คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

One more chance , นางมารร้ายขอเป็นนางเอก [HanChul , KiHae]

ตอนที่ 15 : Part. 13 ... 100%


     อัพเดท 1 มิ.ย. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/แฟนฟิคเกาหลี
Tags: hanchul, gengchul, kihae, sj, suju
ผู้แต่ง : F.GC ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ F.GC
My.iD: https://my.dek-d.com/fang070535
< Review/Vote > Rating : 100% [ 3 mem(s) ]
This month views : 113 Overall : 11,584
237 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 413 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
One more chance , นางมารร้ายขอเป็นนางเอก [HanChul , KiHae] ตอนที่ 15 : Part. 13 ... 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 673 , โพส : 4 , Rating : 25% / 4 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


B ♔ W

O N E    M O R E    C H A N C E

น า ง ม า ร ร้ า ย ข อ เ ป็ น น า ง เ อ ก

F.GC

 

ตอนที่ 13 มาแล้ว ตอนนี้เอาใจรีดเดอร์ที่แอบเชียร์คิบอม ดงเฮ เพราะตอนนี้ทั้งคู่ออกทั้งตอน แต่ก็ไม่ได้หวานแหววอะไร ก็แหม... เขายังไม่ได้คบกัน ก็แค่พอหอมปากหอมคอพอเน๊อะ

ขอคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยนะคะ ^^




P A R T. T H I R T E E N 


            ภายในสตูดิโอเต็มไปด้วยทีมงานแล้วก็เหล่ากองทัพนักข่าว ยังไม่รวมบรรดาแฟนคลับของนายแบบหนุ่มชื่อดังที่กำลังยืนออกันอยู่ข้างนอกอีกเป็นร้อย เป็นพันคน ไม่น่าแปลกเลยที่วันนี้สตูดิโอหลังนี้จะเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เพราะว่าวันนี้เป็นวันถ่ายปกนิตยสารชื่อดังที่สุดของเกาหลี คนที่จะได้ลงหน้าปกนั้นจะถือว่าเป็นคนที่ดังจริงๆ แล้วมีความสามารถมากเท่านั้น

            และนายแบบในวันนี้ที่จะได้มาลงปกก็มีอยู่ถึงสองคนด้วยกัน ก็คือปาร์ค ยูชอน นายแบบหนุ่มมาดเท่ห์ เพล์บอยที่ทำเอาสาวๆ หลงใหลได้ด้วยคารมที่คมคาย รอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ และอีกคน คิม คิบอม นายแบบหนุ่มน้อยหน้ามน ที่เอาชนะใจสาวๆ ได้ด้วยมาดนิ่งๆ แต่ก็หล่อเหลือร้าย อีกทั้งยังมีผลงานมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นักข่าวที่มารอเตรียมทำข่าวกันก็ชะเง้อคอยมองหานายแบบหนุ่มสองคนที่ยังมาไม่ถึงสตูดิโอเสียที แต่เพียงแค่อึดใจเดียวรถตู้สีดำคันใหญ่ก็วิ่งมาจอดหน้าสตูดิโอพร้อมกับร่างของนายแบบหนุ่มปาร์ค ยูชอนเดินก้าวลงจากรถ เพียงแค่นั้นเหล่าบรรดาแฟนคลับก็รีบกรูกันเข้ามาหาทันที ทั้งส่งเสียงเรียกทักทาย ขอลายเซ็น แล้วก็อีกสารพัดอย่าง แต่ก็ยังไม่ทันได้อะไรเหล่าทีมงานก็รีบเข้ามาดึงตัวยูชอนให้เข้าไปในสตูดิโอทันที แต่ร้องอย่างเสียดายของแฟนคลับยังไม่ทันได้จบดี เสียงกรี๊ดของแฟนคลับอีกกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นเมื่อเห็นรถตู้ของคิบอมมาจอดอยู่ด้านหน้าแทนที่ของรถตู้ของยูชอนเมื่อสักครู่นี้

ร่างสูงเจ้าของชื่อแก้มป้องตามที่คิม ฮีชอลชอบเรียกส่งรอยยิ้มทักทายบรรดาแฟนๆ เล็กน้อยก่อนจะก้มหัวอีกนิดหน่อย ด้วยมารยาทที่ดีและเป็นกันเองของคิบอมกับทุกๆ คนก็ทำเอาบรรดาสาวๆ หลงใหลได้ปลื้มอย่างไม่อยากเย็นนัก

เพราะเสียงกรี๊ดกร๊าดและส่งเสียงเรียกชื่อของคิบอมที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เรียกสายตาของยูชอนให้หันไปมองได้ในทันที แวบแรกเพียงแค่เห็น... ความรู้สึกประหลาดก็พุ่งเข้ามาทันที ความรู้สึกที่บ่งบอกว่า... ความเป็นคู่แข่งที่สูสี และอาจจะเหนือชั้นกว่า และนั่น... มันทำให้เขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิด

ถ้าพูดถึงความเป็นน้องใหม่ในวงการแฟชั่นของเกาหลีทั้งคิบอมและยูชอนต่างก็ถือว่าเป็นรุ่นเดียวกัน พึ่งจะเข้ามาพร้อมๆ กัน แต่ทั้งสองคนกลับโด่งดังเสียจนไม่น่าเชื่อ ทำให้หลายๆ ฝ่ายต่างมองและจับตาดูคนทั้งสองอยู่ไม่น้อย

“อ่ะ... พี่ซอนมี พี่ไม่เห็นบอกผมเลยว่าคิบอมก็มา” ดงเฮที่พึ่งจะเห็นคิบอมเดินเข้ามาในสตูดิโอหันไปร้องถามกับพี่สาวข้างกายทันที

“เอ๋... พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันนินา ตอนแรกตามกำหนดเห็นว่าจะเชิญยูชอนมาถ่ายปกคนเดียวนินา แล้วทำไมถึงมีคิบอมมาด้วยล่ะเนี่ย”

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แล้วตกลงพี่จะเอายังไง พี่จะสัมภาษณ์ใครหรอฮะ” ดงเฮถาม

“ก็สัมภาษณ์มันสองคนเลยล่ะกัน”

การสัมภาษณ์จะเริ่มขึ้นหลังจากที่การถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้นายแบบทั้งสองคนถูกดึงไปอยู่คนละห้องเพื่อเตรียมตัวสำหรับการถ่ายปกลงนิตยสารชั้นนำของเกาหลี ในเซ็ตแรกที่จะถ่ายกันนั้นเป็นสไตล์ของคุณชายเจ้าสำอาง ทั้งสองถูกแปลงโฉมให้อยู่ในชุดสูทหรูหรา ถึงแม้จะสูทเหมือนกันแต่ดีไซน์ก็ต่างกัน

ของยูชอนนั้นจะเล่นเป็นสูทออกแนวลำลองๆ ดูสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ใส่อยู่ด้านในนั้นถูกปลดกระดุมบนออก ก่อนจะตามด้วยสูทสีดำสวมทับด้านนอกโดยไม่ติดกระดุม กางเกงขายาวสีดำและรองเท้าสีดำ มีเครื่องประดับเป็นสีเงินตกแต่ง ดูแล้วให้ความรู้สึกของคุณชายเพล์บอย

