ลุ้นรัก

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,163
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    20 ก.ค. 60

ตอนที่ 3

 

            เอื้องฟ้านอนดิ้นไปมาบนที่นอนหนาแค่สิบเซนติเมตรปูราบกันพื้นห้อง มีผ้าห่มผืนบางปกคลุมร่างเล็ก  เสียงพัดลมแบบตั้งพื้นส่ายไปส่ายมาเพื่อดับร้อน  ปนเสียงหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของเพื่อนร่วมห้องที่หลับสนิทไปแล้ว  แต่คืนนี้เอื้องฟ้ากลับนอนไม่หลับ  คิดถึงแต่หน้าเจ้านายหนุ่มจับใจ  รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ครึ้มอกครึ้มใจอะไรกันหนักหนา คิดถึงจนนอนไม่หลับเลยเหรอเนี่ยเอื้องฟ้า  นอนได้แล้วดึกมากแล้วหญิงสาวได้แต่บอกตัวเองในใจ  ในที่สุดเอื้องฟ้าตัดสินใจลุกไปเข้าห้องน้ำ  มือบางค่อย ๆ เปิดประตูออกไปที่ระเบียงห้อง เพราะห้องน้ำตั้งอยู่ข้างนอกห้องนอน  มือเรียวสวยกดดูเวลาบนโทรศัพท์บอกเวลา ตีหนึ่งสี่สิบห้านาที เสียงถอนหายใจดังเฮือก  แล้วจะทำยังไงถึงจะนอนหลับล่ะทีนี้  เอื้องฟ้าเดินออกจากห้องน้ำ  แต่ตายังสว่างโล่  มือสองข้างเกาะตาข่ายเหล็กที่เจ้าของห้องเช่ากั้นไว้เพื่อกันขโมยขึ้นห้อง  สาวน้อยบ้านนายืนมองดูแสงระยิบระยับบนท้องฟ้า  ทั้งแสงดวงดาวและแสงไฟจากเครื่องบินระยิบระยับ  อีกครั้งที่ความคิดล่องลอยไปถึงใบหน้าและรอยยิ้มของเจ้านายหนุ่ม  เอื้องฟ้ายืนยิ้มอยู่คนเดียวในความมืด  แค่คิดถึงคุณบุรินทร์ก็สุขใจแล้ว  นี่คือยาใจคนจนใช่ไหมเนี่ย

              ณ ลานประมูลรถยนต์ของบริษัท อมรเลิศการประมูลเช้านี้  ดูคึกคักมากเป็นพิเศษ  เพราะเป็นวันอาทิตย์จึงมีผู้คนมากมาย เดินชมรถที่หมายตาเอาไว้ก่อนที่ทำการประมูลจริง ที่ลานประมูลแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 โซนด้วยกัน  โซนหลังสุด คือลานประมูลรถมอเตอร์ไซที่ถูกยึดมาในสภาพใช้งานได้  โซนถัดมา คือลานประมูลซากรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ และลานที่สำคัญที่สุด คือลานประมูลรถยนต์ พนักงานทุกคนรู้ดีว่าวันนี้เป็นวันที่เหนื่อยที่สุดในรอบสัปดาห์  ไหนจะคอยดูแลตอบคำถามคนที่มาชมรถและเรื่องจิปาถะอื่น ๆ อีกมากมาย  บุรินทร์เข้ามาถึงบริษัทตั้งแต่ 8 โมงเช้า เดินตรวจตราดูโน่น ดูนี่ก่อนถึงเวลาประมูลจริง  ชายหนุ่มมักจะมาดูแลและกำกับการประมูลด้วยตัวเองทุกครั้งถ้าไม่ได้บินไปทำงานต่างประเทศ

            “ เอื้องจ้ะ เอื้อง....มาช่วยที่ฝ่ายลงทะเบียนหน่อยจ้า ด่วนเลยนะ ”  เสียงพนักงานที่กำลังเรียกขานชื่อเอื้องฟ้าผ่านทางวิทยุติดต่อภายในของบริษัท  ผ่านโสตประสาทการฟังของบุรินทร์ เหมือนเป็นการปลุกให้บุรินทร์ตื่นตัว  หัวสมองคิดถึงใบหน้าพร้อมรอยยิ้มแสนอบอุ่นของหญิงสาว  เมื่อได้ยินชื่อของเอื้องฟ้า  เท้าของบุรินทร์ก็ออกเดินไปที่ห้องรับลงทะเบียนผู้เข้าประมูลทันทีโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก

           “ สวัสดีค่ะ  พี่บุรินทร์ ” เสียงทักทายจากสาว ๆ หน้าตาสวยทุกนาง  หุ่นเซ็กซี่ได้ใจสุด ๆ กล่าวทักทายชายหนุ่มอย่างพร้อมเพรียงกัน  เท้าทั้งสองข้างของบุรินทร์หยุดยืนตรงหน้าสาวงามที่จะมาร่วมชมการประมูลจริงวันนี้

           “ สวัสดีครับ  สาวสวย  มาตรงเวลากันมาก ” รอยยิ้มที่ยิ้มทักทายสาว ๆ ที่มาเยือนช่างหวานเหลือเกิน  บุรินทร์ลดข้อมือลงหลังจากที่ดูเวลาเสร็จ  วันนี้นักบินหนุ่มแต่งกายเรียบง่าย สวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม  รองเท้าผ้าใบสีดำ  สวมเสื้อยืดคอกลมแขนยาวสีขาว เนื้อผ้าบางเบาสามารถมองทะลุเห็นเสื้อกล้ามข้างในที่บุรินทร์ชอบใส่แลดูเซ็กซี่ไม่น้อย

          “ ทำงานกับพี่บุรินทร์  สายได้เหรอคะ ” สาวสวยนางหนึ่งรีบตอบ

          “ ขอบคุณนะครับที่เข้าใจ  เดี๋ยวผมให้พนักงานพาไปดูบริเวณงานรอบ ๆ ก่อนนะ  พอดีตอนนี้มีงานต้องทำนิดหน่อยครับ ” พนักงานที่ทำงานอยู่ใกล้บุรินทร์  เป็นคนพากลุ่มสาวงาม เดินชมรถที่ลานประมูล  บุรินทร์มองตามหลังสาว ๆ สักพัก  พอหันหน้ากลับมาได้ยินคนพูดประชดแต่เช้า 

            “ พาสาวพริตตี้มาเดินพาเหรดโชว์เหรอยะชิกุริน  ที่นี่ลานประมูลรถนะ ไม่ใช่สวนสนุกดิสย์นีแลนด์ ” น้ำเสียงพูดแบบนี้ไม่ใช่ใครอื่น  นอกจากลูซี่นั่นเอง  บุรินทร์ได้แต่หัวเราะ

           “ อยากจัดขบวนเดินโชว์เหมือนกัน  คงแปลกดีนะ  มีเฉพาะลานประมูลที่นี่ที่เดียว ”

          “ สงสัยไม่ต้องได้ประมูลรถกันล่ะ  ถ้าทำแบบนั้น ”  ลูซี่ยืนหัวเราะกับบุรินทร์สองคน  แต่แล้วเสียงหัวเราะก็ต้องยุติลง  เมื่อสุดาเดินเข้ามาทักทายทั้งคู่

