{ fic iKON } เส้นขนาน (แทนโดนแบน) :bjin bobyun jundong junhyuk &YG

ตอนที่ 28 : ❥25. "จุนฮเว....อย่า!!" 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,766
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    23 ก.ย. 60

T
B



❥25. "จุนฮเว....อย่า!!"



               สถานพักผ่อนหย่อนใจกลางเมืองหลวงแหล่งรวมผู้คนทุกรุ่นทุกวัย ภายในร้านกาแฟตกแต่งหรูหราภายใต้แบรนด์สัญญาลักษณ์ไซเรนสองหาง ชายร่างเพียวใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกบดบังด้วยแว่นกันแดดสีทึบ แต่ก็ไม่อาจลดทอนออร่ามีเสน่ห์นั้นลงได้

เขาจับจองที่นั่งข้างกระจกใสบานใหญ่รับแสงอาทิตย์อุ่นๆ ในช่วงปลายของฤดูของใบไม้ร่วง ขาเรียวยกขึ้นไขว่ห้างเหม่อมองออกไปนอกร้านสำรวจผู้คนผ่านไปผ่านมาด้วยสายตาราบเรียบ ไม่นานเขาก็เบนสายตากลับมาที่โต๊ะ หลังพนักงานเดินนำแก้วเครื่องดื่มสีขาวภายในมีน้ำสีดำสนิทส่งกลิ่นหอมกรุ่นมาเสริฟ์ให้

มือขาวนิ้วเรียวสวยราวลำเทียนยกแก้วใสทรงกระบอกเล็กๆ ขึ้นเทน้ำใสหนืดลงในแก้วอีกใบ ก้านคนกาแฟสีน้ำตาลถูกหยิบมาคนให้รสขมจัดของอเมริกาโน่กลมกล่อมขึ้นด้วยน้ำเชื่อมหวานๆ กลิ่นหอมของกาแฟลอยเด่น เขาค่อยๆ ละเลียดดื่มด่ำกับรสชาติถูกลิ้น ยกยิ้มอย่างชอบใจ

แต่ความสุนทรีของเขายังไม่จบเพียงแค่การจิบกาแฟ เมื่อประตูร้านเปิดกว้างพร้อมกับร่างสูงชะรูดของน้องชายที่เพิ่งได้พบกันเมื่อไม่นานมานี้ เดินมาหยุดตรงหน้า

“สวัสดีครับ พี่มาร์ค” คนมาถึงทักทายและค่อมตัวให้อย่างมีมารยาท เสียงทุ้มเย็นตอบรับแล้วเอ่ยถาม

“สวัสดีชานอู นั่งสิ ดื่มอะไรดี” เขานั่งลงตามคำเชิญของพี่ชาย สบโอกาสแล้วจึงเอ่ยถามขึ้น

“อ่อ ผมขอชาเชียวครับ แล้วพี่เรียกผมมามีอะไรหรือเปล่าครับ”ใบหน้าหล่อเงยมอง ส่งยิ้มเล็กๆ ให้

“นายรีบเหรอ นั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนไหม”

“ผมไม่รีบครับ แต่เรารีบเข้าเรื่องเลยดีกว่าครับ เพราะถ้าผมออกมานานเดี๋ยวจะผิดสังเกต” คนเป็นพี่พยักหน้าเข้าใจในเหตุผล

“หืมก็ดี งั้นพี่เข้าเรื่องเลยแล้วกัน” สายตาคมมองลอดแว่นสังเกตอาการเด็กตรงหน้า

“ว่ามาได้เลยครับ” เขาพูดนิ่งๆ ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรที่มีพิรุธ มาร์คเลยพูดต่อ

“อย่างที่รู้กันว่าตอนนี้ฉันทำให้แกได้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นแล้ว ต่อจากนี้สิ่งแรกที่อยากให้แกทำคือ ถ่ายรูปทุกคนที่อยู่ในบ้านมาให้ฉัน โดยเฉพาะรูปของลูกชายไอท๊อป”

ชานอูฟังไปพลางก้มลงดูดน้ำในแก้วไปพลาง พอมาร์คพูดจบเขาก็เงยหน้ามอง พยักหน้าเข้าใจ  

“ได้สิครับ เดี๋ยวผมจะจัดการให้”

“หืม งั้นก็ตามนี้  เป็นอันจบเรื่องที่ฉันเรียกนายมาคุย ไปได้”

“ลานะครับ พี่มาร์ค” ร่างสูงบอกลาแล้วลุกออกไปทันที

“เดี๋ยว!! ชานอู” เขาค่อยๆหันมาตามเสียงเรียก ตอบรับเสียงค่อย ……ตึกตักๆ………

“ครับ”

“จะกลับเลยหรือเปล่า”

…..อึก…เสียงกลืนน้ำลายดังในกกหู.. ตึกตัก.. เสียงหัวใจเต้นไม่คงที่ แต่เขาก็ยังควบคุมน้ำเสียงให้อยู่ในโทนปกติได้อย่างดี

“ครับ”

“หืม ให้พี่ไปส่งไหม”

“คงไม่ดีมั้งครับ หากใครมาเห็นเข้าจะเสียงานใหญ่ได้นะครับ”

“ก็จริง งั้นก็ไปเถอะ”

“งั้นผมลาอีกครั้งนะครับ”

สายตานิ่งมองตามไปจนสุดสายตา รอยยิ้มแสยะข้างมุมปากผุดขึ้นแล้วถูกกลบด้วยแก้วกาแฟที่เขายกขึ้นจิบ

ชานอูเดินออกจากร้านรีบมุ่งตรงไปที่รถ เปิดลิ้นชักหน้าคอนโซลโยนโทรศัพท์ใส่เข้าไปแล้วหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องขึ้นมาดู ก็พบว่ามีข้อความส่งมาถึง

“มีคนตามมา ทำตัวปกติด้วยครับ” ร่างสูงสงบใจที่กำลังเต้นรัว สูดลมหายใจเข้าปอด ตอนนี้เขาอยากจะโทรหาคนคนนั้น แต่ก็ทำไม่ได้จำใจวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิมแล้วขับรถกลับบ้าน

รถคันสวยจอดลงที่โรงจอดรถ แต่ยังไม่ได้ดับเครื่องยนต์ในทันที เขาหยิบโทรศัพท์กดหาใครบางคนเพื่อรายงานบางอย่าง

“เป็นไปอย่างที่ว่าไว้เลยครับ พวกมันไม่รู้จักหน้าตาของพวกเรานอกจาก คนบ้านอาจีดี”

“ฮืม…..มันต้องการให้นายทำอะไร”

“มันต้องการให้ผมถ่ายรูปคนของเราครับ”

“ทำตามนั้น”

“อะไรนะครับ!! จะให้ผมทำตามที่มันขอ จะดีหรอครับ”

“......”

“ก็ได้ครับ ผมจะทำตามที่บอกครับ”


………………………………………………..


ร่างสูงในชุดสูทสีเทาสวมแว่นตากรอบหนาปัดผมหน้าม้าลงปกตานิดๆ ขยับหันซ้ายหันขวาก่อนจะหายเข้าไปในตรอกเล็กๆ ขายาวก้าวพรวดๆ ให้พ้นแนวตรอกที่ค่อนข้างมืดและแคบ เดินเข้าไปได้ประมาณ 500 เมตร ก็มีแสงไฟส่องมา แล้วก็ถึงสถานที่ที่เขาหมายตา

อาคารหลังหนึ่งที่ภายนอกค่อนข้างทรุดโทรมแต่ข้างในกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง รอยยิ้มกระตุกขึ้นข้างมุมปาก นึกถึงครั้งก่อนที่เขามักใช้สถานที่นี้เป็นที่ผ่อนคลาย ทั้งเอาเงินมาทิ้งบ้าง ในบางคราเขาก็ขนเงินกลับ เมื่อยามที่มือขึ้น ก่อนหน้านี้มันเป็นกิจการของครอบครัวเขา แต่เพิ่งเปลี่ยนมือไปเพราะป๊าเขาอยากค่อยๆ โละกิจการด้านมืด

           ร่างสูงเดินหายเข้าไปด้านในหลายชั่วโมง ไม่นานเขาก็โดนหิ้วปีกออกมาโยนทิ้งไว้หน้าอาคารอย่างไม่ใยดี เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของผู้ชายร่างเพียวอีกคนที่อยู่ชั้นบนของอาคารนี้

           

‘คิมฮันบิน เลขาท่านประธานนี่ ช่างน่าสนใจจริงๆ’

              ..............................................................

บ้านจีดี

               ร่างสูงชะรูดในเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทเผยแผงอกขาวแน่นเป็นมัด ผมสีดำถูกเซ็ตแบบปล่อยๆ กำลังถกแขนเสื้อขึ้นเพียงแค่นี้ผู้ชายคนนี้ก็ดูหล่อน่าหลงไหลในสายตาสาวๆ และหนุ่มน้อยทั้งมหาลัยก็ว่าได้ ขายาวๆ ออกจากตัวบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิด เพราะอุส่าไปปลุกองค์ชายตัวดีแต่กลับไม่อยู่ สงสัยต่อไปเขาคงต้องล่ามโซ่ไว้แล้วมั้งจะได้หัดฟังกันบ้างว่าอย่าไปไหนคนเดียว

              จุนฮเวก้าวมาถึงรถก็กระชากประตูออกอย่างแรงแล้วกระแทกตัวเข้าไปนั่ง

“ช้าจัง จะสายไหมกูจุนฮเว”

“ห๊ะ” ตาดุตวัดมองไม่อยากจะเชื่อสายตา ว่าตัวต้นเหตุที่เขาเดินหาไปซะทั่วบ้านกลับมานั่งลอยหน้าอยู่ในรถ ท่าเยอะจริงๆ

            “หึ อย่าทำตัวน่ารักแต่เช้าสิครับ ผมหวั่นไหวนะ” ขยับเข้าไปใกล้ช้าๆ จ้องมองอย่างมีเลศนัย ทำให้คนแพ้รีบเสสายตามองออกไปข้างนอก

            “ใครทำตัวน่ารัก!! มีหน้าที่ขับรถก็ขับไปดิ เรารีบ” เสียงหวานตะเบ็งใส่ ตาเล็กวาวขึ้น ไม่ได้ทำให้ดูดุในสายตาของจุนฮเวสักนิ ยิ้มร้ายผุดขึ้น

             “ได้ข่าวเราเรียนคลาสเดียวกันนะวันนี้ จะสายได้ไง คลาสเริ่ม 10 โมงนะ” จุนฮเวแย้งขึ้น

            “ยังไงก็แล้วแต่แหละ เราไม่ชอบเข้าสาย จะไปได้ยัง” มือบางดันหน้าจุนฮเวที่อยู่ใกล้เกินไปออกห่าง แล้วรีบกางตำราขึ้นอ่านไม่สนใจสายตาวิบวับนั่นอีก

            “อ่านรู้เรื่องด้วย เก่งเนอะ”

            “ทำไมจะไม่รู้เรื่อง เอ๊ะ อะไรอีกเนี่ย” เขาดึงหนังสือในมือของดงฮยอกไป กลับหัวขึ้นแล้วจึงยื่นคืน พร้อมกับยักคิ้วสำทับอีกที

            “ก็มันกลับหัวอยู่”

            “โธ่เว้ย ชิ นอนแล้ว ถึงแล้วปลุกด้วย” ร่างเล็กเหมือนจนมุม หน้าเหวอทำไรไม่ถูกรีบเก็บหนังสือแล้วหลับตาหนี

            “เขินหรอ”

              ….ตึกตัก...  ไม่มีเสียงตอบรับจากคนแกล้งหลับ จุนฮเวจึงหันไปหยิบเสื้อโค้ทหนาที่โยนไว้ด้านหลังมาคลุมตัวให้พร้อมกับปรับเบาะเพื่อร่างบางจะได้นอนสบายๆ

            “ รู้หรอกน่า ว่ายังไม่หลับ” เขาคลุมเสื้อให้พร้อมกระซิบลงที่ข้างหู ด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก

               ….ตึกตักๆ …..ลมหายร้อนเป่ารดข้างหู กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อนๆ โชยเตะปลายจมูก เสียงทุ้มแว่วผ่านข้างหูอีกครั้ง

            “เดี๋ยวถึงมหาลัยปลุกนะครับ” ยกยิ้มอย่างสุขใจ …..ตึกตักๆ….หัวใจดวงเล็กเต้นโครมครามไม่หยุด เปลือกตากระตุกแม้จะพยายามบังคับมันแล้วก็ตาม ใบหน้าเห่อร้อน ผิวขาวๆ ถูกเจือด้วยสีฝาดของเม็ดเลือด เล่นเอาจุนฮเวอดไม่ได้ที่อดยิ้ม น่ารักแฮะ

            ………………………….

               ดงฮยอกเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ รู้ต้วอีกทีก็เมื่อตอนที่โดนอะไรนิ่มๆ แตะลงข้างแก้มพร้อมกับเสียงทุ้มของคนตรงหน้า

            “ถึงมหาลัยแล้วครับ” รอยยิ้มและใบหน้าที่อยู่ใกล้จนจมูกแตะกันเล่นเอาดงฮยอกต้องผงะตัวหนี

            “เห้ยยย!!! เอาหน้าออกไปนะ”

            “ก็แค่ปรับเบาะให้ แล้วก็แถมนี้ด้วย” จุนฮเวไม่สนใจยังคงเลื่อนตัวเข้าหา มือยื่นเข้าไปใกล้

            “จะทำอะไร อย่านะเว้ย”

             “อะไร กลัวหรอ” สายตาปะทะสายตาทุกอย่างหยุดนิ่งเหลือเพียงลมหายใจเป่ารดพวงแก้ม ดงฮยอกเป็นฝ่ายหันหนี

“เปล่า”

..คลิก….

            “แค่จะถอดเข็มขัดนิรภัยให้เอง คิดไปถึงไหนเนี่ย”

            “ไม่ได้คิด ไอบ้า” ใบหน้าเขาเห่อร้อน ผลักอกของจุนฮเวออกอย่างแรงรีบก้าวลงจากรถ เดินจ้ำอ้าวไม่รอใครทั้งนั้น จุนฮเวกระตุกยิ้มรีบคว้ากระเป๋าเพื่อจะได้เดินตามให้ทัน แต่ก็ต้องคลียิ้มออกมาเมื่อเหลือบไปเห็นกระเป๋าอีกใบ

                “ฮิ”

              เขาเดินตามมาจนทันคว้ามือขาวแล้วกุมไว้อย่างแน่นหนา ดงฮยอกหันขวับจ้องด้วยสายตาขวางๆ พยายามทั้งสะบัดทั้งแกะออกแต่ก็ไม่สำเร็จ ได้แต่บ่นอุบ

            “อ๊ะ จะมาจับทำไมเนี่ย”

            “ก็จะจับไม่เห็นจะเสียหายอะไรเลย”

            “นายไม่เห็นคนมองหรือไง” ดวงตารีกวาดมองไปรอบตัว แต่อีกคนมองตามแล้วก็ยักไหล่

            “ก็ไม่เห็นจะต้องแคร์นี่”

            “แต่ฉันแคร์” เสียงเล็กดังขึ้นด้วยความโมโหที่ถูกยียวน

            “ฉันไม่แคร์” เสียงทะเล้นตอบกลับอย่างกวนๆ

            “แต่ฉันแคร์ได้ยินไหม จุนฮเว!!!!”

            “โอเค ได้ยินแล้ว ได้ยินกันทั้งมหาลัยแล้ว ว่านายแคร์ฉันมากแค่ไหน” ใบหน้าเล็กตกใจ หันมองไปรอบๆ อ่าเขาพลาดอีกแล้ว

            “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ” ร่างบางพยายามหันไปอธิบาย แต่จุนฮเวกลับเฉยแถมยังเดินมาโอบไหล่ดันตัวให้เดินไปข้างหน้า

            “อธิบายทำไม เปล่าประโยชน์น่า ไปเรียนกันเหอะ”

            “ปล่อยนะเว้ย” ดงฮยอกแว๊ดเสียงใส่ จุนฮเวก็แค่เบนหน้าออกเอานิ้วแคะหูแล้วหันมากดเสียงเตือน

            “รีบเดิน เดี๋ยวก็จับจูบต่อหน้าคนเยอะๆ ซะเลย

            “อย่านะเว้ย ต่อย” คนตัวแค่พ้นไหล่ขึ้นมานิดหน่อย ทำชูกำปั้น ปั้นหน้าโหดใส่ แต่มันไม่ได้ทำให้กูจุนฮเวกลัวสักนิด ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้น

            “เคยต่อยแล้วรอดจากการถูกจูบไหมล่ะ จะลองก็ได้นะ”

            “โธ่เว้ย อย่าโอบไหล่ดิ เดินใครเดินมันก็ได้นี่น่า”

            “ไม่เอาๆ อย่าเรื่องเยอะ จับมือ โอบเอว โอบไหล่ ทำๆ ไปเหอะน่าเดี๋ยวก็ชิน”

            “แต่ฉันไม่ชิน”

            “ดงฮยอก อยากชินไหม เดี๋ยวจะช่วย”

            “ไม่ต้องรีบเดินเข้าสิ เดี๋ยวก็เข้าคลาสสายหรอก” สุดท้ายดงฮยอกก็แพ้อีกจนได้ เขาไม่เคยเอาชนะจุนฮเวได้เลย ตั้งแต่หมอนั่นรู้จุดอ่อน ชิ!!

ร่างสูงและร่างบางที่เดินคู่กันมากลายเป็นหัวข้อสนทนาทันที แต่หลายๆ วันเข้าก็กลายเป็นความชินชาของทั้งมหาลัยไป

            “เฮ้ เฮ้ๆ เดี๋ยวนี้ตัวติดกันจังเลยน๊า”

            “ไม่ต้องมาล้อได้ไหมวะ” ดงฮยอกเสียงเขียวใส่จินฮยอง

            “เขินหรอวะไอดง” แต่เพื่อนไม่สนใจยังคงสนุกที่ได้แกล้ง

                “เปล่าสักหน่อย” เสียงนิ่งตอบรับแต่สีหน้ากับไม่แสดงออกเช่นนั้น

            “แล้วทำไมหน้าแดงครับ หื้ม” จุนฮเวนั่งลงข้างๆ ยกนิ้วเขี่ยเบาๆ ที่ผิวแก้มใส

            “ไอบ้า ปล่อยนะเว้ย อย่ามาจับหน้าคนอื่นซี้ซั้วดิวะ” เสียงเขียวตวาด ตีมือหนาดังเพี๊ยะ

            “คนอื่นที่ไหน คนกันเองทั้งนั้นเนอะ ไอจิน” ใบหน้าดุหันไปพยักหน้าตอบรับกับจินฮยอง

            “ใช่คนกันเองทั้งนั้น นั่นก็ว่าที่แฟน นี่ก็เพื่อน แล้วนั่นก็แฟนเพื่อน ใช่ไหมครับน้องชาน” จินฮยองหาลูกคู่

            “ใช่ครับพี่จินฮยอง” แล้วก็เป็นลูกคู่ที่ถูกคอเหลือเกิน รับมุกได้อย่างทันท่วงที

            “เอ่อเข้าข้างกันดีนักนะ กูไปก็ได้” เขาลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะ แต่จุนฮเวก็ลุกตามไปติดๆ

            “จะไปไหน เดี๋ยวไปด้วย”

            “ไม่ต้องตามมาเลย จะไปเข้าห้องน้ำ”

            “ก็ปวดพอดี ไปด้วยกัน”

               “งั้นกูไม่ไปแล้ว”

               “ไอเน่ มึงก็เกินไปนี่มหาลัยนะเว้ย แล้วมันก็ไปห้องน้ำ ปล่อยมันเป็นอิสระบ้าง”

            “เอ่อ งั้นก็ได้ รีบไปรีบมาแล้วกัน”

            จุนฮเวกลายเป็นเงาตามตัวของดงฮยอกไปทุกที่ ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่จะปล่อยให้ร่างบางได้เดินเฉิดฉายคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน ครั้งนี้เลยเป็นเหมือนโอกาสทองของดงฮยอกที่ได้มีอิสระ ความรู้สึกปลอดโปร่ง ได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไม่ใช่คิดถึงแต่เรื่องของการกระทำของหมอนั่นอย่างเดียว ใจเขาก็จะได้พัก เลยเดินเตร่ไปเรื่อยๆ โดนไม่รู้เลยว่ามีคนรอโอกาสอย่างนี้ใจจรดใจจ่อแค่ไหน ใครคนนั้น​ไม่รอช้าเข้ารั้งแขนดงฮยอกแล้วลากเข้ามุมตึก

             “เห้ยยย!! ใครวะ ปล่อย” คนตกใจทั้งสะบัดตัว​ ทั้งกัดอย่างแรง แต่แรงตัวก็มีแค่นั้นที่จะสู้อีกคนที่ตัวสูงและใหญ่กว่าได้อย่างไง

               “เราเอง” เสียงทุ้มที่แลดูแหบกว่าเมื่อก่อน แต่ก็เป็นโทนเสียงที่เขาจำได้ดี

               “นัม จู ฮยอก” ยิ่งพอได้เห็นหน้าจังๆ แค่นั้นสติของร่างบางก็ขาดผึ่ง สมองอื้ออึ้งยืนนิ่งไปพักหนึ่ง จนถูกอีกคนรั้งเข้ามากอด


               “ใช่ เราเองนัมจู”

“..............”

               “เราขอโทษ เราคิดถึงดงแค่ไหนรู้ไหม เราอยากจะขอโทษนายเป็นร้อยๆ พันๆ ครั้ง แต่เราไม่มีโอกาส ดงให้อภัยเราได้ไหม” น้ำเสียงเว้าวอน คิดถึงเหมือนใจเขาจะขาด พยายามถ่ายทอดความรู้สึกที่มีในใจให้อีกคนได้รับรู้ แต่เปล่าประโยชน์

            “ปล่อย!!! เรารังเกียจ” เสียงแข็งพร้อมกับสะบัดตัวออกจากสัมผัส เบี่ยงตัวแขนที่พยายามจะคว้าเขาเข้าไปกอดอีกครั้ง มองหน้าคนที่ทำให้เขาเจ็บด้วยแววตาที่ไร้แสง ไม่มีความรู้สึกใดๆ เหลืออยู่ เดินหนีไปดื้อๆ นัมจูที่เคยมีความหวังสลดลงมองตามหลังไป คิดคำนวณในหัวให้ยุ่งไปหมดสุดท้ายเขาก็เลือก เลือกที่จะรั้ง

            “ดงฮยอกเดี๋ยว” แต่คนโดนเรียกยังคงเดินต่อไม่แม้จะหันมามอง จนเขาต้องวิ่งไปดักหน้า

            “หลีกทางให้ฉัน”

            “ฉันหรอ ดงฮยอก เมื่อก่อนนายไม่เคยแทนตัวเองแบบนี้เลยสักครั้ง”

            “ไม่มีดงฮยอกคนก่อนอีกแล้ว ฉันไม่รู้จักนาย หลีกทาง” มือเรียวพลักร่างสูงออกให้พ้นทางแต่ก็ไม่สำเร็จ เขาเลยเลือกเดินกลับหลัง

             ‘นายใจแข็งก่อนนะ เราคงไม่มีทางเลือก’

            “ดงฮยอกเดี๋ยว นายไม่อยากรู้หรอ ว่าใครเป็นคนบอกที่อยู่พวกนายตอนที่นายโดนยิง” ร่างบางตกใจ ไม่มีใครรู้เรื่องที่พวกเขาโดนไล่ยิง นอกจากคนใกล้ชิดแถมยังนับคนได้เลยว่าใครรู้มั้ง ทำไมเขาถึงได้รู้

            “นายรู้ได้ไงว่าพวกฉันโดนยิง” คิ้วสวยเลิกขึ้นพร้อมกับเสียงชวนสงสัย

            “เราไม่บอกว่าเรารู้ได้ไง แต่ถ้าอยากรู้เราจะบอกให้ก็ได้” นัมจูยกยิ้มที่เขาสามารถดึงความสนใจของดงฮยอกได้แล้ว

