GOT7。 BOTGOTBOY / #JARK #BMARK

ตอนที่ 9 : B07 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 241
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ต.ค. 58

BOTGOTBOY

 

B07

 

11:05 PM

มือขาวเอื้อมไปจับลูกบิดประตูห้องพร้อมกับบิดและดึงประตูให้เปิดออก ภายในห้องนั้นมืดสนิทอย่างที่เคยเป็นทุกครั้ง แต่สิ่งที่แปลกไปคือเมื่อยองแจเปิดประตูห้องออกกลับมีไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยปะทะที่ใบหน้าของเขา

 

 

นัยน์ตากลมใสกวาดมองไปทั่วห้องที่ยังคงมืดสนิทมีเพียงแสงจากไฟตามทางเดินสาดส่องเข้ามา เงาสีดำร่างหนึ่งยืนอยู่ที่บริเวณหน้าต่าง ยองแจหรี่ตามองเงานั้นและเข้าใจว่าคงจะเป็นจินยองที่ยืนเป็นหุ่นอยู่ตรงนั้น

 

 

“ทำไมไม่เปิดไฟล่ะพี่ เป็นบ้าหรอ”

“...”

 

 

ตามปกติแล้วจะมีเสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายของจินยองเป็นการตอบรับผู้เป็นน้อง แต่ครั้งนี้มาแปลกกว่าครั้งไหนๆ เงาสีดำนั้นยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มีเพียงการขยับหัวหันมามองเขาเท่านั้นที่ทำให้รู้ว่าคนตรงหน้านั้นรับรู้การมาถึงของยองแจ

 

 

ยองแจดันประตูปิดและกดล็อคลูกบิดตามความเคยชินพลางปัดป่ายมือไปที่ผนังห้องคลำหาสวิตช์ไฟ ในระหว่างที่หลอดไฟกระพริบสองสามครั้งเป็นจังหวะที่ยองแจหันกลับไปมองที่เงาดำอีกครั้ง นัยน์ตากลมเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าเจ้าของเงาดำนั้น กระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ที่ไหล่มนไหลหลุดลงกองกับพื้น

 

 

คนตรงหน้าไม่ใช่จินยอง...

 

 

คนตัวสูงเดินเข้ามาใกล้ตัวพอดีกับที่ไฟสว่างขึ้น ซงมินโฮยิ้มเย็นให้เขาพร้อมกับค่อยๆ สาวเท้าก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละนิด ยองแจมองคนผิวแทนด้วยแววตาหวั่นวิตก คอนโดที่เขากับจินยองอยู่นั้นระบบรักษาความปลอดภัยถือว่าแน่นหนาพอสมควร ถ้าจะพาคนแปลกหน้าเข้ามาก็ต้องมาพร้อมกับเจ้าของห้อง แล้วชายแปลกหน้าผิวสีแทนคนนี้เข้ามาอยู่ในห้องเขาได้ยังไง

 

 

แล้วจินยองล่ะ?

 

 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ ยองแจ”

 

 

มินโฮถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยแต่สายตาที่จ้องมองมานั้นไม่ได้ยิ้มตามด้วยเลยแม้แต่นิด ยองแจก้าวถอยหลังไปจนเกือบชิดผนังห้อง

 

 

“พี่... พี่จินยองอยู่ไหน”

“พี่นายต้องทำงานใช้หนี้ให้ฉันเลยกลับมาหานายไม่ได้ แต่ไม่ต้องกังวล...

“...”

“พี่นายอยู่กับฉันรับองอยู่ดีกินดีแน่นอน”

 

 

ยองแจขมวดคิ้ว นอกจากรับจ้างออกแบบป้ายโฆษณาของจินยองแล้วยังมีงานอื่นที่จินยองรับไว้อีกหรอ? แล้วแถมเป็นการทำงานใช้หนี้ด้วย คนไม่น่าไว้ใจแบบนี้จะห้ทำงานแบบไหนกัน

 

 

“พี่ผมไปติดหนี้อะไรคุณ”

“อ้าว... ฉันนึกว่าจินยองเล่าให้นายฟังแล้วซะอีก”

 

มินโฮเดินกลับไปที่โต๊ะกลางห้อง หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลและยื่นมันให้กับยองแจ เขารับมาอย่างงงๆ

 

 

“เปิดดูสิ”

 

 

