[Fic Red Velvet] ...GEMINI... [WenSeulRene,YoonYeri]

ตอนที่ 2 : ▶GEMINI || Chapter 1 : เจ้าหญิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    27 มี.ค. 61

GEMINI || Chapter 1 เจ้าหญิง
  Author : Forget Me Not

 

 

 

 

เจ้าหญิง

 


     


               “อาณาจักรมาเดน ดินแดนแห่งทองคำ ในน้ำมีปลา ในป่ามีสัตว์ เรือกสวนไร่นาล้วนอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด มาเดนถูกสถาปนาโดยปฐมกษัตริย์แห่งมาเดนนามว่า อเลรอน ผู้ครอบครองดาบแห่งแสงและยังเป็นวีรบุรุษในตำนานผู้ปราบเหล่าปีศาจร้ายเล่าขานสืบต่อกันมานับพันๆ ปี ทิศเหนือนั้นจรดอาณาจักรภูตภูเขา ดินแดนแห่งความศักดิ์สิทธิ์อันเป็นนิจนิรันดร์ของชาวภูตผู้ใฝ่ฝันถึงสันติและความสงบสุข ทิศตะวันออกจรดอาณาจักรภูตต้นไม้ ดินแดนแห่งป่าเขาลำเนาไพรกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทิศตะวันตกจรดอาณาจักรคาร์น ดินแดนแห่งอำนาจบ้านพี่เมืองน้องของอาณาจักรมาเดน และทิศใต้จรดอาณาจักรภูตน้ำ ดินแดนผู้พิทักษ์รักษาห้วงน้ำทุกแห่งบนโลกใบนี้...”

 

 

เสียงแหบแห้งใกล้หมดลมหายใจของท่านอาจารย์ผู้ชราภาพทำให้ใครคนนึงถึงกับทำหน้าเพลียออกมา ทำไมเธอต้องมานั่งฟังในสิ่งที่เธอก็รู้ดีแถมท่องจำได้ขึ้นใจตั้งแต่จำความได้แล้วด้วยก็ไม่รู้

 

 

เบื่อ... ความคิดที่ทำให้เด็กสาวนึกอยากกระโดดออกจากหน้าต่างห้องทรงพระอักษรลงไปยังสวนด้านล่างปราสาทให้รู้แล้วรู้รอด แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะหนึ่งหากเธอทำอย่างนั้นคนที่จะตกที่นั่งลำบากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นคุณหัวหน้าพยาบาลผู้ที่ห่วงว่าหัวตัวเองจะหลุดออกจากบ่าแทบทุกวัน สองเสด็จแม่จะต้องทรงกริ้วจนวังแตกแน่ๆ และสามท่านแม่ที่เธอรักและเทิดทูนสุดหัวใจคงต้องผิดหวังในตัวเธอเป็นที่สุด

 

 

เธอเป็นเจ้าหญิง เจ้าหญิงต้องวางตัวให้สมกับพระอิสริยยศ ท่วงท่าต้องสง่างามสมกับการเป็นราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ทุกกระเบียดนิ้ว แล้วยิ่งเป็นเจ้าหญิงรัชทายาทด้วยแล้ว...

 

 

ยิ่งแย่ไปกันใหญ่!

 

 

พระขนงมุ่นเข้าหากันเป็นโบว์ผูกผม พระโอษฐ์บางดั่งกลีบกุหลาบคว่ำลงเป็นรูปสามเหลี่ยมอย่างเช่นทุกทีที่ไม่พอพระทัย พระเนตรกลมโตสีน้ำตาลที่เคยฉายแววสดใสไร้เดียงสา บัดนี้กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความดื้อรั้นเอาแต่พระทัยอย่างที่ใครก็หาเปรียบไม่ได้

 

 

ดวงตาสีน้ำตาลใสเป็นข้อยืนยันเพียงหนึ่งเดียวว่าเธอเป็นลูกของเสด็จแม่จริงๆ เพราะนอกนั้นแล้วเราสองคนแม่ลูกนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว แถมยังเป็นเหวที่ลึกไปจนเกือบถึงใจกลางโลกซะด้วย เผลอๆ นิสัยของเธอจะเหมือนท่านแม่มากกว่าอีก เธอเชื่ออย่างนั้นมาตลอด แต่ท่านแม่กลับหัวเราะน้อยๆ แล้วบอกว่า

 

 

“หญิงอาจไม่รู้ ว่าตัวเองน่ะเหมือนเสด็จแม่ที่สุด”

 

 

ไม่จริงเลยสักนิด ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่มีทางเหมือนหรือเป็นอย่าง สมเด็จพระราชินีเจสสิก้าแห่งอาณาจักรมาเดน ได้ องค์ราชินีผู้ทรงพระสิริโฉมงดงาม เปี่ยมล้นไปด้วยพระปรีชาสามารถ และทรงงานหนักเพื่อประชาชนอยู่เป็นนิจ ส่วนเธอน่ะหรอ

 

 

เจ้าหญิงกะโปโล!

 

 

มิหนำซ้ำยังอยู่ห่างไกลจากคำว่าราชินีอยู่มากโข...

 

 

เจ้าหญิงเยริเบือนพระพักตร์หนีหน้าหนังสืออย่างไม่ใส่พระทัยอีกต่อไป และถึงแม้ว่าท่านอาจารย์จะส่งเสียงกระแอมไอจนลูกกระเดือกแทบกระเด้งออกมาจากคอแค่ไหนก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เจ้าหญิงรัชทายาทผู้แสนซนรู้สึกยี่หระหรือเกรงกลัวแม้แต่นิดเดียว

 

 

ให้ตายเถอะ พรุ่งนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบสิบห้าปีของเธอแท้ๆ แทนที่เธอจะได้ออกไปเที่ยวเล่นกลับต้องมาติดแหง็กอยู่อย่างนี้

 

 

เกิดมาเป็นเจ้าหญิงนี่มันแย่จริงๆ แต่อีกหน่อยก็ต้องกลายเป็นราชินี นั่นยิ่งแย่ที่สุด!

 

 

เธอจำได้ว่าตอนเด็กๆ เธอชอบยืนมองรูปวาดของเสด็จแม่อยู่บ่อยๆ มองแล้วก็รู้สึกว่าเราช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกิน เจ้าหญิงกะโปโลอย่างเธอคงกลายเป็นราชินีที่ทั้งเพียบพร้อม สูงศักดิ์ และงดงามเหมือนเสด็จแม่ไม่ได้ แล้วยิ่งต้องทำงานหนักทุกวันด้วยแล้วเธอยิ่งขยาดเข้าไปใหญ่ ตั้งแต่จำความได้เสด็จแม่ก็เอาแต่ทรงงานจนแทบไม่มีเวลาให้เธอเลย เธอไม่อยากเป็นแบบนั้นเลย เธอบ่นอย่างนั้นมาตั้งแต่ยังเล็กจนสุดท้ายคุณพยาบาลคงเอือมแล้วบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นปนระอาใจว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะมันเป็นหน้าที่ของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน หน้าที่ของชาวนาคือทำนา หน้าที่ของพ่อค้าแม่ค้าคือขายของ หน้าที่ของรัชทายาทคือเรียนรู้งานแผ่นดินเพื่อสักวันจะกลายเป็นผู้ปกครองแผ่นดิน

 

 

... ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่มีทางเลือก ...

 

 

ดูอย่างพี่ไอรีนคนงามก็งดงามทั้งหน้าตาทั้งจิตใจ กิริยามารยาท การวางตัว วิชาความรู้ทุกอย่างนั่นก็เลิศเลอไปเสียหมด พี่ไอรีนเกิดมาเพื่อเป็นเจ้าฟ้าหญิงรัชทายาทอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนพี่เวนดี้ก็ได้ใช้ชีวิตอิสระอยากออกไปเที่ยวไหนก็ได้ไป แถมเสด็จน้าทิฟฟานี่กับเสด็จน้าแทยอนก็พระทัยดีด้วยกันทั้งสองพระองค์ ทำไมสมเด็จพระราชินีเจสสิก้าเสด็จแม่ของเธอถึงไม่เป็นเช่นนั้น ทำไมเธอถึงไม่ไปเกิดเป็นเจ้าหญิงแห่งคาร์น ทำไมเธอต้องเกิดมาเป็นเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งมาเดนด้วย หรือให้ดีหน่อยก็ให้เธอมีฝาแฝดเหมือนพี่ไอรีนกับพี่เวนดี้ก็ได้ เผื่อเธอไม่อยากเป็นรัชทายาทก็จะได้โยนตำแหน่งพวกนี้ไปให้ฝาแฝดซะเลย

 

 

แต่คงทำไม่ได้ เพราะเธอดันเป็นลูกคนเดียวซะนี่...

