[End] เมื่อสิ้นกำแพงชิน่า - Attack on Titan [Yuri] [MikasaXAnnie]

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 13 ฆ่าสิ ฆ่าเลย [ตอนต้น]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    6 พ.ค. 57

ตอนที่ 13 ฆ่าสิ ฆ่าเลย [ตอนต้น]

“ฆ่าเลย! ฆ่าเลย! ฆ่าเลย! ฆ่าเลย!” เสียงคนดูโห่ร้องจากบนแสตนด์ ยิ่งเป็นรอบที่แอนนี่กับมิคาสะสู้แล้วคนยิ่งเยอะจนลานประลองจะจุคนไม่พอ เหตุผลนั้นคงมีเพียงว่าคู่นี้เป็นคู่ที่สู้ได้สนุกถูกใจคนดูที่สุด

มิคาสะฟันตัดหัวนักสู้ฝ่ายตรงข้ามไปเกินครึ่งร้อยแล้วจนถึงตอนนี้ แอนนี่ก็ฆ่าไม่มากจนมีบางอย่างในตัวเธอนั้นที่แปลกๆไป ไม่มีใครรู้สึกถึงความผิดปกตินอกจากมิคาสะ จากที่แอนนี่ตีหน้าตายเวลาต้องฆ่าใคร เธอกลับยิ้ม แม้เพียงไม่นานพอให้คนอื่นสังเกต แต่มิคาสะก็บังเอิญเห็นเข้า

แอนนี่สนุกกับการฆ่า

“เธอทำตัวแปลก... ” มิคาสะพูดเมื่อพวกเธอสู้จบ “ ...กว่าปกติ”

“?” แอนนี่หันมามองรอให้มิคาสะพูดต่อ แต่เมื่อมิคาสะไม่พูด เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ “แปลกยังไง”

“ไม่รู้” มิคาสะขมวดคิ้ว ปกติแอนนี่จะพยายามไม่เข้าใกล้เธอ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม นิสัยแอนนี่เปลี่ยนไปจนมิคาสะเป็นฝ่ายไม่อยากเข้าเสียเอง ราวกับแอนนี่อารมณ์แปรปรวนแปลกๆ

“เหรอ” แอนนี่ตีหน้าตายแล้วเดินกลับไปยังโรงอาหาร

 

“นี่มิคาสะ... ” โรสเรียกมิคาสะที่กำลังจะไปนั่งโต๊ะอาหารให้หันกลับมา

“มีอะไร”

“เธอสวมปลอกคอ... อู้!?” แล้วมาเรียก็เอามือปิดปากโรสไว้ “แหวะ! เค็มอ่ะ”

“มีอะไร” มิคาสะถามย้ำเพราะเธอไม่ทันได้ยินประโยคเมื่อครู่

“อ้อ ยัยโรสจะถามว่าเธอจะไปนั่งกินด้วยกันตรงนั้นไหม” มาเรียชี้ไปที่โต๊ะที่ชาร์ล็อตกับลูนนั่งอยู่

“ปกตินั่งตรงโน้นไม่ใช่เหรอ” มิคาสะชี้ไปทางโต๊ะตัวเดิมที่แอนนี่นั่งอยู่แล้ว

“มิคาสะ ถามจริงนะ เธอไม่รู้สึกเหรอ” มาเรียถาม “หลังๆมานี้แอนนี่ทำตัวแปลกๆพิกล เมื่อเช้าฉันเห็นแอนนี่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ยักษ์คนเดียวนะ อยู่ๆก็หัวเราะขึ้นมาซะอย่างนั้น”

มิคาสะหันกลับไปมองแอนนี่ เธอกินอาหารอยู่สักพัก...แล้วก็ฟุบลงไปกับโต๊ะโดยที่อาหารก็ยังกินไปได้นิดเดียว จะว่าง่วง...ก็ไม่น่าใช่ จะว่าเพลีย มิคาสะก็ไม่เห็นรู้สึกว่าอีกฝ่ายเหนื่อยอะไรมาก่อน เอ...หรือเป็นเรื่องเมื่อคืน...

