ลุ้นรัก

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,626
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    23 ก.ค. 60

ตอนที่ 4

 

 

              เสียงโทรศัพท์มือของเอื้องฟ้าดังก่อนเสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ประจำเช้านี้  มือเรียวสวยรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าใครโทรมาหาแต่เช้า  หญิงสาวทั้งง่วงทั้งเพลีย  เมื่อคืนจนกว่าจะได้หลับได้นอนก็เกือบเที่ยงคืนเกือบตีหนึ่ง  เพราะมัวแต่คุยกันเรื่องคุณบุรินทร์และอาหารเย็นสุดหรูกับเพื่อนร่วมห้อง

          “ แม่....คือโทรมาหาหล่าแต่เซ้าแท้? ซำบายดีหยู่เบาะ  ( แม่...ทำไมโทรมาหาเอื้องเช้าจัง  สบายดีไหม) ” เสียงเอื้องฟ้าทักปลายสายพร้อมเสียงหาวนอน

         “ เซ้าจั๋งได๋  ซิหกโมงแล้วตั้วหนิ  สวยแล้วเด้ ( เช้าเหรอ? นี่จะหกโมงเช้าแล้วนะ  สายแล้วนะ) ”  เสียงมารดาตอบลูกสาว  เอื้องฟ้าได้แต่คิดในใจนี่ยังไม่หกโมงเช้าเลย  เวลาสายแล้วของแม่  แต่คือเวลาเช้ามากสำหรับลูก

         “ พ่อกับแม่ ซำบายดีอยู่ตั้ว  หล่าคึดฮอดหล้ายหลาย( พ่อกับแม่สบายดีนะคะ หนูคิดถึงมาก) ” เมื่อวานเอื้องฟ้ามัวแต่ยุ่งอยู่กับงาน  เลยไม่มีเวลาโทรหาบิดามารดา  ซึ่งปกติแล้วเอื้องฟ้าจะโทรทุกวัน

         “ ซำบายดีลูก  บ่เห็นอีหล่าโทรมามื้อวาน  พ่อกับแม่ก่ะเป็นห่วงเลยโทรมาถามเบิ่ง  คั้นฮู้ว่าบ่เป็นหยังก่ะดีแล้วลูก (สบายดี  ไม่เห็นเอื้องโทรมาเมื่อวาน  พ่อกับแม่เลยเป็นห่วงเลยโทรมาถามดู  ถ้ารู้ว่าลูกไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว) ” นางแป๋มตอบกลับลูกสาวคนเล็กด้วยความรู้สึกหมดห่วง

         “ บ่ต้องห่วงลูกดอกแม่  แล้วอีพ่อเด้เราเลี้ยงไก่เป็นจั่งได๋แด ( ไม่ต้องห่วงหนูหรอกค่ะแม่  แล้วพ่อเลี้ยงไก่เป็นยังไงบ้าง)  ” เอื้องฟ้าถามถึงกิจการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ที่เธอเป็นผู้ออกทุน  จากเงินเก็บที่เหลือเดือนละเล็กละน้อย  สะสมไว้หลายเดือนจนได้เงินจำนวนสี่พันบาท  ซื้อแม่ไก่ให้พ่อเลี้ยงหวังเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอีกทาง  เพราะอาชีพหลักของบิดามารดาของเอื้องฟ้าคือปลูกผักสวนครัวริมแม่น้ำโขงขายและทำนา ส่วนบิดาก็มีอาชีพรับจ้างทั่วไป สุดแท้แต่ผู้ว่าจ้างจะเรียกใช้ 

         “ ก่ะดีอยู่ลูก เดือนหน้าก่ะคือสิได้เก็บไข่ขายแล้วล่ะ  พ่อก่ะดีใจคือหยังหนี่ (ก็ดีนะลูก เดือนหน้าก็เก็บไข่ขายได้แล้ว  พ่อดีใจจะตาย) ” เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากมารดา  เอื้องฟ้าพลอยยิ้มกว้างแต่เช้าตรู่  หวังว่าโครงการเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่คงทำเงินให้ครอบครัวเธอไม่มากก็น้อย หลังจากที่ขาดทุนจากการเลี้ยงหมูมาแล้วเพราะทุนไม่หนาพอ  ไหนจะค่าหัวอาหารหมูแพง  แต่ราคาเนื้อหมูกลับตกต่ำ  เป็นเหตุให้กิจการเลี้ยงหมูต้องเจ๊งไป