ยองแจทำตามที่มินโฮบอกอย่างว่าง่าย มือขาวล้วงเข้าไปข้างในซองหยิบเอกสารออกมา มันเป็นรูปภาพความเสียหายของรถยนต์ราคาแพงระยับและใบเสร็จค่าซ่อมรถ

 

 

มึงรู้ป่ะว่าตอนนี้กูก็มีหนี้สองล้านวอน

 

 

อ๋อ... เขาจำได้แล้วว่ามีอยู่วันนึงที่จินยองเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ ก็ร้องห่มร้องไห้แล้วมาบอกกับเขาว่าติดหนี้สองล้าน

 

 

ยองแจก้มลงอ่านรายละเอียดค่าซ่อมรถในใบเสร็จ ตากลมใสกวาดอ่านรายละเอียดจนมาถึงบรรทัดสุดท้ายที่เป็นสรุปราคารายการทั้งหมด

 

สี่ล้านวอน....

 

 

“อะไรวะ! นี่แค่กันชนเสียหายแค่นิดเดียวทำไมมันถึงได้แพงอะไรขนาดนี้ ฉันจำได้ว่าพี่จินยองบอกว่าแค่สองล้าน นี่ต้มกันป่ะวะ!?

“ต้มบ้าบออะไร นายรู้ไหมอีรถคันที่พี่นายขับมาชนตอนเมานั่นมันราคาสิบล้านกัน อะไหล่ก็แพง ไหนจะต้องทำสีใหม่อีก ถึงจะส่งซ่อมศูนย์มันก็มีค่าเซอร์วิสชาร์จป่ะ คิดสิคิด”

“ก็ให้ประกันจ่ายสิ!!

“ประกันที่หน้านายดิ พี่นายเป็นคนชน จะให้ประกันฉันจ่ายได้ไง ละพี่นายทำประกันอุบัติเหตุไว้รึไง ฮะ!!

 

 

เออว่ะ...

 

 

ยองแจเบ้ปากใส่มินโฮด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะยัดรูปนั้นใส่ซองแล้วโยนลงไปกองที่โต๊ะตามเดิม  มีปัญญาซื้อรถราคาเท่าบ้านไม่มีปัญญาซ่อมเองรึไงวะ มาขูดรีดอะไรกับคนระดับปานกลางอย่างพวกเขา

 

 

“เลิกสงสัยได้ละ ฉันมาที่นี่ก็เพราะจะมาบอกนายว่าจินยองจะมาอยู่กับฉันชั่วคราวเพราะเรื่องทำงานใช้หนี้ ระหว่างนี้ฉันจะให้น้องชายฉันมาอยู่เป็นเพื่อนนายก่อน”

“ไม่ต้อง ฉันอยู่เองได้!

“อย่าขัดได้ป่ะวะ พี่นายเป็นคนบอกกับฉันเองว่าให้หาคนมาอยู่เป็นเพื่อนนาย แต่ถ้าจะอยู่คนเดียวก็ตามใจ ฉันจะไปบอกจินยอง”

“ไม่ ไม่ต้อง เอาตามนั้นก็ได้”

 

 

ระหว่างขัดใจตัวเองกับขัดใจจินยอง ยองแจเลือกขัดใจตัวเองอยู่แล้ว ใช้ชีวิตอยู่กับจินยองมาหลายปี เขารู้นิสัยอีกคนดีว่าถ้าพูดคำไหนก็คือคำนั้น แล้วถ้าเกิดมีใครเข้าไปขัด เจ้าตัวจะเหวี่ยงวีนแตกโกรธกันไปหลายเดือนเลย เขาเคยโดนมาแล้ว...

 

 

ยอมก็ได้วะ!

 

 

“ก็แค่นั้น”

 

 

มินโฮยักไหล่ก่อนจะก้มลงหยิบซองเอกสารขึ้นมา ขายาวก้าวเท้าเดินผ่านยองแจไปที่ประตูห้องก่อนจะเหลียวหลังกลับมา

 

“พรุ่งนี้น้องชายฉันคงจะเข้ามาที่ห้องเลย อยู่รอต้อนรับด้วยล่ะ”

“เรื่อง...”

 

 

ปัง!

 

 

ของมึง...

 

 

พูดยังไม่ทันจบประโยคร่างสูงก็กระแทกประตูปิดใส่หน้ายองแจก่อนซะแล้ว

 

 

น้องชายมินโฮคือซึงฮุน

 

 

ตริ๊ง!

 

 

แต่กๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

ตริ๊ง!

