♡ Faculty of Love . 1 My Dear ; รักของผม ผมจัดเอง ♡ [Boy's Love] ll [สนพ. Bookish House]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 285,885 Views

  • 3,094 Comments

  • 11,678 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,267

    Overall
    285,885

ตอนที่ 5 : บท04 l "ชนกันต์ กิจไพศาลกุล"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 431 ครั้ง
    5 ส.ค. 60

Cr. Pic [F.GC]

say-hi ในทวิตเตอร์ ฝากติด #พี่กันต์สายอ่อย ด้วยนะคะ



บท04 l “ชนกันต์ กิจไพศาลกุล

 

ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พร้อมๆ กับเพื่อนอีกหลายคน รับน้ำผึ้งผสมมะนาวมาดูดแม้จะทำหน้าเบ้เพราะรสเปรี้ยวของมะนาวก็ตามที แต่เพราะใช้เสียงไปเยอะเลยต้องบำรุงเสียงกันแบบนี้

 

วันนี้เริ่มรุนแรงแล้วเหรอ เพื่อนผู้หญิงในชั้นปีเดียวกันถาม พลางเดินเสิร์ฟน้ำให้เพื่อนๆ ที่เป็นพี่วินัย เราอยู่บนนี้ยังได้ยินเสียงเลย

 

อือ... ก็ใกล้วันแล้วนี่นะ ไข่เจียวตอบเพื่อน เสียงแหบไปไม่น้อยเพราะการตะโกนเมื่อครู่ที่ผ่านมา ถ้าไม่ไซโคหนักๆ ก็ไม่กระตุ้นกันหรอก

 

แล้วปีหนึ่งเป็นยังไงบ้าง

 

ก็เหมือนตอนรุ่นเรานั่นแหละ น้องผู้หญิงก็ร้องไห้กันระงม พวกผู้ชายก็คงนึกอยากจะลุกขึ้นมาต่อยหน้าพวกเรา แต่คนที่น่าจะโดนหมั่นไส้มากสุดก็คงเป็นนู้น... ป่าไม้ว่าพร้อมกับพยักหน้าไปทางหัวหน้าวินัยปีสามที่นั่งทำหน้าเบ้ขณะดูดน้ำมะนาว

 

เสียงดังสุด เป็นคนสั่งให้ถอดป้ายออกมา เป็นคนบอกจะเผา แล้วก็เป็นคนจุดไฟเผาเองกับมือ

 

แต่คนที่น่าจะโดนน้องปีหนึ่งหมั่นไส้ที่สุดก็ทำเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองอย่างงงๆ เขาไม่ได้ฟังว่าเพื่อนๆ พูดอะไรกัน คนอื่นได้แต่ถอนหายใจแล้วก็ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกไม่มีอะไร

 

เอ่อ... แล้วปี๊บที่เผาเมื่อกี้อยู่ไหนวะ กันต์ถาม

 

กูวางไว้ตรงประตู มึงจะเอากลับหรือจะให้กูเอากลับ ไข่เจียวว่าพร้อมกับชี้นิ้วไปตรงประตู

 

มึงเลย ป่ะ! กูว่าพวกปีสองน่าจะปล่อยน้องแล้วล่ะ ไปช่วยพวกปีสองดูน้องกันดีกว่า กันต์ว่าก่อนจะลุกขึ้นเดินนำเพื่อนๆ ปีสามออกจากห้อง

 

พวกปีสามยืนอยู่ตรงบันได มองดูปีสองพาน้องปีหนึ่งไปส่งที่รถบ้าง พาไปขึ้นรถเตรียมไปส่งกลับหอบ้าง ดูจนแน่ใจว่าไม่มีปีหนึ่งแล้วก็ปีสองอยู่ในอาคารแล้วทั้งหมดถึงได้เดินออกมา แยกย้ายกันไป บางกลุ่มก็ขับรถตามปีสองไป บางกลุ่มก็เดินตามปีหนึ่งปีสองไป เพื่อดูให้แน่ใจว่าน้องๆ ของพวกเขาถึงห้องแล้วเรียบร้อย

 

ก่อนที่เหล่าปีสามจะวกกลับมาที่คณะอีกรอบเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยว่าน้องๆ เก็บของดีหรือเปล่า หรือมีใครลืมของอะไรเอาไว้บ้างไหม ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนบ้าง

 

“อย่างนั้นกูกลับก่อนแล้วกันนะ” กันต์พูดกับเพื่อนๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาสะพาย ยกมือโบกลาเพื่อนๆ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าคณะแล้วขับกลับคอนโด

 

จอดรถเรียบร้อยเจ้าตัวก็เดินไปที่มินิมาร์ทใต้คอนโดเพื่อซื้อของกินสำหรับค่ำวันนี้ หยิบโทรศัพท์มาตอบข้อความน้องสาวสุดที่รักไปด้วยระหว่างเดินกลับเข้าคอนโด เขาเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นใครบางคนกระโดดแผล็วหลบหลังเสาต้นใหญ่

 

ใครบางคนนั้นที่หน้าตาเหมือนเด็กปีหนึ่งที่เคยวิ่งชนเขา เจ้าเด็กนั้นคงคิดว่าเขาไม่เห็น แต่ขอโทษทีนะ... สุดทางเดินที่เป็นส่วนลิฟต์น่ะ ทางคอนโดตกแต่งด้วยกระจกสีทอง เขาเลยเห็นเด็กคนนั้นชัดแจ๋ว แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ หรือไม่ก็ไม่ได้สังเกตุ

 

กันต์ส่ายหน้ากับทำท่าตลกๆ ของเด็กปีหนึ่งที่ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนจะส่องดูว่าเขาเข้าลิฟต์ไปหรือยัง ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าเขายึกยักไม่เข้าลิฟต์ไปสักทีเจ้าเด็กนั่นจะทำอย่างไร แต่ก็เอาเถอะ... วันนี้พวกวินัยอย่างเขาก็ลง จัดหนักไปแล้ว เด็กปีหนึ่งคงเหนื่อยกันน่าดู แล้วก็ดูจะท่าทางแล้วถ้าเขาไม่เข้าลิฟต์ไปสักทีเด็กนั่นก็คงไม่ยอมออกมาจากหลังเสา

 

นี่ก็เริ่มดึกแล้วด้วย... ปล่อยเด็กไปพักผ่อนก็แล้วกัน

 

คิดแบบนั้นก็เดินเข้าไปในลิฟต์ที่เปิดออกพอดี กันต์แตะคีย์การ์ดของตัวเองที่เครื่องแสกนก่อนจะกดชั้นของตัวเอง พอออกจากลิฟต์ก็เดินตรงไปยังห้องของตัวเองทันที กดรหัสเข้าห้องได้ก็พาร่างตัวเองไปนอนแผ่อยู่บนโซฟาทันที

 

ห้องของเขาเป็นแบบสองห้องนอน สองห้องน้ำ มีห้องน้ำในห้องนอนหนึ่งห้องแล้วก็ข้างนอกหนึ่งห้อง หนึ่งห้องนั่งเล่น แล้วก็หนึ่งห้องครัว ห้องค่อนข้างกว้างแต่ก็อยู่สบาย ตอนก่อนจะซื้อเขาก็บอกกับพ่อคินว่าเอาแค่หนึ่งห้องนอนหรือไม่ก็แบบสตูดิโอก็พอ แต่ทั้งพ่อคินกับมัมพัทธ์ก็ยืนยันจะซื้อแบบสองห้องนอนให้ ตอนนี้เขาคิดว่าก็ดีเหมือนกันเพราะบางทีพ่อคินมัมพัทธ์แล้วก็น้องแพรก็มานอนค้างด้วยเวลาที่เขาไม่ได้กลับบ้านติดๆ กันหลายอาทิตย์ หรือไม่บางทีพวกเพื่อนๆ ก็ชอบหอบกันมาวุ่นวายที่ห้องเขาแล้วก็หลับกันไปเลย ถ้าเป็นแบบห้องสตูดิโอหรือหนึ่งห้องนอนก็คงไม่พอ