ส่วนคิบอมนั้นเป็นสูทเสียเต็มยศออกแนวย้อนยุคนิดๆ ตรงปกคอเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวในนั้นใส่ระบายดูฟูฟ่อง สูทตัวนอกสีดำติดกระดุมเรียบร้อย กางเกงขาวยาวสีดำและรองเท้าสีดำ เน้นความรู้สึกเหมือนเป็นพวกผู้ดีเก่าของอังกฤษอะไรทำนองนั้น เป็นความรู้สึกที่แตกต่างจากของยูชอนแต่กลับกลมกลืนแล้วเข้ากันได้อย่างน่าประหลาดเมื่อทั้งสองมายืนอยู่ด้วยกัน

หลังจากที่เซ็ตแรกเสร็จไปทั้งสองก็โดนทีมงานลากให้เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อ คิบอมที่กำลังเดินตามทีมงานอยู่นั่นสายตาก็เหลือบมาเห็นดงแฮที่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ก็ส่งเสียงเรียกเบาๆ

“ดงเฮ”

ฝ่ายเจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมาตามเสียก่อนจะส่งยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นคิบอม “เห็นดงเฮด้วยหรอฮะเนี่ย”

“เห็นตั้งแต่เข้ามาแล้วล่ะ แต่ยังไม่ทันได้ทัก” คิบอมหยุดยืนคุยกับดงเฮ แต่ก็ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรกันต่อ ทีมงานก็ส่งเสียงเรียกคิบอมเสียแล้ว

“ตั้งใจทำงานนะฮะ” เสียงของดงเฮไล่ตามหลังคิบอมไปเมื่ออีกฝ่ายโดยลากไปแล้ว คนตัวสูงหันมาส่งยิ้มตาหยีให้ก่อนจะหายเข้าไปในห้อง

กว่าจะถ่ายครบทุกเซ็ตเวลาก็เลยมาเย็นมากแล้ว เมื่อเซ็ตสุดท้ายถ่ายเสร็จเป็นที่เรียบร้อยทั้งสองคนก็ต้องกลับไปเปลี่ยนชุดก่อนจะต้องออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่เฝ้ารออย่างใจจอใจจ่อ การสัมภาษณ์นั้นก็ไม่มีอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกเรื่องเดิมๆ ที่โดนถามอยู่เป็นประจำ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับการทำงานในวันนี้ ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานนักทั้งสองคนก็ให้สัมภาษณ์เป็นที่เรียบร้อย

ในขณะที่ดงเฮกำลังยืนรอให้ซอนมีเก็บของเสร็จ คิบอมที่เห็นว่าคนตัวเล็กยืนอยู่ก็เข้ามาทักทันที

“อ่ะ คิบอม เป็นยังไงบ้างฮะ เหนื่อยไหม” ร่างเล็กหันไปถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินมาหา

“ไม่หรอก ชินแล้วล่ะ ว่าแต่ดงเฮเถอะทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะ” คิบอมตอบก่อนจะถามกลับ

“ดงเฮมากับพี่ซอนมีนะฮะ อยากมาดูการทำงานการสัมภาษณ์เลยขอตามมาด้วย” ตอบแล้วยิ้มกว้าง

“ไม่ใช่เรื่องนั้น... วันนี้ไม่มีเรียนรึยังไงกัน ถึงได้มาที่นี่ได้”

พอเจอคำถามนี้เข้าไปคนตัวเล็กก็หัวเราะเบาๆ อย่างเด็กโดนผู้ใหญ่จับโกหกได้ แต่ก็ยังไม่ทันได้ตอบอะไรเมื่อดงเฮหันไปเห็นยูชอนที่ยืนส่งยิ้มให้กล้องอยู่ก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันทีโดยลืมไปเลยว่ายืนคุยอยู่กับคิบอม

“พี่ยูชอน นนน ฮะ” คนตัวเล็กตะโกนเสียลั่นจนใครๆ ก็หันมามอง เหมือนจะรู้ตัวจึงรีบลดเสียงลงแล้วก้มหัวขอโทษขอโพยคนอื่นเสียยกใหญ่

“อ้าว ดงเฮ มากับเขาด้วยหรอ พี่ไม่ยักเห็น” ยูชอนเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง เขารู้สึกถูกใจเด็กคนนี้มาก เพราะใบหน้าที่น่ารักโดดเด่น แล้วความร่าเริงที่เจ้าตัวมี

“ฮ่าฮ่า ก็พี่ยูชอนไม่ได้สนใจจะมองผมนินา.. ก็เลยไม่เห็นละมั้ง” เจ้าตัวทำเป็นงอนใส่อีกฝ่าย

“ทะเล้นนักนะเรา” ยูชอนเอื้อมมือมาลูบหัวอีกฝ่ายเสียจนยุ่งก่อนที่ทั้งสองจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน

ในตอนนั้นเองที่สายตาของยูชอนก็เหลือบไปเห็นคิบอมที่กำลังจ้องมองมาอยู่... สายตาแบบนั้นเขารู้ดี ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เพราะเราก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ผู้ชาย... ดูผู้ชายด้วยกันออก

คิม คิบอมคนนั้น กำลังหลงรักดงเฮคนนี้สินะ น่าสนุกจริงๆ เลยนะคิบอม นายกับฉัน เรามาลองแข่งกันดูดีไหม ว่าใครจะชนะ

อีกฝ่ายที่รับรู้ได้ถึงสายตาที่กำลังมองมายังตนก็หันไปมอง พบกับดวงตาเย้ยหยันของยูชอนที่เพียงมองปราดแรกก็ไม่ถูกชะตา สายตาเจ้าชู้แบบนั้น.. เขาไม่ชอบมันเลยจริงๆ ยิ่งเวลาที่ยูชอนใช้สายตาแบบนั้นจ้องมองดงเฮด้วยแล้ว เขายิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่

ดวงตาที่จ้องมองมาอย่างท้าทายนั้นคิบอมเองก็ไม่คิดจะหลบสายตาเช่นกัน แต่ยังไม่ทันจะได้ปะทะกันด้วยสายตาต่อ ผู้จัดการของคิบอมก็เดินเข้ามาหา ทำให้ทั้งคู่ต้องละสายตาออกจากกัน แต่ก็ยังไม่วายส่งกระแสจิตปะทะกันต่อ

คำท้าทายของยูชอนที่ส่งผ่านมาทางสายตา คิบอมสามารถรับรู้ได้ทันที และเขาเองก็พร้อมที่จะรับคำท้าทายนั้นด้วยเช่นกัน

ระหว่างที่คิบอมกำลังเดินผ่านยูชอนนั้นร่างสูงก็เอ่ยกระซิบให้อีกฝ่ายฟังด้วยเสียงที่แผ่วเบา แต่ทว่าได้ยินไปจนถึงขั้นหัวใจ

“ฉันไม่ยอม... ให้นายง่ายๆ หรอกนะ ปาร์ค ยูชอน”

ยูชอนมองตามหลังอีกฝ่ายไปจนคิบอมขึ้นรถตู้ ร่างสูงกระตุกยิ้มเล็กน้อยอย่างถูกใจ

... แล้วเราจะได้เห็นดีกัน คิม คิบอม ว่าใครกันแน่... ที่เป็นที่หนึ่ง ...

