ลุ้นรัก

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    24 ก.ค. 60

ตอนที่ 5

            

            เอื้องฟ้าอาบน้ำสระผม  แต่งตัวเตรียมออกไปทำงานแต่เช้าด้วยความกระปรี้กระเปร่า  ส่วนเนาวรัตน์พึ่งอาบน้ำเสร็จ  เห็นเพื่อนสาวร่วมห้องกำลังยัดกล่องอาหารกลางวันที่จะนำติดตัวไปกินที่ที่ทำงานลงถุงผ้าสีสันสดใสประจำตัว  ฮำเพลงรักในลำคอเบา ๆ แสดงถึงภาวะอารมณ์ดี พลอยทำให้เพื่อนร่วมห้องยิ้มตาม

           “  อะดึ๋ยดึ๋ยดื๊ย...มื้อคืนนี้ก่ะอี๋อ๋อ จู๋จี๋ ดู๋ดี๋ กันทางโทรสับจนดึก  มื้อนี้คือสิไปออดอ้อนกันต่อหยู่บริษัทเด้ฮั่นเนาะนางเอื้อง (อะดึ๋ยดึ๋ยดื๊ย....เมื่อคืนก็อี๋อ๋อ จู๋จี๋ ดู๋ดี๋ กันทางโทรศัพท์จนดึก  วันนี้คงจะไปออดอ้อนกันต่อที่บริษัทต่อสินะนางเอื้อง) ” เนาวรัตน์แซวเพื่อนสาวแต่เช้าขณะทาครีมกันแดดลงบนใบหน้า เนาวรัตน์และสีโบว์มั่นใจมากว่าบิ๊กบอสต้องชอบเอื้องฟ้าแน่ ๆ  และเอื้องฟ้าเองก็คงชอบเจ้านายเช่นเดียวกัน  ยิ่งรู้ว่าบุรินทร์เป็นนักบินด้วยยิ่งกรี๊ดกันใหญ่  เอื้องฟ้าได้แต่หัวเราะกับโชคชะตาของเธอ  ไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้มีโอกาสพบเจอผู้ชายอย่างบุรินทร์มาก่อน จู่ ๆ ก็เข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว

           “ บ้า! เว้าโพดแท้น้อ  ก่ะคุยกันธรรมดาหนี่ล่ะเนา  เฮาเป็นแค่ลูกจ้าง มื้อคืนนี้ก่ะคุยกันเกี่ยวกับงานช่วงคุณบุรินทร์เราบ่หยู่ เผิ่นถามหว่าเฮาเฮ็ดหยั๋งแดก่ะซ่ำนั้น (บ้า!  พูดเว่อร์เกินจริงแล้ว แค่คุยกันธรรมดาน่ะเนา  เอื้องเป็นแค่ลูกจ้างธรรมดา  เรื่องเมื่อคืนที่คุยกันก็มีแต่เรื่องงานช่วงคุณบุรินทร์ไม่อยู่ ว่าเอื้องทำอะไรบ้างก็แค่นั้น) ” เอื้องฟ้าเองก็ไม่อยากคิดอะไรมากเกินไป 

            “ มันก่ะบ่แน่ดอกนางเอื้อง  ห่าลังเทื่อมันอาจซิเป็นบุญของโต่ก่ะได้เด้ ไผ๋สิไปฮู้  หย่าคึดหยั๋งหลายเถาะ  ค่อย ๆ เบิ่งกันไป  ส่วนคุณบุรินทร์คั้งเผิ่นบ่สนใจโต่ ก่ะคือสิบ่มาวอแวนำตี้เบาะ  เบิ่งแต่ซุมผู้สาวที่บิ๊กบอสควงมาแต่ละคนแด บ่รวมคุณสุดาอีก ที่ทำท่าหวงคุณบุรินทร์  แต่เราก่ะยังสนใจโต่  (ไม่แน่นะเอื้อง  บางทีอาจจะเป็นบุญของเอื้องก็ได้  ใครจะไปรู้  อย่าคิดมากเลย ค่อย ๆ ดูกันไป  ส่วนคุณบุรินทร์ถ้าเขาไม่สนใจเอื้องก็คงไม่มาวอแวด้วยหรอก  ดูสาว ๆ ที่บิ๊กบอสควงแต่ละคนสิ  ไม่รวมคุณสุดานั่นอีกที่ทำเป็นหวงคุณบุรินทร์  แต่คุณบุรินทร์ก็ยังสนใจเธอ) ” เอื้องฟ้าขอบใจเพื่อนที่ให้กำลังใจหรือคอยเตือนเธอ

            “ เฮ้อ....คึดบ่ตกเลยเนาหว่าเฮาซิเอาจั๋งดี (เฮ้อ....คิดหนักเลยทีนี้เนาเอ๊ย  ไม่รู้จะเอายังไงดี)  ” เอื้องฟ้านั่งซึมเพราะคิดไม่ตก