 

 

กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยเพลินๆ อยู่ๆ คุณพยาบาลที่คอยถวายการรับใช้อยู่หน้าห้องก็ก้าวเดินฉับๆ เข้ามา ก่อนทูลเจ้าหญิงน้อยว่า “สมเด็จพระราชินีแห่งคาร์นทั้งสองพระองค์รวมทั้งเจ้าหญิงไอรีนและเจ้าหญิงเวนดี้เสด็จมาถึงปราสาทใหญ่แล้วเพคะ”

 

 

ได้ยินดังนั้นเจ้าหญิงเยริก็ดีใจจนแทบกระโดดโลดเต้นเลยทีเดียว แต่ก็ต้องสงวนท่าทีไว้ก่อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และลักษณะการพูดที่ถอดมาจากสมเด็จพระราชินีเจสสิก้าแห่งอาณาจักรมาเดนทุกประการ

 

 

“วันนี้พอแค่นี้เถอะ” ท่านอาจารย์ทำท่าเหมือนจะขัดแต่เจ้าหญิงเยริรีบชิงพูดขึ้นมาก่อน “แขกบ้านแขกเมืองอย่างอาณาจักรคาร์น ที่เป็นดั่งบ้านพี่เมืองน้องมาเยี่ยมเยียนทั้งที ข้าในฐานะเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งมาเดน หากไม่ไปต้อนรับก็คงจะเป็นการไม่ให้เกียรติ จริงมั้ยคะท่านอาจารย์”

 

 

จริงไม่จริงไม่รู้ เจ้าหญิงเยริขอควักเอาหน้ากากเจ้าหญิงผู้สุดแสนจะเพียบพร้อมมาข่มไว้ก่อน มาถึงขั้นนี้ท่านอาจารย์ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว จึงยอมให้เจ้าหญิงแสนซนเสด็จออกจากห้องทรงพระอักษรไปแต่โดยดี

 

 

“อย่าทรงวิ่งเพคะ เจ้าหญิง เจ้าหญิงเยริเพคะ” เสียงคุณพยาบาลหอบแฮกๆ วิ่งไล่หลังตามมาที่โถงทางเดินยิ่งทำให้เจ้าหญิงเยริรู้สึกสนุกขึ้นไปอีก

 

 

“คุณพยาบาลอายุก็ยังไม่มากเท่าไหร่ ออกกำลังกายนิดๆ หน่อยๆ ทำบ่นซะละ” หันไปเอ่ยแกมตำหนิคุณพยาบาลด้านหลังได้ไม่เท่าไหร่ พอหันหน้ากลับมาเจ้าหญิงเยริก็แทบอยากจะวิ่งมุดลงพื้นไปทันที ก็จะไม่ให้ทำอย่างนั้นได้ยังไง โถงทางเดินฝั่งตรงข้ามนั่นมันขบวนเสด็จของเสด็จแม่ชัดๆ จากที่กำลังซอยเท้ายิกๆ เจ้าหญิงน้อยจึงเชิดหน้าหลังตรงและเปลี่ยนมาก้าวเดินอย่างสง่าผ่าเผยแบบเนียนๆ แทน ส่วนคุณพยาบาลที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว พอเงยหน้ามาเห็นขบวนเสด็จองค์ราชินีก็ยั้งฝีเท้าไม่ทันสะดุดกึกร้องว้ายจนหัวเกือบทิ่มถ้าหากเจ้าหญิงเยริไม่คว้าไว้ก่อน

 

 

“ไม่งามเลย หญิงบอกตั้งกี่ทีกี่หนแล้วว่าอย่าวิ่ง ถ้าล้มขึ้นมากระดูกกระเดี้ยวหักหมดจะว่ายังไงกันคะคุณพยาบาล” เจ้าหญิงน้อยแสดงความเป็นห่วงอย่างเหลือล้นทั้งที่ข้างในหัวเราะสะใจเสียงดังลั่น

 

 

“เป็นอะไรมากไหมคุณพยาบาล” องค์ราชินีเจสสิก้าที่เสด็จผ่านมาทางนี้พอดีรับสั่งถามขึ้นจนคุณพยาบาลตัวสั่นพั่บๆ เนื่องด้วยกลัวว่าจะถูกตำหนิต่อหน้าข้าราชบริพารทั้งหลาย ไม่ว่าใครก็ต้องพากันยำเกรงในพระราชอำนาจของสตรีเบื้องหน้ากันทั้งนั้น

 

 

สมเด็จพระราชินีเจสสิก้าแห่งอาณาจักรมาเดน ราชินีน้ำแข็งผู้ทรงอำนาจ ราชินีผู้พิชิตจ้าวปีศาจแห่งความมืด ราชินีผู้พลิกแผ่นดินมาเดนให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง พระเกศาสีขาวซีดถูกถักร้อยเป็นเปียเกล้าเก็บขึ้นสมพระอิสริยยศ ประดับมงกุฎทองแห่งผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของมาเดน ทรงพระสิริโฉมงดงามไม่เปลี่ยนแปลง แม้แต่เวลาที่ผ่านไปหลายปีก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ราวกับเป็นบุคคลผู้อยู่เหนือห้วงกาลเวลาทั้งปวง

 

 

“กระดูกข้อต่อคุณพยาบาลน่าจะมีปัญหานะเพคะ อยู่ดีๆ ก็ล้ม อยู่ดีๆ ก็เซ หญิงว่าเราคงต้องเปลี่ยนคุณพยาบาลประจำตัวหญิงเร็วๆ นี้แล้วล่ะเพคะ” เจ้าหญิงน้อยตอบพระมารดาเสียงพาซื่อ แต่คุณพยาบาลหันขวับทันที อยู่ดีๆ ก็จะตกงานซะแล้ว

 

 

“งั้นหรอ” ราชินีเจสสิก้าทอดพระเนตรมองคุณพยาบาลตามคำบอกกล่าวของพระธิดา

 

 

“ไม่จริงเพคะ หม่อมฉันยังแข็งแรงลงวิ่งแข่งสี่คูณร้อยก็ยังได้เพคะ” คุณพยาบาลรีบปฏิเสธเป็นการใหญ่

 

 

เจ้าหญิงเยริเบ้ปาก เธอแอบได้ยินคุณพยาบาลบ่นกับนางพี่เลี้ยงอยู่ทุกวันว่าเลี้ยงเด็กดื้ออย่างเธอน่ะมันเหนื่อยแค่ไหน ไหนจะต้องคอยตามเอาอกเอาใจ คอยปรนนิบัตินู่นนี่นั่นไม่ได้หยุดพัก โกหกทั้งเพ เหนื่อยมากนักทำไมไม่ทูลลาออกไปทำงานอื่นล่ะ ทนอยู่มาได้ตั้งสิบกว่าปีทำไมกัน

 

 

“อืม งั้นก็ดี” ราชินีเจสสิก้าพยักพระพักตร์เนิบนาบ

 

 

แต่คุณพยาบาลเหงื่อตก ดี? ดียังไง? อะไรดี? ดีที่เธอยังวิ่งสี่คุณร้อยไหว หรือดีที่จะเปลี่ยนคุณพยาบาลใหม่กันแน่

 

 

“หญิงมาก็ดีเลย แม่กำลังจะไปปราสาทใหญ่ จะได้ไปด้วยกัน”

 

 

“แล้วท่านแม่ล่ะเพคะ”

 

 

เจ้าหญิงเยริรับสั่งถามหา ท่านราชองครักษ์ยูริ ท่านแม่ที่เจ้าหญิงน้อยทรงรักสุดพระหทัย

 

 

“ท่านแม่ของหญิงรออยู่ที่ปราสาทใหญ่แล้ว เราไปกันเถอะ”

 

 

องค์ราชินีเจสสิก้าและเจ้าหญิงเยริเสด็จผ่านโถงทางเดินไปด้วยกันอย่างสง่าผ่าเผยในสายตาของผู้พบเห็น เจ้าหญิงเยริที่ถึงแม้จะซุกซนแค่ไหนแต่พออยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระมารดาก็จะเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน กลายเป็นเจ้าหญิงผู้เพียบพร้อมและเต็มเปี่ยมไปด้วยพระราชอำนาจไม่ต่างจากองค์ราชินีเจสสิก้า ผู้ทรงความงดงามได้อย่างร้ายกาจแม้เวลาจะผ่านพ้นล่วงเลยมานานแค่ไหนก็ตาม

 

 

“ช่วงนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง” คำถามแรกจากองค์ราชินีเจสสิก้าก็เล่นเอาเจ้าหญิงน้อยจุกไปถนัด

 

 

“ก็เรื่อยๆ เพคะ” สิ้นคำว่า เรื่อยๆ ของเจ้าหญิงเยริ พระเนตรดุดันก็ตวัดมาหาอย่างไม่เข้าพระทัยทันที

 

 

สงสัยคำตอบเมื่อครู่คงจะไม่เข้าท่าซะแล้ว ซวยแล้วมั้ยล่ะเยริ...

