[Fic Magi]Truth of Destiny {NL}

ตอนที่ 38 : 30 : เผชิญหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 ก.ย. 57




30

เผชิญหน้า

 

ในที่สุดเช้าวันใหม่สำหรับการเดินทางก็มาถึง นับตั้งแต่เมื่อวันนั้นเรื่องวุ่นวายก็ได้จบลงไปอีกเรื่อง พวกชาวนูลลากลับมามีรอยยิ้มบนใบหน้าอีกครั้งหนึ่ง เจ้าเมืองก็ได้กลับมาปกครองเมืองอีกครั้งซึ่งจริงๆแล้วเขาตั้งใจจะยกตำแหน่งให้ซีเรียแต่อีกฝ่ายยังปฏิเสธเนื่องจากต้องการออกตามหาความทรงจำที่ยังเป็นเลย์ลาแต่ได้ให้สัญญาว่าเมื่อตัวเองทำหน้าที่เสร็จจะกลับมารับตำแหน่งแน่นอน

และเมื่อคืนหลังจากที่พูดคุยเรื่องการเดินทางว่าจะเริ่มต้นที่ไหนก่อนและจะไปด้วยเรือโดยสารที่นานๆจะผ่านมาทีหรือว่าต่อเรือเอง ปรากฏว่าซีเรียเสนอว่าให้ไปด้วยพรมวิเศษของตัวเองจึงจบปัญหาเรื่องนี้ไป สมบัติจากดันเจี้ยนของเดคาราเบียก็ทำให้ปัญหาเรื่องเงินจบไปเช่นกัน ส่วนเสบียงก็ได้รับมาจากพวกชาวบ้านเพราะงั้นมีมากพอแน่นอน

แต่ปัญหาเรื่องใหม่ก็คือ...

“ก็รู้หรอกนะว่าเรื่องเงินไม่มีปัญหา เรื่องการเดินทางก็ไม่มีปัญหา แต่ใครบอกจะให้พวกเจ้าทั้งสองคนไปด้วยห๊ะ!!!

เฟอิซาโวยวายเสียงและชี้นิ้วไปยังเมลและคีราที่ยืนอยู่ข้างๆซีเรีย

“ข้าโดนท่านเจ้าเมืองสั่งให้มาดูแลคุณหนูซีเรียครับ อีกอย่างผมอยากตอบแทนท่านเฟอิซาที่ช่วยผมไว้ด้วย” คีราเอ่ยพลางก้มโค้งให้ทั้งคู่ และตอนนี้เขาอยู่ในชุดสำหรับเดินทางเป็นที่เรียบร้อย ผมสีแดงเลือดนกมัดรวบไว้ไม่ให้เกะกะ เสื้อสีขาว กางเกงขาพองยาวสีขาวผ้าพันเอวสีม่วงรองเท้าแบบปลายงอสีน้ำตาล สวมทับด้วยผ้าคลุมสีขาวยาวส่วนบริเวณคอเป็นแบบกว้างยาวปิดลำคอ

“ข้าอยากตามซีเรียไปด้วยไม่ได้เหรอ... จริงอยู่ที่ว่านางไม่เป็นไรแล้วแต่ข้าเป็นห่วงน่ะ” เมลทำหน้าจ๋อยเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเหตุผลที่อยากตามอีกฝ่ายไปน้อยกว่าพี่ชายตนเอง เธออยู่ในชุดกระโปรงสีขาวยาวมัดเอวด้วยผ้าสีเขียวทะเลสวมเสื้อคลุมแขนยาวสีขาวขอบทอง รองเท้าสีดำตรงขามีพันเชือกไขว้กัน

“คนพี่มีเหตุผลแต่คนน้องแค่อยากตามไปเนี่ยนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกเฟอิซา มันก็ไม่ลำบากอะไรซักหน่อย” ซีเรียห้ามปรามเฟอาขณะที่ตนนั่งอยู่บนพรมสีขาว ซึ่งเดิมแล้วพรมผืนนี้คือผ้าที่พันเอวตัวเอง แต่ถ้าจะใช้งานมันจะขยายตัวกว้างเพื่อรองรับผู้ใช้งาน ทั้งเฟอิซาและซีเรียอยู่ในชุดเดิมของตน ซึ่งตอนแรกพวกเธอก็โดนคะยั้นคะยอให้เปลี่ยนชุดแต่ปฏิเสธไป

