ลุ้นรัก

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,015
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    25 ก.ค. 60

ตอนที่ 6

 

            บุรินทร์ถูกเชิญให้ไปกินข้าวเย็นที่บ้านของปัทมาหลังเลิกงาน  เพราะวันนี้อาของนักบินหนุ่มเข้ามาเยี่ยมลูกหลานที่กรุงเทพ  ส่วนเอื้องฟ้านั้นวันนี้เลิกงาน  5  โมงตรงเป๊ะ  เพื่อไปเดินตลาดนัดใกล้หอพัก ซึ่งปกติจัดขึ้นเดือนละครั้ง  งานนี้เอื้องฟ้าไม่พลาดไปเดินชมสินค้ากับเพื่อน ๆ เหมือนเช่นเคย  เพราะมีทั้งอาหารและสินค้าราคาถูกมากมายให้ได้เลือกซื้อตามกำลังทรัพย์  แต่จนกว่าจะตกลงกับบุรินทร์ได้  เอื้องฟ้าต้องยอมไปกินข้าวเย็นกับเจ้านายวันหลังเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน  พอนึกถึงอาหารเกาหลีรสเลิศที่ได้ไปชิมมาเมื่อคืนกับบุรินทร์  เอื้องฟ้าชักจะติดใจแล้วสิ  ถือว่าเมื่อคืนเป็นบุญวาสนาของปากเธอ  ที่ได้กินอาหารอร่อย ๆ อย่างที่ไม่เคยได้กินมาก่อน 

            หลังจากที่บุรินทร์ไปส่งเอื้องฟ้าและสหายที่ตลาดนัด  ก็เบนทิศทางไปยังบ้านของปัทมา  เมื่อเจ้าของบ้านเห็นน้องชายแท้และน้องชายเทียมเดินเข้าบ้าน  จึงได้เวลาลงมือรับประทานอาหารเย็น  เมื่อลูกแฝดของปัทมาอิ่มแล้ว  เลยขอตัวพาคุณตาคุณยายไปดูทีวีอีกห้องหนึ่ง

            “ เป็นไงรินทร์  ได้ข่าวว่าหลงรักสาวที่บริษัทเหรอ ” ปัทมาเปิดฉากสนทนาก่อน

            “ ไม่ได้หลง  แต่คิดว่ารักเลยล่ะ ” บุรินทร์ตอบตามตรง  แบบไม่ต้องทิ้งปริศนาให้ใบ้ให้เมื่อย  ผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวยิ้มกว้าง  เพราะคนอย่างบุรินทร์ถ้าไม่มั่นใจอะไรแล้วล่ะก็จะไม่ตอบชัดเจน  แต่นี่ตอบได้ฉะฉานขนาดนี้  แสดงว่ามั่นใจมาก

            “ เร็วมากเลยนะชิกุริน  ที่จะบอกว่ารักเลย  ทำไมไม่ลองศึกษาดูใจกันก่อน  แล้วค่อยบอกว่ารักเลย ”  ลูซี่พูดเชิงเตือน  พร้อมยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบอย่างละเมียดละไม

           “ กับเอื้องมันเหมือนไม่ต้องพูดอะไรกันมาก  แค่ได้รู้จักก็เหมือนได้รู้ใจตัวเองเลยนะครับพี่ปัท ” บุรินทร์ไม่รู้ตัวเองเลยว่าเผลอยิ้มหวานมากออกไป  ทำให้พี่ปัทพลอยยิ้มตาม เมื่อนึกถึงตอนพบกับสามีครั้งแรก

           “ พี่เข้าใจความรู้สึกที่รินทร์พูดดี   ตอนนั้นพี่ขึ้นบินแอร์บัสไฟทล์แรก  บังเอิญวันนั้นเครื่องแอร์บัสดันมีปัญหา  พุชแบ็ค (Push Back = ถอยหลัง) แล้วด้วย  เครื่องยนต์กลับสตาร์ทไม่ติด  กัปตันต้องเรียกให้ช่างมาซ่อมด่วน  ผู้โดยสารก็เต็มลำรอเดินทาง  พี่จำเรื่องราววันนั้นได้ดี  พอพี่เปิดประตูเครื่องให้พี่สาธิตเข้ามาซ่อมเครื่อง  พอได้เห็นหน้ากันครั้งแรกเท่านั้นแหล่ะรินทร์เอ้ย ต่างคนต่างมองหน้ากัน  ไม่พูดไม่จาอะไรเลย  ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเหมือนได้เจอคนที่ถูกใจและใช่เลยมายืนอยู่ตรงหน้า  จนกัปตันมาทัก  ถึงรู้ตัว คิดดู ”  ปัทมาพูดถึงเมื่อครั้งแรกพบกับสามีพร้อมเสียงหัวเราะ  ซึ่งตอนนี้สามีของเธอดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าทีมช่างซ่อมเครื่องบินแอร์บัสของบริษัทการบินเดียวกัน

           “ เวลาผ่านไปไม่ถึงสามเดือน  หลังจากที่นางสาวปัทมาสบตากับผู้ชายที่หน้าประตูเครื่อง  หล่อนเลยลืมฝรั่งหุ่นล่ำที่อยากได้เป็นผัว  นังชะนีสาวเลยคว้าช่างเอ็นจิเนียแอร์บัสมาเป็นพ่อของลูกซะก่อน  และครองสุขครองทุกข์กันมาจนถึงบัดนี้ ” ลูซี่เจ้าเดิมที่พูดกับพี่สาวพร้อมเสียงหัวเราะดังลั่นทั้งโต๊ะ  ปัทมาไม่ถือสาที่น้องชายจะพูดจาเล่นเช่นนี้กับเธอ 

           “ แล้วเมื่อไหร่นังกระซู่จะแต่งงานซะทีล่ะยะ  ฉันรอดูหน้าเจ้าบ่าวเธออยู่นะลูซี่ ไม่ใช่ถือพวงมาลัยดอกไม้เหี่ยวล่อผู้ชายอยู่นั่นล่ะ ”  ปัทมาแซวน้องชายกลับ  จะว่าไปแล้วพี่น้องคู่นี้  ฝีปากพอ ๆ กัน

           “ นั่นสิ  เห็นท่าจริงจังมาหลายคนแล้วนะ  จริงใจหน่อยสิตัวเอง ”  บุรินทร์แซวเล่นบ้างพร้อมกับจิบไวน์เข้าปาก

           “ ทำไม?  ฉันอยู่แบบนี้ล่ะดีแล้วไม่อยากมีพันธะย่ะ  โตขึ้นน้องพีช น้องแพร์ก็เลี้ยงน้าได้  ไม่เห็นต้องกลัวเหงาเลย รักหลานไม่มีวันอกหักรู้ไว้ซะด้วย ” ลูซี่เองก็เบื่อกับความไม่จริงใจของผู้ชายที่แวะเข้ามาในชีวิตเธอ เพราะเงินและความสะดวกสบายเป็นหลัก  ยิ่งความรักไม่ต้องพูดถึง  ยากที่จะหารักแท้