 

 

“หญิงเป็นเจ้าหญิงรัชทายาท เจ้าหญิงรัชทายาทสามารถเรื่อยๆ กับการเรียนได้หรือ”

 

 

ก็ขนาดท่านอาจารย์ยังสอนน่าเบื่อ หญิงก็น่าจะเรื่อยๆ กับการเรียนได้เหมือนกันนี่เพคะ... ก็อยากจะเถียงไปแบบนี้ แต่สุดท้าย

 

 

“ไม่ได้เพคะ” เจ้าหญิงเยริก้มพระพักตร์ลงมองพื้นด้านล่างเพราะไม่อยากสบพระเนตรน่าเกรงขามของเสด็จแม่

 

 

“แม่เห็นคะแนนหญิงแล้ว ได้ห้าสิบเต็มร้อยคะแนนทุกวิชา”

 

 

“แต่ได้ห้าสิบก็ถือว่าผ่านเกณฑ์นี่เพคะ” เจ้าหญิงน้อยรีบแย้งขึ้นมาก่อน

 

 

“ก็จริงของหญิง แต่...”

 

 

องค์ราชินีเจสสิก้าถอนพระปัสสาสะออกมาเล็กน้อย ยามนึกถึงตอนตรวจดูกระดาษข้อสอบของพระธิดา ไม่ใช่ว่าไม่พึงพอใจที่เห็นว่าลูกสาวของตัวเองสอบได้คะแนนต่ำเตี้ยเรี่ยดินอะไรหรอก แต่เป็นเพราะเยริฉลาดเกินไปต่างหากที่เลือกทำข้อสอบเพียงห้าสิบข้อแรกจากทั้งหมดร้อยข้อ ไม่รู้ว่าเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้รู้ว่าตัวเองจะตอบถูกทั้งห้าสิบข้อที่ทำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเสียงนกเสียงกาเล็ดลอดออกไปอยู่ดีว่าเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งมาเดนนั้นโง่เขลา ทั้งที่ความจริงแล้วเยริเป็นอัจฉริยะเสียด้วยซ้ำ

 

 

“ทำให้ดีก็ทำได้ แล้วทำไมถึงไม่ทำ” ราชินีเจสสิก้ารับสั่งถามเสียงราบเรียบ พระพักตร์ยังคงตั้งตรงทอดมองไปยังทางเบื้องหน้า

 

 

เจ้าหญิงเยริไม่ตอบพระมารดา ได้แต่ก้มพระพักตร์มองพื้นทางเดินแล้วกระซิบในใจตัวเองเบาๆ เวลาเราได้ดีใครก็อยากรู้จัก แต่เวลาเราตกต่ำนอกจากจะมีคนรอเหยียบย่ำซ้ำเติมแล้ว เธอแค่อยากรู้ว่าจะมีใครบ้างที่ยังอยู่ข้างๆ พวกลุงๆ ที่สอนหนังสือเธอนั่นก็เหมือนกัน ชอบบอกว่าเธอขี้เกียจ ก็มันน่าเบื่อจะตายไปที่ต้องไปนั่งฟังเรื่องที่เราก็รู้ดีอยู่แล้วตั้งหลายชั่วโมง ไม่ก็ชอบพูดดูถูกแบบอ้อมโลกว่าเธอเป็นเจ้าหญิงไม่เอาถ่าน

 

 

แล้วเธอจะเอาถ่านไปทำไมล่ะ เลอะเทอะจะตายไป!

 

 

“แม่ก็ไม่ได้อยากกดดันหญิง แต่อยากให้หญิงรู้ไว้ว่าหญิงเป็นเจ้าหญิงรัชทายาท ไม่ใช่ทุกอย่างที่เราจะสามารถทำตามใจตัวเองได้”

 

 

“หญิงทราบดีเพคะ”

 

 

ห้องรับรองในปราสาทใหญ่ว่างเปล่าไร้ผู้คน ราชินีเจสสิก้าจึงเสด็จนำพระธิดาพระองค์น้อยไปยังท้องพระโรงแทน ภาพของราชินีทิฟฟานี่พระขนิษฐาฝาแฝดที่ทอดมองภาพกระจกสีบอกเรื่องราวการผจญภัยในวัยเด็กของเราบนผนังในท้องพระโรงพระราชวังมาเดนทำให้องค์ราชินีแย้มสรวลออกมาบางๆ เจ้าหญิงเยริมองพระมารดาที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขไม่วางตา ไม่ต้องพูดออกมาแค่ภาพตรงหน้าก็น่าจะอธิบายได้มากพอแล้วว่าเสด็จแม่ของเธอทรงรักพระขนิษฐาฝาแฝดพระองค์นี้มากเพียงใด

 

 

“ฟานี่” กระแสรับสั่งหาพระขนิษฐาฝาแฝดเคยเป็นเช่นใดก็ยังคงเป็เช่นนั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง องค์ราชินีเจสสิก้าสวมกอดน้องสาวด้วยความรักใคร่ในทันทีที่ได้พบหน้ากัน “ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลย พี่คิดถึงเจ้ามากนะ”

 

 

“ข้าเองก็คิดถึงพี่เหมือนกัน โอ๊ะ! นี่เยริใช่ไหมนี่” ราชินีทิฟฟานี่ถามพี่สาวฝาแฝดอย่างไม่เชื่อสายตาของตัวเอง

 

 

“หญิงเองเพคะเสด็จน้าทิฟฟานี่” เจ้าหญิงเยริตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างก่อนจะถูกเสด็จน้าทิฟฟานี่ดึงเข้าไปกอดแนบแน่น

 

 

“มาครั้งก่อนน้ายังเห็นเจ้าเป็นเจ้าหญิงน้อยผู้แสนซุกซนอยู่เลย มาคราวนี้กลายเป็นสาวสวยสะพรั่งซะแล้ว” ราชินีทิฟฟานี่ผละตัวออกพร้อมกับมองหลานสาวด้วยความภาคภูมิใจเช่นเดียวกับราชินีเจสสิก้า “อีกหน่อยคงจะเนื้อหอมไม่เบา ดูท่ามาเดนจะเกิดศึกชิงนางก็คราวนี้แหละ”

 

 

“ก่อนจะเกิดศึกชิงนาง น่าจะเกิดศึกสงครามกับท่านราชองครักษ์ยูริก่อนล่ะสิไม่ว่า” ราชินีเจสสิก้าแอบหวั่นใจเล็กน้อย ยูลหวงลูกสาวยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ซะขนาดนี้ ลูกสาวเธอคงไม่ได้ลงจากคานง่ายๆ แน่

 

 

“ก็มีความเป็นไปได้สูงอยู่” ราชินีทิฟฟานี่ทำสีหน้าเห็นใจหลานสาว

 

 

“แล้วนี่หายไปไหนกันหมด ทำไมเหลือแค่เจ้าคนเดียว”

 

 

“เห็นว่าจะไปดูลูกม้าเกิดใหม่กัน ทำเหมือนกับไม่เคยพบไม่เคยเห็นกันมาก่อนเลย นั่นไงพูดถึงก็มากันพอดี”

 

 

“เสด็จป้า” เป็นเจ้าหญิงเวนดี้ที่วิ่งเข้ามาสวมกอดพี่สาวฝาแฝดของมารดาก่อนเป็นคนแรก ตามมาด้วยเจ้าหญิงไอรีนที่ค่อยๆ ย่อกายถวายความเคารพอย่างอ่อนช้อยและสง่างามตามแบบฉบับราชนิกุลในรั้วพระราชวังทุกประการ เจ้าหญิงฝาแฝดแห่งอาณาจักรคาร์นที่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยสักนิด แม้กระทั่งหน้าตาก็ยังแตกต่างกันจนเหมือนไม่ใช่พี่น้องร่วมท้องเดียวกัน

 

 