            “ เอาน่า  ลองลงสนามรักเบิ่ง  หมั่นใจในโต่เจ้าของแด  โต่ก่ะต้องมีอีหยั่งดีในโต่ฮั่นล่ะ  คนหย่างคุณบุรินทร์จั่งสนใจ  (เอาน่า  ลองลงสนามรักดูสักครั้งนะเอื้อง  มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ   อย่างน้อยเอื้องต้องมีอะไรดีในตัว  คนอย่างคุณบุรินทร์ถึงสนใจ) ” เนาวรัตน์บีบบ่าเพื่อนเบา ๆ ให้กำลังใจพร้อมรอยยิ้ม  เอื้องฟ้าได้แต่ยิ้มตอบรับกำลังใจจากเพื่อน  เมื่อเนาวรัตน์แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่เดินจึงออกจากห้องพัก  ตรงรี่ไปที่ร้านสะดวกซื้อ  เพราะเอื้องฟ้าต้องการซื้อโคโลญจน์เพื่อเสริมความหอมดับกลิ่นเหงื่อให้ตัวเอง กลัวบุรินทร์ได้กลิ่นกายเหม็น ๆ จากเธอ  หญิงสาวจึงยอมควักเงินซื้ออย่างคิดมาก  ซึ่งปกติแล้วเธอจะใช้แต่ครีมกันแดดชนิดซอง แป้งเด็กกระป๋อง  ลิปมันแท่งละไม่กี่สิบบาท ครีมทาผิวก็ราคาปานกลางและลูกกลิ้งดับกลิ่นใต้วงแขนแค่นี้   เท่านี้ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับเครื่องปรุงแต่งความงามภายนอกร่างกายของเอื้องฟ้า  จะว่าไปแล้ว  สาวน้อยบ้านนาคนนี้โชคดีที่เกิดมามีผิวพรรณดี  ใบหน้าสวยได้รูปตามธรรมชาติ ถึงแม้จะเป็นสาวที่มาจากภาคอีสานติดเขตชายแดนไทยลาว  ก็ใช่ว่าจะตัวดำ ร่างแคระ  เพราะชาวลาวภาคอีสานมีหลากหลายเผ่าพันธุ์ หลากสีผิว ถือว่าเอื้องฟ้าเป็นสาวอีสานที่หน้าตาดีคนหนึ่ง

            




          

            ลูกกบยิ้มกว้าง พร้อมกับลุกขึ้นกระโดดโลดเต้นอย่างดีอกดีใจ  ร้องเรียกมารดาซะเสียงดังลั่นบ้าน  หญิงสาวถือกระดาษขนาดเอสี่ที่พึ่งปริ้นออกมาจากเครื่องปริ้นหมาด ๆ เดินกึ่งวิ่งไปหาคุณหญิงแม่ของเธอ  ที่กำลังนั่งชมสารคดีต่างประเทศบนจอทีวีขนาดใหญ่

           “ ลูกกบเป็นอะไรคะ?  เรียกคุณหญิงแม่เสียงดังเอะอะโวยวาย  กริยาไม่งามเลยนะคะลูก ” ผู้เป็นแม่มองลูกสาวตัวบาง ร่างเล็ก หน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหล่อะไรนัก ผิวสีน้ำผึ้ง ตาโต แก้มป่อง จมูกรับกับใบหน้าดูสมส่วน  ผมซอยสั้น

          “  บิ๊กเซอร์ไพรส์ค่ะ  ลูกกบมีบินไฟลท์เดียวกันกับพี่รินทร์  ลูกกบพึ่งปริ้นรอซเทอะ [ Roster] เดือนหน้าออกมาค่ะ  ดีใจจังเลยค่ะคุณแม่ ” แอร์สาวยื่นกระดาษแผ่นบางสีขาว ซึ่งระบุตารางงานที่จะต้องทำประจำเดือนหน้า  ซึ่งบริษัทจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 15 วัน ก่อนถึงต้นเดือนถัดไปให้กับลูกเรือรับทราบ

           “ ลูกกบมีสอบด้วยนี่คะไฟลท์นั้น  คงสอบประเมินผล ” อดีตแอร์เก่า  มองตารางงานลูกสาวแล้วเข้าใจได้ทันที

           “ ใช่ค่ะ  อาทิตย์หน้าลูกกบต้องเตรียมตัวเข้าอบรมแล้วก็บินอีก ” หญิงสาวทำหน้าเหนื่อย ๆ เบื่อ ๆ

          “ ไม่เอาน่าลูก  เดี๋ยวก็ผ่านเชื่อคุณแม่สิ  เอ่อ..แล้วบุรินทร์ได้เป็นกัปตันหรือยังคะลูกกบ ”

          “ ตอนนี้พี่รินทร์เป็น SFO [ Senior First Officer ] อยู่ค่ะ  แต่ที่แน่ ๆ ก่อนปีใหม่ต้องได้เป็นกัปตันแน่นอนค่ะ ” ลูกกบยิ้มร่าเมื่อคิดถึงคิดถึงบุรินทร์  ชายหนุ่มที่เติบโตมาด้วยกัน  เพราะบ่อยครั้งที่คุณหญิงจรัสศรีจะเอาลูกสาวไปฝากเลี้ยงไว้กับนางพิโลมที่บ้านคุณหญิงวีรญา 

         “ ลูกกบต้องเริ่มไปมาหาสู่พี่เขาบ่อย ๆ รู้ไหมคะ  ส่วนคุณแม่ก็ช่วยเชียร์ลูกกบผ่านทางนังคุณหญิงวีรญาอีกแรง ” คุณหญิงจรัสศรียิ้มกว้างเมื่อสบตากับลูกสาว