          “ หัวเราะอะไรกันแต่เช้า บอกสุดาหน่อยสิคะ ” ท่าทางพิธีกรสาววันนี้สดชื่นมาก

         “ หัวเราะเรื่อยเปื่อยน่ะสุดา  ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ  วันนี้แต่งหน้าสวยนะ  ชอบสีปากจังเลย ” ลูซี่เปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที  ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังคุยกันอยู่  เอื้องฟ้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปที่ห้องลงทะเบียน  สายตาบุรินทร์มองเห็นร่างบอบบาง สวมกางเกงขายาวสีดำ สวมเสื้อคอโปโลแขนสั้นสีเหลืองอ่อนพร้อมโลโก้ของบริษัทที่หน้าอกด้านซ้าย  ผมยาวสลวยถูกมัดรวบตึงเป็นหางม้าเช่นเคย

        “ ผมขอตัวไปดูที่ห้องลงทะเบียนหน่อยนะครับ  คุณสุดาไปเตรียมตัวเถอะ  แล้วเจอกันที่ลานประมูลนะครับ ” บุรินทร์เดินตรงไปที่ห้องลงทะเบียนทันที  เมื่อเปิดประตูเข้าไป  พนักงานทุกคนยกมือไหว้ทำความเคารพรวมถึงเอื้องฟ้าด้วย บิ๊กบอสยกมือรับไหว้ทุกคนพร้อมรอยยิ้ม  เวลานี้ไม่มีเวลาคุยอะไรกันแล้ว  เพราะผู้เข้ามาประมูลกำลังต่อแถวลงทะเบียนรับบัตรหมายเลขประมูลกันพร้อมจ่ายเงินค่าลงทะเบียน  เพื่อให้ทันก่อนเวลาประมูล  สาเหตุที่เอื้องฟ้าถูกเรียกตัวมาก็เพราะคนไม่พอ  ระหว่างที่เอื้องฟ้านั่งเขียนหนังสือด้วยมือซ้ายยิก ๆ สายตาเจ้านายหนุ่มจ้องมองด้านหลังของหญิงสาวสลับกับมองไปทางอื่น และสนทนากับหัวหน้าแผนกไปด้วย  เมื่อคนเริ่มซาลงแล้ว เอื้องฟ้าบีบมือตัวเองเพื่อคลายความเมื่อยล้า

        “ ร้อนมากเหรอครับคุณเอื้อง  เหงื่อแตกเลย ” บุรินทร์ถามเอื้องฟ้า  ใครจะกล้าบอกว่าที่เหงื่อแตกเพราะเจ้านายใหญ่ยืนคุมอยู่ข้างหลังกันล่ะ

         “ ไม่ได้ร้อนหรอกค่ะ  แอร์ก็เย็นสบายดี ”  เอื้องฟ้าหันหน้าไปทางเจ้านายพร้อมตอบคำถาม  เมื่อตาสบตาพาหัวใจเต้นแรงและสั่นไหว  สัมผัสพิเศษบางอย่างจากส่วนลึกของหัวใจส่งสัญญาณเรียกร้องให้ทั้งคู่  มองตาซึ่งกันและกัน พร้อมกับรอยยิ้มอันแสนละมุน

         “ คุณบุรินทร์จะนั่งไหมคะ  หนูจะเอาเก้าอี้มาให้ค่ะ ” เสียงแหลม ๆ ของหัวหน้าแผนกงานลงทะเบียนดังขึ้นขัดจังหวะ

         “ ไม่นั่งหรอกครับ เพราะจวนจะได้เวลาเริ่มประมูลแล้ว  ขอบคุณมากนะครับ ” บุรินทร์ยืนมือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ทั้งสองข้าง  ท่าทางผ่อนคลาย  เจ้าของบริษัทประมูลเดินเข้าใกล้เอื้องฟ้าอีกนิด  ใบหน้ายังไม่หุบยิ้ม  เมื่อรู้ตัวเอื้องฟ้าจึงหันไปยิ้มให้กับเอกสารตรงหน้า  ไม่รู้จะห้ามตัวเองให้หยุดยิ้มได้อย่างไร เขินก็เขิน  เวรกรรม...สายตาเอื้องฟ้าแอบเงยหน้าหันไปมองเจ้านายหนุ่มอีกครั้ง กลิ่นน้ำหอมประจำกายของบุรินทร์ระเหยเข้าจมูกของเอื้องฟ้าเป็นระยะ  อาการกำเริบอีกแล้วนะเอื้องฟ้า  บุรินทร์เห็นอาการเอียงอายของพนักงานสาวตรงหน้า  ยิ่งยิ้มกว้างมากขึ้น 

        “ ปกติวันประมูลรถ  คุณเอื้องมีหน้าที่ทำอะไรบ้างครับ ” เป็นคำถามทั่วไปที่เจ้านายถาม

        “ เอื้องอยู่ที่ลานจอดรถค่ะ  เพราะคนที่ประมูลรถได้แล้วหลังจากยื่นทำเอกสารตามขั้นตอน จ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว  จะมาเอารถออก  เอื้องต้องคอยเช็คว่าเอกสารถูกต้องทุกอย่าง แล้วก็ส่งให้ออฟฟิศปล่อยรถค่ะ ” เจ้านายหนุ่มพยักหน้ารับทราบ

         “ เคยได้เข้าไปดูการประมูลจริงสักครั้งหรือยังครับ ”

         “ ยังไม่เคยค่ะ ” เอื้องฟ้าหันหน้าไปตอบเจ้านายพร้อมกับส่ายหน้า แต่ที่ไม่ลืมก็คือ รอยยิ้มอันแสนอ่อนหวาน

         “ วันนี้คุณเอื้องไปที่ลานประมูลกับผม  แล้วก็เตรียมเอกสารรายการรถที่จะประมูลวันนี้เหมือนที่เตรียมให้คุณสุดาไปด้วยแปดชุดนะครับ แล้วไปพบผมที่ลานประมูล ” 

        “ ได้ค่ะคุณบุรินทร์  แล้วเอื้องจะรีบตามไปนะคะ ”

        “ รีบ ๆ หน่อยนะครับ  อย่าให้ผมรอนาน ” แววตาและรอยยิ้มเปล่งประกายที่ทั้งคู่ส่งให้แก่กันนั้น  ช่างอบอวลไปด้วยไออุ่นของความรู้สึกดีที่มีให้กัน  ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่กลับสร้างความประทับใจและน่าจดจำได้อย่างมิลืมเลือน บุรินทร์สั่งงานเอื้องฟ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ชายหนุ่มจึงขอตัวเดินออกไปที่ลานประมูล  เอื้องฟ้ารีบไปปริ้นงานตามคำสั่งทันที  เพราะเหลือว่าเวลาอีกแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้เวลาเริ่มประมูลจริงแล้ว

 

 

              การมาเยือนบริษัท อมรเลิศการประมูลของคุณหญิงวีรญาโดยที่ไม่ได้แจ้งให้ลูกชายรับรู้ล่วงหน้ามาก่อน  ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรที่มารดานักบินจะทำเช่นนี้  ทันทีที่คนขับรถเปิดประตูรถตู้ผลิตจากประเทศในยุโรปให้นายหญิงลง  ซึ่งวันนี้สตรีสูงวัยไม่ได้มาเพียงคนเดียวแต่พากชกร  สาวิภักดิ์ หรือ ลูกกบ  ลูกสาวของเพื่อนร่วมอาชีพของคุณหญิงวีรญามาด้วย  เมื่อพนักงานประจำบริษัทพาคุณหญิงวีรญาไปพบเจ้านายถึงกับตกใจ  เพราะแม่สาวน้อยทั้งหลาย  แต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อย  ยืนล้อมรอบลูกชายสุดรักสุดหวงของคุณหญิงวีรญา