          “ โชคดีนะที่มีหลาน  แล้วถามหลานหรือยังว่าจะเลี้ยงน้าหรือเปล่า? ”  ปัทมาพูดจบ  ทั้งสามคนหัวเราะพร้อมกันอีกครั้ง เสียงข้อความเรียกเข้าดังขึ้นที่โทรศัพท์มือถือของบุรินทร์  เจ้าของเครื่องโทรศัพท์ยิ้มร่า  เมื่อเอื้องฟ้าส่งข้อความมารายงานว่ากลับถึงห้องพักแล้ว  ปลายนิ้วมือเรียวยาวรีบกดตอบกลับทันที  ว่ากำลังทำอะไร?  อยู่กับใคร?  ที่ไหน?

          “ น้อย ๆ หน่อยรินทร์ยิ้มซะหวานเชียว  พี่อยากเห็นเอื้องฟ้าตัวจริงจังเลย  คงน่ารักมากเลยนะ  ถึงทำให้น้องชายพี่เคลิ้มได้ขนาดนี้ ” ปัทมาใช้มือขวาค้ำคาง  มือซ้ายยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ  สายตาและรอยยิ้มที่ส่งให้บุรินทร์นั้นช่างสงสัยเหลือเกิน  ว่าสาวคนนี้มีดีอะไรถึงได้ยึดพื้นที่หัวใจของบุรินทร์ได้เร็วนัก  สำหรับว่าที่กัปตันคนนี้  ไม่ใช่ไม่มีคนมารักมาชอบ  แต่บุรินทร์ไม่สน ไม่เลือกเองมากกว่า  เพราะยังไม่มีคนถูกใจ  แต่สำหรับเอื้องฟ้ามาทีหลังกลับเข้าครองพื้นที่หัวใจบุรินทร์ได้อย่างรวดเร็ว

          “  รินทร์พาตัวจริงมาโชว์ตัวแน่  ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้เจอ ” บุรินทร์วางโทรศัพท์ลง  เงยหน้ามองผู้หญิงที่นั่งฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหาร

          “ อยากให้พี่ปัทเห็นชิกุรินเมื่อบ่ายนี้จังเลย มองหน้าสลับกับมองอกเอื้องฟ้า จ้องจนนมจะกระเด้งใส่ตาอยู่แล้ว   ดีนะที่เอื้องฟ้ายังไม่รู้ไต๋ชิกุริน ” ลูซี่มองหน้าบุรินทร์ก่อนจะหัวเราะ  คนถูกกล่าวถึงเองก็หัวเราะเสียงดัง  เพราะคนรู้ใจทำอะไรก็จับได้ 

          “ พูดทะลึ่งเกินไปหรือเปล่าคะคุณนายลูซี่ ” ปัทมาแขวะน้องแท้ ๆ

          “ สายตาซีทรู มองทะลุมิติต้องชิกุริน  ยังว่าล่ะนะพวกนักบินนี่สายตาต้องดี ” ลูซี่หันไปมองญาติและเพื่อนรักข้าง ๆ พร้อมยิ้มยั่ว

          “ ดีนะไม่เผลอยกมือขึ้นสัมผัสด้วย  เอื้องฟ้าหุ่นซ่อนรูปจริง ๆ   ผู้หญิงอะไรน่าเข้าไปสำรวจพื้นที่ภายในมากเลย  แล้วอย่างนี้จะไม่ให้นายบุรินทร์หลงได้ยังไง ” บุรินทร์ตอบพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ทั้งสองคนที่ร่วมโต๊ะ   ในหัวชายหนุ่มคิดถึงเอื้องฟ้าอีกแล้ว

          “ คนทะลึ่ง  รู้จักผู้หญิงไม่ทันไร  ก็จ้องจะบุกรุกพื้นที่สงวนซะแล้ว  สำรวจรอบนอกให้ดี ๆ ก่อนก็ได้ชิกุริน  ชะนีปัทรู้ไหม? สายตาชิกุรินที่มองหน้าอกเอื้องฟ้า  เขารู้สึกสงสารนางมากเลยถ้าแรงมองทำให้ยกทรงขาดกระจุย  อกกระจายได้  ป่านนี้ร่างเอื้องฟ้าเละแล้ว  คิดว่าชิกุรินจะขึ้นคร่อมเอื้องฟ้าเสียด้วยซ้ำ  ประชิดตัวหล่อนซะไม่ให้เหลือช่องให้ลมผ่านเลย  สุภาพบุรุษนักฉวยโอกาสตัวพ่อเลยชิกุรินเนี่ย ” ลูซี่ยังไม่ยอมหยุดประจานบุรินทร์

            “ ก็มันน่ามองจริง ๆ นะ  ไม่เคยเจอผู้หญิงแบบเอื้องมาก่อน   ผู้หญิงอะไรสวย ใส ซื่อเป็นธรรมชาติมาก ผู้หญิงแบบนี้ล่ะครับที่ผมตามหามานาน ” บุรินทร์ยังชมเอื้องฟ้าไม่หยุดปาก  พอ ๆ กับรอยยิ้มแห่งความสุขเมื่อพูดถึงหญิงสาว

            “ อื้อหือ...คุณชายบุรินทร์เก็บอาการบ้างนะคะ  แล้วอย่างนี้บรรดาสาว ๆ สวย ๆ ที่คอยพี่บุรินทร์อยู่จะทำยังไงล่ะเนี่ย  ถ้ารู้ว่าพี่บุรินทร์มีสาวในดวงใจแล้ว ”  ปัทมายังแซวน้องชายนอกไส้ต่อ

            “ สงสัยตายเกลื่อนเมืองแน่    ที่บริษัทมีสตรีนางหนึ่ง  ถ้ารู้ว่าเอื้องฟ้าเป็นเจ้าของหัวใจบุรินทร์นะ รับรองได้เรียกรถมูลนิธิมาเก็บศพแน่ ๆ ” ทั้งบุรินทร์และลูซี่หัวเราะขึ้นพร้อมกัน  ปัทมาได้แต่ถามว่าใคร  พอรู้ว่าเป็นสุดา  พี่สาวได้แต่หัวเราะตามน้องชาย

           “ ระวังเรื่องถึงหูคุณหญิงแม่ล่ะรินทร์   ทำอะไรก็อย่าให้เสื่อมเสียล่ะ  ถ้าไม่รักเอื้องฟ้าจริงก็อย่าทำให้ผู้หญิงเป็นขี้ปากเพื่อนร่วมงานนะ  สงสารเอื้องฟ้าบ้าง  เดี๋ยวก็ได้กระเด็นออกจากงานแบบไม่รู้ตัวหรอก ” ปัทมาพูดและมองหน้าบุรินทร์อย่างจริงจัง