 

 

แต่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

 

ตริ๊ง!

 

 

“โว้ยยยยยยย อะไรนักหนาวะ แม่งคุยอยู่ได้ เห็นป่ะว่าครอบครัวเขากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตายังมีหน้ามากดโทรศัพท์อีก”

 

 

ไอ้แบมแบมน้องชายตัวดีของผมโวยวายขึ้นเมื่อมันเริ่มจะรำคาญเสียงแจ้งเตือนที่เด้งเข้ามาไม่ขาดสายของผม ผมวางโทรศัพท์แล้วมองหน้ามันอย่างหาเรื่อง

 

 

“คนจะคุยกับเพื่อน จะทำไมวะ”

“เด็กๆ ไม่เอาน่า ไม่ทะเลาะกัน”

 

 

แล้วก็เป็นแม่ทุกครั้งที่ห้ามทัพเอาไว้ แบมแบมเบ้ปากพลางส่งค้อนวงเท่าหัวมันมาให้ผม ผมเลิกคิ้วใส่มันทีนึงแล้วกดพิมพ์ตอบแจ็คสันต่อ

 

 

“คุยกับใครอยู่หื้ม? หน้าระรื่นเชียวมาร์ค”

 

 

คราวนี้เป็นเสียงป๊าผมเองที่ทักขึ้นมา ผมเงยหน้าละจากหน้าจอโทรศัพท์และสบตากับป๊าด้วยแววตางุนงง พร้อมยกนิ้วขึ้นชี้หน้าตัวเอง

 

 

“ผมเนี่ยนะหน้าระรื่น? ไม่ใช่ละมั้งป๊า”

“ป๊าก็เห็นอยู่ว่าแกยิ้มจนปากจะฉีกถึงรูหู ยังจะเถียง”

 

 

ผมเม้มริมฝีปากแน่นพลางกดล็อคหน้าจอและวางโทรศัพท์ลงกับโต๊ะ กูไปหน้าระรื่นอะไรตอนไหนวะ บทสนทนาผมกับแจ็คสันมันไม่มีอะไรให้น่ายิ้มเลยนะ

 

 

มันก็แค่

 

 

ทำไรอยู่ครับพี่มาร์ค

กินข้าวครับ เราล่ะ?

กินข้าวอยู่เหมือนกันครับ โคตรรู้สึกเจริญอาหารเลย

หืม? ทำไมล่ะ

ก็ขนาดกิมจิชิเกที่แม่ผมทำผมยังเห็นผักในถ้วยเป็นหน้าพี่เลย

เว่อละ เห็นเป็นหน้าฉันจะกินลงได้ยังไง

ก็พี่แม่งน่ากินไปทั้งตัว ยังไม่รู้ตัวอีกหรอ

 

 

ครับ... ไม่มีอะไรจริงๆ ._.

 

 

“เอ้า มาร์คกินนี่สิลูก อร่อยนะ เรานี่ก็มัวแต่เล่นโทรศัพท์ น้องมันจะซัดจนจะหมดโต๊ะละ”

“ขอบคุณครับแม่”

 

 

 

แม่ตักไก่ทอดชิ้นใหญ่ให้ผม ผมกล่าวขอบคุณแม่แล้วเริ่มลงมือกินข้าวอย่างจริงจัง วันนี้เป็นวันที่ครอบครัวผมอยู่กันครบครับ (ไม่รวมญาติๆ ที่เมกา)  ปกติป๊าแกจะบินไปบินมาระหว่างเมกากับเกาหลีเพราะมีงานที่บริษัทต้องดูแล  แต่จริงๆ ป๊าก็ไปหลายประเทศนะ เมกา บราซิล ปารากวัย แล้วก็ประเทศไรอีกก็ไม่รู้ยั้วเยี้ย แถมม๊าก็ต้องติดสอยห้อยตามไปด้วยอีกคน ทำให้ผมกับแบมแบมต้องอยู่ด้วยกันสองคนบ่อยๆ ซึ่งก็มักจะตีกันบ่อยๆ เหมือนกัน

 

 

ผมกับครอบครัวย้ายมาตั้งหลักปักฐานที่เกาหลีใต้ได้สักพักแล้วล่ะครับ แต่บ้านอีกหลังที่เมกาก็ยังอยู่ไม่ได้หายไปไหน เอาไว้เป็นบ้านพักตากอากาศครับ เหตุผลที่ย้ายมาผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องถามป๊า ซึ่งแน่ล่ะ ป๊าไม่ตอบ

