{Fic Infinite} Sweet Secrets [MyungYeol]

ตอนที่ 19 : Sweet Secrets :: CHAPTER18 {100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 พ.ค. 58











 CHAPTER18








           เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นหลังจากที่ลิฟต์เปิดออกซองจงหันไปพบกับสองร่างที่วิ่งเข้ามาก่อนที่ร่างเล็กจะวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของซองกยูทันทีด้วยสภาพหัวใจแตกสลายดวงตากลมของซองยอลกวาดมองไปยังสมาชิกอินฟินิทที่นั่งอยู่อย่างพร้อมหน้าก่อนจะถลาไปหาโฮย่าแล้วเขย่าแขนแกร่งนั้นแรงๆราวกับคนสติแตก

 

“พี่โฮวอน.. มยองซูอยู่ไหนครับ มยองซูล่ะมยองซูอยู่ไหน!!!



            เสียงเรียกนั้นทำให้ดงอูหันมามองเจ้าของร่างบางทั้งน้ำตาและรั้งร่างอีกคนเข้ามากอดแน่นท่ามกลางความเงียบงันที่เกิดขึ้น หัวใจซองยอลกระตุกอย่างหนักหน่วงก่อนจะค่อยๆผละออกและเอ่ยถามอีกครั้ง

 

 

“พี่ดงอูครับมยองซูอยู่ไหน เขาอยู่ไหน

 

“มยองซู” ไม่มีเสียงหลังจากนั้นแต่กลับเป็นนิ้วมือเรียวที่ชี้ไปยังหน้าห้องICU ที่มีทีมแพทย์ต่างวิ่งกันวุ่นวายไปหมด


 

“ทะ..ทำไมเป็นแบบนี้ครับ ทำไม

 

“มยองซูช็อค..แล้วหัวใจเขาก็หยุดเต้น หัวใจมยองซูหยุดเต้น..


 

 

            เสมือนฟ้าผ่าลงกลางดวงใจตัวซองยอลชาวาบไปเสียดื้อๆแต่สิ่งเดียวที่ยังเคลื่อนไหวคือน้ำตาหยดเล็กๆที่ร่วงหล่นลงมาช้าๆ สมองของเขาตื้อไปหมด ไม่ได้ยินอะไรรอบกายสมองสั่งการให้เขาได้ยินเพียงแค่เสียงของดงอูดังซ้ำวนอยู่ในใจตอนนี้ หูของเขาตื้อไปไม่ได้ยินอะไรรอบกายยกเว้นเสียงของดงอูที่ยังดังวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัว ก่อนที่ร่างบางจะเซไปด้านข้างดังคนไร้เรี่ยวแรงจนซองกยูต้องเข้ามาประคองไว้



 

“อะไร...ไม่จริง..ไม่จริงใช่มั้ยครับ..”

 

“ใจเย็นๆ ซองยอลมันไม่มีอะไรนะไม่มีอะไร”

 

“มันเป็นความฝันใช่มั้ยครับพี่กยู เรา...กำลังฝันอยู่ใช่มั้ยครับ..” ดวงหน้าหวานเงยหน้าขึ้นเอ่ยถามคนที่ประคองตัวเขาอยู่ทั้งน้ำตา


 

“ใช่.. ซองยอลมันเป็นแค่ฝันร้าย มยองซูมันต้องกลับมาหาเรา”


 

           

            แผ่นหลังบางนั่งพิงพนักเก้าอี้หน้าห้อง ICU อย่างอ่อนล้าก่อนจะปล่อยให้น้ำตาทำงานอย่างต่อเนื่องดังคนเฝ้ารอความหวังอันแสนริบหรี่ตรงหน้า ในขณะที่ซองจงเองก็มีสภาพไม่ต่างไปจากตัวเขาเมื่อรับรู้อาการของคนที่อยู่ข้างในทุกคนเจ็บปวดไม่ต่างกัน ในที่สุดประตูห้อง ICU ก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคุณหมอทำให้ซองยอลและสมาชิกอินฟินิททุกคนลนลานตรงเข้าไปหา

 


 

“หมอครับน้องผมเป็นยังไงบ้าง มยองซูเป็นยังไงบ้าง” พี่ใหญ่ของวงที่พุ่งตัวเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าคุณหมอเอ่ยถามคำถามออกไป


 

“คืออย่างนี้นะครับ... ผมอยากให้ญาติคนไข้ทำใจไว้ให้มากๆครับ อาการของคนไข้ตอนนี้หากยังยื้อเขาไว้อย่างนี้ก็มีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ เพราะถ้าตอนนี้เพียงแค่ถอดเครื่องช่วยหายใจออกเขาก็จะไม่ต้องทรมาน...”




 

“ไม่จริง...”

 


 

            ซองกยูแทบล้มทั้งยืนน้ำตาหยดแรกตกกระทบใบหน้าคมเมื่อได้ยินคำตอบของหมอจนโฮย่าต้องเข้ามาพยุงร่างของผู้เป็นพี่ไว้ในขณะที่ซองจงและดงอูหันไปกอดกันและร้องไห้ออกมาอย่างหนักในขณะที่ซองยอลส่ายหัวไปมาเร็วๆราวกับคนไม่มีสติ

 



 

“ไม่นะ...อย่าทำแบบนั้นกับเขาอย่าทำ!!!!!

 

“คุณครับผมอยากให้คิดก่อนที่จะตัดสินใจ ที่คนไข้เป็นอยู่แบบนี้มันไม่เป็นผลดีนะครับเขาจะยิ่งทรมาน ร่างกายของเขาจะเกิดภาวะแทรกซ้อนจนทรุดไปเรื่อยๆ...”


 

“ไม่...ไม่มีทาง...ผมไม่มีวันให้พวกคุณทำแบบนั้น!!!!!

 


 

            ซองยอลตะโกนออกมาอย่างคนขาดสติ ร่างบางสั่นไปทั้งตัวเหมือนหัวใจของเขาตอนนี้ไม่ยอมรับกับคำกล่าวของหมอจนขายาวต้องก้าวตรงไปยังสมาชิกอินฟินิทแล้วเขย่าแขนที่ละคนพร้อมน้ำตา

 


 

“อย่านะครับ อย่าทำแบบนั้นนะครับ! อย่าทำแบบนั้นกับเขานะพี่ซองกยู พี่โฮวอน... ได้โปรดอย่าปล่อยให้เขาไป รั้งเขาไว้นะครับ ได้โปรด.. ฮึก.. เขาจะต้องกลับมา”




“ซองยอล...”

 


 

            โฮย่ารวบตัวร่างบางที่ร้องไห้ราวกับจะขาดใจมาไว้ในอ้อมกอดในขณะที่คุณหมอที่ได้เห็นภาพนั้นได้แต่ถอนหายใจด้วยความสะเทือนใจก่อนจะเอ่ยกับคนทั้งหมดด้วยเสียงเบาหวิว

 


 

“เขาเหลือเวลาไม่มากแล้ว..พวกคุณเข้าไปหาเขาได้นะครับ เข้าไปด้านในแล้วขอชุดปลอดเชื้อสวมทับจากพยบาลได้เลยนะครับ ผมขอตัว”

 



 

            ซองยอลทรุดลงบนพื้นแล้วร้องไห้ออกมาอย่างอ่อนแรง จนซองกยูต้องทรุดลงตรงหน้าร่างบางแล้วเช็ดน้ำตาให้ด้วยความสงสารก่อนจะบอกให้สมาชิกที่เหลือเข้าไปหามยองซูในห้อง ICU ก่อนโดยที่เขาจะอยู่เป็นเพื่อนซองยอลปลอบโยนให้คนอ้อมกอดสงบลงบ้างเพื่อเข้าไปเยี่ยมน้องชายหลังจากนี้

 


 