           “ ผมรู้ว่าต้องทำยังไง  คุณหญิงแม่ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจเรื่องคู่ครองของรินทร์  อีกอย่างเอื้องจะไม่มีวันกระเด็นออกจากบริษัท อมรเลิศการประมูลเป็นอันขาด  รินทร์ไม่ยอมให้เอื้องไปทำงานที่อื่นหรอกครับ ” บุรินทร์จริงจังกับสิ่งที่พูดและคิดมาก  ใคร ๆ ก็รู้ดีว่าบุรินทร์ถ้าอะไรที่ไม่ถูกต้องแล้ว  ชายคนนี้จะสู้เพื่อความถูกต้องเสมอและเป็นคนไม่ยอมคนเสียด้วย

           “ เอื้องฟ้าเข้าเส้นชัยแล้วว่างั้นเถอะชิกุริน  ต่อไปฉันจะได้นับญาติกับเอื้องฟ้าไว้ในฐานะน้องสะใภ้ ” ลูซี่ยกแก้วไวน์ขึ้นขอชนแก้วกับบุรินทร์  ทั้งสองหนุ่มหัวเราะพร้อมกับจิบไวน์ไป

           “  อย่าพึ่งเอ่อออกันเองเลย  แล้วรินทร์ขอเอื้องฟ้าเป็นแฟนอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง  ถ้าผู้หญิงไม่เล่นด้วย  รินทร์จะไปหาหมอที่ไหนเย็บหน้าให้ล่ะเนี่ย คิดเผื่อไว้บ้างนะน้องรัก ” ปัทมาจิบไวน์เข้าปากพร้อมหัวเราะ

           “ พี่ปัท ทำไมพูดให้รินทร์เสียกำลังใจแบบนั้นล่ะครับ ” นักบินหนุ่มรูปงามหุบยิ้มทันที

          “ อ้าว...ไม่เคยได้ยินเหรอ  ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน ผู้หญิงก็มีหัวคิดและจิตใจเหมือนกันนะ  คุณผู้ชายอย่าคิดว่าผู้หญิงง่ายเหมือนกันทุกคนนะจ๊ะ ”  ปัทมายิ้มกว้าง

          “ พี่ปัทพูดแบบนี้  เดี๋ยวคืนนี้ชิกุรินก็บุกไปหาเอื้องฟ้ายามวิกาลหรอก  อย่าคิดมากเลยชิกริน  เชื่อลูซี่สิ  น้องนางเอื้องฟ้าก็คงรักชิกรินใจจะขาดพอ ๆ กัน ” ได้ยินลูซี่พูดแล้วค่อยใจชื้นหน่อย

        “ รีบ ๆ พามาให้พี่ปัทดูตัวด่วนเลย แล้วถึงจะพอเดาใจน้องนางได้ ”

        “ ถ้างั้นวันอาทิตย์นี้  รินทร์จะพาเอื้องมากินข้าวเย็นด้วยนะครับ ”

       “ อะไรกันลงเครื่องปุ๊บก็จะไปรับสาวปั๊บเลยเหรอยะ ชิกุริน ” ลูซี่รีบแซว

       “ แค่ไทเป บินเช้ากลับบ่าย  ได้เข้าบริษัทช่วงหลังปิดประมูลพอดี ” บุรินทร์รีบตอบ

       “ โอ๊ยตาย...น้องชายฉัน  บทอยากจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนขึ้นมา  อะไรก็ขวางไม่ได้  มาเลยพี่จะได้เตรียมอาหารไว้รอนะ  อยากเห็นเหมือนกัน  ต้องนัดป้าโลมมาดูตัวด้วยดีไหม ”  ปัทมาเองก็ยินดีกับน้องชายไม่น้อยเช่นกัน  อย่างน้อยชีวิตของบุรินทร์จะได้มีคนมาร่วมสร้างความรักความอบอุ่นเพิ่มเติมให้  ในฐานะพี่สาวที่เห็นและรู้จักบุรินทร์มาตั้งแต่เด็ก  น้องชายคนนี้น่ารักมาก  ปัทมามองหน้าน้องชายแล้วได้ยิ้มให้

            “ พี่ปัทจะให้ป้าโลมมาดูตัวเอื้องก่อน  แล้วถึงผ่านเข้าไปพบคุณหญิงแม่ใช่ไหมครับ ” บุรินทร์ถามอย่างรู้ทัน  และแน่นอน ป้าโลมคงทำหน้าที่ตรวจและคัดกรองได้ดี  เพราะพี่เลี้ยงสูงวัยคนนี้รู้ใจมารดาของเขาดีเป็นที่สุด

 

 

 

 

 

         ทันทีที่เอื้องฟ้าและเพื่อนสาวกลับถึงห้องพัก  รีบจัดการกินอาหารเย็นที่หอบหิ้วมาจากข้างนอกกันอย่างหิวโหย  เมื่ออิ่มท้องเรียบร้อยแล้ว  ได้เวลาชื่นชมกับสินค้าที่ซื้อมาจากตลาดนัด  เอื้องฟ้าได้ชุดเดรสสั้นสีครีมแบบเรียบ ๆ แขนกุดมาหนึ่งชุด  เสื้อยืดใส่เล่นและนอน  รองเท้าสำหรับสวมไปทำงานหนึ่งคู่ เพราะคู่เก่าใช้งานมาตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานที่บริษัทของบุรินทร์  ปัจจุบันเริ่มสึกหรอไปมากแล้ว  ปลายนิ้วเรียวสวยกดส่งข้อความถึงบุรินทร์พร้อมสีหน้าอิ่มเอมไปด้วยความสุข

            “ เฝ้าจ้าวนายเหมิดมื้อเท่าค่ำ  ดึกมายังมาส่งข้อความหากันอีกอยู่ ซิบ่นอนติคืนนี้นางเอื้อง (เฝ้าเจ้านายทั้งวัน  ดึกแล้วยังต้องส่งข้อความหาอีกเหรอ  คืนนี้จะไม่นอนเลยเหรอเอื้อง) ” สีโบว์แซวเพื่อนสาว

            “ ซุมแม่บ้าน เขามาถามเฮาหยู่ว่า  โต่คือได้ไปนั่งกินข้าวกับเจ้านายในห้องเฮ็ดงาน เฮาเลยตอบว่า คุณลูซี่ให้ไปเฮ็ดงานให้ ( พวกแม่บ้านก็มาถามเรานะว่า  ทำไมเอื้องถึงได้ไปนั่งกินข้าวที่ห้องทำงานของคุณบุรินทร์ เราเลยตอบไปว่า  คุณลูซี่ให้ไปช่วยทำงาน) ” เนาวรัตน์ตอบ

