♡ Faculty of Love . 1 My Dear ; รักของผม ผมจัดเอง ♡ [Boy's Love] ll [สนพ. Bookish House]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 286,007 Views

  • 3,094 Comments

  • 11,682 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,389

    Overall
    286,007

ตอนที่ 26 : บท25 l “กำลังใจกันต์และกัน”

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10588
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 669 ครั้ง
    2 พ.ย. 61

Cr. Pic [Pinterest]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ

ไม่ขออะไรมาก คอมเมนต์ให้กำลังใจกันหน่อยก็ดีจ้า

อย่าเป็นนักอ่านเงาเลย คนแต่งหมดกำลังใจเนอะ




บท25 l “กำลังใจกันต์และกัน”

 

“มึง... มึงว่าประวัติศาสตร์ยุคไหนจะออกข้อสอบเยอะสุดวะ กรีก โรมันเนื้อหาก็เยอะชะมัด แต่พวกยุคคลาสสิกก็ไม่น้อยเลย ไหนจะยังมียุคฟื้นฟู ยุคนีโอคลาสสิกอะไรอีก มันเยอะมากเลยนะ แถมเล่มก็หนาเป็นร้อยหน้า แล้วมึงว่าอาจารย์จะเอาเนื้อหาที่เรียนตอนก่อนสอบกลางภาคมาออกไหมวะ แล้ว...”

 

“หยุด! ไอ้เตี้ย มึงหยุดเลย จะอ่านก็อ่าน ไม่ใช่มาเปิดไปเปิดมาแล้วก็ส่งเสียงรบกวนแบบนี้” ทัชเอ่ยห้ามเพื่อนรักให้หยุดพูด “มึงถามกูไป กูก็ไม่สามารถตอบคำถามมึงได้หรอก เพราะกูไม่ใช่อาจารย์ที่ออกข้อสอบ แต่ถ้าความคิดกูนะ กูว่าออกหมดทุกยุคทุกสมัยนั่นแหละ เพราะฉะนั้น... ถ้ามึงไม่อยากตก ไม่อยากพลาด มึงก็อ่านเข้าไป อ่านๆๆ แล้วก็อ่านแบบที่ไอ้หินกำลังทำอยู่ เข้าใจไหม”

 

เดียร์ได้แต่จิ๊ปากอย่างเคืองๆ ที่โดนเพื่อนขัดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมตะวันตกต่อไป อ่านตั้งแต่สถาปัตยกรรมยุคกรีก ยุคโรมัน ยุคคลาสสิก ยุคกลางที่มีแยกย่อยลงไปอีก ยุคบาโรก ยุคโรโคโค ยุคฟื้นฟู ซึ่งเนื้อหาแต่ละยุคสมัยก็ไม่ใช่น้อยๆ ทำออกมาเป็นหนังสือได้เล่มหนามาก

 

“ยุคกรีกจำลักษณะของหัวเสาเอาไว้ด้วย อาจารย์น่าจะออก หัวเสาสามแบบน่ะ จำกันได้ใช่ไหม” หินผาเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมองหน้าเพื่อนทั้งสองคน

 

“จำได้ดิ” แทบจะตอบออกมาพร้อมกัน

 

“ไหน... อะไรบ้าง”

 

คราวนี้ล่ะมองหน้ากันเลิกลั่ก ก่อนจะขมวดคิ้วกันจนคิ้วแทบพัน “ไอโอนิก ดอริก...”

 

“เรียงลำดับด้วยสิ มั่วหมดแล้วนั่น” หินผาพูด “ดอริก (Doric Order) มีลักษณะเรียบง่ายที่สุดในสามแบบ โคนเสาจะใหญ่แล้วก็จะเรียวขึ้นข้างบน ที่เสาจะมีร่องเว้ายี่สิบร่องรอบเสา ข้างบนยอดเสาจะมีคิ้วโค้งเพื่อรับแผ่นสี่เหลียมที่รับน้ำหนักจากหลังคาอีกที ต่อไปเป็นอะไร”

 

“ไอออนิก (Ionic Order) ไอออนิกลักษณะของเสาจะเรียวกว่าดอริก ที่เสามีร่องเว้าเหมือนกัน จะต่างกันที่ส่วนยอดของเสาตรงแผ่นหินข้างบนของดอริกจะเป็นสีเหลี่ยมเรียบๆ แต่ของไอออนิกจะมีการแกะสลักเป็นก้นหอยย้อยลงมา ดูสวยงามมากกว่า” เดียร์เป็นคนพูดต่อ คราวนี้ทั้งสองคนก็หันไปมองทัชที่นั่งฟังอยู่

 

“จำได้หรอกน่า... อันสุดท้าย โครินเธียน (Corinthian Order) เป็นเสาที่ให้ความรู้สึกถึงความฟุ่มเฟือย หรูหรา หัวเสาแกะสลักเป็นรูปดอกไม้ ใบไม้” ทัชพูดขึ้นบ้าง

 

“ใบ้ไม้ที่แกะสลักอยู่บนหัวเสา ดัดแปลงมาจากใบอาคันธัส (Acanthus) คล้ายๆ กับใบผักกาด” หินผาเสริมให้ต่อ

 

“นี่แค่กรีกอย่างเดียวเองนะ... ยอมแพ้ตอนนี้ทันไหมเนี่ย” เดียร์ร้องโอดครวญก่อนจะเลื้อยตัวไปกับโต๊ะญี่ปุ่น

 

ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ห้องของหินผา ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาติวด้วยกันแต่ทั้งเดียร์แล้วก็ทัชเห็นพ้องต้องกันว่าถ้าอ่านเองคงอ่านไม่รู้เรื่อง ดีไม่ดีอ่านไม่จบด้วย พวกเขาต้องพึ่งพาคนที่ถือว่าเป็นมันสมองของกลุ่มอย่างหินผา จึงได้หอบหนังสือเล่มหนา เสื้อผ้ามาสิงสถิตอยู่ที่ห้องของหินผา แล้วให้เจ้าของห้องช่วยติวให้ แต่อนาคตมันแลดูอีกยาวไกลเหลือเกิน ทั้งๆ ที่อ่านหนังสือมาเป็นชั่วโมงแล้วแต่จำนวนหน้าหนังสือเพิ่งเปิดไปได้แค่ไม่กี่สิบหน้าจากร้อยหน้า เห็นแล้วก็ท้อเหลือเกิน

 

“อ่านไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จบ ตรงไหนไม่สำคัญก็ไม่ต้องอ่านสิ อ่านตามที่โน้ตมาก็ได้แล้ว” หินผาพูด หยิบชีทที่ซีร็อกซ์เอาไว้ออกมาส่งให้เพื่อนทั้งสองคน “อ่านอันนี้ก็ได้ ย่อเอาไว้แล้ว น่าจะพออ่านเข้าใจอยู่ แล้วค่อยอ่านเสริมเอาในหนังสืออีกที”

 

เดียร์กับทัชมองหน้าหินผาอย่างทราบซึ้งใจ นี่ถ้ากระโดดกอดได้ หอมแก้มได้ พวกเขาคงทำไปแล้ว หินผานี่เหมือนเทวดามาโปรดชัดๆ เลย

 

“ฮือ... ถ้าไม่มีมึงนะพวกกูต้องตายแน่ๆ เลย” ทัชเริ่มเล่นใหญ่จนหินผาหัวเราะ ส่ายหน้าให้กับความล้นของเพื่อนคนนี้

 

“เออๆ อ่านๆ เข้าไปเดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก ไม่ได้สอบวิชานี้วิชาเดียวนะครับเผื่อจะลืม”

 

“ฮือ... อย่าตอกย้ำ” เดียร์ร้องโวยวาย ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ คราวนี้เขาอ่านชีทที่หินผาส่งมาให้ น้ำตาแทบไหล อยากจะกราบขอบคุณเพื่อนจริงๆ เพราะเนื้อหาที่ในนั้นทั้งอ่านง่าย ครอบคลุมแทบจะทุกเรื่อง อธิบายเข้าใจในไม่กี่บรรทัด “เชี่ย... มึงมีเวลาว่างขนาดนี้เลยเหรอวะ”

 

“จริงๆ แล้วไม่ใช่ของกูหรอก” หินผาหัวเราะ

 

“อ้าว แล้วของใครวะ...”