            เวลาผ่านไปพักใหญ่ โฮย่า ดงอูและซองจง ก็เดินออกมาจากภายในห้อง ICU แต่ทว่าซองกยูกลับไม่เอ่ยถามอาการของคนที่อยู่ข้างในมือหนาฉุดรั้งซองยอลให้ลุกขึ้นและพาซองยอลเดินเข้าห้อง ICU โดยไปรับชุดปลอดเชื้อเพื่อสวมใส่ เมื่อเดินมายังห้องของมยองซูแล้วซองกยูบีบมือบางนั้นเบาๆ เพื่อต้องการให้อีกคนเข้มแข็ง

 


 

“เข้มแข็งนะซองยอล...เข้มแข็งเพื่อมยองซู”

 


 

เจ้าของใบหน้าหวานพยักหน้าขึ้นลงช้าๆ ก่อนจะเดินตามร่างหนาเข้าไปภายในห้องแล้วภาพที่เห็นก็ทำให้หยาดน้ำตาล้นทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพใบหน้าแสนซีดเซียวของมยองซูที่อยู่บนเตียง ตามร่างกายที่เต็มไปด้วยอุปการณ์ยื้อชีวิต ปากและจมูกของเขายังถูกครอบด้วยหน้ากากออกซิเจนอันใหญ่แต่จังหวะหายใจของเขามันช่างรวยรินเหมือนดังเสียงสัญญาณชีพจรที่อยู่บนหัวเตียงที่ตอนนี้ส่งเสียงช้าๆ ราวกับลมหายใจของเขาอ่อนแรงเหลือเกิน..

 


 

ซองยอลรวบรวมแรงกายทั้งหมดเดินมาหยุดที่ข้างเตียงของมยองซู ดวงตากลมมองไล่ไปตามร่างกายของเขาผ่านม่านน้ำตาก่อนจะเอื้อมมืออันสั่นเทาไปลูบเรือนผมของเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบาจากนั้นเลื่อนลงมาสัมผัสที่ใบหน้าแสนซีดเซียวช้าๆพร้อมกับอาการสะอื้นที่แรงขึ้นเรื่อยๆ บอกถึงหัวใจที่แสนเจ็บปวดกับภาพของมยองซูที่เขาได้เห็นในตอนนี้

 


 

“นายจะไม่กลับมาหาฉันจริงๆหรอมยองซู...”

 


 

            ซองยอลเอ่ยกับเด็กหนุ่มเบาๆราวกับไม่เชื่อในภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า หยาดน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตากลมโตอย่างหนักพร้อมกับหัวใจที่ไม่อาจยอมรับความจริงใดๆ

 


 

“ไหนบอกว่าหัวใจของนายเต้นเพื่อฉันไง... นายจะอยู่เพื่อรักฉันไม่ใช่หรอมยองซู.. หัวใจนายจะยังเต้นเพื่อฉันใช่ไหม นายจะกลับมาเพื่อรักฉันใช่ไหม ฮึก..ใช่ไหม..”

 


 

“กลับมาเถอะนะมยองซู... ได้โปรด... กลับมาหาฉัน.. ฉันรอนายอยู่นะ..ได้โปรดกลับมา”



 

            เสียงแผ่วเบาถูกส่งออกไปราวกับอ้อนวอนให้คนที่นอนอยู่รับรู้ถึงความปรารถนาของเขาเสียที สติสุดท้ายของซองยอลสั่งให้ร่างกายของเขาโน้มตัวลงไปประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบา จนน้ำตาที่ไหลลู่ลงมาตามจมูกสวยสัมผัสลงบนหน้าผากของมยองซูช้าๆ ราวกับต้องการให้เด็กหนุ่มรับรู้ถึงสิ่งที่เขาอ้อนวอน

 


 

            ซองกยูเดินเข้ามาจับแขนซองยอลเอาไว้เมื่อเห็นว่ารางบางเริ่มร้องไห้หนักอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจหาเดินออกจากตรงนั้นแต่ทว่าทันทีที่คนทั้งสองหันหลังกลับออกมานั้น จู่ๆซองกยูกลับได้ยินแปลกๆประหลาดดังขึ้นและเมื่อหันกลับไปมองมันคือเสียงสัญญาณชีพจรของมยองซูที่เริ่มดังเป็นจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆจนร่างสูงต้องวิ่งออกไปนอกห้อง ICU แล้วเรียกหาหมอเสียงดังลั่น

 


 

“คุณหมอครับ!!! คุณหมอ!!!!!!

 


 

            เพียงไม่นานหมอและพยาบาลก็พากันวิ่งเข้ามายังห้องของคนเจ็บอย่างชุลมุนวุ่นวายในขณะที่ทั้งสองคนถูกพยาบาลคนหนึ่งกันให้ออกจากห้องเพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของหมอ ภาพของหมอและพยาบาลที่พากันวิ่งวุ่นทำให้โฮย่าต้องวิ่งตรงมายังซองกยูและซองยอลด้วยความตกใจ

 

 

“พี่กยูเกิดอะไรขึ้น !?! ข้างในเกิดอะไรขึ้น..มยองซูเป็นอะไร!

 

“มยองซูช็อค..หมอกำลังเข้าไป...”

 

“อะ.. อะไรนะ...”

 


 

            โฮย่าพึมพำออกมาราวกับคนไร้สติคราวนี้คนที่เข้มแข็งที่สุดกลับถอยหลังแล้วทรุดลงบนเก้าอี้อย่างสิ้นหวัง ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบใบหน้าแรงๆราวกับกำลังปลุกตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นเพียงฝันร้าย ดวงตาคมเงยหน้าขึ้นมองซองยอลอีกครั้งหากแต่น้ำตาและอาการวะอื้นหนักเป็นคำตอบได้เป็นอย่างดี

 

 

“พี่โฮวอน...ผมไม่ไหวแล้ว...”

 

“ซองยอล”

 

“ผม... รู้สึกเหมือนกำลังจะตาย...”


 

 

            ร่างบางเดินเข้าไปกอดแล้วร้องไห้ออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรงในขณะที่โฮย่าฝืนตัวเองแล้วยกมือขึ้นลูบหลังซองยอลแผ่วเบาทั้งๆที่ความอ่อนแอของตนเองในตอนนี้ไม่แพ้กันแม้แต่น้อย คนทั้งหมดนั่งรออยู่หน้าห้อง ICU ด้วยจิตใจที่พังยับเยินพยายามทำใจยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เรี่ยวแรงที่เหลือตอนนี้คือรอเพียงคุณหมอออกมาเพื่อบอกอาการของมยองซูเพียงเท่านั้น

 


 

            ร่วมชั่วโมงที่ผ่านพ้นอย่างเจ็บปวดคุณหมอเดินออกมาจากห้อง ICU อีกครั้งหากแต่เพียงครั้งนี้คนทั้งหมดต่างลุกขึ้นด้วยอย่างไร้เรี่ยวแรงพร้อมหยดน้ำตาแห่งการจำยอมหากต้องสูญเสีย


 

“คุณหมอครับ...น้องชายผม..”

 

 

            ซองกยูตัดสินใจเอ่ยถามพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแต่หากคราวนี้คุณหมอกลับไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนอย่างครั้งแรกพร้อมกับส่งยิ้มและเอ่ยกับคนเป็นพี่ใหญ่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

 

“มันเหมือนเป็นปาฏิหาริย์ครับผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อแต่มันเกิดขึ้นแล้ว...”

 

“มะ..หมายความว่ายังไงครับ”

 

 

            คำพูดของคุณหมอทำให้ซองยอลแทรกตัวเอ่ยเข้าไปยืนตรงหน้าคุณหมอพร้อมกับเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า ในขณะที่แววตานั้นกำลังวูบไหวไปด้วยความหวัง

 

 

“หมายความว่าตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ หากไม่มีอะไรผิดพลาดเขาจะฟื้นขึ้นมาภายใน 24 ชั่วโมง แต่ในช่วงที่เขายังไม่ฟื้นเรายังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเพื่อป้องกันไว้ก่อนอีกซักครู่เราจะย้ายกลับไปยังห้องพักเหมือนเดิมนะครับ”


 

!!