            “ คุณหญิงป้าขา  ดูผู้หญิงกลุ่มนั้นสิคะ  แต่งกายโป๊มากเลยค่ะ แล้วพี่รินทร์ก็ร่วมคุยด้วยสนุกเลย ” เสียงพนักงานต้อนรับบนเครื่องรุ่นลูกกล่าวที่ข้างหูของผู้สูงวัย

           “ สวัสดีค่ะ คุณหญิงป้าขา”  ลูซี่ยกมือไหว้ผู้อาวุโสอย่างอ่อนช้อย

           “ ราเชนทร์!!! เมื่อไหร่จะเป็นผู้ชายปกติเสียทีล่ะคุณครับ ” คุณหญิงป้าเรียกชื่อเต็มของลูซี่ พร้อมกับเอ่ยถาม 

          “ อย่างนี้ถือว่าปกติมากแล้วค่ะคุณหญิงป้า ” ลูซี่ยังยืนยันเพศที่เขาต้องการจะเป็นอย่างชัดเจน  ลูกกบยกมือไหว้ลูซี่ ในฐานะที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวและอาวุโสกว่า

          “ สวัสดีค่ะพี่ลูซี่  สบายดีนะคะ ” ลูซี่รับไหว้

         “ สบายดีมากเลยค่ะคุณน้อง  แล้วลูกกบใกล้จะได้เป็น IM หรือยังจ้ะ ” ลูซี่ถามพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินรุ่นน้อง

         “ คงปีนี้แล้วล่ะสินะลูกกบ  เห็นคุณหญิงจรัสศรีเล่าให้ฟังเหมือนกัน ” คุณหญิงวีรญายิ้มให้ลูกกบอย่างรักใคร่เอ็นดู เพราะเห็นผู้หญิงคนนี้มาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก

         “ เดือนหน้าลูกกบก็เตรียมตัวสอบแล้วค่ะ ” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มให้ผู้อาวุโส  คุณหญิงวีรญาอดีตเคยเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินและเป็นครูเพอร์เซอร์ประจำสายการบินแห่งชาติเก่ามาก่อน

         “ ชิกุ....เอ่อ...รินทร์เดินมาหาคุณหญิงป้าแล้ว  ลูซี่ขอตัวก่อนคะ ลาล่ะค่ะ  วันนี้มีงานเยอะ ” ลูซี่ยกมือไหว้ก่อนจาก  ขณะที่เดินสวนกับบุรินทร์  ลูซี่กระซิบแซวน้องรัก

          “ สงสัยคุณหญิงป้าจะมาขอเงินไปบริจาคเอาหน้าเหมือนเคยน่ะชิกุริน ” พูดจบลูซี่เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไปทางเวทีประมูล  เพราะการประมูลได้เริ่มขึ้นแล้ว  ปล่อยให้บุรินทร์จัดการกับคุณหญิงวีรญาต่อไป

          “ สวัสดีครับ แม่ ” บุรินทร์เดินเข้าไปโอบมารดา  หอมแก้มซ้ายขวาตามธรรมเนียมฝรั่ง พร้อมรับไหว้ลูกกบ

          “ คุณครับ เรียกให้ถูกต้องซิ ” น้ำเสียงขึงขัง เอาเรื่องมาก  พอ ๆ กับสายตาที่มองบุตรชาย

          “ ขอโทษครับ  คุณหญิงแม่ ” บุรินทร์ยิ้มให้มารดา  นักบินหนุ่มเข้าใจความรู้สึกของมารดาดีว่าปลาบปลื้มมากกับตำแหน่งคุณหญิงมาก  ในฐานะผู้บริจาคเงินช่วยเหลือสังคมและอุทิศตนทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด  ส่วนมารดาของลูกกบ  ซึ่งเป็นอดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเช่นเดียวกันกับมารดาของบุรินทร์  และได้ตำแหน่งคุณหญิง เพราะบิดาของลูกกบรับราชการทหารตำแหน่งรองผู้บังคับบัญชาการและมีโอกาสได้รับใช้งานในวังบ้างเป็นบางครั้งคราว  ด้วยการชักนำของมารดาลูกกบ  ให้เข้าสู่แวดวงขุนนาง  แต่ด้วยความที่คุณหญิงวีรญามีแต่ทรัพย์คอยหนุนตัวเอง แต่ไม่มีตำแหน่งนำหน้าเหมือนคนอื่นเขา  เลยทำให้คุณหญิงวีรญาพยายามทุกวิถีทางที่จะให้ได้มาซึ่งตำแหน่งคุณหญิง  เพื่อที่จะได้ไม่น้อยหน้าเพื่อน

           “ ทีหลังอย่าเรียกผิดอีกนะรินทร์  ขายหน้าคุณหญิงแม่หมดนะครับคุณ ” ลูกชายพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มอ่อนเช่นเคย

          “ คุณหญิงแม่จะไปดูการประมูลรถทางโน้นไหมครับ  พอดีวันนี้รินทร์มีพิธีกรประมูลน้องใหม่มาดูงานกับคุณสุดาที่เวทีน่ะครับ ” ลูกชายเอ่ยชวน

          “ ก็ดีเหมือนกันนะคะ คุณหญิงป้า  ” ลูกกบรีบสนับสนุน

          “ ไปก็ได้ ถือว่าไปให้กำลังหนูสุดาด้วย ” คุณหญิงวีรญากล่าวถึงสุดาอย่างเอ็นดูเช่นกัน  เพราะสุดาเองก็เป็นลูกคหบดี ค้าวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ทางภาคเหนือ  จะว่าไปฐานะดีกว่าลูกกบเยอะ  เพราะครอบครัวลูกกบมียศถาบรรดาศักดิ์ก็จริง แต่ไม่ได้ร่ำรวย  บุรินทร์เดินนำคุณหญิงแม่และลูกกบไปที่ลานประมูล  ซึ่งบรรยากาศกำลังตื่นเต้น เร้าใจน่าติดตาม

 

 

         

           “ สีโบว์  สีโบว์.....นางเอื้องอยู่ลานประมูลยืนเฮียงข้างกันกับคุณบุรินทร์เลย  โอ๊ย...แจ่มแม่นอิจฉาเอื้องคักเด้  คือขี้ใส่ใจอีเนาคักแท้ (สีโบว์ สีโบว์  เอื้องอยู่ที่ลานประมูลยืนเคียงข้างคุณบุรินทร์ด้วยนะ  โอ๊ย! อิจฉาเอื้องจัง) ” เนารีบนำข่าวมาแจ้งเพื่อนสาว

          “ อีหลีติ หรือเว้าเล่นนางเนา อย่ามาหาตั๋วกันเล่นเด้อ (จริงเหรอเนา  อย่ามาโกหกฉันเล่นนะ) ” สีโบว์ไม่อยากจะเชื่อนัก