         “ แต่ตอนนี้ลูกกบคงไปหาบ่อยยังไม่ได้ค่ะ  เพราะไหนจะมีบิน ไหนจะเตรียมสอบอีก  หลังจากลูกกบได้เป็นไอเอ็มแล้ว  รับรองตามตื้อพี่รินทร์ไม่ห่างแน่ค่ะคุณแม่ ” สาวหน้ากลมยิ้มอย่างมีเลศนัย

         “ ดีมากค่ะลูกกบ  ฐานะบุรินทร์ก็ถือว่าระดับเศรษฐีทีเดียวเชียวล่ะ  ถ้าเทียบกับบ้านเราแล้ว  คุณแม่นะอิจฉานังคุณหญิงวีรญามาก  เวลาบริจาคเงินที่ล้านอัพ ”  น้ำเสียงและสีหน้าไม่เป็นมิตรนักเมื่อพูดถึงบุคคลที่สาม  ลูกสาวจึงตอบกลับ  เพราะรู้ถึงแหล่งเงินของบ้านนั้นดี

         “ คุณหญิงวีรญามีอพาร์ตเม้นท์ใจกลางกรุงให้คนเช่าตั้งห้า-หกที่ ค่าเช่าแต่ละเดือนเป็นล้าน ๆ  ต่อไปทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ตกเป็นของพี่รินทร์คนเดียว  อย่างนี้จะให้ลูกกบวางมือจากพี่รินทร์ได้ยังไงกันคะคุณแม่ ” สองแม่ลูกมองหน้ากันแล้วหัวเราะชอบใจ  เมื่อพูดถึงครอบครัวของฝ่ายชายที่หมายปอง

         “ คุณแม่เชื่อว่าลูกกบ  จะต้องได้เป็นลูกสะใภ้ของนังคุณหญิงวีรญาแน่นอนจ้ะ ”

        “ คุณแม่ก็ต้องช่วยลูกกบเต็มที่นะคะงานนี้ ”  ผู้เป็นแม่พยักหน้าตอบรับด้วยความมั่นใจ  ยังไงก็ตามเธอจะผลักดันลูกสาวให้แต่งงานกับบุรินทร์ให้ได้  นี่คือความฝันของคุณหญิงจรัสศรี

ถึงแม้จะไม่ขี้หน้าคุณหญิงวีรญานักก็ตาม  แต่เพื่อความสุขสบายแล้ว  เธอยอม

 

 



 

 

          ทันทีที่บุรินทร์ลงจากรถ  ชายหนุ่มหอบหิ้วถุงขนมจากแดนกิมจิ  เข้าไปในห้องทำงานส่วนตัว  ลูซี่รีบเดินตามเข้าไปหาทันที

          “ หน้าตาระรื่นผิดปกติจังเลยนะยะชิกุริน   สงสัยสาวที่หิ้วไปให้บริการที่เกาหลี  คงปรนนิบัติพัดวีดีล่ะสิท่า ”

          “ เสียใจด้วยนะ  ตัวเองคาดการณ์ผิด  เขาบินเดี่ยวเที่ยวนี้ ” บุรินทร์วางกระเป๋าหนังยี่ห้อหรูที่ออกแบบมาสำหรับเป็นกระเป๋าทำงานของผู้ชายลงบนโต๊ะทำงาน  มือสองข้างเท้าโต๊ะ  สบตากับคนที่ยืนอยู่ตรงข้าม พร้อมกับยักคิ้ว  ทำหน้าทะเล้นเชิดใส่ลูซี่

          “ โอ้พระเจ้า เผากล้วยเผาหอม! พูดอีกซิชิกุริน  เป็นไปได้ยังไง?  อากาศร้อนเกินไปเหรอยะ  นี่มันผิดวิสัยบุรินทร์สิงห์คะนองเตียงมาก  อย่าบอกนะว่าข้อเข่าเสื่อมสมรรถภาพก่อนวัยอันควร ” ลูซี่ยกมือทาบแก้มทั้งสองข้าง  อย่างไม่อยากจะเชื่อที่น้องชายต่างพ่อแม่บอก  เพราะปกติผู้หญิงไม่เคยขาด  ชายหนุ่มตรงหน้าได้แต่หัวเราะตามประสา

          “ ร่างกายฟิตเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือแข็งแรงมากขึ้น  ไม่มีอะไรหรอก  แค่อยากหยุดตัวเองบ้างก็เท่านั้นเอง ” บุรินทร์ควักโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าหนัง  นิ้วโป้งด้านขวาสัมผัสหน้าจอปลดล็อคเครื่องมือสื่อสารไร้สาย

         “ ยังไม่ต้องโทรหาเอื้องฟ้าตอนนี้หรอกนะยะ  หล่อนทำงานอยู่ ” ลูซี่รีบท้วงขึ้นทันที

         “ รู้อีกว่าจะโทรหาใคร? ตัวเองน่ะ  รู้ดีจริง ๆ เลย ” บุรินทร์บีบแก้มลูกพี่ลูกน้องหนึ่งที  ก่อนจะโทรหาเอื้องฟ้า  แต่แล้วกลับไม่มีการตอบรับจากปลายสาย  บุรินทร์จึงพิมพ์ข้อความทักทายส่งไปแล้ววางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ  ท่ามกลางสายตาของพี่ชายที่มองด้วยความเข้าใจน้องชาย ก่อนยิ้มที่มุมปาก