เจ้าหญิงไอรีนในวัยยี่สิบชันษาเช่นเดียวกับน้องสาวฝาแฝด พระพักตร์นั้นสิริโฉมงดงามเกินจะบรรยาย งดงามจนสยบทุกสายตาที่มองมา งดงามจนผู้ได้พบเห็นต้องพากันยืนนิ่งราวกับต้องมนต์ จนมีคำกล่าวไว้ว่าแม้กระทั่งเทพีแห่งความงามยังต้องยอมสยบก้มหัวให้กับความงดงามที่แสนร้ายกาจของเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรคาร์นพระองค์นี้

 

 

ส่วนเจ้าหญิงเวนดี้ก็งดงามไม่แพ้ผู้เป็นพี่สาวฝาแฝดเช่นกัน แต่พระพักตร์นั้นมีแววทะเล้นขี้เล่นแบบเด็กๆ และสดใสร่าเริงมากกว่า ว่ากันว่าหากเจ้าหญิงไอรีนถอดแบบมาจากราชินีแทยอนฉันใด เจ้าหญิงเวนดี้ก็ถอดแบบมาจากราชินีทิฟฟานี่ฉันนั้น โดยเฉพาะบุคลิกและนิสัยที่หากคนน้องเป็นน้ำร้อนคนพี่ก็คงจะเป็นน้ำเย็น หากอีกคนเป็นกลางวันที่สดใส อีกคนก็คงจะเป็นกลางคืนที่เงียบสงบ จนไม่น่าเชื่อว่าทั้งคู่นั้นเป็นพี่น้องฝาแฝดกันจริงๆ

 

 

เจ้าหญิงเยริได้แต่มองพี่เวนดี้กอดแม่ตัวเองแน่นด้วยความอิจฉา เธอเป็นลูกสาวแท้ๆ ยังไม่กล้าแสดงความรักกับเสด็จแม่อย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาแบบนี้เลย นี่มันไม่ยุติธรรมที่สุด

 

 

“แม่ตัวเองมีไม่กอด ไปกอดแม่คนอื่น ดูสิน้องทำตาขวางใส่ใหญ่แล้ว” ราชินีแทยอนผู้มีปีกสีดำใหญ่อยู่ด้านหลังเอ่ยแซวเป็นเหตุให้เจ้าหญิงเยริอึกอักกระอักกระอ่วนไปชั่วครู่

 

 

“หวงแม่หรอเยริ เจ้าน่ะไม่รู้อะไร พี่กอดเสด็จแม่ของเจ้ามาตั้งแต่ก่อนที่เจ้าจะเกิดซะอีก” พอได้โอกาสเจ้าหญิงเวนดี้ก็แหย่น้องสาวใหญ่ ว่าเจ้าหญิงเยริแสนจะแสบซนแล้ว แต่ลองได้มาเจอกับเจ้าหญิงเวนดี้แล้วล่ะก็ เจ้าหญิงเยริก็เจ้าหญิงเยริเถอะพ่ายแพ้ไปแบบไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว เจ้าหญิงเยริจนปัญญาไม่รู้จะงัดอะไรมาต่อรอง เลยเบือนหน้าหนีไปอย่างงอนๆ

 

 

“เวนดี้อย่าแกล้งน้องเยริสิ” ไอรีนเอ่ยปรามน้องสาวฝาแฝด

 

 

“โหย อะไรอ่ะคนเรา ล้อเล่นแค่นี้ก็งอนซะแล้ว” เจ้าหญิงเวนดี้เดินมากอดเจ้าหญิงเยริผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของตัวเองด้วยความหมั่นเขี้ยว “หายงอนพี่นะเด็กดี”

 

 

“หญิงไม่ได้งอนสักหน่อยค่ะ” ปากบอกไม่งอนแต่เจ้าหญิงเยริก็ยังไม่ยอมหันหน้ามาคุยกันดีๆ เจ้าหญิงเวนดี้เลยผละตัวออกพร้อมกับตัดพ้อด้วยความน้อยอกน้อยใจ

 

 

“ใช่สิ ก็พี่มันไม่ใช่ท่านน้ายุนอาของเจ้านี่ อ้อมกอดจากพี่สาวมันคงไม่อบอุ่นเท่าอ้อมกอดของคนเป็นน้าหรอก น่าน้อยใจชะมัด”

 

 

เท่านั้นแหละเจ้าหญิงเยริก็หายงอนทันทีก่อนใบหน้าจะเริ่มขึ้นสีแดงเป็นลูกมะเขือเทศแล้วก้มหน้าเขินงุดๆ อยู่คนเดียว พอเห็นดังนั้นท่านราชองครักษ์ยูริที่หวงลูกสาวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็เดินเข้ามากอดลูกสาวเพียงคนเดียวของตัวเองอย่างแนบแน่น แล้วพูดขัดเสียงดังฟังชัดขึ้นว่า

 

 

“อ้อมกอดใครก็ไม่อุ่นเท่าอ้อมกอดของแม่หรอก จริงไหมหญิง”

 

 

เจ้าหญิงเยริได้แต่ยิ้มแห้ง ก่อนตอบท่านแม่ยูริในใจ ...จริงก็ได้ค่ะ

 

 

พวกผู้ใหญ่ที่เหลือได้แต่กลืนน้ำลายเอื๊อกกับใบหน้าเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันของท่านราชองครักษ์ เยริน้อยผู้น่ารักไม่ทันได้เริ่มสานสัมพันธ์กับท่านน้ายุนอาผู้แสนดีก็ส่อเค้าลางว่าความรักครั้งนี้จะล่มซะแล้ว

 

 

ฉึก! เสียงลูกธนูปักเข้ากับเป้าธนูในตำแหน่งเก้าคะแนนของเจ้าหญิงไอรีนเรียกเสียงเชียร์จากเสด็จแม่ทั้งสองพระองค์ได้เป็นอย่างดี และก็เป็นเสียงที่ทำให้เจ้าหญิงไอรีนรู้สึกอายขึ้นมาเบาๆ ดูเอาเถอะ มีราชินีที่ไหนบ้างทำพู่มาเชียร์ลูกติดขอบสนามเหมือนมางานแข่งกีฬาสีที่โรงเรียนยังไงยังงั้น แต่โชคยังดีที่ตรงนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ประกอบกับมีบรรดาองครักษ์กับนางข้าหลวงคอยถวายการรับใช้อยู่แค่ไม่กี่คน

 

 

“คอยดู ข้าจะเอาชนะพี่ให้ได้เลย” เวนดี้หันมายืดอกข่มพี่สาวฝาแฝดก่อนเดินออกไปประจำจุดแล้วยกธนูขึ้นพร้อมกับเล็งลูกธนูไปยังเป้า

 

 

เธอจะพ่ายแพ้ไม่ได้ รางวัลจากเสด็จป้าเจสสิก้าต้องเป็นของเธอทั้งหมด!

 

 

ฉึก! ลูกธนูปักเข้าเต็มๆ กับกำแพงไม้ที่กั้นอยู่ข้างหลัง เจ้าหญิงเวนดี้เบิกตากว้างไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะพลาด เจ้าหญิงไอรีนทำเพียงยิ้มบางๆ ก่อนส่ายหัวไปมาเบาๆ ส่วนเจ้าหญิงเยรินั้นลงไปนั่งกุมท้องหัวเราะน้ำตาเล็ดน้ำตาไหลกับพื้นแล้ว

 

 

โถๆๆ พี่เวนดี้ ตั้งท่ามาซะสวยเชียวแต่พอยิงจริงดันวืดซะงั้น” เจ้าหญิงเยริหัวเราะเสียงดังยิ่งกว่าเดิม

 

 

“หัวเราะ?!” เจ้าหญิงเวนดี้อายจนหูเหอแดงไปหมด ก่อนเดินดุ่มๆ คว้าคอน้องสาวแสนซนมากระซิบข้างหูเบาๆ “พี่จะบอกท่านแม่ยูริของเจ้าให้หมดเลยว่าเจ้าน่ะแอบส่งจดหมายรักไปหาท่านน้ายุนอาอยู่บ่อยๆ แล้วก็เมื่อห้าปีก่อนที่เจ้ากับท่านน้า...”

