{ fic iKON } เส้นขนาน (แทนโดนแบน) :bjin bobyun jundong junhyuk &YG

ตอนที่ 17 : ❥ 14. "อดีต" (100%)รีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,962
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    30 ก.ค. 58

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

? สปอย์ล

"ผะ พะ พี่ ระ ระ รัะ นะ นาย นะ นาย ระ รัก พะ พี่ มะ ไหม"

"พี่ พี่ มะ ไม่ ต้องพูดแล้ว พอแล้วพี่"

"ไม่ ตะ ตอบ พี่ มะ มา ก่อน สิ"

"รักครับ ผมรักพี่ พี่ไม่ต้องพูดแล้วครับ เก็บแรงไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวเราจะ..."

"มะ ไม่ สะ สัญ ญา กับ พะ พี่ สิว่า นะ นาย ต้อง ไม่ ....."

"คะ ครับพี่ ผมสัญญา พี่ไม่ต้องพูดแล้วครับ"

"ขะ ขอบใจ น....."

...........................ตื้ด...........................

"พี่!!!!!!!!!"

"พี่!!!!"


..................................

 

 

 

 





 ตอนที่ 14 อดีตของฮันบิน 100%

ภายในห้องลับที่ถูกปิดตาย คนเดียวที่สามารถจะเข้าออกได้อย่างอิสระก็คือกูจุนฮเว ที่ยืนพิงประตู กระดิกเท้าฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี จ้องมองหน้าดงฮยอกด้วยดวงตาดุที่ไม่สามารถอธิบายได้ แล้วแกล้งกระตุกแขนที่ถูกคล้องกุญแจมือเข้ากับดงฮยอก รั้งร่างบางเข้ามาใกล้
             แต่ดูเหมือนว่าดงฮยอกจะไม่ยอมง่ายๆขืนตัวไว้พร้อมกลับกระชากแขนกลับมา จุนฮเวก็ไม่ยอมเช่นกันดึงแขนกลับ เกิดกระแสไฟฟ้าวิ่งไปทั่วจากดวงตาของทั้งสองคน
               เปรี๊ยะ!  เปรี๊ยะ! สงครามการยื้อยุดกลายเป็นต่างคนต่างดึงไม่ให้ตัวเองขยับเข้าไปอยู่ในอาณาเขตของอีกฝ่าย  จุนฮเวเดินถอยหลังไปช้าๆ ดึงคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ แล้วอยู่ๆเขาก็ปล่อยให้ดงฮยอก้ป็นฝ่ายกระชากจนตัวเขาเซเข้ามาหาร่างบาง ดงฮยอกรู้ว่ากำลังจะเสียท่ารีบผลักตัวจุนฮเวออก ถอยห่างจากคนตัวสูงทั้งที่รู้ว่ามันไม่ได้ห่างขึ้นเลย แต่ยังไงก็ขอให้ห่างออกมาสักนิดก็ยังดี


            "อ้าว ไม่เล่นกันต่อเหรอ แล้วนั่นจะถอยไปไหนกัน?"
            ร่างบางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวร่างสูงก็ก้าวตามมาหนึ่งก้าว

"มันก็...."
ดงฮยอกกำลังจะตอบแต่คิดขึ้นได้ว่า เขาจะไม่พูดกับจุนฮเว เพราะยิ่งพูดมันก็ไม่จบ เขาเลยเลือกที่จะ

หยุดพูด

 "มันอะไร? ทำไมไม่พูดต่อล่ะ เงียบทำไม?...."
ดงฮยอกนิ่งไม่ยอมพูดอีกทั้งยังพยายามจะออกห่างให้มากที่สุด แต่ก็ไม่ห่างขึ้นเลย ยิ่งทำให้จุนฮเว

รำคาญกระชากแขนดงฮยอกเข้ามาหาตัวอย่างแรง

อ๊ะ!?”
            ไม่ทันได้ตั้งตัวร่างบางเซเข้ามาปะทะกับอกหนา มือสวยยกขึ้นดันอกแกร่งออกทันที

แต่ปฏิกิริยาตอบสนองของจุนฮเวกลับไวกว่า เขารีบคว้าเอวบางเข้าแนบชิดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกันไม่ให้ดงฮยอกได้มีโอกาสทำร้าย ใบหน้าคมก้มหน้าลงไปใกล้กับใบหน้าหวานแล้วเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงทุ้มดุ
          “เลิกหนีได้แล้ว จะพูดกับฉันได้หรือยัง? จะบอกได้หรือยังว่าในอดีตของนายมันเกิดอะไรขึ้น!!
           

.......เงียบ............คือสิ่งเดียวที่จุนฮเวได้รับ

            “สรุปจะไม่บอกใช่ไหม? ได้ โอเค๊!! ได้กึก! เสียงกระทบกันของฟันดังอยู่ข้างหูร่างบาง แขนแกร่งรัดแน่นขึ้นตามระดับอารมณ์ของจุนฮเว จนดงฮยอกรู้สึกอึดอัด ต้องออกแรงดันอกหนาแรงขึ้น แอบสะใจนิดหน่อยที่อีกคนโกรธบ้างอดไม่ได้ที่จะกวนประสาทเพิ่มเข้าไปอีก ทั้งที่คิดว่าจะเงียบ แต่อย่างน้อยก็ขอเอาคืนหน่อยเหอะ วันนี้เขาโดนแกล้งโดนกวนมาทั้งวันแล้ว ได้ยั่วโมโหคืนบ้าง จะได้รู้ไงว่าการโดนยั่วโมโหแล้วตอบโต้ไม่ได้มันรู้สึกอึดอัดขนาดไหน
              “นี่ฉันต้องบอกเหรอ? แต่…..จะบอก.... หรือไม่บอก.... บอก.... ไม่บอก....ดีน๊า?”


            “หยุดกวนประสานสักทีเหอะ!บอกมาสักที!!!! คิมดงฮยอก! ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน แล้วทำสิ่งที่นายคิดไม่ถึง

            “โอ๊ย......ขู่ น่ากลัว....มาก.....เลย....แต่....ฉันไม่บอกมีไรมะ

            
  ดงฮยอกส่งเสียงยียวน กวนอารมณ์คนตรงหน้าโดยไม่ได้รู้สึกกลัวสักนิด เงยหน้ามองสบตาท้าทายอย่างไม่คิดจะหลบ แต่บางครั้งแววตาก็แอบสั่นระริก หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยจังหวะไม่คงที่ ยิ่งตอนที่คนตัวสูงก้มลงมาจ้องตาไม่กระพริบ จมูกของทั้งคู่ชนกัน อาการสั่นไหว และจังหวะเต้นของหัวใจยิ่งดังก้องอยู่ในหู เขาเริ่มรู้ว่าตัวเองเป็นรองและเสียเปรียบคนตรงหน้าทุกอย่าง แต่ถ้ายิ่งทำเป็นกลัวร่างสูงก็จะยิ่งได้ใจ จนต้องหาเรื่องแกล้งเขาไม่หยุดไม่หย่อน และคงเยาะเย้ยเขาแน่ๆ เขาไม่อยากยอมแพ้จุนฮเว ต่อให้ต้องฝืนหาเรื่องเจ็บตัว เขาจะไม่ยอมเปิดเผยสิ่งที่เจ็บปวดให้คนอื่นมาซ้ำเติมเขาเด็ดขาด จะไม่ยอมอ่อนแอกับมันอีกแล้ว เขาเป็นคนใหม่แล้ว

             “จะถามอีกที จะบอกหรือไม่บอก!!!

             “ไม่บอก ไม่บอก..มีอะไรมะ?”

             “แน่ใจว่าจะไม่บอก แน่ใจใช่ไหม!! คิมดงฮยอก!

             “แน่ใจที่สุด กูจุนฮเว~ และทำไมฉันต้องบอกนายด้วย พ่อแม่พี่น้องก็ไม่ใช่ คนในครอบครัวก็ไม่ใช่

             “ก็ดี ใช่..ฉันไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องนาย แต่ถ้าคนในครอบครัว ไม่แน่วันนี้อาจจะได้เป็น ถ้านายยังไม่เล่าเรื่องในอดีตของนายมา นายอาจจะได้คนในครอบครัวเพิ่มก็ได้ ตำแหน่งอะไรดีล่ะ? คิมดงฮยอก!!


             จุนฮเวรู้ดีว่าต่อให้ใช้กำลังแค่ไหน ดงฮยอกก็ไม่มีทางกลัว ทางเดียวที่จะขู่และบังคับมันมีแต่วิธีนี้เท่านั้น บังคับในสิ่งที่ร่างบางฝังใจ

             “อย่ามาขู่.. ยังไงฉันก็ไม่เล่า นายไม่มีสิทธิ์มาบังคับ แล้วก็ปล่อยฉันสักที กูจุนฮเว!!

             “เดี๋ยวก็รู้ว่าขู่ไม่ขู่ แล้วมาดูว่ามีสิทธิ์บังคับไหม!?”

             ร่างสูงจ้องตาร่างบางไม่กระพริบก่อนจะเอาจมูกของเขาเขี่ยจมูกโด่งรั้นของดงฮยอกเล่นไปมา กดดันร่างบางอย่างคนที่เป็นต่อ ดงฮยอกถลึงตาใส่ แล้วสะบัดหน้าหนี จุนฮเวจึงเลื่อนใบหน้าออก แต่ยังคงกวนอารมณ์ร่างบางด้วยการยักคิ้วแล้วแสยะยิ้มที่มุมปาก

ไม? แค่นี้ก็หลบเหรอ ไม่แน่จริงนี่น่า ไอตัวเล็ก
 “อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นนะ! เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แล้วฉันก็ไม่ชอบ!
 “แต่ฉันอยากเรียกว่ะ.. แล้วอีกอย่างฉันก็ชอบเรียกแบบนี้นะ
 “ฮึ่ย.. ฉันเกลียดคำนี้!!! ได้ยินไหม  ฉันไม่ให้นายเรียก!!!
 “ก็แล้วแต่ดิ.. ปากฉันนายห้ามไม่ได้อยู่แล้ว เว้นแต่.. นายจะปิดมันให้~~”
 “ไอจุนฮเว! อยากโดนอีกใช่ไหม!? เท้าเนี่ย!
 “แต่ฉันว่า..ฉันไม่โดนนะ วันนี้ฉันก็ให้นายปิดปากให้ไปหลายทีแล้ว แต่นายก็ยังไม่มีปัญญา เอาเท้า

มาสัมผัสร่างกายฉันเลย แล้วเห็นอะไรป่ะ ไอตัวเล็ก

………...กริ๊ก! กริ๊ก!…………

กู....จุน

               มือหนาหยิบลูกกุญแจออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วแกว่งไปไงแกว่งมา ก่อนจะไขกุญแจมือเขาออกอย่างรวดเร็ว จนดงฮยอกไม่ทันได้แย่งลูกกุญแจมา ได้แต่ยืนมองอีกคนที่ไขกุญแจตัวเองเสร็จก็ถอยหลังห่างออกไป แถมยังชูลูกกุญแจขึ้นเหนือศีรษะแกว่งมันไปมา ไม่รอช้าดงฮยอกกระโจนเข้าแย่งลูกกุญแจจากจุนฮเว ตามแผนที่วางไว้ในหัวของเขา    


ร่างบางพยายามกระโดดแย่ง  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะแย่งมาได้ เพราะอีกคนนั้นตัวสูงกว่าเขา

มาก แล้วยังชูขึ้นไปจนสุดแขน ทำให้ร่างบางของดงฮยอกต้องขยับเข้าไปใกล้ๆดึงแขนยาวๆของจุนฮเวลง แต่อีกคนก็โยนมันสลับไปสลับมา ร่างบางกระโดดขึ้นๆลงๆเพื่อจะแย่งมัน โดยที่ตัวเองไม่ทันได้สังเกตรอยยิ้มมีเลศนัย ไม่ได้สังเกตสักนิดเลยว่าถูกขยับดันให้ถอยหลังเข้าไปใกล้กับเตียงนอน จนสุดท้าย

             …………….ตุ๊บ!!.................

             ร่างบางของดงฮยอกล้มหงายหลังลงบนเตียง ใบหน้าหวานตกตะลึงทำตัวไม่ถูก เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองพลาด พยายามรีบพลิกตัวลงจากเตียง แต่จุนฮเวไวกว่าไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดรอดไปง่ายๆเขารีบโยนลูกกุญแจทิ้งไปแล้วตามมาทาบทับตัวดงฮยอกไว้ ร่างสูงดึงกุญแจมือข้างที่ว่างกระชากไปล็อคเข้ากับเสาหัวเตียงแล้วหันมายักคิ้วให้คนตัวเล็กกว่า ส่งเสียงพูดด้วยความเป็นต่อ

             “พร้อมที่จะเป็นคนในครอบครัวเดียวกันหรือยังจ๊ะ? หรือจะเล่าเรื่องในอดีตของนายมา ฉันเป็นคนใจร้อน  รีบๆตัดสินใจเข้า.. นะจ๊ะ

 
           ดงฮยอกเจ็บใจตัวเองที่เสียรู้จุนฮเวโมโห กำหมัดแน่นชกไปที่หน้าของร่างสูงแต่อีกคนก็รับไว้ได้แล้วกดแขนร่างบางแนบกับลำตัว

            ...  แล้วก็กดแขนร่างบางแนบกับลำตัว ดงฮยอกเจ็บใจมากที่ทำอะไรคนตัวสูงไม่ได้เลย


             “ ขี้ขลาด! สุดท้ายจะบังคับให้กันเล่าแบบนี้ใช่ไหม? ฉันไม่เล่า! ไม่มีวันเล่าให้คนอย่างนายฟัง ไม่ว่าจะบังคับยังไงฉันก็ไม่เล่า!

             “ก็ดี... แสดงว่านายก็เต็มใจให้ฉันเป็นคนในครอบครัวงั้นซิ ยินดีนะ แต่ในฐานะอะไรดีล่ะ? ลูกเขยของม๊านายไหม? หรือว่าผัวนายดีห๊ะดงฮยอก? แต่มันก็อย่างเดียวกันนี่นะ ฉันว่านายรีบเล่ามาดีกว่าไหม ก่อนที่ความอดทนฉันจะหมด แล้วยิ่งอยู่แบบนี้ฉันยิ่งคิดถึงตอนที่อยู่ในทะเล มันอาจจะทำให้ฉันหยุดตัวเองไม่ได้ก็ได้นะ ให้เวลา..นับ.. หนึ่ง...

            “ไอบ้า!! นายเป็นผู้ชายนะเว้ย อย่าคิดทำอะไรบ้าๆนะเว้ย ปล่อย!!!! ปล่อยดิวะ ไอจุนฮเว!!!

 “ถูก.. ฉันเป็นผู้ชาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ต้องชอบแต่ผู้หญิงนี่หว่า.. แล้วนายก็มีอะไรน่าค้นหามากกว่าผู้หญิงที่ผ่านของฉันอีกนะ

ไอบ้า!! ปล่อยนะเว้ย!! ปล่อยดิ ปล่อย!!!
 “จะปล่อยก็ได้ แต่ปล่อยตอนที่นายเล่าเรื่องที่ฉันอยากรู้มาก่อน
 “ไม่!!
 “อย่าเพิ่งรีบตอบ ฉันให้เวลาคิดก่อน..? สอง...

             ร่างบางคิดหนักหันชมองหน้าคนตัวสูงแล้วแหงนหน้ามองกุญแจมือที่ล็อคตัวเขากับเสาเตียง ลองเขย่าดูก็มีเพียงแค่เสียงดัง กึกๆ เขย่าเท่าไรก็ไม่มีทีท่าว่ามันจะหลุดง่ายๆ เจ็บข้อมือไปหมด หัวสมองคิดหาวิธีต่างๆนานา อย่างรอบคอบเพื่อจะออกจากสถานการณ์อันตรายนี้ แต่มันก็เหลือแค่สองทาง...
             “…สองนิด….สองหน่อย...
            

...........บอก.......กับไม่บอก

 ถึงแม้ในใจยืนยันที่จะไม่บอก แต่สายตาคาดคั้นที่ส่งมาของร่างสูงคงไม่ยอมปล่อยเขาไปแน่ๆ

จิตใจของเขาว้าวุ่นไปหมด ความคิดสับสนตีกันในหัวจนยุ่งเหยิง

“…สาม......
 มือบางยกขึ้นขยี้หัวตัวเอง อยู่ๆร่างสูงขยับมาจับมือเขาออกพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูอย่างแผ่วเบา
   ………ตั้งแต่เมื่อไร เราคิดนานไป แย่แล้ว.......

 “หมดเวลาแล้วนะ ดงฮยอกอ่า เตรียมตัวรับฉันเป็นผัวได้เลย
 ดงฮยอกพลิกร่างหนีอย่างเร็ว ริมฝีปากบางร้องห้าม แต่ไม่ทันแล้ว

             “ยะ... ยะ... ฮื้อ!!!!

ไม่มีใครรู้หรอกว่าจีวอนที่ว่าใจร้อนแล้ว แต่คนที่ร้อนที่สุดในบ้าน เอาแต่ใจที่สุดก็กูจุนฮเวนี่แหละ เวลาอยากได้อะไรไม่มีใครห้ามได้ สิ่งที่เขาต้องการมันต้องได้ แต่ถ้าช้า เขาก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา เหมือนที่เขากำลังทำอยู่นี่ไง………………

             จุนฮเวไม่รอช้าปิดปากบางด้วยปากของเขา ค่อยๆเม้มละเลียดกัดชิมริมฝีปากคนตัวเล็กใต้ร่างเขาทีละนิด...ทีละนิด แล้วค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมือบางๆของดงฮยอกทุบมาที่แผ่นอกเขาพยายามขัดขืนต่อต้าน เขาละริมฝีปากออก จ้องมองหน้าของดงฮยอกที่กำลังแดงรื้น หอบหายใจเข้าออกอย่างกับจะขาดใจ เขาเว้นจังหวะให้คนตัวเล็กได้พัก แล้วเอ่ยปากถามคนตัวเล็กตรงหน้าอีกครั้ง

            “จะเล่าได้ยังละ! หื้ม...

แฮ่กๆ มะ ไม่!!ปากเจ้ากรรมดันไวพูดออกไปตามที่ใจต้องการ ไม่ทันได้คิดให้ดีเสียก่อน

แน่ใจนะ งั้นก็ขอบคุณ
 ร่างบางเบิกตากว้าง กำลังเอ่ยปากแก้คำพูด
 “เดี๋……….หื้อ!!!……”

ร่างสูงไม่รอให้ร่างบางพูดจบกดริมฝีปากลงมาทันที เขาคิดว่าดงฮยอกคงไม่ยอมบอกง่ายๆแน่ แต่เขาก็มีวิธีที่จะทำให้ดงฮยอกยอมบอกในแบบของเขาเอง เมื่อดงฮยอกเสียงแข็งตอบว่าไม่ เขาก็จะเปลี่ยนเสียงแข็งๆของดงฮยอกให้เป็นเสียงอ่อนๆที่ดูเร่าร้อนแทน

จุนฮเวจัดการกับปากรั้นๆของดงฮยอกอีกครั้ง เขาบดเบียดริมฝีปากของเขาไปกับริมฝีปากบางอย่างไม่ปราณี กัดและเม้มจนริมฝีปากบางสวยค่อยๆเผยอริมฝีปากขึ้นส่งเสียงร้องเล็กแผ่วระบายความเจ็บออกมา

 ………..อะ……..โอ้ย!!………..