“กรรรรร...” เสียงคำรามในคอของเสือสายฟ้าเตคีกาดังขึ้นจนทำให้เธอก้มลงมามอง

“ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ก็ทำตัวดีๆดูแลที่นี่ด้วยล่ะเตคีกา และถ้าเกิดกลับมาแล้วรู้ว่าเจ้าก่อเรื่องล่ะก็... คงรู้สินะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

เอ่ยพลางเอื้อมมือลงมาลูบหัวเจ้าเสือสายฟ้าอย่างอ่อนโยน

แต่คำพูดค่อนข้างจะขัดกันหน่อยนะ...

“เฮ้อ.....ถ้าเกิดไปแล้วเป็นตัวถ่วง คราวนี้ข้าไม่ช่วยหรอกนะ” เด็กสาวถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายก่อนจะขึ้นพรมไปนั่งอยู่อีกมุมหนึ่ง

สองพี่น้องพากันยิ้มและตามขึ้นไปด้วยเช่นกัน ถือว่าเป็นความรู้สึกใหม่ที่ได้ขึ้นของเช่นนี้เพราะเดิมทีแล้วสิ่งที่พวกตนใช้เป็นพาหนะสำหรับเดินทางก็คือม้าและเรือเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่

คนที่น่าห่วงที่สุดในยามนี้คือเฟอิซา...

ถึงจะทำเป็นเหมือนปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่การที่ต้องกลับไปเผชิญกับคนที่เธอเกลียดที่สุดในโลกอย่างพ่อของตัวเองคงเป็นเรื่องที่ต้องทำใจไว้ไม่น้อย เคยบอกว่าเตรียมใจไว้แล้วแต่สุดท้ายก็ยังคงหวาดกลัวที่จะพบ ไม่แน่ว่าถ้าได้เห็นหน้าของอีกฝ่ายคงฆ่าทิ้งในทันทีเหมือนตอนที่เจอภาพหลอนตอนอยู่ในดันเจี้ยนเป็นแน่

เมื่อคิดเช่นนั้นถึงกับทำให้ต้องกุมมือแน่นเพื่อหยุดอาการสั่น

“อื๋อ?” เธออุทานเบาๆเล็กน้อยเมื่อซีเรียแตะมือของตน...

“ไม่เป็นไร” หญิงสาวกล่าวด้วยใบหน้าที่คลี่ยิ้มอ่อนโยนให้อีกฝ่าย ทำให้อาการสั่นเริ่มหายไปช้าๆก่อนที่เฟอิซาจะพยักหน้าให้อีกฝ่าย

“นั่นสินะ”

ซีเรียพยักหน้าตอบก่อนจะหันไปมองอีกสองคน “พร้อมรึยัง?”

“แน่นอนครับ/จ้ะ!

ทั้งสองขานตอบก่อนที่พรมจะเริ่มออกตัวลอยขึ้นท้องฟ้าไปพร้อมกับเสียงของเจ้าเมืองและพวกชาวบ้านนูลลาตะโกนอวยพรให้ทั้งสี่เดินทางอย่างปลอดภัย

 

 

ตลอดการเดินทางเป็นไปอย่างราบเรียบไร้ปัญหาใด ตอนอยู่บนพรมบินเมลก็ชวนซีเรียและเฟอิซาคุยไปเรื่อยเปื่อยซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องในดันเจี้ยนที่ทั้งคู่ไปเผชิญมานั่นทำให้เฟอิซานึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง

“จะว่าไปเจ้ารู้สินะว่าในดันเจี้ยนต้องมีสัตว์ประหลาดน่ะ แล้วทำไมเจ้าไม่พบ?”

หญิงสาวหันมามองเฟอิซาที่ดูเหมือนต้องการรู้คำตอบเป็นอย่างมาก พอหันไปอีกทางก็เห็นสองพี่น้องจ้องมาทำไมต้องยอมเอ่ยปากพูด

“นับตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันตัวข้ามักจะเป็นที่หวาดกลัว เพราะงั้นสัญชาตญาณของพวกมันเลยบอกว่าถ้าเกิดประจันหน้ากับข้าคงแพ้ได้ หรือไม่ก็อาจจะได้กระมัง”

เธอเอ่ยพลางหัวเราะด้วยท่าทีปกติต่างจากอีกสามคนที่หน้าซีดลงเมื่อนึกถึงวันนั้นที่เสือสายฟ้าเตคีกากำลังจะพุ่งโจมตีใส่เธอตอนที่กลายเป็นอีกคน ถ้าเกิดว่าตอนนั้นมันฟังคำสั่งซาลิมที่ให้จัดการซีเรีย ป่านนี้คงไม่มีชีวิตอยู่รอดแน่นอน....