         “ หยากไปเห็นไวไวเด้ เดือนหน้าก่ะสงกรานต์แล้ว  อีหล่าเมือบ้านซิได้ไปเก็บไข่ไก่ขาย (อยากไปเห็นไวไวจังเลย  เดือนหน้าก็สงกรานต์แล้ว  เอื้องกลับไปบ้านคงได้เก็บไข่ไก่ขายพอดี)  ” เสียงมารดาหัวเราะสดใสลอดออกมาตามสาย  เสมือนเสียงแห่งกำลังใจที่ส่งมาให้ลูกสาวที่ทำงานอยู่เมืองกรุงได้ดีจริง ๆ สำหรับเอื้องฟ้าแล้ว  ความสุขของผู้เป็นพ่อเป็นแม่ คือสิ่งสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดในชีวิต  ถึงแม้เธอจะเหนื่อยจะล้าสักเพียงใดก็ตาม  ขอเพียงให้แค่บุพการีมีความสุขกายสบายใจ  กินอิ่มนอนอุ่น  แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับเอื้องฟ้า  นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เอื้องฟ้าผู้หญิงตัวเล็ก ๆ  คนหนึ่งสามารถให้ผู้มีพระคุณของเธอได้

           “ ฮอดยามนั้นก่ะได้มาขายไข่พอดี  พ่อแห่งเว้าแล้วเว้าอีกว่าหยากให้อีหล่ามาเห็นไก่ซุดนี้งามอีหลี (ถึงเวลานั้นก็ได้มาขายไข่พอดี  พ่อยิ่งพูดแล้วพูดอีกว่าอยากให้เอื้องมาเห็นไก่ชุดนี้ ” สองแม่ลูกยังพูดเรื่องไก่กันต่อและเรื่องราวทั่วไป รวมไปถึงเพื่อนบ้านเจ้าปัญหาด้วย ที่คอยดูถูกดูแคลนพ่อและแม่ของเอื้องฟ้า  กล่าวหาว่าบ้านของเอื้องฟ้าจน ไม่มีอันจะกิน บ้านหลังก็เล็กซอมซ่อ  ก็ใช่สิ  บ้านของเพื่อนบ้านท่านนี้มีลูกเขยเป็นฝรั่งสูงอายุ พอมีเงินมาสร้างบ้านหลังใหญ่หลังโตให้พ่อแม่ฝ่ายหญิงได้อยู่อาศัยมีหน้ามีตาในหมู่บ้าน

            “ แม่! ปีนี้นารีมาเมืองไทยบ่ ( แม่! ปีนี้นารีกลับเมืองไทยไหม) ” เอื้องฟ้าถามถึงเพื่อนสมัยประถมบ้านติดกันที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ

           “ เห็นอีอองมันว่าลูกมันซิมาอยู่ มันคุยคักคือหยังหนี่  ว่าสงกรานต์ปีนี้ซิจ้างหมอลำซิ่งมาให้ไทบ้านเบิ่ง (เห็นนางอองบอกว่ามานะ  มันคุยโวไปทั่ว ว่าสงกรานต์ปีนี้จะจ้างหมอลำซิ่งมาให้ชาวบ้านดู) ” น้ำเสียงบ่งบอกถึงอารมณ์ไม่ดีนักของมารดา  ทำให้เอื้องฟ้าหัวเราะ เพราะเหมือนจะมีเพื่อนบ้านที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาแต่ไหนแต่ไร ชิงดีชิงเด่นกันตลอดในทุก ๆ เรื่อง  ยิ่งลูกสาวยายอองได้สามีฝรั่งด้วยแล้ว  ยิ่งทำให้บ้านเอื้องฟ้าถูกดูถูกเหยียดหยาม

           “ ก่ะดีตั้ว  หม่วนดี อีหลาซิได้ขึ้นร้องเพลงเอาเงินทิปไทบ้าน (ก็ดีนี่ สนุกดีออก เอื้องจะได้ขึ้นร้องเพลงเอาทิปจากชาวบ้าน) ” เอื้องฟ้าในฐานะนักร้องเสียงดีประจำหมู่บ้านคนหนึ่งกล่าวกับมารดาและที่ขาดไม่ได้ คือเนาวรัตน์อีกคน หางเครื่องและคอรัสประจำตัวเอื้องฟ้า  เมื่อใดที่คู่หูคู่นี้ควงกันขึ้นเวทีที่ไหน  มีทั้งความสนุกและเสียงหัวเราะพร้อมเงินทิปงาม ๆ ที่เอื้องฟ้าและเนาวรัตน์ได้รับเป็นของรางวัลในการสร้างความบันเทิงให้ชาวบ้าน

          “ จั๊กยามได๋ลูกสาวหล่าแม่ซิมีผู้มามักมาแต่งน้อ  อีหล่างามก่ะงาม  คนรวย ๆ ก่ะบ่มามักแดน้อ  อีหล่าซิได้ซ้างเฮือนหลังใหญ่ ๆ งามกั่วอีอองให้พ่อกับแม่หยู่  ให้อีอองมันเหลือใจตายโลด เกิ๊นหว่ามันดูถูกเฮาคักสา (ไม่รู้เมื่อไหร่ลูกสาวแม่จะมีคนมารักมาแต่ง  เอื้องสวยก็สวย คนรวย ๆ ก็ไม่มาชอบหน่อยนะ  เอื้องจะได้สร้างบ้านหลังใหญ่ ๆ สวยกว่าบ้านนางอองให้พ่อกับแม่อยู่  เอาให้นางอองมันช้ำใจตายเลย  ชอบดูถูกพวกเราดีนัก ) ” เอื้องฟ้าหุบยิ้มทันทีเมื่อได้ยินมารดาพูดเช่นนี้  อยากทำความฝันให้พ่อและแม่ให้เป็นจริงเหมือนกัน  แต่คงยากเหลือเกิน  สมัยนี้เงินต้องต่อเงิน   คนรวยก็ต้องคู่กับคนรวย  บางทีหน้าตาสวยก็ไม่ได้ช่วยหาสามีรวยได้อย่างมากเป็นได้แค่ผู้หญิงชั่วคราวของคนรวยก็แค่นั้น  เอื้องฟ้าคุยกับแม่ต่อไม่นานจำต้องวางสาย เพราะเพื่อนร่วมห้องตื่นนอนกันแล้ว  ได้เวลานกน้อยต้องเตรียมตัวออกจากรังไปทำมาหากินกันต่อไป

