ลุ้นรัก

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    20 ก.ค. 60

 

ตอนที่ 2

 

            เสียงครวญเพลงของราชินีทุ่งผู้ล่วงลับไปแล้ว ของข้าเก่าแก่ประจำบ้านอมรเลิศสกุลชัย  ซึ่งกำลังช่วยสาวใช้ในบ้านทำความสะอาดห้องรับแขกใหญ่อย่างเพลิดเพลิน  แต่แล้วก็ต้องหยุดการร้องเพลงลง เพราะเสียงเจ้านายดังแว่วมาจากบันไดทางลงคฤหาสน์  สาวใช้สูงวัยและคนรู้ใจคุณหญิงวีรญาจึงหันหน้าไปทางสตรีภูมิฐาน  ตั้งใจฟังการสนทนาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

            “....สำหรับหม่อมกนกแล้ว เดี๊ยนยินดีรับคำเชิญไปรับประทานอาหารที่บ้าน ได้ทุกเมื่อค่ะ...แต่ติดตรงที่ว่า เดี๊ยนไม่สามารถระบุวันได้ชัดเจน  เพราะต้องเช็คตารางบินของบุรินทร์ก่อน แล้วจะคอนเฟิร์มวัน เวลา อีกทีนะคะหม่อม...เกรงจงเกรงใจอะไรกันคะ  ไม่ต้องเกรงใจค่ะหม่อม....ดีซะอีกที่คุณหนูอรจะได้ทำความรู้จักกับลูกชายเดี๊ยน...ใช่ค่ะใช่ บุรินทร์เรียนจบมาจากอังกฤษ ดีสิคะ คุณหนูอรจะได้มีคนพาทัวร์ลอนดอน...เอาเป็นว่า เดี๊ยนจะถามบุรินทร์ให้นะคะว่าสะดวกวันไหน แล้วจะโทรไปนัดวันกับหม่อมอีกครั้งค่ะ....ค่ะ ค่ะ ค่ะ สวีสดีค่ะ... ”  ป้าโลมหรือนางพิโลม ผู้เป็นพี่เลี้ยงของบุรินทร์มาตั้งแต่คุณหญิงวีรญาท้องได้หกเดือน และยังทำงานอยู่กับเจ้านายคนเดิมมาจวบจนถึงทุกวันนี้  เปรียบเสมือนบุคคลในครอบครัวไปแล้วก็ว่าได้  เจ้านายและลูกจ้างทักทายกันตามปกติ คุณหญิงวีรญา ผู้เป็นมารดาของบุรินทร์ กำลังเห่อตำแหน่งคุณหญิงที่พึ่งได้รับพระราชทานมาเมื่อปีที่แล้ว ก่อนสามีเสียชีวิตได้ไม่นาน  ทำให้อดีตหัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินวัยเกษียณใช้ชีวิตอยู่กับวงสังคมใหม่  ทำให้ลืมชีวิตเศร้าหลังสูญเสียคู่ชีวิตไป พอเข้าสู่วงการสังคมชั้นสูง  ทำให้คนอย่างคุณหญิงวีรญาเกิดความตื่นตาตื่นใจมากขึ้น  ชีวิตมีสีสันกว่าเดิมเยอะ ลูกท่านหลานเธอมากมายต่างก็อยากเข้ามาทำความรู้จัก เพราะสถานะทางการเงินที่มั่งคั่งของคุณหญิงวีรญา

            “ ฉันจะไปออกกำลังกายที่ห้องยิมสักชั่วโมงหนึ่งก่อนนะ  เสร็จแล้ว  ป้าโลมค่อยขึ้นไปนวดน้ำมันให้ฉันต่อที่ห้อง  อ้อ..บ่ายสองวันนี้คุณตู่จะมาทำเล็บทำผมให้ฉันก่อนออกไปงานเลี้ยงของท่านผู้หญิงสุรีรัตน์คืนนี้  ป้าโลมเตรียมสถานที่ไว้ด้วยล่ะ ” สตรีผู้เปรียบเสมือนประมุขของบ้านบอกกับนางพิโลม

            “ พักนี้คุณหญิงออกงานเกือบทุกคืนเลย  ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ ” ข้าเก่าเต่าเลี้ยงถามน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย แต่รู้ดีว่า ห้ามคนอย่างคุณหญิงวีรญายาก

            “ เหนื่อยอะไรกัน  สนุกจะตาย  มีแต่คนอยากรู้จักฉัน ” คุณหญิงวีรญากล่าวด้วยความเชื่อมั่นในตัวเอง

            “ ป้าโลมคิดว่า คนอยากรู้จักคุณหนูรินทร์มากกว่าอยากจะรู้จักคุณหญิงซะอีกนะคะ ”

            “ ป้าโลมนี่  สมแล้วที่เป็นคนรู้ใจฉัน เมื่อครู่ที่โทรมา ก็อยากจะรู้จักรินทร์ซะเหลือเกิน  โทรมาทุกวัน  แต่ไม่ผ่านการประเมินของฉันหรอกนะ  เพราะประวัติลูกสาวฉาวโฉ่มาก แต่คบไว้ก็ไม่เสียหลาย  รินทร์ควรจะรู้จักผู้หญิงมีชาติตระกูลที่ดีและมีเกียรติมากกว่านี้  ไม่ใช่ตระกูลเจ้าปลายแถว วิ่งไล่จับคนมีเงินไปวัน ๆ  เฮ้อ...ว่าแต่พ่อลูกชายตัวดีของฉัน  พักนี้ตามตัวยากเหลือเกิน ” คุณหญิงวีรญาเอ่ยปากบ่นไปตามประสากับสาวใช้ พลางเดินเข้าไปดูเครื่องแก้วคริสตัลในตู้โชว์ที่สั่งมาใหม่  ซึ่งเป็นหนึ่งในของรักของสะสมของเจ้าบ้าน

