[End] เมื่อสิ้นกำแพงชิน่า - Attack on Titan [Yuri] [MikasaXAnnie]

ตอนที่ 34 : ตอนที่ 30 วันนี้จะเป็นยังไง... [EnD]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    22 พ.ค. 57

ตอนที่ 30 วันนี้จะเป็นยังไง... [EnD]

แอนนี่พามิคาสะเดินเข้าป่า วูฟก็มาด้วย มันเป็นหมาป่าที่ไม่ได้มีความเชื่องเลยสักนิด แต่สำหรับนครแห่งขุนเขาแล้ว ก็มีมันอยู่ตัวเดียวนี่แหละที่ถูกมนุษย์เอามาเลี้ยง วูฟจะเห็นมิคาสะเป็นพ่อจอมดุ แต่มันก็ยังซนได้ตลอด ส่วนแอนนี่... จะบอกว่าวูฟเห็นเป็นอมยิ้มแท่งโตก็ไม่ผิด เจอทีไรเป็นได้ตะครุบเลีย

ป่าแห่งนี้เป็นป่าโปร่ง แสงแดดอ่อนๆลอดลงมาตามรูใบไม้ แต่มันก็ไม่ช่วยให้อากาศในฤดูหนาวนี้อุ่นขึ้นเลย หิมะบนพื้นนั้นไม่ถึงกับหนา แต่ก็ส่งไอเย็นให้ลอยขึ้นมาตลอดเวลา สายลมอ่อนๆพัดผ่านป่าเข้ามาเหมือนแกล้งให้แอนนี่สั่นเล่น มิคาสะมองอีกฝ่ายแล้วนึกขำ รู้ก็รู้ว่าอากาศมันหนาวแต่ก็ไม่ใส่เสื้อที่หนากว่านี้มา มิคาสะไม่ค่อยรู้สึกหนาวเท่าไหร่ อาจจะเพราะเธออยู่นอกบ้านบ่อยกว่าแอนนี่จนชินกับอากาศแบบนี้ไปแล้ว

“เอ้านี่” มิคาสะดึงผ้าพันคอตัวเองออก มันยาวพอให้พันได้สองคน เธอก็เอามันไปพันให้แอนนี่ด้วย “ดีขึ้นไหม”

“อือ” แอนนี่มองมิคาสะ “ก้มแบบนั้นไม่เมื่อยเหรอ”

“งั้นแบบนี้ไหมล่ะ” มิคาสะพูดแล้วอุ้มแอนนี่ขึ้นมาอย่างง่ายดาย

“อะ?!” แอนนี่คว้าไหล่มิคาสะทันทีเพราะกลัวมิคาสะจะทำเธอหลุดมือ

“ปกติเธอจะใส่เสื้อฮู้ดไม่ใช่เหรอ” มิคาสะมองเสื้อตัวในของแอนนี่ มันเป็นเสื้อตัวอื่นซึ่ง...นับว่าแปลก

“เรื่องของฉัน” แอนนี่ตอบ

“แล้ว... ไปทางไหนต่อล่ะ” มิคาสะยื่นหน้าไปใกล้เพราะอยากแหย่เล่น จากการที่ขอมาอาศัยอยู่บ้านของแอนนี่ที่ซ่อมใหม่แล้ว เธอก็ได้พบว่าการแกล้งแอนนี่เป็นอะไรที่สนุกที่สุดในปฐพี

“อือ... ทางนั้น” แอนนี่หันหน้าหนีแล้วชี้ไปทางทุ่งโล่งที่เต็มไปด้วยดาบเสียบพื้นไว้

“นั่นมันคืออะไรน่ะ” มิคาสะมองดาบมากมายที่เสียบอยู่บนพื้น ดาบแต่ละเล่มไม่มีเล่มไหนเหมือนกัน ทุกเล่มนั้นเสียบอยู่บนเนินเล็กๆที่มีหินสีดำจารึกอักษรโบราณไว้ “อ้อ... ”

ถึงไม่ต้องให้แอนนี่อธิบายมิคาสะก็เดาได้แล้ว ที่นี่คือสุสาน แอนนี่คืนผ้าพันคอให้แล้วก้าวลงจากอ้อมแขนของมิคาสะ ก่อนจะลากเธอไปยังหลุมศพหลุมหนึ่ง มันมีดาบหินเสียบไว้ กลางดาบนั้นมีสัญลักษณ์รูปสิงโตซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตระกูลเลออนฮาร์ด ซึ่งจากรากศัพท์ของภาษาสมัยโบราณแปลว่าหัวใจสิงห์