 

“ของแฟนมึงน่ะ” หินผาพยักหน้าให้เดียร์ “ของพี่กันต์ กูไปเจอพี่เขาที่ร้านถ่ายเอกสาร เขาบอกว่าเอามาถ่ายเพื่อจะได้ให้มึงเอาไว้อ่าน แล้วพอดีกูบอกเขาไปว่ามึงกำลังจะมาหากูที่ห้อง เขาก็เลยฝากกูเอามาให้เลย เพราะพี่เขาต้องรีบไปทำงานต่อ เห็นบอกว่าจะไลน์บอกมึงเอาไว้ด้วย พี่เขาไม่ได้บอกเหรอวะ”

 

เดียร์ทำหน้างง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา เห็นการแจ้งเตือนค้างเอาไว้ที่ยังไม่ได้เปิดดูแล้วก็มีชื่อของคนคนนั้นอยู่ด้วย “กูเผลอไปปิดเสียงเอาไว้ว่ะ เลยไม่รู้ พี่เขาไลน์มาบอกอยู่”

 

“อือหือ... แสนดีไปอีกแฟนมึง พี่กันต์นี่ก็โคตรเก่ง จะเก่งไปไหนวะเนี่ย” ทัชพูดพลางเปิดชีทในมือดู นับถือจริงๆ คนอะไรจะขยันได้ขนาดนี้ แถมยังเขียนเป็นระเบียบอ่านเข้าใจง่ายอีกด้วย

 

หินผากับเดียร์เองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของทัช เดียร์ปลดล็อกโทรศัพท์เพื่อตอบข้อความของกันต์ที่ส่งทิ้งเอาไว้เมื่อชั่วโมงก่อน เขาจัดการส่งข้อความขอบคุณกลับไป พร้อมกับบอกว่ากำลังอ่านชีทที่อีกฝ่ายถ่ายเอกสารมาให้อยู่

 

ผ่านมากว่าสองสัปดาห์แล้วหลังจากที่เดียร์ไปที่บ้านของกันต์แล้วก็ได้ครอบครัวที่แสนอบอุ่นมาเพิ่มอีกหนึ่งครอบครัว แต่หลังจากวันนั้นเดียร์ก็แทบไม่ได้เจอกับกันต์เลยเพราะว่ากำลังเข้าช่วงสอบปลายภาคแล้ว ปีหนึ่งที่ว่ามีงานเยอะแล้วก็สู้ปีสามไม่ได้ กันต์มีทั้งงานตัดโมเดล งานพรีเซนต์ งานประกวดแบบเต็มไปหมด แล้วก็ไม่ใช่แค่งานของวิชาในคณะเท่านั้น รวมไปถึงวิชานอกด้วย ทั้งงานกลุ่มงานเดี่ยว เจ้าตัวเลยยุ่งทุกวันแทบไม่มีเวลาว่าง

 

เดียร์โชคดีหน่อยที่ยังพอมีเวลา เพราะปีหนึ่งรายวิชาที่เรียนมีไม่เยอะ อีกทั้งส่วนใหญ่ก็เป็นงานกลุ่ม พวกเขาช่วยกันทำจนเสร็จหมดแล้วเหลือพรีเซนต์แค่อีกวันเดียวก็โล่ง เตรียมอ่านหนังสือสอบได้ ทำให้ตลอดสองสัปดาห์นี้เดียร์แทบไม่ได้เจอกับกันต์เลย จะมีก็แค่โทรคุยกัน ส่งข้อความหากันเท่านั้นทั้งๆ ที่ห้องก็อยู่ข้างๆ กันแท้ๆ แต่ถึงจะไม่ค่อยได้เจอกันอีกฝ่ายก็ไม่เคยทิ้งกันไปไหน บางวันก็มาเคาะห้องเพื่อส่งเสบียงให้ มีทั้งของคาว ของหวานเต็มไปหมด บางวันที่เดียร์งานโล่งๆ หน่อยก็จะเป็นฝ่ายจัดหาของกินไปส่งให้ถึงห้อง แม้แต่ละครั้งที่เจอหน้ากันยังไม่นานเพราะต่างฝ่ายต่างต้องกลับไปเร่งทำงานต่อ แต่มันก็เป็นความรู้สึกดีๆ ทุกครั้ง

 

ตอนนี้กันต์ก็คงกำลังนั่งหลังขดหลังแข็งตัดโมเดลไฟนอลโปรเจคอยู่แน่นอน ไม่รู้ว่าจะได้กินข้าวหรือยัง จะพักบ้างหรือเปล่า คิดแล้วก็ส่งข้อความไปเตือนให้กินข้าวแล้วก็พักผ่อนบ้าง แล้วจึงหันกลับมาตั้งใจอ่านหนังสือสอบต่อ อีกไม่กี่วันก็จะสอบแล้ว...

 

KAN

อ่านหนังสือถึงไหนแล้ว

ใกล้จบหรือยัง

 

เดียร์ละสายตาจากชีทในมือไปที่โทรศัพท์เมื่อเห็นว่าใครส่งมาก็หยิบมากดตอบกลับไปทันที

 

:D_Dear

ยังไม่ใกล้ความจริงเลยสักนิด

ทำไมมันเยอะขนาดนี้ก็ไม่รู้

*ส่งสติ๊กเกอร์*

 

ส่งสติ๊กเกอร์หมีร้องไห้ไปให้ด้วยอีกหนึ่งตัว

 

KAN

ถ้าสงสัยตรงไหนก็ถามพี่ได้นะ

 

:D_Dear

ครับผม

แล้วพี่เป็นยังไงบ้าง งานใกล้เสร็จหรือยัง

ให้ผมไปช่วยไหม ผมมีแค่อ่านหนังสืออย่างเดียวแล้วตอนนี้

 

KAN

ไม่เป็นอะไร งานพี่ใกล้เสร็จแล้ว

ตั้งใจอ่านหนังสือเถอะ จะได้ทำข้อสอบได้คะแนนดีๆ

ไปอ่านหนังสือต่อได้แล้ว พี่ก็จะทำงานต่อแล้วล่ะ

พักผ่อนบ้างนะ

 

:D_Dear

บอกตัวเองเถอะครับพักผ่อนน่ะ

พี่อย่าลืมหาอะไรกินล่ะ เดี๋ยวปวดท้องนะ

 

KAN

ครับคุณแฟน

 

เดียร์อดที่จะหน้าแดงไม่ได้ตอนเห็นข้อความที่กันต์ส่งกลับมา ชอบเรียกเขาว่าแฟนจริงๆ ไม่รู้หรือไงว่ามันเป็นคำที่ทำให้รู้สึกเขินมาก

 

“อ้าวๆ ยิ้มใหญ่ ยิ้มเข้าไป อ่านประวัติศาสตร์มันน่ายิ้มขนาดนั้นเลยหรือไง” เสียงแซวดังมาจากเพื่อนสมัยเด็ก “อ๋อลืมไป... ชีทก็ชีทแฟน แถมยังมีแฟนให้ไลน์คุยกันอีก น่าหมั่นไส้จริงๆ เลย”

 

“มึง...” เดียร์เรียกเพื่อนสนิทของตัวเอง “อ. อ่าง สระอิ จ.จาน ฉ.ฉิ่ง สระอา อิจฉาสะกดแบบนี้นะมึง”

 

“ไอ้เตี้ย!” ทัชร้องพลางชี้หน้าเพื่อน ส่วนหินผากับเดียร์ก็หัวเราะชอบใจกับท่าทางของเพื่อน

 

“อ่านหนังสือกันต่อได้แล้ว” หินผาพูดเมื่อคิดว่าถ้าหากปล่อยเอาไว้เพื่อนซี้สองคนนี้คงได้ถกเถียงกันอีกแน่นอน

 