 

 

 

            ณ บ้านหลังใหญ่ บนพื้นที่กว้าง บริเวณบ้านร่มรื่นร่มเย็นย่านหลังสวน  เสียงรถที่วิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังงามตามคำเชิญของคุณหญิงวีรญา  นางบ่าวเดินนำหน้าผู้มาเยือนมาที่ห้องโถงรับแขกในบ้าน  เสียงทักทายของเจ้าของบ้านดังขึ้นเพื่อกล่าวต้อนรับ

           “ เชิญค่ะ เชิญ  หนูสุดา คุณพ่อคุณแม่ด้วย เชิญนั่งก่อนค่ะ  ” 

           “ บ้านคุณหญิงวีรญาสวย เงียบสงบ ร่มรื่น น่าอยู่มาก ๆ เลยนะคะ  ต้นไม้เยอะด้วยเห็นแล้วชื่นใจมาก ๆ ค่ะ  ไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือบ้านกลางกรุง ” แม่ของสุดารีบกล่าวชม

           “ ขอบคุณมากค่ะ  คือสามีเดี๊ยนเป็นคนชอบปลูกต้นไม้และหวงต้นไม้มาก  หลายปีผ่านไป  ต้นไม้ก็โตทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้นอย่างที่เห็นค่ะ ” คุณหญิงวีรญาตอบอย่างภาคภูมิใจ

           “ แล้วบุรินทร์พักอยู่กับคุณหญิงวีรญาด้วยหรือเปล่าคะ ” มารดาของสุดาถาม

           “ มาค้างบ้างมากกว่าค่ะ คือรินทร์อยู่ที่คอนโด ว่างก็แวะมาทานข้าวที่นี่บ้างบางครั้งที่มีเวลาว่างตรงกัน  อีกอย่างรินทร์ชอบความเป็นส่วนตัวสูงมาก  คงติดนิสัยมาตั้งแต่เด็ก  คือเดี๊ยนกับสามีส่งรินทร์ไปเรียนที่อังกฤษตั้งแต่อายุ 12 ปี เด็กอยู่โรงเรียนประจำโตมาเลยชิน  ชอบอยู่แบบอิสระน่ะค่ะ ” สุดายิ้มกว้างเมื่อได้ทราบข้อมูลส่วนตัวของบุรินทร์จากปากผู้เป็นแม่

           “ สุดาเล่าให้ฟังไม่ขาดปากเรื่องคุณบุรินทร์  ชมว่าเป็นเจ้านายที่น่ารักและเป็นนักบินด้วย  ลูกชายคุณหญิงวีรญาเก่งมากเลยนะครับ  ทำทั้งงานส่วนตัวและดูแลกิจการของครอบครัวด้วย ” พ่อของสุดากล่าวชื่นชม

          “ ถือว่าเป็นความโชคดีของเดี๊ยนค่ะ  ที่มีลูกชายน่ารัก รักและตามใจคุณหญิงแม่ทุกอย่าง ” คุณหญิงวีรญาตอบด้วยความมั่นใจ เพราะบุรินทร์เป็นลูกที่อยู่ในโอวาทพ่อแม่เสมอมา

           “ อันนี้สุดาขอยืนยันนะคะคุณพ่อ คุณแม่ ว่าพี่บุรินทร์รักคุณหญิงแม่มาก  เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาคุณหญิงวีรญาขอเงินพี่บุรินทร์ห้าล้านบาท เพื่อนำไปบริจาค  พี่บุรินทร์เซ็นเช็คให้แกร็กเดียว  ไม่ถามสักคำแถมให้ด้วยความยินดีด้วยนะคะ ” สุดาตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างเมื่อเล่าเรื่องคุณความดีของชายหนุ่มให้พ่อและแม่เธอฟัง  ส่วนคุณหญิงวีรญานั้นยิ้มหน้าบานยิ่งกว่าจานเรดาร์เสียอีก