            “ ป้าโลมก็ไม่ได้เจอหน้าคุณหนูรินทร์มาจะเดือนแล้วเหมือนกันค่ะคุณหญิง  มีแต่โทรคุยกัน  ว่าแต่คุณหญิงคิดจะลอบคลุมถุงชนคุณหนูรินทร์เหรอคะ ” พี่เลี้ยงสูงวัยถามปนเสียงหัวเราะอย่างรู้ทันความคิดเจ้านาย

            “ ป้าโลมเลี้ยงรินทร์มาตั้งแต่แบเบาะ คิดเหรอว่าคนอย่างรินทร์จะยอมให้ทำแบบนั้น   ไม่มีทาง  ฉันก็แค่อยากจะหาผู้หญิงมีชาติตระกูลที่คู่ควรกับรินทร์ให้ได้รู้จักกันไว้ก็เท่านั้นเอง ลูกชายฉันมีพร้อมทุกอย่าง ในเมื่อฉันได้มีโอกาสรู้จักตระกูลเจ้าเก่าแก่หลายสกุล  ที่คิดว่าเหมาะสมกับรินทร์  ฉันก็อยากจะแนะนำให้ลูกชายฉันได้รู้จัก ส่วนรินทร์จะเลือกตระกูลไหน ก็แล้วแต่รินทร์ หน้าที่คนเป็นแม่อย่างฉันก็แค่ช่วยคัดกรองผู้หญิงจากตระกูลดี ๆ ให้กับลูกชายก็เท่านั้นเอง ” คุณหญิงวีรญากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม  หลังจากที่ได้เข้าไปคลุกคลีกับวงการคุณหญิงคุณนาย และวงการชาวรั้วชาววังทั้งหลาย ทำให้คุณหญิงวีรญาพอรู้ตื้นลึกหนาบางของแต่ตระกูลดีพอสมควร  ซึ่งแน่นอนว่า ตระกูลเจ้าหลายสกุลนั้น  มีแต่นามสกุลที่เป็นเครื่องช่วยพยุงหน้าตาลูกหลาน แต่หาได้มีทรัพย์สินเงินทองไม่  ดังนั้น คนในตระกูลเจ้าจึงต้องเสาะแสวงหาผู้มีทรัพย์เพื่อแต่งงานด้วยเช่นกัน  จะได้มีเงินเกื้อกูลฐานะให้ดูดีในสังคมต่อไป เสมือนน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า

            “ คุณหนูรินทร์คงรู้ทันความคิดคุณหญิงด้วยมั้งคะ ช่วงนี้ถึงได้บอกว่าที่บริษัทประมูลมีงานเยอะ  ปลีกตัวออกงานสังคมกับคุณหญิงแม่ไม่ได้  คุณหญิงก็อย่าคาดหวังอะไรมากเลยค่ะกับเรื่องคู่ครองของคุณหนูรินทร์  ป้าโลมเชื่อว่าคุณหนูรินทร์น่ะ ฉลาด และจะต้องเลือกผู้หญิงที่ดีที่สุดมาเป็นลูกสะใภ้คุณหญิงค่ะ ” พี่เลี้ยงกล่าวด้วยความมั่นใจในตัวชายหนุ่มที่เลี้ยงมาเองกับมือ

            “ จริงอย่างที่ป้าโลมพูดนะ  รินทร์เป็นลูกที่ดีมาก ๆ ไม่เคยทำให้ฉันกับพี่อมรเสียใจเลยสักครั้ง ” คุณหญิงวีรญายิ้มกว้างเมื่อนึกถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวน  ก่อนจะเดินไปยังห้องออกกำลังกาย  ถึงแม้ประมุขของบ้านนี้จะอายุมากแล้ว แต่เรื่องสุขภาพร่างกายและความสวยความงามต้องขอยกนิ้วให้  เพราะคุณหญิงวีรญาดูแลตัวเองได้ดีมาก ๆ

 

 

 

                เอื้องฟ้านั่งตัวเกร็ง  แขนทั้งสองข้างเหยียดแนบลำตัว มือเกาะขอบเก้าอี้แน่น  เหงื่อผุดเต็มหน้าผากเกลี้ยงมน เท้าทั้งสองข้างไขว้กันพัลวัน  จนบุรินทร์รู้สึกได้ถึงความเกร็งของหญิงสาวหน้าตาน่ามองตรงหน้า

“ คุณเอื้องเป็นคนพิมพ์รายการรถที่จะประมูลวันอาทิตย์นี้ใช่ไหมครับ? ” น้ำเสียงที่ถามนุ่ม สุภาพ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน  ระยะการนั่งของเจ้านายและลูกจ้างห่างกันพองาม  ในมือยื่นเอกสารและชี้จุดบกพร่องให้เอื้องฟ้าดูอีกครั้ง  หญิงสาวมองตามข้อผิดพลาดที่เจ้านายหนุ่มชี้ให้เห็นหลายจุด  ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างบุรินทร์จะดูเอกสารได้ละเอียดมาก  พอ ๆ กับลูซี่  สุดาได้แต่ชายหางตามองเป็นระยะ  หูเงี่ยฟังการสนทนาของคนทั้งคู่ตรงหน้าอย่างตั้งใจ

