♡ Faculty of Love . 1 My Dear ; รักของผม ผมจัดเอง ♡ [Boy's Love] ll [สนพ. Bookish House]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 285,371 Views

  • 3,093 Comments

  • 11,668 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    2,753

    Overall
    285,371

ตอนที่ 25 : บท24 l "บ้านแพนเค้กคุณหมีน้อย"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10693
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 698 ครั้ง
    18 ต.ค. 61

Cr. Pic [Pinterest]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ

ไม่ขออะไรมาก คอมเมนต์ให้กำลังใจกันหน่อยก็ดีจ้า

อย่าเป็นนักอ่านเงาเลย คนแต่งหมดกำลังใจเนอะ




บท24 l “บ้านแพนเค้กคุณหมีน้อย”

 

เดียร์ได้แต่ทำตาวาวด้วยความชอบใจตอนที่เห็นซาชิมิชุดใหญ่ที่กันต์สั่งมา แซลมอนสีสวยชิ้นหนาวางเรียงอยู่บนเรือไม้ลำใหญ่ที่แซมด้วยใบโอบะ แล้วก็หัวไชเท้าและแคร์รอตซอย ตกแต่งเอาไว้สวยงามอย่างกับอาหารในภัตตาคาร แล้วก็ยังมีโซบะเย็นเทมปุระ พิซซ่าญี่ปุ่น แล้วก็เกี๊ยวซ่าอีกจาน

 

“แซลมอน... ผมจะกินให้เรียบเลย” คนตาวาวอย่างถูกใจว่าก่อนจะหยิบตะเกียบคีบแซลมอนชิ้นหนาเข้าปากในคำเดียว เคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มพองไปหมด

 

“อร่อยไหม”

 

พยักหน้ารับเร็วๆ ยืนยันคำตอบอีกรอบด้วยการคีบอีกชิ้นมากิน กันต์เห็นน้องชอบก็ยิ้ม คอยคีบปลาแซนมอนชิ้นหนาใส่จานให้น้องเรื่อยๆ สลับกับคีบพิซซ่าญี่ปุ่นแล้วก็เกี๊ยวซ่าให้ด้วย ส่วนเขาก็กินโซบะเย็นเทมปุระ อย่างอื่นก็คีบกินบ้างแต่ส่วนใหญ่จะคีบให้น้องมากกว่า

 

เรือซาชิมิลำโตกว่าครึ่งตกอยู่ในท้องของเดียร์ที่ตอนนี้นั่งลูบท้องอยู่ “อิ่มมาก... พี่เอาแต่คีบให้ผม ไม่เห็นกินเลย”

 

“ก็เห็นเราชอบ อร่อยใช่ไหมล่ะ อิ่มไหมเนี่ย”

 

“มากครับ อิ่มมาก อร่อยอ่ะ ชิ้นใหญ่ เนื้อก็สด นุ่มมากๆ เอาไว้มากินใหม่นะ ผมชอบร้านนี้ยกนิ้วให้เลย” เดียร์ยกนิ้วโป้งขึ้นชู

 

กันต์หัวเราะ พยักหน้ารับกับคำพูดของน้อง “อิ่มแบบนี้สงสัยจะไปกินแพนเค้กคุณหมีไม่ไหวแล้วมั้ง”

 

เดียร์ยิ้มแหย “อิ่มมากเลยครับ ตอนนี้กินอะไรไม่ไหวแล้ว”

 

“ไม่เป็นไร เอาไว้วันไหนอยากกินก็บอกแล้วกัน พี่จะได้พาไปกิน อย่างนั้นกลับคอนโดเลยไหม หรืออยากจะแวะไหนอีกหรือเปล่า” กันต์ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกไม่เป็นอะไร มื้อนี้น้องกินไปเยอะมากถ้ายังกินไหวอีกก็น่าจะไม่ใช่คนแล้ว แค่เห็นเขาก็ยังรู้สึกอิ่มแทนเลย

 

“เอาจริงๆ นะพี่... ผมเดินจะไม่ไหวแล้ว อยากจะไปนอนแล้วเนี่ย”

 

“กินแล้วก็นอน เดี๋ยวได้กลายเป็นอุ๋งๆ จริงๆ หรอก” กันต์พูด “ป่ะ อย่างนั้นกลับกัน รีบกลับจะได้รีบไปนอน”

 

เขาเดินจับมือน้องออกจากร้าน พาข้ามถนนไปอีกฝั่งที่รถจอดอยู่ กันต์ยืนอยู่ฝั่งที่รถวิ่งมาส่วนน้องให้ยืนข้างๆ เขาคอยดูรถแล้วพาน้องข้าม พอข้ามมาถึงตรงเกาะกลางก็ดึงให้น้องมายืนอีกข้างแทน เดียร์เหลือบมองคนที่เดินจูงมือเขาอยู่ก่อนจะยิ้มออกมา อีกฝ่ายมีนิสัยเหมือนกับแด๊ดดี๊แล้วก็พี่ชายฝาแฝดเลย เวลาข้ามถนนไม่ว่าเดียร์จะข้ามกับแด๊ดดี๊หรือฮาร์ท ทั้งสองคนจะยืนฝั่งที่รถวิ่ง แล้วให้เขายืนข้างๆ แทน พอข้ามมาได้ครึ่งทางก็สลับให้เขามายืนอีกข้างแทน ถ้าเกิดอุบัติเหตุโดนรถเฉี่ยวชน จะได้ไม่โดนเขา

 

เป็นการกระทำเล็กๆ น้อยๆ แต่แสดงออกถึงความใส่ใจอย่างมาก

 

กันต์ขับรถพาเดียร์กลับมาที่คอนโด ตลอดทางน้องตัวเล็กเล่าเรื่องที่อาจารย์นัดปีหนึ่งประชุมให้ฟังแล้วก็ถามเรื่องโปรเจคตอนเขาอยู่ปีหนึ่งเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุด

 

“คือพวกพี่ปีสี่เขาจะวางผังมาให้อย่างนี้เหรอพี่”

 

“ก็ประมาณนั้นแหละ ปีสี่จะจัดวางผังชุมชนใหม่ แล้วก็จะให้ปีหนึ่งออกแบบบ้านตามโจทย์ ปีหนึ่งก็จะตรวจเรื่องแบบบ้านนั่นแหละ จัดเพลทพรีเซนต์ ส่วนปีสี่ก็ทำพรีเซนต์เรื่องการวางผังชุมชนแล้วก็เอาผลงานของปีหนึ่งไปรวมส่งด้วย” กันต์ตอบคำถามของน้องตัวเล็ก

 

“แล้วบ้านที่ออกแบบล่ะพี่ เป็นลักษณะไหนอ่ะ”

 

“แล้วแต่โจทย์นั่นแหละ ตอนที่พี่ทำ พี่ก็ทำเป็นบ้านไม้เพื่อที่จะได้เข้ากับบ้านอื่นๆ ในชุมชน ส่วนใหญ่ก็ออกแบบเป็นลักษณะบ้านไม้กันนะ” กันต์พูดก่อนจะถามกลับ “แล้วนี่ตัดสินใจได้หรือยังว่าจะเลือกพี่ๆ กลุ่มไหน”

 

เดียร์ส่ายหน้า “ยังครับ ในกลุ่มตกลงกันว่าจะกลับไปดูเพจของพี่ๆ ก่อนแล้วก็เลือกกลุ่มพี่ที่อยากอยู่ด้วยคนละกลุ่มแล้วค่อยไปดูกันอีกที ถ้ากลุ่มพี่คนไหนมีคนเลือกซ้ำๆ ก็เลือกกลุ่มนั้น แล้วพี่มีกลุ่มพี่คนไหนแนะนำไหมอ่ะ”

 

“พี่เหรอ...” กันต์นึกไปถึงรุ่นพี่ปีสี่ “ก็คงจะเป็นพวกพี่เฟียสละมั้ง กลุ่มสายรหัสพี่เอง พี่เฟียสเขาเก่งเป็นตัวท็อปของชั้นปีเลย พี่เฟียสที่เป็นเดือนปีสี่น่ะ น่าจะพอจำได้มั้ง”