 

 

 

 

ร่างเล็กที่กำลังนอนเล่นอยู่บนเตียงพลางเล่นโน๊ตบุ๊คที่วางอยู่ตรงหน้าไปพลางสลับกับดูโทรทัศน์ที่กำลังฉายช่วงข่าวบันเทิงที่เป็นข่าวของคิบอมและยูชอน คนตัวเล็กมองคนทั้งสองด้วยแววตาที่ชื่นชม

กับยูชอนก็ปลื้มเขามาตั้งนานแถมพอได้พูดคุยได้สนิทสนมกันคนตัวเล็กก็ยิ่งติดคนๆ นี้เข้าไปใหญ่ จนเรียกว่าถ้างานไหนมียูชอน งานนั้นก็ต้องมีดงเฮ ส่วนคิบอมถึงแม้จะพึ่งรู้จักได้ไม่นาน แต่สถานการณ์ต่างๆ ก็แสนจะเป็นใจให้ได้หลงใหลได้ปลื้มเสียเหลือเกิน จนกลายเป็นว่าตอนนี้ดงเฮก็มักจะควานหาทุกอย่างที่มีคิม คิบอมมาเก็บเอาไว้

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเรียกสายตาจากคนตัวเล็กให้หันไปมองก่อนจะหยิบมากดรับ

“ว่าไง”

[ดงเฮ... พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันไหม] ปลายสายทักถามมาทันที

“เที่ยวหรอ ที่ไหนล่ะ”

คนตัวเล็กคุยโทรศัพท์ต่ออีกสักพักก่อนจะกดวางสายไป เมื่อเห็นว่าเป็นเวลาดึกมากแล้วก็หันไปปิดโน๊ตบุ๊คกับโทรทัศน์ก่อนจะเข้านอนทันที เพราะพรุ่งนี้เช้าเขามีนัดไปเที่ยวกับเพื่อนๆ

ในเช้าวันรุ่งขึ้นดงแฮตื่นขึ้นมาด้วยท่าทีที่งัวเงียเล็กน้อย ก่อนจะลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะนี่ก็สายมากแล้ว อีกทั้งเขายังนัดเพื่อนเอาไว้ตอนสิบเอ็ดโมงอีกด้วย หลังจากที่แต่งตัวเรียบร้อยก็หันไปคว้ากระเป๋าเป้มาสะพายก่อนจะรีบเดินลงไปยังชั้นล่างทันที

“คุณดงเฮจะรีบไปไหนคะ รับอาหารเช้าก่อนไหมคะ” เสียงของแม่บ้านเอ่ยถามทันทีที่เห็นร่างเล็กๆ วิ่งลงบันไดมา

“ไม่ล่ะฮะ ผมมีนัดกับเพื่อน ผมไปก่อนนะครับ” พูดจบก็รีบวิ่งออกจากบ้านไปทันที

ใช้เวลาเกือบประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงที่หมาย คนตัวเล็กรีบวิ่งไปยังที่นัดหมายทันที เพราะนี่ก็เลยเวลานัดมาแล้วนิดหน่อย

“ดงเฮ... มาสายอีกแล้วนะนายน่ะ” ทันทีที่ไปถึงเหล่าเพื่อนๆ ก็มองหน้าทันที จนคนมาสายได้แต่ส่งยิ้มไปให้เท่านั้นก่อนจะตอบ

“โทษทีๆ ฉันตื่นสายนะ”

“ประจำแหละนายอ่ะ”

“น่าๆ เดี๋ยวเลี้ยงน้ำไถ่โทษก็ได้ ฮ่าฮ่า ไปกันเถอะ”

เพื่อนๆ ได้แต่มองคนตัวเล็กอย่างปลงๆ ก่อนจะเดินตามอีกคนที่เดินนำไปอยู่ก่อนแล้ว

ทั้งหมดเลือกที่จะไปหาอะไรใส่ท้องกันก่อน แล้วจึงค่อยมาเดินดูของกันต่อ ห้างสรรพสินค้าที่พวกเขาเลือกมานั้นถือว่าเป็นห้างชั้นนำของโซลเลยก็ว่าได้ มีทุกอย่างพร้อมและครบครันอีกทั้งยังมีให้เลือกซื้อหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายแบรนด์ดังอีกตั้งหาก

“ไปดูเสื้อผ้ากันดีกว่า” เสียงของเพื่อนในกลุ่มดังขึ้นในขณะที่พวกเขากำลังตัดสินใจกันว่าจะไปดูอะไรก่อนดี

และในเมื่อมีคนเสนอมาแล้ว ทุกคนก็พร้อมที่จะสนอง จึงพากันเดินไปขึ้นบันไดเลื่อนเพื่อไปยังแผนกเสื้อผ้าวัยรุ่น

“อ่ะ... นั่นใช่คิบอมรึเปล่าน่ะ” เสียงของเพื่อนดังขึ้นเรียกความสนใจจากดงเฮที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ในหันไปมองทันที

“อะไรของนายน่ะรยออุค” ดงแฮหันมาถาม

“ก็นั่นน่ะ คิบอมไม่ใช่หรอ คิม คิบอม ที่เป็นนายแบบไง” เพื่อนตัวเล็กหันมาบอกกับดงเฮพลางชี้นิ้วไปที่คนสองคนยืนเลือกเสื้อผ้ากันอยู่

ดงเฮหันมองตามปลายนิ้วนั้นทันที แล้วก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายพูด คนที่กำลังยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่ตรงนั้นเป็นคิม คิบอม ไม่ผิดแน่ แต่อีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ล่ะคือใครกัน

“ว่าแต่มากับใครกันนะ ดูสิ สวยมากๆ เลยนะนั่น ดูเหมาะสมกันจังใช่คนรักของคิบอมรึเปล่า”

คำพูดของเพื่อนตัวเองมันดึงก้องอยู่ในสมอง ภาพของคนสองคนที่ยืนเลือกเสื้อผ้ากันอยู่ คิบอมกับใครอีกคนที่ดูเหมาะสมกันเป็นอย่างมาก ทั้งคู่นั้นยิ้มให้กัน เลือกของให้กัน ดูน่ารักและเหมาะสมกันเป็นที่สุด

ทำไมกันนะ ในอกผมมันถึงรู้สึกแปลกๆ มันเจ็บแปลกๆ มันจี๊ดแปลกๆ อยากที่จะหันหน้าหนีจากภาพตรงหน้า แต่มันก็ทำไม่ได้ ทำไมกันนะ.... นี่ผมเป็นอะไรไป

 

 

                              

 

 ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่สีขาวร่างบางกำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าตอนนี้มีผู้บุกรุกเข้ามาในห้องของตัวเอง ฝ่ายที่พึ่งเดินเข้ามาทอดมองใบหน้ายามหลับใหลของคนบนเตียงด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินไปเปิดผ้าม่านเพื่อให้แสงแดดส่องเข้ามา และหาทางปลุกคนที่กำลังสบายอีกทางหนึ่ง คนบนเตียงพลิกตัวไปมาเมื่อแสงแดดลอดผ่านมากระทบให้รู้สึกแสบตา ก่อนจะใช้หมอนใบใหญ่มาปิดหน้าตัวเองเอาไว้ อีกคนที่อยู่ในห้องได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางนั้นก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเตียง

“พี่ซินครับ ตื่นได้แล้วนะ สายมากแล้วนะครับเนี่ย” เสียงปลุกที่ดังอยู่ข้างหูทำเอาคนที่กำลังหลับสบายหันหน้าหนีอย่างนึกรำคาญ

“พี่ซินครับ คนเก่ง ตื่นได้แล้วนะครับ” คราวนี้ไม่พูดเปล่าก้มลงไปหอมแก้มอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อให้รู้สึกตัว

“อื้อ... อะไรของนายเนี่ย” เสียงงัวเงียตอบกลับมาก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ

คิบอมยิ้มกับท่าทางนั้น “ตื่นได้แล้วครับ วันนี้ไหนว่านัดกับผมจะไปช่วยผมเลือกซื้อเสื้อผ้าไงครับ”

คนที่กำลังงัวเงียค่อยๆ ลุกขึ้นมานั่งพิงไหล่คิบอมก่อนจะขยี้ตาเบาๆ เหมือนเด็กๆ จนอีกฝ่ายอดที่จะก้มลงไปหอมแก้มไม่ได้ “ไปอาบน้ำได้แล้วครับคนเก่ง เดี๋ยวจะได้ออกไปหาอะไรทานข้างนอกกันครับ”

ฮีชอลพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะขยับตัวลงจากเตียงเดินเข้าไปในห้องน้ำ ขณะที่คนสวยกำลังอาบน้ำอยู่นั้นคิบอมก็เดินไปเลือกเสื้อผ้าของอีกคนมาเตรียมเอาไว้ให้ เสื้อคอปาดสีเทาเล่นลายสีน้ำเงิน กับกางเกงขาเดฟสีฟ้าอมเทา ก่อนจะตามด้วยสร้อยคอเส้นยาวสีดำ และสร้อยข้อมือแบบเดียวกัน

หลังจากที่ฮีชอลอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยทั้งสองคนก็เดินไปขึ้นรถพอร์ชสีดำคันหรูก่อนที่คิบอมจะขับมันไปตามเส้นทางเพื่อตรงไปยังห้างสรรพสินค้าชั้นนำของโซล

“จะไปซื้อเสื้อผ้าก่อน หรือไปหาอะไรกินก่อนดีล่ะ” ฮีชอลหันไปถามคนที่เดินอยู่ข้างๆ ในขณะที่กำลังเดินเข้าไปในตัวห้าง

“พี่หิวรึยังครับ” อีกฝ่ายไม่ตอบแต่เอ่ยถามกลับแทน

“ก็.. ยังไม่ค่อยเท่าไหร่ อย่างนั้นไปดูเสื้อผ้าให้นายก่อนละกัน”

“โอเคครับ” ตอบรับก่อนจะเอื้อมมือไปจับมืออีกคนเอาไว้แล้วเดินไปยังชั้นขายเสื้อผ้าทันที

ฮีชอลเดินเลือกเสื้อผ้าที่คิดว่าเหมาะกับคิบอมให้ในขณะที่เจ้าตัวก็เดินตามอีกฝ่ายแล้วก็มองดูเสื้อผ้าในมือของคนสวยไปพลางๆ

“คิบอม.. ตัวนี้เป็นไง ลองดูเป็นเสื้อเชิ้ตแขนสามส่วนดูบ้างดีไหม หรืออยากจะได้เป็นแบบเสื้อยืดดีล่ะ” ฮีชอลหันไปถามอีกฝ่ายพลางชูเสื้อสองตัวที่ว่าให้ดู

คิบอมก้มมองดูบรรดาเสื้อเชิ้ตในมือของตัวเองแล้วเงยหน้ายิ้มให้อีกฝ่าย “เสื้อยืดบ้างก็ได้ครับ พี่เลือกเสื้อเชิ้ตให้ผมตั้งหลายตัวแล้วนะครับ”

“อ่ะ.. จริงด้วยสิ แล้วนายชอบตัวไหนมากกว่ากันหรอคิบอม” ฮีชอลหันกลับไปเลือกเสื้อยืดออกมาก่อนจะเอ่ยตามอีกฝ่าย แต่เมื่อไม่ได้รับคำตอบก็หันไปมอง ก็พบกับคิบอมที่กำลังหันไปสนใจอะไรสักอย่างอยู่

“มองอะไรอยู่นะ” มือเรียวแตะเข้าที่แขนของคนตัวสูงให้หันมามอง

อีกฝ่ายยกยิ้มจางๆ ก่อนจะตอบ “ผมเจอเจ้าหญิงนะครับ”

พอได้ยินคนฟังก็ถึงกับตาโตทันที “เจ้าหญิงของนายอยู่ที่นี่หรอ คนไหนล่ะคนไหน” ถามพลางสอดส่องสายตาไปทั่วๆ อย่างสนใจ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนตัวสูงได้เป็นอย่างดี

“นั่นไงครับ คนตัวเล็กๆ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นน่ะ ที่ใส่เสื้อสีฟ้านะครับ” คิบอมก้มลงไปกระซิบบอกพลางหันหน้าไปทางที่อีกคนยืนอยู่

ฮีชอลหันไปมองตามทันที “เอ... คนที่ใส่เสื้อสีฟ้าที่กำลังหันมาทางนี้นะหรอ”

“ครับ ใช่แล้วล่ะฮะ”

“ไม่ไปทักทายหน่อยล่ะ จะได้แนะนำให้ฉันรู้จักด้วย” คนสวยรบเร้าให้คิบอมพาไปรู้จักกับเจ้าหญิงของตน

“อ่ะ เอานี้ไปใส่ถุงให้ด้วยนะแล้วก็นี่บัตร นายไปหาเจ้าหญิงของนายก่อนละกัน เดี๋ยวฉันไปจ่ายเงินก่อนแล้วเดี๋ยวจะเดินตามไป” ฮีชอลพูดกับคิบอมก่อนจะหันไปส่งเสื้อผ้าให้กับพนักงานแล้วเดินตามไปที่เคาน์เตอร์

คิบอมมองอีกคนยิ้มๆ ก่อนจะเดินตรงไปหาใครอีกคนที่กำลังหันมามองทางเขา... อยู่พอดี...