“กลับมาแล้วค่ะ” แอนนี่พูด มิคาสะเพียงแค่ยืนอยู่ห่างๆปล่อยแอนนี่พูดคุยกับหลุมศพไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวางดอกไม้ป่าที่เก็บมาระหว่างทางให้บนหลุมศพเพื่อลา “นี่มิคาสะ... ”

“ว่าไง”

“ขอบใจนะ”

“??” มิคาสะมองแอนนี่งงๆ เธอยังไม่ได้ทำอะไรให้ ทำไมแอนนี่ถึงมาขอบใจเธอ

“เมื่อก่อนนี้... ฉันไม่กล้ามาเยี่ยมหลุมศพพ่อหรอก” แอนนี่บอก ส่วนเหตุผลน่ะเหรอ พวกเธอต่างก็รู้ว่าเหตุผลมันคืออะไร แอนนี่ก่อกองไฟขึ้นข้างๆหลุมศพพ่อของเธอ เสื้อหมวกฮู้ดที่มิคาสะถามถึงถูกพับไว้ข้างกองไฟ

“วางไว้แบบนั้นเดี๋ยวก็ไหม้ไฟหรอก... เฮ้ย!” มิคาสะหลุดอุทานเพราะอยู่ๆแอนนี่ก็โยนเสื้อตัวนั้นเข้ากองไฟไป มันไหม้ไฟอย่างช้าๆ มิคาสะทำท่าจะเข้าไปหยิบออกมาแต่แอนนี่ก็คว้ามือเธอไว้

“มันเป็น... ความเชื่อของพวกเราน่ะ ถ้านักรบคนไหนที่หมดห่วงแล้ว เราจะเผาสิ่งของของคนๆนั้นหรือของที่ได้จากคนๆนั้นทิ้ง เพื่อว่าดวงวิญญาณของเขาจะได้ไปสู่สุขคติในที่สุด” แอนนี่บอก นั่งมองเสื้อตัวเก่งถูกเผาไปช้าๆ เสื้อตัวนั้นพ่อของเธอเป็นคนให้ไว้ มิคาสะนั่งลงข้างๆและหยิบสร้อยเส้นหนึ่งออกมา “ ...สร้อยของชาร์ล็อตนี่?”

“ใช่” มิคาสะตอบ โยนมันลงไปในกองไฟ ก่อนจะดึงผ้าพันคอสีแดงออกจากคอ

“เธอไม่ต้องเชื่อแบบฉันก็ได้นี่” แอนนี่มองมิคาสะที่กำลังจะทิ้งผ้าพันคอลงในกองไฟ

“ฉันว่า... ” มิคาสะโยนผ้าพันคอลงไป ปล่อยให้มันไหม้ไฟไปช้าๆ “ ...ฉันควรจะปล่อยเขาไป”

ทั้งสองเดินกลับจากสุสาน วูฟวิ่งไปเล่นอะไรของมันตามป่า มิคาสะไม่ต้องคอยดูมันไว้เพราะถ้าถึงเวลานอน มันก็จะกลับไปนอนที่หน้าบ้านของแอนนี่เหมือนเดิมทุกคืน ตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้ว มิคาสะเข้าครัวไปแล้วหยิบเอาเนื้อที่ล่าได้มาทำอาหารเย็น เพราะจากประสบการณ์เมื่อเดือนก่อนนั้นทำให้เธอได้รู้ว่า... อย่าให้แอนนี่เข้าครัวเป็นอันขาด

“แอนนี่ มื้อเย็นเสร็จแล้ว” มิคาสะโผล่หัวออกจากครัวมา แต่ภาพที่เห็นคือแอนนี่นอนหลับลึกอยู่บนโซฟาหนัง มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งวางโปะหน้าไว้ ด้วยนึกสนุกอยากแกล้งขึ้นมา มิคาสะก็ค่อยๆย่องเข้าไปข้างๆแล้วปีนขึ้นไปคร่อมอีกฝ่ายไว้โดยพยายามลงน้ำหนักบนโซฟาให้เบาที่สุด

“จะลักหลับฉันรึไง” แอนนี่พูดขึ้นทันทีที่รู้สึกว่าโซฟายุบลง แต่เมื่อเธอหยิบหนังสือพิมพ์ออกแล้วเจอมิคาสะคร่อมตัวเธออยู่ก็ต้องสะดุ้ง “อะ..อะๆ ออกไปนะ!