         “ ถามจริงเถอะชิกุริน  เอื้องฟ้ามีอะไรโดนใจเหรอถึงได้สนใจหล่อน ” น้ำเสียงจริงจังของคนถาม  ทำให้คนตอบต้องตอบด้วยความจริงจังเช่นกัน

         “ ยิ้มเก่ง  ทำงานอึด คุยด้วยแล้วสบายใจ  อยู่ใกล้ ๆ แล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก  แล้วเอื้องก็เป็นผู้หญิงที่ตรงไปตรงมา  คือเขาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้น่ะตัวเอง  เลยชอบ ” บุรินทร์ตอบตามที่ตัวชายหนุ่มรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

         “ เห็นด้วยกับชิกุรินนะ  เอื้องฟ้าทำงานหนักจริง  ไม่พูด  ไม่บ่น  และไม่ปฏิเสธงานด้วย  เว้นแต่ฉันขอหล่อนมาเป็นเลขาส่วนตัวฉัน  หล่อนยังอ้ำอึ้งอยู่ เอ่อนี่...ว่าง ๆ สอนคอมให้หล่อนหน่อยสิ  ค่อย ๆ หัดไปจะได้เป็น ” บุรินทร์ยิ้มกว้างกับคำกล่าวชื่นชมเอื้องฟ้า  คิดว่าตัวเขาอีกคนหนึ่งล่ะที่ดูคนไม่ผิด  ผู้หญิงคนนี้ผ่านอะไรมาเยอะมาก  จากที่อ่านประวัติการทำงานของเอื้องฟ้ามา

         “ คุยงานกันก่อนแล้วกันนะ  อ่านอีเมล์ที่เขาส่งให้หรือยัง ” คำพูดแทนตัวที่เรียกซึ่งกันและกันระหว่างบุรินทร์กับลูซี่  ก็จะเป็นแบบไม่เขา ก็ตัว หรือไม่ก็ตัวเอง เรียกชื่อบ้างบางครั้ง แล้วแต่จะเลือกเรียก  ทั้งคู่นั่งลงบนเก้าอี้แทนการยืน  ก่อนเริ่มสนทนาเรื่องงาน

         “ อ่านแล้ว  เรื่องโครงหลังคาโซล่าเซลล์น่าจะทำช่วงสงกรานต์นะ  เพราะบริษัทปิดตั้งอาทิตย์หนึ่ง คุยกับช่างแล้วก็โอเคไม่มีปัญหา  ราคาก็ตามที่เราตกลงกันไว้ ” ลูซี่รายงาน

         “ อีกเรื่องที่เขาอยากจะให้ทำให้เป็นกฎของบริษัทเลย  ก็คือวันประมูลจริง  ให้หยุดพักช่วงกลางวันสี่สิบนาที   อย่างน้อยพนักงานจะได้มีเวลาพักกินอาหารกลางวันกัน และเริ่มประมูลช่วงบ่ายตอนบ่ายโมงตรง ” บุรินทร์เสนอนโยบายท่านรองประธาน

        “ อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง  ขนาดเรายังรีบกินรีบไปดูงาน  ยิ่งคนมาประมูลรถด้วยแล้ว  ยิ่งไม่ลุกไปไหนเลย  ดีเหมือนกัน  จะได้เบรคพักบ้าง เอ๊ะ...ว่าแต่กฎข้อนี้คิดได้ยังไงเนี่ย  อย่าบอกนะว่ามาจากพนักงานสาวว่าที่ขวัญใจเจ้าของบริษัทประมูล ” ลูซี่ยิ้มให้อีกครั้งอย่างรู้กัน  สงสัยบุรินทร์คงตกหลุมรักเอื้องฟ้าแล้วแน่ ๆ ท่าทางสาวงามคนนี้จะมีอิทธิพลต่อบุรินทร์ซะเหลือเกิน ส่วนบิ๊กบอสได้แต่ยิ้มหวานเช่นเคย  พร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เพราะคนที่กำลังคิดถึงอยู่ได้ส่งข้อความตอบกลับมาแล้ว  ลูซี่เองส่งเสียงเหน็บแนมถึงอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของคนร่วมห้อง  เสียงประตูหน้าห้องทำงานของบุรินทร์ดังขึ้น  พร้อมกับสาวมาดมั่น วันนี้สวมกระโปรงสั้นจู๋  รองเท้าส้นสูง เสื้อลายดอกสีสันสดใส  เดินเข้ามาทักทายเจ้านายทั้งสองอย่างเป็นกันเอง  หลังจากที่สุดาได้รายงานข่าวเกี่ยวกับพิธีกรประมูลน้องใหม่ให้เจ้านายทราบ และพูดคุยถึงแผนงานกันในอนาคตคร่าว ๆ สุดาเองสังเกตเห็นบุรินทร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นแล้วยิ้ม พิมพ์ข้อความแล้วก็ยิ้ม  ไม่รู้สนใจสิ่งที่เธอพูดอยู่หรือเปล่า ลูซี่เปลี่ยนเรื่องทันทีพอนึกถึงตารางบินของบุรินทร์

