♡ Faculty of Love . 1 My Dear ; รักของผม ผมจัดเอง ♡ [Boy's Love] ll [สนพ. Bookish House]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 285,989 Views

  • 3,094 Comments

  • 11,681 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,371

    Overall
    285,989

ตอนที่ 20 : บท19 l "อ่อยมา... อ่อยกลับ ไม่โกง"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 804 ครั้ง
    15 ก.ค. 61

Cr. Pic [F.GC]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ







บท19 l อ่อยมา... อ่อยกลับ ไม่โกง

 


FGU CUTE BOY – ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 2 ภาพ

 

เด็กถาปัตย์งานเยอะแค่ไหนเรารู้ดี วันๆ ใช้ชีวิตอยู่กับการตัดโมเดลจนแทบจะได้เสียเป็นผัวเมียกับโมเดลอยู่แล้ว ซึ่งป้าก็มีเพื่อนเป็นเด็กคณะนี้นะก็รู้มาแหละว่าพองานเร่งมากๆ ก็จะชักชวนน้องๆ พี่ๆ ร่วมสายร่วมคณะ ที่สนิทสนมกันมาช่วยกันตัดโมเดล แต่ป้าก็ไม่เค้ย... ไม่เคยเห็นใครถ่ายภาพคนช่วยทำโมเดลแล้วให้ความรู้สึกน่าหมั่นไส้ ปนๆ กับน่าอิจฉาได้แบบนี้มาก่อนเลย

 

ก็รู้นะคะว่าพี่เหนือเดือนน่ะประกาศตัวโจ่งแจ้งว่ากำลังตามจีบน้องเดียร์ แต่จำเป็นต้องอวดขนาดนี้ไหมคะว่าน้องไปช่วยงานน่ะ แล้วอะไรคือการที่พี่กันต์เซลฟี่หน้าตัวเองแล้วเห็นหลังน้องคะ น้องสำคัญมากขนาดทำให้พี่ถ่ายรูปตัวเองเลยใช่ไหม ทั้งๆ ที่ปกติกว่าจะได้เห็นภาพตัวเองด้วยฝีมือพี่กันต์ก็ช่างยากแสนยาก ฮึ่ม! ไม่ได้อิจฉานะคะ พอดีสะกดคำนี้ไม่เป็น

 

#ให้เธอได้กับเขาและจงโชคดี #ใจต้องนักเลงแค่ไหนเหล่าชะนี #สาววายก็ฟินกันไปชะนีก็นกกันไป #กันต์เดียร์ #หนุ่มถา’ปัตย์หล่อบอกต่อด้วย

 

ภาพที่ลงเป็นภาพที่แคปมาจากหน้าเฟซบุ๊กของกันต์ที่ลงรูปเอาไว้ ภาพแรกเป็นภาพหลังของเดียร์ที่กำลังนั่งตัดโมเดลอยู่ ส่วนอีกภาพเป็นภาพถ่ายเซลฟี่ของตัวเอง แต่ไม่ใช่ภาพที่มองกล้องตรงๆ เป็นภาพที่เขาหันไปมองน้องตัวเล็กแล้วยิ้ม พร้อมแคปชั่นขอบคุณที่มาช่วยตัดโมเดล

 

ซึ่งโพสต์นี้ถูกกดไลท์ กดแชร์ และคอมเมนต์เยอะมาก กันต์เองก็เข้าไปอ่านคอมเมนต์บ้างเห็นเพื่อนๆ เข้ามาคอมเมนต์แซวกันเยอะแต่เขาก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป มีทั้งคอมเมนต์ยินดี โอดครวญแต่ก็ไม่มีคอมเมนต์ไหนที่เป็นด้านลบเจ้าตัวเลยปล่อยให้คนคอมเมนต์กันไป

 

กันต์วางโทรศัพท์เอาไว้ที่เดิมก่อนจะหันไปมองข้างๆ แล้วหลุดยิ้มออกมา คนที่มาช่วยงานเขาตั้งแต่เมื่อตอนเย็นนอนหลับสนิทอยู่ข้างๆ เพราะฝืนไม่ไหว ทั้งๆ ที่เขาบอกไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้วว่าให้กลับห้องไปนอนแต่ก็ไม่ยอมไป ดื้อจะอยู่ช่วยให้ได้ เขาก็เลยปล่อยให้ทำไป

 

แต่เมื่อเห็นว่าไม่ไหวแล้วจริงๆ เขาก็ลุกไปหยิบหมอนมาส่งให้อีกคน บอกเอาไว้นั่งกอดจะได้สบายๆ อีกฝ่ายก็รับไป เอาหมอนพาดบนโต๊ะเอาคางเกยหมอนระหว่างใช้กรรไกรตัดแปลนบนกระดาษเอสามให้เขา แล้วดูเหมือนว่าความง่วงจะเอาชนะได้เพราะเจ้าตัวเอาหมอนวางบนพื้นแล้วนอน ไม่นานเลยเจ้าตัวก็หลับไปทั้งๆ ที่ในมือยังถือกระดาษกับกรรไกรอยู่

 

กันต์หยิบของอันตรายอย่างกรรไกรออกจากมือน้องก่อนนึกขำที่อีกฝ่ายยื้อเอาไว้แต่ในที่สุดเขาก็หยิบออกมาได้ เขาไม่คิดที่จะพาน้องตัวเล็กเข้าไปนอนในห้องไม่ใช่เพราะหวง แต่คิดว่าถ้าอีกฝ่ายตื่นมาบนเตียงในห้องของเขาคงจะตกใจมาก เลยเลือกที่จะให้นอนตรงนี้แทน หยิบผ้าห่มมาห่มให้กันหนาว

 

หลังจากนั่งมองน้องจนพอใจแล้วเขาก็เริ่มทำงานต่อ งานยังคืบหน้าไปได้ไม่เท่าไหร่คงเพราะมัวแต่กังวลว่าน้องจะโดนคัตเตอร์บาด ทั้งๆ ที่คิดย้อนไปแล้วก็ตลกตัวเองน้องเองก็เรียนคณะเดียวกับเขา ยังไงก็ต้องใช้คัตเตอร์เป็นอยู่แล้ว แต่คนมันเป็นห่วง... จะให้ทำยังไง

 

กันต์นั่งตัดโมเดลต่อจนเกือบตีสี่ งานคืบหน้าไปเยอะทีเดียวอย่างน้อยตอนนี้แปลนทั้งหมดสามชิบชั้นก็ตัดเสร็จเรียบร้อย เหลือตัดแกนตรงกลางที่จะยึดแต่ละชั้นเอาไว้ด้วยกัน เขาตั้งใจว่าจะไม่ตัดผนังรอบอาคารแต่จะตัดแกนตรงกลางให้ได้สเกลความสูงอาคารตามที่ออกแบบแล้วก็ติดเข้าไปในแต่ละชั้น ผนังรอบๆ ถ้ามีเวลาเหลือเขาจะใช้แผ่นอะคริลิคแบบบางมาติดเพื่อเพิ่มความสวยงามอีกที

 

เขาจัดการเก็บของทุกอย่างให้เรียบร้อย ของมีคมเก็บใส่กล่องเอาไว้ เศษกระดาษก็กวาดๆ กองๆ เอาไว้ก่อน ชิ้นส่วนโมเดลวางเรียงเอาไว้บนโต๊ะ พอแน่ใจว่าเก็บของเรียบร้อยดีเขาจึงเดินไปปิดไฟ ก่อนทิ้งตัวลงนอนอยู่ตรงนั้น ใกล้ๆ กับน้องตัวเล็ก หยิบโทรศัพท์มาตั้งปลุกเอาไว้ตอนแปดโมงเช้า แล้วก็ตั้งตอนเก้าโมงอีกหนึ่งเวลาเผื่อหลับเพลินไม่ยอมตื่น เพราะเขามีเรียนตอนสิบโมง

 

แทบไม่ต้องนอนนับแกะเลยสักตัวเพราะแค่วางโทรศัพท์แล้วหลับตาลงเขาก็หลับไปทันที คงเพราะล้าเต็มทนกับการนั่งตัดโมเดล

 