ทั้งสองคนก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี ต่างฝ่ายต่างก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อไป ผ่านไปหลายชั่วโมงจนรู้สึกล้าที่ดวงตาถึงได้พากันวางชีทลง เดียร์นอนแผ่กับพื้น กางแขนกางขาเต็มที่ ทัชเองก็ไม่ต่างกัน แต่ดูเหมือนว่าคนที่ขยันที่สุดอย่างหินผาจะไม่ยอมปล่อยเวลาให้ว่างเปล่า เพราะถึงแม้ว่าจะไม่ได้อ่านหนังสือแต่หินผาก็คอยถามคำถามเพื่อให้เดียร์กับทัชช่วยกันตอบเพื่อเป็นการทบทวนไปในตัว

 

“พอก่อนได้ไหม เอียนประวัติศาสตร์จะตายแล้ว...”  ทัชยกมือยอมแพ้หลังจากนอนตอบคำถามของหินผาไปหลายข้อแล้ว

 

“โอเค พักก่อนก็ได้ ว่าแต่หิวกันหรือยังจะออกไปหาอะไรกินก่อนไหม” หินผาถามเพื่อนทั้งสองคน

 

“ไปหาอะไรกินเถอะ กูชักจะหิวแล้ว” ทัชชูมือขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเพื่อนทั้งสองคน

 

“อยากกินอะไรล่ะ” เดียร์หันไปถาม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก่อนจะกดตอบข้อความของกันต์ที่ส่งมาถามว่าเขากินข้าวหรือยัง

 

“สเต็ก... กูต้องการของหนักๆ ใส่ท้อง เพราะอย่างนั้นไปกินสเต็กกันมึง” ทัชพูด “ไป ลุกๆ เลยพวกมึงกูหิวแล้ว หิวมากด้วยตอนนี้”

 

“เออๆ” ทั้งเดียร์แล้วก็หินผารับคำ พวกเขาลุกขึ้นหยิบของเพื่อเตรียมตัวไปกินข้าว

 

ร้านสเต็กที่ว่าอยู่ไม่ไกลจากหอพักของหินผามากนักพวกเขาเลยตัดสินใจที่จะเดินไปแทนเพื่อที่จะไม่ได้ต้องขับรถออกไป เวลาเย็นๆ แบบนี้คนคงเยอะ รถเองก็เหมือนกัน จากที่จะถึงภายในสิบนาทีจะกลายเป็นว่าชั่วโมงหนึ่งก็ยังไม่ขยับไปไหน

 

ที่ร้านคนเต็มไปหมดจนต้องจองคิว ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะเปลี่ยนไปกินร้านอื่นแทนแต่คนอยากกินอย่างทัชยืนยันว่าจะกินร้านนี้ให้ได้ ก็เลยตัดสินใจรอคิว แต่ก็รออยู่ไม่นานก็มีโต๊ะว่างสำหรับพวกเขา

 

เอ่อมึง... เดี๋ยวพี่กันต์จะมากินด้วยนะเดียร์บอกเพื่อนทั้งสองคนหลังจากที่พวกเขาเดินมานั่งที่โต๊ะเรียบร้อยแล้ว

 

เขาไลน์คุยกับกันต์ บอกว่ากำลังจะออกมาหาอะไรกินที่ร้านสเต็ก แล้วเขาก็เลยถามกลับไปว่ากินอะไรหรือยัง ให้หาอะไรกินด้วย อีกฝ่ายเลยบอกว่าจะมากินด้วย

 

ก็เอาสิ แล้วนี่พี่เขาอยู่ไหนแล้วล่ะ ออกมายังทั้งทัชและหินผาก็ไม่มีปัญหาอะไรที่กันต์จะมาร่วมมื้ออาหารด้วย

 

กำลังมา น่าจะใกล้ถึงแล้วล่ะเดียร์ตอบ พอดีกับที่โทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เป็นสายจากคนที่เขากำลังนั่งเมาส์กันอยู่พอดีเดี๋ยวกูออกไปรับพี่เขาที่หน้าร้านก่อน

 

แต่ยังไม่ทันที่เดียร์จะได้เดินไปไหนกันต์ก็เดินเข้ามาถึงโต๊ะเสียก่อน เดียร์เงยหน้ามองก่อนจะขยับให้อีกฝ่ายนั่งลงข้างๆ กันต์รับไหว้รุ่นน้องทั้งสองคนที่ยกมือไหว้ทักทายเขา

 

“เป็นยังไงบ้าง อ่านหนังสือสอบกันได้เยอะหรือยัง” กันต์ถามรุ่นน้องหลังจากที่พวกเขาสั่งอาหารกันแล้วเรียบร้อย

 

“พูดเรื่องนี้แล้วมันเศร้าพี่ หนักสุดก็ประวัติศาสตร์นี่แหละ” ทัชทำหน้าอยากจะร้องไห้ตอนตอบคำถามให้กันต์หัวเราะขำกับท่าทางของรุ่นน้อง

 

“จริงๆ ข้อสอบก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก อ่านแค่ในชีทที่พี่ฝากให้ไปก็พอแล้ว พี่ว่าอาจารย์คงออกข้อสอบไม่พ้นกันหรอก เรื่องหัวเสากรีกนี่ชอบออก ให้วาดรูปประกอบพร้อมอธิบายสั้นๆ ยกตัวอย่างสถาปัตยกรรมที่ใช้หัวเสาแต่ละประเภทมาด้วย” กันต์บอกแนวข้อสอบ “ถ้าเราจำได้ว่าแต่ละยุคสมัยมีจุดเด่นยังไงก็ทำข้อสอบได้สบายแล้ว”

 

“จุดเด่นแต่ละยุคมันน้อยซะที่ไหนล่ะครับ แถมไม่ได้มีแค่ยุคสองยุคด้วยนี่” เดียร์ทำหน้ามุ่ยตอนพูด

 

“ค่อยๆ อ่านไปเดี๋ยวก็จำได้เอง ไม่ต้องกังวลหรอก บางทีเราอาจจะคิดว่าจำไม่ได้ แต่พอถึงเวลาทำข้อสอบจริงๆ มันก็จะนึกออกเองนั่นแหละนะ แต่ต้องอ่าน ถ้าไม่เข้าใจก็ถามพี่ได้ เข้าใจไหม” กันต์ยกมือวางบนหัวของแฟน จับโยกไปมาอย่างเอ็นดู

 

เดียร์ได้แต่พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ไม่โต้เถียง ไม่ค้านอะไร แบบที่ทัชเห็นแล้วก็แทบจะเบ้ปากเพราะรู้สึกหมั่นไส้กับการเป็นเด็กดีของเพื่อน ลองเป็นเขาพูดสิ มีได้สวนกลับมาแน่นอน แต่พอเป็นแฟนพูดล่ะว่าง่ายจริงเชียว

 

ใครที่ไหนที่ว่าพี่เขาเสียๆ หายๆ ว่านิสัยไม่ดี ขี้เก๊ก ไอ้คนนั้นมันอยู่ไหนแล้วทัชล่ะอยากจะรู้จริงๆ

 

“ว่าง่ายเหลือเกิน เด็กดี๊เด็กดี” อดไม่ได้เลยต้องแซวเพื่อนออกไป หินผาไม่พูดอะไรแต่ก็ยิ้มขำไม่แพ้กัน คิดไม่ต่างจากที่ทัชพูดหรอก

 

“อะไรของมึง” นั่นไง... ผิดจากที่ทัชคิดเสียที่ไหนล่ะ “เงียบๆ แล้วกินเข้าไปเถอะ ไม่พูดก็ไม่มีใครคิดว่าเป็นใบ้หรอก”

 

“อ่ะจ้าพ่อเด็กดี ก่อนหน้านี้ล่ะอย่างนู้นอย่างนี้ ทีตอนนี้ล่ะ อ่อนจ้า อ่อน”

 

“ไอ้ทัช”

 

“ทำไมๆ ทำไมครับคุณหนูเดียร์”

 

“ไม่เอาน่า ไม่เถียงกันสิ” กันต์เอ่ยห้ามแฟนตัวเองเมื่อเห็นว่าน้องตัวเล็กเตรียมจะหาเรื่องเพื่อนเต็มที่

 

“ก็มันอ่ะ” หันมาทำหน้างอแงใส่แล้วฟ้อง

 