         “ ชิกุรินอาทิตย์หน้าบินไปฝรั่งเศสหิ้วกระเป๋ามาให้ด้วยนะ เดี๋ยวส่งรูปให้ดู ”  สุดาตาตั้งทันที  พอพูดถึงเรื่องกระเป๋าจากเมืองนอก

         “ สุดาก็อยากได้ค่ะ  ฝากสักใบสิคะพี่บุรินทร์ ” สุดายื่นหน้า โน้มตัวโชว์เนินอกหวังว่าชายหนุ่มตรงหน้าคงเห็นได้ชัดเจน        

          “ ได้สิครับ  สำหรับคุณสุดาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว  จัดให้ตามออเดอร์เลยครับ ” บุรินทร์มองหน้าสุดาแทนพร้อมหันหน้าไปทางลูซี่  เสียงประตูห้องถูกเคาะอีกครั้ง  เจ้าของห้องลุกจากเก้าอี้ที่นั่ง  ยืนขึ้นทักทายพร้อมส่งรอยยิ้มทักทายอย่างกว้าง   สุดาเห็นคนที่เข้ามาในห้องนายใหญ่แล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าเอื้องฟ้ามาทำไม  ตามความเคยชินเอื้องฟ้ายกมือไหว้เจ้านายและสุดา

          “ เอื้องจ๊ะ  รายการรถที่จะประมูลอาทิตย์นี้  เมื่อไหร่จะส่งให้พี่สุดาล่ะ พี่รออยู่นะ ” ตามมารยาทต้องข่มความสงสัยไว้ข้างใน  โชว์ภาพลักษณ์ที่ดีออกสื่อ

          “ บ่ายนี้ได้ไหมคะพี่สุดา ” เอื้องฟ้าถามพร้อมรอยยิ้มอ่อน ๆ บนใบหน้า

          “ ไปเอางานมาพิมพ์ที่นี่ไปเอื้อง  จะได้หัดใช้โปรแกรมเวิร์ดกับเอ็กเซลด้วย  จะได้เป็นเสียที  แล้วก็จะได้คุยเรื่องยอดรถกันด้วย ” ลูซี่ออกคำสั่ง  เอื้องฟ้าก้มหัวตอบรับพร้อมกับออกไปเอางานมาทำต่อที่ห้องเจ้านายใหญ่

                                       

           ระหว่างที่เอื้องฟ้าเดินไปเอาเอกสารมาพิมพ์ที่ห้องทำงานของบุรินทร์  เมื่อเท้าก้าวเข้าห้องทำงานเจ้านายหนุ่ม  แม่บ้านกำลังตั้งโต๊ะอาหารกลางวันในห้องทำงานบุรินทร์อีกมุม หญิงสาวลืมดูเวลาไปสนิทว่านี่เลยเวลาเที่ยงมาแล้ว  กำลังจะหมุนตัวกลับออกไปข้างนอกแต่โดนห้ามก่อน  จากเจ้าของเสียงทุ้มน่าฟัง

          “ เอื้องมากินอาหารเที่ยงด้วยกันสิครับ ” บุรินทร์ผายมือเชิญ

          “ ไม่...ไม่..ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คือ คือเอื้องห่อข้าวมาค่ะ  ขอบคุณมากนะคะคุณบุรินทร์ ” เอื้องฟ้ายกมือไหว้ขอบคุณ  รู้สึกเขินและอายมาก  จะให้นั่งกินได้อย่างไร  ไหนจะสุดา ไหนจะลูซี่  แล้วนี่ก็เจ้านาย  ส่วนเธอเป็นแค่ลูกจ้างทั่วไปของบริษัท  มิบังอาจร่วมโต๊ะกับเจ้านายหรอก

          “ อย่ามากเรื่องเอื้องฟ้า  มานั่งตรงนี้  จะได้รีบกินรีบกลับไปทำงานต่อ  เข้าใจหน่อยนะยะว่าเวลาเป็นเงินเป็นทอง  อย่ามาทำเป็นเล่นตัวให้เสียเวลาหน่อยเลย ” ลูซี่เดินไปลากแขนเอื้องฟ้า พูดทีเล่นทีจริง  จนลูกจ้างสาวปฏิเสธไม่ได้  แม่บ้านกำลังลำเลียงอาหารที่สั่งมาจากร้านขาประจำขึ้นโต๊ะให้เจ้านาย  ก่อนจะออกจากห้องไป  แต่ก็อดมองเอื้องฟ้าและคิดไม่ได้  ว่าเดี๋ยวนี้ได้มานั่งร่วมโต๊ะกินข้าวกับเจ้านายด้วยเหรอ  สุดาไม่พอใจยิ่งนักที่มีเอื้องฟ้ามาร่วมโต๊ะด้วย  นี่มันชักแปลกยังไงชอบกล  จู่ ๆ พนักงานตำแหน่งทั่วไปของบริษัทคนหนึ่ง  ได้มานั่งร่วมวงกับเจ้านาย  การสนทนายังดำเนินต่อไปตามปกติ  เอื้องฟ้าตักแต่ข้าวเข้าปากมากกว่าอาหารหลากหลายเมนูบนโต๊ะ  ทำให้บุรินทร์ต้องคอยตักอาหารเสิร์ฟถึงจาน เพื่อกลบอาการอายของเอื้องฟ้า  เสียงตบมือดังฉาด  ทำให้เสียงหัวเราะและพุดคุยที่โต๊ะหยุดลง

