(Not) Innocent รัก 'ร้าย' เดียงสา :3P: [เปิดจอง]

ตอนที่ 4 : Chapter 03 :: แฟนเก่าที่ยังผูกพัน (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    27 พ.ย. 59

Chapter 3 
แฟนเก่าที่ยังผูกพัน

 

[Special Part: Krit]

@The Attribute Condominium

ตั้งแต่อยู่ในรถจนมาถึงคอนโดของผม ธารไม่พูดอะไรเลยสักคำ เอาแต่ก้มหน้านั่งเล่นมือถือเงียบๆ ทำอย่างกับว่าผมไม่มีตัวตนทั้งที่เรานั่งอยู่ข้างกันบนโซฟา

ผมรู้ดีว่าธารไม่ใช่คนโง่ ทุกครั้งที่ผมโกหกหรือแอบนอกใจธารรับรู้โดยตลอด อยู่ที่ว่าน้องจะพูดออกมารึเปล่า จนบางครั้งมันดูเหมือนอีกฝ่ายไม่แคร์ ไม่ใส่ใจกัน ธารเคยเจอผมเดินควงคนอื่นในห้าง แต่กลับทำเป็นเมิน เดินคุยกับเพื่อนในกลุ่มผ่านหน้าผมไป

กับครั้งล่าสุดที่เราทะเลาะกันจนธารเอ่ยปากบอกเลิกผม คงเพราะน้องทนไม่ไหวแล้วจริงๆ แน่ล่ะ...ใครจะไปทนไหวถ้าเห็นแฟนตัวเองกำลังมีเซ็กซ์กับผู้ชายคนอื่นบนเตียงที่เคยนอนกอดกัน

“ธาร” ผมเรียกอีกฝ่ายเบาๆ อยากให้เราพูดคุยปรับความเข้าใจกันดีกว่ามานั่งทนกับบรรยากาศที่น่าอึดอัด “ธารยังโกรธพี่เรื่องนั้นอยู่รึเปล่า”

“ไม่โกรธครับ” ธารพูดทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นจากมือถือ “ธารบอกพี่กฤษไปแล้วว่าธารเข้าใจ แค่ธารทำใจยอมรับไม่ได้และไม่อยากทนให้เกิดเรื่องเดิมๆ ซ้ำอีก”

“นี่เราจะไม่ยอมกลับมาคืนดีกับพี่จริงๆ เหรอ”

“.....”

            “เลิกเล่นมือถือแล้วเงยหน้ามาคุยกันก่อนได้ไหม” ผมทนไม่ไหวกับท่าทีเฉยเมยของธารจนต้องพูดออกมา

“ทำไมพี่กฤษถึงอยากคืนดีกับธารครับ” ธารยอมเก็บมือถือเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วเงยหน้าขึ้นมาคุยกับผมดีๆ ผมถึงเห็นว่าธารกำลังกลั้นน้ำตา น้องคงอายที่จะร้องไห้ต่อหน้าผม

“เพราะพี่รักธารไง”

ผมโกหก...

ทุกคำพูดที่บอกธารก็แค่ต้องการรั้งอีกฝ่ายไว้ วันที่ธารเข้ามาขัดจังหวะผมกับผู้ชายคนอื่น ผมโกรธและรำคาญด้วยซ้ำถึงได้พูดจาทำร้ายจิตใจ ยกความผิดให้กับธาร โดยไม่ทันคิดว่ามันจะทำให้น้องเสียใจ แต่พอธารบอกเลิกกัน ใจของผมก็วูบโหวงแปลกๆ ยิ่งไม่มีธารอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ยินเสียงธารทางโทรศัพท์ ไม่มีข้อความบอกฝันดีอย่างทุกที ผมก็หงุดหงิดจนไม่เป็นตัวของตัวเอง

            ผมไม่รู้หรอกความรู้สึกที่มีให้ธารมันคืออะไร รู้แค่ว่า...อยากให้ธารกลับมาเป็นเหมือนเดิม

เป็นคนของผม...

 “.....” อาจเพราะคำว่ารักที่ผมพูดออกไป ธารถึงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จนต้องรีบก้มหน้าหลบ แล้วใช้หลังมือป้ายน้ำตาทิ้งลวกๆ “ถ้าพี่กฤษรักธารจริงๆ พี่กฤษไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอกครับ”

ผมดึงธารเข้ามากอดแนบอก ลูบหัวน้องเบาๆ กระซิบบอกข้างหู ย้ำคำเดิมเพื่อให้น้องใจอ่อน

“รักสิ ถ้าไม่รักพี่จะรั้งธารไว้ทำไม”

“เพราะยังไม่ได้ฟันธารมั้ง ธารเป็นแฟนคนแรกที่เด็กขนาดนี้ บางทีพี่อาจจะอยากลองอะไรใหม่ๆ ก็ได้”

ผมนิ่งอึ้ง...นี่ธารคิดแบบนี้มาตลอดเลยเหรอ ก็จริงที่ผมขาดเซ็กซ์ไม่ได้ อยากจะมีอะไรกับธารตั้งแต่อาทิตย์แรกที่เราเพิ่งคบกัน แต่ผมไม่เคยคิดจะหลอกคบใครเพื่อฟันแล้วทิ้ง หาวันไนท์สแตนท์ตามผับไม่ง่ายกว่าเหรอ