 


 

            ทั้งหมดนิ่งงันไปด้วยความช็อคอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคที่หมอตอบซองยอลด้วยวาจาอันหนักแน่นก่อนที่ได้ยินเสียงโห่ร้องและเสียงร้องไห้ที่ดังออกมาด้วยความดีใจ


 

“ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณที่ให้เขากลับมา!

 

“ขอบคุณคุณหมอนะครับ ขอบคุณครับขอบคุณที่ช่วยชีวิตน้องผมไว้ ขอบคุณจริงๆ”


 

 

            ทั้งหมดกล่าวขอบคุณหมอหนุ่มอย่างตื้นตันก่อนที่หมอหนุ่มจะขอตัวไปทำงานต่อ น้ำตาแห่งความโล่งใจถาโถมลงมาอย่างหนัก ซองยอลกอดตัวเองแล้วปล่อยน้ำตาแห่งความดีใจออกมาโดยที่สมาชิกอินฟินิททั้งหมดเองก็ต่างกอดคอกันร้องไห้ไม่ต่างกัน หลังจากนี้สิ่งเดียวที่ทำได้คือการรอคอยให้มยองซูฟื้นขึ้นมาภายใน 24 ชั่วโมงอย่างที่คุณหมอได้บอกก่อนหน้านี้

 



 

            รอคอย..เพื่อให้เจ้าของหัวใจกลับคืนมา.. พร้อมกับคำมั่นสัญญาว่าหลังจากนี้เขาจะเป็นคนตอบแทนความรักของมยองซูที่มีให้ ตลอดไป...

 

 



 

            Swe  et  Sece rt

 

           



 

เสียงเปิดประตูห้องพักฟื้นดังขึ้นแผ่วเบา ทำให้ซองกยูเห็นร่างบางของซองยอลที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียงของคนที่ยังหลับใหลโดยที่ฝ่ามือบางยังคงจับมือของมยองซูไว้ไม่ห่างฝ่ามือหนาเอื้อมมือเข้าไปสัมผัสแก้มนุ่มนั้นแผ่วเบาทำให้ซองยอลสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ทำให้ซองกยูต้องขยี้กลุ่มผมนุ่มนั้นด้วยความเอ็นดู

 


 

“เสร็จงานแล้วหรอครับพี่กยู”  ซองยอลเอ่ยถามพร้อมกับยกมือขึ้นขยี้ตาเพื่อให้ตัวเองหายจากอาการงัวเงีย

 

“เสร็จแล้วล่ะเดี๋ยวที่เหลือจะตามมา มยองซูมันเป็นยังไงบ้าง”

 

“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยครับ...เขายังเหมือนเดิม..”

 

“ไม่หรอกน่าดูแก้มมันสิ เริ่มขึ้นสีมีชีวิตชีวาขึ้นตั้งเยอะไม่เหมือนตอนเจ็บใหม่ๆ”

 

“แต่พี่ครับ มันจะครบ 24 ชั่วโมงแล้วนะ”

 

“รออีกนิดนะเดี๋ยวมันก็ฟื้น ถึงเวลานั้นก็อย่าปล่อยให้หัวใจต้องเจ็บปวดอีกนะ บทเรียนครั้งนี้มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง”


 

“ผมเข้าใจแล้วครับ...”

 


 

            ซองกยูปลีกตัวออกมาเพื่อให้ซองยอลได้ใช้เวลากับน้องชายตัวเองอีกครั้งโดยที่มาทิ้งตัวลงบนโซฟาและหยิบหนังสือที่ติดมือขึ้นมาอ่านแต่เมื่อละสายตาออกจากหนังสือและมองไปที่เตียงผู้ป่วยกลับพบว่าร่างบางฟุบลงบนเตียงอย่างทนความเมื่อยล้าไม่ไหวโดยที่ฝ่ามือบางยังจับมือของมยองซูไม่ห่างไปไหนแม้แต่วินาทีเดียวร่างสูงตัดสินใจวางหนังสือลงก่อนที่หยิบผ้าห่มที่อยู่บนโซฟาเดินเข้าไปห่มให้กับร่างบางอย่างเบามือก่อนจะเดินเลี่ยงกลับมานั่งโซฟาที่เดิมโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าในขณะที่เขาหันหลังกลับมานั้นมือของคนที่นอนนิ่งร่วม 2 สัปดาห์กำลังขยับเบาๆท่ามกลางความเงียบงัน

 


 

“....อือ....”

 


 

            เสียงลมแผ่วเบาเรียกให้ซองกยูชะงักเล็กน้อยแต่เขากลับไม่ได้สนใจและคิดเพียงว่ามันเป็นเสียงละเมอของซองยอลเท่านั้นแต่ ร่างสุงตัดสินใจเดินกลับมาเพื่ออ่านหนังสือบนโซฟาแต่ในจังหวะที่กำลังจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านสายตาของเขากลับไปสะดุดกับอะไรบางอย่างเหมือนกับมือของมยองซูที่ถูกซองยอลกุมอยู่กำลังขยับเขยื้อน

 


 

“มะ...มยองซู....”

 


 

            ขายาวของซองกยูก้าวไปยังอีกฝั่งของเตียงคนไข้อย่างไม่ลังเลเมื่อเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มขยับเบาๆจนกระทั่งดวงตาของน้องชายที่หลับสนิทมาตลอด 2 สัปดาห์ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ดวงตาเรียวรีอดที่จะทิ้งน้ำใสให้ร่วงหล่นลงมาด้วยความดีใจไม่ได้ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะค่อยๆ ลูบเรือนผมของมยองซูแล้วยิ้มให้กับคนที่นอนมองเขาอยู่ด้วยความยินดีสุดขีด

 


 


“ยะ..อย่าเพิ่งขยับนะเดี๋ยวพี่มา..เดี๋ยวพี่ไปตามหมอมา!!!!

 

 

           


            เสียงทุ้มเอ่ยบอกกับน้องชายก่อนที่จะรีบวิ่งไปเปิดประตูห้องแล้วตะโกนเรียกพยาบาลด้านนอกอย่างสุดเสียง นั่นทำให้คนที่จมอยู่ในห้วงนิทราอย่างซองยอลสะดุ้งตื่นขึ้นมาแล้วหันไปมองร่างของซองกยูที่วิ่งออกไปนอกห้องอย่างไม่เต็มตานัก แต่ความสงสัยที่กำลังก่อตัวนั้นกลับถูกฉุดรั้งกลับมาด้วยสัมผัสบางเบาเพราะตอนนี้ฝ่ามือหนาที่เขาจับไว้กลายกำลังบีบกระชับมือของเขาอย่างอ่อนโยน

 

 


“พี่...ซอง...ยอล...”

 



            แม้เป็นเสียงที่บางเบาหากแต่ซองยอลกลับสัมผัสมันได้ชัดเจน หัวใจดวงน้อยกระตุกสั่นรุนแรงทันทีเมื่อสมองของเขาสั่งการว่านั่นคือเสียงที่เฝ้ารอมาตลอด ใบหน้าหวานหันกลับไปมองช้าๆก็พบกับดวงตาคมที่เขาแสนคุ้นเคยถึงแม้ดวงตานั้นจะบอกถึงความอิดโรยและเหนื่อยอ่อนแต่มันกลับอัดแน่นไปด้วยความรักที่ส่งผ่านมาถึงเขา น้ำตาที่เคยเหือดแห้งไปก่อนหน้านี้กลับคลอขึ้นตาเต็มดวงตากลมโตอีกครั้งเพราะสิ่งที่เขาเฝ้าคอยมาตลอดนั้น มันกิดขึ้นจริงแล้ว..

 



 

“มยองซู....”