 

 

“มันเป็นแค่อุบัติเหตุค่ะ!” เจ้าหญิงเยริค้านขึ้นก่อนที่พี่สาวจะพูดอะไรมั่วซั่วออกมา ตอนนั้นเธอแค่เสียหลักลื่นหิมะล้มลงแล้วท่านน้ายุนอาก็คว้าไว้พอดีแต่พื้นดินแถวนั้นมันลื่นมาก ผลก็คือเราทั้งคู่เลยล้มลงทับกันก็แค่นั้นเอง

 

 

“แล้วจดหมายที่ส่งก็เป็นแค่จดหมายถามสารทุกข์สุขดิบธรรมดาๆ ไม่ใช่จดหมายรักค่ะ”

 

 

“ถ้าไม่ใช่จดหมายรักแล้วทำไมต้องแอบส่งด้วย”

 

 

ก็ถ้าไม่แอบส่ง ท่านแม่ยูริคงเผาทิ้งฉีกทิ้งเป็นเสี่ยงๆ แน่ แต่เจ้าหญิงเยริกลับเชิดหน้าขึ้นแล้วเอ่ยต่อว่า “จะจดหมายอะไรก็ช่าง มันไม่ได้เกี่ยวกับพี่เวนดี้สักหน่อยค่ะ”

 

 

เจ้าหญิงเวนดี้ถึงกับตาโตกับประโยคดังกล่าวของเจ้าหญิงเยริทันที นี่น้องสาวตัวน้อยกำลังด่าเธอว่า ขี้เผือก แบบฉบับผู้ดีมาเดนอยู่หรอเนี่ย!

 

 

“ถ้างั้นก็ดีเลย ท่านป้า...” เจ้าหญิงเวนดี้ทำท่าจะตะโกนหาท่านราชองครักษ์ยูริ เจ้าหญิงเยริหน้าตาตื่นรีบโยนคันธนูในมือทิ้งแล้วเอื้อมมือมาปิดปากพี่สาวจอมจุ้นจ้านอุตลุด และในที่สุดเจ้าหญิงเวนดี้ก็ยิ้มอ่อนอย่างมีชัย

 

 

“ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปก็ยอมยิงธนูพลาดเป้าซะดีๆ เยริน้อย ไม่อย่างนั้นล่ะก็ หึหึหึ”

 

 

เจ้าหญิงเยริปัดแขนเจ้าหญิงเวนดี้ที่กำลังล็อกคอตัวเองออกอย่างหงุดหงิด แต่เป็นหงุดหงิดตัวเองนี่แหละที่ทำตัวสะเพร่าจนต้องมาตกเป็นเบี้ยล่างให้พี่สาว ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบคันธนูขึ้นมาเล็งไปที่เป้าท่ามกลางสายตาลุ้นๆ ของท่านราชองครักษ์และองค์ราชินีแห่งมาเดน

 

 

ฉึก! ลูกธนูปักลงที่ตำแหน่งเลขศูนย์อย่างน่าเสียดาย พร้อมกับเจ้าหญิงเยริที่หันไปหาพี่สาวจอมจุ้นจ้านอย่างเจ้าหญิงเวนดี้แล้วส่งสายตาถามประมาณว่า พอใจแล้วหรือยังคะ?

 

 

“เกิดอะไรขึ้นกับยัยหนูเนี่ย!” ท่านราชองครักษ์ที่นั่งดูการประลองของสามพี่น้องอยู่ในกระโจมพึมพำขึ้นเบาๆ เพราะฝีมือการยิงธนูของยัยหนูนั้นไม่เป็นสองรองใคร แถมเธอยังเป็นคนฝึกฝนวิชายิงธนูให้ลูกสาวมากับมืออีกด้วย ไม่มีทางที่ยัยหนูของเธอจะพลาดเป้ายิงไม่ได้เลยสักแต้มแบบนั้น

 

 

“ก็อย่างที่เห็นกันอยู่ เจ้าหญิงลิงแสบเล่นตุกติกกับเยริน้อยซะแล้ว” ราชินีแทยอนเอ่ยออกมาพลางส่ายหน้าอย่างระอาใจ นิสัยขี้โกงแบบนี้ไม่รู้ไปได้ใครมา ผ่าเหล่าผ่ากอจริงๆ เจ้าลูกคนนี้

 

 

“เอาน่า เด็กๆ เค้าคงเล่นกันขำๆ ไม่มีใครมาจริงจัง นั่งลุ้นจนตัวโก่งเหมือนพวกเราหรอก” ราชินีเจสสิก้าหัวเราะออกมาเบาๆ มีลูกมีเต้ากันหมดแล้วแต่ยังทำตัวราวกับเป็นเด็กๆ ไม่เปลี่ยนเลยคนพวกนี้

 

 

“คงไม่มั้งพี่สิก้า” ราชินีทิฟฟานี่เอ่ยขึ้นขณะมองใบหน้าจริงจังของลูกสาวคนโตที่กำลังใช้สมาธิในการเล็งเป้าอยู่

 

 

ฉึก! ลูกธนูจากเจ้าหญิงไอรีนพุ่งดิ่งปักลงกลางเป้าราวกับจับวาง ส่งผลให้แต้มคะแนนรวมนั้นนำน้องๆ ลิ่วไปแบบไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว ตามมาด้วยเจ้าหญิงเวนดี้ที่ได้คะแนนมาอีกแปดคะแนน และเจ้าหญิงเยริที่ไม่ได้ไปเลยสักคะแนน แต่กลับเลือกที่จะยิงแหวกลูกธนูที่ปักอยู่บนเป้าก่อนหน้านี้จนฉีกขาดเป็นสองท่อน เพื่อเป็นการยืนยันว่าตัวเองยังแม่นธนูเหมือนเดิมไม่ได้ยิงพลาดแต่อย่างใด แต่ถูกอำนาจมืดจากพี่เวนดี้กดขี่ข่มเหงอยู่ต่างหาก

 

 

“อย่างน้อยข้าก็ไม่ใช่ที่โหล่ล่ะว้า” เจ้าหญิงเวนดี้พูดออกมาอย่างอารมณ์ดี แต่เจ้าหญิงเยรินั้นหัวเสียสุดๆ นี่มันวันเกิดของเธอแท้ๆ แต่พี่เวนดี้ก็ยังมาทำเสียบรรยากาศได้ ให้ตายเถอะ ให้ตาย

 

 

“ไม่เป็นไรนะเยริ ของขวัญที่ได้มาทั้งหมด พี่จะยกให้เจ้าหมดเลย” ประโยคดังกล่าวของเจ้าหญิงไอรีนผู้อยู่เบื้องหลังทุกเหตุการณ์ ราวกับเม็ดฝนที่มาชะโลมหัวใจแห้งเหี่ยวของเจ้าหญิงเยริให้กลับมาชุ่มฉ่ำดังเดิมอีกครั้ง

 

 

“จริงนะคะพี่ไอรีน” ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตแสนซนของเจ้าหญิงเยริเป็นประกาย

 

 

“จริงสิ พี่เคยโกหกเจ้าด้วยหรือไง” เจ้าหญิงไอรีนยีหัวน้องน้อยผู้น่ารักเบาๆ

 

 

“หญิงรักพี่ไอรีนที่สุดเลยค่ะ” เจ้าหญิงเยริสวมกอดพี่ไอรีนอย่างดีใจทันที แต่เจ้าหญิงเวนดี้กลับรู้สึกไม่พอใจเบาๆ ที่พี่สาวฝาแฝดมาทำให้ตัวเองกลายเป็นคนนิสัยไม่ดีไปเสียได้

 

 

“กำลังเล่นอะไรกันอยู่หรอสามพี่น้อง” เสียงจากผู้มาใหม่ทำให้เจ้าหญิงทั้งสามหันไปหากันเป็นตาเดียว แล้วทันใดนั้นเจ้าหญิงเยริก็ตาโตอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

 

 

“ท่านน้ายุนอา!” เจ้าหญิงเยริอุทานเสียงหลง ก่อนจะวิ่งไปกระโดดกอดท่านน้าแน่นเหมือนสมัยเด็กๆ ท่ามกลางสายตาตกใจปนอึ้งกิมกี่ของทุกคน

 

 

เจ้าหญิงยุนอา เจ้าหญิงแห่งอาณาจักรภูตภูเขาดินแดนทางตอนเหนือของอาณาจักรมาเดน น้องสาวร่วมสาบานของท่านราชองครักษ์ยูริ หรือท่านน้ายุนอาอย่างที่เจ้าหญิงเยริเรียกจนติดปากยิ้มออกมาบางๆ ยามก้มมองเจ้าลิงจ๋อน้อยที่เกาะตัวเองไม่ปล่อย และถึงแม้ว่าสงครามจะสิ้นสุดลงไปหลายปีแล้ว แต่เสื้อผ้าอาภรณ์ของยุนอาก็ยังคงเป็นชุดโทนสีหม่นทะมึนๆ ราวกับคนไว้ทุกข์ไม่เปลี่ยน นั่นหมายความว่ายุนอายังไม่ลืมเรื่องราวระหว่างตัวเองกับซอฮยอนในอดีต

 

 

“ท่านน้ายุนอา ท่านน้ายุนอาจริงๆ ด้วย หญิงคิดว่าวันเกิดหญิงปีนี้ท่านน้ายุนอาจะไม่มาแล้วซะอีก รู้มั้ยคะว่าหญิงเฝ้าชะเง้อชะแง้มองหาท่านน้ามาตลอดทั้งวันเลย และในที่สุดท่านน้าก็มาหาหญิงจริงๆ ด้วย” เจ้าหญิงน้อยกอดพร้อมกับซบหน้าลงบนไหล่ของท่านน้าอย่างแนบแน่น เผื่อว่าความคิดถึงท่านน้าที่เคยมีมาก่อนหน้านี้จะลดหายลงไปบ้าง

 

 

ภาพของแม่ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนที่รีบวิ่งเข้าไปกระโดดกอดยุนอา ทำให้ท่านราชองครักษ์ยูริลมแทบจับตาโตอ้าปากค้างนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยทีเดียว หมดกันกุลสตรีศรีมาเดน!