...ผมแค่อยากเจอใครสักคนที่ทำให้ผมรู้สึกรักเขาจริงๆ ดูบ้าง แต่จนถึงตอนนี้ผมยังไม่รู้จักคำว่าเสียสละ ยังเห็นแก่ตัว และไม่กล้าที่จะไว้ใจใครมากพอจนถึงขั้นรักได้

“มันก็จริงที่พี่อยากมีเซ็กซ์กับธาร แต่พี่ไม่เคยคิดจะฟันแล้วทิ้ง” ผมพยายามอธิบาย “ธารอาจจะยังเด็ก ธารถึงได้ไม่เข้าใจ ในโลกของคนที่โตกว่า เซ็กซ์กับความรักมันเป็นสิ่งที่มาคู่กัน พี่ต้องการเซ็กซ์เพื่อระบายอารมณ์ ในเมื่อธารให้พี่ไม่ได้พี่ก็เอาไปลงกับคนอื่น”

“มันก็แค่คำพูดเห็นแก่ตัว สุดท้ายพี่ก็ไม่เคยโทษว่าตัวเองผิด”

“ธาร” ผมถอนหายใจ “ถ้าธารโตกว่านี้ธารจะเข้าใจที่พี่พูด...ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายด้วยกันเป็นสิ่งที่ฉาบฉวย เซ็กซ์มันก็แค่เรื่องสนุกชั่วครั้งชั่วคราว ตราบใดที่พี่ยังมีความรู้สึกดีๆ ให้ธาร ยังมี ตัวจริง’ อยู่ตรงนี้ คนที่ผ่านเข้ามาก็แค่ผ่านไป ไม่มีความหมายอะไรเลย”

“ครับธารเข้าใจ พี่ต่างหากที่ไม่เข้าใจ” ธารผลักผมออกห่าง “ธารรู้ว่าผู้ชายกับเซ็กซ์เป็นสิ่งที่ขาดกันไม่ได้ แต่ยังมีผู้ชายอีกเยอะแยะที่เขาไม่ได้ใช้เซ็กซ์พร่ำเพรื่อ...ธารเข้าใจคนอย่างพี่ดีครับ ธารถึงได้บอกว่าไม่โกรธ แต่ธารก็ไม่อยากกลับไปคบกับพี่ ต่อให้ธารยอมมีอะไรด้วย สักวันพี่กฤษก็จะเบื่อรสชาติเดิมๆ แล้วไปหาคนใหม่ ถึงธารจะเป็นตัวจริง คนอื่นที่เข้ามาก็แค่ผ่านไปอย่างที่พี่พูด แต่ธารคงทำใจไม่ได้ถ้าเกิดเรื่องเหมือนอย่างวันนั้นขึ้นอีก ภาพมันคงฝังในหัวธารไปจนตาย”

ใช่...ธารพูดถูก และผมมักจนมุมกับเหตุผลของน้องเสมอ ธารไม่ใช่เด็กอายุสิบสี่ที่ไร้เดียงสา ความคิดของน้องโตกว่าวัยมาก

ผมเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างอ่อนแรง ไม่เคยเลิกกับใครแล้วรู้สึกแบบนี้มาก่อน...เจ็บหน่วงๆ ในอก

“ก็แฟร์ดี ธารเป็นฝ่ายเข้าหาพี่ก่อน แล้วธารก็เป็นฝ่ายบอกเลิกพี่ก่อน” ผมหันไปมองคนที่นั่งก้มหน้าเงียบอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะดึงอีกฝ่ายมากอด ล้มตัวลงนอนบนโซฟาด้วยกันโดยมีน้องนอนซบอยู่บนอกของผม “งั้นพี่ถามหน่อยสิ...ทำไมวันนั้นเราถึงทักแชทพี่มา”

“เคยเล่าให้ฟังแล้วนี่ครับ” น้ำเสียงอู้อี้ดังอยู่ตรงอก

“เล่าให้ฟังอีกสิ พี่อยากฟัง”

“ก็พี่กฤษหน้าตาคล้ายพี่ชายธาร หมายถึงตอนที่เขาเด็กๆ นะ คิดว่าถ้าโตขึ้นมาคงหน้าตาแบบพี่ แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน...เพราะหน้าคล้ายกันธารเลยอยากรู้จัก พอทักแชทไปคุยด้วยแล้วพี่ขอเบอร์ เลยให้ไป แค่นั้น”

“บอกตามตรงนะ เราไม่ใช่สเป๊กพี่เลย ปกติพี่ไม่ชอบกินเด็ก ไม่ชอบผู้ชายตัวเล็กๆ แต่พอเจอกันครั้งแรก พี่ก็รู้สึกว่าเราน่ารักดี ตาโตแล้วก็สวยมาก เลยอยากลองคบดู”

“ไม่หิวเหรอครับ อยากกินอะไรรึเปล่า” ธารเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะคงไม่อยากรื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ ฟังจากน้ำเสียง...คงร้องไห้อีกแล้ว