             เขาไม่รอช้าจัดการสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากสวยไล่ชิมความหอมหวาน ที่วันนี้เขาได้สัมผัสแล้วสัมผัสอีก จนรู้ดีว่าปากร้ายๆของคนตัวเล็กตรงหน้านี่มันนุ่มและหวานแค่ไหน หวาน..จนรู้สึกว่าเขากำลังเสพติดมันอย่างไม่รู้จักพอ ลิ้นร้อนๆของจุนฮเวพยายามไล่ตวัดลิ้นเล็กให้ยอมรับจูบตอบเขา แต่เหมือนว่าจะไม่เป็นผล

             เมื่อคนตัวเล็กยังคงดื้อต่อต้านเขาอยู่ จุนฮเวดึงมือที่ดันหน้าอกเขาออก ตรึงมันไว้บนศีรษะของคนตัวเล็ก ใช้มือข้างที่ว่างสอดล้วงเข้าไปในเสื้อของคนใต้ร่าง ลากนิ้วมือร้อนจากหน้าท้องสวยที่มีกล้ามเนื้อประปรายเลื้อยผ่านสะดือลูบวนเล่นจนพอใจ เลื่อนมือขึ้นมาเรื่อยๆช้าๆไล่สัมผัสไปทุกอณุผิวจนปลายนิ้วสะกิดเข้ายอดอกเล็กๆ เพียงแค่เขาสัมผัสเบาๆ ร่างบางก็สะดุ้งพยายามบิดกายหนี มันยิ่งทำให้จุนฮเวสนใจ เขาลองสะกิดเบาๆอีกครั้ง ตุ่มเล็กนั้นกลับแข็งสู้นิ้ว คนใต้ร่างบิดกายหนีพยายามดิ้นหลบปลายนิ้ว พร้อมกับเสียงแผ่วเบาที่ลอดจากริมฝีปากที่เม้มแน่น คนตัวสูงกระตุกยิ้มอย่างอารมณ์ดี เขาลงมือสะกิดสะเกายอดอกสวยหนักขึ้น หนักขึ้น จนยอดปทุมถันเม็ดเล็กชูชันแข็งสู้มือ เขาขยับนิ้วมือบีบเน้นหนักๆสลับเบาเป็นจังหวะ พร้อมกับริมฝีปากที่ยังคงวนเวียนมอบจูบร้อนให้ไม่ห่าง สุดท้ายคนใต้ร่างไม่อาจต้านทานสัมผัสที่ร่างหนามอบให้ ส่งเสียงครางเล็กๆในลำคอ

 ........หื้อ!.....อ่ะ.......หื้อ!...

             ลิ้นเล็กๆพยายามดันลิ้นหนาออกจากโพรงปากเขาระบายความรู้สึกแปลกๆที่ได้รับ รู้สึกเสียวซ่านปั่นป่วนและร้อนวูบภายในช่องท้องอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ร่างกายบางพยายามลบความรู้แปลกเหล่านั้นด้วยการบิดกายหนีพยายามดันตัวเองให้หลุดพ้นจากร่างกายหนาที่ทาบทับเขา 

             จุนฮเวละจากริมฝีปากหวานมองการกระทำของคนใต้ร่างที่พยายามบิดหนีสัมผัส แต่ยิ่งร่างบางดิ้นหนีเท่าไหร่พยายามใช้ลิ้นเล็กๆนั้นดันลิ้นเขามากขึ้นเท่านั้น คนตัวเล็กหารู้ไม่ว่ากระทำแบบนั้นมันเป็นการยั่วเขาชัดๆ จุดประกายความต้องการในตัวเขาพุ่งขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ร่างหนากดจูบร้อนลงไปบนริมฝีปากบางอีกครั้งใช้ฟันซี่เล็กงับไปบนริมฝีปากบางอย่างหมั่นเขี้ยวขยับดูดดึงริมฝีปากล่างจนอีกคนเผลอเผยริมฝีปากขึ้นระบายเสียงร้อง


            .........หื้ม!.....โอ้ย! .............

             จุนฮเวไม่รอช้าเขาส่งลิ้นร้อนเข้าไปไล่เกี่ยวตวัดลิ้นเล็กๆสลับกับดูดดึงริมฝีปากบางจนบวมเจ่อลิ้นเล็กๆที่ตอนแรกพยายามดันปฏิเสธลิ้นร้อนกลับเกี่ยวตวัดตอบรับจูบหวานสลับร้อนที่ร่างหนามอบให้เสียงลมหายใจหอบคลอกับเสียงสัมผัสที่ดูดดึงกันจนแยกไม่ออกมือบางยกขึ้นดึงผมร่างหนาแรงๆเมื่อเริ่มหายใจไม่ทันจุนฮเวจึงต้องละริมฝีปากออกอย่างจำใจเพื่อให้อีกคนได้หายใจและควบคุมตัวเองไว้

 …อ่ะ…….แฮ่ก........หะ........แฮ่ก.......อ่า......

             ทั้งที่ใจไม่อยากละริมฝีปากออกสักนิดเพราะร่างบางเริ่มมีท่าทีคล้อยตามแล้ว เขาค่อยๆละริมฝีปากออกจากร่างบางจ้องใบหน้าสวยหวานก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยเสียงที่ไม่มั่นคงนัก

อ้าา. ดงฮยอกอ่า จะเล่าได้หรือยัง? รีบเล่ามาก่อนที่ฉันจะหยุดตัวเองไม่ได้นะ.. อ่าส์

ร่างบางค่อยๆชำเลืองมองหน้าร่างหนา หลบสายตาไปใจก็อยากจะสู้อยากจะต่อยหน้าคนที่บังคับเขาอยู่แต่ทุกอย่างมันไม่เป็นใจเลยแขนถูกล็อคด้วยกุญแจมือตัวถูกทาบทับหนีไปทางไหนก็ไม่ได้ ได้แต่กำหมัดระบายความโกรธโมโหที่พ่ายแพ้ให้กับคนตรงหน้านี้ริมฝีปากเม้มกัดพยายามใช้ความคิด...........

             ร่างสูงกัดฟันแน่นพยายามควบคุมอารมณ์ที่มันปะทุอยู่ตอนนี้เขารู้ดีว่าตัวเขาใกล้จะไม่สามารถที่จะยับยั้งช่างใจได้แล้วถ้าหากคนตัวเล็กนอนหน้าแดงอยู่อย่างนี้ ไม่ตอบว่าจะเล่าให้ฟังอีกเขาคงต้องทำในสิ่งที่ต้องฝืนใจคนตรงหน้าแน่  ก็ดูดงฮยอกมันน่าฝืนใจมากขนาดไหนดูสิร่างกายบางๆ นอนหอบหายใจจนหน้าอกบางขยับเบียดดันขึ้นมาเสียดสีกับอกเขาหน้าหวานหันหนีไปแต่ยังเห็นเสี้ยวหน้าแดงๆริมฝีปากบางสวยที่เขาดูดเม้มจนบวมเจ่อกลายเป็นสีแดงสดเหมือนสตรอเบอรี่กลิ่นกายหอมๆที่เขาเผลอสูดลมหายใจตอนอยู่ใกล้ ความต้องการร่างกายคนตรงหน้ามันทำให้อารมณ์เริ่มอยู่เหนือเหตุผลหากอีกคนยังไม่ยอมตอบเขาก็คงหยุดตัวเองไม่ได้...............

ดงฮยอกหันหน้าหนีกัดริมฝีปากตัวเองแน่นพยายามข่มอารมณ์ที่ทำให้เขาไม่เป็นตัวเองพยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้สุดท้ายเขาตัดสินใจที่จะเล่า เพียงแต่ไม่เล่าเรื่องจริงทั้งหมด
            ร่างบางคงจะคิดนานไปจนไม่รู้สึกตัวว่าจุนฮเวได้พลิกลงจากตัวเขาไปนอนซ้อนอยู่ด้านหลังแล้วขยับตัวลุกขึ้นนั่งดึงร่างบางเข้ามาแนบตัวเกยคางแหลมลงบนลาดไหล่บางมือเเกร่งกอดเอวดงฮยอกไว้แน่นเป่าลมหายใจร้อนๆรดคอขาวกระซิบถามเสียงกระเส่า

"อ่า.... สรุปนายจะบอกได้หรือยัง ดงฮยอกอ่า..." ดงฮยอกยังคงลังเลที่จะเล่าหยุดคิดแล้วคิดอีก
 “ดงฮยอกอ่า.. เร็วเข้าๆสิ.. อยู่แบบนี้นานๆ มันจะอดใจไม่…..อึก

ด้วยความโมโหที่โดนบังคับ สมองที่เคยสั่งไม่ให้ตอบโต้เพราะกำลังเสียเปรียบกลับห้ามอารมณ์โกรธไม่ได้ เผลอระบายอารมณ์ด้วยการกระแทกข้อศอกเข้าที่ท้องจุนฮเวอย่างจังเสียงดังอึก!

จุนฮเวอาจจะเจ็บและจุก แต่มันไม่ได้ทำให้เขาคลายอ้อมกอดออกสักนิด เขากดเสียงต่ำเรียกชื่อของร่างบางด้วยความโมโห

 "คิมดงฮยอกไอตัวแสบ!!! ไม่ต้องเล่ามันแล้วมั้งห๊ะ!!!"

รัดตัวร่างบางจนแนบไปกับแผ่นอกมากขึ้น เขากดริมฝีปากกัดเข้าที่ลำคอขาวสวยจนดงฮยอกส่งเสียงร้องโอ้ยเล็กๆสะดุ้งสุดตัวและพยายามดิ้นหนีสุดกำลัง จุนฮเวล็อกตัวดงฮยอกไว้แน่น ริมฝีปากยังคงดูดดึงซ้ำๆรอยที่เขากัด มืออีกข้างเลื่อนมาเลิกเสื้อตัวบางของดงฮยอกขึ้น ร่างบางดิ้นแล้วดิ้นอีกบิดตัวหนี หาทางเอาตัวรอดสารพัดเอียงคอหนีริมฝีปากร้อนที่ยังคงดูดเม้มคอเขาแต่ยิ่งเอียงก็เหมือนกับเปิดโอกาสให้ร่างสูงได้สัมผัสแนบชิดมากขึ้นปากเล็กส่งเสียงตะโกนร้องให้ปล่อยดังลั่นห้อง 

             “ปล่อยดิวะ!!!!! ปล่อยนะโว้ย!!!!"

ไม่!!!! ปล่อย เบาๆดิวะ"

             ร่างสูงยกมือขึ้นปิดเสียงร้องของคนตัวเล็กแต่อีกคนก็กัดมือเขาจนเลือดซิบแถมกระแทกศอกถองเข้ามาซ้ำที่เดิมจนร่างหนาต้องจุกอีกรอบ


            ………โอ้ย..........อึก...........

             ร่างบางสะบัดตัวออกจากร่างหนาจนหลุดแต่จุนฮเวคว้าเอวรวบไว้ได้ทันเขาจับคนตัวเล็กล็อคตัวแขนและขาจากด้านหลังจับคางของร่างบางให้เงยขึ้นก่อนกดริมฝีปากฝังไปที่ลำคอขาวใช้ฟันกัดเบาๆสลับกับเม้มดูดดึงหนักๆเป็นการเอาคืนร่างบางที่ทำร้ายเขา กัดย้ำไปทั่วลำคอขาวจนมาถึงไหล่ลาดมือหนาค่อยๆเลื่อนจากเอวบางขยับล้วงเข้าไปด้านในกางเกงมือบางพยายามดึงมือหนาออกแต่กลับถูกนิ้วแกร่งยึดไว้ขายาวยังคงเกี่ยวตวัดร่างบางไว้แน่น มือหนาเลื่อนล้วงลึกเข้าไปด้านในจนสัมผัสแท่งเนื้อเล็กๆที่กำลังโป่งพองมือหนาขยับลูบปัดผ่านส่วนหัวไปมาจนได้ยินเสียงครางเล็กๆหลุดออกมาจากปากสวย

 "……..อ่าส์...อะ….ยะ……."
             ริมฝีปากเขายิ่งดูดเม้มคอขาวหนักขึ้นปั่นอารมณ์จนดงฮยอกทนไม่ไหวส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมา ริมฝีปากบางขบเม้มกันไว้แน่นพยายามระงับเสียงร้องน่าอายไว้ไม่ให้เล็ดรอดออกมา แต่ยิ่งเห็นไอตัวเล็กพยายามกั้นเสียงมากเท่าไหร่ ร่างหนาก็ยิ่งแกล้งขยับมือหนาค่อยๆขยับลูบแท่งเนื้อตามความยาวจนสุดโคนขึ้นลงช้าๆหนักขึ้น....หนักขึ้นจนร่างบางไม่อาจกั้นเสียงร้องได้อีก


              "………….อะ..........อ่า......หื้ม....พะ...แล้...ว......"
               มือบางจิกเข้าที่ข้อมือของจุนฮเวจับข้อมือไว้แน่นจนร่างหนาหยุดการเคลื่อนไหวลงแต่ยังไม่ละมือหนาออกจากแท่งเนื้อของคนตัวเล็กลูบไล้สร้างอารมณ์เร้าร้อนต่อไป เขาเลื่อนใบหน้าที่ฝังอยู่ที่ลำคอขาวขึ้นมาเม้มเบาๆที่ติ่งหูขาวสะอาด

".............ฮื้อ!!!!..............."

 แล้วกระซิบเบาๆด้วยเสียงแหบพร่าจากอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานอยากจะครอบครองร่างกายคนตรงหน้าแต่เขาก็ทำไม่ได้หากเขาไม่รู้ว่าอีกคนเคยโดนอะไรเขาไม่อยากสร้างรอยแผลซ้ำลงไปให้กับคนตัวเล็กตรงหน้าอีก

 “อะ.. อ่าส์... ให้ตายเหอะคิมดงฮยอกโอกาสสุดท้ายแล้วจะเล่าหรือไม่เล่า!!!

             ร่างบางถูกอารมณ์วาบหวามเข้าครอบงำพยายามประครองสติตัวเองคุมเสียงให้มั่นคงก่อนจะตอบร่างหนาไป
            "บะ...บอกแล้วเล่าแล้ว..."

"ดี...งั้นเล่ามา....เล่าตั้งแต่แรกก็จบ"

             ร่างบางค่อยๆขยับปากเล่าเรื่องโดยที่จุนฮเวยังคงไม่ปล่อยร่างบางออกจากอ้อมกอดรวบตัวร่างบางไว้แน่นเกยคางบนไหล่ไม่สนใจแม้ดงฮยอกจะสะบัดตัวแต่เขาก็กอดรัดไว้แน่นเหมือนเดิมจนดงฮยอกต้องเล่าไปทั้งๆที่มีจุนฮเวกอดเขาอยู่เพื่อจะได้จบสถานการณ์บ้าๆนี้สักที แต่เขาจะเล่ามันออกมาได้แค่ไหนเขาจะแกล้งเล่าถึงความทรงจำที่ถูกทำร้ายได้ยังไงกัน ริมฝีปากเล็กค่อยขยับเริ่มเรื่องเล่า…………..

………………………………….

             ร่างบางนึกย้อนกลับไปถึงวันที่เกิดเรื่องภาพความทรงจำเมื่อตอนเกรดค่อยๆไหลเข้ามาในหัว

………. ร่างบางของเด็กหนุ่มตัวเล็กกับเด็กหนุ่มตัวสูงที่อายุไล่เลี่ยกันเดินจับมือกันแกว่งไปแกว่งมาตลอดทางกลับบ้านเด็กหนุ่มตัวสูงจะเดินมาส่งเด็กหนุ่มตัวเล็กที่ทางเข้าบ้านทุกวันเหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน

              “ดงฮยอกฉันกลับก่อนนะ.. บ๊ายบาย.. เจอกันพรุ่งนี้นะ..

             “หืม... บ๊ายบายนะ

             “ครับ แล้วพรุ่งนี้จะให้มารับหรือเปล่าละห๊ะ? ตัวเล็ก

             “ย๊า! ฉันไม่ได้ตัวเล็กนะ

             “ฮ่าๆ ไม่ตัวเล็กเลย แต่ตัวแค่ไหล่ฉันเอง

               ………..เพลี๊ยะ!!……….

โอ้ย!!เจ็บนะชอบใช้กำลังเดี๋ยวงอนนะ

เชอะ!  งอนไปเลยไม่ง้อ แบร่ๆ
 “งอนจริงๆนะ ไม่ง้อแน่เหรอ ง้อหน่อยนะ...นะๆ
 “แล้วต้องง้อยังไงอ่ะ?”
             

ใบหน้าเล็กๆของดงฮยอกสีแดงจัดราวกับกลีบกุหลาบ เขาจับชายเสื้อของคนตัวสูงกว่าเขย่าเบาๆช้อนตาหวานขึ้นมองหนุ่มตัวสูงเห็นก็อดจะหยิกแก้มเขาเบาๆไม่ได้
             “ก็ทำตัวแบบนี้แหละ..แค่นี้ก็ง้อแล้วน่ารักจังนะแบบนี้สิถึงทิ้งให้กลับบ้านคนเดียวไม่ได้หวงนะรู้ไหมอย่าไปทำแบบนี้ใส่ใครนะ
             ใบหน้าเล็กๆก้มลงจนชิดหน้าอกตัวเองกลบอาการร้อนที่ใบหน้าออกปากไล่คนตัวสูงให้กลับบ้านไป

             “อื้อๆรู้แล้วกลับไปได้แล้ว
             “กลับแล้ว..กลับแล้ว..ก่อนกลับไม่มองหน้ากันหน่อยเหรอ?หื้ม..
             ดงฮยอกค่อยๆเงยหน้าขึ้นมามองเด็กหนุ่มตัวสูงด้วยใบหน้าที่ยังแดงๆอยู่อีกคนอดใจไม่ไหวหยิกแก้มคนตัวเล็กเบาๆก้มมาหอมแก้มเบาๆอีกครั้ง แล้วรีบวิ่งหนีไป
             “ย๊า!!ใครใช้ให้มาหอมกันเนี่ยคนบ้ากลับมาให้เราตีเลยนะ!!”..........

…………………………………

เฮ้ย!? เงียบเชียวนึกไรอยู่จะเล่าได้ยังหรือจะให้ทำต่อห๊ะ!?”
 “ห๊ะ? อย่านะ! อย่านะ! เล่าแล้วๆดงฮยอกสะดุ้งจากสิ่งที่ตัวเองนึกถึง

 ทีอย่างนี้พูดง่ายจังนะ ไม่บังคับก็ไม่ทำ ทำตัวเชื่อฟังบ้างก็ดีนะ มันทำให้นายน่ารักขึ้นเยอะเลย
 “อะไรนะ? เมื่อกี้นายว่าพูดอะไร?”
 “เปล่าหรอก เล่ามาได้แล้ว ก่อนจะเปลี่ยนใจไม่อยากฟัง

ดงฮยอกพยักหน้า เริ่มเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาให้จุนฮเวได้ฟัง น้ำตาค่อยๆรื้นขึ้นมาเสียงเริ่มสั่นน้อยแต่ก็ยังพยายามประคองเล่าต่อไป

            
ตอนฉันเรียนอยู่เกรดฉันมีเพื่อนสนิทมากๆอยู่คนหนึ่งคนที่เป็นเหมือนกับคนรู้ใจคนที่เป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตฉันจนกระทั่งวันหนึ่งเพื่อนคนนี้กลับค่อยๆห่างออกไป แต่ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นเขาก็กลับมา เรากลับมาสนิทกันเหมือนเดินแล้วทำเป็นว่าไม่เคยห่างออกไปและด้วยความที่ฉันกับเขาผูกพันธ์กันมากจึงไม่เคยระแวงในตัวเขาเลย จนวันหนึ่ง……...เหตุการณ์บ้าๆนั่นก็เกิดขึ้น


 …………………………..