 

 

“งานวันเกิดหลานสาวคนสวยของน้าทั้งคน น้าไม่มาไม่ได้หรอก” มือบางของยุนอาขยี้หัวเยริด้วยความเอ็นดู

 

 

“แต่ปีก่อน ปีก่อนหน้านู้น แล้วก็ปีก่อนหน้านู้นๆ ท่านน้ายุนอาไม่เห็นมาเลย รู้มั้ยหญิงคิดถึงท่านน้าจะแย่อยู่แล้วนะคะ” เจ้าหญิงเยริเงยหน้าขึ้นมาประท้วงแต่ก็ยังไม่ยอมคลายอ้อมกอดจากท่านน้ายุนอา

 

 

“น้าขอโทษ น้าก็คิดถึงหญิงเหมือนกัน” ยุนอาหยุดพูดไปชั่วครู่ “แต่หญิงโตป่านนี้แล้วคงไม่ได้คิดถึงน้าจริงๆ หรอกใช่มั้ย คงคิดถึงแฟนของหญิงมากกว่าน้าล่ะสิท่า”

 

 

“ท่านน้าล่ะก็ แฟนเฟินอะไรกันคะ แค่มีท่านน้ายุนอาคนเดียวหญิงก็ไม่ต้องการใครแล้วล่ะค่ะ”

 

 

ยูริถึงกับพ่นลมออกจมูกกับความออกตัวแรงและตรงไปตรงมาของลูกสาว ก่อนส่งเสียงกระแอมไอให้ยุนอากับเยริแยกออกจากกันสักที ทั้งสองถึงได้แยกออกจากกันเนื่องจากเพิ่งรู้ตัวว่าควรเกรงใจท่านราชองครักษ์แล้วก็คนอื่นๆ ที่อยู่ตรงนี้บ้าง ราชินีแทยอนกับราชินีทิฟฟานี่หันมายิ้มแหยใส่กัน ในขณะที่ราชินีเจสสิก้ารีบผุดลุกจากเก้าอี้ไปดึงแขนคนรักที่กำลังเดินดุ่มๆ ไปหาทั้งคู่ให้ใจเย็นเข้าไว้

 

 

“เยริ” ท่านราชองครักษ์ยูริจิบไวน์ในมือก่อนเรียกลูกสาวเสียงเข้ม จนคนอื่นที่ได้ยินพากันหวาดหวั่นภายในใจ

 

 

“คะท่านแม่” เจ้าหญิงเยริหันมาขานรับท่านแม่ด้วยน้ำเสียงพาซื่อ

 

 

“ไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมฉลองงานวันเกิดคืนนี้ได้แล้ว”

 

 

“ดีเลยค่ะ! ถ้างั้นหญิงให้ท่านน้ายุนอาไปอาบน้ำด้วยกันนะคะ” ท่านราชองครักษ์ยูริสำลักไวน์แทบพุ่ง ในขณะที่พี่สาวฝาแฝดทั้งสองเบิกตากว้างพากันคิดในใจว่าแบบนี้ก็ได้หรอ

 

 

“ท่านน้าเดินทางเหนื่อยๆ มาพอดีเลย เราไปอาบน้ำกันเถอะค่ะ” เจ้าหญิงเยริเอ่ยชักชวนท่านน้าเสียงใส ไม่พอแค่นั้นมือน้อยๆ ยังกระตุกมือของอีกฝ่ายให้ไปด้วยกันอีกต่างหาก

 

 

“เอ่อ เยริน้าว่า...” น้าจะได้อาบเลือดของตัวเองมากกว่านะ ยุนอาพูดต่อในใจพลางหันไปหาท่านราชองครักษ์ยูริ ผู้เป็นพี่สาวร่วมสาบานที่กำลังจ้องมายังตัวเองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

 

เดี๋ยวๆๆๆ พี่ยูริ นี่น้องยุนคนเดิมไงจะใครล่ะ พี่ยูริจำน้องสาวตาดำๆ ไม่ได้แล้วหรอ

 

 

“หญิงจะให้น้าเค้าไปอาบน้ำด้วยได้ยังไงกัน” ยูริถามลูกสาว

 

 

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ ตอนเด็กๆ ท่านน้ายุนอายังเคยอาบน้ำให้หญิงเลย เราไม่ได้อาบน้ำด้วยกันมาตั้งนานแล้วนะคะท่านแม่”

 

 

ท่านราชองครักษ์ยูริหลับตาข่มอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายใน เธอขอสาบานเลยว่าถ้าตอนนั้นเธออยู่มาเดนเธอจะไม่มีวันปล่อยให้ยุนอาไปอาบน้ำให้ลูกสาวของเธออย่างแน่นอน คิดแล้วยังโมโหสิก้าไม่หาย ชวนยุนอามามาเดนตอนไหนไม่ชวน ดันชวนยุนอามาตอนที่เธอไม่อยู่มาเดนซะงั้น มันน่านัก!

 

 

“ไม่ได้ หญิงโตแล้ว หญิงจะทำอย่างนั้นไม่ได้”

 

 

“แต่ทั้งหญิงแล้วก็ท่านน้าก็เป็นผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่ ไม่เห็นจะมีอะไรน่าเสียหายตรงไหน ถ้าท่านน้าเป็นผู้ชายแบบแรมซิสก็ว่าไปอย่าง” แรมซิสทหารองครักษ์ประจำพระองค์ของเจ้าหญิงเยริถึงกับสะอึกที่เจ้าหญิงผู้เป็นที่เคารพรักพาดพิงมาถึงตัวเอง

 

 

พี่เวนดี้พี่ไอรีนก็อาบน้ำด้วยกันอยู่บ่อยๆ ท่านแม่เองก็ยังอาบน้ำกับเสด็จแม่ตั้งหลายครั้ง แถมเข้าไปอาบน้ำด้วยกันแต่ละทีก็นานแสนนาน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเข้าไปทำอะไรกันในนั้น เจ้าหญิงเยรินึกฉงนในใจ

 

 

“แม่บอกไม่ได้ก็คือไม่ได้” ท่านราชองครักษ์ยูริค้านลูกสาวเสียงแข็ง

 

 

“ก็ได้ค่ะ” เจ้าหญิงเยริแสนซนแกล้งทำหน้าสลด แต่ในใจนี่ตรงกันข้ามลิบลับแถมยังรู้สึกสนุกอีกต่างหากที่กระตุกหนวดเสืออย่างท่านแม่ได้สำเร็จ แต่หารู้ไม่ว่าความหายนะใกล้จะเข้ามาเยือนท่านน้าผู้แสนดีทุกขณะจิตเสียแล้ว “งั้นหญิงชวนแรมซิสไปอาบด้วยกันก็ได้”

 

 

!!!!!!!!!!!!” ทุกคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นตาแทบถลน

 

 

โดยเฉพาะพ่อหนุ่มแรมซิสทหารองครักษ์ประจำพระองค์ของเจ้าหญิงเยริที่ยืนตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินดังนั้น ก่อนจะค่อยหายใจหายคอสะดวกหน่อยก็ตอนที่เจ้าหญิงน้อยหัวเราะคิกคัก ก่อนเดินเข้ามาเขย่งเท้าหอมแก้มท่านแม่ยูริของตัวเองเสียงดังฟอดแล้วเอ่ยว่า