เสียงนาฬิกาปลุกดังให้คนที่กำลังนอนหลับสบายรู้สึกตัว กันต์ใช้มือควานหาโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงรบกวนเวลานอนของเขาก่อนจะกดปิดแล้วก็เผลอหลับต่อ แล้วตื่นอีกทีตอนที่นาฬิกาปลุกดังอีกรอบหลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ใช้เวลาในการเรียกสติตัวเองอีกเกือบสิบนาทีคนที่งัวเงียอยู่ถึงได้ลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกที่ทำหลังจากลืมตาคือหันไปมองข้างๆ บริเวณที่น้องตัวเล็กนอนหลับ

 

ที่ตรงนั้นไม่มีใครนอนอยู่แล้ว แถมหมอนและผ้าห่มก็ถูกพับเก็บเอาไว้เรียบร้อย อีกฝ่ายคงตื่นก่อนเขาแล้วก็กลับห้องไปแล้ว กันต์เองก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ที่ตื่นมาแล้วจะไม่เจอน้อง นั่งนิ่งๆ ต่ออีกแป๊บเพื่อให้ตื่นเต็มที่แล้วจึงลุกเดินเข้าไปล้างหน้า อาบน้ำ เตรียมตัวไปเรียนตอนสิบโมง

 

เดินผ่านกองกระดาษและชิ้นส่วนโมเดลไปทางครัว สีหน้าฉายแววประหลาดใจเมื่อเห็นหม้อวางอยู่บนเตาไฟฟ้า เพราะเขาจำได้ว่ายังไม่ได้หยิบหม้อขึ้นมาเลยตั้งแต่เมื่อวาน เดินไปเปิดดูก็ยิ่งแปลกใจเมื่อเห็นข้าวต้มอยู่ในหม้อ กำลังส่งกลิ่นหอมกระตุ้นความอยากอาหาร

 

ข้างๆ กันมีถ้วยพร้อมช้อนวางเอาไว้ แม้จะยังงงๆ แต่ก็หยิบมาเพื่อจะตักข้าวต้มในหม้อใส่ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นกระดาษอยู่ในถ้วยใบนั้น กันต์หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านก่อนจะยิ้มออกมา เขาวางถ้วยลงแล้วหมุนตัวกลับไปที่หน้าโซฟาเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือ เดินกลับไปที่ครัวอีกรอบก่อนจะถ่ายรูปข้าวต้มหอมๆ ในหม้อ มือข้างซ้ายถือกระดาษแผ่นเล็กๆ ข้างขวาถือโทรศัพท์ ขยับไปมาเมื่อหามุมที่ถูกใจ ที่จะเห็นทั้งกระดาษในมือ และข้าวต้มในหม้อ ถ่ายรูปจนพอใจแล้วถึงได้จัดการกับข้าวต้ม

 

เช้านี้ดูเหมือนจะสดใสสำหรับเขาทั้งๆ ที่นอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมงแต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไร มันเริ่มสดใสตั้งแต่ตอนเห็นกระดาษในถ้วยนั่นแหละ เป็นข้อความไม่กี่บรรทัด แต่ก็ทำให้ยิ้มได้ และคิดว่าวันนี้ทั้งวันเขาคงจะยิ้มไม่หุบแน่นอน

 

แต่จะให้ทำไงได้... ก็น้องตัวเล็กเล่นน่ารักเสียขนาดนี้...

 

ผมเห็นพี่ยังไม่ตื่นก็เลยไม่อยากปลุก ไม่รู้เมื่อคืนพี่นอนตอนไหนแต่คงดึกกว่าผม

ผมถือวิสาสะใช้ครัวโดยไม่ได้ขอ แต่ก็ทำให้พี่นะ เพราะงั้นห้ามว่ากันด้วย

กินให้อร่อยนะครับ

.... :D_Dear …

 

แล้วจะไม่ให้รักได้ไงไหว?...

 

ดูเหมือนว่ากันต์จะอารมณ์ดีมากแม้แต่เพื่อนๆ ยังรับรู้เพราะทันทีที่เขาเดินไปหาเพื่อนในกลุ่มที่นั่งกินมื้อเข้ากันอยู่ที่โรงอาหาร ทุกคนก็มองมาที่เขาตาขวาง

 

“อารมณ์ดีอะไรของมึงแต่เช้า ยิ้มหน้าบานยิ่งกว่าจานข้าว” เสียงของไข่เจียวทักเป็นคนแรกเมื่อเห็นเพื่อนเดินยิ้มเข้ามา

 

กันต์ไม่ได้ตอบแต่ส่งเสียงหัวเราะในลำคอเพื่อยืนยันว่าตัวเองอารมณ์ดีจริงๆ แต่การกระทำนั้นยิ่งทำให้เพื่อนๆ รู้สึกหมั่นไส้มากกว่าเดิมเสียอีก

 

นี่มึงเพี้ยนถูกไหม

 

หึหึหึ

 

อ้าว! ไอ้ห่านี้ ไม่ตอบแล้วยังเสือกหัวเราะอีก” ป่าไม้เริ่มหัวร้อนกับความอารมณ์ดีของเพื่อน

 

“กูอารมณ์ดีก็เรื่องของกูน่า กินๆ เข้าไปเดี๋ยวก็ขึ้นเรียนไม่ทันหรอกมึง” กันต์บอกปัด ไล่เพื่อนให้ตั้งใจกินข้าวไปแทน เพราะถ้ามันยังอยากรู้เรื่องของเขาอยู่แบบนี้คงไม่ทันเข้าเรียนแน่นอน

 

“งานเสร็จแล้วหรือยังไง ถึงได้อารมณ์ดีแบบนี้” ใยไหมถาม วันนี้สองสาวแต่งหน้าแบบจัดเต็มมาก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมื่อคืนคงไม่ได้นอน เลยต้องแต่งหน้ามาเพื่อปกปิด

 

“เปล่าหรอก ยังไม่เสร็จ เหลืออีกเยอะเลย” กันต์ส่ายหน้าก่อนจะตอบ

 

“อย่ามาโกหกกันนะกันต์” ใบบัวหรี่ตามอง “แน่ใจนะว่างานยังไม่เสร็จน่ะ”

 

พอได้ยินเพื่อนถามแบบนั้นก็พยักหน้ายืนยันไปอีกรอบ “ยังไม่เสร็จจริงๆ ตัดได้แค่แปลนเอง”

 

“แล้วมันมีอะไรให้อารมณ์ดีวะ” ไข่เจียวว่า คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกติดกัน

 

“เขามีผู้ช่วยดี กำลังใจ” ดิวที่นั่งฟังอยู่นานพูดขึ้น เรียกสายตาของทุกคนให้หันไปมอง “กูเห็นในเฟซ มันลงรูปน้องเดียร์ไปช่วยงาน มันเลยอารมณ์ดีละมั้ง ใช่ไหมมึง”

 

คราวนี้กันต์พยักหน้ารับ พร้อมกับยิ้ม แบบที่ไข่เจียวกับป่าไม้เห็นแล้วก็ยิ่งหมั่นไส้ อยากจะเอาจานข้าวปาใส่หน้าแต่ก็เสียดายของกิน เลยหยิบเอาเศษกระดาษมาปั้นเป็นลูกแล้วปาใส่แทน งานก็เยอะจนหัวหมุนอยู่แล้ว ยังมีไอ้เพื่อนตัวดีมาลอยหน้าลอยตายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อารมณ์ดีเพราะมีความรักอีกก็ยิ่งหมั่นไส้มากกว่าเดิม

 

“เหอะ ถึงว่าล่ะ อารมณ์ดีเหลือเกิน งานไม่เสร็จก็อารมณ์ดี ไม่ได้นอนก็อารมณ์ดี”

 

“กูนอนว่ะ แถมยังข้างๆ น้องด้วย ตื่นมาก็ได้กินข้าวฝีมือน้อง” ไม่อยากจะอวดหรอกนะ แต่ก็อยากแกล้งเพื่อนเล่นเหมือนกัน

 

แต่ละคนแสดงสีหน้าต่างกันไป ใบบัวกับใยไหมทำหน้าเหมือนจะกลั้นฟินที่ได้ยินคำบอกเล่าของเพื่อน ดิวทำตาโตก่อนจะหัวเราะออกมาเมื่อเข้าใจเจตนารมณ์ของเพื่อนสมัยเด็ก ส่วนไข่เจียวกับป่าไม้ก็ทำตาโตไม่ต่างกันแต่หลังจากนั้นก็โวยวายพร้อมกับปั้นกระดาษปาใส่เพื่อนอย่างคนหมั่นไส้เต็มกำลัง

 

“ไอ้สัส! มึงมันน่าหมั่นไส้!