“ไว้ค่อยกินดีกว่า พี่ไม่อยากลุกละ ขอนอนกอดธารอย่างนี้นะ” ผมพลิกตัวให้ธารลงมานอนข้างๆ ให้หัวทุยๆ หนุนแขนผมต่างหมอน กอดร่างเล็กๆ ไว้แนบแน่น

“อย่าทำดีกับธารมากสิครับ...ธารไม่อยากใจอ่อน สงสารธารบ้างเหอะ...ถ้าธารทนไม่ไหวจนกลับไปคบกับพี่กฤษอีก ก็ไม่รู้ว่าต้องทนเจ็บไปถึงเมื่อไหร่”

ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ดังมาจากอกก็รู้สึกหน่วงๆ ที่ทำให้ธารร้องไห้ แต่ความอยากเอาชนะและอยากมีธารอยู่ข้างๆ มันมีมากกว่า

ธารต้องกลับมาเป็นของผม...

ผมจะทำทุกทางให้น้องรักผมมากขึ้นและทิ้งผมไม่ลง...

โดยไม่สนว่าต่อไป...น้องจะต้องร้องไห้เพราะผมอีกกี่ครั้งก็ตาม

 

@Forseen Restaurant

“ขอบคุณที่มาส่งนะครับ” ธารปลดสายเบลท์เพื่อจะลงจากรถ แต่ผมรีบรั้งข้อมืออีกฝ่ายไว้

“ขอพี่ลงไปด้วยได้ไหม ยังไม่ได้ทานมื้อเย็นเลย กำลังหิวพอดี”

ธารทำสีหน้าลำบากใจ ผมรู้ว่าธารไม่อยากให้คนอื่นระแคะระคายเรื่องของเรา ตัวผมเองน่ะไม่มีปัญหาอะไรหรอก ธารต่างหากที่มี อาจจะเพราะน้องยังเด็ก เพื่อนๆ ยังไม่เข้าใจเลยกลัวจะถูกล้อหรือกลัวพ่อแม่รู้ แต่ผมเบื่อเต็มทีกับความสัมพันธ์แบบหลบๆ ซ่อนๆ ถ้าเราคืนดีกันอีกครั้ง ผมก็อยากคบกับธารอย่างเปิดเผย

“ถึงยังไงตอนนี้เราก็ไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว ธารไม่เห็นต้องกลัวเลย บอกเพื่อนว่าเป็นรุ่นพี่ที่สนิท ไม่มีใครสงสัยหรอก”

“ก็ได้ครับ” ดวงตากลมโตมองผมอย่างชั่งใจครู่หนึ่งก่อนที่น้องจะตอบตกลง แล้วเดินนำผมเข้าไปในร้านอาหารติดแอร์ที่ตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ตรงไปยังโต๊ะสำหรับหกคนที่มีผู้ชายสามคนนั่งรออยู่ก่อนแล้วเพราะพวกเรามาสายเกือบสิบห้านาที เพื่อนๆ ของธารมองผมอย่างสงสัยแต่ก็ไม่มีใครเอ่ยปากถามออกมา

“นี่พี่กฤษ รุ่นพี่ที่สนิทด้วยน่ะ...พี่กฤษ นี่บาสที่เจอกันเมื่อเช้า ส่วนนั่นก็โจ้กับตั้ม” ธารแนะนำผมกับเพื่อนๆ หลังจากเราสองคนนั่งลง โดยที่น้องนั่งอยู่ระหว่างผมกับบาส ผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ซึ่งทุกคนก็รีบยกมือไหว้ผมอย่างมีมารยาท

            “กูออร์เดอร์ทุกเมนูที่มึงบอกไว้ละ อยากได้อะไรเพิ่มอีกป่ะ” บาสพูดขึ้น สายตาของเขาเวลามองธารมันทำให้ผมคิ้วกระตุก ลางสังหรณ์บางอย่างกำลังบอกผมว่า บาสไม่ได้คิดกับธารแค่เพื่อน แต่ผมอาจคิดมากไปเองก็ได้ ดูท่าทางรสนิยมของหมอนี่ก็ไม่น่าจะใช่พวกที่ชอบผู้ชายด้วยกัน

            “ไม่ละ ไว้รอสั่งเค้กทีเดียวตอนกินข้าวเสร็จ”

            ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟทุกคนในโต๊ะก็คุยกันอย่างสนุกสนาน ธารยิ้มและหัวเราะราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ดวงตาของน้องไม่ได้มีความสุขไปด้วย น้องยังเศร้าที่ต้องเลิกกับผม ผมดูออก...ผมรู้ดีว่าธารรักผมมากแค่ไหน ถึงจะเสียใจที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บ แต่ลึกแล้วๆ ผมกลับรู้สึกดีที่ธารยังเหลือเยื่อใยให้กัน

            “ธาร เป็นอะไรตั้งแต่เมื่อเช้าละ หน้าตาดูไม่สดใสเลยนะ” คำพูดของบาสทำให้คนอื่นๆ ในโต๊ะหันมามองธารเป็นตาเดียว

