♡ Faculty of Love . 1 My Dear ; รักของผม ผมจัดเอง ♡ [Boy's Love] ll [สนพ. Bookish House]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 285,422 Views

  • 3,093 Comments

  • 11,667 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    2,804

    Overall
    285,422

ตอนที่ 11 : บท09 l "ขยับเข้ามาได้ไหม...ขยับมาใกล้กัน"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19801
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 392 ครั้ง
    12 ธ.ค. 60


Cr. Pic [F.GC]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ






บท10 l “ขยับเข้ามาได้ไหม…ขยับมาใกล้กัน”

 

ห้องสมุดคงเป็นสถานที่เดียวที่เงียบสงบที่สุดในมหาวิทยาลัย แม้จะมีคนใช้บริการอยู่มากมายกลับไม่มีเสียงดังเลยสักนิด แค่เผลอขยับเก้าอี้เสียงดังไปหน่อยก็รู้สึกถึงสายตาจากรอบด้านมองตรงมาให้ต้องรีบก้มหัวขอโทษขอโพยยกใหญ่ โดยเฉพาะช่วงเวลาใกล้สอบแบบนี้ด้วยแล้ว อีกเพียงแค่สองสัปดาห์ก็จะเข้าสู่ช่วงสอบกลางภาคแล้ว จากวันแรกที่เปิดเทอม… ผ่านมาจะครึ่งเทอมแล้ว

 

แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมยิ่งใกล้ช่วงสอบ งานมากมายก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทำแทบจะไม่ทัน โชคยังดีที่ปีหนึ่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์นั้นมีเรียนไม่กี่ตัว และวิชาในคณะอาจารย์ก็ยังใจดีขยายเวลาส่งงานออกไปให้ ขอแค่ให้ส่งก่อนจะสิ้นสุดการสอบกลางภาคของมหาวิทยาลัยแค่นั้น เลยทำให้มีเวลาเพิ่มขึ้นและเอาเวลานั้นมาปั่นงานวิชานอกคณะ

 

วันนี้เดียร์ ทัชและหินผาต่างมารวมกันที่ห้องสมุดเพื่อหาหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ดนตรีเพื่อเอาไปใช้ประกอบในการทำรายงานส่ง ทั้งสามคนแยกย้ายกันไปยังชั้นหนังสือแต่ละชั้นเพื่อหาหนังสือที่จะเอามาใช้ หยิบติดมือกันมาคนละสองสามเล่มก่อนจะหอบหนังสือไปทำเรื่องยืมหนังสือกัน

 

“ไปนั่งทำที่โรงอาหารแล้วกัน กูชักจะหิวๆ แล้วด้วยว่ะเมื่อเช้ารีบไม่ได้กินอะไรเลย” ทัชว่าระหว่างที่กำลังตัดสินใจกันว่าจะไปนั่งทำรายงานกันที่ไหนดี

 

เมื่อมีคนเสนอมาอีกสองคนก็พยักหน้ารับทันทีอย่างไม่อิดออด พวกเขาจึงหอบกระเป๋ากับหนังสือที่เพิ่งจะยืมมาไปยังโรงอาหารกลาง โชคดียังมีโต๊ะว่างใกล้ๆ กับปลั๊กไฟพอดี

 

พอวางของได้ทัชก็ปลีกตัวไปซื้อข้าวทันที ส่วนหินผาก็เดินไปซื้อน้ำโดยรับออเดอร์จากเพื่อนอีกสองคนไปด้วยจึงเหลือแค่เดียร์ที่นั่งเฝ้าโต๊ะอยู่ ไม่นานทั้งสองคนก็กลับมา เดียร์กับหินผาปล่อยให้ทัชนั่งจัดการกับข้าวของตัวเองไปส่วนพวกเขาก็จดหัวข้อที่จะต้องใส่ลงในรายงาน

 

ความหนาของหนังสือทำเอาพวกเขาแทบจะถอดใจเพราะมันช่างหนาเหลือเกิน

 

“ไงเด็กๆ” เสียงทักที่ดังขึ้นเหนือหัวเรียกให้สายตาของทุกคนเงยขึ้นมองก่อนจะพากันยกมือไหว้เมื่อเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ที่คณะ

 

“สวัสดีครับพี่โอ พี่นัท พี่ต๊อบ” พูดกันอย่างพร้อมเพรียงแถมเรียกชื่อครบทุกคน

 

“เออๆ ทำไรกันวะเนี่ย” โอถามชะโงกหน้ามามองหนังสือที่รุ่นน้องกางเต็มโต๊ะ “รายงานวิชาดนตรีเหรอวะ”

 

“ใช่ครับพี่ ส่งอาทิตย์หน้าแล้วเลยต้องเร่งทำหน่อย” หินผาเป็นคนเอ่ยตอบรุ่นพี่

 

“เคยทำเหมือนกัน คะแนนดิบด้วยสิรายงานนี้” นัทตอบพลางเปิดหนังสือที่รุ่นน้องกางอยู่ดู “ตอนนั้นพวกพี่ทำได้คะแนนมาแค่ครึ่งเดียวเอง แต่ก็ยังดีเพราะมันก็ยังเป็นคะแนนช่วยให้ไม่ติดเอฟละนะ”

 

“ยากขนาดนั้นเลยเหรอพี่” เหล่ารุ่นน้องที่ฟังก็ชักจะหน้าเสีย เป็นที่รู้กันดีว่าอาจารย์ผู้สอนวิชานี้ไม่ค่อยจะปล่อยเกรด อีกทั้งดูแล้วเหมือนจะไม่ค่อยชอบนักศึกษาที่มาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์สักเท่าไหร่

 

“ก็อย่างที่รู้ๆ กันละนะ แต่ถ้าอยากได้คะแนนดีก็ต้องนี่เลย… ปรึกษาพี่ปีสาม” โอตบไหล่รุ่นน้องเป็นเชิงปลอบใจ

 

“หือ… ใครเหรอครับ” รีบถามกลับด้วยความสนใจทันที

 

ยังไม่มีใครได้ตอบอะไรต๊อบก็หันไปเห็นรุ่นพี่ที่เดินเข้ามาในโรงอาหารพอดีจึงยกมือทักทายให้คนทั้งกลุ่มหันมามองก่อนจะพากันเดินเข้ามาหารุ่นน้อง

 

“สวัสดีครับพี่ๆ” พวกเดียร์ยกมือไหว้เมื่อเห็นพี่ๆ เดินเข้าใกล้

 

“ดีจ้าเด็กๆ ทำอะไรกันอยู่” เป็นใบบัวที่ทักรุ่นน้องเสียงใส ทุกคนขยับตัวเพื่อให้รุ่นพี่ปีสามหย่อนตัวลงนั่งด้วยกัน

 

“ไอ้พวกนี้กำลังทำรายงานวิชาดนตรีอยู่พี่” เป็นโอที่ตอบคำถามนั้นให้แทนรุ่นน้องปีหนึ่ง โดยมีทั้งสามคนพยักหน้ารับยืนยันคำพูดของเขา “นี่เลย ถ้าอยากได้คะแนนวิชานี้เยอะๆ ต้องนี่…”

 