            
ภาพในความทรงจำค่อยๆฉายเรื่องราว วันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของหนุ่มน้อย
 ภาพของเด็กผู้ชายผิวขาวสะอาดตัวเล็กอย่างคิมดงฮยอก กำลังเดินออกจากห้องเรียนหลังสอบปลายภาคเรียนสุดท้ายเสร็จ เพื่อนๆในห้องต่างลากเขามานั่งเล่นนั่งคุยอยู่จนเย็น แสงแดดจ้าค่อยๆตกลง แต่ทุกคนยังคงสนุกที่จะเล่าถึงวันที่ได้เจอกันครั้งแรกอย่างสนุกสนาน เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ จากนี้ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปเรียนต่อในโรงเรียนที่ฝันไว้

 เย็นมากพอสมควร ดงฮยอกและเพื่อนจึงบอกลากันแล้วเดินออกมาหน้าโรงเรียน แล้วคนที่เขาไม่คิดว่าจะเจอ กลับมาปรากฏให้เห็น เด็กผู้ชายตัวสูงโปร่งหน้าตาดีมายืนดักรอเขาอยู่ข้างหน้า รอยยิ้มสวยคลี่ออกมาอย่างดีใจ เพราะอีกคนบอกว่าวันนี้จะไม่มารับ

มารับแล้วนะ กลับกันเลยไหม? หื้ม.. ตัวเล็ก
  
ไหนบอกว่าไม่มาไง.. แล้วมาทำไม?”

 “ก็แหม.. จะให้ตัวเล็กกลับบ้านคนเดียวได้อย่างไงกันล่ะ
 “งั้นก็กลับได้แล้ว เย็นมากแล้วเห็นไหม?”
 “งั้นก็ไปสิครับ แต่เดี๋ยว มือล่ะ.. ส่งมือมาสิ

 เด็กชายตัวเล็กส่งมือให้กลับเด็กตัวสูง เขากุมมือเล็กไว้แน่นก่อนจะพากันเดินกลับบ้านเหมือนทุกวันที่เคยทำ ทั้งคู่เดินคุยกันไปด้วยความสนุกสนานจนแล้วพากันมานั่งคุยต่อที่สวนสาธารณะใกล้กับแห่งสถานที่ท่องเที่ยวยามค่ำคืน นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ จนอยู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของเด็กตัวสูงดังขึ้น  เขาขอตัวไปรับ แล้วกลับมา พร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไป เขาเอ่ยปากขอโทษออกมา ทำให้เด็กตัวเล็กที่ฟังอยู่งงและไม่เข้าใจเขาว่าเขาขอโทษทำไม
             “ดงดง เราขอโทษให้อภัยเรานะ..เรารักดงดงจริงๆนะ เรารีบกลับกันเถอะ
             “ทำไมนายต้องขอโทษเราด้วย?นายไม่ทำอะไรผิดสักหน่อย
             “ระ.. เราทำ...เรา....

             ยังไม่ทันที่เด็กตัวสูงจะพูดจบมีผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมกับจ้องมองไปที่ร่างบาง ตอนนี้ร่างสูงได้เดินมาบังไว้ แต่พวกนั้นเดินเข้ามากระซิบที่ข้างหูก่อนพลักเด็กตัวสูงออก แล้วพูดกับเด็กตัวเล็กแทน

             “ฮ่าๆโอ้...นี่นะเหรอ?คุณหนูลูกชายของอดีตมาเฟียจีดรากอน โอ้..น่ารักใช่เล่นนะเนี่ย

             พวกมันเดินตรงเข้ามาหาดงฮยอกพร้อมกับใช้มือจับใบหน้าหวานพลิกไปพลิกมาแล้วพูดกับเพื่อนของพวกมันอย่างสนุกปากดงฮยอกสะบัดมือของคนพวกนั้นออกจากหน้ารีบเดินไปดึงร่างสูงให้เดินตามมา แต่ร่างสูงที่คนตัวเล็กรักมากและคิดว่าเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิต   กลับสะบัดมือดงฮยอกทิ้งแล้วเดินไปยืนอยู่หลังคนพวกนั้น

คุณทำถูกแล้วครับ.. ฮ่าๆๆๆ..


…………………………….

             ในขณะที่เล่าไปไหล่บางของดงฮยอกค่อยๆสั่นระริก น้ำตาไหลหยดทีละหยดสองหยด จุนฮเวสังเกตเห็นเขาจับใบหน้าคนตัวเล็กให้หันมาก็จะค่อยๆไล้นิ้วมือเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าให้มองคนตัวเล็กที่พยายามควบคุมเสียงที่สั่นให้คงที่แล้วพยายามจะเล่าต่อไปจุนฮเวดึงคนตัวเล็กมาค่อยๆกอดปลอบจับมือของดงฮยอกขึ้นลูบเบาๆเหมือนจะบอกว่ายังมีเขาอยู่ตรงนี้และเหตุการณ์เหล่านั้นก็เป็นแค่เพียงอดีตเท่านั้น

             “อย่าร้องนะมันก็แค่อดีตที่ผ่านไปแล้วระบายออกมาสิฉันจะอยู่ข้างนายเอง

            
ดงฮยอกได้แต่นั่งนิ่งมองหน้าร่างสูงที่ส่งสายตาให้กำลังใจ สัมผัสอ่อนโยนจากมือแกร่งเช็ดน้ำตาให้ อ้อมกอดที่เขาผลักใสแต่ตอนนี้มันกลับอบอุ่นแล้วรู้สึกปลอดภัยอย่างไม่น่าเชื่อเขางงสับสนไปหมดว่าคนตรงหน้าต้องการอะไร

             “เล่าต่อสิ...เกิดอะไรขึ้นพูดออกมาระบายออกมามันผ่านไปแล้ว.. จะเก็บมันให้เป็นแผลทำร้ายนายทำไม?”

             ดงฮยอกได้แต่พยักหน้าเบาๆแต่ไม่มีคำพูดออกมาจากปากของเขา เขามองจุนฮเวที่ยังกอดเขาอยู่อย่างสับสนแล้วเริ่มเล่าเหตุการณ์ต่อไปอีกครั้ง



 ……………………………………………..


หลังจากเด็กตัวสูงไปยืนอยู่ข้างหลังกลุ่มผู้ชายหน้าตาหน้ากลัวพวกนั้น ร่างเล็กๆของดงฮยอกก็ชาไปทั้งตัว จนสามารถไม่ขยับเขยื้อนไปไหน สายตาจ้องมองไปยังเด็กตัวสูงที่มองมาที่เขา มองดูเขาโดนพวกมันลากเข้าไปในตรอกเล็กๆชื้นๆมีเพียงแสงไฟสองเข้ามาเพียงเล็กน้อย

 ……………………………………………..

             “เพื่อนคนนั้นมองคนพวกนั้นทำร้ายฉัน มันลากฉันเข้าไปในตรอกเล็กๆชื้นๆ มันมืด ฮึกๆร่างกายของพวกมัน...ฮื้อ…….อึก..คะ..

             “อย่าร้องๆฉันอยู่นี้ไงฉันนั่งจับมือนายอยู่นี้ไง

             “หื้มๆ...ไม่เล่า...ไม่เล่าแล้ว

             “นายจะเก็บไว้ทำไมเล่าออกมาระบายออกมาหรือนายกลัวความทรงจำมากกว่าฉันที่มีตัวตนอยู่ตรงหน้านาย..นายก็เลือกเอานะ

             ร่างของดงฮยอกสั่นเทาจากการสะอื้นที่ไม่สามารถระบายออกมาได้หมด ดงฮยอกเจ็บปวดขึ้นมาเพียงแค่นึกถึงคนที่อยู่ในเหตุการณ์นึกนึกแววตาของคนๆนั้นยืนมองเขาโดนทำร้ายภายในใจก็ร้าวจนแตกออกมาให้ได้ความอึดอัดใจที่ไม่สามารถอธิบายได้ไม่อยากจะเล่าจะนึกถึงเหตุการณ์ที่มันทำร้ายและทำให้เขาฝังใจแต่ก็กลัวอีกคนที่กำลังกอดเขาอยู่  มือที่เริ่มขยับไปมาบนตัวเขาทำให้เขาตัดสินใจเลือกที่จะเล่าต่อ


 ……………………………

ร่างกายของพวกนั้นคร่อมร่างเล็กไว้ มือหนาบีบที่ใบหน้าจนหน้าเล็กบิดเบี้ยว ผลักศีรษะร่างเล็กจนกระแทกกับกำแพงตรอก จนเลือดไหลซึม มือหยาบหยิบปืนขึ้นมาจ่อที่หัวเล็กๆของเด็กน้อยวัย 15 ปี

 ดงฮยอกไม่ขยับเขยื้อนความกลัวครอบงำจิตใจ ร่างกายไม่ตอบสนองอะไร แขนขาไร้เรี่ยวแรงได้แต่ยืนตัวแข็งนิ่ง มองแสงสว่างของปลายด้ามปืนที่สะท้อนกับแสงไฟ  จนเวลาผ่านไปสักพักสติของเด็กน้อยค่อยๆกลับมา ส่งเสียงร้องตะโกนให้คนช่วย แต่พวกนั้นก็ยิ่งหัวเราะอย่างสะใจ  

 “ฮ่าๆๆๆๆร้องอีกร้องดังๆเลยใครจะช่วยแกร้องสิแล้วเห็นนี้ไหม!!!!!

          คนหนึ่งในกลุ่มยกปืนขึ้นมา ก่อนจะบีบปากร่างเล็กแล้วยัดปืนเข้าไปในปาก เด็กน้อยตาเบิกกว้างกลัวมากจนไม่กล้าส่งเสียง ไม่กล้าขัดขืน ตัวสั่นอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะของพวกนั้นที่ดังกึกก้องภายในตรอกเล็กๆ และสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อมือหยาบของพวกนั้นกระชากเสื้อของเด็กตัวเล็กออก น้ำตาใสไหลออกจากดวงตาเรียวสวยไม่ขาดสาย ส่งสายตาร้องขอให้เด็กตัวสูงเข้ามาช่วย แต่อีกคนกลับยืนมองโดยไม่แม้จะขยับตัว เสียงตะโกนปลอบใจยังไม่มีให้ได้ยิน ความสิ้นหวังเกาะกุมหัวใจ จบสิ้นแล้วทุกอย่าง มือหยาบสัมผัสกับไหล่เล็กขาวที่เปลือยเปล่า ร่างกายสั่นจิตหลุดลอยไปแล้ว มีแต่เสียงตะโกน เพ้อ ร้องให้ปล่อย อย่างที่คนพวกนั้นก็ควบคุมไม่ได้เสียงของเด็กน้อยที่สติหลุดลอยไป ทำให้เด็กตัวสูงผิวคล้ำที่เพิ่งจะกลับจากผับของพี่ชายเพื่อนสนิทมาได้ยินเข้าเขาหันซ้ายหันขวา แล้วสายตาก็หันไปเห็นรถตำรวจที่วิ่งใกล้เข้ามา  

 “ทางนี้ครับ!!! ทางนี้ครับคุณตำรวจ มีคนโดนทำร้าย!!!

เด็กผู้ชายตัวสูงผิวค่อนข้างคล้ำแกล้งตะโกนบอกตำรวจเสียงดัง ทำให้คนพวกนั้นต่างพากันวิ่งหนีกระจัดกระจายกันไป เขารีบเข้ามาพยุงตัวเด็กตัวเล็กขึ้นพร้อมกับถอดเสื้อมาคลุมตัวให้อีกคน ตบใบหน้าให้สติกลับมา แต่ก็เหมือนจะไม่ดีขึ้น จนเสียงหวีดร้องสุดท้ายร่างบางก็สลบไป สลบไปทั้งที่สายตายังคงเหม่อมองไปที่หน้าตรอก


 ……………………………………………….


             “
พวกมันคร่อมตัวของฉันอยู่ พยายามจะฆ่าฉัน...มันกดฉันเข้ากับกำแพงตรอกหยิบปืนขึ้นมาจ่อที่หัวฉัน...ฉันกลัว แขนขาไม่มีแรงได้แต่ยืนตัวแข็งนิ่งช่วยตัวเองไม่ได้สักอย่าง ร้องตะโกนให้คนช่วยพวกมันก็ยิ่งหัวเราะ พวกมันเอาปืนกรอกปากจนไม่กล้าส่งเสียงมีแต่เสียงหัวเราะของพวกมัน ตอนนั้นฉันกลัวมากกลัวจนคิดอะไรไม่ออก …...ฮึกๆ…. ละ  และยิ่งกลัวมากเมื่อ เมื่ เมื่อ อึก ฮึก

 “เมื่อ อะไร เกิดอะไรขึ้น

 “เมื่….เมื่อ อึก ฮึก

 “ดงฮยอก ฉันอยู่นี่.ใจเย็นๆ ค่อยเล่า”  มือหนาลูบหลังดงฮยอกไปมา กดหน้าร่างบางให้ซบลงบนบ่า จนเสียงสะอื้นเริ่มเงียบลง

 “ดีขึ้นบางไหม? ดีขึ้นแล้วก็ค่อยเล่า

 “หืม... แล้วนายทำไมต้องอยากให้เล่านักหนาเนี่ย มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนายสักนิด จะอยากรู้เรื่องฉันไปทำไม? จะเยาะเย้ยหรือไง?”

 “คิดได้แค่นี้ใช่ไหมไอตัวเล็ก? ถ้าคิดได้แค่นี้ฉันก็ไม่จำเป็นต้องตอบ เล่ามาได้แล้วรอฟังอยู่

 “ไม่เล่าแล้ว...

 “แน่ใจเหรอ?”

 “เดี๋ยวๆ ทำไมต้องมาอยากรู้เรื่องฉันด้วยเนี่ย!?”

 “หากฉันแน่ใจแล้วจะบอกนายแล้วกันว่าอยากรู้ไปทำไม แต่ตอนนี้เล่าต่อได้แล้ว.. เร็ว!!
 “ก็ได้.. จะเล่า..

ดงฮยอกสูดหายใจเข้า พยายามจะเล่าต่อ แต่ยิ่งถึงตอนนี้เขายิ่งเจ็บปวด เขาจำมันได้ดีว่าความรู้สึกของการถูกทิ้ง ถูกทรยศ มันเป็นอย่างไง

 “พวกมันกระชากเสื้อผ้าฉัน ฉันพยายามส่งสายตาให้เพื่อนคนนั้นเข้ามาช่วย แต่เขากลับยืนมองฉันโดนทำร้าย ….ฮึกๆ ขะ..เขากลับมองมาจากนอกตรอก ,ขะ...เขายืนมอง ฉะ...ฉันโดนทำร้ายโดยที่ไม่คิดจะช่วยหรือเข้ามาห้ามปล่อยให้ฉันพบความทรงจำเลวร้ายโดยไม่รู้สาเหตุและฉันคงจะตายไปแล้วหากไม่ได้เสียงตะโกนของจินฮยอง
                    ".........."
              “พอใจหรือยัง!! พอใจหรือยัง!!! สะใจนายหรือยังกูจุนฮเว!!!!! ที่นี้ปล่อยฉันได้หรือยังปล่อยสิปล่อยฮื้ออึกฮื้อ

            “ฉันก็พอใจอยู่นะ แล้วนายล่ะโล่งขึ้นบ้างไหมล่ะ?”

 “กูจุนฮเว !!!! ไอคนบ้า ฉันเกลียดนาย!!
 “ถ้ายังมีแรงเกลียดฉัน ก็ตะโกนมาให้ดังๆกว่านี้สิ
 “ฮึก.. ไอกูจุนฮเว!! ไอจุนฮเว!! ไอเวรเอ้ย!!

 ดงฮยอกเล่าเสร็จเขาตะโกนใส่หน้ากูจุนฮเวพร้อมกันน้ำตาที่ไหลทะลักอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆจุนฮเวไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่กอดปลอบลูบหลังคนตัวเล็กที่ทั้งกระหน่ำทุบอก ตะโกนใส่เขาไม่หยุด

สุดท้ายคนตัวเล็กหมดแรงหลับไปในที่สุด แต่สิ่งที่ค้างคาจากสิ่งที่เจ้าตัวเล่ามันจะเล่าเรื่องจริงออกมามากแค่ไหน? แต่ดูแล้วก็คงจะเป็นเรื่องจริงเกือบหมด แต่คนที่ทำร้ายตัวเล็กมันต้องเป็นศัตรูกับครอบครัวคนตัวเล็กแน่ๆแล้วเพื่อนที่ตัวเล็กเล่ามันแค่เพื่อนจริงๆหรอแล้วมันหายไปไหนเขายังอยากจะคาดคั้นเอาคำตอบมากกว่านี้แต่ก็คงจะทำร้ายตัวแสบนี่เกินไปปล่อยให้หลับไปแล้วกัน………………

 

..........................อีก 50% เป็นอดีตของฮันบิน............................

 

            คืนเดียวกันนั้นเอง เสียงปืนดังกึกก้อง ในบริเวณบ้านใหญ่หลังหนึ่ง พร้อมกับร่างของลูกน้องของผู้ชายหน้าหล่อแต่ติดที่หุ่นดูสะโอดสะองสำอางเดินเข้าบ้านพร้อมกับสั่ง ให้ลูกน้องเก็บกวาดซากที่เขาทำไว้ด้วย

            เก็บซากมันไปทิ้งด้วย

            ครับคุณหนู

            โธ่เว้ย งานง่ายๆแค่นี้ก็ทำพลาด โง่จริงๆ

            “แล้วคุณหนู ไม่เสียใจหรอครับที่ ญาติอย่างซึงยุนต้องตายหรอครับ

            “จะไปเสียใจทำไม ก็แค่ญาติห่างๆ ที่เสือกโง่ทำแผนล่ม ทำให้เหยื่อรู้ตัว มันตายก็ถูกแล้ว เพราะถึงไม่ตายด้วยน้ำมือพวกนั้น ฉันก็ฆ่ามันอยู่ดี ออกไปเหอะอาจองกุก ฉันอยากอยู่คนเดียว แล้วน้องชายฉัน กลับมายัง

            “กลับมาแล้วครับ จะให้ผมไปตามให้ไหมครับ

            “ไปตามมาก็ดี มีเรื่องจะคุยกับมันพอดี

            “ครับคุณหนู

            คล้อยหลังจองกุกเดินออกจากห้องไป เขาก็นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย จนเผลอนึกถึงเรื่องเมื่อนานมาแล้ว

  

            .............พวกเหี้ยนี่ ทำไมถึงทำอะไรพวกมันได้อยากเย็นนักวะ ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อนแล้ว เขาอุตส่าห์ลงทุนลงแรงทำงานเอง แต่สุดท้ายก็พลาดทำให้เขาเสียคนที่รัก เพราะไม่คิดว่าคนรักของเขาจะโดดเข้าไปรับกระสุนแทนไอเด็กเวรนั้น ทำไมถึงได้โง่แบบนี้นะ ทำไมต้องรักและปกป้องครอบครัวนี้ขนาดยอมตายด้วย เธอมันบ้า ทำไมเธอต้องทำแบบนั้น……………..

 

            ……………..ก๊อกๆ....................

            เข้ามาได้

            พี่ครับ เรียกผมมีอะไร หรอครับ

            “ฉันจะให้นายกลับมาเรียนที่นี่ ฉันได้ทำเรื่องย้ายนายมามหาลัยทางนี้เรียบร้อยแล้ว

            “แต่ผมไม่อยากอยู่เกาหลี ผมไม่พร้อมที่จะเจอความทรงจำเก่าๆ พี่ก็น่าจะรู้ว่าใครเป็นคนทำมันไว้ ผมไม่เรียนที่นี่ และผมจะอยู่ที่อเมริกาตลอดไป

            “แล้วถ้าฉันจะให้โอกาสแกล่ะนัมจูฮยอก ให้แกกลับไปอธิบายกับรักแรกของแก แกจะว่าไง

            “พี่ จริงหรอครับ พี่จะให้ผมกลับไปคบกันได้ใช่ไหม

            “จริงฉันจะให้นายกับไปคบกัน ฉันจะไม่ห้ามแกอีกแล้ว

            “พี่ผมขอบคุณพี่ที่สุดเลย

            “หืมงั้นก็ออกไปได้แล้ว ฉันเหนื่อย

                        ………หึ เด็กโง่ แกก็แค่หมากในเกมส์ของฉัน รอก่อนนะพวกแกจะได้รับสิ่งที่พวกแกทำ แกต้องได้รับมันคืนไปบ้าง...................

 

 

.....................................................