 





            ซองยอลพึมพำออกมาแทบไม่เป็นเสียงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ล้นทะลักออกมาจากดวงตากลมและในวินาทีนั้นฝ่ามือของคนที่นอนนิ่งมาตลอดสองสัปดาห์ก็ค่อยๆยกขึ้นมาเกลี่ยหยดน้ำใบให้พ้นออกจากใบหน้าหวานพร้อมกับรอยยิ้มบางเบานั่นยิ่งทำให้เจ้าของใบหน้าหวานยิ่งส่งเสียงสะอื้นออกมาอย่างหนักพร้อมกับแนบแก้มนุ่มลงบนฝ่ามืออุ่นที่แสนโหยหา

 


“มยองซู... ฮึก... นายกลับมาหาฉันแล้ว...นายกลับมาหาฉันแล้ว...”

 


            ฝ่ามือหนายังคงลูบแก้มนุ่มที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตานั้นเบาๆด้วยความทะนุถนอมในขณะที่ซองยอลยังคงร้องไห้อยู่แบบนั้นโดยไม่สามารถเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา เวลาเพียงไม่นานหลังจากที่คุณหมอเข้ามาตรวจเช็คร่างกายของเด็กหนุ่มเรียบร้อยเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมสมาชิกอินฟินิทที่เข้ามาอยู่กันพร้อมหน้าและตรงเข้าไปดูอาการคนป่วยรวมถึงอูฮยอนที่เข้ามากอดซองยอลแน่นเพื่อให้เพื่อนตัวสูงหยุดอาการสะอื้น

 

“มึง...มยองซูฟื้นแล้วเขาฟื้นแล้ว”


“รู้แล้วเว้ยมึงหยุดร้องไห้ได้แล้วมันฟื้นแล้วไม่ใช่มันตายแล้ว”


“มึงนี่มัน...ไอ้เหี้ย!



            ซองยอลแยกเขี้ยวใส่เพื่อนตัวเล็กที่จงใจกวนประสาทเขาก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกที่ทุกอย่างในตอนนี้ผ่านพ้นไปด้วยดีในขณะที่ซองกยูเองก็ปลีกตัวออกมาหาซองยอลกับอูฮยอนพร้อมกับลูบร่างบางเบาๆด้วยความเอ็นดู

 


“สบายใจแล้วสิเรา”


“ครับ...ผมสบายใจแล้ว” เจ้าของใบหน้าหวานบอกพร้อมกับส่งยิ้มกว้าง


“สบายใจแล้วมึงก็อย่าลืมทำตามหัวใจมึงได้แล้วนะซองยอลก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป”

 

 

            เสียงประตูเปิดออกอีกครั้งโดยที่ซองยอลยังไม่ทันได้หันไปตอบอะไรเพื่อนตัวเล็กผู้มาใหม่ที่เดินเข้ามาทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นก่อนที่จะวิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของผู้ที่อ้าแขนรอรับอยู่

 

“คุณแม่! มาได้ยังไงครับ”


“ไปดีอูฮยอนโทรไปบอกแม่ว่ามยองซูของแม่ฟื้นแล้วเลยขอมาเยี่ยมซักหน่อยอีกอย่างเจ้าตัวเล็กก็ร้องจะมาหาน้าแอลด้วย”

 


            หญิงสาวเพียงคนเดียวพูดพร้อมกับก้มมองเด็กชายตัวเล็กยืนมองไปทางเตียงของผู้ป่วยที่ยังถูกรุมล้อมด้วยสมาชิกอินฟินิททำให้ซองยอลต้องย่อตัวลงไปหาเลโอและดึงเด็กชายเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด

 


“เลโออยากไปหาน้าแอลหรอครับ?”


“ฮะ..เลโออยากไปหาน้าแอล” ตาใสของเด็กน้อยเงยหน้ามองซองยอลด้วยความหวังว่าจะได้เข้าไปหาคนที่พึ่งฟื้น



“ไปสิครับ”



 

            คุณนายอีพาจูงมือเด็กชายตัวเล็กตรงไปยังเตียงคนไข้ก่อนจะมองไปยังร่างของมยองซูที่กำลังถูกซองจงประคองให้ลุกขึ้นนั่งพร้อมกับสอดหมอนรองไว้เพื่อให้พิงได้สะดวกเพื่อรอรับร่างเด็กชายตัวเล็กที่วิ่งมาและกำลังปีนขึ้นไปหาด้วยความซน




“น้าแอลลลลลลลล!!!!!!!


“เลโอ.. สวัสดีครับคุณน้า”

 


            มยองซูขยับปากเอื้อนเอ่ยออกไปอย่างยากลำบากเพราะยังรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองยังตอบสนองไม่ดีเท่าที่ควร ในขณะที่เด็กชายตัวเล็กก็ปีนขึ้นมาอยู่บนเตียงพร้อมกับซบหน้าลงบนอกกว้างอย่างออดอ้อน

 


“น้าแอลหลับไปนานจังเลยฮะ เลโอมาหาน้าแอลตั้งหลายรอบ”


“จริงหรอครับเลโอ?”


“จริงสิฮะ น้าแอลหลับไปนานมากๆเลยทุกคนเป็นห่วงน้าแอลมากๆเลยนะฮะ”


“ผม..หลับไปนานขนาดนั้นเลยหรอครับ...”

 


            ดวงตาคมส่ายไปมารอบเตียงมองไปยังทุกคนที่อยู่ในห้องเพื่อขอคำตอบแต่กลับได้ฝ่ามืออบอุ่นของดงอูเข้ามาลูบหัวเบาๆ

 


“นานสิ.. แต่ไม่เป็นไรหรอกนะขอแค่นายกลับมาพวกฉันก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว”

           

           

            ภาพตรงหน้าทำให้ซองยอลกันไปกอดซองกยูแล้วซุกหน้าลงกับไหล่กว้างปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเงียบๆ ราวกับความฝันที่เขาได้เห็นมยองซูลืมตาและพูดคุยได้อยู่แบบนี้ทั้งๆที่สองอาทิตย์ที่ต้องเฝ้ารอทำให้ตัวเขาเองเจ็บปวดเจียนตาย การรอคอยที่ไม่สูญเปล่าทำให้เขาได้หัวใจตัวเองกลับมาอีกครั้ง

 



            เสี้ยววินาทีที่ซองยอลผละออกจากอ้อมกอดของซองกยูยามฝ่ามืออุ่นของซองกยูที่เอื้อมมาเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าหวานได้เข้าสู่สายตาของมยองซู ดวงตาคมหมดลงและเบี่ยงหน้าออกไปทางหน้าต่างราวกับไม่อยากเห็นภาพตรงหน้าแต่นั่นกลับทำให้คนอื่นๆคิดว่ามันคงเป็นเพียงอาการของคนอ่อนเพลียเท่านั้น

 



“เฮ้!!! ไหนๆ ก็ไหนแล้วอาทิตย์หน้าเราไปฉลองที่เราผ่านเรื่องร้ายๆกันเถอะ!” เสียงพี่ใหญ่ของวงดังขึ้นทำเอาสมาชิกที่อยู่ในห้องพยักหน้าอย่างเห็นด้วย



“ว่าแต่...เราจะไปไหนอะพี่” เสียงใสของซองจงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย







“ไปเกาะเชจู”

 





S  w  e  e  t    S  e  c  e  r  t




 

 

 

“เฮ้ย อย่าโยนของดิวะถือเข้าบ้านไปดีๆ”

 



            เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังออกมาจากดังรถทำให้ชายหนุ่มสามคนยืนหัวเราะเบาๆกับคนที่ส่งเสียงดังตั้งแต่มาถึงบ้านพักบนเกาะเชจู ซองยอลและอูฮยอนยิ้มกว้างออกมาพร้อมกับเลโอที่กระโดดไปทั่วอย่างอารมณ์ดี

 