แอนนี่ตั้งท่าจะถีบมิคาสะตกจากโซฟา แต่มิคาสะก็กอดแอนนี่ไว้แน่น “ก็เธอน่าลักหลับ” มิคาสะยิ้มให้ แอนนี่ก็มอง... มอง... และถีบเต็มแรง โครม!

“โอยย” มิคาสะลงไปนอนครางอยู่กับพื้น แล้วแอนนี่ก็ลงมาที่พื้นตาม “ ...จะทำอะไร”

แอนนี้ยิ้ม “กด”

“เฮ้ย!!!” มิคาสะดิ้นเต็มที่จนแอนนี่ต้องปล่อย

“ล้อเล่นหรอกน่า” แอนนี่ลุกขึ้น “หิวแล้ว กินกันเถอะ”

“ล้อเล่นน่ากลัวนะ” มิคาสะมองตามอย่างหวาดๆ คราวก่อนที่เกือบโดนแอนนี่กด เธอก็ได้แผลไปไม่ใช่น้อยเพราะพยายามขัดขืน เธอเดินตามแอนนี่เข้าไปในห้องอาหารซึ่งถูกรวมเป็นห้องเดียวกับห้องครัว อาหารที่มิคาสะทำไว้นั้นวางอยู่บนโต๊ะ แอนนี่ก็ไปนั่งที่เก้าอี้แต่ไม่ยอมเริ่มกิน “รออะไรน่ะ”

“นั่นสิ” แอนนี่ตอบ นานๆทีเธอจะอ้อนมิคาสะสักครั้ง แม้จะเป็นการอ้อนแบบแปลกๆก็ตาม

“หันมาสิ” มิคาสะหยิบจานของแอนนี่มาแล้วป้อน “เอ้าอ้าปาก”

“งั่ม” แอนนี่งับอาหารที่มิคาสะป้อนทีละคำ ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงนึกอยากอ้อนมิคาสะขึ้นมา เธอรู้แค่ว่าให้มิคาสะป้อนแล้วมันทำให้รู้สึกมีความสุขบอกไม่ถูก

“เอ้า” มิคาสะยื่นมาอีกคำ แอนนี่ก็ยื่นหน้าไปกิน แต่มิคาสะกลับหันช้อนเข้าปาก

“..........” แอนนี่มองมิคาสะอย่างเซ็งๆ ใช่ บางทีมิคาสะก็แกล้งเธอ

“ดื่มไวน์ไหม” มิคาสะกลืนอาหารลงคอแล้วยื่นแก้วไวน์ให้แอนนี่ แต่พอแอนนี่จะดื่ม เธอก็หันเข้าปากตัวเองอีก

“ฮา... ฮา... ฮา... ตลกมาก” แอนนี่พูด ตั้งท่าจะแย่งจานอาหารของตัวเองคืนมา แต่มิคาสะก็วางจานกับแก้วไวน์ลงแล้วคว้าตัวแอนนี่มาป้อนไวน์ให้ “อื้อ??!!!

“อร่อยไหม” มิคาสะเลียปากตัวเองที่เปื้อนไวน์

“ยัยบ้า!” แอนนี่ผลักมิคาสะหงายท้องตกเก้าอี้ โครม! ก่อนจะแย่งเอาจานตัวเองคืนมากินต่อ

“ฮะๆๆ... ” มิคาสะหัวเราะแหยๆ “ ...เจ็บชะมัด”

 

สายลมอ่อนๆพัดมาถูกบานหน้าต่างชั้นบนให้มีเสียงหวีดหวิวเล่น แอนนี่ปีนออกมานั่งตากลมบนขอบระเบียงห้องนอนของเธอและมิคาสะ เพราะบ้านไม่ได้มีขนาดใหญ่ เธอจึงต้องนอนห้องเดียวกับมิคาสะ ไม่นานนักมิคาสะก็ตามขึ้นมาในชุดนอน เธอเดินมาพิงขอบระเบียงข้างๆแอนนี่