“กินดีกว่า เดี๋ยวจะได้กลับไปอ่านหนังสือต่อเนอะ” จิ้มเฟรช์ฟรายส์ชิ้นใหญ่ป้อน ซึ่งน้องก็น่ารักอ้าปากงับเคี้ยวแก้มตุ่ย แล้วพอมีของกินเข้าปากก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้นเลิกสนใจเพื่อนที่ชอบกวนประสาทแล้วก้มหน้าก้มตากิน

 

ทัชเองก็ไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดเพราะพอของกินมาเสิร์ฟก็ตาลาย กลิ่นหอมลอยมาให้เคลิบเคลิ้มจนเลิกสนใจอย่างอื่นแล้วจัดการกับสเต็กชิ้นโตตรงหน้า เพราะหิวกันมากใช้เวลาไม่นานอาหารก็เกลี้ยงจาน นั่งลูบท้องอย่างสบายใจ ดื่มตามน้ำนั่งย่อยอีกสิบนาทีก่อนจะเรียกเก็บเงินแล้วเดินออกจากร้าน

 

“พี่ไปแล้ว ยังไงก็ตั้งใจอ่านหนังสือสอบนะ ทุกคนเลย” กันต์พูดกับน้องตัวเล็กก่อนจะเลยไปถึงทุกคน

 

“ครับ พี่ก็อย่าเอาแต่ทำงานจนลืมพักล่ะ” เดียร์บอก

 

“ครับผม แล้วเจอกัน” ยีผมน้องเล่นอีกที โบกมือลาน้องก่อนจะเดินแยกไปขึ้นรถอีกทาง ส่วนเดียร์ก็เดินกลับไปที่หอของหินผาพร้อมกับเพื่อนทั้งสองคน

 

รู้สึกมีกำลังใจอ่านหนังสือขึ้นมาอย่างไรก็ไม่รู้ น่าจะเพราะได้พัก กินอาหารให้ท้องอิ่มแน่นอนเลย

 

“กำลังใจมาเต็ม คราวนี้อ่านทั้งคืนก็คงไม่บ่น กำลังใจขนาดนี้นี่เนอะ” ทัชก็อดไม่ได้ที่จะแซว “พี่กันต์ก็โคตรลงทุน จากคอนโดมาที่นี่ก็ไม่ใช่ใกล้ๆ เสียเวลาทำงานไปเป็นชั่วโมงก็ยอมลงทุนขับรถมาเพื่อมากินข้าวกับแฟน ลงทุนสุดๆ มาเอากำลังใจไม่พอ มาให้กำลังใจคนแถวนี้ด้วย น่าหมั่นไส้จริงๆ เลย”

 

“มึง...” เดียร์สะกิดเรียกคนที่เดินอยู่ข้างหน้า ก่อนจะยักคิ้วหลิ่วตาใส่ “อิจฉา... พูดแบบนี้นะ”

 

เดียร์ไม่ได้มีกำลังใจอ่านหนังสือเพราะท้องอิ่มหรอก แต่เพราะใครบางคนขับรถมากินข้าวด้วยต่างหากล่ะ...








* * * ต่อค่ะ 100% * * *






กันต์ไม่แน่ใจว่าเขานั่งทำงานมากี่ชั่วโมงแล้ว นั่งสลับตำแหน่งไปมาระหว่างหน้าคอมพิวเตอร์ กับโต๊ะที่ใช้ตัดโมเดล อย่างตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อหามุม จัดแสง ใส่เมททีเรียล ก่อนจะกดเรนเดอร์ภาพสามมิติภายนอกอาคาร ซึ่งการเรนเดอร์ภาพแต่ละภาพใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมง ระหว่างรอภาพเขาก็กลับไปตัดโมเดลต่อ สลับกันไปมาแบบนี้จนแทบไม่ได้ดูเวลา

 

เขาขยับตัวอย่างเมื่อยขบหลังจากกดเรนเดอร์ภาพอาคารมิกซ์ยูสที่ออกแบบไว้เป็นรูปที่สามของวันตั้งแต่เช้า จนตอนนี้ก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว เหมือนจะได้ยินเสียงกระดูกตัวเองลั่นตอนบิดตัว ปวดเมื่อยจนต้องร้องออกมา หันมองโมเดลที่ตัดค้างเอาไว้ก่อนจะตัดสินใจพักสักหน่อยเพราะโมเดลก็คืบหน้าไปมากแล้ว เหลือเอาชิ้นส่วนแต่ละชั้นมาประกอบเข้าด้วยกัน ยังพอเหลือเวลาอีกสองวันน่าจะเสร็จทันถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด

 

เมื่อคิดว่าจะพักเขาเลยหันไปหยิบแมคบุ๊กมา เปิดงานของตัวเองที่เซฟมาจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเพื่อกดเรนเดอร์อีกสักภาพแล้วคืนนี้เขาจะไปนอนแล้ว เพราะตั้งแต่เมื่อวานก็ยังไม่ได้นอนเลย ใช้เวลาจัดแสง หามุม ทดลองเรนเดอร์ด้วยภาพความละเอียดต่ำเกือบชั่วโมงถึงจะได้ภาพที่สวยถูกใจจนพอจะกดเรนเดอร์ได้ ปล่อยให้ทั้งสองเครื่องทำงานไป ส่วนตัวเขาก็ขอพักเอาแรงสักหน่อย

 

หยิบโทรศัพท์มาตั้งปลุกเพราะไม่อย่างนั้นได้นอนยาวไม่ตื่นแน่นอน ถึงได้เห็นข้อความของน้องตัวเล็กที่ส่งมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ จนถึงเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลายข้อความ

 

:D_Dear

ผมอ่านหนังสือจบแล้ว ตั้งสองรอบด้วย พรุ่งนี้มีสอบ หวังว่าผมจะทำได้นะ

 

:D_Dear

พี่ทำงานถึงไหนแล้ว ใกล้เสร็จหรือยัง

วันนี้ได้กินข้าวหรือยัง?

อย่าลืมกินข้าวนะครับ

 

:D_Dear

เกือบเที่ยงคืนแล้ว พี่คงมั่วแต่ตัดโมเดลล่ะสิเนี่ย

ผมจะนอนแล้วล่ะ พรุ่งนี้สอบเช้าด้วย

พี่ก็พักผ่อนบ้างนะ

ฝันดีครับ

 

เห็นแบบนั้นกันต์เลยกดพิมพ์ข้อความตอบกลับไป หวังว่าพรุ่งนี้เช้าน้องจะเห็นก่อนเข้าห้องสอบ จะได้มีกำลังใจในการทำข้อสอบ

 

KAN

แฟนพี่เก่งอยู่แล้ว ต้องทำได้แน่นอน

ไม่ต้องกังวลนะ ข้อสอบก็ออกที่เราอ่านนั่นแหละ ยังไงก็ทำได้อยู่แล้ว

อ่านไปตั้งสองรอบนี่เนอะ

สู้ๆ นะครับ

พี่เป็นกำลังใจให้

พี่ไปนอนแล้วนะครับ ฝันดีครับ สอบพรุ่งนี้ก็ตั้งใจนะ

 

กันต์ยิ้มกับข้อความของตัวเอง คืนนี้คงนอนหลับอย่างมีความสุขแล้วล่ะ...