 

            “ฮันบิน.... ตื่นสิ.... ฮันบิน....

 

            “ฮันบินตื่นสิ พี่รอนายอยู่ ตื่นสักทีสิ พี่จำนายได้แล้ว ตื่นเถอะนะ!!!”

 

            ……….ใครเรียก ใคร ………..

 

ในความมืดมิด มีเพียงแค่เสียงแว่วๆของใครสักคนที่กำลังเรียกชื่อเขาอยู่ เสียงมันช่างคุ้นเคย และชวนให้เดินเขาไปใกล้เสียงนั้น แต่ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เสียงนั้นมากเท่าไหร่ เสียงนั้นก็ยิ่งชัดขึ้น ชัดขึ้น แสงขาวๆเลือนรางที่เห็นจากไกลๆค่อยปรากฏเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวที่วิ่งวนอยู่รอบตัวเขา เขาพยายามจะวิ่งหนี วิ่งออกจากวงล้อมของภาพเหล่านั้น แต่มันก็วิ่งตามมา แล้วสุดท้ายมันวิ่งเข้ามาในหัวเขา และกำลังฉายเป็นเรื่องราวในอดีตของเขา อดีตที่เขาฝั่งกลบไว้ในจิตใจเนิ่นนานมาแล้ว ใครก็ได้ช่วยปลุกให้เขาตื่นจากความฝันนี่ที ปลุกเขาที.........

            “ฮันบิน ฮันบิน ตื่นสิ

            “ตื่นสิ ตื่นได้แล้ว

ใบหน้าเล็กของเด็กหญิงตัวน้อยที่มีผมยาวปะบ่า กำลังส่งเสียงเรียกให้เด็กชายตัวเล็กที่ยังคงนอนอยู่ให้ตื่นขึ้นมา ก่อนจะหันไปพูดกับพี่สาวของตัวเอง

พี่คะ พี่บอม ทำไมน้องไม่ยอมตื่นล่ะ มินจีอยากเล่นกับน้องจังคะ

ใจเย็นๆ นะคะ น้องฮันบินเพิ่งนอนเองนะคะ มินจีไปเล่นกับน้องจีวอนก่อนไหม

ไม่เอาคะ มินจีกลัวฟันหน้าน้องจีวอนเฉาะคะ

คิคิๆทำไมว่าน้องอย่างนั้นล่ะคะ งั้นไปเล่นกับน้องจุนก่อนไหมจ๊ะ

ไม่เอาคะ เดี๋ยวน้องจุนดึงแก้มน้อง น้องกลัวคะพี่บอม มินจีขอเล่นอยู่ในห้องนี้รอฮันบินตื่นก็ได้คะ

หืมเอางั้นหรอจ๊ะ งั้นพี่บอมลงไปหาพี่ท๊อปนะคะ อย่าไปแกล้งน้องนะคะ

คะ พี่บอม มินจีจะอยู่นิ่งๆรอน้องตื่นนะคะ

หลังจากพี่สาวเดินจากไปแล้วเด็กหญิงตัวเล็กก็ปีนขึ้นไปนั่งอยู่ข้างๆเด็กชายตัวน้อยที่ยังคงนอนหลับอยู่ แล้วด้วยความดื้อนิดๆของเด็กน้อย และอยากเล่นกับฮันบินเร็วๆ เธอยกมือขึ้นเขย่าคนตัวเล็กอีกคนจนลืมตาตื่นขึ้น

...........อื้อ.......ม๊า..........ผมง่วง............

เราไม่ใช่ม๊านะ แต่เราเป็นน้าเธอ เรียกเราน้ามินจีนะ

เราไม่มีน้า ม๊าเราไม่มีน้องซะหน่อย ออกไปจากห้องเรา

ไม่ออกหรอก พี่บอมให้เรามาเล่นกับน้องบิน

เราไม่เล่นกับเด็กผู้หญิง ออกจากห้องเรา

ก็ถือว่าเราเป็นผู้ชายก็ได้นะ นะ นะนะ และพี่แก่กว่าน้องบินนะ

งั้นพี่ก็เล่นคนเดียวแล้วกัน ไม่เบื่อหรือไงตื้ออยู่ได้ทุกวัน

ไม่เบื่อ อยากเล่นกับฮันบินนี่หน่า

ไม่มีอารมณ์อยากเล่นกับพี่ พี่ไปเล่นกับพี่กับน้องผมเถอะ

ไม่เอาๆ เขาอยากเล่นกับฮันบินนี่ งื้อ ฮึกๆ

 

เมื่อเด็กผู้หญิงตัวเล็กเริ่มร้องเด็กผู้ชายก็ รีบลุกจากเตียงแล้วเดินหนีออกจากห้องนอนไป เขาเดินหนีเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่ตื้อมาให้เขาเล่นด้วยทุกวันเกือบหนึ่งเดือนมาแล้ว

เขาลงไปยังห้องหนังสือที่เขาเคยมานั่งอยู่ในห้องนี้กับพี่ชายตัวเล็กแทบทุกวันตอนที่ยังอยู่ด้วยกันแม้ตอนนี้พี่ชายตัวเล็กของเขาจะจากบ้านหลังนี้ไปเกือบสามปีแล้วก็ตาม เขาก็ยังคงมาที่ห้องหนังสือนี้ทุกวัน นั่งอยู่ที่เดิม อ่านหนังสือเล่มเดิม คิดถึงคนตัวเล็กของเขาที่จะนั่งพิงกันอ่านหนังสือจนหลับไป คิดถึงเสียงเล็กๆที่คอยอ่านหนังสือเล่มโปรดให้เขาฟัง คิดถึงเวลาตัวเล็กเรียกร้องความสนใจ คิดถึงตาเศร้ายามเขาไม่สนใจ คิดถึงนิ้วเล็กที่ยกขึ้นมาเกี่ยวนิ้วเขาเวลาของ้องอน เขาคิดถึงจินนี่ตัวเล็กของเขา

เขาเดินไปยังชั้นที่มีหนังสือเล่มโปรดที่พี่ชายตัวเล็กชอบอ่านให้เขาฟัง แต่ก็หาไม่เจอ และกำลังจะเดินไปหาแม่ของเขาว่าเห็นหนังสือเล่มนั้นหรือเปล่า แต่

น้องบิน พี่มีหนังสือเล่มโปรดน้องบินด้วย น้องจะเล่นกับพี่ไหม

เอาคืนมา พี่มันยุ่งจริงๆ

คืนก็ได้ แต่มาเล่น กันนะๆๆ

เด็กหญิงตัวน้อยเดินมาเขย่าแขนเด็กชายตัวเล็ก อ้อนให้มาเล่นด้วยกันพร้อมกับดวงตาเศร้าที่เหมือนจะร้องไห้ มันช่างเหมือนพี่ชายตัวเล็กของเขาเวลาที่เขาไม่สนใจจัง


            “เล่นด้วยก็ได้ แต่ต้องไปชวนบ๊อบกับจุนเน่มาเล่นด้วย ไม่งั้นบินไม่เล่น

ไชโย มาเล่นกันนะ เย้เย้มีเพื่อนแล้ว

เด็กหญิงตัวเล็กกระโดดกอดคอเด็กผู้ชายตัวตัวน้อยไว้แน่น แล้วก็รีบปล่อยออกเพราะโดนเด็กผู้ชายดุ

ปล่อยผมเลยไม่ต้องมากอด ผมไม่ชอบ

ปล่อยแล้วๆ ไปเล่นด้วยกันนะ

แล้วไมพี่ต้องดีใจขนาดนั้นด้วยเนี่ย

กะ ก็ ก็!!พี่อยากเล่นกับน้องบินนี้หน่า

งั้นก็ไปสิ

ไปเล่นกัน ไปเล่นกัน เย้ๆ

อย่าดันหลังดิ เดินไปข้างหน้าไป

ไม่ กลัว

พี่นี่ขึ้นกลัวจังนะ

ก็ มันน่ากลัวนี่หน่า

.....ทุกอย่างที่เคยเจอมันน่ากลัวเกินไป…..

ห๊ะพี่พูดอะไร ไม่ค่อยได้ยินเลย

ไม่มีอะไรไปเล่นกันเถอะ พี่อยากเตะบอลอ่ะ

ปาร์คบอมยืนมองเด็กชายที่เดินจูงเด็กหญิงตัวน้อยเดินไปยังสนามหญ้าหน้าบ้านที่มีลูกชายทั้งสองคนของเธอกำลังเล่นเตะบอลอยู่ก่อนแล้ว เสียงหัวเราะสนุกสนานจากหน้าบ้านดังรอดเข้ามาในตัวบ้าน รอยยิ้มสดใสของเด็กน้อย

ทำให้ไหล่บางเริ่มสั่นสะท้านเหมือนกำลังอดกลั้นการร้องไห้ ท็อปเห็นอาการไม่ดีของภรรยาที่ยืนหันหลังอยู่ จึงเดินมาโอบ ดึงมือขึ้นมากุมไว้ ดึงตัวภรรยาให้หันหน้ามากดใบหน้าของคนรักแนบอก เกยคางบนหัวเล็กๆโยกตัวภรรยาไปมา ปลอมโยนคนรักด้วยคำพูดและสัมผัสจากความห่วงใยที่มีให้กัน

ไม่ร้องนะครับ คนสวยของผม

อาการสั่น และเสียงสะอื้นของภรรยาเริ่มเบาลง ท๊อปจึงค่อยๆใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาที่กำลังไหลเปื้อนแก้มเนียนของภรรยาออก แล้วจูบที่หน้าผากภรรยาเบาๆ

ไม่ร้องนะครับคนดี ยังไงแกก็มาอยู่กับเราแล้ว เรื่องเศร้ามันก็ผ่านไปแล้ว อย่าคิดมากนะครับ

แต่บอมสงสารน้องนี้คะ น้องไม่น่าต้องมาเจอแบบนั้น น้อง

 

เด็กสาวตัวน้อยในสายตาปาร์คบอมหรือที่แท้ก็คือกงมินจี น้องน้อยของครอบครัวปาร์คที่เกิดจากเมียเก็บของพ่อปาร์คบอม เด็กน้อยที่ถูกคนในครอบครัวทิ้งขว้างไม่มีใครสนใจใยดี ถูกกลั้นแกล้งสารพัด เพราะด้วยความที่เป็นที่รัก ถูกดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากคนเป็นพ่อ

เมื่อพ่อของปาร์คบอมเสียลง มินจีถูกกลั้นแกล้งหนักขึ้นเรื่อยๆถูกทำร้ายร่างกาย บังคับให้ทำงานสารพัดในบ้าน และสุดท้ายก็ถูกโยนออกจากครอบครัวไปยังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่มีใครเหลียวแล

ตอนเด็กน้อยถูกโยนเข้ามาอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแรกๆ โดยรังแกจากเด็กทั่วไปเพราะถูกเข้าใจว่าเป็นลูกผู้ดีมีเงิน ไม่เคยลำบาก ทำอะไรไม่เป็น ทำให้เด็กที่นั้นปฏิบัติต่อมินจีไม่เหมือนกับคนอื่น มินจีถูกปฏิบัติอย่างแปลกแยก ถูกรังเกลียดจากเด็กรอบข้าง

ทำให้เด็กน้อยที่ไม่เคยมีเพื่อน ไม่เคยได้รับการดูแลเอาใจใส่ แต่แม้จะยากลำบากขนาดไหน เด็กคนนี้ก็ยังยิ้มให้กับคนรอบข้าง ไม่เคยโทษใครว่าทำให้ตัวเองลำบาก ทำให้เจ็บปวด เป็นเด็กที่ดีเกินไป เกินไปจน ปาร์คบอมรู้สึกผิดที่ปล่อยให้น้องต้องเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากขนาดนั้น

ตอนที่ปาร์คบอมรู้ข่าวว่าน้องสาวคนสุดท้องถูกกระทำดังสัตว์ไม่มีเจ้าของ เธอทนไม่ไหวจนต้องรีบไปรับตัวมาอยู่ด้วย แววตาของมินจีตอนเจอเธอนั้น ไม่มีความโกรธแค้นที่พี่มารับเธอช้า ที่พี่ปล่อยให้เธอต้องรอนาน มีแต่รอยยิ้มดีใจที่ส่งมาจากดวงตา

ยิ่งเธอเห็นสภาพของน้องสาวคนเดียววันที่ไปรับ มันทำให้เธอต้องเจ็บปวด ใบหน้ามีแต่รอยเขียวช้ำ ตามเนื้อตัวมีรอยแผลเป็นหลายแห่ง มือเล็กที่เธอจับมาแนบแก้มมีแต่รอยแหกระแหง ที่บ่งบอกว่าน้องเธอได้มันการจากการทำงานอย่างหนักท่ามกลางอากาศหนาวแน่นอน

เด็กตัวเล็กๆที่มีร่างกายบอบบาง แต่กลับต้องเจอสถานการณ์ที่โหดร้าย มันเกินกว่าที่ปาร์คบอมจะรับไหว เธอพาน้องสาวไปยังโรงพยาบาลเพื่อรักษารอยแผลต่างๆบนร่างกาย รวมทั้งพาซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ และจบท้ายที่การไปกินข้าว เธออยากให้น้องได้รับสิ่งที่ดีๆ บ้างมีของใช้ดีดี กินอาหารดีดี แต่สิ่งแรกที่เธอได้ยินจากปากน้องเมื่อเดินมาหยุดที่หน้าร้านอาหาร

พี่บอมหนูกินร้านนี้ได้หรอค่ะ

แล้วทำไมหนูถึงกินไม่ได้ละคะ กินได้สิคะ

ก็แม่ๆ ที่บ้านและเพื่อนที่สถานกำพร้า พวกเขาบอกหนูว่า หนูมีสิทธิ์กินแค่อาหารที่เหลือจากพวกเขาเท่านั้น นอกนั้นหนูไม่มีสิทธิค่ะ

ไม่จริงเลยนะคะ หนูสิทธิ์กินทุกอย่างที่หนูอยากกิน มีสิทธิ์ที่หนูอยากได้ของที่อยากได้ เพียงแค่หนูขอพี่นะคะ หนูอยู่กับพี่หนูอยากได้อะไรบอกพี่นะคะ

จริงหรอคะ หนูบอกพี่ได้ใช่ไหมคะ

จ้า หนูบอกพี่ได้นะคะ หนูเป็นน้องคนเดียวของพี่ และจะเป็นลูกสาวของพี่ในอนาคตด้วยนะคะ

ให้หนูเป็นน้องพี่ได้หรอคะ ให้หนูเป็นลูกพี่ได้จริงๆใช่ไหม

นะ หนะ หนุ ไม่ต้องกลับไปที่นั้น แล้วใช่ไหมคะ อื้อๆ ฮึกๆ

น้ำตาขอเด็กน้อยอายุแค่ 10 ขวบ ไหลรินไม่ขาดสาย ปล่อยเสียงร้องโฮ สะอึกสะอื้นออกมากลางห้าง ปาร์คบอมรีบดึงน้องเข้ากอดไว้ ปลอบโยนน้องสาวตัวจ้อย เอามือลูบหัวเด็กน้อยไปมา แต่ยิ่งปลอบมินจีก็ยิ่งร้อง แล้วสุดท้ายปาร์คบอมก็ไม่สามารถเก็บน้ำตาแห่งความรู้สึกผิด อาการอึดอัดที่หัวใจและความสงสารได้ ทั้งคู่ได้แต่กอดกันกลมร้องไห้อย่างหนัก จนคนผ่านไปผ่านมองกันเป็นตาเดียว

คนหนึ่งร้องเพราะรู้สึกโล่งใจ ดีใจที่ไม่ต้องกลับไปที่ๆไม่มีใครต้องการ ไม่ต้องกลับไปอยู่ในที่ๆโหดร้าย

คนหนึ่งร้องเพราะรู้สึกเสียใจและหดหู่ที่ไม่ได้รับน้องมาดูแลแต่แรก ปล่อยให้น้องเจอสิ่งที่เจ็บปวด เจอกับความทรงจำของวัยเด็กที่ไม่น่าจดจำ

ทั้งคู่ที่ร้องไห้จนรู้สึกว่าโล่งแล้วก็พากันเข้าไปกินข้าว ปาร์คบอมนั่งมองเด็กน้อยที่มีดวงตาบริสุทธิ์นั่งเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ อย่างกับไม่ได้กินมานาน ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสาร และยิ่งสงสัยว่าน้องต้องผ่านสถานการณ์แบบไหนมากันนะ

มินจีไม่ต้องรีบนะคะ พี่รอได้นะ เดี๋ยวติดคอ ค่อยๆกินนะคะ

หืม ค่ะ แต่มัน อร่อยนี่คะ

อร่อยก็กินเยอะนะคะ แต่ไม่ต้องรีบเรามีเวลาอีกเยอะเลยนะ

ค่ะ พี่บอม

เด็กน้องเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้พี่สาวของเธอ แล้วก้มหน้าลงไปสนใจอาหารตรงหน้าต่อ เพียงแค่เห็นน้องสาวมีความสุขปาร์คบอมก็ดีใจแล้ว

แต่คนที่ทำให้น้องเธอต้องเจอเรื่องเลวร้าย มีความทรงจำวัยเด็กที่เจ็บปวดแบบนี้ มันก็ต้องรับบนเรียนจากเธอบ้าง

ปาร์คบอมพามินจีเข้ามาอยู่ในบ้าน ในฐานะน้องสาวของเธอ เสร็จแล้วก็ฝากมินจีไว้กับแดซองแล้วออกไปทำธุระข้างนอกต่อ.......

 

 ปาร์คบอมขับรถมายังบ้านหลังใหญ่ใจกลางโซล ที่เธอเคยอยู่ ก่อนจะขับรถไปจอดหน้าบ้าน รอไม่นานก็มีกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุเดินออกมาหา

 

อ่าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณลูกสาวนี้เอง

สวัสดีค่ะ คุณแม่ๆ ทั้งหลาย

จ๊ะ แล้วลมอะไรหอบเธอมาถึงบ้านนี้ละจ๊ะ อย่าบอกนะว่าพอพ่อตายจะมาขอสมบัติน่ะ มันไม่มีส่วนของเธอหรอกนะ จะบอกให้

คงไม่จำเป็นมั้งค่ะ สำหรับสมบัติของพ่อ เพราะทุกวันนี้ที่หนูมีอยู่ก็คงมากกว่าที่พวกคุณแม่ทั้งหลายได้รับมากมายหลายเท่าแล้ว

แก นังเด็กปากเสีย ไม่เอาก็ดี แล้วมีธุระอะไร ถ้าไม่มีก็รีบไสหัวไปบ้านนี้ไม่ตอนรับแกหรอก

ก็ไม่อยากอยู่นานนักหรอกค่ะ มีแต่พวกหัวใจสกปรก ต่ำ

อาร๊าย นังปาร์คบอม!! แก๊!!!”

นี้ไงคะ ที่บอกว่าต่ำ เอะอ่ะก็จิกหัวคนอื่นแบบนี้ ฟังนะคะคุณแม่ๆทั้งหลาย ต่อไปนี้จะไม่มีการช่วยเหลือครอบครัวพวกคุณอีกและเราตัดขาดกัน

อะไรนะ!!! แกไม่มีสิทธิ์ทำกับพวกชั้นแบบนี้นะ นังบ้า!!!”

