[iKON x YOU] 넌내꺼야 เธอเป็นของฉัน #แฟนผีไอค่อน

ตอนที่ 3 : 지부 02 ♤ Really Miss You

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    26 ต.ค. 59

B E R L I N ❀


Really Miss You




          
        
หอพัก YG KINGDOM

          สุดท้ายฉันก็มาอยู่ที่นี่จนได้ หอพักของฮันบินที่เขาเช่าไว้แบบเป็นห้องชุดดีไซน์แบบพวกคอนโดหรูใจกลางเมืองเลยล่ะ พื้นที่เลยค่อนข้างโอ่อ่าต่างจากหอพักนักศึกษาทั่วไป นอกจากห้องนอนยังมีทั้งห้องทำเพลง ห้องนั่งเล่นและห้องครัว ด้วย แต่ทันทีที่เขาเปิดประตูพาฉันเข้ามาฉันก็ต้องรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่บรรยากาศในห้องมันเปลี่ยนไปจากเดิม จากเมื่อก่อนภายในห้องจะดูสดใสและสดชื่นมากกว่านี้ แต่ครั้งนี้ฉันกลับรู้สึกมันหดหู่ยังไงก็ไม่รู้ แต่อาจจะเป็นเพราะเขาเปลี่ยนสีม่านแล้วก็เฟอร์นิเจอร์ทั้งหลายเป็นสีดำทั้งหมดด้วยแหล่ะมั้ง ไหนจะการเปลี่ยนมุมของพวกโซฟาอีก

           “บรรยากาศห้องมันไม่เหมือนเดิมเลยนะฮันบิน นายทำอะไรเนี่ย?”ฉันถามพลางเดินไปมองรอบๆอย่างแปลกใจไม่หาย สำรวจสิ่งต่างๆราวกับพวกแม่ๆที่มาตรวจหอพักลูกชายอย่างไงอย่างงั้น แล้วไหนจะพวกต้นไม้ที่ปลูกไว้นอกระเบียงนั้นก็ดูเฉาๆลงไปมากจนฉันมั่นใจว่าอีกไม่นานมันต้องตายอย่างสมบูรณ์แบบ เขาไมได้รดน้ำมันรึไงกัน? แต่ขณะที่ฉันหันหลังกะจะกลับเข้าไปด้านในเพื่อดุคนที่ละเลยใจก็แทบจะหายลงไปที่ตาตุ่ม!

           “โอ๊ย! ตกใจหมดฮันบิน!ฉันเอามือทาบหน้าอกด้วยความใจหาย เมื่อหันกลับมาเจอเขาที่ยืนมองนิ่งๆจ้องฉันอยู่ในระยะประชิด คือเข้าใจความรู้สึกมั้ยว่าบรรยากาศมันก็แปลกๆวังเวงๆอยู่แล้ว แถมฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะมายืนใกล้ขนาดนี้อย่างกับจะรวมร่างรวมวิญญาณ เมื่อกี๊ยังเห็นทำท่าจะเอากระเป๋าฉันไปเก็บอยู่เลย

            ทำตัวอย่างกับไม่ใช่คน!

 
         “ขวัญอ่อนจริงๆเธอเนี่ยเขาส่ายหน้าเบาๆด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อนกับอาการของฉันแล้วยกมือโคลงศีรษะฉันไปมา
 
          “นี่...ทำไมนายไม่ดูแลน้องเลย มันจะเฉาหมดแล้วนะ มีแต่พิทูเนียเนี่ยที่ยังสวยอยู่แต่ฉันก็ไม่ได้ตอบโต้ประเด็นนั้นต่อและถามกึ่งดุฮันบินพลางชี้นิ้วไปทางพวกดอกไม้ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ตรงระเบียงแทน แทบไม่ต้องสังเกตก็เห็นได้ชัดว่าสภาพของพวกมันแย่ขนาดรอวันที่จะโดนโยนทิ้งขนาดไหน ยกเว้นดอกพิทูเนียสีม่วงกลีบซ้อนที่สวยเต็มที่แถมกลิ่นยังหอมโชยออกมาตามลมอีกบ่งบอกว่าได้รับการดูแลดีเป็นพิเศษ

 
            “เพราะพิทูเนียสำคัญกับฉันที่สุด...เธอชอบไม่ใช่หรอไง?”ฮันบินถามพลางแทรกตัวเดินผ่านฉันไปหยิบที่รดน้ำมารดลงไปบนกระถางของพิทูเนียด้วยใบหน้าที่เรียบสนิทแต่ดูตึงเครียด

             “มันเป็นดอกไม้ที่ฉันชอบน่ะก็ใช่ แต่ทำไมนายไม่ดูแลน้องต้นอื่นๆเลย ดูสิ เฉาขนาดนี้น่าสงสารจะตายฉันว่าด้วยหน้ามุ่ยๆอย่างไม่เข้าใจพลางลอบสังเกตปฏิกริยาของฮันบิน จะไม่ให้ฉันจับผิดได้ยังไงฮันบินชอบบรรยากาศที่ร่มรื่นผ่อนคลายทำให้เขาปลูกดอกไม้สวยๆไว้มองให้สบายใจยามที่เหนื่อยล้า ที่สำคัญพวกต้นไม้ที่ปลูกเคียงข้างกันอยู่เนี่ยเป็นต้นที่เขาชอบทั้งนั้น ยกเว้นพิทูเนียที่เขาปลูกไว้เพราะเห็นว่าฉันชอบ แต่ฉันมือไม่ดีไงปลูกอะไรก็ตายหมดเลยปลูกไว้เองไม่ได้ ฮันบินเป็นคนพิถีพิถันมีระเบียบและใส่ใจช่างดูแลกว่าฉันเยอะเขาถึงรับหน้าที่ดูแลมันให้สวยโดยให้ฉันเป็นผู้เชยชมความงามของมันเพียงเท่านั้น ตลกดีนะ...บทบาทของเราที่เหมือนสลับกันเนี่ย

            “ฉันไม่ค่อยมีเวลาดูแลพวกมันหรอก เบื่อๆแล้วด้วย คงจะเอาไปทิ้งๆให้หมดเหลือไว้แต่พิทูเนียก็พอเขาว่าด้วยเสียงเรียบและสีหน้านิ่งยังไม่เปลี่ยน มันแปลกมาก...ถ้าฮันบินได้ลองหลงรักอะไรแล้วเขาจะไม่มีวันปล่อยมือทิ้งไว้กลางทางเด็ดขาด ถึงแม้นี่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เพราะมันเกิดขึ้นกับฮันบินฉันเลยอดไม่ได้ที่จะขบคิดจริงๆ

            “น่าเสียดายนะฮันบิน กว่านายจะเลี้ยงให้พวกมันโตมาได้ขนาดนี้ จู่ๆก็ทิ้งมันซะอย่างนั้นน่ะฉันเลียบๆเคียงๆถามอย่างเสียดาย

            “ช่างมันเถอะ...เธอน่ะเข้าไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนดีกว่า ฉันเอากระเป๋าไว้ในห้องให้แล้วแต่เหมือนเขาอยากจะเบี่ยงประเด็นเสียเหลือเกินเลยทำเป็นดันหลังฉันให้กลับเข้ามาด้านในไล่ให้ไปอาบน้ำแทน ส่วนฉันก็ไม่อยากจะโวยวายอะไรต่อมาก เลยตามๆเขาไป แต่พอมาถึงห้องนอนของฮันบินแล้วฉันก็ต้องประสบกับสภาวะอึ้ง ทึ่ง งง!

            “เดี๋ยว...มิกกี้เมาส์หายไปไหนหมด?”ฉันถามออกไปด้วยความประหลาดใจยิ่งกว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตา ข้าวของจิปาถะ ผ้าปูที่นอนที่เคยเต็มไปด้วยลายตัวการ์ตูนมิกกี้เมาส์สุดโปรดของเขา ตอนนี้มันไม่มีเลยซักนิด พวกมันกลายเป็นสีดำพื้นๆเรียบๆคลาสสิคแบบผู้ชายแมนๆแทน

            โคตรไม่ปกติ...

 
            ฉันเบื่อพวกมันเลยเอาไปเก็บไว้อีกห้องน่ะฮันบินตอบราวกับไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรแล้วเดินไปเก็บพวกเสื้อผ้าที่วางกระจัดกระจายอยู่บนพื้น

           
เบื่อ?”ฉันมองฮันบินด้วยความแปลกใจ ติดไอ้ตัวการ์ตูนนี่มาเกือบทั้งชีวิต พึ่งจะมาเบื่อเนี่ยนะ?     
  
 
           “ไปอาบน้ำเหอะ ฉันผสมน้ำอุ่นไว้ให้นั่น...เขาหลีกเลี่ยงที่จะตอบฉันโดยการโบ้ยให้ฉันไปอาบน้ำ ส่วนฉันที่ไม่ได้อยากจะซักไซ้ให้มากความเพราะไม่ใช่วิสัยก็เลยปล่อยๆไป ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ นี่มันยิ่งตอกย้ำว่า
ฮันบินเปลี่ยนไปจริงๆ เปลี่ยนไปมากอย่างไม่น่าเชื่อ แต่อีกเรื่องหนึ่งกลับไม่เปลี่ยนไปคือเขายังคงจำได้ว่าฉันชอบแช่น้ำอุ่นเวลามาห้องเขา เพราะห้องฉันไม่มีอ่างน่ะซิ นี่แหล่ะนะความต่างของฐานะ บ้านเขารวยนี่จะเช่าห้องหรูๆแพงๆสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ใช่เรื่องยากและเพราะความรวยของเขานี่แหละที่ทำให้ฉันต้องอึดอัดใจอยู่หลายครั้งเวลาที่เขาซื้อนู่นซื้อนี่คอยดูแลเอาใจประหนึ่งเป็นเจ้าหญิง