 

 

สงสัยป๊าตามใจแม่แน่ๆ มีช่วงนึงแม่ผมโคตรติดซีรี่ย์เกาหลีเลย จำได้ เวลาผมเดินผ่านห้องนอนป๊ากับแม่ก็ได้ยินเสียงงุ้งงิ้งๆ ของแม่ตลอด

 

 

คุณ ฉันอยากไปอยู่เกาหลี ไปนะๆ เนี่ย ดูดิซีรี่ย์เรื่องนี้สถานที่ถ่ายทำสวยมากเลยนะ ไปซื้อบ้านอยู่ที่นั่นสักหลังนะ นะน้า

 

 

นั่นก็น่าจะพอเป็นเหตุผลที่ครอบครัวผมย้ายมาได้...

 

 

อ้อ จริงๆ แล้วผมมีน้องชายอีกคนนึงนะครับชื่อโจอี้ คนนี้อ่ะเป็นน้องแท้ๆ คลานตามกันมาเลยล่ะ แถมหน้าแม่งยังโคตรเหมือนผมอีก แต่ตัวมันอ่ะอยากเรียนไฮสคูลให้จบด้วยดีกรีเด็กไฮสคูลที่เมกา มันเลยไม่ยอมมาอยู่ที่นี่ด้วย ซึ่งป๊าก็ไม่ได้ว่าไร เพราะป๊าก็ไปๆมาๆ เมกาเกาหลีอยู่แล้ว แต่อย่าไปสนใจอะไรมันเลยครับ ยังไงผมก็หล่อกว่าโจอี้มันอยู่ดี

 

 

ส่วนแบมแบมน่ะ แม่ส่งมันมาเรียนแลกเปลี่ยนเมื่อห้าหกปีก่อนแล้วตอนนั้นบ้านผมรับเป็นโฮสต์ละมันเสือกมาติดใจอะไรในตัวป๊ากับแม่ผมก็ไม่รู้ เลยขอแม่มันมาเรียนที่นี่ซึ่งแม่มันก็ไม่ได้ขัดอะไร ครอบครัวผมเลยรับมันเป็นลูกอีกคนนึงซะเลย

 

 

“ไรอ่ะแม่! ทำไมตักให้พี่มันชิ้นใหญ่กว่าแบมอ่ะ”

“เราน่ะกินน้อยๆ บ้างเถอะ กินเยอะอย่างกับยัด แถมวันๆ ยังทำแค่กินกับนอน อ้วนขึ้นมาแม่ไม่รู้ด้วยนะ”

“เออ นายอ่ะหยุดกินซะบ้าง มันเปลือง”

 

 

คราวนี้เป็นโจอี้ที่นั่งข้างๆผมเสริมขึ้นมา แหมมึง ทำเป็นใช้สรรพนามแทนไอ้แบมว่านาย ปกตินี่ก็เรียก อีแบม มึง อย่างนั้นอย่างนี้ พอป๊ากับแม่อยู่ละพูดเพราะเชียวสัด

 

 

“เออใช่ อย่างที่โจอี้มันบอกอ่ะแหละ ตัวจะเป็นตุ่มอยู่ละยังจะกินไม่หยุด”

 

 

ผมหันไปยกยิ้มให้โจอี้และแปะมือกันอย่างรู้ใจ มันกับผมนี่ทำอะไรคล้ายๆกันครับ เหมือนกันไปซะหมดเกือบทุกอย่าง มีแต่หน้าตานี่แหละที่ผมหล่อนำมันหลายขุม 5555555555555555555555555

 

 

“พี่สองคนนี่แม่ง...”

“แม่งอะไรแบม พูดจาให้มันไพเราะหน่อยดิ”

“เออใช่ ป๊ากับแม่ก็อยู่เนี่ย”

 

 

และเป็นอีกครั้งที่ผมกับโจอี้ร่วมมือร่วมใจกันกระแนะกระแหนไอ้แบม ไม่มีอะไรจะสะใจไปมากกว่าเห็นน้องมันทำปากบู้เบ้หน้าเหมือนจะร้องไห้อีกแล้ว 5555555555555555555555555

 

 

“สองคนนี่ยังไง แกล้งน้องอยู่เรื่อย”

“ก็แม่ชงให้ผมอ่ะ”

 

 

แม่ส่ายหน้าเอือมระอากับความเหี้ยของพวกผมสองคน ป๊าเองก็แค่ยิ้มเอ็นดูพวกเราทั้งสาม เห็นกัดกันเป็นหมาแบบนี้พวกผมรักกันมากนะครับ เวลามีปัญหาก็ช่วยเหลือกันตลอด โคตรจะเป็นพี่น้องที่มีความสามัคคี

 

 

บรรยากาศในโต๊ะกินข้าวเต็มไปด้วยความสุข ใบหน้าทุกคนล้วนแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม ภายในบ้านมอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะของสมาชิกในครอบครัว

 

 

จนกระทั่ง...