มี ไม่มี ไม่รู้ รู้เพียงแต่ว่า ฉันเคยบอกพวกคุณแล้วว่าให้ดูแลน้องของฉันให้ดี แต่พวกคุณกับทิ้งขว้าง ปล่อยทิ้ง ทำร้ายทุบตี ฉะนั้นคนทำผิดก็ไม่มีสิทธิ์โวยวาย

แต่แกก็ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับพวกชั้นนะ พวกชั้นเป็นเมียพ่อแก เท่ากับเป็นแม่แกนะ แกต้องดูแลพวกชั้นสิ ไม่ใช่มาถีบหัวส่งตอนพ่อแกตายแล้วอย่างนี้ อกตัญญูชัดๆ

พวกคุณนี้มันหน้าด้านเนอะว่าไหม คุณทำอะไรไว้กับชั้นบ้างจำไม่ได้หรอ แล้วทำอะไรกับน้องชั้น เคยสำนึกบ้างไหม เรียกร้องคำว่ากตัญญู มโนสึกนึกในจิตใจคุณมันคงเสื่อมจนแยกไม่ออกว่าคำกตัญญูเขาใช้กับผู้มีพระคุณมีบุญคุณ ที่เราต้องสำนึกแล้วตอบแทน ไม่ใช่กับพวกคุณที่คอยทิ่มแทงทำร้ายลูกของสามี เพื่อให้ตัวเองได้ดี

พวกคุณตังหากที่อกตัญญู ทำร้ายลูกของคนที่ชุบเลี้ยงพวกคุณมาอย่างดี ไม่เคยปล่อยให้โดนทำร้าย ไม่เคยให้อดอยาก แต่คุณกลับตอบแทนลูกของผู้มีบุญคุณด้วยการทิ้งขว้าง ทำร้ายทุบตี ลืมคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับสามีตัวเองว่าจะดูแลเลี้ยงมินจีอย่างดี พวกคุณไร้จิตใจและจิตสำนึกเกินคนแล้ว

หึ้ยแก อย่าอยู่เลย มาถึงบ้านพวกเรา แล้วยังมาด่าสั่งสอนกันแบบนี้ มันต้องโดนตบสั่งสอนสักที จับมันตบเลยคะคุณพี่

เข้ามาเลยสิค่ะ คุณแม่ทั้งหลาย จะได้แจกลูกกระสุนให้คนละนัดสองนัด คุณลืมไปแล้วหรอค่ะ ว่าสามีพวกคุณเป็นมาเฟีย และชั้นก็เป็นลูกสาวมาเฟีย มา ถ้าอยากตายก็เข้ามา มาพร้อมกันทั้งหมดนั้นก็ได้

ปาร์คบอมใช้ปลายกระบอกปืนสีเงินวาวกวักเรียกแม่ๆของเธอให้เข้ามา แต่ก็ไม่มีใครสักคนกล้าพอที่จะขยับตัว ยืนตัวสั่นเกาะกลุ่มกันแน่น แต่ก็ยังจะปากดีเอ่ยท้าทายปาร์คบอม

แกคงจะเอานังมิจินไปเลี้ยงแล้วสินะ แต่เสียใจด้วยนะเพราะพวกชั้นจะไปเอาตัวมันคืน แล้วแกก็จะไม่มีวันได้น้องแกคืนแน่นอน เพราะสิทธิ์ในการเลี้ยงดูอยู่ที่พวกชั้น ฮ่าๆๆๆ

สิ้นเสียงของหนึ่งในบรรดาแม่เลี้ยง ก็พากันหัวเราะเยาะปาร์คบอมเสียงดัง เหมือนว่าตัวเองเป็นต่ออยู่ พร้อมกับยื่นของเสนอกับปาร์คบอม

ถ้าแกยังอยากได้น้องแกอยู่ก็ต้องดูแลพวกชั้นต่อไป และพวกชั้นทุกคนต้องได้รับเงินเดือนละร้อยล้านวอนต่อเดือนเป็นค่าตอบแทนด้วย ว่ายังไงล่ะ ไม่งั้นน้องแกก็กลับไม่อยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเหมือนเดิม

พวกคุณนี่มันเห็นแต่เงินเห็นแต่ความสบายจริงๆนะ คนละร้อยล้านวอนต่อเดือน ฮ่าๆ มันไม่เยอะไปหน่อยหรอ

ก็ไม่นี่หน่า แค่นี้มันกระจอกสำหรับแกจะตายไป มันน้อยไปด้วยซ้ำกับการเลี้ยงอีเด็กบ้าๆนั้นไว้ในบ้านพวกชั้นเนี่ย

อย่ามาเรียกน้อยชั้นแบบนั้นนะ!!!”

ทำไมพวกชั้นจะเรียกแกจะทำไม ห๊ะ ไม่อยากให้เรียกก็จ่ายเงินเพิ่มมีสิสักสองร้อยล้านวอนเป็นไง

หึฝันไปแล้วมั้ง พวกคุณแม่ๆ

งั้นแกก็ตามไปเยี่ยมน้องแกในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า หรือโรงพยาบาลได้เลย

ฮ่าๆๆ ขู่หรอคะ คงจะไม่ได้มั้งคะ แหกตาดูกว้างๆนะคะ

ปาร์คบอมโยนกระดาษหนึ่งแผ่นไปทาง แม่ๆของเธอ เมื่อพวกเขาได้อ่านต่างก็ร้องกรี๊ดออกมาเสียงดังลั่นจนเธอต้องอุดหูไว้แน่น

กรี๊ดดดดดดดดดดด กรี๊ดดดดดดดดด แก!!!!”

คงเห็นแล้วสินะคะ พวกคุณไม่มีสิทธิในตัวมินจีอีกต้องไป และจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากชั้นอีก ลาก่อนคุณแม่ๆทั้งหลาย เกลียดจริงเลยพวกเหลือบ ไร

แก กรี๊ดดดดด นังบ้า อีนางทุเรศ อีนังปาร์คบอม แกนังอีเด็กบ้า อีเด็กพ่อไม่รัก

ค่ะ คุณแม่ๆที่น่ารังเกลียดยิ่งกว่า และกำลังจะอดตายไปกับความทุเรศของตัวเอง ลาขาดนะคะ ขอให้ได้ไปอยู่กับคุณพ่อไวไวนะคะ

ปาร์คบอมจัดการญาติทุกคนที่ทำกับน้องของเธอเสร็จ ตัดขาดคนพวกนั้นออกไปจากชีวิต เธอไม่เคยแม้ที่จะก้าวก่ายเรื่องในบ้าน ตั้งแต่เมื่อได้ก้าวออกมาจากบ้านแล้ว

แต่ครั้งนี้แม่ๆทั้งหลายของเธอทำเกินไป ทำร้ายลูกสาวของชายที่ตัวเองบอกว่ารัก ทารุณเด็กตัวเล็กต่างๆนานา มันเกินไป ที่เธอจะอยู่เฉยได้ เมื่อเป็นแบบนี้เธอจะไม่สนับสนุนการเงินและกิจการต่างๆที่เคยช่วยมาตลอดเป็นการให้บนเรียนคนในครอบครัวของเธอ แม้จะไม่เหลือญาติที่มีสายเลือดเดียวกันแล้วก็ตาม เพราะพวกแม่ๆเมียน้อยของพ่อต่างก็ไม่มีลูกให้พ่อของเธอ

แต่พ่อก็ยังคงเลี้ยงดูมาอย่างดี แต่กลับทำกับคนที่พ่อรักได้อย่างเลือดเย็น คงกลัวว่าน้องของเธอจะมาแย่งสมบัติละมั้ง เมื่อเป็นอย่างนั้นก็นอนกอดกองสมบัติที่มันจะไม่วันงอกเงยต่อไปเถอะ เมื่อมันหมดเธอจะไม่วันยื่นมือเข้าช่วยอีกเลย รู้จักที่ใช้แต่ไม่เคยสร้างขึ้นมา รู้จักแต่การเอาเปรียบและคดโกง จงอยู่กับสิ่งเรานั้นที่ตัวเองก่อไปเถอะ………………..


วันแรกที่มินจีเข้ามาอยู่ในบ้าน จีวอนและจุนฮเวต่างก็ให้ความสนใจแต่จะมีก็เพียงแต่ฮันบินคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่เปิดใจรับ แต่ก็ยิ่งฮันบินถอยห่างมินจีก็ยิ่งเข้าหา จนในที่สุดฮันบินก็เปิดใจให้กับมินจี คงเพราะนิสัยของมินจีที่ไปคล้ายกับพี่ชายตัวเล็กของเขาด้วยมั้ง นิสัยที่ชอบมาตื้อให้เล่นด้วย นิสัยที่ชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน และรอยยิ้มเวลาที่ดีใจ หรืออาการงอนเวลาเขาไม่สนใจ ทำให้ฮันบินเปิดใจรับมินจีเป็นพี่สาวอีกคนหนึ่ง

ฮันบินไปเตะบอลกัน

ไปดิพี่

ไปด้วยดิ

ไม่ให้ไปโว้ย จะไปเล่นกันสองคน

ไรวะทำมาหวงนะไอฮันบิน ฉันพี่แกนะโว้ย

นั้นดิพี่จีวอน ทำมางก พี่มินจีเป็นพี่ของพวกผมเหมือนกันนะ อย่ามาหวงดิ

ฮันบินเล่นกันเยอะสนุกดีออกนะ

ตามใจพี่แล้วกัน ไปกันหมดก็ได้

เย้เย้ ไปกันเลยพี่มินจี

 

ภาพเด็กๆที่วิ่งเล่นกันในสนามหน้าบ้านทุกๆวัน  มีเสียงหัวเราะคิกคัก ดังรอดเข้ามาในตัวบ้านเป็นระยะๆ มันช่างเป็นบรรยากาศที่มีความสุขและสดใสภายในบ้านหลังนี้เหลือเกิน แต่ว่าก็ว่าความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ

………………………..

5 ปีต่อมา

เสียงของเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่อายุเพียง 17 ปี กำลังไล่ต้อนเอาคำตอบจากหญิงชราในบ้านหลังใหญ่ที่ตอนนี้กำลังทรุดโทรมไร้การบำรุงรักษา ไม่น่าเชื่อเพียงไม่กี่ปีบ้านที่เคยสวยงามจะทรุดโทรมได้ขนาดนี้

บอกมาว่าลูกของไอแก่ เจ้าของบ้านหลังนี้มันไปอยู่ที่ไหนแล้ว

………….ปังๆ...........

ไม่ต้องขู่นะไม่ต้องขู่ เราจะบอกเดี๋ยวนี้แหละ บอกแล้ว บอกแล้ว อีลูกสาวคนโตมันมารับไปอยู่ด้วยแล้ว รับไปตั้งนานแล้วปานนี้ก็คงโตเป็นสาวแล้ว บอกแล้วก็ปล่อยเราไปเหอะนะ เราไม่มีอะไรจะให้แล้วเงินก็ไม่มี นะพ่อรูปหล่อ

หึ หึ ฉันปล่อย พวกป้าๆไปอยู่แล้ว ก็พวกป้าออกจะน่ารัก สมควรที่จะปล่อยอยู่แล้ว

ขอบคุณนะพ่อหนุ่ม ขอบใจ

แต่ผมลืมบอกว่า ปล่อยนะ ปล่อยให้ไปนรกน่ะ ฮ่าๆ

ยะ อย่.........”

ปัง ปัง ปัง

ลูกปืนวิ่งเข้าเจาะหน้าผากของหญิงชราทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว ไม่ทันได้เอ่ยร้องขอชีวิต เลือดไหลทะลักออกจากแผลกลางหน้าผากลงมาตามใบหน้า ผ่านดวงตาที่เบิกกว้าง เหมือนกับทั้งสามคนกำลังร้องไห้เป็นน้ำตาสีเลือด ก่อนที่ร่างจะล้มคว่ำหน้าลงกับพื้น เลือดไหลเปื้อนพรมหนาเป็นวงกว้าง ก่อนที่คนยิงจะเดินออกจากบ้านไปอย่างไม่รีบร้อน ในมือมีรูปถ่ายหญิงสาวคนหนึ่งที่ไว้ผมยาวปะบ่า ผมของเธอมีสีแดงเพลิง ใบหน้าที่ไม่ได้สวยเหมือนสาวๆที่ผ่านในชีวิตเขามากนัก

แต่กลับไม่อาจละสายตาให้ออกจากรูปได้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงรู้สึกว่าคนในรูปมีอะไรที่น่าค้นหา แต่มันก็แค่น่าค้นหา เพราะอย่างไรก็เป็นได้แค่สะพานที่จะพาเขาก้าวเข้าไปสู่แผนทำลายครอบครัวของเธอ ความรักความไว้ใจเป็นสิ่งเปาะบางเสมอ

..........ยินดีที่รู้จัก มินจี…………….. M….

 

 

.........................................

4 ปีต่อมา

            หนุ่มน้อยของบ้านท๊อปทั้งสามคนกำลังรวมหัวกันทำอะไรสักอย่าง และในหัวข้อสนทนามีชื่อของพี่สาวของพวกเขาอยู่ในนั้น

            “ปีนี้เราจะทำอะไรให้พี่มินจี ดีอ่ะ ฮันบิน

            “แล้วพี่ว่าเราจะทำอะไรดีอ่ะ รู้แต่ว่าพี่เขาชอบดูรูปเรือนกระจก แล้วตอนที่ไปเยี่ยมที่คอนโดนะในห้องก็มีช่อดอกกุหลายสีขาว เก็บไว้เต็มห้องเลย และเคยบอกว่า

 

            ………ฮันบินถ้าพี่เรียนจบนะ พี่จะสร้างเรือนกระจก แล้วก็จะปลุกดอกกุหลาบสีขาวไว้ภายในด้วย แล้วเรามานอนดูดาวด้วยกันนะ มานอนเล่นท่ามกลางดงกุหลาบคงจะมีความสุขพิลึก............

            ...........โหยทำมาพูดดีไปพี่ ผมไม่นอนกับพี่หรอก ผมจะเก็บไว้นอนดูกับคนที่ผมรัก แล้วพี่ก็นะรีบหาแฟนได้แล้ว จะได้มีคนมานอนดูดาวด้วย ไม่ใช่ไปไหนก็ลากผมไปด้วยแบบนี้ แล้วเมื่อไรผมจะตามหาพี่ชายผมเจอสักทีอ่ะ.................

            ………ใครลากนายไปไหนมาไหนกัน มีแต่ฮันบินนั้นแหละเวลาพี่ไปไหนก็ค่อยจะตามไปด้วยตลอดจนจะขึ้นคานก็เพราะนายนั้นแหละ ไหนยังจะมีจีวอน กับจุนเน่อีกนะที่ผลักกันมาคุมตลอด ใครกันแน่ที่จะหาแฟนไม่ได้ เชอะ

 

            “เห้ยจริงดิ พี่ฮันบิน

            “งั้นเรามาสร้างเรือนกระจกกันไหม เพราะอีกสองปีพี่มินจีก็จะเรียนจบจะกลับมาอยู่บ้านแล้ว

            “ดีเลยเป็นของขวัญวันเกิด เป็นของขวัญวันจบปริญญาด้วย

            ฮันบินกล่าว แล้วจุนฮเวก็พยักหน้าเห็นด้วย

            “แต่ว่าสร้างมันตั้งสองปี แล้วปีนี้จะให้อะไรอ่ะ

            “งั้นเอางี้ดีกว่า ฉันเตรียมไว้นานแล้วแหละ ที่เหลือก็แค่ตบแต่ง

            ทั้งสามคนก็สุ่มหัว ซุบซิบ กันเบาๆ แล้วก็หันมาพยักหน้าให้กันและกัน

            “งั้นก็ดีเลย แต่แกกับเน่ก็จะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศปีหน้า ใช่ไหมฮันบิน

            “ใช่แล้วพี่ แล้วพี่จีวอนก็ต้องเป็นคนดูแลพี่มินจีแทนผมกับพี่ฮันบินด้วย ไม่งั้นโดน

            “งั้นเดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็ไปนอนกับพี่มินจีกันดีกว่า ก่อนวันเกิดพี่เขาหนึ่งวัน วางแผนๆ

           

 

            ทั้งสามคนสุ่มหัวกัน วางแผนเซอร์ไพรส์วันเกิด พี่สาวที่น่ารักของพวกเขาอีกรอบ พี่สาวที่เป็นเหมือนกับพี่ชายตัวเล็กๆ ที่เราเขาไม่สบายใจทุกข์ใจก็เข้าไปหาไปกอดไปหอมไปฟัด ไปแกล้งหรือไม่ก็ขอให้พี่สาวตัวเล็กคนนี้ร้องเพลงให้พวกเขาฟัง

            พวกเขารักพี่สาวคนนี้มากๆ จำได้ว่าตอนเด็กพวกเขาจะแอบเขามานอนกับพี่สาวเสมอ จะค่อยมาอ้อนมาแกล้ง แต่คนที่จะติดพี่สาวมากและหวงที่สุดก็น่าจะเป็นฮันบิน เพราะเขาจะคอยตามประกบไม่ว่าจะไปเรียน ไปเที่ยวก็จะควงกันไปตลอด ฮันบินยอมเรียนโฮมสคูลอย่างหนักเพื่อเทียบชั้นให้ได้เรียนพร้อมกับพี่สาวของเขา ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน อยู่ห้องเรียนเดียวกันทั้งที่อายุห่างกันเกือบ4ปี และตอนนี้ฮันบินก็เรียนอยู่ที่มหาลัยใกล้กับมหาลัยของพี่สาวที่เป็นมหาลัยสตรี ถ้าไม่ใช่มหาลัยสตรีมีหวังมันคงตามไปสอบเข้าคณะเดียวกันไปเรียนด้วยกันแน่ๆ ก็เลยไม่แปลกที่คนจะมองว่าทั้งคู่เป็นคู่รักกัน เพราะฮันบินจะค่อยไปรับไปส่งพี่สาวของเขาทุกวัน

            และยังแอบไปอ้อนขอนอนด้วยบ่อยๆทั้งที่ห้องก็อยู่ในคอนโดเดียวกัน ถึงได้บอกว่ามีแต่คนคิดว่าเป็นแฟนกัน ก็เล่นตัวติดกันขนาดนั้น แต่ไม่ใช่ว่าฮันบินจะติดพี่สาวฝ่ายเดียวนะ แต่มินจีเองก็ติดน้องชายมากเหมือนกัน มินจีตอนแรกไม่กล้าเล่นกับใครเลย กลัวทุกคน แต่ยกเว้นกับฮันบิน  ถึงจะโดนมองด้วยสายตาเย็นชา มินจีก็ไม่กลัวเลยกลับเดินเข้าไปหาขอให้มาเล่นด้วยกัน เพราะอาจรู้สึกว่าฮันบินสามารถปกป้องเธอได้ เวลาเธอกลัวหรือตกใจก็จะใช่หลังของฮันบินเป็นกำบังเสมอ ประมาณว่าพี่ติดน้อง น้องติดพี่ตลอด

            แต่มันก็ดีที่มันกลายเป็นเหมือนกำแพงปกกันทั้งคู่จากพวกที่จะเข้ามาจีบ มาจับพวกเขาเพราะคิดว่าพวกเขาเป็นแฟนกัน

            ............................

            ทั้งสามคนขับรถมาถึงคอนโดของมินจี เสร็จรีบก้าวเข้าไปในคอนโด วิ่งแข่งกันว่าใครจะไปขึ้นหน้าห้องเป็นคนแรก

            เห้ยไรวะ พวกแกขี้โกงนี่ ฉันเป็นคนขับนะเว้ย ก่อนแพ้ตลอดดิ พวกนิสัยขี้โกง

            จีวอนได้แต่ค่อนขอดในใจ เพราะน้องๆวิ่งแข่งกันเข้าไปหาพี่สาวเขาหมดแล้ว ปล่อยเขาเอารถไปจอดคนเดียว จีวอนเลยมาถึงเป็นคนสุดท้าย โดยมีจุนเน่ และฮันบินยืนหัวเราะเขาอยู่

            ฮ่าๆ แพ้ตลอดเลยนะ/ขี้แพ้วะ ฮ่าๆๆๆ

            “พอเลยพวกมึง เห็นพี่เป็นไรกันวะ หัดเคารพกันมั้งดิ

            “มึงน่าเคารพมากกกกก อ่ะ

            “ฮ่าๆ เออจริงของไอพี่บินมัน

            “เออช่างพวกมึง แล้วรีบเข้าไปเหอะ เดี๋ยวคนมองพี่มินจีไม่ดี

            “เออๆ

            ฮันบินลงมือคนเคาะ ประตูห้องเป็นสัญญาณให้คนข้างในรู้ว่ามีคนมา แต่จริงฮันบินก็มีรหัสเข้าห้องแต่อยากจะแกล้งคนให้ห้องเฉยๆ

 

            ......ก๊อก....ก๊อก.....