            ถึงเราจะรักกันมากแต่ยังไงฉันก็คิดว่ามันก็ไม่เหมาะสมอยู่ดีที่ฮันบินจะคอยออกค่านู่นนี่ให้จนเหมือนใช้กระเป๋าเดียวกัน ฉันสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพกกระเป๋าเงินเลยด้วยซ้ำเพราะฮันบินคอยจ่ายให้ตลอด พอจะดราม่าเข้าหน่อยเขาก็บอกให้ฉันทำตัวน่ารักๆเชื่อฟังเขาบ้างเป็นการตอบแทนเขาก็พอ แต่มีครั้งหนึ่งฉันพยศจัดดื้อไม่ยอมเขาหน่อยเขาก็แกล้งขโมยกระเป๋าตังค์ฉันไปซ่อนเป็นอาทิตย์ๆพอฉันมาจับได้รู้ความจริงทีหลังเราเลยทะเลาะกันเป็นเรื่องเป็นราว เห็นมั้ย คิม ฮันบินน่ะอย่าได้ปล่อยให้เอาแต่ใจเลยนะ เขาจะบ้ามากจนฉันปวดหัวเลยล่ะ

             ที่สำคัญครอบครัวฉันไม่ได้ร่ำรวยมากมายอะไร เราเคยเผชิญสภาวะที่ตกต่ำเกือบที่สุดจนเกือบสูงสุดมาแล้วด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นฉันถึงเข้าใจถึงความหมายของชีวิตได้ดีและเรียนรู้ที่จะตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ทำให้
การที่มาคบกับฮันบินบางทีฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเขาควรได้เจอคนที่ดีพร้อมเหมาะสมกับเขามากกว่าฉัน เขาคือสิ่งที่เป็นปาฏิหารย์ที่สุดในชีวิตของฉันแล้วล่ะ ฉันไม่กล้าคิดจริงๆว่านอกจากเขาแล้วจะมีใครที่คงความดีไว้สม่ำเสมอและรักฉันได้
อย่างบริสุทธ์ใจมากขนาดนี้อีก
ช่วงเวลาที่ยากลำบากฉันก็ผ่านมันมาได้เพราะมีฮันบินคอยต่อสู้เคียงข้างเสมอ
 ที่ผ่านมาหลายปีมีแต่เขาที่เป็นฝ่ายให้ฉันมาตลอดจริงๆ

            แต่ฉันแค่ไม่อยากเอาเปรียบเขาและฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่หวังจะแต่งงานกับสามีรวยๆแล้วถลุงเงินเขาเล่นไปวันๆโดยไม่ทำมาหากินด้วยแรงกายแรงใจตัวเองหรอกนะ นี่มันยุคสมัยใหม่ที่ผู้หญิงควรยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง เพราะฉะนั้นตอนเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆก้าวเข้าสู่ความเป็นผู้ใหญ่อีกขั้นฉันเลยยื่นคำขาดไปว่าถ้าเขาอยากจะดูแลฉันจริงให้หาเงินพวกนั้นได้ด้วยตัวเองเสียก่อนฉันถึงจะยอมให้ทำตัวเป็นเสี่ยตามที่เขาอยากทำ ผลคือฮันบินเริ่มทำงานเก็บเงินเองด้วยการไปแร็ปตามงานต่างๆและเข้าแข่งขันในหลายๆรายการเพื่อชิงเงินรางวัล แต่เขาทำได้ไม่นานฉันก็สั่งให้หยุด เพราะอะไรน่ะหรอ
?

            วงการฮิปฮอปมักมาพร้อมกับสาวสวยเอ็กซ์ๆ

            ฮันบินของฉันใสซื่อจะตายเขาไม่ควรอยู่ในแวดวงแบบนั้น ฉันพูดจริงๆนะ เรื่องหึงหวงนี่ไม่ใช่ประเด็นหลักเลย
! *เบ้ปากมองบน*

           
ให้ถูหลังให้ปะ?”แต่ระหว่างที่ฉันจมกับความคิดที่กรอวนอยู่ในหัวสมองไปพลางๆกำลังจะเข้าไปด้านในห้องน้ำฮันบินก็ถามขึ้นมาด้วยสีหน้ามีเลศนัยติดจะดูหื่นกามจนฉันอดหมั่นไส้ไม่ได้เลยคว้าขวดโรลออนที่อยู่ใกล้มือปาใส่เขาซะ

              ปั่ก!

  

            “เจ็บนะบีมายด์!เขาลูบแขนตัวเองเบาๆเมื่อโดนขวดโรลออนที่ฉันจงใจปาใส่ ขวดมันไม่ได้หนักขนาดจะทำให้เขาเจ็บจนตายหรอก สำออยชัดๆ

            “ใครใช้ให้ทะลึ่งล่ะ!

            “ทะลึ่งอะไรวะ แค่จะไปถูหลังให้ เธอคิดอะไรเนี่ย?”ฮันบินหรี่สายตามองฉันออกแนวเชิงล้อเลียน ส่วนฉันที่เหมือนโดนสะกิดต่อมความจำก็ต้องหน้าแดงขึ้นมาทันที ภาพในอดีตที่เคยเกิดมันตีรวนขึ้นมาราวกับฉายระบบ 4D! เน้นว่า4Dเพราะฉันดันจำความรู้สึกที่โดนสัมผัสได้ทุกกระเบียดนิ้วก็เพราะไอ้ประโยคจะมาช่วยถูหลังเนี่ยแหล่ะที่เคยทำให้ฉันกับเขาเลยเถิดน่ะ            
   
            โอ๊ย! ไม่พูดแล้ว น่าอายเป็นบ้า!

 
         “ไอ้บ้า!พอไม่รู้จะแก้เขินยังไงฉันเลยด่าเขาออกไปแบบนั้นอย่างสิ้นคิดแล้วรีบเข้าไปในห้องน้ำจัดการตัวเองทันที แต่พอเข้ามาภาพมันก็ยิ่งชัดน่ะสิว่าในอดีตเคยเกิดอะไรขึ้น ณ ที่ตรงนี้บ้าง

           ย๊าก! ฉันอยากจะบ้าตาย


           

         [สองชั่วโมงต่อมา]
           ฉันกำลังนอนอ่านหนังสือของวิชาละครและจิตวิญญาณด้วยสภาพที่หนังตาจะปิดอยู่รอมร่อแต่ก็ยังไฟท์จะอ่านเพราะกลัวจะตามเนื้อหาไม่ทันเนื่องจากวันนี้ฉันดันโดดออกมาก่อนเพราะเจอเรื่องบ้าๆนั่น แต่เสียงประตูห้องน้ำที่เปิดออกก็เรียกความสนใจฉันให้ไปมองแทนแถมยังตาสว่างขึ้นอีกนิด(
?)  ฮันบินเดินออกมาด้วยสภาพผ้าขนหนูพันรอบเอว เปลือยท่อนบนโชว์ผิวขาวเหมือนน้ำนม ในมือเขาก็ถือผ้าผืนเล็กเช็ดผมที่เปียกลู่ กลิ่นสบู่แบบผู้ชายนักกีฬาเตะจมูกฉันอย่างจัง โดยเฉพาะเวลาที่มันมาจากตัวเขาน่ะ แต่ว่านี่มันไม่ใช่กลิ่นเดิมที่เขาชอบใช้นี่หน่า?

 
         “นายเปลี่ยนสบู่หรอ?”กลิ่นหอมแบบสปอร์ตแมนฟุ้งไปทั่วต่างจากเมื่อก่อนที่จะหอมแบบแป้งเด็กเพราะฮันบินไม่ใช้น้ำหอมหรืออะไรที่ไม่ใช่กลิ่นธรรมชาตินั่นทำให้ต่อมความรู้สึกสงสัยของฉันทำงานอย่างแรงกล้า

 
          “กลิ่นเดิมฉันเบื่อน่ะฉันได้แต่ละสายตาจากตัวหนังสือที่อ่านอยู่เหลือบไปมองเขา

 
          “ช่วงนี้ขี้เบื่อจังนะ สักวันคงจะเบื่อฉันฉันแกล้งแซะเบาๆอย่างไม่ได้คิดอะไรมากแล้วเบนสายตามาอ่านหนังสือต่อ แต่ฮันบินคงจะเข้าใจว่าฉันงอนเขาแน่ๆเพราะรู้ตัวอีกทีแก้มของฉันก็ถูกจมูกโด่งของเขากดลงมาพร้อมเสียงฟอดใหญ่ๆ ฉันสะดุ้งแล้วเขยิบร่างกายถอยห่างอัตโนมัตด้วยความตกใจ

 
            “หอมแค่นี้ตกใจ?”ฮันบินเลิกคิ้วสูงมองปฏิกริยาของฉันด้วยสีหน้าเรียบๆ

            “ไม่ให้ตกใจได้ไง เมื่อกี๊นายยังอยู่ตรงนู้นอยู่เลย อยู่ดีๆก็มาลวนลามฉันอะ!ฉันทำเป็นโบ้ยไปแบบพยายามไม่ให้มีพิรุธ ฉันเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะตกใจทำไมก็ไม่รู้ ปกติฮันบินก็ไหลเก่งขี้แต๊ะอั๋งจะตายเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสอง เห็นเหมือนเป็นผู้ชายน่ารักใสๆแต่ความทะลึ่งทะเล้นเขาก็ไม่น้อยนักหรอก!

            “ก็เห็นทำเป็นงอนทำเป็นถามประชด?”


            “ฉันเปล่านะ แค่ถามเฉยๆไม่ได้ประชดซักหน่อย

            “แน่ใจ?” ฉันหลบสายตาที่มองเขาแล้วทำเป็นยกหนังสือขึ้นมากางปิดหน้าต้องการเลี่ยงสายตาแปลกๆ คราวนี้มันไม่ใช่สายตากดดันดุๆหรอก มันน่ากลัวกว่านั้นอีก

        
    สายตาหื่นๆน่ะสิ!

            หื่นแบบมีพัฒนาการกว่าแต่ก่อนด้วย
!

            “เอาหนังสือปิดหน้าทำไม มองฉันดิเอามือมาดึงหนังสือฉันออกไปไม่พอ ยังขยับร่างตัวเองเข้ามาใกล้ฉันโดยการใช้แขนข้างหนึ่งเท้ากับกำแพงส่วนอีกข้างก็จับปลายคางฉันให้หันไปเผชิญหน้าเขา แล้วช่วยดูการแต่งกายของเขาตอนนี้ด้วยว่ามันน่าใจสั่นขนาดไหน เห็นบ่อยแค่ไหนฉันก็ยังไม่ชินหรอกนะ!

