Series รักฉบับติดเรต (E-BOOK)

ตอนที่ 23 : โชคชะตาหรือฟ้าลิขิต 2 (ลองรักฉบับติดเรต)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    2 ส.ค. 61

“หึ! ทนไม่ได้ละสิ ที่ผู้ชายของเธอมาชอบฉันทุกคน”

ก็สมกันดีนี่ นังอสรพิษและไอ้แมลงสาบสกปรก ช่างสมกันยิ่งกว่าผีเน่ากับโลงผุ ผีตายโหงกับโลงไม้ยาง

“กรี๊ด/ริน” เสียงกรีดร้องแหลมของศศิมาและเสียงอุทานด้วยความตื่นตระหนกของกิตติดังขึ้นพร้อมกัน

กิตติพยายามยื้อยุดฉุดแขนเธอไว้ และอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น มณีรินผลักกิตติอย่างแรง แล้วหมุนตัวออกจากห้องพักในทันที เธอวิ่งลงบันไดหนีไฟแทนการใช้ลิฟต์ด้วยความร้อนใจอยากจะออกจากตึกนี้ไวๆ เพราะนึกรู้ว่าอดีตแฟนหนุ่มจะต้องรีบตามออกมา

กริ๊งกริ๊ง

เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือดังขึ้น หญิงสาวคว้านมือค้นหา เมื่อเห็นชื่อของกิตติโชว์หราอยู่ ก็กดปิดเครื่องในทันที

เมื่อมาถึงชั้นล่างของคอนโดมิเนียม เธอก็เห็นกิตติในสภาพยับยุ่งเดินไปเดินมาที่ทางเข้าด้านหน้าตึก หญิงสาวยืนรอจนเห็นอดีตแฟนหนุ่มขึ้นรถแล้วขับออกไปจึงเดินออกมาจากทางหนีไฟ เดินไปเรื่อยๆ แบบไร้จุดหมาย

จู่ๆ ลมหอบใหญ่ก็พัดมา ตามด้วยเสียงฟ้าคำรนคำรามกึกก้อง ฝนกำลังจะเทลงมา คิดว่างั้นนะ มณีรินเชิดคางสูง แอ่นอก เหยียดไหล่ตรงเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา ทำไมฝนถึงไม่ควรจะเทลงมาในชีวิตที่แสนจะเฮงซวยของเธอด้วยล่ะ

หญิงสาวเดินไปเรื่อยๆ ขณะครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผู้ชายมันก็เชี้ยกันทุกคน หญิงสาวสบถด่าหยาบคาย จนทำให้คนที่เดินสวนไปมามองมาแบบแปลกๆ

สวยซะเปล่า แต่สติไม่ดี นั่นคือคำพูดที่พอจะจับใจความได้

เมื่อเดินมาได้สักพักใหญ่ๆ มณีรินก็ส่งเสียงครางแผ่ว เมื่อรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วกัดเท้าจนเป็นแผลพุพอง เมื่อเดินต่อไปไม่ไหวก็นั่งแหมะลงบนเก้าอี้ยาวตัวหนึ่งในสวนสาธารณะใจกลางกรุง

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผู้ชายนิสัยเชี้ยเพียงคนเดียว ผู้หญิงก็เชี้ยพอกัน ศศิมาเป็นลูกติดภรรยาใหม่ของพ่อเธอ ตอนเป็นเด็กทั้งสองเคยเป็นเพื่อนรักกัน เธอมีอะไร ศศิมาก็ต้องมีด้วย

พอโตขึ้น เวลาที่เธอซื้อกระเป๋าถือ รองเท้า เสื้อผ้าชุดใหม่ ศศิมาก็ต้องมีกระเป๋าถือ รองเท้า เสื้อผ้าชุดใหม่เหมือนกันเด๊ะ! แถมอย่างล่ะสองด้วย พูดง่ายๆ เหมือนแฝดสยองนั้นแหละ โชคดีที่ทั้งสองไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกัน ไม่งั้นจะสยองยิ่งกว่านี้อีก พอเริ่มโตเป็นสาว เธอมีแฟนกี่คนๆ ศศิมาก็มาทอด สะพานอ่อยไปเนียนๆ ไม่มีผู้ชายคนไหนที่หล่อนอยากได้แล้วไม่ได้ นั่นคือคำที่หล่อนประกาศต่อหน้าเธอในวันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน

แล้วก็ไม่มีใครต้านเสน่ห์หล่อนได้จริงๆ เธอเสียแฟนให้ยัยนี่สามคนแล้ว ถ้านับกิตติ

มณีรินก็ไม่รู้ว่าศศิมาจะอิจฉาอะไรเธอนักหนา แม่หล่อนก็ตามใจทูนหัวทูนเกล้าลูกทุกอย่าง แต่หล่อนก็ยังต้องการที่จะเหนือกว่า เอาชนะคะคานอยู่นั่นแหละ แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่านังขี้อิจฉาจอมร่านก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว

 