            “ ถามอีหลีเด้อเอื้อง  มักคุณบุรินทร์บ่ (ถามจริงนะเอื้อง เธอชอบคุณบุรินทร์ไหม) ” สีโบว์มองหน้าเพื่อนสาว

           “ หยากฮักเลยล่ะ  แต่ว่าก่ะบ่ฮู้ว่าคุณบุรินทร์ซิคิดจั๋งได๋กับเฮาแท้ ๆ (อยากรักเลยล่ะ  แต่ไม่รู้ว่าคุณบุรินทร์คิดยังไงกับเรากันแน่) ” เอื้องฟ้าตอบพร้อมเสียงถอนหายใจอีกครั้ง

          “ มันก่ะเว้ายากเนาะเอื้อง  เฮามันแค่ลูกจ้างธรรมดา  ปาดเขาล่ะเป็นเจ้านาย หล่อ รวย  ผู้สาวงาม ๆ อ้อมข้างอ้อมแอวหยู่เข้ามาเสนอโต่ให้เจ้านายเลือก (มันก็พูดยากเนอะ  เรามันแค่ลูกจ้างธรรมดา  คุณบุรินทร์เป็นถึงนายจ้าง หล่อ รวย สาวสวย ๆ ล้อมหน้าล้อมหลังเสนอตัวมาให้เลือก) ” เนาวรัตน์มองหน้าเอื้องฟ้าขณะพูด  คงไม่ต้องอธิบายอะไรกันมาก  เพราะความแตกต่างมีให้เห็นอย่างชัดเจน

          “ อืม...เฮาก่ะระวังโต่อยู่  บ่หยากคิดหยังหลายดอก  ย้านเจ็บใจเสียน้ำตากับความฮัก (อืม...เราก็ระวังตัวเหมือนกัน  ไม่อยากคิดอะไรมากเกินไป  กลัวเจ็บใจเสียน้ำตาเพราะความรัก) ” น้ำเสียงปลง ๆ ของเอื้องฟ้า  ทำให้เพื่อนทั้งสองเข้าใจความรู้สึกเธอดี

          “ หย่าฟ้าวคิดหลาย ลองเบิ่งก่อนเอื้อง  บาดเทือพ้อฮักแท้  คั้นได้แต่งงานกับคุณบุรินทร์แล้วให้สีโบว์เป็นเลขาส่วนโต่เด้อเอื้อง เฮาบ่หยากเฮ็ดงานตากแดดอีกแล้ว (อย่าพึ่งคิดมาก  ลองดูก่อน  เผื่อเจอรักแท้  ถ้าเอือ้ได้แต่งงานกับคุณบุรินทร์จริง  ขอสีโบว์เป็นเลขานะ  ไม่อยากทำงานตากแดดอีกแล้ว) ” สีโบว์รีบฝากเนื้อฝากตัว ทำเอาเพื่อนทั้งสองเผลอหัวเราะออกมา

          “ นางเนา ขอย้ายไปอยู่อู่ซ่อมรถเด้อ  ซ่างมีแต่ผู้หล่อ ๆ เป็นตาจีบคือหยังหนิ (เนาขอไปอยู่อู่ซ่อมรถนะ  ช่างมีแต่คนหล่อ ๆ น่าจีบทั้งนั้น) ” เนาวรัตน์พูดไปหัวเราะคิกคักไป 

          “ ให้คุณบุรินทร์เผิ่นขอแต่งงานก่อนเด้อค่าสั้น  บาดนั้นจั่งว่ากัน (ให้คุณบุรินทร์ขอเราแต่งงานก่อนนะ  แล้วค่อยว่ากัน) ” เอื้องฟ้าพูดออกไปได้อย่างไรก็ไม่รู้  แต่ที่รู้ ๆ กิริยาอาการที่ บุรินทร์แสดงออกต่อเธอมันคืออะไร? เอื้องฟ้าเองก็ไม่กล้าเล่าให้เพื่อนร่วมห้องฟังทุกอย่างถึงระดับความใกล้ชิดกับบุรินทร์

              “ คั้นบอกตาน้อยกับยายแป๋ม เราคือซิดีใจคักเนาะ  ลูกสาวเผิ่นวาสนาดีได้ผัวเป็นเจ้าของบริษัทนำ (ถ้าบอกตาน้อยกับยายแป๋ม คงดีใจมากเลยนะ  ที่ลูกสาววาสนาดีได้สามีเป็นถึงเจ้าของบริษัท) ” เนาวรัตน์คิดถึงพ่อและแม่ของเอื้องฟ้าขึ้นมาทันที

          “ เนาอย่าเว้าให้ไผ๋ฟังเด้อ  สีโบว์นำ  ฮู้แค่พวกเฮาสามคนพอเรื่องคุณบุรินทร์ (เนากับสีโบว์ อย่าบอกใครนะ เรื่องคุณบุรินทร์เรารู้กันแค่สามคนพอ) ” เอื้องฟ้ารีบร้องขอเพื่อนทันทีกลัวว่าเรื่องจะเผยแพร่ไปในทางไม่ดี  เพราะตอนนี้อะไรก็ยังไม่ชัดเจน

          “ คั้นฮู้  ย้านแต่ยายแป๋มฮั้นล่ะ  ซิฟ้าวไปเว้าอวดยายอองข้างบ้าน  สาธุ ขอให้เอื้องได้แต่งงานกับคุณบุรินทร์อีหลีแดแหม้  ไปสร้างบ้านหลังใหญ่ ๆ กว่าบ้านยายอองแด  เผิ่นคือว่าลูกสาวเผิ่นเลิศคักแท้  ซำประสาได้ผัวฝรั่งเฒ่าซิ  คือซิรวยสู้คุณบุรินทร์ได้ (ถ้ารู้จริงนะ  กลัวแต่ยายแป๋มจะรีบไปคุยอวดยายอองข้างบ้าน  สาธุ  ขอให้แองได้แต่งงานกับคุณบุรินทร์จริง ๆ ด้วยเถอะ  ไปสร้างบ้านหลังใหญ่ ๆ กว่ายายอองด้วยนะ  แกยิ่งว่าลูกสาวแกเลิศมาก  แค่แต่งงานกับฝรั่งแก่ จะมารวยสู้คุณบุรินทร์ได้ยังไง) ” เนาวรัตน์ตอบพลางนึกหมั่นไส้เพื่อนบ้านที่รั้วติดกันอีกด้าน แต่บ้านเนาจะติดถนนเส้นหลักผ่านใจกลางหมู่บ้าน  ส่วนบ้านสาวน้อยบ้านนานั้นต้องเข้าซอยผ่านหน้าบ้านเมียฝรั่งก่อนถึงจะเป็นบ้านเอื้องฟ้า  สามสาวคุยกันต่อสักพัก  ต่างคนจึงต่างแยกย้ายกันไปอาบน้ำ เตรียมตัวเข้านอน  เหลือแต่เอื้องฟ้าใช้ห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย  เพราะต้องโทรคุยกับเจ้านายขี้เหงาก่อนนอน  เอื้องฟ้าสวมผ้าถุงพร้อมกับหมวกคลุมผมกันเปียก ในมือถือชุดนอนและผ้าเช็ดตัว เตรียมเข้าห้องน้ำ