          “ ผมก็มีแค่ลูกสุดาเป็นลูกสาวเดียว  ธุรกิจร้านขายวัสดุก่อสร้าง โครงการบ้านจัดสรรที่เชียงใหม่  หุ้นส่วนโรงแรมอีกตั้งสามแห่งที่เชียงใหม่ลูกสุดาต้องบริหารต่อนะลูก  ธุรกิจพ่อแม่เป็นพันล้านเลย  สุดาต้องทำให้ได้นะลูก เห็นไหมคุณบุรินทร์ยังทำได้ลูกต้องทำได้เหมือนกัน ” บิดาของสุดาคุยโวให้คุณหญิงวีรญาฟัง  เพราะอย่างน้อยสุดาก็เป็นลูกผู้มีอันจะกินคนหนึ่ง นางพิโลมได้ยินบทสนทนาผ่านเข้าหูขณะที่กำลังตระเตรียมโต๊ะอาหาร  นึกขำผู้มาเยือน ที่อวดอ้างฐานะและความใหญ่โตในจังหวัด  ป้าโลมนึกสังหรณ์ใจว่าคุณหญิงวีรญาต้องการผลประโยชน์จากครอบครัวนี้แน่ ๆ ถึงได้เชิญชวนมาที่บ้านส่วนตัวแบบนี้  ส่วนสุดาเองก็คุ้นหน้าคุ้นตากับพี่เลี้ยงของบุรินทร์บ้าง เพราะไปที่บริษัทบ่อย 

           “ หนูก็แอบเรียนรู้งานกับพี่บุรินทร์อยู่นี่ไงคะ คุณหญิงวีรญา เอ่อ..อย่าว่าสุดาฟ้องเลยนะคะ  ทุกครั้งที่พี่บุรินทร์ไม่อยู่ที่บริษัท  พนักงานไม่ทำงานกันเลยค่ะ ”  คุณหญิงวีรญาแปลสื่อที่สุดาส่งมาออกทันที

          “ อ๊าว..แล้วราเชนทร์ทำอะไรบ้างที่บริษัท  หรือว่าไปนั่งกินเงินเดือนตำแหน่งรองประธานเฉย ๆ ไม่ได้การณ์แล้วต้องคุยกับรินทร์ให้รู้เรื่องซะหน่อยแล้ว  ไม่งั้นลูกชายเดี๊ยนทำงานงก ๆ อยู่คนเดียว ” คุณหญิงวีรญาแสร้งกล่าว

          “ คุณหญิงใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ  เรื่องนี้อย่าพึ่งตระหนกไปเลยค่ะ  สุดาขอเป็นหูเป็นตาให้คุณหญิงเองนะคะ  อีกอย่างสุดาก็ไม่อยากมีเรื่องกับพี่ลูซี่ด้วย ” สุดาพลั้งปากพูดออกไปแล้วต้องรีบแก้ไขสถานการณ์  เผื่อคุณหญิงวีรญาใจร้อนคุยกับบุรินทร์จะยุ่งกันใหญ่

         “ หนูสุดาเสนอตัวช่วยก็ดีแล้ว  คุณหญิงฝากดูด้วยนะคะ  มีเรื่องอะไรไม่ดีไม่งาม ก็โทรรายงานคุณหญิงได้เลย  ขอบใจหนูสุดามาก ๆ นะจ๊ะที่ช่วยเป็นหูเป็นตาแทนคุณหญิง ”

         “ หนูจะไม่ทำให้คุณหญิงต้องผิดหวังเลยค่ะ  เพราะสุดาก็เป็นพนักงานคนหนึ่งที่รักบริษัทมาก ๆ เพื่อผลประโยชน์คุณหญิง  สุดาจะขอปกป้องบริษัทให้ดีที่สุดเลยค่ะ  อีกอย่างสุดาขอบอกตรง ๆ เลยนะคะว่าสุดารักพี่บุรินทร์  ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะความรักพี่บุรินทร์นะคะหวังว่าคุณหญิงคงเข้าใจเจตนาสุดานะคะ ” สายตาอ่อนโยนของสุดาที่สบตากับคุณหญิงวีรญาพร้อมรอยยิ้มอ่อน ๆ เพื่อเรียกร้องคะแนน

         “ คุณหญิงก็เอ็นดูหนูสุดาเหมือนกัน  ยังไงก็ทำงานที่บริษัทให้เหมือนบริษัทของหนูสุดาเองนะคะ  คุณหญิงเองก็มอบอำนาจให้บุรินทร์บริหารจัดการไปแล้ว  คงไม่เข้าไปยุ่งอะไรมากไม่ได้หรอกค่ะ ยิ่งตอนนี้คุณหญิงผันตัวมาช่วยเหลืองานสังคม งานบริษัทคงต้องปล่อยวาง ” น้ำเสียงที่ตอบราบเรียบ แต่คนฟังกลับปลาบปลื้มใจเป็นที่สุด  เพราะมีคนหนุนหลังที่มีอำนาจมากพอ  อย่างน้อยก็อ้างสิทธิ์คุณหญิงวีรญาคุ้มหัวได้ขณะที่ทำงานอยู่ที่นั่น  เหลือแต่ทำความใกล้ชิดกับบุรินทร์ให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อตำแหน่งต่อไป คือภรรยาของบุรินทร์

 