            “ฟังนะบีมายด์ ฉันไม่มีวันเบื่อเธอหรอก เธอไม่รู้หรอไงว่าการมีเธออยู่ข้างฉันมันเป็นเรื่องวิเศษขนาดไหนฉันได้แต่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฮันบินขณะที่เขาพรรณา ฉันเกือบจะเขินแล้วนะถ้าในนัยน์ตาของเขาไม่ได้แฝงด้วยอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ขณะที่เขาพูดประโยคนั้น

             อะไรที่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายมันยังไงแต่มันสร้างความรู้สึกวูบโหวงมวลอยู่ในช่วงท้อง ไม่ใช่ความอีโรติกแต่คล้ายว่าจะเป็นความรู้สึกบีบหัวใจ

            “จริงจังทำไมเนี่ย ฉันแค่แซะเล่นๆแต่ฉันก็เลี่ยงความรู้สึกแปลกๆด้วยการทำเป็นร่าเริงเข้าไว้

            “แต่ฉันพูดจริงนะ...รักเธอนะบีมายด์ฮันบินพูดด้วยรอยยิ้มบางๆพร้อมดึงมือฉันขึ้นไปจุมพิตเบาๆอย่างโรแมนติคจนฉันอดจะงงไม่ได้ ฉันปรับอารมณ์ตามเขาไม่ถูกเลย เดี๋ยวก็ทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดแปลกๆ แต่บางทีก็ทำให้ฉันอยากจะเขินแทบบ้า ทั้งๆที่ปกติเวลาเขาทำอะไรแบบนี้ฉันจะกวนๆเขากลับมากกว่า

            “อืม...ฉันก็เหมือนกัน

            “งั้นจูบหน่อยเขาว่าพลางจู๋ปากรอให้ฉันเป็นฝ่ายเริ่ม ฉันชั่งใจอยู่สักพักว่าควรทำหรือไม่ควร ก็ช่วยดูสายตาที่ไม่น่าปลอดภัยนั่นด้วย ในจะสภาพกึ่งเปลือยของเขาที่เอื้ออำนวยต่อสถานการณ์วาบหวิวมากนี่อีก ผู้ชายยังไงก็คือผู้ชาย มักไวต่อสิ่งเร้า!

            “ไปใส่เสื้อก่อนไปฉันยกมือแกล้งดันหน้าเขาออกประหนึ่งว่าไม่มีอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น

            “ไม่ใส่ ใส่ทำไมเดี๋ยวก็ถอด

            “นี่!พอได้ยินหลักฐานชั้นดีจากปากเขาแบบชัดๆฉันเลยต้องถลึงตาดุเข้าให้แล้วฟาดฝ่ามือเล็กๆแต่คงแสบใช่เล่นลงบนแผงอกคนตรงหน้าจนขึ้นรอยแดงอ่อนๆ

            “โอ๊ย! ฉันแค่หยอก มือหนักชะมัด แดงเลยเนี่ย!มือใหญ่นั่นลูบรอยแดงบนช่วงอกตัวเองที่โดนฉันประทุษร้ายแล้วหรี่ตามองแบบเคืองๆ เนี่ย...พักหลังนานๆทีเขาถึงจะมีอารมณ์หยอกล้อกับฉันเหมือนเดิมบ้าง พอมาถึงจุดนี้ก็ทำให้ฉันอดจะคิดถึงเรื่องราวเก่าๆไม่ได้ซึ่งฉันสัมผัสได้ว่าฮันบินเปลี่ยนไปมากจริงๆนะ

          เหมือนจะเป็นอีกคนแต่บางทีก็ไม่ใช่

 
          ที่น่าแปลกคือระหว่างที่อยู่กับเขาถึงฉันจะอึดอัดแปลกๆบ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงกับอยากตีตัวห่างจากเขาไปเลย ซ้ำยังกลับรู้สึกคิดถึงมากกว่าเดิมเสียอีก คิดถึงฮันบินคนที่ชอบขี้เก๊กทำเป็นเท่ห์ แต่จริงๆนิสัยเด็กน้อย ดูใสซื่อเอ๋อๆ ซุ่มซ่าม ขี้อาย บ้ามิกกี้เมาส์อย่างกับเด็กสามขวบ ขี้เล่น ขี้แกล้ง พูดเก่ง มีแต่ความสดใสสนุกสนานและช่างเอาอกเอาใจ ปากหวานจนมดขึ้น  ฮันบินแบบนั้นน่ะมันหายไปไหนนะ...

            ตายไปแล้วหรอ
?

            ฉันคิดถึงฮันบินที่แสนน่ารักจริงๆนะ...คิดถึง

           
           
[หลายวันต่อมา]
          ณ โรงอาหาร มหาวิทยาลัย
  
        ฉันกำลังสวาปามอาหารกลางวันอย่างเร่งรีบเพราะกลัวว่าจะเข้าเรียนไม่ทัน เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น ครั้นจะกินแค่ขนมปังรองท้องมันก็ไม่น่าจะอยู่ท้องไหว เพราะคลาสตอนบ่ายเป็นวิชาที่ต้องใช้พลังในการเคลื่อนไหวร่างกายเยอะเป็นพิเศษ

            “รีบกินเลย จะได้ไปให้พ้นๆที่นี่!

            “รู้แล้วน่า รีบอยู่ ถ้านายรีบก็ไปก่อนสิ!ฉันตอบกลับด้วยเสียงอ้อมแอ้มจากข้าวที่เต็มปาก ฮันบินนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉันทำหน้าแบบอารมณ์เสียสุดๆจนฉันอดจะงอนเบาๆไม่ได้ ถ้าเขารีบนักก็ไปก่อนสิ จะมาทำหน้าเหม็นมลพิษทางอากาศทำไม ไม่คิดบ้างหรอว่ามันกระทบกระเทือนจิตใจฉัน!

            “ไม่ได้รีบ แต่ขนาดฉันนั่งอยู่กับเธอนะผู้ชายอื่นยังกล้ามองอีก เหอะ!เขาบ่นออกมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์แบบเหวี่ยงแรงมาก แต่ฉันอยู่กับหน้าเหวี่ยงๆดุเหมือนเสือบ้าแบบนี้มาตั้งหลายปีเลยค่อนข้างจะชินแล้วล่ะ

            แต่บางทีก็อดผวาไม่ได้

            “ไหน? ใครมอง?”ด้วยความสงสัยฉันเลยหันไปมองรอบๆตัวโดยอัตโนมัติในสภาพข้าวเต็มแก้มอย่างกับลูกโป่งอัดก๊าซ             

           
จะหันไปทำไม มองฉันนี่!มือใหญ่ทั้งสองข้างของเขาจับข้างแก้มฉันให้หันมาทางเขาส่วนฉันก็พยายามเคี้ยวอาหารไปด้วยเหมือนเด็กๆ ฮันบินลดสายตามองลงต่ำกว่าสายตาฉันเล็กน้อยแล้วส่ายหน้าอย่างเอือมๆพร้อมกับมุมปากที่กระตุกยิ้มเชิงหน่ายใจ

             กินเลอะเทอะหมดแล้ว มานี่ดิ ฉันเช็ดให้ฮันบินว่าพลางสลับมองไปทางอื่นแล้วกลับมาที่ฉัน ริมฝีปากอิ่มกระตุกยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ขึ้นมาหนึ่งระดับ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรมากหรอกเพราะเดี๋ยวนี้เขาชอบทำหน้าเจ้าเล่ห์แบบนี้อยู่แล้ว ส่วนปากฉันเนี่ยจะเลอะก็เลอะไป ตอนนี้ฉันต้องจ้วงๆๆเพราะกระเพาะฉันมันยังไม่อิ่มหนำเลยซักนิด ค่อยเช็ดทีเดียวก็ได้

            แต่ทว่าขณะที่ฉันกลืนข้าวคำล่าสุดไปยังไม่ทันที่จะได้ตักอีกคำเข้าปาก ฮันบินก็โน้มตัวมาจากฝั่งตรงข้ามพร้อมกับทิชชู่ที่อยู่ในมือเตรียมจะเช็ดความเลอะเทอะบนปากของฉัน ทว่าสุดท้ายสิ่งที่เขาใช้ทำความสะอาดกลับกลายเป็นริมฝีปากและปลายลิ้นสีชมพูแดงๆนุ่มๆที่แตะลงบนซอสที่เปื้อนอยู่แทน!

            จุ๊บ!

            “ย่าห์! คิม ฮันบิน!ทันทีที่สัมผัสได้ถึงปลายลิ้นนุ่มๆแค่เสี้ยววินาที ช้อนในมือฉันก็ร่วงลงกระทบกับจานเสียงดังลั่น ฉันรีบยกมือดันไหล่เขาให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว สายตาฉันได้แต่มองไปรอบๆอย่างอับอายแล้วยกมือขึ้นมาบังกรอบหน้าเอาไว้ ส่วนปากฉันก็ทำหน้าที่เทศนาคนหน้าด้าน เป็นบ้าอะไรของเขา มาทำกิริยาอีโรติกแบบนี้ต่อหน้าคนเป็นร้อย!

            “ทำบ้าอะไร! ฉันอายนะ!

            “อายทำไม คนเยอะแยะ?”แต่ดูสิ่งที่เขาตอบมาสิ ทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวแถมยังใช้สายตาโหดๆนั่นมองไปรอบๆราวกับขู่ฆ่าอีกต่างหาก กะจะแสดงความเป็นเจ้าของฉันงั้นสิ!

            “ฮันบิน!ฉันเรียกชื่อเขาเป็นเชิงห้ามปราม พร้อมกับใช้ฝ่ามือเล็กฟาดลงไปที่แขนเขาเป็นการลงโทษ มืออีกข้างก็พยายามที่จะตักข้าวกินต่อไปให้หมดๆ อายก็อายนะ แต่ความหิวมันชนะอะ!

 
            “ก็เธอสวยขึ้นทำไมวะ ขี้เหร่ให้มากกว่านี้ได้ปะ ได้เรื่องเลยเห็นมั้ย!จู่ๆฮันบินก็พูดจากึ่งๆจะชมฉันแต่ก็ไม่พ้นแนวหาเรื่องแบบต่อมขี้หึงหน้ามืดตามัวเริ่มทำงาน

            “ผู้หญิงอย่าหยุดสวยไม่เคยได้ยินหรอ!