 

“ไอ้เชี่ยกันต์!!

 

“มึง...” กันต์เรียกเพื่อนทั้งสองคนเบาๆ “อิจฉา พูดแบบนี้ว่ะ” ได้แต่ยักคิ้วให้เพื่อกวนประสาท

 

“ไอ้สัส!!!

 

“หึหึหึ ไปมึง... ขึ้นเรียนได้แล้วเดี๋ยวก็เข้าสายอาจารย์ปิดห้องนะโว้ย” พูดจบก็ชิงลุกหนีเพื่อนตัวเองทันที ไม่สนใจเสียงตะโกนด่าไล่หลังตามมา

 

 

 

 

 

“แต่ละกลุ่มก็ลองโหวตกันดูนะว่าจะเอาผลงานของใครมาตัดโมเดลพรีเซนต์ รวมไปถึงทำวีดิโอแล้วก็เพลทด้วยนะ” เสียงของอาจารย์ประจำวิชาพูดขึ้น “ไม่อย่างนั้นก็ลองปรึกษาอาจารย์ประจำกลุ่มก็ได้ เดี๋ยวอธิบายการส่งงานแล้วก็แยกย้ายพบอาจารย์ที่ปรึกษานะ”

 

“ส่วนงานที่จะต้องส่งในวันพรีเซนต์ก็มีโมเดล อาจารย์ไม่กำหนดสเกล แต่ก็อย่าทำมาเล็กเกินไปแล้วกันนะ วีดิโอพรีเซนต์จากงานสามมิติ เพลทพรีเซนต์ ที่แสดงถึงแนวความคิด แปลน รูปด้านต่างๆ”

 

เดียร์โน้ตคำพูดของอาจารย์ใส่สมุด นึกตามแล้วก็ได้แต่เบ้หน้าเพราะรู้สึกว่ามันเยอะไม่ใช่เล่น ฟังอาจารย์พูดต่ออีกหน่อย อาจารย์ก็ปล่อยให้แยกย้ายไปพบกับอาจารย์ที่ปรึกษา พวกเขาทั้งสามคนเดินไปรวมกับเพื่อนในกลุ่มเดียวกันเพื่อจะได้ไปหาอาจารย์พร้อมกัน

 

ในกลุ่มของเดียร์มีทั้งหมดเจ็ดคน ทุกคนสนิทสนมกันหมดแต่แค่เวลาไปไหนมาไหนจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ มากกว่า แต่เวลามีงานกลุ่มพวกเขาก็มักจะรวมกลุ่มด้วยกันเสมอ ระหว่างที่เดินไปยังห้องที่อาจารย์นัดพวกเขาต้องเดินผ่านห้องเรียนของรุ่นพี่ปีสาม เดียร์อดไม่ได้ที่จะมองเข้าไปในห้องผ่านช่องกระจกตรงประตู แล้วก็ต้องหลุมขำเพราะเห็นรุ่นพี่นั่งหลับกันไปเกือบครึ่ง แน่นอนว่ารวมถึงใครบางคนที่เขาทำข้าวต้มทิ้งไว้ให้เมื่อเช้าด้วย

 

เมื่อเช้าเดียร์ตื่นตั้งแต่ประมาณหกโมงกว่าๆ ใช้เวลาตั้งสติอยู่เกือบนาทีถึงนึกได้ว่าเขาเผลอหลับไปตอนช่วยกันต์ตัดโมเดล พอหันมองรอบๆ ก็เจอกับเจ้าของห้องนอนหลับสนิทอยู่ใกล้ๆ อีกฝ่ายนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มโผล่ออกมาแค่ครึ่งหน้าเท่านั้น ท่านอนเหมือนกับเด็กๆ จนคนเห็นยิ้มขำแอบถ่ายรูปมาตั้งหลายรูป ตั้งใจว่าจะเอาไปแซวเสียหน่อย หลังจากนั้นก็ถือวิสาสะเดินสำรวจในครัวเห็นว่ามีของพอจะทำข้าวต้มได้เขาก็เลยทำข้าวต้มทิ้งเอาไว้ให้ก่อนจะออกจากห้องมา ตอนก่อนจะออกจากห้องเขายังแกล้งไปบีบจมูกคนหลับอยู่เลย อีกฝ่ายแค่หันหน้าหนีซุกลงกับหมอนแถมยังส่งเสียงรำคาญออกมาอีก

 

นึกแล้วก็ขำ...

 

“ขำอะไรวะ” ทัชหันมามองเพื่อนตัวเล็ก

 

“พวกรุ่นพี่ นั่งหลับกันครึ่งห้อง” เดียร์เลิกคิ้ว นึกหาคำตอบที่เพื่อนถามเขาเลยชี้นิ้วไปทางห้องที่พวกรุ่นพี่นั่งเรียนกันอยู่ รอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิดเพราะจริงๆ แล้วเขาไม่ได้ขำที่รุ่นพี่นั่งหลับ แต่ขำกันต์เมื่อเช้ามากกว่า

 

พอเดินผ่านประตูหน้าห้องทัชกับหินผาก็มองเข้าไปบ้างแล้วก็พยักหน้ารับ “คงทำงานจนไม่ได้นอนละมั้ง เมื่อคืนกูก็ไปช่วยพี่ป่ามา ตอนเช้ากูกลับมาที่ห้องตัวเองตอนหกโมงพี่มันเพิ่งจะเดินไปนอนเอง”

 

“อีกหน่อยพวกเราก็จะเป็นแบบนั้นใช่ไหมวะ” ทัชถาม

 

“ก็คงงั้นแหละมึง”

 

อาจารย์ประจำกลุ่มนั่งรออยู่แล้วตอนที่พวกเขาเดินไปถึงห้องเรียน ทุกคนเลยรีบเดินไปหาที่นั่งกันจนเรียบร้อย ห้องนี้เป็นเหมือนห้องประชุมขนาดเล็ก มีโต๊ะยาวสองตัวตั้งอยู่กลางห้อง พอสำหรับคนประมาณสิบคน ที่ผนั่งด้านหนึ่งเป็นจอโปรเจคเตอร์ เป็นห้องเอาไว้สำหรับให้นักศึกษามาตรวจแบบกับอาจารย์ ซึ่งในคณะของพวกเขามีห้องแบบนี้เยอะกว่าห้องเรียนรวมเสียอีก

 

“ว่าไงพวกเรา งานเสร็จกันหมดแล้วใช่ไหม” อาจารย์ถามหลังจากที่ทุกคนได้ที่นั่งกันแล้วเรียบร้อย “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวออกมาพรีเซนต์ทีละคนแล้วกัน จะได้ช่วยกันเลือกผลงานที่จะเอามาทำไฟนอล”

 

พอได้ยินแบบนั้นแต่ละคนก็มองหน้ากันเหมือนจะหาตัวแทนออกไปเสี่ยงคนแรก กลายเป็นหินผาที่โดนเพื่อนๆ เสนอชื่อให้ออกไปพรีเซนต์ เจ้าตัวส่ายหน้าเบาๆ อย่างขบขันกับการเลี่ยงการนำเสนอคนแรกของเพื่อนในกลุ่ม สุดท้ายเจ้าตัวก็ยินยอมออกไปคนแรก

 

ใช้เวลาไม่นานก็พรีเซนต์งานเสร็จ อาจารย์ทำเพียงแค่รับฟังไม่ได้คอมเมนต์ ต่อว่าหรืออะไร คนอื่นๆ เลยใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะเคยได้ยินรุ่นพี่บอกว่าเวลาพรีเซนต์งานอาจารย์จะโหดมาก ถามจี้จนหาทางตอบคำถามไม่ได้ เคยมีรุ่นพี่ร้องไห้เพราะโดนอาจารย์ต่อว่าด้วย พวกปีหนึ่งเลยกลัวกันไปล่วงหน้า