 

“พี่เฟียส... พี่เฟียส... อ๋อ! นึกออกแล้ว พี่หล่อๆ คนนั้น”

 

กันต์หันมามองเดียร์ทันที “ชมคนอื่นทั้งๆ ที่พี่นั่งอยู่ข้างๆ เนี่ยนะ แล้วถ้าให้เทียบกัน พี่ว่าพี่หล่อกว่าพี่เฟียสอีก”

 

“อ้าว ก็พี่บอกว่าพี่เฟียสที่เป็นเดือนอ่ะ ผมก็นึกถึงหน้าพี่เขาน่ะสิแล้วพี่เขาก็หล่อนี่นา ผมพูดผิดตรงไหนล่ะ แล้วถ้าพี่หล่อกว่าพี่เฟียสพี่ก็ต้องได้เป็นเดือนด้วยสิ”

 

“พี่เป็นเหนือเดือนไง เหนือเดือน... ก็หล่อกว่าเดือน เข้าใจไหมครับแฟน” กันต์ที่เพิ่งเลี้ยวรถจอดในคอนโดเสร็จหันมาหาเดียร์ กดมือบนหัวของเดียร์เบาๆ

 

“ย้ำจริงแฟนเนี่ย ผมรู้ตัวหรอกน่าว่าแฟนใคร” เดียร์ปัดมือพี่ตัวโตออก แก้มสองข้างขึ้นสีระเรื่อตอนได้ยิน

 

กันต์หัวเราะ “ก็กลัวจะลืมว่าพี่เป็นแฟนเรา แล้วเราก็เป็นแฟนพี่”

 

เดียร์ไม่ตอบอะไรแต่แลบลิ้นใส่แล้วรีบลงจากรถไปทันที กันต์ได้แต่ยิ้มก่อนจะหยิบกระเป๋าของตัวเองแล้วก็ของเดียร์ที่เจ้าตัวไม่ได้หยิบอะไรไปเลยลงจากรถด้วย ก่อนจะเดินตามคนที่วิ่งหนีเขาไป แต่ไปไหนไม่ได้ไกลเพราะต้องรอลิฟต์อยู่ดี

 

“จะหนีมาทำไม หนีมาแล้วก็ติดอยู่ตรงนี้ไปไหนไม่ได้” กันต์พูดขำๆ ก่อนจะคว้ามือน้องมาจับแล้วพาเดินเข้าไปในลิฟต์ เจ้าตัวกดชั้นของตัวเองหันมามองหน้าแดงๆ ของน้องระหว่างรอให้ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นไปชั้นบน

 

“ห้ามตามมาห้องผมด้วย วันนี้พี่ทำผมเขินหลายรอบแล้วห้ามทำผมเขินแล้ว พอ! หมดยก!” พอลิฟต์เปิดเดียร์ก็หันมาพูดกับกันต์ก่อนจะคว้ากระเป๋าของตัวเองไปถือแล้ววิ่งไปที่ห้องของตัวเองทันที รีบกดรหัสเข้าห้องอย่างร้อนรนจนคนมองได้แต่หลุดขำออกมา

 

ในเมื่ออีกฝ่ายพูดแบบนั้นแล้วเขาจะทำอะไรได้นอกจากเดินเข้าห้องของตัวเอง ก็โดนสั่งห้ามเสียขนาดนั้น ใครจะกล้าไปทำให้เขินต่อล่ะ ดีไม่ดีอาจจะกลายเป็นโดนโกรธไปเลยก็ได้... ใครจะไปรู้

 

 

 

 

 

เดียร์ที่เข้าห้องตัวเองได้ก็เดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟาทันที เจ้าตัวคว้าหมอนอิงใบนุ่มมากอดเอาไว้แล้วฝังหน้าลงไป รับรู้ได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่ทั้งเร็วและแรง จริงๆ เขาไม่ได้หัวใจเต้นแรงเพราะเขินหรอก แต่เป็นเพราะที่วิ่งเข้าห้องเมื่อกี้หรอก... ใช่... มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ เลย

 

เดียร์พยายามทำเป็นไม่สนใจกับอาการใจเต้นแรงของตัวเองแล้วก็โยนไปทั่วว่าเป็นเพราะอะไร ทั้งๆ ที่ในใจเขาก็รู้ดีว่าอะไรใช่อะไรไม่ใช่ แต่ทำยังไงได้ ถ้ายอมรับตรงๆ ว่าใจเต้นแรงเพราะคนข้างห้องมันก็จะยิ่งทำให้เขินไปกันใหญ่ แล้วใจก็จะยิ่งเต้นแรงกว่าเดิมด้วย แบบนั้นเดียร์ไม่อยากจะยอมรับ เพราะกลัวว่าหัวใจจะเต้นผิดจังหวะจนเกิดอันตรายได้

 

คนที่นอนเล่นอยู่สะดุดด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงประตูหน้าห้องถูกเปิดแล้วก็ปิด รีบหันไปมองทันทีก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนเปิดประตูห้องของเขา ลืมไปว่านอกจากกันต์ที่เขาเพิ่งบอกรหัสไปแล้วก็ยังมีอีกคนที่รู้...

 

พี่ชายฝาแฝดของเขาเอง

 

ตกใจอะไรขนาดนั้นฮาร์ทเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นอาการตกใจของน้องชายฝาแฝด

 

ก็ตกใจสิ... เราก็นึกว่าใครเดียร์ตอบกลับก่อนจะขยับนั่งดีๆ ให้พี่ชายมีที่นั่งด้วย

 

ฮาร์ทมองท่าทางของน้องชายอย่างพิจารณานึกว่าใครหมายความว่ายังไง มีแค่เราไม่ใช่หรือไงที่รู้รหัสเข้าห้องของนาย หรือว่า... มีคนอื่นรู้อีก

 

หะ... อ อ่า ป เปล่านี่เดียร์รู้ว่ามันเป็นการโกหกที่ไม่เนียนเลยสักนิดเดียว คนพูดความจริงที่ไหนจะพูดจาติดขัดแบบนี้

 

โกหกไม่เนียนนะ ตั้งแต่เด็กแล้ว โตมาก็ยังโกหกไม่เนียนอยู่ดีฮาร์ทมองน้องชายของตัวเองพี่คนข้างห้องรู้รหัสเข้าห้องแล้วล่ะสิ นี่ถ้าแด๊ดรู้ละก็ไม่รอดแน่ๆ ทำอะไรไม่ระวังตัวเลย แล้วนี่คบกับเขาแล้วใช่ไหม

 

เดียร์ยิ้มแหย ท่าทางเหมือนเด็กโกหกแล้วโดนผู้ปกครองจับได้ก็... อือ...”

 

แน่ใจแล้วนะ ตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม รู้ใช่ไหมว่าถ้าคนอื่นรู้เรื่องครอบครัวของเราเขาแสดงสีหน้าแล้วก็อาการกันแบบไหน มั่นใจใช่ไหมกับคนนี้น่ะฮาร์ทถามด้วยความเป็นห่วง

 

เขาไม่สนใจอะไรนอกจากความรู้สึกของคนที่เป็นเหมือนอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตของเขา เขากับเดียร์ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองผิดแปลกจากคนอื่นๆ พวกเขามีครอบครัวที่ดี ที่น่ารัก ครอบครัวที่รักพวกเขามาก และพวกเขาก็รักครอบครัวมาก สำหรับฮาร์ทเขาไม่สนว่าใครจะมองเขาด้วยสายตาแบบไหน แต่ไม่ใช่กับน้องชายของเขา เขาไม่อยากให้น้องต้องเจอสายตาที่มองมาเหมือนเห็นน้องเขาเป็นตัวประหลาด ยิ่งถ้าสายตานั้นมาจากคนที่น้องของเขาแคร์ด้วยแล้ว เขายิ่งไม่อยากให้เจอ

 

