♡ Faculty of Love . 1 My Dear ; รักของผม ผมจัดเอง ♡ [Boy's Love] ll [สนพ. Bookish House]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 285,653 Views

  • 3,093 Comments

  • 11,674 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,035

    Overall
    285,653

ตอนที่ 3 : บท 02 l "พี่วินัย"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 529 ครั้ง
    4 มิ.ย. 60

Cr. Pic [Pinterest]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ





บท02 l “พี่วินัย

 

เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือเครื่องบาง ปลุกให้คนที่กำลังหลับสบายต้องลืมตาอย่างเกียจคร้าน นอนทำใจอยู่เกือบห้านาทีก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง ปัดผ้าห่มที่คลุมตัวเองอยู่ไปไว้ข้างตัว วาดขายาวๆ ลงจากเตียงสวมลสิปเปอร์หมีริลัคคุมะสีเหลืองน้ำตาลก่อนจะเดินลากขาออกจากห้องนอนไป

 

ตรงดิ่งไปยังห้องครัวแบบตายังลืมไม่ขึ้นนัก คว้าแก้วน้ำมาก่อนจะเทน้ำใส่เกือบเต็มแก้วแล้วดื่มอึกๆ จนหมดแก้ว

 

ค่อยรู้สึกตื่นตัวขึ้นหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นก็เพียงแค่นิดเดียว ก่อนจะหันหลังกลับเข้าไปในห้องนอน คว้าเอาผ้าเช็ดตัวมาถือแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ ไม่นานหลังจากนั้นก็ออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพเปียกปอน ผ้าขนหนูผืนใหญ่พันอยู่รอบเอว ผืนเล็กคล้องอยู่ที่คอ ใบหน้าง่วงนอนตอนนี้ดีขึ้นแล้ว

 

นั่งแหมะลงที่โซฟาตรงปลายเตียง มือจับผ้าที่คล้องคอขึ้นขยี้ผมยาวๆ ให้แห้ง หันไปมองเวลาแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดใจ ตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงเช้าเท่านั้น อีกทั้งวันนี้เขามีเรียนตั้งสิบโมง แต่ต้องถ่างขี้ตาตื่นตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเพราะต้องรีบไปมหาวิทยาลัยด้วยเหตุผลที่อยากจะตะโกนถามน้องๆ ปีสองว่า

 

กูปีสาม! มึงจะนัดปีหนึ่งก็นัดไป เกี่ยวอะไรกับกู!!

 

แต่ก็ทำไม่ได้ไง ก็เขามันเป็นพี่วินัย คณะของเขาเปิดตัวพี่วินัยไปตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แน่นอนว่าได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม น้องปีหนึ่งต่างพากันกลัวพวกเขา แม้จะมีบ้างบางคนที่พยายามจะปีนเกลียว แต่บอกเลยว่าไม่มีใครกล้า ก็ไอ้หัวหน้าเฮดว้ากอย่างเขามันน่ากลัวน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ

 

จากตอนแรกที่คิดว่าคงน่าเบื่อแต่ตอนนี้ลึกๆ เริ่มชอบ ตลกดีตอนเห็นเด็กๆ ก้มหน้าก้มตาหลบสายตาของเขา ยังแอบหัวเราะเอิ้กอ้ากกับเพื่อนบ่อยๆ ไป แต่ที่ไม่ชอบใจสุดๆ คือการต้องแต่งกายถูกระเบียบมหาวิทยาลัย แล้วก็ต้องไปแต่เช้าทั้งๆ ที่บางวันก็ไม่ได้มีเรียนเช้าเลย

 

เขาลุกขึ้นไปหยิบชุดนักศึกษามาใส่ เอาเนคไทคล้องคอเอาไว้ คว้ากระเป๋าสะพายของตัวเองขึ้นมาพาดบนไหล่ตรวจเช็คห้องจนเรียบร้อยก็ควงกุญแจรถสัญชาติยุโรปออกจากห้องไป แตะคีย์การ์ดที่หน้าลิฟต์รอจนกระทั่งลิฟต์มาก็ลงไปยังลานจอดรถของคอนโด

 

เหวี่ยงตัวเองขึ้นไปนั่งบนรถ กดเปิดเพลงฟังคลอไปด้วยตอนถอยรถออกจากช่องจอดรถ คอนโดของเขาอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยไม่มาก รถไม่ติดก็ขับรถไม่เกินสิบห้านาที ถ้าติดก็ไม่เกินสี่สิบนาที ถือว่ายังพอใช้ได้

 

เพราะมาเร็วที่จอดรถเลยว่างแบบเลือกไม่ถูกว่าจะจอดตรงไหน ก่อนจะเลือกเอาหน้าอาคารนั่นแหละ เห็นง่ายดี จัดเสื้อผ้าตัวเองให้ถูกระเบียบก่อนจะลงจากรถคว้ากระเป๋ามาสะพาย ก้มมองนาฬิกาข้อมือ พวกปีสองคงมากันครบแล้วเพราะต้องมารอน้องๆ ส่วนปีหนึ่งคงทยอยมากันบ้างแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ ของเขามาหรือยัง เงียบหายไม่ไลน์มาหา อ๋อ... ลืมไป ปิดเสียงเอาไว้ยังไม่เปิด

 

คว้าขึ้นมาดูก็เห็นทั้งมิสคอล ทั้งข้อความไลน์เด้งเต็มไปหมด ได้แต่ยักไหล่แล้วก็เก็บเข้ากระเป๋าตามเดิม ก็จะถึงอยู่แล้วจะตอบพวกมันทำไมล่ะ จริงไหม

 

พลั่ก!

 

ตัวเซไปนิดเพราะแรงกระแทกจากทางด้านหลัง กำลังจะหันไปมองคนชนแต่ต้นเหตุดันวิ่งดุ๊กๆ เอ่อ... หมายถึง วิ่งผ่านเขาไปแล้ว

 

ขอโทษคร้าบ ผมรีบ! ได้ยินเสียงตะโกนมาจากฝ่ายนั้น ไม่แม้แต่จะหันมามอง คงรีบจริงๆ

 

ดูจากทิศทางแล้วคงเป็นเด็กปีหนึ่งคณะเขาไม่ผิด พี่ว้ากหน้าหล่ออย่างเขาก็เป็นคนรักษาระเบียบมาก เอาเรื่องเมื่อกี้ไปพูดสักหน่อยคงไม่เป็นไร ไม่ว่าจะรีบยังไง ทำผิดก็ควรหยุดและเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจ

 

กว่าจะเสด็จมาได้นะมึง เสียงทักทายดังขึ้นทันทีที่เขาเดินเข้ามาใกล้กลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะยาวข้างๆ อาคารที่พวกปีหนึ่งรวมตัวกันอยู่

 

พวกน้องๆ ปีหนึ่งนั่งเข้าแถวกันอย่างเรียบร้อย พวกน้องผู้หญิงนั่งด้านหน้า น้องผู้ชายนั่งด้านหลังตามที่เคยบอกเอาไว้ พวกปีสองยืนกระจายล้อมอยู่รอบๆ มีพวกรุ่นพี่ฝ่ายพยาบาลยืนแทรกเพื่อคอยดูแลน้องๆ ส่วนพวกพี่วินัยอย่างพวกเขาก็นั่งสบายอยู่ที่โต๊ะข้างอาคาร มีพวกปีสองอีกส่วนนั่งปะปน ยืนบังกันอยู่

 

ตอนเขาเดินเข้ามา เขาก็อ้อมไปอีกทางเพื่อไม่ให้น้องปีหนึ่งเห็นเดี๋ยวจะกลัวกันไปเสียก่อน เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่พวกวินัยจะไม่ให้น้องเห็นตัวในช่วงเวลานัดรวม แต่พวกเขาก็ไม่เคยไปไหนไกล หลบอยู่ห้องเรียนใกล้ๆ นี้บ้าง อยู่หลังน้องปีสองบ้าง เพื่อคอยดูแลและซัพพอร์ตปีสองด้วยส่วนหนึ่ง

 

กูก็มาแล้วนี่ไง เขาพูดกับเพื่อนตัวดี เออ ไปประชุมกันหน่อย กูมีเรื่องจะบอก

 

พอได้ยินเหนือเดือนพูดแบบนั้นเหล่าพี่วินัยและพี่ที่เกี่ยวข้องต่างก็เลิกคิ้วขึ้นแล้วพวกเขาก็ยกโขยงกันขึ้นลิฟต์ไปชั้นบน ปล่อยให้น้องปีสองดูแลปีหนึ่งไปก่อน