           “ นึกออกแล้ว  ปีนี้พาพนักงานไปเที่ยวโจเบิร์ก (โจฮันเนสเบิร์ก)กันดีกว่า  ชิกุรินมีบินไปที่นั่นเดือนหน้าช่วงสงกรานต์เหมาะเจาะลงตัวมาก ”  ลูซี่ยิ้มร่า  ดีนะที่พึ่งนึกได้ สุดาเองพลอยยิ้มตาม

           “ จริงเหรอคะ  สุดาดีใจจังเลย  คงเป็นไฟลท์ที่สนุกมาก ๆ แน่ ๆ  มีพี่บุรินทร์ขับเครื่องบินพาพนักงานระดับสูงและพิธีกรประมูลไปเที่ยว  แถมเป็นไกด์พิเศษพาเที่ยวด้วย  ไอเดียสุดมากค่ะพี่ลูซี่ ” ท่าทางดีอกดีใจของสุดา  ทำให้เอื้องฟ้ารู้สึกอยากเป็นพิธีกรประมูลของบริษัทมากขึ้น  นอกจากรายได้ดีแล้ว  แถมมีโบนัสไปเที่ยวเมืองนอกฟรีอีกต่างหาก  พนักงานสาวมัวแต่คิดถึงเรื่องที่ว่าจะเป็นพิธีกรประมูลของบริษัทได้อย่างไร?  เลยไม่ได้สนใจคำพูดส่อเสียดของสุดาเลยแม้แต่น้อย

          “ ถ้างั้นก็จองตั๋วเลยละกันนะท่านรองประธาน  เพราะเขาได้ไปโจเบิร์กไม่บ่อยมากนัก  จำได้ว่าบินไปที่นั่นครั้งสุดท้ายปีเมื่อปีที่แล้ว ” บุรินทร์หัวเราะหึหึเช่นเคย  เมื่ออาหารเที่ยงบนโต๊ะถูกแม่บ้านเก็บออกไปข้างนอก  สุดาจำใจต้องไปทำงานของเธอ  เหลือแต่ลูซี่ บุรินทร์ และเอื้องฟ้าอยู่ในห้องทำงานกันสามคน   สาวน้อนบ้านนารู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย  บุรินทร์สั่งให้เอื้องฟ้าไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานของเขาและเปิดคอมพิวเตอร์ตรงหน้า  โดยไม่บอกอะไรเพิ่มสักคำ ลูซี่ได้โอกาสรอบมองความใกล้ชิดสนิทสนมของคนทั้งสองอย่างใกล้ชิด  บุรินทร์หยิบไอแพดเครื่องเล็กออกจากระเป๋าทำงาน  กดรหัสผ่านแล้วเรียกข้อมูลที่จดบันทึกเอาไว้ข้างในขึ้นมาพูดคุยกับลูซี่ต่อ  หากแต่สายตาแอบชำเลืองมองดูเอื้องฟ้าเป็นระยะ  เพราะหญิงสาวยังหาปุ่มเปิดคอมพิวเตอร์ไม่เจอ  เพราะปกติแล้วจะมีคนเปิดไว้ให้  สามารถเข้าไปใช้งานได้เลย

         “ เอื้องกดเปิดเครื่องตรงนี้ก่อนครับ ” มือใหญ่เรียวสวยชี้ให้ดู  ปลายนิ้วมือเรียวสวยของจึงเอื้องฟ้ากดตาม  บุรินทร์นั่งอยู่บนโต๊ะทำงานหันหน้าเข้าหาเธอ เมื่อเครื่องคอมถูกเปิดขึ้นพร้อมใช้งาน บุรินทร์โน้มตัวเข้าใกล้เอื้องฟ้า ใกล้มากจนได้กลิ่นกายซึ่งกันและกัน  ใบหน้าห่างกันไม่ถึงครึ่งคืบ  อาการร้อนวูบวาบเกิดขึ้นอีกแล้วสำหรับพนักงานสาว  นี่เจ้านายหนุ่มเริ่มประชิดตัวเธอมากขึ้นแล้วใช่ไหม?  บุรินทร์อธิบายฟังชั่นการใช้งานคร่าว ๆ ของโปรแกรมที่จะใช้ให้เอื้องฟ้าฟัง  มือหญิงสาวจดตามยิก ๆ ในสิ่งที่เธอกลัวว่าจะลืมตามขั้นตอนที่บุรินทร์สอน  ลูซี่เดินออกจากห้องทำงานบุรินทร์ไปพร้อมด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข  ชัดเจน! บุรินทร์มีใจให้เอื้องฟ้าไปแล้วแน่นอน  ตอนนี้ในห้องทำงานของบุรินทร์มีเพียงเอื้องฟ้าและบุรินทร์อยู่กันสองต่อสอง กำลังเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานกันตัวต่อตัว  บุรินทร์เลื่อนตัวจากนั่งที่โต๊ะทำงาน  มานั่งลงที่ขอบเก้าอี้ประจำตำแหน่งของเขา วงแขนขวาโอบรอบร่างบางของเอื้องฟ้าไว้จากทางด้านหลัง  ใบหน้าเกือบแนบกับแก้มพวงชมพูของเอื้องฟ้า  มือใหญ่หนาขาวสวยทั้งสองข้างวางบนมือเรียวสวยของเอื้องฟ้า  จัดปลายนิ้วแต่ละนิ้ววางลงบนแป้นพิมพ์อย่างถูกต้อง  พร้อมกระซิบที่ข้างหูของหญิงสาว