           

            “ใครคะ เดี๋ยวนะ

 

            พอมินจีเปิดประตูปุ๊ป ฮันบินกับพี่น้องก็โผเข้าไปกอดปั๊ป ทำให้ผู้หญิงตัวเล็กจมหายไปกับอ้อมกอดของเด็กหนุ่มตัวใหญ่ๆสามคน แล้วทั้งสามยังเอาหน้าไป ไปถูๆกับคนเป็นพี่อีกด้วย

            มาทำไม กันเยอะแยะเนี่ย

            “มานอนด้วย เย้เย้

            “ไม่ให้นอน กลับไปเลย

            “ไม่เอาๆ เน่จะนอนด้วย

            “ผมก็จะนอน ไม่ห้ามผมไม่ได้หรอก

            “พี่มินจีจ้า ให้จีวอนนอนด้วยนะครับ

            “คิคิ ก็แค่แหย่เล่น ก็ห้ามยังไงก็นอนอยู่แล้วนี่หน่า

            “เย้ ไชโย ปะ หามพี่มินจีเข้าห้องเลย

            “เฮ้ๆ อย่านะ ฮันบินห้ามจีวอนกับเน่หน่อย

            “ไม่เอาผมช่วยด้วย จัดการเลยพี่น้อง

            “ฮ่าๆ ไอเน่ ไอบินมันไม่ขัดเว้ยจัดการเลย

            ………..ฮ่าๆ.....กรี๊ด.......ไม่เล่นนะ........ย๊า......พวกลิงนี่.......ฮ่าๆๆๆ

            เสียงหัวเราะ ครึกครื้น ดังลั่นห้อง จนดึกเสียงถึงเงียบลง

 

เช้าวันต่อมา มินจีเดินไปปลุกน้องเธอที่นอนอยู่อีกห้องหนึ่ง เหมือนตอนก่อนที่จะย้ายมาเรียนมหาลัย ทุกวันๆมินจีจะตื่นคนแรกมาปลุกสามหน่อ เธอทำหน้าที่นั้นแต่ที่พวกเข้าย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน

เธอเริ่มปลุกจากจีวอนคนแรก เพราะเป็นคนที่ปลุกยากที่สุด และยังเป็นคนที่ซกมกที่สุดคือไม่ชอบอาบน้ำไปเรียน จนมินจีทนไม่ไหวต้องค่อยมานั่งเฝ้าน้องชายตัวแสบคนนี้อาบน้ำทุกเช้า คิดแล้วก็ขำ เด็กซกมกทีสุดในบ้าน และฟันเหยิน แต่กลับเนื้อหอมกับสาวๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าสาวๆไม่กลัวกันสาดของไอน้องฟันเหยินนี้บ้างหรอ จำได้ตอนเด็กๆนะ เธอกลัวมากเลยไม่กล้าเล่นด้วย กว่าจะกล้าเล่นด้วยก็ต้องนาน แต่จีวอนก็น่ารักกับเธอเสมอ  

………..ก๊อก....ก๊อก...

จีวอนตื่นหรือยังอ่ะ สงสัยจะยังไม่ตื่น

ร่างบางของมินจีเด็กไปใกล้กับเตียงนอนคนร่างสูงที่นอนคลุมโปงอยู่ สะกิดที่ร่างสูงเบาๆเหมือนทุกวันที่เคยทำ

จีวอน ตื่นได้แล้ว จีวอน ตื่นนะ

ไม่มีการกระดุกกระดิกต่อเสียงเรียกของมินจี จนสุดท้ายร่างบางหมดความอดทน

ไอเหยินตื่นได้แล้ว!!!”

มินจีเปิดผ้าห่มออกแล้วตะโกนใส่จีวอน แต่ปรากฏว่าไม่มีคิมจีวอน อยู่ในผ้าห่ม และไฟในห้องก็ดับลง มีเดียงเสียงคนร้องเพลงเดินออกมาจากเงามืด มันไม่ทำให้เธอกลัว แต่มันกลับกันมันทำให้เธอร้องไห้ออกมาอย่างตื้นตัน

แซงงิล ชุกคาฮัมนีดา! แซงงิล ชุกคาฮัมนีดา!

ชีกูเอซอ อูจูเอซอ

เชอิล ซารังฮัมนีดา

กดโบดา ทอ กบเก

พยอลโบดา ทอ พัลเก

ซาจาโบดา ยงกัมมาเก

Happy Birthday to You

แซงงิล ชุกคาฮัมนีดา! แซงงิล ชุกคาฮัมนีดา!

กดดาอุน แน ชินกูยา

คุลโก คิลเก ซาราโย

แซงงิล ชุกคาฮัมนีดา! แซงงิล ชุกคาฮัมนีดา!

ชีกูเอซอ อูจูเอซอ

เชอิล ซารังฮัมนีดา

กดโบดา ทอ กบเก

พยอลโบดา ทอ พัลเก

ซาจาโบดา ยงกัมมาเก

Happy Birthday to You

แซงงิล ชุกคาฮัมนีดา! แซงงิล ชุกคาฮัมนีดา!

คัล คัททึน แน ชินกูยา

พุม นาเก ซาเซโย

พยอล คัททึน แน ชินกูยา

ทก โซมยอ ซาราโย

ชุกคาเฮโย

ชุกคาเฮ

แซงงิล ชุกคาเฮ

 

แสงสว่างของเทียนบนก้อนเค้ก พร้อมกับน้องชายทั้งสามคนของเธอเดินเข้ามา ไม่ว่าจะกี่ปีตั้งแต่เข้ามาอยู่ด้วยกัน พวกเขาต่างก็ให้ความสำคัญกับเธอเสมอ

…………..ฮึกๆ........ฮื้นๆ.......

ขอบคุณนะ ฮึกๆ ขอบใจ ฮื้อๆ อึก

ฮันบินเข้ามาหาพี่สาวของเขาก่อนจะกอดไว้หลวมๆ โยกตัวไปมา จีวอนที่ถือเค้กอยู่ก็วางเค้กลง แล้วเขากับจุนเน่ก็เดินเข้าไปกอดพี่สาวด้วยทั้งสามกอดกันเป็นก้อนกลมๆ โดยมีฮันบินคอยปลอบโยน

อะไรเนี่ยขี้แยจัง เดี๋ยวไม่สวยนะ ไม่ร้องนะพี่ ไม่ดีใจหรอพวกผมมาเซอร์ไพร์สวันเกิดนะ ไม่ได้ให้มาร้องไห้

ใช่วันนี้วันเกิดทั้งที อย่าร้องไห้สิ มารับคำอวยพรจากผมดีกว่ามาเร็ว ฟังนะ

 “สุขสันต์วันเกิดครับ พี่สาวของผม ขอให้สวยขึ้นกว่านี้นะจะได้ไม่ขึ้นคาน ฮ่าๆๆ

……ฟอด...........

จีวอนจะทำลายบรรยากาศด้วย การอวยพรวันเกิด และหอมแก้มพี่เขาเบาๆ ก่อนจะถูกตีเข้าที่แขน แรงๆ ข้อหาหมั่นไส้ที่ว่าเธอไม่สวยแล้วจะขึ้นคาน

ย๊า!!! คิมจีวอน นายว่าใครไม่สวย แล้วใครขึ้นคานห๊ะ เดี๋ยวโดนหรอก

เดี๋ยวโดนไรอ่ะพี่ มีตีผมมาแล้วนะ แล้วใครว่าพี่สาวผมไม่สวยกันไม่มี๊ ไม่มี ผมบอกว่าให้สวยขึ้นตังหาก ฮ่าๆๆๆ

นี่หลบไปเลยไอพี่เหยิน ผมจะอวยพรวันเกิด พี่มินจี

จุนฮเวดันหน้าจีวอนออกไปพ้นทางก่อนจะเข้ามา อวยพรวันเกิดพี่เขาบ้าง

ขอให้สูงขึ้นกว่านี้นะพี่ ผมขี้เกลียดก้มหน้าลงไปคุยด้วย แล้วรีบหาแฟนเร็วๆ อย่างที่ไอพี่จีวอนมันบอกด้วย ฮ่าๆๆๆ

………ฟอด..............

อวยพรเสร็จจุนฮเวก็เดินไปหอมแก้มพี่สาวเขาเบาๆ แล้วหันไปแทคมือกับจีวอนแล้วปล่อยหัวเราะเสียงดัง มินจีอดยิ้มให้กับความกวนของสองคนนี้ไม่ได้ เธอมีความสูขจริงๆ

ฮ่าๆๆๆ เน่มึงทำดีวะ ฮ่าๆ

………ผลั๊กๆ.............

ก่อนจะเงียบลงหลังโดนตบที่กระบาลคนละทีสองที่ และตามด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของมินจี

โอ้ย.......... ……….ฮ่าๆ……..

ไอเหี้ยบิน/ไอพี่บิน

ตบพวกกูทำไมเนี่ย

วันนี้วันอะไร

ก็วันเกิดพี่มินจีไง

แล้วพวกมึงต้องทำอะไร

ก็อวยพรวันเกิดไง

แล้วเมื่อกี้พวกมึงทำอะไร

ก็อวยพรวันเกิดไง

แล้วอวยพรบ้านพร่องงง..... มึงหรอ คนที่ได้รับพรมึงหน้าหงิกเชียว

มึงก็เครียดไปได้ โว๊ะ เซ็ง

พอๆ ไม่ต้องเถียงกันหรอก พี่ไม่ถือ แล้วฮันบินจะอวยพรอะไรพี่ล่ะ

ก็อยู่กับพวกผมไปนานๆนะ มีความสุขมากๆนะพี่ แล้วก็อย่างเพิ่งมีแฟน ผมหวงพี่สาวผม

…………….ฟอด.....................

หลังจากทั้งสามอวยพรเสร็จกันหมดแล้วก็เดินมาล้อมตัวมินจีไว้แน่น โยกตัวไปมาเป็นวงกลม ก่อนจะตะโกนแข่งกัน

รักนะกงมินจี พี่สาวสุดสวย ของพวกผม

รักเหมือนกันน้องชายสุดหล่อของพี่

พูดเสร็จก็เขย่งขึ้นหอมแก้มทุกคนเป็นรางวัลที่ทำให้วันนี้ของเธอเป็นวันที่มีความสุข แต่พวกตัวแสบได้หอมจากพี่สาวเป็นรางวัลก็ดีใจกันใหญ่ แย่งกันเข้ามากอดพี่สาวตัวเล็กของพวกเขา แล้วเสียงหัวเราะสนุกสนานก็ดังลั่นห้องอีกครั้ง......................

ทุกครั้งที่มีการฉลองวันเกิดให้มินจี มันมักจะเรียกน้ำตาของเธอให้ไหลอาบแก้มตลอด เพราะมันทำให้รู้ว่าเธอเป็นที่รักและถูกใส่ใจจะคนในครอบครัวนี้เสมอ และเธอก็รักพวกเขามากมายด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรพวกเขาก็จะเป็นที่หนึ่งในหัวใจเสมอ

แล้วก็พี่มีไรจะบอกจริงๆ พี่มี มี

มี มี มีไรอ่ะพี่รีบผมมาเลยดิ โหยช้าอ่ะ

พี่ มีแฟนแล้วอ่ะ

อะไรนะ!!!! มันเป็นใคร!!!” ฮันบิน

อะไรนะะะะะ  เล่ามา เล่ามาเดี๋ยวนี้จีวอน/จุนเน่

พอแล้วๆ ไปแต่งตัวไปเรียนกันได้แล้ว

อย่ามาหนีนะ เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย แล้ววันนี้เราไม่มีเรียนหรอก

นั่งลงเลย เล่ามาก่อน

 “เจอกันยังไงจีวอน

ไปเจอกันที่ไหนจุนเน่

แล้วมันเป็นใคร ฮันบิน

โอ้ย!!!! ใจเย็นได้ไหมอ่ะ กำลังจะเล่าเนี่ย เดี๋ยวไม่เล่าเลย

ก็เล่ามาดิ ใจร้อนนะเนี่ย ไม่เจอกันตอนไหนเนี่ย ไอเน่กูบอกให้มึงตามพี่มินจีดีดีไง

ไรผมก็ตามตลอดนะ นู้นโทษพี่ฮันบินดิ มันอะเรียนห้องเดียวกับพี่มินจี

หยุดไม่ต้องมามองแบบนั้นเลย กูตามตลอดไม่เคยคลาดสายตา ยกเว้นตอนเข้าห้องน้ำ

มึงเลยได้พี่จีวอนไม่เคยช่วยน้องตลอดอ่ะ มึงนั้นแหละ มึง มึงเลย

โอ้ยเพราะงี้ไงเลยไม่อยากบอก ไม่บอกแล้วเถียงกันต่อไปนะ ไปข้างนอกแล้ว

โอ๋ๆนะ ไม่เถียงแล้ว เล่านะ เล่าบนรถก็ได้นะนะจีวอน

ผมไม่เถียงกับพี่จีวอนแล้วก็ได้ เล่านะจุนเน่

ไม่ถามแล้วเล่ามาก็พอ ว่ามันเป็นใครฮันบิน

คืองี้นะ

เดี๋ยวอย่างเพิ่งเล่า

อะไรอีกเนี่ยคิมจีวอน ห๊ะ

ก็ค่อยไปเล่าบนรถเดี๋ยวสายอ่ะ

หืมก็ได้

ไปไอฮันบิน ไอเน่ไปอาบน้ำเตรียมตัว

ทั้งสามคนแยกย้ายกันไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมารอที่รถ โดยที่จีวอนทำหน้าที่ขับรถ นั่งคู่กับจุนเน่ และฮันบินกับมินจีนั่งข้างหลัง.............

เอาล่ะเล่ามาได้แล้ว ผมอยากรู้แล้วฮันบินพูดแล้วหันมองหน้าพี่สาว แล้วอีกสองคนก็พูดขึ้นพร้อมกัน

ผมด้วย ผมด้วยจีวอน/จุนเน่

คือว่า เขาชื่อมาร์ค เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของโรงเรียนข้างๆ พี่รู้จักเขามาสามปีแล้ว

ห๊ะ สามปีได้ไงอ่ะ สามปีก่อนพี่เพิ่ง 16 อ่ะนะ ได้ไงทั้งสามคนพูดขึ้นพร้อมกัน แล้วก็ส่งเสียงเถียงกันไปมา

ไอฮันบิน ทำไมไม่ดูพี่มินจีให้ดีว่ะ ปล่อยไปเจอกันได้ไง

กูไม่รู้ว่าไปเจอกันไง กูก็ดูอยู่ตลอดนะ ไปเจอตอนไหนว่ะ ไอจุนมึงเรียนโรงเรียนข้างๆนี่ มึงต้องรู้จักดิ

ไรวะพี่แม่งโบ้ยมาเฉยเลย เดี๋ยวขอนึกก่อนนะ

นี่สรุปจะเถียงกันใช่ไหม งั้นพี่ไม่เล่าแล้วนะ

ไม่เถียงแล้วครับจีวอน

ไม่เถียงฮันบิน

รูดซิปปากจุนเน่

ถ้าเถียงอีกจะไม่เล่าแล้วนะ

ไม่เถียงแล้วคร๊าบ/โอเค/หืมๆ

เด็กสาวเริ่มเล่าถึงคนรัก นึกย้อนไปวันที่เจอกัน เธองอนฮันบินที่ไม่ยอมพาไปซื้อกีตาร์ โดยให้เหตุผลว่า

พี่จะเล่นเป็นทำไม ให้ผมเล่นแล้วพี่ก็ร้องเหมือนเดิมนั้นแหละ ถ้าพี่เล่นเป็นแล้วผมจะทำอะไรอ่ะ

ก็นายก็หัดร้องเพลงสิ

งั้นผมร้องเป็นพี่ค่อยไปซื้อกีตาร์แล้วกัน

หืม ก็ได้

เธอทำทีเหมือนรับปาก แต่จริงพอตกเย็นก็รีบปีนหนีไปโรงเรียนข้างๆ เพราะรู้ว่าฮันบินต้องตามหาเธอแน่ๆ จนไปเดินไปถึงบริเวณสระว่าย

............ช่วยด้วย..........ช่วยด้วย............

 ก็ได้ยินเสียงของผู้ชายที่กำลังขอให้ช่วย ตะเกียดตะกายขึ้นมาเหนือน้ำ ก่อนที่จะค่อยๆจมลง

........ช่วย........ด้ว.............

มินจีไม่รอช้า กระโดดลงไปในสระว่ายน้ำลากร่างของผู้ชายคนนั้นขึ้นมาบนพื้นน้ำก่อนจะพยายามลากขึ้นมาที่ขอบสระอย่างยากลำบาก แต่สุดท้ายก็สำเร็จ เธอนั่งหอบหายใจอยู่ข้างๆ แต่ผู้ชายคนนี้ก็ยังไม่ไหวติง เธอจึงเรียกและก็ตบใบหน้าเบาๆ แต่เขาก็ยังไม่กระตุกระดิก

คุณ คุณ คุณตื่นสิ

แต่ร่างของผู้ชายก็ยังไม่ไหวติง ทำให้มินจีตัดสินใจปลดกระดุมเสื้อของเขาออก แล้วก็อ้าริมฝีปากเขาออกเพื่อดูว่ามีอะไรติดค้างอยู่ภายในหรือเปล่า ก่อนจะดันท้ายทอยของเขาขึ้น บีบริมฝีปากของเขาออก แล้วประกบปากดันลมเข้าไปภายในปากสองสามครั้ง จนอีกคนก็สำลักน้ำออกมา

ขะ ขอบคุณครับ ที่ ช่วยผม

ไม่เป็นไรคะ งั้นฉันไปนะคะ

เดี๋ยวผม เอ่อ สะ เสื้อคุณเปียกครับ แล้วๆ มันก็

อะไรคะ มันอะไร

มันเห็นข้างในชัดแจ๋วเลยครับ

ว๊าย

มินจีรีบหยิบกระเป๋าขึ้นมาบังตัวเองทันที แล้วทำท่าจะเดินหนีไป แต่อีกคนก็คว้าแขนไว้พร้อมกับไปหยิบเสื้อนอกของเขามาคลุมตัวให้หญิงสาว

ใส่เสื้อผมไว้นะครับ แล้วเดี๋ยวเราไปซื้อเสื้อตัวใหม่ด้วยกัน

ไม่เป็นไรคะ ขอบคุณ เดี๋ยวฉันกลับบ้านเลยดีกว่า

ไม่ดีมั้งครับ กลับไปสภาพนี้ ที่บ้านคงเป็นห่วงแย่

ให้ผมตอบแทนนะครับ นะครับ

เอ่อ ก็ได้คะ แต่ว่าแป๊ปเดียวนะคะ เพราะว่าเดี๋ยวคนที่บ้านจะเป็นห่วง

ครับแป๊ปเดียว งั้นไปกันเลยนะครับ

พอเขาฟื้นขึ้นมาก็ขอบคุณเสียยกใหญ่ แถมยังพาไปซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่แล้วก็กีตาร์ด้วย ตั้งแต่นั้นมาเราก็ติดต่อกันมาตลอดเลย และที่ฮันบินไม่รู้ก็เพราะ พี่จะไปเจอเขาตอนไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็ตอนที่ฮันบินไปเล่นบาสกับเพื่อนนั้นแหละ

อ่ะ มันอย่างนี้นี่เอง ต่อไปพี่ก็อย่าหวังไปห้องน้ำคนเดียวเลย

ฮันบิน อย่าทำอย่างนี้สิ นะพี่ขอ เป็นของขวัญวันเกิดพี่ก็ได้

ก็ได้ถ้า มันรักพี่จริงผมจะยอมก็ได้ ถ้าพี่สาวผมมีความสุข ผมก็ไม่ห้ามหรอก แล้วไอเหยินกับไปเน่ก็คงไม่ห้ามเหมือนกัน แต่ผมขอถามอีกคำ ดอกไม้ในห้องพี่ก็เป็นของมันด้วยใช่ไหม