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเรียกให้คนที่นอนหลับตาอยู่ฝืนลืมตาขึ้นมาอย่างยากเย็น เกือบจะหลับไปแล้ว

 

“ครับพ่อคิน” แม้จะง่วงแต่พอเห็นว่าเป็นใครที่โทรเข้ามาก็ยิ้มกว้างแล้วกดรับเสียงใสทันที “ยังไม่นอนกันอีกเหรอครับ ดึกแล้วนะ”

 

[เดี๋ยวก็นอนกันแล้วล่ะ มัมเขาเป็นห่วงไม่รู้ว่าน้องกันต์ถึงห้องหรือยังเลยให้พ่อคินโทรมาหา] ปลายสายพูดมาแบบนั้น

 

แม้ว่าทุกวันนี้เขาจะโตจนบรรลุนิติภาวะแล้วแต่ทั้งพ่อคินแล้วก็มัมพัทธ์มักจะคิดว่าเขาเป็นน้องกันต์เด็กน้อยเสมอ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกแย่หรืออะไรกับการที่พ่อแม่คอยโทรถาม โทรตามแบบนี้ เขารู้สึกดีเสียอีกแม้จะไม่อยากให้ทั้งคู่นอนดึกเพราะต้องคอยโทรหาเขาที่เลิกรับน้องช้าก็ตามที

 

“อย่างนั้นฝากบอกมัมด้วยนะครับว่าน้องกันต์ถึงห้องเรียบร้อย แต่ยังไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้กินข้าวอะไรเลยครับ เพราะน้องกันต์ง่วงนอนม้ากมาก”

 

กันต์ตอบไปแบบนั้นแล้วก็ได้ยินพ่อคินหัวเราะ รวมถึงได้ยินเสียงของมัมพัทธ์ที่ดังลอดเข้ามาด้วย พ่อคินของเขาคงเปิดลำโพงแน่นอน “ฮ่าๆ อย่างนั้นผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ คิดถึงพ่อคินกับมัมนะครับ เอาไว้รับน้องเสร็จแล้วผมจะกลับบ้านนะ”

 

[โอเคครับ เอาไว้พ่อคินจะทำข้าวผัดคุณหมีรอนะ]

 

“อย่างนั้นต้องรีบกลับเลยครับ คิดถึงข้าวผัดคุณหมีฝีมือพ่อคินที่สุดเลย ฝันดีนะครับพ่อคิน มัม”

 

[ครับ ฝันดีนะครับน้องกันต์]

 

“อ๋อ... พ่อคินครับ” กันต์เรียกอีกฝ่ายเอาไว้ก่อนที่พ่อคินจะตัดสายไป “ฝากหอมแก้มัมแล้วก็บอกฝันดีด้วยนะครับ”

 

พ่อคินหัวเราะ รับปากจะทำให้แล้วก็วางสายไป กันต์มองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดลงก่อนจะยิ้มออกมา ได้คุยกับพ่อคิน มัมพัทธ์แบบนี้ละมีความสุขที่สุด ใครจะหาว่าเขาทำตัวเป็นเด็กติดพ่อแม่ก็ช่าง ก็พ่อคินมัมพัทธ์ของเขาทั้งน่ารักทั้งใจดีให้น่าติดนี่นะ ขนาดเพื่อนๆ ในกลุ่มของเขายังติดพ่อคินมัมพัทธ์เลย

 

กันต์ยันตัวเองให้ลุกขึ้น คว้าเอามื้อค่ำที่แวะซื้อมาจามินิมาร์ทไปแช่ตู้เย็นเอาไว้ คิดว่าคืนนี้คงไม่กินแล้ว เพราะรู้สึกอยากนอนอย่างเดียว เลยตัดสินใจไปอาบน้ำนอนเลยดีกว่า ตั้งแต่รับหน้าที่เป็นพี่วินัยเขาก็ต้องตื่นแต่เช้าทุกวัน บางวันก็กว่าจะได้นอน ความเพลียสะสมจนตอนนี้ขี้เกียจจะทำทุกอย่าง ใจมันอยากจะนอนเพียงอย่างเดียวเลย

 

เพราะอย่างนั้นหลังจากที่อาบน้ำเรียบร้อยพี่วินัยหน้าเหี้ยมก็เดินมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันที ใช้เวลาไม่นานเจ้าตัวก็หลับไปด้วยความเพลียที่สั่งสมมาตลอดทั้งวัน

 

รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในตอนเช้า เจ้าตัวขยับตัวอย่างเกียจคร้านแต่ก็ยื่นมือมาคว้าเอาโทรศัพท์ที่รบกวนเวลานอนอันแสนหวาน หรี่ตามองก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าวันนี้เป็นวันหยุด เขาไม่ได้ยกเลิกนาฬิกาปลุกมันเลยแจ้งเตือนอยู่แบบนี้ พอคิดได้แบบนั้นเขาก็ปิดเสียงรบกวนแล้วก็ซุกตัวลงนอนต่อ ไหนๆ วันนี้ก็ไม่เรียน ก็ขอนอนตื่นสายสักวันแล้วกัน ไม่ต้องรีบไปเก๊กขรึมด้วยนี่นะ

 

ตื่นอีกทีก็ตอนเกือบสิบโมงคราวนี้ไร้อาการงัวเงีย หงุดหงิดเพราะได้นอนอย่างเต็มอิ่มแล้ว แต่ความหิวเข้ามาแทนที่แทน เจ้าตัวจึงลากสลิปเปอร์สีเหลืองตรงไปยังส่วนห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย ยกมือลูบหนวดเคราตัวเองแล้วก็ถอนหายใจ เขาก็ไม่ได้ชื่นชอบนักหรอกกับการไว้หนวดเคราแบบนี้ เขารู้สึกว่ามันน่ารำคาญมากทีเดียว ผมก็ยาวจนต้องรวบเอาไว้ นึกอยากจะเข้าร้านตัดผมให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เพราะหน้าที่ยังค้ำคอตัวเองอยู่เลยได้แต่ยอมรับสภาพ แล้วก็สัญญากับตัวเองเอาไว้ว่าวันที่สิ้นสุดการรับน้องเขาจะรีบไปตัดผมแล้วก็โกนหนวดโกนเครานี้ออกซะ

 

ยังไม่ต้องอาบน้ำแค่ล้างหน้าแปรงฟันพอ กันต์คว้าเอากระเป๋าเงินกับกุญแจห้องมาถือตั้งใจจะลงไปหาอะไรใส่ท้องเป็นมื้อเช้าเสียหน่อย ที่จริงเขาก็ทำอาหารได้ ก็แน่ล่ะ... ทั้งมัมทั้งพ่อคินต่างก็ทำอาหารเก่งด้วยกันทั้งคู่เขาเองก็ได้รับการฝึกมาเหมือนกัน แต่ก็ไม่บ่อยนักหรอกที่เขาจะลงมือทำ เพราะบางทีเวลาก็ไม่เอื้ออำนวย หรือไม่ก็... ขี้เกียจทำ เลยเลือกซื้อมากินมากกว่า

 

ตลาดข้างคอนโดที่ถ้าเป็นตอนเย็นก็คงคึกคักไปด้วยร้านค้าแล้วก็คนเดิน แต่ในเวลาแบบนี้ก็มีร้านอาหารเปิดอยู่เหมือนกันแม้จะไม่เยอะเหมือนตอนเย็นก็ตาม

 

ขาที่กำลังก้าวอยู่นั้นชะงักไปเมื่อเห็นเด็กปีหนึ่งเดินออกมาจากห้องที่อยู่ถัดจากห้องเขาไปเพียงสองห้อง ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ทันสังเกตเห็นเขาเพราะเจ้าตัวเอาคอหนีบโทรศัพท์ที่กำลังคุยอยู่ มือก็สาละวนกับการปิดประตูห้อง

 