โอผายมือไปทางคนที่ยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะเพราะที่นั่งเต็ม เจ้าตัวเลยเด่นขึ้นมาทันทีเพราะรุ่นน้องปีหนึ่งทั้งสามคนก็หันไปมองตามมือของรุ่นพี่

 

“ผู้เป็นตำนานที่คว้าเอวิชานี้มาได้”

 

“โฮ…” พอได้ยินแบบนั้นทั้งเดียร์ ทัชและหินผาก็ร้องออกมาทันที

 

“เชิญพี่กันต์ให้คำแนะนำน้องๆ หน่อยครับ” ต๊อบว่าเสียงทะเล้นเลยได้มะเหงกจากกันต์ไปที ซึ่งเจ้าตัวก็โอดครวญไปรอบอย่างที่รู้ว่าแกล้งทำ

 

พวกปีสองอยู่ก่อกวนต่ออีกไม่นานก็พากันกอดคอเดินออกไปเพราะมีเรียนต่อทั้งโต๊ะจึงเหลือเพียงปีหนึ่งสามคนและปีสามอีกหกคน

 

“ไปซื้ออะไรมากินดีกว่า อยากกินขนม” ใบบัวว่าก่อนจะชักชวนใยไหมไปด้วยกัน มีไข่เจียวตามไปช่วยสองสามถืออีกคน เพราะตั้งใจว่าจะปักหลักนั่งโต๊ะเดียวกับน้องๆ นี่แล้ว

 

“เด็กๆ เอาอะไรไหม เดี๋ยวพี่ซื้อมาให้” ใยไหมหันมาถาม ได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าจากน้องๆ “โอเค เดี๋ยวพี่ดูมาให้แล้วกันเนอะ”

 

พอพวกใยไหมเดินออกไป ทั้งเดียร์ ทัชแล้วก็หินผาหันมามองคนที่ยังยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะไม่ไปไหน “พี่ทำยังไงถึงได้เอวิชานี้มา”

 

“ก็ไม่ได้ทำยังไง ทำงานส่งแล้วก็สอบแค่นั้นเอง” กันต์ตอบไปตามความจริง เพราะเขาก็ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ไปบนบานศาลกล่าวหรืออะไรก็แค่ทำงานส่งตลอด อ่านหนังสือแล้วก็เข้าไปสอบแค่นั้น

 

“มันต้องมีอะไรกว่านั้นสิ ไม่อย่างนั้นพี่จะได้เอมาได้ยังไงกัน” เดียร์ถาม คิ้วขมวดเข้าหากันจนน่ายื่นมือไปจิ้มเพื่อให้มันคลายออก

 

“มันก็แค่… สอบได้ทุกข้อไม่มีพลาด ข้อเขียนก็เขียนได้ละเอียดยิบไม่มีขาดไม่มีเกิน ตอนรายงานก็ทำดีเวอร์จนอาจารย์ไม่รู้จะเอาอะไรไปหักคะแนนมัน มันถึงได้เอมาไง” เป็นป่าไม้ที่ตอบคำถามของรุ่นน้อง

 

“ตอนสอบ อาจารย์ให้เขียนประวัติดนตรี มันก็เขียนหมดทุกอย่างครบทุกสิ่ง เขียนลงไปแม้กระทั่งว่าใครคิดค้นเครื่องดนตรี ปีไหน อะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้อย่างกับเอามาจากในหนังสือ แถมเขียนดีกว่าในหนังสืออีก”

 

“โฮ… พี่แนะนำพวกผมหน่อยสิ” ทัชขอร้อง ทำตาปริบๆ เหมือนจะให้รุ่นพี่เห็นใจ มีหินผาพยักหน้าอีกคน

 

“นะพี่ อย่างน้อยรายงานนี่ก็ได้ทำยังไงถึงจะได้คะแนนดีๆ ครับ” หินผาขอร้องอีกคนพลางชี้นิ้วไปที่กองหนังสือที่วางอยู่เต็มโต๊ะ

 

“ถามไอ้สองคนนี้สิ พวกนี้ก็อยู่รายงานกลุ่มเดียวกันกับพี่” กันต์ชี้ไปที่เพื่อนทั้งสองคน จนดิวกับป่าไม้หน้าเหวอไปทันที

 

พอได้ยินแบบนั้นปีหนึ่งทั้งสามคนก็รีบเบนสายตาไปหาดิวกับป่าไม้ “แนะนำหน่อยสิครับพี่ดิว พี่ไม้”

 

ดิวหัวเราะก่อนจะตอบ “พี่มีหน้าที่แค่หาข้อมูลเอง”

 

“ส่วนพี่มีหน้าที่พิมพ์งาน” ป่าไม้ตอบ “หน้าที่วิเคราะห์ ทำเนื้อหา มันคนเดียวเลย” ชี้นิ้วกลับไปที่กันต์ “มึงก็ช่วยน้องมันหน่อย”

 

กันต์ตั้งท่าจะพูดแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเดียร์ก็พูดขึ้นเสียก่อนจนเขาปิดปากตัวเองทันที “นะพี่นะ แนะนำผมหน่อย ผมอยากได้คะแนนดีๆ อ่า… นะพี่กันต์”

 

เดียร์กระพริบตาปริบๆ หวังให้อีกฝ่ายเห็นใจ ช้อนตาขึ้นมองสเต็ปเดียวกับตอนอ้อนขอให้ซื้อขนมให้ “นะพี่กันต์…”

 

“จริงๆ แล้วก็แค่สรุปใหม่เท่านั้นแหละ” คนที่ทำเป็นเล่นตัวตอนแรกก็เอ่ยปาก “อย่าลอกเนื้อหา ประโยคมาจากในหนังสือ แต่เอามาเรียบเรียงใหม่ด้วยประโยคของเราเอง แค่นั้นแหละก็ได้คะแนนแล้ว อาจารย์เขาแค่อยากให้เราตั้งใจทำ อ่านสรุปความแล้วก็เรียบเรียง แต่ส่วนใหญ่จะชอบลอกมาจากในหนังสือ ประโยคเดิมๆ ซ้ำๆ อาจารย์เขาก็ให้คะแนนน้อยน่ะสิ”

 

ดิวหลุดยิ้มขำตอนที่ฟังเพื่อนสนิทอธิบายให้น้องปีหนึ่งฟัง ป่าไม้ที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมองอย่างไม่เข้าใจว่าเพื่อนหัวเราะอะไร “ขำอะไรของมึงวะ”

 

“ก็เปล่า… ขำคนแพ้ทางเด็ก” ดิวพูดเสียงเบาเพราะไม่ต้องการให้กันต์ได้ยิน

 

ป่าไม้ทำหน้างงหนักกว่าเดิมก่อนจะมองตามสายตาของเพื่อนไป ดิวกำลังมองกันต์ที่กำลังตอบคำถามของเดียร์อยู่ หันมามองดิวอีกรอบแล้วหันกลับไปมองกันต์ก่อนที่ดวงตาของป่าไม้จะเบิกกว้างขึ้น

 

“อย่าบอกนะว่า… ที่มึงพูดวันนั้น หมายถึงน้อง…”

 

“มึงคงต้องถามมันเองแหละนะ” ดิวว่าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นระหว่างรอเพื่อนๆ ส่วนป่าไม้ก็เอาแต่จ้องกันต์สลับกับเดียร์ไม่หยุด