“เราบอกพี่เขาไปแล้วล่ะ” เดียร์พูด มองหน้าพี่ชายที่มองมาที่เขาอย่างตกใจ “เราเล่าให้พี่เขาฟังไปหมดแล้ว”

 

“แล้วยังไงต่อ พี่เขาว่ายังไง”

 

“พี่เขาไม่ได้ว่าอะไร พี่เขาถามว่าเราภูมิใจครอบครัวเราไหม เรารักครอบครัวเราไหม เราก็บอกว่ารักมาก ภูมิใจมากมีความสุขมาก พี่เขาก็แค่ยิ้มแล้วก็บอกว่ายอมรับว่าตกใจเหมือนกัน แต่... มันก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกของพี่เขาที่มีต่อเราเปลี่ยนไปอยู่ดี” เดียร์เล่าให้พี่ชายฟัง “แล้วพี่เขาก็เล่าเรื่องของพี่เขาให้เราฟังบ้าง”

 

“เรื่องของพี่เขา” ฮาร์ทได้แต่ทำหน้างง

 

เดียร์พยักหน้า “อือ ครอบครัวพี่เขา มัมของพี่เขาก็เป็นผู้ชายแค่ท้องไม่ได้ แต่อย่างอื่นเราไม่เล่าต่อได้ไหม มันเป็นเรื่องของพี่เขา เอาเป็นว่าพี่เขารับรู้เรื่องเราแล้วและเราก็รู้เรื่องพี่เขาแล้วด้วย”

 

ฮาร์ทนึกอยากจะถามต่อแต่ก็เข้าใจว่าน้องชายฝาแฝดคงไม่อยากเล่าเรื่องของกันต์ให้เขาฟัง เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของกันต์ แต่การที่อีกฝ่ายยอมเล่าให้น้องชายของเขาฟังก็น่าจะพิสูจน์ความจริงใจได้แล้ว และเมื่อเดียร์ยืนยันว่าคุยกันเข้าใจเขาก็ไม่มีอะไรที่จะต้องปฎิสธ

 

“ถ้าเดียร์ว่าอย่างนั้นก็ตามนั้น คุยกันเรียบร้อยแล้วก็ดี จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลในอนาคตว่าจะบอกพี่เขายังไง” ฮาร์ทยกมือขึ้นลูบผมน้องชาย “เพราะยังไงในอนาคตก็ต้องรู้จักครอบครัวกันอยู่ดี สู้คุยกันเสียตอนนี้เลยก็ดีเหมือนกัน แล้วนึกยังไงอยู่ๆ ก็เล่าให้พี่เขาฟัง”

 

“จริงๆ เราก็ยังไม่พร้อมจะเล่าหรอก แต่พี่เขาดูออกว่าเรามีเรื่องที่กังวลอยู่พี่เขาก็เลยถาม เราเองก็เสี่ยงดวงดู ตอนก่อนจะเล่าก็ไม่มั่นใจหรอกว่าพี่เขาจะรู้สึกยังไง แต่เราก็อยากจะลองเสี่ยงดูเหมือนกัน”

 

“รักเขาถึงขนาดยอมเสี่ยงเลยเหรอ”

 

พอได้ยินแบบนั้นเดียร์ก็หน้าแดงวาบขึ้นมาทันที ปฏิเสธเสียงสั่น ติดขัดไปหมด “ป เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย...”

 

“แล้วนี่คิดจะบอกมัมกับแด๊ดไหม”

 

“ก็... น่าจะบอก จริงๆ พี่เขาก็ชวนไปที่บ้านแล้วเหมือนกัน”

 

“อย่างนั้นเหรอ ถ้ามั่นใจเราก็จะไม่ห้ามหรอกนะ มั่นใจแล้วใช่ไหมคนนี้น่ะ”

 

เดียร์ขยับไปกอดพี่ชายฝาแฝดเอาไว้ “อือ... ก็มั่นใจอยู่ ขอบคุณนะที่ไม่ห้ามเราอ่ะ”

 

“ถึงอยากห้ามก็ห้ามไม่ได้หรอก ดื้อที่หนึ่งล่ะคนนี้ พี่เขายังไม่รู้ใช่ไหมว่าดื้อมากแค่ไหน” ฮาร์ทเคาะหัวน้องชายฝาแฝดเบาๆ ก่อนจะกอดตอบ เดียร์ได้แต่บ่นเบาๆ ไม่กล้าเสียงดังมากกลัวจะโดนพี่ชายฝาแฝดเขกหัวเอา...

 

 

 

 

 

กันต์เดินไปที่ประตูห้องตัวเองเมื่อได้ยินเสียงกริ่ง เจ้าตัวทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนมากดกริ่งห้องของเขา

 

“ฮาร์ท...”

 

“ผมมีเรื่องอยากคุยด้วย” อีกฝ่ายว่า ใช้ดวงตาสีสวยที่เป็นจุดแตกต่างกับน้องชายมองเขา

 

“อย่างนั้นเข้ามาก่อนสิ” กันต์เปิดประตูให้กว้างขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายเดินเข้ามาในห้อง เขาเดินตามฮาร์ทไปนั่งที่โซฟา มองพี่ชายของคนรักอย่างระวังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาพูดเรื่องอะไร แต่ถ้าให้เดาก็คงไม่พ้นเรื่องของน้องชายนั่นแหละนะ “มีอะไรอยากคุยกับพี่เหรอ”

 

“ผมรู้มาว่าพี่คบกับน้องชายผมแล้ว” ฮาร์ทเข้าเรื่องทันทีโดยไม่ต้องเกริ่นนำ

 

“ใช่ เพิ่งคบกันได้ไม่กี่วันนี้เอง”

 

“พี่จริงจังแค่ไหน” ฮาร์ทถามต่อทันที

 

“พี่จริงจังมาก มากพอที่จะมองไปถึงอนาคตหลังจากที่เดียร์เรียนจบ มากพอที่พี่จะพาเดียร์ไปแนะนำกับที่บ้านแล้วบอกว่าเดียร์คือคนรัก มากพอที่จะไปที่บ้านของเราแล้วบอกกับพ่อแม่ของเราว่าพี่รักลูกชายของท่าน” กันต์พูด เขาไม่ได้พูดเกินจริงหรือโอเวอร์ เขาคิดแบบนั้นจริงๆ และตั้งใจที่จะทำอย่างที่พูดจริงๆ

 

“พี่กับเดียร์เป็นผู้ชายนะ”

 

 “มันไม่สำคัญว่าเราจะเป็นเพศไหน เพศสภาพไม่เกี่ยวข้องกับหัวใจ เพศคือเพศ หัวใจคือหัวใจ พี่เชื่อแบบนั้น ไม่สำคัญว่าจะเป็นใคร มาจากไหน ถ้าสิ่งที่เราทำไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้คนหมู่มากก็ไม่เป็นอะไร แค่เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำและในสิ่งที่เลือกก็พอ”

 

“เดียร์เล่าเรื่องที่บ้านให้ฟังแล้วใช่ไหม”

 

“ใช่ แล้วพี่ก็เล่าเรื่องที่บ้านพี่ให้เดียร์ฟังแล้วเหมือนกัน”

 

“ถ้าพี่จริงใจกับน้องผมจริงๆ ผมก็ไม่คิดจะห้ามหรอก น้องผม... ผมก็รักเป็นธรรมดา” ฮาร์ทพูด ที่เขาเข้ามาคุยกับกันต์เขาแค่ต้องการฟังจากปากของกันต์เองว่ารักน้องของเขาจริงๆ

 

“พี่รู้ เพราะพี่ก็มีน้องเหมือนกัน ถ้าใครจะมาคบกับน้องของพี่ พี่ก็ต้องดูให้ดีเป็นธรรมดา” กันต์ยิ้ม “พี่จะไม่สัญญาอะไรให้สวยหรูหรอกว่าพี่จะรักเดียร์ตลอดชีวิต รักชั่วนิรันดร์ พี่เชื่อว่าเราไม่อยากฟัง แต่พี่จะยืนยันอีกรอบว่าพี่รักเดียร์จริงๆ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าพี่จะทำให้เดียร์เสียใจ พี่จะเป็นแค่คนๆ หนึ่งที่จะดูแลเดียร์ให้ดีที่สุดที่จะทำได้”