 

 

“หญิงล้อเล่นค่ะท่านแม่” เจ้าหญิงเยริฉีกยิ้มกว้างให้ท่านแม่ก่อนเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี

 

 

“เหมือน เหมือนกันไม่มีผิดเลย” ราชินีทิฟฟานี่หลุดขำพรืดก่อนหันไปถามราชินีเจสสิก้าผู้เป็นพี่สาวฝาแฝดที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกัน “สรุปเจ้าเป็นฝาแฝดกับข้าหรือเยริกันแน่เนี่ย”

 

 

“เค้าเรียกลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นต่างหากเจ้าล่ะก็” สิ้นเสียงองค์ราชินีเจสสิก้าท่านราชองครักษ์ก็ถามเสียงเข้มขึ้นมา

 

 

“เจ้าหายหน้าหายตาไปไหนมาตั้งนานนม” คำถามที่ทำให้ยุนอาและทุกคนรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย เพราะอย่างน้อยพี่ยูริก็ยังเป็นห่วงเป็นใยเธอเหมือนเดิม

 

 

“ทำงานหารายได้พิเศษนิดหน่อย” ยุนอาไหวไหล่ตอบหน้าตาย ซึ่งมันทำให้ยูริรู้สึกคันเท้ายิบๆ “เอ้อ นี่น้ามีของมาให้พวกเจ้าด้วยสองแฝด”

 

 

“จริงหรอคะท่านน้า” เจ้าหญิงไอรีนเจ้าหญิงเวนดี้ตาเป็นประกาย แล้วยิ่งเป็นประกายเข้าไปใหญ่ก็ตอนที่ท่านน้ายุนอาชูลูกธนูเวทมนตร์ลงลวดลายอักขระโบราณขึ้นมาสี่ดอก โดยมอบให้เจ้าหญิงไอรีนสองดอกและอีกสองดอกที่เหลือก็มอบให้กับเจ้าหญิงเวนดี้

 

 

“ลูกธนูเวทมนตร์ ยิงดอกเดียวได้นกเป็นร้อยตัว” เจ้าหญิงฝาแฝดทั้งสองตั้งอกตั้งใจฟังท่านน้ายุนอาบรรยายสรรพคุณของมันกันใหญ่ ของขวัญจากท่านน้ายุนอาแต่ละอันใช่ของธรรมดาๆ ที่ไหน มันดีงามน่าเก็บสะสมไปซะหมด จนเจ้าหญิงไอรีนกับเจ้าหญิงเวนดี้ขอร้องให้เสด็จแม่สร้างห้องเก็บสะสมของวิเศษโดยเฉพาะที่คาร์นให้เลยด้วยซ้ำ

 

 

“น้าคิดว่าพวกเจ้าคงไม่ต้องใช้มัน แต่จะเอาไปเก็บในคลังสมบัติบ้าเฉยๆ ก็ได้”

 

 

“ขอบคุณนะคะท่านน้ายุนอา” เจ้าหญิงแฝดยิ้มแฉ่งก่อนโผเข้ากอดท่านน้ายุนอาแน่น

 

 

“เจ้าให้ของขวัญสองแฝดซะเลิศหรูอลังการแบบนี้แล้วมีอะไรมาให้เจ้าของวันเกิดล่ะ” ราชินีเจสสิก้าถามน้องสาวร่วมสาบานของคนรัก แต่เจ้าตัวไม่ตอบทำเพียงแค่อมยิ้มน้อยๆ เท่านั้น

 

 

“แสดงว่าของขวัญชิ้นนั้นต้องเลิศกว่าลูกธนูสี่ดอกนี่แน่ๆ เจ้าอย่าบอกนะว่าจะเอาตัวเองใส่กล่องผูกโบว์เป็นของขวัญให้หลานน่ะ” คำเอ่ยแซวยุนอาของราชินีแทยอนทำให้คนอื่นส่งเสียงหัวเราะกันเกรียวกราว ยกเว้นก็แต่ท่านราชองครักษ์ที่หูผึ่งทันที แต่ยุนอาอยู่เป็นเลยรีบแย้งกลับทันเวลา

 

 

“พี่แทยอนล่ะก็ไม่ใช่สักหน่อย”

 

 

ก็ลองทำอย่างนั้นจริงๆ สิ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ น่าดู!’ ท่านราชองครักษ์กัดฟันกรอด

 

 

“รักสิคะ หญิงรักท่านน้ายุนอาที่สุด” เสียงเล็กดังขึ้นในโสตประสาทของเจ้าหญิงเยริ แม้จะเป็นเรื่องราวที่ผ่านมาเนิ่นนานแล้วแต่เจ้าหญิงน้อยก็ยังคงไม่ลืมเลือน

 

 

... อาจเป็นเพราะเรื่องราวนั้นไม่ได้จดจำใส่สมอง แต่จดจำไว้ในใจ ...

 

 

“แล้วท่านน้าล่ะรักหญิงมั้ยคะ” ดวงตาใสแจ๋วจ้องมองรอคำตอบจากคนตัวโตกว่าไม่วางตา ท่านน้ายุนอาจึงโน้มตัวลงไปจุมพิตเบาๆ ที่ปากเล็กจิ้มลิ้มอย่างอ่อนโยน

 

 

“น้าก็รักหญิงเหมือนกัน” มือใหญ่ยีหัวเด็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู

 

 

“ถ้าอย่างนั้นโตขึ้นหญิงขอเป็นเจ้าสาวของท่านน้าได้มั้ยคะ”

 

 

“ได้สิ แต่..” ท่านน้ายุนอาหยุดพูดไปชั่วครู่ เจ้าหญิงเยริถึงได้เอียงหน้ารอประโยคต่อมาจากคนพูดอย่างใจจดใจจ่อ “แต่หญิงต้องเป็นเด็กดีของเสด็จแม่ ท่านแม่ แล้วก็น้าด้วยนะ ทำได้มั้ย”

 

 

“หญิงจะเป็นเด็กดี” เจ้าหญิงเยริยิ้มกว้าง “ท่านน้าก็อย่าลืมสัญญานะคะ”

 

 

“น้าไม่ลืมแน่นอน”

 

 

รอยยิ้มน้อยๆ ประดับบนใบหน้างดงามของเจ้าหญิงรัชทายาทแห่งมาเดนยามหวนคิดถึงภาพเรื่องราวในวันเก่าๆ ของตัวเองกับท่านน้าผู้แสนดี ลูกเป็ดขี้เหร่เมื่อหลายสิบปีก่อนเติบโตกลายเป็นหงส์ขาวผู้งดงาม ลบคำสบประมาทปรามาสและข้อกังขาของพวกคนอคติไปจนหมดสิ้น ไม่ใช่แค่นิสัยที่ถอดแบบมาจากองค์ราชินีมาเพียงอย่างเดียวแต่เจ้าหญิงรัชทายาทพระองค์น้อยยังถอดแบบความงดงามมาจากองค์ราชินีและท่านราชองครักษ์มาจนหมด

 

 

เจ้าหญิงผู้มีพระเกศาสีทองอร่ามพระองค์น้อยในฉลองพระองค์สีชมพูอ่อนยาวแหงนพระเศียรที่ทรงมงกุฎทองแห่งเจ้าหญิงรัชทายาทมองท้องฟ้ายามค่ำคืนก่อนสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด ข้างในงานนั่นเต็มไปด้วยผู้คนที่มาร่วมงานวันเกิดของเธอมากมาย บางคนเธอก็รู้จัก บางคนเธอก็ไม่รู้จัก แต่ไม่ว่ายังไงสิ่งที่จำเป็นต้องทำก็คือยิ้มทักทายและทำราวกับว่ารู้จักคนพวกนั้นมาเนิ่นนาน แต่การอยู่ท่ามกลางคนมากๆ และตกเป็นเป้าสายตาผู้คนแบบนั้นก็ทำให้เธออึดอัดได้เหมือนกัน เธอจึงค่อยๆ มองหาลู่ทางก่อนจะเลี่ยงมาอยู่คนเดียวเงียบๆ แบบนี้

 

 

“อยู่ๆ เจ้าภาพงานวันเกิดก็หายตัวไปแบบนี้ ป่านนี้คนในงานคงวิ่งหัวหมุนกันหมดแล้ว” เสียงของท่านน้ายุนอาที่ดังขึ้นมาด้านหลังทำให้เจ้าหญิงเยริที่กำลังตกอยู่ในภวังค์สะดุ้งเล็กน้อย

 

 

