ตอนที่ 148 : มันผิดรึไงถ้าใจอยากจะพบรักในดันเจี้ยน เล่ม 1-4 พ่อกระต่ายน้อยสุดแมน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    26 ธ.ค. 58


สำนักพิมพ์: Zenshu

 

ราคาปก: 145-170 บาท

 

แนวเรื่อง: Action, Adventure, Fantasy, Harem

 

แต่งเรื่อง: Fujino Omori

 

Illustration: Suzuhito Yasuda

 

แปล: วิสุทธิ์

 

สถานะปัจจุบัน: ตีพิมพ์ออกมา 9 เล่มยังไม่จบ มีภาคแยกอีก 5 เล่ม ทำเป็นอนิเมะแล้ว ดูรูปปกทุกเล่มได้ที่นี่ครับ

 

เรื่องย่อ:

เมืองวงกตโอราริโอ คือเมืองขนาดใหญ่ซึ่งมีทางวงกตใต้ดินขนาดมหึมาที่เรียกว่า ดันเจี้ยนอยู่ เปี่ยมด้วยความตื่นเต้นต่อสิ่งที่ไม่รู้จัก เกียรติยศอันเปล่งประกาย และความโรแมนติกที่จะได้เจอกับสาวงามน่ารัก สถานที่แห่งนี้ซึ่งมีความฝันและความโลภของมนุษย์ทั้งหมดซ่อนอยู่นั้น เด็กหนุ่มก็ได้พบกับ เทพร่างเล็กเข้าให้ ดีละ เบลคุงตามฉันมา! จะทำพิธีเข้าร่วม แฟมิเลียละนะ!” “ครับ! ผมต้องเก่งขึ้นให้ได้!นี่คือการพบพานแห่งโชคชะตาระหว่างเด็กหนุ่มผู้ปรารถนาจะเป็นนักผจญภัย แต่กลับโดนทุก แฟมิเลียไล่ตะเพิด กับเทพผู้มีสมาชิกศูนย์คน เด็กหนุ่มย่างก้าวไปข้างหน้าโดยมีเทพธิดาเป็นผู้บันทึก “Familia Myth” นั่นเอง

 

ความคิดเห็นหลังจากอ่านจบ:

               หลายคนน่าจะรู้จักหรือเคยอ่านมังงะดูอนิเมมาแล้ว เนื้อเรื่องคราวๆคือเป็นโลกแฟนตาซี ที่บรรดาเทพทั้งเทพกรีก เทพนอร์ส เทพฮินดู ต่างลงจากสวรรค์มาพักร้อน แต่ขึ้นชื่อว่าเทพจะให้อยู่ทำมาหากินแบบมนุษย์เดินดินก็กระไรอยู่ บรรดาเทพจึงมีการตั้งแฟมมิลี่ (สมาชิกส่วนใหญ่จะเป็นนักผจญภัยตลุยดันเจี้ยน) มาหาเลี้ยงดูตน แลกกลับการที่เทพจะมอบพลัง สกิล หรืออบิลิตี้ให้กับคนในแฟมมิลี่ของตน โดยจะพูดถึงเนื้อหาที่ละเล่มนะครับ

 

               เล่มแรก เป็นช่วงวางโครงเรื่อง กล่าวถึงพระเอก “เบลคุง” นักผจญภัยมือใหม่ เป็นล่ะอ่อนน้อยท่าทางอ่อนแอแลดูเคะๆ สังกัดแฟมมิลี่ของเทพี “เฮสเทีย” หรือที่เรามักเรียกติดปากว่า “ท่านเทพ” ตามตำนานกรีกนั้นเทพีเฮสเทีย เป็นเทพโอลิมเปียนคนแรก และเป็นพี่สาวของมหาเทพซุส และเป็นหนึ่งในสามเทพีพรหมจรรย์ ทำหน้าที่ดูแลเตาไฟและบ้านเรือน แม้ว่าชาวกรีกกับโรมันจะบูชาเธอมาก แต่ก็ไม่มีตำนานเกี่ยวกับเธอมากนัก เมื่อเทียบกับเทพองค์อื่นอย่าง ซุส อาเธน่าหรือเฮอร์มิส น่าจะเพราะลักษณะสาวทึนทึกอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนของเธอ มาในฉบับในนิยายบุคลิกของเทพีเฮสเทียถูกเปลี่ยนเป็นโลลิสุดแบ๊ว อดีตนีท ที่มีหน้าอกระดับขีปนาวุธ ซึ่งเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของนิยายเรื่องนี้ที่จับเทพในตำนานต่างมารีฟอร์มใหม่ เช่นโลกิกลายเป็นสาวท่าทางเจ้าเลห์อกกระดาน หรือเฮฟเฟตัสที่จากตาลุงขาเป๋น่าเกลียด กลายเป็นเจ๊ตาเดียวสุดเฉี่ยวไปซะงั้น