          “ อีหลี  บ่เซื่อไปเบิ่งนำกันเดี๋ยวนี้เลย  ไปซิพาไปเบิ่ง ( จริง ๆ ไม่เชื่อก็ไปดูด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย ป่ะ จะพาไปดู) ” เนาวรัตน์ลากแขนสีโบว์เดินตรงไปที่ลานประมูลอีกครั้ง เพื่อจะได้เห็นเป็นขวัญตาด้วยกัน  เมื่อทั้งคู่ไปถึงมุมหนึ่งที่ลานประมูล  ซึ่งสามารถมองเห็นกลุ่มของเจ้านายได้ชัดเจน  สีโบว์เองไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน  ภาพที่กำลังมองดูอยู่ตอนนี้คือ  เอื้องฟ้ากำลังอธิบายข้อมูลในกระดาษให้สาวงามที่ชมการประมูลฟัง  โดยมีบิ๊กบอสยืนกอดอก ส่งยิ้มขนาบข้างกายเพื่อนสาวไม่ห่าง  ลูซี่เองก็ยืนรวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย

          “ ตายละนางเอื้องคืนนี้  ซินอนหลับบ่น้อบาดหนิ  คือซิคิดฮอดคุณบุรินทร์บ่หลับบ่นอนคือคืนก่อนอีกล่ะน้อ (แย่ละเอื้องเอ้ย  จะนอนหลับไหมน้อ สงสัยต้องคิดถึงบุรินทร์จนไม่ยอมหลับยอมนอนเหมือนคืนก่อนแน่เลย) ” สีโบว์พูดจบพร้อมเสียงหัวเราะร่วน

         “ ย้านอยู่ยังหว่า  คุณบุรินทร์ซิฮู้บ่น้อ  ว่าหมู่เฮาหลงคิดฮอดหลาย (กลัวเหมือนกัน  คุณบุรินทร์จะรู้ไหมหนอ  ว่าเพื่อนเราแอบคิดถึงมาก) ” เนายืนมองพร้อมเสียงหัวเราะเช่นกัน

         “ อย่างพวกเฮาก่ะได้แค่คิด แค่ฝัน  ป่ะ! กลับไปเฮ็ดงานเถาะ  มื้อแลงจั่งถามนางเอื้อง  หว่าคุยหยังแดกับเจ้านาย (แค่คิด แค่ฝันเท่านั้นพอ  ตอนนี้กลับไปทำงานต่อกันเถอะเนา ตอนเย็นค่อยถามเอื้อง  ว่าคุยอะไรกับเจ้านายบ้าง) ”  สองสาวหันหลังออกจากลานประมูลไปทำงานประจำตำแหน่งของพวกเธอต่อ   ส่วนกลุ่มของเจ้านายนั้น กำลังคุยกันเรื่องงานวุ่น

         “ พี่บุรินทร์คะ แล้วรถที่มาประมูล  มาจากที่ไหนกันบ้างคะ ” สาวรุ่นน้องถามเจ้าของบริษัทหนุ่ม  ซึ่งวันนี้สาว ๆ สังเกตเห็นหนุ่มหล่อท่านนี้ยืนอมยิ้มหวานมาก

         “ แหล่งที่มาของรถหลัก ๆ เลยมีอยู่ 2 ที่  คือหนึ่งมาจากภาครัฐ หมายถึง รถที่ถูกยึดจากการค้ายาเสพติด รถหนีภาษี เป็นต้น  ส่วนที่สองคือ จากภาคเอกชน บริษัทไฟแนนซ์ ธนาคาร ที่ยึดรถมาจากลูกค้าที่ไม่ส่งงวด  รถที่ถูกยึดมาก็จะส่งรถมาที่บริษัทประมูล เพื่อขายต่ออีกทีหนึ่งน่ะค่ะ ” บุรินทร์ตอบได้ฉะฉาน ชัดเจน  เอื้องฟ้ายืนฟังและพยายามจดจำข้อมูลที่ได้รับรู้จากเจ้านายให้ได้มาก ๆ ถึงแม้พนักงานทั่วไปธรรมดาอย่างเธอ  ไม่จำเป็นต้องรู้ข้อมูลเหล่านี้ก็ได้  แต่เอื้องฟ้ากลับขอสะสมความรู้เหล่านี้  บุรินทร์ยิ้มอย่างพอใจที่เห็นเอื้องฟ้ายืนฟังด้วยความตั้งอกตั้งใจ

         “ แล้วคนที่มาประมูลรถส่วนใหญ่ล่ะคะพี่บุรินทร์  มาจากไหน? ” สาวฝึกหัดยังถามต่อ

        “ ส่วนใหญ่เลย จะเป็นเจ้าของเต๊นส์รถมือสอง  ที่เดินทางมาประมูลรถไปขายต่อ และบางส่วนก็เป็นบุคคลธรรมดาที่มาซื้อไปใช้เอง ” บุรินทร์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นเคย

        “ แล้วใครเป็นคนตั้งราคารถคะ? ” น้องสาวคนสวยก็ช่างถามเสียเหลือเกิน  ซึ่งเอื้องฟ้าเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าเกณฑ์การตั้งราคากำหนดอย่างไร  เพราะเห็นสุดาขานเรียกราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ คนก็ยังกล้าซื้อ

        “ เรื่องราคารถ  จะมีราคากลางของรถแต่ละรุ่นและยี่ห้อตามตลาด แต่ก็มีช่องทางที่เจ้าของเต๊นส์รถมือสองนำไปขายต่อเพื่อเอากำไรได้เหมือนกัน  เพราะบริษัทประมูลไม่ได้มีส่วนได้ตรงนั้น ” ทุกคนพยักหน้าเข้าใจ เมื่อได้ยินคำตอบจากปากบุรินทร์

        “ แล้วบริษัทประมูลได้อะไร เป็นค่าตอบแทนล่ะคะ ” สาว ๆ กลุ่มนี้ยังถามต่ออีก

       “ ทางบริษัทประมูล ได้ค่าดำเนินการประมูลเป็นการตอบแทนครับ... ” บุรินทร์ตอบได้กระชับและเข้าใจได้ง่ายมาก  เอื้องฟ้ารีบคิดตามทันที เพราะค่าดำเนินการประมูลรถยนต์ต่อคันอยู่ที่ 8,500 บาท เฉพาะรถยนต์แต่ละอาทิตย์คิดเฉลี่ย 400 คันบางอาทิตย์มากกว่านั้น ไม่รวมรถมอเตอร์ไซและซากรถ รวมไปถึงการเช่ารถลาก รถพ่วงบรรทุกรถยนต์ไปส่งยังปลายทางอีก  เบ็ดเสร็จรายได้ที่บุรินทร์ได้รับแต่ละอาทิตย์ก็เกือบสิบล้านบาทเลยทีเดียว และยอดนี้เฉพาะในกรุงเทพไม่รวมยอดประมูลตามต่างจังหวัด  นี่เป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่งที่เอื้องฟ้าพึ่งจะได้รับรู้

        “ มิน่า  พี่บุรินทร์ถึงต้องมาคุมเองทุกอย่างใช่ไหมคะ ” เสียงสาวสวยสดใสพูดแซว

        “ ครับ  ยิ่งเป็นเจ้าของยิ่งต้องมาดูเองทุกอย่าง ” บุรินทร์ตอบพร้อมเสียงหัวเราะอีกเช่นเคย  ก่อนที่ทุกคนจะหันหน้าไปที่เวทีอีกครั้ง  สุดากำลังจะทำการประมูลรถซุปเปอร์คาร์ซึ่งเป็นไฮไลของงาน