 

จนคนถูกมองรู้ตัว ทั้งคู่จึงหันมามอง กันต์หรี่ตามองเพื่อนก่อนจะถามเสียงเข้ม “มองอะไรของมึง”

 

“ป เปล๊า ไม่ได้มองอะไร” เสียงที่สูงกว่าปกติร้องบอก และนั่นก็ไม่ได้ทำให้กันต์เชื่อเลยสักนิดอีกทั้งยังสงสัยมากขึ้นไปอีกจนต้องก้มลงไปหาเพื่อนและกดเสียงเข้มกว่าเดิมถาม

 

“มองน้องทำไม”

 

คราวนี้ละป่าไม้ถึงกับตาโตหันไปมองดิวทันที ซึ่งอีกคนก็ทำเพียงแค่หัวเราะในลำคอ คำตอบของคำถามของป่าไม้ดูเหมือนจะถูกไขให้กระจ่างแล้ว

 

มันก็เห็นอยู่ว่าเขามองทั้งมันแล้วก็น้อง แต่มันกลับทำเสียงเข้มแล้วถามว่ามองน้องทำไม นี่ไม่ใช่ว่าเพื่อนกันต์กำลังหึงอยู่หรอก… ใช่ไหม…

 

ใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาทีในการทำความเข้าใจ จากตอนแรกที่ทำตาโตก็เปลี่ยนเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์แทนจนเป็นกันต์บ้างที่ชะงักไป “อะไรของมึง”

 

“เปล๊า~… เชิญมึงให้คำแนะนำ ‘น้อง’ ต่อเลยครับ” ป่าไม้ว่าทั้งๆ ที่ยักคิ้วหลิ่วตามาให้จนคนมองนึกอยากจะเอานิ้วจิ้มให้ตาบอด

 

สุดท้ายก็เลยตบหัวเพื่อนไปทีจนป่าไม้ร้องโอดโอยหันไปฟ้องใบบัวกับใยไหมที่เพิ่งเดินกลับมาว่าตัวเองโดนทำร้าย แต่แทนที่เพื่อนจะสงสารและเห็นใจกลับหัวเราะเสียอย่างนั้น

 

“เด็กๆ กินขนมเลยนะ พี่ซื้อมาให้” ใบบัวว่าวางถาดกระดาษที่ใส่ขนมปังปิ้งเอาไว้ลงตรงหน้าน้องปีหนึ่งพร้อมน้ำอีกคนละแก้ว

 

“ขอบคุณนะครับ” พวกเดียร์ได้แต่ยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนที่จะลงมือทำรายงานกันต่อ

 

ปีสามอยู่นั่งเล่นต่ออีกพักใหญ่ก่อนจะพากันไปขึ้นเรียน จนเหลือแต่พวกเดียร์สามคนเหมือนเดิม วันนี้พวกเขาไม่มีเรียนตั้งใจว่าจะปักหลักทำรายงานอยู่ตรงนี้นี่แหละ

 

แต่เพราะว่าตรงที่นั่งอยู่เป็นโรงอาหารที่มีนักศึกษาเดินไปเดินมาตลอด ทำเอาสมาธิทำงานของพวกเขาหลุดบ่อยๆ จนสุดท้ายเดียร์ก็ถอนหายใจแล้ววางปากกาในมือลง

 

“กูคิดไม่ออกเลยว่ะ เรียบเรียงยังไงแม่งก็เหมือนลอกมาจากในหนังสืออยู่ดี”

 

“กูก็เหมือนกัน” ทัชเป็นอีกคนที่วางมือจากงานตรงหน้า “จะเรียบเรียงยังไงให้เป็นภาษาตัวเองไม่ลอกหนังสือวะ ไหนมึงเอาของมึงมาดูดิ”

 

หันไปคว้ากระดาษของหินผามากวาดสายตาอ่าน “ของมึงดีกว่าของกูว่ะ”

 

“กูว่าแยกกันกลับไปทำดีไหม ที่นี่เสียงดังคงคิดอะไรกันไม่ออก ลองไปทำส่วนของตัวเองกันมาก่อนแล้วมาดูกันอีกทีว่าใช้ได้หรือยัง” เป็นหินผาที่เสนอความคิดขึ้นมา

 

เดียร์กับทัชหันมองกันก่อนจะพยักหน้ารับ “เอาแบบนั้นก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยมาดูกันอีกทีว่าจะรอดหรือไม่รอด ถ้าไม่รอดก็…”

 

“ไม่รอดก็อะไรวะ” ทัชหันไปถามเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของตัวเอง

 

“ก็ต้องเอาให้รอดไง… แฮ่…”

 

“แฮ่…” ทัชยิ้มก่อนจะตบหัวเพื่อนไปที “แฮ่บ้านมึงสิไอ้เตี้ย!”

 

เดียร์จิ๊ปากอย่างขัดใจ ยกมือลูบหัวตัวเอง “มึงนี่ก็ชอบตบหัวกูจริง”

 

“พอๆ เก็บของแล้วกลับห้องกันดีกว่า” หินผาเอ่ยห้ามเมื่อเห็นว่าเพื่อนทั้งสองคนตั้งท่าเตรียมจะวางมวยกันอีกแล้ว

 

“เห็นแก่พ่อกูห้ามนะมึง” ทัชว่าพลางชี้หน้าเดียร์ สุดทายก็ต้องใช้มือข้างนั้นกุมหัวตัวเองเพราะโดน ‘พ่อ’ ที่ว่าตบหัวเข้าให้

 

“มึงนี่ก็นะ…”

 

เดียร์หัวเราะเอิ้กอ้ากชอบใจ นานๆ จะได้เห็นเพื่อนใหม่หลุดอาการแบบนี้สักที พักหลังๆ มานี้ไอ้ทัชก็ชอบแกล้งเพื่อให้หินผาหลุดมาดของตัวเอง เป็นอะไรที่บรรเทิงใจมากทีเดียวสำหรับเขา

 

เมื่อตกลงกันเรียบร้อยว่าจะแยกย้ายพวกเขาก็เลยช่วยกันเก็บของ แบ่งหนังสือกันไปคนละเล่มสองเล่มเอาเล่มที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของตัวเองไปเพื่อไปอ่านแล้วสรุปความออกมา

 

หินผาแยกไปอีกทางเพราะเจ้าตัวจอดรถคนละที่กับทัช สองเพื่อนซี้ตั้งแต่เด็กเลยแยกมาอีกทางหนึ่ง เดียร์เดินไปเปิดประตูหลังเพื่อเอาหนังสือไปเก็บก่อนจะเดินมานั่งเบาะข้างคนขับเหมือนเช่นทุกครั้ง ก่อนที่ทัชจะขับรถออกจากมหาวิทยาลัยไป

 

“เอาจริงนะ ตอนกูฟังพี่กันต์เขาอธิบายดูเหมือนจะง่ายนะโว้ยแค่อ่านแล้วก็สรุปออกมา เรียบเรียงออกมาใหม่อ่ะ” ทัชพูดระหว่างขับรถ ยกมือข้างหนึ่งยีผมตัวเองจนกระเซิงไปหมด “ทำไมพอทำจริงแม่งยากจังวะ”

