ตกหลุมร้าย ผู้ชายพันธุ์โหด [YAOI] สนพ.Hermit Books

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,666 Views

  • 37 Comments

  • 452 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    152

    Overall
    12,666

ตอนที่ 18 : ความเชื่อใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 930
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    1 พ.ค. 60

 

        หวายรีบลงมือจัดการทำอาหารมื้อค่ำด้วยความรวดเร็ว หลังจากออกไปตระเวนซื้อของสดที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตช่วงบ่าย โดยมีคนขับรถของไอศูรย์คอยเดินตามถือของให้ทั้งที่หวายบอกว่าจะขึ้นรถโดยสารประจำทางไปเองคนเดียวน่าจะสะดวกกว่า แต่ไอศูรย์ไม่ยอม เขาบอกกลัวหวายไปเถลไถลแล้วกลับมาช้าจนปล่อยให้เขาแขวนท้องรอกินข้าว

          ตั้งแต่มาอยู่ในบ้านของเขา หวายรู้สึกว่าไม่ค่อยได้ทำอาหารสักเท่าไร เพราะเจนรับหน้าที่เสียส่วนใหญ่ ส่วนเขาหยิบจับงานอย่างอื่น หรือตามแต่ที่ไอศูรย์อยากให้ทำตามความปรารถนา

          บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างเงียบเหงา  หวายก้มหน้าก้มตาตักอาหารกินโดยไม่คิดจะเงยหน้ามองผู้ร่วมโต๊ะสักนิด ผิดกับอีกคนที่กลับลอบมองหวายอยู่บ่อยๆ และแทบไม่ได้แตะต้องอาหารในจานสักเท่าไร

          “นายทำกับข้าวรสชาติไม่เลวนี่”  

          “ขอบคุณครับ” หวายตอบเพียงสั้นๆ สงสัยหิมะตกในประเทศไทยอีกไม่ช้าเพราะไอศูรย์เอ่ยปากชมเขา ปกติแล้วมีแต่จะหาเรื่องต่อว่าหรือชวนทะเลาะมากกว่า

          “เรียนเป็นยังไงบ้าง”

          “ก็ดีครับ”

          “การบ้านเยอะหรือเปล่า”

          “เยอะครับ”

          “ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม”

          “ครับ”

          “นายเริ่มชินกับการที่อยู่ในบ้านของฉันหรือยัง”

          “ครับ”

          “นายจะตอบให้มันยาวกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง”

“ก็ผมไม่รู้จะตอบว่ายังไง คุณถามอะไรมาผมก็ตอบไปแบบนั้น หรือคุณอยากได้คำตอบแบบไหนถึงจะถูกใจ”

“แบบนี้สิค่อยสมเป็นนายหน่อย เมื่อกี้มันเหมือนผีตายซากมากกว่า ฉันนึกว่าวิญญาณออกจากร่างไปแล้วเสียอีก” ไอศูรย์ยิ้มขันที่เห็นหวายหน้าหงิกหน้างอ

นี่เขาโรคจิตหรือเปล่า ถึงได้อารมณ์ดีกว่าปกติเวลาแกล้งเด็กคนนี้เล่น

          “นายลืมข้อตกลงของเราสองคนไปแล้วหรือไง”

          “เรื่องอะไรล่ะครับ”

          “ที่บอกจะเรียกฉันว่าพี่”

          “ผมไม่ได้ลืม”

          “แล้วทำไมไม่เรียก?

           “ก็บอกแล้วไงว่าผมยังไม่ชิน”

          “ก็ฉันบอกแล้วไง อีกไม่นานนายจะชินไปเอง”

          “พี่ไอ พอใจรึยัง”

          “พอใจมาก” ไอศูรย์ระบายรอยยิ้มบนใบหน้าก่อนลงมือกินอาหารของตัวเองต่อ

          มีความสุขจริงโว้ย!

 




 

          หลังอาหารค่ำไอศูรย์นั่งดูรายการโทรทัศน์อยู่ที่โซฟาภายในห้องรับแขกเพียงลำพัง เขากดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยเปื่อยเพราะเห็นว่ายังไม่มีรายการไหนที่น่าสนใจ ส่วนหวายพอกินข้าวเสร็จก็เก็บจานชามไปล้างในครัวแล้วหนีหน้าหายขึ้นไปบนห้องอีกตามเคย