 

 

“...พายุเฮอริเคนพัดถล่มรัฐแคลิฟอร์เนียในเมืองลอสแอนเจลิส บ้านเมืองเสียหายยับเยินกว่าห้าร้อยหลังมีผู้เสียชีวิตสามสิบรายและผู้บาดเจ็บอีกหนึ่งพันเจ็ดร้อยห้าสิบแปดคนค่ะ”

 

 

ตึง!!!

 

 

“ป..ป๊า!!!

 

 

 

50%

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตู๊ด.. ตู๊ด...

 

 

เสียงสัญญาณดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้งแต่ไม่มีวี่แววว่าปลายสายจะรับสายผมเลยแม้แต่นิด แจบอมมันทำอะไรอยู่วะถึงไม่รับสายผมสักที ผมกดวางสายแล้วโทรกลับไปใหม่หลายสิบรอบแล้วมันก็ยังคงไม่รับ

 

 

แม่ง...

 

 

ผมนั่งชันศอกกับต้นขาตัวเองพลางก้มหน้าก้มตามองจอโทรศัพท์ มีความหวังเพียงน้อยนิดว่าแจบอมจะรับสายผมในตอนที่ผมอยู่ในสภาพที่ต้องการมันมากๆ แบบนี้

 

 

ก่อนหน้านี้สองชั่วโมง หลังจากได้ยินข่าวเฮอริเคนถล่มบ้านที่เมกาของผม ป๊าก็ช็อคแล้วก็ล้มหล่นจากเก้าอี้ต่อหน้าต่อตาคนในครอบครัว ผม แม่ แบมแบม และโจอี้ ต้องหามกันมาส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ซึ่งตอนนี้พ่ออยู่ในห้องไอซียูมาชั่วโมงกว่าๆ แล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะออกมาสักที

 

 

ตอนนี้ผมอยู่หน้าห้องไอซียูเพียงสองคนกับแบมแบม เพราะแม่ต้องกลับไปที่เมกาโดยด่วนเพราะเป็นห่วงเรื่องบริษัทกับญาติๆ ที่นู่น ซึ่งโจอี้ก็อาสาไปกับแม่ด้วยเพราะกลัวแม่จะเป็นอะไรไปอีกคน

 

 

แบมแบมเองก็ช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แต่นั่งเงียบกดโทรศัพท์มาสักพักหนึ่งแล้วหลังจากที่ร้องห่มร้องไห้เสียยกใหญ่ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ผมที่ต้องคอยกอดปลอบน้องมันให้สงบลงและเฝ้าพูดกับตัวเองและน้องว่าป๊าจะต้องไม่เป็นอะไร

 

 

ผมซึ่งเป็นพี่คนโตต้องคอยดูแลน้องๆ ในขณะที่จิตใจผมเองก็ย่ำแย่ขนาดนี้มันก็ยากอยู่เหมือนกันที่จะต้องทำใจให้แข็งแกร่งเพื่อที่จะดูแลคนรอบตัวผม ซึ่งตัวผมเองก็ต้องการคนที่จะมาเยียวยาความรู้สึกแย่ๆ นี้ให้มันดีขึ้นเหมือนกัน

 

 

 

ที่พึ่งทางจิตใจคนเดียวที่ผมต้องการในเวลาที่ผมรู้สึกแย่ขนาดนี้มีคนเดียว

 

 

แจบอม...