มิคาสะสลัดความคิดบ้าๆทิ้ง

แผลบนร่างกายของมิคาสะส่วนน้อยมากจากการต่อสู้ในสนามประลอง แต่แผลอีกเกินครึ่งนั้นมาจากที่เธอกับแอนนี่กัดกันทะเลาะกันเองอยู่ทุกวัน เหตุผลหนึ่งก็เพราะห้องพักของนักสู้นั้นมีไม่เพียงพอต่อจำนวนนักสู้ทั้งหมด ใครสู้คู่กับใครมาตลอดก็ต้องนอนกับคนนั้น แม้แต่ชาร์ล็อตกับลูนและคู่ชายหญิงคู่อื่นๆ เพราะพวกครูฝึกหรือนักรบที่มาคุมไม่ได้มีหน้าที่มาดูแลสวัสดิภาพของนักสู้ แค่มากันไม่ให้หนีก็เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ถึงมิคาสะกับแอนนี่จะฆ่าศัตรูไปมากขนาดไหนก็ไม่มีห้องว่างพอให้เธอแยกกันนอนอยู่ดี เพราะมีนักสู้รุ่นใหม่ถูกส่งเข้ามาเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นนักเรียนแกลดิเอเตอร์หรือนักโทษจากหลายดิแดนที่นักรบของคอเตชไปถล่มชิงทรัพยากรของและทรัพยากรคนมา

“ก็ดี” มิคาสะตอบ ก่อนจะย้ายไปนั่งกินอาหารกับพวกมาเรีย ปล่อยแอนนี่ให้นั่งกินอาหารไปคนเดียว...หรือที่จริงน่าจะเรียกว่านั่งฟุบอยู่คนเดียวมากกว่า ไม่นานนักทั้งหมดก็กินกันเสร็จและลุกออกจากโต๊ะ มิคาสะแอบเหลือบไปมองโต๊ะที่แอนนี่นั่งแว้บหนึ่ง แล้วก็คิดได้ว่าน่าจะรีบๆเดินผ่านไปมากกว่า เพราะแทนที่จะเห็นแอนนี่ฟุบอยู่เหมือนเดิม เธอกลับเห็นอีกฝ่ายนั่งจ้องมาเหมือนรอให้มิคาสะหันไปสบตาอยู่นานแล้ว

ระหว่างสายตานิ่งๆตีหน้าตายกับสายตาอาฆาตของแอนนี่นั้นไม่ค่อยต่างจากกันเท่าไหร่ แต่มิคาสะก็รีบหลบตา เพราะสายตาที่มองมานั้นมันมาพร้อมกับจิตสังหารเต็มร้อย ไม่ต้องสืบกันเลยว่านั่นเป็นสายตาแบบไหน

 

“ทำไมล่ะ” แอนนี่ถามขึ้นระหว่างที่เธอและมิคาสะนั่งอยู่ในห้องพักรวมนักสู้

“อะไร”

“เธอรู้อยู่แล้ว” แอนนี่ตอบ จิตสังหารที่มิคาสะรู้สึกได้ที่โรงอาหารนั้นยังไม่หายไป และมีแต่จะเพิ่มขึ้น

“เปลี่ยนบรรยากาศ” มิคาสะตอบ “นึกว่าเธอกินเสร็จก่อนไปแล้ว”

“ฉันนั่งรอ” แอนนี่พูด

“อ้าวโทษทีๆ ฉันเป็นคนชวนมิคาสะไปนั่งกับเราเองแหละ” ชาร์ล็อตที่อยู่ใกล้ๆเห็นท่าไม่ดีจึงเข้าไปห้ามทัพ หารู้ไม่ว่าตัวเองเลือกคำพูดผิดไปมหันต์ “ก็โต๊ะตรงนั้นมันติดหน้าต่างลมเย็นดี นานๆจะได้นั่งตรงนั้นเลยนะ”

“เหรอ”