 

แต่พอเห็นว่าเพื่อนไม่ได้โดนต่อว่าอะไรก็เริ่มกล้ากันมากขึ้น ทุกคนทยอยออกไปพรีเซนต์ทีละคนจนครบทั้งกลุ่ม ตลอดการพรีเซนต์อาจารย์ก็ทำเพียงแค่รับฟัง จดโน้ตลงสมุดแล้วก็พยักหน้าให้แค่นั้น

 

“โอเค! ดีมากทุกคน” อาจารย์พูดหลังจากที่ทุกคนพรีเซนต์เสร็จแล้ว “ได้ฟังเพื่อนๆ พรีเซนต์กันแล้วด้วยเนอะ แต่ละคนเขียนชื่อของเพื่อนที่คิดว่าทำงานออมาได้ดีที่สุดมาคนละชื่อ เอาตามความจริง ไม่ต้องเกรงใจกัน”

 

อาจารย์ส่งกระดาษแผ่นเล็กให้กับทุกคนเอาไปเขียนชื่อของเพื่อนในกลุ่มเพื่อโหวตหาผลงานที่ดีที่สุด ทุกคนมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะเขียนชื่อลงไป พับแล้วส่งคืนให้อาจารย์ประจำกลุ่ม

 

“ได้คนที่เพื่อนๆ โหวตมาแล้ว ซึ่งอาจารย์ก็เห็นด้วยนะกับผลโหวตนี้” อาจารย์พูดขึ้นหลังจากนับจำนวนโหวตแล้วเรียบร้อย “งานที่เพื่อนๆ ในกลุ่มโหวตให้มากที่สุดคือของคุณ... หินผา เพราะฉะนั้นไฟนอลนี้กลุ่มนี้จะต้องตัดโมเดล ทำพรีเซนต์ จัดเพลท ทำวีดิโอจากงานของหินผานะ”

 

“แต่ถ้าหากคุยกันแล้ว มีใครอยากจะเสนอให้เพิ่มหรือลดอะไรในงานของหินผาก็ได้ ลองปรึกษากันดูเพื่อที่จะได้ทำงานนี้ออกมาให้ดีที่สุด เท่ากับว่าไฟนอลออกมาอาจจะไม่เหมือนกับวันนี้ที่พรีเซนต์ก็ได้ แต่ถ้าหากมีปรับอะไรก็เอามาให้อาจารย์ช่วยดูได้ตลอดนะ”

 

“มีเวลาเหลือก่อนหมดชั่วโมง ทุกคนก็ลองปรึกษากันดูแล้วกัน อาจารย์จะไม่อยู่ฟังด้วยจะได้กล้าพูดกัน” อาจารย์พูดก่อนจะเก็บของเพื่อออกจากห้องแล้วปล่อยให้พวกเขาปรึกษากันเอาเอง

 

“อ่า... ถ้าอย่างนั้นก็คือ... กลุ่มเราเอางานของหินมาทำไฟนอลนะ มีใครอยากจะเสนออะไรเพิ่มเติมไหม” เจที่เป็นหัวหน้าชั้นปีหนึ่งพูดหลังจากที่อาจารย์เดินออกจากห้องไปแล้ว

 

“เราชอบไอเดียของมิ้นท์นะ ตรงทางเดินผนังอ่ะ ที่เจาะเป็นช่องๆ ให้แสงผ่าน” เดียร์ยกมือขึ้นพูด “แล้วก็คล้ายๆ กับของหินที่มีทางเดินเหมือนกัน เราเอาผนังของมิ้นท์มาใส่ด้วยดีไหม”

 

“ก็ดีนะ จริงๆ เราเองก็ชอบงานของมิ้นท์เหมือนกัน” หินผาพยักหน้ารับ เมื่อเริ่มมีคนเห็นด้วยคนอื่นๆ ก็พยักหน้าตาม

 

พวกเขาเลยจัดการเปิดโน้ตบุ๊คเพื่อเปิดงานของหินผาแล้วก็มิ้นท์เทียบกัน ผสมงานทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกัน หัวข้องานนี้คือ Path of peace หรือก็คือเส้นทางแห่งความสงบ ก็ขึ้นอยู่กับนักศึกษาแต่ละคนจะไปตีโจทย์ออกมาว่าจะเป็นแบบไหน งานนี้ไม่ได้เน้นการออกแบบบ้านหรืออาคารแต่เป็นการเน้นจัดสรรพื้นที่มากกว่า ไม่มีถูกหรือผิด ไม่มีคำว่าสร้างได้หรือไม่ได้ แต่มันคือการให้นักศึกษาได้เปิดจินตนาการ ว่าเราจะสร้างเส้นทางไปสู่ความสงบได้อย่างไร

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ประมาณนี้แล้วกันนะ หินมึงก็ลองไปจัดการต่อดู แล้วเดี๋ยวคราวหน้าเอามาให้อาจารย์ดูอีกที” เจพูดหลังจากที่พวกเขาช่วยกันดู ช่วยกันแก้มาร่วมชั่วโมง

 

หินผาพยักหน้ารับ “ได้ ตามนั้น”

 

เมื่อตกลงกันเรียบร้อยพวกเขาก็แยกย้ายกัน เดียร์ ทัชและหินผาตรงไปยังโรงอาหารทันทีเพราะตอนบ่ายเขามีเรียนวิชานอกอีกหนึ่งวิชา ห้องที่รุ่นพี่ปีสามใช้เรียนก่อนหน้านี้ว่างแล้ว คาดว่าคงเลิกเรียนไปแล้ว เดียร์เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดข้อความส่งหาใครอีกคนเพื่อแซวเล่น

 

:D_Dear

ตอนเช้าก็นอนไม่ยอมตื่น ตอนเรียนก็ยังมาหลับในห้องอีก

 

ยังไม่ทันที่เดียร์จะได้เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า โทรศัพท์ในมือก็สั่นพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนดัง อีกฝ่ายตอบกลับมาแล้ว

 

KAN

แอบดูกันเหรอ

 

:D_Dear

ไม่เห็นต้องแอบเลย มองเข้าไปก็เห็นพี่แล้ว

 

KAN

อ่า... แสดงว่าพี่อยู่ในสายตาเราสินะ

แค่มองเข้ามาก็เห็นเลย

 

เดียร์ชะงักไปเมื่ออ่านข้อความที่อีกฝ่ายส่งมา อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าแก้มตัวเองมันร้อนๆ อย่างไรก็ไม่รู้

 

“มึงเป็นอะไร” เดียร์เงยหน้ามอง เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามว่าที่ทัชพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร “หน้ามึงแดงมาก ไม่สบาย ป่วยเหรอวะ”

 

“ป เปล่า... ไม่ได้เป็นอะไร” เดียร์บอกปัด แต่เพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังพร้อมหน้าจอที่สว่างขึ้นทำให้ทัชที่เดินมายืนข้างๆ สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

 

เพื่อนตัวดีส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ ก่อนจะพยักหน้า “โอเค เข้าใจแล้วๆ เชิญมึงเดินคุยกับพี่เขาตามสบาย แต่อย่าหลงพี่เขาจนเดินหลงทางนะโว้ย ไปๆ ไอ้หิน ปล่อยคนมีความรักเขาอยู่ในโลกส่วนตัวไป เรามันคนไร้รัก ไปหาอะไรกินดีกว่า”

 

แล้วเจ้าตัวก็เดินไปกอดคอหินผาแล้วพากันเดินนำไปทันที ปล่อยให้เดียร์เดินหน้าแดงตามหลัง...