 

 

 

 

 

 

ครืดดดด ครืดดดด

 

 

ผมสะดุ้งหลุดจากภวังค์เพราะแรงสั่นจากโทรศัพท์ในมือ แวบแรกในหัวเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าจะเป็นแจบอมที่โทรเข้ามา แต่ก็ต้องผิดหวังอีกครั้งเพราะคนที่โทรเข้ามาเป็นคนอื่น

 

55%

 

 

 

10:30 AM

[W.Jackson: ตื่นแล้วนะครับพี่มาร์ค]

 

 

ผมส่งไลน์ทักทายพี่มาร์คตามปกติที่เคยทำเป็นประจำ แต่วันนี้แปลกไปนิดหน่อยก็ตรงที่ปกติพี่มาร์คจะเป็นคนทักไลน์มาก่อนในตอนเช้า ไม่ว่าแชทสุดท้ายจะเป็นข้อความของใครก็ตาม ปกติพี่มาร์คของน้องหวังเป็นคนตื่นเช้ามากครับ เจ็ดแปดโมงก็ตื่นแล้ว โคตรเป็นแม่บ้านแม่เรือน เหมาะจะเป็นภรรยาในอนาคตของน้องหวังที่สุด

 

 

แต่นี่มันสิบโมงครึ่งแล้วทำไมพี่มาร์คไม่เห็นทักไลน์มาวะ

 

 

สงสัยตอนเช้าคงยังไม่ว่างมั้ง

 

 

ผมนอนกลิ้งอยู่บนเตียงด้วยความขี้เกียจ วันนี้วันหยุด ไม่มีแพลนไปไหนหรอกครับ แต่พอลองมาคิดดูอีกทีแล้ว กูว่าช่วงนี้มันปิดเทอมซัมเมอร์กูหยุดทุกวันนี้หว่า 555555555555555555555555555

 

 

แต่ก็นั่นแหละครับ วันนี้ผมไม่มีโปรแกรมจะไปไหน พ่อกับแม่ก็ไม่อยู่ ไปทำงานต่างจังหวัดผมก็นอนอยู่บ้านคนเดียวสบายๆ

 

 

ใครๆ ก็ชอบใช่มั้ยล่ะ อยู่บ้านคนเดียว จะนอนกลิ้งไปถึงกี่โมงก็ได้

 

 

แค่ไม่มีคนหาข้าวให้กินเท่านั้นแหละ...

 

 

ผมนอนกดโทรศัพท์เล่นเกมรอพี่มาร์คตอบไลน์จนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วโมง ผมกดเข้าแอพไลน์ไปดูว่ามีแจ้งเตือนใครที่ผมจำเป็นต้องตอบบ้าง (เวลาเล่นเกมผมปิดแจ้งเตือนครับเวลาแม่งเด้งขึ้นมาผมนี่เกมโอเวอร์ตลอด หงุดหงิด)

 

 

[W.Jackson: ตื่นแล้วนะครับพี่มาร์ค] 10:30

 

 

ยังคงเป็นข้อความเดิมของผมที่อยู่บรรทัดล่างสุด...

 

 

ผมมองนาฬิกาที่มุมของจอโทรศัพท์ ตัวเลขมุมขวาเล็กๆ บอกว่าตอนนี้ 15:21 นาฬิกาแล้ว แต่พี่มาร์คก็ยังไม่ตอบไลน์ผมสักที

 

 

หายไปไหนวะ...

 

 

[W.Jackson: พี่มาร์ค หายไปไหนครับ]

 

 

ผมทักไลน์ซ้ำไปอีกครั้งและหวังว่าพี่มาร์คจะตอบกลับมา จนเวลาผ่านไปอีกสิบนาทีก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีแจ้งเตือนชื่อพี่มาร์คขึ้นมาเลย

 

 

นับตั้งแต่นาทีนั้นผมก็ไม่วางโทรศัพท์เลยครับ ถือติดมือตลอด กดหน้าจอดูแจ้งเตือนตลอดว่าพี่เขาตอบผมมาหรือยัง หนักเข้าหน่อยผมก็เข้าไปดูในแชทที่เราคุยกันอีกครั้งมันก็ยังเป็นข้อความอันล่าสุดที่ผมส่งไปหาเขา

 

 

ข้อความที่ไม่แม้แต่จะได้รับการเปิดอ่านด้วยซ้ำ

 

 

จากตอนแรกที่ผมยังพอทำนู่นทำนี่รอเวลาคุยกับเขาได้บ้างตอนนี้ผมกลับทำอะไรไม่ได้เลย เอาแต่นั่งจ้องนอนจ้องโทรศัพท์ไม่วางตา ปกติพี่เขาไม่เคยหายไปนานขนาดนี้ หรือถ้าจะหายก็จะบอกกันตลอดว่าจะไปไหน แล้วนี่ทำไม...