 

“นั่นดิ ฟังแล้วโคตรง่ายเลย จนกูนี่คิดได้เป็นฉากๆ เลยว่าเราต้องได้คะแนนรายงานเต็มแน่นอนอ่ะ” เดียร์เองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อน “แต่พอทำแล้วแม่งไม่ใช่เลยว่ะ”

 

ทั้งคู่หันมองหน้ากัน…

 

“แล้วเราจะรอดไหมวะ”

 

ก่อนจะถอนหายใจออกมาพร้อมกัน…

 

แล้วก็หันมองหน้ากันอีกรอบ เดียร์ยกมือเกาหัวตัวเองก่อนจะถอนหายใจ “ยังไงก็ลองดูก่อนแล้วกัน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ค่อยคิดกันอีกทีว่าจะเอายังไงดี อย่างน้อยไอ้หินผาก็คงจะพอทำได้อยู่หรอก เราก็ผสมๆ กันไปแม่งเลยทั้งลอกทั้งสรุปเอง พวกพี่กันต์เขาทำได้ยังไงวะ”

 

“เอ่อ! จริงด้วย” ทัชดีดนิ้วก่อนจะหันมามองเพื่อนแล้วยิ้มกว้าง “ห้องมึงอยู่ข้างๆ ห้องพี่กันต์นี่ มึงลองขอพี่เขาดูเล่มรายงานดิจะได้รู้ว่าพี่เขาเขียนประมาณไหน ไหนๆ ตอนนี้มึงก็คืนดีกับพี่เขาแล้วนี่”

 

“คืนดีเชี่ยไรมึง!

 

“อ้าว! ก็มึงไม่ได้อคติอะไรกับพี่เขาแล้วนี่ ก็ลองไปขอพี่เขาดูดิ เมื่อกี้ขอให้พี่เขาแนะนำพี่เขายังแนะนำเลย ถ้าขอดูเป็นตัวอย่างเป็นแนวทางพี่เขาก็คงให้อยู่แล้วล่ะ ดูไม่ใช่คนที่จะขี้งกอะไรกับรุ่นน้องด้วยนะ” ทัชพูด ซึ่งเดียร์เองก็แอบพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ในใจ

 

จริงๆ ก็แอบคิดเอาไว้เหมือนกันว่าถ้าไม่รอดคงจะต้องไปขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ข้างห้อง ถ้าจะให้พูดความคิดตัวเองออกไปก็ไม่อยากจะพูด เดี๋ยวจะโดนไอ้เพื่อนตัวดีกระแหนะกระแหนใส่อีก แต่พอมันเสนอความคิดมาแบบนี้ก็พยักหน้ารับตามน้ำกันไป

 

“มึงคิดว่าพี่เขาจะยอมให้ดูเหรอวะ” แม้จะพูดแบบนั้นแต่ในหัวนั้นคิดไปแล้วว่าจะพูดขออะไรอย่างไรดี

 

“มึงก็ลองดูดิหว่า ใช้วิชาอ้อนที่มึงถนัดน่ะลองอ้อนพี่เขาดูดิ เหมือนเวลามึงอ้อนแด๊ดอ้อนมัมอ้อนพี่ชายมึงอ่ะ”

 

ได้ยินแบบนั้นเดียร์ก็เบ้ปากใส่เพื่อนทันที “กูได้โดนพี่มันถีบออกจากห้องแทนน่ะสิ เอ่อๆ เอาไว้เดี๋ยวถ้าไม่รอดจริงๆ กูจะลองเอาวิธีของมึงไปคิดดูแล้วกัน”

 

“เออ ตามนั้น แยกย้าย เดี๋ยวกูไปซื้อของที่มินิมาร์ทก่อน ยังไงก็คุยกันในกลุ่มแล้วกัน” ทัชว่าหลังจากที่จอดรถเรียบร้อยแล้ว

 

เดียร์พยักหน้ารับ หยิบหนังสือในส่วนของตัวเองมาถือเอาไว้ก่อนจะแยกไปอีกทางเพราะลิฟต์ที่จะใช้ขึ้นไปบนห้องพักกับลิฟต์ที่จะลงไปยังชั้นมินิมาร์ทนั้นเป็นคนละตัวกัน

 

เข้าห้องได้ก็ตรงเอาหนังสือไปวางไว้บนโต๊ะหน้าโซฟาก่อนจะทิ้งตัวลงนอนเหยียดยาวบนโซฟา มองกองหนังสือเล่มหนาแล้วก็ถอนหายใจออกมา ตัดสินใจว่าจะขอพักผ่อนเสียก่อนแล้วค่อยลุยงานกันใหม่ เผื่อหลับไปแล้วตื่นมาหัวสมองจะโล่งคิดงานออกก็ได้

 

คิดได้แบบนั้นก็หยิบโทรศัพท์มาตั้งปลุกเอาไว้กันหลับเพลินก่อนจะปิดเปลือกตาลง ใช้เวลาไม่นานก็หลับไปทั้งๆ ที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนโซฟาแบบนั้น

 











* * * ต่อค่ะ 100% * * *





ร่างสูงทิ้งตัวลงกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟาตัวใหญ่หน้าโทรทัศน์ในมือก็กอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เอาไว้ด้วย หันไปหยิบรีโมทมากดเปิดหาอะไรดู เจอเข้ากับหนังแนวสืบสวนสอบสวนดูแล้วน่าสนใจก็เลยเปิดช่องนี้เอาไว้ สายตาจดจ่อที่จอสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ นั่นบ้าง จอโทรศัพท์บ้างสลับกันไป

 

จนกระทั่งรู้สึกว่าท้องร้องทั้งๆ ที่มื้อเย็นก็จัดชุดใหญ่ไปแล้วแท้ๆ จึงได้ละจากโทรทัศน์และตุ๊กตาหมีตัวโตไปที่ห้องครัว ได้ขนมกรุบกรอบเทใส่ชามมา เจ้าตัววางชามนั้นไว้บนตัก มือข้างหนึ่งคว้าตุ๊กตาหมีมากอด ส่วนอีกข้างก็หยิบขนมใส่ปาก โดยที่ดวงตาไม่ได้ละไปจากจอโทรทัศน์เลย

 

ค่ำนี้เป็นคืนว่างๆ ที่ไม่มีงานต้องเร่งทำเพราะเขาจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว จึงได้มีเวลามานั่งกินขนมดูโทรทัศน์แบบนี้ หนังเรื่องแรกจบไปแล้ว เรื่องที่ฉายต่อเป็นแนวรักสดใสซึ่งไม่ใช่สไตล์ของเขา แต่ถ้าเป็นน้องแพรล่ะก็คงชอบ เลยลุกไปหยิบหนังแฟนตาซีที่ใครๆ ก็น่าจะเคยดูมาเปิดดูแทน เริ่มตั้งแต่ภาคแรกเลย คืนนี้คงได้ดูจนดึกดื่นแน่นอน

 

แต่แล้วความสนุกก็ถูกขัดเพราะเสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น เจ้าตัวส่งเสียงนิดหน่อยก่อนจะหยิบรีโมทมากดหยุดเอาไว้ ก่อนจะเดินลากขาไปยังประตูห้อง

 

ปัง!