* * * ต่อค่ะ 100% * * *






“วันนี้คิดยังไงถึงลุกขึ้นมาทำอาหารเอง” เสียงของพี่ชายฝาแฝดดังขึ้นในตอนเย็นขณะที่เดียร์กำลังลงมือทำอาหารเย็นเอง

 

เดียร์ทำอาหารได้ ทั้งคาวและหวานแต่เจ้าตัวไม่ชอบทำเพราะขี้เกียจเก็บล้าง เลยซื้อกินเป็นส่วนใหญ่ บางวันก็แวะเวียนไปที่ห้องพี่ชายเพื่ออ้อนให้พี่ชายทำอะไรให้กิน แต่วันนี้มาแปลกที่อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาทำอาหารเอง

 

“ก็เราอยากทำเองบ้าง... เดี๋ยวลืมวิชาหมด” คนทำตัวแปลกว่าอย่างนั้น “กินด้วยกันไหม”

 

“ไม่อ่ะ เพราะรู้ว่าไม่ได้ทำให้เรากิน” อีกฝ่ายตอบนิ่งๆ หยิบโทรศัพท์มากดเล่น “สรุปคบกับพี่เขาแล้วเหรอ”

 

“เฮ้ย! ยังไม่ได้คบสักหน่อย” เดียร์หันมาร้องเสียงดัง

 

“แต่ชอบพี่เขาใช่ไหม” ฮาร์ทเหลือบตามองน้องชายฝาแฝดที่นิ่งไปกับคำถามของเขา ฮาร์ทไม่ได้ละสายตาไปไหน มองคนที่ยืนหันหลังให้เขาสักพักเดียร์ก็ก้มหน้าลง

 

“ก็... รู้สึกดีนั่นแหละ ดีกว่าคนอื่นที่เคยรู้สึกมา” เดียร์ตอบ แม้เขาจะไม่เคยคบใครจนถึงขั้นเรียกว่าแฟน แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีคนที่รู้สึกหวั่นไหว เขาเองก็เคยคุยๆ กับคนนู้นคนนี้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยมีใครที่เขารู้สึกด้วยแบบนี้

 

“แล้วจะเอายังไงต่อ ถ้าพี่เขาขอคบจะคบกับเขาหรือเปล่า”

 

“ก็... ไม่รู้เหมือนกัน เอาไว้ถึงเวลานั้นก่อนค่อยตัดสินใจอีกที เราเองก็อยากจะให้แน่ใจในความรู้สึกของตัวเองก่อน” เดียร์ตอบ พร้อมกับตักข้าวผัดใส่กล่องทัพเพอร์แวร์ “อีกอย่าง... เราว่าสถานะตอนนี้มันก็ยังโอเคอยู่”

 

“อือ...”

 

“ถ้าสมมติว่าเราคบกับพี่เขาจริงๆ นายโอเคหรือเปล่า” เดียร์ถามพี่ชายฝาแฝด

 

ฮาร์ทมองหน้าน้องชาย “ถ้ามั่นใจ เราก็ไม่ว่าอะไร อีกอย่างมันก็เป็นการตัดสินใจของนายเองไม่ใช่ของเรา”

 

“เรารู้ว่านายเคารพการตัดสินใจของเรา ขอบคุณนะ”

 

ฮาร์ทไหวไหล่ก่อนจะลุกขึ้น พยักหน้ารับกับคำถามของเดียร์ที่ถามว่าเขาจะกลับห้องแล้วหรือ “เดี๋ยวนายก็จะไปหาพี่เขาแล้วนี่ เรากลับห้องเลยดีกว่า”

 

เดียร์ย่นจมูกใส่พี่ชายที่เดินออกจากห้องไปแล้ว ก่อนจะกลับมาสนใจอาหารตรงหน้าต่อ เขาจัดการตักต้มยำกับไก่ทอดใส่กล่องทัพเพอร์แวร์ รวมไปถึงของหวานอย่างเจลลี่ด้วย ก่อนจะเอากล่องทั้งหมดใส่กระเป๋า ก่อนจะหิ้วออกจากห้องแล้วเดินไปห้องข้างๆ กัน

 

กดกริ่งเรียบร้อยแล้วก็ยืนรออยู่หน้าประตู ยืนรออยู่ไม่นานประตูก็เปิดออกพร้อมกับเจ้าของห้องที่โผล่หน้าออกมา อีกฝ่ายดูแปลกใจไม่น้อยที่เห็นเดียร์ยืนอยู่หน้าประตูแบบนี้ แต่ก็ยอมเปิดประตูออกกว้างเผื่อให้อีกฝ่ายเดินเข้ามา

 

“มีอะไรหรือเปล่า” กันต์ถามพลางมองแขกที่เดินไปตรงครัว

 

“พี่กินอะไรหรือยัง” เดียร์ไม่ตอบคำถามของกันต์ แต่ถามคำถามกลับมาแทน ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่ายหน้าแทนคำตอบ “ผมทำข้าวผัดแล้วก็กับข้าวมาอีกสองอย่าง... กินก่อนไหมครับ แต่ไม่ใช่ข้าวผัดคุณหมีเหมือนที่พี่ทำนะ”

 

“เราทำมาให้พี่เหรอ”

 

“ครับ พี่กินได้ไหม”

 

กันต์ยิ้ม “ได้อยู่แล้วสิ มา... เดี๋ยวพี่เอาใส่จานให้” แย่งกล่องทัพเพอร์แวร์มาจากน้องตัวเล็กแล้วจัดการเอาอาหารใส่จานจนเรียบร้อย เขาแบ่งข้าวผัดที่น้องทำใส่จานสองใบ ก่อนจะเทต้มยำกับไก่ทอดใส่ถ้วย

 

“งานพี่เหลืออีกเยอะไหม”

 

“โมเดลก็เหลือไม่เยอะแล้วล่ะ จะมาช่วยพี่ทำอีกหรือไง” กันต์ถาม พร้อมกับตักไก่ทอดใส่จานน้องตัวเล็ก

 

“ขอบคุณครับ... ผมช่วยอีกได้ไหมอ่ะ”

 

“ได้สิ ถ้าอยากช่วยก็ช่วยได้”

 

พอได้ยินแบบนั้นเดียร์ก็ยิ้มกว้างให้ พวกเขาทั้งสองคนจัดการกับอาหารมื้อเย็นจนเรียบร้อย กันต์เอ่ยปากที่จะล้างจานทั้งหมดเองเพราะน้องเป็นคนทำอาหารมาให้แล้ว ตอนนี้เดียร์เลยนั่งตีพุงอยู่ที่โซฟาหน้าโทรทัศน์

 

“พี่จะทำงานต่อเลยไหม” เดียร์ถามเมื่ออีกฝ่ายเดินกลับมาตรงห้องนั่งเล่น

 

กันต์พยักหน้ารับ “ทำเลย เดี๋ยวเสร็จไม่ทัน พี่ยังไม่ได้เช็คพรีเซนต์เลยด้วย”

 

“อย่างนั้นผมช่วยนะ” เดียร์ไถลตัวลงมานั่งข้างๆ พี่ตัวโต “ให้ผมทำอะไรดีครับวันนี้”

 

“อย่างนั้นเราทำแลนด์*1กับเซอร์ราว*2ให้พี่ทีนะ แต่เอาที่ทำไหวนะไม่ต้องเร่ง” กันต์ส่งกระดาษให้กับน้องตัวเล็ก ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าแล้วรับกระดาษไปลงมือตัด “เมื่อเช้าขอบใจมากนะ”

 

“ครับ” เดียร์ทำหน้างง

 

“ข้าวต้มน่ะ อร่อยมาก”

 

เดียร์อมยิ้มแก้มตุ่ย “ครับ ไม่เป็นอะไรครับ ผมเต็มใจทำให้อยู่แล้ว”

 

พูดไปแล้วก็ชักจะเขินเลยก้มหน้าก้มตากรีดกระดาษแทน กันต์ได้แต่ยิ้มมองแก้มขาวที่ขึ้นสีระเรื่อ เขาวางมือบนผมนุ่มอีกฝ่ายสะดุ้งนิดๆ ด้วยความตกใจมีการเหลือบตามามองกัน พอเห็นว่าเขามองอยู่ก็หันหน้ากลับแต่ก็ไม่ได้ขยับหลบหรือปัดมือของเขาออก เขาเลยลูบผมนุ่มเล่นอยู่แบบนั้น

 

“ไม่ทำงานหรือยังไงครับ ลูบผมของผมแบบนี้ไม่ช่วยให้งานพี่เสร็จหรอกนะ” เดียร์พูดโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง

 

“ไม่ช่วยให้งานเสร็จ แต่ช่วยเพิ่มกำลังใจได้นะ” กันต์พูดยิ้มๆ แต่ก็ยอมดึงมือของตัวเองกลับมา