 

มีอะไรวะ คนพูดคือ ไม้ เพื่อนในกลุ่มของกันต์ มันเองก็เป็นพี่วินัยเหมือนกัน

 

ก่อนเดินเข้ามา กูเจอเด็กปีหนึ่ง ไม่สิ... ต้องบอกว่ากูโดนเด็กปีหนึ่งวิ่งชน มันตะโกนขอโทษกูแล้วก็วิ่งเข้ามาในนี้เลย เขาตอบออกไป

 

ใครวะ

 

ส่ายหน้าก่อนจะตอบ ไม่รู้ ไม่เห็นหน้า ไม่ได้หันมาดูกู

 

อย่างนั้นคงต้องสอนเรื่องมารยาทกันหน่อย ดิว ที่เป็นถึงเดือนคณะตอนมันอยู่ปีหนึ่งพูด แต่ตอนนี้มาดเดือนคณะหดหายหมดแล้ว เพราะมันต้องไว้หนวดเครานี่แหละ

 

กันต์พยักหน้ากับคำพูดของเพื่อน ใช่ โชคดีที่กูเป็นผู้ชาย ถ้าคนที่มันชนเป็นผู้หญิงแล้วไม่สนใจแบบนี้ กูว่าไม่ใช่ ต่อให้คนโดนจะเป็นอะไรหรือไม่เป็น มารยาทที่ดีควรหันมามอง สอบถามและขอโทษ

 

ตามนั้น เดี๋ยวกูบอกปีสองให้เอง ไข่เจียวว่า ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออก คงโทรหาน้องปีสองไม่ผิดแน่

 

หลังจากที่ไข่เจียววางสายไป พวกเขาเหล่าพี่วินัยทั้งสิบคนต่างก็เริ่มปรึกษากันคงคำพูดที่จะใช้ เรื่องแบบนี้มันก็ต้องมีการเตรียมบทบาท เตรียมคำพูดและจำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อที่พวกเขาจะได้รับมือได้ทัน

 

มันไม่ง่ายหรอกกับการเป็นพี่วินัย พวกเขาต้องทำเป็นดุ ทำเป็นโหด พูดจาไม่ดีกับรุ่นน้อง ทั้งๆ ที่ใจจริงแล้วก็อยากจะชวนคุยชวนเล่น เพื่อให้น้องๆ สนุกสนานและผ่อนคลาย แต่ถ้าหากไม่มีพี่วินัย ก็คงไม่มีใครสอนมารยาท สังคม การปรับตัวให้กับน้องๆ แม้วิธีจะดูโหดไปนิด แต่มันก็ได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ

 

หลังจากคุยกันเรียบร้อยพวกเขาก็พากันลงไปข้างล่างเหมือนเดิม ปีหนึ่งกำลังร้องเพลงคณะโดยมีพี่ปีสองฝ่ายสันทนาการช่วยร้องและเต้นอยู่ด้านหน้าเพื่อความสนุกสนาน รู้มาว่าวันนี้ปีหนึ่งไม่มีเรียนวิชาคณะในตอนเช้า พวกปีสองเลยนัดน้องๆ รวม แต่ก็มีบางกลุ่มที่มีลงวิชานอกเอาไว้แล้วมีเรียนตอนเช้า ก็ไม่ได้มา ซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว

 

กันต์หันไปมองไข่เจียวเพื่อนสนิท ก่อนจะพยักหน้าให้ ซึ่งอีกฝ่ายเองก็พยักหน้ารับ เดินไปสะกิดน้องปีสอง ให้พวกมันสะกิดกันต่อเป็นสัญญาณว่าวินัยจะลงแล้ว

 

แต่ดูเหมือนทางฝ่ายสันทนาการเองก็เห็นพวกเขาแล้วเหมือนกัน แต่พวกนั้นก็ยังทำหน้าที่ต่อไป

 

ร้องกันได้แค่นี้เองเหรอครับปีหนึ่ง กันต์อาศัยช่วงที่จบเพลงแล้วพูดออกไป ไม่ต้องใช้น้ำเสียงกระโชกโฮกฮาก แต่แค่พูดเสียงดังหน่อย ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ นิ่งๆ

 

ปีสองชะงัก เหมือนกับปีหนึ่ง ก่อนที่เหล่าพี่ๆ ด้านหน้าจะขยับถอยหลัง และพี่วินัยก็ค่อยๆ เดินเข้าไปกระจายตัว

 

ก้มหน้าลงไปครับปีหนึ่ง ดิวพูดน้ำเสียงที่ทุ้มๆ ถูกปรับโทนเสียงให้ฟังดูเข้มขึ้นและน่ากลัวขึ้น

 

ปีหนึ่งต่างพากันก้มหน้าจนหัวแทบจะชนกับหลังเพื่อนของคนข้างหน้า พวกเขาสอดสายตามองจนเห็นว่าปีหนึ่งก้มหน้าก้นหมดแล้วจึงเริ่มพูดต่อ

 

พวกผมมีสองเรื่องอยากจะคุยกับพวกคุณ เรื่องแรกก่อนแล้วกัน... ไข่เจียวพูด

 

พวกผมมาเตือนความจำพวกคุณ ว่าอีกสองวันจะมีสอบร้องเพลงคณะ

 

ผมไม่รู้หรอกนะว่าน้องผมสอนเพลงคุณไปกี่เพลงแล้ว แต่ผมก็จะสอบทุกเพลงที่น้องผมสอนคุณไปนั่นแหละ ผมหวังว่าพวกคุณจะยังจำกันได้

 

พวกพี่วินัยผลัดกันพูด ยกเว้นเพียงแค่กันต์ที่ยืนกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่พูดอะไร รอจนกระทั่งเพื่อนๆ พูดจบ

 

ปีหนึ่งเงยหน้า สิ้นเสียงของปุณณ์ เหล่าปีหนึ่งที่ก้มหน้าก้มตากันอยู่ก็เงยหน้าขึ้นทันที แต่พอเงยหน้าขึ้นมาจริงก็ยังพากันหลบสายตาของเหล่าพี่วินัยที่มองนิ่งตาไม่กระพริบ

 

ส่วนอีกเรื่อง... กันต์พูดกวาดสายตามองเหล่ารุ่นน้อง ใครที่วิ่งชนผมหน้าคณะ แล้วไม่ได้หยุด หันมาสนใจถามไถ่ ลุกขึ้นครับ

 

ความเงียบโรยตัวทันทีที่เขาพูดจบ เห็นปีหนึ่งมองหน้ากันเลิกลั่กไปหมด แต่ก็ยังไม่มีใครขยับตัวจนเขาต้องย้ำอีกรอบ ว่ายังไงครับ ลุกขึ้นครับ

 

คราวนี้มีคนขยับตัวก่อนจะมีคนลุกขึ้นยืน กันต์มองคนที่ลุกขึ้นยืนนิ่งไม่ละสายตาอีกฝ่ายก็เหมือนจะเกรงจะกลัว แต่สายตาก็ไม่ได้หันหนีไปไหน

 

คุณชื่ออะไร กันต์ถามออกไป

 

อีกฝ่ายยืนตัวตรงทันทีก่อนจะตอบเสียงดังฟังชัด ผม เมธาวิน บริสตัน ชื่อเล่น เดียร์ รหัสนักศึกษา 6004869 ครับ!

 

คุณรู้ไหมว่าคุณทำอะไรผิด

 

รู้ครับ!

 

กันต์เลิกคิ้วขึ้นนิดก่อนจะถามต่อ คุณทำอะไรผิดอย่างนั้นเหรอ

 

ผมวิ่งชนพี่ครับ! คำตอบของอีกฝ่ายทำให้ริมฝีปากของกันต์กระตุกเป็นรอยยิ้มที่คนมองดูเหมือนกับว่าเป็นรอยยิ้มเหยียดเสียมากกว่าจะเป็นรอยยิ้มมิตรภาพ

 

นั่นคือความผิดของคุณใช่ไหม

 

ครับ!