“พวกนี้เสียงดังไม่เปลี่ยนเลยมึงว่าป่ะ”  เพื่อนตัวเล็กเอ่ยถามซองยอลที่ยืนอยู่ข้างกัน


“อื้อ... พวกเขาก็เป็นแบบนี้แหละไม่เคยเปลี่ยน”


ซองยอล!! มาช่วยพามยองซูเข้าบ้านหน่อยพวกพี่จะยกของขึ้นไปเก็บ”

 



            เสียงเรียกของโฮย่าทำให้คนตัวบางสะดุ้งขึ้นเบาๆก่อนจะมองไปเห็นร่างหนากำลังพยุงร่างของมยองซูที่ใช้ไม้ค้ำอยู่เพราะร่างกายที่ตรงส่วนที่ได้รับความเสียหายยังไม่กลับเป็นปกติทำให้เด็กหนุ่มยังไม่สามารถเดินเหินได้อย่างใจคิด ซองยอลรีบวิ่งตรงไปทางโฮย่าทันทีก่อนจะเข้าไปประคองเอวของมยองซูไว้

 


“ฉันช่วยนะ”  เสียงหวานเอ่ยบอกนั้นเรียกรอยยิ้มบางเบาขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา


“ขอบคุณนะครับ....”

 


            ภาพของคนสองคนประคองกันเข้าไปภายในตัวของบ้านพักโดยมีเด็กตัวเล็กอย่างเลโอวิ่งตามเรียกรอยยิ้มให้กับพี่ใหญ่ของวงก่อนจะเดินเข้ามากอดเอวของคนรักพร้อมกับหอมแก้มฟอดใหญ่อย่างมีความสุข

 


“พี่กยู! เดี๋ยวเถอะครับ”

 


มือเล็กฟาดลงบนท่อนแขนแกร่งด้วยความเขินอายแต่มีหรอที่คนหน้าด้านแบบคิมซองกยูจะหยุดร่างสูงยิ่งได้ใจหอมแก้มซ้ายขวาอีกสองสามทีจนคนตัวเล็กต้องดิ้นหนีแต่ก็ไม่รอดมือโดนคว้าเข้าไปกอดอยู่ดี

 


“นี่..ไปทีนึงกับพี่หน่อยสิ”


“ไปไหนหรอครับอย่าลืมสิว่าวันนี้เราต้องไปตลาดแล้วซื้อของมาทำกินกัน”


“ไปทีนึงกับพี่ก่อนนะครับ...”

 


            รถยนต์คันหรูเคลื่อนเข้ามาจอดสถานที่แห่งหนึ่งแสนคุ้นตา ดวงตาเรียวรีเหลือบมองคนข้างกายที่หลับคอพับคออ่อนอยู่ข้างกายคงเป็นเพราะต้องตื่นเช้าเพื่อเดินทางทำให้ดูอ่อนเพลียฝ่ามือหนาเอื้อมเข้าไปปัดปรอยผมหน้าม้าที่บดบังใบหน้าแล้วจ้องมองใบหน้าเล็กนั้นอย่างไม่รู้เบื่อจนกระทั่งอีกคนรู้สึกตัวและขยับตัวขึ้นมานั่งตัวตรงด้วยความงัวเงีย

 


“ที่นี่ที่ไหนครับ” อูฮยอนมองไปรอบๆด้วยความงุนงงก่อนจะหันไปเอ่ยถามคนข้างกาย





            ไม่มีเสียงใดๆตอบรับมีเพียงรอยยิ้มกว้างที่ส่งออกมาจากใบหน้าหล่อเหลาพร้อมกับฝ่ามืออุ่นที่ดึงคนตัวเล็กให้ออกจากรถแล้วตรงไปยังสถานที่คล้ายโรงเรียนประถมที่ตอนนี้รกร้างและเต็มไปด้วยเครื่องเล่นเก่าๆจนตอนนี้กลับมีดอกหญ้าสีสวยขึ้นมาบดบังทำให้ดูสวยงามไปอีกแบบ สองร่างเดินเคียงกันไปยังเครื่องเล่นเก่าๆ ที่หนึ่งก่อนที่อูฮยอนจะถูกซองกยูอุ้มให้ขึ้นไปนั่งบนเครื่องเล่นนั้น

 


“พี่อุ้มผมขึ้นมานั่งบนนี้ทำไมเนี่ย” อูฮยอนเอ่ยถามพร้อมกับส่งแววตาสงสัยที่ฉายชัดออกมาไปให้กับอีกคนที่ยืนอยู่ต่ำกว่าและส่งยิ้มกว้างมาให้



“นี่นายจำที่นี่ไม่ได้จริงๆหรอลูกหมานามู”



“ลูกหมานามู... พี่เอาชื่อนี้มาจากไหน.. มะ...ไม่จริงน่า...”

 



            คนตัวเล็กเบิกตากว้างขึ้นแล้วมองไปรอบๆอีกครั้งความทรงจำในวัยเด็กย้อนกลับมาอีกครั้งโรงเรียนประถมแห่งนี้คล้ายกับที่เขาเคยเรียนในวัยเด็กสถานที่ที่เขาเคยนั่งอยู่ตรงนี้คล้ายกับเคยถูกสารภาพรักจากเด็กหนุ่มตัวอ้วนคนหนึ่งแต่เขาก็ต่อยมันจนหน้าหงายแล้ววิ่งร้องไห้กลับบ้านเพราะไอ้เด็กนั่นมันคิดว่าเขาเป็นเด็กผู้หญิง

 


“จำได้หรือยัง?”  ซองกยูพูดพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้กับคนตัวเล็กที่ยังมึนงงอยู่


“พะ..พี่ไม่ใช่ไอ้เด็กตัวอ้วนหวีผมเรียบแปล้หน้าเหมือนแปะยิ้ม ทะ..ที่ผมต่อยไปตอนนั้นใช่ไหม”


“เฮอะ... ตอนนั้นนายมันแสบจริงๆ หมัดหนักชะมัด...”

 


          คำพูดที่เอ่ยออกมาจากร่างสูงยิ่งทำให้อูฮยอนนิ่งอึ้งในขณะที่ซองกยูเลือกที่จะหยิบที่ซ่อนไว้ขึ้นมาแล้วค่อยๆ สวมให้ไว้บนหัวอีกคนอย่างเบามือ



            มงกุฏดอกไม้สีสวยถูกสวมอยู่บนหัวเล็กของอูฮยอนเหมือนกับเข็มนาฬิกาที่หมุนกลับไปโรงเรียนประถมที่เต็มไปด้วยเด็กที่อยู่ในสนามเด็กเล่นมงกุฏดอกไม้แบบนี้ถูกสวมด้วยฝีมือเด็กอ้วนพร้อมกับบอกว่ามาเป็นเจ้าหญิงของเขาเถอะ.. แต่ตอนนี้คนที่สวมให้เขากลับเป็นชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยืนส่งยิ้มจนตาปิดมาให้เขา

 



“รู้ไหมวันที่นายเดินมาชนพี่..พี่ตกใจแค่ไหนที่ได้เห็นนายอีกครั้งอย่าถามว่าพี่จำนายได้ยังไง.. ไม่มีใครลืมรักครั้งแรกของตัวเองได้หรอกจริงไหม”

 

            ฝ่ามืออุ่นเอื้อมมือเข้าไปดึงมือเล็กเข้าไปมาจับพร้อมกับลูบหลังมือนั้นเบาๆราวกับอยากส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่มีไปให้อีกคนได้รับรู้ดวงตาเรียวรีสบเข้ากับดวงตาใสที่คลอหน่วงไปด้วยน้ำใสที่กำลังไหลลงมาเพราะความตื้นตัน

 

“ตอนนี้นายไม่ใช่ลูกหมานามูพี่ไม่ใช่ไอ้เด็กอ้วนหน้าแปะยิ้มของนายแล้ว เวลานี้มีแค่นัมอูฮยอนและคิมซองกยู..ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้คนที่ได้ครอบครองหัวใจของพี่มีเพียงคนเดียวก็คือนาย”