        “ ต่อไปเป็น รถเฟอร์รารรี่ รุ่น F 430   สีบรอนซ์เทา เกียร์ออโต้  จดทะเบียนปี 2008 หมายเลขทะเบียนรถ  จจ77 กรุงเทพมหานคร  ราคาเริ่มต้นที่ 11,000,000  บาทค่ะ....11,010,000...11,020,000…ราคายังไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ ครั้งละหนึ่งบาท….12,500,000 จะขายแล้วค่ะ  สู้ต่อยกป้าย 12,510,000…..จะขายแล้ว12,630,000 นับหนึ่ง นับสอง 12,630,000 นับสาม....ปัง!! เสียงค้อนทุบลงที่แป้น เสมือนเป็นเสียงสัญญาณปิดการประมูล  ท่ามกลางความตื่นเต้นเร้าใจ และการลุ้นว่าใครจะเป็นเจ้าของรถ  เวลาผ่านไปไม่ถึงสองนาที  สุดาปิดการขายรถหรูได้อย่างสวยงาม  เอื้องฟ้ายืนกอดแฟ้มเอกสารแนบอกแน่น  ชื่นชมความสามารถของสุดาเป็นที่สุด  เสียงกล่าวชมพิธีกรประมูลมือหนึ่งของบริษัทจากบรรดาสาวงามยังดังก้องเข้ากระทบหูเอื้องฟ้าไม่ขาดสาย  ถือว่าเป็นงานที่ท้าทายความสามารถมาก  เอื้องฟ้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาชมการประมูลสดวันนี้  บุรินทร์เองแอบส่งสายตามองเอื้องฟ้าหลายต่อหลายครั้งพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก  ไม่ต่างอะไรกันกับลูกจ้างสาวที่เจ้านายเผลอเป็นไม่ได้ ต้องขอหันไปเชยชม

 

 

             หลังจบการประมูลคุณหญิงแม่ของบุรินทร์เข้ามาที่ห้องทำงานของลูกชายพร้อมลูกกบและสุดา  อีกทั้งมีลูซี่นั่งอยู่ด้วย  บรรดาสาวงามทั้งหลายต่างกลับกันไปแล้ว  เอื้องฟ้าเองก็กลับไปทำงานตามปกติเช่นเคย  ด้วยความรู้สึกมีแรงใจทำงานอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้อากาศจะร้อนอบอ้าว ข้าวก็ยังไม่ตกถึงท้องสักเม็ดนี่ก็เกือบจะเลิกงานแล้วด้วย  แต่เอื้องฟ้ากลับอิ่มอกอิ่มใจเป็นที่สุดกับประสบการณ์ใหม่ที่ได้พบเจอวันนี้  ถึงงานจะยุ่งยากสักแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย

              “ กราบขอบพระคุณ คุณหญิงวีรญามาก ๆ นะคะ ที่มาให้กำลังสุดาในวันนี้ ” ท่าไหว้หัวแทบทิ่มพื้นของสุดา  ลูกกบเห็นแล้วถึงกับแบะปากใส่  อะไรจะไหว้เกินงามขนาดนั้น

             “ หนูสุดาเก่งมาก  คุณหญิงนั่งดูเพลินเลย ”

             “ แล้วพี่บุรินทร์ล่ะคะ  มีความเห็นอย่างไรบ้าง  ยิ่งตอนนี้ชื่อสุดากำลังป็อปปูล่ามากในวงการประมูล ” สุดาเจตนาพูดให้ลูกกบอิจฉา  เพราะลูกกบเองก็เป็นสาวเด่นอีกคนที่อาจจะมีสิทธิ์คว้าหัวใจบุรินทร์ไปครอง บุรินทร์ยังไม่ทันได้ตอบอะไร ลูกกบแย่งพูดขึ้นก่อน

              “ เมื่อไหร่น้าลูกกบ จะได้บินกับพี่รินทร์อีก  จำได้ว่าเราบินด้วยกันครั้งสุดท้ายไปที่มิวนิก ประเทศเยอรมันใช่ไหมคะ  ทริปนั้นโซวันเดอร์ฟูลมาก ๆ ค่ะ ลูกกบเลิฟทริปนั้นมากที่สุด อเมซิ่งจริง ๆ ค่ะคุณหญิงป้าขา  ” ลูกกบมัวแต่ย้อนไปหาความประทับใจเมื่อครั้งอดีตอันแสนหวาน  สุดาแบะปากใส่ทันที   

              “ เอ่อ...สุดาพึ่งนึกได้  คุณลูซี่คะ  ปีนี้จะพาพนักงานไปเที่ยวที่ประเทศอะไรดีคะ ” สุดาพร้อมรอคำตอบ ลูซี่ทำท่าครุ่นคิด

               “ ยังไม่รู้เลยสุดา ไปประเทศภูฏานกันดีไหม  สวยและเป็นธรรมชาติมาก ” ลูซี่กำลังคิดอยู่เหมือนกัน เพราะได้ยินเพื่อน ๆ หลายคนที่ไปมาเล่าให้ฟัง

               “ ว้าย...ไม่มีเอ้าท์เล็ทให้ช็อป  ไม่น่าไปหรอกค่ะ  ไปที่ที่โมเดิ้ลหน่อยซิคะ ” สุดารีบค้านทันที

              “ ไฮโซสุดาก็ไปเองซิคะ  จะไปฮ่องกง  มาเก๊า  สิงคโปร์  ก็ตามใจถ้าอยากจะช็อบรับรองไม่ผิดหวังค่ะ  จัดไพรเวททริปไปเองเลยค่ะราคาไม่แพงด้วย ” ลูกกบรีบเสนอความคิด

              “ แล้วรินทร์บินวันไหนล่ะลูก  คุณหญิงแม่ก็ไม่ได้ดูตารางบิน ” ผู้เป็นแม่ถาม

             “ พรุ่งนี้ครับ ” น้ำเสียงตอบเรียบ ๆ ขณะที่สายตาอ่านเอกสารและเซ็นงานไปด้วย

             “ คุณหญิงวีรญาว่างไหมคะ พอดีพรุ่งนี้พ่อกับแม่สุดามากรุงเทพค่ะ  อยากจะขอเชิญไปรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกันค่ะ ” สุดายิ้มรอคำตอบ  ระหว่างที่รอมารดาบุรินทร์เช็คดูตารางนัดหมาย

             “ ว่างพอดีเลยหนูสุดา  โชคดีมากเลยนะคะ  ปกติคุณหญิงออกงานสังคมตลอด  ตงลงรับนัดหนูสุดานะคะ ดีเหมือนกันจะได้ทำความรู้จักกับครอบครัวหนูด้วย ” สุดายิ้มกว้างมากขึ้นหลังจากที่มารดาของบุรินทร์รับนัดพร้อมกับจะแจ้งชื่อโรงแรมหรูระดับห้าดาวย่านเจริญกรุง  สถานที่รับประทานอาหารเที่ยงพรุ่งนี้   ลูกกบหรือจะยอมน้อยหน้า

              “ แล้วเย็นนี้คุณหญิงป้าว่างไหมคะ  คุณหญิงแม่ของลูกกบชวนลูกกบไปที่วังท่านผู้หญิงน้อยน่ะค่ะ  เห็นคุณหญิงแม่บอกว่า ท่านผู้หญิงท่านนี้เป็นนางสนองพระโอษฐ์ในวังด้วยนะคะ ”  ลูกกบยิ้มกว้างให้สุดา  คุณหญิงวีรญาหูผึ่งทันทีที่ได้ยินเรื่องเกี่ยวกับในวัง 