 

“ถ้าพี่ยืนยันแบบนั้น... ผมก็วางใจ แต่ถึงแม้ผมจะไม่ห้ามอะไรแต่ก็ใช่ว่าพี่จะผ่านนะ เพราะด่านที่หินที่สุดน่ะคือแด๊ดของพวกผมต่างหาก” ฮาร์ทพูดทิ้งท้ายก่อนจะลุกขึ้นยืน “ผมขอตัวล่ะครับ”

 

กันต์เดินไปส่งอีกคนที่หน้าห้อง มองตามไปจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองก็กลับเข้ามาในห้องบ้าง ด่านสำคัญก็คงไม่พ้นพ่อกับแม่ของเดียร์นั่นแหละนะ... ก็หวังว่าพวกท่านจะไม่ใจร้ายจนเกินไป







* * * ต่อค่ะ 100% * * *






เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นภายในห้องนอน เจ้าของห้องขยับตัวมือควานหาโทรศัพท์เพื่อหยิบมากดปิด ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นนั่งแม้จะนอนอย่างเต็มอิ่มแต่พอเพิ่งตื่นนอนก็มักจะมีอาการงัวเงียไม่อยากจะลุก ถ้าหากเป็นวันอื่นกันต์คงทิ้งตัวลงนอนต่อไปแล้วเพราะวันหยุดว่างๆ แบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ แต่เพราะวันนี้มีนัดสำคัญเลยทำให้เขามีความกระตือรือร้นที่จะลุกขึ้นจากเตียงกว่าวันอื่นๆ

 

กันต์ลุกจากเตียงนอนไปเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเอง เข้าใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำไม่นานนักแต่ใช้เวลาอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าค่อนข้างนาน เพราะวันนี้มีนัดสำคัญเลยต้องเลือกเสื้อผ้าที่ดูดีสักหน่อย นัดสำคัญที่ว่าก็ไม่ใช่กับใครแต่เป็นน้องตัวเล็กแล้วก็ครอบครัวของเขาเอง

 

เมื่อวันก่อนน้องตัวเล็กบอกอยากจะกินแพนเค้กคุณหมีน้อย พวกเขาก็เลยนัดกันว่าจะไปวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ แน่นอนว่าการไปกินแพนเค้กคุณหมีน้อยในครั้งนี้ไม่ใช่การเข้าไปในฐานะรุ่นน้องที่มหาลัย แต่เป็นการไปหาครอบครัวของแฟน

 

แม้ว่าจะเป็นการกลับบ้านแต่กันต์ก็พิถีพิถันในการแต่งตัว แต่นึกแล้วก็ตลกตัวเองเหมือนกันที่ดูจะตื่นเต้นมากขนาดนี้กับการพาแฟนไปแนะนำให้ที่บ้านรู้จัก

 

หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยเขาก็หยิบของจำเป็นอย่างโทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์มาใส่กระเป๋ากางเกง แล้วก็หยิบกุญแจรถมาถือเอาไว้เป็นอย่างสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องไปยังห้องข้างๆ กัน เขากดกริ่งที่ห้องของเดียร์ รออยู่ไม่นานอีกฝ่ายก็เดินมาเปิดประตู

 

“พี่กันต์”

 

“เรียบร้อยหรือยัง” กันต์ถามคนที่โผล่หน้าออกมาทักทายเขา

 

น้องตัวเล็กพยักหน้ารับ “ครับ ผมขอหยิบกระเป๋าก่อน”

 

เดียร์เดินกลับเข้าไปในห้องโดยไม่ได้ปิดประตูหน้าห้อง ไม่นานเจ้าตัวก็เดินกลับมาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กๆ ที่ใส่โทรศัพท์ กระเป๋าสตางค์เอาไว้ เมื่อกันต์ถามย้ำกับน้องตัวเล็กจนแน่ใจแล้วว่าปิดไฟปิดห้องเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม เขาจึงพาน้องลงไปที่รถ

 

“ตื่นเต้นเหรอ” กันต์ถามน้องตัวเล็กที่ดูนั่งตัวเกร็งๆ ตั้งแต่เขาเลี้ยวรถออกจากคอนโด

 

“ก็ต้องตื่นเต้นสิครับ จะไปหาครอบครัวพี่นะ ไม่ได้ไปเที่ยวสักหน่อยที่จะได้ทำตัวชิลๆ ได้น่ะ” เดียร์หันมามองค้อนเมื่อโดนแซว

 

กันต์จะไม่ตื่นเต้นหรือกังวลก็ไม่แปลกอะไร แต่ไม่ใช่สำหรับเขา... การไปพบครอบครัวของแฟนมันไม่ใช่เรื่องธรรมดาทั่วไปเหมือนกับการทักทายว่าวันนี้อากาศดีนะเสียหน่อย เขาก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา กลัวว่าจะเผลอทำตัวไม่ดีแล้วพ่อกับแม่ของอีกฝ่ายจะไม่ชอบขึ้นมา ทั้งกลัว ทั้งกังวลสารพัด เมื่อคืนก็นอนแทบไม่หลับ ถ้าร่างกายไม่อ่อนล้าจากการเรียนและการทำงานมาอย่างหนักหน่วงจนเผลอหลับไป เดียร์เชื่อว่าทั้งคืนที่ผ่านมาเขาคงหลับไม่ลงแน่ๆ

 

“ไม่ต้องกลัวไปหรอก พ่อคินกับมัมของพี่ใจดีมาก”

 

“แต่อาจจะไม่ชอบผมก็ได้นี่”

 

กันต์จับมือน้องตัวเล็กเอาไว้แล้วบีบเบาๆ “ชอบสิ พ่อคินกับมัมน่ะชอบเดียร์นะ เชื่อพี่ได้เลย พวกเขารอให้พี่พาเดียร์ไปหาตั้งนานแล้ว”

 

เดียร์หันมามองหน้าคนพูดทันที “รอ... อย่างนั้นเหรอครับ”

 

“ใช่ เอาแต่ถามว่าพี่จีบเดียร์ติดหรือยัง คบกันหรือยังแล้วเมื่อไหร่จะพามาที่บ้าน ถามกันอยู่แค่นี้ คุยกับพี่ทีไรก็ถามแต่เรื่องของเรา”

 

“พ่อกับมัมของพี่... รู้จักผมด้วยเหรอ หมายถึง... รู้จักแบบ... งี้อ่ะ” เดียร์ถาม เว้นสถานะเอาไว้ ไม่กล้าพูดเพราะว่าเขิน

 

“ก็ตั้งแต่ตอนที่เจอเดียร์ตอนเด็กๆ แล้ว พี่เอาแต่พูดถึงน้องตัวเล็ก น้องตัวเล็ก” กันต์หันมามองน้องตัวเล็กของเขาแล้วก็ยิ้มก่อนจะหันกลับไปมองถนนต่อ “ใครต่อใครก็คงรู้ว่าพี่ต้องรู้สึกพิเศษกับน้องตัวเล็กแน่นอนเพราะพูดถึงไม่หยุด มีโอกาสก็ต้องพูดถึง จะมีก็แต่พี่นี่แหละที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้อยากเจอน้องตัวเล็กมากขนาดนี้ จนได้มาเจอแล้วก็รู้ว่าเดียร์คือน้องตัวเล็กนี่แหละ พี่เลยหาคำตอบของคำถามนั้นเจอ”

 

“อยากรู้ไหมว่าคำตอบของคำถามนั้นคืออะไร ทำไมพี่ถึงได้อยากเจอน้องตัวเล็กมากขนาดนั้น ทำไมพี่ถึงเอาแต่พูดถึงน้องตัวเล็ก”

 