 

ทันทีที่เปิดประตูออกไป ใช้เวลาเพียงแค่เสี้ยวนาทีก็ดึงประตูปิดเสียงดัง เจ้าตัวกระพริบตาปริบๆ ส่องดูอีกรอบแล้วจึงค่อยๆ แง้มประตูออก น้องตัวเล็กยืนทำหน้าเหวออยู่หน้าประตูเพราะยังงงและตกใจที่อยู่ๆ กันต์ก็ปิดประตูเสียงดัง

 

“ขอโทษที...” กันต์พูดเมื่อเห็นใบหน้างุนงงของคนตรงหน้า “ไม่ได้ตั้งใจจะปิดประตูใส่หน้า”

 

“อ่า... ไม่เป็นอะไรครับ คือ...” อีกฝ่ายพูดก่อนจะเงียบไป เจ้าตัวดูลังเลอย่างเห็นได้ชัด ไม่แน่ใจว่าจะพูดออกมาดีหรือเปล่า

 

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” เผลอถามเสียงเครียดเพราะเป็นกังวลกลัวว่าอีกฝ่ายจะมีปัญหาใหญ่

 

“คือ... ก็มีครับ แต่ก็...” เดียร์ยังคงอ้ำอึ้งอยู่

 

“มีปัญหาใหญ่เหรอ มีอะไรให้พี่ช่วยไหม” กันต์ถามออกไปอีกรอบ

 

“จริงๆ แล้ว... มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ ผมอยากขอคำแนะนำ... อ่า... เรื่องรายงานวิชาดนตรีน่ะ...” เหลือบตามองคนตัวสูงกว่า ดูสีหน้าของอีกฝ่ายยามที่เอ่ยปากขอ เกรงใจก็เกรงใจ แต่ลองทำดูแล้วมันไม่น่าจะรอดก็เลยต้องมากดกริ่งห้องข้างๆ นี่แหละ

 

ยืนทำใจอยู่ตั้งเป็นสิบนาทีกว่าจะกล้ากด ใจจริงยังไม่พร้อมด้วยซ้ำไปแต่ในระหว่างที่กำลังละล้าละลังมือเจ้ากรรมก็ดันไปโดนกริ่งหน้าประตูเสียได้ และไหนๆ อีกฝ่ายก็ถามแล้วว่ามีปัญหาอะไรให้ช่วยก็เลยบอกออกไปเพราะมันก็เป็นปัญหาที่เขาต้องการความช่วยเหลือ

 

กันต์มองน้องตัวเล็กด้วยสายตาขบขันปนเอ็นดูเมื่อเห็นท่าทางที่ไม่มั่นใจของอีกฝ่าย คนตัวเล็กกว่าช้อนตาขึ้นมองทำเอาเขาปรับสีหน้าเป็นเรียบเฉยเกือบไม่ทัน

 

ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ยังทำเหมือนไม่มั่นใจที่จะพูดออกมาอยู่เลย แต่ทำไมตอนนี้น้องตัวเล็กกลับทำหน้าตาออดอ้อนชวนใจอ่อนเสียอย่างนั้น...

 

สเต็ปการอ้อนของลูกชายคนเล็กของตระกูลบริสตัน

 

หนึ่ง... เริ่มจากการช้อนดวงตากลมโตขึ้นมอง

 

สอง... เริ่มใช้น้ำเสียงที่สามที่สีในการออดอ้อน

 

“นะ... พี่กันต์ช่วยผมหน่อยนะ...”

 

สาม... เมื่อสองขั้นตอนแรกยังไม่ได้ผลก็เริ่มเข้าถึงเนื้อถึงตัว เดียร์เอื้อมมือไปจับแขนของคนที่ตัวสูงกว่า และใช้ข้อหนึ่งกับข้อสองร่วมด้วย

 

“นะ พี่กันต์นะ ช่วยเดียร์หน่อยนะ” เพิ่มความอ้อนด้วยการแทนตัวเองด้วยชื่อ

 

แค่สามขั้นตอน... ไม่ว่าจะทำกับมัมมี๊ แด๊ดดี๊ พี่ชาย น้องสาว คุณตาคุณยาย คุณปู่ รวมไปถึงป้าลินแล้วก็ลุงโอ๊ต ไม่ว่าจะกับใครก็ยอมเขาหมด และเดียร์ก็หวังว่าวิธีนี้จะใช้ได้กับรุ่นพี่อดีตวินัยหน้าโหดคนนี้ด้วย

 

แต่ไม่อยากจะบอกหรอกว่า... ใจของกันต์มันอ่อนยวบตั้งแต่ตอนที่เปิดประตูมาเจอหน้าน้องแล้ว มือที่ไขว้อยู่ด้านหลังนี้กำลังหยิกตัวเองอยู่เพื่อเตือนสติว่าอย่าหลุดยิ้ม หยิกจนรู้สึกว่าถ้าเปิดดูมันจะต้องช้ำแน่นอน หรือไม่อีกนิดเดียวเนื้อก็คงหลุดติดมือมาแล้ว

 

“ถ้าพี่ช่วยเราแล้วพี่ได้อะไร” กันต์ถาม ทำเหมือนจะมองหน้าน้องแต่จริงๆ แล้วสายตาเขาโฟกัสที่ประตูห้องของห้องตรงข้ามต่างหาก

 

เดียร์ขมวดคิ้วทันทีเหมือนคนคิดไม่ตก พอเห็นท่าทางแบบนั้นแล้วคนแกล้งก็เริ่มไม่อยากจะแกล้งแต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไรอีกฝ่ายก็พูดขึ้นเสียก่อน

 

“อะไรก็ได้ พี่จะให้ผมทำอะไรผมทำให้ผมเลย แต่พี่ต้องช่วยผมเรื่องรายงานนะ”

 

“กลับไปที่ห้อง” กันต์พูดสั้นๆ แต่เป็นประโยคที่ทำเอาเดียร์อ้าปากค้าง ตากลมนั้นกว้างขึ้นเล็กน้อย

 

ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นถูกหรือผิดเลยต้องถามย้ำกลับไปอีกครั้ง “พ พี่ว่าอะไรนะ”

 

“บอกว่ากลับไปที่ห้อง” คำเดิมชัดเจนเพิ่มเติมคือนิ้วที่ชี้ไปที่ห้องของเดียร์

 

คนที่เพิ่งทำหน้าอ้อนไปสีหน้าเปลี่ยนทันที จนคนตัวโตหลุดยิ้มขำออกมา

 

“ขำอะไรของพี่” ไม่ยอมช่วยก็ไม่จำเป็นต้องอ้อน เสียงสะบัดใส่เลย

 

“ขำเด็กขี้งอน” กันต์พูดด้วยน้ำเสียงที่กลั้นขำเต็มที่

 

เด็กขี้งอนทำตาวาวใส่ ค้อนใส่อีกวงเบ่อเริ่ม “ผมไม่ได้ขี้งอน!