            “ใคร มันเป็นใครบอกมา นายรู้จริงๆ ใช่มะ” น้ำเสียงใสร้อนรนซักถามเป็นชุด

             “รู้” เขาตอบอย่างเป็นต่อ ทุกอย่างกำลังเข้าทางเขา

            “งั้นบอกมาสิ ว่าใคร” ดงฮยอกเร่งเร้า ตรงเข้าไปหาอย่างลืมตัวว่าเคยโกรธเกียจขนาดไหน

            “ไม่ อยากรู้มาเจอกันวันศุกร์” ร่างสูงก้มลงไปกระซิบ ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย

            “ไม่ ฉันไม่ไป” ปฏิเสธทันควัน แต่ใบหน้ากลับครุ่นคิด

               “ก็แล้วแต่ ไม่อยากรู้ก็ไม่เป็นไร คนที่โดนยิงคนต่อไปอาจจะเป็นใครก็ได้ เช่น พ่อ แม่ พี่ของนาย” พูดพรางกระเดาะลิ้น

            “หยุดพอสักที ที่ไหนว่ามา” สับสนและในใจก็ตระหนักดีว่ามันเสี่ยง

              “เดี๋ยวมาหาเราเย็นวันศุกร์ที่ลานจอดรถร้านสเต๊กหน้ามหาลัยแล้วกัน คนเดียวนะ”

            “ก็ได้ นายคงไม่ทำแบบนั้นกับฉันอีกใช่ไหม”

“เรารับรองว่าไม่มีใครทำร้ายดงดงได้แน่นอน”

            “อย่าเรียกฉันแบบนั้น นายไม่มีสิทธิ์เรียกอีกแล้ว”

“ได้สิ ดงฮยอก” แล้วเราจะทำให้นายกลับมาเป็นของเราให้ได้ เราต้องมีสิทธิ์กลับไปเรียกแบบเดิม คอยดู


ดงฮยอกเดินกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ท่าทางแปลกๆ ทำให้จุนฮเวอดรู้สึกแปลกใจจนต้องถามออกไป

            “หายไปซะนาน มีอะไรหรือเปล่า”

“ห๊ะ หะ หา เปล่าๆ ไม่มีอะไร หิวแล้วกินไรกันดี” แม้จะตอบว่าไม่มีอะไร แถมยังเปลี่ยนเรื่องอีก ยิ่งสร้างความสงสัยให้คนถามหนักขึ้นไปอีก

“จุนฮเว ฉันหิวข้าวไปกันเหอะ” ดงฮยอกร้องหิว ชานอูก็รีบตอบสนองทันทีเพราะตัวเขาเองก็หิวไม่น้อยไปกว่ากัน

             “ผมอยากกินเบอร์เกอร์ ไปกินกันไหมครับ”

            “หืมไปสิ ง่ายๆ ดีพี่ก็ชอบ” ดงฮยอกรีบลากชานอูออกไปก่อนที่ทุกคนจะจับสังเกตได้ สี่คนสั่งสิ่งที่ตัวเองอยากกินเสร็จก็หันมาหาหัวข้อคุย

              “ชานอูพี่ก็รู้จักเรามาสักพักแล้ว มีอะไรที่ชานอูสนใจเป็นพิเศษไหม” ดงฮยอกเอ่ยถามนิ่งๆ

            “หืมผมหรอ ผมอยากรู้จักว่าในนี้ใครเก่งอะไรกันมั้งหรอครับ” ชานอูถามขึ้น

            “หืมม อย่างอะไรล่ะชานอู ดนตรี งานอดิเรก”

            “ก็ดนตรีด้วย งานอดิเรกด้วยแหละครับ”

            “งั้นพี่หรอ ก็เปียโนมั้ง” ดงฮยอกตอบ โดยมีสายตาของจุนฮเวจับจ้องอยู่แล้วพูดขึ้น

            “ว่างๆ ก็เล่นให้ฟังมั้งสิ อยากฟัง”

               “เรื่อง ไม่ว่างหรอก”

            “ออกปากขอทั้งที ทำไมใจร้ายจังล่ะครับ” แกล้งพูดทำหน้างออ้อนด้วยสายตาขัดกับบุคลิกขรึมๆ นั่นจนดงฮยอกยิ้มและเหล่มองแต่ก็ต้องรีบหันกลับสบเมื่อตาหวานนั่นจังๆ

“ไม่ ก็ไม่”  ตอบเสียงอ่อย

“แล้วพี่จุนฮเวล่ะครับ เก่งอะไร” เขาทำท่าครุ่นคิด ก่อนตอบเพราะถ้าเทียบกับคนในบ้าน เขาก็อ่อนสุด

            “ก็ต่อยตีล่ะมั้ง”

             “ก็แค่มั่วๆ ล่ะมั้ง เก่งจริงป่ะเหอะ” ดงฮยอกหันไปจิกกัด ทำเอาคนกำลังพูดกระตุกคิ้ว ส่งยิ้มให้พร้อมเสียงกึ่งท้าทาย

            “เจอกันเย็นนี้ไหมล่ะครับ ดงดง”

            “ก็เอาสิ ใครแพ้คนนั้นต้องทำตามที่อีกคนสั่งโอเคไหม” ดงฮยอกก็ยังเป็นดงฮยอกห่วงศักดิ์ศรีมั่นใจในฝีมือ จนลืมไปว่าเขาไม่ใช่คนเดียวที่เก่งยังมีใครหลายคนที่มีฝีมือแล้วไม่เปิดเผย

            “จัดไปสิครับ พูดแล้วคำไหนคำนั้นนะครับ” จุนฮเวยกยิ้มอย่างชอบใจ เขาชอบใจในข้อเสนอนั้นจริงๆ

            “เอ่อสิ”

“ได้ครับตามที่ขอ”

               แล้วเย็นนั้นดงฮยอกกับจุนฮเวก็ได้ประลองกัน ผลก็ออกมาเป็นอย่างที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ ดงฮยอกแพ้และต้องทำตามที่จุนฮเวบอก คือการมาเป็นคู่ฝึกซ้อมกับเขาโดยมีกติกานิดหน่อยที่ดงฮยอกเองก็ต้องอ้าปากค้างหลังได้ฟังจบ


………………………………………...


ทุกๆ วัน เหมือนมันกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของคนทั้งคู่ที่จะต้องมายังอาคารกีฬา ฝึกการต่อสู้โดยที่จุนฮเวจะเป็นคนสอนซะมากกว่า ดงฮยอกอาจจะมีพื้นฐานที่ดีมากแต่ก็คงไม่พอที่จะทำให้จุนฮเวจนมุมได้เลย เขาถูกโต้กลับทุกรูปแบบ แต่หลักๆ ก็คง...ถูกกดลงบนพื้นล็อคคอหอมแก้ม จนเกิดเสียงแซวระหว่างเพื่อนและน้องที่อยู่สถานที่นี้ด้วย

             ……..วู้ๆ โดนหอมทุกวันเลยเว้ย........

              “หยุดแซวเลยนะไอบ้าจินฮยอง หันไปสนใจน้องชานไป”

            ……..ปับ อุ้ยย……

            ไม่ทันขาดคำร่างของจินฮยองก็ถูกเหวี่ยงลงพื้นโดยฝีมือของชานอูที่อาสาเป็นคู่มือให้ เสียงหัวเราะสะใจของดงฮยอกดังลั่น

            “ฮ่าๆ สมน้ำหน้า”

            “อย่ามั่วแต่หัวเราะนะครับ เดี๋ยวก็โดนหอมอีกหรอก เอ๋หรือว่าอยากโดนหอมอีก ถึงได้ล้มบ่อยจัง”

            “นั่นดิ หรือว่าอยากโดนหอมวะไอดง ฮ่าๆ”

            “ไอจินเงียบปากไปเลยนะ มึงไม่ดูตัวมันเลย”

            “แล้วใครกันล่ะที่ไปท้ามัน แถมยังบอกให้ทำอะไรก็ได้”

            “เงียบปากไปเลยไป พลาดแล้วก็ทับถมจังนะ ไอเพื่อนเวร”

            “หันมามองคู่ต่อสู้ได้แล้วครับดงดง”

            “อะไรนักหนาวะ ฮื้อออ” จุนฮเวลงโทษดงฮยอกต่อหน้าทุกคน เล่นเอาจินฮยองปิดตาชานอูแทบไม่ทัน

            “ฮู้ๆ ทำขนาดนี้เรียกแฟนได้แล้วมั้ง ไอดง”

            “อื้อ อ่อยยย” มือเล็กทุบปักๆ ร่างสูงจึงค่อยๆ ละออก เขาเช็ดริมฝีปากให้อย่างแผ่วเบา

            “นั่นสิครับ เรียกแฟนได้แล้วมั้งครับดงดงงี่”

            “ไม่เรียกเว้ย ไอพวกบ้า ไม่เล่นแล้ว ชานอูไปกับพี่” ดงฮยอกยันท้องจุนฮเวออก แล้วรีบลากชานอูออกไปข้างนอก พากันหนีไปว่ายน้ำ ทิ้งให้อีกสองคนยืนมองหน้ากันไปมา แล้วกระตุกยิ้มให้กัน

จุนฮเวกับจินฮยองซ้อมมือกันอยู่สักพักเขาก็หันมองที่สระน้ำ แล้วสายตาคมก็ประสานกับดวงตาสวยของดงฮยอกอย่างจังด้วยความบังเอิญ มองกันอยู่สักพักคนตัวเล็กก็แพ้มุดลงน้ำไป

แต่จุนฮเวไม่ปล่อยให้เหยื่อที่กำลังสับสนหนีรอด เขารีบถอดเสื้อออกกระโดดลงสระตามไปทันที ช่วงแขนยาวและหัวไหล่กว้างประสานกับลำตัวเพียวๆ ทำให้เขาจ้วงเพียงไม่กี่ครั้ง ก็ตามทันร่างขาวๆ ดงฮยอกหันกลับมาเห็นท่าไม่ดี ก็รีบดำลงไปใต้น้ำทันที แต่ก็ถูกจับขาซะได้ เขาตัดสินใจใช้ขาข้างที่เหลือยันออกไปจนโดนจุนฮเวเข้าอย่างจัง อาศัยช่วงเวลานั้นรีบว่ายขึ้นเหนือน้ำมองหาชานอูและจินฮยอง ก็เห็นว่าทั้งคู่กำลังเดินออกจากสระ ดงฮยอกไม่รอช้ารีบว่ายเข้าหาขอบสระเพื่อจะขึ้นจากน้ำ แต่อีกคนก็โผล่ขึ้นมาซะก่อนไม่รอช้าร่างเพียวๆ จ้วงด้วยแรงทั้งหมดที่มี อีกเพียงนิดเดียวเขาก็จะแตะขอบสระแล้ว

แต่สมรรถภาพทางร่างกายที่ต่างกัน ทำให้จุนฮเวมาถึงและดึงขาดงฮยอกที่กำลังปีนขึ้นฝั่งลอยลงมาในน้ำดังตูม

            “จะรีบไปไหนครับ”

            “ปล่อยนะ จะขึ้นแล้ว หนาวนายจะเล่นก็เล่นคนเดียวสิ”

            “ไม่เอา ไม่สนุก แล้วก็หนาวด้วย เล่นสองคนอุ่นกว่า”

            “จะอุ่นได้ไง ว่ายน้ำสระเดียวกันน้ำก็อุณภูมิเดียวกัน ก็ต้องหนาวเหมือนกันดิ”

            “ก็แบบนี้ไงอุ่น” ร่างสูงคว้าตัวดงฮยอกเข้ามากอด แล้วกดจูบทันที

            ……...อื้ออ……

ปับๆ มือสวยตุบลงบนบ่ากว้างอย่างหนัก แต่อีกคนก็ไม่ปล่อยแถมมือยังดึงเอวเข้ามาชิดขึ้น ดูดดึงผิวสัมผัสนุ่มๆ ด้านนอกจนหน่ำแล้วคว้านชิมด้านในอย่างละเมียดช้าๆ เกี่ยวตวัดเอาความหวานมาทีละนิดทีละนิด จนอีกคนหายใจขาดห้วงเขาจึงปล่อย

“ฮิ อุ่นไหมล่ะ” ……ผลั๊ะ…...หมัดขวาซัดตรงซัดเข้าที่มุมปากจนหน้าหล่อหงาย

“ไอบ้า”

“อยากโดนอีกก็ไม่บอก”

“อย่านะเว้ย”

“ดงดง นายก็ออกจะชอบไม่ได้รังเกียจสักหน่อย”

“ใครบอก เรารังเกียจ”

“หรอออ” มือหนาวางลงบนหน้าอกบางทันที …..ตึกๆๆ…..