          พักหลังๆ มานี้ในหัวสมองของเขามีแต่เรื่องของหวายเข้ามาวนเวียนไม่หยุดหย่อน แม้กระทั่งตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มไม่มีสมาธิจะดูอะไรแล้ว เขากดรีโมทปิดทีวี เตรียมตัวขึ้นชั้นบนไปพักผ่อนบ้างเมื่อเห็นว่าตอนนี้ก็ดึกมากพอสมควร หากยังไม่ทันพาตัวเองไปถึงบันไดขั้นแรก อลงกรณ์ก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางตื่นเต้นกับบางเรื่องที่ได้ทราบข่าวมาหมาดๆ เพราะทางนั้นบอกว่าติดต่อไอศูรย์แล้วแต่ชายหนุ่มไม่รับสายเลยโทรศัพท์มาแจ้งกับเขาเอง

          “คุณไอศูรย์ครับ”

          “ว่าไง”

          “คุณ

          “…..

          “คุณเอยฟื้นแล้วครับ!

         





          อารดาฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เธอหลับไปนานมาก เธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการพร่าเลือน หัวสมองยังสับสนมึนงงไม่หาย แต่ก็ได้รับการบำบัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พี่ชายของเธอทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อให้อารดากลับมาใช้ชีวิตแบบคนปกติทั่วไปได้อีกครั้ง

          และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หญิงสาวก็กลับมาพักฟื้นที่บ้านในประเทศไทย โดยที่ไอศูรย์มอบหน้าที่การดูแลน้องสาวให้กับหวาย ฝ่ายนั้นก็ตกปากรับคำด้วยความเต็มใจ อารดาดีขึ้นเรื่อยๆ พูดคุยได้ปกติ นับว่าเป็นข่าวดีที่สุดในชีวิตสำหรับไอศูรย์เลยก็ว่าได้ 

          อารดารู้สึกถูกะตากับหวายเป็นอย่างมาก เธอออายุมากกว่าเด็กหนุ่มห้าปี แม้จะยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมากเท่าไรว่าหวายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ฐานะอะไร ไอศูรย์พูดเพียงว่าจ้างมาดูแลเธอก็เท่านั้น

          หวายกลับเข้าห้องนอนของตัวเองตอนค่ำๆ เมื่อเห็นว่าอารดากลับเข้าห้องพักไปเรียบร้อยแล้วจึงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่น ไม่นานก็ออกมาด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ หากแต่เขายังไม่รู้สึกง่วงนอนสักเท่าไรจึงเดินลงมาชั้นล่าง หามุมนั่งเล่นในสวนสวย เห็นลูกน้องของไอศูรย์หน้าประตูรั้วสองคนยังคงทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความขยันขันแข็ง เมื่อรถคันหรูของชายหนุ่มแล่นมาจอดด้านใน

          ไอศูรย์ก้าวลงมาจากรถยนต์ โดยมีอลงกรณ์คอยเปิดประตูให้ เขาเดินเข้ามาหาหวายเพราะเห็นไกลๆ ว่ามีคนนั่งอยู่ในสวนดอกไม้เล็กๆ

          “มานั่งทำอะไรคนเดียวมืดๆ”

          “ผมยังไม่ค่อยง่วง ก็เลยออกมานั่งเล่นแถวนี้”

          “นึกว่าออกมานั่งรอพี่ซะอีก” ไอศูรย์อมยิ้ม เห็นหวายทำตาโตส่ายหน้าปฏิเสธเขาเป็นพัลวัน

          ยังมีอีกเรื่องที่หวายรู้สึกว่าเป็นความเคยชินตั้งแต่อารดาฟื้นขึ้นมา คือการที่ไอศูรย์แทนตัวเองว่าพี่

          มันทำให้โหมดโหดของเขาดูซอฟท์ลงมาก

          “ผมไม่รู้ว่าพี่จะกลับตอนไหน แต่ถึงผมรู้ว่าพี่กลับตอนไหน ผมก็คงไม่ได้มานั่งรอ”

“ตอบตรงดีนะ” ไอศูรย์ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ  ตั้งแต่อารดากลับมาอยู่ที่บ้านรู้สึกว่าอารมณ์ของเขาจะเย็นลงมากพอสมควร ความโกรธแค้นทั้งหลายแทบจะหายไปจนหมด

บางทีเขาเองก็ลืมไปแล้วด้วยซ้ำกับความแค้นพวกนั้น แต่ก็ยังได้ข่าวว่าศรัณตกงาน ชีวิตตกต่ำถึงขีดสุด ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ ถึงขั้นอดมื้อกินมื้อ

ก็สาสมกันแล้วไม่ใช่เหรอ

แล้วเขาเองก็ไม่อยากจองเวรมันแล้วด้วย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

          “เอยเป็นยังไงบ้างวันนี้”