 

 

 

 

ทางฝั่งของดงเฮเมื่อเห็นว่าคิบอมกำลังเดินมาทางนี้ก็ซุบซิบกันเสียยกใหญ่

“นั่นๆ คิบอมกำลังเดินมาทางนี้แล้วล่ะ”

“ไม่หรอก เขาคงจะแค่เดินผ่านเฉยๆ เท่านั้นแหละ” ดงเฮตอบเพื่อนก่อนจะหันไปเลือกเสื้อผ้าต่อ แต่เสียงทักจากคนที่คิดว่าจะเดินผ่านเฉยๆ เอ่ยรั้งเอาไว้เสียก่อน

“ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยหรอดงเฮ” เสียงทุ่มๆ เอ่ยขึ้นขัดจังหวะการเลือกซื้อเสื้อผ้าของดงเฮและบรรดาเพื่อนๆ ทันที

“.. คิ.. บอม...”

คิบอมหัวเราะน้อยๆ กับท่าทางอึ้งๆ ของอีกฝ่าย “ก็คิบอมนะสิ ฉันคงไม่ใช่เบ ยองจุนหรอก จริงไหม” สิ้นคำพูดของคิบอมเหล่าเพื่อนๆ ของดงเฮก็ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ กับมุกของอีกฝ่าย

“บังเอิญจังเลยนะ เธอก็มาซื้อของที่นี่เหมือนกันหรอ” คิบอมเอ่ยถาม

“เออ... ฮะ” อีกฝ่ายตอบเสียงสั่นพลางหน้าแดงนิดๆ

“มากับ... เพื่อนๆ หรอ” คิบอมถามพลางมองไปที่กลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของคนตัวเล็ก

ดงเฮพยักหน้ารับ “ใช่ฮะ ดงเฮมากับเพื่อนๆ แล้วคิบอมล่ะฮะมากับใคร...”

“ฉันนะหรอ... ฉันมากับ...” ยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยคเสียงหวานอีกเสียงก็ดังขึ้นเสียก่อน

“คิบอมเสร็จแล้วล่ะ หมดเงินไปเยอะเลยล่ะ คิกคิก” เจ้าของร่างบางสวยเดินเข้ามากอดแขนคิบอมพร้อมกับถุงเสื้อผ้าในมือเสียเยอะแยะ

“ก็พี่เล่นเลือกไม่เกรงใจใครเลยนิครับ สงสัยกว่าจะได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่คงจะอีกหลายเดือนเลยล่ะ” คิบอมหันมายิ้มให้กับคนข้างกายก่อนจะหันไปมองดงเฮอีกครั้ง

“อ่ะ... พอมาดูใกล้ๆ แล้วน่ารักจังเลยนะเจ้าหญิงเนี่ย” ฮีชอลที่หันมามองดงแฮพูดขึ้น “สวัสดีฉัน คิม ฮีชอล แล้วเธอล่ะ”

“เออ.. ผม ผม ลี ดงเฮ ครับ ยินดีที่รู้จักคุณฮีชอล” ดงแฮถึงกับชะงักไปเล็กน้อยเมื่ออีกคนหันมาพูดด้วย ก่อนจะเอ่ยแนะนำตัวแล้วโค้งตัวให้

คนฟังยู่หน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินสรรพนามที่อีกฝ่ายเรียกตนเอง “ไม่ต้องเรียกคุณหรอก เพราะเธอก็สนิทกับคิบอมด้วยนิใช่ไหม คนที่สนิทกับคิบอม.. ฉันก็จะสนิทด้วย”

“เออ.. ครับ”

“แล้วนี่พวกเธอทานอะไรกันรึยังล่ะ” คิบอมเอ่ยถามหลังจากที่ยืนปล่อยให้คนสวยกับคนน่ารักแนะนำตัวกันไป

“พวกเราทานกันเรียบร้อยแล้วล่ะครับ” ดงเฮตอบ

“งั้นหรอ... น่าเสียดายจังนะ กะจะชวนไปทานด้วยกันซะหน่อย” ฮีชอลยิ้มก่อนจะหันไปหาคิบอมที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน “คิบอม ไปหาอะไรกินกันเถอะ ฉันหิวแล้วล่ะ”

“โอเคครับ อย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะ ไว้พบกันใหม่นะดงเฮ” คิบอมเอ่ยตอบรับก่อนจะหันไปพูดลาดงเฮ

“ครับ ไว้พบกันใหม่ครับคิบอม .. พี่ฮีชอล”

“อย่างนั้นเราไปกันเถอะครับ” คิบอมส่งยิ้มให้ดงเฮก่อนจะหันมาชวนฮีชอลให้ออกเดิน คนตัวสูงแย่งถุงในมือของอีกคนมาถือเอาไว้แล้วก็เดินโอบไหล่ให้เดินไปด้วยกัน

“คนนั้น... เป็นอะไรกับคิบอมกันนะ” เพื่อนของดงเฮพูดหลังจากที่คนทั้งสองเดินห่างออกไปจากระยะการได้ยินแล้ว

“เขาจะเป็นอะไรกันก็ไม่เห็นเกี่ยวกับเราสักหน่อยนินา” ดงแฮบอกกับเพื่อนๆ ถึงแม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่ในใจไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยสักนิด ในใจมันรู้สึกเจ็บแปลกๆ ตอนที่เห็นคนทั้งสองพูดคุยกันสนิทสนม ตอนที่เห็นมือของฮีชอลเกาะเกี่ยวอยู่ที่แขนของคิบอม ตอนที่คิบอมโอบไหล่อีกคน

ภาพเหล่านั้นมันแสนจะบาดตา แล้วก็ทำให้ในใจรู้สึกเจ็บปวดแปลกๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้เป็นแบบนี้รู้เพียงแต่ว่า... ไม่อยากให้ใครมายืนข้างคิบอม ถ้าคนๆ นั้นไม่ใช่ตัวเขาเอง แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นก็เรียกสติของดงแฮให้กลับมาอีกครั้ง

“สวัสดีฮะ ดงเฮพูดสายครับ” คนตัวเล็กกรอกเสียงไปตามสายทันที

หลังจากที่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายตอบกลับมาดวงหน้าหวานก็ยิ้มกว้าง “ฮะ ผมก็อยู่ที่นี่เหมือนกันฮะ ได้ฮะ เดี๋ยวผมจะรีบไปครับ”

วางสายเรียบร้อยก็หันมาส่งยิ้มให้เพื่อนๆ “ทุกคน ฉันไปก่อนนะ มีนัดสำคัญ” ยิ้มก่อนจะรีบวิ่งออกไปทันที

“อะไรของมัน...” เพื่อนๆ ต่างมองท่าทีของดงเฮอย่างแปลกใจ

“พี่ยูชอนโทรมาล่ะสิ ถึงได้ดี๊ด๊าขนาดนั้นน่ะ”

เมื่อครู่โทรศัพท์ที่โทรเข้ามาหาดงเฮเป็นยูชอนจริงๆ เพราะทั้งสองคนเจอกันบ่อยและค่อนข้างจะสนิทกันจึงมีเบอร์ของกันและกัน แต่ก็ไม่ค่อยได้โทรหากันเท่าไหร่เพราะยูชอนเองก็มีงานเยอะไม่ว่างที่จะโทรหาใคร ส่วนดงเฮเองก็ไม่กล้าโทรเพราะกลัวจะไปรบกวนเวลาทำงานของอีกฝ่าย

นี่ถือเป็นในไม่กี่ครั้งที่ยูชอนโทรมาหา ตอนนี้ร่างสูงกำลังอยู่ที่ห้างสรรพสินค้านี้เหมือนกัน จึงโทรมาชวนดงเฮให้ไปเดินเที่ยวด้วยกัน...