            “จะอยากสวยอีกทำไมวะ เธอสวยน้อยกว่านี้ฉันก็รักอยู่แล้วยังไม่พออีกหรอไง?”

            “ฉันไม่ได้อยากสวยเพื่อนาย ฉันอยากสวยเพื่อตัวเอง!

            “ทำไมดื้อวะบีมายด์?”

            “นายก็อย่ามาพาลสิ หึงให้มันมีขอบเขตหน่อย เดี๋ยวนี้เริ่มไม่มีเหตุผลแล้วนะฮันบิน!อดไม่ได้ที่จะดุเขากลับไป ให้ตายเถอะ! เวลาคิม ฮันบินหึงหวงทีไรชอบโวยวายทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ไว้หน้ากันตลอดจนฉันล่ะปวดหัว แถมตอนนี้หิวด้วย โมโหหิวเว้ย!

            “ไม่มีเหตุผลยังไงวะ ใครชอบให้ผู้ชายอื่นมองแฟนตัวเองบ้างวะ!

            “เขาก็แค่มอง ไม่ได้เข้ามาทำอะไรซักหน่อย!

            “ต้องรอให้มันทำก่อนใช่มั้ย ถึงจะเข้าใจ!

            “โอ๊ย! ฉันขี้เกียจทะเลาะกับนายแล้ว!เมื่อสัมผัสได้ว่าฮันบินจะไม่ยอมอ่อนข้อให้ฉันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ฉันเลยจำเป็นต้องทิ้งช้อนและกับข้าวที่ยังเหลืออยู่ด้วยหัวใจที่ยังกระหายหิวแล้วคว้ากระเป๋าเดินหนีเขาออกไปอย่างเร็วที่สุด             

            เดี๋ยวนี้เขากล้าหือกับฉันแล้วสินะ เหอะ!

            “บีมายด์!นั่นๆส่งเสียงดังอย่างกับอมโทรโข่งเรียกฉันให้ประชาชีเขาสนใจอีก ฉันยกมือปิดหูไม่อยากได้ยินเสียงเขาแล้วเลี้ยวตามทางเดินไปยังตึกเอกละคอนทันที

            หมับ!

              แต่ด้วยความที่ขาสั้นกว่า เหนื่อยง่ายกว่าสุดท้ายแล้วฮันบินก็ตามมาทัน มือใหญ่ร้อนของเขาขยุ้มเข้าที่แขนฉันแล้วกระตุกเข้าหาตัวจนฉันแทบจะปลิว!

            “เดินหนีทำไม?”

            “ฉันจะรีบไปเรียน!

            “อย่าทำตัวเป็นเด็ก คุยกันให้รู้เรื่องก่อน...

            “นายนั่นแหล่ะเด็ก!

            พลั่ก!

            ด้วยความซ่าที่ไม่เจียมตัวฉันจึงออกแรงผลักอกเขากะให้ถอยออกไป แต่เพราะความแข็งแรงไม่ต่างจากกำแพงแข็งแกร่งนั่นทำให้เป็นฉันเสียเองที่เสียหลักถอยหลังมาแถมยังสะดุดเท้าของตัวเองที่พันกันจนเกือบจะล้มกระแทกพื้น! ที่ว่าเกือบน่ะเพราะมีใครบางคนมารับตัวฉันไว้ในอ้อมแขนจากทางด้านหลังน่ะสิ!

            “ล้มลงไปล่ะคงเจ็บแย่เลยนะ?”ฉันช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าหล่อที่มาพร้อมกับรอยยิ้มดูสุภาพและแสนอบอุ่น ดวงตาของฉันกระพริบถี่พร้อมคิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันเมื่อรู้สึกคุ้นตากับใบหน้าของเขาเหมือนเคยเห็นกันมาก่อนไม่นานนี้           

           
ปล่อย!แล้วข้อมือกับร่างฉันก็โดนกระชากด้วยแรงเสือโหดของฮันบินทำให้ใบหน้าฉันเข้าไปปะทะแทบจมอกเขาอย่างจัง แถมไอ้อาการขี้หึงขี้หวงก็ยังไม่จบอีก เพราะเขาเล่นกอดตัวฉันไว้แสดงความหวงแหนไม่ต่างกับเด็กติดของเล่น! เกรงใจบ้างมั้ยว่าฉันเป็นผู้หญิง ไหนจะสายตาของเหล่าบรรดาแฟนคลับฮันบินที่มองมาอย่างหมั่นไส้นั่นอีก ฉันเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าชีวิตฉันผ่านช่วงยากลำบากมาก่อน และหนึ่งในนั้นก็คือการที่ต้องต่อสู้คอยรับมือกับสาวๆที่ชื่นชมในตัวเขาจนอยากจะเขี่ยฉันออกจากสถานะแฟนของคิม ฮันบิน  ผู้ชายที่หน้าหล่อไม่พอยังเสน่ห์แรงอีกจนเป็นหายนะหนทางชีวิตรัก!

              “รุนแรงแบบนั้นข้อมือเธออาจจะช้ำหรือปวดได้นะเสียงชายร่างสูงไม่ต่างจากฮันบินนักพูดขึ้นแบบนิ่งๆเรียกความสนใจฉัน สายตาเขามองตรงดิ่งมาที่ฉัน ต่ฉันกลับไม่รู้สึกอึดอัดหรือเคอะเขินใดๆเลยซักนิด กลับรู้สึกสงสัยมากกว่า

 
            “เสือ* !!!คำเดียวแต่หยาบคายจากฮันบินโหมดเสือบ้า ข้อมือฉันก็ถูกเขาขย้ำเต็มแรงอีกครั้งจนความเจ็บปวดแล่นเข้าประสาทความรู้สึกจังๆพร้อมระบายความเจ็บออกมาเป็นเสียงอย่างห้ามไม่อยู่

 
            “โอ๊ย!เพราะเสียงร้องที่แสดงอาการว่าเจ็บจริงพร้อมกับสีหน้าของฉันที่มันบิดเบี้ยวปวดร้าว ฮันบินจึงรีบปล่อยข้อมือฉันทันทีด้วยความตกใจที่เผลอทำรุนแรง

 
            “เฮ้ยๆ เกิดอะไรขึ้นวะ!เสียงผู้ชายติดออกไปทางนุ่มนวลดังขึ้น พร้อมปรากฏตัวข้างกายฮันบินด้วยใบหน้ตื่นตระหนก แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ถามต่อไปมากกว่านี้ฉันก็ประเคนคำตอบให้ทันทีอย่างเดือดดาล โมโหหิวก็แย่พออยู่แล้วยังจะมาโยนฟืนก่อไฟให้อารมณ์ฉันร้อนไปกว่าเดิมอีก คิม ฮันบิน!

 
           “นายเอาเพื่อนนายกลับไปสงบสติซะ ดงฮยอก เลิกบ้าได้เมื่อไหร่แล้วค่อยมาคุยกัน!ฉันได้แต่ลูบข้อมือตัวเองด้วยความเจ็บปวดพลางส่งสายตาคาดโทษไปให้ตัวต้นเหตุอย่างโกรธเคืองจนเจ้าตัวถึงกับหน้าซีดอึกอักไปทันที ต้องให้ฉันเจ็บตัวก่อนสินะถึงจะรู้สึก...ทำหน้าที่แฟนได้ดีมาตลอดแต่มันจะเริ่มจะบกพร่องก็วันนี้แหล่ะ

            “เวร...พึ่งจะเห็นแม่งทะเลาะกันในรอบ 1 ปี!ดงฮยอกที่พอจะเดาสถานการณ์ออกพูดเชิงอนาถใจ

            “บีมายด์ ฉัน ขอ...

            ฟึบ!

            ประชดแรงด้วยการไม่อยู่ฟังในสิ่งที่ฮันบินพยายามจะพูดพร้อมเดินตรงไปยังตึกเอกละคอนต่อทันที ตอนนี้ฉันควรรู้สึกยังไง ฉันกับเขาเลิกทะเลาะกันด้วยประเด็นหึงหวงแบบนี้มาเป็นปีๆแล้วนะ แล้วถ้าถามว่าตอนนี้ฉันโกรธมั้ย ใช่...ฉันโกรธแต่กลับรู้สึกผิดหวังมากกว่า ที่ผ่านมาถึงเขาจะหึงหนักเป็นบ้าหรืออารมณ์เสียขนาดไหนก็ไม่เคยมีสักครั้งที่ทำให้ฉันเจ็บตัว              

            จนกระทั่งได้เคยก็เมื่อกี๊นี่แหล่ะ!

 
          “ทายามั้ย?”ขณะที่ฉันเดินจ้ำเอาๆแทบไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เสียงแบบสุภาพที่พึ่งจะคุ้นหูก็ดังขึ้นข้างๆจนฉันต้องชะงักการเดินแล้วหันไปมองอย่างงงๆ

             ผู้ชายที่ช่วยฉันไว้เมื่อกี๊นี่
?

             อ่า...อย่างน้อยฉันควรขอบคุณเขาซักหน่อยสินะ

            “เกือบลืมเลย ขอบใจนะที่ช่วยไว้เมื่อกี๊ฉันบอกด้วยใบหน้าที่พยายามคลายความหงุดหงิดลงแล้วยิ้มบางๆให้แทนอย่างเป็นมิตร

 
            “ไม่เป็นไร ว่าแต่ข้อมือเธอน่ะปวดมากรึเปล่า แรงหมอนั่นสามารถทำให้ข้อมือเธอเส้นเอ็นอักเสบได้เลยนะรู้เปล่าเขาพูดออกมาพลางเพ่งสายตามาที่ข้อมือฉันอย่างสนอกสนใจ

 
            “ไม่...ขนาดนั้นหรอกมั้ง มันไม่ได้เจ็บเท่าไหร่หรอกฉันปฏิเสธไปแบบสบายๆเพราะมันไม่ได้เจ็บเกินจะทนขนาดนั้น

            “ตอนนี้ไม่ค่อยเจ็บ แต่เดี๋ยวอีกสักพักอาจจะเจ็บมากขึ้นก็ได้ เชื่อดิฉันเป็นนักศึกษาแพทย์นะทว่าสถานะที่เขาพูดท้ายประโยคนั่นก็ทำให้ภาพในสมองของฉันรีเพลย์กลับไปแทบจะในทันที ปากฉันเผยอกว้างขึ้น ดวงตาหรี่ลงและสำรวจเขาอย่างเต็มๆตา

            “อ๋อ! ฉันจำได้แล้ว นายเป็นนักศึกษาแพทย์ที่เคยมาช่วยฉันตอนที่ฉันช็อกใช่มั้ยอะ!