 

กันต์พยักหน้ารับกับคำยืนยันคำตอบของเด็กปีหนึ่งคนนี้ ดี! อย่างนั้นผมจะทำโทษคุณก็คงไม่ผิดอะไรสินะ

 

ครับ! เดียร์ยังคงตอบเสียงดังฟังชัดเช่นเดิม แม้ในใจจะรู้สึกหวั่นๆ กับบทลงโทษที่ตัวเองจะได้เจอ

 

ผมสั่งให้คุณนั่งม้าจนกว่าผมจะสั่งให้หยุด!

 

เมื่อกันต์พูดจบเหล่าปีหนึ่งต่างส่งเสียงออกมาแต่เพียงแค่เหล่าพี่วินัยกวาดสายตามองทุกคนก็กลับมาเงียบอีกครั้ง

 

นั่งม้า ปฏิบัติ! เดียร์ตะโกนรับบทลงโทษก่อนที่เจ้าตัวจะกางขาออก แขนทั้งสองข้างเหยียดตรงไปด้านหน้าและกดตัวลง

 

กันต์มองเด็กปีหนึ่งที่รับบทลงโทษก่อนจะบอกให้พี่สันทนาการปีสองทำกิจกรรมต่อตามปกติโดยมี เมธาวิน บริสตัน รับบทลงโทษอยู่แบบนั้น

 

โอเคครับ อย่างนั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ ปีหนึ่งแยกย้ายได้ครับ เสียงของพี่ต๊อบ พี่สันทนาการปีสองพูดก่อนจะปล่อยน้องปีหนึ่งให้แยกแถว

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีอีกหนึ่งคนที่ไม่ได้แยกแถวตามเพื่อนๆ ไปเพราะคำสั่งลงโทษยังไม่สิ้นสุด พี่ปีสองต้อนน้องๆ ออกจากบริเวณนี้ไป ก่อนที่พี่ๆ จะเข้ามาล้อมเดียร์เอาไว้ สี่ด้านใกล้ตัวเป็นพี่ฝ่ายพยาบาล ส่วนพี่คนอื่นก็อยู่รอบๆ ไม่ได้ไปไหนไกลนัก

 

แขนของเดียร์สั่นอย่างเห็นได้ชัด แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ไม่ปริปากพูดว่าไม่ไหวอีกทั้งยังพยักหน้ารับตอนที่พี่ๆ ถามว่าไหวหรือเปล่า

 

น้องไหวนะ ต๊อบถามออกไปอย่างเป็นห่วง

 

ไหวครับพี่...

 

ปีสองได้แต่ถอนหายใจ ต๊อบกับนัทหันไปมองด้านหลัง เห็นพวกพี่วินัยนั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ตรงนั้น

 

กันต์ก้มมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือของตัวเองก่อนจะลุกเดินเข้ามาในวงล้อม ร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้าของเดียร์

 

รู้ตัวไหมว่าทำอะไรผิด คำถามเดิมยังคงถูกถามออกไป

 

เดียร์แสดงสีหน้าไม่เข้าใจออกมาอย่างชัดเจน ก่อนจะตอบ ผมเดินชนพี่

 

ใช่ คุณเดินชนผม

 

พี่เลยลงโทษผมเพราะเรื่องนี้ คำตอบของเดียร์ทำให้ใบหน้าที่ดุดันเพราะหนวดเคราของกันต์เรียบตึง

 

นับว่าคุณโชคดีที่คนที่คุณชนเป็นผมซึ่งเป็นผู้ชาย กันต์พูดเสียงนิ่ง เลิกนั่งม้าได้ ปีสองแยกย้าย

 

พอจบคำพูดสิ้นสุดการลงโทษร่างของเดียร์ก็ทรุดลงกับพื้นทันที ขาทั้งสองข้างทั้งสั่นทั้งเกร็งจนปวดไปหมด

 

น้อง! ไหวไหม ปวดมากหรือเปล่า เหล่าพี่พยาบาลต่างรีบเข้ามาดูทันที

 

นิดหน่อยพี่...

 

นั่งพักตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำมาให้ แพรวๆ เอายานวดมาให้น้องด้วย

 

เดียร์นั่งมองพี่ๆ วุ่นวายกับการหาน้ำหายามาให้เขาแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมา เดียร์ยกมือไหว้ขอบคุณตอนที่ทุกคนเอาของมาให้

 

มึงว่าเด็กนั่นจะเข้าใจไหม กันต์หันไปมองไข่เจียวเมื่อได้ยินเสียงพูด

 

เจ้าตัวส่ายหน้าไปมา ไม่มีทางเข้าใจ ในหัวคงคิดอย่างเดียวว่ากูแม่งบ้าอำนาจ โดนชนแค่นี้ก็ต้องมาลงโทษกันด้วย

 

นึกอยากจะหัวเราะกับคำพูดของเพื่อนแต่ก็หัวเราะไม่ออกส่วนหนึ่งเพราะมันคงจะจริงอย่างที่เพื่อนบอก ในสายตาเด็กปีหนึ่งพี่วินัยอย่างพวกเขาคงเป็นพวกบ้าอำนาจ ดีแต่ต่อว่าต่อขาน ลงโทษไร้สาระ อีกส่วนหนึ่งเพราะพวกเขายังอยู่ข้างนอกเด็กปีหนึ่งอาจจะมาเห็นมาได้ยิน คงทำให้เสียการปกครองไปหมด

 

แต่ก็ไม่แน่หรอก ดิวพูด แต่ก็เอาเถอะ ถ้าไม่เข้าใจจริงๆ ก็เรียกมาบอกอีกทีก็แล้วกัน”

 

ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วยกับคำพูดของดิว

 

“เอาเถอะ... รอดูกันต่อไปว่าจะเป็นยังไง ถ้าหากคิดตามที่ไอ้กันต์พูดดีๆ ก็น่าจะพอเข้าใจอยู่ มันก็บอกอยู่ว่าโชคดีที่คนที่โดนชนเป็นมันที่เป็นผู้ชาย” ไม้ว่า “เรื่องบางเรื่องก็ต้องให้พวกปีหนึ่งคิดได้เอง ถ้าพวกเราบอกหมดมันก็ไม่มีความหมายหรอกว่ะ”

 

จริงอย่างที่ไม้ว่า เรื่องบางเรื่อง... ควรที่จะได้เรียนรู้และคิดได้เอง เพราะถ้าหากพวกเขาบอกคำตอบไป พวกปีหนึ่งก็จะแค่ฟังแล้วก็ปล่อยผ่านเลยไป แต่ถ้าหากพวกปีหนึ่งคิดหาคำตอบได้เอง คำตอบนั้นพวกนั้นจะจดจำเอาไว้






✥ ✥ ✥ ต่อค่ะ 100% ✥ ✥ ✥





เป็นยังไงบ้างวะ ทัชเอ่ยถามกับเพื่อนของตัวเองที่ยังนั่งแหมะอยู่บนพื้น

 

พี่ๆ ปีสองแยกย้ายกันไปแล้วที่จริงก็ยังไม่มีใครอยากจะไปเพราะอยากรอดูอาการของรุ่นน้องให้แน่ใจก่อนว่าโอเคดีแล้ว แต่ไอ้คนที่นั่งขาสั่นอยู่บนพื้นมันดันให้พี่ๆ คนอื่นแยกย้ายกันไป เพราะมันไม่เป็นอะไรมาก

 

ซิกแพคกูขึ้นแล้วมึง มันยังมีหน้ามาล้อเล่น

 

สุดท้ายก็โดนเพื่อนซี้เพื่อนรักอย่างทัชตบหัวไปที ส่วนหินผาเพื่อนใหม่แม้จะสนิทสนมกันแล้วตามประสาผู้ชายเป็นมิตรกันง่ายแต่ก็ยังไม่กล้าที่จะสกินชิพโดยการตบก็ได้แต่หัวเราะเมื่อเห็นสีหน้ามึนๆ ของเพื่อนตัวเล็กกว่าเขา

 

ตบกูทำไมวะ!