“ทำอะไรน่ะ เอามือออกไป”

“ก็อยากรู้ว่าหัวใจมันตอบเหมือนปากไหม แต่ดูเหมือนมันจะตอบตรงกันข้ามนะ”

“ก็เราโกรธไง ไม่เข้าใจหรือไง”

“อ่า โกรธก็โกรธ งั้นเดี๋ยวแกล้งให้โกรธบ่อยๆ น่ารักดี”

“จุนฮเวนายมันบ้า คนบ้าไรแบบนี้วะ”

“เบื่อจุนฮเวคนบ้า ไอบ้า ไอเลวแล้วอะ หาคำแบบแสบๆกว่านี้มาด่าได้ไหม”

“หืมมมม ไอๆ โธ่เว้ย ปล่อยดิ” ดงฮยอกผลักจุนฮเวแรงๆ แต่อีกคนก็ไม่ปล่อย แถมยังยกร่างเขาขึ้นไปนั่งบนขอบสระ ด้วยสายตาไม่น่าไว้ใจ


“เฮ้ย!! อ๊ะ ทำไร” อยู่ๆ เขาก็แทรกตัวเข้ามาระหว่างซอกขา เล่นเอาดงฮยอกตกใจ เกร็งไปหมด พยายามดันตัวขึ้นแต่ขาทั้งสองขาถูกล็อคอยู่ใต้น้ำ จุนฮเวเงยหน้ามองดงฮยอกที่กำลังแตกตื่น แล่บลิ้นเลียริมฝีปากก่อนจะเอ่ยขอ

“ขอรางวัลของวันนี้หน่อยนะ ดงดงงี่”

“รางวัลอะไร ปล่อยนะเว้ย” ร่างสูงไม่ต้องตอบกลับ เพราะริมฝีปากเขาไม่ว่างซะแล้ว มันฝังลงบนซอกขาขาวด้านในสุด มีเพียงเสียงเล็กหลุดครางประท้วงเท่านั้น ร้อนจนท้องมวนเป็นลูกคลื่น

“อ๊ะ อย่า อะ ปล่อยนะเว้ย อ่ะ” มือเขาพยายามดันหัวและปากของอีกคนออกจากขา แต่มันก็ยากมากมือมันแทบจะไม่มีแรง ยิ่งตอนถูกแกล้งดูดให้เกิดเสียงดังจนได้ยินเข้ามาในหู ยิ่งทำอะไรไม่ถูกหัวหมุนไปหมด อยากจะหนีก็ไม่มีแรงหยัดขึ้น มือไม้มันอ่อนไปหมด

          …..ตูม…...

สุดท้ายก็ถูกลากลงไปในน้ำอีกครั้ง จุนฮเวเต็มอิ่มจึงละริมฝีปากออกแล้วหันมาจัดการกับริมฝีปากแดงๆ ที่กดเม้นจนบวมน่ากัดกิน ว่าแล้วก็ดึงคอมาจูบอย่างที่คิด ยิ่งลิ้มรสยิ่งชอบจากพยายามนิ่มนวลแต่เสียงอื้อ อือ มันกระตุ้นให้เขาดูดดึงอย่างเอาแต่ใจ ไม่สนแรงขัดขืนบีบท้ายทอยแล้วแยงลิ้นเข้าไปไล่ขับกับลิ้นนุ่ม ดูดซับจนมันโอนอ่อนและมือก็ทำหน้าที่ตามใจสั่ง สัมผัสยอดอกเล็กที่กำลังชูชันเย้ามือเขา ลมหายเริ่มจะหมดเขาจึงพาดงฮยอกขึ้นสู่ผิวน้ำ ดูเหมือนครั้งนี้เขาจะเอาแต่ใจเกินไปนิดแฮะ อีกคนดูหมดเรี่ยวหมดแรง แถมยังหมดฤทธิ์ไปเลย

“เอ้า หมดแรงเลยหรอครับ”

“....” เงียบไม่มีเสียงตอบกลับมา จุนฮเวเลยต้องพาขึ้นจากสระแล้วอุ้มไปยังห้องอาบน้ำ

“ถึงแล้ว ต้องให้เราอาบให้ไหม”

“ออกไป” ร่างบางชี้นิ้วไปที่ประตู แล้วบอกด้วยเสียงสั่นๆ

“แน่ใจนะว่าอาบเองได้ เห็นขายังสั่นๆอยู่เลย”

“เออ ออกไป เอาหน้าออกไปด้วย ไอบ้า!!”

“ครับๆ อย่าน่ารักกว่านี้เลยนะ เดี๋ยวอดใจไม่ไหว”

“ไอเหี้ย!! บอกให้ออกไปไง ไอกูจุนฮเว!! ไอน่าเกลียด ไอ ไอๆๆ”

“ก็บอกว่าอย่าน่ารัก ไงล่ะ หื้มม” จุนฮเวอาศัยความไวกดหอมแก้มใสทั้งสองข้างแล้วเดินลอยชายออกไป

“ชื่นใจ ไปก่อนนะครับ”

“ไอกู จุนฮเว ย๊าส์”

…...ปัง……..ดงฮยอกคว้าสบู่เขวี้ยงใส่ประตูอย่างแรง บีบมือบีบมือแน่น

ก้มหน้าลง เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกตอนนี้มันคืออะไร อธิบายไม่ได้ ปั่นป่วนข้างใน ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง ไม่รู้ว่าทำไมถึงยอมให้อีกคนทำแบบนั้น ตัวเขาเป็นอะไรไป อยู่ๆ น้ำตาไหลออกมาทั้งที่ไม่ได้เจ็บปวดพอบังคับให้มันยอมหยุดไหล ก็ยิ่งไหลหนักขึ้นไปอีก เขาเป็นอะไรทำไมถึงแพ้ผู้ชายคนนี้ ทำไมต้องแพ้กูจุนฮเว ทำไมต้องแพ้แบบไม่มีทางสู้ได้เลย

ดงฮยอกก้มหน้าลง ปล่อยให้น้ำตาไหลอยู่สักพักแล้วถึงเช็ดมันออก

เดินเข้าห้องอาบน้ำหวังว่าจะทำให้ตัวเองสดชื่นขึ้น แต่อยู่ๆ ใบหน้าก็เห่อร้อนเพราะรอยแดงที่ซอกขาหลายต่อหลายรอย ภาพตอนริมฝีปากดูดเนื้อขาวๆ ของเขาเข้าไปในโพรงปาก ลิ้นอุ่นๆ ที่ค่อยแล่บเลียทำเอาเขาเสียวสะท้านไปถึงท้องน้อย เพี๊ยะ...เขาตบลงบนหน้าตัวเองถี่ๆ เปิดน้ำรดหัวให้ไอร้อนในร่างกายลดลง


ทางด้านจุนฮเวเองก็ต้องการดับอารมณ์เช่นกันเขาเดินกลับไปที่สระ กระโดดลงน้ำว่ายกลับไปกลับมาเป็นสิบรอบก่อนจะดันตัวเองขึ้นนั่งขอบสระ ทิ้งตัวนอนแผ่หลามองฟ้าใสๆ ก่อนหลับตาลงช้าๆ

เขาก็สับสนไม่ต่างจากดงฮยอกเพราะก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงทำแบบนั้น ทั้งที่เขาพยายามหลายครั้งแล้วที่จะไม่เข้าใกล้ แต่สุดท้ายก็อดใจไม่ไหว และครั้งนี้ก็รู้ตัวเองว่าเล่นหนักเกินไป ยิ่งตอนดงดงเงียบมันทำให้ใจเขาสั่น กลัวว่าจะเกลียดอย่างปากว่าจริงๆ ‘ทำไมกันนะ’ แขนหนายกขึ้นในอากาศคว้ามาบีบกันจนแน่น

‘เฮ้อ จุนฮเวนายมันงี่เง่า”




วันศุกร์

            ดงฮยอกรีบตื่นมาแต่เช้ามองหาใครบางคนเพื่อจะได้ไปมหาลัยแต่ก็ไม่เห็น จนสักพักเขาก็เดินลงบันไดมา

            “ไปกันหรือยัง” เสียงทุ้มถามขึ้นโดยที่อีกคนไม่ยอมสบตา หันหน้าหนีไปมีเพียงเสียงตอบรับสั้นๆ

            “หืม”

“ยังโกรธอยู่หรอ ขอโทษนะ”

“ห๊ะ” ดงฮยอกหันมองอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง แต่ใบหน้าและแววตาของแน่วแน่ไม่แววโกหก

“ขอโทษ ต่อไปจะพยายามห้ามใจตัวเอง”

“หืม เราไม่โกรธอะไร แค่ทำตัวไม่ถูก”

“จริงนะ” ด้วยความดีใจหรืออะไรสักอย่างทำให้จุนฮเวลืมตัวดึงเอาดงฮยอกเข้าไปกอด อีกคนก็ทำอะไรไม่ถูกปล่อยให้เขาอยู่เป็นพัก หรืออาจเพราะเขาก็ดีใจที่อีกคนดูแคร์ความรู้สึกเขากันนะ

“หืม ปล่อยได้แล้ว”

“ก็ได้ งั้นไปเรียนกัน”

“หืม” เป็นอีกวันที่ความรู้สึกดงฮยอกและจุนฮเวเริ่มสดใส แต่ว่ามันจะสดใสทั้งวันหรือเปล่าก็ไม่อาจบอกได้

            ………………………

            แสงแดดคล้อยลงพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า คลาสเรียนสุดท้ายของวันกำลังจะหมดลงไปด้วย ดงฮยอกรีบเก็บกระเป๋าพรวดพราดออกมาจากห้อง พอเพื่อนตะโกนถามเขาก็บอกแค่ว่าจะรีบไปเข้าห้องน้ำ แต่จริงๆ แล้วเขาหนีออกมาเพื่อไปตามนัดของนัมจูฮยอก

ดงฮยอกเลือกเดินลัดเลาะไปตามทางออกข้างหลังมหาลัย เดินทะลุไปสุดถนนก็จะเป็นสถานที่ตั้งของร้านสเต๊ก แล้วพอมาถึงเขาก็เห็นร่างสูงยืนพิงรถอยู่ ยังไม่ทันที่ดงฮยอกจะได้ทักแววตาของร่างสูงก็หันมาเห็นซะก่อน มันเปล่งประกายสดใสแล้วรีบปรี่เข้ามาหา

            “มาแล้วหรอ”     

              “หืม เข้าเรื่องเลยเหอะ เราไม่อยากเสียเวลา”

            “หืมได้ แต่ก่อนเล่าเรามีเงื่อนไข”

“อะไร”

“คือว่าดงจะต้องให้โอกาสและให้อภัยเราสำหรับเรื่องราวในอดีต ได้ไหม”

            หลังฟังเขาช่างใจอยู่สักพัก หวนคิดว่ายังโกรธเกลียดคนๆนี้อยู่ไหม และคำตอบที่ได้คือ เขาก็ไม่ได้โกรธอะไรมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว คนคนนี้ตอนนี้ไม่ได้มีความสำคัญขนาดนั้น

            “ก็ได้เราจะไม่ถือโทษนายในเรื่องอดีต แต่สำหรับโอกาสเราไม่แน่ใจว่าจะให้นายในเรื่องอะไร” สีหน้าคาดหวังของนัมจูสลดลง แต่ก็อดยิ้มกว้างอย่างดีใจไม่ได้ โผเข้าจะกอดดงฮยอกแต่อีกคนกลับผงะถอยหลังหนี ทำให้นัมจูอยู่ในอาการเก้อ