            “นั่นดิ ดูเศร้าๆ นะ” เพื่อนของธารที่ชื่อโจ้พูด

            “ไม่มีอะไรเหรอก” ธารบอกปัดพอดีกับที่อาหารทยอยมาเสิร์ฟ “กินข้าวเหอะ หิวจะแย่แล้วเนี่ย”

            “ไม่มีอะไรจริงๆ นะเด็กแคระ”

            ผมรู้สึกไม่พอใจขึ้นมานิดๆ เมื่อบาสใช้มือขยี้หัวธาร ที่ทำให้ผมหงุดหงิดยิ่งกว่าคือธารหัวเราะอย่างไม่ถือสา อาจเพราะน้องไม่ได้เป็นแฟนผมแล้ว เหมือนนกที่หลุดออกจากกรงและพร้อมจะบินหนีไปทุกเมื่อ ผมจึงรู้สึกหวงมากกว่าเมื่อก่อน ด้วยอารมณ์หึงหวงมือของผมที่อยู่ใต้โต๊ะถึงได้เลื่อนไปวางบนตักธาร ลูบต้นขาเล็กๆ นั่นราวกับยังเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

            ...ถ้าคนอื่นแตะต้องธารได้ ผมก็ต้องทำได้มากกว่านั้น

            หรืออันที่จริง ผมไม่อยากให้ใครแตะต้องธารเลย

            ผมรู้ว่าผมมันโคตรเห็นแก่ตัว...ผมสามารถแตะต้องคนอื่นได้ มีเซ็กซ์กับคนอื่นได้ แต่ถ้าธารทำอย่างที่ผมทำบ้าง ผมคงหวงจนแทบบ้า

            “อืม ไม่มีอะไร” ขณะที่ตอบบาส มือของธารก็จับมือผมไว้เพื่อไม่ให้มันลูบขึ้นสูงกว่าเดิม “อย่าเล่นแบบนี้สิครับ เดี๋ยวคนอื่นเห็น” ธารหันมากระซิบบอกผมที่ข้างหู แต่น้องคงลืมตัวไปว่ายังมีเพื่อนๆ อีกสามคนนั่งร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ผมเห็นจากทางหางตาว่าทั้งสามคนนั้นกำลังมองมาอย่างแปลกใจกับความสนิทสนมที่เรามีให้กัน

            อีกอย่างที่ธารลืมไป...ธารลืมว่าเราเลิกกันแล้ว ถ้าผมมีฐานะเป็นแค่แฟนเก่า ที่ธารต้องทำก็แค่ปัดมือของผมทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่สิ่งที่น้องทำตอนนี้มันแสดงออกมาชัดเจนว่ายังแคร์ผมมากแค่ไหน

            “ไม่มีใครเห็นหรอกน่า อย่าใจร้ายกับพี่นักสิ แค่ลูบขาเอง...ทำหวงไปได้” ผมกระซิบตอบ จงใจให้ริมฝีปากชิดใบหูเล็กๆ นั่นจนเกือบจะสัมผัสกันเพื่อให้เพื่อนๆ ทั้งสามคนของธารรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคน

            “อย่าลูบเลยจากขาแล้วกันครับ”

ธารกระทุ้งข้อศอกเข้าที่สีข้างผมของเบาๆ ซึ่งมันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกเจ็บเลยสักนิด ผมจึงไม่สะดุ้งสะเทือน ยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์แล้วบีบต้นขาเรียวเล็กแรงๆ เป็นการลงโทษ

“โธ่ ดันรู้ทันเสียได้ว่าพี่ชอบก้นนิ่มๆ ของธารมากกว่าขา”

ธารก้มหน้างุดด้วยความเขิน เอาแต่มองอาหารบนโต๊ะ จึงไม่ทันได้สังเกตท่าทางของเพื่อนทั้งสามคนที่กำลังใช้สายตามองพวกเราอย่างเคลือบแคลงสงสัย

เห็นแก้มของธารแดงแปล๊ดลามถึงใบหูแล้วผมก็ได้แต่หัวเราะหึๆ อย่างพอใจ ท่าทางน่ารักๆ นั้นทำให้ผมอดใจไม่ไหวที่จะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ หวังจะสูดกลิ่นหอมจากแก้มนุ่มนิ่ม แต่ก่อนที่ปลายจมูกจะแตะโดนแก้มของธาร เสียงกระแอมไอก็ดังขึ้นจากผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

“กินข้าวกันเหอะ อาหารมาเต็มโต๊ะแล้ว” น้ำเสียงกระด้างของบาสฟังดูก็รู้ว่าเขากำลังไม่พอใจ

ไม่พอใจเพราะห่วงหรือหวงกันแน่?