“ฮื่อ... ไม่อยากรู้ครับ” เดียร์ส่ายหน้าไปมา แค่หันไปเห็นสายตาพราวระยับของกันต์ เดียร์ก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ควรฟังคำตอบ เพราะคำตอบนั้นต้องมีผลต่อการเต้นของหัวใจของเขาแน่นอนเลย

 

“หึหึหึ” กันต์หัวเราะ “ถึงพี่ไม่บอกเราก็รู้เนอะ เก่งอยู่แล้วนี่นา”

 

“ฮื่อ... ว่าแต่อีกไกลไหมครับถึงจะถึงบ้านพี่ นี่จะเข้าไปที่บ้านเลยใช่ไหมหรือแวะไปที่ร้านก่อนครับ” เพราะสู้ไม่ได้เดียร์เลยหาทางเปลี่ยนเรื่องเสียเลย

 

“รถไม่ติดแบบนี้ก็น่าจะสักครึ่งชั่วโมงได้ บ้านที่อยู่ตอนนี้เป็นบ้านเดิมของปู่กับย่า... หมายถึงของพ่อแม่ของพ่อคินน่ะ พี่ย้ายมาอยู่ตั้งแต่ช่วงสี่ห้าขวบได้แล้ว ตอนนี้เลยดูค่อนข้างเก่าหน่อยนะ ตอนนี้กำลังวางแผนจะสร้างบ้านใหม่อยู่ พี่ก็กำลังออกแบบให้พ่อคินกับมัมอยู่”

 

“อ๋อ... ครับ”

 

ยังไม่ทันที่ใครจะพูดอะไรต่อเสียงโทรศัพท์ของกันต์ก็ดังขึ้นเสียก่อน เจ้าตัวหยิบขึ้นมาดูก่อนจะกดรับ “ครับพ่อคิน”

 

เดียร์ไม่แน่ใจว่าคุยอะไรกัน เพราะทางฝั่งนี้เอาแต่ฟังแล้วก็ตอบแค่ว่าครับๆ ได้ครับ แค่นั้น ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านี้

 

“เดี๋ยวแวะซื้อของสดหน่อยนะ” กันต์บอกหลังจากวางสายของพ่อคินไปแล้ว “พอดีพวกอาจะมาที่บ้านด้วย พ่อคินบอกอยากเห็นหน้าแฟนหลานตัวเอง เลยต้องซื้อของเพิ่มอีกหน่อย ของที่บ้านไม่พอทำอาหารให้พวกอาๆ กิน”

 

เดียร์ตาโตด้วยความตกใจทันทีที่ได้ยินแบบนั้น “อ อา... ของพี่ด้วยเหรอครับ” ชักจะน่ากลัวเกินไปแล้วนะแบบนี้ แค่พ่อแม่ของกันต์เดียร์ก็หวั่นใจจะแย่แล้ว นี่มีอาๆ เข้ามาอีก เขาล่ะอยากจะร้องไห้งอแงแล้วขอกลับบ้านเสียตอนนี้เลย

 

“ไม่ใช่อาแท้ๆ หรอก พวกอาหมอ เป็นเพื่อนของพ่อคินน่ะ ที่จริงก็หาเรื่องมากินข้าวฟรีที่บ้านมากกว่า” กันต์ยิ้มขำเมื่อเห็นสีหน้าของน้องที่ทำเหมือนจะร้องไห้อยู่แล้ว “ไม่ต้องกลัวหรือกังวลหรอกน่า”

 

“เพื่อนพ่อพี่เป็นหมอด้วยเหรอครับ ตาของผมก็เป็นหมอเหมือนกัน”

 

“อย่างนั้นเหรอ ไม่แน่อาจจะรู้จักกับพวกอาของพี่ก็ได้นะ พวกอาๆ เขาเป็นเพื่อนพ่อคินมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้วล่ะ พอเข้ามหาลัยก็แยกย้ายกันไปแต่ก็นัดเจอกันบ่อยๆ เห็นพ่อพี่เป็นเจ้าของร้านขนมแบบนั้น จริงๆ แล้วจบเภสัชฯ มานะ” กันต์เล่าให้ฟัง เขาอยากให้น้องรู้เรื่องเกี่ยวกับเขา ครอบครัวของเขาให้มากที่สุดเพื่อที่น้องจะได้รู้จักคุ้นชิน แล้วก็ไม่เกร็งจนเกินไป

 

“โฮ... เก่งจัง แล้วมัมพี่ล่ะครับ”

 

“มัมพี่จบบริหาร พอเรียนจบก็มาบริหารบริษัทของคุณตาคุณยายต่อเลย แล้วก็พัฒนามาเรื่อยๆ น่ะ เป็นบริษัทออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ตอนนี้ก็มีเปิดพาร์ทรับงานออกแบบภายในภายนอกบ้าง พี่ก็ตั้งใจว่าถ้าเรียนจบก็คงเข้าไปช่วยงานที่บ้าน แต่ก็ยังไม่แน่หรอกอาจจะหาประสบการณ์ที่บริษัทอื่นสักพักก่อน”

 

“พี่มาเรียนคณะนี้เพราะแบบนี้เหรอครับ” เดียร์ถามด้วยความสนใจ

 

“ก็ใช่นะ แต่ก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้อยากเรียนคณะสถาปัตย์ จำได้แต่คำพูดตัวเองที่บอกกับพ่อแท้ๆ ว่า พี่จะออกแบบบ้านแล้วให้พ่อย้ายมาอยู่ด้วยกัน พาแม่มาด้วย แล้วหลังจากนั้นก็เอาแต่เรียนติว ฝึกวาดรูป ฝึกออกแบบ รู้ตัวอีกทีก็เข้ามาเป็นนักศึกษาคณะนี้แล้ว” กันต์เล่าให้ฟัง “แล้วเราล่ะ ทำไมถึงเลือกเรียนคณะนี้”

 

“ผมชอบวาดรูป ชอบออกแบบครับ ตอนแรกตั้งใจจะเรียนออกแบบเครื่องประดับเหมือนมัมมี๊ แต่คิดไปคิดมาไม่เอาดีกว่า มัมมี๊ของผมเก่งอยู่แล้ว อยากทำเป็นก็ให้มัมสอน อาผมก็จบด้านนี้มา ให้มัมให้อาสอนก็ได้ เลยเปลี่ยนมาเรียนสถาปัตย์แทนน่ะครับ เพราะที่บ้านไม่มีใครสอนได้ จะให้ไปเป็นหมอแบบคุณตาก็ไม่ไหว ยากเกินไปเลยเลือกคณะนี้แทน”

 

ดูเหมือนว่าบทสนทนาเรื่องครอบครัวของพวกเขาจะช่วยให้เดียร์หายตื่นเต้นแล้วก็หายกังวลไปได้มากทีเดียว กันต์แวะเข้าวิลล่า มาร์เก็ตเพื่อซื้อของตามรายการของพ่อคิน ใช้เวลาเดินซื้อของอยู่ครึ่งชั่วโมงกว่า รวมกับการขับรถไปที่บ้านอีกครึ่งชั่วโมง ตอนนี้กันต์จอดรถอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งในโครงการหมู่บ้าน เดียร์มองบ้านสองชั้นที่อยู่ตรงหน้าด้วยความสนใจ บ้านขนาดกลางที่ดูไม่เหมือนบ้านเก่าอย่างที่กันต์พูดเลยสักนิดเดียว อีกทั้งยังดูร่มรื่นแล้วก็น่าอยู่มากเพราะสนามหญ้าบริเวณหน้าบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ ไม่ต่างจากบ้านของเดียร์เลย

 

“ป่ะ... เข้าไปข้างในกัน” กันต์รวบของทั้งหมดแล้วถือด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็เอื้อมมาจับมือของน้องเอาไว้ก่อนจะพาน้องเดินเข้าไปในบ้าน

 

แค่เปิดประตูบ้านเข้ามาก็ได้ยินเสียงถกเถียงกันทันที กันต์ได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะพาน้องเดินตามไปถึงที่มาของเสียงที่ว่านั้น “อาหมอกับอาพฤกษ์ก็ยังชอบเถียงกันตลอดเลยนะครับ ตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กจนตอนนี้โตขนาดนี้แล้ว”