 

 

              วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว  นี่ก็กลางสัปดาห์อีกแล้วเอื้องฟ้าทำงานแทบไม่มีวันหยุดเลย  เพราะมีค่าแรงที่สูงเป็นตัวล่อ อีกหนึ่งเหตุผลที่เอื้องฟ้าเลือกทำงานที่นี่ก็เพราะมีงานนอกเวลาให้ทำ  ถึงแม้จะหยุดก็ไม่รู้จะหยุดไปทำอะไร นอกซะจากนอนเฝ้านอนหรือไม่ก็ไปเดินเล่นตากแอร์ในห้าง เพื่อฆ่าเวลา  สีโบว์ยังมีแฟนให้ได้ใช้เวลาร่วมกัน  เนาวรัตน์ก็หยุดบ้างบางอาทิตย์เพื่อไปหาพี่สาวที่ฝั่งธน แต่ตัวเธอไม่มีญาติพี่น้องในกรุงเทพสักคน  ฉะนั้นขอไปทำงานแลกเงินดีกว่า

             “ เอื้อง  พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าไปที่โซนตรวจสภาพรถนะ  พอดีพนักงานจะลาออก  เอื้องต้องไปเรียนวิธีลงรูปรถที่จะประมูลทางอินเตอร์เน็ตกับเขา  ส่งสีโบว์ไปทำไม่ได้เรื่องเลยแม่คนนี้ ” ลูซี่ออกอาการหงุดหงิดนิดหน่อย

            “ ได้ค่ะ  คุณลูซี่คะวันนี้มีซากรถเข้าใหม่ 50 คัน เอื้องเอาเอกสารวางไว้นี่แล้วนะคะ ” ลูซี่หยิบขึ้นอ่านอีกครั้งคร่าว ๆ

            “ เดี๋ยวรอบบ่ายจะมีมาอีกนะเอื้อง  แล้วรายการรถที่จะประมูลอาทิตย์นี้  ตอนนี้มีกี่คันแล้วล่ะโดยประมาณ ” ปากลูซี่ถาม  แต่สายตายังอยู่ที่กระดาษตรงหน้า

            “ ตอนนี้ก็ 360 คันแล้วค่ะ ที่ข้อมูลคีย์เข้าเครื่องคอมแล้ว ยังมีตกค้างอีกหลายคันค่ะที่กำลังรอตรวจสภาพอยู่ ” ลูซี่นั่งฟังลูกน้องรายงานผลอย่างพึงพอใจ

          “ เอื้อง หล่อนใช้โปรแกรมเวิร์ดกับเอ็กเซลได้ไหม  นอกเหนือจากโปรแกรมที่บริษัทตั้งไว้  ฉันอยากให้เธอมาเป็นเลขาส่วนตัวฉัน  นางพวกนี้ทำงานไม่ได้ดั่งใจฉันเลย อยากนั่งอยู่แต่ในห้องแอร์  อยากได้แบบเอื้องตากแดดก็ไม่บ่นตากฝนก็ไม่ว่า  ฉันชอบคนทำงานทรหดอดทน บึกบึน ถึก ๆ อย่างหล่อนน่ะ  ฉันชอบ ” น้ำเสียงและท่าทางลูซี่จริงจังมาก เอื้องฟ้าได้แต่ยิ้มอ่อน ๆ ที่หัวหน้าแผนกส่งเธอมาส่งงานให้ลูซี่ เพราะเอื้องฟ้าเป็นคนใจเย็น ยิ้มเก่ง ไม่พูดมาก

         “ เอื้องไม่เก่งเลยค่ะคุณลูซี่ ” ลูกจ้างสาวตอบตามตรง 

         “ เดี๋ยวชิกุรินกลับมาจากอินชอน  แล้วจะให้สอนให้นะ ” ลูซี่ลอบมองอาการเอื้องฟ้าหลังจากพูดถึงชื่อของลูกพี่ลูกน้อง  เพราะสังเกตเห็นน้องชายจ้องลูกน้องหญิงบ่อยเหลือเกินเมื่อวันประมูล  เอื้องฟ้าพยายามเก็บอาการเอาไว้  แต่ก็ไม่พ้นสายตาอันแสนเฉียบคมของลูซี่ไปได้

         “ คุณลูซี่แน่ใจแล้วเหรอคะว่าจะให้เอื้องมาเป็นเลขาส่วนตัว  เอื้องกลัวว่าเอื้องจะทำไม่ได้น่ะสิคะ ”  เอื้องฟ้าตอบด้วยอาการประหม่า อีกทั้งกลัวความจู้จี้จุกจิกของลูซี่ด้วย