“เอ่อๆ กูกำลังจะลงลิฟต์แล้วเนี่ย มึงนี่ก็เร่งกูจัง!” เจ้าเด็กนั่นบ่นกับโทรศัพท์ คงกำลังคุยกับเพื่อนอยู่ “แล้วมิ้นท์กระจายข่าวให้เพื่อนๆ ในชั้นเราหมดแล้วใช่ไหมว่าวันนี้นัดไปคุยกันเรื่องทำสัญลักษณ์ชั้นปีอ่ะ เอ่อๆ กูก็หวังว่าจะมีคนมาเยอะๆ นะ ไม่งั้นคงแป้กชิบหายเลย... กูจะเข้าลิฟต์แล้ว เจอกันที่ลานจอดรถนะมึง”

 

กันต์เลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของเด็กปีหนึ่ง เขาหมุนตัวกลับเข้าห้องแทน หยิบโทรศัพท์โทรออกหารุ่นน้องปีสองเพื่อถามถึงเรื่องที่ได้ยินมา

 

“เออ... นัท กูถามอะไรหน่อยดิ วันนี้ปีหนึ่งนัดกันเหรอวะ”

 

[หือ... นัดอะไรเหรอพี่] ปลายสายถามกลับมาอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่กันต์กำลังพูด

 

“อ้าว... ปีหนึ่งไม่ได้บอกพวกมึงเหรอว่าวันนี้นัดกันคุยเรื่องสัญลักษณ์ชั้นปี”

 

[เฮ้ย... ไม่นะพี่ ผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย เมื่อวานน้องๆ ก็ไม่ได้พูดอะไรพอพวกพี่เดินออกไปพวกผมก็ปล่อยน้องกลับเลย ไม่ได้ประชุมอะไรต่อ พวกพี่ก็เห็นนี่ผมเห็นพวกพี่ไข่ตามพวกผมอยู่]

 

“อือ... เมื่อกี้กูได้ยินเด็กปีหนึ่งคุยโทรศัพท์ว่านัดกันจะเข้าไปคุยเรื่องสัญลักษณ์ชั้นปี ยังไงพวกมึงก็ตามไปส่องๆ ดูๆ หน่อยแล้วกัน เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยได้”

 

[ได้ครับพี่ เดี๋ยวผมบอกเพื่อนๆ เอง แล้วจะแวะเข้าไปดูปีหนึ่งให้ ขอบคุณนะครับที่โทรมาบอก]

 

“อือ ไม่เป็นอะไร” กันต์ว่าก่อนจะวางสายไป เขาส่งข้อความเข้าไลน์กรุ๊ปเพื่อนปีสามเพื่อบอกให้ทุกคนรู้ว่าวันนี้ปีหนึ่งนัดคุยกันเรื่องทำสัญลักษณ์ชั้นปี ก่อนที่จะเดินเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไปหาอะไรกินแล้วก็นอนมันยาวๆ เสียหน่อยวันนี้ เสียแผนหมด...!

 

เด็กปีหนึ่งที่เป็นจอมยุ่งจริงๆ เลยเชียว

 

มื้อเช้าของกันต์จึงเลื่อนไปตอนเกือบๆ เที่ยงพร้อมกับเพื่อนในกลุ่มที่ร้านอาหารหน้ามหาลัย เพราะเดี๋ยวพวกเขาจะแวะเข้าไปดูปีสองปีหนึ่ง

 

ก่อนหน้านี้ปีสองโทรมาบอกว่าเข้ามาดูน้องๆ ให้แล้วเรียบร้อย เป็นนัดที่เกิดขึ้นกันอย่างกะทันหันเมื่อคืนนี้ตอนที่แยกย้ายกันไปแล้ว ก็เลยไม่ได้บอกพี่ปีสอง

 

“กูง่วงชิบหาย... ฮ้าว...” ไข่เจียวว่าพลางอ้าปากกว้างเพื่อหาว จนใยไหม กับใบบัว สองสาวในกลุ่มทำหน้ายี้อย่างรังเกียจ

 

“น่าเกลียดจริงไข่! ปิดปากหน่อยก็ได้เวลาหาว” ใบบัวว่าพร้อมกับปากระดาษทิชชู่ที่ใช้เช็ดมือเมื่อครู่นี้ใส่

 

“แหม... กระดาษที่โยนมานี่สะอาดเหลือเกินนะ” ไข่เจียวลากเสียงยาวใส่

 

สนิทกันมาตั้งแต่ตอนเข้าปีหนึ่ง ตอนแรกๆ สองสาวก็ดูเรียบร้อยน่ารักดีหรอก แต่พอสนิทกันไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกว่า... ความเรียบร้อยน่ารักที่เคยเห็นนั้นมันเป็นเพียงภาพลวงตาที่สองสาวสร้างขึ้นมาแค่นั้น จากที่เคยคิดอยากจะลองจีบเพื่อนสนิทดู ก็โยนโครงการนี้ทิ้งแบบลงก้นเหวทันที

 

“กูก็ง่วงนะ กว่ากูจะได้นอนก็เกือบสว่าง นอนได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง วันนี้กูตั้งใจจะนอนอืดทั้งวันแท้ๆ เลย” ป่าไม้เองก็มีสภาพไม่ได้ต่างจากไข่เจียวเท่าไหร่ ท่าทางสะลึมสะลือเหมือนจะหลับอยู่ตลอดเวลา “แล้วทำไมต้องมานัดกันวันนี้ด้วยเนี่ยปีหนึ่ง...”

 

“ไม่ถามน้องมึงดูอ่ะ” ดิวว่า “เห็นไอ้โอบอกว่ากลุ่มน้องมึงเป็นตัวตั้งตัวตีนัดครั้งนี้”

 

“เอ่อ จริงอย่างที่ไอ้ดิวว่า มึงไม่บอกน้องมึงวะว่าค่อยนัดเพื่อนพรุ่งนี้”

 

“เผื่อมึงจะลืมนะครับเพื่อนๆ กูกับมันไม่ได้อยู่หอเดียวกันไหมหล่ะ แล้วกูก็ยังไม่ได้คุยกับมันเลยเนี่ย”

 

“เอาเถอะๆ รีบกินข้าวแล้วก็ไปดูน้องๆ กันดีกว่า เดี๋ยวจะได้กลับกันเร็วๆ ไง ส่วนถ้าอยากนอนยาวๆ ก็ค่อยนอนพรุ่งนี้ก็ได้” เป็นใยไหมที่เอ่ยห้ามการถกเถียงของเพื่อนๆ ในกลุ่ม เหล่าหนุ่มๆ จึงได้หยุดเถียงกันแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาจัดการข้าวของตัวเอง

 

ถึงแม้จะบอกว่ามาคอยดูน้องๆ แต่พวกปีสามก็แค่กระจัดกระจายอยู่รอบๆ ไม่ได้เข้าไปเสนอหน้าให้น้องปีหนึ่งเห็นให้ขุ่นเคืองใจไปมากกว่านี้ คอยซัพพอร์ตเวลาปีสองไม่สามารถดูน้องได้ทั่วถึงหรือเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น ปีหนึ่งไม่ได้นัดกันที่ใต้อาคารคณะ แต่นัดกันที่ลานใต้อาคารของคณะอื่นแทน ซึ่งรอบๆ ก็มีที่นั่งให้พวกปีสามนั่งสังเกตการณ์ได้สบายๆ

 

ไม่รู้ว่าก่อนที่พวกเขาจะมา พวกปีหนึ่งตกลงจะทำอะไรกัน เพราะตอนนี้คือเห็นแต่ละคนตั้งหน้าตั้งตาตัดกระดาษกันอยู่ แบ่งงานกันทำเป็นกลุ่มๆ ช่วยเหลือกันไป ไม่คิดว่าปีหนึ่งจะมากันเยอะขนาดนี้ แต่พอเห็นน้องๆ ตั้งใจกันแบบนี้ก็ได้แต่พากันยิ้ม แม้จะเป็นรอยยิ้มที่ไม่สามารถยิ้มให้ปีหนึ่งเห็นได้ก็ตามที

