะ

 

 

“หมายความว่ายังไงครับ?”

 

 

“ผมเป็นนายแบบให้คุณ”

 

 

“เอ่อ…” ชานยอลจ้องหน้าผมทำไม แถมเอ่ยคำพูดชวนให้คิดแบบนั้นด้วย หน้าของผมตอนนี้ต้องแดงเป็นลูกมะเขือเทศแน่ๆ ผมไม่น่าหลงกลเจ้าหมาจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์ตัวนี้เลย

 

 

“หึๆ ที่จริงแล้วผมไม่ได้อยากทำงานนี้นักหรอก คุณรู้ใช่ไหมว่าผมมีไนท์คลับเป็นของตัวเอง…ท่านประธานปาร์คจะปิดที่นั่น ถ้าผมไม่มาร่วมโปรเจคนี้ ”

 

 

“แล้ว…ทำไมท่านถึงอยากให้คุณทำงานกับคุณเยจินล่ะครับ”

 

 

“ก็ท่านอยากให้ผมกับยัยแม่มดนั่นแต่งงานกัน มันเป็นเรื่องของธุรกิจน่ะ”

 

 

“…คุณกับคุณเยจินคงต้องแต่งงานกันหลังจากที่โปรเจคนี้จบ…อย่างนั้นใช่ไหม?” ผมกลั้นใจถามชานยอลออกไปในที่สุด ทำไมผมถึงกลัวคำตอบแบบนี้นะ…ถ้าชานยอลตอบมาว่าเต็มใจแต่งงานกับคุณเยจิน ผมจะทำยังไงดี

 

 

“ไม่หรอก…ถ้าผมทำกำไรให้ไนท์คลับของผมได้ 3 เท่า ท่านจะยอมให้อิสระกับผม”

 

 

“แปลว่าคุณไม่ได้อยากแต่งงาน”

 

 

“แน่นอน เราทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้รักกัน ผมกับเยจินน่ะเป็นคู่กัดกันมาตั้งแต่เด็กๆ ยัยนั่นเคยออกปากเองเลยนะว่าต่อให้ผู้ชายทั้งโลกเหลือแค่ผมคนเดียว เธอจะขออยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต  ส่วนผม…ก็มีคนที่รักอยู่แล้ว…” สิ่งที่ชานยอลพูดเมื่อกี้เล่นเอาผมสะอึก เขาบอกว่าไงนะ…มีคนที่รักอยู่แล้วงั้นหรอ…

 

 

“แฟนของคุณหรอครับ?”

 

 

“เปล่า…คนในฝันน่ะ คุณไม่รู้จักเขาหรอก…เพราะผมเองยังไม่รู้จักเขาเลย…” ชานยอลพูดกับผมอย่างอายๆ รอยยิ้มแบบนั้น…รอยยิ้มที่ชานยอลเคยมีให้ผมเมื่อก่อน ตอนนี้มันกลับเป็นของคนอื่น เป็นของคนในฝันที่ชานยอลพูดถึง… “ตอนนี้ผมต้องตั้งใจมากๆ ถ้าผมพลาดโอกาสครั้งนี้ผมต้องแต่งงานกับคนที่ผมไม่ได้รัก แล้วก็เป็นทาสของท่านประธานไปตลอด เพราะงั้นผมจะเสียมันไปไม่ได้…อีกอย่างผมก็ไม่คิดว่าท่านประธานจะปล่อยให้ผมทำมันได้ง่ายๆแน่ เพราะท่านชื่นชมเยจินอย่างกับอะไร…ผมคงต้องมีอีกแผนไว้คอยรับมือ”

 

 

“แล้วคุณมีแผนสำหรับการบริหารกิจการของคุณรึยัง?”

 

 

“เอาเข้าจริงแล้วก็ยังนะ ตอนนี้รายได้ของไนท์คลับก็ยังคงตัว ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้มันมีกำไรได้ขนาดนั้น…”

 

 

“…ถ้าคุณไม่มีปัญหาอะไร ผมว่าผมพอจะช่วยคุณได้นะ” ผมยื่นข้อเสนอให้กับชานยอล ถ้านี่เป็นสิ่งที่ผมพอจะช่วยเขาได้…ผมก็ยินดี… ผมไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ด้วยซ้ำ การที่ชานยอลไม่ได้รักคุณเยจินมันก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่หรอก แต่ชานยอลกลับบอกผมว่าเขามีอีกคนที่อยู่ในใจอยู่แล้ว ผมไม่รู้ว่าผมควรทำยังไงต่อไป…มันเจ็บอย่างที่คริสเคยบอกจริงๆ

 

 

“ยังไง?”