“พี่...” หยาดน้ำตานับสิบล้นทะลักออกมาด้วยความตื้นตัน นิ้วเรียวของซองกยูเอื้อมขึ้นไปปัดคราบน้ำตาให้พ้นจากใบหน้าแสนรักอย่างเบามือ



“หลังจากนี้กลับมาหากันได้ไหม... มาเป็นเจ้าหญิงของพี่เพราะหัวใจขององครักษ์คนนี้รักใครไม่ได้อีกแล้วนอกจากนาย”

 



            ไม่มีเสียงตอบรับออกมาจากริมฝีปากอิ่มมีเพียงใบหน้าน่ารักที่พยักขึ้นลงช้าๆเท่านั้น..เพียงเท่านั้นก็สามารถเรียกรอยยิ้มกว้างออกจากใบหน้าหล่อเหลาได้แล้วเพราะมันคือการตอบรับของอีกคน อูฮยอนปล่อยโฮออกมาก่อนจะโผเข้ากอดซองกยูแน่น ดวงตาเรียวรีปลดปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาไม่ต่างจากคนตัวเล็กแต่น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ใช่เพราะความเสียใจแต่มันไหลออกมาเพราะความสุข

 



 

ความสุขที่ได้หัวใจกลับมาอีกครั้ง หัวใจที่เป็นเพียงของซองกยูเพียงคนเดียว

 

 



            บรรยากาศบนโต๊ะอาหารหน้าบ้านพักเต็มไปด้วยความสนุกสนานตั้งแต่หัวค่ำ ซองกยูและอูฮยอนกำลังช่วยกันปิ้งบาร์บีคิวอยู่หน้าเตาในขณะที่สมาชิกทั้งหมดที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารกำลังร้องเพลงเคล้าคลอเสียงคลื่นไปอย่างมีความสุข



“นี่! มันดึกแล้วนะอีกซักพักก็ควรเลิกกินเลิกดื่มกันได้แล้ว”  เสียงซองกยูที่เดินถือจานเนื้อย่างเข้ามาวางบนโต๊ะเอ่ยขึ้นเรียกเสียงโห่ร้องจากสมาชิกที่นั่งอยู่ในโต๊ะอาหารได้เป็นอย่างดี


“โห่!!! พี่นี่ยังไม่เมาเลยนะจะให้รีบเข้าไปไหนอ่ะ”


“นั่นดิพี่พึ่งจะสี่ทุ่มเองขออีกนิดน่า” เสียงท้วงจากสองแรปเปอร์ทำให้ซองกยูหันไปมองตาขวาง


“ไม่ได้โว้ย!! โดยเฉพาะมึงไอ้มยองซูมึงยังไม่หายดีอย่านั่งเมาหัวทิ่มแบบนี้”


“นิดเดียวก็ไม่ได้! ไปซองยอลพามันเข้าบ้านไปได้แล้ว”




            เสียงโวยวายของพี่ใหญ่ดังขึ้นทำเอาทั้งโต๊ะเงียบกริบพร้อมกับใบหน้าเจื่อนอย่างเห็นได้ชัดของซองยอล เด็กหนุ่มที่สังเกตเห็นจึงทำได้เพียงถอนหายใจออกมาหนักๆก่อนจะสะบัดแขนตัวเองให้หลุดออกจากฝ่ามือบาง

 


“ผมเดินเองได้ไม่ต้องให้ใครมาดูแลหรอกครับส่วนพี่จะอยู่กับคนรักของพี่ก็เชิญตามสบาย”

 


            ร่างหนาค่อยๆประคองตัวเองลุกขึ้นก่อนจะหันหลังเดินออกไปช้าๆ ซองยอลกำมือแน่นเพื่อสะกดกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้เมื่อพบกับความเฉยชาของมยองซูฝ่ามือเล็กของอูฮยอนเข้ามาลูบไหล่เพื่อนรักเบาๆอย่างปลอบประโลมก่อนจะฉุดเพื่อนพร้อมกับเลโอให้ลุกขึ้นและลากให้เขามาภายในตัวบ้านด้วยความรวดเร็ว



 

“ดะ..เดี๋ยวอูฮยอนมึงจะพากูไปไหน..” ซองยอลรั้งข้อมือตัวเองไว้เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเล็กตั้งหน้าตั้งตาลากเขาโดยไม่พูดไม่จาซักคำ


“พามึงมาง้อมยองซู”


“ตะ..แต่มึง....” 


“ไม่มีแต่มึง! มึงต้องเคลียร์กันก่อนที่อะไรมันจะแย่ไปกว่านี้ไหนมึงสัญญากับกูแล้วไงอีซองยอล!!!

 



            ไม่ทันได้ฟังคำตอบจากอีกคนอูฮยอนก็ดึงข้อมือของซองยอลและเลโอมาหยุดยังห้องพักของมยองซูลงมือเคาะประตูเพียงไม่กี่ทีก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะและลากคนหน้าหวานกับเด็กตัวเล็กให้เข้าไปในห้องด้วยท่ามกลางสายตามึนงงของเจ้าของห้อง

 


“ขอโทษนะมยองซูพอดีพวกข้างนอกเมามากแล้วเผลอไปนอนห้องของซองยอลกับฉันน่ะยังไงคืนนี้ฉันฝากซองยอลกับเลโอด้วยนะ”



“ดะ..เดี๋ยวนัมอูฮยอน.. ไอ้เหี้ย..!!

 



            ไม่ทันที่จะได้เข้าไปรั้งแขนอีกคนไว้เพื่อนตัวแสบก็วิ่งออกไปนอกห้องได้ก่อนพร้อมกับปิดประตูเสียงดังจนเกือบกระแทกเข้ากับดั้งเขาก่อนจะหันมาพบกับดวงตาคมที่จ้องมองมายังตัวเขาด้วยแววตาไม่สบอารมณ์

 


“ทำไมครับ..อยู่กับผมมันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยหรอ” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างตัดพ้อนั่นยิ่งทำให้ซองยอลยิ่งทำอะไรไม่ถูก



“มะ...มันไม่ใช่แบบนั้น คือฉัน...ฉัน..”


“ไม่เป็นไรหรอกครับผมพอเข้าใจ พี่อาบน้ำก่อนก็ได้นะครับเดี๋ยวผมจะดูเลโอให้”

 



            เมื่อตั้งสติได้ซองยอลจึงตัดสินใจที่จะทิ้งเลโอไว้กับมยองซูและเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อชำระล้างร่างกายและเมื่อจัดการธุระของตัวเองเสร็จก็พบว่าเด็กชายตัวเล็กกับเจ้าของหัวใจของเขากำลังนอนดูการ์ตูนและหัวเราะเสียงดังไปด้วยกัน




“อาบน้ำเสร็จแล้วหรอครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นซองยอลเดินเข้ามาทรุดตัวนั่งลงข้างกายพร้อมกับหยดน้ำที่ยังเกาะอยู่บนใบหน้าสวยหวาน



“อื้อ นายจะนอนเลยหรือเปล่ากินยารึยัง”


“ผมยังไม่นอนครับพี่นอนบนเตียงกับเลโอเลยเดี่ยวผมจะไปนอนบนโซฟา”


“ไม่ได้นะ! นายยังป่วยอยู่แบบนี้นายจะนอนบนโซฟาได้ยังไงฉันจะไปนอนบนโซฟาเอง”


“ไม่ครับพี่นอนบนเตียงส่วนผมจะไปนอนบนโซฟา”


“ไม่! นายนอนบนเตียงส่วนฉันจะไปนอนบนโซฟะ..” เสียงของซองยอลขาดหายไปเมื่อปลายนิ้วเรียวเข้ามาแตะที่ริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา


“พี่ได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่า...”