 

ในสายตาปีหนึ่งตอนนี้ คงมองเหล่าพี่วินัยแล้วก็พี่ปีสามไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เพราะวินัยส่วนใหญ่ก็อยู่ปีสาม อีกทั้งปีสามจะไม่เข้าไปคลุกคลี สนิทสนมกับปีหนึ่ง ตอนปีสามลงพบปีหนึ่งก็เอาแต่ยืนเงียบๆ กดดันเหล่าน้องใหม่

 

“เอ่อ... ไอ้สิงโทรมา มันบอกไหนๆ วันนี้ปีสามก็เข้ามากันหมดแล้ว เลยจะขอประชุมเรื่องงานวันมอบรุ่นหน่อย ให้ไปประชุมกันที่สตูฯ” ไข่เจียวที่เพิ่งเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าหันมาบอกเพื่อนๆ

 

“เอ่อๆ อย่างนั้นก็ขึ้นไปกันเถอะ”

 

“พวกมึงไปกันก่อนเลย เดี๋ยวกูไปซื้อน้ำก่อน จะเอาอะไรไหม” พอกันต์ถามไปแบบนั้นใยไหมก็หยิบสมุดฉีกขึ้นมาจดออเดอร์น้ำทันที ตามด้วยใบบัวแล้วก็คนอื่นในกลุ่ม ก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้

 

“ฝากด้วยนะ” ส่งยิ้มหวานให้หนึ่งทีก่อนจะพากันเดินไปที่คณะ

 

กันต์ได้แต่ส่ายหน้าแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาเก็บกระดาษออเดอร์ใส่กระเป๋าเสื้อก่อนจะเดินไปร้านกาแฟที่เปิดอยู่ใกล้ๆ นั้น

 

ปึก!

 

“ขอโท... / ขอโท...”

 

เพราะกำลังตอบข้อความน้องสาวสุดที่รักเขาจึงไม่ทันได้มองทางจนเดินชนกับคนที่สวนมา เขาตั้งใจจะเอ่ยขอโทษ รวมไปถึงอีกฝ่ายที่จะขอโทษด้วย แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใครคำพูดนั้นก็หลุดหายเข้าไปในลำคอ

 

เด็กปีหนึ่งที่อยู่คอนโดเดียวกับเขา ชั้นเดียวกัน...

 

แอบเห็นอีกฝ่ายทำหน้ามุ่ย ปากขยับมุบมิบเหมือนจะบ่นกับตัวเอง ก่อนที่จะยกมือไหว้เขา “ขอโทษครับ ผมไม่ทันระวัง”

 

จะว้ากกลับก็ไม่ได้ เพราะตัวเขาเองก็ไม่ทันมองเหมือนกัน เดี๋ยวเด็กมันจะหาว่าใช้อำนาจในทางมิชอบ

 

“อือ... ผมเองก็ไม่ทันมอง คุณไปเถอะ”

 

อีกฝ่ายแสดงสีหน้าออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาพูด พอเห็นทำหน้าตาแบบนั้นแล้วก็ชักอยากจะสั่งลงโทษ แต่อีกฝ่ายก็ไวพอตัวเพราะยกมือไหว้เขาอีกรอบแล้วก็จ้ำอ้าวผ่านเขาไปทันที คงกลัวว่าเขาจะนึกเปลี่ยนใจแล้วสั่งลงโทษแทน

 

กันต์หันมองตามเจ้าเด็กปีหนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อเห็นกระเป๋าของอีกฝ่าย ดูเหมือนเจ้าเด็กคนนั้นจะห้อยพวงกุญแจเอาไว้ด้วย และพวงกุญแจนั้นเขารู้สึกคุ้นๆ อย่างบอกไม่ถูก แต่พวงกุญแจก็มีเป็นร้อยเป็นพันแบบ แต่ละแบบก็มีเป็นหมื่นเป็นแสนอัน เขาคงเคยเห็นตามร้านขายของนั่นแหละนะ...

 

เขาเลิกสนใจแล้วเดินเข้าไปในร้านกาแฟแทน แผ่นกระดาษที่จดออเดอร์เครื่องดื่มถูกส่งต่อให้พนักงานของร้าน ก่อนที่เขาจะเดินไปนั่งรอตรงโต๊ะที่ว่างๆ แทน วางกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเองลงบนโต๊ะ รูดซิปหยิบพวงกุญแจที่ถูกซ่อนเอาไว้ข้างในกระเป๋าออกมาดู

 

ไอ้ไข่เจียวบ่นเขาใหญ่ตอนเห็นเขาห้อยพวงกุญแจ ปกติมันก็ไม่บ่นหรอก แต่ตอนนี้เขาเป็นพี่วินัย แล้วจะให้พี่วินัยมาห้อยพวงกุญแจตุ๊กตาหมีน่ารักๆ แบบนี้ก็คงไม่ได้ มันจะให้เขาเอาออก แต่เขาไม่ยอม เรื่องอะไรล่ะ พวงกุญแจนี้เขารักมาก พกติดตัวมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วด้วย และเพราะผมไม่ยอมเอาออกมันเลยขอให้เขาซ่อนตัวตุ๊กตาเอาไว้ในกระเป๋าแทน ซึ่งเขาก็โอเค ทำแบบนั้นก็ได้ อย่างน้อยก็ไม่ต้องเอาออกละนะ

 

พวงกุญแจอันนี้มันพิเศษมากเพราะมีแค่สองอันในไทยเท่านั้น อันหนึ่งอยู่กับผม ส่วนอีกอันผมให้คนอื่นไปแล้วตั้งแต่ตอนที่ผมยังเด็กๆ อยู่ ผมเคยเจอเด็กคนนั้นแค่ครั้งเดียวก็ตอนที่ให้พวงกุญแจไปนั่นแหละครับ จำได้รางๆ ว่าเจอเด็กคนนั้นที่สวนสาธารณะ เหมือนเด็กนั่นจะหลงทางผมเลยอยู่เป็นเพื่อน แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไงก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พ่อคินมาปลุกนั่นแหละ แล้วตอนที่เด็กคนนั้นจะกลับเขาก็เลยให้พวงกุญแจไป ไม่ได้ให้กับมือเจ้าตัวหรอกเพราะตอนนั้นอีกฝ่ายหลับอยู่ แต่ให้กับพ่อของเขาไป

 

ไม่รู้ว่าพวงกุญแจอันนั้นป่านนี้จะไปอยู่มุมไหนของประเทศไทย ไม่รู้ว่าโดนโยนทิ้งไปแล้วหรือยัง แต่ถ้าโยนทิ้งนี่มีโกรธนะ เขารักมากเลยอันนั้นน่ะ แล้วมันมีแค่สองอันด้วย!

 

แล้วทำไมตอนนั้น... กันต์ถึงได้ให้พวงกุญแจไปกันนะ






✥ ✥ ✥ ต่อค่ะ 100% ✥ ✥ ✥





พวกหลอดไฟก็ยังมีอยู่นี่ กูว่าเอาไฟมาทำเป็นสถูปกับอักษรก็น่าจะสวยนะ ส่วนถ้าพวกมึงจะเล่นไฟเย็นก็เล่น เดี๋ยวเว้นพื้นที่เอาไว้จะได้ไม่เป็นอันตรายกับน้องๆ ด้วย” เสียงพูดคุยดังขึ้นภายในห้องเรียนที่ตอนนี้กลายเป็นห้องประชุมของเหล่านักศึกษาปีสองปีสามไปแล้ว

 

หลังจากปล่อยน้องปีหนึ่งกลับเรียบร้อยพวกเขาจึงมารวมตัวกันเพื่อประชุมถึงงานต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งงานที่ใกล้จะถึงในเร็ววันนี้ก็คงคืองานมอบรุ่นให้กับน้องปีหนึ่ง พวกรุ่นพี่เลยต้องมาประชุมกันแบบนี้แล้วค่อยเอาไปคุยกับปีสี่ปีห้ารวมไปถึงอาจารย์

 

“พวกผมว่าก็ดีนะพี่ ยังจำได้เลยตอนที่เห็นไฟสถูปติดขึ้นมานะ โคตรสวยเลยพี่ ผมว่าน้องๆ ก็น่าจะชอบนะ”

 

“แล้วก็พวกกระดาษโปรย เตรียมเอาไว้ให้พอ ตอนถ่ายรูปออกมาต้องสวยนะมึง ไม่อย่างนั้นเสียชื่อคณะเราหมด”

 

“แล้วก็กวาดกันแทบตายจนเกือบเช้าต่อ...”