และเป็นเพราะเสียงของยูชอนที่โทรมาเมื่อครู่ทำเอาดงเฮลืมเรื่องราวของคิบอม และฮีชอลไปจนสนิทใจ

 

 

 

 

ทางด้านอีกฝั่งที่เป็นคนโทรหาคนตัวเล็กกำลังยกยิ้มอย่างถูกใจเมื่ออีกฝ่ายตอบตกลงแทบจะในทันทีที่เขาโทรไปชวนให้มาเดินเที่ยวด้วยกัน จริงๆ แล้วเขาไม่ได้คิดอยากจะชวนอีกฝ่ายมาเดินเที่ยวเพื่อให้เป็นข่าวสักเท่าไหร่ ตั้งใจว่าจะมาเดินเล่นให้สบายอารมณ์เท่านั้น แต่สายตาเจ้ากรรมดันหันไปเห็นคู่แข่งคนสำคัญกำลังเดินควงหนุ่มหน้าสวยอย่างหาตัวจับยากมาด้วย เขาจึงคิดที่อยากจะประชันอีกฝ่ายเสียหน่อย แล้วคงจะไม่มีใครคู่ควรมากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายต้องรู้สึกพ่ายแพ้ได้เท่ากับ... ลี ดงเฮ

ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไรกับดงเฮ ตัวยูชอนเองนั้นก็รู้สึกดีและถูกใจในตัวเด็กคนนี้มาก แต่เพราะความอยากเอาชนะคิม คิบอม มันก็มีมากเช่นกัน แม้จะรู้สึกผิดที่ต้องลากคนไร้เดียงสาอย่างดงเฮมาเล่นเกมนี้ด้วยกัน แต่เขาก็พร้อมที่จะรับผิดชอบกับความรู้สึกของเด็กคนนั้นด้วยเช่นกัน

รอไม่นานคนตัวเล็กที่รอคอยก็วิ่งมาถึง อีกฝ่ายหอบน้อยๆ ดูก็รู้ว่าคงจะรีบมาก ร่างสูงจึงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับเหงื่อให้พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น

“จะรีบวิ่งมาทำไมกันหือ...” เอ่ยถามพลางซับเหงื่อบนใบหน้าหวานให้อย่างอ่อนโยน

“ก็ผมกลัวว่าจะทำให้พี่หรอนานนิฮะ ก็เลยรีบวิ่งมา” ตอบอย่างหอบๆ พลางหน้าแดงระเรื่อเมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้

“ไม่ได้นานขนาดนั้นสักหน่อย ป่ะ ไปเดินเล่นกันเถอะ” ยูชอนยกมือขึ้นขยี้ผมอีกฝ่ายเบาๆ อย่างหยอกล้อก่อนจะดึงมืออีกคนมากอบกุมเอาไว้ แล้วพาเดินไปด้วยกัน

“พี่ยูชอนจะดูอะไรหรอฮะ” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นถาม

“อือ... ดูอะไรดีล่ะ ฉันอยากดูเครื่องประดับสักหน่อย เธอก็ช่วยฉันเลือกด้วยละกันนะ” พูดจบก็จูงมืออีกคนให้เดินไปตรงแผนกของเครื่องประดับทันที

ตู้โชว์เครื่องประดับวางเรียงรายอยู่หลายตู้ แยกไว้เป็นมุมๆ เพื่อสะดวกต่อการเลือกซื้อ ยูชอนจูงมืออีกคนเข้าไปตรงส่วนของสร้อยคอ

“ฉันอยากได้สร้อยคอเท่ห์ๆ สักอันไว้ใส่ เธอช่วยเลือกหน่อยสิดงเฮ” ยูชอนหันมาบอกอีกคนก่อนจะหันไปก้มมองดูสร้อยคอมากมายหลายแบบในตู้

“สร้อยคอเท่ห์ๆ หรอฮะ พี่อยากได้แบบเส้นสั้นหรือเส้นยาวละฮะ” ดงแฮพยายามเลี่ยงในการเรียกชื่อของอีกคน เพราะมันคงไม่ดีแน่ถ้าเขาเผลอเรียก ยูชอน ออกไปทั้งๆ แบบนี้

“แบบไหนก็ได้ เอาเท่ห์ๆ ก็พอ”

ดงเฮพยักหน้ารับคำอีกฝ่ายก่อนจะหันไปช่วยอีกคนเลือกสร้อย สายตาคู่สวยเหลือบไปเห็นสร้อยรูปหัวกะโหลกสีเงินก็มองด้วยความสนใจ “พี่ฮะ เส้นนี้เป็นยังไงฮะ รูปหัวกะโหลกผมว่ามันเท่ห์ดีนะฮะ”

ยูชอนหันไปตามเสียงเรียกของคนตัวเล็กก่อนจะขยับเข้าไปดูใกล้ๆ “อือ... ผมขอดูเส้นนี้หน่อยฮะ” ก่อนจะหันไปพูดกับพนักงานขาย

สร้อยเงินเส้นยาว ประดับด้วยจี้เงินรูปหัวกะโหลกอันใหญ่ ที่ส่วนของตาของหัวกะโหลกนั้นมีพลอยสีแดงประดับอยู่ ดูสวยแล้วก็เท่ห์ดีไม่ใช่เล่น

“อือ สวยดีนินา อย่างนั้นผมเอาเส้นนี้ละกันครับ อ่อ... แล้วก็เอาเส้นนั้นด้วยนะครับ” ยูชอนพูดพลางส่งสร้อยให้พนักงานและหันไปชี้สร้อยรูปหัวใจอีกเส้นที่อยู่ในตู้ที่เขายืนดูอยู่เมื่อครู่

“ค่ะ สองเส้นใช่ไหมคะ สักครู่นะคะ” พนักงานขายหายไปคิดเงินให้

“เอ๋... ซื้อสองเส้นเลยหรอฮะ” ดงแฮหันมาถามยูชอน

อีกฝ่ายไม่ตอบเพียงแค่ยกยิ้มน้อยๆ เท่านั้น หลังจากที่จ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยทั้งสองคนก็เดินออกจากโซนเครื่องประดับแล้วย้ายไปดูของอย่างอื่นกันต่อ

ระหว่างที่กำลังเดินดูของอยู่นั่นสายตาของยูชอนก็เหลือบไปเห็นคิบอมที่กำลังยืนเลือกของอยู่กับฮีชอลจึงแกล้งชวนดงเฮให้เดินไปดูของบริเวณนั้นบ้าง

ดงเฮเลือกดูของน่ารักๆ อย่างพวกกล่องดนตรีอยู่อย่างสนใจในขณะที่ยูชอนเองก็เลือกของอยู่ใกล้ๆ กันแถวนั้น และเมื่อเห็นว่าคิบอมที่กำลังเลือกของอยู่หันมาเห็นดงเฮแล้วทำท่าจะเดินเข้ามาทัก ยูชอนก็รีบเดินเข้าไปหาคนที่ถูกลากมาใช้เล่นงานคิบอมทันที ร่างสูงส่งกล่องดนตรีให้อีกฝ่ายดู