 

บรรดาเทพๆในนิยาย


 

โดยเรื่องเปิดมาที่เบลถูกจู่โจมโดยมิโนทอร์ สัตว์ประหลาดสุดคลาสสิก และได้รับการช่วยเหลือโดย “ไอน์” นักผจญภัยสาวสวยสุดแกร่งของโลกิแฟมิลี่ เบลตกหลุมรักไอน์ทันที (น่าจะเพราะปรากฏการณ์สะพานแขวนล่ะนะ) แต่ก่อนที่จะได้พูดคุยกับเธอ เพื่อนของไอน์กลับเอาเรื่องการเสียถ้าของเบลมาล้อเลียนอย่างสนุกสนาน ทำให้เขาต้องหลบหนีด้วยความอับอาย พร้อมกับตั้งเป้าว่าจะแข็งแกร่งให้เท่าเทียมกับเธอสักวันหนึ่ง จุดไคล์แมกซ์ของเล่มคือเหตุการณ์ที่เบลต้องต่อสู้กับมนสเตอร์เพื่อปกป้องท่านเทพ พระเอกท่าทางขี้ขลาดอ่อนแอเสี่ยงชีวิตปกป้องสาวน้อยนี่แมนมาก

 

               เล่มสอง เป็นเล่มที่ผมชอบมากที่สุด เปิดตัวละครใหม่รีรี่ เป็นสาวน้อยพารูม (เหมือนกับฮอบบิทดังนั้นแน่นอนครับ โลลิ) หนำซ้ำยังมีเวทย์แปลงร่างจึงสามารถเปลี่ยนเป็นโลลิหูสัตว์ได้ด้วย 2 in 1 ทีเดียว คนที่อ่านมังงะหรือดูอนิเมช่วงนี้ มีหลายคนที่ออกมาด่ารีรี่กับพระเอก เพราะรีรี่มาสมัครเข้าปาตี้เบลเพื่อหวังปอกลอกเต็มที่ ทั้งหลอกลวง ทั้งขโมย ทั้งหักหลัง แม้ว่าเธอจะทำเพราะความจำเป็นและมีอดีตที่โหดร้าย แต่หลายคนก็ไม่สามารถให้อภัยสิ่งที่เธอกับพระเอกได้ แต่เบลผู้ใส่ซื่อ ทั้งให้อภัยความผิดของรีรี่ ไม่ถือโทษโกรธเธอยังโดนว่าเป็นพวกโลกสวยอีกต่างหาก

 

น่ารักขนาดนี้ใครจะไปโกรธเกลียดเคียดแค้นได้ลง


 

ฉากประทับคือตอนที่เบลมาช่วยรีรี่หลังจากที่เธอพึ่งหักหลังเขามาหมาดๆ รีรี่ถามทั้งน้าตาว่าเบลมาช่วยเธอทำไม คำตอบของพระเอกก็คือ “เพราะรีรี่เป็นเด็กผู้หญิงยังไงล่ะ” แมนได้ใจมากพี่น้อง 
 

เล่มสาม เล่มนี้เนื้อหามาเน้นที่ไอน์ นักผจญภัยสุดแกร่งที่เบลหลงใหล แม้จะเป็นตัวละครที่ถึงขนาดคนเขียนทำภาคแยกออกมาให้เธอเป็นตัวเอก แต่กลับเป็นตัวละครที่ผมค่อนข้างเฉย เนื่องจากคนเขียนไม่ค่อยเผยปมอะไรของเธอในภาคหลักมากนัก ส่วนใหญ่แล้วจะโผล่มาปักธงพระเอกเป็นช่วงแล้วแยกทาง ไม่ค่อยมีฉากกุ๊กกิ๊กดราม่าแบบพระเอกกับท่านเทพหรือรีรี่

 