 

ก็มึงยังจะเล่น คนเขาเป็นห่วง ทัชว่าอย่างงอนๆ

 

โอ๋ๆ มึง โอ๋ๆ ยื่นมือไปตรงหน้าเพื่อนแล้วหมุนมือไปมาเหมือนกับเวลาหยอกล้อกับเด็กๆ ก็ไม่เป็นไรหรอกมึง แค่ขาสั่นชิบหาย พรุ่งนี้กูต้องปวดขาแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

 

ไอ้พี่วินัยหน้าเถื่อนนั่นแม่งก็เหลือเกิน แค่มึงชนพี่เขาเองเปล่าววะ ถึงกับต้องลงโทษกันขนาดนี้เลย หรือมึงไม่ได้ขอโทษพี่เขา ทัชนั่งลงข้างๆ ก่อนจะถามเพื่อน

 

เดียร์ทำหน้านึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า ก็รีบมากเพราะแม่งจะสายอยู่แล้ว วิ่งเต็มสปีดขากูน่ะ ตอนชนก็คงชนแรงอยู่ แต่กูก็ขอโทษแล้วนะโว้ย

 

แล้วทำไมต้องลงโทษมึงแบบนี้ด้วยวะ ทัชยังคงทำหน้าไม่เข้าใจและติดจะไม่พอใจนิดๆ ที่เพื่อนถูกลงโทษอย่างไร้เหตุผลแบบนี้

 

ทุกการกระทำของพี่วินัยมีเหตุผลเสมอ หินผาที่นั่งเงียบอยู่นานพูดให้เพื่อนทั้งสองคนหันมามอง กู... ได้ยินมาจากพี่ชายกูน่ะ ว่าพวกพี่วินัย พี่ว้าก พี่ระเบียบเขาทำอะไรเขามีเหตุผลเสมอ อย่างของเดียร์กูว่าน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น พี่เขาคงไม่ลงโทษแค่ไปวิ่งชนเขาหรอก

 

แล้วมีเหตุผลอะไรวะ ถ้าไม่บอกกูก็คงไม่รู้ไม่เข้าใจหรอก ทัชพูดพลางส่ายหน้า

 

หินผาหันมองเพื่อนตัวเล็กตัวขาวก่อนจะถาม พี่ก... พี่วินัยคนนั้นเขาพูดอะไรบ้างหรือเปล่าตอนก่อนจะปล่อยน่ะ

 

อือ... พี่เขาก็มาถามกูอีกรอบว่ากูทำอะไรผิด แล้วก็บอกว่ากูโชคดีแล้วที่ชนเขาที่เป็นผู้ชาย เดียร์นึกไปถึงคำพูดของพี่หน้าโหดคนเมื่อครู่นี้

 

แม้จะงงๆ กับประโยคแต่ก็ไม่เข้าใจความหมายนั้นอยู่ดี

 

คำพูดฟังแปลกๆ แต่กูก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่ะ ทัชยังคงส่ายหน้าไม่เข้าใจ

 

หินผาหัวเราะก่อนจะพยักหน้ารับกับเพื่อน เอาเถอะ เดี๋ยวคงคิดได้ กูว่าเราไปหาอะไรกินกันดีกว่า เดี๋ยวตอนบ่ายมีเรียนยาวยันเย็นเลยนะ ไหนจะต้องเข้ารับน้องอีก

 

เออว่ะ! กูต้องไปเติมพลังงาน ไปไอ้เตี้ย ลุกไหวไหมมึง ทัชเออออรับคำ ก่อนตัวลุกขึ้นยืนหันมาส่งมือให้เพื่อนจับ

 

เตี้ยพ่อง! เดียร์ด่ากลับเข้าให้แต่ก็ยื่นมือไปจับมือเพื่อนเพื่อใช้พยุงตัวลุกขึ้นยืน ส่วนคนโดนด่าก็หัวเราะชอบใจ

 

ชอบนักละได้กวนตีนเพื่อนเตี้ยให้มันด่าเล่นๆ

 

ทั้งสามคนพากันยกโขยงออกจากอาคารของคณะเพื่อไปหามื้อกลางวันลงท้องเพราะช่วงบ่ายยังอีกยาวนานนัก แต่ก่อนจะได้ก้าวพ้นบันไดหน้าคณะเสียงของรุ่นพี่ที่ฟังดูคุ้นๆ ก็ดังขึ้นเสียก่อน หยุดขาของทั้งสามคนให้ชะงักได้

 

ตรงบันไดบริเวณหน้าคณะ จะมีผนังยื่นออกมารับบันได และอีกฝั่งของผนังจะเป็นสวนเล็กๆ ที่มีโต๊ะหินอ่อนวางอยู่ ระยะห่างแค่ผนังยี่สิบเซนติเมตร แต่เหมือนกั้นแบ่งพวกเขาออกจากกัน

 

ทัชเป็นคนแรกที่ขยับไปยืนชิดผนังเพื่อฟังในสิ่งที่รุ่นพี่พูด เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนเตี้ยของเขา กวักมือเรียกเพื่อนอีกสองคนให้ขยับมายืนเรียงต่อกัน

 

เด็กปีหนึ่งเป็นยังไงบ้าง เสียงคุ้นๆ เหมือนเสียงพี่วินัยหน้าโหด

 

ไหวอยู่พี่ พวกผมให้ยานวดกับยากินไปด้วยเผื่อปวดขา เสียงนี้น่าจะเป็นเสียงของพี่ต๊อบไม่ผิดแน่

 

เสียงเงียบไปก่อนจะมีเสียงตอบรับดังออกมา ดีแล้ว เย็นนี้พวกกูจะไม่ลง ยังไงพวกมึงก็ดูกันดีๆ แล้วกัน นอกจากระหว่างวันจะมีเด็กคนไหนทำผิดอีกพวกกูก็คงต้องลง

 

ครับพี่ เอ่อ... ว่าแต่น้องเดียร์ชนพี่แล้วไม่ขอโทษเหรอพี่ พี่ตั้งใจจะสอนให้น้องรู้จักขอโทษใช่เปล่า คำถามของพี่ต๊อบเรียกความสนใจจากพวกเขาทั้งสามคนได้เป็นอย่างดี ยิ่งขยับตัวเบียดกับผนังเพิ่มมากขึ้น

 

เปล่าหรอก คราวนี้ไม่ใช่พี่วินัยหน้าโหดเพราะเสียงเปลี่ยน ประเด็นจริงๆ คือเด็กนั่นไม่หยุดดูคนโดนชน มึงลองคิดดู... เด็กนั่นมันอาจจะไม่หยุดเพราะเห็นเป็นผู้ชายแต่ถ้าหากคนโดนวิ่งชนเป็นผู้หญิง หรือคนที่มีของเยอะแยะหรือของที่อาจจะเสียหายได้ล่ะ ประเด็นที่จะสอนคือควรหยุดดูคนโดนชนเพื่อดูว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่าหรือต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม ไม่ใช่วิ่งต่อแล้วตะโกนขอโทษแบบนี้โว้ย

 

เอ่อ กูถึงบอกไงว่าโชคดีที่คนที่โดนวิ่งชนเป็นกูที่เป็นผู้ชาย เด็กนั่นก็วิ่งซะเร็ว แรงชนก็ไม่ใช่น้อยๆ ถ้าเป็นผู้หญิงคงล้มไปแล้ว มันจะคิดว่ากูไม่ล้มเลยไม่สนไม่ได้ ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องสน ไม่อย่างนั้นพวกกู พวกพี่ๆ เขาจะสอนเรื่องการดูแลกันไปทำไม สอนเรื่องการให้เกียรติกันไปทำไมวะ

 

เดียร์หันมองหน้าเพื่อนทั้งสองของตัวเอง หินผาดึงเพื่อนๆ ออกจากตรงนั้นให้เดินย้อนกลับไป ก่อนจะเดินกันออกมาอีกรอบเหมือนกับเพิ่งจะเดินออกมา

 

กลางวันนี้มึงจะกินที่ไหน หินผาถาม เดียร์หันมองอย่างงงๆ เพราะระดับเสียงของเพื่อนที่ใช้ดังกว่าปกติ

 

ยังมีเวลาไปร้านหน้ามอกันไหมมึง ทัชเสนอซึ่งเดียร์ก็พยักหน้ารับ แล้วพวกเขาก็พากันเดินไปรอรถรางของมหาลัยเพื่อไปลงหน้ามหาลัย

 

เอ่อ... ที่พวกเราได้ยินกันเมื่อกี้ เดียร์เปิดประเด็นหลังจากที่พวกเขาสั่งข้าวกันไปแล้วเรียบร้อยคนละจาน

 

เอ่อๆ สรุปคือพี่เขาอยากจะบอกมึงว่ามึงผิดที่วิ่งชนเขาแล้วไม่หยุดดู ทัชพูดต่อ

 

อย่างที่กูบอกไง พี่วินัยเขามีเหตุผลของการกระทำเสมอ เขาก็คงอยากจะสอนมึง แต่ไม่อยากบอกตรงๆ แต่พอบอกอ้อมๆ ก็ไม่รู้ไม่เข้าใจ หินผาพูด

 

ก็ใครมันจะไปรู้วะ เล่นให้พี่วินัยมาลงโทษแบบนี้ ในหัวตอนนั้นกูคิดได้อย่างเดียวว่าแม่งหาเรื่องลงโทษไปอย่างนั้น เดียร์พูดพร้อมกับทำหน้าแหยๆ ในความคิดก่อนหน้านี้ของตัวเอง

 

ก็ใครมันจะไปคิดว่าจะมีความนัยแฝงในคำพูด ไม่ใช่พระเจ้านะโว้ยที่จะตรัสรู้ได้ ถ้าทำได้กูก็คงฉลาดไปแล้ว!