          ‘โธ่โว้ย! ไอ้ทีพวกกูนอนไม่หลับก็เพราะมึงเอาแต่นอนกระสับกระส่ายฝันลามกอยู่นั่นแหละ

 

ที่นอนกระสับกระส่ายจนถูกบุรัสกรและเขตต์ตะวันไล่ออกจากห้องก็เพราะทีสิตเอาแต่ฝันลามกเกี่ยวกับมณีริน

เขาไม่ต้องการผู้หญิงคนไหนๆ อีก บ่อยครั้งมากที่เขานอนไม่หลับร่างกายเกร็งเขม็งโหยหาจนถูกเพื่อนด่าเหมือนประโยคข้างบน อาการหนักถึงขั้นไม่สามารถมีเซ็กซ์กับผู้หญิงอื่นเพื่อปลดปล่อย เพราะความจริงธรรมดาที่ว่า ผู้หญิงอื่นไม่เร้าใจพอ แต่ถึงทำได้เขาก็ไม่ต้องการผู้หญิงไหนๆ มาดับความต้องการหรือความกระหายนั้นนอกจากมณีรินคนเดียวเท่านั้น แม้ว่านั้นอาจจะฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็นก็ตาม

เฮ้อ! ชายหนุ่มถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะลองออกไปนั่งแกร่วที่ไนต์คลับประจำ

สองชั่วโมงต่อมา ทีสิตก็เดินออกจากไนต์คลับประจำ ไปขึ้นรถสปอร์ตที่จอดอยู่ในลานจอดรถของอาคาร แล้วขับออกไปตอนสองทุ่มกว่า

คืนนี้ไม่มีอะไรจะฉุดรั้งเขาไว้ได้ ไม่ว่าผู้หญิงหรือเมรัย อะไรๆ ก็น่าเบื่อไปหมด เมื่อขับผ่านสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง สายฝนก็เทกระหน่ำลงมา มือหนาเอื้อมไปเปิดที่ปัดน้ำฝน เมื่อพบสาวที่เขาเพ้อหาท่ามกลางสายฝนเทกระหน่ำ เธอใช้กระเป๋าใบใหญ่ขึ้นบังแต่มันไม่ได้ช่วยอะไรนัก

เขาบีบแตร แล้วลดกระจกฝั่งคนขับลง เจ้ริน เจ้รินครับ ให้ผมขับรถไปส่งไหม

มณีรินยืนนิ่งท่ามกลางสายฝนแล้วจ้องมองเขาอย่างหวาดระแวง เสื้อผ้าเปียกปอนเห็นไปถึงไหนต่อไหนแบบไม่ต้องจินตนาการ

ทีสิตจ้องมองเจ้าของร่างอรชรอ้อนแอ้นทั่วทั้งตัวด้วยความชื่นชมแบบเพศชาย สายตาคมกริบราวมีดโกนของชายหนุ่มไล่ย้อนกลับขึ้นไปข้างบนอีกครั้ง อ้อยอิ่งนานนิดนิ่งที่เนินอกสล้างขาวผ่องที่ตัวเสื้อสีขาวเปียกโชกไม่อาจจะปกปิดความอวบอึ๋มได้ และเขาแน่ใจเป็นบ้าว่าเป็นของแท้แม่ให้มา ไม่ได้ผ่านมีดหมอจากสำนักไหน

สายตาคมกล้าไล่ขึ้นไปที่ลำคอยาวระหง มาถึงโครงหน้าสวยคลาสสิก ริมฝีปากอวบอิ่มน่าหลงใหลสั่นระริกเรียกร้องจุมพิต ที่ทำให้เขาเร่าร้อนนึกถึงแต่รสชาติของเธอ ว่ามันหวานปานน้ำผึ้งหรือจัดจานเหมือนเครื่องเทศรสร้อนแรง

เจ้แกมีแฟนแล้ว เตือนตัวเองในใจ แม้จะไม่ใช่คนดีเด่อะไรนักหนา แต่เขาก็ไม่เคยตีท้ายครัวใคร

ขึ้นมาสิครับ ผมไม่หลอกเจ้ไปขายหรอกปรี้น! ปรี้น!! เขาบีบแตรเร่ง เร็วสิครับ เจ้ไม่หนาวหรือไง’”

มณีรินตัดสินใจเปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารขึ้นมา

นี่ครับมือหนากางเสื้อแจ๊กเกตหนังสีเข้มห่มให้

ขอบใจเธอยิ้ม ปากสั่น

ทั้งดูน่าสงสารและน่ารังแกพอๆ กัน

หยาดฝนที่เกาะที่ปลายขนตาของหญิงสาว ทำให้มันดูหนาและยาวมากขึ้นเน้นดวงตาสีนิลของเธอให้ดูเจิดจ้าและมีชีวิตชีวามากกว่าเดิม ขณะที่เครื่องสำอางที่อยู่บนใบหน้าเรียวสวยถูกชะล้างไปหมด ทำให้ใบหน้าดูสะอาดสะอ้านจนมองเห็นผิวขาวใสของเธอได้

จะให้ผมไปส่งที่ไหนครับ” 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น