 

 

ความสงสัยคลางแคลงใจวิ่งวนอยู่ในหัวผมเยอะแยะไปหมด คิดนั่นคิดนี่ว่าพี่มาร์คจะเป็นอะไรรึเปล่า งอนผมหรอ? หรือเขาไปคุยอะไรกับใครมาแล้วทำให้เขาไม่คิดจะคุยกับผมอีกแล้ว หรือเขาไม่สบาย? ทุกความคิดตีกันยุ่งในหัวผมไปหมดเลยครับ พร้อมกับความกังวลใจที่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในใจเรื่อยๆ

 

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งทุรนทุราย จนปัญญาเหลือเกินครับ ไม่รู้จะไปตามหาพี่เขาได้ที่ไหน เพื่อนเขาสักคนผมก็ไม่รู้จัก แล้วทีนี้ผมจะรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นอะไร

 

 

คอลไลน์...

 

 

เออใช่ ทำไมคิดไม่ถึงวะ ในเมื่อทักไลน์ไปไม่ตอบก็คอลไปแม่งเลย ผมจัดการเปิดแอพไลน์ขึ้นมาอีกครั้ง จิ้มที่คอนแท็กชื่อพี่มาร์คแล้วกดคอลทันที

 

 

เสียงสัญญาณที่ดังขึ้นมายิ่งกระตุ้นให้ผมรู้สึกใจสั่นเข้าไปใหญ่ เวลาผ่านไปสักพักก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ยินเสียงรอบตับจากปลายสายแม้แต่นิด ความอึดอัดกังวลใจถาโถมเข้าใส่ในใจผมจนรู้สึกแย่ไปหมด มันรู้สึกปวดหนึบในใจที่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย

 

 

แค่จะตามหาคนที่ตัวเองแคร์ยังไม่มีปัญญา

 

 

“เหี้ยแม่ง!!

 

 

ผมสบถพลางโยนโทรศัพท์ทิ้งลงเตียงอย่างหงุดหงิด มันอึดอัดไปหมดเลยแม่งเอ๊ย ผมควรทำยังไงวะ ไลน์ไปไม่ตอบ คอลไปก็ไม่รับ นี่คือแม่งแบบ ผมทำเหี้ยอะไรไม่ได้สักอย่าง เขาหายไปไหนวะ

 

 

ผมซุกหน้ากับเตียงกัดฟันอดกลั้นความรู้สึกอึดอัดในใจพลางกำผ้าปูเตียงแน่น ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย เหมือนตัวเองเป็นคนโง่ๆ คนหนึ่งที่คนที่ชอบคนที่แคร์หายไปแต่เสือกทำเหี้ยอะไรไม่ได้สักอย่าง ไม่รู้จะไปตามหาแม่งที่ไหน

 

 

แล้วผมก็โง่เอง ที่วันนั้นเจอกันแล้วผมไม่ยอมขอเบอร์เขาไว้ ผมมันโง่เอง

 

 

ผมข่มตานอนฟุบหน้าอยู่อย่างนั้นเพื่อหนีจากความรู้สึกแย่ๆ ที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ในเมื่อทำเหี้ยอะไรไม่ได้แล้วสิ่งที่ทำได้จริงๆ ก็คือต้องรอเขาติดต่อกลับมา

 

 

ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าต้องรอไปถึงเมื่อไหร่เหมือนกัน

 

 

 

ครืด... ครืด...

 

 

นัยน์ตาเรียวสวยเหลือบมองโทรศัพท์ของคนตรงหน้าที่สั่นอยู่บนโต๊ะก่อนจะหันมามองอีกคนที่ทำเพียงแค่มองมันด้วยสายตาเรียบเฉยและกดปิดสั่นพร้อมคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลง

 

 

“ไม่รับสายหน่อยหรอ”

“ไม่อ่ะ”

 

 

แจบอมส่ายหน้าพลางคีบเส้นรามยอนเข้าปากเคี้ยวกร้วมๆ พลางมองใบหน้าสวยของจินยองอย่างหลงใหล

 

 

“อาจจะเป็นเรื่องด่วนก็ได้นะ”

“ไม่ด่วนหรอกน่า เชื่อสิ”

 

 

ตาเรียวคมจับจ้องคนตัวขาวตรงหน้าเหมือนหมาป่าคิดจะขย้ำลูกแกะ จินยองเองก็อดทนกับสายตากรุ้มกริ่มนั่นได้ไม่นานนักก็ต้องกมหน้าแสร้งทำเป็นละเมียดละไมกับอาหารละลานตาตรงหน้าแทน