         “ ฉันเชื่อว่าเธอทำได้  เธอเป็นคนฉลาด หัวไว เรียนรู้อะไรได้เร็ว ใช้ง่าย  ชิกุรินยังชมเธอให้ฉันฟัง จนฉันขี้เกียจฟังแล้วรู้ไว้ด้วยนะยะ ” ช่วงท้ายนี่ลูซี่เสริมเอง อาการเอื้องฟ้าหน้าแดง เขินอายขึ้นมาทันที  ยิ่งง่ายต่อการจับพิรุธ  อย่างน้อยก็ไม่ใช่เรื่องผิดใหญ่หลวงที่เจ้านายกับลูกน้องจะมีใจให้กัน  ลูซี่ไม่ได้คัดคานอะไรนอกจากแค่รอดูต่อไปว่าความสัมพันธ์จะเป็นเช่นไร ลงเอยอย่างไร  ไม่อยากก้าวก่ายด้วย  ถือเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล  บุรินทร์เองก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

          “ คุณลูซี่ลองคิดดูดี ๆ อีกทีนะคะ ”

          “ ก็ได้  ถ้าหล่อนพร้อมจะรับตำแหน่งเมื่อไหร่ก็มาบอกนะ  ตำแหน่งนี้รอเธออยู่เสมอ ” ลูซี่พูดจริงจังมาก  ก่อนจะบอกให้เอื้องไปทำงานที่ค้างไว้ต่อ   หญิงสาวเดินออกจากห้องทำงานของลูซี่ด้วยความรู้สึกดีใจกับงานและที่สำคัญพรุ่งนี้ก็จะได้เจอคุณบุรินทร์แล้ว  เอื้องฟ้าเดินกอดแฟ้มงานไปยิ้มไป  กำลังจะผ่านห้องประชุมซึ่งประตูห้องเปิดกว้าง  เสียงสุดากำลังคุยงานกับสาวสวยที่ผ่านการพิจารณาเพื่อที่เป็นพิธีกรประมูลของบริษัท  สุดาเองมีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าพิธีกรประมูลและต้องเทรนงานน้องใหม่ด้วย  เอื้องฟ้ารีบหาที่หลบฟังทันที

           “ เรื่องเงินเดือนพิธีกรประมูลที่นี่  เริ่มต้นที่ 20,000 บาท ค่าคอมมิสชั่นรถยนต์ทั่วไปคันละ 200 บาท แต่ถ้าเป็นรถซุปเปอร์คาร์จะได้คันละ  1,000 บาท รวมถึงสวัสดิการสังคมและโบนัสตามผลงาน ทุกปีได้ไปเที่ยวต่างประเทศฟรี ส่วนเรื่องวันหยุดนั้นต้องตกลงกับเพื่อนร่วมงาน ห้ามหยุดเสาร์อาทิตย์  ที่บริษัทอื่นพี่ไม่รู้นะว่าเงื่อนไขเป็นอย่างไร สำหรับที่นี่จ่ายอย่างนี้ค่ะ  แล้วก็..... ”   เอื้องฟ้าหัวใจพองโต  เมื่อได้ยินรายได้และสิทธิ์ประโยชน์ของพิธีกรประมูล  ซึ่งเป็นรายได้ที่ดีมาก ๆ ลำพังเงินเดือนของเธอรวมโอทีที่ได้รับแต่ละเดือนก็ประมาณ 16,000 บาทส่งทางบ้านเดือนละ 11,000 บาท ที่เหลือเอาไว้ใช้ส่วนตัว ค่าหอพัก ค่าดำรงชีพ  เรียกได้ว่าเดือนชนเดือน  แต่ถ้าเธอสามารถเป็นพิธีกรประมูลของบริษัทได้  รายได้ต่อเดือนคงยกระดับชีวิตของเธอให้ดีขึ้นอย่างแน่นนอน  เอื้องฟ้าเกิดแรงบันดาลใจที่อยากเป็นพิธีกรประมูลบ้างและมั่นใจว่าเธอสามารถทำงานนี้ได้  แต่จะต้องทำอย่างไร?  ถึงจะเข้าถึงตำแหน่งนี้ได้  ส่วนตัวเธอจบแค่มหาวิทยาลัยเปิดของรัฐ ผลการเรียนก็แค่ระดับผ่านเกณฑ์ ไม่รู้บริษัทจะรับพิจารณาหรือเปล่า  เสียงถอนหายใจเฮือกอย่างหมดหวัง   แต่ก็ยังจะหาทางเป็นพิธีกรประมูลของบริษัทให้ได้

 

 

 

 

            หลังอาหารเย็นในห้องเช่าราคาย่อมเยา สวรรค์ของสาวน้อยบ้านนา  เอื้องฟ้าซักผ้าเสร็จ  ก็ได้เวลาพักผ่อนก่อนนอน  ขณะที่นั่งชมละครสุดโปรดหลังข่าวภาคค่ำ  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เอื้องฟ้าพอกหน้าด้วยไข่ขาวทิ้งไว้  มือสางผมยาวดำสลวยเพื่อให้น้ำมันมะกอกขวดละไม่กี่สิบบาทซึมเข้าเส้นผมอย่างทั่วถึง  เนาวรัตน์นอนถอนขนรักแร้อย่างเมามัน  ปากก็พร่ำด่าตัวละครในทีวี  ทำเอาเอื้องฟ้าต้องเผลอยิ้มตาม ทั้ง ๆ ที่กลัวหน้าจะเป็นริ้วรอยก็ด้วย  ส่วนสีโบว์ไปค้างกับแฟนคืนนี้ ห้องเช่าเลยอยู่กันแค่สองคน