 

“ทำงานไปเลยครับ” เดียร์หยิบกระดาษส่งให้อีกฝ่ายมั่วๆ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทำในส่วนของตัวเอง

 

กันต์ยิ้มขำแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเริ่มลงมือทำงานในส่วนที่ทำค้างเอาไว้อยู่ อาจจะเพราะว่ามีกำลังใจดีมานั่งอยู่ข้างๆ งานเลยคืบหน้าไปได้เยอะในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ปกติแล้วเขาสามารถนั่งทำงานยาวๆ ได้โดยไม่หยุดพัก แต่อาจจะไม่ใช่กับคนข้างๆ เพราะอีกฝ่ายวางมือจากกระดาษแล้ว น้องตัวเล็กทิ้งตัวลงนอนหงายเหยียดยาว คงเมื่อยเต็มทนเพราะนั่งตัดกระดาษมาเป็นชั่วโมงๆ แล้ว

 

เขาเองก็ละมือจากงานที่ทำอยู่แล้วหันมามองน้อง “เหนื่อยเหรอ”

 

“เมื่อยมากกว่าครับ” เดียร์ตอบ เจ้าตัวนอนบิดตัวไปมาเหมือนต้องการคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งกรีดกระดาษมานาน

 

“พักกันก่อนก็ได้ ทำไปได้เยอะแล้วล่ะค่อยทำใหม่ หรือเราจะพอแล้วก็ได้นะ ไม่เป็นอะไร” กันต์จัดการเคลียร์ของบนโต๊ะ เขาแยกชิ้นส่วนที่ใช้ในการประกอบโมเดลกับเศษกระดาษ จะได้ไม่ปนกันแล้วไม่เผลอหยิบอันที่จะใช้ทิ้งไป

 

พอหยุดพักเขาก็เริ่มรู้สึกเมื่อยเหมือนกันจึงนอนลงข้างๆ น้องตัวเล็กบ้าง

 

“ขอพักหน่อยหนึ่ง แล้วจะช่วยต่อนะครับ”

 

“ถ้าไม่ไหวก็ไม่เป็นอะไรนะ” กันต์หันไปมอง ซึ่งน้องเองก็หันมามองเขาอยู่เหมือนกัน

 

แต่ละคนชะงักไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมองตัวเองอยู่ กันต์มองใบหน้าของคนที่ชอบก่อนจะยิ้มออกมา เขาไม่รู้ตัวเหมือนกันว่ายื่นมือออกมาตอนไหน สัมผัสแก้มขาวๆ ของเดียร์ตอนไหน รู้แค่ว่าแก้มนั้นมันนุ่มมาก แล้วมันก็ค่อยๆ ร้อนขึ้นพร้อมกับการขึ้นสีระเรื่อที่แก้มขาว

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกสติของพวกเขา กันต์ชะงักไปในขณะที่เดียร์สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใบหน้าของพี่ตัวโตอยู่ใกล้แค่ไหน เมื่อครู่ยังนอนอยู่ตรงนู้นอยู่เลย ทำไมตอนนี้ใบหน้าของอีกฝ่ายถึงได้ใกล้ขนาดนี้ ใกล้ชนิดที่ว่ารับรู้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายเลย

 

กันต์เองก็ตกใจไม่น้อยหลังจากที่สติกลับคืนมาแล้ว เขามองสำรวจใบหน้าขาวๆ ที่ขึ้นสีระเรื่อก่อนจะถอยออกมา ไม่รู้ตัวเลยจริงๆ ว่าขยับเข้าไปหาน้องตัวเล็กตอนไหน แล้วใบหน้ายื่นไปใกล้น้องขนาดนั้นได้อย่างไร แต่ถ้าหากเสียงโทรศัพท์ไม่ดังขึ้นเสียก่อน เขามั่นใจว่าปลายจมูกของเขาคงกดลงที่แก้มป่องๆ นั้นแน่นอน เพราะแค่นี้ก็ยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ติดปลายจมูกเขามาด้วยเลย

 

“เอ่อ... พี่ไม่ได้ตั้งใจนะ” กันต์พูดเขาเบนสายตากลับ มองฝ้าเพดานห้องตัวเองอย่างไม่รู้จะวางสายตาเอาไว้ตรงไหน

 

“ไม่เป็นอะไรครับ...” เดียร์ตอบกลับเสียงเบา ดวงตากลมโตหลุกหลิกไปมา พยายามที่จะทำเหมือนกับว่าเมื่อสักครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น แต่ความร้อนวูบวาบที่ข้างแก้มกับหัวใจที่เต้นระรัวมันแย้งบอกว่าเมื่อครู่เกือบจะมีอะไรเกิดขึ้นแล้ว

 

เขาไม่ได้ปล่อยตัว... เพียงแค่ไม่ทันระวังตัวเท่านั้นเอง

 

“เอ่อ... พี่ว่าจะลงไปซื้อน้ำเต้าหู้หน่อย เอาไหมเดี๋ยวซื้อมาให้” กันต์ยันตัวเองลุกขึ้น เขาคิดว่าตอนนี้ควรจะออกห่างจากน้องสักหน่อยเพื่อปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่ขึ้น

 

“ค ครับ เอาครับ” เดียร์ไม่เคยปฏิเสธของกิน แม้จะยังไม่มองหน้าคนถาม

 

“อย่างนั้นก็นอนเล่น ดูโทรทัศน์ฟังเพลงอะไรไปก่อนแล้วกันนะ ยังไม่ต้องรีบทำงานก็ได้ ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวพี่ขึ้นมา” พูดจบก็คว้าเอาโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ คีย์การ์ดมาถือแล้วเดินดุ่มๆ ออกจากห้องไปทันที

 

พอประตูห้องปิดลง เดียร์ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ยกมือขึ้นแตะอกข้างซ้ายของตัวเอง หัวใจยังเต้นแรงอยู่เลย แต่ไม่นานมันก็สงบลงคงเพราะคนที่ทำให้หัวใจเขาทำงานหนักแบบนี้ไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว

 

“อ้าก...” เดียร์คว้าหมอนอิงที่วางอยู่บนโซฟาลงมา เขาซุกหน้าลงกับหมอนก่อนจะร้องออกมา ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนอนหนุนหมอนใบนั้นแทน

 

เดียร์ได้แต่นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเปิดเพลงฟังเพื่อไม่ให้ภายในห้องเงียบจนเกินไป

 

 

 

 

 

ส่วนคนที่เกือบจะไปหอมแก้มคนอื่นเขาก็ได้แต่เดินถอนหายใจเฮือกๆ เขาทำสีหน้าประหลาดอย่างไม่รู้จะรู้สึกอย่างไรดีระหว่างต่อว่าตัวเองที่ไม่ระวังตัวจนเผลอเกือบจะไปหอมแก้มน้องตัวเล็กแล้ว หรือก่นด่าตัวเองที่ไม่ยอมห้องแก้มน้อง

 

“ไม่ได้สิ... จะมาเสียดายที่ไม่ได้หอมแก้มน้องได้ยังไง ยังไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”

 

“แต่น้องก็ไม่ได้ขัดขืนหรือทำหน้าตารังเกียจ...”