            “จำได้ด้วยหรอ?”เขาถามด้วยท่าทีแปลกใจ

            “จำได้สิ วันนั้นที่นายเข้ามาในสตูดิโอจะมาดูอาการฉันด้วย ใช่มั้ย!ฉันว่าขึ้นอย่างตื่นเต้น เดี๋ยวนะ...แล้วฉันจะตื่นเต้นทำไมเนี่ย แต่ว่าพอมองเต็มๆตาแล้ว เขาก็หล่อดีนะ ผิวคล้ำหน่อยๆดูเท่ห์สมเป็นผู้ชายดีด้วย

            “อาฮะ แต่วันนั้นเหมือนว่าฉันจะเข้าไปผิดเวลา ฮ่ะๆประโยคที่เขาพูดขึ้นมาทำให้ฉันอดจะรู้สึกอายขึ้นมาหน่อยๆไม่ได้เลยได้แต่ยกมือจับปอยผมทัดหูแก้เขินแทน เมื่อระลึกได้ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

            “ช่างเรื่องวันนั้นเหอะ ว่าแต่นายชื่อ...

            “จะบ่ายโมงแล้ว เธอต้องไปเรียนใช่มั้ย?”ทว่าขณะที่ฉันกำลังจะเอ่ยปากถามชื่อเขาออกไป เขาก็แทรกขึ้นมาซะก่อนด้วยประโยคที่ทำให้ฉันต้องตาโตเป็นไข่ห่านพร้อมก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมืออีกข้างทันที

            เวรแล้ว!



            12.58 น.
          กรี๊ด!
            ฉันต้องรีบแจ้น สี่คูณร้อยเมตรแล้วล่ะ เพราะอาจารย์คนนี้โหดมาก สายแค่นาทีเดียวก็เช็กขาด!

            “เฮ้ย! จะไม่ทันแล้ว งั้นฉันไปก่อนนะ ขอบใจมาก!ฉันยกมือบ๊ายบายเขาเร็วๆแล้วรีบออกแรงวิ่งต่อทันที ทั้งๆที่ในใจยังมีความอยากรู้อยู่

            ครั้งนี้ยังไม่รู้ชื่อก็เอาเหอะ เดี๋ยวก็คงมีโอกาสได้เจอกันอีก

            ใช่มั้ยล่ะ
?

          [ตกดึก 23.50น.]
          หลังจากที่เมื่อกลางวันเกิดเรื่องหึงหวงบ้าบอไร้สาระนั่น ตอนนี้ฉันเลยกลับมาอยู่ที่หอพักของตัวเองที่สำคัญฉันไม่แม้แต่จะรับสายจากฮันบิน ฉันไม่ปิดเครื่องแต่ปิดเสียงเอาไว้แทน บางทีก็แกล้งทำเป็นกดรับแต่เพียงไม่กี่วินาทีฉันก็กดวางสายเพื่อสร้างความกระวนกระวายใจให้เขา เพราะฉันก็แค่อยากให้เวลาเขาทบทวนในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปและจะได้ไม่ทำอะไรที่ไร้เหตุผลอีก ส่วนอีกใจหนึ่งฉันก็อยากเว้นระยะห่างจากเขาด้วยเพื่อทบทวนสิ่งที่เปลี่ยนไป
  
            คำถามเกิดขึ้นในใจฉันหลายครั้งหลายครามากว่าอะไรที่ทำให้จู่ๆฮันบินที่น่ารักของฉันกลายเป็นคนที่ฮาร์ดคอขึ้นแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกับเขา หรือแม้กระทั่งประโยคที่ดูน่าขันอย่าง เขาเป็นใคร
? มันดังก้องอยู่ในความคิดฉันตลอด บางทีฉันก็รู้สึกเหมือนไม่เคยรู้จักเขา เหมือนเขาไม่ใช่คิม ฮันบิน แต่ฉันได้แต่บอกตัวเองว่าคงจะคิดมากไปเองเลยพยายามที่จะลืมและมองข้ามสิ่งแปลกๆพวกนั้นไป คิม ฮันบินก็คือคิม ฮันบินสิ จะเป็นใครอื่นไปได้ไง?

            แต่นานวันเข้าหลายสิ่งยิ่งตอกย้ำว่าฉัน...ไม่ได้รู้สึกไปเอง

            มือของฉันพลิกสมุดภาพแฮนเมดที่บันทึกเรื่องราวของฉันกับฮันบินเอาไว้ด้วยตัวอักษรและภาพถ่าย สมุดภาพนี้เป็นฝีมือของเขาที่เขาตั้งใจทำให้ฉันตอนวันครบรอบ
3 ปีที่เราคบกันเมื่อไม่นานมานี้ พอนึกแล้วฉันก็ได้แต่อมยิ้มออกมาเพราะช่วงที่เขาแอบทำสิ่งนี้โดยไม่บอกให้ฉันรู้นั้น ฉันมักจะเห็นว่าเขามีพลาสเตอร์พันนิ้วเพิ่มขึ้นทุกๆวัน พอถามว่าไปทำอะไรมาเขาก็ได้แต่บอกว่าดีดกีตาร์จนเจ็บนิ้ว แล้วถามว่าฉันเชื่อมั้ยเอาจริงๆก็ไม่เชื่อหรอก ฮันบินดีดกีตาร์ไม่เป็นเขาโกหกไม่เก่งจริงๆจนลืมไปด้วยซ้ำว่าตัวเองดีดกีตาร์เป็นที่ไหน เอ๋อขนาดไหนคิดดู? ตอนนั้นฉันยังงอนๆเลยด้วยซ้ำว่าทำไมฮันบินต้องมีความลับกับฉันด้วย จนกระทั่งวันครบรอบมาถึงเมื่อเขาเอาสมุดภาพแฮนเมดนี้มาให้ฉันถึงได้เข้าใจความจริงอย่างทะลุปรุโปร่ง 

            บางหน้ายังมีรอยเลือดเล็กๆที่หยดลงบนแผ่นกระดาษด้วยซ้ำแต่เขาก็ทำเป็นต่อเติมให้มันเป็นรูปหัวใจสีแดงสดแทนพลางบอกว่าขอโทษทีที่ทำของขวัญฉันเปื้อน สมุดภาพที่มีภาพความทรงจำของฉันกับฮันบิน ภาพตั้งแต่สมัยมัธยมปลายที่เขาแอบถ่ายฉันก่อนที่เราจะรู้จักกันอย่างเป็นทางการ นั่นทำให้รู้ว่าจริงๆแล้ว

          ฉันอยู่ในสายตาเขาตลอดโดยไม่รู้ตัว

            ฮันบิน ถามจริงนายเริ่มคิดอกุศลกับฉันตั้งแต่เมื่อไหร่?’

            ใช้คำน่ากลัวไปปะ?’

           
ตอบมาเร็วๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่!!

            ดุชิบหาย...

           
เร็ว!

  
          ‘อืม... ตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันไม่รู้หรอกแต่พอรู้ตัวอีกภาพเธอก็อยู่ในหัวฉันตลอด อาจจะรักแรกพบมั้งเขาว่าด้วยรอยยิ้มสดใส ก่อนจะตวัดสายตามาจ้องมองแล้วถามกลับบ้าง

            แล้วเธอล่ะหลงเสน่ห์ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ จีบตั้งหลายปีกว่าจะติด ใจแข็งชิบเป๋ง!


         
  ไม่รู้!ฉันตอบแบบทันทีด้วยท่าทางกวนๆพร้อมทำหน้าตาที่คงดูน่าหมั่นไส้อยู่พอตัว...คือทำกลบเกลื่อนความเขินอะดิ ใครใช้ให้เขาถามแล้วมองด้วยสายตาที่เหมือนจะหลอมละลายกันล่ะ!

            ผู้หญิงใจร้าย!'

             ฉันย้อนนึกถึงการเปิดใจคุยกันของพวกเราครั้งแรกว่าเริ่มรู้สึกดีๆต่อกันเมื่อไหร่ ปกติแล้วจะมีแต่ฮันบินที่พยายามจะพูดจาหวานๆเอาใจฉัน ส่วนฉันก็มาแนวผู้หญิงสายโหดใส่แฟนมากกว่า ดูๆแล้วเหมือนมันสลับกันเนอะ แต่ ณ วินาทีนั้นที่ฉันได้ดูสมุดภาพกลับต้องซึ้งจนน้ำตาคลอ ตื้นตันใจจนอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก พลาสเตอร์ที่พันรอบๆนิ้วเขาคงเป็นผลจากการที่เขาพยายามทำสิ่งนี้ให้ฉัน การกรีดกระดาษและรูปต่างๆ รวมถึงของน่ารักๆเพื่อมาตกแต่งเขาคงโดนกรรไกรหรือคัตเตอร์บาดเนื้อขาวๆเอาแน่ๆ แถมยังมีตอนที่มือเขาโดนกาวตราช้างทำพิษจนนิ้วติดกันอีกแล้วโทรมาโวยวายถามวิธีแก้จากฉันว่าควรทำยังไงแต่พอถามว่าทำอะไรเขาก็บอกว่าพื้นรองเท้ามันหลุดเลยจะเอากาวตราช้างมาติด

            ที่สำคัญปกติฮันบินมีหัวด้านการตกแต่งหรือของแฮนเมดแบบนี้ที่ไหนกันล่ะ ถึงนิสัยจริงๆเขาจะเป็นคนตลกๆพูดมากทำตัวเหมือนเด็กก็เถอะแต่เขาไม่ใช่คนที่มีความอดทนสูงนักหรอกหากต้องมาทำอะไรที่ตัวเองไม่ถนัดเอาซะมากๆ นั่นเลยทำให้ฉันยิ่งรู้สึกขอบคุณเขามากขึ้นไปอีกที่ทำอะไรแบบนี้ให้ฉัน งานละเอียดอ่อนที่ผู้ชายมักทำกันไม่ค่อยได้แต่เขากลับเลือกทำให้ฉันแล้วมันก็ออกมาเนี๊ยบอย่างไม่น่าเชื่อจนฉันที่เป็นผู้หญิงเองยังอาย