“เออกินเหอะ หิวละ” ตั้มพูดด้วยน้ำเสียงเฮฮาเพื่อทำลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างผมกับบาสลง

“อะ กินเข้าไปจะได้โตไวๆ” บาสเลิกสนใจผมแล้วหันไปตักคะน้าหมูกรอบใส่จานข้าวให้ธาร

ผมหลุดยิ้มเมื่อเห็นธารเขี่ยหมูกรอบออก แล้วตักใส่จานของผมด้วยความเคยชิน ทุกครั้งที่กินข้าวด้วยกัน ธารมักจะเลือกกินแต่ของที่ตัวเองชอบ แล้วเขี่ยอย่างอื่นใส่จานผมแทนเพราะรู้สึกผิดถ้ากินอาหารเหลือ ซึ่งผมไม่ได้ถือแถมยังคิดว่ามันน่ารักดี อาจจะดูเสียมารยาทบนโต๊ะอาหารไปบ้าง แต่ถ้ากินกับคนสนิทก็คงไม่เป็นไร

            ผมเหลือบมองบาส สีหน้าของหมอนั่นดูกังวล บางทีบาสอาจจะแค่เป็นห่วงธารในฐานะเพื่อนก็ได้ ผมคงขี้หึงเกินไป แต่มีแฟนอย่างธารจะไม่ให้หึงยังไงไหว เพราะลองใครได้อยู่ใกล้ก็ต้องรู้สึกดีด้วยกันทั้งนั้น

            “กินข้าวเสร็จไปเดินซื้อของกับพี่หน่อยนะ พี่ยังไม่ได้ให้ของขวัญวันเกิดเราเลย วันก่อนเห็นบ่นว่าอยากได้รองเท้านี่” ผมชวนคุย

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ วันเกิดก็ผ่านมาแล้ว อีกอย่างธารกับพี่...” ธารเหลือบมองเพื่อนในโต๊ะแล้วก็เงียบไป โจ้กับตั้มไม่ได้สนใจพวกเรามากนักเพราะกำลังคุยเรื่องฟุตบอลกันอยู่ จะมีก็แต่บาสที่นั่งกินข้าวเงียบๆ          

“พี่อยากให้นี่ครับ...พี่มีของอย่างอื่นที่ต้องซื้อด้วย ไปเดินเลือกเป็นเพื่อนหน่อยนะ”

“ก็ได้ครับ” ธารดูลำบากใจแต่ก็ยอมตกปากรับคำ

ธารเป็นคนขี้สงสารแถมยังใจอ่อนแล้วผมก็ชอบที่ธารเป็นแบบนี้ ผมถึงไม่เคยคิดว่าน้องจะใจแข็งพอจนกล้าบอกเลิกผม ทั้งที่ผมขอคืนดีด้วยก็ยังยืนยันจะเลิกกันให้ได้...บางทีอาจจะถึงที่สุดของธารแล้วจริงๆ

“ขอบคุณนะที่ยังให้โอกาสพี่” ผมยิ้มบาง

“ธารไม่ได้...” คำพูดของธารหยุดชะงักลงเมื่อผมยื่นมือไปขยี้หัวอีกฝ่ายจนเส้นผมยุ่งเหยิง ธารเคยบอกว่ารู้สึกดีและใจเต้นแรกทุกครั้งที่ผมลูบหัว ผมหวังว่าน้องจะยังรู้สึกแบบนั้นอยู่

“ธาร กูถามจริงเหอะ” บาสที่นั่งเงียบอยู่นานพูดแทรกขึ้น เขาเหลือบสายตามามองผมแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองธารอย่างคาดคั้น “ธารกับพี่กฤษคบกันในฐานะอะไรกันแน่ ทำไมถึงได้ดูสนิทกันมากกว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง คงไม่มีรุ่นพี่คนไหนนึกอยากลูบขารุ่นน้องหรอกมั้ง”

หลังบาสพูดจบทุกคนต่างก็นิ่งเงียบไปด้วยความอึ้ง สีหน้าของธารดูตกใจและกังวลจนทำอะไรไม่ถูก ต่างจากผมที่เผลอยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ

ผมยกมือโอบไหล่ธารดึงเข้ามาใกล้ก่อนจะบอกทุกคนอย่างเต็มปากเต็มคำว่า “เรากำลังคบกัน”

ธารเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยสีหน้าที่ตกใจกว่าเดิม “ม...ไม่ใช่อย่างนั้นนะ” น้องรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ

“เพื่อนไม่ได้คบกันที่รสนิยมทางเพศ พี่หวังว่าพวกน้องคงโตพอที่จะแยกแยะได้” ผมเรียกพนังงานให้มาเก็บเงิน หลังจากเรียบร้อยแล้วจึงหันมาบอกกับน้องๆ ในโต๊ะ “วันนี้บรรยากาศคงไม่ดีเท่าไหร่ ไว้ให้ธารพามาเลี้ยงอีกทีวันหลังแล้วกัน พี่พาธารกลับก่อนล่ะ”

ผมผุดลุกจากเก้าอี้ ก่อนจะคว้าแขนธารให้ลุกตาม

“พ...พี่กฤษ” ธารขมวดคิ้วมองผมอย่างหนักใจแต่ก็ยอมเดินตามมาเพราะคงยังไม่อยากอธิบายอะไรตอนนี้

“เดี๋ยวธาร” บาสรีบตามมารั้งแขนธารไว้อีกข้าง “ที่พี่กฤษพูดจริงรึเปล่า”

“ค...คือ...กู...”