 


            เสียงแผ่วเบาที่ดังอยู่หน้าประตูทำให้ซองยอลและมยองซูสงบศึกและหันมาสบตากันด้วยความสงสัยจนกระทั่งร่างหนาค่อยๆพยุงตัวเองลงจากเตียงและคว้าไม้ค้ำเพื่อประคองตัวเองไปยังหน้าประตูทำให้ซองยอลต้องผวาเข้าไปพยุงอีกคนไว้ด้วยความเป็นห่วง

 


“เหมือนได้ยินเสียงคนคุยกัน...” ซองยอลที่เอาหูแนบประตูหันมาบอกมยองซูเสียงเบา


“ใครกัน...”


“ไม่รู้เหมือนกัน”

 


            มยองซูตัดสินใจเปิดตูออกเพื่อคลายความสงสัยแต่เมื่อประตูเปิดออกแล้วกลับพบกับบุคคลสามคนที่พุ่งเข้ามาในตัวห้องด้วยความรวดเร็วก่อนจะล้มทับกันจนทำให้ซองยอลถลาเข้าสู่อ้อมกอดของเด็กหนุ่มด้วยความตกใจ

 


“ซองจง อูฮยอน พี่ดงอู!!!!!!





            ซองยอลตะโกนเรียกชื่อทั้งสามคนเสียงดังด้วยความตกใจก่อนที่มองเจ้าของชื่อทั้งสามคนที่ประคองกันลุกขึ้นยืนเรียงกันเป็นหน้ากระดานและส่งยิ้มหวานที่ยืนมองพวกเขาอยู่ด้วยแววตาที่ตื่นตระหนกไม่หาย

 


“มีอะไรกันหรือเปล่าครับทำไมถึงมาอยู่หน้าห้องได้”

 


            ซองยอลเอ่ยถามออกไปในขณะที่มยองซูยังคงยืนเงียบมองหน้าทั้งสามคนอย่างจับทางไม่ถูกทำให้ทั้งสามคนต้องส่งยิ้มแหยไปให้กับเด็กหนุ่มอีกครั้งก่อนที่เด็กชายตัวเล็กจะวิ่งมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่หน้าประตูห้อง

 


“เกิดอะไรขึ้นหรอฮะ...” ดวงตาใสของเด็กน้อยเงยหน้ามองพวกพี่ชายที่ยืนหน้าห้องและมองมายังอาซองยอลและน้าแอลที่ยืนอยู่อีกฝั่งเช่นกัน



“มะ.. ไม่มีอะไรแค่จะมาชวนเลโอไปนอนด้วยเอง เลโอมาหาน้าอูฮยอนครับ!


“แค่มาชวนเลโอไปนอนด้วยเนี่ยนะ?”



“ใช่!!!

 

            เสียงตอบรับแข็งขันของทั้งสามคนทำให้มยองซูและซองยอลผงะไปเล็กน้อยด้วยความมึนงงดงอูรีบเดินเข้ามาและอุ้มเด็กน้อยไว้ในอ้อมกอดด้วยความรวดเร็วและส่งยิ้มกว้างให้กับคนทั้งสองที่ยืนมองอยู่

 

“เลโอคืนนี้ไปนอนกับลุงนะครับ คุณลุงมีหุ่นยนต์ตัวใหม่ให้เลโอด้วยนะ”


“แต่เลโออยากนอนกับน้าแอลไม่ได้หรอฮะ”


“ไม่ได้!!!!!


“งั้นเลโอนอนกอดกับอายอลก็ได้ฮะ”



“ไม่ได้!!!!

 



            เด็กตัวเล็กสะดุ้งโหยงเมื่อสามเสียงประสานกันร้องออกมาดังลั่นถึงสองรอบติดทำให้คิ้วสวยของมยองซูขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจแต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรก็กลับถูกฝ่ามือของซองจงดันแผ่นหลังของตัวเองและซองยอลเข้ามาในห้องด้วยความรวดเร็ว

 


“คืนนี้พี่ดงอูกับผมจะดูแลเลโอเองส่วนพวกพี่ก็ดูแลตัวเองแล้วรีบนอนกันด้วยนะครับ”


“ดะ...เดี๋ยวซองจง...”


“พี่ซองยอลฝากดูแลพี่มยองซูด้วยนะครับ บ๊ายบาย”


ปัง!!!!!!!!!

 



            ทั้งสองคนสะดุ้งอีกครั้งเมื่อถูกซองจงปิดประตูใส่หน้าเสียงดังก่อนที่หันมาสบตาด้วยกันความงุนงงก่อนคนทั้งคู่จะเกิดความประหม่าขึ้นเมื่อรู้สึกตัวว่าทั้งห้องนั้นเหลือเพียงเขาสองคน มยองซูหลบตาซองยอลด้วยแววตาวูบไหวก่อนจะพยุงตัวเองเบี่ยงออกไปราวกับวางตัวไม่ถูกผิดกับซองยอลที่ตอนนี้กลับถูกความขุ่นเคืองเข้าครอบงำจิตใจที่ถูกเด็กหนุ่มเมินเฉย

 


“พี่นอนบนเตียงนะครับเดี่ยวผมจะไปนอนโซฟาเอง”

 


            มยองซูตัดสินใจพูดออกไปเสียงเบาก่อนที่จะพยุงตัวเองไปยังโซฟาและทิ้งตัวลงนั่งเพื่อสร้างอาณาและบอกถึงความต้องการของตัวเองแต่เพียงไม่นานซองยอลกลับเดินเข้ามาทิ้งตัวลงบนโซฟาและขยับตัวเข้ามาจ้องใบหน้าหล่อเหลาเหมือนต้องการค้นหาอะไรบางอย่างนั่นทำให้เด็กหนุ่มยิ่งเกิดอาการประหม่าและตั้งท่าจะขยับหนีแต่กลับถูกฝ่ามือบางคว้าเอาไว้ก่อน

 

 

 


“คิม มยองซู... ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน”





 


_____________________________

ฮิ้ววววววว!!!! มาลงครบ 100% แล้วนะคะ ห่างหายไปนาน

ติดภาระกิจอันยิ่งใหญ่และใหญ่หลวงมากมาย

เด็กดีเปลี่ยนใหม่ลงฟิคไม่ถนัดแรงมาก T_T

ตอนหน้าจบแล้วใจหายกันมั้ยยย.... ตอนหน้าจบแล้วจริงๆเตรียมฟินจิกหมอนกระจายกันได้เลยเจ้าคร่า


1 คอมเม้นต์ 1 กำลังใจน้า T_T

#ฟิคสวซค



 








Cute Blinking Blue Cat
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

314 ความคิดเห็น

  1. #292 yugekun_ (@crazybraker) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 21:25
    แง้งงงงงง เอาดิ จะได้เคลียกันแล้วนะ คือทุกคนแบบผลักดันกันเต็มที่ ผลักดันกันทุกวิถีทาง นับถือจริงๆ โคตรน่ารักเลย 55555555555555555555555555555555555555 แล้วแปะอ้วนกับน้องนัมนี่โรแมนติกไปอีกสิ งุ้ยยยยยยยยยยยยย ก็ว่าทำไมอิพี่มันถึงได้เข้าหาน้องจังเลยนะ แถมรุกหนักด้วยเนี่ย -...- มีเงื่อนงำจริงๆ เคลียกันเร็วๆน้าาาาาา มยองซู ซองยอลอ่าาา โดนขังไว้ด้วยกันสองคนละ รีบเคลียเลย (รีบเลยๆ -..-)
    #292
    0
  2. #271 .ohsaykat (@cardy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 02:07
    น้องยอลกล้าๆหน่อยมยองฟื้นแล้วบอกมยองไปเลย แม่สื่อทำงานกันหนักมากจริงๆค่ะ(ฮาาาาา)
    #271
    0
  3. #243 dsfdw (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 22:34
    กยูนัมวัยละอ่อน คิคิ