 

เสียงทักของกันต์ทำให้คนสองคนที่ยืนเถียงกันอยู่หยุดชะงัก เดียร์แอบมองทั้งสองคนจากด้านหลังของกันต์

 

“ไง เจ้าเด็กหัวเห็ด” หนึ่งในสองคนนั้นทัก

 

“ผมไม่ใช่เด็กหัวเห็ดแล้วนะอาหมอ อาพฤกษ์... สวัสดีครับ” ตอบกลับไปก่อนจะหันไปยกมือไหว้สวัสดีอีกคน ทำเอาอาหมอหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่กันต์ไม่ยอมยกมือไหว้ แต่ดูก็รู้ว่าแค่แกล้งหยอกเล่นเท่านั้น “ผมแนะนำก่อน นี่เดียร์แฟนผมเอง เดียร์ นี่อาหมอชลกับอาพฤกษ์ เป็นเพื่อนของพ่อคินกับมัมของพี่ แล้วพวกอาเขาก็เป็นแฟนกันด้วย”

 

“ส สวัสดีครับ” เดียร์ยกมือไหว้ทั้งสองคน อดที่จะตกใจไม่ได้เมื่อได้ยินคำแนะนำว่าทั้งสองคนเป็นคนรักกัน เพราะทั้งคู่แม้จะอายุน่าจะเข้าเลขสี่แล้วแต่หน้าตาก็หล่อเหลาด้วยกันทั้งคู่ อาหมอที่กันต์แนะนำดูท่าทางขี้เล่น สังเกตุจากการที่อีกฝ่ายยักคิ้วหลิ่วตาใส่เขา ส่วนอาพฤกษ์นั้นดูสุขุม แล้วก็ดูนิ่งๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น

 

“แฟนหน้าตาน่ารักนะเนี่ย แต่เสียใจด้วยนะไอ้หลานชาย...” อาหมอทำหน้าเศร้าแบบที่เดียร์ก็เริ่มจะใจแป้ว หน้าเสียไปแล้ว “เมียอาน่ารักกว่าว่ะ”

 

ผลัวะ

 

สิ้นคำพูดของอาหมอ คนที่ยืนอยู่ข้างๆ อาหมอก็ซัดเข้าที่หัวอาหมอเต็มแรงแบบที่เดียร์เห็นแล้วก็กลัวแทน กันต์ส่ายหน้ากับทั้งสองคนที่ยังรักกันไปเถียงกันไปของคู่นี้ก่อนจะพาน้องเดินไปอีกทางแทน

 

“พี่กันต์... นั่น... ไม่เป็นอะไรเหรอครับ ปล่อยเอาไว้แบบนั้น” เดียร์ถามอย่างไม่แน่ใจนัก

 

“ปล่อยเขาไปเถอะ สองคนนั้นเขาก็แบบนี้แหละตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตั้งแต่เด็กๆ พี่ก็เห็นชอบเถียงกันตลอด จนพี่โตขนาดนี้ยังเถียงกันไม่เลิก แต่เขาก็รักกันมากนะ” กันต์หันมาตอบ “พ่อคินกับมัมน่าจะอยู่ในครัว น้องแพรก็น่าจะอยู่ด้วย”

 

เดียร์ดึงมือของกันต์เอาไว้ “ผมขอทำใจก่อนได้ไหมอ่ะ”

 

นึกอยากจะขำกับท่าทางของน้องตัวเล็กแต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้เพราะไม่อย่างนั้นเจ้าตัวอาจจะงอนก็ได้ กันต์เลยทำแค่ยิ้มเท่านั้น “ไม่มีอะไรน่ากลัว เชื่อพี่”

 

จริงอย่างที่กันต์คิดเอาไว้ ทุกคนอยู่ในห้องครัวทั้งน้องแพร น้องสาวคนสวยคนเนดียวของกันต์ พ่อคินแล้วก็มัมพัทธ์ แต่ละคนมัวแต่ยุ่งกับการทำอาหารจนไม่ได้สังเกตุเห็นกันต์กับเดียร์เลย จนกันต์ต้องส่งเสียงออกไปแต่ละคนจึงได้หันมามอง

 

“พ่อคิน มัม น้องแพร...”

 

“อ้าว... น้องกันต์ มาถึงแล้ว”

 

“ครับผม มาแล้วครับ คิดถึงมัม” กันต์เดินเข้าไปกอดมัมพัทธ์ก่อนจะหอมแก้มมัมไปฟอดใหญ่แล้วหันมายักคิ้วให้พ่อคิน

 

เลยโดนพ่อคินเคาะหัวไปทีโทษฐานที่... “บังอาจมาหอมแก้มแฟนของพ่อได้ยังไง”

 

กันต์หัวเราะ วางของทุกอย่างที่ซื้อมาลงบนโต๊ะก่อนจะเดินกลับมาจูงมือน้องไป “นี่เดียร์ครับ แฟนของผมเอง ส่วนนี่.... พ่อคิน มัมพัทธ์ พ่อกับแม่ของพี่เอง แล้วนี่ก็สาวคนสวยของพี่ น้องแพร”

 

“สวัสดีครับ...” เดียร์ยกมือไหว้พ่อคินกับมัมพัทธ์ ก่อนจะหันไปยิ้มรับคำทักทายของน้องสาว

 

มัมพัทธ์ส่งยิ้มใจดีให้ “ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงสักทีนะน้องตัวเล็กของน้องกันต์ ปกติมัมจะเจอแต่ในรูปวาดของน้องกันต์”

 

“มัมครับ!” กันต์เรียกเสียงดังทันทีที่ความลับกำลังจะโดนเปิดเผยเพราะมัมพัทธ์

 

“ครับ... รูปวาด หมายถึง... รูปวาดของผมเหรอ”

 

มัมพัทธ์พยักหน้ารับ “ใช่แล้ว เดี๋ยวมัมพาไปดูเอาไหม...”

 

“มัมครับ... ผมซื้อของมาแล้ว นี่ครับ มัมกับพ่อคินจะทำอะไรดีครับ” กันต์รีบเข้าไปเปลี่ยนเรื่องทันทีพร้อมกับยื่นของที่ไปซื้อมาให้ เขาต้องปกป้องความลับนี้เอาไว้แม้จะรู้ว่าตอนนี้มันไม่ใช่ความลับอีกต่อไปแล้วก็ตามทีเพราะน้องรู้เรื่องแล้ว แม้ว่าจะรู้ไม่ทั้งหมดก็ตามที

 

“พี่เขาคงเขินน่ะ แต่เอาไว้มัมเอาให้ดูนะครับ”

 

“มัมครับ...”

 

“มัมไปทำอาหารต่อแล้ว ไปนั่งเล่นกับพี่เขาก่อนนะ หรือจะเดินเที่ยวรอบบ้านก็ได้” มัมพัทธ์ยิ้มให้อย่างใจดี “น้องแพรจะช่วยมัมหรือจะไปอยู่กับพี่คะ”

 

น้องแพรหันมองกันต์กับเดียร์สลับกันก่อนจะหันไปมองคำถามของมัมพัทธ์ “อยู่กับมัมดีกว่าค่ะ น้องแพรไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอคนรักกัน”

 

“อ้าว... น้องแพรก็กำลังขวางมัมกับพ่อคินอยู่นะ” คราวนี้เป็นพ่อคินที่เอ่ยแซวลูกสาวบ้าง

 

“กับพ่อคินกับมัม ขวางได้ค่ะ พี่กันต์บอก อิอิ”

 

“เดี๋ยวเถอะเจ้าตัวแสบ” พ่อคินหันมาคาดโทษลูกชายคนโตทันทีก่อนจะหันมาหาเดียร์ “อยากกินแพนเค้กคุณหมีน้อยไหม พ่อจะทำให้ พ่อให้พี่เขาแวะซื้อแป้งแพนเค้กมาให้แล้ว”

 