              “ เอื้องขอโทษค่ะคุณบุรินทร์  ที่ไม่ได้ตรวจงานก่อนส่ง  ถ้างั้นเอื้องขอตัวไปแก้งานให้ใหม่เดี๋ยวนี้เลยนะคะ ” หญิงสาวยกมือไหว้ขอโทษเจ้านายรูปงามอย่างอ่อนช้อย

             “ ต้องระวังหน่อยนะครับ  รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้  ยิ่งตรงที่คุณเอื้องพิมพ์ผิดนี่  ถ้าคนมาประมูลเห็นจะเข้าผิดได้ง่ายมาก เพราะรถจริงที่ประมูลคือ รุ่น CLA ไม่ใช่ GLA นะครับ แล้วรถรุ่น GLA ยังไม่เคยมีเข้ามาประมูลด้วย ” บุรินทร์มองหน้าเอื้องฟ้ายิ้ม ๆ หญิงสาวได้แต่ยิ้มอ่อย ๆ ก้มหน้ายอมรับผิด  โดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ

             “ นี่ครั้งแรกนะที่เอื้องทำงานพลาด  ปกติหล่อนทำงานใช้ได้ทีเดียวนะชิกุริน ” ลูซี่กล่าวหนุนเอื้องฟ้า  เพราะปกติท่านรองประธานจะเปลี่ยนเลขาส่วนตัวเกือบทุกสองเดือน  การที่ลูซี่ออกปากชมแค่ใช้ได้  แต่หมายถึงทำงานได้ดีระดับหนึ่งทีเดียว  เพราะเหตุฉะนี้เอื้องฟ้าถึงถูกเรียกให้มารับใช้บ่อย ๆ

             “ คุณสุดาก็เหมือนกันนะครับ  ต้องตรวจเอกสารให้แม่นยำด้วยก่อนขึ้นประมูลจริง  ช่วยกันดับเบิ้ลเช็คให้มั่นใจว่าเอกสารถูกต้องเรียบร้อยดี ” บิ๊กบอสเงยหน้ามองสุดา  ไม่ได้ออกอาการดุแต่อย่างใด  แค่กล่าวเตือนตามปกติ  อีกทั้งด้วยนิสัยของนักบินด้วยแล้ว  ทุกอย่างต้องตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีกหลายครั้ง เพื่อความถูกต้อง

            “ สุดาเช็คอยู่แล้วค่ะพี่บุรินทร์  แต่วันนี้มัวแต่ยุ่งกับน้อง ๆ เลยไม่มีเวลาตรวจงาน  เอื้องรีบไปแก้งานไป  แล้วเอามาให้พี่สุดาดูใหม่นะ ” สุดาบอกเอื้องฟ้ากึ่งขับไล่ให้ออกไปได้แล้ว  ลำพังแค่สาวงามสี่คนที่นั่งส่งยิ้ม ส่งสายตาหวานให้บุรินทร์ก็อยากจะไล่ให้ไปไกล ๆ เสีย  รู้สึก รำคาญผู้หญิงกลุ่มนี้เหลือเกิน 

           “ ถ้างั้นเอื้องขอไปแก้งานก่อนนะคะ ” เอื้องฟ้าลุกขึ้นจากเก้าอี้  เดินไปยกถาดแก้ว  แล้วเดินออกจากกลุ่มเจ้านายทันที  บุรินทร์ลุกขึ้นยืน  พลางเลื่อนแว่นกันแดดลงมาปิดดวงตาคู่สวย  สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ทั้งสองข้าง  พร้อมกับเอ่ยปากสนทนากับสาว ๆ ตรงหน้า  หูฟังเสียงการพูดคุย  แต่สายตากลับมองตามหลังของสาวสวยที่พึ่งลุกจากไปเมื่อครู่  เอื้องฟ้าช่างเป็นหญิงที่มีเรียวขายาว สวย น่ามอง หุ่นหญิงสาวอรชรอ้อนแอ้น  ผมยาวดำสลวย ถูกมัดเป็นหางม้า  โครงหน้าสวยได้รูป ที่สำคัญ รอยยิ้มอันแสนหวาน และคำพูดใสซื่อ ทำให้บุรินทร์อดมองตามไม่ได้  เมื่อลับร่างของเอื้องฟ้าไปแล้ว  การสนทนาจึงดำเนินต่อไปสักพัก  ก่อนที่เจ้าของบริษัทประมูลจะเดินไปส่งสาวสวยขึ้นรถ  เหลือแต่สุดาเดินตามท้ายบุรินทร์ต้อย ๆ  พร้อมถามเรื่องประเทศที่จะไปท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์  ซึ่งบริษัทจัดให้พนักงานระดับชั้นหัวหน้าและพิธีกรประมูลได้ไปเที่ยวพักผ่อน

           “ พี่บุรินทร์  วางโครงการจะพาพนักงานไปเที่ยวที่ไหนดีคะปีนี้ ” น้ำเสียงคนถามสดใสและร่าเริงมาก