“ไม่เป็นไร ขอบคุณนะดงฮยอก ตอนนี้แค่นายยอมเป็นเพื่อนเราก็ดีใจแล้ว”

            “ฉันจะลองดูแล้วกัน”

            “งั้นเราจะบอกเลยแล้วกัน คือว่……..” ดงฮยอกหันมาฟังอย่างตั้งใจแต่ทุกอย่างกลับต้องสะดุดลงเมื่อ……….เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเข้ามาใกล้สี่ถึงห้าคัน ทุกคันจอดลงตรงหน้าพวกเขาพร้อมกับกลุ่มคนที่ไม่น่าจะมาดีก้าวลงมายืนข้างรถ สัญชาตญาณของนัมจูตระหนักได้ทันทีว่ามันคงไม่ดีแล้ว รีบคว้าตัวดงฮยอกยัดเข้ารถ แล้วเขาก็รีบขับรถออกไป พอเขาออกตัวรถพวกนั้นขับตามมาติดๆ ไล่จี้รถของทั้งคู่ไปบนถนน

“ดงฮยอก ไม่ต้องกลัวนะ เราจะไม่ยอมให้นายเป็นอะไรไปแน่ๆ”

“หืม ฉันไม่กลัวหรอก นายตั้งใจขับเหอะ พวกมันจี้ตูดมาติดๆ แล้ว”

เขาหันกลับมาตั้งสมาธิเหยียบคันเร่งแซงคันข้างหน้าปาดซ้ายขวาอย่างหวาดเสียว แต่พวกนั้นก็ตามไล่จี้มาไม่ห่าง เล่นเอานัมจูฮยอกที่มีฝีมือการขับรถดีมากแทบจะปาดเหงื่อ กว่าจะสลัดหลุดรถของพวกนั้นได้ พวกเขาก็แล่นออกนอกเมืองไปไกลแล้ว และตอนนี้ทั้งคู่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ส่วนไหนของเกาหลี

              ดงฮยอกหันมองไปด้านหลังเมื่อไม่เห็นถึงแสงไฟที่ไล่ตามมาแล้ว เขาก็เริ่มเปิดปากพูด

“เดี๋ยวนาย จะขับไปถึงไหนกันเนี่ย” ร่างสูงชะโงกมองซ้ายมองขวาก่อนจะหันมาตอบ

“อ่าแย่แล้วสิ เราก็ไม่รู้ เดี๋ยวขอดูก่อนนะ” เขาหันมายิ้มแหยๆ ก่อนจะชะลอความเร็วแล้วจอดรถข้างทาง เดินลงจากรถสำรวจเส้นทางซ้ายขวาที่ดูเหมือนว่าจะคุ้นๆ อยู่บ้างเหมือนเขาจะเคยมา แต่เพื่อความแน่ใจเปิดดูตำแหน่งในมือถืออีกทีซึ่งมันก็ชี้ว่าพวกเขาอยู่ไม่ไกลจากเมืองชายทะเลที่เขาเคยมาพักตากอากาศมากนัก

            เขากระตุกยิ้มขึ้น ลอบมองคนในรถสังเกตอาการ คนด้านในไม่ได้กังวลและหวาดกลัวเขาเท่าไร ทำให้เขามีกำลังใจขึ้นรีบกลับมาขึ้นรถ

            “เราอยู่เมือง…...เอาไง ถ้าขับกลับก็คง..” ร่างสูงก้มดูนาฬิกาข้อมือ

“ก็คงถึงเช้าพอดี เฮ้อ” นัมจูสะบัดคอไปมา ใช้มือบีบนวดบริเวณคอและไหล่ คลายกล้ามเนื้อเนื่องจากขับรถมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง  ดงฮยอกดูอาการของคนข้างๆ เลยตัดสินใจพูดขึ้น

            “นายคงขับกลับไม่ไหวสินะ”

“ระ เราว่า เราพอไหวอยู่นะ ” เขาตอบได้ไม่เต็มเสียง ดงฮยอกเลยตัดสินใจจากอาการของคนตรงหน้าเองได้ทันที

            “คงไม่ไหวจริงๆ สินะ งั้นไม่ดีกว่า ฉันว่าหาที่พักใกล้ๆ นี่ดีกว่า”

            “เอางั้นหรอ” รอยยิ้มกระตุกขึ้นแล้วรีบหลุบหายไปก่อนที่อีกคนจะได้เห็นมัน

            “หืม ตามนั้นแหละ”

            “ก็ได้ ตามดงว่า”

            เขาตอบตกลงเสียงอ่อยแต่ในใจกลับลิงโลดว่าจะได้อยู่กับคนที่รอมานานหลายปีทั้งคืน และอาจเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้อะไรๆ เมื่อก่อนกลับมาเป็นเหมือนเก่า ตรงข้ามกับหน้านิ่งของดงฮยอกที่กำลังกระวนกระวายใจถึงหน้ายักษ์ของจุนฮเวที่ไม่รู้ปานนี้จะอาละวาดบ้านแตกไปหรือยัง

“เฮ้อ”

“เป็นอะไรหรือเปล่าดงฮยอก”

“เปล่า ไม่มีอะไร”

“แต่นายดูเหมือนไม่สบายใจนะ” ดงฮยอกส่ายหัวปฏิเสธแล้วหันหน้าหนีออกไปด้านนอก เขาเลยได้แต่ขับต่อไปเรื่อยๆ แอบมองเป็นระยะพยายามพูดคุยด้วย แต่อีกคนก็เงียบ สุดท้ายรถจอดลงหน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ดงฮยอกก้าวเดินลงมาจากรถแล้วรี่ตรงเข้าเช็คอินทันที

            “ขอโทษครับ ต้องการห้องพักสองห้องครับ”

            “สักครู่นะครับ” พนักงานตาดีตอบรับด้วยเสียงทุ้มที่ไพเราะ

             “ได้ครับ” ดงฮยอกเองก็สุภาพกลับไปเช่นกัน

             “มีว่างพอดีเลยครับ อันนี้เป็นเลขห้องนะครับ ห้อง 302 กับ 304 นะครับ เดี๋ยวเชิญตามมาด้านนี้เลยนะครับ”

            “ครับ ขอบคุณครับ”

            ดงฮยอกและนัมจูฮยอกเดินตามพนักงานของโรงแรมไป จนมาถึงหน้าห้องพักพนักงานจึงให้คีการ์ดกับทั้งสองคน

            “นี่คีย์การ์ดครับ แล้วก็ทางโรงแรมมีห้องอาหารด้านล่าง ผับและคาสิโนให้บริการด้วยนะครับ”

“ครับ”

“ขอให้มีความสุขในการพักผ่อนนะครับ”

“ครับ”

พนักงานโค้งตัวขอบคุณแล้วเดินจากไป ปล่อยให้พวกเขายืนมองหน้ากันสักครู่โดยที่ดงฮยอกปริปากถามสิ่งที่เขาอยากรู้ทันที

“นายจะบอกได้หรือยังว่าคนนั้นคือใคร”

“เราว่ามันคงไม่เหมาะที่จะเล่าหน้าห้องแบบนี้ ไปเล่าข้างในไหม”

“ไม่ ฉันไม่ให้นายเข้าห้อง”

“งั้นห้องเราก็ได้”

“ฉันไม่ได้ไว้ใจนายขนาดนั้น”

“ดงฮยอก เรารับรองว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับนายแน่นอน”

“ฉันไม่เชื่อใจนายขนาดนั้น”

“เรารู้ว่าเราทำให้นายไม่เชื่อใจ งั้นนายพกไอนี่ไว้แล้วกัน หากเรามีอะไรที่ไม่บริสุทธิ์ใจ นายจะยิงเราก็ได้” ร่างสูงยื่นปืนพกขนาดพอดีมือให้กับดงฮยอก เขามองมันสลับเงยหน้ามองใบหน้านิ่งอย่างช่างใจ ก่อนจะดันมือที่ถือปืนนั่นคืนไป

“นายพกปืนด้วยหรอ ฉันไม่ต้องการอาวุธนายเก็บไปเถอะ”

“แล้วเราจะคุยกันที่ไหน” เสียงเข้มเอ่ยอย่างไม่ชอบใจเท่าไร เมื่อดงฮยอกไม่ยอมเปิดใจให้ เขาก็เริ่มจะหมดความอดทนแล้วเหมือนกัน

“เอางี้แล้วกันเจอกันที่ผับด้านล่าง ตอนห้าทุ่ม ตอนนี้เราขอพักก่อน”

สายตาแข็งมองตามดงฮยอกที่สะบัดตัวเข้าห้องไป กำมือแน่นในหัวคิดบางอย่างที่จะทำให้ร่างบางกลับมาเป็นคนเดิมของเขา


ดงฮยอกตรงเข้าอาบน้ำเพื่อให้จิตใจสงบขึ้นแม้ต้องอดทนใส่เสื้อผ้าตัวเก่าก็ตาม เขานั่งกังวลถึงคนหน้ายักษ์ปานนี้จะเป็นไงบ้างนะ ในใจคิดพะวังแค่นั้น แล้วเหมือนเขาจะนึกขึ้นได้จึงหยิบมือถือขึ้นมากะจะโทรอีกคนให้มารับ อย่างน้อยอยู่กับจุนฮเวเขาก็อุ่นใจกว่า อีกอย่างเขากำลังรู้สึกผิดที่มาโดยไม่ได้เล่าหรือบอกอะไรให้ฟัง เขามันโง่เองที่อวดเก่งคิดว่าทำอะไรคนเดียวได้

แต่มือถือในมือที่เหมือนจะเป็นโอกาสช่วยให้เขารอดจากการถูกจุนฮเวฆ่า ก็ไม่เป็นใจซะแล้วเพราะตอนนี้มันดับสนิท แบตหมดเกลี้ยงเบอร์โทรของอีกคนเขาก็จำไม่ได้ ในหัวเขายุ่งสุดๆ ปวดหัวจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว เสียงเตือนจากหน้าห้องทำให้ดงฮยอกขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปดูนาฬิกาที่โทรศัพท์ข้างหัวเตียง

“ห้าทุ่มแล้วหรอ เร็วจัง”

เขาเดินออกจากห้องออกมาเจอกับนัมจูที่รออยู่ สายตาอีกคนส่องประกายแปลกๆ แต่ดงฮยอกก็ไม่ทันสังเกตเห็นมันเพราะเขามั่วแต่คิดออะไรเรื่อยเปื่อย ทั้งคู่เดินลงมายังชั้นใต้ดินที่เปิดเป็นผับ เสียงดนตรีดังจนดงฮยอกแทบจะปิดหู รำคาญจนอยากจะเปลี่ยนที่คุยซะตอนนี้เลย

“ไหวไหมดงดง ปกตินายก็ไม่ค่อยชอบที่แบบนี้อยู่แล้ว”

“ไหวหาโต๊ะนั่งกันเถอะ”

“ไม่ค่อยมีที่ว่างเลย หรือว่าจะไปนั่งโซนวีไอพีดี โซนนั่นน่าจะมีที่ว่างแล้วก็เสียงเพลงเบากว่า”

“ก็ดีนะเอาแบบเสียงเบากว่านี้หน่อยจะได้คุยกันสะดวก” บริกรเดินเข้ามาหาทั้งสองคนแล้วเดินนำไปยังโซนนั่นทันที

“สองท่านนะครับ”

“ครับ”

“ไม่ทราบจะรับเป็นเครื่องดื่มอะไรดีครับ”

“อ่าของผมเป็น เบียร์แล้วกันครับ”

“แล้วอีกท่านล่ะครับ

“เหมือนกันครับ อ่อแล้วก็ขอน้ำเปล่าอีกขวดด้วยครับ”

“ครับรอสักครู่นะครับ”

“ดงฮยอกนายดื่มเป็นหรอ”

“ก็ไม่ดื่ม สั่งเพื่อให้เขาก็ไปก็เท่านั้น”

“นายนี่มัน อ่าช่างเถอะ”

“แต่ว่านายจะบอกเรื่องสำคัญนั้นได้หรือยัง”

“อ่ารอแป๊ปหนึ่ง ขอไปห้องน้ำแป๊ป เดี๋ยวมาจะบอกทันที”