 

“ไม่ได้ขี้งอน แต่ก็ขี้มโน คิดไปเอง” คนเป็นพี่ว่าพลางกอดอกมองน้องตัวเล็กตรงหน้า “กลับไปที่ห้องก่อน เดี๋ยวพี่เข้าไปหารายงานก่อนแล้วเดี๋ยวจะเอาไปให้”

 

เดียร์ที่กำลังจะเถียงก็นิ่งค้างไป กระพริบตาปริบๆ เหมือนไม่แน่ใจว่าได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า “พี่ว่าอะไรนะครับ”

 

“บอกว่าไปรอที่ห้องก่อน เดี๋ยวไปหารายงานแล้วจะเอาไปให้” พูดย้ำไปอีกรอบชัดๆ ให้ฟังเข้าใจ ก่อนจะดันน้องตัวเล็กให้เดินกลับไปที่ห้อง ส่วนตัวเองก็เดินกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง หยิบรีโมทมากดปิดโทรทัศน์ที่เปิดค้างเอาไว้แล้วตรงเข้าไปในห้องนอนเพื่อหารายงานเล่มที่ว่าทันที

 

ใช้เวลาไม่นานนักก็ได้รายงานวิชาดนตรี รวมถึงหนังสือที่เคยได้มาจากรุ่นพี่ สมุดที่ตอนนั้นใช้เขียนสรุป รวมถึงโน้ตบุ๊คที่ในนั้นมีไฟล์งานอยู่ด้วยมาถือไว้ในอ้อมแขน หยิบกุญแจห้องก่อนจะเดินไปที่ห้องข้างๆ กัน สูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะกดกริ่งหน้าห้อง

 

รอไม่นานประตูห้องก็เปิดออก แล้วเจ้าของห้องก็ไม่ได้ปิดประตูใส่หน้าเหมือนตอนที่เขาทำด้วย ใบหน้าขาวๆ โผล่มาจากหลังประตูพอเห็นว่าเป็นเขาก็เปิดอ้าออกกว้าง

 

“เชิญครับ” เจ้าตัวพูดเชิญ

 

กันต์รับคำเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง เจ้าของห้องก็ปิดประตูจนเรียบร้อยก่อนจะเดินนำเขาไปตรงหน้าโทรทัศน์บริเวณที่เขากับเพื่อนๆ เคยมานั่งล้อมวงช่วยเดียร์กับเพื่อนๆ ตัดโมเดล ตอนนี้โต๊ะหน้าโซฟาเต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ดนตรี กระดาษหลายต่อหลายแผ่นที่เขียนๆ ขีดๆ เอาไว้เต็มไปหมด

 

“โทษทีพี่รกไปหน่อย” เดียร์พูดตรงไปรวบกระดาษที่วางกระจัดกระจายอยู่ให้เป็นที่เป็นทาง

 

กันต์วางหนังสือลงบนโต๊ะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับที่เดียร์นั่งอยู่ “ที่เขียนๆ ไว้อยู่ไหน เดี๋ยวจะช่วยดู”

 

“นี่ครับ...” ดันโน้ตบุ๊คไปตรงหน้า กันต์กวาดสายตาอ่านข้อความที่อีกฝ่ายพิมพ์เอาไว้ ก่อนจะหันไปเปิดโน้ตบุ๊คของตัวเองเพื่อเปิดไฟล์งานที่เคยทำเอาไว้ หยิบสมุดที่จดสรุปไว้ส่งให้

 

“ก็โอเคนะ แต่ก็ยังมีประโยคที่เหมือนลอกมาเยอะเกินไป เล่มนั้นเป็นสรุปที่พี่เคยเขียนเอาไว้เอง แล้วก็นี่เป็นไฟล์รายงานที่พวกพี่ทำกัน” หยิบหนังสือประวัติศาสตร์ดนตรีมาเปิดๆ แล้วก็เลื่อนไปให้ นิ้วเคาะบนหน้ากระดาษ “ส่วนนี่... หนังสือประวัติ เล่มนี้พี่ว่าดีเพราะคนเขียนเขาเขียนแล้วก็เรียบเรียงได้เข้าใจง่ายกว่า ถ้าอ่านจากเล่มนี้แล้วเอามาเขียนสรุปก็น่าจะดีกว่าอ่านเล่มอื่นๆ เพราะตอนพวกพี่ทำก็ใช้เล่มนี้นี่แหละ”

 

เดียร์ที่มองทั้งโน้ตบุ๊ค หนังสือ สมุดโน้ตหลายเล่มแล้วก็อยากจะร้องไห้ คิดว่ามันจะง่ายๆ เสียอีก นี่เขาต้องมาอ่านอีกแล้วเหรอ “ผมต้องอ่านใหม่อีกเหรอ ผมเอาบางส่วนของรายงานพี่มาใส่ได้ไหมอ่ะ”

 

“ก็ต้องอ่านสิ ถ้าไม่อ่านแล้วจะเขียนได้ยังไง อ่านไปจะได้เขียนได้ ส่วนรายงานของพี่ พี่ให้ดูเป็นแค่ไกด์ห้ามลอกเด็ดขาด” กันต์ว่าเสียงดุเมื่อได้ยินแบบนั้นจากเดียร์ ยกมือตีมือขาวๆ ที่เอื้อมมาจับโน้ตบุ๊คของเขาเบาๆ เป็นการเตือน “เลื่อนดูได้แต่ห้ามก็อปปี้ไป”

 

คนโดนขัดใจทำหน้ายุ่ง ก่อนจะดึงหนังสือกับสมุดจดมาใกล้ตัวมากขึ้นแล้วเริ่มต้นอ่าน แต่เพราะเขาอ่านวนซ้ำเวียนซ้ำหลายรอบแล้วจึงรู้สึกเอียนกับตัวหนังสือเสียเหลือเกิน ถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้กับสมุดจดของกันต์จะอ่านเข้าใจง่ายกว่ามากก็ตามที แต่ใจคนมันไม่อยากอ่านแล้ว...

 

“พี่ยังไม่กลับห้องเหรอ” เพราะอ่านไปก็ยังไม่เข้าหัวเดียร์จึงพักหลังจากอ่านไปได้เกือบครึ่งชั่วโมง

 

ตลอดครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมากันต์ก็นั่งเล่นโทรศัพท์ไปเงียบๆ ไม่ได้ส่งเสียงหรือก่อกวนอะไร

 

“ถ้าพี่กลับห้องก็จะแอบเอาเนื้อหารายงานพี่ไปใส่ในรายงานตัวเองน่ะสิ” กันต์เงยหน้าขึ้นมองก่อนจะพูด

 

“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า...” ย่นจมูกใส่

 

“หึ...” หัวเราะแล้วก็ยื่นมือไปดีดหน้าผากอีกคนเบาๆ “เหนื่อยก็พักก่อน เดี๋ยวพี่จะนั่งเฝ้าอยู่แบบนี้นี่แหละ สงสัยอะไรก็ถาม”

 

“พี่ไม่มีงานเหรอ” พอได้ยินอีกฝ่ายบอกให้พักก่อนก็แนบหน้าลงกับโต๊ะทันที “เมื่อกี้หินผามันไลน์มาบอกว่าโดนพี่ป่าไม้ลากไปช่วยทำงาน แล้วพี่ไม่ต้องทำบ้างเหรอ”

 

“ทำเสร็จหมดแล้ว”

 

ได้ยินแบบนั้นเดียร์ก็ตาโต “เสร็จหมดแล้ว ตัดโมเดลอ่ะนะพี่”

 

“อือ ใช่ ตัดเสร็จแล้ว ส่งไปแล้วก็เลยว่างนี่ไง” กันต์ตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่คนฟังน่ะตาโตไปแล้ว เห็นหินผาส่งรูปโมเดลของพี่ป่าไม้มาให้ดู ฐานกว้างเป็นเมตรได้ แล้วคนคนนี้ทำเสร็จส่งไปแล้วเนี่ยนะ...