           “ ยังไม่รู้เหมือนกันครับ เดี๋ยวถามคุณลูซี่ดูก่อนแล้วกัน ” สำหรับบุรินทร์ไม่ต้องพูดถึง  ไปเที่ยวและทำงานควบกันจนเบื่อแล้ว

           “ ว้า....ต้องรออีกตามเคย พี่ลูซี่ชอบไปแนวผจญภัยด้วย  ไม่รู้สนุกตรงไหน สู้ไปเที่ยวช็อปปิ้งก็ไม่ได้ ” พิธีกรประมูลประจำบริษัทกล่าวอย่างผิดหวัง

           “ ลองเสนอลูซี่สิครับ  เผื่อเจ๊อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ” บุรินทร์หัวเราะน้อย ๆ พลางหมุนตัวกลับเข้าไปที่ออฟฟิศ  เพื่อทำงานและคุยงานต่อกับลูซี่  สุดาได้แต่เดินตามบุรินทร์เช่นเคย  แต่ไม่สามารถเข้าห้องทำงานส่วนตัวของลูซี่ได้  เพราะเวลานี้คือเวลาทำงานส่วนตัวของเจ้านาย

 

 

 

 

          “ เอื้องฟ้า ศรีคำภา เว้าให้เฮาฟังแดหว่า ไปพ้อเทพบุตรมาเป็นจั่งได๋แน (เอื้องฟ้า  ศรีคำภา  เล่าให้เพื่อนสาวฟังเดี๋ยวนี้นะ ว่าเจอเทพบุตรมาเป็นยังไงบ้าง) ” เสียงเพื่อนสาวประเภทสองของเอื้องฟ้าและสีโบว์ถามด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็นเป็นที่สุด  ขณะที่ทั้งสามคนเดินกลับห้องเช่าที่พักด้วยกัน  อีกทั้งวันนี้เนาวรัตน์ หรือเนา ต้องไปเช็ครถที่ลานประมูลสาม

          “ คุณบุรินทร์หล้อหล่อ  หน้าก่ะเกี้ยงก่ะใส  แข่วก่ะงาม  กลิ่นโต่ก่ะหอม ยิ้มก่ะเก่ง เว้าก่ะม่วน  บ่ถือโต่เลย  เล็บมือก่ะยาวงาม  สรุปแล้วบ่มีหม่งติ  หล่อคักคือหยั๋งหนิ ( คุณบุรินทร์หล่อมาก  หน้าใสไร้ริ้วรอย  ฟันขาวสวย  กลิ่นกายหอมสดชื่น ยิ้มเก่ง พูดเพราะมาก  ไม่ถือตัว เล็บมือเรียวสวยสะอาดสุด ๆ สรุปไม่มีที่ติ  หล่อจริง ๆ) ” เสียงหัวเราะของเอื้องฟ้าทำให้เพื่อนสาวต่างมองค้อนขวับ  อิจฉาที่เพื่อนคนสวยได้เข้าไปทำงานใกล้ชิดบิ๊กบอส  เอื้องฟ้าแอบปลื้มเจ้านายหนุ่มมากขึ้น  หลังที่ได้ใกล้ชิดเป็นครั้งแรก  แต่ก็ได้แค่ปลื้มตามประสาหญิงสาวทั่วไป  คงไม่มีสิทธิ์คิดเป็นอย่างอื่นได้หรอก

          “ พวกโต่ก่ะบ่โทไปนำเฮาแดเนาะ  ถ่าฮู้หว่าคุณบุรินทร์มาบริษัท  อีเนาซะออกไปต้อนรับอย่างดีเลย เฮ้อ! เสียดายเด้ เงาก่ะบ่ได้เห็น  ได้แต่ฟังหมู่เว้าให้ฟัง  อ้าย! อยากเห็นเป็นบุญตาแท้น้อ (พวกเธอไม่ยอมเรียกฉันเลยนะ  ถ้ารู้ว่าคุณบุรินทร์มาบริษัท เนาจะออกมาต้อนรับเป็นอย่างดี  เฮ้อ! เสียดายจังไม่เห็นแม้แต่เงา  ได้แต่ฟังเพื่อน ๆ เล่า  อ๊าย..อยากเห็นเป็นขวัญตาจริง ๆ) ” สาวประเภทสองแสดงอาการดีดดิ้นผิดหวังอย่างแรง  เอื้องฟ้าและสีโบว์ได้แต่หัวเราะท้องแข็ง  ทั้งสามคนเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกัน  ส่วนเนาวรัตน์  เป็นชื่อที่เจ้าตัวตั้งขึ้นเองแทนชื่อ พงษ์ศักดิ์  เนามีสภาพจิตใจเป็นหญิงมาตั้งแต่เด็ก  เพื่อนรักทั้งสามคนจึงรักใคร่และสนิทสนมกันมาก 

         “ จั๋งได๋คุณบุรินทร์ก่ะหล่อสู้อ้ายพลของสีโบว์บ่ได้ดอก(ยังไงคุณบุรินทร์ก็หล่อสู้พี่พลของสีโบว์ไม่ได้หรอก) ” เพื่อนสาวอีกคนกล่าวถึง แฟนหนุ่มนักดนตรีที่ผับเล็ก ๆ ใกล้ห้องพัก