“จริงเหรอครับ” เดียร์ตาวาวด้วยความดีใจทันที ก็แพนเค้กคุณหมีน้อยฝีมือคุณลุงแพนเค้กน่ะอร่อยที่สุดเลย

 

“จริงสิ เดี๋ยวพ่อทำให้กินนะ กันต์พาน้องไปนั่งเล่นก่อนไป เดี๋ยวเสร็จแล้วจะให้น้องแพรไปเรียก”

 

“ครับผม” กันต์รับคำ ก่อนจะจูงมือน้องให้เดินออกจากครัว เขาพาน้องขึ้นไปบนห้องของเขาเอง ตอนแรกจะพาไปนั่งเล่นที่ห้องนั่งเล่นก็ลืมไปว่าอาหมอกับอาพฤกษ์กำลังเถียงกันอยู่ตรงนั้น เขาเลยพาน้องขึ้นมาบนห้องแทน

 

“บ้านพี่... ถ้ามีคนเยอะหน่อยก็จะวุ่นวายๆ แบบนี้แหละนะ” กันต์บอกกับน้องตัวเล็ก

 

“ครอบครัวพี่น่ารัก... พ่อกับมัมของพี่ก็น่ารัก” เดียร์รู้สึกแบบนั้นจริงๆ แม้จะเพิ่งได้เจอไม่นาน แต่ก็รับรู้ได้เลยว่าพ่อคินกับมัมพัทธ์ของกันต์เป็นคนที่น่ารักมาก

 

พอเห็นว่าทั้งสองคนน่ารักแล้วก็ใจดีแบบนี้ก็รู้สึกโล่งอก ความรู้สึกกลัว กังวลก่อนหน้านี้หายไปหมดแล้ว หายไปในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

 

อาหารกลางวันของวันนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยแล้วก็เสียงหัวเราะอย่างมีความสุขแล้วก็สนุกสนาน ทุกๆ คนน่ารักแล้วก็ใจดีกับเดียร์มาก แถมยังได้กินแพนเค้กคุณหมีน้อยที่นึกอยากจะกินด้วย รสชาติยังเหมือนเดิม เหมือนตอนที่เคยกินตอนเด็กๆ ไม่เปลี่ยน กินไปก็ยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี ทำเอาคนทำอย่างพ่อคินก็ยิ้มไม่หุบเหมือนกัน

 

“ชอบจริงๆ สินะ แพนเค้กนี้น่ะ” พ่อคินทักเมื่อเห็นเดียร์ตักกินไม่หยุด ตอนนี้เหลือแค่ครอบครัวของกันต์แล้วก็เดียร์เท่านั้น ส่วนอาหมอกับอาพฤกษ์นั้นขอตัวกลับไปแล้วหลังจากกินข้าวเสร็จเพราะอาหมอต้องรีบไปเข้าเวร ที่แวะมาก็แค่จะมาหาข้าวกินฟรีกับมาดูหน้าแฟนหลานเท่านั้น พอเสร็จสิ้นภารกิจที่อยากจะทำก็กลับไป

 

เดียร์พยักหน้ารับ ยิ้มกว้างให้กับคนทำแพนเค้กแสนอร่อยนี้ “ครับ ชอบมาก ผมยังทำกินเองบ่อยๆ แต่ทำยังไงรสชาติก็ไม่เหมือนที่คุณลุงทำเลยครับ”

 

“หือ... คุณลุงอะไรกันล่ะ เรียกพ่อคินสิ ไหนๆ ก็คบกับลูกชายพ่อแล้วไม่ใช่เหรอ”

 

“อ่า... ครับผม”

 

“น้องกันต์ตกลงคบกับน้องเขาแล้วเรียบร้อยใช่ไหม ไม่ใช่ขี้จุ๊ไปเองหรอกนะ” มัมพัทธ์หันไปถามลูกชาย

 

“แน่นอนสิครับมัม”

 

“มัมกับพ่อคินไม่คิดจะห้ามหรอกนะ เพราะรู้ดีว่านี่คือความสุขของลูก” มัมพัทธ์พูด มองเดียร์กับกันต์สลับกันไปมา “ถ้าทั้งกันต์แล้วก็น้องเดียร์คิดดีแล้ว ตัดสินใจดีแล้ว มั่นใจแล้วมัมก็ยินดี มัมพร้อมจะสนับสนุนความรักของเราทั้งสองคน มัมไม่คิดจะห้ามหรือต่อว่าอะไรหรอก”

 

“ผมมั่นใจครับมัม พ่อคิน” กันต์ตอบ

 

“ได้ยินแบบนั้นพ่อก็เบาใจ การที่เราจะคบกันมันไม่ใช่เรื่องยากหรอกแม้ว่าจะเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ แต่คนอื่นๆ คนข้างนอกต่างหากที่จะทำให้มันเป็นเรื่องยาก เราคบกัน ก็คือเราสองคน แค่เราสองคนเท่านั้นที่จะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของกันและกัน ต่อสถานะของกันและกัน ไม่ใช่คนอื่นนะ” พ่อคินพูด

 

“ใช่อย่างที่พ่อคินพูด ตอนเราคบกัน เราตกลงกันแค่สองคน แต่พอเราคบกันแล้วอย่าให้คนอื่นมามีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเรา ในคำยินดีย่อมมีคำว่าร้าย ในการแสดงความยินดีก็ย่อมมีการคิดร้าย มัมรู้ว่าพวกเราทั้งสองคนก็พอจะเป็นที่รู้จักในมหาลัย แน่นอนต้องมีคนพูดถึง มีคนวิพากษ์วิจารณ์ แต่อย่าเอาคำพวกนั้นมาทำให้พวกลูกหวั่นไหว เข้าใจไหมครับ” มัมพัทธ์พูดบ้างหลังจากที่พ่อคินพูดจบ

 

“ครับ” ทั้งสองคนรับคำ

 

คงจะไม่ผิดอย่างที่มัมพัทธ์พูดเท่าไหร่ พวกเขาทั้งสองคนพอเป็นที่รู้จักของคนในมหาวิทยาลัย เพจต่างๆ ของมหาวิทยาลัยก็มักจะลงรูปพวกเขาบ่อยๆ ในคำชมก็มีคำว่าร้ายมาด้วย ในขณะที่มีคนยินดีที่พวกเขาชอบกัน ก็มีคนว่าร้ายเหมือนกัน แต่พวกเขาก็ไม่เคยเก็บเอามาใส่ใจ

 

“แล้วก็นะ... ที่สำคัญเลยนะน้องกันต์” พ่อคินพูดพร้อมทำหน้าจริงจัง ให้ลูกชายต้องตั้งใจฟัง “ห้ามรังแกน้องนะรู้ไหม แต่ถ้าน้องยอมเองก็อีกเรื่องหนึ่งนะ”

 

“พี่คินครับ! สอนอะไรลูกอย่างนั้น แล้วดูพูดเข้าน้องเดียร์หน้าแดงไปหมดแล้วนั่น” มัมพัทธ์ร้องเสียงดังทันทีที่ได้ยิน กันต์อึ้งไปนิดก่อนจะหัวเราะออกมา ส่วนอีกคนที่โดนพาดพิงด้วยก็นั่งหน้าแดงอยู่ข้างๆ

 

“อ้าว... พี่สอนอะไรผิดล่ะ พี่กำลังสอนลูกอยู่นะ ว่าอย่ารังแกน้อง ไม่ว่าจะอะไรยังไงก็อย่าใช้กำลังไง” คนโดนดุก็แก้ตัวหน้าตาย เหมือนเรื่องที่พูดเป็นเรื่องธรรมดาๆ

 

“เดียร์ไม่ต้องสนใจที่พ่อคินเขาพูดหรอกนะ” มัมพัทธ์เลิกสนใจ หันมาพูดกับเดียร์แทน

 

“ค ครับ” เดียร์ได้แต่ยิ้มเท่านั้น

 

“แล้วก็น้องกันต์ อย่าลืมไปแนะนำตัวที่บ้านน้องด้วย จะคบกับลูกของเขาก็ต้องรู้จักไปพูดคุย ไปขอรู้ไหม ห้ามทำอะไรที่ข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่นะครับ”