 

นี่คนหรืออะไร...

 

“นี่คน ไม่ใช่อะไรอย่างอื่น” กันต์ตอบให้คนที่ยังอึ้งสะดุ้งก่อนจะหัวเราะแหะออกมา “ถ้าพักเสร็จแล้วก็ทำงานต่อได้แล้ว”

 

“อย่าเพิ่งเร่งสิ ผมเพิ่งจะพักเองนะ”

 

“เดี๋ยวงานก็ไม่เสร็จหรอก”

 

เดียร์ทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดใจแต่ก็ยอมดึงหนังสือมาอ่านต่อ อ่านวนไปวนมา เขียนไปเขียนมา ขีดฆ่าตรงนู้นเพิ่มคำตรงนี้ กว่าจะเรียบเรียงออกมาได้ก็ใช้เวลาไปไม่น้อย โดยที่กันต์เองก็นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องนั้นเงียบๆ ไม่ไปไหน

 

“พี่กันต์ช่วยดูหน่อย” หลังจากพิมพ์ลงในโปรแกรมไปได้ค่อนข้างเยอะแล้วก็เรียกอีกคนมาช่วยดู

 

กันต์ขยับมานั่งชิดโต๊ะคว้าโน้ตบุ๊คของอีกฝ่ายมาก่อนจะไล่สายตาอ่านเนื้อหาในนั้น

 

“พิมพ์สลับกันแล้วนะ ทำไมมีเรื่องเครื่องดนตรีเป่ามาอยู่ในนี้ด้วย อันนี้ประวัติของเครื่องตีไม่ใช่หรือไง” กันต์หันโน้ตบุ๊คกลับคืนพลางชี้ให้ดู

 

“ไหนพี่...” ชะโงกหน้ามาดู “เออ... จริงด้วย สงสัยตอนพิมพ์ผมดูผิดบรรทัดแน่เลย วู้...”

 

“หึ... ค่อยๆ ทำไปสิ รีบก็ยิ่งผิด เดี๋ยวจากจะได้คะแนนเต็มจะไม่เหลือสักคะแนน” กันต์ดีดหน้าผากอีกฝ่ายเบาๆ อย่างเอ็นดู

 

พอเห็นน้องตัวเล็กทำหน้ายู่ยกมือลูบหน้าผากก็ยิ้มขำ ก่อนที่จะขยับไปใกล้อีกคนมากขึ้นเพื่อดูแล้วก็คอยตรวจให้ ส่วนเดียร์เองก็ขยับเข้ามาหาแล้วคอยถามตลอดว่าใช้ได้ไหม หรือที่เขาพิมพ์ไปเขาเข้าใจเนื้อหาถูกหรือเปล่า

 

“โห... นี่หัวสมองพี่ไอคิวเท่าไหร่ ทำไมความจำดีแบบนี้เนี่ย” เดียร์อดทึ่งไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายท้วงติงข้อมูลที่เขาเอามาอ้างอิงว่ามันผิด จนต้องไปหยิบหนังสือมาดูลำดับการเกิดเครื่องดนตรีแต่ละชนิดว่าเขาเรียงถูกหรือเปล่า แล้วปรากฏว่าสิ่งที่กันต์ติงมานั้นถูกต้อง

 

“แค่ตอนทำอ่านเยอะ อ่านจนเข้าใจมันก็เลยพลอยจำได้ไปด้วยละมั้ง” กันต์พูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่มันคงไม่ปกติสำหรับเดียร์นักเพราะเจ้าตัวยังทำหน้าตาเหมือนกับเห็นคนที่แปลกประหลาดที่สุดอย่างไรอย่างนั้น

 

เห็นแล้วก็หมั่นไส้ ก็เลยโดนดีดหน้าผากไปอีกรอบ

 

“มัวแต่ทำหน้าตลก ทำเข้าไปเดี๋ยวก็ไม่เสร็จหรอก”

 

เดียร์พยักหน้ารับก่อนจะลงมือทำงานต่ออีกรอบ โดยมีกันต์นั่งเท้าคางมอง รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าคมนั้นตอนที่ทอดสายตามองคนที่ตั้งอกตั้งใจทำงาน ปากอิ่มขมุบขมิบเหมือนกับพูดทวนข้อความของตัวเองเวลาเขียน คิ้วที่โค้งสวยเดี๋ยวก็ขมวดเดี๋ยวก็คลายตามอารมณ์ของเจ้าตัวที่ยิ้มตอนที่เขียนข้อความได้น่าพอใจ ที่หน้าบึ้งตอนที่เขียนแล้วไม่พอใจ

 

อาจจะเพราะบรรยากาศภายในห้องนั้นเงียบเกินไปเดียร์เลยเอ่ยปากบอกให้กันต์เปิดเพลงฟังแก้เบื่อก็ได้ เจ้าตัวเลยหยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่วางทิ้งเอาไว้ขึ้นมากดเล่นเพลง

 

... อยากรู้จัก อยากให้เธอรู้จัก

อยากเป็นคนรักเธอ

อยากให้เธอได้หันมอง

แบบว่าฉันคนธรรมดา ไม่ใจร้าย

ถ้าลองได้คบจะดูแลเธออย่างดี ...

 

เจ้าตัวชะงักไปนิดหน่อยตอนที่ได้ยินเพลงนั้น ฟังก์ชั่นปุ่มสุ่มเลือกเพลงก็ช่างเลือกได้ตรงกับความรู้สึกของเขาตอนนี้เสียเหลือเกิน

 

... ความรู้สึก เธอคือคนพิเศษ

อยากให้ลองรักดู อยากให้รู้ว่ารักเป็น

ก็เลยร้องมาเป็นทำนอง ชา ดี ดา

ถ้าได้เป็นแฟนจะดูแลเธออย่างดี ...

 

ยิ่งคิด ยิ่งนึก ความรู้สึกที่มีต่อน้องตัวเล็กก็คือคนพิเศษอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากเขาเดินหน้าขยับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเดียร์มันจะเป็นอย่างไร

 

กันต์เผยรอยยิ้มตอนที่เดียร์หันมามองพร้อมยิ้มกว้างชี้ให้ดูว่าเจ้าตัวเขียนข้อความดีๆ ออกมาได้ด้วย พยักหน้าให้เหมือนเป็นเชิงบอกว่าดีแล้ว เก่งแล้ว

 

... ลองคิดดู หากเธอยังว่างอยู่

เชิญเธอลองพิสูจน์ เธอจะรักฉันรับรอง

ก็ตัวฉันเป็นคนตรงๆ ไม่รวนเร

ก็จะไม่เขวไม่มองใครนอกจากเธอ ...