         “ เอี่ย....อยากฮากเด้ อีสีโบว์  อ้ายพลเผิ่นหล่อคักพะนะ คุณบุรินทร์แฟนอีเนาหล่อคือพระเอกเกาหลีคือหยังนี่ตั๊ว ( หว่ะ...อยากจะอวกนางสีโบว์จัง  พูดออกมาได้ว่าพี่หล่อมาก  คุณบุรินทร์แฟนเนาหล่อเหมือนพระเอกเกาหลีจะตาย) ” เนาไม่แค่พูด  แต่แสดงท่าทางประกอบ โกงคออาเจียนริมถนน  เพื่อนสาวแท้ทั้งสองได้แต่หัวเราะชอบใจ ทั้งสามคนเกิดที่จังหวัดหนองคาย ติดชายแดนลาวทางภาคอีสานตอนบน

         “ แม่นแล้วนางเนา คุณบุรินทร์หล่ออีหลีเด้เฮ้ย  บ่ได้เว้าเล่น (จริงนะเนา คุณบุรินทร์หล่อจริง ๆ ไม่ได้พูดเล่นนะ) ” เอื้องฟ้าตอบย้ำอีกครั้ง ถึงรูปกายของเจ้านายหนุ่มกับเพื่อนสาว  ก่อนที่ทั้งสามจะส่งเสียงหัวเราะคิกคักเมื่อพูดถึงเจ้าของบริษัท

         “ เอาซะซุ่มสูน่ะ  หย้องเข้าไปคุณบุรินทร์ฮั้นน่ะ  ป่านว่าสูซิได้ใกล้เผิ่นอีก  จั๋งได๋คุณบุรินทร์ก่ะบ่หล่อสู้อ้ายพลดอก ( เอาเถอะพวกแกน่ะ  ชื่นชมเยินยอคุณบุรินทร์เข้าไป  ทำราวกับว่าจะได้เข้าใกล้อีก  ยังไงคุณบุรินทร์ก็หล่อสู้พี่พลไม่ได้อยู่ดี) ” สีโบว์เป็นฝ่ายหัวเราะบ้าง

        “ จ้า...ถ้าผู้ชายทั้งโลกขาดแคลน  อีเนาขออยู่โดดเดี่ยวเหี่ยวตายแล้วกัน  ดีกว่าเจอผู้ชายหน้าตาอย่างอ้ายพล ( จ้า....ถ้าผู้ชายทั้งโลกขาดแคลน  เนาขออยู่โดดเดี่ยวเหี่ยวตายละกัน  ดีกว่าเจอผู้ชายหน้าตาอย่างพี่พล) ” สิ้นเสียงตอบของเนา  ทั้งสามสาวหัวเราะพร้อมกันอีกครั้ง  ถึงพี่พลของสีโบว์จะไม่หล่อเลิศเลอ  แต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้แหลร่อะไร

        “ เอ่อ...นางเอื้องวันศุกร์เสาร์นี้  อ้ายพลให้ถามหว่า โต่ว่างบ่  เราอยากให้ไปร้องเพลงอยู่ผับแหน (เอ่อ...เอื้องวันศุกร์-เสาร์นี้  พี่พลถามว่าเอื้องว่างไหม  แกจะอยากให้เอื้องไปร้องเพลงที่ผับหน่อย) ”  สีโบว์ถามเพื่อนรักระหว่างทางเดินกลับที่พัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบริษัท อมรเลิศการประมูลมากนัก

        “ ว่างหยู่สีโบว์  เฮาไปได้หยู่ บอกเวลามาโลด (ว่างสิสีโบว์  เอื้องไปได้บอกพี่เอกเลย  บอกเวลามาแล้วกันนะ) ” เอื้องฟ้ายิ้มกว้าง  เพราะอย่างน้อยรายได้กำลังจะเข้าสู่กระเป๋าอีกนิดหน่อยให้ได้เก็บ  นี่เป็นความสามารถพิเศษของเอื้องฟ้าที่สามารถร้องและรำได้อย่างดี  สมัยเรียนหนังสือชั้นประถมและมัธยม  เอื้องฟ้าจะครองตำแหน่งถือป้ายโรงเรียนบ้าง  เป็นดรัมเมเยอร์ นักร้องและนางรำประจำโรงเรียน  ถือว่าเป็นเด็กกิจกรรมคนหนึ่งก็ว่าได้  อีกทั้งเธอยังเคยคว้ารางวัลชนะเลิศระดับจังหวัดมาแล้วหลายรางวัลจากการประกวดร้องเพลง

        “คือสิเป็นเวลาเก่าฮั้นล่ะ  เดี๋ยวเฮาซิถามเบิ่งอีกเทื่อเด้อ (คงเวลาเดิมนั่นล่ะ  เดี๋ยวถามให้ชัดเจนอีกทีนะ) ” สีโบว์ตอบเพื่อน ทันใดนั้นเครื่องบินก็ได้บินผ่านศีรษะของทั้งสาม แต่ละคนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าด้วยรอยยิ้มกว้าง

       “ เบิ่งเครื่องบินลำนี้แหมะสู คือมาลำใหญ่ แล้วก่ะงามหลายนำ หยากขึ้นไปขี่เด้ (ดูเครื่องบินลำนี้สิ ลำใหญ่ สวยมาก  อยากขึ้นไปขี่จังเลย) ”  เนาเอ่ยเหมือนคนกำลังฝัน  ทั้งสามคนรู้ดีว่าระดับเงินเดือนอย่างพวกเธอคงไม่มีปัญญาได้นั่งเครื่องบินหรอก แต่สำหรับบางคนนั้นกลับได้นั่งเครื่องบินเป็นว่าเล่น