 

“เออน่า... เดี๋ยวก็ช่วยๆ กันไง แค่นี้ทำกันได้อยู่แล้วนี่ ว่าแต่ไอ้เหนือเดือน มีอะไรจะเสริมอีกไหมครับ เดี๋ยวจะได้ปล่อยน้องๆ ให้แยกย้ายกันไปพัก”

 

คนถูกถามเงยหน้าขึ้นจากกระดาษตรงหน้าที่เจ้าตัวกำลังตั้งอกตั้งใจวาดอยู่ “ก็... ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ก็เอาตามที่พวกมึงว่ากันนั่นแหละ”

 

“แล้ว... นั่นน่ะ เรียบร้อยยังวะ” ไข่เจียวถามพลางพยักเพยิบไปยังสิ่งที่กันต์กำลังทำค้างไว้อยู่

 

“พรุ่งนี้ก็เสร็จ ถ้าเสร็จแล้วเดี๋ยวแสกนส่งให้ จะได้เอาไปสั่งทำที่ร้านได้เลย”

 

“โอเค... อย่างนั้นวันนี้เริ่มเลยแล้วกันนะ หลังจากนี้ก็... ตามแผนเดิมที่เคยวางเอาไว้นะ วันนี้แยกย้ายได้” พอพูดจบเหล่าปีสองก็พากันยกมือไหว้ก่อนจะทยอยออกจากห้องไป เหลือแต่บรรดาปีสามที่ยังนั่งคุยกันอยู่อีกสักพักก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

 

เอ่อ ว่าแต่มึงรู้ได้ยังไงวะว่าวันนั้นปีหนึ่งนัดกัน นี่ดีนะที่มึงรู้แล้วโทรหาพวกปีสอง ไม่อย่างนั้นถ้าพวกรุ่นพี่รู้ว่าปล่อยให้ปีหนึ่งนัดแล้วไม่มีคนมาคอยดูแลนี่คงโดนเล่นแน่ ป่าไม้หันมาถามระหว่างที่พวกเขาเดินไปที่รถ

 

อ่อ... พอดีกูได้ยินปีหนึ่งคุยโทรศัพท์ก็เลยโทรไปหาพวกไอ้นัท ให้มันไปดูให้ทีว่านัดกันจริงหรือเปล่า กันต์ตอบ

 

บังเอิญดี

 

อือ... บังเอิญดี อยู่คอนโดเดียวกัน ชั้นเดียวกัน ห้องถัดไปไม่กี่ห้อง กันต์ว่าพลางนึกไปถึงเด็กปีหนึ่งที่แลบลิ้นปลิ้นตาใส่เขาลับหลัง โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าเขาเห็นทุกอย่างหมดแล้ว

 

หือ... หมายถึงใคร เด็กปีหนึ่งน่ะเหรอ ดิวเลิกคิ้วขึ้นถาม มองหน้าเพื่อนอย่างงงๆ อยู่ๆ ก็อมยิ้มอะไรก็ไม่รู้

 

นี่กันต์ อย่าอมยิ้มแบบนั้นมันโรคจิต ถ้าตอนถอดรูปแล้วทำน่ะสาวๆ เห็นคงหลงเสน่ห์ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ถอดรูปมันโรคจิต! ใบบัวหันมาว่า ยกมือตีแขนเพื่อนไปทีเพราะนอกจากจะไม่หยุดอมยิ้มแล้วยังหันมาแสยะยิ้มใส่สองสาวให้ร้องโวยวาย

 

กันต์หัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งสองสาวประจำกลุ่ม โดนขนมตุบตับจากใบบัวแล้วก็ใยไหมไปคนละตุบสองตุบ

 

พวกหนุ่มๆ เดินไปส่งสองสาวที่รถ ใบบัวกับใยไหมอยู่หอเดียวกันเป็นรูมเมทกัน สองคนนี้เลยมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ปกติก็จะมีดิวอีกคนที่อยู่หอเดียวกัน สองสาวก็มักจะติดรถของดิวเข้ามหาลัยตลอด แต่วันนี้ไม่ได้มาพร้อมกัน พวกเขาเลยเดินมาส่งสองสาวที่รถก่อน

 

ขับรถกันดีๆ นะ ถึงห้องแล้วไลน์บอกในกลุ่มด้วย เดี๋ยวให้ไอ้ดิวขับตามหลังไป ไข่เจียวว่า มันเป็นปกติไปแล้วที่เขาจะคอยดูแลสาวๆ ในกลุ่ม ที่จริงก็รวมไปถึงผู้หญิงทุกคนในคณะ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง คงเป็นเพราะโดนสอนมาแบบนี้ ถึงแม้จะสนิทกันแบบเล่นหัวได้ไม่ต้องเกรงใจ แต่ก็จะคอยดูแลตลอด

 

จ้าๆ เอาไว้พรุ่งนี้เจอกัน ขับรถกันดีๆ ล่ะ ใยไหมว่าก่อนจะพากันขึ้นรถไป ยืนดูจนแน่ใจว่าสาวๆ ขับรถออกไปแล้วละดิวเองก็ขับตามรถสาวๆ ไปแล้วนั่นแหละถึงได้แยกย้ายกัน

 

กันต์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือน เป็นพ่อคินส่งข้อความมาหาเขา

 

มึง... กูเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ะ พรุ่งนี้กูคงลงวินัยไม่ได้ ลืมไปว่าพรุ่งนี้วันครบรอบ

 

ครบรอบ... อ่อ... ไข่เจียวทำหน้างงก่อนจะร้องออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ ไม่เป็นไรมึง

 

เออ เดี๋ยวพวกกูจัดการเอง ป่าไม้ว่า ยกมือตบไหล่เพื่อน

 

ขอบใจมาก งั้นแยกย้ายกันเถอะ ขับรถกันดีๆ นะโว้ย ยกมือให้เพื่อนทั้งสองคนก่อนจะแยกเดินไปขึ้นรถแล้วขับกลับคอนโดของตัวเองบ้าง

 

กันต์ขับรถเข้าไปจอดในที่จอดรถของตัวเองจัดการล็อครถเรียบร้อยก็เดินไปขึ้นลิฟต์ จังหวะเดียวกับที่เด็กปีหนึ่งที่อยู่ชั้นเดียวกันกับเขาเดินมากับเพื่อนสนิทในกลุ่ม ทั้งสองคนชะงักไปทันทีที่เห็นเขา คงกำลังลังเลว่าจะทำอย่างไรต่อไป จะเดินหนีก็คงไม่กล้าเพราะเขาเองก็เห็นทั้งสองคนนั้นแล้ว

 

“เข้ามาสิ” กันต์เรียกทั้งสองคนที่ยืนละล้าละลังอยู่ให้เข้ามาในลิฟต์

 

ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องเดินเข้าไป “ชั้นไหนกัน”

 

“ชั้นแปดครับ” เดียร์ตอบ คำตอบนั้นทำให้กันต์เลิกคิ้วขึ้นเพราะเจ้าเด็กปีหนึ่งคนนี้อยู่ชั้นเดียวกันกับเขาคือชั้นสิบสอง แต่ดูท่าแล้วชั้นแปดคงเป็นห้องของเพื่อนมากกว่า

 