 

ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้เจอน้องแล้วก็ไม่ค่อยได้คุยกับน้องเท่าไหร่เพราะงานเยอะ เพราะอยู่ในช่วงไฟนอลแล้ว ใช่ว่าขึ้นปีสูงๆ แล้วจะสบาย เรียนอาจจะน้อยวิชาลงแต่งานนั้นไม่ได้น้อยลงเลย ยิ่งวิชาดีไซน์ของคณะยิ่งมากปีก็ยิ่งเยอะแล้วก็ยิ่งยาก ตอนปีหนึ่งยังได้ทำเป็นกลุ่ม แต่พอขึ้นปีสองเริ่มเป็นงานเดี่ยว สเกลของงานก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จากบ้านหนึ่งหลังเป็นอาคารสูงเทียมฟ้า ชีวิตวนเวียนอยู่แค่เขียนแปลน ทำสามมิติ ตัดโมเดล วนไปวนมาอยู่แบบนี้

 

เพราะล้ามาเกือบสองวันที่ไม่ได้พักผ่อนใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ยิ่งมีเสียงเพลงบรรเลงเปิดกล่อม ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีกันต์ก็หลับสนิทตลอดทั้งคืน รู้สึกตัวก็ตอนที่โทรศัพท์ส่งเสียงปลุกในตอนเก้าโมงเช้า ได้นอนไปห้าชั่วโมง แม้จะยังไม่เต็มอิ่มแต่ก็รู้สึกดีขึ้น ได้แต่เดินสะลึมสะลือเข้าไปอาบน้ำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น ก่อนจะลงไปหาอะไรลงท้องพร้อมกับเตรียมของกินเอาไว้ระหว่างวันด้วยจะได้ไม่ต้องลงมาอีกรอบ ระหว่างรอข้าวก็หยิบโทรศัพท์มากดเล่น เปิดเข้าดูข้อความจากเพื่อนๆ ที่ส่งมาในกลุ่ม ก็บ่นกันตามประสาคนยังทำงานไม่เสร็จ แต่ว่าของแต่ละคนก็คืบหน้ากันไปมาก ภายในคืนนี้ก็คงเสร็จกันหมด

 

กันต์กดออกจากลุ่มของเพื่อนแล้วเลื่อนไปที่ห้องแชทของน้องตัวเล็กที่ส่งกลับมาหาเขาแต่เช้า แต่เพราะเขาหลับสนิทเกินไปเลยได้ยินเสียง

 

:D_Dear

พี่นอนดึกมาก

ผมกำลังจะออกไปสอบแล้ว

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรครับผม

 

ไม่รู้ว่าเขายิ้มไปกี่รอบแล้วกับการอ่านข้อความของน้องตัวเล็ก การมีแฟนเป็นน้องตัวเล็กนี่ทำให้เขารู้สึกดีมาก เป็นเหมือนยาเสริมพลังให้กับเขา เหนื่อยๆ จากการเรียน การทำงานกลับมา ไม่ต้องเห็นหน้าแค่ได้อ่านข้อความ หรือคุยกันผ่านทางข้อความก็ทำให้เขารู้สึกดี อารมณ์ดีขึ้น มีกำลังใจมากขึ้นเป็นกอง

 

KAN

พี่เพิ่งตื่นครับ กำลังมาหาอะไรกิน

แล้วเดี๋ยวจะกลับไปทำงานต่อแล้ว

สอบเสร็จแล้วก็อย่าลืมหาอะไรกินด้วยนะ

 

กันต์ตอบกลับไปแค่นั้นแล้วก็วางโทรศัพท์ลง เพราะรู้ว่าน้องคงไม่มีทางตอบกลับมาตอนนี้แน่นอน เขาจัดการกับข้าวผัดที่สั่งไปจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่นาน ก่อนจะเดินไปเข้าเซเว่นเพื่อตุนน้ำกับของกินเอาไว้ ช่วงนี้งดทำอาหารกินเองเพราะเวลาไม่เอื้ออำนวย อาศัยจากร้านตามสั่งไม่ก็ของเวฟไปก่อนแม้เขาจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ก็ตาม ได้ของมาเต็มถุงใหญ่ก็เดินกลับคอนโดเพื่อลุยงานต่อ

 

เอาของเก็บเข้าตู้เย็นแล้วเดินมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์เพื่อกดเซฟรูปที่เรนเดอร์ทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ภาพที่เรนเดอร์ออกมาแล้วก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดียังต้องเข้าโปรแกรมไปแต่งภาพต่อ เขาตั้งค่าเรนเดอร์ภาพต่อก่อนจะใช้แมคบุ๊คแต่งภาพที่เรนเดอร์เสร็จแล้ว ตั้งใจว่าจะทำภาพสามมิติแล้วก็ไฟล์พรีเซนต์ให้เสร็จก่อนแล้วจะได้ไปนั่งตัดโมเดลอย่างเดียวยาวๆ ไปเลย

 

กันต์นั่งลงสีแปลน แต่งภาพที่เรนเดอร์เอาไว้ แล้วจัดใส่เพาเวอร์พอยต์ แค่ทำตรงนี้ก็ใช้เวลาไปหลายชั่วโมง เพราะพรีเซนต์เขาต้องใส่ข้อมูลตั้งแต่เริ่มทำงาน

 

ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ Site analysis คือการวิเคราะห์พื้นที่ที่ใช้ในการออกแบบก่อสร้าง เพื่อศึกษาถึงปัญหาและศักยภาพของพื้นที่โครงการ อย่างเช่นทิศทางของแดด ลม มลภาวะต่างๆ เส้นทางการสัญจร สาธารณนูปโภค สาธารณนูปการ รวมไปถึงการศึกษา เพื่อใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการออกแบบ เช่นจะออกแบบอาคารอย่างไรเพื่อให้ลมสามารถพัดผ่านได้ทั่ว ตำแหน่งไหนที่ควรวางอาคารเพื่อไม่ให้บังทิศทางของลม หรือมุมไหนควรวางฟังก์ชั่นอะไรที่ต้องการแดดเป็นพิเศษ หรือฟังก์ชั่นไหนที่อยากให้หลบแดด หรือ ห่างไกลจากเสียงดัง

 

Function diagram ที่เป็นลักษณะเหมือน My mapping ที่ระบุการใช้งานของฟังก์ชั่นภายในโครงการต่างๆ ว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร ซึ่งในส่วนนี้จะแสดงถึงลักษณะของการเข้าถึงในแต่ละส่วนด้วย แล้วก็ยังมีการใส่ Zoning ที่เคยทำเอาไว้ เป็นการระบุตำแหน่งคราวๆ ของฟังก์ชั่น ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนของการดีไซน์

 

กว่าจะจัดพรีเซนต์เสร็จสมบูรณ์พร้อมส่งเวลาก็ล่วงเลยมาบ่ายจนเกือบจะเย็นแล้ว ใช้เวลาเยอะกว่าที่เจ้าตัวคิดเอาไว้ คงเพราะไปใช้เวลาในการแต่งภาพสามมิติมากเกินไปเลยทำให้งานช้าแบบนี้ แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมนำไปพรีเซนต์ เหลือแค่โมเดลที่ยังไม่เรียบร้อย

 

แต่เพราะท้องที่มันส่งเสียงประท้วงทำให้กันต์ต้องหาอะไรให้ท้องตัวเองก่อนที่จะเริ่มทำงานต่อ เจ้าตัวเอียงคออย่างแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงกริ่งหน้าห้องดัง เขาเดินไปเปิดดูก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่ากำลังใจของตัวเองยืนยิ้มอยู่หน้าห้อง

 

“สอบเสร็จนานแล้วเหรอ” กันต์เบี่ยงตัวหลบเพื่อให้น้องเดินเข้ามาในห้อง

 

“ครับ เสร็จแล้วก็ไปหาอะไรกินแล้วก็กลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านี่แหละ ผมทักไลน์หาพี่ตั้งแต่สอบเสร็จแต่ไม่เห็นผมก็เลยเดาเอาว่าน่าจะทำงานแบบไม่ได้พัก” เดียร์ตอบขณะเดินเข้ามาในห้อง ในมือถือกระเป๋าใส่อาหารมาด้วย

 

“อ๋อ... พี่ไม่ได้ยินเสียง ขอโทษทีเลยไม่ได้ตอบเลย”

 

“ไม่เป็นอะไรครับ ผมคิดว่าพี่น่าจะยังไม่ได้กินอะไรด้วย เลยทำสปาเก็ตตี้มาให้ครับ หิวหรือยังจะกินเลยไหม” เดียร์ชูกระเป๋าในมือให้ดู

 

“หิวมาก” กันต์ตอบเบาๆ รับกระเป๋ามาจากน้องแล้วเดินตรงเข้าไปในครัวเพื่อเทสปาเก็ตตี้ใส่จาน “แล้วสอบเป็นยังไงบ้าง”

 

“ก็โอเคครับ ตรงกับที่อ่านไปเยอะอยู่ แต่บางข้อที่เป็นข้อกาผมก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่ที่เป็นข้อเขียนก็มั่นใจอยู่นะครับ คิดว่าไม่น่าตก แต่เกรดเท่าไหร่ค่อยว่ากันอีกที”

 

“เห็นไหม... พี่บอกแล้วว่าต้องทำได้” กันต์ยีผมน้องอย่างเอ็นดู

 