 

 

จากงานที่เขารับมาจากเจ้าหนี้นั้นเขาต้องชวนแจบอมออกมาดินเนอร์กับเขาสองต่อสองในร้านที่มีผู้คนพลุกพล่าน ซึ่งเมื่อจินยองทักไลน์ไปชวนผู้เป็นเหยื่ออย่างแจบอมเขาก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

 

 

สิ่งที่แจบอมคิดได้ในตอนที่ได้รับข้อความจากจินยองมีเพียงแค่จินยองต้องการจะอยู่กับเขา จินยองคิดถึงเขา และยิ่งคำเชิญชวนของอีกฝ่ายที่ให้มานั่งกินข้าวในสถานที่ที่คนพลุกพล่านแบบนี้เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่เขาชอบ

 

 

ท้าทายกับความเสี่ยงที่จะถูกคนรักจับได้ว่าเขามาเดทกับคนอื่น

 

 

“นายอยากกินอะไรอีกไหม”

 

 

แจบอมเอ่ยปากถามจินยอง สำหรับเขามันคือคำถามของหมาป่าที่จะกำลังหลอกล่อให้ลูกแกะตัวน้อยติดกับดัก แต่ในมุมของจินยอง คำถามของแจบอมมันกลับแสดงให้เขารู้ว่าเหยื่อของเขานั้นติดกับดักของเขาเรียบร้อยแล้ว

 

 

“ไม่รู้สิ เช็คบิลแล้วออกไปเดินเล่นกันเถอะ”

 

 

จินยองเบี่ยงประเด็นแล้วยกมือเรียกพนักงาน สำหรับภารกิจวันนี้ของเขาสำเร็จแล้ว ผู้ว่าจ้างของจินยองต้องการแค่ให้แจบอมมีความคิดว่าจินยองอยากเจอเขาใจจะขาดจนต้องชวนออกมาข้างนอก แต่ในทางกลับกันจินยองแทบจะไม่อยากอยู่ใกล้แจบอมเสียด้วยซ้ำ

 

 

เพราะจินยองรู้ดีว่าการกระทำของเขาส่งผลให้คนสองคนต้องผิดใจกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองนั้นเลวเกินกว่าที่พระเจ้าจะให้อภัย

 

 

แต่เหมือนเขามีทางเลือกมากงั้นสิ

 

“เรียบร้อย ป่ะ”

 

 

แจบอมจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดในการดินเนอร์ครั้งนี้ ลุกขึ้นและดึงมือจินยองมากุมไว้พร้อมกับก้าวเท้าออกจากร้าน คนตัวขาวอยากจะสะบัดมือหนาที่กำลังจับมือของเขาไว้มากแค่ไหนแต่สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงแค่กระชับมือของเขากับแจบอมให้แน่นขึ้น

 

 

แม่งโคตรเกลียดตัวเองเลยว่ะ

 

 

และเหมือนแจบอมจะรับรู้ได้จากประสาทสัมผัสที่ฝ่ามือด้วยความที่มือขาวของจินยองนั้นชื้นเหงื่อขึ้นมาดื้อๆ แจบอมหันมามองคนตัวบางด้วยสายตาเป็นห่วง จินยองยิ้มแห้งๆ ส่งไปและส่ายหน้าเป็นเชิงว่าจนยังไหวแล้วเดินนำแจบอมออกไปทางย่านการค้าชื่อดังของเมือง

 

 

ทั้งสองทำตัวกลมกลืนไปกับผู้คนเหมือนคู่รักที่มาเดทกันตามปกติ จินยองเหลือบสายตามองแจบอมก็เห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าที่ดูมีความสุขมากกว่าครั้งก่อนที่เจอกัน มือเขาทั้งสองที่จับกันอยู่นั้นประสานกันได้พอดีเหมือนพระเจ้าได้สร้างทั้งคู่ได้มาเพื่อกันและกัน

 

 

ถ้าเขาเจอแจบอมก่อนมาร์คทุกอย่างมันคงจะดีกว่านี้ใช่ไหม

 

 

 

 

 O W E N TM.

236 ความคิดเห็น

  1. #204 "นรี" (@raindemon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 19:42
    ง่าาาาาา
    #204
    0
  2. #203 "นรี" (@raindemon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 19:41
    หน่วงงงง
    #203
    0
  3. #187 cakely (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 22:38
    แจบอม แม่งทำงี้กะเอินได้ไงงงง
    #187
    0