 

“โว๊ะ... ไม่ได้ก็คือไม่ได้ไง ต้องไม่ชิงสุกก่อนห่าม ต้องไม่ทำอะไรน้องก่อนจะคบกันสิ”

 

ความคิดของตัวเองตีกันให้วุ่นไปหมดจนกันต์ชักจะปวดหัว เขายกมือขึ้นยีผมตัวเองอย่างหงุดหงิดกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ตบตีถกเถียงกันอยู่ในความคิด สุดท้ายก็ต้องพยายามสะบัดความคิดพวกนั้นทิ้งไปแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านขายน้ำเต้าหู้แทน

 

“เอาน้ำเต้าหู้ใส่เครื่องสี่ถุงครับ” กันต์สั่งออกไป ตั้งใจจะซื้อให้ตัวเองสองถุง แช่เอาไว้เผื่อกินพรุ่งนี้ แล้วก็ของน้องสองถุง

 

หยิบถุงพลาสติกมาถือก่อนจะคีบปาท่องโก๋ทอดกับซาลาเปาทอดใส่ถุงเอาไว้ไปกินคู่กับน้ำเต้าหู้ จ่ายเงินเรียบร้อยก็เดินถือถุงของกินกลับไปที่คอนโด พอเจออากาศเย็นๆ ในตอนหัวค่ำแบบนี้ก็ทำให้หัวของเขาโล่งขึ้นแล้วก็อารมณ์เย็นลง เขาถอนหายใจออกมาไม่รู้กี่รอบ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด

 

การอยู่ใกล้ๆ น้องตัวเล็กนี่อันตรายจริงๆ อันตรายต่อความรู้สึก และความผิดชอบชั่วดี แต่เพราะตอนนี้สถานะของเขาทั้งคู่ยังเป็นเพียงแค่รุ่นพี่รุ่นน้อง คนจีบกับคนถูกจีบ เขาจึงไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้ ต่อให้น้องเป็นผู้ชายเหมือนเขา หรือใครจะมองว่าไม่มีอะไรเสียหาย แต่เขาก็อยากให้เกียรติน้อง ไม่อยากทำอะไรที่มันไม่ดีไม่งามโดยที่สถานะความสัมพันธ์ของพวกเขายังไม่ชัดเจนแบบนี้ มันไม่แฟร์กับน้องเลย

 

แต่แล้วอารมณ์ที่มันเย็นลงก็สะดุดเมื่อเปิดประตูห้องเข้ามา น้องตัวเล็กนอนคว่ำเล่นโทรศัพท์อยู่กับพื้น อาจจะเพราะขยับตัวเปลี่ยนท่าไปมาบ่อยครั้ง ทั้งเสื้อทั้งกางเกงมันเลยร่นขึ้นพอเห็นผิวขาวๆ

 

“น้ำเต้าหู้มาแล้ว พี่ซื้อปาท่องโก๋กับซาลาเปามาด้วย จะกินเลยไหม” กันต์ส่งเสียงออกไปในขณะที่หมุนตัวไปทางครัวแทนที่จะตรงมาหาน้อง

 

“กินครับ” คนที่นอนเล่นอยู่เด้งตัวลุกขึ้นทันที ก่อนจะเดินมาหา “ผมช่วยนะ”

 

กันต์เลยจัดการส่งแก้วให้กับน้องเพื่อไปใส่น้ำเต้าหู้ หยิบจานมาใส่ปาท่องโก๋กับซาลาเปาที่ซื้อมา เดินกลับไปนั่งหน้าโทรทัศน์

 

“พี่ซื้อร้านตรงไหนอ่ะ ใช่ร้านข้างๆ คอนโดเรานี่ป่ะ” เดียร์ถามพร้อมกับกัดปาท่องโก๋คำโต

 

“ใช่ ร้านแรกเลย ไม่ได้ไปถึงตรงตลาด พี่ว่าร้านนี้อร่อยกว่า” กันต์ตอบ

 

เดียร์เองก็พยักหน้าเห็นด้วย เขาหยิบปาท่องโก๋ตัวโตขึ้นมาฉีกมันแยกออกจากกันก่อนจะยื่นให้คนที่นั่งดูหนังอยู่ข้างๆ คงจะชอบหนังที่กำลังฉายอยู่มากเพราะเจ้าตัวดูตาแทบไม่กระพริบ มือก็ถือแก้วใส่น้ำเต้าหู้ค้างเอาไว้

 

“อ่ะ... นี่ครับ” เดียร์ยื่นปาท่องโก๋ชิดปาก “เอาแต่ดูหนังน่ะพี่ กินเร็วเดี๋ยวมันเย็นไม่อร่อยนะ อ้าปาก”

 

กันต์หันมามองคนป้อน เดียร์พยักหน้าอีกรอบเพื่อบอกให้เขาเปิดปาก เขาเลยยอมอ้าปากรับปาท่องโก๋ที่น้องป้อนแต่โดยดี แล้วน้องตัวเล็กก็ช่างใจดีคอยป้อนเขาไม่ขาด ท่าทางปกติเหมือนกับสิ่งที่ทำอยู่เป็นเรื่องธรรมดาทั่วๆ ไป ไม่รู้เลยหรือใจว่าการกระทำแบบนี้ทำให้กันต์ใจสั่นมากแค่ไหน

 

“เรากินเลย พี่ไม่เอาแล้ว” กันต์ส่ายหน้าปฏิเสธเมื่อน้องป้อนเขาอีก

 

“ฮืออ... ช่วยกัน จะหมดแล้ว นะ อีกคำหนึ่ง ชิ้นเดียวเองนะ เดี๋ยวอีกสองชิ้นผมจัดการเอง ช่วยชิ้นนี้ก่อน” เดียร์อ้อน จ่อปาท่องโก๋ชิ้นใหญ่ให้ “นะ น้า...”

 

สุดท้ายก็ใจอ่อนยอมงับปาท่องโก๋ชิ้นนั้นไปอีกชิ้น เขาเบนสายตากลับไปมองที่จอโทรทัศน์ใช้มือข้างที่ว่างยกขึ้นลูบหูตัวเอง มันร้อนๆ และคิดว่าคงแดงอยู่แน่นอน แต่จะไม่ให้แดงได้อย่างไรกัน ก็ใบหน้าตอนอ้อนของน้องตัวเล็กทำเอาเขาใจสั่นไปหมด ใครรับไหวก็บ้าเกินทนแล้ว

 

เพราะพยายามทำตัวให้เป็นปกติ เพ่งสมาธิให้อยู่กับตัวเองกันต์เลยไม่ทันสังเกตุเห็นว่าคนป้อนเองก็หูแดงไม่แพ้เขาเหมือนกัน นอกจากคนในครอบครัวแล้วเขาก็ไม่เคยอ้อนใคร หรือพูดเสียงอ่อนขนาดนี้เลย ไม่รู้อะไรดลใจถึงได้อ้อนไปแบบนั้น ไม่นับที่ว่าเคยอ้อนขอให้ช่วยดูงานให้ มันคนละกรณีกัน

 

“พี่กันต์...”

 

“หือ...” กันต์หันมามองคนที่เรียกเขา

 

“กินไม่หมด เหลืออีกหน่อย” ชี้ไปที่แก้วในมือของตัวเอง “กินไหม”

 

“เก็บไว้ก่อนก็ได้ ค่อยเอามากินใหม่”

 

“แต่มันเหลืออีกนิดเดียวเอง เสียดายอ่า...” ยื่นแก้วให้คนตรงหน้าดู เหลือไม่เยอะอย่างที่เดียร์พูด “กินให้หน่อย ผมรู้ว่าพี่กินไหว นะ น้า...”

 

“จริงๆ เลยนะ” นึกมันเขี้ยวน้องตัวเล็กจนต้องยกมือขึ้นยีผมอีกฝ่าย แต่ก็ยอมรับแก้วมาดูดน้ำเต้าหู้ที่เหลืออยู่แต่โดยดี “หมดแล้ว”

 

“ฮื่อ... ผมเก็บให้” หยิบทั้งแก้วของตัวเองแล้วก็ของอีกฝ่ายรวมไปถึงจานใส่ปาท่องโก๋มาถือไว้แล้วเด้งตัวไปที่ครัวทันที

 

นึกแล้วก็ขำตัวเองกับการกระทำเมื่อครู่ ไปขอให้เขากินน้ำเต้าหู้ที่เหลือให้ โดยดูดจากหลอดเดียวกัน เหมือนกับการจูบทางอ้อมเลย ยกมือตบแก้มตัวเองเบาๆ อย่างเรียกสติ อมยิ้มเขินตอนหันไปมองอีกคนที่ยังสนใจภาพบนจอโทรทัศน์อยู่

 

ก็เขาแค่ไม่อยากเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียว พี่ตัวโตขยันทำให้ใจเต้นเสียเหลือเกิน ทั้งอ่อยทั้งจีบทั้งหยอดจนใจสั่นไปหมด เขาก็แค่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกแบบเดียวกันบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าสำเร็จหรือเปล่า แต่ตัวเขาเองเนี่ยแหละที่ทั้งเขิน ทั้งขำตัวเองที่ทำลงไปได้