เดียร์ได้แต่ยิ้มแล้วก็พยักหน้ารับคำชมนั้น รู้สึกภูมิใจอย่างไรบอกไม่ถูก ได้รับคำชมด้วย “แล้วงานของพี่เป็นยังไงบ้างครับ”

 

“เพิ่งทำพรีเซนต์เสร็จไป เหลือแค่ตัดโมแล้วล่ะ คืนนี้ก็น่าจะเสร็จนะ”

 

“ผมช่วยนะ” เดียร์เสนอตัวทันที “พรุ่งนี้ผมว่าง มีสอบอีกทีวันพฤหัสกับวันศุกร์ วันละวิชาเนื้อหาไม่เยอะด้วย ช่วยพี่คืนนี้ก็ยังมีเวลาอ่านหนังสืออีก”

 

“ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ช่วยก็ช่วย” กันต์พูดยิ้มๆ เมื่อเห็นน้องรีบอธิบายว่าตัวเองมีสอบวันไหนบ้างแล้วมีเวลาอ่านหนังสือกี่วัน คงกลัวว่าเขาจะไม่ยอมให้ช่วย “เราเหลือสอบอีกกี่วิชา”

 

“สองนี่แหละครับ วันพฤหัสกับศุกร์เป็นวิชานอกหมดเลย วิชาในก็มีแค่ประวัติศาสตร์นี่แหละ วิชาอื่นไม่มีสอบแล้ว ส่งงาน พรีเซนต์หมดแล้วด้วย” เดียร์ตอบ ส่วนใหญ่วิชาในคณะจะไม่ค่อยมีสอบเท่าไหร่ เพราะเน้นทำงานส่งมากกว่า “แล้วพี่ล่ะ มีสอบวันไหนบ้าง ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลยสิเพราะเร่งทำไฟนอลอยู่”

 

“ใช่... มีสอบวันจันทร์กับวันพุธหน้าวันละวิชา ส่วนวันศุกร์นี้มีพรีเซนต์โปรเจคนี่แหละ”

 

“มีสอบแค่สองวิชาเองเหรอครับ”

 

กันต์พยักหน้า “ใช่ เป็นวิชานอก วิชาในอย่างคอนฯ ก็สอบไปแล้วตอนเรียนคาบสุดท้าย แล้วเทอมนี้พี่ลงวิชานอกแค่สองตัว เพราะไปลงเรียนตอนซัมเมอร์ไปเกือบหมดแล้ว เหลือเก็บหน่วยกิตวิชานอกอีกแค่สามวิชาก็หมดแล้ว”

 

“โห... ดีแหะ”

 

“พี่เร่งลงตอนซัมเมอร์น่ะ ลงเต็มไปเลย เทอมปกติจะได้มีเรียนน้อยๆ มีเวลาทำโปรเจคมากขึ้นเพราะไม่ต้องไปเรียน เราก็เร่งลงตอนซัมเมอร์ปีหนึ่งปีสองก็ดีนะ จะได้สบายๆ หน่อย เทอมปกติก็เอาไว้ลงแค่ตัวสองตัวพอ”

 

“โอเคครับ”

 

กันต์ยิ้มให้ ก่อนจะก้มลงกินสปาเก็ตตี้ที่น้องทำมาให้ต่อจนหมด เจ้าตัวหยิบจานไปล้าง หยิบน้ำกับขนมออกมาให้น้องเอาไว้นั่งกิน แล้วจึงย้ายไปนั่งหน้าโต๊ะญี่ปุ่นที่ใช้สำหรับตัดโมเดลต่อ

 

“จะช่วยพี่ใช่ไหม เหมือนเดิม แลนด์นะ” กันต์ส่งแบบปลนแลนด์สเคปส่งให้เดียร์เอาไปตัด รวมถึงอาคารรอบๆ ด้วย ซึ่งอาคารเหล่านั้นจะตัดเป็นแค่กล่องสี่เหลี่ยมความสูง ความกว้างตามสเกลแค่นั้น ไม่ได้ลงรายละเอียดของหน้าตาอาคาร

 

“ได้เลย ผมเปิดเพลงนะ” เดียร์บอกก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเปิดเพลงเอาไว้ ทำให้บรรยากาศภายในห้องไม่เงียบจนเกินไป

 

“พี่ชักจะติดตามเราแล้ว เปิดเพลงฟังตอนนอนน่ะ”

 

“อ๋อ... ดีใช่ไหมล่ะครับ ผมเปิดทุกคืนเลยก่อนนอน”

 

“ทำไมล่ะ เป็นคนนอนหลับยากเหรอ” กันต์ถามด้วยความสงสัย

 

เดี๋ยวนี้เขาติดการนอนเปิดเพลงฟังตอนนอน ต้องเปิดทุกคืนไม่อย่างนั้นนอนไม่หลับ ติดขนาดที่ว่าโหลดแอปพลิเคชั่นเสียงธรรมชาติใส่โทรศัพท์เพื่อเอาไว้เปิดฟัง บางคืนก็เปิดเพลงบรรเลงที่เป็นเสียงเปียโน หรือไวโอลิน บางคืนก็เปิดเสียงธรรมชาติจากแอปพลิเคชั่น เปิดทิ้งเอาไว้แล้วนอน ที่ติดก็เพราะน้องตัวเล็กที่ชอบเปิดเวลามานอนค้างที่ห้องของเขา

 

เดียร์ส่ายหน้ากับคำถามของกันต์ “เปล่าหรอกครับ แต่ผมชินแล้ว มันติดมากตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่จำความได้ก็คือมีเสียงเพลงเปิดทุกคืนแล้วน่ะครับ มัมบอกว่าแด๊ดเปิดให้ฟังตั้งแต่ผมอยู่ในท้องแล้ว ตอนนั้นเพื่อช่วยให้มัมนอนหลับสบาย แล้วพอพวกผมคลอดมัมก็เปิดให้ฟังเพื่อกล่อมพวกผมให้หลับยาวๆ ไม่ตื่นกลางดึก มันเลยชิน ต้องฟังเพลงตอนนอนไม่อย่างนั้นนอนไม่หลับ”

 

“ครอบครัวของเราน่ารักดีนะ ชอบทำอะไรน่ารักๆ ดี” กันต์พูดยิ้มๆ เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ ทุกครั้งที่น้องเล่าเรื่องครอบครัว หรือเรื่องที่บ้านให้ฟัง เขาก็มักจะยิ้มตามได้ทุกครั้งเพราะรู้สึกว่าครอบครัวของน้องนั้นน่ารักมาก ดูอบอุ่น

 

“ครอบครัวของพี่ก็น่ารักครับ” เดียร์ยิ้ม “คงเพราะกว่าจะรักกันแด๊ดกับมัมผ่านอะไรมาเยอะมั้งครับ พอรักกันแล้วเลยรักกันมาก แด๊ดกับคุณย่าเล่าให้ฟังน่ะครับว่าตอนแรกมัมเกลียดแด๊ดมาก เพราะแด๊ดไปรังแกมัม แล้วมัมก็มาท้องอีก มัมบอกตอนนั้นทุกอย่างเหมือนพังเลยครับ เป็นผู้ชายอยู่ดีๆ ก็มาท้องได้อีก เหมือนคนเสียศูนย์ไปเลย ไม่รู้จะทำยังไง อยู่ตัวคนเดียว ต้องหาเลี้ยงตัวเอง”

 

“ก็คงอย่างนั้นแหละเนอะ ใครจะคิดล่ะนะ เราก็ใช้ชีวิตของเรา อยู่ดีๆ วันหนึ่งเกิดมารู้ว่า... ท้องได้แบบนั้น แต่มัมของเราก็เก่งน่าดูเลยนะ”

 