    พี่กยูคนคูล ขอคบหรือขอแต่งเนี้ย อั๊ยยยย ><

    พี่ยอลงานนี้เคลียร์อย่างเดียว ลุยๆ !!
    #243
    0
  4. #233 chatwatchara (@chatwatchara) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 10:31
    รับกลับมาอัพไวๆ นะคับไรท์ Pleazzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzz
    #233
    0
  5. #230 MADOKA (@madokachag) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 00:14
    ได้โปรดมาอัพเถอะคะ🙇ชอบมากฟินมากสนุกมากร้องไห้หนักมาก👍👍(แอบงงคะไรเตอร์ตอนล่าสุดถึงงchapter18ใช่ไหมคะยังไมมีchapter19ใช่ไหมคะเพราะเห็นในอัพเดทนิยายของไรเตอร์ขึ้นอัพเดทวันที่2มิ.ยเลยงงคะเพราะเปิดมาเจอchapter18อัพเดท14พ.คคะงงว่าคอมเสียรึอย่างไร...กลัวพลาดไม่ได้อ่านนะคะสงสัยช่วยมากๆคะไรเตอร์)
    #230
    0
  6. #229 กุญแจร้อยไหม (@tsushisana) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 08:44
    ถ้านัมจะสาธยายรูปร่างหน้าตาตอนเด็กพี่กยูขนาดนี้ บอกตรงๆ ว่าไม่หล่อจะง่ายกว่าเยอะ ฮ่าๆๆ #ล้อเล่น #ความจริงพี่กยูหล่อมากกกกกกกกก

    ทำมาเป็นคนดีบอกให้คนอื่นเลิกดื่มเหรอพี่กยู ฮ่าๆๆ หยั่มมาๆๆ (ฉันรู้นะ ฉันรู้นะ ว่าเธอคิดอะไรอยู่) ฮ่าๆๆ

    เป็นห่วงมยองก็บอกเขาไปตรงๆ เลยพ่อคนคลู ยังมียัดเยียดเนียนให้มยองยอลเขาไปด้วยกันอีก ร้ายกาจจจจจจ

    มยองซูจ๊ะ ดูปากนัดชานะคะ "พี่เลิกเข้าใจผิดได้แล้วนะ อู้ววววววน่อออออ"

    การบังคับและยัดเยียด อินฟินิทถนัดนัก ฮ่าๆๆ ฮาาาาาาาาาาา ทั้งสามคนทำตัวมีพิรุธมากกกก

    กรี๊ดดดดดดดดดดดด เรามีเรื่องต้องคุยกัน อ๊ากกกกกกกกกกกก

    ปล.ไรเตอร์สู้ๆ นะคะ รอตอนสุดท้ายอยู่น้า อ๊ากกกก ค้างค่ะค้างมากเลย
    #229
    0
  7. #228 Lawida (@leeyeol) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 21:43
    ซองยอลอย่ามาหนีความผิดนะะะะะะ รีบๆง้อมยองซูเดี๋ยวนี้ !!!!!!!!!!!! ง้อน้องเดี๋ยวนี้เลยนะ ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้เลยยยยยย ตัวเองผิดนะยังจะมาเคืองน้องแอลอีก ง้อเลยๆๆๆๆๆๆ //อินๆๆๆ งานนี้เข้าข้างน้องแอลสุด 555555555555555+
    #228
    0
  8. #227 Myungyeol13 (@myunghyung13) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 12:17
    กรรมมมม กำลังได้ฟิวล์ เลยย ตัดอารมมากอ่ะมาต่อไวๆนะคับ เป้นกำลังใจ ติดตามคับผมม
    #227
    0
  9. #226 Little_Bear (@savita123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 21:34
    ไรท์อย่าตัดแบบนี้!!!! อ้ากกกกกกก ค้างมาก ขอกรี๊ดได้มั้ย สามคนนี้มีแผนจะให้มยองยอลอยู่ด้วยกันน่ะสิ5555555 กยูอูน่ารักมากเลย อ่านแล้วบิดไปบิดมา ชอบประโยคเจ้าหญิงกับองครักษ์จัง แงงง มาต่อไวๆนะคะ ไม่ดราม่าแล้ว สวีทซีเคร็ทสุดๆ T/////T ไรท์สู้ๆ จะรอนะคะ แว้บไปสกรีมแท็กฟิคแปบ
    #226
    0
  10. #225 L.Kim_IFNT (@phimwari) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2558 / 19:14
    ชอบโมเมนต์ กยูอูที่ละ ความบังเอิญเกิดขึ้นได้เสมอ
    #225
    0
  11. #224 dsdfw (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 11:14
    อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกก ฟื้นแล้ว แม่จ๋าาาาาาาาา TT

    ที่แท้เหลือกยูนัมที่ยังไม่สมหวัง ได้ไรท์ด้ายยย //ตกใจหมด 5555

    มาต่อเร็วๆนะ มาแบบให้ฟินๆชื้นใจสมกับที่ดราม่ามาสองอาทิตย์ ^^
    #224
    0
  12. #222 Myungyeol13 (@myunghyung13) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 19:44
    ไรท์เตอรรรรรรรรร์ รีบๆมาต่อ น้ำตาท่วมจอผมหมด ฮืออออ ..... ผมนึกว่าจะตายละเอาชะไม่รวดเลย ติดตามมมมม
    #222
    0
  13. #221 Little_Bear (@savita123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 22:02
    ในที่สุดมยองซูก็ฟื้นนนนนนนน! กว่าจะฟื้นทำเสียน้ำตาไปหลายครั้งเลยค่ะไรท์ T_____T โอ๊ยยย ดีใจ เราชอบที่ไรท์บรรยายมากเลย ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นซองยอลไปยืนอยู่ตรงหน้ามยองซูจริงๆ มันบีบมาก เหมือนจะขาดใจ ขอบคุณที่มยองซูฟื้นขึ้นมา แล้วเรื่องจะเป็นไงต่อละเนี่ยอย่าลืมมาต่อไวๆนะคะ แล้วกยูอูจะเป็นยังไง ทำไมไรท์สปอยแบบนั้น ฮืออออ สู้ๆนะคะ รอนะ
    #221
    0
  14. #220 pptrp (@praewinsp) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 21:57
    โฮะะะ แค่นี้ก้จะขาดใจตายกันทุกฝ่ายอยู่แล้วค่ะไรท์5555555
    #220
    0
  15. #219 พี่ยอลแก้มยุ้ย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 19:03
    ฮือๆๆๆๆๆไรท์อย่าใจร้ายมากนักเลยนะคะแค่นี้ก็ร้องไห้ไม่หยุดเเล้วหนูนะ ฮือๆๆๆจะมีอะไรมาขัดอีกนะไรท์ใจร้ายอ่าาา

    เสียน้ำตาอีกครั้งเพราะไรท์อ่ะในที่สุดมยองก็ฟื้นแล้วดีใจมากจิงๆๆๆมิตรภาพระหว่างความรักและความเป็นเพื่อนนั้นมันช่างเป็นสิ่งที่สวยงามมากจิงๆๆๆ คิดหนัดเลยอ่ะว่ามันคืออะไรที่จะมาทดสอบความรักของมยองยอลอีกทั้งๆที่ก็เจอมาแล้วอย่างแสนสาหัสฮือๆๆๆมันคืออะไรอ่ะอยากรู้ไรท์รีบมาต่อนะคะหนูอยากรู้มากจิงๆๆค่ะมันค้างคาใจมากๆเลยค่ะ

    เป็นกำลังใจให้ไรทืนะคะ สู้ๆๆค่ะ รอๆๆๆๆๆอยู่นะคะ
    #219
    0
  16. #218 L.Kim_IFNT (@phimwari) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2558 / 18:58
    กยูนัมมม >< เย้ๆมยองซูฟื้นขึ้นมาแว้ววววว
    #218
    0