กันต์กดลิฟต์ชั้นที่เดียร์ตอบก่อนที่เขาจะขยับไปพิงผนังลิฟต์ ปล่อยให้เด็กปีหนึ่งทั้งสองคนยืนอยู่ด้านหน้า มองทั้งสองคนตบตีถกเถียงอะไรกันสักอย่าง เห็นเจ้าเด็กปีหนึ่งที่ชอบวิ่งชนคนเขาไปทั่วคว้ากระเป๋ามากอดเอาไว้ พร้อมกับแยกเขี้ยวใส่เพื่อน แต่พอเหลือบมาเห็นเขาก็สะดุ้งโหยงก่อนจะพากันออกจากลิฟต์ไปเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นแปด

 

เขาส่ายหน้าขำๆ กับท่าทางของทั้งสองคน เหมือนจะกลัว แต่ก็ดูกลัวไม่สุด เห็นแล้วน่าหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก

 

กันต์ปิดประตูห้องของตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกหาพ่อคินที่ส่งข้อความมาแล้วเขายังไม่ได้ตอบอะไรกลับไป “พ่อคินครับ”

 

[ครับ กลับถึงห้องแล้วเหรอ]

 

“ใช่ครับ พรุ่งนี้พ่อคินจะไปกันตอนกี่โมงครับ ผมจะได้ไปถูก”

 

[อ้าว... มาได้เหรอ ไม่ต้องไปดูน้องๆ หรือยังไง ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นอะไรนะ เอาไว้ไปทำบุญวันหลังก็ได้นะครับ]

 

กันต์หันไปมองที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ก่อนจะตอบพ่อคินกลับไป “ผมไปได้ครับ ไม่เป็นอะไร อีกอย่างผมก็ทำของขวัญเสร็จแล้วด้วยอยากจะเอาไปให้พรุ่งนี้เลย”

 

[โอเคครับ อย่างนั้นก็เดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นเจอกันนะครับ]

 

“ครับพ่อคิน พรุ่งนี้เจอกันครับ” วางโทรศัพท์เครื่องสวยลงบนโต๊ะก่อนจะหยิบกรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมา เป็นภาพบ้านหลังหนึ่งที่เขาออกแบบแล้วก็วาดลงสีเอง ใช้เวลาทำอยู่นานเลยกว่าจะเสร็จเพราะเขาอยากจะทำออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

 

 

 

เสียงของอาจารย์ที่ดังอยู่หน้าชั้นเรียนเหมือนยานอนหลับชั้นดีสำหรับนักศึกษาในช่วงบ่ายเช่นนี้ หาวแล้วหาวอีก หาวจนตาจะปิดเวลาก็ยังไม่ขยับไปไหนสักที กันต์ได้แต่นั่งท้าวคางอย่างเบื่อๆ เขาอยากให้หมดคาบเร็วๆ สักที

 

“ไอ้กันต์ เย็นนี้มึงไม่ลงใช่ไหม” ดิวหันไปถาม

 

“อือ เดี๋ยวหมดคาบนี้กูก็ไปแล้วล่ะ ฝากดูน้องๆ ด้วยแล้วกันนะ” หันไปตอบเพื่อนก่อนจะหยิบกระดาษในกระเป๋ามาส่งให้ “อันนี้เสร็จแล้ว เอาไปให้พวกตี๋ทำต่อได้เลย”

 

“โอเค เดี๋ยวจัดการให้”

 

“อือ กูไปก่อนนะ” กันต์ว่าก่อนจะหยิบกระเป๋ามาสะพายหลังจากที่อาจารย์ปล่อยคลาสพอดี เขาโบกมือให้เพื่อนก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป

 

รถคันสวยแล่นออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อตรงกลับไปที่บ้าน วันนี้เป็นวันเกิดของพ่อศรัณย์ของเขา เขากับพ่อคิน มัมพัทธ์รวมไปถึงน้องแพรเลยจะไปหาพ่อศรัณย์กัน แม้ว่าตอนเช้าที่พ่อคินกับมัมพทธ์ไปทำบุญเขาจะไม่ได้ไป แต่เขาก็อยากจะไปหา ไปไหว้พ่อศรัณย์อยู่ดี

 

นอกจากวันนี้จะเป็นวันเกิดของพ่อศรัณย์แล้ว ยังเป็นวันที่พ่อศรัณย์จากเขาไปเพราะโรคร้าย เมื่อประมาณสี่ปีก่อน กว่าจะตรวจเจอก็เข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้วแต่ถึงอย่างนั้นพ่อศรัณย์ก็ยังสู้ และอยู่ด้วยกันกับเขาอีกเกือบปีก่อนจะจากไปอย่างสงบ ในเวลานั้นเขาลอยเคว้งไปทันที โชคดีที่มีพ่อคิน มัมพัทธ์แล้วก็น้องแพรอยู่ข้างๆ ถึงได้ผ่านเวลานั้นมาได้ ตอนแม่จากไปเขายังเด็กเลยไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ต้องสูญเสียนั้นเป็นยังไง พอมาเจอกับตัวก็ตั้งรับไม่ทัน

 

“พี่กันต์” เสียงใสร้องมาก่อนตัวเมื่อกันต์เลี้ยวรถเข้าไปจอดในบ้าน น้องสาวคนสวยวิ่งกระโดดมาหาทันทีก่อนจะโผเข้ากอดพี่ชายสุดที่รัก “น้องแพรคิดถึงพี่กันต์”

 

“พี่กันต์ก็คิดถึงน้องแพรค่ะ” กอดน้องสาวแน่นๆ ไปทีอย่างคิดถึง ไม่ได้เจอกันเดือนกว่าๆ

 

“หนวดเคราพี่กันต์ยาวแล้ว ยังโกนไม่ได้อีกเหรอคะ”

 

“ใช่ค่ะ ยังรับน้องไม่เสร็จเลย แต่อีกเดี๋ยวก็ได้โกนแล้วค่ะ ป่ะ เข้าไปในบ้านดีกว่าพ่อคินกับมัมอยู่ไหนกันคะเนี่ย” กันต์ชวนน้องสาวเข้าไปในบ้าน

 

“กำลังรอพี่กันต์อยู่นี่แหละค่ะ วันนี้ที่โรงเรียนน้องแพรได้ปักผ้าเช็ดหน้าด้วย น้องแพรตั้งใจจะเอาไปให้ลุงศรัณย์ด้วยค่ะ มีของพี่กันต์ด้วยนะน้องแพรทำไว้ให้”

 

“จริงเหรอคะ ดีใจจัง ขอบคุณนะคะ” ยีผมน้องสาวไปทีอย่างรักใคร่ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปกอดมัมพัทธ์อย่างคิดถึง “มัม สวัสดีครับ คิดถึงจัง”

 

มัมพัทธ์ยกมือกอดตอบลูกชายตัวโต ที่ขนาดโตขนาดนี้แล้วก็ยังจะชอบอ้อนเป็นน้องกันต์หัวเห็ดอยู่อีก “ขับรถมาเหนื่อยไหมครับ”

 

“เห็นหน้ามัมก็หายเหนื่อยแล้วครับ เฮ้อ... คิดถึงมัมที่สุดเลย” ผละออกมาอ้อนก่อนจะกอดมัมพัทธ์อีกรอบเสียแน่นจนอีกฝ่ายต้องยกมือตีแขนลูกชายไปที

 

“กอดมัมแน่นขนาดนั้นเดี๋ยวมัมก็หายใจไม่ออกหรอกน้องกันต์” เสียงของพ่อคินดังขึ้นให้คนที่กำลังกอดมัมพัทธ์ผละออก เจ้าตัวยกมือไหว้พ่อคินก่อนจะเดินเข้าไปกอดอีกฝ่าย

 

“สวัสดีครับพ่อคิน”

 

“สวัสดีครับ ไป... เราไปกันดีกว่าเดี๋ยวจะได้กลับมากินข้าวกัน วันนี้พ่อคินเตรียมทำข้าวผัดคุณหมีเอาไว้ด้วยนะ”