“ขอโทษจริงๆนะที่ไม่ได้ไปชวนเธอมาด้วย” ชาร์ล็อตพนมมือขอโทษตามวัฒนธรรมทางฝ่ายแม่

“ช่างมันเถอะ” แอนนี่บอก แล้วเดินไปนั่งคนเดียวที่มุมมืด

“แปลกจริงๆด้วย” มิคาสะอุทาน

“อะไรแปลกเหรอ” โรสถามตามนิสัยอยากรู้อยากเห็น

“แอนนี่กลัวความมืด” มิคาสะพูดโดยไม่ได้รู้ตัวว่ามีคนถาม

“หา? จริงดิ? ไม่เห็นเหมือนเป็นแบบนั้นเลย” มิคาสะหันมามองโรสเหมือนอยากถามว่า เธอสะเออะโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ “จะปล่อยแอนนี่นั่งอยู่คนเดียวจริงๆเหรอ”

“โรสและมาเรีย เจอกับ เบลล์และฮัดจ์” เสียงนักรบตัวโตประกาศ

“ไปนะ อวยพรให้ด้วย” โรสบอก ก่อนจะวิ่งไปกอดแขนอ้อนมาเรีย ดูไม่เหมือนคนต้องออกไปสู้เสี่ยงตายสักนิด

“โชคดี”

มิคาสะนั่งอยู่คนเดียว ชาร์ล็อตและลูนไปนั่งดูโรสกับมาเรียสู้ แอนนี่ก็อยู่ที่เดิมในเงามืด ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน ...นี่จะไม่มีอะไรทำกันเลยหรือไงนะ ถึงได้มาเล่นจ้องตากันอยู่แบบนี้ บรรยากาศไม่น่าเข้าใกล้นี้ไล่ให้นักสู้คนอื่นๆพากันย้ายไปนั่งในห้องพักรวมห้องอื่นๆแทน

“จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ” แอนนี่ถาม พลางลุกมานั่งข้างๆหยิบเอานินจาเคนของมิคาสะขึ้นมาแกว่งเล่น พอเห็นมิคาสะนั่งนิ่งๆไม่พูดจาด้วยก็เริ่มแหย่ เอาคมดาบไปลูบแถวแก้มและคอ มิคาสะกระชากนินจาเคนคืน

“คู่ต่อไป” นักรบป่าวประกาศ โรสกับมาเรียชนะอีกตามเคย และเป็นอีกครั้งที่โรสไม่มีแผลกับการต่อสู้เลย ส่วนมาเรียนั้นรับไปเต็มๆ เพราะอาวุธของเธอคือโล่กับดาบที่ต้องประมือกับอีกฝ่ายตรงๆ ลูนกับชาร์ล็อตเดินตามเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทั้งคู่เป็นแฟนกันแม้พวกเขาจะไม่ยอมรับ แต่ทุกคนในที่นี้ต่างก็มองออก ทว่าเมื่อกลับมาพบบรรยากาศระหว่างแอนนี่กับมิคาสะก็ไม่มีใครยิ้มออก “แอนนี่และมิคาสะ เจอกับ ไรแวนและโฟรน”

“หมดคิวสู้ของพวกเราแล้ว เดี๋ยวเราไปโรงฝึกก่อนนะ” โรสบอก ก่อนจะลากมาเรียออกไป

“สู้ๆนะมิคาสะ” ชาร์ล็อตพูด พลางตบหลังมิคาสะ แต่ก็ชะงักเพราะหน้าตาไม่เป็นมิตรของคนที่เดินตามหลังมา “เอ่อ... เธอด้วยแอนนี่”

นักสู้นั้นถูกจัดอันดับตามจำนวนครั้งที่ชนะ ถ้าเป็นในระดับที่ต่างฝ่ายต่างมีฝีมือสูสี ผู้แพ้นั้นไม่จำเป็นต้องตายเสมอไป ครั้งนี้คนดูบนแสตนด์น้อยแปลกๆ เดาได้เลยว่าคู่ต่อสู้ของพวกเธอนั้นเป็นพวกมือสมัครเล่น และก็เป็นอย่างที่คาด แอนนี่อัดทั้งสองคนเองโดนไม่ต้องถึงมือมิคาสะด้วยซ้ำ การต่อสู้จบลงด้วยความตายของพวกมือสมัครเล่นอีกครั้ง บางทีมิคาสะก็ไม่เข้าใจว่าจะส่งพวกฝีมือกระจอกมาสู้ทำไมให้เสียเวลา คนดูก็ใช่ว่าจะเยอะ