         “ ปลายนิ้วมือวางบนแป้นแบบนี้นะครับเอื้อง  ถึงจะถูกต้อง ” เสียงที่คอยบอกคอยสอนที่ข้างหู  เรียบ นุ่มน่าเคลิ้มตาม  เอื้องฟ้าพิมพ์ไปเขินไป  เพราะเจ้านายไม่ยอมถอยตัวออกห่างซะที  มีแต่จะเข้าใกล้มากขึ้น       

         “ คุณบุรินทร์ถอยห่างอีกนิดก็ได้นะคะ  เอื้องพิมพ์ไม่ถูกแล้วค่ะ ” เอื้องฟ้าเองก็ต้องเก็บอาการพอ ๆ กัน  จนริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง  พยายามจะไม่หัวเราะแต่กลับยิ้มกว้างไม่หุบ

         “ ผมไม่เคยสอนอะไรใครแบบใกล้ชิดมาก่อน  เอื้องเป็นคนแรกเลยนะ ที่ผมอยากสอนให้ดีที่สุด และใกล้ชิดให้มากที่สุด ” บุรินทร์มองหน้าคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสายตาหวานซึ้ง  ขณะที่อีกคนกำลังเป็นปลื้มและเขินอายกับสิ่งที่ได้ยิน

          “ เหรอคะ ”

          “ เอื้องรู้ไหมว่า  ผมชอบผู้หญิงถนัดซ้ายมาก  เคยอ่านเจอในหนังสือ  เขาบอกว่าคนที่ถนัดซ้ายเนี่ย  เป็นคนเป็นจริงจังและจริงใจมากใช่ไหมครับเอื้อง ”

         “ เอื้องก็ไม่รู้ค่ะคุณบุรินทร์  เรื่องนี้คงต้องพิสูจน์เอง ” ปากตอบคำถาม  ใบหน้ากลับยิ้มให้กับแป้นพิมพ์ตรงหน้า  ปลายนิ้วเอื้องฟ้ายังสัมผัสลงที่แป้นอย่างช้า ๆ ชายข้างกายถึงกลับหัวเราะเบา ๆ ที่ข้างหู  ยิ่งใกล้กันยิ่งหวั่นไหวเข้าทุกที หัวใจสั่นไหวเรียกหาความรักหรืออย่างไรกันนี่บุรินทร์

         “ เรามาพิสูจน์ด้วยกันไหมล่ะเอื้อง ” เสียงที่กระซิบเบา หวานซึ้งข้างหูของหญิงสาวช่างทำให้ใจอ่อนระทวย หลอมละลายไปกับคำพูดนั้น  เอื้องฟ้านั่งเงียบไม่ตอบ  ขอทำงานตรงหน้านี้ก่อนแล้วกัน  บุรินทร์ยังไม่เปลี่ยนท่านั่ง  แต่กลับมองหน้าด้านข้างของเอื้องฟ้าสลับกับหน้าจอที่เธอพิมพ์แทน  ในที่สุดงานก็เสร็จพร้อมส่งสุดา  จนกว่าคนพิมพ์จะพิมพ์จะเสร็จเล่นเอาแทบหยุดหายใจซะหลายครั้ง

        “ คุณบุรินทร์หยุดมองเอื้องได้แล้วค่ะ ” ชายหนุ่มยังนั่งส่งยิ้มหวานให้หญิงสาว

        “ ไหนดูตุ่มยุงกัดหน่อยซิ  จะเกาให้ ” บุรินทร์ยังย้อนไปเรื่องเมื่อคืนอีก

       “ คุณบุรินทร์เลิกเล่นได้แล้วค่ะ  เอื้องขอเอางานไปส่งคุณสุดาก่อนนะคะ ” เอื้องฟ้ากำลังจะลุกจากเก้าอี้  แต่โดนบุรินทร์กดบ่าให้นั่งลงที่เดิม  ชายหนุ่มยกแป้นขึ้นมาวางลงที่ขา จัดการกับข้อมูลที่เอื้องฟ้าพิมพ์เสร็จ  ส่งไปยังแผนกประมูล