            เพราะเขาบอกว่าอยากให้อะไรที่มากกว่าเพลงที่เขาถนัดแต่ง ข้าวของที่เขาพยายามหาเงินซื้อมาให้ อยากลองทำอะไรที่ไม่ถนัดดูบ้างเพราะถ้าเขาทำมันสำเร็จ คงจะน่าประทับใจและเป็นความทรงจำที่ดีระหว่างเรากว่ามาก

            เขามักใส่ใจฉันเสมอจนหลายครั้งฉันเองอดจะรู้สึกผิดไม่ได้ที่มีแต่ฉันเป็นผู้รับ น้อยครั้งที่ฉันควรจะให้อะไรในสิ่งที่คนรักกันควรทำให้บ้าง แต่เขากลับบอกว่าขอแค่ฉันอยู่ข้างๆเขาไปตลอดให้เขาได้ดูแลปกป้องฉันเท่านั้นก็พอแล้ว...จะกี่ครั้ง คิม ฮันบินก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากฉันไปมากกว่า ความรักที่มั่นคง

            พอนึกมาถึงตรงนี้น้ำตาฉันมันก็ไหลออกมาเป็นสายจนหยดลงบนรูปฮันบินที่พยายามทำหน้าตาน่าเกลียดขัดกับเสื้อสีแดงสุดแบ๊วลายมิกกี้เมาส์ ฉันรีบใช้หลังมือปาดน้ำตาแล้วรีบเช็ดหยดน้ำตาที่ค้างอยู่บนรูปนั่นด้วยเมื่อเกรงว่าจะทำผลงานชิ้นโบว์แดงของฮันบินเสียหาย

            ไลน์!

            ขณะที่ฉันกำลังจัดการกับน้ำตาของตัวเองอยู่นั้นด้วยอารมณ์ที่หน่วงๆ เสียงไลน์ก็ดังขึ้นเมื่อฉันเหลือบสายตาไปมองบนหน้าจอสมาร์ทโฟนจึงเห็นว่าเป็นข้อความจากฮันบิน เกือบจะหมดวันอยู่แล้วพึ่งจะส่งข้อความมาหาฉันหรอ คิดช้าไปมั้ยคนบื้อ! ฉันมองอย่างชั่งใจว่าจะหยิบมาอ่านแล้วตอบกลับเขาไปดีมั้ย แต่หลังจากที่วันนี้ฉันไม่รับสายโทรศัพท์จากเขาเลยคงจะทำให้เขาประสาทเสียมากพอแล้วล่ะมั้ง...ยอมอ่อนให้หน่อยก็ได้เพราะจริงๆแล้วฉันก็ไม่ได้โกรธเขาขนาดนั้นหรอก ตอนนี้ฉันใจเย็นลงกว่าเมื่อกลางวันเยอะแล้ว

            {My MickyBin}  ‘เธออยู่ที่ไหน ทำไมไม่รับสายฉัน ไม่กลับห้อง? ฉันเป็นห่วงนะรู้มั้ย

            ฉันกดอ่านข้อความของเขาจนสถานะขึ้นว่าอ่านแล้ว แต่ก็ยังไม่ตอบกลับไปในทันทีอย่างต้องการป่วนเขาเล่นจนกระทั่งเขาส่งข้อความอีกครั้งมาสมทบ

            {My MickyBin}   ฉันรู้ว่าฉันผิดไปแล้ว หายโกรธฉันเถอะนะ ขอโทษจริงๆ ยกโทษให้ฉันนะบีมายด์

 
           {MinnyMine}      ไม่!

 
          {My MickyBin}   ‘T^T’

 
          {MinnyMine}      ‘ไม่ต้องทำเป็นบีบน้ำตา!

            {My MickyBin }  ‘ฉันจะร้องไห้จริงๆแล้วนะถ้าเธอไม่ลงมาหาฉัน ข้างล่างนี่มันหนาวมากเลยว่ะ

            ฉันมองข้อความนั่นพร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นในใจ ทำอย่างกับเขามานั่งรอฉันอยู่ข้างล่างหออย่างงั้นแหล่ะ

            แต่เดี๋ยวนะ...หรือเขาจะมาจริงๆ!

            ฉันเปิดม่านออกแล้วชะโงกหน้าไปดูยังด้านหน้าหอจึงพบคำตอบที่ชัดเจน รถมอเตอร์ไซค์ของฮันบินจอดอยู่พร้อมกับร่างเขาที่อยู่ในสภาพเสื้อแขนยาวสีกรมท่าเพียงชั้นเดียวพร้อมกับสวมหมวก
Snapback กลับหลังแบบที่เขาชอบใส่ ในมือเขาถือสมาร์ทโฟนเอาไว้แต่สายตาก็เหลือบขึ้นมองมาทางห้องของฉันที่อยู่ชั้น 5 ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันเปิดม่านอยู่พอดี พอเขาเห็นว่าเป็นฉันรอยยิ้มดีใจแบบเด็กน้อยจึงผุดขึ้นบนใบหน้า

            ฟึบ!

  
          ฉันรีบปิดม่านทันที พร้อมกับถามตัวเองในใจ นี่ฉันควรลงไปหาเขาหรือเปล่า ฉันไม่อยากจะใจอ่อนให้ง่ายๆแบบนี้เลย เขาง้อฉันน้อยไปนะ! แต่ถ้าเขาหนาวจนทนไม่ไหวก็คงกลับไปเองแหล่ะ แล้วถ้าเขาไม่ยอมกลับล่ะ จะไม่แข็งตายไปซะก่อนหรอ ข้างนอกนั่นหนาวจนติดลบเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้!

            {My MickyBin}  ‘ถ้าเธอไม่ลงมาหาฉัน ฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น

           ถือเป็นคำตอบยืนยันคำถามที่ฉันถามตัวเองเมื่อครู่นี้ ฉันได้แต่ถอนหายใจออกมาเมื่อสุดท้ายตัวเองก็ทำใจแข็งต่อไปไม่ได้ พอเห็นเขามายืนสั่นเหมือนจะจับไข้นั่นฉันก็ใจอ่อนยวบทันที ฉันไม่ใช่คนใจร้ายขนาดจะทนเห็นร่างกายแฟนตัวเองพังหรอกนะ

            สุดท้ายฉันก็คว้ากุญแจกับคีย์การ์ด สมาร์ทโฟน พร้อมผ้าห่มขนาดกำลังดีติดมือออกไป พอลงมาถึงหน้าประตูกระจกหอเพื่อจะทาบคีย์การ์ดกลับเจอร่างสูงของเขาที่เข้ามายืนรอติดประตูทั้งๆที่ก่อนหน้านี้อยู่ที่รถด้วยซ้ำ คงใจร้อนอยากจะเข้าชาร์ตฉันให้เร็วที่สุดล่ะสิ รู้หรอก
!           

            ติ๊ด!

            เสียงสัญญาณประตูเปิด ฉันก้าวออกไปหาเขาด้วยสีหน้านิ่งๆพร้อมยิงคำถามใส่ทันทีแล้วยกมือดันแผงอกเขาเอาไว้เมื่อตั้งท่าจะพุ่งเข้าใส่ฉันตามที่คาดการณ์ไว้จริงๆ

            “รู้ได้ไงว่าฉันกลับมาที่หอ?”

            “
เซนส์ของคนเป็นเนื้อคู่กันมั้ง...

            “
ทีนี้ล่ะทำมาเป็นปากหวาน ชิ! เอาไปห่มซะเดี๋ยวแข็งตายซะก่อน...ฉันว่าพลางกางผ้าห่มลายมินนี่เมาส์สีชมพูสุดหวานแหววออกหมายจะห่มให้กับร่างสูงกว่าที่ได้แต่ยืนกอดตัวเอง แต่จังหวะที่ฉันกำลังจะห่มให้เขาร่างสูงกลับเข้าสวมกอดฉันแทนพร้อมกับฝังใบหน้าลงบนไหล่ฉันอย่างออดอ้อน

            “หนาวเนื้อต้องห่มเนื้อสิ...

            “
ห่มเนื้อบ้าอะไรล่ะ!ฉันตาโตทันทีเมื่อเขาพูดจาทำให้ฉันตีความไปแบบสองแง่สองง่าม พลางยกมือตีแขนเขาเบาๆ

            “อือ...กอดเธอสิ หายหนาวของจริง

            “
ไม่ต้องมาทำเป็นอ้อนกลบเกลื่อน ฉันยังโกรธนายอยู่นะฮันบินฉันพูดด้วยโทนเสียงที่ติดจะงอนๆพลางดันเขาออก             

            “
ขอโทษ...ขอโทษจริงๆ ฉันจะไม่ได้ตั้งใจจะทำเธอเจ็บตัวจริงๆนะ ขอโทษ…”มือใหญ่ของเขาคว้าแขนข้างที่มีรอยช้ำม่วงๆเขียวๆของฉันอย่างชัดเจนอยู่มาพินิจพิเคราะห์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันพร้อมกับสายตาหน่วงๆที่ฉันสัมผัสได้ ใบหน้าเขาสลดราวกับเด็กน้อยที่ถูกคนเป็นแม่ดุหลังจากจับได้ว่าซนไม่เข้าเรื่อง

            “เจ็บมากมั้ย?”