“เธอว่าน่ารักไหม” ยูชอนเอ่ยถามอีกคน

คนตัวเล็กมองก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มให้อีกฝ่าย “น่ารักดีฮะ พี่ยูชอนจะซื้อหรอ” ถามอย่างแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายสนใจของน่ารักๆ แบบนี้

นายแบบรูปหล่อหัวเราะเบาๆ “ฉันเห็นมันน่ารักดี คล้ายๆ กับที่แฟนคลับซื้อให้น่ะ”

ดงเฮพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหยิบกล่องดนตรีรูปเด็กตีกลองขึ้นมา “พี่ว่าอันนี้เป็นยังไงบ้างฮะ ผมอยากจะซื้อไปวางไว้ในห้องน่ะ”

ยูชอนมองของที่อีกคนส่งให้ดูก่อนจะก้มเลือก ก่อนจะส่งกล่องดนตรีรูปปลามาให้แทน “ดงเฮ... เจ้าปลาน้อย อันนี้เหมาะกว่านะ” ส่งกล่องดนตรีอันที่ว่าให้ก่อนจะขยี้ผมอีกคนอย่างเอ็นดู

คนตัวเล็กแกล้งทำหน้ายู่ “หาว่าผมเป็นปลาหรอ...”

“แล้วมันใช่ไหมล่ะ” อีกคนเอามือบีบจมูกอย่างหมั่นเขี้ยวจนอีกฝ่ายต้องเผลอปล่อยยิ้มออกมาก่อนที่ทั้งคู่จะส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

หลังจากที่เลือกของกันต่ออีกสักพักยูชอนก็จูงมืออีกคนให้ไปจ่ายเงินโดยที่เจ้าตัวก็ออกเงินให้ทั้งหมดแม้อีกฝ่ายจะปฏิเสธแล้วปฏิเสธอีกก็ตามที

“ที่จริงพี่ไม่ต้องออกให้ผมก็ได้นะครับ” ดงแฮพูดขณะรับของมา

“ไม่เป็นไรหรอก เล็กน้อยน่ะ ตอบแทนที่เธอยอมมาเที่ยวด้วยกันไง” ยูชอนพูดตอบก่อนจะยิ้มออกมา “ไปหาอะไรทานเล่นกันดีกว่า เดินนานๆ เริ่มเมื่อยแล้วก็หิวแล้วด้วยสิ”

“โอเคครับ ไปกินเบอร์เกอร์กันนะ ผมอยากกิน”

ทั้งสองเดินลงบันไดเลื่อนเพื่อไปหาอะไรใส่ท้องกัน ทั้งทู่พูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานโดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครอีกคนมองตามคนทั้งคู่ไม่วางตา

“คิบอม... ดูอะไรอยู่น่ะ” ฮีชอลที่พึ่งจะเดินมาถึงเอ่ยถามอีกคนเมื่อเห็นว่าคิบอมมองอะไรอยู่อย่างไม่วางตา

“เออ.. ไม่มีอะไรหรอกครับ เราไปกันเถอะ” ฮีชอลทำท่าไม่เชื่อกับสิ่งที่คิบอมพูดก่อนจะสอดส่องสายตาไปทั่วจนกระทั่งเห็นใครสองคนที่กำลังเดินอยู่ด้วยกัน

“นั่นดงเฮไม่ใช่หรอ แล้วอีกคนนั่นใครกันน่ะ” หันไปถามอีกคนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ

“ปาร์ค ยูชอน เป็นนายแบบเหมือนกันครับ” คิบอมเอ่ยตอบ

“เขาสนิทกับเจ้าหญิงหรอ”

คิบอมนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะตอบ “คงจะแบบนั้นแหละครับ เราไปกันเถอะครับ”

“ไม่รู้สึกแปลกๆ รึไง ยอมได้หรอ ฉันน่ะไม่ถูกชะตากับเจ้าหมอนี่เอาซะเลย ดูหยิ่งๆ ยังไงไม่รู้สิ นี่ไปหาอะไรเล่นกันเถอะคิบอม” ฮีชอลยิ้มอย่างที่ชอบทำเวลาเจออะไรถูกใจหรืออยากเล่นอะไรแผลงๆ

“คิดจะทำอะไรอีกล่ะครับเนี่ย”

“นายไม่อยากรู้หรอว่าเจ้าหญิงสนิทกับไอ้บ้านั่นแค่ไหน แล้วเจ้าหญิงรู้สึกยังไงกับใครกันแน่น่ะ”

คนตัวสูงนิ่งไปทันทีที่ได้ยินคำพูดของฮีชอล “เรื่องของเขา อย่าไปสนใจเลยครับ”

“ไม่เอาน่า... ไปกันเถอะ ไปเร็ว” พูดจบฮีชอลก็ลากคิบอมให้เดินตามดงเฮกับยูชอนไปทันที

 

 

 

 

ฮีชอลลากคนตัวสูงให้เดินตามดงเฮและยูชอนไปด้วยกัน ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่อยากทำแบบนี้เท่าไหร่ แต่ความอยากรู้ก็มีอยู่มาก ทำให้สุดท้ายก็ยอมอ่อนเล่นตามเกมของคนสวยเข้าจนได้ และเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเดินเข้าไปนั่งในร้านแม็คโดนัล คนสวยก็ทำท่าทีเดินตามเข้าไปบ้าง

“อ่ะ... ดงเฮนี่นา” ฮีชอลแกล้งส่งเสียงทักคนตัวเล็กที่นั่งอยู่กับยูชอนพร้อมกับลากคิบอมให้เดินเข้าไปหา

อีกฝ่ายดูจะตกใจไม่น้อยที่เจอฮีชอลและคิบอมที่นี่ “พ พี่ฮีชอล”

“นี่ยังไม่กลับอีกหรอ แล้วเพื่อนๆ หายไปไหนซะล่ะ อ่า โทษทีที่เสียมารยาทว่าแต่คนนี้ใครกันน่ะ” ฮีชอลหันไปมองอีกคนที่นั่งอยู่ด้วย

... พอดูใกล้ๆ อีตานี่ก็หน้าตาดีไม่ใช่เล่น แต่ท่าทางเจ้าชู้ชะมัดเลย ... คนสวยคิดอยู่ในใจพลางส่งยิ้มทักทายไปให้

“นี่... เออ...” ดงแฮเริ่มมีท่าทีอึกอักไม่รู้ว่าจะแนะนำอีกฝ่ายยังไงดี

สุดท้ายก็เป็นเจ้าตัวที่เอ่ยแนะนำตัวเอง “ผม ปาร์ค ยูชอนครับ เป็นคนในวงการเดียวกับ คิม คิบอม นะครับ”

“อ่อ... เป็นนายแบบหรอกหรอ ขอโทษทีนะที่ฉันไม่รู้จักเธอน่ะ ฉัน คิม ฮีชอล นะ ยินดีที่รู้จัก”