           “ เอื้องมื้ออื่นโต่ไปร้องเพลงให้อ้ายพลได้อยู่แมนบ่  สองทุ่งคึ่งฮอดสี่ทุ่ม (เอื้องพรุ่งนี้ไปร้องเพลงให้พี่พลได้ใช่ไหม  สองทุ่มครึ่งถึงสี่ทุ่ม) ” สีโบว์ถามก่อนเข้านอน เพื่อที่จะได้บอกแฟนหนุ่มให้รู้ด้วย  

           “ ไปได้  บอกอ้ายพลเลย (ไปได้  บอกพี่พลเลย) ” เอื้องฟ้าพูดจบ เปิดประตูห้องน้ำและก้าวเท้าเข้าไปด้านใน  อีกทั้งแสงไฟวูบวาบบนหน้าจอโทรศัพท์  สว่างเตือนว่ามีคนโทรหา  ให้รีบรับสายด่วน  เอื้องฟ้าปิดเสียงไว้เพราะกลัวเพื่อนรำคาญ ไม่งั้นดังไม่หยุด  ทั้งเสียงเข้าของข้อความและเสียงโทรหา

 

 

 

 

           “ สวัสดีค่ะ  คุณหญิงวีรญา  สบายดีนะคะ ”  น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของสุดาทักทายปลายสายแต่เช้า  จะว่าไปก็ไม่เช้านักเพราะนี่เวลาเกือบสิบโมงเช้าแล้ว

          “ คุณหญิงสบายดีค่ะ  หนูสุดาล่ะ สบายดีนะคะ ”  น้ำเสียงที่ตอบกลับฟังแล้วสดชื่น

          “ คือสุดาอยากถามว่า  วันอาทิตย์นี้คุณหญิงจะมาดูการประมูลไหมคะ  เพราะมีรถซุปเปอร์คาร์จากกรมศุลกากรมาเข้าร่วมประมูลหลายสิบคันเลยค่ะ  ได้ข่าวว่านายใหญ่นายโตมาหลายท่านเลยนะคะ ” สุดารีบอ้างถึงคนมีตำแหน่งมาล่อให้คุณหญิงวีรญามางาน  เพื่อที่จะได้โชว์ตัวเอื้องฟ้าให้ได้รู้จัก

           “ ถ้างั้นอาทิตย์นี้คนคงเยอะมากแน่ ๆ คุณหญิงยังไม่แน่ใจนะคะ  เพราะว่าต้องไปร่วมงานการกุศลกับท่านผู้หญิงสุรีรัตน์ด้วย ” สุดาได้ยินเช่นนั้นเลยไม่เซ้าซี้อะไร  รู้ดีว่าคุณหญิงวีรญามีงานการกุศลเยอะและกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะเป็นประธานสมาคมสตรีอาสาปีนี้ให้ได้

          “ ไม่ทราบว่าคุณหญิงวีรญา  ทราบหรือยังคะว่าปีนี้ทางบริษัทอมรเลิศจะพาพนักงานไปเที่ยวที่โจฮันเนสเบิร์ก  พี่บุรินทร์เป็นคนขับเครื่องบินพาไปด้วยนะคะ ” สุดาตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นสุด ๆ เพราะอย่างน้อยจะได้ชวนพ่อแม่ไปด้วย ถึงแม้จะต้องซื้อตั๋วเองก็ไม่ลำบากอะไร

          “ ขอบใจมากนะคะที่บอกคุณหญิง  ขอคุณหญิงคิดดูก่อนนะคะ ” มารดาของนักบินตอบ พลางนึกถึงครั้งสุดท้ายที่บินไปกับลูกชายคือ มิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อสิ้นปี

          “ สุดาจะชวนพ่อกับแม่ไปด้วย เพราะท่านไม่เคยไปแถวแอฟริกาใต้  ส่วนมากไปแต่ทางยุโรปกันมากกว่า ”

         “ ดีค่ะ  จะได้สนุก  มีอะไรก็โทรมาบอกคุณหญิงได้นะคะ ”  เพราะคุณหญิงมัวแต่ออกงานสังคม  บุรินทร์เองก็ชินเสียแล้ว  จนกว่าจะเจอกันได้  ต้องนัดหมายให้แน่นอน

        “ พูดถึงพี่บุรินทร์แล้ว  พักนี้เห็นเรียกพนักงานหญิงแผนกทั่วไป ของบริษัทมาร่วมโต๊ะทานอาหารเที่ยงที่ห้องทำงานส่วนตัวได้บ๊อยบ่อย  สงสัยพี่บุรินทร์จะชอบมากแน่เลยค่ะ ”   สุดาวางความสงสัยไว้ให้คุณหญิงวีรญาคิดต่อ

       “ ใครกันเหรอคะหนูสุดา ” น้ำเสียงที่ถามยังคงราบเรียบ

       “ ชื่อ เอื้องฟ้าค่ะ  ก็แค่พนักงานธรรมดา ๆ คนหนึ่ง  คุณหญิงวีรญาอย่าสนใจเลยนะคะ สุดาขอโทษค่ะ  คือสุดาสงสัยมากไปหน่อยเลยพูดออกไปไม่ได้คิด  อย่าถือสาเลยค่ะ ” สุดาแก้ตัวไปอย่างนั้นแต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณหญิงวีรญาต้องอยากรู้เหมือนเธอบ้างไม่มากก็น้อย  ปากสุดาบอกว่าอย่าถือสา  แต่เล่าเรื่องต่าง ๆ ให้คุณหญิงวีรญาฟังถึงพฤติกรรมเอาอกเอาใจเอื้องฟ้าของบุรินทร์อย่างออกหน้าออกตา พร้อมกับใส่ความคิดส่วนตัวลงไปด้วยเพื่อสีสัน

       “ ขอบใจหนูสุดามากกว่าที่สละเวลาเล่าให้ฟัง  ถ้ารินทร์เขาพร้อม  คงพาพนักงานคนนั้นมาพบคุณหญิงเร็ว ๆ นี้ ” คุณหญิงวีรญาตอบกลับเสียงเรียบ  สุดาได้แต่อ้าปากค้าง 