 

กันต์หัวเราะก่อนจะพยักหน้ารับ ทุกครั้งเวลาที่กลับมาบ้านหลังจากที่ไม่ได้กลับมาสักระยะ เมนูต้อนรับจากพ่อคินก็มักจะเป็นข้าวผัดคุณหมีเสมอ เป็นเมนูที่แสนโปรดปรานของเขามาตั้งแต่เด็กๆ จนตอนนี้อยู่ปีสามแล้วเขาก็ยังชอบข้าวผัดคุณหมีฝีมือพ่อคินเสมอ

 

กันต์อาสาเป็นคนขับรถเอง โดยมีสาวน้อยอย่างน้องแพรนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถคู่กัน ส่วนพ่อคินกับมัมพัทธ์ก็นั่งอยู่ที่เบาะหลัง

 

พวกเขาไปวัดใกล้ๆ บ้าน พ่อศรัณย์อยู่ที่นั่นรวมไปถึงแม่พราวด้วย เพราะเป็นวัดใกล้บ้านใช้เวลาไม่นานก็มาถึง กันต์ถือกรอบรูปที่เป็นของขวัญจะให้พ่อศรัณย์ลงจากรถก่อนที่พวกเขาจะพากันเดินไปเจดีย์ที่บรรจุอัฐิของพ่อศรัณย์แล้วก็แม่พราวเอาไว้

 

พ่อคินกับมัมพัทธ์ให้น้องแพรเข้าไปไหว้ก่อน ก่อนจะปล่อยให้กันต์ใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่ตามลำพังเหมือนอย่างทุกปี เป็นการอยู่พร้อมกันของพ่อแม่ลูกที่ไม่สามารถทำอะไรร่วมกันได้

 

กันต์วางพวงมาลัยที่มัมพัทธ์เตรียมเอาไว้ให้ลงที่หน้าป้ายชื่อของพ่อกับแม่ ก่อนจะขยับตัวลงนั่งอยู่หน้าเจดีย์นั้น เขาวางกรอบรูปพิงฐานเจดีย์เอาไว้ ตอนเด็กพ่อศรัณย์ถามเขาว่าเขาอยากเรียนอะไร เขาก็บอกไปว่าอยากออกแบบบ้าน เขาจะสร้างบ้านที่ให้เขา พ่อศรัณย์ พ่อคิน มัมพัทธ์ น้องแพร รวมไปถึงตากับยายมาอยู่ด้วยกัน แล้วก็จะพาแม่พราวมาอยู่ด้วย

 

เขายังจำได้... พ่อศรัณย์ยิ้มกว้างแล้วก็สนับสนุน บอกเขาว่าจะรอดูบ้านหลังนั้น แล้วคราวนี้พวกเขาก็จะได้อยู่กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา

 

“ตอนเด็กๆ ผมตั้งใจจะออกแบบบ้านหลังใหญ่ๆ พวกเราทุกคนจะได้มาอยู่ด้วยกันได้ แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้วครับ บ้านหลังนี้ที่ผมออกแบบหลังมันเล็กน้อย แต่ผมว่าพ่อกับแม่น่าจะอยู่ด้วยกันได้อย่างสบายเลย” กันต์พูด มองรูปบ้านทรงไทยที่เขาวาดออกแบบเอง

 

“พ่อเคยเล่าให้ฟังว่าแม่ชอบบ้านไทยๆ ไม่ต้องหลังใหญ่มากแต่ชอบสวน ผมก็เลยออกแบบบ้านหลังนี้มา จัดสวนให้แม่เยอะเลยครับ แม่คงใช้เวลาทั้งวันดูแลสวนแน่นอน”

 

“ผมขอบอกพ่อกับแม่อีกครั้งนะครับว่าผมสบายดี ไม่ต้องห่วงผม ผมมีพ่อคิน มัมพัทธ์ น้องแพร คุณตาคุณยาย แม้ว่าผมจะเสียใจที่เรายังไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันก็ตาม แต่ผมก็ดีใจนะเพราะตอนนี้พ่อคงอยู่กับแม่แล้ว แม่คงมีความสุขที่ได้อยู่กับพ่อ”

 

“ถึงแม้ว่าผมจะจำแม่ไม่ได้เลย ถึงแม้ว่าเวลาที่ผมได้อยู่กับพ่ออาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ผมก็ขอบคุณที่พ่อกับแม่ทำให้ผมเกิดมา ขอบคุณมากนะครับ” กันต์ยกมือไหว้ขอบคุณ เขาไม่เคยนึกน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองที่ตั้งแต่เกิดมาจะไม่ได้อยู่กับพ่อแล้วก็แม่ที่แท้จริง แต่เขารู้สึกขอบคุณ... ขอบคุณที่เขาได้เกิดมา ได้เจอมัมพัทธ์ ได้เจอพ่อคิน แล้วก็มีโอกาสได้รู้จัก ได้เจอพ่อแท้ๆ ของเขา แม้จะอยู่ด้วยกันไม่ได้นาน แต่ช่วงระยะเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันกับพ่อศรัณย์มันก็เป็นความสุขที่สุดในชีวิตของเขา

 

กันต์นั่งคุยกับพ่อแม่อีกพักก็ลุกขึ้น ท้องฟ้าทอประกายสีส้มเพราะพระอาทิตย์ใกล้ลาลับขอบฟ้าแล้ว เขาอวยพรขอให้พ่อกับแม่มีความสุขในภพภูมิที่อยู่ ก่อนจะเดินไปหาความสุขของเขาที่ยืนรออยู่ที่รถ เขาสบายดี เขามีความสุขดี เพราะเขายังมีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่กับเขาตรงนี้

 

“ไม่อยู่ต่ออีกหน่อยเหรอ” มัมพัทธ์เอ่ยถามเมื่อเห็นลูกชายเดินกลับมา

 

กันต์ส่ายหน้า “ไม่แล้วล่ะครับ ให้พ่อกับแม่สำรวจบ้านที่ผมออกแบบไว้ดีกว่า อีกอย่าง... ผมอยากกลับไปกินข้าวผัดคุณหมีฝีมือพ่อคินแล้วด้วย”

 

“โอเค อย่างนั้นเรากลับไปกินข้าวผัดคุณหมีกันดีกว่า” พ่อคินพูด ก่อนที่พวกเขาจะพากันขึ้นรถเพื่อขับกลับไปที่บ้าน “คืนนี้นอนค้างที่บ้านไหมน้องกันต์”

 

“ค้างครับ พรุ่งนี้มีเรียนบ่าย ผมค่อยกลับตอนเช้าก็ยังทันไม่ได้นัดน้องๆ ด้วย”

 

“อย่างนั้นคืนนี้น้องแพรขอไปนอนกับพี่กันต์นะคะ” น้องแพรหันมาอ้อนทันที แต่ก็โดนพี่ชายทำหน้าดุใส่เสียก่อน

 

“โตเป็นสาวขนาดนี้แล้วจะมานอนน้องพี่ได้ยังไงกันคะ”

 

“นอนได้ค่ะ เพราะว่านอนด้วยกันกับพี่กันต์ พ่อคินแล้วก็มัมพัทธ์ นอนด้วยกันสี่คนเลยนะคะ” หันไปทำหน้าอ้อนใส่ทุกคน

 

“มัมว่ายังไงครับ ลูกสาวขอมาแบบนี้น่ะ” พ่อคินหันไปถามหยอกกับคนรัก

 

“ก็ลูกสาวเล่นอ้อนแบบนี้ จะตอบอย่างอื่นได้ยังไงละครับนอกจากว่า ได้น่ะ” พอได้ยินมัมตอบแบบนั้นน้องแพรก็ร้องดีใจทันที

 

แล้วคืนนั้นทั้งสี่คนก็นอนเบียดกันอยู่บนที่นอนที่ลากมาปูบนพื้นในห้องนั่งเล่น เพราะไม่สามารถไปนอนเบียดกันบนเตียงได้หมด