“ครับ เช่นกัน” อีกฝ่ายท่าทางบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของฮีชอล

ไม่รู้ว่าคนคนนี้จะมาไม้ไหน แล้วเป็นอะไรกับคิบอม แต่ดูท่าจะเป็นคนสำคัญไม่ใช่เล่น แต่ไม่รู้ว่ามีความหมายกันในทางไหน และท่าทางคนคนนี้ท่าจะเล่นด้วยยาก ดูร้ายกาจยังไงๆ ก็ไม่รู้

ดงเฮที่นั่งอยู่รู้สึกอึดอัดทันที บรรยากาศแม้มันจะดูเหมือนธรรมดา แต่มันก็แฝงไปด้วยความกดดันอะไรสักอย่างที่เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เหมือนคนทั้งสามคนที่เหลือกำลังเล่นเกมหรือต่อสู้อะไรกันอยู่สักอย่างผ่านทางกระแสจิต

“คนเก่งครับ จะทานอะไรไหมเดี๋ยวผมจะไปซื้อมาให้” คิบอมที่ยืนเงียบอยู่นานเอ่ยถามคนข้างกาย

ฮีชอลหันไปส่งยิ้มให้ “แบบเดิมล่ะกัน รู้อยู่แล้วนินาว่าฉันชอบอะไรไม่ชอบอะไร ยังจะมาถามอีก”

“ครับ อย่างนั้นนั่งรอผมอยู่ตรงโต๊ะนั้นละกัน เดี๋ยวผมไปซื้อมาให้นะครับ” พูดจบเจ้าตัวก็เดินเอาของไปวางไว้ที่โต๊ะแล้วเดินไปซื้อของให้ฮีชอลทันที ผิดกับอีกคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมก่อนจะหันมามองคนทั้งสองที่นั่งอยู่

“มีคนรู้ใจมันก็ดีอย่างนี้แหละนะครับ จะทำอะไรก็สบายไปหมด” คนสวยแย้มรอยยิ้มแต่มันเป็นรอยยิ้มที่ดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูกสำหรับคนทั้งสอง

ยูชอนปั้นหน้ายิ้มก่อนจะเอ่ยตอบ “นั่นสิครับ แต่ไม่ลำบากแย่หรอครับมีคนรู้ใจเป็นนายแบบอย่างคิบอมน่ะ”

“ไม่ลำบากอะไรนี่ครับ เราเข้าใจกัน อีกอย่างเขาไม่ใช่คนเจ้าชู้อะไร ผมก็เลยไม่กังวลน่ะครับ แต่ผมก็เข้าใจคนเขาดังก็ต้องมีข่าวอะไรเสียๆ หายๆ ออกมาเยอะอยู่แล้ว แต่มันก็เป็นเรื่องชินชาสำหรับผมกับเขาแล้วล่ะครับ” ฮีชอลยิ้ม “แต่...  น่าแปลกใจนะครับที่ยูชอนมาเดินเล่นกับดงเฮแบบนี้น่ะ”

“ทำไมหรอครับ”

คนสวยยกยิ้มก่อนจะตอบ “ก็ดูคุณออกจะเจ้าชู้นิดๆ คิดว่าจะสนใจคนสวยๆ ซะอีก ไม่คิดว่าจะสนใจเด็กน่ารักๆ อย่างดงเฮนะครับ ดูไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่เลย”

ทั้งสองคนที่นั่งฟังอยู่ถึงกับอึ้งไปทันที ยูชอนอึ้งเพราะไม่คิดว่าฮีชอลจะดูลักษณะคนแบบที่เขาชอบออก ส่วนดงเฮอึ้งเพราะคำพูดของฮีชอลมันทำให้เขาเริ่มคิดได้ว่าลักษณะของตัวเองไม่เหมาะกับยูชอนจริงๆ

“เออ... คือ ไม่ใช่ อย่างที่พี่ฮีชอลคิดหรอกครับ ผมแค่... มาช่วยพี่เขาเลือกของเฉยๆ ไม่ได้มาเดินกันในแบบที่พี่คิด” ดงแฮที่นั่งเงียบตลอดเอ่ยปากพูด

“อ้าว อย่างนั้นหรอกหรอ ขอโทษทีนะที่เข้าใจผิด ยังไงก็เชิญกันตามสบายละกันนะ คิบอมมาพอดีเลย” พูดจบก็ส่งยิ้มให้คนทั้งสองก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่คิบอมเดินมาถึงพอดี

คล้อยหลังเดินออกจากโต๊ะของสองคนนั้นแล้วฮีชอลก็ยกยิ้มอย่างถูกใจ ดูท่าทางดงเฮเองก็มีใจให้ยูชอนอยู่ แต่ก็รู้สึกดีกับคิบอมแล้วก็มีใจให้ ตอนนี้คงจะกำลังสับสนว่าชอบใครอยู่กันแน่มากกว่า เพราะไม่อย่างนั้น ดงเฮคงจะไม่พูดแบบนั้นออกมาแน่ ถ้าทั้งสองคนคบกันอยู่จริงๆ แล้วถ้าคบกันจริง รักกันจริง อย่างน้อยยูชอนก็ต้องเอ่ยปากปกป้องดงเฮบ้างแล้ว

... อย่างนี้ คิบอมก็มีโอกาสสูงล่ะสินะ ...

 

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
One more chance , นางมารร้ายขอเป็นนางเอก [HanChul , KiHae] ตอนที่ 15 : Part. 13 ... 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 673 , โพส : 4 , Rating : 25% / 4 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 4 : ความคิดเห็นที่ 197
ฮีชอลนั่นางมารตัวจริงสินะเนี่ย 55555 ยูชอนถึงกับเงิบบบ
Name : d-sj < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ d-sj [ IP : 49.230.193.101 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 สิงหาคม 2558 / 07:35
# 3 : ความคิดเห็นที่ 72
ห้อยปาร์คไม่ทันเหลี่ยมนางมารรัอกกกก
PS.  ถ้า SUPER JUNIOR คือดาวเสาร์ .. ส่วน E.L.F. ก็คงเป็นวงแหวนดาวเสาร์ ที่จะอยู่เคียงข้างและปกป้องตลอดไป.
Name : Ayo (〉╭╮〈) petalz < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ayo (〉╭╮〈) petalz [ IP : 49.230.132.162 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มิถุนายน 2557 / 15:15
# 2 : ความคิดเห็นที่ 51
โอ้วววววววววววววววววววว
งานนี้เจ๊ฮีจัดให้สินะ อิอิ
มีหวังแล้วล่ะอิบอม ระดับเมนต้องสำเร็จอยู่แล้ว
Name : angle [ IP : 49.49.63.40 ]

วันที่: 2 มิถุนายน 2557 / 14:03
# 1 : ความคิดเห็นที่ 50
เมนนี่ก็ไม่ใช่ย่อยนะคะ555555
Name : ทาสน้อยของฮี < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ทาสน้อยของฮี [ IP : 27.55.27.86 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มิถุนายน 2557 / 21:41
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android