       “  เฮาตั้งควมฝันไว้หว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต ขอให้ได้ขึ้นเครื่องบินเมือบ้าน  ตอนนี้กำลังเก็บเงินซื้อตั๋วเมือบ้านช่วงสงกานอยู่ (เอื้องตั้งความฝันเอาไว้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต  ขอให้ได้ขึ้นเครื่องบินสักครั้ง  ตอนนี้กำลังเก็บเงินซื้อตั๋วเครื่องบินกลับบ้านช่วงสงกรานต์อยู่) ” สีหน้าและแววตาพร้อมรอยยิ้มของเอื้องฟ้า  ฉายแสงความมุ่งมั่นมากที่จะทำฝันนี้ให้สำเร็จ  จากครั้งหนึ่งที่เคยเป็นพนักงานทำความสะอาดที่สนามบิน  เอื้องฟ้าเคยยืนเกาะไม้ดันฝุ่นดูผู้คนเดินขึ้นเครื่องบินด้วยความอิจฉา  สายตามองเครื่องบินขึ้นลงอย่างเพลินตาขณะที่ทำความสะอาดพื้นไป และความฝันที่เกิดขึ้นในใจของเอื้องฟ้าก็ คือสักวันฉันจะต้องได้นั่งนกเหล็กกลับบ้านให้ได้  นี่คือความใฝ่ฝันของสาวน้อยบ้านนา เนาวรัตน์จึงเกิดความคิดเช่นเดียวกันกับเอื้องฟ้า

         “ ตื่นจากฝันซะสูสองคนน่ะ  จั่งพวกเฮาได้แต่นั่งเก้าอี้หัวโล้นทึ่งรถทัวร์ฮั่นล่ะ (ตื่นจากฝันได้แล้วแกสองคน  อย่างพวกเรามีสิทธิ์นั่งได้แค่เก้าอี้หัวโล้นบนรถทัวร์เท่านั้นล่ะ) ” เสียงสีโบว์พูดขึ้นเสมือนดับฝันเพื่อนรักทั้งสองลงทันที  เพราะทุกครั้งที่กลับบ้านเกิดเมืองนอน จะอาศัยนั่งรถทัวร์ฟรีที่พ่อของเนาเป็นโชเฟอร์ให้บริษัทเดินรถขนาดใหญ่ของภาคอีสานเพื่อประหยัดค่ารถ  ทั้งสามคนยังก้าวเท้าเดินต่อไปและวกมาสนทนากันด้วยเรื่องของเจ้านายหนุ่มรูปงาม

 

 

 

 

            บุรินทร์แวะมากินข้าวเย็นที่บ้านของลูซี่ ซึ่งอาศัยอยู่กับพี่สาว  ส่วนพ่อและแม่ของลูซี่นั้น  ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่วังน้ำเขียว  หลังจากปลดวางเรื่องงานต่าง ๆ ของชีวิตให้ลูกได้ดูแลต่อไป  ขอไปใช้ชีวิตสงบสุขตามประสาคนแก่ตามช่วงเวลาบั้นปลายของชีวิต

           “ สวัสดีครับพี่ปัท ”  บุรินทร์กล่าวทักทายพี่สาวของลูซี่

           “ อ้าว...รินทร์ ไม่เห็นบอกก่อนว่าจะมา  ไม่งั้นพี่จะได้ทำอาหารที่รินทร์ชอบไว้รอ ”

           “ พี่ปัททำอะไรก็อร่อย  รินทร์กินได้ทั้งนั้นล่ะครับ ” ปัทมายิ้มกว้างกับความไม่เรื่องมากของน้องชายนอกไส้คนนี้  ซึ่งผิดกับน้องชายแท้ ๆ ของเธอ  จู้จี้กินยาก เรื่องมากเป็นที่สุด

           “ เชอะ....เอาใจกันเข้าไปแม่นางปัท  ชิกุรินทำอะไรก็ดีไปหมด ”  น้องชายแท้ ๆ แต่ผิดเพศพูดจากระทบกระเทียบพี่สาว  แต่รอยยิ้มและแววตากลับตรงกันข้ามกับความรู้สึก

          “ ไม่เอาน่าลูซี่  อย่าขี้งอนนักเลย  มา...มากินข้าวเย็นกันก่อน ”  ปัทมารีบชวนทันที  พร้อมกับเรียกลูกแฝดชายหญิงวัย 8 ขวบมารับประทานอาหาร  หลังอาหารเย็นเป็นช่วงเวลาผู้ใหญ่ได้พูดคุยกัน  ปล่อยให้เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรมส่วนตัวก่อนนอนไป

          “ ตกลงรินทร์สอบกัปตันปีนี้ใช่ไหม ” ปัทมาเอ่ยถาม

          “ ครับ  อีกหกเดือนข้างหน้านี้ครับพี่ปัท ” บุรินทร์ตอบเรียบ ๆ

          “ ดีใจจัง  อย่างน้อยรินทร์ก็จะได้เป็นกัปตันโบอิ้ง 747 ตามความฝันเสียที ” ปัทมายิ้มกว้างกับบุรินทร์  น้องชายเองก็ยิ้มกว้างไม่แพ้พี่สาว