วิวอันงดงามนี้ต้องขอบคุณมอนสเตอร์หนอนยักษ์


ตอนท้ายเล่มเป็นฉากพระเอกเอาชนะแผลใจด้วยการต่อสู้กับมิโนทอร์ ฉากต่อส็นั้นดิบเถื่อน มันสะใจสไตล์โชเน็นมากครับ

 

               เล่มสี่ เล่มนี้ได้สมาชิกใหม่มาร่วมตี้ เป็นแบล็คสมิธผู้ชาย (โอเคเราเข้าใจว่าถ้าทั้งตี้มีแต่ผู้หญิงมันคงไม่สมจริง) เนื้อหาครึ่งแรกพูดถึงการเลเวลอัพของพระเอก (ซึ่งเก่งขึ้นจนสามารถเอาชนะมอนที่เล่มแรกสู้แบบรากเลือดได้สบายๆเลย) และเกริ่นความเป็นมาตัวละครใหม่ ก่อนจับกลุ่มกันลงดัน จากนั้นส่วนหลังเป็นตอนสั้น

               เนื้อหาตอนสั้น จะเป็นที่เบลกับท่านเทพพึ่งก่อสร้างแฟมมิลี่ และมีการพูดถึงความขัดแย้งของเบล เช่น ทั้งที่ดูเป็นคนขี้กลัวแต่กลับอยากผจญภัย ทั้งๆที่ชอบสาวๆอยากมีฮาเร็มแต่กลับเคอะเขินเวลาคุยกลับผู้หญิง ที่เป็นเช่นนี้ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะคาแรคเตอร์ของเบลเป็นการผสมผสาน พระเอกโชเน็นแบบคลาสสิก ที่เป็นนิยมในกลุ่มเด็กผู้ชาย กับตัวเอกสมัยใหม่แบบเคะๆดูอ่อนแอ ในนิยายเองก็มีพี่สาวจำนวนไม่น้อยมาหลงเสน่ห์เบลเหมือนกัน

 

เล่มนี้พระเอกเริ่มไม่นู้บแล้วครับ


วาทะเด็ดในเล่มสี่ “ฮาเร็มมันคือความโรแมนติกของลูกผู้ชาย” เบลคุงได้กล่าวไว้

 

ระดับความพึงพอใจ: 4/5 เป็นแนวผสมผสานแนวแฟนตาซีและเทพปกรณัมอย่างที่ผมชอบเลยล่ะนะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

2,885 ความคิดเห็น

  1. #617 LLL57 (@lonely-wolf57) (จากตอนที่ 148)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 18:11
    เล่ม 7 ใช่ไอส์หรือเปล่า หรือว่าสาวใหม่อีกแล้วหว่า... เรื่องนี้อยากอ่านก่อนมาก แต่ดันไม่แปลอิงซะนี่ครับ
    #617
    1
    • #617-1 Dr.Boring (@dr-boring) (จากตอนที่ 148)
      27 ธันวาคม 2558 / 22:03
      ไม่น่าใช่ครับมีหูสัตว์ด้วย
      #617-1
  2. #616 กวิน (จากตอนที่ 148)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 15:18
    โอเคในเมื่อพระเอกพูดว่าอยากมีฮาเร็มก็ต้องลองตามกันหน่อย .... ตรูไหว้ละ อย่าจบแบบก๊วนกลับเลยน่ะ! ตูอุตสาหตามฉบับเมะจนจบแต่เมื่อวานแบบมาราธอนจนตาช้ำเป็นหมีจริงๆเลยนะเฟ้ยยย ว่าแต่มันน่าอวยไม่เนี่ย...



    #616
    2
    • #616-1 Dr.Boring (@dr-boring) (จากตอนที่ 148)
      27 ธันวาคม 2558 / 16:35
      การตามแนวฮาเร็มแล้วรอลุ้นว่ามันจะจบฮาเร็ม วิน หรือไนท์โบส คือรสชาติชีวิต
      #616-1
    • #616-2 กวิน (จากตอนที่ 148)
      27 ธันวาคม 2558 / 17:36
      มันคือสัจธรรมสิน่ะ! สิน่ะ!! สิน่ะ!!!



      แต่ก็สนุกดี นี่แหละหตุผลที่ไม่เคยเบื่อแนวนี้เลย เพราะว่า... ก็รู้ๆกันอยู่ มันคือ"ความฝัน"ที่ซาบซ่าไงหล่ะ!
      #616-2