“จะว่าไปทำไมพวกเราถึงต้องไปที่จีซานก่อนเหรอซีเรีย?”

“พอดีข้าแค่รู้สึกว่าถ้าเกิดไปที่นั่นข้าอาจจะนึกอะไรออกก็ได้น่ะ”

“งั้นเหรอ...”

ใช่... ลางสังหรณ์ของเธอบอกไว้ว่าถ้าเกิดไปที่นั่นต้องนึกอะไรบางอย่างออก บางอย่าง...ที่เกี่ยวกับการเป็นทาส

“จำได้ว่าเฟอิซาจังบอกว่าเกิดที่จีซานใช่ไหม?”

คำถามนั้นทำเอาเด็กสาวถูกกล่าวถึงชะงักไปทันที

“ชะ...ใช่”

“เมล คีรา เฟอิซา” เสียงเรียกของซีเรียทำให้ทั้งสามหันไปมองพร้อมๆกัน “นั่นที่ไหนน่ะ?”

ทั้งสามชะโงกหน้ามองตามที่เธอชี้นิ้วไป เบื้องล่างของพวกเธอคือประเทศติดทะเลที่เคยเป็นเมืองของบัลแบดมาก่อน... แต่ในตอนนี้กลายเป็นของจักรวรรดิโคว(เจิดจรัส)ไปแล้ว

“ประเทศบัลแบดน่ะ”

“บัลแบด...งั้นเหรอ”

ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองบัลแบดด้วยความสงสัย ในความทรงจำของซีเรียรู้เพียงแค่ว่าประเทศบัลแบดเคยเกิดจลาจลครั้งใหญ่เท่านั้น จึงไม่ทราบว่ากลายเป็นของจักรวรรดิโควตั้งแต่ตอนไหน แต่เธอก็ไม่คิดจะถามอะไรต่อ

การเดินทางเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่มีอุปสรรคอะไรขวางกั้น คีราและเมลก็ได้เรียนเวทย์มนตร์จากซีเรียไว้ป้องกันตนเอง เพราะทั้งคู่เองก็มีความสามารถไม่น้อย แต่กรณีของเมลนั้นจำเป็นต้องเรียนมากกว่าเพราะเธอไม่มีความสามารถทางด้านการต่อสู้เหมือนพี่ชายเธอ ในขณะที่เฟอิซาได้แต่นั่งสมาธิเพื่อทำใจเผชิญหน้า

.

.

.

จนในที่สุดพวกเขาก็ถึงจีซานจนได้

พรมวิเศษค่อยๆลงจอดภายนอกก่อนจะถึงจีซาน โอเอซิสเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางทะเลทรายร้อนระอุ ทั้งสี่คนก้าวลงจากพรมลงบนพื้นดินโดยปลอดภัยพลางสอดส่องไปรอบๆก่อนจะเดินเข้าไปในตัวเมือง

“ที่นี่เหรอจีซาน สงบสุขดีจังเลยนะ” เมลมองรอบตัวเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย คาดว่าพวกเขาคงเป็นพวกนักเดินทางที่ผ่านมาเช่นเดียวกับพวกเธอ

“เท่าที่ทราบมาดูเหมือนจะเคยมีปัญหามาก่อน แต่หลังจากเปลี่ยนเจ้าเมืองแล้วสงบขึ้นกว่าเดิม...”

“เห... งั้นเหรอ...” ซีเรียสาดส่องมองผู้คนไปทั่วเธอรู้สึกได้ว่าแม้บนใบหน้าของทุกคนต่างมีรอยยิ้มแต่บางคนกลับรู้สึกเศร้าสร้อยเหมือนกับเจ็บปวดกับอะไรบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้วหรือว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้...