“ไปไหน” แอนนี่ถาม เมื่อจบการต่อสู้แล้ว

“โรงฝึก” มิคาสะตอบ เธอเดินหนี แอนนี่เดินตาม ไม่นานก็ถึงโรงฝึก

“ไงมิคาสะ” มาเรียเข้ามาทัก แต่ทำเหมือนแอนนี่ไม่มีตัวตน “ช่วยฉันซ้อมดาบหน่อยสิ”

“ก็ไ... ” มิคาสะกำลังจะตอบก็รู้สึกเสียวสันหลัง “แต่แอนนี่... ”

“ให้เธอไปซ้อมกับโรสสิ พวกเธอใช้ปืนเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” มาเรียตอบส่งๆ ก่อนจะลากมิคาสะไปซ้อม

“ว้า ทิ้งกันเฉยเลย” โรสบ่น “มาสิแอนนี่ ใช้ปืนนี้แทนนะ”

โรสส่งปืนสำหรับซ้อมให้ มันยิงได้แต่กระสุนทำจากเม็ดสี ถ้ายิงโดนก็จะเห็นเม็ดสีแตกและติดอยู่บนชุด ไม่เป็นอันตรายอะไรทั้งสิ้น แอนนี่รับมาและยกขึ้นเล็งหัวโรสทันที พอเจอจ่อปืนระยะประชิดโรสก็ผงะถอยไป

“มาเรีย... ” โรสทำท่าจะร้องไห้ ให้ซ้อมกับใครไม่ให้ ทำไมต้องให้เธอมาซ้อมกับแอนนี่ด้วย

“เอารึยัง” แอนนี่ถามทั้งๆที่ปืนในมือจ่อหน้าผากโรสไว้แล้ว

“เดี๋ยวนะ” โรสตอบเสียงอ่อย ถอยออกมาหลายก้าว ก่อนจะตั้งหลักใหม่ หยิบปืนของตัวเองขึ้นมา “เอาเล... ”

ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แก๊กๆๆ แอนนี่ยิงรัวใส่ทันทีจนกระสุนสีหมดในพริบตา โรสที่ออกตัววิ่งทันทีโดยไม่มองแอนนี่สักนิดนั้นแทบไม่โดนกระสุนที่ยิงไปเลย จะมีก็แต่สีเปรอะกระเด็นโดนเท้าหรือชายเสื้อเท่านั้น

“ลืมบอกไปว่ากระสุนมันมีแค่โหลเดียวน่ะ” โรสยิ้ม เดินเข้ามาใกล้พลางยกปืนตัวเองขึ้นมาบ้าง

ผัวะ! “โอ๊ย!” แอนนี่พุ่งเข้าใส่ฟาดด้ามปืนใส่ขมับขวาของโรสอย่างแรงจนอีกฝ่ายล้มโครมไปกับพื้น เสียงดังจนคู่มาเรียกับมิคาสะและคนอื่นๆในโรงฝึกหันมามอง ปัก! แอนนี่คุกเข่าลงแล้วกระแทกด้ามปืนใส่อีกครั้ง โรสล้มหงายไปกับพื้น มึนจนมองไม่ออกว่าไหนพื้นไหนเพดาน มีเลือดสีแดงสดเปรอะติดมากับด้ามปืน โรสพยายามจะผลักแอนนี่ออกไป แต่แอนนี่กลับคว้าหน้าผากโรสไว้และเริ่มชกใส่ไม่ยั้งมือ