“ท่านน้าล่ะก็ หญิงตกใจหมดเลยค่ะ”

 

 

“โอ๋ๆ ขวัญเอ๋ยขวัญมานะคนดี” ยุนอาแกล้งลูบหัวปลอบหลานสาวเหมือนตอนเป็นเด็กๆ เป็นเหตุให้เจ้าหญิงน้อยยู่หน้าส่งสายตาประท้วง

 

 

“หญิงไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ”

 

 

“นั่นสินะ” คำพูดของหลานสาวทำให้ยุนอาฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนมองหลานสาวที่ตอนนี้โตเป็นสาวสะพรั่งแล้วอย่างภาคภูมิใจแทนคนเป็นแม่

 

 

“ท่านน้าคะ ท่านน้า” เจ้าหญิงเยริโบกมือไปมา จนกระทั่งท่านน้าของตัวเองหลุดจากภวังค์ความคิดบางอย่าง “หญิงนึกว่าท่านน้าหลับในแล้วซะอีกค่ะ”

 

 

“น้าไม่ได้ขี้เซาเหมือนเจ้าสักหน่อยนะ แต่เอ... หรือว่าโรคนี้มันจะติดต่อกันได้ล่ะเนี่ย”

 

 

“โรคติดต่อที่ไหนคะ มันเป็นความสามารถเฉพาะตัวต่างหากค่ะ น้อยคนนะคะที่จะหลับได้ทุกที่ทุกเวลาเหมือนหญิง” คำแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ ของเจ้าหลานสาวแสนซนทำให้ยุนอาหัวเราะออกมาเบาๆ

 

 

“หลับตาสิ น้ามีอะไรจะให้”

 

 

เจ้าหญิงเยริตัวแข็ง ใจเต้นแรง แถมหน้ายังแดงแจ๋เห่อร้อนไปหมด แต่ก็ยอมทำตามที่ท่านน้าบอกแต่โดยดี แล้วยิ่งหลับตาเนิ่นนานเท่าไหร่หัวสมองก็ยิ่งบรรเจิดจินตนาการภาพอะไรต่อมิอะไรไม่รู้เต็มไปหมด ทำไมต้องให้หลับตา ท่านน้าจะทำอะไร หรือว่าท่านน้าจะจูบเรา แต่ถ้าเกิดท่านแม่มาเห็นเข้าเธอต้องตายแน่ๆ แล้วทันใดนั้นเจ้าหญิงน้อยก็ปฏิเสธกับตัวเองทันควัน แต่ก็เอาเถอะอย่างน้อยมันก็คุ้มค่าที่จะตายแหละน่า พอคิดได้เช่นนั้นเจ้าหญิงน้อยก็ยู่ปากจู๋รอรับจูบจากท่านน้า แต่ทว่าท่านน้ากลับไม่ยอมทำอะไรสักที เจ้าหญิงเยริจึงลืมตาขึ้นมา

 

 

จี้รูปหยดน้ำเล็กจิ๋วที่ทำจากเพชรสีฟ้าหายากถูกยื่นมาตรงหน้าเจ้าหญิงน้อยพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาจากท่านน้ายุนอาทำให้เจ้าหญิงเยริใจเต้นแรงกว่าเดิม

 

 

“สวยจัง”

 

 

ได้ยินเช่นนั้นท่านน้าผู้แสนดีก็ยิ้มไม่หุบก่อนเดินอ้อมมาด้านหลังหลานสาวผู้น่ารักแล้วบรรจงสวมสร้อยคอเส้นนั้นให้อย่างเบามือ และถึงแม้ว่าหลานสาวจะสวมใส่สร้อยตรารัชทายาทแห่งมาเดนอยู่ก่อนแล้วก็ตาม พอสร้อยเส้นนั้นประดับอยู่บนลำคอระหงของหลานสาวแล้ว ยุนอาก็ค่อยๆ หันตัวอีกฝ่ายมาหาตน

 

 

“รู้ใช่มั้ยว่าทำไมถึงต้องเป็นรูปหยดน้ำ”

 

 

“เพราะหญิงเกิดในวันที่ดวงดาวแห่งวารีตกลงมาจากฟากฟ้า” ยุนอายิ้มรับกับคำตอบนั้น ก่อนเอ่ยถามขึ้น

 

 

“ชอบมั้ย”

 

 

“ชอบค่ะ” เจ้าหญิงเยริตอบพร้อมรอยยิ้มหวานที่มีให้เฉพาะคนพิเศษเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

 

 

แต่ยังมีอีกสิ่งที่เธอไม่กล้าบอกกับท่านน้า เธอไม่ได้ชอบแค่สร้อยคอเพียงอย่างเดียว แต่ว่าเธอก็ชอบคนที่ให้สร้อยเส้นนี้มามากเช่นกัน

 

 

“ขอบคุณสำหรับของขวัญนะคะ หญิงจะใส่มันติดตัวตลอดเลย หญิงสัญญา”

 

 

ร่างเล็กโผเข้ากอดคนตัวสูงแน่นเหมือนเช่นทุกครั้งที่รู้สึกพอใจกับการกระทำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความเอาใจใส่ของคนตรงหน้า และยุนอาเองก็กอดตอบหลานสาวอย่างอ่อนโยนเช่นกัน

 

 

“น้าก็ขอบใจหญิงเหมือนกัน ขอบใจที่หญิงเกิดมาเป็นความสุขของน้า”

 

           


 

______________________________________________________________________________

[Forget Me Not]

 

ในฟิคยัยหนูเป็นเบ๊เจ้าวาน ส่วนชีวิตจริงนั้น...นะ555 น่าสงสารวานเค้านะคะ

ความจริงเวนดี้ก็รักน้องอยากเล่นกับน้องนั่นแหละ แต่เข้าหาไม่เก่ง

เหมือนเด็กผู้ชายอยากเล่นกับเด็กผู้หญิง แต่ไม่รู้จะเข้าหายังไง เลยแกล้งเลยแหย่ซะเลย

อาจมีคนคิดว่าทำไมพี่เบไม่ค่อยมีบทเลย เพราะตอนนี้คู่หลักจะเป็นเยริกับยุนอาค่ะ

ไว้เดี๋ยวสักพักจะเดินเรื่องไปฝั่งบ้านสองแฝดแบบเต็มๆ คิดว่าพี่เบอาจได้บทพูดมากกว่านี้ 55

ในส่วนของความรักเรือผีคู่โลลิน้าหลาน ยัยหนูออกตัวแรงมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่ารักท่านน้ายุนอาจริงๆ

แต่ในส่วนของความรู้สึกท่านน้ายุนอานั้น... ไม่บอกหรอกค่ะ บอกแค่ว่ามีมาม่าแน่ วะฮ่ะฮ่า

แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ

 

  
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

196 ความคิดเห็น

  1. #60 Taedy (@Taedy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 12:55
    ขำยูริหวงลูกมากเว่อ55555
    #60
    0
  2. #16 Taenyisrealpk (@Taenyisrealpk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 00:34
    ชอบมากกกกกกกกกก ^^

    ตามมาจากภาคแรกค่ะ ☺☺

    เป็นกำลังใจให้ไรท์เน้อ สู้ๆ

    #16
    0
  3. #15 gerre _888 (@gerre_888) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มีนาคม 2560 / 08:11
    เยริ เหมือนท่านแม่เลยอะ แต่เกี่ยวกับท่านน้านี่ จะดราม่าหนักรึเปล่าดูท่านหญิง รักมาแต่เด็กอย่างนี้ไหนจะมีท่านแม่ที่หวงมากอีก โอ๊ย นุ้งวานแกล้ง หญิงเล็กอะ กลัวแพ้นี่ทำได้ทุกอย่างอะ
    #15
    0
  4. #14 ซารัง_ซารัง (@Radchada16) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 19:50
    โอ้ยๆๆๆไรท์สนุกมากกก
    มาอัพบ่อยๆน้าาา
    ติดตามตลอด เรื่องผีพี่แทก็รออยู่นะ
    รักไรท์นะ จุ๊บๆ
    เยริคู่ยุนอา
    ไอรีนคู่ซึลกิ
    แล้วเวนดีนางจะคู่กับใครน้าา
    รอคะรอ ^^
    #14
    0
  5. #13 iamkam .19 (@iamkm19) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 17:09
    เยริเหมือนร่างโคลนของเจสมาก ดูๆแล้วดราม่าใหญ่น่าจะมาจากท่านราชองครักษ์นะ(รึป่าวนะ?)อะไรจะหวงลูกขนาดนั้นคะพี่ยูล5555
    #13
    0