      “ ถ้างั้นสุดาไม่รบกวนคุณหญิงแล้วนะคะ  สวัสดีค่ะ ” หลังจากล่ำลากันเรียบร้อย  คุณหญิงวีรญากดปิดโทรศัพท์มือถือ  ยื่นให้บ่าวเก่าแก่ที่รับใช้กันมานมนาน  นั่งคิดอะไรเงียบ ๆ สักพักขณะที่คนขับรถกำลังพาไปศูนย์สงเคราะห์เด็กยากไร้

        “ แม่สุดานี่ก็ฉลาดไม่เบา  เข้าใจโทรมาฟ้อง  คิดเหรอว่าคนอย่างคุณหญิงวีรญาจะรู้ไม่ทัน ”   ข้าเก่าเต่าเลี้ยงกล่าวกับเจ้านาย  คุณหญิงใหม่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อกับสาวใช้  เสียงโทรศัพท์ของคุณหญิงจรัสศรี  มารดาของลูกกบดังขึ้น  การสนทนาเรื่องงานการกุศลและเรื่องไปเที่ยวที่แอฟริกาใต้จึงถูกนำขึ้นมาพูดอีกครั้ง คุณหญิงจรัสศรีเองก็จะบินไปเที่ยวด้วย  เพราะจะได้เป็นกำลังใจให้ลูกสาวด้วย  เสียงหัวเราะชื่นชมกันอย่างไม่จริงใจนักจบลง คุณหญิงวีรญายื่นโทรศัพท์ให้บ่าวอีกครั้ง

         “ ถ้าไม่ติดว่ามีเส้นมีสายพอจะพาฉันเข้าไปทำงานในรั้วในวังได้ จ้างให้ฉันก็ไม่คบด้วยหรอก  เป็นเพื่อนกันมาตั้งนานจะได้เลิกเป็นเพื่อนกันก็คราวแก่นี่เอง  มีอย่างที่ไหนพอลับหลังฉันก็เอาเรื่องฉันไปนินทาว่าร้ายหาว่าใช้เงินซื้อตำแหน่งคุณหญิงบ้าง  หาว่าฉันเป็นคุณหญิงเอื้ออาทรบ้างล่ะ... ”

        “ คุณหญิงอย่าคิดมากเลยค่ะ  ก็เพราะคุณหญิงจรัสศรี  ไม่มีเงินเยอะเหมือนคุณหญิงวีรญาไงคะเลยบริจาคได้ไม่เท่า  คอยดูตอนสามีเธอเกษียณสิ จะมีใครคบหรือเปล่า ” สาวใช้รุ่นแก่รีบเสริมกำลังใจนาย

        “ หมดบารมีสามีก็สิ้นไร้ซึ่งวาสนา  ยศถาบรรดาศักดิ์ที่มีก็จบกัน  สมัยนี้หายากผู้ดีมีตระกูลพร้อมทรัพย์น่ะ ” คุณหญิงวีรญากดเก้าอี้เอนไปทางด้านหลัง  แบมือออกให้สาวใช้นวดแขนให้ขณะพักสายตาระหว่างรถติด  เลขาประจำตัวก็มีหน้าที่รับนัดงานให้ระหว่างพักผ่อน

                   

 

              

              เอื้องฟ้ายังยุ่งอยู่ที่โซนตรวจรถ  เหมือนได้เรียนรู้งานอีกขั้นตอนของการนำรถเข้าประมูล  คือการประเมินสภาพรถ  ซึ่งต้องดูรายละเอียดและลงข้อมูลให้ถูกต้องทุกอย่าง  เหมือนได้ดูเครื่องในรถเลยก็ว่าได้  เอื้องฟ้าตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก  เพราะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญมาก ๆ ในการประเมินราคารถ  ระหว่างฟังหัวช่างอธิบาย  มือจดสิ่งสำคัญลงบนกระดาษเอาไว้อ่าน

           “ เอื้องจะจดไปทำไม  ฟังเฉยก็ได้  มีปัญหาอะไรมาถามพี่ได้ ” นายช่างแซว

          “ กันลืมค่ะ  เผื่อวันหนึ่งได้ย้ายมาอยู่แผนกนี้  จะได้รู้งาน ” เอื้องฟ้าตอบยิ้ม ๆ

          “ ย้ายมาเลย  หนุ่ม ๆ จะได้กระชุ่มกระชวยกันหน่อย  มีสาวสวยอย่างเอื้องมาทำงาน ” สิ้นเสียงหนุ่มวัยต้นสามสิบแซว  เสียงเรียกจากคนด้านหลังทำให้เอื้องฟ้าสะดุ้งทันที

           “ เอื้อง!! มาทำอะไรที่นี่ ” น้ำเสียงหนักแน่นของบุรินทร์ที่เรียกชื่อเธอแสดงถึงอารมณ์ไม่พอใจหรือเปล่า

             “ เอื้องมาดูวิธีตรวจสภาพรถ  แล้วก็เอาข้อมูลนี้ไปลงรายละเอียดในคอมอีกที  สำหรับประมูลออนไลน์ค่ะ ” สีหน้าและแววตาบุรินทร์ดูอ่อนโยนลงมากเมื่อรู้ตัว  แต่ที่ไม่ชอบใจนักคือหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นี่สิ  ทำให้บุรินทร์รู้สึกเคืองลูกตาไม่น้อย  ไหน ๆ ก็ได้แวะมาที่นี่แล้ว  บุรินทร์ใช้เวลาดูรถที่พนักงานกำลังล้างทำความสะอาดเพื่อรอนำเข้าไปประมูล พร้อมกับพูดคุยกับหัวหน้าแผนกที่นั่นด้วย

             “ เอื้องไปนั่งพักผ่อนที่ห้องทำงานผมก่อน  อีกสิบนาทีก็เที่ยงแล้ว  เดี๋ยวกินข้าวเที่ยงด้วยกัน ” บุรินทร์มองเวลาที่นาฬิกาข้อมือสแตนเลสอย่างดีจากสวิสเซอร์แลนด์  เรื่องราคาคงไม่ต้องพูดถึง สามารถซื้อบ้านสามห้องนอนได้เลยทีเดียว

             “ คุณบุรินทร์คะ  วันนี้เอื้องห่อข้าวมาเสียดายค่ะ  เมื่อวานก็ทิ้งไปแล้ว เอื้องขอไปกินกับเพื่อนนะคะ ” เอื้องฟ้าเองก็ไม่อยากเป็นขี้ปากเพื่อนร่วมงานด้วย แค่นี้ข่าวก็ดังไปทั่วบริษัทแล้ว