       “ ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น  เดี๋ยวสุดาก็ปริ้นออกเองที่แผนก  เอื้องมานั่งคุยเป็นเพื่อนกับผมก่อน  เดี๋ยวผมก็เข้าประชุมละ ” ชายหนุ่มหยิบถุงขนมขึ้นมา  พร้อมกับเปิดกล่องขนมพื้นเมืองหลากชนิดจากเกาหลีให้เอื้องฟ้าดู  พร้อมทั้งอธิบายความหมายของขนมบางอย่างที่พอรู้ให้สาวยิ้มเก่งตรงหน้าฟัง  เอื้องฟ้ามองกล่องขนมสวยและหรูหราด้วยความตื่นตาตื่นใจ  ขนมในกล่องก็น่ากินทุกอย่าง  บุรินทร์เดินไปชงกาแฟมาสองแก้วจากอีกมุมหนึ่งของห้อง  ก่อนกลับมานั่งลงกินขนมกับเอื้องฟ้า

“ อร่อยถูกใจไหมเอื้อง? ” บุรินทร์ถามเสียงนุ่มทุ้มน่าฟัง

        “ เอื้องชอบทุกอย่างเลยค่ะ  ขนมเกาหลีอร่อยไม่แพ้ขนมไทยเลยนะคะ ”  เอื้องฟ้ายกมือไหว้อีกครั้งและรีบลดมือลง

       “ ถ้ายังไม่เลิกไหว้ขอบคุณผมอีก  ครั้งต่อไปผมจะหอมแก้มเอื้องนะ ” รอยยิ้มและสายตากรุ้มกริ่มแบบนี้  เอื้องฟ้าคิดว่าบุรินทร์คงทำจริงแน่  สาวน้อยบ้านนายิ้มกว้างอีกแล้ว  พอ ๆ กับเจ้านายหนุ่มตรงหน้า  บุรินทร์ชวนคุยเรื่องอื่นแทน  และดูเหมือนจะทำให้เอื้องฟ้าคลายความเครียดลงได้เยอะ  เพราะเรื่องที่คุยเป็นเรื่องทั่วไป  ชีวิตก่อนมาทำงานที่นี่ของเอื้องฟ้า  จะว่าไปบุรินทร์ใช้เวลาที่ได้อยู่กับเอื้องฟ้าเพื่อสอบถามเรื่องราวและพยายามเก็บข้อมูลของหญิงสาวมากกว่าและทำได้อย่างแนบเนียนมาก

“ เอื้องชอบกินอาหารเกาหลีไหมครับ ” บุรินทร์ถาม

“ อาหารเกาหลีเป็นยังไงคะ? เอื้องไม่เคยกินค่ะคุณบุรินทร์ ” คำตอบแสนซื่อของเอื้องฟ้าที่ตอบกลับคนถาม  ทำให้บุรินทร์ยิ้มกว้าง  มองหน้าสาวสวยแสนซื่อตรงหน้า 

“ เดี๋ยวเย็นนี้ผมจะพาเอื้องไปกินนะ  ตอนนี้ขอตัวไปประชุมก่อน  แล้วจะรีบกลับมาหา ” บุรินทร์ลุกขึ้น  เดินไปเข้าห้องน้ำจัดการกับธุระส่วนตัวของเขาเสร็จ  เดินออกมาสั่งงานเอื้องฟ้า โดยการให้นับเงินเหรียญในกระปุกแก้ว  ที่บิดาสะสมเอาไว้หลายสิบปีในห้องทำงานของเขา  ก่อนจะเดินยิ้มกว้างออกจากห้องทำงานส่วนตัวไปยังห้องประชุมใหญ่ของบริษัท  เอื้องฟ้าไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองมากนัก  แต่เจ้านายทำแบบนี้นี่กำลังขายขนมจีบเธออยู่รึเปล่า  หรือว่าเธอคิดมากไปเองกันแน่ แต่...  





#############################################################################


.............มาต่อแล้วจ้า  จะได้อ่านต่อแบบจุใจ  แล้วคุณแม่จะมาอัพเพิ่มนาจา....ด้วยรัก....มาทนา


อย่าลืมกดติดไลค์เพจมาทนาด้วยนะคะ  จะได้ไปชมภาพสวย ๆ กัน
https://www.facebook.com/matanawriter/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

3,176 ความคิดเห็น

  1. #2703 นภคนภา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2560 / 06:29
    เปนคนอิสานแต่ไม่ชอบนิยายที่บทพูดอิสานเยอะๆ ทำให้อ่านได้ช้า ขาดอรรถรสไปเยอะค่ะ แต่เรื่องห่วงใจฯสนุกมากแต่ไม่ค่อยสะใจเท่าไรให้บทคนชั่วเยอะไป อยากได้บทงอนง้อของพระนางเยอะๆบทสวีทเยอะๆค่ะ
    #2703
    0
  2. #2592 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 23:03
    พี่รินทร์ถึงกับงดแบกสาวไปด้วยเลยหรอ
    #2592
    1
    • #2592-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 5)
      28 กรกฎาคม 2560 / 03:20
      ใช่ เพราะในใจพี่มีแต่น้องเอื้อง....555...ด้วยรัก...มาทนา
      #2592-1
  3. #2589 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 10:38
    นักบินจีบสาวได้น่ารักจริงๆ สาวจะละลายอยู่แล้ว
    #2589
    1
    • #2589-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 5)
      28 กรกฎาคม 2560 / 03:24
      หาแฟนนักบินสักคนจิ จะได้กระชุ่มกระชวย...5555...ด้วยรัก...มาทนา
      #2589-1