           “ อีเนาว่าแหล้ว  ว่ามันจะอวสานอาทิตย์หน้า  หย้อนอีนางเอกคนเดียว  แค่ฉากไห้ ก่ะล่อไป 8 นาทีแล้ว  เลยจบซ้ำ ห่ากินมึงเอ้ย....โอ๊ย! เจ็บ...ซื๊ด  ห่าเอ๊ยหนีบหนังเจ้าของ  เลือดออกเลยบาดหนี่ (อีเนาว่าแล้ว ว่ามันจะต้องจบอาทิตย์หน้า  เพราะนางเอกคนเดียว แค่ฉากร้องไห้ก็กินเวลาไปแล้ว 8 นาที เลยจบเลย เฮ้อ!...โอ๊ย! เจ็บ....ซี้ด หนีบหนังตัวเองเลย) ”  ในที่สุดเอื้องฟ้าก็ระเบิดเสียงหัวออกมาจนได้  จึงรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ เพื่อล้างหน้าและอาบน้ำ สระผม  และทาครีมบำรุงผิวหน้าตามสูตรคนงบน้อยแต่รักสวยรักงาม  เมื่อแปรงฟันเสร็จ เอื้องฟ้าก็เดินเข้าห้องนอน  เนาวรัตน์จะได้ใช้ห้องน้ำต่อ  ทันทีที่ประตูเชื่อมระหว่างห้องนอนและระเบียงปิดลง  เพื่อนต่างเพศยื่นโทรศัพท์ให้เอื้องฟ้า  หญิงสาวจึงเช็คดูเบอร์ที่โทรเข้ามาหา  ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร? นี่ก็สี่ทุ่มเกือบห้าทุ่มแล้วด้วย  เอื้องฟ้าจึงไม่สนใจติดต่อกลับ  ได้แต่เดินไปจัดการปูที่หลับที่นอนของตัวเอง  เพื่อเตรียมตัวเข้านอน  เสียงโทรศัพท์ดังอีกขึ้นอีกครั้งจากเบอร์เดิม  เอื้องฟ้าลังเลอยู่สักพักก่อนตัดสินใจกดรับสาย แค่ได้ยินเสียงคนโทรเข้าทักทายมาตามสาย หัวใจเต้นตึกตักแทบไม่เป็นจังหวะ  หายใจไม่ทั่วท้อง  ไม่คิดไม่ฝันว่าคน ๆ นี้จะโทรเข้ามาหาเธอยามวิกาล

            “ เอื้อง...ได้ยินที่ผมพูดอยู่หรือเปล่าครับ ”  บุรินทร์ทักปลายทางไปอีกครั้ง  เพราะเห็นเงียบเหลือเกิน  เอื้องฟ้าได้สติ  รีบตอบกลับทันที

           “ ดะ...ดะ..ได้ยินค่ะคุณบุรินทร์  ”  เนาวรัตน์หน้าขวับมาทางเพื่อนร่วมห้อง ยิ้มร่า ตาโตใส่เอื้องฟ้า แสดงอาการอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที

           “ นอนแล้วหรือยังครับ  ผมกำลังขับรถกลับคอนโด ”  บุรินทร์รายงานสิ่งเขากำลังทำอยู่

          “ กำลังจะนอนค่ะ  เอื้องไม่รู้ว่าเป็นเบอร์คุณบุรินทร์เลยไม่ได้โทรกลับ แล้วคุณบุรินทร์รู้เบอร์เอื้องได้ยังไงคะ ”  เสียงหัวเราะดังมาจากปลายทาง  เอื้องฟ้าหลับตาลงพร้อมรอยยิ้ม  มือยังถือโทรศัพท์แนบหูซ้ายแน่น  นี่เธอคงปล่อยไก่ไปอีกเล้าก่อนนอนแน่ ๆ เลย

          “ จากฝ่ายบุคคล  วันเกิดเอื้องก็รู้นะ พ่อชื่ออะไร? แม่ชื่ออะไร? เรียนจบจากที่ไหน...”

         “ คุณบุรินทร์!! อ่านใบสมัครงานของเอื้องด้วยเหรอคะ ”  ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า  เจ้าของบริษัทจะสนใจรายละเอียดส่วนตัวของเธอด้วย เนาวรัตน์ปิดปากแน่น  เพราะกลัวเสียงหัวเราะหลุดออกมา  พลางนึกสงสัยว่าเจ้านายกับเพื่อนสาวนี่คงมีเรื่องให้ต้องติดตามแน่ ๆ