“เดี๋ยวก็ป่วยหรอก หนาวจะตาย” มิคาสะบอก

“นี่มิคาสะ... ” แอนนี่เรียกชื่ออีกฝ่าย “ ...ถ้าวันนั้นฉันไม่เข้าไปในกำแพง วันนี้จะเป็นยังไง”

“เธอก็อยู่นอกกำแพงไง” มิคาสะตอบแบบกำปั้นทุบดินจนแอนนี่อยากกระโดดถีบ

“ฉันถามจริงๆ ถ้าเราไม่ได้ทำตามคำสั่งของคอเตช... โลกในกำแพงคงยังสงบสุขต่อไปได้ใช่ไหม”

“ไม่มีใครรู้อนาคตจริงๆหรอกน่า” มิคาสะตอบ “คอเตชคงหาวิธีอื่นถล่มกำแพงจนได้”

“เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันถูกฝึกเป็นนักรบตั้งแต่จำความได้”

“อือ”

“ตอนเด็กน่ะ... พวกนักรบเคยพาฉันเข้าไปในกำแพงครั้งหนึ่ง กลายเป็นไททันแล้วพาฉันข้ามกำแพงเข้าไป ตอนนั้นพวกนั้นพาฉันเข้าไปฝึกในป่าพร้อมๆนักรบเด็กคนอื่นๆ... ก็ช่วงที่มีคนลองของนั่นแหละ” แอนนี่เล่า “ฉันเห็นเธอ”

“อะไรนะ?” มิคาสะถามย้ำ

“ฉันเห็นเธอ... ถูกโจรลากตัวไปในกระท่อมร้าง” แอนนี่พูด “ฉันอยากไปช่วยนะ แต่ฉันกลัว... ถ้าเกิดขยับตัวหรือส่งเสียง ตอนนั้น... แม้แต่หายใจฉันยังไม่กล้า”

“เหรอ... ”

“ในวันนี้จะเป็นยังไง... ถ้าในวันนั้น คนที่เจอเธอคือฉัน ...ไม่ใช่เอเลน” แอนนี่ถาม เอนตัวมาพิงมิคาสะที่ยืนอยู่

“ไม่รู้สิ ไม่มีใครรู้อนาคต... ฉันบอกไปแล้วนี่” มิคาสะตอบ “แต่ฉันดีใจนะ ...ที่ในวันนี้ฉันได้รู้จักเธอ”

“นี่มิคาสะ... เธอรักฉันไหม”

“เออ... ”

“น่า... ฉันไม่เคยได้ยินเธอพูดจากปากเลยนะ” แอนนี่เอานิ้วเขี่ยหน้ามิคาสะเล่น

“ก็ได้ ฉันรักเธอแอนนี่” มิคาสะพูด “ตาเธอ”

“ฮึๆ ฉันเป็นผู้หญิงนะมิคาสะ เธอก็เป็นผู้หญิง” แอนนี่ยิ้มตอบ

“แล้วเธอเคยสนรึไง” มิคาสะถามกลับ เอาสองมือคล้องคอแอนนี่

“ไม่เคยแม้แต่จะคิด” แอนนี่ตอบ ก้มลงไปและบรรจงทาบริมฝีปากลงบนริมฝีปากของมิคาสะ

ใต้แสงจันทร์และดวงดาวพร่างพราวเต็มฟ้า นี่คือหัวใจที่แอนนี่มอบให้มิคาสะ ความรักที่เธอไม่เคยได้รับ บัดนี้เธอได้รู้จักมันแล้ว มิคาสะได้มอบให้เธออย่างสุดหัวใจ ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ พวกเธอจะไม่ทิ้งกันไป...ไม่มีวัน
 


 