 

 

“ก็ทำเหมือนที่คุณเยจินกำลังทำไงครับ ธุรกิจจะได้เปรียบเสียเปรียบก็เพราะการโปรโมท ถ้าคุณสร้างภาพลักษณ์ให้ไนท์คลับของคุณน่าสนใจ เดี๋ยวลูกค้าเขาก็จะเข้ามาเอง”

 

 

“นั่นสินะ…”

 

 

“เพราะงั้น ตอนนี้คุณก็ควรตั้งใจทำงานกับคุณเยจินซะ พอภาพของคุณถูกปล่อยออกไป มันก็เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ตัวคุณ สินค้า และก็กิจการของคุณด้วย เผลอๆคุณอาจจะกลายเป็นคนดังไปเลยก็ได้นะครับ ซึ่งนั่นก็หมายถึงกิจการของคุณก็จะเป็นที่รู้จักไปด้วย”

 

 

“หึๆ สุดท้ายคุณก็โน้มน้าวให้ผมกลับมาตั้งใจช่วยเยจินจนได้สินะ นี่คุณเป็นช่างภาพหรือว่านักจิตวิทยากันแน่”

 

 

“ผมก็เป็นแค่ช่างภาพธรรมดานี่แหละครับ...”

 

 

“…คุณทำให้ผมเชื่อคุณซะสนิท แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณที่ช่วยผมนะครับ” ชานยอลกุมมือผมเอาไว้พร้อมกับส่งยิ้มมาให้ นี่เขาจะซึ้งอะไรขนาดนั้น…หรือว่าเจ้าหมาจิ้งจอกนี่หลอกจับมือผมกันแน่…

 

 

“เอ่อ…ก็คุณเป็นรุ่นน้องของคริส ก็ถือว่าเป็นเพื่อนของผม เพื่อนช่วยเพื่อนไงครับ…นี่ผมไม่ได้ล้ำเส้นไปใช่ไหม” ผมคิดขึ้นมาได้หลังจากที่พูดจบ ถ้าชานยอลไม่ได้คิดว่าผมเป็นเพื่อนเขาล่ะ เขาเป็นถึงลูกชายท่านประธาน เขาอาจจะไม่ได้ใจดีกับผมอย่างเมื่อก่อน…

 

 

“ไม่หรอก…ผมอยากสนิทกับคุณนะ ไม่ใช่เพราะคุณคือน้องของเฮียคริส แต่ผมอยากสนิทกับคุณ…เพราะคุณคือคุณ…

.

.

.

…บยอนแบคฮยอน…” [END]

 


 

TBC.

 

 





 

Transparent Teal Star
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

565 ความคิดเห็น

  1. #507 Delight.PN (@paew_nonticha) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2557 / 20:50
    จำแบคให้ได้สักทีสิชานยอล ><
    #507
    0
  2. #421 แสงรัตติกาล (@prang9210) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 01:21
    ตอนเป็นหมาขี้อ้อน ตอนเป็นคนขี้แกล้ง 
    #421
    0
  3. #388 linly (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 เมษายน 2557 / 22:53
    ฟินน่าเลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล
    #388
    0
  4. #361 captain still remember me (@snck-95line) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 10:02
    อั๊ยยะ เขินนนนนนน
    #361
    0
  5. #315 Beak-Fin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มีนาคม 2557 / 12:01
    ชานยอล...เนียนซะ ยังเสี่ยวได้อีก
    #315
    0
  6. #231 JDEXO (@jdme) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 10:41
    หยอยแกเนียนได้อีก 
    อย่าทำร้ายป๋ายของเรานะ!!!!!!!
    #231
    0
  7. #205 bigbadbgirl (@-axxvvxx95) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 22:32
    คนในฝันของชยอลคือแกไงบยอนนนน
    จำแบคให้ได้สักทีเถอะ T^T

    #205
    0
  8. #198 ch_pct (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 12:26
    สงสารแบคจังอ่ะ ยอลนายรีบๆจำให้ได้ซักทีสิ
    #198
    0
  9. #197 neatle (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 01:50
    ชอบมาก รอดูตอนจบนะ
    #197
    0
  10. #195 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 19:55
    ยอลเมื่อไหร่จะจำแบคได้ล่ะ 
    #195
    0
  11. #194 Sincere KBM (@whitepearl1013) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2557 / 16:32
    ยอลจริงจังกับแบครึป่าว?????
    #194
    0
  12. #193 Beaoutwy (@thawinee-39) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 21:58
    เมื่อไหร่ความจำตะกลับมาซะที

    #193
    0
  13. #192 fantase (@fantasejang) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 20:51
    อึดอัดดดดดดดด

    เมื่อไหร่เชี่-ยปาร์คจะรู้ความจิง

    #192
    0
  14. #191 BYun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มกราคม 2557 / 20:31
    พี่ปาร์คสุดยอดเลย ห้ามเจ้าชู้ใส่แบคนะ 55555555





    #191
    0