            “
ทนได้ ต่อให้นายทำให้ฉันเจ็บมากกว่านี้ก็ทนได้ฉันบอกแนวๆประชดประชันจี้ใจดำเขา

            “อย่าพูดแบบนี้สิบีมายด์ ตอนนั้นฉันแค่ควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ฉันสัญญา...มันจะไม่เกิดขึ้นอีกเขาว่าพลางมองเข้ามาในดวงตาฉันเพื่อแสดงความรู้สึกของเขาจริงๆ ฮันบินน่ะดูไม่ยากหรอก โกรธ เศร้า ดีใจ สนุก หรือเครียด ทุกอย่างมักแสดงออกมาโดยที่เขาไม่สามารถซ่อนมันได้ แล้วตอนนี้เขาก็ทำให้ฉันเชื่อว่าเขาสำนึกผิดแล้วจริงๆ

            “นายเป็นอะไรกันแน่ฮันบิน นายตอบฉันได้มั้ย?”ฉันจ้องเข้าไปในดวงตาดุๆนั่นกลับตรงๆ พยายามจะเข้าใจในสิ่งที่เขาเปลี่ยนไปแต่มันก็ยากเหลือเกิน

            “ฉันก็แค่หึง...

            “
ไม่ใช่แค่เรื่องนี้...ตัวนายน่ะเป็นอะไร ฉันไม่ชอบให้หึงไร้สาระแบบนี้นะเราเคยตกลงกันแล้วว่าจะไม่ทะเลาะกันเรื่องนี้อีก แค่เราเชื่อใจกันแค่นั้นเอง ที่สำคัญ...ฮันบินคนเดิมน่ะหายไปไหน เมื่อก่อนนายน่ารักกว่านี้เยอะนะ?”สุดท้ายสิ่งที่มันอึดอัดในใจฉันมาตลอดก็ได้ถามอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในวันนี้ ฉันอยากรู้จริงๆ...

            “นายเปลี่ยนไปมากนะฮันบิน...บอกฉันสิ เกิดอะไรขึ้นกับนายฉันว่าพลางยกมือเล็กประคองใบหน้าหล่อที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดฉับพลัน

            “อาจจะเป็นเพราะ เหตุการณ์ครั้งนั้น ที่มันชัดเจนในใจฉันเสมอ ฉันก็แค่รักเธอมากไม่อยากเสียเธอไป...ฉันได้แต่คิดตามในคำตอบของเขา ฉันว่าฉันเข้าใจดีว่าเขาพูดถึงอะไรคงเป็นเพราะ อุบัติเหตุ ครั้งนั้นแน่นอน แต่มันป็นเหตุการณ์ที่ฉันอยากจะลืม อยากจะทำเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น ฉันไม่อยากพูดถึงมันเลยจริงๆ

           เพราะมันไม่ต่างจากฝันร้ายของเราสองคน         

            “ชีวิตฉันรักนายได้แค่คนเดียวนะฮันบิน แค่นายคนเดียวจริงๆ...ฉันตอบเขาอย่างต้องการให้ความมั่นใจและฉันก็มั่นใจมากกว่าทุกสิ่งที่เคยมั่นใจมาว่าฉันจะรักเขาได้แค่คนเดียวจริงๆอย่างที่ลั่นวาจาไว้

            ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน...

            เราผ่านอุปสรรคด้วยกันมามาก จนไม่สามารถปล่อยมือออกจากกันได้

            “ฉันคิดถึงฮันบินคนเดิมนะรู้มั้ย ฉันพูดจริงๆนะ ทั้งๆที่นายอยู่ใกล้ฉันแบบนี้แต่บางทีฉันกลับรู้สึกว่านายอยู่ห่างฉันออกไปอีกไกลนายเปลี่ยนไปมากจริงๆนะฮันบิน

 
            “แล้วฉันในตอนนี้ เธอยังรักอยู่มั้ย?”เขาถามฉันกลับด้วยสายตาที่ดูปวดร้าวจนฉันที่เป็นฝ่ายมองยังอดจะหน่วงใจไม่ได้ ท่าทางเขาตอนนี้ดูกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก

 
            “ไม่เคยมีวินาทีไหนที่ฉันจะไม่รัก...นายเชื่อใจฉันได้เสมอฉันกุมมือเขาไว้แน่นเป็นเครื่องยืนยันเสริมความมั่นใจ

 
           “อืม...เข้าใจแล้ว ฉันจะเชื่อใจเธอแล้วจะพยายามไม่ทำตัวงี่เง่าแบบนั้นอีกฮันบินตอบด้วยท่าทีที่ยังดูกระอักกระอ่วนอยู่ ฉันจึงอดไม่ได้ที่จะเข้าสวมกอดเขาหวังว่ามันจะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น อ้อมแขนแกร่งกอดรัดร่างของฉันกลับทันทีพร้อมกับพร่ำบอกใกล้ๆอยู่แค่สองประโยคซ้ำแล้วซ้ำเล่า

           ‘ฉันขอโทษ กับ ฉันรักเธอนะบีมายด์

            ทว่าไม่กี่อึดใจต่อมาเสียงของสุนัขที่ไม่พึงประสงค์ก็เห่าหอนอย่างโหยหวน ลมหนาวกระโชกพัดแรงขึ้น เศษใบไม้ปลิวว่อน ความเย็นนั่นทำให้ขนแขนฉันลุกชันขึ้นมา พร้อมกับเสียงสัญญาณของนาฬิกาหอพักบ่งบอกว่าเป็นเวลาเที่ยงคืนตรงเข้าวันใหม่แล้วพอดิบพอดี และเพราะลมหนาวนั่นทำให้ฮันบินกระชับอ้อมกอดให้แน่นมากขึ้นเพื่อมอบไออุ่นให้แก่กัน แต่ลมแรงนั่นก็ไม่มีท่าทีว่าจะเบาลงเลย ราวกับต้องการจะพัดเราสองคนให้พรากจากอ้อมกอดของกันและกัน

 
           “อากาศไม่ดีแบบนี้เรารีบกลับห้องกันเถอะฮันบินว่าขึ้นพลางผละออกแล้วจะจูงมือฉันจะให้เดินตามเขาออกไป

            “ห้องไหน?”ฉันดึงเขาเอาไว้ก่อน

           “ก็ห้องฉันไง ฉันยังไม่อยากให้เธออยู่คนเดียว

            “เอ่อ...วันนี้ฉันขอนอนที่นี่ละกัน นายกลับห้องไปก่อนเถอะ สัญญาว่าพรุ่งนี้ฉันจะกลับไป...นะฮันบินพอเขามีท่าทีว่าจะขัดเจตนารมณ์ฉันเลยต้องทำเป็นพูดแบบแฝงความออดอ้อนแทน ทั้งๆที่ปกติฉันไม่ค่อยทำหรอก เขามองหน้าฉันพลางมองไปทางอื่นราวกับกำลังคิดตัดสินใจอยู่ แต่พอฉันเข้าไปหอมแก้มเบาๆเท่านั้นเขาก็ยอมทันที

            “เฮ้อ...ก็ได้ แค่คืนนี้นะ งั้นพรุ่งนี้เช้าฉันมารับ

            “ได้...นายเอาผ้านี่ห่มไว้ด้วยเถอะ ขับไปโต้ลมหนาวกว่านี้แน่เดี๋ยวจะป่วยเอาฉันว่าพลางยื่นผ้าห่มลายมินนี่เมาส์ให้เขา ฮันบินมองมันอย่างชั่งใจเหมือนไม่ค่อยอยาก แต่พอฉันอ้อนด้วยสีหน้าน่ารักๆเขาก็ยอมรับไปในที่สุดแบบจำยอม

            “มีมินนี่ไปด้วยจะได้เหมือนมีฉันอยู่กับนายด้วยไงเพราะว่าปกติแล้วฮันบินชอบมิกกี้เมาส์มากเขาเลยชอบให้ฉันใช้อะไรที่เป็นมินนี่เมาส์เพื่อจะได้คู่กับเขาไปด้วย

            “อืม...งั้นฉันกลับนะ ขึ้นห้องดีๆล่ะ

            “ไม่ต้องห่วง นายรีบกลับเถอะ ดึกมากแล้วเขาพยักหน้าเป็นการตอบฉันแทนแล้วหมุนตัวเดินออกไป

            “เดี๋ยวฮันบิน!

            “หืม?”

            จุ๊บ!

            “อย่าคิดมากนะ...แต่เพราะสีหน้าก่อนไปของเขามันรบกวนจิตใจฉันมาก ฉันจึงเรียกเขาแล้วสะกิดให้หันกลับมาพร้อมกับเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตเบาๆลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างหวังว่าจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย

            “ทำแบบนี้ฉันยิ่งไม่อยากกลับนะรู้มั้ย?”เขาว่าขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ สายตาเขาดูไม่อยากไปจริงๆนั่นแหล่ะ

            “ไม่ได้หรอก นี่หอหญิงนะ

            “เอาเถอะถึงคืนนี้ฉันจะอยากนอนกอดเธอมากแค่ไหนก็จะข่มใจไว้สักคืน...Good Night นะบีมายด์

            “อืม... Good Night ฮันบิน

           สุดท้ายแล้วคืนนี้เราก็ต้องอยู่ห่างกัน

           ฉันยืนรอส่งเขาจนออกรถไปถึงได้ค่อยกลับขึ้นห้องตัวเอง ไม่รู้ทำไมคืนนี้ฉันถึงรู้สึกอยากนอนที่หอตัวเองมากนักก็ไม่รู้ บางทีอาจจะ
Room Sick ล่ะมั้ง?

            แต่น่าแปลกใจอยู่อย่างนะ พอฮันบินขับรถออกไป ลมแรงๆกับเสียงหมาหอนนั่นก็ค่อยๆเบาลง

            แปลกดีแหะ
?