 

หินผาหัวเราะกับคำพูดนั้น เอาเถอะ พี่เขาก็มีเหตุผลของเขานั่นแหละ

 

เออ ว่าแต่มึงแลรู้เรื่องพี่วินัยดีนะ

 

กูมีพี่ชายน่ะ พี่ชอบมาเล่าๆ เรื่องพวกนี้ให้ฟังกูก็เลยรู้แล้วก็ไม่ได้คิดอคติอะไร ตอนแรกๆ กูก็เฉยๆ ไปทางไม่ชอบเท่าไหร่หรอกเรื่องรับน้อง เรื่องระบบโซตัส เคยคิดจะเรียนเอกชนเพราะไม่อยากเข้ารับน้องด้วยซ้ำ กูว่ามันไร้สาระ แต่พอได้ยินพี่ชายพูดกูก็เลยลองเปลี่ยนความคิดใหม่ แล้วกูว่าที่นี่ก็ไม่ได้ระบบแรงมาก อีกทั้งยังสอนดีด้วย

 

เดียร์กับทัชพยักหน้ากับคำพูดของหินผา จริงอย่างที่เพื่อนใหม่พูด คณะของพวกเขามีรับน้องก็จริง มีพี่วินัยก็จริง แต่ก็ไม่ได้แรงมากเหมือนอย่างที่เคยคิดเอาไว้ แล้วพอลองลดอคติต่อพี่วินัยลงแล้วมานั่งย้อนนึกไปถึงคำพูดต่างๆ ของพวกพี่เขาแล้ว ก็รู้ว่าทุกอย่างเป็นการสอนทั้งนั้น

 

แต่ถึงอย่างนั้นกูก็หมั่นไส้หน้าไอ้พี่โหดอยู่ดี แม่งชอบทำเสียงนิ่งๆ ยืนนิ่งๆ คิดว่าเท่ ว่าหล่อไงวะ หนวดเคราก็รุงรังชิบหาย เดียร์บ่นกระปอดกระแปดไปถึงพี่วินัยหน้าโหดที่สั่งลงโทษเขา

 

นี่ไม่ได้อคติหรือนึกเคืองเลยนะที่โดนสั่งลงโทษแบบนี้

 

กูอยากเห็นหน้าพวกพี่วินัยตอนโกนหนวดโกนเคราออกว่ะ อยากรู้จะหน้าตายังไง ทัชพูดมีเดียร์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

 

เดี๋ยวหลังจบรับน้องคงได้เห็นกันละมั้ง...

 

 

 

 

 

ปีหนึ่งเดินสะโหลสะเหลออกมาจากห้องแลคเชอร์หลังจากการเรียนในคาบบ่ายที่ยาวนานสี่ชั่วโมงจบลง เปิดเทอมมาได้เกือบหนึ่งเดือน การเรียนที่ตอนแรกคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรมากเริ่มไม่ใช่ อาจารย์เริ่มสั่งงานวิชาละอย่างสองอย่าง แล้วไหนยังมีกิจกรรมรับน้องที่ต้องเข้าร่วมอีก แถมยังเจอแรงกดดันจากพี่วินัยที่ขยันลงวินัยทุกเย็นอีกด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่ปีหนึ่งจะเริ่มหมดสภาพ พอมองไปยังพี่ปีสองแล้วก็ได้แต่ชื่นชมในใจ พวกพี่เขาดูสนุกสนานเฮฮากันมากเลยทีเดียว

 

วันนี้พี่เขานัดกี่โมงวะ ทัชหันไปถามเพื่อนที่พากันกอดคอเดินออกจากห้อง

 

หกโมง เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง หินผาเป็นฝ่ายตอบคำถามนั้น

 

แวะเซเว่นแปบจะทันไหมวะ อยากหาอะไรลงท้องว่ะ เดียร์พูดพลางลูบท้องตัวเองไปด้วย การเรียนที่ยาวนานหลายชั่วโมงสูบพลังงานไปจากพวกเขาไม่น้อยเลย

 

กูก็ว่างั้น ไปเถอะหาไรลงท้องกัน ทัชสนับสนุน

 

พวกเขาทั้งสามคนพากันเดินไปเซเว่นที่อยู่ในโรงอาหารกลางใกล้ๆ กับตึกคณะของพวกเขา เลือกหยิบขนม ไส้กรอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาคนละอย่างสองอย่าง ไม่รู้ว่าวันนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้างแต่ยังไงก็ต้องเติมพลังกันเอาไว้ก่อน จะได้ไปสู้กับเหล่าพี่วินัยได้

 

มีเวลานั่งพักอีกเกือบสิบห้านาทีถึงจะถึงเวลานัดของพี่ปีสอง เมื่อใกล้เวลานัดก็เดินกลับไปที่ตึกคณะ เพื่อนๆ เริ่มมาเข้าแถวกันแล้ว เพื่อนผู้หญิงนั่งข้างหน้า เพื่อนผู้ชายนั่งข้างหลัง พวกเขาเองก็เดินไปนั่งต่อแถวจากเพื่อนคนอื่นๆ

 

เลทกว่าเวลานัดไปเกือบๆ ห้านาทีพี่ปีสองก็ให้พวกเขานับจำนวนคนเพื่อเช็คดูว่าครบหรือเปล่า ก่อนที่พวกพี่ๆ จะสอนร้องเพลงคณะต่อหลังจากที่เมื่อวันก่อนสอนไปแล้วหนึ่งเพลง

 

“เงียบ!

 

เสียงของพี่วินัยตะโกนก้องให้เด็กปีหนึ่งพากันเงียบทันที ก่อนที่พวกพี่วินัยจะทยอยเดินเข้ามาในลานใต้อาคาร ยืนกระจายรอบๆ ส่วนพี่ปีสองฝ่ายสันทนาการก็พากันหลบฉากไปยืนเรียงแถวกันอยู่ด้านหลังพี่ๆ

 

พี่วินัยกวาดสายตาไปรอบๆ แบบที่เด็กปีหนึ่งเองก็พากันหลบสายตาไม่กล้าจ้องมองเพราะกลัวว่าอาจจะถูกสั่งลงโทษได้

 

“นี่พวกคุณร้องอะไรกันครับ”

 

“เพลงคณะครับ / ค่ะ” เสียงของปีหนึ่งตอบแทบจะพร้อมกัน

 

“ที่คุณร้องกันเมื่อกี้นี่เรียกว่าเพลงคณะเหรอครับ ผมจำได้ว่าเพลงคณะของผมไม่มีอะไรอย่างที่พวกคุณร้องกันสักนิด ร้องมั่วบ้าง ร้องไม่ทันบ้าง นี่พวกคุณตั้งใจจะร้องกันจริงๆ หรือเปล่าครับ” ไข่เจียวตะโกนถามปีหนึ่งที่นั่งเงียบก้มหน้าก้มตากันอยู่

 

“คุณน่ะ... ไหนลองร้องเพลงเมื่อกี้สิครับ” ดิวชี้นิ้วไปที่เด็กปีหนึ่งผู้ชายคนหนึ่งให้ลุกขึ้นร้องเพลง

 

เสียงร้องที่เดี๋ยวเบาเดี๋ยวดัง เดี๋ยวชัดเจนเดี๋ยวขาดห้วงเรียกใบหน้าหงุดหงิดจากพี่วินัยได้เป็นอย่างดี “พอครับ!