             “ คุณหญิงป้าว่างค่ะ หนูลูกกบ  ไปได้ค่ะ ” คุณหญิงวีรญารีบตอบทันใดโดยไม่ต้องคิดมาก   บุรินทร์นั่งหัวเราะกับเรื่องราวที่มารดาและสาว ๆ คุยกันในห้องทำงานของเขา  ลูซี่ได้แต่นั่งฟังอย่างเอืยมระอา  บุรินทร์ยื่นเช็คให้มารดาตามที่ขอมา  เพื่อนำไปบริจาคให้สมาคมต่อไป  เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว  คุณหญิงวีรญาเดินออกจากห้องทำงานลูกชาย  โดยมีสุดาและลูกกบคอยประคองแขนซ้ายขวา หิวกระเป๋า เอาใจคุณหญิงไม่ห่าง  เมื่อลับร่างสตรีทั้งสาม  เสียงหัวเราะลูซี่ดังขึ้นดังขึ้นกังวานลั่นห้องทำงานบุรินทร์

            “ หัวเราะเยอะขนาดนี้ ถูกอกถูกใจอะไรกันนักกันหนา ” บุรินทร์วางปากกาลงบนโต๊ะ แล้วเลยหน้ามองคนร่วมห้อง

           “ หัวเราะลูกกบกับสุดา  พวกหล่อนกำลังจัดมหกรรมสร้างภาพเอาหน้าออกสื่ออยู่ล่ะมั้งนั่น  คิดเหรอว่าคนอย่างคุณหญิงวีรญาจะไม่รู้ทันพวกหล่อน ” บุรินทร์ได้แต่ส่ายหน้า เมื่อได้ยินพี่ชายตอบ

           “ อย่าไปยุ่งเลย ” บุรินทร์ได้แต่ตอบสั้น ๆ

           “ ไม่อยากยุ่งหรอก  แต่ขำมากกว่า ผู้หญิงสองนางนั่น แข่งกันทำคะแนนน่าดู  หวังจะพิชิตหัวใจชิกุริน ”  บุรินทร์คว้ากระเป๋าหนังคู่กายขึ้นมา  หยิบเอกสารตรงหน้าใส่ลงไปในกระเป๋า แล้วลุกขึ้นยืน

           “ เขากลับบ้านก่อนนะตัวเอง  พรุ่งนี้มีบินเช้า จะรีบเข้านอน ” บุรินทร์บีบแก้มลูซี่เบา ๆ หนึ่งที  ตามประสาคนช่างหยอก

           “ แน่ใจนะยะ  ว่าจะได้นอนแต่หัววันกลัวแต่ว่าจะไปแวะโจ๊ะทึง ๆ กับสาวงามก่อนเข้าบ้านน่ะสิ ” บุรินทร์เดินออกจากห้องทำงานพร้อมเสียงหัวเราะสดใส

 

 

           นาฬิกาบอกเวลา 18.45 น.  เอื้องฟ้าพึ่งจะเสร็จงานวันนี้  ส่วนเนาวรัตน์กับสีโบว์ยังไม่เสร็จงาน  มือเรียวสวยของเอื้องฟ้ากดน้ำเย็นจากเครื่องกรองน้ำดื่มเพื่อดับกระหาย  ขณะนั่งรอเพื่อนสนิทอยู่ที่หน้าลานประมูลรถมอเตอร์ไซ เสียงกระเพาะร้องจ๊อก ๆ เพราะยังไม่ได้กินอะไรเลยแทบทั้งวัน  นอกจากกาแฟกับน้ำ  เสียงท้องรอ้งหนักขึ้นเหมือนเตือนให้เอื้องฟ้ารีบหาอาหารป้อนท้อง  มือของเอื้องฟ้ารีบควานหากล่องอาหารที่ห่อมาจากห้องพัก แต่น่าเสียดายข้าวสวยที่หุงมาบูดเสียแล้ว  เหลือแต่ไข่ต้มที่ปอกเปลือกแช่พริกป่นกับน้ำปลา  อย่างน้อยพอแก้ขัดไปก่อน ไข่ต้มครึ่งลูกถูกยัดเข้าปากเอื้องฟ้าด้วยความหิวโหย  พอเงยหน้ามองบริเวณที่ทำงาน  ซึ่งเป็นลานกว้าง  ปากก็เคี้ยวไข่ต้มไปด้วย  เวลาเดียวกันนั้นรถเก๋งคันงามของบุรินทร์ก็ได้ขับผ่านลานประมูล  หัวใจเอื้องฟ้ากระตุกวูบอย่างแรง  เมื่อเห็นรถคันงามผ่านหน้าไป  แต่แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจตามหลัง  ก่อนจะยัดไข่อีกครึ่งลูกเข้าปาก เคี้ยวตุ้ย ๆ ก้มหน้าลงมองโทรศัพท์ในมือ  ส่วนสมองคิดถึงแต่คนที่เป็นเจ้าของที่นี่จับใจ  เสียงปิดประตูรถทำให้เอื้องฟ้าเงยหน้าขึ้นมอง  ชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมอมยิ้ม  มิหนำซ้ำไข่ต้มยังเต็มปากอยู่เลย บุรินทร์มองหน้าเอื้องฟ้า ด้วยรอยยิ้มกว้าง

        “ ค่อย ๆ เคี้ยวก็ได้  เดี๋ยวอาหารติดคอ ” เอื้องฟ้าไม่รู้ว่าจะนั่งหรือจะยืน หลังจากกลืนไข่ต้มลงท้องก็รีบหาน้ำดื่มดับกลิ่นคาวไข่และกลิ่นพริกน้ำปลา

         “ คุณบุรินทร์มีอะไรจะใช้เอื้องหรือเปล่าคะ ”

         “ ไม่มีหรอกครับ ตอนนี้นอกเวลางานแล้ว  ขอบคุณมากนะครับที่ทำงานหนักทั้งวัน  แล้วนี่คุณเอื้องยังไม่กลับบ้านอีกเหรอครับ ” บุรินทร์ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม  สายตาผลุบมองดูกล่องอาหารข้างกายหญิงสาว

         “ เอื้องรอเพื่อนอยู่ค่ะ ” เมื่อตาสบตา  เสียงหัวใจเต้นตึกตักอีกแล้ว ความรู้สึกหวั่นไหวในใจเกิดขึ้นบ่อยขนาดนี้  เอื้องเอ๊ยเอื้อง อยู่ใกล้คุณบุรินทร์แล้วอดใจสั่นไม่ไหวเลยใช่ไหม 

        “ วันนี้คุณเอื้องยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลยใช่ไหม ” เอื้องฟ้ามองกล่องข้าวข้างกาย  นึกอายขึ้นมาทันที  สงสัยกลิ่นข้าวบูดโชยออกไปรบกวนชายหนุ่มตรงหน้าแน่ ๆ  หญิงสาวคิดไปอย่างนั้น  ก่อนจะรีบเอื้อมมือไปเก็บกล่องข้าวเก็บใส่ถุงผ้าประจำกาย

         “ กำลังว่าจะกินแต่ข้าวบูดก่อนเลยได้กินแต่ไข่ต้มค่ะ ” เอื้องฟ้าหัวเราะเขิน ๆ และนี่แหล่ะคือสิ่งที่บุรินทร์ชื่นชอบมาก  เอื้องฟ้าแลดูเป็นธรรมชาติมาก ไม่ว่าจะยิ้มหรือพูดคุย