“รีบไปเหอะ จะได้รับกลับไปนอน”

“หืม แป๊ปเดียวนะครับ”

นัมจูรีบเดินออกไปแล้วปล่อยให้ดงฮยอกนั่งอยู่คนเดียวท่ามกลางผับที่รวมไปด้วยบรรดาเสือหิวที่พร้อมจะตะคลุบเหงื่อชั้นดี

ร่างของบริกรเดินพ้นมุมมาจนเกือบจะถึงโต๊ะของดงฮยอกแต่กลับถูกดึงแขนไว้ ม้วนก้อนๆ สีเทา ถูกยัดใส่มือ

“อะไรครับคุณ”

“เอานี่ไปแล้วช่วยเงียบด้วยครับ”

บริกรตาโตด้วยความชอบใจ ก่อนจะยัดมันใส่กระเป๋ากางเกง แล้วพยักหน้าให้อีกคน ร่างสูงค่อยๆ หยิบขวดเล็กขึ้นมาเขย่าแล้วเทน้ำใสลงในขวดเบียร์บางส่วน และอีกส่วนลงในแก้วใส่น้ำแข็ง ส่งสัญญาณให้บริกรนำมาเสิร์ฟตามเดิม

“ขออนุญาต เสิร์ฟครับ เบียร์สองกับน้ำเปล่าหนึ่งขวดแล้วก็น้ำแข็งเปล่าหนึ่งแก้วครับ”

ดงฮยอกหันมองหานัมจูฮยอกอยู่สักพัก ก็ยังไม่เห็นอีกคนจนเขาเริ่มแสบคอเพราะกลิ่นบุหรี่และควัน จนต้องหยิบขวดน้ำมาเปิดแล้วเทใส่แก้วและดูดอย่างหิวกระหายรวดเดียวหมดแก้ว แล้วร่างของนัมจูฮยอกก็เดินมาถึง

           “มาแล้วหรอ หายไปนานเชียว”

           “อ่าพอดีปวดท้องนิดหน่อย”

           “หืม ฉันว่านายคงจะเล่าได้แล้วนะ”

           “โอเค เราจะเล่าเลยแล้วกัน”

ร่างสูงขยับตัวเข้าไปใกล้ก้มใบหน้าชิดข้างหู ถ่ายทอดเล่าเรื่องที่เขารู้มาพร้อมทั้งสังเกตอาการของอีกคนที่เริ่มเปลี่ยนไป เขาเล่าอย่างช้าๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน มือหนาวางลงบนต้นขาของดงฮยอก และอีกคนก็ปัดมันออกอย่างรวดเร็วราวกลับว่าโดนไฟฟ้าช็อต รีบลุกพรวดพลาด

            “ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

            “อ่ารีบไปรีบมาล่ะ ยังเล่าไม่จบเลย”

            หึ ร่างสูงหลุดเสียงหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ มองตามดงฮยอกที่ถูแขนตัวเองไปมา ยาที่ใส่คงเริ่มออกฤทธิ์แล้วสินะ

ร่างกายเล็กสะบัดร้อนสะบัดหนาวเสียวไปทั่วร่างขนลุกไปทั่วตัว  ร้อนจุดอ่อนไหวกลางร่างกายท้องปั่นป่วน

ปวดตึงแกนกลางจนอยากจะง้อเข่าให้หายจากอาการบ้าๆ นี่

             ‘นี่เขาโดนยาใช่ไหม ไม่…..จุนฮเวช่วยด้วย’

……………………….

               จุนฮเวนั่งรอดงฮยอกหน้าคลาสเรียนหลังเขาเลิกเรียนแต่ก็ไม่เห็นแม้เงา ถึงแม้ว่าเพื่อนของดงฮยอกจะเดินออกจากคลาสไปจนหมดแล้ว

            “หายไปไหนของเขาวะเนี่ย” มือถือถูกหยิบขึ้นมากระหน่ำโทรแต่ก็ไม่มีใครกดรับสาย ความโมโหเริ่มปะทุ ความพยายามสิ้นสุดลง เลิกกดหาดงฮยอกเปลี่ยนเป็นโทรหาจินฮยองแทนแล้วคำตอบที่ได้ก็ทำให้เขาควันออกหู ดงฮยอกหายไปตั้งแต่หกโมงเย็น แล้วทำไมไม่มีใครบอกเขา

            “ทำไมมึงไม่บอกกูวะ ปล่อยให้ดงฮยอกหายไปได้ไงเป็นชั่วโมง”

            “มึงจะมาใส่อารมณ์กับกูทำไม กูนึกว่ามันไปกับมึง”

            “มึงนึก นึกได้ไงวะ บ้าหรือเปล่าไอจินฮยอง”

            “ไอเน่ ก็มึงเป็นคนส่งข้อมความมาเองนะว่าจะพาดงฮยอกไปเที่ยววันนี้”  เขากุมขมับแล้วพูดขอโทษเพื่อนเสียงอ่อย

            “เอ่อกูขอโทษ กูส่ง แต่ไม่ได้ไปเร็วแบบนั้นป่ะวะ”

            “เอ่อใจเย็นๆ ค่อยๆคิด”

               นิ้วสวยกดคลึงขมับนึกถึงสิ่งที่จะทำให้เขาตามดงฮยอกเจอ แล้วในหัวเขาก็ปิ๊งบางอย่างออก ไม่รอช้า เขาเปิดเข้าแอฟแสดงที่อยู่ของดงฮยอกทันที ตำแหน่งจุดแดงๆกระพริบถี่ๆ ค่อยเคลื่อนไปบนแผนที่ มันแสดงว่าดงฮยอกกำลังออกนอกเมืองไป ร่างสูงไม่รอช้าวิ่งไปที่รถอย่างเร็วแล้วพารถทะยานออกจากมหาลัย

  

            …………………………………………….

               ดงฮยอกเดินเบียดเสียดผู้คนออกมาจากห้องน้ำด้วยความยากลำบาก แค่ถูกแตะสัมผัสตัวนิดๆ เขาก็แทบเผลอครางออกมา พยายามมองหาทางออก และเขาไม่สนใจสักนิดว่านัมจูฮยอกจะหาเขาเจอไหม ตอนนี้เขาอยากไปให้ถึงห้องให้เร็วที่สุด ขังตัวเองไว้ในห้องไม่ให้ใครสัมผัส เพราะตัวเขาอาจจะเผลอไผลกับใครที่เขาไม่ได้ต้องการก็ได้

               ร่างบางเดินออกมาจนมาหยุดอยู่ที่ระหว่างลานจอดรถกับส่วนเชื่อมเข้าโรงแรม หมุนมองไปรอบด้านเพื่อหาทางเข้า แต่ก็ต้องทรุดตัวลงเมื่ออาการร้อนรุ่มกระตุ้นร่างกายให้เสียววาบไปทั่วร่าง เหงื่อไหลซึมจนเสื้อซุ่ม ทรุดตัวกอดเข่าอยู่ข้างเสาต้นใหญ่ จนเงาดำเริ่มคืบคลานมาคร่อมทับ

            “อ๊ะ!! นาย”

………………………….

            จุนฮเวขับรถมาถึงสถานที่ๆ เครื่องติดตามดงฮยอกแสดง เขาขับรถเข้ามาแล้วสอบถามพนักงานเพื่อขอเข้าพัก และในระหว่างที่เขาวนรถไปเก็บนั้นเอง สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นร่างคุ้นตากำลังถูกใครบางคนคุกคามอยู่

            เอี๊ยดดดด!! เสียงเบรกของล้อรถดังสนั่น เขารีบพุ่งออกจากตัวรถซัดเข้าที่ร่างของคนที่สูงกว่าไม่ยั้ง เชิงต่อสู้ที่มีพอตัวของนัมจูฮยอกกันหมัดของจุนฮเวได้บางส่วน แต่ก็พลาดท่าได้ง่ายๆ เมื่ออีกคนพุ่งเข้าหาตอนเขาไม่ทันตั้งตัวแถมอีกคนยังมาด้วยอารมณ์โกรธ

จุนฮเวซัดลงบนใบหน้าคนที่นอนอยู่บนพื้น หลายต่อหลายหมัดจนดงฮยอกต้องเดินมากระชากจุนฮเวออกด้วยแรงอันน้อยนิด แต่กลับถูกอีกคนสะบัดล้มอย่างง่ายดาย

“ยุ่งน่า!!”

“โอ้ย เจ็บ”

“เป็นไงมั้ง จะมาห้ามทำไม ชอบมันหรือไง”

            “ไม่ จุนฮเว อย่า จุน อย่า ได้โปรด”

            “จะมาห้ามทำไม จะช่วยมันทำไม รักมันหรอไง”

            “ป๊ะ เป ล่า พะ พาเรา ไป จากนี่ ที่ ได้ โปร ด” เสียงขาดหาย เม็ดเหงื่อไหลซึมทั่วกรอบหน้า ทำให้จุนฮเวละความสนใจจากอีกคน แล้วหันมาสนใจร่างสั่นๆ แทน เขาเตะซ้ำที่ร่างของคนล้มอย่างแรง แล้วคว้าดงฮยอกขึ้นอุ้มไปที่รถขับพาออกไปทันที

            “อย่าเอาดงฮยอกไปนะเว้ย ไอเหี้ย โธ่เว้ย!!!” นัมจูฮยอกลุกขึ้นได้ก็ต่อยเข้ากับเสาจนมือแตก เขาน้ำตาไหลออกมาไม่ขาด ดงฮยอกของเขาคงไม่รอดมือไอนั่นแน่ โธ่เว้ยแผนเขาพังหมด พังเพราะมันคนเดียวเลย

            “ไอจุนฮเวววววว!!! ไอเหี้ยเอ้ยยย”

            ……………………...

         บรรยากาศภายในห้องโดยสารของรถคันหรูที่ขับทะยานไปในค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวง กลางความเงียบสงัดปราศจากซึ่งเสียงหรือคำพูดใดๆ จะมีก็เพียงเสียงกัดฟันของจุนฮเวและเสียงหอบหายใจของดงฮยอก  แอร์ทำความเย็นยังทำงานได้ปกติดีทุกอย่าง

เพียงแต่มันไม่ตอบโจทย์ความผิดปกติในตัวดงฮยอก ปลายจมูก ไรผมลับมีเหงื่อซึมออกมาไม่ขาด ไหลเรื่อยจนถึงปลายคางเรียวลำคอ ดวงหน้าหวานแดงก่ำหวาน….ในความคิดจุนฮเวแค่ ใบหน้ายามปกติก็ดึงดูดใจเขาจะแย่ แต่ช่วงเวลานี้ตอนนี้ภายในรถแคบๆ คันนี้ในหัวคิดอย่างอื่นไม่ได้เลยกับใบหน้าช่างดูเย้ายวนเหลือเกินแก้มขาวขึ้นสีระเรื่อหมายรวมถึงกลีบปากบางที่หลุดเสียงครางสยิวทำเอาเขาขนลุก เขาดูก็รู้ว่าอีกคนมีอาการผิดปกติ นั่งสั่นกำหมัดแน่น และบ่อยครั้งที่ลิ้นเล็กเผลอเลียริมฝีปาก ฟันขาวขบกัดริมฝีปากล่าง ช่วงขาเรียวหนีบเข้าหากัน  ราวกับต้องการจะสะกดความรู้สึกบางอย่างที่กำลังปะทุ เสียงหวานเอาแต่ครางอื้อในลำคอไม่ขาด  ตาคมมองดูดงฮยอกจัดการรูดซิปเสื้อแขนยาวตัวนอกออกเหลือเพียงเชิ้ตสีฟ้าอ่อนชุ่มไปด้วยเหงื่อ

         “นายเป็นอะไรดงฮยอก? ร้อนเหรอ? เพิ่มแอร์ให้เอาไหม"