ใช่ เป็นของเขาทั้งหมดเลย เขาจะส่งมาให้ทุกวันเป็นเวลา ปีหนึ่งแล้วตั้งแต่เราเริ่มคบกัน เขาบอกพี่ว่า สีขาวมันก็เหมือนกับพี่ ที่มีทั้งความบริสุทธิ์ และอาจถูกเขาทำให้แปะเปื้อน แต่เขาจะพยายามรักษาความบริสุทธิ์ของสีขาวไว้ จนกว่าเวลาจะมาถึง เขาอยากรักษาสีขาวและช่วงเวลานี้เอาไว้ให้นานที่สุด และเขายังอยากเจอครอบครัวเราด้วยนะบอกว่าอยากมาบอกพี่บอมและพี่ท๊อปว่าเขาคบกับพี่ด้วยความจริงใจ

หืม พวกผมเข้าใจแล้ว พวกผมรักพี่นะ ผมไม่กล้าทำร้ายรอยยิ้มของพี่หรอก แต่ก็อยากให้พี่รู้ว่าผู้ชายไม่ได้ดีแล้วก็รักพี่เหมือนพวกผมทุกคน ยังไงก็อย่าไว้ใจมันมากนะ ผมรักพี่

พี่ก็รักพวกเราที่สุด และจะรักตลอดไป ไม่มีใครมาแทนที่พวกนายได้หรอก นายคือครอบครัวของพี่และจะเป็นตลอดไป

งั้นฮันบิน แกปิดตาพี่มินจีเลยจีวอน

จัดเลยๆ ไอพี่บิน

เฮ้ย ฮันบินจะทำอะไรพี่อ่ะ อย่านะ

เสร็จผมล่ะ โทษฐานที่ปิดบังพวกผมมาสามปี พี่ต้องโดน

นี่วันเกิดพี่นะ ไม่ยกเว้นกันหน่อยหรอ ฮันบินปล่อยพี่นะ

ไม่ปล่อยๆ พี่ต้องได้รับโทษ ไม่มีการยกเว้น

ฮ่าๆๆ เสร็จพวกผมล่ะจีวอน

โยนน้ำๆ จัดการเลยจุนเน่

แล้วสุดท้ายฮันบินก็จัดการจับมินจีโยนลงทะเล แล้ววิ่งตามลงเล่นด้วยกันทั้งพี่และน้อง จนรู้สึกเหนื่อยก็พากันขึ้นมานั่งเล่นที่หาดทราย สักพักฮันบินก็เดินไปหยิบกีตาร์ขึ้นมาร้องเพลง โดยมีจีวอนและจุนฮเวร้องคลอตามไปด้วย มันทำมินจีอดแปลกใจไม่ได้เพราะฮันบินเป็นคนที่ร้องเพลงพร้อมกับดีดกีตาร์ไม่ได้ แต่ครั้งนี้น้องทำได้ แล้วก็เพราะซะด้วย เธอนั่งฟังน้องๆ ร้องเพลงเล่นกันอย่างสนุกสนานจนตะวันลับขอบฟ้า เด็กๆพวกนี้ก็พากันลุกแล้วดึงเธอให้เดินตามไปแล้วก็ปิดตาเธอด้วยผ้า ยัดเธอเข้าไปในรถ

จะพาไหนอีกเนี่ย ไม่เหนื่อยหรือไงเล่นกันทั้งวัน

ไม่เหนื่อยหรอกครับ หากทำเพื่อพี่อ่ะ ฮิ้วจีวอน

เยอะ!!!! เพราะแบบนี้ไงพวกกูถึงไม่ค่อยเคารพมึง

ฮ่าๆ พอแล้วอย่าว่าจีวอนเลย แล้วสรุปจะไปไหนล่ะ

เหอะน่าพี่ เดี๋ยวถึงแล้วจะหายเหนื่อยเองแหละฮันบิน

ใช่พี่ แล้วพี่จะบอกว่าชอบ แล้วจะขอบคุณพวกผมจุนเน่

ให้จริงเหอะ ถ้าไม่เป็นอย่างที่พูดนะ

รับประกันพี่จะชอบฮันบิน

รถของทั้งสามคนมาจอดลงที่แห่งหนึ่ง ที่อยู่ติดกับทะเลฮันบินค่อยๆ แกะผ้าผูกตาออกจากหน้าพี่สาวเขา ภาพค่อยๆชัดขึ้นเมื่อตาของมินจีปรับสภาพได้ ขาเล็กๆขยับก้าวเข้าไปหาอย่างช้าๆ เหมือนกำลังหลงใหลสิ่งตรงหน้า จนมาหยุดอยู่หน้าสิ่งก่อสร้างสิ่งหนึ่ง ที่สวยที่สุด สวยกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้ ที่นี่ประดับประดาด้วยดวงไฟเล็กระยิบระยับ แสงไฟดวงเล็กๆสะท้อนตัดกับเกลียวคลื่นที่วิ่งเข้าฝั่งเห็นเป็นริ้วๆช่างเหมือนกับทะเลสีดำกำลังเต้นรำกับแสงไฟ ดอกกุหลาบสีขาวถูกประดับแซมไปทั่วทุกที่ มันสวยจนมินจีอดยิ้มออกมาอย่างตื่นเต้นไม่ได้ เธอเดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนมาถึงห้องหนึ่งติดกับทะเล ห้องนี้ถูกสร้างให้ยื่นเข้าไปในทะเล ห้องทั้งห้องสร้างขึ้นมาด้วยกระจกใส มันเหมือนกับเรือนกระจกในทะเลเลย สวยและสามารถมองเห็นเห็นท้องทะเลยามคำคืนที่กระทบกับแสงไฟที่ถูกตกแต่งไว้ มันสวยจนบรรยายไม่ได้ และยังเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน ที่มีดวงดาวพราวระยิบกำลังส่องแสงแข่งกับดวงจันทร์ เหมืนนที่เธอเคยวาดฝันไว้เลย

ชอบไหมล่ะ ชอบจนเคลิ้มเลยดิ

ชอบมากเลย ขอบคุณนะ แต่ว่านี้บ้านใครหรอ

บ้านใครดีน้า บ้านพี่นั้นแหละสุขสันต์วันเกิดนะ ขอให้มีความสุขมากๆ

จริงหรอ ขอบคุณน้า รักพวกนายมากๆเลย

แล้วหญิงสาวก็กระโดดเข้ามากอดน้องๆ หลังจากเธอเห็นของขวัญจากตัวแสบพวกนี้ ตั้งแต่เธอได้มาอยู่ในครอบครัวของพี่บอม เธอได้รับการดูแลอย่างลูกสาวคนหนึ่ง ได้รับการดูแลที่มากกว่าน้องสาวแต่เป็นเหมือนกับลูกสาวตัวเล็กของครอบครัว ทุกคนต่างรักและใส่ใจเด็กหญิงตัวน้อยมาก ไม่เว้นกะทั้งสามหน่อของบ้าน ที่รักและหวงพี่สาวมากมาย ไม่เคยจะให้พี่สาวตัวน้อยได้ออกไปไหนมาไหนคนเดียว แต่เมื่อเธอมีความรักพวกน้องก็ไม่เคยจะขัดมีแต่คอยเตือนว่าอย่ารักมากเกินไป แล้วยิ่งฮันบินจะคอยถามตลอดว่าเป็นยังไงมีความสุขไหม ไม่เคยจะทิ้งให้เธอทุกข์ใจคนเดียวเลย 

จนปีต่อมา ฮันบินและจุนฮเวใกล้จะเตรียมตัวไปเรียนต่อต่างประเทศ มินจีก็ได้โทรมาขอให้ฮันบินพาไปบ้านเธอที่ติดกลับทะเล

.............ติ๊ด......ติ๊ด............

ฮาโหลครับ พี่

ฮันบินว่างไหม อยู่ห้องหรือเปล่า

ว่างครับ กำลังเตรียมของไปเรียนต่อครับ

ฮันบินช่วยพาพี่ ไปบ้านที่ทะเลหน่อยสิ

ไปตอนนี้หรอครับ หืมพี่มีอะไรหรอเปล่า

ไม่มีหรอก แค่อยากไปดูก็ฮันบินไม่พาพี่ไปตั้งนานแล้วนี่ พาไปหน่อยนะ เอากีตาร์ไปด้วยนะ

หืมก็ได้ครับ ให้ชวนคนอื่นไหม

ไม่ต้องหรอก พี่อยากไปกลับฮันบินสองคน

พี่ไม่เป็นอะไรจริงนะ ผมเป็นห่วงนะเนี่ย เดี๋ยวผมรีบไปหาเลย รอแป๊ปเดียว

ฮันบินรีบวิ่งลงบันไดมาอย่างรวดเร็ว พอมาถึงหน้าประตูก็รีบกดรหัสเข้าห้องไปหาพี่สาวของเขา

พี่ๆ พี่เป็นอะไร

พี่ไม่เป็นอะไรหรอก ไปกันหรือยัง

ไปสิพี่

ฮันบินเดินมองตามหลังของพี่สาวไป ก่อนจะพากันไปที่รถ ตลอดทางที่ขับออกมามินจีไม่พูดอะไรเลยได้แต่นั่งเงียบๆ หรือจะมีก็แค่เสียงหืม เป็นการตอบรับเวลาที่ฮันบินถาม ซึ่งมันเป็นเรื่องแปลก เพราะปกติ มินจีจะชวนเขาคุยตลอด ไม่เคยที่จะเงียบแบบนี้

และพอมาถึงบ้าน เธอเดินสำรวจไปทั่วบ้าน มือสัมผัสไปทั่วบ้านเลย เหมือนกับว่าจะจดจำมันไว้ในความทรงจำตลอดไปงั้นแหละ จนมาถึงห้องกระจกที่ยื่นไปในทะเล เธอก็นั่งลงเอาขาห้อยลงไปใน ก่อนจะบอกให้ฮันบินช่วยไปหยิบกีตาร์ที่เธอรักมาด้วย และขอให้ฮันบินร้องเพลงนี้ให้เธอฟัง Linkin Park - Shadow Of The Day (Cover by Boyce avenue)

ทำไมถึงให้ร้องเพลงเศร้าแบบนี้ พี่มีอะไรหรือเปล่า บอกผมมาเถอะ พี่

ไม่มีอะไรหรอก พี่อยากฟังน่ะ

พี่ผมไม่เชื่อ บอกผมมาเถอะ

ไม่มีอะไรจริงๆ ฮันบิน พี่อยากฟังฮันบินร้อง เผื่อจะไม่ได้ฟังอีก

แล้วทำไม่จะไม่ต้องฟังอีกหล่ะ พี่จะไปไหน พี่เป็นอะไร

ก็ไม่เป็นอะไร ก็ไม่นานฮันบินก็ไปเรียนต่างประเทศแล้วพี่ก็กลัวว่าฮันบินจะไม่ค่อยมีเวลาให้พี่ไง เดี่ยวพี่ไม่ได้ฟังเพลงที่ฮันบินร้องให้ฟังอีกไง คิดมากไปได้เด็กบ้า

มินจียื่นมือไปโยกหัวฮันบินไปมา ก่อนจะร้องขอให้ฮันบินร้องเพลงให้ฟัง แล้วสุดท้ายเขาก็ร้องมันออกมา นิ้วมือค่อยๆดีดเสียงดนตรีออกมาเป็นจังหวะทำนอง ก่อนที่เสียงเศร้าๆปนแหบจะขับร้องมันออกมา พร้อมกับมินจีที่นั่งร้องขยับปากร้องตาม

            ฉันปิดล็อคทั้งสองใต้หน้าต่าง

            ปิดม่านทั้งสองแล้วหันหนีไป

            บางครั้งการแก้ไขก็ไม่ได้ง่ายนัก

            บางครั้งการจากลาก็เป็นเพียงหนทางเดียว

            และดวงตะวันจะตกดินเพื่อเธอ

            ดวงตะวันจะตกดินเพื่อเธอ

            และเงามืดของวัน

            จะโอบกอดโลกทั้งใบให้กลายเป็นสีเทา

            และดวงตะวันจะตกดินเพื่อเธอ

ในการ์ดและดอกไม้ที่ริมหน้าต่างของเธอ

เพื่อนๆของเธอต่างอ้อนวอนขอให้เธออยู่ต่อไป

บางครั้งการเริ่มต้นก็ไม่ง่ายนัก

และบางครั้ง การจากลาก็เป็นเพียงหนทางเดียว

และดวงตะวันจะตกดินเพื่อเธอ

ดวงตะวันจะตกดินเพื่อเธอ

และเงามืดของวัน

จะโอบกอดโลกทั้งใบให้กลายเป็นสีเทา

และดวงตะวันจะตกดินเพื่อเธอ

และเงามืดของวัน

จะโอบกอดโลกทั้งใบให้กลายเป็นสีเทา

และดวงตะวันจะตกดินเพื่อเธอ

และเงามืดของวัน

จะโอบกอดโลกทั้งใบให้กลายเป็นสีเทา

และดวงตะวันจะตกดินเพื่อเธอ

 

            เสียงดนตรีค่อยๆจบลง มินจีก็หันไปมองหน้าน้อง แล้วเริ่มพูดกับเขา

            “ฮันบิน นายรู้ไหมกุหลายสีขาว หมายถึงรักที่บริสุทธิ์ด้วยนะ นายว่าความรักของพี่ที่มีให้พวกนายมันเป็นรักที่บริสุทธิ์ไหม

            “ไม่รู้สิพี่ ก็คงจะบริสุทธิ์มั้งพี่ ก็พี่ไม่เคยต้องการอะไรตอบแทนกลับนี่นะ

            “หืมก็จริง แล้วนายละอยากมีรักที่บริสุทธิ์หรือ รักนิรันดร์กันล่ะ

            “ผมหรอ ผมก็อยากมีรักที่มั่งคงและก็ไม่เสื่อมคลายมั้งพี่

            “งั้นนายก็คงเหมือนกับดอกกุหลาบสีดำมั้ง ที่หมายถึงรักนิรันดร์

            ฮันบิน รักพี่ไหม นายจะโกรธพี่ไหมหากพี่ทำผิด นายจะให้อภัยได้ไหม

            “ผมรักพี่ ผมไม่โกรธหรอก แล้วก็ไม่มีทางที่จะไม่ให้อภัยคนที่ผมรักด้วย

            “จริงนะ ขอบคุณ แล้วนายจะไปเมืองนอก เดือนหน้าใช่ไหม

            “ใช่พี่ พี่ลืมหรอไงเนี่ย เดี๋ยวผมงอนนะ

            “ฮ่าๆ ไม่ได้ลืมแต่กลัวนายเลื่อนไม่บอกพี่ไง

            “ผมจะไม่บอกพี่ได้ไงเล่า ผมรักพี่จะตาย คิดถึงจะตาย

            “งั้นก็คิดถึงพี่เยอะๆนะ เวลาที่พี่ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ อย่าใจร้อนนะ อย่าทำร้ายตัวเอง หรือโทษตัวเองนะ สิ่งที่เกิดไม่ได้เกิดเพราะนาย เข้าใจไหม

            “หืม สั่งเยอะจัง ยังไม่ได้ไปซะหน่อย

            “สั่งไว้ก่อน ก่อนจะไม่ได้สั่ง แล้วอีกอย่าง ที่พี่จะขอ ก่อนจะรักใครให้คิดถึงพี่ไว้นะ ว่าไม่มีใครรักพวกนายเท่าพี่ อย่าปล่อยให้ความรัก มาเป็นจุดอ่อนให้เขาเข้ามาทำร้ายครอบครัวเราได้ แล้วถ้ามั่นใจว่าเขาเป็นคนที่ใช่แล้ว ถ้านายรักเขานายจะต้องปกป้องเขาให้ได้ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตนายก็ตาม สัญญากับพี่ได้ไหม

            “พี่นี้พูดอะไรแปลกๆ นะวันนี้ ผมจะรักใครมากกว่าครอบครัวได้ไง

            “งั้นก็สัญญาสิ ฮันบิน สัญญากับพี่

            “หืมผมสัญญา เกี่ยวก้อยกันด้วยมะ

            “ได้ดิมาสัญญากัน ใครผิดสัญญานะ โดนดี

            “ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ผมแน่นอน

            “แต่พี่ไม่แน่

            นิ้วของทั้งสองคนกำลังยื่นเข้าไปที่จะเกี่ยวกัน แต่ยังไม่ทันที่นิ้วทั้งสองจะสัมผัสแนบชิดเสียงดังของบางอย่างก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว

            ....................ปังๆ......ปังๆ........

ร่างบางของมินจีกระโดนเข้าไปพลักตัวน้องชายให้ล้มลง แล้วกอดตัวฮันบินไว้แน่น บังร่างกายของน้องชายไว้จนมิด

            “ฮันบินหมอบ หมอบอย่าเงยหน้านะ

            “พี่อย่าทำแบบนี้ ปล่อยผมสิพี่ เดี๋ยวพี่โดนยิง

            ไม่พี่จะไม่ยอมให้นายเป็นอะไร ต่อให้ต้องตายพี่ก็จะปกป้องนายให้ได้

            “ไม่พี่ ผมไม่ยอมให้พี่เป็นอะไรไปเด็ดขาด

            ฮันบินพยายามดันตัวของมินจีออก พยายามจะพลิกตัวของพี่ออก แต่ก็ไม่มีประโยนช์เมื่อมินจีไม่ยอมปล่อย กอดน้องไว้จนเสียงปืนเงียบลง แต่ดังสั่นของเสียงระเบิดบางอย่างด้านนอกกับดังกึกก้อง

            เสียงรถของรถคนร้ายค่อยๆห่างออกไป มินจีถึงปล่อยมือออกจากร่างของน้องชาย ฮันบินรีบพลิกตัวขึ้นมาดูพี่เขา สายตาของฮันบินเบิกกว้าง มือไม้สั่นไปหมด ลมหายใจติดขัด ภาพของมินจีที่ทั่วทั้งร่างกายที่แต่เลือด และมีแผลที่ใหญ่ใกล้กับหน้าอก เขารีบอุ้มร่างของพี่สาวขึ้นมาแนบอก เพื่อที่จะพาไปโรงพยาบาล แต่พอมาถึงรถ รถของเขากับเป็นเพียงเศษเหล็กที่มีแต่ไฟลุกท่วม รถที่เป็นเพียงความหวังเดียวที่จะพาให้พี่เขาไปถึงโรงพยาบาลอย่างเร็วที่สุด กลับโดนระเบิดไม่เหลือชิ้นดี ฮันบินกำลังจะหมดแรงในหัวมันตื้ดไปหมด คิดอะไรไม่ออกเลย หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจ ความกลัวว่าพี่เขาจะเป็นอะไร หมุนซ้ายหมุนขวา ก่อนจะรีบวางพี่ของเขาลงแล้วจับให้เอาพี่ขึ้นมาขี่หลัง เขากดโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล โทรหาจีวอนและจุนเน่ รอสัญญาณอยู่สักพัก จีวอนก็รับโทรศัพท์ เขารีบบอกให้จีวอนด้วยเสียงสั่นและให้มาหาเขาเร็วที่สุด พยายามกดโทรศัพท์ทั้งทีแบกร่างของมินจีไว้บนหลัง เขารีบวิ่งออกมาหารถด้านนอกที่ถนน แต่ก็ไม่มีรถผ่านมาสักคัน

            แม้ไม่มีรถ แต่ฮันบินก็ไม่ยอมอยู่เฉย และเริ่มจะรู้สึกเจ็บที่บริเวณท้อง แต่เขาก็ยังไม่หยุดวิ่งง่ายๆ เขายังวิ่งต่อไปจนเห็นรถพยาบาลวิ่งเข้ามาใกล้เขาจึงหยุดเรียก เจ้าหน้าที่พยาบาลรีบเอาคนเจ็บใส่รถและทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และจึงหันมาสนใจฮันบิน

            คุณคะ คุณก็โดนยิงนี่คะ มาห้ามเลือดก่อน

            “ผมไม่เป็นไร ดูแลพี่ผมก่อนเถอะครับ

            “ไม่ได้นะคะคุณ เดี๋ยวเสียเลือดมากเกินไปถึงตายได้นะคะ ส่วนพี่คุณเราได้รักษาพยาบาลเบื้องต้นแล้วนะคะ

            ฮันบินจึงยอมให้เจ้าหน้าที่พยาบาลปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วก็ขยับไปใกล้ๆกับร่างของมินจีที่มือกำลังดึงเอาเครื่องช่วยหายใจออก แล้วอ้าปากเค้นเสียงพยายามพูดกับฮันบิน พยายามสูดลมหายใจไปพร้อมกัน

            เมื่อพยาบาลจะห้าม เธอก็ส่งสายตาอ้อนวอนไปให้ พยาบาลจนรู้ดีว่าร่างบางนั้นอาการหนักแค่ไหน จะห้ามก็คงทำไม่ได้เพราะมันอาจจะเป็นคำสั่งเสียของคนไข้ครั้งสุดท้ายก็ได้

            มินจีพยายามที่จะพูดกับฮันบิน แต่เสียงที่ออกมามันช่างยากลำบาก เสียงก็ติดขัดฟังยาก และเหมือนกับการพูดแต่ละครั้งจะทรมานร่างกายของมินจีอย่างมาก แต่เธอก็ไม่หยุดและใครห้ามก็คงไม่ฟัง น้ำตาของฮันบินที่ตอบรับกับมินจีค่อยๆไหลริน น้ำเสียงของเด็กหนุ่มเริ่มไม่มั่นคง ความเจ็บปวดเริ่มทิ่มแทงหัวใจ มองใบหน้าของพี่สาวที่กำลังฝืนทนความเจ็บปวดเพื่อพูดกับเขา แม้เขาจะพยายามห้ามแต่อีกคนก็ไม่ฟัง ยังคงจะพูดต่อไป

"ผะ พะ พี่ ระ ระ รัะ นะ นาย นะ นาย ระ รัก พะ พี่ มะ ไหม"

"พี่ พี่ มะ ไม่ ต้องพูดแล้ว พอแล้วพี่"

"ไม่ ตะ ตอบ พี่ มะ มา ก่อน สิ"

"รักครับ ผมรักพี่ พี่ไม่ต้องพูดแล้วครับ เก็บแรงไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวเราจะ..."