“ถ้ายังไงพวกเราลองเดินไปทั่วๆก่อนดีกว่านะครับ ไม่แน่ว่าคุณหนูอาจจะนึกอะไรออกก็ได้”

“นั่นสินะ ไปกันเถอะ!

“ไม่ พวกเราจะแยกกัน” หญิงสาวผมดำเอ่ยขึ้นทำให้ทั้งสามหันมามอง “ข้าคิดว่าพี่คีรากับเมลน่าจะไปหาห้องพักที่โรงแรมให้พวกก่อนดีกว่านะ ส่วนข้ากับเฟอิซาจะออกไปเดินดูแถวๆนี้เอง แบ่งหน้าที่กันไปแบบนี้จะดีกว่า”

เมื่อพูดจบทั้งสองจึงพยักหน้าตอบรับและแยกไปหาที่พัก ส่วนเธอและเฟอิซาก็แยกเข้าไปในตัวเมืองเพื่อตามหาความทรงจำของตนเอง

สำหรับเฟอิซาแล้วที่แห่งนี้ดูสงบสุขขึ้นกว่าเดิมนักต่างกับเมื่อก่อนราวฟ้ากับเหว สาเหตุคงเพราะเปลี่ยนเจ้าเมืองกระมัง พอมีเจ้าเมืองใหม่มาระบบทาสได้ถูกยกเลิกไปและชาวบ้านต่างมีความสุขขึ้น แต่ถึงจีซานจะดีขึ้นในสายตาของหลายๆคนสำหรับเฟอิซาแล้วมันคือสถานที่แห่งความเจ็บปวดในวัยเยาว์ โดยอย่างยิ่งวันนั้นที่เธอออกจากบ้านมา...

“.......”

ซีเรียมองเด็กสาวข้างกายตนที่นิ่งเงียบไป แม้จะไม่แสดงอาการออกมาแต่เธอก็สังเกตเห็นมือที่กำลังสั่นไหวด้วยความกลัว จริงๆแล้ว...เธอเองก็รู้สึกผิดที่ขอให้อีกฝ่ายมาที่นี่ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ต้องการกลับมา

บรรยากาศมันช่างอึดอัดเสียจริง...

“เจ้าน่ะไม่ต้องมาทำหน้าเหมือนคนกำลังสำนึกผิด ข้าน่ะเดิมทีตั้งใจจะกลับมาอยู่แล้วล่ะแต่เพราะมันยังทำใจไม่ได้เท่านั้นเองว่าถ้าเจอหน้าหมอนั่นจะปกติรึเปล่า”

เด็กสาวพูดออกมาโดยไม่หันมามองหน้าเธอ รู้ดีว่าซีเรียสามารถอ่านใจของเธอและฟังจากเหล่าลูฟได้แต่เธอก็ยังคงพูดปลอบไม่ให้หญิงสาวข้างกายตนคิดหนัก

“....ถ้าเจ้าไม่เหมือนตอนปกติ ข้าจะช่วยเตือนให้ดีไหม” ซีเรียเอ่ยปากถาม

“ทำงั้นได้ก็ดี”

“........”

หญิงสาวคลี่ยิ้มเล็กน้อยและเดินไปด้วยกันกับเพื่อนร่วมเดินทางตัวน้อย พยายามหาบางอย่างทำให้อีกฝ่ายไม่เครียดจนเกินไปด้วยการพาแวะไปร้านเสื้อผ้า ร้านอาหารแถวนั้น ถึงแม้ว่าเฟอิซาจะปฏิเสธทุกรอบแต่จริงๆแล้วสิ่งที่เห็นล้วนต้องการทั้งนั้น

“แวะซักนิดก็ได้”

“คิก”

เธอขำเล็กน้อยกับอาการปากไม่ตรงกับใจของเฟอิซาก่อนจะแวะเข้าร้านเสื้อผ้า จริงๆแล้วตัวซีเรียเองก็ต้องการทำแบบเด็กสาวปกติที่อยู่กับเพื่อนบ้างเท่านั้น

ในยามนี้เธอเป็นทั้งซีเรียและเลย์ลา ในความทรงจำซีเรียเป็นเด็กที่มีแต่ความสุข มีความทุกข์เพียงแค่เห็นคนอื่นทะเลาะกันเท่านั้น ต่างกับเลย์ลาที่เจอแต่ความทุกข์ของการเป็นทาสและตราบาปในอดีตจนทำให้ไร้ความรู้สึก เพราะงั้นในตอนนี้เธอมีความรู้สึกและสนุกเหมือนกับคนอื่นๆแล้วจึงอยากทำให้เต็มที่เหมือนกับวันที่ได้อยู่เคียงข้างคนคนนั้น