 

“ไม่ได้เรื่อง! เนื้อก็จำไม่ได้ ทำนองก็มั่ว ไม่ได้เรื่อง! ที่พี่ๆ เขาสอนคุณไปเนี่ยไม่ได้จำกันเลยใช่ไหมครับ”

 

“อยากจะเป็นน้องคณะผม เพลงคณะต้องร้องได้นะครับ” กันต์พูดเสียงเรียบ ไม่ได้ตะโกนเสียงดังเหมือนคนอื่น แต่คงเพราะว่าไม่มีเสียงอะไรเสียงของเขาถึงได้ดังจนได้ยินกันทั่ว “อาทิตย์หน้าผมจะสอบเพลงคณะกับพวกคุณ ยังไงก็หาทางจำเพลงคณะทุกเพลงให้ได้แล้วกันนะครับ”

 

พูดเพียงแค่นั้นก่อนที่จะเดินนำพี่วินัยคนอื่นๆ ออกไป ความเงียบยังคงโรยตัวอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่พี่ปีสองจะเข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้าของปีหนึ่งก็ยังไม่ดีขึ้นสักเท่าไหร่

 

“เอาอย่างนี้... ตามที่พี่ๆ เขาพูดไปเนอะว่าอาทิตย์หน้าจะสอบเพลงคณะ” เสียงของต๊อบพูดกับน้องๆ “เรามาหาวิธีที่จะทำให้ทุกคนจำเพลงคณะได้กันดีกว่า”

 

“ก็... ถ้าเราจำไม่ได้เราจะทำยังไงกันดี” คราวนี้เป็นโอที่เป็นฝ่ายพูดบ้าง

 

ปีหนึ่งพากันส่งเสียงออกมา จับใจความได้ว่าต้องจดเนื้อเพลงเพื่อที่จะได้กลับไปฝึกร้องกันได้ “ถ้าอย่างนั้นเราก็มาทำสมุดเพลงกันดีกว่า น้องๆ ก็จดเนื้อเพลงกันไปฝึกคราวนี้จะได้จำเนื้อเพลงกันได้เนอะ”

 

“อย่างนั้นวันนี้พี่ปล่อยเร็วหน่อย พวกน้องๆ ก็จะได้ช่วยกันระดมความคิดว่าจะทำสมุดอะไรแบบไหนยังไงเนอะ” นัทว่าก่อนจะปล่อยให้ปีหนึ่งล้อมวงปรึกษากันเรื่องทำสมุดสำหรับจดเนื้อเพลงคณะ

 

คุยปรึกษากันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงก็ได้ข้อสรุป พวกเขาจะทำสมุดเพลงขนาดกระดาษ A6 ซึ่งก็แบ่งงานกันไปว่าใครจะเป็นคนไปซื้อกระดาษมาให้เพื่อนๆ แล้วก็ใช้เวลาว่างระหว่างวันมาทำสมุดกัน ช่วยกันทำไม่ถึงวันก็คงเสร็จมีสมุดเพลงกันครบทุกคน

 

“เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เช้าใครว่างไม่มีเรียนก็มาทำสมุดเพลงที่นี่แล้วกันนะ ช่วยๆ กันทำเราว่าเดี๋ยวก็เสร็จนั่นแหละ ส่วนของที่จะใช้พวกกระดาษ ปากกากลุ่มเราอาสาไปซื้อให้ เราคงจะเข้ามาตอนประมาณสิบโมง ใครว่างไม่มีเรียนก็มานะ รีบๆ ทำจะได้เสร็จไวๆ” เสียงของเพื่อนร่วมชั้นปีพูดหลังจากที่ได้บทสรุปกันแล้ว

 

เมื่อตกลงกันเรียบร้อยพี่ปีสองก็เข้ามาพูดคุยอีกนิดหน่อยก็ปล่อยน้องปีหนึ่งให้กลับหอไปพักผ่อนกัน เพราะตอนนี้ก็เกือบจะสองทุ่มแล้ว พี่ๆ ยืนส่งน้องจนทุกคนออกจากคณะจึงได้แยกย้ายกันไป เดียร์เดินไปขึ้นรถของทัชเพื่อติดรถไปคอนโด ที่จริง... พวกเขาสองคนก็อยู่คอนโดเดียวกัน แต่เพียงแค่อยู่คนละชั้นเท่านั้นเอง ส่วนหินผาเจ้าตัวบอกว่าเอารถมาเองก็แยกไปแล้วเรียบร้อย

 

“พรุ่งนี้มีเรียนบ่าย มึงจะเข้าไปทำสมุดเพลงไหม” ทัชหันไปถามเพื่อนของตนระหว่างขับรถออกจากลานจอดรถ

 

คนถูกถามพ่นลมหายใจออกมา “มึงว่าไม่มาทำได้ไหมหล่ะ ดีไม่ดีกูว่าพรุ่งนี้พี่วินัยลงอีก ใครไม่มีสมุดเชียร์ซวยโดนลงโทษแน่นอน ดีไม่ดีก็โดนกันทั้งหมดอ่ะ”

 

“ก็จริงของมึงว่ะ กูกะจะตื่นสายๆ ซะหน่อยเหอะ”

 

“เออ” เดียร์รับคำ “หรือว่าเราเข้าไปสายๆ เลยดีวะ ทำไม่น่าจะนานนะมึง ตัดๆๆ กระดาษ ใช้แม็กเย็บแม็กจบ”

 

“เออ! ก็ดีนะมึง เข้าไปสักสิบเอ็ดโมง ทำแปบๆ เสร็จไปหาไรกินแล้วก็เข้าเรียน เดี๋ยวกูโทรนัดไอ้ผาเอง” ทัชว่าก่อนจะเปิดไฟเลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถของคอนโด จอดรถเรียบร้อยก็พากันเดินไปขึ้นลิฟต์

 

“พรุ่งนี้เจอกันนะมึง” เดียร์ยกมือโบกลาเพื่อนที่ออกจากลิฟต์ไปก่อน ห้องของทัชอยู่ชั้นแปด ส่วนห้องของเดียร์นั้นอยู่ชั้นสิบสอง ฝาแฝดหน้าตาดีน้อยกว่าเขาก็อยู่ชั้นเดียวกัน ห้องข้างๆ กัน

 

เจ้าตัวยกมือเคาะห้องหนึ่งสองศูนย์สามเสียงปังๆ จนกระทั่งประตูห้องนั้นเปิดออกก็ยิ้มแผล่ ดันแฝดเข้าไปข้างในก่อนจะเดินตามเข้าไป ปิดประตูให้เสร็จสรรพ

 

“มาทำอะไร ห้องตัวเองอยู่ถัดไปไม่ใช่หรือไง” ฮาร์ทที่อยู่ในชุดพร้อมนอนแล้วถาม ถามทั้งๆ ที่รู้ว่าแฝดของเขามาทำอะไร

 

หิวอ่ะ มีอะไรกินบ้าง พูดไปก็ลูบท้องตัวเองไปด้วยดูแล้วน่าสงสาร

 

ฮาร์ทถอนหายใจเฮือก ชี้นิ้วไปที่ห้องครัวให้คนที่ทำหน้าทำตาละห้อยดี้ด้าทันทีก่อนจะวิ่งดุกๆ เข้าไปในครัว ต้มยำในหม้อส่งกลิ่นหอมน่าทาน ไหนจะข้าวสวยร้อนๆ นั่นอีก

 

ตัวเธอทำเหรอ กินนะ ปากเอ่ยขอแต่มือตักต้มยำใส่ถ้วยเรียบร้อย หันไปหยิบกระทะมาตั้งเตาแล้วทอดไข่เจียวอีกอย่าง

 

ทำไมไม่แวะหาอะไรกินมาก่อน ฮาร์ทถามแฝดคนน้อง นั่งลงตรงข้ามที่โต๊ะอาหาร

 

ขี้เกียจอ่ะ อีกอย่างก็รู้ไงว่ามาห้องนี้ยังไงก็มีข้าวกินชัวร์! พูดไปก็ยิ้มกว้างไป ที่คณะไม่มีรับน้องเหรอ ทำไมกลับมาเร็วตลอดเลย

 

มีสิ แต่นัดเร็วก็เลยเลิกไว คณะเราไม่ได้เรียนเย็นเหมือนคณะนายนี่ หกโมงครึ่งก็ปล่อยแล้ว

 

ดีอ่ะ คณะเรานะมีพี่วินัยลงตลอดเลย แถมยังชอบมาทำหน้าโหดๆ เสียงดุๆ สั่งนู้นสั่งนี่ ตักข้าวเข้าปากไป ซดน้ำต้มยำไปก็พูดไป

 