             “ เอาไปกินที่ห้องทำงานผม  จะได้แบ่งผมกินด้วย  วันนี้เอื้องห่ออะไรมากินครับ ” บุรินทร์ยืนคุยกับเอื้องฟ้าที่เต๊นส์รถ เอื้องฟ้าเป็นเหงื่อเริ่มออกที่หน้าผากเจ้านายแล้วนึกเกรงใจ  วันนี้บุรินทร์แต่งตัวในชุดลำลอง สวมกางเกงยีนส์สีฟ้าอ่อน  เสื้อยืดแขนสั้น คอวี สีขาวข้างใน สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นทับข้างนอก สวมแว่นกันแดด  รองเท้าผ้าใบสวมใส่สบาย  คิดว่าต้องมีแต่ของมียี่ห้อแพง ๆ  กลิ่นหอมประจำตัวช่างน่าเดินเข้าไปกอดเสียจริง ๆ

           “ คุณบุรินทร์  เอื้องจะไปกินกับเพื่อนค่ะ เอื้องไม่ได้ห่อมาเยอะด้วย ” เอื้องฟ้ายืนกอดแฟ้มงานแนบอก บอกปฏิเสธเจ้านาย  นักบินหนุ่มซึ่งยืนมือล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ทั้งสองข้าง  มองเอื้องฟ้าผ่านเลนส์สีดำ

          “ เอื้องไปกินที่ไหน ผมก็จะไปกินที่นั่น  เอาสิ....ลองดูไหมล่ะ?  คิดเหรอว่าผมไม่กล้าตาม... ไหนดูตุ่มยุงที่แขนหน่อยสิ  เมื่อคืนโดนกัดมากี่ตุ่ม ” บุรินทร์ไม่พูดเปล่าคว้าแขนเรียวเล็กของเอื้องฟ้าขึ้นพลิกดู  ไม่ได้สนใจสายตาของคนที่มาเดินดูรถหรือสายตาพนักงานเลยแม้แต่น้อย

          “ คุณบุรินทร์!! ปล่อยแขนเอื้องก่อนค่ะ ”  เอื้องฟ้ากวาดตามองรอบ ๆ พร้อมกับเดินนำหน้าเจ้านาย เพราะที่นี่เสมือนที่สาธารณะ แต่บุรินทร์กลับทำอะไรประเจิดประเจ้อ

          “ ไปที่ห้องทำงานผมเอื้อง  ไม่งั้นอุ้มไปนะทีนี้  ถ้ายังไม่หยุดเดินหนีผม ”  เสียงพูดคุยกันธรรมดา  เอื้องฟ้าเดินกลับหลังหันหยุดมองหน้าเจ้านายหนุ่มอีกครั้ง แต่คนตรงหน้านี่สิยิ้มกว้างเหมือนคนที่ประกาศชัยชนะเหนือเอื้องฟ้า

          “ ถ้างั้นเอื้องไปเอากระปุกข้าวก่อนนะคะ  โดนเจ้านายขู่อีกแล้ว ”  เอื้องฟ้าเดินนำหน้าเจ้านายปากบ่นขมุบขมิบ  เมื่อเข้าถึงห้องทำงานส่วนตัวของบุรินทร์  แม่บ้านตั้งโต๊ะเรียบร้อยและออกไปข้างนอกแล้ว  เหลือแต่รอลูซี่มาที่ห้องทำงานบิ๊กบอส  เอื้องฟ้าหยิบกระติ๊บข้าวสานอันเล็กที่บิดาสานให้ขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ  บุรินทร์รีบเปิดดูทันทีโดนไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของสักคำ  เอื้องฟ้านั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามบุรินทร์

          “ ข้าวเหนียว หมูทุบ อันนี้น้ำพริกใช่ไหมครับเอื้อง ” เอื้องฟ้ารู้สึกอายเหลือเกินกับเมนูอาหารที่ชายหนุ่มกำลังเอ่ยถึง  ทำยังไงได้ชีวิตลูกจ้างกินธรรมดาเพื่อความอยู่รอด

          “ ตอนเด็ก ๆ ผมชอบกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง จิ้มกับซอสแม็กกี้มากกินได้แทบทุกวัน  จนแม่ดุพี่เลี้ยง  คือพี่เลี้ยงผมเป็นคนอีสานครับ  เอื้องรู้ไหมว่าผมพูดภาษาอีสานเป็นก่อนภาษากลางอีกนะ  ผมจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เวลามีคนมาบ้าน  ผมจะตะโกนถามแม่ว่า... แม่ แม่ บ่ฮู้ผู้ได๋มา... ผมชอบฟังภาษาอีสานนะ  ผมว่าเพราะดี ” เอื้องฟ้าหัวเราะจนน้ำตาไหล ไม่คิดว่าเจ้านายหนุ่มจะผูกพันกับคนอีสานมาตั้งแต่เด็ก  บุรินทร์หยิบส้อมขึ้นมาจิ้มข้าวเหนียวเข้าปากพร้อมหมูทุบ  ส่วนน้ำพริกที่เอื้องฟ้าลงมือตำเองรสชาติเผ็ดมาก  บุรินทร์รีบหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม  ริมฝีปากแดงจัด เหงื่อผุดขึ้นทันทีที่ใต้ตา เพราะปกติชายหนุ่มไม่กินอาหารรสจัด  ชายหนุ่มรีบยัดข้าวเหนียวคำโตพร้อมหมูทุบรสหวานเข้าปาก  เอื้องฟ้ายังหัวเราะไม่หยุด  อาหารเที่ยงวันนี้ดูเหมือนจะเป็นไปอย่างเรียบง่ายสบาย ๆ  เอื้องฟ้านั่งฟังการสนทนาเรื่องแหล่งที่มาของรถที่กำลังจะเข้ามาประมูลอีกส่วนหนึ่งและเรื่องที่เอื้องฟ้าสงสัยจากการที่ได้สัมผัสงานมาสองวัน เลยเกิดคำถามขึ้น

             “ ขอโทษนะคะ  คือเอื้องอยากถามว่า รถบ้าน คือรถแบบไหนคะ  เพราะรถประเภทนี้ไม่เคยเห็นเข้ามาประมูลเลยค่ะ แต่ที่ช่องถามตอบในเว็บไซกลับมีคนถามเข้ามาเยอะมากถึงรถประเภทนี้น่ะค่ะ ”  สิ่งที่เอื้องฟ้าพึ่งจะบอกไป  เหมือนจุดประกายความคิดใหม่ในการทำธุรกิจของบริษัท อมรเลิศการประมูล

          “ จริงเหรอครับเอื้อง  ทำไมคนที่ดูแลเว็บไซไม่รายงานเลย ” บุรินทร์มองหน้าลูซี่

          “ นั่นสินะ  ถือว่าได้ข้อมูลมาดีมาก ๆ เลย  สมแล้วที่ฉันให้เธอไปทำงานนี้ เจอจุดรั่วก็เพราะเธอนะเอื้อง ” ลูซี่กล่าวชมอย่างจริงใจ