         “ ผมก็แค่ใช้เวลาว่างตอนอยู่อินชอนอ่านประวัติพนักงานเล่นเฉย ๆ ไม่มีอะไร ” บุรินทร์นึกตลกตัวเองเหมือนกัน  จู่ ๆ ก็สนใจเอื้องฟ้าขึ้นมาขนาดหนัก  คิดถึงบ่อยมาก ๆ อยากพบอยากเจอ อยากพูดคุยด้วย  เพราะเอื้องฟ้าคุยด้วยแล้ว  มีแต่เสียงหัวเราะและทำให้ผู้ชายอย่างบุรินทร์อยากอยู่ใกล้ ๆ ด้วย

        “ แล้วขับรถคุยโทรศัพท์กับเอื้องแบบนี้ไม่อันตรายเหรอคะ ” เอื้องฟ้าไม่รู้ตัวเลย  ว่าได้ปล่อยไก่เล้าที่สองออกไปอีกแล้ว  บุรินทร์รีบอธิบายว่าใช้ระบบโทรศัพท์ไร้สายในรถปลอดภัยหายห่วง  เมื่อเห็นเพื่อนร่วมห้องกำลังก้มหัวลงนอน  เอื้องฟ้าจึงออกไปคุยโทรศัพท์ในห้องน้ำต่อ จะได้ไม่รบกวนเพื่อนรวมห้อง  การสนทนาดังดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยมากแล้ว ว่าที่กัปตันหนุ่มจะเป็นฝ่ายถามซะมากกว่า  เอื้องฟ้าได้แต่เป็นฝ่ายตอบและถามกลับบ้าง  บุรินทร์ยังไม่ยอมวางสายง่าย ๆ เอื้องฟ้าทั้งพูดทั้งไล่ยุง  แต่ก็ไม่พ้นความกระหายเลือดของยุงบางตัว  ที่บังอาจแอบกัดขากัดแขนเธอจนเป็นตุ่ม

        “ เอื้องเป็นอะไร เสียงขาด ๆ หาย ๆ ”

        “ ไล่ยุงค่ะ  ยุงกัดขาเอื้องลายหมดแล้วคุณบุรินทร์ ” ลำแขนหญิงสาวเริ่มแสดงจุดเป็นตุ่มแดง  เพราะโดนยุงกัด

       “ ไปนอนเถอะถ้างั้น  ผมถึงคอนโดตั้งนานแล้วด้วย ”  เสียงหาวนอนของบุรินทร์ลอดมาทางโทรศัพท์ให้เอื้องได้ยิน  อีกทั้งหูของเอื้องฟ้า ตอนนี้ก็ร้อนสัญญาณเตือนแบตโทรศัพท์เอื้องฟ้าใกล้หมดแล้วด้วย

         “ ขอโทษจริง ๆ ค่ะคุณบุรินทร์ แล้วคุยกันใหม่พรุ่งนี้นะคะ ”

        “ โอเค กู๊ดไนท์นะครับเอื้อง ” เมื่อทั้งคู่วางสายจากกันแล้ว  เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมง  ก็จะสว่าง  แต่ความรู้สึกนี่สิ  ช่างโหยหาอยากจะไปเจอให้ได้ซะเดี๋ยวนี้  เอื้องฟ้าก้มหัวลงนอน หลับอย่างง่ายดาย  รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก  เรื่องราวที่ทั้งคู่ต่างเล่าสู่กันฟัง  ระหว่างที่ไม่เจอกันร่วมสองวัน  มันช่างเยอะแยะมากมายเสียเหลือเกิน  ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้เล่าอีกด้วยซ้ำ  บุรินทร์เอนกายลงบนที่นอนหนานุ่มหลังจากอาบน้ำเสร็จ  ชายหนุ่มค่อย ๆ ข่มตาหลับลงพร้อมกับบอกตัวเองว่า  สักวันพื้นที่ว่างด้านข้างบนเตียงนี้  จะไม่ว่างเปล่าอีกต่อไป  ว่าที่กัปตันหนุ่มยิ้มในความมืด.....





#############################################################################




............................สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ  หวังว่าทุกคนคงสบายดี นอนพักผ่อนอยู่บ้าน อ่านนิยายของมาทนาดีกว่าเนอะ 5555....ด้วยรัก....มาทนา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

3,176 ความคิดเห็น

  1. #2591 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 22:25
    พี่รินทร์
    #2591
    1
    • #2591-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 4)
      28 กรกฎาคม 2560 / 03:22
      อารายยยย....555...ด้วยรัก...มาทนา
      #2591-1
  2. #2588 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 09:41
    คุณบุรินทร์ค่ะ ไม่มีอะไรทำอ่านประวัติพนัักงานฆ่าเวลาหรอคะ...
    #2588
    1
    • #2588-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 4)
      28 กรกฎาคม 2560 / 03:25
      5555 บินเหนื่อย เวลาพักก็นอนอ่านประวัติเอื้องเล่นไง....ด้วยรัก...มาทนา
      #2588-1
  3. #2585 yah_ya (@yah_ya) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 13:03
    มาแย้ว ๆๆๆ  น่ารักตลอดๆๆๆ
    #2585
    1
    • #2585-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 4)
      24 กรกฎาคม 2560 / 17:28
      ติดตามกันด้วยนะคะ...ด้วยรัก....มาทนา
      #2585-1