“ใช่ครับ แด๊ดบอกว่ามัมเก่งมาก เพราะตอนแด๊ดรู้เรื่องแด๊ดยังช็อคไปเลย ทำอะไรไม่ถูก แต่มัมก็บอกตอนนั้นมัมเองก็ตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูกเลยไม่รู้จะใช้ชีวิตอยู่ยังไง โชคดีที่คุณย่ารักแล้วก็เอ็นดูมัมเลยให้มัมไปอยู่ที่บ้านทั้งๆ ที่มัมก็เกลียดแด๊ดนั่นแหละครับ แต่เพื่อตัวมัมเองแล้วก็เพื่อพวกผมด้วย เพราะคุณปู่หมอบอกว่าเคสของมัมอันตรายมาก ต้องดูแลใกล้ชิด แด๊ดตอนนั้นก็เหมือนโดนบังคับกลายๆ แหละครับ แต่พออยู่กับมัมไปๆ มาๆ ก็ดันตกหลุมรักมัม เพราะมัมผมน่ารัก”

 

กันต์ยิ้มขำกับคำพูดของน้อง แต่มัมของเดียร์ก็น่ารักจริงๆ นั่นแหละ เพราะไม่อย่างนั้นเดียร์ก็คงไม่น่ารักขนาดนี้

 

“แล้วรู้ไหมครับ... พี่น่ะ เกือบจะไม่ได้เจอผมแล้วนะ เราเกือบจะไม่ได้เจอกันแล้ว”

 

“หือ... ยังไงเหรอ” กันต์ถามด้วยความสงสัย

 

“ผมเกือบจะไม่ได้เกิดมาแล้วครับ” กันต์มีสีหน้าตกใจเมื่อได้ยิน แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาและฟังในสิ่งที่น้องเล่า “แด๊ดบอกว่ามัมเกือบจะแท้งพวกผมตอนท้องได้เจ็ดเดือน แต่ผมก็ไม่รู้สาเหตุหรอกนะครับ แด๊ดไม่ได้บอกอะไร แต่โชคดีที่คุณปู่ช่วยเอาไว้ได้ทันผมกับฮาร์ทเลยยังปลอดภัย แต่ก็มีภาวะเสี่ยงมาก มัมเลยต้องนอนอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงกำหนดคลอด ก็เป็นเดือนเลย นอนคือนอนนิ่งๆ เลยนะครับ ลุกก็ไม่ได้ ขยับก็ไม่ได้เพราะอาจจะทำให้แท้งหรือไม่ก็คลอดก่อนกำหนดได้ ต้องคอยฉีดยาตลอด”

 

“แด๊ดก็หอบเสื้อผ้า หอบงานไปทำที่โรงพยาบาล อยู่เฝ้ามัมทุกวันจนคลอด ตอนเด็กๆ ผมเลยตัวเล็กมากแล้วก็ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ ป่วยบ่อย”

 

“แต่ตอนนี้ก็แข็งแรงดีแล้วนะ ใช่ไหม” กันต์ยกมือขึ้นลูบผมน้องเบาๆ

 

“ครับ พอโตขึ้นมาหน่อยภูมิคุ้มกันก็ดีขึ้น เริ่มโตทันเพื่อน แต่ก็ถึงว่าช้าอยู่ดี แต่ก็แค่ร่างกายนะครับพวกศักยภาพอะไรต่างๆ คุณย่าบอกว่าพวกผมพัฒนาเร็วมาก แต่แค่ป่วยบ่อย ที่บ้านเลยขยันหาของบำรุง สารพัดของมีประโยชน์มาให้ พวกผมเลยแข็งแรงขึ้น”

 

“มิน่าล่ะ... ตอนนั้นเราตัวเล็กนิดเดียวเอง”

 

“แต่พี่ก็ยังแบกผมไม่ไหวเลยนะ” เดียร์แซวทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

 

กันต์ยีผมน้องอย่างมันเขี้ยว “เพราะวันนั้นพี่เรียนพละคาบสุดท้ายหรอก เล่นเยอะไปหน่อยแถมยังต้องเดินกลับไปที่ร้านพ่อคินด้วย แรงเลยหมด ถ้าเป็นตอนนี้ให้เดินแบกเราล่ะก็สบายมาก ไม่มีหมดแรงหรอก”

 

เดียร์หัวเราะกับคำพูดของพี่ตัวโต พยักหน้ารับอย่างล้อเลียนเลยโดนคนเป็นพี่เขกหัวเบาๆ โทษฐานล้อเลียนเขา ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาลงมือทำงานกันต่อ

 

งานคืบหน้าไปเยอะมากทีเดียวจากตอนแรก กันต์ให้น้องช่วยประกอบโมเดลลงบนฐาน เว้นแค่ตัวอาคารที่เขากำลังตัดอยู่เอาไว้ ในส่วนที่เขาทำก็ใกล้เสร็จแล้ว เหลือลงรายละเอียดภายนอกของอาคาร

 

กันต์เงยหน้ามองคนที่กำลังจะหลับ หลังจากช่วยเขาเสร็จก็นั่งกอดหมอนตาปรือ เพราะงานที่เหลือเป็นงานลงรายละเอียดกันต์เลยต้องทำตรงนี้เอง

 

“ถ้าง่วงก็นอนเลยนะเดียร์ เข้าไปนอนในห้องพี่ก่อนเลย” กันต์เอ่ยปากบอกให้นอนไปนอนในห้อง วันนี้เจ้าตัวคงเพลียไม่น้อย เพราะเร่งอานหนังสือสอบจนดึกดื่นมาหลายคืนแล้ววันนี้ยังหมดพลังงานไปกับการสอบอีก ถ้าจะง่วงก็ไม่แปลก แล้วตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เกือบจะตีสองครึ่งแล้วด้วย

 

“ไม่เป็นไรครับ... ผมอยู่เป็นเพื่อน” ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนง่วงเต็มที่

 

“อย่างนั้นมานอนตรงนี้ก่อน ข้างๆ พี่นี่ พี่เหลืออีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว” กันต์ตบพื้นข้างๆ ตัวให้น้องมานอน ซึ่งน้องก็แสนจะเชื่อฟัง ขยับมาใกล้ๆ แล้วทิ้งตัวลงนอน ใช้หมอนที่กอดอยู่หนุนหัว

 

กันต์ลุกเดินเข้าไปในห้องเพื่อหยิบตุ๊กตาหมีกับผ้านวม เขาส่งตุ๊กตาหมีให้น้องนอนกอด ก่อนจะคลี่ผ้านวมคลุมตัวให้น้องกันหนาว หยิบโทรศัพท์ที่เปิดเพลงวางอยู่อีกมุมของโต๊ะมาวางใกล้ๆ เพื่อใช้กล่อมน้องนอน แต่คงเพราะเพลียมาก ไม่ต้องใช้เสียงเพลงเดียร์ก็หลับไปอย่างรวดเร็ว

 

“ฝันดีนะครับอุ๋ง” กันต์พูด เขาชอบเรียกเดียร์ว่าอุ๋ง เพราะเจ้าตัวดูเหมือนกับตุ๊กตาแมวน้ำสีขาว หน้าตาน่ารักน่าฟัด น่าดึงมากอดให้จมอกแล้วฟัดให้ช้ำ

 

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เคยฟัดน้องจนช้ำเลยสักครั้ง ตั้งแต่เลื่อนสถานะมาเป็นแฟนกัน เขาก็ระมัดระวังมากขึ้น แน่นอนว่าเรื่องการสัมผัสตัวมีมากขึ้นแต่ทุกครั้งเขาก็จะระวัง มีหอมแก้ม มีจับมือบ้าง บางครั้งก็จูบตามแต่สถานการณ์ แต่ก็ไม่เคยเลยเถิดไปมากกว่านั้น เพราะเขาเองก็ไม่ได้รีบร้อน ทุกอย่างมีเวลา และเมื่อถึงเวลา... ทุกอย่างจะเป็นไปเอง

 

กันต์รู้สึกว่าเขามีกำลังใจขึ้นมากในการทำงาน ความเร็วในการทำงานก็เพิ่มขึ้นด้วยเมื่อคิดว่าถ้าเขาทำเสร็จเร็วก็จะได้นอนข้างๆ น้องเร็วขึ้น ผ่านไปเกือบชั่วโมงงานก็ใกล้เสร็จสมบูรณ์ เหลือแต่ติดกาวอีกสองสามที่แล้วก็เช็ครายละเอียดอีกรอบก็เสร็จ ไม่เกินครึ่งชั่วโมงก็น่าจะเรียบร้อย

 