“ไว้คุยกันวันหลังเหอะบาส” โจ้พูดแทรกขึ้น “รอให้ธารพร้อมกว่านี้ แล้วค่อยคุยกันดีกว่า”

ได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้นบาสก็ยอมปล่อยมือออกแม้ว่าสีหน้าจะยังดูกังวล “ได้ ไว้คุยกันตอนที่มึงพร้อมกว่านี้ แต่กูอยากให้มึงรู้ไว้นะ...ไม่ว่ามึงจะเป็นยังไง พวกเราก็ยังเป็นเพื่อนกัน เข้าใจใช่ไหม”

“อืม” ธารพยักหน้ารับ ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนในกลุ่มเลยสักคน เห็นอย่างนั้นผมก็โอบไหล่ธารพาเดินออกจากร้านไปพร้อมกัน โดยไม่ได้สนใจสายตาคนรอบข้างที่มองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น

 

@Central Festival Shopping Mall

ผมพาธารมาเลือกซื้อรองเท้า แต่เดินวนไปวนมาหลายร้านธารก็ไม่ยอมหยิบมาลองเลยสักคู่ ดูไม่สนใจรองเท้าสักเท่าไหร่แถมสีหน้ายังกังวลตลอดเวลา

ก็พอรู้อยู่หรอกว่าเพราะอะไร...

“ธารแบบนี้ชอบไหม” ผมหยิบรองเท้าข้างหนึ่งที่วางโชว์อยู่บนชั้นให้ธารดู แต่น้องกลับส่ายหน้าทั้งที่ผมคิดว่ามันดูเหมาะกับน้องมาก “ลองดูหน่อยแล้วกันนะ”

ผมเรียกพนักงานให้เอารองเท้าคู่ใหม่มาให้ธารลอง พนักงานอมยิ้มนิดๆ เมื่อผมบอกไซส์รองเท้าเพราะเท้าน้องค่อนข้างเล็ก แบบรองเท้าผ้าใบสำหรับผู้ชายเลยไม่มีไซส์ ต้องมาเลือกในโซนผู้หญิงแทน

“นั่งก่อนสิ เดินตั้งนานไม่เหนื่อยเหรอ” ผมกดไหล่ผอมบางให้นั่งลงบนเก้าอี้หนังทรงลูกเต๋าแล้วเดินมานั่งคุกเข่าข้างเดียวกับพื้นตรงหน้าอีกฝ่าย “นี่เราโกรธพี่รึเปล่า”

ธารส่ายหน้า

ผมปัดผมหน้าม้าที่ตกลงมาบังตาธารออก บีบแก้มนุ่มนิ่มเบาๆ ไปทีอย่างมันเขี้ยว “พี่ขอโทษนะที่ทำให้ธารหนักใจ เห็นธารเอาแต่เงียบแบบนี้พี่ไม่สบายใจเลย”

“ธาร...แค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะครับ”

“อยู่กับพี่ คิดแค่เรื่องพี่ก็พอแล้วครับ” ผมจับมือเย็นชื้นมาวางแนบแก้มตัวเอง พอน้องจะชักมือกลับผมก็ยื้อไว้แล้วจูบลงบนฝ่ามือข้างนั้น

“พี่กฤษ ธารเคยบอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนี้ข้างนอก ธารไม่ชอบ” คิ้วสีน้ำตาลอ่อนขมวดเข้าหากัน

“ธารจะแคร์สายตาคนอื่นทำไม ใส่ใจแค่ความรู้สึกของคนที่เรารักก็พอแล้วครับ”

“เอ่อ...รองเท้าได้แล้วค่ะ”

เสียงเรียกของพนักงานผู้หญิงทำให้ผมต้องจำใจละสายตาจากใบหน้าน่ารักตรงหน้า พนักงานคนนั้นวางกล่องรองเท้าลงข้างๆ เก้าอี้เพื่อจะลองสวมให้ธาร แต่ผมคว้ารองเท้ามาถือไว้เอง

“เดี๋ยวผมจัดการเองครับ” ผมส่งสายตาเป็นเชิงไล่กลายๆ เธอจึงยอมลุกออกไป “ลองสวมดูหน่อยนะ” เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ธารแล้วผมก็สวมรองเท้าให้

“พี่กฤษเลิกทำแบบนี้เถอะครับ” จมูกของธารเริ่มแดง ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยดน้ำ ดูเหมือนจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ “ถ้าพี่กฤษยังทำดีกับธาร ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ธารจะตัดใจจากพี่ได้สักที”

“ทั้งหมดที่พี่ทำเพราะพี่....ไม่อยากให้ธารตัดใจจากพี่ได้ไงครับ”

ธารก้มลงถอดรองเท้าข้างที่ผมสวมให้ออก แล้วสวมรองเท้าคู่เดิมของตัวเอง “พี่กฤษบอกว่าจะซื้อของนี่ครับ รีบไปกันเถอะ ธารบอกพ่อให้มารับตอนทุ่มนึง” ธารก้มหน้าหลบสายตาผมขณะพูด

ผมยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เหลืออีกครึ่งชั่วโมงก็จะทุ่มนึงแล้ว “งั้นไปนั่งกินไอติมกันก่อน เดี๋ยวพ่อมาแล้วพี่จะเดินไปส่ง” ที่จริงผมอยากไปส่งธารที่บ้านเองมากกว่า แต่ธารก็ไม่ยอมเพราะกลัวว่าคนที่บ้านจะรู้ ตั้งแต่คบกันมาผมเคยไปส่งธารที่บ้านแค่สองครั้งซึ่งเป็นตอนที่พ่อกับแม่ของธารไม่อยู่

“พี่กฤษไม่ไปซื้อของแล้วเหรอครับ”

“พี่ไม่มีอะไรต้องซื้อหรอก แค่หาขออ้างให้ธารยอมมาเลือกของขวัญกับพี่” ผมบอกยิ้มๆ แล้วลุกขึ้นยืนโดยไม่ลืมที่จะหยิบกล่องรองเท้ามาด้วยเพื่อเอาไปคิดเงิน

           

หลังจากกินไอศกรีมเสร็จผมก็เดินมาส่งธารที่ลานจอดรถ แต่พอมาถึงประตูทางออกธารก็หยุดเดินแล้วหันมาบอกผมว่า “พี่กฤษส่งธารแค่นี้ก็พอครับ พ่อธารจอดรถรออยู่แล้ว ธารกลัวพ่อเห็น”

“ก็ได้ครับ”

“ธารกลับก่อนนะครับ” ธารมองผมด้วยสายตาเศร้าๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากประตูไป

ผมยืนนิ่งอยู่ที่เดิมสักพัก สุดท้ายก็ห้ามความรู้สึกที่มันอัดอั้นอยู่ข้างในไม่ไหว ต้องวิ่งตามไปคว้าแขนอีกฝ่ายไว้ เห็นสีหน้าของธารเมื่อกี้แล้วผมก็นึกอยากดึงน้องมากอดแน่นๆ สัญญากับน้องว่าจะไม่ทำให้เสียใจอีก...

แต่ผมไม่กล้าพูด...เพราะรู้ว่าคงทำไม่ได้

“มีอะไรเหรอครับ” ธารถามพลางมองสำรวจลานจอดรถ คงกลัวว่าพ่อจะจอดรถไว้ใกล้ๆ แล้วเห็นพวกเราสองคนเข้า

“ธาร...พี่...” คำพูดของผมมันจุกอยู่ที่คอ ได้แต่ดึงธารเข้ามากอดแทนคำพูดทั้งหมดที่ถ้าบอกไปก็คงมีแต่จะทำให้ธารเสียใจมากขึ้น

ธารขัดขืนอยู่สักพักแต่สุดท้ายก็ยอมอยู่นิ่งๆ ในอ้อมกอดของผม วันนี้ไม่ใช่วันหยุด ในห้างคนไม่ค่อยพลุกพล่านนัก และตรงที่ผมกับธารยืนอยู่ก็แทบไม่มีคนเดินผ่านเลย ผมจึงไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาเห็นเข้า

ผมกอดน้องแน่นขึ้น ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเกือบนาทีถึงจะยอมคลายอ้อมกอดออกแล้วจับหน้าอีกฝ่ายให้เงยขึ้นสบตากัน “อย่าหนีพี่ไปไหนเลยนะธาร ถ้าไม่ยอมกลับมาคบกันก็ขอให้พี่ได้อยู่ใกล้ๆ พี่ขอแค่นี้จะได้ไหม”

“แบบนั้นแล้วมันจะต่างจากตอนที่เราคบกันยังไงครับ” ธารปฏิเสธทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า “พี่กฤษไม่สงสารธารเลยเหรอ...แค่นี้ธารก็เจ็บจะตายอยู่แล้ว” 

สุดท้ายก็ทำให้ธารร้องไห้อีกจนได้...

ผมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเช็ดน้ำตาบนแก้มนุ่มนิ่ม ได้แต่บอกคำเดิมๆ ที่เคยพูดไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งและเกือบทุกครั้งก็เป็นตอนที่น้องต้องร้องไห้ “พี่ขอโทษ”  ผมก้มลงจูบปากธารเบาๆ แทนคำปลอบโยน “ยกโทษให้พี่...”

ผัวะ!

            พูดยังไม่ทันจบประโยค ไหล่ของผมก็ถูกกระชากอย่างแรง ก่อนที่หมัดหนักๆ จะซัดเข้าที่แก้มซ้ายจนผมแทบทรุดลงไปกองกับพื้น กำลังจะสวนหมัดกลับใส่คนที่ทำร้ายตัวเองเมื่อครู่ เสียงพูดเบาๆ ของธารก็หยุดการกระทำทั้งหมดไว้ 

“พ่อ...”

 [End Krit’s Part]

 

Pie2na

พูดคุยถึงเรื่องนี้ แอบนินทาพี่กฤษ ธาร อติณ พี่ภู พ่อตะวัน ใครก็แล้วแต่!