         เสียงทุ้มต่ำถามทั้งๆ ที่เขาก็ไม่ได้อยู่ในช่วงภาวะอารมณ์ที่ดีสักเท่าไหร่  ยอมรับว่าโครตโมโหกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  อยากจะตะโกนถามร่างบางเหลือเกินว่าโง่หรืออะไรทำไมไม่ระวังตัวเลย คิดว่าเก่งมาจากไหนกันตัวก็แค่นี้ลมพัดทีคงหักครึ่งท่อน  หากเขาตามไม่เจอจะเป็นยังไง แล้วกินยาเข้าไปปริมาณมากขนาดไหนถึงได้ออกฤทธิ์แบบนี้   มือหนาเอื้อมไปจับบริเวณขาอ่อนผ่านเนื้อกางเกงยีนต์ไม่คาดว่าจะเห็นดงฮยอกสะดุ้งตัวแรงขนาดนี้

          "อื้อ!..อย่า..จับ เอามือ ออกไป"

“ทำไม จับไม่ได้”

“ย๊ะ ยะ อย่ า ขอ ร้อ ง จุน ฮ เว เราขอ” ดงฮยอกร้องขอเสียงขาดห้วงเขาหันมองคนข้างๆ สลับมองถนน แล้วปฏิเสธ

          “เสียใจ คงให้ไม่ได้” และมันไม่จบแค่นั้น มือเขาจงใจลูบขึ้นลง เลื้อยขึ้นจนถึงสะโพกออกแรงบีบเบาๆ ผลลัพท์นั้นเกินคาดจริงๆ

              "อื้อ!! อยะ..อย่า..มัน อย่าบีบ..อ๊าา งื่อ"

         สายตาฉ่ำหวานช้อนขึ้นมองส่ายหน้าปฏิเสธราวกับจะขอร้องเขาหยุดแกล้งสักที  ทว่ายามที่จุนฮเวจะยกมือออกดงฮยอกกลับคว้ามันเอาไว้ พร้อมกัดริมฝีปากล่างพรูลมหายใจออกมาถี่ๆ แทน ไหนจะไอ้อาการยั่วแบบไม่รู้ตัวนี่อีก หึ! อยากจะจับกดลงกับเบาะแล้วขย้ำให้หายโมโห  แต่ติดที่ว่ากำลังขับรถ แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็น เขาสามารถหักพวงมาลัยจอดเพื่อทำโทษดงฮยอกเมื่อไหร่ก็ได้

“เป็นอะไร”

“...ปะ เปล่ า”

              "เฮ้ย! ถามก็ตอบดิวะ! จะกัดอีกนานไหมปากน่ะ"

              "ยุ่ง!!"

              "ก็ถาม  นี่ปากว่างพอดีเดี๋ยวช่วยกัด เอาไหม?"

              "กะ..เก็บปาก อืม..ไว้กินข้าวเถอะจุนฮเว"

              "ข้าวน่ะ กินเมื่อไหร่ก็ได้  พอดีอยากจะกินของหวานก่อนน่ะ หึหึ"

         จบประโยคนั้นจุนฮเวหักพวงมาลัยเข้าข้างทางทันที ดีหน่อยตอนนี้ดึกมากจนไม่มีรถคันอื่นสวนทางมาเลยสักคัน นี่แหละโอกาสทองของการลงโทษไอ้ตัวขาวนี่ให้หลาบจำ จะได้ไม่ทำอย่างนั้นอีก ตอนที่เห็นไอ้เวรนั่นมันแตะต้องดงฮยอกทำเอาแทบอยากจะชักปืนมาเป่าสมองให้กระจาย แต่ก็ต้องขอบคุณมันด้วยที่ส่งมอบความหอมหวานแสนยั่วเย้านี้มาเข้าปากเขาแทน

         ดงฮยอกหันหน้าไปมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายจอดรถข้างทาง แม้สติจะไม่ครบถ้วนแถมดงฮยอกยังจับมือขวาของจุนฮเวไว้อีกด้วย  เพียงเสี้ยววินาทีเจ้าของมือขวานั่นก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนสัมผัสลมหายใจของกันเเละกันได้ชัดเจน

              "นะ  นาย จอดรถทำไม? "

              "กินของหวาน" ตอบกลับเสียงดังฟังชัดกระตุกยิ้มร้ายที่มุมปากและแน่นอนว่าเสืออย่างจุนฮเวจะไม่ปล่อยให้เจ้าสมันน้อยหลุดจากกรงเล็บได้เป็นอันขาด

              "ขะ  ของหวานที่ไหนกัน  อ๊า?! "

         ยังถามไม่จบประโยคดีเนื้อนุ่มนิ่มบริเวณสะโพกด้านขวาถูกบีบโดยปราศจากเนื้อผ้าปิดบัง  ดวงตารีเรียวมีน้ำหล่อเลี้ยงพร้อมหยดลงทุกเมื่อ เขายกมือขึ้นมาดันหน้าอกแกร่งให้ถอยออกไปห่างๆ แต่ก็ทำได้เพียงแค่ยกขึ้นมาแปะไว้เท่านั้น  จุนฮเวมองสำรวจทั่วใบหน้าที่เขาหลงใหลทั้งดวงตาใสแจ๋วคู่นั้น แก้มขาวระเรื่อด้วยเลือดฝาดหล่อเลี้ยง ริมฝีปากบางขึ้นสีชมพูอ่อนตามธรรมชาติ มันชวนให้เข้าไปลิ้มลองความหวานหลายครั้งหลายครา รวมถึงครั้งนี้ด้วย...ไม่อาจห้ามตัวเองได้อีกต่อไป จู่โจมช่วงชิงความนุ่มสีชมพูอ่อนที่เต็มไปด้วยความหวานล้ำ

              "อื้อ!!! อื้ม..."

         สุ้มเสียงหวานครางแผ่วเบาในลำคอเผลอปรับท่าให้ได้องศาเพื่อรับจูบได้ถนัดขึ้น ลิ้นเล็กๆพยายามสอดเข้ามาราวกับจะท้าทาย ลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดไปมา ทว่าดงฮยอกยังอ่อนประสบการณ์กว่าจุนฮเวมากนัก เพราะเพียงแค่เขากดกลีบปากดูดกลืนลิ้นเล็ก ขยับเขี้ยวงับปากล่างวนไปมาเพิ่งจังหวะผสมกับมือแตะตรงนั้นที สะกิดตรงนี้ที คนใต้ร่างก็แทบหายใจไม่ทัน แผ่นอกบางแอ่นขึ้นทันทีที่ปลายนิ้วเรียวสัมผัส ส่งเสียงอื้ออึงออกมาล่อลวง

แต่ก่อนที่จะถูกอารมณ์แห่งราคะเข้าครอบงำมากกว่า จุนฮเวจำเป็นต้องหยุดตัวเองไว้รอให้ถึงบ้านพักตากอากาศก่อนเถอะจะขยี้ให้หนำใจไปเลย คิมดงฮยอก!! ดวงตาคู่หวานปรือฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำยามเมื่อจุนฮเวถอนริมฝีปากออก  มันกลับไม่เป็นอย่างที่ร่างสูงคิดเพราะดงฮยอกขยับตามมากดกลีบปากสีชมพูลงกับอวัยวะเดียวกันของเขา  นั่นแหละ..เขาได้กำไรเต็มๆ แม้จะดูฉวยโอกาสเพราะว่าหาเศษหาเลยตอนที่อีกฝ่ายไม่มีสติ แต่ยอมรับเลยว่าดงฮยอกตอนนี้น่าฟัดที่สุดๆ แล้ว

              "อืม..อ่า.."

         จุนฮเวครางด้วยความพอใจเพียงเพราะมือเรียวเริ่มลูบไล้ไปตามร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม  ส่วนอีกข้างไล้อยู่บริเวณท้ายทอยเลื่อนเข้าไปขย้ำกลุ่มผมหนักๆ เรียกให้ขนอ่อนลุกชัน  ตอนนี้เหมือนว่าการยับยั้งชั่งใจใกล้จะสุดทางแล้ว ตั้งแต่ดงฮยอกปลดหัวเข็มขัดเขาออกริดกระดุมพร้อมรูดซิบลงให้อีก ออกปากห้ามไม่ทันเมื่อมือเล็กๆเเสนซุกซนล้วงเข้าไปทักทายมังกรไฟของเขาเรียบร้อย  ไม่เสียเชิงชายแน่นอนจุนฮเวไม่ปล่อยให้ดงฮยอกได้เปรียบฝ่ายเดียว

              "อื้อ!!...จ..เจ็บ..อ๊า!" เขาเลื่อนริมฝีปากไปยังข้างแก้มใสออกแรงขบกัดดูดดึงจนเกิดรอยสีแดงเข้มปื้นใหญ่ตรงปลายคาง ลากเรื่อยไปจนถึงใบหูของร่างบางเรียวลิ้นหนาแหย่เข้าไปตวัดบริเวณกระดูกอ่อน ดงฮยอกสะดุ้งเฮือกชักมือออกจากเป้าของจุนฮเวมาจับยึดข้อมือหนาไว้

              " ทำไมล่ะ? ทีนายยังกล้าจับของฉัน แล้วผิดอะไรที่ฉันจะจับคืน แฟร์หน่อยดิ"

         ดวงหน้าหวานชุ่มไปด้วยเหงื่อพยายามอย่างหนักที่จะไม่พุ่งเข้าไปจูบจุนฮเวอีกครั้ง กัดฟันดังกรอดส่ายหน้าปฏิเสธไปมาเมื่อครู่คล้ายจะได้สติขึ้นมานิดหน่อยจึงหยุดมันได้ทันควัน  แต่มือเรียวอีกข้างกลับคลึ้งท้ายทอยจุนฮเวไปมา

              "ส่ายหน้าแบบนี้หมายความว่ายังไง?"

              "อยะ..อย่ามายุ่งนะ!" คิดว่าจุนฮเวจะฟังไหมล่ะ หึ! ก็ไม่น่ะสิ

              "!!?? ไอ้จุนฮเว!!" จัดการคว้าร่างบางยกมานั่งคร่อมตักไว้โอบรัดจนดงฮยอกหายใจแทบไม่ออก ดิ้นหวังให้พ้นจากพันธนาการแต่ความน่าจะเป็นมีค่าเท่ากับศูนย์

              "ปล่อย!! หายใจไม่ออก!"

              "ไม่มีทาง  อ่า..ร้อนเหรอ? ทำไมนายเหงื่อแตกอย่างนั้นล่ะ?"

              "เสือก!! ปล่อยเลยนะเว้ย !! อื้ออออ..."

         โน้มลงไปกัดปากสีชมพูด้วยความหมั่นเขี้ยวแล้วผละออกมาดูผลงานของตัวเอง อ่า..แก้มแดงๆปากบวมเจ่อเติมสีสันตรงปลายคางเข้าไปไหนจะดวงรีเรียวที่มีน้ำใสๆ กลิ้งไปมาสะท้อนกับไฟหน้ารถดูคล้ายเพชรพลอยยามล้อเเสงไฟสวยเลอค่าจนประมาณราคาไม่ได้

              "อย่ามาเสียงดังใส่นะ  ก็เห็นๆกันอยู่ว่าร้อน"

              "ไม่ได้ร้อนเว้ย!! ปล่อยนะ!!" เอ่ยเสียงดังดิ้นรนจะลงจากตักของจุนฮเวทว่ากลับโดนรัดเอาไว้แน่นกว่าเดิมร่างสูงกดมือลงช่วงสะโพกบางทำให้ร่างกายส่วนล่างแนบสนิทกัน  ภายในร่างกายของดงฮยอกรุ่มร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้   กัดริมฝีปากอีกหนจนห้อเลือดมือน้อยพยายามดันแผงอกของจุนฮเวให้ห่างออกไปแต่ก็ไม่ช่วยอะไรเลย  ราวกับว่ากำลังดันแผ่นหินอย่างไรอย่างนั้น

              "นี่ นายตัวร้อนมากแล้วนะ เหงื่อออกเต็มเลย แฉะไปหมดแล้วเนี่ย ออกไปโต้ลมหนาวข้างนอกไหมล่ะ เผื่อดีขึ้น"