 

... เพราะคิดว่ารักเธอหมดตัว

เธอคงต้องใจอ่อน

ถ้างั้นฉันถามเธอสักครั้ง ...

 

ถ้าหากอีกฝ่ายไม่มีใคร... ก็คิดอยากจะลองดูสักครั้งเหมือนกันนะ

 

... ขยับเข้ามาได้ไหม

ขยับมาใกล้กัน

ขยับความสัมพันธ์

มารักกับฉันนะเธอ ...

 

ขยับความสัมพันธ์... เปลี่ยนจากพี่ปีสามกับน้องปีหนึ่ง มารักกันฉันกับเธอ...







************************************************

หายไปเป็นอาทิตย์ ขอโทษค่าาาาา เดือนสุดท้ายของปีเป็นอะไรที่งานเยอะมากมายค่ะ กว่าจะกลับถึงห้องก็หมดแรงคิดนิยายไม่ออกแล้วเลยไม่ได้มาอัพให้เลย ขอโทษด้วยนะคะ

 

สำหรับตอนนี้มีความแฟนทั้งๆ ที่ไม่ใช่แฟน อะไรคือการที่พี่นั่งมองน้องแล้วยิ้มเอ็นดูแบบนั้นคะ อยากจะบอกพี่ว่าน้องยังกินไม่ได้ เอ๊ย... ต้องบอกว่าน้องไม่ใช่ของกิน กินไม่ได้อย่ามองน้องด้วยสายตาแบบนั้นสิ ดูท่าพี่คิดจะขยับความสัมพันธ์แล้วล่ะ แล้วพี่จะขยับยังไงละเนี่ย... ยังไงก็เป็นกำลังใจให้พี่ให้น้องแล้วก็ให้ฟางด้วยนะคะ ^^

 

ปอลอ. ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกความคิดเห็นนะคะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายของฟางจ้า ขอบคุณนะคะ

 

ปล. เหตุการณ์รับน้อง การเรียนการสอน รวมไปถึงข้อมูลบางส่วนที่ใส่ในนิยาย บางส่วนฟางเอามาจากชีวิตจริงที่ฟางได้เจอมาตอนเรียน บางส่วนฟางแต่งเติมเสริมขึ้นมาเอง และได้รับการอนุญาตจากทาง รศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เผยแพร่แล้วค่ะ

 

เจอคำผิด บอกได้ค่า

 

อ่านแล้วเมนต์หน่อยน้า ไม่งั้นพี่กันต์น้อยใจแย่เลย รักพี่กันต์เมนต์ รักน้องเดียร์เมนต์ รักคนแต่งเมนต์ ไม่รักกันก็เมนต์ค่า

 

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

 

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

 

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 392 ครั้ง

66 ความคิดเห็น

  1. #3069 Ammiee_Ammiee (@Ammiee_Ammiee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 21:06
    พี่หมีเจอลูกอ้อนของน้องเข้าไปเต็มๆ 55555
    #3069
    0
  2. #3055 anglefakefake (@anglefakefake) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 21:34

    ตอนนี้ดีมากก ละมุนละไม~

    #3055
    0
  3. #3049 earnnearn (@earnnearn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:28
    น่าร้ากกก
    #3049
    0
  4. #2913 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:52
    เนื้อเพลงใช่เลยอ่ะ...ไรท์
    #2913
    0
  5. #2795 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 18:50
    น่ารักอะ ทั้งพี่ทั้งน้องเลย
    #2795
    0
  6. #1899 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 16:55
    น้องเดียร์หนูต้องไม่ใช้สเต็ปอะไรกับพี่กันต์เลยลูก แค่เห็นหน้าน้องก็ไม่ไหวแล้วเหรอคะพี่กันต์~~~ ยอมตั้งแต่หน้าประตู 555555555555
    #1899
    0
  7. #1725 bchp (@bchp) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 07:29
    เขินนน ~~
    #1725
    0
  8. #1310 ยัยหัวหยอง (@nopptharat) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 01:19
    <p>ชอบฉากเปิดเพลงอ่ะ ละมุนที่สุด~</p>
    #1310
    0
  9. #822 lovelove (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 23:50
    พี่กันต์จีบน้องเลยยยย



    ปล. ไรท์จ๋า น้องเดียร์ ต้องมี คุณตา คุณปู่คุณย่า ไม่ใช่หรอคะ??? ไม่ใช่ คุณตาคุณยาย คุณปู่

    คุณตา = คุณพ่อของมัมน้ำเหนือ

    คุณปู่คุณย่า = คุณพ่อคุณแม่ของแด๊ดควอตซ์



    ปลล. ไรท์แต่งสนุกมากจ้า เรื่องอื่นด้วย รอตอนต่อค่า
    #822
    0
  10. #818 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 17:59
    ชอบความแฟนที่ไม่ใช่แฟนนี้ค่ะ
    #818
    0
  11. #790 Gammmmmmmmmm (@Gammmmmmmmmm) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 01:30
    เขินนนนนนนน
    #790
    0
  12. #789 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 16:23
    โอ้ยเขินพี่กันต์อยากอยู่ใกล้น้องละสิ
    #789
    0
  13. #788 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 07:25
    ถ้าอยากขยับ ก็ต้องกล้าเสี่ยงหน่อยล่ะนะกัน
    #788
    0
  14. #787 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 17:08
    หมั่นไส้คนอินเลิฟ พ่อคู้ณ~เอ็นดูน้องมากมั้ยล่ะ
    #787
    0
  15. #785 ooy1565 (@ooy1565) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 23:28
    พี่กันต์เริ่มรุกน้องแล้วใช่ไหมแบบเปิดเพลงมี ความหมายน่าดู น้องเดียร์จะเข้าใจไหม
    #785
    0
  16. #784 pimchasri (@pimchasri) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 21:44
    มาแล้ว ติดตามเด้อค่าาา
    #784
    0
  17. #783 AoR_AiR (@aor-9930) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 17:39
    สู้ๆคับ
    #783
    0
  18. #782 jaapinyaa (@jaapinyaa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 16:12
    พี่กันต์น่ารักกกกกกก
    #782
    0
  19. #781 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 10:15
    งื้อออออออ มีความช่วยทำการบ้าน อยากมีโมเม้นแบบนี้บ้างจัง ><
    #781
    0
  20. #780 Sasithorn Sadsang (@sasithorn_bb) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 10:04
    ใกล้กันอีกนิดแล้วค่าา
    #780
    0
  21. #779 94Pu[244] (@0918874584) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 08:29
    แล่วๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #779
    0
  22. #778 FaFa_Fangs (@poppy-fang) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 07:50
    พี่กันต์รุกได้ล้าววววววว เรารออยู่ๆ
    #778
    0
  23. #777 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 07:44
    ค่อยๆรุกคืบแบบช้าๆ
    #777
    0
  24. #775 -BVR- (@o_n-l-y_) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 07:25
    โอ้ยย น่ารักกก ใจบางไปหมดแล้ววว ฮือออ เขินน//-\\
    #775
    0
  25. #774 ppparumpara (@ppparumpara) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 06:59
    สู้ๆๆๆค่ะไรท์
    #774
    0