 

แต่จริงๆ แล้วทุกอย่างที่เดียร์ทำก็ไม่ได้เปล่าประโยชน์อะไร เพราะคนที่ทำเหมือนนิ่งแท้จริงแล้วใจเต้นแรงมาก จนเขากลัวว่าหัวใจจะเต้นเร็วเกินไปจนช็อคได้

 

ขยันทำตัวน่ารักเสียเหลือเกิน แล้วแบบนี้... เขาจะอดทนแล้วอดใจไหวต่อไปได้นานแค่ไหนกันนะ

 

 

 

 

 

 

*1 แลนด์ > แลนด์สเคป (Landscape) ภูมิทัศน์ การสรรค์สร้างสวนธารณะ ถนนอุทยานไปจนถึงการวางผังบริเวณกลุ่มอาคารสำนักงาน จากการออกแบบที่พักอาศัยไปจนถึงการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของเมือง และการจัดสรรพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ หรือ การฟื้นฟูภูมิทัศน์ที่เสียหาย

*2 เซอร์ราว > เซอร์ราวดิ้ง (Surrounding) สภาพแวดล้อม เช่น อาคารที่อยู่โดยรอบ รวมไปถึงพื้นที่สีเขียว ถนน แม่น้ำ ลำคลอง

 

 



************************************************

วันนี้มาเร็ว อิอิ จริงๆ มีเหตุผลแอบแฝง แต่เดี๋ยวจะบอกตอนท้ายของทอร์คเนอะ ตอนนี้นุ้งเดียร์มีทำอาหงอาหารให้พี่นะด้วยจ้า น้องถือคติอ่อยมา อ่อยกลับไม่โกงนะ ถึงแม้จะอ่อยเขาไปแล้วก็เขินตัวแตกก็ตามทีเถอะ ไม่อยากเขินอยู่คนเดียว อยากทำให้พี่เขินบ้าง ก็ได้ผลนะ พี่เขาก็เขินนะ แต่คนอ่อยอย่างน้องกลับเขินกว่า น่าเอ็นดูจริงๆ เลยเจ้านุ้งงงง ถ้าพี่ฮาร์ทกับแด๊ดๆ รู้เนี่ย... ไม่อยากจะคิดเลยว่าแต่ละคนจะพ่นไฟขนาดไหน ฮาาา...

 

มารอบนี้แล้วฟางจะขอหายไปสัก 1 เดือนนะคะ จะไปปั่นนิยายเรื่องนี้แหละจ้า ถ้าโชคดี ปั่นทัน เร่งทันก็อาจจะได้เจอนิยายเรื่องนี้ในงานสัปดาห์หนังสือเนอะ เอาใจช่วยกันด้วยน้า แล้วเดี๋ยวเดือนหน้าจะมาอัปให้ต่อนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

 

ปอลอ. ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกความคิดเห็นนะคะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายของฟางจ้า ขอบคุณนะคะ

 

ปล. เหตุการณ์รับน้อง การเรียนการสอน รวมไปถึงข้อมูลบางส่วนที่ใส่ในนิยาย บางส่วนฟางเอามาจากชีวิตจริงที่ฟางได้เจอมาตอนเรียน บางส่วนฟางแต่งเติมเสริมขึ้นมาเอง และได้รับการอนุญาตจากทาง รศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เผยแพร่แล้วค่ะ

 

เจอคำผิด บอกได้ค่า

 

ไม่อยากจะขออะไรมาก แต่ขออย่างเดียวอ่านแล้วเมนต์หน่อยน้า ไม่งั้นพี่กันต์น้อยใจแย่เลย รักพี่กันต์เมนต์ รักน้องเดียร์เมนต์ รักคนแต่งเมนต์ ไม่รักกันก็เมนต์ค่า

 

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

 

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

 

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 804 ครั้ง

94 ความคิดเห็น

  1. #3078 Ammiee_Ammiee (@Ammiee_Ammiee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 22:41
    น้องเริ่มอ่อยพี่หมีแล้วววววว
    #3078
    0
  2. #3063 anglefakefake (@anglefakefake) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 21:09

    งู้ยยย น้องอ่อยย

    #3063
    0
  3. #3006 252555555 (@252555555) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 23:26
    สอบถามนะค่ะคือหาตอนที่น้องเดียร์ทะเลาะฮารท์นะค่ะ
    #3006
    1
  4. #2923 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:58
    โอ๊ย ใจบางไปหมด กับการอ่อยของเขาทั้ง 2 คน
    #2923
    0
  5. #2209 Bypla (@Bypla) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 22:15

    งื่ออ เขินแทนน้อง
    เขินจนตัวบิดไปหมดแล้วววว
    #2209
    0
  6. #1965 AirrUtai (@AirrUtai) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 00:13
    มุ้งมิ้งกันดีจังเขินนอ่ะ
    #1965
    0
  7. #1944 XiaowenMXu (@XiaowenMXu) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 12:06

    เขิลตามมม งื้อออ
    #1944
    0
  8. #1912 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 13:06
    อ่อยมาอ่อยกลับไม่โกงสมชื่อตอนจริงๆ >//////< โดนน้อยอ่อยบ้างแล้วไหมล่ะพีกันต์ ไหวไหมคะพี่ตัวโต 555555 เอ็นดูน้องตอนอ่อยคนพี่อะ แบ่งๆกันเขินบ้างเนอะน้องเดียร์
    #1912
    0
  9. #1777 proongwa (@proongwa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 23:21

    เขินๆๆ
    #1777
    0
  10. #1758 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 01:40
    วานเด็กถาปัดโหดร้ายเสมอ น้องมีความอ้อนนน น่ารักกกก
    #1758
    0
  11. #1724 tmay.178 (@amonrat178) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 20:12
    นอน้องเดียร์ พี่กันอยู่น่าาาาาา อิอิ
    #1724
    1
    • #1724-1 tmay.178 (@amonrat178) (จากตอนที่ 20)
      2 สิงหาคม 2561 / 20:12
      *รออออออ
      #1724-1
  12. #1723 Rujie Taew (@rujietaew) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 12:22
    น้องมีความอ่อยพี่อ่ะ
    #1723
    0
  13. #1722 jaisai09 (@jaisai09) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 01:25
    ยัยน้องตัวแสบ ทำพี่กันใจเต้นแรงเลย 555 ยิ่งอ่านยิ่งเขิน
    #1722
    0
  14. #1720 pungsj13 (@pungsj) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 18:58
    น่ารักมากเลย
    #1720
    0
  15. #1719 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 21:40
    อ่อยมาไปแล้วน้องเดียร์
    #1719
    0
  16. #1718 sun is shining so u r (@aiimmie) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 01:02
    อยากเห็นแด๊ดๆเจอพี่กันต์555555
    #1718
    0
  17. วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 21:06
    55555เดียร์ลูกกกกก
    #1717
    0
  18. #1716 โลกเลือด (@narinpun11) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 18:19
    5555 เขิลแทน อ้อยคว่ำทั้งพี่ทั้งน้องง
    #1716
    0
  19. #1715 insinsutee (@insinsutee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 17:15
    อ่อยซะน่ารัก
    #1715
    0
  20. #1714 Awaakening (@awaakening) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 14:10
    อยากให้น้องอ่อยพี่อีกเยอะๆ จนกว่าพี่จะทนไม่ไหว อิอิ
    #1714
    0
  21. #1713 tixxbi (@tixxbi) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 14:06
    เข้าใจชื่อตอนแล้วสัมพันธ์กับเนื้อหามากๆเขินกันเก่ง
    #1713
    0
  22. #1712 duckkymyung (@ti-nateng7) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 13:34
    อ่อยกลับไม่โกงเลยนะนุ้งเดียร์5555555
    #1712
    0
  23. #1711 Cherdyl3e3r (@Cherdyl3e3r) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 12:58
    น้ำเต้าหู้หวานนน
    #1711
    0
  24. #1710 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 12:06
    สลับกันอ่อยไปค่ะพวกคู๊ณณณณ
    #1710
    0
  25. #1709 Lizt (@zealend) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 11:26
    อ่อยเยอะๆเลยค่ะอยากเห็นคนตบะแตก อิอิ
    #1709
    0