           “ คงไม่ได้บินโบอิ้ง 747 แล้วล่ะครับ  ตอนนี้บริษัทสั่งโบอิ้ง 777 เข้ามาใหม่หลายลำ  รินทร์ต้องเปลี่ยนไปบิน 777 แทน ตอนนี้บริษัทเราปลดระวางเครื่องโบอิ้ง 747 แล้วล่ะครับ  รินทร์คงเป็นรุ่นสุดท้ายที่จะขับเครื่องบินรุ่นนี้ ” ว่าที่กัปตันกล่าว

           “ อย่างนี้ทั้งเตรียมตัวสอบกัปตันแถมยังต้องเข้าคอร์สเรียนเกี่ยวกับเครื่องบินใหม่อีก  เฮ้อ....แค่คิดก็เหนื่อยแทนแล้ว ” ปัทมาเข้าใจวงการการบินดี  ไม่ใช่ว่าจะทำงานแล้วไม่ต้องสอบ  ยิ่งนักบินจะมีสอบเครื่องทดลองบินจำลอง [ Flight Simulator] ทุกหกเดือน เพื่อความพร้อมในการทำงานและประสิทธิภาพของนักบิน

          “ พี่ปัทล่ะครับ  มาเป็นครูเพอร์เซอร์ [ Purser ] แล้วเป็นอย่างไรบ้าง  สนุกกว่าตอนที่เป็น IM ไหมครับ ” บุรินทร์ถามพี่สาวนอกไส้ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นผู้จัดการบนเครื่องบิน มีหน้าที่ดูแลลูกเรือให้บริการผู้โดยสารด้วยความราบรื่น  รับผิดชอบดูแลให้การบริการของเที่ยวบินนั้นเป็นที่น่าประทับใจและได้รับสะดวกสบายตลอดเส้นทางบิน        

         “ ก็สนุกไปอีกแบบนะ   ตอนนี้บริษัทรับสมัครแอร์ใหม่เพิ่มขึ้นด้วย  เทรนกันเหนื่อยเลย ” ในฐานะครูเพอร์เซอร์  ผู้มีหน้าที่อบรมกริยามารยาท พัฒนาบุคลิกภาพของพนักงานให้ดูดี สอนทุกอย่างเสมือนพี่เลี้ยงนางงามก่อนที่จะสาวงามขึ้นเวที  ซึ่งปัทมาเองก็ไม่ต่างกันต้องฝึกฝนอบรมสาวงามให้ครบเครื่องก่อนส่งไปให้บริการบนเครื่องบิน  เพราะอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องนั้นเปรียบเสมือน  ผู้เปิดประตูต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด่านแรก  ก่อนเข้ามาเยือนภายในประเทศเพราะฉะนั้นพวกเขาเหล่านี้ต้องสร้างความประทับใจตั้งแต่แรกพบ เพื่อภาพพจน์ของประเทศด้วยเช่นกัน

           “ ดีนะที่ลูซี่  ตัดสินใจเลิกเป็นสจ๊วตกลางคัน  เหนื่อยนะงานต้อนรับนี่ ”

          “ งานอะไรบ้างไม่เหนื่อยเฮอะ น้องสาวบอกพี่มาซิคะ ” ปัทมาแหย่น้องเล่น

          “ ดีแล้วที่ลาออก งานบริการไม่เหมาะกับตัวเองหรอก  รินทร์บินด้วยครั้งหนึ่ง  เห็นวีรกรรมของนางแล้ว ” บุรินทร์มองหน้าลูซี่  แล้วหัวเราะขึ้นพร้อมกัน

           “ หยุดหัวเราะฉันเดี๋ยวนี้นะชิกุริน  ไม่งั้นฉันลาออกจากบริษัทประมูลแน่ ” ลูซี่แกล้งขู่ไปงั้น  เพราะบริษัท อมรเลิศการประมูลนั้น เป็นธุรกิจของบิดาบุรินทร์ ซึ่งถือหุ้น 80 % ส่วนบิดาของลูซี่ ถือหุ้น 20 % ถือว่าเป็นธุรกิจครอบครัว

           “ ลาออกแล้วจะไปทำอะไรคุณนาย  ได้ข่าวว่าจ้างหนุ่มหน้าใสมากางร่ม ถือพัดลม หอบแฟ้มเอกสารให้ตั้งหลายคนไม่ใช่เหรอ ” พี่สาวแท้ ๆ อีกแล้วที่ว่าแขวะน้องชายเล่น

          “ คุณพี่ปัท  ไม่ไปลองทำดูบ้างนะคะ  ไม่ใช่นั่งรอรับเงินปันผลอย่างเดียว  แดดร้อนก็ร้อน  เดินตรวจรถบนพื้นที่สิบกว่าไร่นี่มันไม่สนุกเลยนนะยะ จำเป็นต้องมีหนุ่ม ๆ คอยกางร่มเสิร์ฟน้ำระหว่างทางเป็นของธรรมดา ” ลูซี่มองพี่สาวแล้วค้อนด้วยสายตา

          “ เด็กวัยเรียนทั้งนั้น  แล้วเรียนใกล้จบยังเด็กลูซี่ ” บุรินทร์หัวเราะร่วนอีกครั้ง