 

“ครับมัม” กันต์ยิ้ม ขยับไปกอดเอวของมัมเอาไว้

 

มัมพัทธ์ยิ้ม ยกมือขึ้นกอดตอบ พอพ่อคินเห็นก็เข้าไปกอดบ้างแม้ว่าตั้งใจจะกอดมัมพัทธ์คนเดียวก็เถอะ ส่วนกันต์ก็หันมาหาน้องสาวแล้วเรียกน้องสาวเข้าไปกอดด้วย ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าทั้งสี่คนนั่งกอดกันกลม

 

เดียร์มองภาพตรงหน้ายิ้มๆ รู้สึกดีจริงๆ ที่สุดท้ายก็ตัดสินใจมา สิ่งที่เห็น สิ่งที่เจอทำให้เดียร์รู้ว่าเขาตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกที่จะรักคนคนนี้ เพราะครอบครัวที่แสนดีนี้หล่อหลอมให้กันต์เป็นกันต์อย่างที่เป็นอยู่ เป็นอย่างที่เดียร์เผลอตัวจนกลายมาเป็นชอบ เป็นรักแบบนี้

 

“น้องเดียร์... มาครับมา” แขนของมัมพัทธ์อ้าออก ก่อนจะพยักหน้าเรียกให้เดียร์เข้าไปหา

 

เดียร์ลังเลอยู่ไม่นานก็ขยับไปใกล้ เข้าสู่อ้อมกอดของครอบครัวที่แสนจะน่ารักแล้วก็อบอุ่นครอบครัวนี้ แต่เดียร์ไม่ได้นึกอิจฉาหรอกนะ เพราะครอบครัวบริสตันของเดียร์ก็น่ารักแล้วก็อบอุ่นไม่แพ้กัน

 

 

 

************************************************

วันนี้น้องกับพี่ไม่ได้มากันแค่สองคนนะ พ่อคิน มัมพัทธ์ก็มา แถมหมอชลกับพี่พฤกษ์ก็มา คิดถึงคู่นี้เนอะ อิอิ น้องมาบ้านพี่แล้วจ้า แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่มีปัญหาอะไร ก็ทั้งพ่อคิน ทั้งมัมพัทธ์เขารอให้พี่พาน้องมาหาอยู่แล้วนี่เนอะ จะมีปัญหาได้ยังไงกัน เรื่องนี้จะจบแล้ว... ก็บอกเลยว่าไม่มีดราม่าอะไรให้เป็นกังวลนะคะ อ่านกันฟิน ๆ ยาวไปจนจบเลยจ้า แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ

 

ปอลอ. ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกความคิดเห็นนะคะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายของฟางจ้า ขอบคุณนะคะ

 

ปล. เหตุการณ์รับน้อง การเรียนการสอน รวมไปถึงข้อมูลบางส่วนที่ใส่ในนิยาย บางส่วนฟางเอามาจากชีวิตจริงที่ฟางได้เจอมาตอนเรียน บางส่วนฟางแต่งเติมเสริมขึ้นมาเอง และได้รับการอนุญาตจากทาง รศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เผยแพร่แล้วค่ะ

 

เจอคำผิด บอกได้ค่า

 

ไม่อยากจะขออะไรมาก แต่ขออย่างเดียวอ่านแล้วเมนต์หน่อยน้า ไม่งั้นพี่กันต์น้อยใจแย่เลย รักพี่กันต์เมนต์ รักน้องเดียร์เมนต์ รักคนแต่งเมนต์ ไม่รักกันก็เมนต์ค่า

 

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

 

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

 

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 698 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #3083 Ammiee_Ammiee (@Ammiee_Ammiee) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 20:24
    งื้อออออ ครอบครัวอบอุ่นจังงง
    #3083
    0
  2. #2927 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 20:00
    ครอบครัวอบอุ่น อ่านแล้วมีความสุขตามไปด้วย
    #2927
    0
  3. #2764 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 10:28
    อบอุ่นหัวใจที่สุด ป.ล ก็ยังสงสารหมอชล รักด้วยลำแข้งตั้งแต่หนุ่มจนแก่
    #2764
    0
  4. #2715 Nongsomjeed (@Nongsomjeed) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 11:39

    น่ารักมีแต่คำว่าน่ารักเต็มไปหมดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #2715
    0
  5. #2545 ChatchayaNB (@ChatchayaNB) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 13:40
    มีคำผิดอยู่นะคะไรท์คนดี .. 😚
    #2545
    0
  6. #2428 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 12:16
    พี่หมีน่ารักและนิสัยดีได้แบบไหนนี้เพราะการเลี้ยงดูที่ดีมากของพ่อแม่เลยนะ
    #2428
    0
  7. #2404 Paaaooo (@Pao1965) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 15:14

    รักจังเลย
    #2404
    0
  8. #2398 meawsu1508 (@meawsu1508) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 11:00

    อิจฉาเดียร์ ผัว เอ้ย! แฟนหล่อ พ่อแฟนหล่อ แม่แฟนน่ารัก น้องแฟนสวย ดงคนหน้าตาดีทั้งนั้นน

    #2398
    0
  9. #2275 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 16:06
    บ้านกันต์ผ่านแล้ว ป้ายต่อไปก็บ้านเดียร์ พี่ควอตซ์ว่าไงนะ ได้ลูกเขยมาคนแล้ว 555 คิดว่าไม่ขวาง แต่น่าจะมีรับขวัญเล็กๆน้อยๆ ไม่ก็ทำความรู้จักภาษาพ่อตาลูกเขย
    #2275
    0
  10. #2248 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 19:22
    ครอบครัวน่ารัก
    #2248
    0
  11. #2235 Cherdyl3e3r (@Cherdyl3e3r) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 15:11
    น่ารักกกก
    #2235
    0
  12. #2226 Poom Raweewan (@poompooi) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 07:48
    แฟนดีเด่น ทำไมอยากได้แบบนี้ แฟนดีเด่นกับครอบครัวสุขสันต์ น่ารักมากอ่าาาา
    #2226
    0
  13. #2187 AirrUtai (@AirrUtai) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 21:10
    ต่อไปก็คิวครอบครัวน้องเดียร์แล้วน๊าา
    #2187
    0
  14. #2185 ilee2 (@ilee) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 19:26
    แฮปปี้แฟมิลี่
    #2185
    0
  15. #2184 Bypla (@Bypla) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 00:46
    รออ่านตอนต่อไปอยู่น้าาาา
    #2184
    0
  16. #2182 parepooh23 (@parepooh23) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 15:06
    รอต่อน้าาา
    #2182
    0
  17. #2180 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 15:24
    ครอบครัวสุขสันต์ ^^
    #2180
    0
  18. #2179 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 15:24
    ครอบครัวสุขวันต์ ^^
    #2179
    0
  19. #2178 Gammmmmmmmmm (@Gammmmmmmmmm) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 12:45
    Happy Family มากเลย ><
    #2178
    0
  20. #2177 C.Clover (@khun_mali) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 12:24
    ยังคงอบอุ่นเสมอ พ่อคินมัมพัทธ์... ครอบครัวน่ารัก
    #2177
    0
  21. #2176 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 10:28
    เป็นครอบครัวที่อบอุ่นจิงๆๆ
    #2176
    0
  22. #2175 Neko4869 (@Neko4869) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 10:23
    เขินนน
    #2175
    0
  23. #2174 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 22:28

    นน่ารักกันทั้งครอบครัวจริงๆ

    #2174
    0
  24. #2173 loognamfzt403 (@loognamfzt403) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 21:26
    ดีงามมาก ขอบ้านบริสตันด้วย ครอบครัวใหญ่มาก
    #2173
    0
  25. #2172 LaDiesGem (@LaDiesGem) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 17:52
    บ้านนี้เค้าหวานๆ ถ้าไปบ้านนู้นโดนแด๊ดหวงหนักแน่
    #2172
    0