เคี้ยวให้หมดปากก่อนค่อยพูดได้ไหม ถ้ามัมอยู่นี่มัมตีไปแล้ว

 

ก็มัมไม่อยู่ไง เราเลยทำ ฮี่

 

ฮาร์ทได้แต่ส่ายหน้า ปล่อยให้อีกฝ่ายทำไปเอาไว้ค่อยเก็บไปฟ้องมัมทีเดียว จะได้โดนลงโทษหนักๆ

 

เราเคยเล่าให้ฟังแล้วใช่ป่ะ ที่เราโดนสั่งลงโทษให้นั่งม้าเพราะไปวิ่งชนพี่วินัยอ่ะ เดียร์เล่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หยิบยกมาพูดได้เกือบทุกรอบ ไม่รู้ว่าหมั่นไส้พี่เขา หรือเคืองที่โดนลงโทษกันแน่

 

เล่ามาตลอดหนึ่งเดือนแล้ว เราจำได้หมดทุกเหตุการณ์แล้วเนี่ย แล้วเราก็ยืนยันคำเดิม สม น้ำ หน้า! ยิ้มมุมปากเยาะเย้ยอีกที

 

เดียร์ได้แต่ทำท่าฮึดฮัดที่พี่ชายฝาแฝดไม่เข้าข้างกันเลยสักนิด มาสมน้ำหน้าเราทำไม

 

ก็สมควรแล้วไง

 

ชิ! เราล่ะหมั่นไส้พี่วินัยคนนี้ชะมัดเลย เริ่มเมามันส์กับการเมาท์พี่วินัย เดียร์ขยับตัวนั่งดีๆ ก่อนจะเริ่มพูดต่อ รู้ไหม เวลาพี่วินัยลงนะ พี่คนนี้นะจะชอบยืนอยู่ข้างหน้า จะยืนจะเดินก็เอามือไขว้หลังตลอด ทำเป็นพูดเสียงนิ่งๆ เรียบๆ คิดว่าเท่ คิดว่าดูดีหรือยังไงกัน หน้าตานะก็หมวดเคราขึ้นเต็มไปหมด ผมก็ยาว แต่ชอบทำตัวเหมือนตัวเองหล่อ ตัวเองดูดี เห็นแล้วน่าหมั่นไส้

 

นี่เคืองที่โดนเขาลงโทษเลยอคติว่างั้น

 

พอโดนย้อนถามแบบนั้นเจ้าตัวก็ส่ายหน้าทันที เปล่า เราจะไปอคติทำไม แต่พี่เขาเป็นแบบนั้นจริงๆ นี่ เราล่ะอยากเห็นตอนโกนหนวดโกนเครา หน้าตาจะเป็นยังไงก็ไม่รู้

 

พี่เขาชื่ออะไร ฮาร์ทถาท

 

ไม่รู้ดิ เราไม่รู้ชื่อพี่วินัยเลย พี่เขาไม่เคยบอก พวกพี่ปีสองก็ไม่เคยเรียกชื่อ ไม่เคยเห็นพี่ปีสองคุยอะไรด้วยเราเลยไม่รู้

 

ฮาร์ทพยักหน้า ก่อนจะลุกจากโต๊ะเพื่อกลับไปทำงานที่กำลังนั่งทำอยู่ต่อให้เรียบร้อย เก็บล้างด้วยนะ

 

อะไรอ่ะ เรามากินแล้วเราต้องล้างด้วยเหรอ

 

คนพี่หันไปมอง ก็เพราะมากินเลยต้องล้างไง ล้างให้เรียบร้อยด้วย ถ้าไม่ล้างวันหลังก็กลับห้องไปทำกินเอง ไม่ทำเผื่อแล้ว

 

ชิ รู้แล้วๆ เราล้างให้ก็ได้ บ่นงุ้งงิ้งๆ ไปเรื่อยแต่ก็ตักข้าวเข้าปากไม่หยุดเช่นกัน

 

ฮาร์ทส่ายหน้าให้กับแฝดคนน้องเดินออกจากห้องครัวไปนั่งทำงานของตัวเองต่อ จนกระทั่งคนหิวจัดการในครัวเสร็จเรียบร้อยเดินลูบท้องออกมา

 

อิ่มมาก ลากเสียงยาวเพื่อบอกว่าอิ่มมากจริงๆ เจ้าตัวคว้ากระเป๋ามาสะพายก่อนจะบอกลาพี่ชายฝาแฝด เรากลับห้องแล้วนะ ขอบคุณสำหรับมื้อค่ำ ไว้จะมาใช้บริการใหม่

 

พูดไปก็หัวเราะไปอย่างที่ฮาร์ทนึกอยากจะหยิบหมอนปาใส่น้องชายสักที อีกฝ่ายก็เหมือนรู้ทันรีบหนีออกจากห้องไปทันที

 

เดียร์กดรหัสเข้าห้องตัวเองก่อนจะตรงวิ่งไปที่ห้องนอน วางกระเป๋าเอาไว้บนโต๊ะมองที่เตียงนอนหลังใหญ่สลับกับห้องน้ำ

 

นอนเลยได้ไหมอ่ะ อิ่มจนไม่อยากจะทำอะไรแล้ว ถามตัวเอง แต่กลับล้มตัวลงนอนแผ่บนเตียงเรียบร้อย

 

ล้วงเอาโทรศัพท์ออกมากดเล่น เข้าไปอ่านข้อความของกลุ่มเพื่อนในคณะ เข้าไปตอบข้อความของไอ้ทัชที่ส่งมานัดเวลากับเขา ก่อนจะโทรไปหามัมมี๊แด๊ดดี๊ อ้อนอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจึงมาล้มตัวนอนอีกรอบ

 

งานที่อาจารย์สั่งก็มี แต่ยังไม่ต้องส่งอย่างนั้นยังไม่ทำแล้วกัน เอาไว้เสาร์อาทิตย์ค่อยทำทีเดียว ฟังเพลงเล่นเกมดีกว่า สนุกกว่ากันเยอะเลย

 

จนกระทั่งเกือบเข้าวันใหม่แล้วนั่นแหละถึงได้หยุดเล่น ขยับตัวพลิกไปหยิบสายชาร์ตโทรศัพท์มาเสียบปลั๊กข้างหัวเตียง หยิบเอารีโมทคอนโทรลมากดปิดไฟภายในห้อง ห่มผ้าเรียบร้อยเตรียมเข้านอน

 

หยิบตุ๊กตาแมวน้ำตัวเน่าๆ เพราะติดมาตั้งแต่เด็กมาวางเอาไว้ข้างๆ กัน ทีนี้ก็นอนหลับฝันดีแล้ว

 




************************************************

นี่เชื่อกันไหมว่าน้องไม่ได้หมั่นไส้อะไรพี่เลยอ่ะ เชื่อน้องเถอะ น้องพูดจริงๆ หมั่นไส้พี่โหดเหรอ ไม่มีหรอก ก็แค่ไอ้พี่ขี้เก๊ก คิดว่าตัวเท่หรือยังไง แค่นั้นเองนะในความคิดน้อง ไม่มี๊ไม่มีหรอกที่จะหมั่นไส้พี่ แฮ่... ยังค่ายัง สองคนนี้ยังไม่ดีกัน พี่ยังไม่ชอบน้อง น้องยังไม่ชอบพี่ ยังไม่ถึงเวลาจ้า

 

พยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ช่วงรับน้องว่าต้องทำอะไรบ้าง ผสมๆ เอากับจินตนาการและความมั่วแหลกจ้า ถ้ามันแปลกๆ ตลกๆ ก็ไม่ต้องสงสัยเลย คนเขียนจำอะไรไม่ได้แล้วจ้า ความจำเสื่อมไปแล้วตอนนี้ แฮ่ ^^ คราวนี้มีพี่ฮาร์ทมาออกด้วย พี่ฮาร์ทจะเป็นนักแสดงรับเชิญของเรื่องนี้ค่ะ ได้เห็นความน่ารักของฝาแฝดคู่นี้แน่นอนค่า

 

ยังไงก็ฝากติดตามแล้วก็เอ็นดูเจ้าน้องกับเจ้าพี่ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 

เจอคำผิด บอกได้ค่า

 

อ่านแล้วอย่าลืมให้กำลังใจคนแต่งนะคะ จะได้มีกำลังใจแต่งนิยายให้อ่านกันค่ะ อย่าเงียบนะคะใจคอไม่ดีเลยค่ะ คอมเมนต์คือกำลังใจของคนเขียนนะคะ ^^