         “ ของฉันเด็กมหาวิทยาลัยย่ะ  ไม่เหมือนชิกุริน มีแต่เด็กอนุบาลส่งเรียนมาหลายปีไม่เห็นได้เลื่อนชั้นสักที ค้างอยู่อนุบาลนั่นล่ะ ” ปัทมาหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิม  พอ ๆ กันน้องชายสองคนนี้  พ่อบุญทุ่มทั้งคู่  แต่ทุ่มแบบมีขอบเขตและมีลิมิต  ปัทมาจึงไม่ห่วงอะไรมาก ปล่อยให้หนุ่มแท้หนุ่มเทียมเค้ามีความสุขกับชีวิตโสดกันไป

         “ พอ ๆ เลิกคุยกันได้แล้ววันนี้  ลูกพีช ลูกแพร์ อีกยี่สิบนาทีได้เวลาเข้าห้องนอนแล้วนะคะลูก ” เสียงพูดจาไพเราะอ่อนหวานของปัทมาที่บุรินทร์ชอบฟังและรักพี่สาวคนนี้มาก  เพราะความที่บุรินทร์เกิดมาเป็นลูกชายคนเดียว  เวลามีปัญหาอะไรคนที่รับฟังและเข้าใจชายหนุ่มมากที่สุด คือปัทมา

            บุรินทร์กลับมาถึงคอนโดหรูที่พักส่วนตัวของเขา  หลังจากอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน  แต่ก็ไม่ลืมหยิบเอกสารที่เอื้องฟ้าพิมพ์แก้ไขใหม่ขึ้นมาดูอีกครั้ง สายตาอ่านเอกสาร  แต่ระบบความคิดกลับคิดถึงหน้าคนพิมพ์งานขึ้นมาทันทีทันใด  ภาพใบหน้าหญิงสาวหน้าตาดี ผิวขาวเหลือง  หุ่นสวยขายาว  ผมดำสนิทมัดรวบเป็นหางม้า  ยิ้มเก่ง ทำงานคล่องแคล่ว ว่องไว ยังตราตรึงใจบุรินทร์ให้หวนคิดถึง  นี่เป็นครั้งแรกที่บุรินทร์ได้เห็นเอื้องฟ้าชัด ๆ แต่ดูเหมือนใบหน้าพร้อมรอยยิ้มของเธอกลับทำให้บุรินทร์ จดจำเอื้องฟ้าได้ขึ้นใจเสียแล้วสิ  ชายหนุ่มรู้ตัวอีกที ก็ตอนที่ได้ยินเสียงหัวเราะของตัวเองคนในห้องนอนเงียบสงบ

         “ เป็นอะไรเนี่ยบุรินทร์  จู่ ๆ ก็คิดถึงผู้หญิงคนนี้ขึ้นมา  เอื้องฟ้า?  คุณเก่งมากที่ทำให้คนอย่างนายบุรินทร์ประสาทหลอนได้เนี่ย ” นักบินหนุ่มพูดกับตัวเอง  ในชีวิตมีผู้หญิงมากหน้าหลายตาผ่านเข้ามาให้เห็น  ได้พบได้สัมผัส  แต่สำหรับเอื้องฟ้า  ผู้หญิงคนนี้ทำให้บุรินทร์รู้สึกแปลกใจไม่น้อย  แค่ชายหนุ่มคิดถึงก็ทำให้ยิ้มได้โดยไม่ต้องมีเหตุผลมาอธิบาย  ผู้หญิงธรรมดาที่เข้ามีอิทธิพลต่อจิตใจของเขามาก  ถึงขนาดรบกวนความรู้สึกของบุรินทร์ได้  เธอผู้นี้อาจจะไม่ธรรมดาเสียแล้วก็ได้





#############################################################################


..................อัพแล้วนะคะ  จะพยายามอัพบ่อย ๆ จ้า แต่อาจจะช้าบ้าง เพราะต้องเขียนและปรับบทใหม่ ให้ดูสมบูรณ์มากขึ้น  ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และการติดตามนะคะ....แล้วเจอกันใหม่ค่ะ....ด้วยรัก...มาทนา



อย่าลืมกดติดตามเพจ มาทนา ด้วยนะคะคนดี  แวะพูดคุยและชมภาพถ่ายสวยๆ กัน
https://www.facebook.com/matanawriter/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

3,176 ความคิดเห็น

  1. #2579 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 23:47
    แหม่ๆชิกุริน
    #2579
    0
  2. #2574 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 10:48
    แอบคิดถึงสาว
    #2574
    0
  3. #2573 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 10:48
    พี่รินทร์เริ่มคิดถึงสาวเอื้องซะแล้ว
    #2573
    0
  4. #2571 yah_ya (@yah_ya) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 17:55
    รอ ebook. แล้วจ้า
    #2571
    0
  5. #2569 คุณแม่น้องไลลา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 17:17
    อัพทุกวันได้ไหมคะ. แค่อ่านได้ 2 ตอนก็ติดละ



    ขออ่านเพิ่มอีกหน่อย คือ ไม่อยากเดาเรื่องค่ะ555



    คุณบุรินทร์นี่ถึงจะเจ้าสำราญ แต่ก็รู้ใจตัวเองใช่ไหม



    โอ้ยยยยย รีบๆ มาต่อเถอะนะคะ



    รอ รอ รอ รอ
    #2569
    0
  6. #2567 peahen (@mookrobb) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 17:05
    ไรท์ขา อยากอ่าน "ด้วยรัก" ด้วยนะคะ ไรท์อัพให้ใหม่นะคะ please
    #2567
    0