          “เธอดีขึ้นนะครับ วันนี้ผมพาออกมาเดินเล่นรับลมข้างนอก” ตอบโดยไม่ได้หันไปมองหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะรวบรวมความกล้าหาญถามเรื่องสำคัญที่ค้างคามาเนิ่นนานว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวของเขา

          ไอศูรย์ไม่เคยเล่าให้ฟังสักครั้ง

          “ทำไมเธอถึงเป็นแบบนั้น”

          “เรื่องมันยาว” ชายหนุ่มบอกเสียงขรึม คิดอยู่เหมือนกันว่าวันหนึ่งหวายคงต้องถามเขาแน่ๆ

          “เล่าให้ผมฟังได้หรือเปล่า”

          “หวายอยากรู้จริงๆ น่ะเหรอ”

          “ครับ”

          “เอยถูกข่มขืน” เสียงของไอศูรย์พร่าสั่น แววตาปวดร้าว ราวกับไม่อยากเอ่ยถึงมัน หวายหันมามองหน้าเขาด้วยความตกตะลึง ไม่คิดว่าอารดาจะเจอเรื่องเลวร้ายขนาดนั้น

          รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่ถามเขา

          “ขอโทษนะ ผมไม่น่าถามเลย”

          “ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว เราแก้ไขอะไรไม่ได้”

          “เธอเก่งมากที่อดทนมาได้ขนาดนี้”

          “อยากรู้ไหมว่าใครทำ”     

          “ถ้าพี่สบายใจที่จะบอกผม ก็บอกมาเถอะ”

          “พี่ชายของหวาย”

          “ไอ้เชี่ยพี่กายน่ะเหรอ”

          “ใช่”

          “ไอ้เลว ทำไมมันทำแบบนี้วะ!” หวายตัวสั่นมือสั่นไปหมด ถึงศรัณจะเลวระยำเคยตบตีรีดไถเงินเขาแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเลวถึงขนาดข่มขืนผู้หญิงได้

          ไอ้ชั่ว!

          ทำไมมันไม่ตายๆ ไปซะเลยวะ

          อยู่ไปก็รกโลกเปล่าๆ

          “ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้” หวายรู้สึกช็อค ลำคอตีบตัน พูดไม่ออก เพราะอย่างนี้เองไอศูรย์เลยทำให้ศรัณไม่มีที่ซุกหัวนอน ชีวิตตกต่ำไม่ต่างจากหมาข้างถนน มันจนตรอกถึงขนาดเอาน้องชายตัวเองมาเป็นที่รองมือรองเท้าไอศูรย์เพื่อแลกกับหนี้สินมหาศาลที่มันไปสร้างเอาไว้

          “เรามีกันสองคนพี่น้อง ช่วงที่พ่อกับแม่เสียไป เอยก็ยังทำใจไม่ได้อยู่หลายวัน พี่เป็นเสาหลักของบ้าน ทำงานส่งเสียน้องเรียน เอยเป็นเด็กขี้อ้อน ไม่เคยดื้อกับพี่ไม่ว่าเรื่องไหน การที่เอยถูกย่ำยีทำให้พี่อยากเอาคืนพวกมัน”

          “ทำไมพี่ไม่แจ้งความ”

          “พี่ไม่อยากให้เอยขึ้นโรงขึ้นศาลด้วยคดีอื้อฉาวแบบนี้ สภาพจิตใจเธอรับไม่ได้แน่ๆ เลยต้องใช้ศาลเตี้ยพิพากษาคนที่มันทำกับน้องสาวพี่เอาไว้”

          “…..

          “อยากรู้เรื่องนี้มานานแล้วไม่ใช่เหรอ”

          “ทำไมวันนี้พี่ถึงยอมเล่าให้ผมฟัง”

          “ก็

          “…..

          “การที่เราอยากเล่าเรื่องสำคัญให้ใครสักคนฟัง นั่นหมายความว่าเราเชื่อใจในคนคนนั้นไง” หวายเห็นไอศูรย์ยิ้มบางๆ ให้ เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความเจ้าเล่ห์ ความน่าหมั่นไส้ และความร้ายกาจใดๆ เป็นรอยยิ้มที่หวายรู้สึกหัวใจมันพองโต อยากเข้าไปกอดปลอบเขา เป็นครั้งแรกที่รู้สึกแบบนั้น แต่อีกฝ่ายก็ลุกขึ้นเดินกลับเข้าบ้านไปแล้วแบบเงียบๆ


                                             .........................................

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #22 Naty nutt (@natyada7938) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 08:30
    มันคือพัดทะนาการทางความร้ากกกกกก
    #22
    0