“แอนนี่! หยุดนะ! หยุดสิ!” มาเรียกระโจนเข้ามาคว้าตัวแอนนี่ก่อนใคร แต่ก็เจอศอกใส่เข้ากลางอก ตามด้วยหมัดฮุก มาเรียพยายามดึงโรสออกมาจากใต้ตัวแอนนี่ ขณะที่มิคาสะก็เข้ามาล็อกแอนนี่ไว้จากด้านหลัง

แอนนี่กระแทกศีรษะด้านหลังใส่หน้าผากมิคาสะเต็มแรง แต่มิคาสะก็ไม่ยอมปล่อยเธอ เธอเริ่มดิ้นไม่หยุด แต่ก็ไม่สามารถหลุดจากตัวคนแรงเยอะกว่าได้ เธอจึงลุกขึ้น ก่อนที่มิคาสะจะทันคิดได้ แอนนี่ก็เหวี่ยงตัวจับมิคาสะทุ่มลงกับพื้นโรงฝึก โครม! แอนนี่ก้าวถอยมาตั้งหลัก ก่อนจะเดินกลับเข้าไปเตะซ้ำ

“อั่ก!” มิคาสะไม่ทันได้ปัดป้องจึงถูกเตะใส่เข้าเต็มอก แอนนี่เตะซ้ำ แต่ครั้งนี้เธอตั้งตัวทัน คว้าข้อเท้าแอนนี่ไว้แล้วกระชาก ส่งให้แอนนี่ล้มหงายลงไปกับพื้น โครม! มิคาสะลุกขึ้นไปคร่อมแอนนี่ไว้ แล้วจับยึดข้อมือไม่ให้อีกฝ่ายดิ้นหลุดหรือลุกขึ้นมาได้ “มีสติหน่อยสิ! เป็นบ้าอะไรน่ะ!

“ฮึ... ” แอนนี่หยุดดิ้นพร่าน ก่อนจะหันมาประจันหน้ากับมิคาสะ “ฮะๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ”

“หัวเราะบ้าอะไรของเธอกันน่ะ” มิคาสะพูดขู่เสียงต่ำ แต่แอนนี่ก็ยังหัวเราะต่อไป

พลั่ก! หมัดแรกชกใส่เต็มใบหน้าของแอนนี่ เธอชะงักเสียงหัวเราะไป แต่ไม่นานก็หัวเราะออกมาอีก ชาร์ล็อตที่มาพร้อมกับลูนสักพักแล้วก็เข้ามาดึงมิคาสะออกไป ไม่มีใครรู้ว่าทำไมอยู่ๆแอนนี่ถึงอารมณ์แปรปรวนแบบนี้ แอนนี่ยังคงนอนหัวเราะอยู่คนเดียวขณะที่คนอื่นพากันเดินออกจากโรงฝึกไป ทิ้งเธอไว้คนเดียว

“ฮ่ะๆ ฮาๆ” แอนนี่หัวเราะจนหมดแรงก็ลุกขึ้นมาพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม “ไม่ไหวแล้ว...ไม่เอาแล้ว ฮึกๆฮือ... ”


 

เอามาให้ทวนความจำก่อนถึงตอนต่อไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

146 ความคิดเห็น

  1. #131 preechompoo (@preechompoo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 10:51
    ไบโพลาร์...
    #131
    0
  2. #27 reluctant-heroes (@reluctant-heroes) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 18:21
    ตอนนี้มันทำเอาเราเงิบไป 3 ครั้ง...

    เงิบแรกกับชื่อตอนที่มันดูจิตๆชอบกล =W=

    เงิบสองกับแอนนี่ที่อยู่ๆก็หัวเราะอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย (ต่อมMนางทำงาน?)

    เงิบสามกับแอนนี่(อีกแล้ว)ที่อยู่ๆก็ร้องไห้ (อัดอั้นสินะ โอ๋ๆมาซบอกเรามา//โดนมิคาสะเตะแสกหน้า)

    แม้จะยังงงๆไม่เข้าใจว่าเป็นอะไรไปก็เหอะ...แต่ก็ยังฟินด้ายย ฟฟฟ
    #27
    0