#แฟนผีไอค่อน
 TO BE CONTINUED 

 



[จะทำหน้าน่าเกลียดหรือน่ารัก? 555]




พาร์ทนี้ไม่หลอนเกินเนอะ(?) มันเป็นพาร์ทตัวเชื่อมล่ะจ้ะ
ยังขอย้ำว่าฟิคเรื่องนี้ อ่านแล้วอย่าเครียด แต่จะบอกให้อ่านแบบเพลินๆก็กะไรหว่า 
แนวฟิคมันช่าง ฟิคหลอนเขย่าน้ำ อะนะ (น้ำตานะ! 555)
สุดท้ายนี้ขอบคุณนะคะที่ชอบเรื่องนี้กัน มีพี่บอกพี่มีน้องมีเพื่อนบอกต่อกันเนอะ ^.^V





                                                               
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

1,061 ความคิดเห็น

  1. #1052 nth02 (@nth02) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 04:16
    <p>ชั้นมาอ่านตอนตีสี่555</p>
    #1052
    0
  2. #1031 aiyada99 (@praparassamee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 04:15
    ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย!!!(มองบนแรงมากกก พร้อมเสียงสูง) ใครบอกกลัว! แค่หลอนๆนิดเดียวเอง นิดเดียวจริงๆนะ!!
    #1031
    0
  3. #1023 Aor Suju (@7736) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 23:19
    ไรท์อ่านตอน5ทุ่มมันก็จะหลอนๆหน่อย
    #1023
    0
  4. #913 kimjinhwan042 (@kimjinhwan042) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กันยายน 2559 / 20:45
    หลอนมากอ่ะไรท์ อ่านทีขนลุกซู่เลย เรื่องจะเป็นไงต่อน๊าา
    #913
    0
  5. #872 Fangg_l (@Fangg_l) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 19:18
    ไม่หลอนเลยค่ะไรท์ ประชด!!! #เสียงสู๊ง โอ๊ยยยยนอะไรกันเนี้ยอิบินแกเป็นผีหรอ เป็นผีก็จะเอา เอาฮันบินคนเดียว555555
    #872
    0
  6. #509 สมายด์อาย (@kajongpim) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 23:24
    แต่งสนุกแบบนี้ แต่งได้ไง โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ืาสดกะวระทวทวนเะนท้ดฟ้นสดทนสนสว้ดัดฟนสัเดทดนสทดงบนัพฟ
    #509
    0
  7. #481 Jisong14love (@Jisong14love) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 23:30
    ฮันบินเค้าไม่ใช่ผีใช่ม่ะะ ?? ????????
    #481
    0
  8. #476 KeenDream (@_kimbab_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 00:39
    นี้แบบกำลังฟินๆเขินๆอยู่ อ่านลมมาวะ รีบๆอ่านให้ผ่านไปก่อนจะมีอะไรมาดีกว่า555555555
    #476
    0
  9. #379 SYMJDH (@forfine) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 00:24
    เราคิดว่า ฮันบินปัจจุบัน อาจไม่ใช่ฮันบินตัวจริงไหมล่ะ แต่ที่มาหาที่หอน่าจะฮันบินตัวจริง
    #379
    0
  10. #276 Kim HaYa (@cartoon_baby) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 16:08
    โอ้ยยยย ตามมาจากฟิคพี่ปี้ และแท็กทวิต คือฟิคพี่ปี้นี่หลอนไปเลยนะ แต่พอมาฟิคนี่ ถึงกับปวดหัวไปเลย โอ๊ยแกกก ฉันเดาอะไรไม่ได้เลย ถ้าให้เดาก็ ฮันบินมีสองคนอยู่ในร่างเดียวกัน ไม่ก็ หากเชื่อเรื่องกลับชาติมาเกิด ก็คงเป็นฮันบินในชาติที่แล้ว ที่รักเพียงคุณมาก แต่เกิดเหตุทำให้ต้องตายจากกัน เพียงคุณมาเกิดใหม่ เป็นคนใหม่ ฮันบินก็มาเกิดใหม่ เป็นคนใหม่เช่นกัน แต่เหมือนยังมีจิตของฮันบินชาติก่อนที่ไม่ยอมไปไหน ตามเพียงคุณมาตั้งแต่เพียงคุณเกิด จนมาเจอฮันบินคนใหม่ จึงทำทุกวิถีทางที่จะได้ครอบครองร่างฮันบิน เพื่อจะได้อยู่กับเพียงคุณตลอดไป จากที่เดาๆ ฮันบินชาติที่แล้วจงใจทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้นเพื่อจะทำให้ฮันบินในชาตินี้ตาย หรือไม่ก็วิญญาณหลุดออกจากร่าง แล้วมันก็สำเร็จ เมื่อฮันบินในชาตินี่น่าจะตายไปตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้นแล้ว ไม่ก็วิญญาณหลุดออกจากร่างประมาณนั้น ประเด็นหลักๆคือ ฮันบินน่ะยังไม่ตายหรอก แค่จิตยังหลงอยู่ แต่ยังวนเวียนอยู่กับเพียงคุณนี่แหละ เพราะ... วิญญาณที่เรียกเพียงคุณในห้องน้ำ เรียกเพียงคุณว่า บีมาย ซึ่งแน่น่อนว่า เพียงคุณเคยบอกว่า ฮันบินคนเดิมที่เธอรู้จัก จะเรียกเธอว่า บีมาย ตลอด แต่ฮันบินคนปัจจุบันกับไม่ค่อยเรียกเลย แถมตอนที่เพียงคุณคิดถึงเรื่องกอดว่า กอดกับฮันบินแล้วอบอุ่นที่สุด ในตอนนั้นก็มีสัมผัสอุ่นๆที่เป็นปริศนามากอดเพียงคุณไว้ ทำให้เรามาเปรียบเทียบกับตอนที่เพียงคุณกอดกับฮันบินล่าสุดว่า มันเย็นยะเยือกแตกต่างกับเมื่อก่อนมาก นี่คือสิ่งที่เราเดาได้ในตอนนี้ ก็คือ ฮันบินที่อยู่ในร่างฮันบิน ไม่ใช่ฮันบิน แต่คนที่ไม่ได้อยู่ในร่างฮันบินคือ ฮันบิน

    ปล. เดาไปมั่วละตอนนี้ เดาผิดขออภัยแรง คืออินจัดไง แบบบบบ คือ งงอ่ะ แต่ที่เราพิมพ์มาทั้งหมด นี่คือเราเดาเองล้วนๆ โอ้ยยยย ข้องใจแรง ยังไงก็เถอะ มาอัพต่อไวๆนะค่าาา สู้ๆค่ะ^^

    .... จบการเดาเพียงเท่านี้....
    #276
    2
    • #276-1 Klear☆Killer (@Jinhyoziin) (จากตอนที่ 3)
      24 ธันวาคม 2558 / 23:49
      มายาวมากกก เจ้ปลิ้มแรงงง อ่านเรื่องนี้จะบอกว่าเพลินๆมันก็คงไม่ได้ หุหุ แต่มันก็ไม่ใช่นิยายเครียด ก๊ากกก มันจะหลอนแบบค่อยๆกัดกิน ระแวงผวาโดยไม่รู้ตัวประมาณนั้นหลายคนเป็นเลย มาที่การวินิจฉัยนะคะอาการปวดหัวเป็นผลค้างเคียงจากการที่อิเจ้ทิ้งปม หยอดนู่นนี่ไว้เกลื่อนหมด ก๊สกกก เจ้เก็ตฟีล เขียนเองแม่งยังปวดหมองเอง-^- พีคสุดคืออ่านเม้นนักอ่านจนงงละพล็อตกูอันไหนกันแน่วะ ต้องไปเขียนเก็บไว้เป็น Treatment กับเรื่องย่อเลย555 หวังว่าจะติดตามกันไปจนจบเรื่องเลยน๊า จุ๊บๆ!
      #276-1
  11. #271 sontaew (@ntaewso) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 23:57
    คาดเดาไม่ได้เลยอ่ะ

    ตกลงเป็นคนหรือผีหรือโดนสิง 😭
    #271
    0
  12. #246 14:03 (@pinkheavenpinku) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 08:23
    คนหรือผีอ่ะคะ เริ่มสงสัย 
    เปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้ยังเป็นคนเดิมอยู่รึเปล่า ._.
    #246
    0
  13. #191 FanFic (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 11:05
    โอ้ยยยยยยย นังคิมห่านเป็นผีที่มาสิงร่างฮันบินคนเดิมหรือป่าว555555 ยิ่งบอกว่าเบื่อมิกกี้เม้าส์สี่ไม่ใช่ละ
    #191
    0
  14. #173 `ploychana (@ploynalack) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 01:00
    เดาอะไรไม่ถูกเลยกับฟิคนี้...
    #173
    0
  15. #171 Jaechoco (@Jaechoco) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 04:08
    มันเริ่มจะคล้ายกับที่คิดไว้ รีดนี่ยังสำผัศได้เลยอ่ะว่าบินเปลื่ยนไปจริงๆ ไหนจะที่หมาหอนอีก ความสงสัยเริ่มแทรกความหลอน
    #171
    0
  16. #168 PL_Ljoejoe (@pl-joe-joe) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 01:18
    อื้อหืออ นี่คิดละฮันบินตอนนี้คนหรือผี เกิดการสลับวิญญาณอะไรกันรึป่าว -0-
    #168
    0
  17. #167 Hoyaah (@numupear) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 11:46
    เหมือนจะมีอีกคนแต่ก็ไม่เชิง แปลงร่างเป็นโคนันแปบเจ้55555
    #167
    0
  18. #166 Abyun (@byun_am) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 07:27
    เรื่องเดาาายากกกกกมากเจ้! มาต่ออีกน้าาาาาาา:3
    #166
    0
  19. #165 แฟนเสือต๋า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 23:30
    ตอนนี้เดาอะไรไม่ถูกเลย รีบๆมาต่อนะเจ้ รอๆๆๆๆ
    #165
    0
  20. #164 มาม่า (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 20:09
    บินตายตั้งแต่อุบัติเหตุแล้วใช่ไหม T^T 555555555 เดาๆ
    #164
    0
  21. #163 BAM BAM (@hikarimaiko) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 20:02
    ผีหรอ... ;-;
    #163
    0
  22. #162 PhKyungie (@lcecream) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 19:10
    หรือบีมายจะตายไปแล้วนะ?-3-
    #162
    0
  23. #161 hsj.fc (@hsjfc) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 10:01
    น่ากลัว แต่ก็อยากอ่านต่อคืออะไร ?? มาต่อเร็วๆน้า
    #161
    0
  24. #160 BMQUEEN (@bixbm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 06:52
    เกิดเหตุการณ์ไรขึ้นหว่าาาา โอ้ยยยยค้างมากมายยย ไรท์มาต่อเร็วๆน้า55555555 คิดตึ๋งมากกกก
    #160
    0
  25. #159 earnhyuk_fran (@earnhyuk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 06:51
    คือกลัวแปบ แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็บินอะ แต่แบบมันพีคตรงหมาหอนนี่แหละ บ้าไปแล้ว แต่ชอบตรงดูรักกันมากๆเลยชอบๆ
    #159
    0