“?” หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อนึกถึงประโยคเมื่อครู่

 

คนคนนั้นที่เราพูดถึง...หมายถึงใคร?  นึกคิดทบทวนสิ่งที่ตนคิดเมื่อครู่นี้ขณะกำลังออกจากร้านเสื้อผ้าไปยังที่อื่น

 

“เฟอิซา ข้ามีเรื่องอยากจะถาม”

“ว่ามาสิ”

“......ข้าเคยออกมาเที่ยวแบบนี้กับใครมาก่อนรึเปล่าตอนเป็นเลย์ลาน่ะ...”

“ก็ต้องเคยอยู่แล้ว” ตอบอีกฝ่ายขณะเดินไปซื้อของกินแถวนั้น “เจ้าเคยออกมาเที่ยวกับข้าและองค์ชายทั้งสองแห่งจักรวรรดิโควน่ะ”

“องค์ชาย?”

“ใช่ องค์ชายเร็น โคเอนและเร็น โคฮา”

คำตอบทั้งทำให้ซีเรียต้องครุ่นคิดพิจารนาอย่างรอบคอบเมื่อได้รู้ว่าเธอเกี่ยวข้องกับพวกองค์ชายลำดับที่สามของจักรวรรดิ ไม่ใช่แค่เร็น โคเอน และ เร็น เกียคุเอ็นที่เป็นตัวก่อปัญหาที่ให้เธอในอดีตออกอาละวาดจนทำลายล้างไปทั่ว

สำหรับซีเรียในยามนี้ คนที่น่าคิดที่สุดคือองค์ชายเร็น โคเอน เพราะเธอจำได้ดีว่าตอนยังเป็นซีเรียเธอเคยฝันถึงเขามาก่อนและตอนที่เฟอิซาถามตอนนั้นว่าทำไมเธอถึงจำเขาไม่ได้...

องค์ชายลำดับหนึ่งเกี่ยวข้องอะไรกับเธอกันแน่...

เลย์ลา

แปล๊บ!

“อึก!” มือเรียวยกขึ้นมากุมหัวเมื่อนึกถึงเสียงทุ้มต่ำของอีกฝ่ายที่เรียกชื่อของตนเองในความฝัน

“ไม่ต้องรีบนึกให้ออกขนาดนั้นก็ได้ ยังมีเวลาอยู่อีกเยอะ”

“....นั่นสินะ”

หญิงสาวคลี่ยิ้มให้เฟอิซาที่ยืนอยู่ข้างกายตนเอง ก่อนจะเลิกนึกถึงเรื่องเมื่อครู่ เพราะถ้ายังนึกอยู่คงได้ปวดหัวจนทนไม่ไหวเป็นแน่แท้...

 

 

บรรยากาศในตอนนี้เริ่มเบาบางลงจนชวนผ่อนคลายไม่อึดอัดเหมือนเมื่อครู่ มันดูสงบสุขเป็นอย่างมาก

จนกระทั่ง...

“ท่านเฟอิซา!!!

เสียงตะโกนเรียกไม่คุ้นหูทำให้ซีเรียต้องหันกลับไปมอง ซึ่งเฟอิซาเองก็ต้องหันมามองผู้เรียกชื่อตนเอง ผู้ที่ตะโกนเป็นผู้ชายร่างสูงผมสั้นสีดำชี้ฟูกระเซอะกระเซิง ดวงตาเรียวคมสีทองด้านซ้าย สีน้ำเงินด้านขวา สวมเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงินแก่ผ่าอกขอบเสื้อสีทองเป็นรอยหยัก ผ้าพันคอสีน้ำตาลอ่อน กางเกงขายาวสีขาวพองเล็กน้อย และรองเท้าสีดำปลายงอ

“ใครน่ะเฟอิซา?”