ติดแท็ก #ฮาเร็มของธาร ในเฟสบุ๊คกับทวิสเตอร์นะครับบบ

ขอบคุณครับ  ^^





 

ชอบเรื่องนี้ กด โหวตให้ดาว ที่รูปอติณ  กดAdd Favที่รูปพี่ภูครับ ^^
 



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

1,082 ความคิดเห็น

  1. #1055 Nowhere (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:22

    ไม่คิดว่าธารจะโง่และง่ายกว่าเรื่องใครว่าไร้เดียงสา เป็นนิยายไว้อ่านฆ่าเวลาดี ตอนแรกว่าจะซื้อมาสะสมนะ แต่ไม่ใช่ไทป์นายเอกเราอะเสียดายยยย ชอบแบบฉลาด เจ้าเล่ห์ มีเหตุผลมากกว่านี้ แต่เข้าใจนะว่าแค่14 แต่อีกเรื่อง19แล้วยังจูบปากประชดจนคนอื่นเดือดร้อนเลย????

    #1055
    0
  2. #863 janychill (@janychill) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 19:03
    เห็นเเก่ตัวอ่ะ จัดเลยคุณพ่อ
    #863
    0
  3. #648 Chiaki04 (@Chiaki04) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 16:28
    พี่กฤษเห็นแก่ตัวเกินไปรึป่าว
    #648
    0
  4. #385 Yoontha (@-18112535) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 10:49
    คุณพ่อจัดการเลยค่ะ ต่อยๆ หนักไปเลยค่ะ โทษฐานที่พี่กฤษไม่รักดี เห็นแก่ตัวมากเลยงะ สงสารธาร T_T
    #385
    0
  5. วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 12:16
    งั้นมี๊คงเป็นคนอ่านที่แก่สุดแน่เลยฮือๆๆ น้องธารเจอขุ่นพรอแหง พี่กฤตโดนไปเต็มๆ ที่ร้นี่ก็ พ่อ พี่กฤต บาส สามแล้ว
    #251
    0
  6. #244 tadwong170 (@tadwong170) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 10:05
    รักขุ่นพ่อ
    #244
    0
  7. #185 somelight (@sompeple) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2558 / 10:39
    อัพไวๆน้าา ขุ่นพ่ออกโรงแร้วววว
    #185
    0
  8. #184 I'm Tiger (@defnontt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 15:43
    ปั่นตอนย่อยบ่อยไปนะ
    #184
    0
  9. #183 I'm Tiger (@defnontt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 15:42
    หมอจัดยาให้เป็นชุดตอนย่อยบ่อยไปนะคะ
    #183
    0
  10. #182 aaaaaa-24 (@aaaaaa-24) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 15:42
    อัพไวๆนะจ้าาาาา ติดตามผลงานอยู่สนุกมากๆเลยน้ะค้ะ
    #182
    0
  11. #181 nidloveexo (@nidloveluhan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 13:34
    พ่อออกโรงแล้วววว
    #181
    0
  12. #180 I'm Tiger (@defnontt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 11:20
    มาไวๆนะคะ
    #180
    0
  13. #179 Seishinki (@seishinki) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 11:15
    Fight!!
    #179
    0
  14. #178 แม่ยก shinee (@nut-snw) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 10:35
    ขุ่นพ่อ!!!!!!!! สนุกอะ แง มาอัพต่อเร็วๆน้า
    #178
    0
  15. #177 คนรักYaoi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 09:32
    พ่ออออช่วยลูกด้วยยยย ลูกกำลังโดนหลอกอีกแล้วอ่ะรีบด่วนนนนน

    รออ่านน๊าาาาาา
    #177
    0
  16. #176 Tonfffffff (@tonfon007) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 08:39
    ถ้า4p ตัดไอ่บ้ากฤษไปเต้อะ
    #176
    0
  17. #175 belmut (@ploy_orawan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 00:33
    มาต่อไวไวหมูสับ(?)เลยไรท์ อ้ากกกก ค้างมากมายครัชชชชช
    #175
    0
  18. #174 ning :3 (@melodyning) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 21:11
    คุณพ่อกระทืบมันเลยค่ะ ฮึ่มมมมมมมมมมมมมมม
    #174
    0
  19. #173 Naomi_sweetie (@naomi_sweetie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 18:54
    เย้! คุณพ่อมาแย้ววว
    #173
    0
  20. วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 15:08
    พ่อมาเห็นแล้ว ธารจ๋ากลับไปจะเจอพ่อจับปล้ำมั้ยล่ะนี่ กฤษก็นะเอางัยทำไห้น้องสับสนแล้ว
    #172
    0
  21. #170 koly (@-emptines-) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 09:18
    กิ๊สสสสสส พ่อมาแล้วววววว ฟินค่า #ทีมป๊ะป๋า
    #170
    0
  22. #169 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 09:11


    อัพอีก

    #169
    0
  23. #167 Kath' (@victory-smile) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 04:20
    พ่อจ๋าเอาเลย ซัดให้น่วมเลยพ่อ หมันไส้คนแบบกฤษ!!!
    #167
    0
  24. #166 เหล่าเงิบบบ~~~ (@pampopo2542) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 00:53
    หู้ยยยยยยยบ ชอบบบบบบบ ชอบที่สุดเลยย คึคึ มาต่อเร็วๆนะครัชชชชช
    #166
    0
  25. #165 Geezer.r (@palot1412) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 22:58
    กรี้ดดดด พ่อเห็นล้าววว
    #165
    0