********************************************************************
 

>>>หลังฉาก...รายงานข่าวโดยชาช่าและโคนี่<<<

ชาช่า : นี่คือการรายงานข่าว...
โคนี่ : ไม่ใช่ๆ ต้องเรียกว่าอ่านจดหมายลาตาย
ชาช่า : ของใครนะ
โคนี่ : ของไรท์ไง ก็พวกเราเพิ่งจะฝังเขาไป
ชาช่า : อ้อใช่ๆ นี่คือการอ่านจดหมายลาตายของไรท์ของพวกเรา
โคนี่ : //เปิดจดหมายปิดผนึก
           ต้องขอโทษที่ลงตอนสุดท้ายช้ากว่ากำหนดไป 20 นาทีและอาจจะไม่หวานมดขึ้นอย่างที่คาด
           เนื่องจากแม่ของไรท์มานั่งพูดเรื่องปฏิวัติข้างๆหู อารมณ์หวานจึงหายวับไปกับตา
ชาช่า : และต่อไปนี้คือการสปอยสำหรับภาคต่อไป
            สำหรับภาคต่อไปนั้นไรท์ของเรายังไม่ได้ตั้งชื่อ แต่วางพล็อตคร่าวๆว่าเป็นโลกยุคปัจจุบัน
            กลุ่มหนึ่งเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ส่วนอีกกลุ่มทำอาชีพผิดกฎหมายแบบเต็มประตู
            ฉากบู๊ๆฉากมันๆยังคงอยู่และไม่แน่อาจจะยังมีเลือดสาดให้อ่านกัน
โคนี่ : เราขอจบการายงานข่าวไว้เพียงเท่านี้ หากมีข่าวมาเพิ่มเราจะมารายงานในตอนพิเศษ

ไรท์เตอร์ : ช่วยด้วย... //โดนจับใส่โลงแล้วฝังทั้งเป็น
                   ว่าแต่... ได้ฟังกันรึยัง เพลงนี้ไรท์ร้องเอง ทิ้งไว้ด้านหน้าแหละแต่กลัวไม่มีคนสน T^T



 

Happy MikasaXAnnie Ending

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

146 ความคิดเห็น

  1. #137 ข้าวหมูแดง (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 19:37
    ไรท์แต่งได้สนุกมากกกกกกกก// ชอบเรื่องนี้เลย&#128525;&#128525;//แล้วไรท์วาดรูปสวยมากเลย ในฐานะที่เป็นคน

    ชอบวาดรูป ยังวาดไม่เคยได้แบบนี้เลยระบายสีสวย

    ขอบคุณที่แต่งนิยายสนุกๆแบบนี้มาให้อ่านน่ะค่ะ^^
    #137
    3
    • #137-2 ข้าวหมูแดง (จากตอนที่ 34)
      3 เมษายน 2561 / 22:13
      ไม่พลาดแน่นอนค่าาา&#128525;&#128536;&#128536;&#128527;



      ปล.พึ่งเห็นเพราะพึ่งกลับมาอ่านรอบที่2เพราะคิดถึง &#128513;&#128513;&#128514;
      #137-2
    • #137-3 Dark Yuri (@darkyuri) (จากตอนที่ 34)
      3 เมษายน 2561 / 23:03
      อ้อ... คนเดียวกับ Kuma ปะเนี่ย
      #137-3
  2. #135 Driek (@Driek) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 16:32
    อยากให้สร้างเป็นอนิเมะ จังฟินมาก รอภาคต่ออยู่นะ😄
    #135
    0
  3. #134 Driek (@Driek) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 16:31
    อยากให้สร้างเป็นอนิเมะ จังฟินมาก รอภาคต่ออยู่นะ😄
    #134
    1
    • #134-1 Dark Yuri (@darkyuri) (จากตอนที่ 34)
      28 เมษายน 2560 / 00:00
      ไม่มีภาคต่อนะ
      #134-1
  4. #99 ST'Tide'MA (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 / 18:07
    ฟินตัวแตก//รอภาคต่อออออ
    #99
    0
  5. #92 reluctant-heroes (@reluctant-heroes) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 / 22:38
    เตี้ยก็ยอมๆเคะไปซะเถอะ....//โยนแอนนี่ให้มิคาสะกด

    โอ้ยยยยยย! >////< จบแบบนี้มันก็ฟินไปอีกแบบนะเออ มดไต่เต็มจอละเนี่ย >////<

    ภาคต่อไป ภาคต่อไป รอภาคต่อไป (นึกว่าจะออกแนวรั้วโรงเรียนสงบๆ(?) ซะอีก แปลว่าสไตล์ของไรท์ต้องมีเลือดสาดจนได้สินะ ฟฟฟ)
    #92
    0