“อืม....” เด็กสาวจ้องอีกฝ่ายที่วิ่งมาหาด้วยสีหน้าครุ่นคิดทำให้ซีเรียรู้เลยว่าอาจจะ จำไม่ได้ หรือไม่ก็ ลืมชื่อซึ่งดูเหมือนว่าข้อที่สองจะถูก เธอลืมชื่อของอีกฝ่ายจริงๆด้วย “นึกออกล่ะ หมอนี่ชื่อ อาซีม เป็นเลขาคนใหม่ที่ข้าให้ดูแลงานที่บัลแบดแทนคนเก่าที่ไล่ออกไป”

“อ๋อ...” ซีเรียตอบเสียงเบาและมองชายหนุ่มก่อนจะคลี่ยิ้มให้ “ข้าชื่อซีเรียค่ะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับซีเรีย แต่ท่านเฟอิซาลืมผมได้ยังไงครับเนี่ย”

“ข้านึกออกแล้วน่า เลิกทำหน้าหมาหงอยสักทีเถอะ แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่?”

“ผมเอาของมาส่งน่ะครับ พอดีมีลูกค้าท่านหนึ่งสั่งของไว้แต่มันมีตำหนิผมจึงจะนำไปเปลี่ยนให้ แต่พอจะให้ไปส่งคนอื่นๆก็ดูไม่ว่างเพราะงั้นข้าเลยอาสามาส่งเอง”

“งั้นเหรอ” พยักหน้าตอบรับเล็กน้อยก่อนจะนิ่งไปและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “แล้วทำไมของถึงมีตำหนิกัน...”

“เด็กมันทำของเสียหายครับ แต่ผมจัดการไล่ออกไปแล้วเพราะว่าซุ่มซ่ามเหลือเกิน”

“ดีมาก”

คำชมของเด็กสาวที่มอบให้กับอาซึมเหมือนเดิมตามปกติไม่มีอะไรพิเศษแต่ชายหนุ่มกับยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ทำในสิ่งที่ทำให้เด็กสาวตรงหน้าสามารถชมตนได้

“.......” ในยามนี้ซีเรียแทบอยากจะถอยออกจากบริเวณนี้เพราะเธอดันไปเห็นบางอย่างที่ไม่สมควรเห็นเข้าเสียแล้ว...

สิ่งที่เธอเห็นคือเหล่าลูฟรอบๆข้างซาลิมที่กลายเป็นสีชมพู หญิงสาวรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่มีจินและไม่มีความสามารถอะไรนักระดับมะโก่ยก็พอใช้ได้ แถมยังเป็นถึงคนรู้จักของเฟอิซามีตำแหน่งเป็นเลขา แต่น่าเสียดายที่ความรักของทั้งคู่มันไม่ได้เชื่อมโยงต่อกัน

ความรักข้างเดียวนี่มันช่างน่าสงสารและน่าเจ็บปวดจริงๆเลยนะ...

 

ข้าขอสาปแช่งแก...

 

!?”

น้ำเสียงเย็นยะเยือกนั่นทำให้ซีเรียหันไปมองรอบๆข้างในเมื่อสิ่งที่เธอได้ยินคือคำสาปแช่งของผู้คน ทั้งๆที่เมืองนี้สงบสุขเหมือนที่หลายๆคนบอกมันไม่น่าเป็นไปได้ที่ยังจะมีเรื่องเลวร้าย .....ไม่สิ มันอาจจะมีได้เพียงแค่ไม่ให้ใครรู้ว่ามีเท่านั้น

นกสีขาวตัวน้อยที่บินอยู่รอบๆเฟอิซาบินมาเกาะไหล่ของซีเรียและพูดบางอย่างออกมา

“....งั้นเหรอ” เธอพึมพำเบาๆกับประโยคนั้น

“ท่านเฟอิซา เพื่อนของท่านดูแปลกๆนะครับพูดอยู่คนเดียวด้วย” อาซึมมองซีเรียที่ยืนพูดอยู่คนเดียว

“หืม?” เธอหันไปมองซีเรีย “มีอะไรรึเปล่าซีเรีย?”

“จะว่ามีก็มีนะ แต่ดูเหมือนจะน่าตกใจไม่น้อยเลยล่ะ...”

“ยังไง?”