************************************************

พาพี่กันต์มาหาแล้วค่ะ พร้อมฉากสะเทือนอารมณ์(หรือเปล่า)นิดหน่อย เผื่อใครที่สงสัยว่าพี่กันต์กับพ่อศรัณย์เป็นยังไงบ้าง ตอนนี้ก็เฉลยแล้วนะคะว่าพ่อศรัณย์ไปไหน คือที่ยังไม่มีบทพี่กับน้อนเจอกันเนี่ยเป็นเพราะว่าฟางอยากจะเล่าถึงเรื่องราวของแต่ละคนก่อนว่าเป็นยังไง ตอนน้อนอยู่กับพี่ฮาร์ทเป็นยังไง อยู่กับแด๊ดมัมเป็นยังไง พี่อยู่กับเพื่อเป็นยังไง อยู่กับพ่อคินมัมพัทธ์เป็นยังไง เพราะครอบครัวของทั้งสองคนเป็นส่วนสำคัญที่หล่อหลอมให้ทั้งสองคนเป็นอย่างที่เป็นอยู่ ก็เลยขอไปพูดถึงนิดหนึ่ง ให้คุยกับที่บ้าน ไปเจอที่บ้าน

 

แต่เดี๋ยวตอนจากนี้พี่กับน้อนจะได้รู้จักกันมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ ยังไงก็ฝากติดตามพี่น้อนคู่นี้ด้วยนะคะ

 

เจอคำผิด บอกได้ค่า

 

อ่านแล้วเมนต์หน่อยน้า ไม่งั้นพี่กันต์น้อยใจแย่เลย รักพี่กันต์เมนต์ รักน้องเดียร์เมนต์ รักคนแต่งเมนต์ ไม่รักกันก็เมนต์ค่า

 

สำหรับเฟสบุ๊คค่ะ https://www.facebook.com/fgc32yaoi

 

สำหรับทวิตเตอร์ค่ะ https://twitter.com/Fangiily_GC

 

เข้าไปพูดคุย สอบถาม ทวงหานิยายกันได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคน ทุกข้อสงสัย(ที่ตอบได้จ้า)

 

รัก #พี่กันต์สายอ่อย กันเยอะๆ นะคะ กดเฟบ กดเมนต์ กดโหวด กดแชร์ แล้วแต่สะดวกเลยน๊า คนละนิดคนละหน่อยเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ จุ๊บๆ ขอบคุณค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 431 ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #3054 กะหล่ำสด (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 21:52

    มีแต่ครอบครัวอบอุ่น งื้ออ ชอบจัง >< นี่กะรอเล่มที่สั่งซื้อไปมาค่อยอ่าน แต่รอเล่มไม่ไหวแล้ว ขอแว็บมาอ่านก่อน

    #3054
    0
  2. #3028 earnnearn (@earnnearn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:55
    พี่กันต์สายหมีหรอคะเนี้ย555
    #3028
    0
  3. #2907 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:49
    น้องกันต์สายหมีแน่นอน
    #2907
    0
  4. #2788 SANSANEE1827 (@SANSANEE1827) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 21:24
    น้องพลาดแล้วนะ
    #2788
    0
  5. #2409 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 08:33
    พี่กันต์เป็นสายหมีหรอ แอ๊ะใจตั้งแต่รองเท้าคุมะแล้วนะ งื้ออออ หน้าอย่างโหดแต่ใจคุมะ555555
    #2409
    0
  6. #2327 AUNG_SK (@sunanteenee09) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:11
    นั้นไงหินผาเป็นน้องพี่ป่าไม้
    #2327
    0
  7. #1853 CallistoJpt (@CallistoJpt) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 15:51
    โอ๊ยน้องเดียร์พลาดแล้วค่ะพี่กันต์เห็นจริงๆด้วย 5555555555555 ลุ้นให้พี่กันต์จำได้เร็วๆว่าให้พวกกุญแจเด็กน้อยที่ไหนไปน้าาาา ชอบความอบอุ่นของครอบครัวพี่กันต์จังของน้องเดียร์ก็ด้วย ^^
    #1853
    0
  8. #890 DAlSY (@venustar) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 02:50
    ในประโยคสนทนาจะมีคำว่า เอ่อหรือเอ่อๆ... ซึ่งเราคิดว่าคนเขียนน่าจะต้องการบอกว่า เออ มากกว่าเอ่อนะคะ เช่น 'เออๆ ฉันเข้าใจแล้ว' หรือ 'เออ...ว่าแต่วันนี้เธอว่างมั้ย' ซึ่งเออกับเอ่อออกเสียงไม่เหมือนกันแล้วน่าจะก็ใช่ต่างกันอยู่นะคะ
    #890
    0
  9. #631 ikonyg (@ikonyg) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 00:04
    เค้าสองคนเคยเจอกันเเล้วสินะ อบอุ่นอะครอบครัวนี้
    #631
    0
  10. วันที่ 26 กันยายน 2560 / 09:50
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #508
    0
  11. #405 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 20:05
    พี่กันต์จะจำคนที่ให้พ่วงกุญแจไปได้มั้ยนะ
    #405
    0
  12. #271 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 17:29
    อืม จุดเริ่มานะ พวงกุญแจแห่งความทรงจำ
    #271
    0
  13. #270 Gammmmmmmmmm (@Gammmmmmmmmm) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 01:02
    พี่กันต์คนดี~
    #270
    0
  14. #269 ampzsupawadee (@ampzsupawadee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 22:08
    รักครอบครัวนี้จัง ~
    #269
    0
  15. #268 MYJALOY (@myjaloyNjoyYep) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 21:41
    ชอบบบบอบอุ่น
    #268
    0
  16. #267 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 15:13
    แอบน้ำตาซึมแฮะ ตอนนั้นก็แอบสงสารศรัณย์เหมือนกัน ไปๆมาๆจากไปอีกคนซะละ แต่ไม่เศร้าเนอะ เพราะกันต์ก็ยังมีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่
    #267
    0
  17. วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 13:54
    พี่กันต์ขี้อ้อนพ่อคินอยากกินข้าวผัดคุณหมีเหมือนตอนเด็กๆเลย
    #266
    0
  18. #265 Lizt (@zealend) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 12:11
    ครอบครัวอบอุ่นมากๆเลยค่ะ พี่กันต์โชคดีที่มีพ่อคินกับมัมพัทธ์แล้วก็น้องแพรร แต่เดี้ยวอาจจะมีสมาชิกครอบครัวเพิ่มก็ได้นะเออ หาสะใภ้เข้าบ้าน อิอิ
    #265
    0
  19. #264 Maylyunho (@Maylyunho) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 10:13
    ครอบครัวที่ดีเป็นพื้นฐานที่ดีให้เด็กๆค่ะ ชอบความอบอุ่นของครอบครัว
    #264
    0
  20. #263 pimonwan.mome (@pimonwan_p) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 20:58
    เป็นครอบครัวที่น่ารักมากเลย พี่กันต์ดูเป็นผู้ชายอบอุ่นจังอยากมีพี่ชายแบบนี้
    #263
    0
  21. #262 aomhhkd (@aomhhkd) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 20:05
    เป็นน้องกันต์มากๆเลยลูกก ภาพเด็กหัวเห็ดในหัว555
    #262
    0
  22. #261 Miss^U^ (@pantharakfei) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 20:03
    ทำไมพี่กันต์ดูไม่เหมือนเมะเลย มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริงมากๆ555
    #261
    0
  23. #260 grapemb (@grapemb) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 15:41
    รอออออเด้อออรออออออ
    #260
    0
  24. #259 Notty Kero (@sung-yong-nelu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 10:35
    ความอบอุ่นละมุนยังมีอยู่ในทุกเรื่องของไรท์เลย
    #259
    0
  25. #258 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 08:38
    เป็นครอบครัวที่น่ารัก อบอุ่น มีความสุขมากเลย
    #258
    0