"มะ ไม่ สะ สัญ ญา กับ พะ พี่ สิว่า นะ นาย ต้อง ไม่ รัก ใคร ง่าย ง่าย "

"คะ ครับพี่ ผมสัญญา พี่ไม่ต้องพูดแล้วครับ"

"ขะ ขอบใจ น....."

........................ตื้ด...........................

"พี่!!!!!!!!!"

"พี่!!!!"

พี่มินจี อย่าหลับนะพี่

พี่มินจี ตื่นสิพี่ ตื่นพี่

            ร่างของเด็กหนุ่มเขย่าร่างของมินจีหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ จนเจ้าหน้าที่พยาบาลต้องจับตัวเด็กหนุ่มไว้ แล้วช่วยกันปั้มหัวใจเด็กสาวอีกครั้ง

                                                            พี่มินจี ตื่นสิพี่

                                                            “ตื่นนนนนนน ตื่นสิพี่!!!!!”

            ตะโกนเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ สุดท้ายร่างของเด็กหนุ่มที่เสียเลือดจากการถูกยิงก็ล้มลง ทำให้เจ้าหน้าที่พยาบาลต้องดูแลทั้งสองคนอย่างหนัก

            จนมาถึงโรงพยาบาลร่างของทั้งคู่ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน โดยมีคนในครอบครัวของท๊อปเฝ้าลงอยู่ข้างนอกด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เสียงร้องไห้ของปาร์คบอมและน้ำตาของผู้ชายทุกคนในครอบครัวไหลรินไม่ขาดสาย ใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นพี่เป็นใกล้จะขาดลง เด็กสาวที่กำลังจะอายุครบ 20 ปีในอีกไม่กี่วัน แล้วไหนจะลูกชายที่ทุกคนต่างให้ความหวัง ต้องมาเจ็บแบบนี้ และอาการของเด็กสาวก็น่าเป็นห่วงอยากมาก เมื่อแพทย์บอกว่าให้ทำใจ เพราะกระสุนเข้าจุดที่สำคัญถึงสองแห่ง อาจจะไม่สามารถยื้อชีวิตได้

            ร่างของปาร์คบอมทรุดลงไปกลับพื้น ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เธอรักและทนุทะนอมน้องเธอมาก ไม่อยากให้เจอเรื่องที่เจ็บปวดอีก แต่ก็หนีไม่พ้น เธอยังไม่ได้ฟังคำนี้สักคำจากปากของน้องเธอเลย เธออยากให้มินจีเรียกเธอว่าแม่สักครั้ง อยากให้น้องที่เธอรักเหมือนลูกเรียกเธอออกมาสักครั้ง มันคงเป็นความสุขที่สุดในชีวิต แต่ตอนนี้เธอไม่ต้องการมันแล้ว แค่ขอให้น้องเธอฟื้นขึ้นมายิ้มมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง เธอไม่อยากจะจากกันแบบนี้ ไม่อยากให้ลูกชายของเธอต้องรู้สึกผิดและฝังไปจนตาย หากพี่สาวที่เขารักมากต้องมาจากเขาไปเพราะเขาไม่สามารถปกป้องได้ ได้โปรดขออย่าเป็นอะไรไปนะ ลูกสาวและลูกชายของฉัน ได้โปรดจงปลอดภัยด้วยเถอะ

            ไม่รู้พรของเธอจะส่งผลหรือไม่ แต่เธอก็คงทำได้แค่นี้ เพียงแค่ขอ ขอเท่านั้น

 

……………..

 

            ฮันบิน ตื่นสิ ฮันบิน นอนนานไปแล้วนะ

            เขาได้ยินของใครสักคนกลับเรียกเขาให้ตื่นขึ้น พยายามลืมตาแต่ก็ยากลำบาก มันไม่ยอมลืมขึ้น จึงต้องหลับตาไว้อีกครั้ง ฟังอีกคนพูดกับเขา

            “ไม่ตื่น พี่จะทำรอยรอบหัวใจนายแล้วนะ

            เขาพยายามค่อย ขยับตาเขาขึ้นพยายามกระพริบตามองภาพตรงหน้า มองคนตัวเล็กที่กำลังสัมผัสกับร่างกายเขา ริมฝีปากสวยที่แนบสนิทกับหน้าอกของเขากำลังดูดดึงหน้าอกเขาจนขึ้นสี คนตัวเล็กจะรู้ไหมนะว่าเขาตื่นแล้ว แล้วจะอายขนาดไหนกันนะ หากเขาส่งเสียงออกไป งั้นเขาก็คงต้องแกล้งหลับอีกสักวันแล้วกัน เตรียมตัวรับการฝากรอยอันใหม่ของวันพรุ่งนี้ แต่บอกเลยว่าเขาจะฝากมันกลับไปสองเท่าแน่นอน โทษฐานที่มาปลุกเขาด้วยสัมผัสแบบนี้ กล้าที่จะเป็นฝ่ายรุก ก็ต้องเตรียมใจเมื่อฝ่ายรับหลังจากเขาตื่นแล้วกัน

            แล้วฮันบินก็ค่อยๆหลับตาลงอีกครั้ง พร้อมกลับเสียงเพลงหวานๆที่อีกคนขับกล่อมเขา ตามด้วยรอยสัมผัสหวานๆข้างแก้ม ที่เขาอยากจะกระชากตัวคนตัวเล็กที่ฝากสัมผัสเขา ให้มารับรอยสัมผัสจากเขากลับบ้าง แต่ก็ต้องอดใจไว้ รอคืนพรุ่งนี้ รอเขาหายจากอาการของรอยอดีตของเขาก่อน เขาไม่มีอารมณ์ทำอะไรทั้งนั้น หากมันยังรู้สึกไม่ดีแบบนี้

            แต่ว่า.......มันก็ดีนะที่ได้เห็นความทรงจำเก่าๆ ได้ยินคำสัญญาของพี่ที่เขาสับสนและคิดว่าพี่ไม่อยากให้เขามีความรัก แต่มันไม่ใช่ เขามีสิทธิ์ที่จะรักได้ แต่ต้องปกป้องความรักของตัวเองได้ และ

          ครั้งนี้ผมก็สามารถปกป้องคนที่รักไว้ได้แล้ว แต่ผมจะปกป้องเขาได้แค่ไหนกัน ผมก็ไม่มั่นใจตัวเองว่าผมจะแสดงให้เขาเห็นว่าเป็นคนรัก หรือผมจะอยู่ห่างๆ คอยดูแลเขาดี แต่ก็ขอบคุณนะพี่ ที่คอยอยู่ข้างผม ที่คอยตักเตือนผม คอยรับฟังผม ผมยังคิดถึงพี่เหมือนเดิม พี่สาวของผม กงมินจี

....................

            ……………..ฮันบินพี่อยากจะบอกว่า ความรักความใคร่ของคนสองคนมันอาจจะสำคัญมาก แต่ความรักของครอบครัว ที่มีความสัมพันธ์ที่เกิดจากความผูกพันที่มีให้กันมายาวนาน กับสำคัญและบริสุทธิ์มากกว่า มันเป็นรักที่ยั้งยืนและไม่มีสิ่งไหนมาทำลายได้ พี่รักพวกนายนะ รักของพี่ก็ยังเป็นรักที่บริสุทธิ์ที่มีให้พวกนายเสมอ เป็นรักที่ยังคอยอยู่ใกล้ๆกับพวกนาย ไม่เคยห่างไปไหน ครั้งนี้นายปกป้องคนรักของนายได้แล้วนะ ไม่ต้องรู้สึกผิดกับครั้งนั้นอีก มันไม่ใช่กระทำของนาย พี่จะอยู่เคียงข้างนายเสมอ .................................

 

  “ราตรีสวัสดิ์อีกคืนที่นายยังคงไม่ยอมตื่น หวังว่าพรุ่งนี้พี่จะได้ฟังคำนี้จากปากนายบ้างนะ ฮันบิน

            .....................แล้วพี่จะได้รับมากกว่าคำว่า ราตรีสวัสดิ์จากผมแน่นอน………………..

           
                                                           




..................................
ปล.มันอาจจะไม่เหมือนว่าเป็นอดีตของฮันบินเลยอ่ะนะ

ปล.มันอาจจะไม่เศร้า ไม่อินเราขอโทษ เราไม่อาจจะสื่ออารมณ์ของตัวละครออกไม่ได้มากกว่านี้
ปล.อ่านแล้วเป็นยังไงก็บอกเราด้วยนะ เราพยายามเต็มที่แล้ว

1 เม้น 1 กำลังใจ

1 เฟบ 1 ความผูกพัน

1 โหวต 1 แรงกำลัง

 

 

 

           

 

? iKON  DARK | หมายเหตุ  

1.อ่านแล้วขอกำลังใจ คอมเม้นท์สักนิด ติดแท็กก็ได้  

 

ทวงฟิค @gigtoyou เมาท์ติดแท็ก  #เส้นขนานikon 

 

 

 


ประกาศคนได้ฟิคทำมือตอนนี้ไปแล้วสามคนนะครับในทวิต มาประกาศคนที่ 4กับ5  กัน 123 เริ่ม

งั้นของประกาศคนที่4,5 เป็นคอมเม้นท์ในเด็กดีมั้งนะครับ
คนที่ 5 นะครับ ยินดีด้วยนะครับ



คนที่ 4 นะครับ 



คนที่3  ryohey min  ยินดีด้วยครับ



คนที่ได้ฟิคทำมือฝากข้อความที่อยู่ไว้นะครับ

           


คนที่ 1 เป็นคนที่ทายถูกว่าคนร้ายเป็นใคร


     คนที่  2 เป็นคนที่สกรีม และให้คำแนะนำดีกลับเราเมื่อตอนที่เริ่มเขียนเรื่องนี้แรกๆ



 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

818 ความคิดเห็น

  1. #759 PMSnammy (@PMSnammy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 13:03
    อดีตแต่ละคน ฉันเศร้าาาา
    #759
    0
  2. #561 บีจิน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 22:07
    เราอ่านแล้วมันไม่เศร้าเลยอะ ตัวละครมันไม่อินตามเลย หรือเป้นเพราะไรแต่งคู่บีจินตอนนี้อ่านแล้วไม่อินตามอะ แตตอนอื่นเราชอบบีจินนะ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกก ไรท์น่าจะแต่งให้บีจินหวานมากกกกกกว่านี้ มันเริ่มไม่สนุกแล้วอะ
    #561
    0
  3. #435 สายโหด (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 14:14
    อิแฟนเก่าดงเลวมากกกกกก เกลียด แกทำยังงี้ได้ไง รักกันจริงต้องไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับดงเว้ยยยยย ยัมมีหน้าจะกลับมาอี๊กกก ไม่ต้องแล้วย่ะ ดงดงมีจุนแล้ว

    จุนต้องสู้ๆนะ ช่วยเลิกแกล้งเขาแล้วรู้ความรู้สึกตัวเองได้แล้ว! ฮือออออ สงสารดง
    #435
    0
  4. #382 SugarMark (@lucifersunmin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 16:19
    เดี๋ยวๆ เราพึ่งเห็นคอมเม้นต์ตัวเอง กรรมมาก5555555
    #382
    0
  5. #347 junhoeismytype (@thitiratpisurat) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2558 / 08:49
    โอ้ยต้วน โอ้ยนัมจู โอ้ยเศร้ามาก5555
    #347
    0
  6. #289 Mind_Jinhwan12 (@Mind_Jinhwan12) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 20:20
    โอ้ยเศร้า. เศร้ามากกกก. ไรท์บอกมันอาจจะไม่เอาเศร้าไม่จริงค่ะ เราว่ามันเศร้ามาก แบบทุกคนรักมินจีมาก ก่อนหน้านี้มีความสุข แต่ทุกคนกลับต้องร้องไห้ เพราะมินจีกลับฮันบินโดนยิง
    #289
    0
  7. #215 B'twixt (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 00:34
    นัมจูแฟนเก่าน้องดง? คู่จุนดงเริ่มละมุนเเล้ว >///<

    สงสารมินจี ไอพี่มาร์คคนใจร้าย TT
    #215
    0
  8. #191 Noon Mongkolsatit (@jellwyy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 00:25
    เห้ยนัมจูฮยอกแฟนเก่าดงแน่เลย เน่งานนี้ไม่หมูล่ะนะ 555555 แต่ดงไม่น่าจะใจอ่อนง่ายๆแล้วมั้ง
    #191
    0
  9. #190 CttTmo (@ctttmo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 22:46
    ตอนนี้ลุ้นฝั่งอีกบ้านนะว่ามีอะไรเกิดขึ้น มาร์คก็คงเสียใจเรื่องมินจีใช่มั้ยล่ะ แล้วทำไมทำแบบนี้นะๆๆๆ T T ตี๋ยุนเมนฉันก็ดันตายไปแล้วอีกกก เครียดแรง
    #190
    0
  10. #189 CttTmo (@ctttmo) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 22:44
    เหย คือต้นตอนนี่พีคมาก ฟินสุด อ่านไปเรื่อยๆ... อ้าวเห้ย ดราม่า สงสารดงอ่า แต่ไม่เป็นไรนะจุนเน่อยู่ตรงนี้ ระบายมาให้หมดก็ดีแล้วดงฮยอก

    ถึงพาร์ทบีไอนี่แทบกรี๊ดดดด บีจินของฉัน คือตอนแรกนึกว่าฮันบินจะเปลี่ยนใจไปชอบมินจี แต่อ่านๆไปเห้ยนี่พี่น้อง ตอนมินจีจะตายเรานี่น้ำตาจะไหล เศร้าแรงอะ T T เข้าใจฮันบินแล้วว่าทำไมขรึมจริงจัง ฮือออออ ตอนนี้นี่พีคสุดดดด
    #189
    0
  11. #188 TuiNn Sae-Jaim (@sae-jiam) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 03:54
    สงสารทั้ง ดงฮยอก แล้วก็มินจี เห้อออออ แต่จุนเน่คาดคั้นได้อีโรติคมาก บ้าไปแล้วครัช 5555555555 ไรท์ขอบคุณนะที่ไม่ทิ้งกัน ถ้าใครแบนอีกจะตีให้ก้นลาย!!! รักไรท์สุดๆ ปล.ไม่ได้เม้นเลยอย่าโกรธเลยนะเข้ามาอ่านตามตลอด สุ้ๆค่ะ
    #188
    0
  12. #185 Takieb (@takieb) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 19:09
    ชีวิตมินจีน่าสงสารที่สุด ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ แง่ง
    #185
    0
  13. #177 june (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 13:39
    ดงกว่าจะเล่าได้นี้หัวใจจะวาย

    มาอ่านอีกครั้งมินจีก็ยังเป็นคนที่น่าอิจฉาจริงๆถึงแม้จะตายไปแล้วก็ตาม
    #177
    0
  14. #176 Reborn@Hibahi (@tonglacartoon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 11:35
    หืมมมมมมม เราก็อยากได้เล่มอ่าาาา ไรท์เปิดจองไปแล้วหรอคะ เราอยากได้เราจะเอาๆๆๆ พร้อมโอนเลยค่ะมีเหลือสักเล่มมั้ยค้าาาา ตอนนี้อยากรู้เงื่อนงำมากกก สาเหตุที่มินจีบอกฮันบินแบบนั้นเพราะมินจีรู้ว่ามาร์คเป็นคนที่จะมาทำร้ายครอบครัวท็อปหรือเปล่า เราว่ามาร์คเป็นนายใหญ่ของฝ่ายศัตรูปะ?? คนที่คุยสั่งจองกุกในตอนนี้ก็คือมาร์ค แล้วมาร์คก็น่าจะรักมินจีจริงนะ หลังจากมินจีตายเพราะปกป้องฮันบินจากที่มาร์คแค้นครอบครัวท็อปอยู่แล้วเลยแค้นหนักไปอีกปะ? จะอะไรก็แล้วแต่บอกเราทีว่าหนึ่งในเรื่องที่ดงยังเล่าไม่จบคงไม่ใช่เรื่องข่มขืนใช่มั้ย ไอพวกนั้นไม่ได้ข่มขืนดงใช่ม้ายยยยยTOT ถ้าเป็นงั้นจะเสียใจมาก และนันจูฮยอกคือเพื่อนคนนั้นของดงใช่มั้ย มันจะกลับมาแล้ววว จุนเน่ลูกฆ่ามันเลยนะลูก อย่าให้มันเข้าถึงตัวดงดงได้ แล้วดงก็อย่ากลับไปหาทันนะมันทำถึงขนาดนี้ต้องแก้แค้นนะเฟ้ยยย เอาให้ตายเอาให้ตายยยยย
    #176
    1
    • #176-1 ออมม่าBi (@b6ikon7) (จากตอนที่ 17)
      24 กรกฎาคม 2558 / 13:10
      เรายังไม่ได้เปิดจองครับ อันนั้นเป็นผลจากการเล่นเกมส์เราแจกฟิคทำมือ ที่เราทำเองเป็นของแต่คูไป 5 คนครับ
      ส่วนเราจะเปิดจองหรือเปล่าเราไม่แน่ใจ เพราเนื้อเรื่องจะค่อยๆเข้มขึ้นจากนี้ฮับ 5555 แต่เราชอบคอมเม้นท์นะ เลิฟเลย ขอบคุณครับ
      #176-1
  15. #175 Midori (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 04:15
    ไร้ท์ คัมแบค จุฟๆ
    #175
    0