“.....ที่นี่ยังมีการส่งออกทาสอยู่”

!!!! อะไรนะ!!!?” เฟอิซาตะโกนเสียงดังเมื่อได้ยินคำน่ารังเกียจนั่น ความดีใจเมื่อครั้งรู้ว่าจีซานไม่มีการส่งออกทาสได้สลายไปจนหมดสิ้น

“ดูเหมือนว่าจะแอบส่งน่ะ... และคนที่ทำก็คือพ่อของเจ้า แม่ของเจ้าบอกมาแบบนี้”

ยิ่งได้ยินคำต้องห้ามทำให้เฟอิซาถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจนซีเรียรู้สึกได้ ภาพในความทรงจำของเฟอิซาไหลเข้ามาในหัวผ่านทางลูฟของมารดาที่เกาะไหล่ตนเข้ามาในหัวนับตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ภาพของเพื่อนคนแรก..ทาสที่เคยช่วยไว้โดนบิดาตนเองฆ่าต่อหน้า ไม่เคยได้รับความรัก มารดาโดนฆ่าต่อหน้าตอนที่ตนเองออกไปจากจีซาน

แต่ภาพนั้นทำให้เธอชะงักไปเมื่อเห็นบางอย่างอยู่ด้านหลังของบิดาเฟอิซาก่อนรถม้าที่เด็กสาวโดยสารห่างออกไปจนอีกฝ่ายหายลับจากสายตา...

“ข้าจะ...ไปฆ่าหมอนั่น!!!

“เดี๋ยว!” ซีเรียคว้ามือของอีกฝ่ายไว้และให้อาซีมช่วยล็อก

“ปล่อย!! นี่มันไม่ใช่เรื่องของเจ้าซีเรีย!! เจ้านั่นมันไม่เคยสนใจใยดีใครเลยสักนิดเดียว!! แทนที่จะเลิกกลับยังจะส่งออกทาสอีก!!!

“แต่ถ้าท่านเฟอิซาไปคนเดียวมันอันตรายนะครับ!!

“มันไม่ใช่ธุระของเจ้า!! ปล่อย!!!!

“ถ้างั้นข้าจะไปด้วย....ผู้ชายคนนั้นเกี่ยวข้องกับความทรงจำของข้า”

“ว่าไงนะ!!!?”

คำพูดของซีเรียทำให้เฟอิซาตกใจไม่ใช่น้อยเมื่อรู้ว่าพ่อของตนเองเกี่ยวข้องกับซีเรีย แต่เกี่ยวข้องอะไรด้วยในเมื่อไม่เคยรู้จักกัน? ในเมื่อพวกทาสที่เธอเคยเห็นไม่มีเลย์ลาอยู่ในกลุ่มพวกนั้นด้วยซ้ำไป

“เพราะงั้น...ให้ข้าไปด้วยเถอะ”

 

ภาพในความทรงจำของเฟอิซาเมื่อสมัยเด็กที่เธอเห็นนั่น

...คือตนเองในวัยเยาว์ที่โดนล่ามโซ่ในฐานะทาส...

 


           

ไม่เม้นไม่แต่งต่อเน้อ ถ้าอยากอ่านตอนต่อไป 5 เม้น up!!!

          [แต่ไม่ขอบอกว่าจะอัพตอนไหน (หนีไปทำงาน)]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

345 ความคิดเห็น

  1. #246 โยนะ ฮิเมะ (@0987611968) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 เมษายน 2558 / 18:35
    ดาม่าจะมาแล้วร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ><
    #246
    0
  2. #154 Pun Pun NaKab (@canaan) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 00:00
    เดียวมันจะมี มาม่า เอ้ยยย ดราม่าา #แว่วๆว่าเรื่องนี้มีเยอะ #กรรม
    #154
    0
  3. #131 นัตสึเมะ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 / 18:12
    สนุกมากเลย
    #131
    0
  4. #130 AminoZ. (@soulkanny) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 09:44
    สู้ๆ นะค่ะ ><
    #130
    0
  5. #129 Shadow♔Blood (@saorisakuya) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 18:46
    มันค้างคา!!! รีบๆมาตอบนะครับ! คนอื่นๆก็ช่วยๆกันคอมเมนต์ด้วยนะครับ!
    #129
    0
  6. #128 my lovely >//< (@mine-lovelyday) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2557 / 18:29
     ไรต์เตอร์ไฟต์ติ้งงงงงงง!!!!!!
    #128
    0
  7. สู้ๆนะค่ะไรต์^^
    #127
    0