          “ รถบ้าน คือ รถที่คนใช้ทั่วไปแล้วนำมาขายต่อ  คือไม่อยากขายผ่านเต๊นส์รถมือสองน่ะครับ  เพราะราคาอาจจะได้ไม่ดีนัก  ถ้าขายผ่านบริษัทประมูลคือราคาจะเป็นธรรมมากกว่าทั้งคนซื้อคนขาย ” บุรินทร์อธิบายให้เอื้องฟ้าฟัง พร้อมตักอาหารใส่จานให้เอื้องฟ้า

           “ ชิกุริน  ถ้างั้นเราเริ่มบุกตลาดรถบ้านกันด้วยไหม  เจาะลูกค้ากลุ่มนี้ให้ได้เยอะ ๆ ถ้าเราจะเปิดวันประมูลเพิ่ม  อย่างน้อยจะได้มีรถหมุนเวียนมากขึ้น  ที่ด้านหลังเราก็มีพอจอด ” ลูซี่เสนอความคิดขึ้นทันที

            “ เยี่ยมเลย  เราเริ่มจับลูกค้ากลุ่มนี้ก่อน  แล้วทำการตลาดให้กว้าง  จัดไปอย่าได้รอนะตัวเอง ” บุรินทร์หัวเราะอีกตามเคย  ส่วนลูซี่ยกนิ้วโป้งให้พร้อมขยิบตา  ส่วนเอื้องฟ้าได้เห็นความใกล้ชิดของเจ้านายทั้งสองคนอย่างใกล้ชิด  ช่างน่ารักเหลือเกิน  ลูซี่เองพูดคุยและบอกเอื้องฟ้าให้ทำตัวสบายเวลาอยู่กับเธอ  ไม่ต้องเกร็งมาก

            “ เอื้องขอตัวออกไปทำงานต่อก่อนนะคะ  เพราะรถกำลังจะเข้าอีกช่วงบ่ายค่ะ ”  เอื้องฟ้าขออนุญาตเจ้านาย  แต่บุรินทร์กำลังจะค้าน

           “ เอื้องไปเถอะ  แล้วเช็คดูยอดรถซุปเปอร์ดี ๆ ด้วยนะ โดยเฉพาะราคาประมูลเริ่มต้นห้ามผิด  ห้ามพลาดนะ  เอ่อ..อีกเรื่อง  อย่าพูดเรื่องรถบ้านกับใครนะเอื้อง ” ลูซี่สั่งให้เอื้องฟ้าไปทำงานปกติ  แล้วหันมาอธิบายให้ลูกพี่ลูกน้องฟัง

           “ ชิกุริน  ที่นี่บริษัทนะ แค่นี้เสียงซุบซิบก็เริ่มมาเข้าหูฉันแล้ว วางตัวให้ดีหน่อยสิ  สมภารจะกินไก่วัด  ก็ต้องกินอย่างเปิดเผยนะยะ ” ลูซี่มองหน้าคนฉีกยิ้มตรงหน้าอย่างหมั่นไส้

           “ รู้น่า  จะรีบทำให้ชัดเจน ” บุรินทร์ตอบพร้อมรอยยิ้ม  เสียงโทรศัพท์ชายหนุ่มดังขึ้น  เพื่อนนักบินด้วยกันโทรมาหา  เพราะกำลังจะเข้ามาดูรถที่จะประมูลอาทิตย์นี้  ไม่รวมถึงสาว ๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยือนบุรินทร์ถึงบริษัท  ส่วนเอื้องฟ้าทำงานอยู่ด้านหลังของบริษัทจนล่วงเลยเวลาเลิกงานปกติถึงหนึ่งชั่วโมง   เอื้องฟ้ารีบกลับห้องพักอาบน้ำอาบท่า  เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดเก่งที่ใช้ในการร้องเพลงหากิน  คือ กางเกงยีนส์สีฟ้าอ่อนเข้ารูป  โชว์เรียวขายาวสวยของหญิงสาว เสื้อเชิ้ตสีขาวพับถึงศอก  พร้อมด้วยเสื้อกั๊กสีดำคลุมทับด้านนอก ส่วนรองเท้าก็คู่เดิมกับที่สวมไปทำงาน  กระเป๋าผ้าใบเดิมที่หญิงสาวใช้รวมทุกโอกาส   ทางด้านบุรินทร์โทรหาเอื้องฟ้าหลายครั้งก็ไม่สามารถติดต่อได้  จนชายหนุ่มเริ่มจะหงุดหงิดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนกับผู้หญิงคนไหน  ชายหนุ่มพลิกดูเวลาที่ข้อมืออีกครั้งนี่ก็พึ่งจะทุ่มหน่อย ๆ  เอื้องฟ้าทำอะไรอยู่? ทำไมไม่รับโทรศัพท์เขา  เลิกงานบอกให้ไปรอที่ห้องทำงานก็ไม่ยอมไป  ด้วยความใจร้อน บุรินทร์ขับรถจากบริษัทไปยังที่พักของเอื้องฟ้าทันที  คืนนี้ต้องลงโทษเอื้องฟ้าให้หนักซะแล้ว  วันนี้แม่สาวน้อยของบุรินทร์เกเรมาก




#############################################################################



...............อัพเพิ่มแล้วจ้า  จะรีบมาต่อตอนต่อไปนะคะ....ด้วยรัก....มาทนา


ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ
https://www.facebook.com/matanawriter/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

3,176 ความคิดเห็น

  1. #2593 9namfon (@9namfon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 23:25
    พี่รินทร์ขา รีดเขินหนักทุกตอนเลย
    #2593
    1
    • #2593-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 6)
      28 กรกฎาคม 2560 / 03:19
      จะเขียนให้รีดอาการหนักกว่านี้อีก...อิอิอิ...ถ้าเขียนได้นะ 5555.........ด้วยรัก...มาทนา
      #2593-1
  2. #2590 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 11:16
    นักบินรุกหนักแล้ว....
    #2590
    1
    • #2590-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 6)
      28 กรกฎาคม 2560 / 03:22
      ก็พี่เขารักของเขานี่นา....อิอิ....ด้วยรัก...มาทนา
      #2590-1
  3. #2587 pimpim (@pimpimwall) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 22:35
    คุณบุรืนทร์รุกหนักมาก 
    #2587
    1
    • #2587-1 Matana N. (@polski07) (จากตอนที่ 6)
      26 กรกฎาคม 2560 / 05:16
      รุกจริงไรจริงจ้า 555...ด้วยรัก...มาทนา
      #2587-1