 

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

 

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

 

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 529 ครั้ง

62 ความคิดเห็น

  1. #3088 yuu1314 (@yuu1314) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 10:17
    อย่าโกรธเราเลยนะ งานเขียนมันสะท้อนความคิดได้หลายอย่างอะค่ะ แล้วความคิดของเรากับนักเขียนคงไม่เหมือนกัน ภาษาดีนะ แต่เราไม่ค่อยชอบความคิดของนักเขียนเท่าไหร่ ตั้งแต่ตอนที่แล้วที่ว่าผู้ชายต้องให้เกียรติผู้หญิง เรารู้สึกว่าคุณกำลังแบ่งเพศ จำกัดความเรื่องเพศมากเกินไป ทุกคนควรให้เกียรติกัน ไม่ใช่ผู้ชายควรให้เกียรติผู้หญิง แล้วตอนนี้เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องสมควรที่ควรหันกลับมาดูคนที่เราชน แต่ไม่ใช่เพราะเป็นผู้หญิง หรือคนที่ถือของ แต่เพราะเราทำผิดต่อเขา แม้ว่าคนที่เราชนเขาจะเป็นชายหนุ่มแข็งแรงก็ตาม ยังไงก็ต้องหันกลับมาดูบ้าง ยังไงก็เป็นนิยายที่ดีนะคะ แต่คอนเซปความคิดของเรากับนักเขียนไม่ตรงกัน เลยทำให้เราตัดสินใจไม่อ่านต่อ
    #3088
    3
    • #3088-2 yuu1314 (@yuu1314) (จากตอนที่ 3)
      7 เมษายน 2562 / 21:45
      ฮือออ เรากลัวคุณดาวน์มากเลยอะค่ะ นิยายเรื่องอื่นเราก็ติดตามอ่านนะคะ แต่แนวนี้คงไม่ใช่เราจริงๆ แล้วก็มีหลายคนเลยนะ ที่ชอบเรื่องนี้ หวังว่าจะไม่เป็นไรนะคะ ไม่อยากให้คิดมากเพราะเม้นต์ของเราเท่าไหร่ ตอนที่พิมเม้นต์เราก็ไม่ได้คิดว่าเราจะพิมแรงไปด้วยอะ พอกลับมาอ่านก็รู่สึกว่าเราแรงไป แงงง
      #3088-2
    • #3088-3 FangiiLy_GC (@fang070535) (จากตอนที่ 3)
      7 เมษายน 2562 / 21:55
      ฟางไม่ได้ดาวน์อะไรค่ะ ฟางเข้าใจและเคารพในความคิดเห็นของนักอ่านทุกคนค่ะ ฟางมีแนวความคิดอย่างหนึ่ง นักอ่านก็อาจจะมีแนวคิดอีกอย่างหนึ่ง เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วล่ะค่ะ ถ้าหากเรื่องนี้ไม่ใช่แนวฟางก็ไม่ว่าอะไรค่ะ อย่างน้อยฟางก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ถ้าไม่ชอบฟางก็ไม่อยากให้ฝืนอ่านค่ะ เพราะคงไม่มีความสุขในการอ่าน แบบนั้นฟางจะรู้สึกแย่มากกว่าเพราะฟางอยากแต่งนิยายให้คนอ่าน อ่านแล้วมีความสุข

      ถ้าหากนิยายเรื่องอื่นของฟางใช่แนวของคุณ ฟางก็รู้สึกยินดีมากค่ะ ไม่ต้องคิดมากนะคะ ^^
      #3088-3
  2. #3064 JJ_james (@peacher_mybaby) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 10:46
    หินผาเป็นพี่เนียนป่ะเนี่ยยยยยย
    #3064
    0
  3. #3025 earnnearn (@earnnearn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:44
    ชอบบบบ
    #3025
    0
  4. #2905 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:48
    รอคอยตอนที่พี่แปลงโฉม ถอดรูป
    #2905
    0
  5. #2785 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 13:15
    หินผาน่าสงสัยนะ ฮิฮิ
    #2785
    0
  6. #2485 yellowpage (@kamrung) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 21:21
    เว่อร์ไปนะบางที บางสถารการณ์คนรีบจริงๆจะมีเวลาหันมามองหรอ มันคือปฏิกิริยาของคนอะ
    #2485
    0
  7. #2402 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 13:51
    หินผาแปลกๆ เป็นพี่เนียนปะนิ
    #2402
    0
  8. #2325 AUNG_SK (@sunanteenee09) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 08:21
    ที่แน่ๆเลยคือหินรู้จักพี่กันต์ อาจจะเป็นน้องใครสักคนในกลุ่มพี่กันต์ก็ได้
    #2325
    0
  9. #1851 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 19:36

    พี่กันต์เจอโดนหมั่นไส้ไปซะแล้วซิ แล้วดูท่าทางน้องเดียร์จะแค้นหนักเลยด้วยนะนั้น มีพี่ฮาร์ทด้วยน่ารัก ^^


    สงสัยหินผาว่าเป็นพี่เนียนหรือเปล่า มีครั้งที่ทำให้สงสัยว่าเป็นรุ่นพี่เลยอะ

    #1851
    0
  10. #1579 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 15:35
    เราว่าหินเป็นพี่เนียนแน่เลยอ่ะ น้องเดียร์มีความเป็นเด็กในตัวสูงมาก ต่างจากฮาร์ทนี่คนละฟิลเลย55555
    #1579
    0
  11. #1257 bire0032 (@0820992901) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 23:25
    หึหึ....หินนี้ใช่พี่เนียนป่ะ555+ ดูเป็นรุ่นพี่อ้ะ
    #1257
    0
  12. #1210 Ainaemoroe (@bodylovenamkaeng) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 23:08
    หินเป็นพี่เนียนสินะ ถถถ เอาจริงๆไม่แปลกที่เดียร์จะหมั่นไส้ เราโดนทำโทษแบบยกเซตบ่อยๆมันก็อดหมั่นไส้ว่าบ้าอำนาจไม่ได้อยู่ดี55555
    #1210
    0
  13. #792 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 15:51
    ตุ๊กตาที่แด๊ดซื้อให้น้องงงง รักนะคะ
    #792
    0
  14. #791 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 15:51
    ตุ๊กตาที่แด๊ดซื้อให้น้องงงง รักนะคะ
    #791
    0
  15. #629 ikonyg (@ikonyg) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 22:52
    ชอบความที่น้องเค้าคุยกันแทนตัวเองน่ารักดี
    #629
    0
  16. #626 FONJAE💖 (@discouraged) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 12:15
    น้องเดียร์กับพี่ฮาร์ทน่ารักง่า
    #626
    0
  17. #463 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 23:12
    พี่ฮาร์ทน่ารักเว่อ
    #463
    0
  18. #400 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 14:37
    พี่กันต์หมั่นไส้น้องเดียร์หรอ ถึงแกล้งน้องเดียร์
    #400
    0
  19. #158 ppparumpara (@ppparumpara) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 20:03
    รอนะคะไรท์ สู้ๆๆๆน้า
    #158
    0
  20. #156 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 12:23
    นั้นสิเนอะ ต้องพี่เนียนแน่ๆ
    #156
    0
  21. #154 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2560 / 16:43
    หินต้องเป็นพี่เนียนแน่ๆ 555 ถ้าเดียร์จะนอนช้าขนาดนี้นะ ไม่ใช่ตื่นสายอีกล่ะ
    #154
    0
  22. #153 nattanitinpao (@nattanitinpro9) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 18:04
    หินผา...พี่เนียนงั้นหรอ???
    #153
    0
  23. #152 primmy_pabu (@primmy-writeclub) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 23:39
    หินผานี่ พี่เนียนถูกมะ
    #152
    0
  24. #150 cherrup (@stupid-lucifer) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 10:47
    เราคิดว่าน้องกันต์เคะ มาตลอด พอมาเรื่องนี้เลยคิดว่าคู่กับพี่ฮาร์ท เพราะคิดว่าเมะแต่แล้วดูเหมือนจะเป็นน้องเดียร์ มากกว่า ดูเด่นกว่า
    #150
    0
  25. #149 mon9228 (@mon9228) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2560 / 01:32
    เดียร์คงจะหมั่นไส้กันต์น่าดูเลยนะเนี่ย 5555
    #149
    0