         จุนฮเวถามโดยไม่หวังคำตอบพูดจบ ก็เปิดประตูรถโดยมีร่างของดงฮยอกถูกอุ้มแนบอกมาด้วย  อากาศภายนอกรถหนาวกว่าที่จุนฮเวคิดไว้มากอาจเพราะมันอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลทำให้มีลมเเรงกว่าในเขตอื่น  เขาอุ้มดงฮยอกเดินอ้อมไปยังหน้ารถ วางอีกคนลงบนกระโปรงรถแล้วคร่อมเอาไว้ใต้อาณัติโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้ๆ จนปลายจมูกชนกัน  สัมผัสถึงลมหายใจร้อนๆ มองเหงื่อที่ยังคงไหลไม่หยุด ยกมือขึ้นปาดไล้ตั้งแต่ขมับขาวลงมายังพวงแก้มนิ่ม เลยมายังริมฝีปากสีชมพูหยุดปลายนิ้วไว้แค่ตรงนั้น  ดวงตาคู่คมสบจ้องเข้าไปในแก้วตาใสคู่หวานก่อนจะถูกดึงสายตาให้ตรึงตรงปลายลิ้นเล็กยามเเลบเลียกลีบปากแห้งผากพร้อมกลืนน้ำลายลงคอ  สิ้นสุดแล้วความอดทนทั้งหมดที่มีจุนฮเวก้มลงไปครอบครองความหวานล้ำตรงหน้า  ร่างบางผวาโอบวงแขนทั้งสองข้างรอบคอคนที่กำลังดูดกลืนริมฝีปากของเขาอยู่  เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดพันกันไปมาไม่มีใครยอมใคร  จนเกิดเสียงดังออกมาให้ได้ยิน ลมหายใจแทบจะสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน น้ำเชื่อมใสเเจ๋วเลอะขอบปากไปหมดแต่ก็ไม่มีใครหยุดเลย  มือหนาล้วงเข้ามาภายในตัวเสื้อลูบแผ่นหลังที่แอ่นขึ้นเพราะความกระสัน เขาทนไม่ไหวกับความช่างยั่วนี้อีกอย่างเข็มขัดกับซิบดงฮยอกก็ปลดออกให้ก่อนหน้านี้แล้ว  จุนฮเวใช้มืออีกข้างไต่ระดับขึ้นไปยังยอดอกตูมเต่งจนเเข็งเป็นไต ปลายนิ้วชี้สะกิดเขี่ยจนรู้สึกได้ว่าขนอ่อนลุกชันไปทั้งตัวแล้ว

"อืม...อ้า!!"

         เว้นระยะให้ได้หายใจหายคอบ้าง แต่เมื่อเผลอมองเห็นกลีบปากสีแดงสดราวกับผลเชอรี่อารมณ์ที่คล้ายว่าจะควบคุมได้ก็หมดไปกดปากปล้ำจูบอีกครั้ง และเลื่อนเป้าหมายต่อไปที่ซอกคอหอมกรุ่นนั่นทั้งขบกัดดูดดุนจนเกิดรอยสีแดงเข้มไปทั่วทั้งสองข้าง วนกลับมากดจูบริมฝีปากบางที่ตอนนี้บวมเจ่อด้วยความหมั่นเขี้ยว คนน่ารักหอบจนตัวโยน แต่กลับพยายามเบียดส่วนล่างเข้าหาเขาอีก ย้อนแยงสิ้นดี เสียงเสียดสีกันระหว่างเนื้อผ้าดังให้ได้ยินเป็นระยะ  คนตัวบางสัมผัสถึงความนูนผิดปกติที่ช่วงล่างด้วยความอยากรู้บวกกับสติที่ค่อยๆหายไป นำพาให้ดงฮยอกละมือข้างหนึ่งลงมาลูบเข้าที่ใจกลางของจุนฮเว

              "อ่ะ?! "

         เสียงทุ้มลุ่มลึกครางออกมาเมื่อกล่องดวงใจถูกแตะต้อง   ชายหนุ่มกัดฟันสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ จริงๆถ้าเกิดว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนที่เขาคิดจะปกป้องดูแลแล้วละก็ทุกอย่างคงง่ายกว่านี้  เซ็กส์ที่จุนฮเวได้สัมผัสมาตลอดคือจากคนที่เต็มใจกันทั้งสองฝ่าย  หรือบางครั้งถูกเสนอมาเขาก็แค่สนองให้จบๆไป  จุนฮเวไม่ใช่พระอิฐพระปูนจะได้ไม่รู้สึกอะไรเลยเพื่อรอคอยใครสักคนมาเติมเต็มความต้องการของตัวเอง  ทำไปเพื่อปลดปล่อยความเครียดแต่ก็วางเหตุผลให้เข้าใจว่าจบแล้วจบเลยไม่สานต่อ ทว่ากับคิมดงฮยอกคนนี้เขากลับไม่อยากให้เจ้าตัวดื้อแสนพยศต้องหวาดกลัวกับครั้งแรกที่เขามั่นใจเหลือเกินว่ายังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน  ในตอนนี้มือนุ่มนิ่มได้แทรกเข้าไปสัมผัสเนื้อแท้ที่โป่งพองของเขาหยอกล้อมันราวกับชื่นชม


   

                      ♡Cutto ฉากที่หายไปนั่นขอบอกว่า สำหรับคนที่มีใจแข็งแรงเท่านั้น อ่อนไหวอย่าอ่าน ไม่ได้มีความสำคัญกับเนื้อเรื่องโดยรวม





                    “รักแรกของฉันใส่แหวนอักษร TBJuNe ด้วยนะ”

               เขากระซิบแล้วเปลี่ยนเสียงตะโกนแง่งอนให้กลายเป็นเสียงครางของลูกแมวตัวน้อยได้จริงๆ ท่ามกลางสีขาวจากท้องฟ้าเป็นคำอวยพรให้เขาทั้งคู่มีความสุขจากนี้ตลอดไป

...........♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡.........







...........♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡.........




                    ...................................................................100%..............................................................

ปล.สำหรับจุนดงก็เรียบร้อยโรงเรียนจุนฮเวไปแล้วนะจ๊ะ 



 Next time >>>> bobyun <<<<<  






    

iKON  DARK | หมายเหตุ  

อ่านแล้วขอกำลังใจ คอมเม้นท์สักนิด ติดแท็กก็ได้   

ทวงฟิค @gigtoyou เมาท์ติดแท็ก  #เส้นขนานikon



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

818 ความคิดเห็น

  1. #810 nsmademyday (@nsmademyday) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:03
    เขินมากกกกกก
    #810
    0
  2. #770 PMSnammy (@PMSnammy) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 14:20
    กรี๊ดดดดด วันนี้ที่รอคอย รักแรกของฉัน
    #770
    0
  3. #714 555 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 10:24
    วี้ดดดเ รอบ๊อบยุนน้าาส
    #714
    0
  4. #709 paewyan_g (@paewyan_g) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 03:50
    ใครหาcutได้บางคะะ??? ขอหน่อยคะะ pariyomoni@hotmail.com
    #709
    0
  5. #708 paewyan_g (@paewyan_g) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 03:28
    อ่านcutได้จากไหนอ่าคะะ ใครกาได้รบกวนบอกหน่อยคร่าา...
    #708
    0
  6. #702 Ramie_25 (@-2001-) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 19:52
    เด็ดกว่าบีจินอีก เตอกระโปรงรถคุ่ไหนจะสุ้
    #702
    0
  7. #701 linnamW (@linlululy) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 01:50
    จุนดงคือเด็ดสุดดด โอ้ยยยยเขินน
    #701
    0
  8. #700 _IP-P.VIP_ (@prm-vip) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 01:12
    คือดีมากกกกกก จบจุนดงต่อบ๊อบยุน งื้ออออออ >////< ทำไมนัมจูยังร้ายอยู่อ่ะ นึกว่าจะดีแล้วซะอีก
    #700
    0
  9. #699 Monshino (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 23:44
    ความแซ่บนี้ บีจินก็ทำไม่ได้ บ๊อบยุนหรอ อย่าหวังงง

    โอ้ยยยย บนกระโปรงรถถถ >\\\\<
    #699
    0
  10. #698 pang014892 (@pang014892) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 23:20
    มีใครมาเพิ่มอีกหนอแล้วชานอูเธออยู่ฝั่งไหนกันแน่ สับสนสุดๆ55555

    แต่เราจะเก็บความสงสัยไว้ก่อน

    อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ขอกรี๊ดให้กับจุนเน่ค่ะ โอ๊ยเน่เธอลุกดงหนักมากๆๆๆๆๆๆ ฉากที่สระว่ายน้ำนี้ใจสั่นเลยค่ะ

    ส่วนนัมจูเธอไม่ควรกลับมาอีกแต่ก็ขอบคุณที่ทำให้เขาลงเอ่ยกัน555 มันใช่เรื่องที่ต้องขอบคุณมั้ยล่ะ

    ต่อค่ะต่อเถอะๆๆๆ
    #698
    0
  11. #696 youngkyun (@youngkyun) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 18:10
    สว่างกันเลยทีเดียว5555555
    #696
    0
  12. #694 กบฎ.บีทูบี (@pimmypmx) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 11:08
    อมกกกกกกกก ppimpims123@gmail.com ค่ะ.//.
    #694
    0
  13. #693 mmxxxx (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 01:56
    กระโปรงรถ !!! แซ่บเกินไปแล้วจุนเน่ นี่ถึงกับนอนไม่หลับเลยน่ะ มาป่านนี้ยังจะทันไคเค้าไหม ไรท์โปรดเหนใจช่วยส่งเอ็นซีมาเถอะค่ะ เห็นทีคงนอนไม่หลับบ may.mimozaa0112@gmail.com
    #693
    0
  14. #692 lamonza_love (@lamonza_love) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2559 / 01:25
    อหหหหหหหห อ่านเสร็จแล้วคอแห็งเลยจ้ะ5555555
    จุนดงแซ่บมากกกกกกก เป็นเอ็นซีที่ยาวมาก ตั้งแต่แค่อ่านมาง่อวววววว ระเบิดตัวเอง
    #692
    0
  15. #690 Manee-Meena (@Manee-Mena) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 22:54
    ดงดงอ่าโดนจุนเฮว...จนได้  
    ไม่รู้จะด่าหรือขอบคุณนัมจูฮยอกดี 🤔
    #690
    0
  16. #689 AM T (@tamp-406) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 21:40
    รอตอนหน้าได้ไหมมฮือออ มาคร่าวนี้ก้จัดเต็มสะั
    #689
    0
  17. #688 CottonVip (@CottonVip) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 21:33
    ยิ่งกว่า20+ โอ้ยยหนังสดกลางแจ้ง????????
    #688
    0
  18. #687 be_natural_be_i (@be_natural_be_i) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 17:43
    เป็นncที่ยาวมากจริงๆค่ะ5555555555555สมกับที่รอคอยมานานแสนนานว่าจุนเน่จะเอาเสาลงหลุมได้ไหมในที่สุดก็สำเร็จสวยงามจุดพลุค่ะ!!
    #687
    0
  19. #686 น้องต๋า. (@pimmchoi) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 15:00
    อื้อหือ ดีงามมากค่ะไรท์ ดงดงเสร็จจุนเน่จนได้ ต่อไปก็คบกันได้แล้วมั้งเนี่ย เขินแทนน >\\\\<
    #686
    0
  20. #685 Yomi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 11:20
    หมวยลูกแล้ววววววววววววววววววววววว

    จุนเน่โอ้ยตายแล้วววววววววว โอ้ยๆๆๆๆๆ

    ว่าแต่เรื่องนี้ตัวละครเยอะมากๆๆๆๆๆ

    งงว่าใครเแ็นใครแล้วเนี้ย
    #685
    0
  21. วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 11:04
    รอมานานและ
    ได้กันซะที
    #684
    0
  22. #683 น้องจิต (@pimexofan) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 10:50
    ในที่สุดก็ได้กัน
    #683
    0
  23. #682 คอเต่า (@oonunanoo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 08:40
    ในที่สุดก็ได้กัน
    #682
    0
  24. #681 _IP-P.VIP_ (@prm-vip) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2559 / 23:09
    รอค่าาาาาาาาา ขอให้สมหวัง ชอบให้จุนเน่ยอมดงดง ละมุนมากกกก รอให้ดงดงใจอ่อน งื้ออออออ ><
    #681
    0
  25. #678 TEMBE (@tembe1430) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2559 / 20:34
    จุนดงของบ่าวววว5555
    #678
    0