        “ คงหิวมากแน่ ๆ เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมพาไปเลี้ยงข้าวแล้วกันนะครับเย็นนี้  คุณเอื้องทำงานจนไม่มีเวลาพักเที่ยงผมขอชดเชยให้แล้วกันนะครับ ” เอื้องฟ้ารีบบอกปัดทันที

         “ ไม่เป็นไรค่ะคุณบุรินทร์ เอื้องชินแล้วค่ะ  ทุกวันอาทิตย์พนักงานคนอื่นแทบไม่ได้กินอะไรกันเหมือนกันไม่ใช่แค่เอื้องคนเดียว คุณบุรินทร์ก็เห็นว่ายุ่งแค่ไหน ” บุรินทร์สะดุดกับสิ่งที่เอื้องฟ้ากำลังพูด  เพราะส่วนตัวเขามีเวลาไปนั่งกินข้าวที่ห้องแอร์เย็น ๆ ในออฟฟิศ  ส่วนพนักงานลูกกระจ๊อกวิ่งทำงานตากแดดกันเพื่อบริษัทจนไม่มีเวลากินกันเลยเหรอ

        “ นั่นแหล่ะ  ผมยิ่งรู้สึกผิด  ที่เอาเปรียบเวลาพวกคุณ  โทรบอกเพื่อนของคุณเอื้องให้หยุดทำงานแล้วมาหาผมที่นี่ เดี๋ยวนี้เลยครับ ” บุรินทร์สั่งเอื้องฟ้า  แต่เพื่อนสาวทั้งสองเดินมาถึงตัวเจ้านายแล้ว ทั้งสีโบว์และเนาวรัตน์ ต่างตะลึงปนเกร็ง เมื่อได้ใกล้ชิดเจ้านายจริง ๆ ทำอะไรไม่ถูก  พูดไม่ออก  ได้แต่ยกมือสวัสดีตามมารยาท บุรินทร์รับไหว้เช่นกันพร้อมกับยิ้มให้

         “ คุณบุรินทร์  เอื้องขอตัวกลับก่อนนะคะ ” เอื้องฟ้าคว้ากระเป๋าผ้าขึ้นสะพายบ่า เตรียมตัวกลับห้องเช่า

        “ ขึ้นรถ เดี๋ยวผมไปส่ง ” บุรินทร์ผายมือเชิญเอื้องฟ้า และบอกเนาวรัตน์กับสีโบว์ขึ้นรถ ทั้งสามมองหน้ากันเลิกลัก  เอายังไงดีล่ะทีนี้

       “ พวกหนูตัวสกปรกเดี๋ยวรถคุณบุรินทร์เปื้อน  พวกหนูเดินกลับเองก็ได้ค่ะ ” เนารีบหาทางออก เพื่อนอีกสองคนรีบกล่าวสนับสนุน  ใครจะกล้าขึ้นรถเจ้านาย

       “ ขึ้นรถครับ ” น้ำเสียงเข้ม ของบุรินทร์เดินไปที่รถเปิดประตูให้พนักงาน  ทั้งสามคนจำต้องขึ้นรถคันงาม  สายตาบุรินทร์ที่มองเนาวรัตน์และสีโบว์ให้เข้าไปนั่งข้างหลัง  ส่วนเอื้องฟ้านั่งข้างหน้า บุรินทร์รอให้ทุกคนรัดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยก่อนออกรถ  ไม่งั้นสัญญาณดังเตือนไม่หยุดแน่ เมื่อรถเคลื่อนออกจากลานจอดรถบริษัท  บุรินทร์ไม่ถามสักคำว่าบ้านอยู่ไหน?  ชายหนุ่มกลับขับรถไปร้านอาหารที่พอนึกออกใกล้ ๆ บริษัท  ไม่มีใครว่าอะไรเลย  นอกจากเดินเข้าไปในร้านอาหารหรูสำหรับพวกเธอทั้งสาม  ยิ่งรายการอาหารที่บุรินทร์สั่งมามีแต่ของอร่อย ๆ ทั้งนั้น  ทั้งนายทั้งลูกน้องต่างกินอย่างหิวโหย  โดยเฉพาะเอื้องฟ้า  เห็นตัวเล็กแต่กระเพาะไม่เล็กตาม  อาหารบนโต๊ะถูกสั่งมาอีกชุดใหญ่    อาหารค่ำคืนนี้สำหรับบุรินทร์ถือว่าได้รับฟังข้อมูลจากพนักงานระดับล่างด้วย  ว่าพวกเขารู้สึกอย่างไรกับการทำงานที่บริษัทของเขา  เพราะพ่อบุรินทร์ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเมื่อปีกลายได้สั่งสอนลูกชายไว้เสมอ  ว่าให้ทำตัวต่ำกว่าทุกคนและยอมรับฟังพนักงานด้วยว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร  เอาใจเข้าแลกเพราะถ้าขาดพนักงานที่ดีบริษัทก็จะไม่ก้าวหน้า 

            “ ขอบคุณมากนะคะ คุณบุรินทร์ที่พาพวกหนูไปกินอาหารอร่อย ๆ แบบนี้ ” สีโบว์ยกมือไหว้ขอบคุณรวมถึงเอื้องและเนาด้วย  ขณะที่รถจอดอยู่ที่หน้าอพาร์ตเม้นท์ของพวกเธอ

            “ ไม่เป็นไรครับ  เอาไว้โอกาสหน้าไปกินด้วยกันอีกนะครับ ”  บุรินทร์หันหน้าไปทางเบาะผู้โดยสารด้านหลัง  เนาสะกิดสีโบว์ให้ลงรถก่อนเอื้องฟ้า  บุรินทร์รีบกดล็อคประตูฝั่งผู้โดยสารด้านหน้า  เอื้องฟ้าเองก็พยายามหาที่เปิดประตูเช่นกัน  เพราะรถหรูเลยไม่รู้ว่าต้องเปิดยังไง  เอื้องฟ้าเห็นเพื่อนเดินเข้าอพาร์ตเม้นท์ไปก่อนแล้ว  แต่เธอยังติดอยู่ในรถอยู่เลย

            “ คุณบุรินทร์คะ  เอื้องเปิดประตูไม่ได้ค่ะ  ช่วยเปิดให้หน่อยค่ะ ” หน้ายิ้มแหย๋ ๆ ปนอาย ตามองหน้าเจ้าของรถ  ที่กำลังนั่งมองเธอยิ้ม ๆ

            “ เอื้อง  หวังว่าอาหารอร่อยถูกใจนะครับ พรุ่งนี้เช้าผมมีบิน  แล้วเจอกันวันพฤหัสนะครับ ” คำเรียกชื่อเธอเปลี่ยนไป  คุณบุรินทร์ทำไมเรียกชื่อเธอแบบนี้ ยิ่งได้ยินคำว่าบิน  ยิ่งอยากรู้

            “ แล้วคุณบุรินทร์จะขี่เครื่องบินไปไหนเหรอคะ ” ฟังดูเหมือนคำถามโง่ ๆ ซื่อ ๆ แต่สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์อะไร บุรินทร์หัวเราะกับความเป็นคนตรงของเอื้องฟ้าอีกครั้ง

            “ ผมนั่งเครื่องบินไปทำงานครับ  ถ้าขี่คงตกตั้งแต่เครื่องขึ้นแล้ว ” เอื้องนึกภาพตาม แล้วหัวเราะกับความคิดเปิ่น ๆ ของตัวเอง