คงต้องขอบคุณกำลังใจของเขา ที่ทำให้เขาทำงานได้เร็วขนาดนี้ เขาจัดการเก็บของ ยกโมเดลที่เสร็จสมบูรณ์แล้วไปไว้บนโต๊ะทำงาน ดันโต๊ะญี่ปุ่นไปอีกทาง โกยเศษกระดาษใส่ถุงแล้ววางเอาไว้ ใจจริงก็อยากจะเก็บกวาดให้เรียบร้อย แต่พองานเสร็จความง่วงก็ถามหา ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยเกินกว่าจะนั่งทำความสะอาด เลยกอบๆ โกยๆ แล้วก็ดันให้ห่างตัวก่อน พรุ่งนี้ค่อยจัดการอีกที

 

ลุกไปหยิบหมอนแล้วก็ผ้ามาอีกผืนเพื่อนอนข้างๆ น้อง

 

นอนข้างๆ คนที่เป็นเหมือนกำลังใจของกันต์และกัน

 






************************************************

คนมีกำลังใจเป็นของตัวเองมันก็ดีแบบนี้นี่เองเนอะ แต่เรานี่ไม่มีกำลังใจส่วนตัวเลยต้องมาหากำลังใจจากคนอ่านเนอะ ไปออกบูธมาค่า หมดแรงอยากได้กำลังใจ ฮ่าาา กลับมาที่นิยายกันต่อ คู่นี้นี่เขาก็หวานกันไม่เกรงใจใครเลยเนอะ ไม่ได้หวานเวอร์วัง แต่เป็นความหวานที่แค่เห็นเขาอยู่ด้วยกันมันก็หวานแล้วอ่ะ ว่าอย่างนั้นไหม??

 

ยังไงก็เจอกันตอนหน้านะคะ ^^

 

ปอลอ. ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกความคิดเห็นนะคะ ขอบคุณที่ติดตามนิยายของฟางจ้า ขอบคุณนะคะ

 

ปล. เหตุการณ์รับน้อง การเรียนการสอน รวมไปถึงข้อมูลบางส่วนที่ใส่ในนิยาย บางส่วนฟางเอามาจากชีวิตจริงที่ฟางได้เจอมาตอนเรียน บางส่วนฟางแต่งเติมเสริมขึ้นมาเอง และได้รับการอนุญาตจากทาง รศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้เผยแพร่แล้วค่ะ

 

เจอคำผิด บอกได้ค่า

 

ไม่อยากจะขออะไรมาก แต่ขออย่างเดียวอ่านแล้วเมนต์หน่อยน้า ไม่งั้นพี่กันต์น้อยใจแย่เลย รักพี่กันต์เมนต์ รักน้องเดียร์เมนต์ รักคนแต่งเมนต์ ไม่รักกันก็เมนต์ค่า

 

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

 

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

 

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 669 ครั้ง

132 ความคิดเห็น

  1. #3084 Ammiee_Ammiee (@Ammiee_Ammiee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 20:49
    มีกำลังใจดีๆมันดจีย์มากใช่ไหมคะพี่หมี
    #3084
    0
  2. #2971 Equinox77 (@Eternal_time) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 12:40
    ง่าาา น่ารักก อย่าลืมไปต่อเรื่องหินผานะคะะ รอเลยยย
    #2971
    0
  3. #2928 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 20:20
    น้อง อุ๋งๆ กำลังใจที่ดีของพี่กันต์
    #2928
    0
  4. #2769 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 11:38
    เขินคนมีกำลังใจเี
    #2769
    0
  5. #2716 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 12:04
    อิจมากก
    #2716
    0
  6. #2429 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 12:36
    เรียนสถาปัตย์แล้วมีแฟนมาช่วยตัดโม ส่งข้างส่งน้ำมันดีต่อใจ~~
    #2429
    0
  7. #2422 AirrUtai (@AirrUtai) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 22:26
    ละมุนละไม พี่กันน่ารักจังรอได้อิอิ
    #2422
    0
  8. #2405 Paaaooo (@Pao1965) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 16:21

    รักจังเเลยยยยย
    #2405
    0
  9. #2400 meawsu1508 (@meawsu1508) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 11:30

    อีกรอบค่ะ ตอนนี้ทำให้คิดถึงอุ้มรัก คงต้องกลับไปอ่านอีกสักรอบ

    #2400
    0
  10. #2399 meawsu1508 (@meawsu1508) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 11:27

    อ่านตอนนี้มันก็จะ นึกถึงสมัยเรียนหน่อยๆ สอบแต่ละทีแทบอ้วนมาเป็นตัวหนังสือ ข้าวปลาลืมกินเลยทีเดียว ขอบคุณที่ทำให้นึกถึงวันวานค่ะ/[แอบจิ้นหินกับทัช คือตอนแรกจิ้นกับฮาร์ดนะ แต่เขาไม่ค่อยได้เจอกัน ทัชน่ารักดีและปากดีด้วยชอบ5555

    #2399
    0
  11. #2381 Paaaooo (@Pao1965) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 07:10

    น่ารักกกกกก
    #2381
    0
  12. #2335 Kog-sasithon (@Kog-sasithon) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 11:12
    ชอบค่ะติดตามมาตลอดรอๆค่ะ
    #2335
    0
  13. #2334 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 06:23
    น่ารักจัง
    #2334
    0
  14. #2333 AirrUtai (@AirrUtai) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 23:51
    อ่านนิยายคุณฟางได้ฟิน แถมได้ความรู้เพิ่มด้วยดีมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่ใส่ใจในรายละเอียดในการเขียนมากทำให้รู้ในเรื่องที่ไม่เคยรู้ค่ะ
    #2333
    0
  15. #2332 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:01
    พี่กันต์ผู้สุภาพบุรุษ แต่อยากให้พาน้องไปนอนบนเตียงอ่ะ แบบสงสาร น้องปวดหลัง 555
    #2332
    0
  16. #2330 ilee2 (@ilee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 16:10
    ละมุนนน
    #2330
    0
  17. #2329 BaeBB_9397 (@BaeBB_9397) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 11:15
    หวานไม่มีใครเกินอ่ะคู่นี้ ครอบครัวก็น่ารัก
    #2329
    0
  18. #2328 burasamare17 (@burasamare17) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 11:04
    ชอบเวลาทั้งคู่คุยถึงครอบครัวคือมันบอกเลยว่าเด็กๆทั้งคู่มาตากครอบครัวที่อบอุ่นมากถึงคนภายนอกจะมองว่าผิดปกติแต่พวกเค้ามีความรักและความอบอุานมากมายจริง....อ่านไปยิ้มไป..ฟีลกู๊ดจริงๆ
    #2328
    0
  19. #2324 +++DOUBLE B++++ (@yangblue) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 02:21
    อุแหม่ อยากจะแซว 5555555 กำลังใจกันต์และกันนนนน คนพี่นี้ก็หวานไปอีกกกกก 55555555 คนน้องก็น่ารักน่าฟัดจริงๆ ขอให้พี่กันต์ได้ฟัดน้องเร็วนะ5555
    #2324
    0
  20. #2323 Meujon (@maimaiwhan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 00:45
    มัน....น่ารักไปมั้ยอ่ะคะะะ คนพี่ก็เอ็นดู คนน้องก็ใส่ใจ น่ารักเกินไปมั้งงง ตามทัชมาเบะปากใส่หน่อยสิ๊
    #2323
    0
  21. #2322 mook1504 (@moukmine) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 23:39
    ฮืออออน่ารักกกกกก
    #2322
    0
  22. #2321 February Asce (@mira_asce) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 22:31
    ดีเนาะะะ มีคนมานอนให้กำลังใจ
    #2321
    0
  23. #2320 Kanokpornbb (@Kanokpornbb) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 19:15
    คือแบบหวานกันมากเว่ออออออ
    #2320
    0
  24. #2319 FahSida (@himeji) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 16:50
    ว่าไปเราก็ติดเปิดคลิปก่อนนอนเหมือนกันนะ แต่เราติดเป็นฟังเรื่องผีแทน ไม่งั้นนอนไม่หลับ
    #2319
    0
  25. #2318 kmx03 (@kkt14hh) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 15:07

    น่ารักมากกกก
    #2318
    0