           “ เอื้องไม่เคยนั่งเครื่องบินนี่คะ  เคยแต่ขี่จักรยาน ” เสียงหัวเราะเอื้องฟ้ายิ่งทำให้บุรินทร์รู้สึกสบาย  เรื่องราวบางส่วนที่ได้รับรู้วันนี้  ถือว่าน้อยมาก  บุรินทร์ชักอยากจะรู้จักผู้หญิงคนนี้ให้มากขึ้นเสียแล้ว

           “ พรุ่งนี้ผมมีบิน ไปอินชอน ประเทศเกาหลี แต่เช้ากลับมาวันพุธตอนดึก  เอื้องอยากได้อะไรไหมครับ ” ฟังเหมือนเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดา  แต่ความหมายที่แฝงอยู่ไม่ธรรมดาเลย  หัวใจเอื้องฟ้าเต้นแรงขึ้น  บอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกเช่นไรตื่นเต้น ดีใจ สับสน สงสัย  แล้วทำไมคุณบุรินทร์ต้องบอกเธอด้วย  เธอสำคัญอะไรคุณบุรินทร์ถึงบอกเรื่องส่วนตัวกับเธอ

            “ เอื้องไม่เอาอะไรหรอกค่ะคุณบุรินทร์  ขอบคุณมากนะคะ แล้วคุณบุรินทร์ซื้อตั๋วแพงไหมคะไปประเทศเกาหลี ” อีกแล้วคำถามแสนซื่อ พอ ๆ กับหน้าตาตื่นเต้นรอฟังคำตอบ บุรินทร์หัวเราะหนักกว่าเดิม  เอื้องฟ้าเริ่มอายแล้วเหมือนกัน  ไม่รู้ว่าพูดอะไรผิดเพี้ยนไป  เจ้านายถึงได้หัวเราะซะขนาดนี้ราวกับเธอเป็นตัวตลก  ที่พูดอะไรเจ้านายก็ขำ

           “ ผมขึ้นฟรี  ไม่มีตั๋ว  เพราะผมเป็นคนขับเครื่องบินพาผู้โดยสารไป  เข้าใจหรือยังครับเอื้อง ”  เอื้องฟ้ายกมือขึ้นปิดหน้าซ่อนรอยยิ้มไว้ใต้ฝ่ามือเรียวสวยทันที  ไม่รู้จะกรี๊ดหรือร้องไห้ หรือหัวเราะดี  ทำอะไรไม่ถูกทั้งอายทั้งเขิน  อารมณ์หลากหลายเกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน  มือใหญ่เรียวสวยแตะกลางศีรษะของหญิงสาวโยกไปมา เสียงหัวเราะของบุรินทร์ยังดังให้ได้ยิน

           “ คุณบุรินทร์ เปิดประตูให้เอื้องลงรถเถอะค่ะ  เอื้องอายมาก  วันนี้ปล่อยไก่ไปหลายเล้าแล้ว ” เอื้องฟ้ายกมือเช็ดน้ำตาที่หัวตาออก  นี่ถ้าเล่าให้เนากับสีโบว์ฟังคงหัวเราะกันท้องแข็ง

          “ แล้วจะซื้อขนมมาฝากนะ  กู๊ดไนท์ครับ ” เสียงปลดล็อดประตูดังขึ้น  ร่างของชายหนุ่มโน้มตัวไปทางเอื้องฟ้า ระยะใกล้ชิดมากเพื่อช่วยเปิดประตูให้  เอื้องฟ้าหยุดหายใจชั่วขณะ แขม่วท้องให้ราบ แผ่นหลังแนบชิดติดเบาะรถเพื่อหลบชายหนุ่ม  แต่เหมือนบุรินทร์เจตนาจะยื่นหน้าเข้าใกล้ใบหน้าไร้เครื่องสำอางของเอื้องฟ้า  กลิ่นกายหอม ๆ ยังส่งกลิ่นรบกวนเอื้องฟ้า เมื่อเทียบกับกลิ่นตัวเธอ  เอื้องฟ้ายิ่งประหม่า ไม่รู้คุณบุรินทร์ได้กลิ่นเหงื่อกลิ่นสาปจากเธอบ้างหรือเปล่า เสียงประตูถูกเปิดออก บุรินทร์กลับไปนั่งประจำที่คนขับตามปกติ

           “ ซื้อมาเยอะ ๆ นะคะ  เด็กหญิงเอื้องฟ้ากินจุด้วย  ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณบุรินทร์ ” เอื้องฟ้ายกมือไหว้เจ้านายหนุ่มอีกครั้ง

           “ ต่อไปนี้ห้ามไหว้ผมอีกนะครับเอื้อง แล้วจะซื้อขนมมาฝากนะเด็กดี ” เอื้องฟ้ายิ้มกว้างอีกครั้ง  มือพลางปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว

           “ ค่ะ  เอื้องรอขนมจากผู้ใหญ่ใจดีอยู่นะคะ  กู๊ดไนท์เช่นกันค่ะ ” เอื้องฟ้าลงจากรถไปแล้วพร้อมเสียงปิดประตูเบา ๆ ยืนโบกมือบ้ายบายให้บุรินทร์อีกครั้ง  สายตายังมองตามท้ายรถเก๋งคันงามจนเลี้ยวออกจากซอยเล็ก ๆ มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ เอื้องหันหลังเดินเข้าตัวตึกที่พักรอยยิ้มอันแสนจะมีความสุขช่างปิดไม่มิดเสียจริง ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นนี้มันเรียกว่าอะไร  แต่ที่รู้ ๆ เอื้องฟ้าไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ผู้ชายที่ชื่อบุรินทร์  ได้เข้ามาเขย่าหัวใจเอื้องฟ้าอย่างแรง





#############################################################################


.....................อัพเพิ่มแล้วนะคะ  หวังว่าคงถูกใจกันนะคะ  แล้วจะรีบมาอัพเพิ่มจ้า.....ด้วยรัก...มาทนา

ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คอมเม้นท์ด้วยนะคะ

อย่าลืมกดติดตามเพจมาทนาด้วยนะคะคนดี

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

3,176 ความคิดเห็น

  1. #2697 Jasmine_mine (@Jasmine_mine) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 17:10
    รอบนี้รอบที่5แล้ว ตั้งแต่ไม่รีไรท์ ก็ยังอมยิ้มได้เหมือนเดิม
    #2697
    0
  2. #2584 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 13:53
    คุณบุรินทร์เริ่มรุกเร็วมาก
    #2584
    1
    • #2584-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 3)
      24 กรกฎาคม 2560 / 17:28
      รุกไวและเนียนมาก5555...ด้วยรัก...มาทนา
      #2584-1
  3. #2582 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 02:21
    กลับมาอ่านอีกครั้ง มาฟินกับพ่อรินทร์จีบแม่เอื้อง ..น่ารัก
    #2582
    1
    • #2582-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 3)
      24 กรกฎาคม 2560 / 17:29
      เขียนเอง ยังฟินเลย5555.....ด้วยรัก...มาทนา
      #2582-1
  4. #2580 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 23:48
    ถ้าจะ....ขนาดนี้


    เขิน
    #2580
    0
  5. #2576 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 22:58
    เพิ่งรู้ว่านักบินเค้าจีบสาวแบบนี้...555

    #2576
    0
  6. #2575 Genocide Peach (@pombangplad) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 18:25
    ขอบคุณมากคะ
    #2575
    0